[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,926 Views

  • 497 Comments

  • 1,000 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    515

    Overall
    25,926

ตอนที่ 37 : Chapter 34: A Riddle Recovered - เปิดโปงปริศนา (ริดเดิ้ล)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1261
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 128 ครั้ง
    11 ม.ค. 62

Chapter 34

A Riddle Recovered – เปิดโปงปริศนา (ริดเดิ้ล)

 

Xxx

 

เมื่อแฮร์รี่กลับมาที่ห้องนั่งเล่นรวมนั้นก็เป็นเวลาดึกมากและเลยเวลาเคอร์ฟิวไปนานแล้ว กระทั่งนักเรียนที่กล้าหาญชาญชัยที่สุดยังอาศัยหลบภัยอยู่ในหอคอยกริฟฟินดอร์ตั้งแต่ก่อนที่แฮร์รี่จะเข้าไปใกล้มันนานแล้วเสียอีก

 

แฮร์รี่โกรธจนควันออกหู ในห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่นั้นเขาอาจจะเลิกเถียงกับชายคนดังกล่าวไปแต่ทันทีที่เขาเข้ามาอยู่ในห้องต้องประสงค์และเมื่อเป็นเช่นนั้นหมายความว่าเขาออกมาจากอาณาเขตของดัมเบิลดอร์เรียบร้อยแล้ว โทสะของแฮร์รี่ก็ย้อนกลับมาพร้อมทวีความรุนแรงขึ้นสิบเท่า มันไม่ใช่เรื่องที่เขาต้องเรียนการสกัดใจอีกครั้งที่ทำให้โทสะแผดเผาจนเขาร้อนรุ่ม แต่เป็นเรื่องที่ว่ามีคนปากเปราะเอาเรื่องของเขาไปบอกอาจารย์ใหญ่ต่างหาก

 

และมันมีคนทำ ไม่ใช่เพียงการคาดเดา แฮร์รี่รู้

 

ถ้าหากไม่มีคนเอาไปพูดอาจารย์ใหญ่จะทำได้เพียงแค่สงสัยต่อไป – ก็คงสงสัยแน่อยู่แล้ว – แต่เขาจะไม่มีหลักฐานมากพอจะมั่นใจได้

 

และตอนนี้แฮร์รี่ต้องไปเรียนการสกัดใจกับสเนป สเนปเนี่ยนะ!

 

อย่างกับว่าแฮร์รี่จะยังมีเรื่องไม่มากพออย่างนั้นแหละ!

 

แฮร์รี่เลยไปที่ห้องต้องประสงค์เพื่อออกกำลังจนเนื้อตัวชุ่มไปด้วยเหงื่อไคลและอ่อนล้ามากพอจะสลบลงตรงนั้น – เพื่อที่จะกลับมายังห้องนั่งเล่นรวมและเจอกับเฮอร์ไมโอนี่และรอนนั่งรอเขาอยู่บนโซฟา

 

“แฮร์รี่!” เฮอร์ไมโอนี่อุทานเมื่อเธอเห็นเขาเดินเข้าไป “เธอไปไหนมา?”

 

ปฏิกิริยาตอบสนองแรกตามสัญชาตญาณของแฮร์รี่คือทำหน้าไม่สบอารมณ์ใส่และบอกไปว่าเธอไม่มีสิทธิ์ที่จะรู้ แต่เขาก็หยุด แน่นอนว่าเฮอร์ไมโอนี่ไม่มีสิทธิ์รู้อยู่แล้ว เธออาจจะเป็นเพื่อนเขาแต่ไม่ใช่แม่ แต่อีกทางคือเธอเคยเป็นเพื่อนเขาและในฐานะเพื่อนอย่างน้อยเธอก็มีสิทธิ์ที่จะถาม

 

“ไปวิ่งมา” แฮร์รี่ตอบหลังจากคิดใคร่ครวญคำตอบดีแล้ว “ต้องไปทำให้สมองโล่งสักหน่อย”

 

เฮอร์ไมโอนี่กะพริบตาให้กับคำตอบของเขา ความประหลาดใจฉายชัดในแววตา แต่ว่ารอนเป็นคนที่พูดในสิ่งที่เห็นได้ชัดออกมา “แฮร์รี่” เขาว่า “นายไม่เคยวิ่งตอนที่นายต้องการให้สมองโล่ง”

 

แฮร์รี่ทำได้เพียงถอนหายใจและเห็นว่าเขาคงไม่ได้ไปไหนแน่ๆจนกว่าเพื่อนของเขาจะพอใจกับคำตอบ เขาจึงทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างๆสองคนนั้น

 

“ฉันไม่ได้เอาไม้กวาดไปด้วยและฉันต้องออกไปสูดอากาศจริงๆ” เขาเอ่ยอย่างเหนื่อยอ่อน

 

“แฮร์รี่” รอบนี้น้ำเสียงของเฮอร์ไมโอนี่ฟังดูไม่ค่อยมั่นใจ “เกิดอะไรขึ้น?” เธอหยุดไปสักพัก แล้วก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจกว่าเดิม “ฉันรู้ว่าเธอโดนกักบริเวณกับอัมบริจด์คืนนี้แต่เกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น? ฉันหมายถึง - หล่อนไม่ได้กักเธอไว้จนถึงตอนนี้หรอกใช่ไหม?”

