[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,926 Views

  • 497 Comments

  • 1,000 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    515

    Overall
    25,926

ตอนที่ 34 : Chapter 31: A Cat, a Toad - แมวหนึ่ง คางคกหนึ่ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1630
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 168 ครั้ง
    24 ต.ค. 61

Chapter 31

A Cat, a Toad, and Almighty Albus - แมวหนึ่ง คางคกหนึ่ง และอัลบัสผู้ยิ่งใหญ่

 

Xxx

 

พวกเขาไม่พบอะไรให้ห้องแห่งความลับคืนนั้น ในคืนถัดๆมาพวกเขาเริ่มค้นหาต่อในห้องใต้ดิน

 

พวกเขาตามหามันตลอดทั้งคืน

 

ตอนแรกแฮร์รี่ยังสามารถปิดร่องรอยของการอดหลับอดนอนของเขาได้ เขาเคยไม่ได้นอนหลายวันแล้ว แต่ตอนต้นสัปดาห์ต่อมา ความเหนื่อยล้าก็เริ่มแสดงให้เห็น

 

คืนวันศุกร์นั้น แฮร์รี่ตัดสินใจว่าพวกเขาคงจะไม่เจอที่ๆฮอร์ครักซ์ถูกซ่อนเอาไว้ได้ง่ายๆเพียงแค่ตามหามันในปราสาท โอ้ เขามั่นใจแน่ว่าพวกเขาจะหามันเจอในที่สุด – แต่เขาเองก็มั่นใจเช่นกันว่ามันจะใช้เวลาเป็นสิบปีนู่นกว่าจะเข้าใกล้การหามันเจอโดยไม่มีตัวช่วยใดๆ

 

พวกเขาต้องการบางอย่างที่จะสามารถช่วยในการตามหามันได้

 

ดังนั้นแทนที่จะไปตามหามันโต้งๆแบบเดิม แฮร์รี่จึงนั่งลงในคืนนั้นและเริ่มเขียนม่านพลังที่จะช่วยในภารกิจของพวกเขา

 

การพัฒนาม่านพลังนั้นเป็นงานที่หนักหนา ซับซ้อนและกดดันเป็นที่สุด ม่านพลังของเขาต้องเข้ากันได้กับม่านพลังป้องกันของปราสาทที่มีอยู่ก่อนแล้ว – แต่แฮร์รี่ไม่รู้ม่านพลังทั้งหมดที่ถูกวางเอาไว้ ดังนั้นการพัฒนาม่านพลังนั้นจึงเป็นงานที่เกือบจะเป็นไปไม่ได้เลยและน่าทดท้อใจเป็นอย่างยิ่ง

 

“เธอกำลังทำอะไรน่ะ?” เฮอร์ไมโอนี่ถาม และก่อนที่แฮร์รี่จะหยุดเธอทันเธอก็หยิบกระดาษของเขาไปดูทันที

 

บางทีเขาไม่ควรนำมันมานั่งทำในห้องนั่งเล่นรวมของกริฟฟินดอร์ แต่แฮร์รี่เหนื่อยเสียจนเขาไม่ได้คิดว่าเขาอยู่ที่ไหนก่อนจะเริ่มดำเนินการแก้ปัญหาของเขาอีกครั้ง

โอ เขาเหนื่อยมาก! เขาจำเป็นต้องนอนแต่เขานอนไม่ได้ – ไม่จนกว่าเขาจะพอรู้ว่าไอ้ฮอร์ครักซ์นั่นมันอยู่ที่ไหน!

 

ดังนั้นแทนที่จะมาคิดหาคำอธิบายที่ดูเข้าทีว่าทำไมกระดาษของเขาถึงได้เต็มไปด้วยสมการแปลกประหลาดและสัญลักษณ์ต่างๆ เขาเลยแค่มองเฮอร์ไมโอนี่อย่างโง่งมระหว่างที่เธอกำลังมองดูงานของเขา

 

“แฮร์รี่! เธอกำลังทำอะไร?” เธอถามเขา เสียงของเธอสั่นระริกและเธอกำลังมองเขาแปลกๆ

 

“เหอ?” เขาจำเป็นต้องนอนจริงๆแล้ว

 

“นี่!”  เธอโบกงานของเขาไปมาตรงจมูก “นี่มันอะไร? ฉันมั่นใจว่านี่ไม่ใช่งานโรงเรียน แล้วเธอกำลังทำอะไรกันแน่?!

 

“เอ่อ...” เขาตะกุกตะกักตอนที่กำลังพยายามหาคำอธิบายที่เข้าท่า

 

โอ เขาเหนื่อยเหลือเกิน!

 

“ไม่...ไม่ใช่งานโรงเรียน” เขาเอ่ยออกไปในที่สุด  “แค่บางอย่างที่ฉันตัดสินใจจะลองทำดูหลังจากที่อ่านหนังสือในห้องสมุดไปน่ะ”

 

“แฮร์รี่! นี่มันดูเหมือนวิชาตัวเลขมหัศจรรย์เลยสำหรับฉัน! ทำไมเธอถึงไปอ่านหนังสือวิชาตัวเลขมหัศจรรย์ในห้องสมุดกันล่ะ?”

 

“เอ่อ...ก็มันก็วางอยู่แถวๆนั้นแล้วมันก็ดูน่าสนใจดีน่ะ” แฮร์รี่ตอบ โบกมือปัดคำถามของเธอ “มันยากกว่าที่ดูเหมือนจะเป็นจริงๆนั่นแหละ”

 

“แน่นอนสิ!” เฮอร์ไมโอนี่ร้องหึ “มันมีเหตุผลอยู่ว่าทำไมมันถึงเป็นวิชาเรียน! และหนังสืออะไรก็ตามที่เธอไปเจอมามันไม่ใช่หนังสือสำหรับมือใหม่แน่ๆ! มันมีตัวแปรเยอะเกินกว่าจะสรุปอะไรได้! และสัญลักษณ์พวกนี้มันคืออะไรกัน? เธอมั่วมันขึ้นมาเองหรือ?”

 

แฮร์รี่เพ่งมองกระดาษของเขาในมือของเฮอร์ไมโอนี่ตรงที่นิ้วของเธอชี้ให้ดู

 

เธอกำลังชี้ไปที่รูนส์ภาษาพาร์เซลที่เขาใช้ในม่านพลัง - หรืออย่างน้อยรูนส์ภาษาพาร์เซลที่เขาคำนวณหาตำแหน่งวางได้เรียบร้อยแล้ว เขายังคงมีรูนส์อื่นๆในหัวอีกที่เขาต้องใช้ให้ม่านพลังมันทำงานได้ แต่ว่ายังหาตำแหน่งของมันไม่ได้เพราะว่าเขาไม่มีข้อมูลมากพอ

 

เขาต้องใช้หนังสือเล่มนั้นที่อัพเดทตัวเองได้เกี่ยวกับม่านพลังของโรงเรียนจริงๆนั่นแหละ!

 

“แฮร์รี่?” เฮอร์ไมโอนี่พูดขึ้นมาในตอนนั้นเอง มองเขาด้วยสายตากังวล “เธอสบายดีใช่ไหม?”

 

“เอ่อ..สบายดี...แค่เหนื่อยน่ะ เธอก็รู้ใช่ไหม?” แฮร์รี่ตอบระหว่างที่พยายามส่ายหัวไล่ความอ่อนล้า

 

“แล้ว...นี่มันอะไร?” เธอชี้ไปที่รูนส์ภาษาพาร์เซลอีกครั้ง

 

“รูนส์” เขาตอบไปตามจริง เหนื่อยเกินกว่าจะคิดหาอะไรมาโกหก

 

เฮอร์ไมโอนี่ร้องหึ

 

“นี่ไม่ใช่รูนส์ แฮร์รี่” เธอบอกแล้วก็ส่ายหัว “เธอรู้อะไรไหม? ถ้าเกิดว่าเธออยากจะเรียนรูนส์กับตัวเลขมหัศจรรย์จริงๆล่ะก็ ขอฉันก็ได้นี่! เราเป็นเพื่อนกันนะ! ถ้าเกิดว่าเธอสนใจอะไรแบบนี้ แค่บอกมาเท่านั้นแล้วฉันจะสอนให้! อย่าลองทำมันเองสิ! ตัวเลขมหัศจรรย์อาจเป็นอันตรายได้สำหรับคนที่ยังไม่รู้เรื่องมากนักนะ ลองคิดดูสิ! เธอสามารถสร้างคำสาปใหม่ได้ด้วยตัวเลขมหัศจรรย์และไม่มีใครจะช่วยเธอได้เพราะว่าไม่มีใครรู้วิธีแก้คำสาปที่เธอสร้างขึ้นมาโดยการทำอะไรครึ่งๆกลางๆหรอกนะ”

 

แฮร์รี่แค่มองเด็กสาวที่กำลังดุเขาด้วยสายตาว่างเปล่า

 

แล้วเฮอร์ไมโอนี่ก็หันไปทางปล่องไฟ

 

“เอามันโยนทิ้งไปแล้วก็เริ่มใหม่แต่ต้นเถอะ” เธอแนะนำและก็ยื่นมือที่ถือแผ่นกระดาษไปทางเปลวเพลิง

 

“ไม่!” สิ่งนี้ปลุกแฮร์รี่ขึ้นมาอีกครั้งได้ทันที

 

เขาพุ่งออกจากที่นั่งและแย่งกระดาษแผ่นนั้นออกจากมือของเธอก่อนที่เธอจะได้โยนมันเข้าไปในกองเพลิงที่กำลังส่องแสงวูบวาบ

 

เธอจ้องเขาด้วยตาเบิกกว้าง ไม่มั่นใจว่าควรทำอย่างไรดีกับปฏิกิริยาตอบสนองของเขา

 

แฮร์รี่กดแผ่นกระดาษแนบอกไว้ แล้วเขาก็รู้สึกตัวว่าทำอะไรลงไปและก็หน้าแดงด้วยความอับอาย

 

เขารู้ดีว่าเธอนั้นจะทำลายงานที่เขาได้ลงแรงลงกำลังไปกว่าสี่สิบแปดชั่วโมงแล้ว – แต่เฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้รู้เรื่องนี้ สำหรับเธอ ส่วนใหญ่ที่เห็นเป็นสมการที่ไม่มีทางแก้ออกและรอยขีดเขียนเล่นๆมั่วซั่วเท่านั้น เธอไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เธอถืออยู่ในมือเมื่อกี้คือม่านพลังที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ – และอย่างน้อยมันต้องใช้เวลาอีกปีในการศึกษานู่นกว่าเธอจะพอรู้ความสำคัญของสิ่งที่อยู่ในแผ่นกระดาษ – และอีกอย่างน้อยสิบปีนั่นแหละกว่าเธอจะเข้าใจหลักการวางรูนส์ของสิ่งที่เขากำลังพยายามจะทำ

 

อย่างไรมันก็มีสาเหตุอยู่ว่าทำไมจึงไม่มีผู้สร้างม่านพลัง[1]มากนักในโลกเวทมนตร์

 

“เอ่อ...ฉันไม่อยากให้เธอทำลายมันทิ้ง ถึงมันจะเป็นขยะ – แต่มันเป็นการลองครั้งแรกของฉัน” เขาอธิบายให้เฮอร์ไมโอนี่ฟังพร้อมแก้มที่เห่อร้อน

 

เธอขมวดคิ้ว

 

“แฮร์รี่” เธอค่อยๆพูดขึ้น “อะไรก็ตามที่เธอทำไป - มันอาจเป็นอันตรายได้นะ! ตัวเลขมหัศจรรย์ไม่ใช่แค่สมการและการคำนวณธรรมดา มันคือเวทมนตร์! และศาสตราจารย์เวกเตอร์เองก็บอกว่ามันจะเกิดอะไรร้ายแรงได้ถ้าเกิดทำผิดพลาด!

 

“เอ่อ...ถ้าเกิดฉันสัญญาว่าจะไม่ทำมันอีกแล้ว ฉันจะเก็บมันไว้ได้ไหม?” แฮร์รี่ถามพลางถอนหายใจ

 

เฮอร์ไมโอนี่ลังเล จากนั้นเธอเองก็ถอนหายใจเช่นกัน

 

“เอาล่ะ เก็บขยะนั่นไว้ซะ แต่อย่างน้อยให้ฉันอธิบายหน่อยเถอะว่าปกติมันทำอย่างไร!” และจากนั้น เธอก็วิ่งไปยังหอพักของตัวเองเพื่อหาหนังสือวิชาตัวเลขมหัศจรรย์ปีสามของเธอ

 

แฮร์รี่ถอนใจอย่างเงียบงัน

 

เขามั่นใจว่าเฮอร์ไมโอนี่จะมานั่งเลคเชอร์ให้เขาฟังไปอีกหลายชั่วโมงจนกว่าเธอจะพอใจ

 

“ดูเหมือนฉันคงต้องพักแล้วล่ะนะ” เขารำพึง

 

ถ้าหากว่าเขาจะสามารถใช้เวลาพักที่ว่าในการนอนอ ไม่ใช่เสียเวลาอันมีค่าของเขาไปกับการฟังเฮอร์ไมโอนี่แหวใส่เขาอย่างไร้ค่าล่ะก็นะ!

 

ในจังหวะนั้นเอง เฮอร์ไมโอนี่ก็เดินกลับมาพร้อมกับหนังสือวิชาตัวเลขมหัศจรรย์ของเธอและแฮร์รี่ก็ยอมแพ้มา เรียนในสิ่งที่เขารู้อยู่แล้ว...

 

“คราวหน้าถ้าฉันเห็นเธอทำอะไรผิดไปล่ะก็ฉันจะทำแบบเดียวกันกับเธอ” เขาพูดอย่างแค้นเคือง บางทีตอนนั้นเธออาจจะเข้าใจความรู้สึกของคนอื่นตอนที่เธอเริ่มเลคเชอร์พวกเขาได้ในที่สุด คือความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไอ้โง่

 

ใช่ว่าแฮร์รี่จะรู้สึกเหมือนไอ้โง่จริงๆหรอก เขาแค่รู้สึกเหมือนกับว่าเฮอร์ไมโอนี่คิดว่าเขาเป็นไอ้โง่ - เพราะอย่างไร ตอนที่เขาเริ่มสนใจวิชาตัวเลขมหัศจรรย์ขึ้นมาอย่าง กะทันหัน นั้น ทำไมเธอถึงได้คิดว่าเขาไม่ได้เริ่มตั้งแต่ต้นกันนะ! กระทั่งพวกทึ่มยังควรต้องรู้เลยว่าคุณต้องคลานก่อนที่คุณจะเดินได้น่ะ!

 

แต่ - นั่นคือเฮอร์ไมโอนี่ เธอเหมือนกับคนตาบอดไม่รู้ว่าควรทำอย่าไรกับนักเรียกคนอื่นๆรอบข้างของเธออยู่ตลอดเวลา

 

ดังนั้นเมื่อเธอกลับมา แฮร์รี่จึงเลิกทำงานของเขาและก็ตั้งใจเรียนบทเรียนที่ไม่เหมาะสมเลยของเธอ

 

เขาจะแก้แค้นเธอเรื่องนี้แน่ ถึงเขาจะพยายามจนตายก็ตาม!

 

และบางที ถ้าเกิดว่าเขาไม่ได้เหนื่อยเหลือเกินล่ะก็ เขาก็จะเห็นใครบางคนคัดลอกงานของเขาและเก็บฉบับที่คัดลอกไป จากนั้นดวงตาอันไม่เท่ากันที่จ้องมองอย่างระแวงนั้นก็หันกลับไปมองบทเรียนที่แฮร์รี่ได้รับ พิจารณาเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งฟังเพื่อนสาวของเขาอย่างใกล้ชิด

 

มันมีเรื่องบางอย่างประหลาดเกี่ยวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์จริงๆด้วย...

 

Xxx

 

บิล วีสลีย์กำลังได้พักเที่ยงสักที วันนี้เป็นวันที่หนักหนาอยู่ พวกเขาทำลายม่านพลังของห้องนิรภับไปกว่าโหลและก็เริ่มวางม่านพลังใหม่อีกครั้ง นี่เป็นมาตรการป้องกันภัยของกริงก็อตส์ ทุกหกหรือเจ็ดเดือนนั้นม่านพลังของห้องนิรภัยจะถูกเปลี่ยน บางครั้งแค่เพิ่มเติมม่านพลังที่มีอยู่แล้ว บางครั้งพวกก็อบลินก็ย้ายทรัพย์สินในห้องนิรภัยไปไว้ในห้องอื่นที่เตรียมเอาไว้และก็ทำลายม่านพลังทิ้งทั้งหมด เพื่อที่จะวางม่านพลังที่แตกต่างไปจากเดิมอีกครั้ง

 

อย่างน้อยการเปลี่ยนแปลงที่บ่อยครั้งก็ทำให้พวกโจรขโมยเข้าไปในห้องนิรภัยได้ยากมาก

 

แต่มันก็หนักหนาเหลือเกินในการทำลายม่านพลังทิ้ง – โดยเฉพาะม่านพลังที่แข็งแกร่งของจ้าวอาคมก็อบลิน[2]

 

อ่า แต่บิลก็เลือกงานของเขาเอง ดังนั้นเขาบ่นไม่ได้หรอก

 

“กำลังพักเที่ยงอยู่หรือ เจ้าหนุ่ม?”  เสียงหนึ่งดังขึ้นและบิลก็หันหน้าออกจากมื้ออาหารที่ทานไปงั้นในร้านหม้อใหญ่รั่วเพื่อมองยังคนที่พูด

 

“มู้ดดี้” เขาทัก “คุณมาทำอะไรหรือ?”

 

บิลรู้ว่ามือปราบมารขี้ระแวงคนนี้จะไม่เริ่มบทสนทนากับเขาเฉยๆถ้าหากเขาไม่ต้องการอะไรหรือว่าไม่อยากบอกอะไรกับบิล

 

“ฉันมีบางอย่างอยากให้ดูให้หน่อย” มู้ดดี้เอ่ย “ฉันอยากรู้ว่าเธอคิดอย่างไรกับมัน”

 

บิลขมวดคิ้วแต่ก็ทำท่าบอกให้มู้ดดี้เอาของที่ว่าให้ดู

 

อดีตมือปราบมารดึงเอากระดาษยับๆออกมาแผ่นหนึ่งแล้ววางมันลงบนโต๊ะ

 

“บอกฉันว่าเธอเห็นอะไร” ชายขี้ระแวงสั่ง “ฉันรู้ว่าการคำนวณพวกนี้มันไม่ได้ทำส่งๆ แต่ฉันไม่ได้เรียนวิชาตัวเลขมหัศจรรย์เกินปีห้าไป”

 

บิลกลับด้านกระดาษมามอง

 

ตอนแรกรอยขีดเขียนข้างหนึ่งของกระดาษดูเหมือนเป็นแค่การวาดรูปเล่นเฉยๆ แต่เมื่อบิลลองวิเคราะห์การคำนวณที่ปรากฏอยู่บนกระดาษเขาก็เริ่มคิดว่ามันเป็นอะไรที่มากกว่านั้น

 

“นั่นเป็นม่านพลัง” เขาเอ่ยออกมาในที่สุด ประหลาดใจนิดหน่อยกับคำตอบของตัวเอง เขาไม่มั่นใจว่าเขากำลังมองดูอะไรอยู่จนกระทั่งเขาพูดมันออกมาเสียงดัง

 

“ม่านพลัง?” มู้ดดี้ทวน มองมันดูอีกรอบ

 

บิลพยักหน้าและชี้ไปที่รอยขีดเขียนพวกนั้น

 

“พวกนี้คือรูนส์ต่างๆ ผมไม่รู้ตัวอักษรแต่ผมรู้ว่ามันต้องเป็นรูนส์ การคำนวณพวกนี้คือตำแหน่งที่รูนส์จะอยู่ในม่านพลังที่ยังไม่เสร็จนี้”

 

“ม่านพลังนี้จะทำอะไรถ้าเกิดว่ามันถูกวางไว้?” มู้ดดี้มองไปที่แผ่นกระดาษด้วยสายตาแปลกประหลาด

 

บิลขมวดคิ้วและมองดูการคำนวณพวกนั้นอีกรอบ เขาอ่านรูนส์ไม่ออกดังนั้นเขาจึงไม่สามารถบอกได้ว่ามันหมายถึงอะไร – การเดาประโยชน์ใช้งานของม่านพลังที่ยังไม่เสร็จสิ้นโดยใช้แค่สมการคำนวณและรูนส์ที่ไม่อาจทำความเข้าใจได้นั้นเป็นเรื่องยาก

 

“ผมไม่มั่นใจเท่าไร” เขาตอบออกมาในที่สุด “ผมอ่านรูนส์ไม่ออกดังนั้นมันจึงยากที่จะเดาว่าม่านพลังนี้เอาไว้ทำอะไร”

 

“งั้น...ม่านพลังนี้ก็สามารถเอาไปใช้ทำร้ายคนได้?” มู้ดดี้ฟังดูหนักใจจริงๆตอนที่เขาถามอย่างนั้น

บิลกะพริบตาและมองดูสมการคำนวณอีกครั้ง

 

“ไม่ครับ” เขาตอบตามจริง “ไม่มีทางที่ม่านพลังนี้จะเป็นอันตรายกับใคร”

 

“ฉันคิดว่าเธอไม่สามารถบอกได้เสียอีกว่าอะไรคือจุดประสงค์ของม่านพลังนี้” มู้ดดี้

 

“ผมทำไม่ได้ครับ” บิลตอบ ไม่ได้ยี่หระ “ผมต้องมีความรู้เรื่องภาษาที่ใช้และความหมายของรูนส์เพื่อให้แน่ใจว่าม่านพลังจะทำอะไรกันแน่ แต่สมการพวกนี้ทำให้ผมเดาอย่างมีหลักการได้ว่ามันอาจจะใช้ทำอะไร”

 

“แล้วสมการไม่กี่สมการทำให้เธอเดาอย่างนั้นได้อย่างไร?”

 

“ง่ายๆ มันมีสมการที่เขียนอยู่ตรงนี้ที่ใช้คำนวณการวางตำแหน่งรูนส์เกราะป้องกัน ผมไม่รู้ว่ารูนส์เกราะอันไหนที่ใช้คำนวณ แต่ผมรู้ว่ารูนส์เกราะถูกคำนวณ – และรูนส์เกราะนั้นไม่สามารถใช้ในจุดประสงค์ชั่วร้ายได้”

 

“งั้น...ไม่มีการทำร้าย ทำให้เสียแขนขา หรือฆ่า?” มู้ดดี้ถามด้วยคิ้วที่เลิกขึ้นสูง

 

“ใช่ครับ ไม่มีการทำร้าย ทำให้เสียแขนเสียขา หรือฆ่าใครทิ้ง” บิลตอบ “ถ้าผมต้องเดา ผมคิดว่าม่านพลังนี้เป็นตัวตรวจจับอะไรสักอย่าง มันยังไม่สมบูรณ์พร้อมมันเลยเป็นแค่การเดากว้างๆแต่ว่าการเริ่มต้นที่จะมีการทำร้าย การทรมานหรือตัวตรวจจับที่จะทำอะไรชั่วร้ายไม่สามารถอ่านได้จากการคำนวณนี้...” บิลชี้จุดหนึ่งของสมการที่เต็มไปด้วยตัวแปรให้ดู

 

“ใครก็ตามที่เขียนและคำนวณม่านพลังนี้ต้องการข้อมูลอีกมากกว่าเขาจะคิดใช้ม่านพลังนี้ที่ไหน”

 

มู้ดดี้ก้มลงมองดูแผ่นกระดาษ

 

“ถ้าฉันบอกเธอว่าคนเขียนกระดาษแผ่นนี้อยู่ที่ฮอกวอตส์ – นั่นจะทำให้เธอตีความหมายของม่านพลังนี้เปลี่ยนไปหรือเปล่า?” เขาถามบิลในที่สุด บิลแค่ส่ายหัวให้

 

“ไม่ว่าม่านพลังนี้จะถูกใช้ที่ไหนก็ตาม – มันไม่สามารถใช้เป็นอะไรได้นอกจากเป็นเกราะป้องกันจากความชั่วร้ายหรือว่าตรวจจับความชั่วร้าย มันไม่มีอย่างอื่นที่คุณสามารถทำได้ด้วยการคำนวณเหล่านี้ – แม้ว่าคุณจะเติมอะไรไปอีกเป็นโหลจากที่มีอยู่ก็ตาม”

 

“งั้นมันก็เป็นแค่ม่านพลังเกราะหรือม่านพลังตรวจจับทั่วไปหรือ?” มู้ดดี้ถาม ตอนที่เป็นมือปราบมารเขาได้เห็นม่านพลังอย่างง่ายทั้งสองหมวดมาแล้ว แต่เขาไม่เคยคิดเลยว่ามันต้องใช้การคำนวณมหาศาลในการสร้างมันขึ้น

 

“ไม่” บิลตอบตามจริง “ม่านพลังนี้อาจเป็นม่านพลังเกราะหรือม่านพลังตรวจจับ – แต่มันไม่ใช่ม่านพลังทั่วไปแน่ๆ นี่ – “ บิลเคาะนิ้วชี้ของเขาลงบนแผ่นกระดาษเพื่อเน้นย้ำคำพูดของเขา “...เป็นหนึ่งในม่านพลังที่ซับซ้อนที่สุดที่ผมเคยเห็นมาจนกระทั่งตอนนี้ มันเทียบกับม่านพลังที่ก็อบลินใช้สำหรับห้องนิรภัยของหัวหน้าตระกูลได้ง่ายๆเลย มันเฉพาะเจาะจงมาก และการที่มันเฉพาะเจาะจงนี่แหละคือสิ่งที่ทำให้มันซับซ้อน”

 

“เฉพาะเจาะจง? ในทางไหน?”

 

บิลยักไหล่

 

“ผมบอกไม่ได้” เขาตอบ “ผมต้องอ่านรูนส์ได้เพื่อที่จะบอกคุณ”

 

“มีอย่างอื่นที่เธอสามารถบอกได้อีกไหม?”

 

บิลยักไหล่อีกรอบ

 

“ไม่มากครับ ใครก็ตามที่เขียนมันขึ้นมารู้ดีเลยว่าเขาหรือเธอกำลังทำอะไรอยู่ การคำนวณพวกนี้มันแม่นยำและตรงประเด็น – มือใหม่ส่วนใหญ่จะมีรูนส์ที่ไม่จำเป็นมากมายในวงแหวนรูนส์หรือเส้นสายรูนส์ นั่นจะไม่เปลี่ยนแปลงโดยปราศจากเวลาและการฝึกฝน เส้นสายรูนส์เหล่านี้ – “ บิลชี้ไปยังรูนส์ที่ไม่คุ้นตา “...แม่นยำและตรงประเด็น ใครก็ตามที่คำนวณมันออกมาเคยทำม่านพลังอื่นมาก่อนแน่นอน และผมไม่ได้พูดถึงม่านพลังง่ายๆแต่เป็นม่านพลังแบบกริงกอตส์ กระทรวงเวทมนตร์หรือแม้กระทั่งฮอกวอตส์ด้วยซ้ำ”

 

“ฮอกวอตส์?”

 

บิลยักไหล่

 

“ผมไม่เคยกลับไปที่ฮอกวอตส์หลังจากจบเรียนจบจากที่นั่นและจบหลักสูตรเป็นผู้แก้คำสาปเลย ดังนั้นผมไม่เคยเห็นม่านพลังของฮอกวอตส์ในฐานะผู้แก้คำสาปมาก่อน เพราะอย่างนั้นผมเลยบอกไม่ได้” เขาตอบตามความจริง “แต่มันต้องพอๆกับม่านพลังของกระทรวงเป็นอย่างน้อยล่ะ อย่างไรมันก็มีเหตุผลอยู่ว่าทำไมฮอกวอตส์ถึงได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ที่ปลอดภัยที่สุดในโลกเวทมนตร์บริติชแห่งนี้”

 

มู้ดดี้พยักหน้าและเอาแผ่นกระดาษกลับไป

 

ม่านพลังป้องกันหรือม่านพลังตรวจจับ...

 

“เจ้าตัวปลอมนั่นเล่นอะไรอยู่?” มู้ดดี้รำพึงอย่างเงียบงัน

 

มันไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยคิดมาก่อนเลย...

 

“ขอบใจมาก” เขาบอกกับบิลแล้วก็จากไป

 

มู้ดดี้จะนั่งคิดไปตลอดวันเกี่ยวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ - หรือ คนที่กำลังพยายามทำตัวเป็นเด็กนั่นมากกว่า

 

Xxx

 

อาเธอร์ วีสลีย์จ้องมองจดหมายที่เขาได้รับเมื่อเช้านี้ เขาอ่านมันมาทั้งวันแล้ว ไม่มั่นใจว่าควรทำอย่างไรดี

 

“ผมกลับมาแล้ว” แว่วเสียงลูกชายคนโตของเขา

 

บิลกำลังมารับผิดชอบโครงการหนึ่งอยู่ในบริเทน เขาจึงกลับมาอยู่บ้านในช่วงนี้ และเขาก็ไม่ใช่เพียงคนเดียว ชาร์ลีเองก็กลับมาด้วย - เขาอยู่ในช่วงหยุดงานเป็นเวลาหนึ่งเดือน เลยกลับมาบ้านพบปะครอบครัว

 

“มีใครอยู่บ้านไหม?”