 

แฮร์รี่ระงับสีหน้าของเขาไว้ได้ทัน

 

“ไม่” เขาบอก น้ำเสียงเย็นเฉียบ “อาจารย์ใหญ่เรียกหลังจากนั้นให้ไปคุย...เล็กน้อย” สายตาของเขาจ้องเขม็งไปยังเฮอร์ไมโอนี่ก่อน แล้วก็หันไปหารอน เฮอร์ไมโอนี่และรอนต่างสบตากันและทันใดนั้นเองแฮร์รี่ก็รู้ โทสะที่เขาไปปลดปล่อยเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมากลับมาพลุ่งพล่านอีกครั้ง เป็นสองคนนี้ตรงหน้าเขาที่ไปหาอาจารย์ใหญ่!

 

“มีเรื่องอะไรอยากจะบอกฉันไหม บางที?” เขาถามเย็นเยียบ

 

“ฉันไม่รู้ว่าเธอกำลังจะพูดอ-”

 

“อย่ามาทำเป็นไม่รู้เรื่องกับฉัน!” แฮร์รี่เอ่ยลอดไรฟันและโทสะที่เขารู้สึกก่อนหน้านี้ก็กลับมาฉายชัดอีกครั้งชั่วขณะหนึ่งก่อนที่เขาจะกดทับมันลงไปได้ “มีคน” เขามองไปที่เฮอร์ไมโอนี่ ผ่านไปยังรอนและกลับมาที่เดิมระหว่างที่เขาพยายามคุมอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ “ไปหาดัมเบิลดอร์และบอกเขาว่า...บางทีฉันกำลังทำตัวประหลาดหรือฉันเปลี่ยนท่าทีกับมัลฟอยหรือสเนปหรือฉันทำได้ดีขึ้นในวิชาที่ฉันเกลียด ใครจะไปรู้! อะไรก็ตามที่ดัมเบิลดอร์ได้ฟัง มันทำให้เขาคิดว่าฉันจำเป็นต้องให้สเนปมาสอนการสกัดใจให้! คราวนี้บอกฉันมา เป็นพวกนายสองคนใช่ไหมที่ปากบอนเอาเรื่องฉันไปเล่าลับหลัง?”

 

ความเย็นเยียบของโทสะเจือไปในน้ำเสียงของเขาในตอนท้าย

 

รอนมองเขาอ้าปากตาค้าง

 

เฮอร์ไมโอนี่ดูรู้สึกผิด

 

“แฮร์รี่” เธอเริ่มเอ่ยในที่สุดอย่างลังเล

 

“ไม่!” เขาขัดอย่างเย็นเยียบ “ไม่ เฮอร์ไมโอนี่! ฉันไม่สนใจว่าเธอพูดอะไรไป ฉันสนแค่ว่าเธอทำมัน!

 

“แต่แฮร์รี่! เธอทำตัวแปลกไป! เธอ-”

 

“แล้วทำไมไม่มาหาฉัน?” แฮร์รี่ถามระหว่างที่โทสะจางหายไปแล้ว แน่นอนว่าคนทั้งสองตรงหน้าเขานั้นยังเป็นเด็ก และเด็กนั้นก็ผิดพลาดเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นไม่ได้เป็นข้ออ้างสำหรับการกระทำของพวกเขา “ทำไมวิ่งแจ้นไปหาดัมเบิลดอร์แทนที่จะถามฉัน?”

 

“เพราะว่านายจะไม่บอกเราน่ะสิ!” รอนขัดเขา ใบหน้าของรอนแดงจัดและเขากำลังโมโหอย่างเห็นได้ชัด “นายไม่เคยบอกเราเรื่องสำคัญๆเลย! นายเก็บเงียบเอาไว้ตลอดและไม่ยอมพูดอะไร! เหมือนปีที่แล้วในการประลอง! เหมือนปีสองเรื่องภาษาพาร์เซล! เหมือน-”

 

“ฉัน ไม่ ได้ เก็บ เงียบ!” แฮร์รีกัดฟัน เสียงขู่ฟ่อของภาษาแห่งอสรพิษเริ่มเจือมาในคำพูดของเขา เพิ่มท่วงทำนองของภาษาแม่ของเขาเข้าไปในภาษาอังกฤษ “ฉันถูกเลี้ยงมาโดยมักเกิ้ล รอน! ฉันไม่รู้ว่าภาษาพาร์เซลมันพิเศษ! และฉันไม่ได้เก็บเงียบตอนการประลอง! ไม่มีใครถามฉันตรงๆเกี่ยวกับอะไรทั้งนั้น! พวกนายแค่อยากให้ฉันไปหาพวกนายและบอกทุกอย่างและถ้าฉันไม่ทำพวกนายก็จะวิ่งแจ้นไปหาอาจารย์คนไหนก็ได้ที่พวกนายเจอ!

 

“นั่นมันไม่จริงสักหน่อย!” เฮอร์ไมโอนี่ร้องพร้อมดวงตาเบิกกว้าง “เธอไม่เคยฟังเลย! เหมือนตอนที่ซิเรียสส่งไฟร์โบลต์มาให้เธอนั่นแหละ!