 

“พ่ออยู่ในครัว” อาเธอร์ตอบไป ยังคงนั่งจับและปัดจดหมายฉบับนั้นไปมา

 

เขาควรทำอย่างไร?

 

“หวัดดีครับ พ่อ!” บิลทักทาระหว่างที่เดินเข้ามาในครัว

 

“สวัสดี บิล” เขาตอบกลับไปแบบไม่ค่อยมีกะจิตกะใจเท่าใดนัก

 

“พ่อ? เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?” บิลหยุดเมื่อพ่อของเขาไม่ได้ตอบกลับมาเหมือนอย่างที่เคยทำ

 

“เหอ? โอเค ดี...ทุกอย่างเรียบร้อยดี” อาเธอร์ตอบ ยังคงเพ่งมองจดหมายที่ว่า

 

“พ่อไม่ได้ฟังดูเหมือนว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีเลยนะ” บิลตอบแบบระแวดระวัง

 

แทนคำตอบ อาเธอร์ถอนหายใจ

 

“พ่อได้จดหมายมาฉบับหนึ่งวันนี้” เขาบอกออกไปในที่สุด “ไม่มั่นใจว่าควรตอบอะไรไป...”

 

“ให้ผมดูได้ไหม?”

 

ถ้าเกิดว่ามันเป็นงานของเขา มันอาจจะมีข้อห้ามไม่ให้คนที่ทำงานในกระทรวงหรือกระทั่งเกี่ยวกับงานนี้ดูหรือกระทั่งรู้ด้วยซ้ำ

 

อาเธอร์เหวี่ยงจดหมายไปให้ลูกชายของเขา

 

“มันจ่าหน้าถึงลูกกับชาร์ลีด้วย” เขาว่า “แน่นอนว่าลูกดูได้”


บิลรับจดหมายไปและเปิดอ่าน           


Xxx


ถึง ผู้นำตระกูลวีสลีย์ ทายาทและบุตรคนที่สอง    


ลูกหลานแห่งตระกูลวีสลีย์ เธอได้ใช้ชีวิตอยู่เป็นเกียรติเป็นศรีแก่บรรพบุรุษ เธอได้อยู่อย่างหาญกล้า เธอได้ใช้ชีวิตตามแบบอุดมการณ์โดยแท้จริง เธอได้ปฏิบัติตามวิถีทางแห่งบรรพบุรุษ เราประกาศว่าเธอเป็นลูกหลานของบุตรีที่รักยิ่งแห่งตระกูลเรา เช่นนั้นเราจะทำนุบำรุงแลอุ้มชู ให้ความช่วยเหลือในยามที่เธอต้องการ เธอนั้นได้รับคำเชิญเข้าสู่ตระกูลของเรา

 

ลูกหลานของตระกูลพรีเว็ตต์ที่สิ้นสูญ สมาชิกของเธอได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอมีความกล้าหาญที่จะใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาดและเปี่ยมเล่ห์ แลได้พิสูจน์ว่ามีความองอาจในการยืนหยัดเคียงข้างพันธมิตรทั้งหลายของเธอ เราประกาศว่าเธอเป็นลูกหลานของบุตรคนรองผู้เป็นที่รักยิ่งแห่งตระกูลเรา เช่นนั้น เราจะกู้คืนสิทธิของเธอและนำเธอกลับสู่ที่ที่เป็นของเธอโดยชอบธรรม เธออยู่ภายใต้ตระกูลของเราและเราจะดูแลเธอเป็นลูกหลานของเราเอง

 

เราขอเชิญเธอกลับมาสู่ตระกูลของเรา

 

ตอบรับคำเพรียกหาของเรา ลูกหลานแห่งตระกูลเรา และกลับมายังที่ที่เป็นของเธอโดยชอบธรรม

 

รอก่อน เราจะพาเธอกลับบ้านในวันเสาร์นี้ยามเที่ยงคืน

 

เราสาบานด้วยจิตวิญญาณและเวทมนตร์ของเราว่าเธอนั้นจะปลอดภัยจนกว่าจะกลับมา

 

ผู้นำตระกูล

 

Xxx

 

“การเรียกตัว?” บิลถามอย่างอัศจรรย์ใจ

 

เขาเคยได้ยินการเรียกตัวเหล่านี้มาบ้าง ปกติอะไรแบบนี้จะเกิดกับตระกูลใหญ่ วีสลีย์นั้นไม่มีซึ่งอำนาจและเพราะอย่างนั้น จึงไม่ใช่พันธมิตรที่น่าสนใจนัก

 

แต่จดหมายฉบับนี้ไม่เกี่ยวกับพันธมิตรใดๆ มันเกี่ยวข้องกับครอบครัว

 

ดังนั้นมันจึงไม่อาจใช่การเรียกตัวธรรมดา บิลรู้แค่เพียงอย่างเดียวที่จะทำให้ตระกูลวีสลีย์ได้รับจดหมายเรียกตัวได้

 

“มหาตระกูล (Grand Family)?!” บิลพูด ยังคงจ้องมองจดหมาย “แม่เป็นลูกหลานของบุตรคนรองของมหาตระกูล?!

 

มหาตระกูลคือตระกูลใหญ่ที่มีตระกูลสาขา มันมีเหตุการณ์เดียวที่จะเกิดอะไรแบบนี้ขึ้นได้ คือบุตรทีไม่ใช่คนโตแต่งงานกับบุตรีที่เป็นทายาทของตระกูลอื่น บุตรที่แต่งออกไปจะใช้ชื่อเจ้าสาว แต่จะยังคงภักดีต่อตระกูลของเขาเอง เมื่อเป็นเช่นนั้น ตระกูลสาขาจึงเกิดขึ้นมาและเป็นพันธมิตรกับมหาตระกูลและได้รับการปกป้องจากตระกูลใหญ่ พันธมิตรแบบนั้นไม่อาจลบล้างได้และมันจะคงอยู่ไปจนกระทั่งตระกูลสาขาได้ตัดขาดกับมหาตระกูลหรือจนกว่าความสัมพันธ์นั้นจะถูกลืมเลือนไปตามกาลเวลา นานมาแล้ว มหาตระกูลนั้นมีอยู่มากมายแต่ความสัมพันธ์นั้นถูกลืมเลือนไปสิ้นหรือถูกตัดขาดไปจนไม่เหลือ ตอนนี้จึงไม่มีมหาตระกูลเหลืออยู่มากนัก

 

บิลรู้อยู่แค่ไม่กี่ตระกูล

 

ตระกูลฟัดจ์เป็นหนึ่งในนั้น อีกหนึ่งคือดัมเบิลดอร์ มันยังมีข่าวลือเกี่ยวกับตระกูลโอลิแวนเดอร์และความสัมพันธ์ที่มีต่อเลิฟกู้ด แต่ข่าวลือนั้นไม่ได้ถูกพิสูจน์หรือปฏิเสธโดยทั้งสองตระกูล

 

อย่างไรก็ตาม มหาตระกูลนั้น ระหว่างที่มีประโยชน์มากสำหรับตระกูลที่เป็นพันธมิตรกัน ก็เกิดขึ้นน้อยเอาเสียมากๆ บิลเคยได้ยินเกี่ยวกับมันมาเพราะว่าเขาทำงานอยู่ที่กริงกอตส์ และความเป็นพันธมิตรระหว่างแกรนด์แฟมิลี่และตระกูลสาขาไม่ใช่เพียงแค่ทางการเมืองเท่านั้นแต่ยังรวมด้านการเงินด้วย แต่บิลไม่เคยคิดเลยว่าครอบครัวของเขาจะเป็นส่วนหนึ่งของมหาตระกูล

 

และการเป็นส่วนหนึ่งนั้นเป็นประโยชน์มากแก่ตระกูลที่ด้อยกว่าหรือตระกูลรอง มหาตระกูลนั้นดูแลผู้อยู่ใต้ปกครอง กระทั่งตระกูลที่ร่ำรวยและทรงอิทธิพลที่สุดยังไม่อาจบอกปัดคำเชิญแบบนี้โดยไม่คิดใคร่ครวญให้ดีเสียก่อนได้

 

“พ่อควรทำอย่างไรดี บิล?” อาเธอร์ถามลูกชายคนโตของเขา

 

“เราควรไปครับ” บิลตอบทันที “เราไม่รู้ว่าตระกูลไหนเรียกเราไป – และเราจะไม่รู้จนกว่ามันจะถูกประกาศต่อหน้าวินเซ็นกาม็อต – แต่เราปฏิเสธคำเชิญแบบนั้นไม่ได้ แค่ตัวเลือกของการเป็นส่วนหนึ่งของมหาตระกูลก็สามารถช่วยเราได้แล้ว...”

 

“พ่อไม่คิดว่าอัลบัสจะชอบมัน” อาเธอร์ถอนหายใจ

 

คราวนี้บิลเม้มปากแน่น

 

เขาเคารพอาจารย์ใหญ่นะ จริงๆ แต่...บางครั้งบิลก็รังเกียจชายคนนั้นเหลือเกิน แน่นอนว่าอาจารย์ใหญ่นั้นรอบรู้และก็เห็นอะไรมามากมาย แต่บิลไม่อาจลืมได้ว่าแม้อาจารย์ใหญ่จะอยู่มานานกว่าพวกเขา เขาก็ยังคงเป็นมนุษย์ บิลเคยได้ยินถึงก็อบลินอายุกว่าสองร้อยปีที่ถูกไล่ออกด้วยเหตุผลว่าไม่เคารพหลังจากทำงานบัญชีมากว่าร้อยปีแล้ว ถ้าก็อบลินอายุเท่านั้นยังทำผิดได้ อาจารย์ใหญ่เองก็ไม่ต่างกันหรอก

 

และนี่เป็นเรื่องในครอบครัว

 

โอ บิลมั่นใจว่าอัลบัส ดัมเบิลดอร์จะให้คำแนะนำแก่พ่อของเขาแน่ถ้าถาม อัลบัส ดัมเบิลดอร์จะบอกให้พวกเขาไม่รับโอกาสนี้ อย่างไรตระกูลนี้ก็ยังคงเป็นปริศนาและก็จะยังคงเป็นต่อไปจนกว่าจะประกาศตนต่อหน้าวินเซ็นกาม็อต จนกว่าจะถึงตอนนั้น วีสลีย์จะตัดสินใจเข้าร่วมหรือตัดขาดจากตระกูลได้เพราะว่าเหล่าคนที่จะเป็นคนในมหาตระกูลเช่นเดียวกัน

 

อัลบัส ดัมเบิลดอร์จะไม่ยอมให้ผู้นำตระกูลวีสลีย์เสี่ยง แต่บิลรู้ว่าการเสี่ยงนี้อาจคุ้มค่า

 

“และผมไม่คิดว่าพ่อควรบอกเขาด้วย” บิลเอ่ยออกไปในที่สุด ท้าทายให้พ่อของเขาไม่ทำตามผู้นำฝ่ายแสงสว่างในรอบนี้ “นี่เป็นเรื่องในครอบครัว เขาไม่จำเป็นต้องรู้ถึงคนที่อาจเป็นพันธมิตรกับเรา เขาไม่มีสิทธิ์รู้ด้วยซ้ำ”

 

บิลรู้ว่าเขาฟังดูเหมือนกับว่าต่อต้านดัมเบิลดอร์นิดหน่อย แต่เขาเกลียดการที่ชายชรานั่นมายุ่งวุ่นวายจัดการครอบครัวของเขาให้เป็นไปตามที่เขาต้องการจริงๆ และคราวนี้ เขาสามารถเอ่ยปากต่อต้านออกมาได้โดยที่ไม่ดูเหมือนกับว่าเขาเกลียดชายคนนั้นแล้ว – เพราะว่าเขาไม่ได้เกลียดจริงๆ เขาเคารพอาจารย์ใหญ่ เขาแค่ทนการชักใยของชายชราไม่ได้!

 

ความเงียบนั้นเป็นคำตอบ

 

ชั่วขณะหนึ่ง บิลกังวลว่าพ่อของเขาจะมีปฏิกิริยาอย่างไร แต่เมื่อบิดาของเขาเงยหน้าขึ้นมาบิลก็ยินดีที่เขาตัดสินใจบอกพ่อไปตรงๆว่าดัมเบิลดอร์ไม่มีสิทธิ์มายุ่งวุ่นวายอะไรกับพวกเขา

 

“ลูกพูดถูก” อาเธอร์ตอบหลังจากเงียบไปอีกหนึ่งนาที “นี่เป็นเรื่องในครอบครัว เรียกน้องลูกมาแล้วบอกให้เขาเตรียมตัว เราจะออกไปวันเสาร์”

 

บิลยิ้มและก็เดินออกไปทำตามที่บอก

 

เขาสนใจมากจริงๆว่าตระกูลใดกันที่ตัดสินใจเชิญพวกเขาเข้าไป – และถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้รับอนุญาตให้ทราบนามของตระกูลจนกว่ามันจะถูกประกาศเบื้องหน้าวินเซ็นกาม็อต พวกเขาก็ยังจะได้รู้จักกับผู้นำตระกูลก่อนอยู่

 

บางที แค่บางที บิลอาจจะรู้ตัวตนของเขาก็ได้...

 

Xxx

 

วันหนึ่งหลังการเรียนวิชาตัวเลขมหัศจรรย์แบบไม่เป็นทางการไปนั้น แฮร์รี่เหนื่อยล้ามากและก็ไม่สามารถมีสมาธิในคาบเรียนได้เลย เขาอยู่จนดึกดื่นหลังจาก บทเรียนของเขาเพื่อสร้างม่านพลังต่อ การที่เขาพบว่ามีคนลอบนำแผ่นกระดาษของเขาไปคัดลอกตอนไหนก็ไม่รู้ของเมื่อวานนั้นไม่ได้ทำให้เขาอารมณ์ดีขึ้นเลยแม้แต่น้อย

 

แฮร์รี่ลงคาถาบนกระดาษไว้ให้มันบอกถ้าเกิดว่ามีคนมาคัดลอกมันไป – และกระดาษที่มีม่านพลังของเขาก็ส่งสัญญาณว่าอย่างนั้น แฮร์รี่แค่บอกไม่ได้ว่าใครเป็นคนทำ

 

“อย่างน้อยมันก็ยังไม่เสร็จสมบูรณ์ดี” เขาคิดกับตัวเอง “ผังม่านพลังจะต่างออกไปมากพอที่ฉบับที่คัดลอกไปจะไม่เป็นประโยชน์กับใครก็ตามที่ได้มันไป...”

 

ถึงอย่างไร มันก็ยังน่ากังวลอยู่ดี

 

ดังนั้นแทนที่จะได้นอนเขาเลยทำงานสร้างม่านพลังของเขาต่อไปก่อนจะซ่อนกระดาษไปในที่สุด รอบนี้มันคงไม่ถูกคัดลอกแล้วนะ! เขามีเรื่องมากมายพอแล้วโดยที่ไม่ต้องมาเพิ่มน้ำหนักงานบนบ่าของเขาโดยการมานั่งคิดร่างแหคาถาป้องกันความปลอดภัยให้กับผังม่านพลังของเขา!

 

แต่เขาก็เพิ่มคาถาป้องกันง่ายๆเข้าไปหนึ่งอันอยู่ดีคืนนั้น ก่อนที่เขาจะทิ้งตัวลงบนเตียงตอนตีสี่ห้าสิบในยามเช้า

 

เมื่อเขาตื่นขึ้นมาเขาก็ยังคงเหน็ดเหนื่อยอยู่ แต่เขาก็ลุกขึ้นมาอยู่ดีและลงไปทานอาหารเช้าหลังจากออกกำลัง แน่นอนว่าแฮร์รี่คนเก่าไม่มีทางมาทำกิจวัตรอะไรแบบนี้แน่ แต่แฮร์รี่ไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่ได้โดยปราศจากมัน เขาฝึกฟันดาบก่อนทานอาหารเช้ามานานมากแล้ว

 

เขาจึงออกไปจากหอคอย ฝึกอยู่ในห้องเรียนที่ไม่ได้ใช้งาน กลับมา อาบน้ำแล้วก็ปลุกรอนเหมือนอย่างที่เคยทำ พวกเขาทานอาหารเช้าด้วยกันกับเฮอร์ไมโอนี่ และหลังจากนั้นก็เดินไปเรียนวิชาแปลงร่าง

 

มันมีเหตุการณ์ที่เกือบจะเรียกได้ว่าเป็นหายนะเกิดขึ้น

 

เนื่องจากว่าเขาไม่ได้หลับได้นอน จึงมีอาการหัวตื้อในตอนเช้าดังนั้นแทนที่จะ ดิ้นรนกับคาถาใหม่เหมือนที่ทำปกติ เขาแค่ทำมันได้อย่างง่ายดาย – โดยไม่เอ่ยคาถา

 

ชั่ววินาทีหนึ่งเขาจ้องมองผลงานคาถาที่เสร็จสมบูรณ์อย่างโง่งม - ชุดน้ำชาสมบูรณ์พร้อมกับลายตารางหมากรุก – ก่อนที่สมองของเขาจะเกิดอาการคิดทันขึ้นมาและเขาก็ย้อนคาถาอย่างเร่งรีบให้มันกลับเป็นนกกาอย่างที่มันเคยเป็น

 

“แฮร์รี่! นี่เธอเพิ่งเสกคาถาได้ทันทีเลยหรือ?” เฮอร์ไมโอนี่ถาม มองนกกาของเขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง

 

แฮร์รี่อยากจะร้องจริงๆ

 

“อะไรนะ?” เขาถามออกมาแทนและก็ส่ายหัว “ฉันยังไม่ได้ลองเสกดูเลย...”

 

เป็นคำปดที่น่าสมเพช - แต่เขาคิดอย่างอื่นไม่ออกแล้ว

 

เฮอร์ไมโอนี่จ้องเขานิ่ง ดวงตาคิดคำนวณ

 

“เธอมั่นใจนะว่านกของเธอไม่ใช่ชุดน้ำชาเมื่อสักครู่นี้?” เธอถามเขา

 

“ไม่ ฉันมั่นใจว่ามันเป็นชุดน้ำชาอยู่เมื่อกี้” แฮร์รี่ตอบเธอไปตามความจริง “ฉันแค่บอกเธอว่าฉันไม่ได้เสกคาถา”

 

เฮอร์ไมโอนี่เลิกคิ้วของเธอขื้น

 

“แต่ฉันเห็นเธอสะบัดไม้กายสิทธิ์” เธอบอก

 

“ก็ใช่” แฮร์รี่ว่า “ฉันอยากจะฝึกสะบัดไม้ดูก่อนจะลองเสก แต่ฉันสาบานได้ ฉันไม่ได้พูดคาถาออกมาสักหน่อย!

 

ซึ่งก็เป็นความจริง อย่างไรก็ตามที...

 

“แล้วอย่างไรกัน...”

 

“ไม่รู้ ฉันเหนื่อยเกินกว่าจะมาหาคำอธิบายแล้ว” แฮร์รี่ตอบอย่างอ่อนล้า “เธอคิดดูเองแล้วกัน – เธอเป็นคนฉลาดในกลุ่มของเรานี่นา!

 

เฮอร์ไมโอนี่ร้องหึ แต่ดวงตาของเธอพลันแสดงความหวั่นวิตกขึ้นมา

 

“แฮร์รี่ เธอไม่เป็นอะไรใช่ไหม?” เฮอร์ไมโอนี่ถามเขาออกมาในที่สุดอย่างลังเล

 

“เอ่อ...ใช่ สบายดี” แฮร์รี่ตอบ

 

“เธอไม่ได้ดูเหมือนสบายดีนะ ถ้าจะให้พูดตามจริง ตั้งแต่ไม่กี่วันก่อนเธอดูเหมือนกับว่าความตายเดินเหยียบเธอมาเลย” เฮอร์ไมโอนี่บอก “และอย่าทำเหมือนกับว่าเธอสบายดี ฉันจับตาดูเธอตั้งแต่ตอนเปิดเทอมแล้ว แฮร์รี่ – มีบางอย่างเกี่ยวกับเธอที่แปลกไป!

 

“ฉันสบายดี เฮอร์ไมโอนี่” แฮร์รี่บอก “แค่เหนื่อยน่ะ”

 

“แน่นอนสิว่านายเหนื่อย” รอนร้องหึ “นายออกจากหอทุกคืนตั้งแต่วันพุธแล้ว และก็กลับมาก่อนคนอื่นจะตื่นแค่แปปเดียว นายไปไหนมาตอนกลางคืนน่ะ? นายทำอะไรอยู่หรือ?”

 

แฮร์รี่มองเพื่อนของเขา เขาไม่ได้คิดมาก่อนว่าเพื่อนของเขาจะช่างสังเกตุขนาดนี้

 

“ฉัน...ไม่มีอะไรหรอก” ในที่สุดเขาก็ตอบออกไปอย่างเหนื่อยอ่อน เขาไม่พร้อมจะโกหกในตอนนี้

 

รอนทำเพียงแค่ร้องหึออกมา

 

“เราเป็นเพื่อนสนิทกันนะ แฮร์รี่! ได้โปรด บอกมาเถอะ – เมอร์ลิน อะไรกำลังรบกวนเธออยู่หรือตอนนี้?” เฮอร์ไมโอนี่ว่า

 

“ไม่มีอะไรหรอก ฉันสบายดี”

 

“เธอไม่สบายดี”

 

“ขอล่ะ...” ในตอนนั้นเองศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็เดินมาและพวกเขาก็หยุดคุยกัน แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเพื่อนของเขาจะยอมปล่อยให้มันตกไป พวกเขารอจนกระทั่งหมดคาบเรียนแล้วจึงมารบเร้าเขาอีกรอบ

 

“แฮร์รี่! เราเป็นเพื่อนของเธอไง ดังนั้นได้โปรด บอกมาเถอะว่ามีเรื่องอะไรกันแน่!” เฮอร์ไมโอนี่พูด

 

“ไม่มีอะไรจริงๆ” แฮร์รี่ย้ำคำเดิม

 

“นั่นไม่ใช่ไม่มีอะไรแน่ๆ!

 

“ถ้าเธอคิดอย่างนั้น” แฮร์รี่ตอบออกไปในที่สุดและก็ลุกขึ้นยืน “ฉันจะไปนอนล่ะ ต้องนอนสักหน่อยไม่งั้นได้หลับตอนโดนกักบริเวณวันนี้แน่”

 

และเขาก็เดินออกจากห้องเรียนไปทั้งอย่างนั้น

 

Xxx

 

เฮอร์ไมโอนี่ยืนอยู่หน้ารูปปั้นการ์กอยล์ที่ยืนเฝ้าห้องทำงานของดัมเบิลดอร์อย่างเป็นกังวล ข้างๆเธอมีรอนยืนอยู่ด้วย ทั้งคู่กำลังมองไปที่รูปปั้นการ์กอยล์ตรงหน้า

 

“เธอคิดว่าเราควรจริงหรือ...?” รอนถามด้วยความลังเลใจ

 

“เราต้องทำ” เฮอร์ไมโอนี่บอก ยืดหลังตรง “ไม่มีตัวเลือกอื่นแล้ว เราไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า – ดัมเบิลดอร์เป็นหนึ่งในพ่อมดที่แข็งแกร่งที่สุดที่ยังมีชีวิตอยู่ ฉันมั่นใจว่าเขาจะรู้ถ้าเกิดมีอะไรจริงๆ”

 

“แต่...ถ้าเกิดว่า...”

 

“เราต้องทำ รอน – หรือเธออยากจะให้มันซ้ำกับตอนปีสองจริงๆหรือ?” เธอกำลังพูดถึงจินนี่และการครอบงำที่เธอได้ประสบในครานั้น

 

รอนส่ายหัวรัวๆ

 

“เอาล่ะ ไปกันเถอะ” เฮอร์ไมโอนี่พูดและก็ยกมือขึ้นเพื่อเคาะประตู ก่อนที่เธอจะได้แตะโดนรูปปั้นการ์กอยล์ มันก็เปิดทางให้พวกเขาเสียก่อน อีกครั้งเฮอร์ไมโอนี่และรอนสบตากัน และพวกเขาก็เหยียบไปบนบันไดที่กำลังเคลื่อนตัวไปยังห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ราวกับบันไดเลื่อนที่หมุนวน

 

ที่นั่นเอง เฮอร์ไมโอนี่เคาะประตู

 

“เข้ามาสิ คุณเกรนเจอร์ คุณวีสลีย์” อาจารย์ใหญ่เอ่ยและวัยรุ่นทั้งสองที่มีเรื่องรบกวนจิตใจก็เดินเข้าไป “ให้ฉันช่วยอะไรได้บ้างหรือวันนี้?”

 

“เอ่อ...” เฮอร์ไมโอนี่หันไปมองรอน รอนเองก็มองไปที่เฮอร์ไมโอนี่

 

“คือ...คือแฮร์รี่ค่ะ” เฮอร์ไมโอนี่บอกออกไปในที่สุด “เขาทำตัวแปลกไป”

 

ดัมเบิลดอร์เลิกคิ้วขึ้น

 

“แปลกไปหรือ คุณเกรนเจอร์?”

 

“ใช่ค่ะ” เธอตอบ “เขาไม่ได้ทำตัวเหมือนกับปีที่แล้ว”

 

“ช่วยขยายความที คุณเกรนเจอร์”

 

“อา...จู่ๆเขาก็รู้ในสิ่งที่เขาไม่เคยรู้มาก่อนค่ะ – อย่างวิชาปรุงยา เขาไม่ควรจะมีโอกาสได้เรียนรู้วิธีปรุงยาให้ได้สมบูรณ์แบบอย่างที่จู่ๆเขาก็ทำได้ระหว่างที่อยู่กับป้าของเขา แต่จู่ๆเขาก็รู้เกี่ยวกับมันมากกว่าหนูด้วยซ้ำ” เฮอร์ไมโอนี่อธิบาย “เขายังเลิกบอกเราเรื่องต่างๆด้วย บางทีเขาก็หายไปหลายชั่วโมงและตอนที่เขากลับมา เขาก็ไม่เคยบอกเราเลยว่าเขาไปไหนมา...”

 

“ฮะ” รอนว่า “แล้วเขาก็อ่านหนังสือ! และเขาก็คุยกับสลิธีริน!  สลิธีรินนะครับ ศาสตราจารย์! นั่นไม่ใช่แฮร์รี่! แฮรี่จะไม่คุยกับสลิธีรินอย่างนั้นแน่!

 

เฮอร์ไมโอนี่แค่พรูลมหายใจออกมาทางจมูก

 

“บางทีเขาอาจจะโตขึ้นแล้วก็ได้ รอน!” เธอบอกเขาอย่างเยือกเย็น “บางทีเขาอาจจะรู้แล้วก็ได้ว่าสลิธีรินเองก็คนเหมือนกัน!

 

“เฮอร์ไมโอนี่! เรากำลังพูดถึงสลิธีรินกันอยู่นะ! ไม่ใช่แค่สลิธีรินที่ไหนด้วย เรากำลังพูดถึงมัลฟอยกับลูกน้อง! นั่นไม่ใช่โตขึ้นแล้ว - นั่นเป็นอะไรที่ต่างออกไป!” รอนพูดความกังวลของเขาออกมา

 

เฮอร์ไมโอนี่อ้าปากจะโต้กลับแต่ก็หุบมันลงไป

 

“บางทีเธออาจจะพูดถูก” เธอยอมรับออกมาอย่างไม่เต็มใจ “บางทีมันก็แปลกจริงๆ...”

 

อัลบัส ดัมเบิลดอร์ไม่พูดอะไรเลย และรอให้เพื่อนทั้งสองของแฮรร์รี่พูดในสิ่งที่พวกเขาคิดออกมา เขาเองมีความกังวลอยู่บ้างเกี่ยวกับหมากของเขาตั้งแต่ตอนหน้าร้อน เด็กหนุ่มดูเหมือนจะแต่กต่างไปจากตอนต้นหน้าร้อน แน่นอนว่าแฮร์รี่ได้เห็นความตายของเซดริก ดิกกอรี่ต่อหน้าต่อตา และยังมีข้อเท็จจริงที่ว่าแฮร์รี่กำลังเติบโตขึ้นอยู่อีก แต่อย่างไรก็ตาม...อัลบัส ดัมเบิลดอร์ก็เคยคิดว่าเขาจะได้รับมือกับเด็กหนุ่มหัวร้อน - ไม่ใช่ผู้ใหญ่ที่พึ่งพาตัวเองได้แล้วที่ยังดูเหมือนเด็กอยู่!

 

แล้วก็มีเรื่องที่แม้ดอายมู้ดดี้มาหาเขาด้วย...