 

“แล้วเธอเคยลองอธิบายให้ฉันฟังว่าทำไมเธอถึงคิดว่าไฟร์โบลต์มันอันตรายไหมล่ะ เฮอร์ไมโอนี่?” แฮร์รี่ถามเสียงนุ่ม “เธอเคยบอกเหตุผลฉันบ้างไหมก่อนที่เธอจะวิ่งไปหาศาสตราจารย์มักกอนนากัล?”

 

เฮอร์ไมโอนี่อ้าปากจะโต้ตอบแต่แล้วเธอก็ได้แต่อ้าปากพะงาบๆเลียนแบบปลาทองเท่านั้น

 

“ว่าไง เฮอร์ไมโอนี่?” แฮร์รี่โน้มตัวไปข้างหน้าและมองเธอด้วยดวงตาอันสงบนิ่งและเหนื่อยล้าของผู้ข้ามผ่านกาลเวลาอันยาวนาน

 

เธอกะพริบตาและจากนั้นก็อุทานออกมาในทันทีว่า “แต่ไฟร์โบลต์นั่นอาจจะเป็นอันตรายก็ได้!

 

“ใช่” แฮร์รี่เอ่ย “แต่เธอเองก็บอกเหตุผลกับฉันก่อนที่เธอจะวิ่งแจ้นไปหาอาจารย์ได้นี่ เธอควรจะมาคุยกับฉัน – เหมือนกับที่เธอควรคุยกับฉันก่อนที่จะวิ่งไปหาดัมเบิลดอร์รอบนี้!

 

“แต่...แต่นายทำตัวประหลาด! กับมัลฟอย! กับสเนป! และนายก็ไม่ได้คุยกับเราเหมือนที่นายเคยทำนี่!” รอนพูดอย่างโมโห

 

“ก็อาจจะถูก” แฮร์รี่ว่า “แต่นายก็บอกฉันตรงๆก็ได้ว่านายเป็นห่วงฉันและถามว่ามีอะไรหรือเปล่า!

 

“ฉันถามเธอไปแล้วว่ามีอะไรรบกวนเธอหรือเปล่าและเธอบอกฉันว่าเธอไม่เป็นอะไร!” เฮอร์ไมโอนี่โต้กลับ

 

“ใช่ เธอถามฉันว่ามีอะไรกวนใจฉันไหม! เธอเคยคิดบ้างไหมว่านั่นเป็นคำถามที่ผิด? เธอเคยคิดบ้างหรือเปล่าว่าเธอควรจะแค่ถามฉันว่าทำไมฉันถึงต่างไปจากที่เธอรู้จัก? ฉันอ่านใจเธอไม่ได้! แล้วจะให้ฉันรู้ได้อย่างไรให้ตายเถอะสายลมและเปลวไฟว่าเธอเป็นห่วงเรื่องอะไรกันแน่?”

 

เฮอร์ไมโอนี่หุบปากลงทันที

 

เธอจ้องเขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง ไม่อยากเชื่อ

 

“แต่...แต่...” รอนตะกุกตะกัก

 

“ไม่ รอน!” แฮร์รี่พูดอย่างเย็นเยือก “สักครั้งหนึ่ง รอน คิดดูว่านายจะรู้สึกยังไงถ้านายฝันร้ายคืนหนึ่งแล้วแทนที่จะปล่อยเอาไว้ฉันวิ่งไปหาแม่นายแล้วปลุกเธอขึ้นมาเพื่อฟ้องเรื่องนาย บอกฉัน นายจะชอบมันไหม?”

 

“แน่นอนว่าไม่!

 

“เอาล่ะ ยินดีด้วย! นายเพิ่งทำแบบเดียวกันนี้เลยกับฉันไป! นายอาจจะไม่ได้วิ่งไปหาแม่ฉันหรอกแต่ไปหาอาจารย์ แต่หลักการมันก็เหมือนกัน พวก นาย เอา เรื่อง ไป พูด ลับ หลัง ฉัน! ดังนั้นขอโทษด้วยแล้วกันถ้าฉันจะไม่คุยกับพวกนายหลังจากวันนี้! ฉันต้องไปสงบสติอารมณ์”

 

และจบประโยคนั้นแฮร์รี่ก็ยืนขึ้นและเดินออกไปจากห้อง ทิ้งวัยรุ่นที่รู้สึกผิดเต็มเปี่ยมสองคนไว้เบื้องหลัง

 

แน่นอนว่าแฮร์รี่รู้ว่าสองคนนั้นยังเป็นวัยรุ่นอยู่และเพราะอย่างนั้นก็เลยทำเรื่องผิดพลาดมากกว่า    แต่นั่นไม่ใช่ข้ออ้าง แฮร์รี่จะไม่หลับตาลงข้างหนึ่งเพียงเพราะว่าพวกเขายังไม่ได้เรียนรู้ว่าโลกใบนี้น่ะมันเป็นที่ๆโหดร้าย บางอย่างนั้นมันก็ต้องได้เรียนรู้ตอนที่กำลังเด็กอยู่ – และหนึ่งในสิ่งเหล่านั้นคือการที่ไม่ควรแอบทำอะไรลับหลังคนอื่น โดยเฉพาะเมื่อคนอื่นที่ว่านั้นเป็นเพื่อน มันไม่เป็นอะไรที่จะเป็นห่วง แต่คนที่ควรเข้าหาคนแรกนั้นต้องเป็นคนที่เป็นห่วงเสมอและไม่ใช่พวกผู้ใหญ่หรือผู้มีอำนาจ

 