 

ขอบคุณสหายเก่าแก่ของเขา อัลบัส ดัมเบิลดอร์รู้แน่แล้วว่าแฮร์รี่กำลังค่อยๆถูกโวลเดอมอร์ครอบงำอย่างช้าๆ – การที่กระทั่งเพื่อนของเขายังรู้สึกได้เลยว่ามีเรื่องอะไรไม่ชอบมาพากลเกิดขึ้นนั้นยิ่งยืนยันการคาดเดาว่าแฮร์รี่ พอตเตอร์กำลังถูกครอบงำยิ่งขึ้นไปอีก

 

แน่นอนว่า อัลบัส ดัมเบิลดอร์วางแผนที่จะคุยกับเพื่อนของแฮร์รี่เพื่อยืนยันทฤษฎีของเขาอยู่ การที่พวกเขามาหาอัลบัสเองโดยไม่ต้องเรียกบอกอัลบัสว่าสถานการณ์กำลังย่ำแย่ขนาดไหน

 

“อา...หนูคิดเรื่องที่น่ากลัวที่สุดคงเป็นการที่จู่ๆแฮร์รี่ก็ไม่ยอมบอกอะไรเราอีกต่อไปแล้วค่ะ”

 

“ใช่” รอนพูด “เมื่อคืนเขาออกจากหอไปไหนไม่รู้...เขากลับมาตอนเช้ามืด ปกติเขาจะบอกเราแล้วว่าเขาไปไหนคืนนี้ – แต่เขาก็ไม่ได้บอก เขาไม่บอกเราด้วยซ้ำว่าเขาออกจากหอไปเมื่อคืน! เขาแค่ทำเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น!

 

“และอยู่ๆเขาก็สุภาพกับทุกคน!” เฮอร์ไมโอนี่เอ่ยพร้อมขมวดคิ้ว “เขาเรียกมัลฟอยว่า ทายาทมัลฟอยตอนที่เจอกันบนรถไฟ! เขาพูดถึง ศาสตราจารย์สเนปแทนที่จะเป็นแค่ สเนปและ...และ...และ...”

 

“ใช่!” รอนว่า “อย่างกับว่าจู่ๆเขาก็กินหนังสือเกี่ยวกับการเลี้ยงดูพวกเลือดบริสุทธิ์ลงไปหรืออะไรทำนองนั้นเลย” เขาทำหน้าตุๆตอนที่พูดอย่างนั้น “ผมไม่เข้าใจว่าเขาทนได้ยังไงที่จะต้องเป็นทางการแล้วก็คุยกับสลิธีรินดีๆ - โดยเฉพาะมัลฟอย!

 

คราวนี้ถึงตาอัลบัสขมวดคิ้วขึ้นบ้าง

 

เขารู้ถึงความกินแหนงแคลงใจกันระหว่างแฮร์รี่กับทายาทมัลฟอย เขาไม่สนับสนุนให้เป็นศัตรูแต่เขาเองก็ไม่ได้ทำอะไรเพื่อยับยั้งมันเช่นกัน เขาพอใจแล้วที่การไม่ลงรอยกันของเด็กสองคนนี้ทำให้แฮร์รี่ไม่ได้เป็นเพื่อกับลูกของผู้เสพความตายทั้งหลายและผู้สนับสนุนโวลเดอมอร์ การที่ตอนนี้พวกเขามาคุยกันดีๆแล้วเป็นเรื่องน่าวิตก – โดยเฉพาะเมื่ออัลบัสนับรวมพฤติกรรมประหลาดๆต่างๆที่เด็กหนุ่มแสดงออกมาให้เห็น

 

“และเขาก็ไม่เคยใช้หนังสือเรียนทำการบ้านอีกต่อไปแล้วด้วย!” เฮอร์ไมโอนี่ว่า “อืม...เขาใช้หนังสือตราบใดที่เราอยู่ใกล้เขา แต่หนูเองก็เคยเห็นเขาแค่เขียนเรียงความเกี่ยวกับสงครามก็อบลินลงไปเลยโดยที่ไม่ได้เปิดดูเนื้อหาอะไรเลยด้วย! แฮร์รี่เกลียดประวัติศาสตร์จะตาย! เขาเคยพยายามจะจำอะไรทั้งนั้น – แล้วอยู่ๆเขาก็มาเขียนเรียงความแบบไม่เปิดหนังสือเลยเนี่ยนะ?”

 

“แล้วจู่ๆเขาก็เรียนวิชาปรุงยาสบายๆเหมือนกับปลาว่ายน้ำเลย! เขาไม่ดูคำสั่งเลยสักครั้งด้วย!” รอนว่า

 

“ใช่แล้วค่ะ!” เฮอร์ไมโอนี่ร้อง “เขาช่วยเนวิลล์ด้วย! หนูได้ยินเขาสอนเนวิลล์ปรุงยาและก็วัตถุดิบต่างๆ บางอย่างที่เขาบอกหนูไม่รู้ด้วยซ้ำ – หนูไปหาดูแล้วทุกอย่างก็ถูกต้อง ถึงบางอย่างจะเป็นความรู้ที่ไม่ได้มีทั่วไปหรือว่าเป็นเรื่องซ้อนเร้นก็ตาม!

 

ตอนนี้อัลบัสกังวลขึ้นมาจริงๆแล้ว

 

แน่นอนว่าเขาคิดเรื่องการครอบงำมาโดยตลอดตั้งแต่อลาสเตอร์ มู้ดดี้บอกผลการไปจับตามองของเขามา – แต่ความรู้แบบนั้นน่ะหรือ? อัลบัสไม่มั่นใจว่าโวลเดอมอร์จะช่วยแฮร์รี่เรื่องเรียนจริงๆหรอก ถึงเขาจะครอบงำเด็กหนุ่มอยู่ก็ตาม!

 

มันมีคำอธิบายอื่นด้วยว่าแฮร์รี่มารู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร แต่ถึงแฮร์รี่จะมีเวลาอ่านหนังสือในห้องสมุดของซิเรียสในกริมโมลด์เพลซ – ความรู้เหล่านั้นก็ไม่ใช่อะไรที่จะได้มาในระยะเวลาอันสั้นแค่ไม่กี่สัปดาห์หรือกระทั่งหน้าร้อนหนึ่งด้วยซ้ำ...ดังนั้น มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?!

 

มีเพียงเหตุผลเดียวที่อาจจะอธิบายความรู้ที่อยู่ๆแฮร์รี่ก็ครอบครองได้ คือโวลเดอร์มอร์กำลังวางแผนอะไรอยู่

 

เขากำลังวางแผนบางอย่างที่ต้องให้แฮร์รี่รู้สิ่งเหล่านี้เพื่อให้เป้าหมายสำเร็จ เพราว่าแม้แฮร์รี่จะเป็นเพียงแค่หุ่นเชิดของโวลเดอมอร์ในจังหวะนี้เท่านั้น – การให้ความรู้เหล่านี้แก่แฮร์รี่อาจทำให้โวลเดอร์มอร์ถึงตายได้เลยถ้าเกิดว่าแฮร์รี่หลุดพ้นจากการครอบงำแล้ว ดังนั้นมันต้องมีเหตุผลอะไรอยู่แน่ๆที่ทำให้แฮร์รี่รู้ความรู้เหล่านั้นขึ้นมา!

 

อัลบัสตัวสั่นเทา

 

การปรุงยาเป็นหนึ่งในเวทมนตร์สาขาที่เก่าแก่ที่สุด มันยังเป็นหนึ่งในสาขาที่อันตรายที่สุดด้วย การที่โวลเดอมอร์ให้แฮร์รี่มีความรู้ในสาขาที่เก่าแก่และอันตรายอย่างนี้ไม่ทำให้อนาคตดูสดใสเลยสักนิด...

 

อัลบัสต้องหยุดเขา อะไรก็ตามที่เขาวางแผนเอาไว้ - รอบนี้จะต้องถูกยับยั้งให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้! โดยเฉพาะในยามนี้ ตอนที่แฮร์รี่อาจจะยังถูกช่วยเหลือได้...

 

“ขอบใจจริงๆที่มาเล่าให้ฟัง ฉันจะลองทำอะไรดู” เขาสัญญากับเด็กๆไปในที่สุดและก็ปล่อยให้ทั้งคู่ไป

 

เด็กๆลังเลอยู่ชั่วครู่ แต่ก็จากไปในที่สุดและอัลบัส ดัมเบิลดอร์ก็หันไปทางปล่องไฟของเขา โยนผงฟลูลงไปและก็ฟลูหาเซเวอรัส สเนป

 

“เซเวอรัส – ฉันเกรงว่าฉันจะต้องการให้เธอช่วย...”

 

Xxx

 

ระหว่างนั้นเอง แฮร์รี่ก็เดินเข้ามายังห้องทำงานของอัมบริดจ์เพื่อรับการกักบริเวณ เขาอารมณ์ดีทีเดียว ก่อนหน้านั้นเขาพอจะรู้แล้วว่าหนังสือม่านพลังที่หายไปนั้นจะไปอยู่ที่ไหน เป็นเรื่องบังเอิญที่เขาไปได้ยินอาจารย์วิชารูนส์โบราณบ่นๆเกี่ยวกับหนังสือรูนส์เล่มหนึ่งที่เธออ่านไม่ออก เธอถึงขนาดตั้งคำถามเกี่ยวกับภาษาที่ใช้ในหนังสือด้วย “อย่างกับว่ามันไม่ได้ถูกเขียนด้วยเบรโซเน็ก” เธอบอกกับมิเนอร์ว่า มักกอนนากัลที่ไม่ได้สนใจอะไรนัก แต่กับแฮร์รี่แล้ว สนใจบทสนทนานี้เป็นอย่างมาก ถ้าเกิดว่าเขาคิดถูกล่ะก็ ศาสตราจารย์คนดังกล่าวกำลังถือหนังสือที่เขาต้องการอยู่

 

ตอนนี้แฮร์รี่แค่ต้องหาวิธีเพื่อให้ได้มันมา – และการที่จะได้มันมานั้นง่ายกว่าการจะต้องมานั่งหามันแน่ๆล่ะ!

 

เพราะอย่างนั้น แฮร์รี่ก็เลยอารมณ์ดี – จนกระทั่งอัมบริดจ์ให้เขาใช้ปากกาขนนกเลือดในการกักบริเวณ...

 

และทันใดนั้นเองแฮร์รี่ก็โกรธจนควันออกหู

 

ปกติปากกขนนกเลือดนั้นใช้ในการร่างสัญญาที่สำคัญระหว่างผู้วิเศษและเผ่าพันธุ์อื่น ปากกาขนนกในมือเขานี้กลับถูกใช้โดยศาสตราจารย์เป็นเครื่องทรมาน วัตถุเช่นนี้ที่ถูกใช้ในการทรมานจะกลายเป็นสิ่งชั่วร้ายหากถูกใช้แบบนั้นบ่อยๆ ปากกาขนนกเลือดที่เคยเป็นของธรรมดาตอนนี้กลับกลายมาเป็นสิ่งชั่วร้ายไป – ของที่จะปรากฏในผลลัพธ์ของม่านพลังลับที่เขาวางแผนไว้เมื่อมันการวางม่านพลังเสร็จสมบูรณ์แล้ว การใช้มันกับเด็กนักเรียนนั้น - โทสะของแฮร์รี่พุ่งขึ้นเป็นริ้วเมื่อคิดว่ามีเด็กคนอื่นๆที่อาจโดนสั่งกักบริเวณกับศาสตราจารย์คนใหม่ก่อนหน้าเขา

 

ถ้าเกิดว่าแฮร์รี่ไม่ได้วางแผนจะเหยียบกระทรวงเวทมนตร์ให้จมดินอยู่แล้ว นี่คงจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่จะทำให้เขาทำมัน

 

“เอาล่ะ – เริ่มเขียนสิจ๊ะ” อัมบริดจ์สั่งอย่างอดรดอดทนไม่ได้ และแฮร์รี่ก็จ้องหล่อนด้วยดวงตามืดครึ้มด้วยเมฆพายุ

 

“ครับ มาดาม” เขากระซิบลอดไรฟัน ใบหน้าของเขาไม่แสดงอารมณ์ใดๆ

 

จากนั้นเขาก็หยิบปากกาขนนกนั่นมาและวางปลายแหลมของปากกาลงบนกระดาษ

 

และทันใดนั้นเองเขาก็แสยะยิ้มชั่วร้ายออกมาเมื่อมีความคิดหนึ่งแทรกแซงขึ้นมาเหนือโทสะของเขา

 

“ได้เวลาบิดเบือนอีกสักหน่อย” เขาคิดกับตัวเอง ใช่แล้ว – นี่เป็นสิ่งที่หนังสือพิมพ์จะให้ความสนใจอย่างแน่นอน เขาแค่ต้องรอดไปจากการกักบริเวณในวันนี้เท่านั้น

 

และเขาเองก็ต้องควบคุมการกระทำของหล่อนสักหน่อย

 

แฮร์รี่บิดปากกาในมือ “บางอย่างง่ายๆก็น่าจะใช้ได้” เขาตัดสินใจและเริ่มลงมือเขียน ปกติเขาคงจะวางแผนพิธีกรรมที่เขากำลังจะทำออกมานี้ล่วงหน้า มันอันตรายมากที่จะสร้างพิธีกรรมขึ้นมาทั้งอย่างนั้นเลยจากความคิดของคนๆหนึ่ง โดยทั่วไปแล้วมันจะมีตัวแปรมากมายเกินกว่าจะทำอย่างนั้นได้โดยปราศจากการคำนวณจริงจัง – แต่แฮร์รี่ได้เปรียบ เขาสร้างพิธีกรรมขึ้นเองตั้งแต่เด็กแล้ว สิ่งเล็กๆน้อยๆเช่นนี้เขาไม่มีปัญหาในการคำนวณการวางรูนส์โดยไม่ต้องเขียนสมการออกมาเลยแม้แต่น้อย เขาทำพิธีกรรมแบบนี้บ่อยเกินกว่าจะมานั่งคิดมากแล้ว

 

รูนส์ถูกสลักไว้บนหลังมือซ้ายของเขา เขาหันกระดาษไปอีกด้าน เขียนวงกลมขึ้นมา เฟอร์ทาคและรูนส์พาร์เซลผสมผสานกับตัวอักษรจีนและเฮียโรกลิฟของอียิปต์อีกนิดหน่อย ปกติวงแหวนที่เขาวาดขึ้นมานั้นจะใช้ในการรักษา แต่รอบนี้มันถูกใช้เพื่อปกป้องผู้ใช้ปากกาขนนกเลือดและหันเหความแค้นเคืองของมันไปยังอาจารย์ที่บังอาจใช้มันทำร้ายผู้อื่น ระหว่างนั้นเขาก็ทำให้แน่ใจว่าอัมบริดจ์จะมองไม่เห็นสิ่งที่เขากำลังทำด้วย

 

หล่อนกำลังอ่านหนังสือ

 

ดี

 