บางทีพวกเขาคงได้เรียนรู้ได้ทันก่อนที่จะโต

 

Xxx

 

ในเช้าวันเสาร์นั้นออกัสต้า ลองบัตท่อมกำลังนั่งอยู่ในร้านหม้อใหญ่รั่ว รอคอยชายคนหนึ่งซึ่งเธอนึกชื่นชมอยู่เสมอๆ

 

“อรุณสวัสดิ์ ออกัสต้า” ออกัสต้า ลองบัตท่อมหันหน้าไปอย่างพลิ้วไหว – ราวกับว่าไม่ได้อายุเท่านั้น - และดึงไม้กายสิทธิ์ออกมาเร็วเกินกว่าคนส่วนใหญ่จะตอบสนองได้ทัน

 

น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่ใช่ คนส่วนใหญ่ และไม้กายสิทธิ์ก็หลุดออกจากมือของเธอทันทีที่เธอดึงมันออกมา

 

เธอมองชายตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ แต่ก็ยังพร้อมที่จะป้องกันตัวเองอยู่ แม้จะปราศจากไม้กายสิทธิ์ก็ตาม แต่ชายคนดังกล่าวทำเพียงแค่ยิ้มให้เธอและเดินอ้อมโต๊ะไปนั่งยังเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ไม้กายสิทธิ์ถูกวางลงบนโต๊ะและกลิ้งกลับไปยังเจ้าของ

 

“ใคร...?” เธอเริ่มถาม แต่ก็หยุดลงกลางคัน เธอรู้แล้วว่าใคร ดวงตาสีเขียวพิฆาตคู่นั้นมีอยู่เพียงผู้เดียวเท่านั้น

 

“ศาสตราจารย์” เธอเอ่ยทักทาย ยังคงรู้สึกงุนงงว่าเหตุใดเด็กหนุ่มตรงหน้าเป็นคนเดียวกับศาสตราจารย์ที่สอนวิชาอักษรรูนส์โบราณให้เธอตอนที่เธอยังคงเรียนที่ฮอกวอตส์ได้อย่างไร แต่เขารู้จักเธอและก็ตอบจดหมายของเธอด้วยความรู้ที่ไม่มีใครนอกจากศาสตราจารย์คนดังกล่าวเท่านั้นที่ทราบ

 

“ออกัสต้า เซลวิน” เขาตอบด้วยรอยยิ้ม “ตอนนี้เป็นลองบัตท่อมแล้วนี่ใช่ไหม?”

 

เธอพยักหน้า ยังคงรู้สึกทึ่งอยู่

 

“คุณ...คุณดูเด็กขนาดนี้ได้อย่างไรคะ?” เธอถามเขาในที่สุดด้วยดวงตาเบิกกว้าง คำตอบที่เธอได้รับเป็นรอยยิ้มใจดีที่เป็นที่รู้จักกันเป็นอย่างดี รอยยิ้มที่เธอจะยังคงจดจำได้แม้จะผ่านไปมากกว่าร้อยปีก็ตาม

 

ศาสตราจารย์คนดังกล่าวลังเลอยู่ชั่วขณะก่อนจะทอดถอนใจ

 

“คำตอบมันไม่ได้ง่ายดายอย่างที่ฉันอยากให้เป็นน่ะสิ” เขาว่า “พูดง่ายๆว่ามันเป็นความลับของครอบครัวดีกว่า”

 

ออกัสต้ากะพริบตา

 

“ความลับของครอบครัว” เธอเอ่ยทวนและชายตรงหน้าของเธอก็แย้มรอบยิ้ม

 

“ไปหาที่ๆปลอดภัยกว่านี้ดีกว่าแล้วฉันอาจจะบอกอะไรมากกว่านี้” เป็นคำตอบ

 

ดังนั้นออกัสต้าเลยทำสิ่งที่กริฟฟินดอร์คนหนึ่งจะทำ เธอลุกขึ้นยืน หยิบไม้กายสิทธิ์ของเธอและเดินตามชายหนุ่มไป

 

พวกเขาเดินออกจากร้านหม้อใหญ่รั่วและเมื่อชายคนดังกล่าวยื่นแขนมาให้เธอ เธอก็เอื้อมมือไปคล้องแขนเขา ในจังหวะต่อมาเธอรู้สึกได้ถึงแรงกดที่เป็นปกติของการหายตัวและเมื่อเธอมองเห็นอีกครั้ง พวกเขาก็ยืนอยู่ในห้องมืดที่ปราศจากหน้าต่าง บนกำแพงนั้นมีตราสัญลักษณ์อยู่ เป็นรูปอสรพิษสีเงินที่เลื้อยรัดพันรอบดอกลิลี่สีขาวประดับด้วยพื้นหลังสีเขียวอ่อน

 

เธอหันไปหาศาสตราจารย์และเลิกคิ้วขึ้น พิศดูตราสัญลักษณ์บนกำแพงห้อง เสียงหัวเราะนั้นเป็นคำตอบ

 

“ตราประจำตระกูล” เขาเอ่ย “”ฉันเกรงว่าฉันจะบอกไม่ได้ว่ามันเป็นสัญลักษณ์ของตระกูลอะไร”

 

“คุณบอกฉันไม่ได้...?”