แฮร์รี่ทำให้วงแหวนรูนส์เสร็จสมบูรณ์บนกระดาษของเขา – มันถูกสลักลงบนหลังมือของเขาด้วย เขามองดูมัน ให้มั่นใจว่าเขาไม่ได้ลืมสิ่งใด จากนั้นก็พยักหน้าและเงยหน้าขึ้นอีกทีเพื่อดูว่าอัมบริดจ์ยังอ่านหนังสืออยู่ไหม

 

ซึ่งหล่อนกำลังอ่านอยู่

 

เขากระตุ้นวงแหวนรูนส์ขึ้นมา

 

ความเจ็บปวดพุ่งขึ้นผ่านร่างทั้งร่าง – เริ่มจากวงแหวนรูนส์บนหลังมือของเขา ความสามารถที่เขาได้รับเป็นมรดกตกทอดมาเริ่มทำหน้าที่และสลายไอความมืดที่เกาะอยู่กับปากกาขนนกเลือด แสงสีขาวเรืองขึ้นมารายล้อมปากกาขนนกและแฮร์รี่ก็บังมันด้วยต้นแขนของเขาเพื่อที่ศาสตราจารย์จะมองไม่เห็น

 

เมื่อแสงสว่างนั้นหายไป แผ่นกระดาษก็ว่างเปล่าอีกครั้งและวงแหวนรูนส์บนหลังมือของแฮร์รี่เองก็หายไปด้วย

 

“ดี” เขาพึมพำใต้ลมหายใจ จากนั้นก็เริ่มเขียนอีกครั้ง – คราวนี้เป็นประโยคที่เขาควรจะเขียนตั้งแต่แรกเริ่ม

 

ฉันต้องไม่โกหก ฉันต้องไม่โกหก ฉันต้องไม่โกหก

 

ทุกประโยคยิ่งสลักลึกลงไปบนหลังมือของเขา แต่แทนที่โลหิตจะไหลริน แสงสีทองอ่อนๆกลับเรืองออกมาจากรอยสลักบนมือของเขาแทน เขาแต้มยิ้มผะแผ่ว รอยสลักยังคงเจ็บปวดสำหรับเขาอยู่แต่เขาไม่ได้เขียนในวงแหวนรูนส์เพื่อให้มันหยุดเจ็บ เขาเขียนมันขึ้นเพื่อยับยั้งความชั่วร้ายที่แผ่ออกมาจากปากกาขนนกและเพื่อบันทึกเหยื่อของมันเอาไว้ เขาเขียนมันขึ้นเพื่อให้มันช่วยรักษาแผลและไม่ให้เกิดเป็นรอยแผลเป็น ความเจ็บปวดเป็นสิ่งที่เขาป้องกันไม่ได้ เขาไม่กล้าเพิ่มการป้องกันความเจ็บปวดเพราะเขารู้ว่าเด็กคนอื่นๆในโรงเรียนจะไม่ระวังตัวกับการกักบริเวณกับศาสตราจารย์คนนี้ถ้าเกิดว่าปากกาขนนกมันไม่เจ็บ – และเขาก็ไม่อยากให้มีเหยื่อเพิ่มมากขึ้นจากเดิมที่มีอยู่แล้ว

 

“และฉันว่ากระทรวงคงไม่หยุดหล่อนหรือเอาหล่อนออกเพราะว่าปากกาขนนกเลือดชิ้นเดียวหรอก...” แฮร์รี่คิดอย่างขมขื่น ไม่ เขาต้องรอจนกว่าเขาจะมีอำนาจในการปลดหลอ่น จนกว่าจะถึงตอนนั้น เด็กๆก็ต้องตรากตรำกันต่อไป...

 

“เพราะว่าดัมเบิลดอร์จะไม่ทำอะไร” แฮร์รี่คิดอย่างโกรธเคือง “เขาไม่กล้าทำอะไรทั้งนั้น – ถึงแม้ว่าจะเป็นสิทธิของเขาก็ตามในการทำเช่นนั้น เขาสนใจจุดยืนของเขากับกระทรวงมากกว่าจะทำหน้าที่ของตัวเองอีก”

 

แน่นอนว่าอัลบัส ดัมเบิลดอร์ได้สูญเสียตำแหน่งหัวหน้าหมอผีในสมาพันธ์พ่อมดนานาชาติไปเรียบร้อยและรวมถึงคำนำหน้าที่น่าประทับใจอื่นๆอีกด้วย – แต่เขาก็ยังคงมีอิทธิพลทางการเมืองอยู่ดี เขาไม่กล้าเสียตำแหน่งที่ฮอกวอตส์ไปแค่เพื่อหยุดไม่ให้เด็กเกเรบางคนได้รับบาดเจ็บหรอก

 

แฮร์รี่เห็นเขาไม่ยอมทำอะไรมาก่อน – เขารู้ว่าอัลบัส ดัมเบิลดอร์ยังไม่อยากจะหงายไพ่บนมือออกมา

 

“และฉันเองก็จะหลุดมือก่อนพร้อมไม่ได้ด้วยสิ” แฮร์รี่คิดกับตัวเอง แต่แม้ว่าเขาจะทำไม่ได้ – เขามีทางอื่นที่จะปกป้องพวกพ้องของเขา

 

และเขาก็เขียนไปเรื่อยๆจนกระทั่งเขาได้รับอนุญาตให้หยุด เขายืนขึ้น เก็บข้าวของและก็เดินออกไปหลังจากให้หล่อนดูมือของเขาแล้ว หล่อนดูพออกพอใจดี – มองไม่เห็นถึงแสงสีทองนวลที่แฮร์รี่มองเห็นในรอยสลัก

 

เขาลอบยิ้มอยู่ภายในและก็จากไป

 

ด้านนอกนั้นแมวดำตัวเล็กกำลังรอเขาอยู่

 

“สวัสดี เร็ก” เขาทักทายแมวตัวที่ว่าด้วยรอยยิ้ม “ไม่ใช่ว่านายควรไปอยู่ในห้องใต้ดินหรือห้องนั้นหรือ? ส่วนนี้ของปราสาทมันถูกดูแลอย่างแน่นหนาโดยอาจารย์ใหญ่นี่นา”

 

เร็กร้องเหมียว

 

“ฉันยังไม่มั่นใจเลยว่าปราสาทมันถูกวางม่านพลังให้บอกอาจารย์ใหญ่หรือเปล่าถ้าเกิดว่ามันมีแอนิเมจัสมาอยู่ส่วนนี้ของปราสาท นายก็รู้ใช่ไหม? ฉันยังต้องดูหนังสือม่านพลังเล่มนั้นก่อนเพื่อที่จะได้มั่นใจว่าเราจะต้องจัดการกับอะไรบ้าง”

 

เร็กร้องเหมียวอีกครั้ง ดวงตาของเขามองตามเลือดที่หยดลงจากมือของแฮร์รี่ลงสู่พื้น

 

“อย่าห่วงไป” แฮร์รี่บอก “ไม่มีอะไรร้ายแรง แค่ต้องใช้พิธีกรรมในการหยุดไม่ให้ปากกาขนนกโลหิตทำให้ผู้เขียนได้เลือด พนันกันไหมว่ามันจะใช้เวลาเท่าไรกว่าหล่อนจะล้มเป็นลมเพราะว่าเสียเลือด?”

 

เร็กร้องเหมียวอีกรอบ รอบนี้ฟังดูเหมือนการพรูลมหายใจออกมาทางจมูกเสียมากกว่า

 

แฮร์รี่ยิ้มกว้าง

 

“ฉันคิดว่ามันเป็นเรื่องเหมาะสมแล้วนะ” เขาว่า “อย่างไรหล่อนก็เป็นคนที่อยากจะใช้ศาสตร์ชั่วร้ายเองนี่ ฉันหยุดหล่อนไม่ได้จนกว่าฉันจะมีอำนาจควบคุม – แต่ฉันหยุดไม่ให้หล่อนใช้คนอื่นเป็นเหยื่อได้แน่นอน”

 

แมวดำขนนุ่มลื่นร้องหึออกมาอีกที

 

“เอาล่ะ – ไปนอนกันเถอะ” แฮร์รี่เอ่ย “เราจัดการเรื่องอื่นได้พรุ่งนี้”

 

หรือเขาคิดว่าอย่างนั้น

 

เขากลับถูกบอกให้ไปหาอาจารย์ใหญ่ในวันรุ่งขึ้น แฮร์รี่ทำได้เพียงเดินตามมิเนอร์ว่า มักกอนนากัลไปยังห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่โดยไม่ประท้วงใดๆ ที่นั่น – เบื้องหลังโต๊ะของเขาเหมือนเคย – อัลบัสผู้ยิ่งใหญ่กำลังนั่งอยู่ รอคอยเขา

 

“แฮร์รี่ หนุ่มน้อย” อัลบัสผู้ยิ่งใหญ่ทักทาย “นั่งลงสิ เด็กน้อย เอาเลมอนดรอปไหม?”

 

“ไม่ครับ ขอบคุณครับ” แฮร์รี่ตอบระหว่างที่นั่งลงหน้าโต๊ะ

 

“อืม เป็นอย่างไรบ้าง หนุ่มน้อย?” อาจารย์ใหญ่ถามและแฮร์รี่ก็สัมผัสได้ถึงกิ่งก้านของการพินิจใจที่กำลังเจาะเข้ามาในจิตใจของเขาและก็มองหาความทรงจำของช่วงหลายวันที่ผ่านมา

 

แฮร์รี่ปล่อยให้เขาทำไป เขารู้ว่าอาจารย์ใหญ่จะไม่พบสิ่งใดที่สำคัญในหัวของเขา

 

จากนั้นความคิดหนึ่งก็เกิดขึ้นมาในหัว และแทนที่จะปลอ่ยให้อาจารย์ใหญ่มองผ่านความทรงจำตามใจชอบ แฮร์รี่ค่อยๆชักนำเขาไปสู่การกักบริเวณเมื่อวาน

 

“ผมสบายดีครับ อาจารย์ใหญ่” เขาตอบออกไปอย่างนั้นแทน

 

“ดีแล้ว หนุ่มน้อย” อาจารย์ใหญ่กล่าวระหว่างที่ดูความทรงจำของแฮร์รี่ตอนโดนกักบริเวณกับอัมบริดจ์ อัลบัสผู้ยิ่งใหญ่เลื่อนผ่านพิธีกรรมที่แฮร์รี่ประกอบไปในการกักบริเวณราวกับว่าเขามองไม่เห็นมัน – และเขาก็มองไม่เห็นมันจริงๆนั่นแหละ - และก็นั่งมองการเขียนประโยคด้วยปากกาขนนกเลือด

 

แฮร์รี่แค่ลอบยิ้มอยู่ภายในใจ เขารักเกราะการสกัดใจของเขาจริงๆ แต่เมื่อศาสตราจารย์ตรงหน้าหันไปจากความทรงจำกับปากกาขนนกเลือดไปยังความทรงจำถัดไป แฮร์รี่ก็ขมวดคิ้ว

 

ศาสตราจารย์ไม่คิดจะทำอะไรเกี่ยวกับการที่ศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวใช้ของแบบนี้จริงๆสินะ – ของที่จะตกอยู่ในตระกูลศาสตร์ชั่วร้ายเพราะว่ามันใช้ทรมานนี่น่ะหรือ?

 

“เรียกผมมาทำอะไรหรือครับ?” แฮร์รี่ถามออกไปในที่สุดเมื่ออัลบัสผู้ยิ่งใหญ่ไม่ยอมพูดต่อ

 

“เธอมาเพราะว่าฉันคิดว่าเธอควรได้เรียนการสกัดใจ” ศาสตราจารย์ตอบอย่างใจดี

 

“การสกัดใจหรือครับ?” แฮร์รี่ถาม เล่นเป็นเด็กหนุ่มไร้เดียงสาอายุสิบห้าซึ่งเขาไม่ได้เป็นอย่างนั้นแน่ๆ

 

“ศาสตร์ของการปกป้องจิตใจของเธอจากการพินิจใจ การพินิจใจเป็นศาสตร์ที่...อ่า...ใช้ อ่านใจน่ะ แฮร์รี่ โวลเดอมอร์เชี่ยวชาญการพินิจใจมากและเธออาจจะมีปัญหาถ้าเกิดว่าเธอไม่ได้เรียนที่จะปกป้องจิตใจของเธอจากเขา” อัลบัสผู้ยิ่งใหญ่ตอบ

 

“ทำไมครับ?”

 

“เธอคงไม่อยากให้เขาได้เปรียบในการต่อสู้หรอกใช่ไหม แฮร์รี่?”

 

แฮร์รี่ส่ายหัวปฏิเสธ

 

“งั้นก็ตามนี้ ศาสตราจารย์สเนปจะเริ่มสอนเธอวันจันทร์นะ”

 

“สเนป?! ทำไมต้องสเนป?! อาจารย์สอนเองไม่ได้หรือครับ?” แน่นอนว่าแฮร์รี่ไม่ได้สนใจจะเรียนการสกัดใจจากอัลบัส ดัมเบิลดอร์ผู้ยิ่งใหญ่จริงๆหรอก – แต่เขาก็รู้ว่าแฮร์รี่คนเก่าคงอยากให้เป็นอย่างนั้น

 

“ศาสตราจารย์สเนปเป็นอาจารย์ที่เชี่ยวชาญมาก แฮร์รี่” ดัมเบิลดอร์ตอบ “ฉันมั่นใจว่าเธอจะเข้ากับเขาได้ถ้าเธอพยายาม”

 

“เขาเกลียดผม ศาสตราจารย์” แฮร์รี่ตอบไปตามจริง เขามั่นใจว่าสเนปเกลียดเขามากกว่าเดิมด้วย ที่ตอนนี้เขามาแสดงความสามารถวิชาปรุงยาให้เห็น อย่างไร – แฮร์รี่ก็ชอบกวนให้นักปรุงยานั่นโมโหเล่นอย่างสนุกสนานจริงๆ เขามั่นใจว่าเขาจะสนุกมากๆแน่ในการทำอย่างนั้นใน บทเรียนการสกัดใจ

 

อย่างกับว่าเขาต้องการมัน...

 

“ฉันมั่นใจว่าเธอกำลังพูดเกินจริง” อาจารย์ใหญ่ว่า “และตอนนี้ไปเถอะ ฉันมั่นใจว่าเพื่อนของเธอคงคิดถึงเธอแย่แล้ว”

 

แฮร์รี่แค่ร้องหึ แต่ก็ยืนขึ้นแล้วจากไป เขามั่นใจว่าอัลบัสผู้ยิ่งใหญพูดถูกอยู่อย่าง คือเพื่อนของเขาคงจะคิดถึงแย่แล้ว เขาไม่ได้ใช้เวลากับเพื่อนของเขาเท่ากับแฮร์รี่คนเก่าทำปกติ ปัญหาไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบทั้งสองคน ปัญหาคือเขาไม่อาจและจะไม่ไว้ใจพวกเขา

 

รอนเป็นพวกขี้อิจฉา เขาแสดงให้แฮร์รี่คนเก่าเห็นมากกว่าหนึ่งครั้งว่าเขานั้นเชื่อถือไม่ได้

 

แต่เฮอร์ไมโอนี่ กลับเป็นพวกที่นับถือผู้ใหญ่ เธอเองก็ทำเรื่องลับหลังแฮร์รี่คนเก่าเหมือนกัน แน่นอนว่าเธอทำไปเพราะว่าเธอเป็นเพื่อนกับแฮร์รี่ แต่แฮร์รี่ก็ไม่ไว้ใจว่าเธอจะไม่ทำอย่างนั้นอีกครั้งถ้าเกิดว่าเธอคิดว่ามันจำเป็น

 

“ถ้าเกิดว่าเธอไม่ได้ทำมันไปแล้วล่ะก็นะ” แฮร์รี่คิด “มันต้องมีเหตุผลว่าทำไมจู่ๆถึงต้องเรียนการสกัดใจ...”

 

จังหวะหนึ่งเขาใคร่ครวญว่าเขาควรจะประท้วงในคราวหน้า แต่เขาก็จากไปโดยไม่พูดอะไร มันไม่คุ้ม เขาไม่มีอะไรจะต้องกลัวกับบทเรียนพวกนี้และบางทีเขาอาจจะได้เรียนอะไรใหม่ก็ได้ ใครจะรู้?

 

Xxx

 

อลาสเตอร์ แม้ดอายมู้ดดี้เดินเข้ามาในห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ผ่านประตูด้านข้างหลังจากเด็กหนุ่มออกไปแล้ว

 

“เขาไม่ได้ถูกครอบงำ อัลบัส” เขาเอ่ยนิ่มๆ “การเรียนการสกัดใจจะไม่ช่วยเจ้าหนุ่มนั่นในทางไหนเลย” อาจารย์ใหญ่ทำเพียงแค่ถอนหายใจ

 

“ฉันรู้ทฤษฎีของเธอ อลาสเตอร์” เขากล่าว “แต่เธอต้อง – “

 

“เด็กนั่นไม่ได้ถูกครอบงำ อัลบัส!” มู้ดดี้เอ่ยลอดไรฟัน ไม่สนใจว่าเขาได้ขัดจังหวะชายอีกคนไปแล้ว “ฉันไม่รู้ว่าแฮร์รี่ตัวจริงไปอยู่ที่ไหน แต่เด็กที่คุณเจอในวันนี้ไม่ใช่แฮร์รี่ พอตเตอร์! มันเป็นตัวปลอม!

 

“อลาสเตอร์ สหาย มันไม่มีทางที่เด็กหนุ่มจะถูกลักพาตัวได้ตอนหน้าร้อน! เขาได้รับการปกป้องอยู่ตลอดเวลา!

 

“ตลอดเวลายกเว้นตอนที่ผู้คุมวิญญาณไปอยู่ที่ซอยพรีเว็ต! มันอาจจะสลับตัวกับเด็กคนนั้นในวันนั้นก็ได้!

 

“แฮร์รี่แสดงความทรงจำในห้องพิจารณาคดี! เขาปลอมแปลงมันไม่ได้!

 

“บางทีมันอาจจะเอาความทรงจำมาจากตัวจริงและก็เอามันมาใส่ในหัวของมันจนกว่าจะได้แสดงในห้องพิจารณาคดีก็ได้!

 

“ฉันเพิ่งเข้าไปในจิตใจของเขาเมื่อกี้นี่เอง!

 

“ถ้าเกิดว่ามันเป็นออคคลูเมนส์จริงๆ ที่คุณเห็นทั้งหมดอาจจะปลอมหมดเลยก็ได้!

 

“เขาไม่ได้มีขวดใส่น้ำยาสรรพรสและเขาก็ไม่ได้ดื่มอะไรบ่อยพอจะ – “

 

“มันมีทางอื่น ไม่ใช่แค่น้ำยาสรรพรส!

 

“ไม่ใช่สำหรับพ่อมดทั่วไป!

 

“งั้นตัวปลอมนี่ก็ไม่เหมือนพ่อมดทั่วไปแล้ว อัลบัส!

 

“เธอมันระแวงเกินเหตุไปแล้ว หน - สหาย!” อัลบัสเอ่ยอย่างเผ็ดร้อน ปกติเขาจะไม่พูดอะไรอย่างนี้แต่เขาเหลืออดแล้ว มู้ดดี้มาก่อกวนเขาเรื่องทฤษฎีนี่ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา เขาเหลืออดแล้วจริงๆ

 

มู้ดดี้จ้องเขาด้วยสายตาเย็นเยียบ

 

“ก็ได้” เขาเอ่ยออกมาในที่สุดพร้อมพ่นลมหายใจแรง “ได้ ทำไป! แต่อย่ามาขอโทษฉันทีหลังก็แล้วกันหลังจากรู้ว่าฉันพูดถูก!

 

“บางทีคำตอบของปัญหามันก็เป็นเรื่องง่ายๆ สหาย”

 

“และบางครั้งมันก็ซับซ้อน! ฉันบอกคุณตรงนี้ อัลบัส มีบางอย่างผิดปกติกับเด็กนั่น! และฉันจะหามันให้เจอ! คุณ สหาย อาจจะไม่เชื่อว่าฉันพูดถูกแต่ฉันรู้ว่าฉันคิดถูก และฉันจะหาให้เจอว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวจริงกันแน่ แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่ฉันจะได้ทำก็ตาม!

 

และจากนั้นมู้ดดี้ก็หันหลังและจากไป

 

 

To Be Continue

 

Upcoming Chapter: 900-1000 AD Betrayal of Trust – การทรยศความไว้เนื้อเชื่อใจ


 



[1] Warder ผู้สร้างม่านพลัง คือคนที่สร้างม่านพลังค่ะ

[2] Enchanter จ้าวอาคม คือคนที่เป็นคนวางม่านพลังค่ะ แต่จะแตกต่างไปจากผู้สร้างตรงที่ว่า จ้าวอาคมจะใช้ม่านพลังที่มีอยู่แล้ว แต่งานคิดการปรับเปลี่ยนหรือสร้างม่านพลังขึ้นมาใหม่เลยเนี่ย จะเป็นของผู้สร้างม่านพลังค่ะ

ซัลเป็นผู้สร้างม่านพลังค่ะ และเขาก็วางม่านพลังเองได้เหมือนกัน โหดมากน้า ดูสิ ม่านพลังฮอกวอตส์ที่เฉพาะมากก็ทำมาแล้ว


เราตัดได้ค้างมากใช่ไหมคะ แหม... //หัวเราะอย่างชั่วร้าย อย่าเพิ่งเอาไข่มาปาเรานะคะ--

จริงๆสารภาพคือยังเกลาภาษาในตอนจดหมายไม่ดีพอค่ะ ไม่กล้าเอามาลงง่ะ แงงงง เลยตัดมันตรงนี้แหละ--


                    สวัสดีค่า เรายังไม่ได้หายไปไหนหรอกนะคะ เผื่อใครสงสัย ^ ^;จริงอยู่ว่าตั้งแต่อัพตอนล่าสุดหลังมิดเทอมไปก็หายหัวไปเลย และวันนี้ก็ควรจะอัพให้เต็มตอนด้วย แต่ว่า วันนี้ เสียใจมากที่ต้องบอกว่ามาได้แค่นี้ ขอโทษด้วยจริงๆค่ะ 
  
                    อาทิตย์ที่ผ่านมาเราหยุดสัปดาห์นึงค่ะ มีไปเที่ยวกับที่บ้าน บวกกับรู้สึกแปลตอนล่าสุดไม่ค่อยออก หัวตื้อมาก เลยไปนั่งอ่านฟิคเล่นเรื่อยๆเลยค่ะ และอีกตัวการที่สำคัญที่สุด คือเราเพิ่งมาติ่งGOT7ค่ะ เมื่อสามวันที่ผ่านมานี้เองค่ะ วุ่นวายเลยทีเดียว วาไรตี้เอย รายการเพลงเอย ฟิคเอย นั่งไล่ดูไล่อ่านไม่เป็นอันทำอะไรเลยค่ะ orz (ซารางแฮอิมลีดเดอร์กับคุณจินยองค่ะ)

                    ทีนี้เนี่ย วันนี้ไม่ได้แค่มาสารภาพบาปอย่างเดียวค่ะ ตอนนี้ครึ่งเทอมสองแล้ว บวกกับช่วงนี้ตอนของเรื่องนี้เริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆอย่างคงเส้นคงวาแล้วค่ะ ทำให้เราเริ่มแปลทันลำบากมากขึ้น เลยอยากมาแจ้งว่าจะขอลองตารางลงแบบใหม่ค่ะ คือลงอาทิตย์ละ 2 ครั้ง แต่ครั้งละราวๆ 50% เพื่อให้เรารู้สึกว่ามันต้องแปลไม่เยอะไปสำหรับเราดูค่ะ และก็จะมาให้เห็นได้บ่อยกว่าแบบเดิมด้วย แต่ข้อเสียก็คืออาจจะค้างระหว่างตอนหนักมาก ^ ^; 

                     ขอลองไปก่อนช่วงหนึ่งแล้วกันนะคะ แต่ว่าคิดยังไงกันก็บอกกันได้นะค้า

                    เดี๋ยวอีกครึ่งตอนเจอกันค่ะ 

                    ---

บิลลลลลลลลลลล และชาร์เลลลที่จะโผล่ ดีงามมากกกกก


ตอนนี้เป็นตอนที่ในขณะที่เราลุ้นช่วยบิลกับอาเธอร์ และก็ปรบมือให้กับความงงของลุงมู้ดดี้แล้ว (ไปเลยลุง ไปตามหาซัลซะ ไปเอาคำตอบ) เราก็อารมณ์ดาวน์มากกับรอนกับเฮอร์ด้วยค่ะ เคืองดัมเบิลดอร์ด้วยอ่ะ


พูดถึงเฮอร์แล้ว เศร้าใจมากกว่าจะโกรธค่ะ ถึงจะฉลาดยังไงก็ยังเด็กเนาะ ยังมีความเชื่อว่าผู้ใหญ่จะช่วยแก้ปัญหาได้ ซึ่งถามว่ามันถูกไหม มันก็ถูกแหละค่ะ แต่ก็ไม่เสมอไป เฮอร์ไมโอนี่ไม่ได้คิดว่าถึงดัมเบิลดอร์อยู่มานานยังไง เก่งยังไง ก็ยังคนอยู่ดี มีพลาดได้ หวังว่าเฮอร์จะโตขึ้นและได้เรียนรู้เรื่องนี้ในสักวันค่ะ รอนก็ ถึงจะลังเลในตอนแรกว่าไม่ควรบอกผู้ใหญ่ก็ยังไม่โตเรื่องสลิธีรินอยู่ดี แต่ก็ถูกของรอน นั่นมัลฟอยไงงงงง มัลฟอยยยยยยย ศัตรูคู่อาฆาต ถถถถ เข้าใจอารมณ์นะว่า แฮร์รี่ นายทำงั้นได้ไงอ่ะ


แต่เสียดายรอนมากเลยจริงๆอ่ะ ฮูวววววว แต่จากนี้เขาก็จะได้รู้แล้วเช่นกันว่าเฮอร์ไมโอนี่ก็ไม่ได้ถูกทุกเรื่อง


อัลบัสก็ยังน่าสงสารในทางหนึ่ง โวลเดอร์มอร์ด้วย ทั้งคู่ยังไม่รู้ว่ามีผู้เล่นในกระดานเพิ่มเข้ามาอีกหนึ่งค่ะ ฮิ้วววว


ตอนนี้ย๊าวยาวค่ะ คิดว่าครึ่งแรกที่ลงไป 40% ไม่ถึงแน่ๆ orz เพราะว่าทั้งหมดนี้สิริรวม 35 หน้าค่ะ ทะลุสถิติเก่าไปเรียบร้อยโรงเรียนคนเขียน ครึ่งแรกที่ลงไปนั้นแค่ 13 หน้าเองค่ะ อมก

                    
                    ตอนหน้าพบกับการเปิดเผยครั้งสำคัญค่ะ ฮาาาาา

                    แล้วเจอกันตอนถัดไปค่า
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 168 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #434 DaisySelvin (@DaisySelvin) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 22:34
    รู้สึกดาวน์กับ The Golden Trio จริงๆค่ะ มันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ววววว ฮืออออ TT เข้าใจแฮร์รี่นะเพราะเขาผ่านอะไรมาเยอะ เติบโตมาโดยไม่มีสองคนนี้อยู่เคียงข้าง ไม่แปลกที่จะไม่ไว้ใจและสนิทใจด้วยเหมือนเดิม (มันน่าเศร้าใจตรงนี้แหละค่ะว่า แฮร์รี่ช่างโดดเดี่ยวเหลือเกิน) มันเศร้าที่พวกเขาสามคนไม่สนิทใจกันนี่แหละ ภายนอกดูเหมือน แต่ภายในไม่ใช่เลย ตอนนี้คือไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกแฮร์รี่จริงๆเลย ยังดีที่มีเร็กนะ แต่เราก็อดเศร้าไม่ได้ เพราะเรารักความเป็น The Golden Trio ของพวกเขาสามคนมาก TOT

    รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ก็นะ ยังเด็กอยู่จริงๆ เทียบกับแฮร์รี่ไม่ได้แล้ว ได้แต่หวังว่าพวกเขาจะได้บทเรียนและอยู่ข้างแฮร์รี่นะ

    อยากรู้ว่าจะมีเลิฟไลน์ของแฮร์รี่บ้างมั้ยคะ? รู้สึกติดใจกับประโยคนึงในตอนก่อนๆมาก

    สลิธีรินผู้ที่รัก...?