 

“มันเป็นตราสัญลักษณ์ของมหาตระกูล” เขาตอบ “ฉันจะกลับไปร่วมวินเซ็นกาม็อต”

 

ออกัสต้าตัวสั่นระริกแทนคำตอบ

 

“คุณอยากจะกลับไปเล่นการเมือง?”

 

รอยยิ้มนั้นเป็นทุกอย่างยกเว้นน่าไว้วางใจ ออกัสต้าคิดเมื่อชายตรงหน้าเธอมองมาที่เธอ

 

“ก็อาจจะ” เขากล่าวและเธอรู้ว่าเขาหมายถึง ใช่

 

และสำหรับออกัสต้านั้นมันมีถนนเพียงสายเดียวเท่านั้นที่เธอจะเลือกเดินได้

 

“ฉันต้องทำอะไรคะถึงจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนคุณ ไม่ว่าคุณกำลังวางแผนอะไรอยู่ก็ตาม ศาสตราจารย์มัลฟัวร์?”

 

ศาสตราจารย์ตรงหน้าสบตาเธอ

 

“ถามทำไมหรือ ออกัสต้า?” เขาว่า

 

เธอยิ้มให้เขาและก็ยักไหล่

 

“ฉันจำชื่อเสียงของคุณได้ตอนที่ฉันยังเป็นเด็ก” เธอเล่า “คุณเด็ดขาดไร้ปรานี คุณเป็นที่หวาดกลัวและนับถือ ฉันอยากจะเป็นอย่างคุณมาโดยตลอด คุณคิดว่าฉันจะยอมเสียโอกาสในการทำงานกับแบบอย่างในวัยเด็กของฉันจริงๆหรือคะ?”

 

เธอได้รับเสียงหัวเราะอย่างประหลาดใจเป็นคำตอบ

 

“อย่าขำสิคะ ศาสตราจารย์” ออกัสต้าเอ่ย “ฉันพูดจริงๆนะ”

 

“ฉันรู้ว่าเธอพูดจริง” เด็กหนุ่มเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม “ฉันแค่ไม่ได้คาดเอาไว้”

 

“ฉันไม่ใช่คนเดียวที่ชื่นชมคุณเสียหน่อยค่ะ” ออกัสต้าพูด “ชาร์ลัส พอตเตอร์เองก็พอๆกับฉันนั่นแหละค่ะอย่างน้อย คุณเป็นวีรบุรุษสำหรับเขาเลย เป็นคนเดียวที่ทำอะไรก็ไม่ผิด เชื่อฉันเถอะถ้าอัลบัส ดัมเบิลดอร์กับคุณเกิดในช่วงเวลาเดียวกันนะ อัลบัสจะไม่ยิ่งใหญ่เท่าที่เขาเป็นตอนนี้หรอก เขาจะไม่มีอิทธิพลมากเท่านี้ถ้าคุณยังอยู่ตอนที่เขาเริ่มมีอำนาจขึ้นมา”

 

ศาสตราจารย์คนที่ว่าทำได้เพียงแย้มรอยยิ้มให้เธอ

 

“ฉันไม่ใช่วีรบุรุษหรอก ออกัสต้า” เขาเอ่ยยิ้มๆ “ฉันคงไม่สู้กับกรินเดลวัลด์อย่างที่เขาทำหรอก”

 

ออกัสต้าทำเพียงร้องหึออกมา

 

“เช่นนั้นบอกฉันว่าคุณไม่ได้ทำทุกอย่างที่คุณทำได้เพื่อสู้กับเขาในตอนที่เขาอันตราย”

 

ศาสตราจารย์ตรงหน้าอ้าปากจะพูด แต่ออกัสต้าไม่ยอมให้เขาตอบด้วยซ้ำก่อนที่เธอจะพูดต่อ

 

“ฉันไม่รู้หรอกค่ะว่าคุณไปอยู่ที่ไหนตอนนั้น ฉันไม่รู้ว่าคุณทำอะไร แต่ฉันรู้ว่าคุณทำทุกอย่างที่คุณทำได้เพื่อปกป้องคนบริสุทธิ์”

 

“นั่นไม่นับ” เขากล่าว และออกัสต้าก็ร้องหึอีกรอบ

 

“บอกตัวเองไปเถอะค่ะ”

 

เงียบ

 

จากนั้นเธอก็ถอนหายใจและส่ายศีรษะ

 

“คุณจะอธิบายให้ฉันฟังไหมว่าคุณดูเหมือนเด็กได้อย่างไรในเมื่อคุณอายุมากกว่าฉันเสียอีก?”

 

ศาสตราจารย์ตรงหน้ายักไหล่

 

“ฉันเป็นเฟียร์บอล์กบอร์น” เขาว่า “บุตรหลานของพวกโอลด์ ฉันไม่แก่ลงเหมือน...พ่อมดปกติ”

 

“เฟียร์บอล์กบอร์น?” ออกัสต้าไม่คุ้นเคยกับคำๆนี้เลย

 

“หลานชายของบาซิลิสก์” เขากล่าวและมองเธอด้วยดวงตาสีเขียวพิฆาต “ฉันไม่ใช่มนุษย์”

 

ออกัสต้ากะพริบตาด้วยความประหลาดใจ – จริงๆส่วนหนึ่งก็ประหลาดใจ แต่อีกส่วนก็เข้าใจมานานแล้วเหมือนกันว่าเขาก็คงเป็นพ่อมดธรรมดาทั่วไปอย่างคนอื่นเขาไม่ได้หรอก เขาแตกต่างเกินไป

 

“แต่แล้วคุณก็ยังเป็นส่วนหนึ่งของมหาตระกูล”

 

ศาสตราจารย์ยักไหล่อีกรอบ

 

“ฉันเป็นผู้ก่อตั้งมัน” เขาเอ่ยและแย้มยิ้มให้เธอ เธออ้าปากตาค้างมองเขาและก็คิดว่าเธอคงไม่ตกใจกับอะไรก็ตามที่เขาบอกเธอแล้วล่ะ...

 

“คุณกำลังวางแผนอะไรคะ?”

 

ศาสตราจารย์ตรงหน้าเธอเอียงศีรษะ

 

“สนใจจะทำลายโลกที่เธอรู้จักอยู่ในตอนนี้หรือเปล่า?” เขาถามเธอ “สนใจจะทำลายฐานอำนาจของพ่อมดที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่หวาดกลัวที่สุดในช่วงเวลานี้หรือเปล่า? สนใจจะจัดสรรโลกของเรานี้ให้เป็นสิ่งที่ไม่ว่าใครหน้าไหนก็ไม่อาจฝันถึงหรือเปล่า?”

 

“คุณไม่ได้กำลังวางแผนพวกนั้น นั่นไม่เหมือนคุณเลย ศาสตราจารย์” ออกัสต้าตอบ คำตอบกลับคือรอยยิ้มแสยะที่คงทำให้เธอวิ่งหนีไปเสียแล้วหากว่ามันเล็งเป้าหมายมาที่เธอจริงๆ

 

“ฉันก็ไม่ได้บอกนี่ว่าฉันอยากจะทำอย่างนั้นจริงๆ” ศาสตราจารย์กล่าว

 

“แล้วคุณกำลังทำอะไรคะ?”

 

คำตอบคือการยักไหล่

 

“มีคนมายุ่งกับฉัน” เขาตอบและออกัสต้าก็ตัวสั่นเทา “เธอจะเป็นพันธมิตรกับฉันไหม?”

 

แก้แค้น

 

เขาออกมาเพื่อล้างแค้น

 

มีเพียงสิ่งเดียวเท่านั้นที่ออกัสต้าทำได้เพื่อตอบคำถามที่ว่านั้น

 

“คุณต้องการให้ฉันทำอะไร?” เธอเอ่ย

 

Xxx

 

อลาสเตอร์ มู้ดดี้กำลังอารมณ์ไม่ดีเอามากๆ

 

เป้าหมายของเขาหายไป ไปแล้ว หมายถึงไม่อยู่ หมายถึงหายตัวไปจากฮอกวอตส์

 

ถ้าเขาพิสูจน์ได้ว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆล่ะก็ ถ้าหากเขาพิสูจน์ได้ว่าไอ้เจ้านั่นมันออกไปจากฮอกวอตส์เองและหายตัวไปที่ไหนสักที่ล่ะก็ มู้ดดี้ก็จะมีหลักฐานครบพร้อมอย่างที่เขาต้องการ แต่น่าเสียดายเป็นบ้าที่เขามาช้าเกินกว่าจะเห็นเหยื่อ...ของเขาจากไป

 

ดังนั้นแทนที่จะได้ตามเป้าหมายของเขาไปเขาก็เลยต้องมาเตะก้อนหินจนปลิวผ่านต้นหญ้าไปพร้อมๆกับสบถด่าเสียมากมายแทน

 

ถ้าเกิดว่าเขาพิสูจน์ได้ล่ะก็ว่าไอ้เจ้านั่นมันหายไปจากฮอกวอตส์และไม่ได้ไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ล่ะก็!

 

เขาเตะก้อนหินอีกครั้งและหินก้อนนั้นก็หายไปในเงาไม้ของป่าต้องห้าม

 

“ไอ้เด็กเวรไม่ยอมหลับยอมนอน” มู้ดดี้คำรามในลำคอ “สลิธีรินปัญญาอ่อนในเสื้อคลุมกริฟฟินดอร์!

 

แมวน้อยสีดำตัวหนึ่งแหงนหน้าขึ้นมองเมื่อจบประโยคนั้นและมองมือปราบมารที่กำลังสบถลั่นด้วยดวงตาสีเทาเย็นเยียบอย่างพินิจพิเคราะห์ มันมานอนอาบแดดในอากาศอบอุ่นช่วงท้ายฤดูใบไม้ร่วงก่อนที่หินก้อนหนึ่งจะกระแทกเข้าที่หลังปลุกให้มันตื่นขึ้น

 

“เด็กเวร!” และจบประโยคนั้นมือปราบมารก็หันหลังไปและตัดสินใจจะใช้เวลาของเขาไปทำอย่างอื่นที่อยากทำ

 

แมวตัวนั้นยืนขึ้นและเดินตามเขาไปจนกระทั่งเขาเดินออกจากอาณาเขตปราสาทและหายตัวไป จากนั้นเจ้าแมวก็เปลี่ยนทิศเดินกลับมายังฮอกวอตส์

 

มือปราบมารขี้ระแวงโง่เง่าเอ๊ย!