    แฮร์รี่รักใครกันนะ? แล้วมีลูกหลานจากไหน? คืออยากให้แฮร์รี่ได้รู้จักความรักบ้างอ่ะค่ะ อยู่คนเดียวมาตั้ง 1,500 ปีกว่าๆ (นับช่วงที่ก่อตั้งโรงเรียน) อยากให้มีความรักบ้าง

    ประเด็นที่สนใจอีกคืออะไรทำให้แฮร์รี่ตัดสินใจแก้แค้น? ถึงกับอาจต้องทำลายกระทรวงเวทมนตร์และฮอกวอร์ต? ฮอกวอร์ตเลยนะ!? แต่ถ้าแก้แค้นดัมเบิลดอร์นี่เราไม่แปลกใจเท่าไหร่ (เพราะขนาด official ดัมเบิลดอร์ก็หลอกใช้แฮร์รี่จริงๆนั่นแหละ แต่ใน official คือแฮร์รี่เข้าใจและให้อภัยได้)

    มันต้องมีบางอย่างเกิดขึ้นถึงทำให้แฮร์รี่ผู้ที่จิตใจดี เจ้าคิดเจ้าแค้นขึ้นมาได้แน่นอน! ลุ้นนนน!!!
    #434
    4
    • #434-1 BlutrotManieR (@BlutrotManieR) (จากตอนที่ 34)
      29 มกราคม 2562 / 05:53
      เราคิดว่า รัก... ที่ว่าหมายถึงผู้รักษาอ่ะค่ะ ไม่รู้สิ55555 แต่ถ้าจำไม่ผิด เรื่องนี้ไม่มีการpairingนะคะ? คงจะจิ้นกันได้ตามสบาย แต่สงสารเฮอร์ไมโอนี่กับรอนอ่าาาาาา
      #434-1
    • #434-2 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 34)
      31 มกราคม 2562 / 21:32
      ถูกแล้วอย่างที่คุณ BlutrotManieR ว่าค่ะ ตอนนั้นศ.ฟลิตวิกกำลังจะพูดว่าซัลลาซาร์เป็นผู้รักษาแต่โดนตัดบทค่ะ ^ ^
      อีกอย่างคือเรื่องนี้ไม่มีpairingโรแมนติกอะไรเลยค่ะ ดังนั้นถึงจะพูดว่ารักก็คงลูกหลานอ่ะค่ะซัลเรา 5555
      #434-2
  2. #308 Wichnaree Nuch Aim (@-wichnaree17-) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 23:11
    เฮอร์ไมโอนี่ทำให้เรานึกถึงคนที่โง่ที่คิดว่าตนฉลาด พยายามชี้แนะนึกปราชญ์ มันตลกๆมากเลยนะกับคนจำพวกนี้ สิ่งที่คุณรู้ไม่ได้แปลว่าคุณจะรู้มากที่สุดซักหน่อย ทำไมถึงคิดว่าคนอื่นเขาโง่กว่าตนละ แล้วคือนี่คิดว่าตัวเองฉลาดขนาดที่มาสอน มาบอกว่าสิ่งที่คนอื่นเขาทำ ว่ามันไม่ดี มันไม่ถูกต้องได้ด้วยเหรอ นี่คุณคะ การที่คุณเป็นที่หนึ่ง ไม่ได้แปลว่าคุณเก่งที่สุดนะ อย่าเอาความรู้ในสมองน้อยๆของคุณ มาเทียบกับคนอื่นสิ ลำคาญ ;)
    #308
    1
    • #308-1 **Music** (@fhcy) (จากตอนที่ 34)
      8 พฤศจิกายน 2561 / 23:26
      อย่างน้อย อาจารณ์ก็เก่งกว่าละหว้า~
      #308-1
  3. #303 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 01:11

    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #303
    0
  4. #301 PINK PK (@pichamon282548) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 21:35
    ชอบนะแต่รู้สึกนําคาญเเทนแฮร์รี่ที่มีคนชอบไปยุ่งเรื่องส่วนตัว ถ้าในชีวิตจริงมีเพือนอย่างงี้นะ ตายดีกว่า // อินจัด
    #301
    0
  5. #299 MIN&FRONG (@fern55-helen66) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 17:43
    ถ้ามู้ดดี้รู้ความจริงก็เอาเป็นพวกเลย มีตาทะลุน่าจะช่วยได้หนาาาา
    #299
    0
  6. #298 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 09:48
    ถ้าเป็นปกติล่ะก็ จะไม่ค่อยอะไรกับมู้ดดี้เท่าไร แต่ตอนนี้นะ เชียร์ขาดใจ ไม่เคยรู้สึกว่านายฉลาดขนาดนี้มาก่อนเลยอลาสเตอร์~ ไปเลยนะ หาควาทจริง แล้วไปอยู่ข้างซัลซะ!
    #298
    0
  7. #297 Akatsuki Alice (@petchjeed) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 04:02

    เฮอไมโอนี่เป็นตัวละครที่อ่านเเล้วรู้สึกว่าจุ้นจ้านและอวดฉลาดเหมือนตัวเองรู้ทุกอย่างบนโลกเลยรู้สึกรำคาญมาก ส่วนรอน....หมดคำบรรยาย ไม่รู้สึกว่าจะมีความคิดเป็นผู้ใหญ่เลยในอนาคต ขี้อิจฉา อวดดี //อินค่ะ

    #297
    1
    • #297-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 34)
      19 ตุลาคม 2561 / 08:22
      เราว่าจริงๆรอนในเรื่องนี้ทำตัวละครออกมาค่อนข้างตรงกับต้นฉบับนะคะ มีแค่เรื่องสลิธีรินเท่านั้นที่รู้สึกว่ายังไม่โต ที่เหลือรอนไม่ได้นิสัยแย่อะไรมากค่ะ เพราะเหตุที่ทำให้อิฉฉาจะไม่มีเหมือนในต้นฉบับแล้ว นับว่าให้เครดิตรอนดีกว่าเรื่องอื่นที่ให้รอนร้ายไปเลยมากกว่า ส่วนเฮอร์ไมโอเรื่องนี้แอบสุดโต่งอยู่เหมือนค่ะ แต่ถามว่าตรงคาร์ไหม ตรง แต่ตรงคาร์ที่จงใจให้เห็นด้านที่จะออกมาเป็นข้อเสีย ไม่ค่อยเหมือนเรื่องอื่นที่อวยเฮอร์ค่ะ ส่วนเรื่องอินใจเย็นๆนะคะ ถถถถ
      #297-1
  8. #296 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 01:54
    ทุกคนน่าจะเลิกยุ่งกับแฮร์รี่ได้แล้วน้าา คนๆนึงไม่ควรจะถูกจับตามอง(และชักใย)มากขนาดนั้นรึเปล่า ควรจะมีเวลาส่วนตัวบ้าง ;_; และอัลบัสก็น่าจะมองอะไรให้กว้างกว่านี้หน่อย ดีใจที่บิลไม่ต้องการจะทำทุกอย่างตามที่อัลบัสบอก / จินยองน่ารักน้ออออ ฮืออ เราก็รักจินยองง (ขออนุญาตแนะนำวาไรตี้นะคะ ฮาร์ดแครี่ทั้งซีซั่น 1 และ 2 สนุกมากเลยค่ะ และวีคลี่ไอดอลก็สนุกทุกตอนที่ไปออกเลย เป็นวงตลกมากค่ะ55555
    #296
    1
    • #296-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 34)
      19 ตุลาคม 2561 / 08:24
      ขอบคุณที่มาแนะนำวาไรตี้นะคะ จริงๆกำลังหาลิสต์อยู่เหมือนกันเพื่อไปตามค่ะ แต่เวลาว่างดูไม่ค่อยมีจริงๆเลย แหะๆ ชอบความสติไม่มีของวงจริงๆค่ะ ดูแล้วหายเครียดดี 55555
      #296-1
  9. #295 เหมียวขนฟู (@bloodytea) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 00:51
    มู้ดดี้ดูเป็นคนที่มองในหลายๆแง่มุม มากกว่าดัมเบิลดอร์ที่อะไรๆก็โยงไปริดเดิล ส่วนเด็กๆ นิสัยแบบนั้นไม่แปลก แต่แอบขำตรงที่บอกแฮรี่เปลี่ยนไปแบบนั้นแบบนี้ ทั้งที่มันไปในทางที่ดีแท้ๆ
    #295
    0
  10. #294 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 00:39

    รู้สึกหมั่นไส้เฮริ์มกับรอนยังไงไม่รู้

    แฮรี่!! เธอควรระวังตัวมากกว่านี้ คนอื่นเค้าจับตาดูเธออยู่!!
    #294
    0
  11. #293 oocc (@onpilin55) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 23:54
    อยากเจอบิลกับชาร์ลีมาก แงงงงงงง ชอบความคิดที่บิลแบบไม่อยากให้อัลบัสชักจูงอะไรอีกแล้ว เขาก็เป็นมนุษย์คนนึง--คือใช่มากๆ อ่านไปแล้วเบ้หน้าไปจริงๆค่ะ เฮิร์มกับรอนนี่น่าปวดหัว เสียดาย ถ้าไม่หวังพึ่งอัลบัสหรืออคติเยอะมากๆแบบรอนก็น่าจะดีนะ...ส่วนมู้ดดี้ ฉลาดมากเลย! ไม่ต้องไปบอกอัลบัสแล้ว ได้แต่เชื่อว่าแฮร์รี่จะถูกครอบงำ บ้าสุดๆ...ยังไงก็รอติดตามเสมอนะคะ /ชื่อตอนต่อไปนี่...แง เตรียมทิชชู่แล้วค่ะ
    #293
    0
  12. #292 wal_5678 (@wal_5678) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 23:15

    มู้ดดี้ดูน่าสงสารที่สุดในเรื่อง "อัลบัส ฟังสิ นั่นไม่ใช่แฮรี่ ไม่ใช่โวลดี้ควบคุม อัลบัสสสส"

    #292
    0
  13. #291 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 22:42
    เรารักคุณมู้ดดี้มากค่ะ แบบนางฉลาด!! รำคาญคุณประตูคู่มาก เอะอะๆแฮร์รี่ถูกครอบงำโดยโวลดี้ โอ้ย ตื่นเถอะ ไม่มีครอบงำทั้งนั้น! นี่ซัลไง! ซัลเอง!!
    #291
    0
  14. #290 Puai244 (@Puai244) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:37
    ถ้าดัมเบิ้ลดอร์ยังไม่สำนึก อาจโดนท่าซัลลาซาร์ สลิธีริน ตบสั่งสอนได้ (เอาจริง วิญญาณท่านมเยอดิน น่าจะด่าไปหลายยกแล้ว)
    นึกว่าซัลจะใช้เร็กไปหาหนังสือ แต่แค่นี้ก็ หึ (ทำเสียงตามเร็ก)

    บิลเท่มาก ตระกูลหลักที่จะเจอ ใครน้า

    รอนคงอกแตกตาย ถ้าอยู่ๆ ต้องมาเรียนมารยาทเลือดบริสุทธิ์ แต่ขนาดท่านก็อดดริกยังเรียนได้ รอนต้องเรียนได้สิ

    เฮอร์ไมโอนี่ เคยชินกับการเป็นที่พึ่งให้แฮร์รี่ได้ คุณค่านึงคือการทำเพื่อคนอื่น พอแฮร์รี่ไม่พึ่ง แล้วยังไม่รบกวน อาการห่วงเพื่อนต้องมีแน่ เด็กก็คือเด็กแหละ พอเข้าใจได้ (เว้นตอนจะเผากระดาษม่านพลัง)

    รอตอนต่อไปค่ะ สู้ๆ นะคะ
    #290
    0
  15. #289 I Ange I (@Kettipa) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:36
    ถ้าเราเป็นเฮอร์ เราก็จะบอกอัลบัสนะ
    แต่เราจะไม่ได้บอกหมด เพราะบางทีมันก็เป็นเรื่องส่วนตัวของเพื่อนนะเฮิร์ม
    #289
    0
  16. #288 Alice12 (@paploy61244) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 21:02
    เฮอร์แส่เรื่องชาวบ้านจริงๆ
    #288
    0
  17. #287 sesil (@sesil) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:45

    มู้ดดี้ดูฉลาดกว่าอัลบัสเยอะเลย เป็นตาแก่ที่ยึดความคิดตัวเองเป็นใหญ่จริงๆ(อัลบัสน่ะนะ)

    #287
    0
  18. #286 Kronos-Hades (@Kronos-Hades) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 08:03
    รอจ้าาาาาา
    #286
    0
  19. #284 นั้งชมจันทร์ (@0897122652) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 07:44
    ค้างอ่ะ แต่ก็เข้าใจไรท์นะคะ ที่จริงสำหรับเราขอแค่ไรท์ไม่หายไปไหนก็พอแล้วล่ะค่ะ 555 รอนะคะ สู้ๆ
    ปล.รู้สึกเหมือนบอกรักเลยอ่ะ 555
    #284
    0
  20. #283 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 01:22
    มันค้าง แต่ในความรู้สึกมันก็จะรู้สึกว่าไรท์ไม่ได้หายนานเหมือนกัน มันต้องลองดูละนะ ถึงจะบอกได้ว่าโอมั้ย
    #283
    0
  21. #282 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 00:24

    บางทีก็รำคานเฮอร์ นิสัยแบบ...
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #282
    0
  22. วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 23:55
    ค้างง่ะ แต่จะไปงมเองก็สู้ไม่ไหว ศัพท์เรื่องนี้ยากเกินไปอ่ะ ฮือ อีกเรื่องที่ไรท์เอามาแปลอ่านง่ายกว่าเยอะเลย รอนะคะ
    #281
    0
  23. #280 ratchadarom (@ratchadarom) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 22:51
    พออ่านตอนนี้มันได้อารมย์ ขี้-อ่ะบอกตรง

    เฮอร์ไมโอนีเธอไม่ต้อง-ทุกเรื่องก็ได้ป่ะ อยากรู้เพราะเป็นห่วง หรือ แค่อยาก-เฉยๆ

    มู้ดดี้นายจะระแวงอะไรก็ได้แต่อย่ามาสงสัยซัล(ผัวกุค่ะ)ได้ไหม มันน่ารำคาญ

    รอเนื้อหาที่เหลืออยู่นะค่ะ
    #ข้ามเม้นนี้ไป(บอกตอนนี้คงไม่ทันแล้วหละ)
    #เป็นคนอินกับเนื้อเรื่องมาก เพราะงั้นถ้าเราพิมพ์อะไรไปก็.....ไม่ต้องสนใจค่ะ
    #280
    0
  24. #279 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 22:48
    เอ็นดูความค๊องของซัลอ่ะฮือ ไปนอนสิค้าบบ เราชอบข้อความในจดหมายมากๆค่ะ รอติดตามแบบไทยนะคะคุณผู้แปล พอคุณมาอัพแบบนี้เรารู้สึกต้องเร่งอ่านต้นฉบับมากกว่านี้แล้ว ฮ่าๆ ปกติจะอ่านนำที่คุณแปลประมาณ2-3ตอนตอนนี้โดนไล่ตามแล้วรู้สึกต้องรีบแล้ว555/แต่ตอนอดีตศัพท์ยากมาก ต้อแต้อ่ะฮื่อ
    #279
    0
  25. #278 J'name Rbt (@pawidporn-name) (จากตอนที่ 34)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 22:26
    ซัลไม่ได้นอนหลายวัน แบตร่างกายหมด ก็จะอ๊องๆหน่อย เด๋อไปหมดเลย5555555555555
    #278
    0