 

Xxx

 

มันเป็นช่วงเย็นของวันเสาร์เดียวกันเมื่ออาเธอร์ วีสลีย์และลูกชายคนโตสุดของเขาสองคนมาถึงห้องเดียวกับที่ออกัสต้า ลองบัตท่อมหายตัวเข้ามาในตอนเช้า

 

อาเธอร์มองไปรอบๆห้องอย่างเป็นกังวล มันว่างเปล่า – อย่างน้อยก็จนกระทั่งประตูลับเปิดขึ้นและชายอีกคนเดินเข้ามา

 

ในจังหวะต่อมาอาเธอร์ก็แก้คำพูดตัวเอง

 

ไม่ใช่ชายคนหนึ่ง เป็นเด็กหนุ่ม

 

“ยินดีต้อนรับ ญาติของฉัน” เด็กหนุ่มทักทายพวกเขา

 

อาเธอร์กะพริบตาอย่างประหลาดใจ จากนั้นเขาก็ตัดสินใจว่ากันไว้ดีกว่าแก้ดีกว่าและก้มศีรษะลงให้เด็กหนุ่ม ลูกชายของเขาก็ก้มลงตามที่เขาทำ

 

“ผู้นำตระกูล” เขาทักทายกลับ

 

และได้รับรอยยิ้มบางๆตอบกลับมา

 

“ฉันไม่เคร่งเรื่องความเป็นทางการในการนัดพบที่ไม่เป็นทางการหรอกนะ” เขากล่าว “เธอเรียกฉันว่าซัลวาซาฮาร์ก็ได้ - หรือซัลถ้าหากเธอมีปัญหาในการออกเสียง”

 

“ซัลวาซาฮาร์นั้นไม่มีปัญหาหรอก มายลอร์ด” อาเธอร์ตอบและผ่อนคลายลง เขาไม่เคยเก่งเรื่องพวกมรรยาทของเลือดบริสุทธิ์อยู่แล้ว – เป็นหนึ่งในสาเหตุว่าทำไมครอบครัวของเขาถึงได้ถูกเรียกว่าพวกทรยศต่อเลือด “เรียกผมว่าอาเธอร์ได้ตามสบายครับ” จากนั้นเขาก็ชี้ไปยังลูกชายของเขา “นี่คือทายาทของผม วิลเลียม หรือบิล และลูกชายคนที่สองของผม ชาร์ลส์ หรือชาร์ลี”

 

อีกฝ่ายพยักหน้ายอมรับและก็เชื้อเชิญไปยังที่นั่งในมุมหนึ่งของห้อง

 

“นั่งลงก่อนเถิดแล้วเราจะได้คุยกัน”

 

อาเธอร์ บิลและชาร์ลีเดินตามไป

 

เป็นบิลที่พูดขึ้นทันทีที่พวกเขานั่งลงเสร็จสับ

 

“บอกผมที มายลอร์ด ท่านต้องการอะไรจากเรา?”

 

อาเธอร์ไม่ค่อยพอใจเท่าไรกับลูกชายของเขา คำถามนี้แม้จะเป็นความจริง แต่มันมีวิธีเรียบเรียงถ้อยคำให้ดูดีกว่านี้

 

แต่แทนที่จะรู้สึกราวกับโดนดูถูก เด็กหนุ่มตรงหน้าพวกเขาหัวเราะขึ้น

 

“ฉันไม่ได้เลือกที่จะส่งข้อความไปให้พวกเธอเพราะว่าฉันอยากจะใช้พวกเธอไปทำอะไรเสียหน่อย ทายาทวีสลีย์” เขาเอ่ย “ฉันเลือกพวกเธอเพราะว่าพวกเธอเป็นครอบครัวและเธอมีสิทธิที่จะเลือกว่าอยากจะมาข้องเกี่ยวกับผู้ที่มีสัมพันธ์กันทางสายเลือดหรือไม่”

 

“ท่านต้องเป็นคนทะเยอทะยานเป็นอย่างมากถ้าอยากจะสร้างมหาตระกูลขึ้นมาอีกครั้ง ปกติคนเช่นนั้นจะเลือกคนประเภทที่พวกเขาต้องการให้มาอยู่ในตระกูลของเขาและไม่อยากให้อยู่อย่างชัดเจน และปกติพวกเขาจะมองหาพันธมิตรที่มีอิทธิพลหรือคนที่พวกเขาสามารถใช้งานได้” บิลตอบอย่างสงบ “ดังนั้นให้อภัยผมเถิดหากผมจะไม่เชื่อท่าน”

 

เสียงหัวเราะนั้นเป็นคำตอบ

 

“ฉันส่งคำเชิญเข้าร่วมตระกูลไปยังทายาทสายตรงทุกสาย ฉันคงไม่มาคิดถึงวีสลีย์หรอกเพราะว่าพวกเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องขั้นหนึ่งถ้าหากไม่ได้เป็นเพราะมอลลี่ วีสลีย์ ที่มีนามเดิมว่าพรีเว็ตต์หรอก ในเมื่อเธอเป็นคนสุดท้ายของพรีเว็ตต์ฉันจึงตัดสินใจเชิญวีสลีย์เข้ามาด้วยแม้ว่าพวกเธอจะไม่ได้เป็นญาติใกล้เท่ากับตระกูลที่เหลือ” เด็กหนุ่มตอบ “แต่แน่นอนผลกระทบที่ตามมาคือฉันต้องเชิญอีกครอบครัวเข้ามาด้วย เพื่อที่พวกเขาจะไม่สามารถประท้วงคัดค้านคำเชิญเหล่านี้ได้”

 

“ขอประทานโทษ?” ชาร์ลีถามอย่างประหลาดใจ “การเชิญครอบครัวของเราไปเกี่ยวกับการเชิญอีกครอบครัวหนึ่งอย่างไรครับ?”

 

ซัลวาซาฮาร์ยักไหล่

 

“พวกเขาเป็นลูกพี่ลูกน้องกับวีสลีย์และมหาตระกูล” เขาตอบง่ายๆ “และพวกเขาก็เป็นญาติใกล้กับฉัน ดังนั้นเธอสามารถพูดได้ว่าพวกเขาก็เป็นญาติใกล้เท่าๆกันกับวีสลีย์ ดังนั้นในเมื่อฉันเชิญพวกเธอเข้ามา ฉันก็ต้องเชิญพวกเขาด้วย ฉันไม่ถือหรอก ฉันไม่ชอบผู้นำฝั่งอังกฤษของตระกูลที่เรากำลังพูดถึงเท่าไรหรอกแต่พวกเขาก็อาจมีประโยชน์กับฉันได้”

 

“งั้นแปลว่าท่านเลือกเราเพราะว่าเรามีประโยชน์ แล้วท่านได้ประโยชน์อะไรจากเรา?” บิลเอ่ยเย็นเยียบ อาเธอร์อยากจะตีลูกของเขาจริงๆเพราะน้ำเสียงที่เอ่ยออกไปนั้นไม่เคารพเอาเสียเลย

 

ซัลวาซาฮาร์ยักไหล่อีกครั้ง

 

“มันเป็นธรรมชาติของฉันที่จะคิดใช้ประโยชน์จากคนที่ฉันยุ่งเกี่ยวด้วย” เขาเอ่ยอย่างไม่ได้สนใจอะไรมาก “ถ้าจะให้พูดตรงๆ คุณค่าที่ฉันเห็นในครอบครัวของเธอจะเป็นเจ้าหน้าที่แก้คำสาป คนฝึกมังกร เจ้าหน้าที่กระทรวง เด็กๆที่มีศักยภาพอีกสาม ตัวกวนอัจฉริยะและนักวิจัยชำนาญการสอง นั่นคือคุณค่าที่พวกเธอนำมาด้วยและเป็นสิ่งที่ฉันมองหา ไม่มีอะไรมากหรือน้อยไปกว่านี้”

 

วีสลีย์ทั้งสามอ้าปากค้างใส่เขา

 

“และถ้าเราเข้าร่วมกับตระกูล ท่านจะให้พวกเราทำอะไร?” อาเธอร์ถามออกไปในที่สุด ไม่สนใจธรรมเนียมมารยาทแล้ว ลูกชายเขาทั้งสองคนไม่ได้สนใจและดูเหมือนคนที่จะกลายมาเป็นผู้นำตระกูลของพวกเขาก็ไม่ถือสาอะไรเช่นกัน

 

เด็กหนุ่มตรงหน้ายักไหล่

 

“อะไรก็ตามที่พวกเธอกำลังทำอยู่ตอนนี้” เขาว่า “แน่นอนว่ามันจะมีสิ่งที่ฉันจะห้ามหรือสิ่งที่ฉันจะสนับสนุนให้เรียนรู้แต่หลักๆแล้วฉันอยากให้พวกเธอเป็นเหมือนกับที่กำลังเป็นอยู่ตอนนี้มากกว่า”

 

ดวงตาของชาร์ลีหรี่ลง

 

“แล้วอะไรคือกฎที่ท่านประสงค์ให้พวกเราทำตาม?” เขาถาม

 

ซัลวาซาฮาร์ยักไหล่ไม่ยี่หระอีกรอบ

 

“ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของตระกูลต่อหน้าสาธารณะ พวกเธอจะเกลียดกันอย่างไรก็ได้เมื่ออยู่ในที่ลับตาคน ตราบใดที่ต่อหน้าสาธารณะ พวกเธอสนับสนุนตระกูล”

 

เป็นคำขอที่สมเหตุสมผล อาเธอร์คิด

 

“ฉันยังคาดหวังให้พวกเธอตรวจสุขภาพด้วย เธอจะต้องตรวจว่าโดนน้ำยาหรือคาถาอะไรส่งผลกระทบหรือไม่”

 

ไม่มีข้อคัดค้านในส่วนนี้ แม้ว่ามันจะน่าอายก็ตาม

 

“กฎอีกข้อคือพวกเธอจะต้องเรียนสกัดใจ มันจะช่วยต่อต้านการครอบงำ คาถาที่ใช้บีบบังคับหรือคำสาปสะกดใจ ข้อนี้ไม่มีการต่อรองใดๆทั้งสิ้น”

 

รอบนี้เป็นบิลที่พยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ ก็อบลินเองก็ใช้มาตรการป้องกันความปลอดภัยแบบเดียวกันเป็นวิธีที่ดีในการปกป้องตระกูลทั้งตระกูลให้ปลอดภัย

 

“และสุดท้าย ครอบครัวมาก่อนเสมอ ฉันไม่สนใจว่าพวกเธอจะเชื่อถืออะไร ฉันไม่สนใจว่าพวกเธอจะอยู่ฝั่งมืดหรือแสงสว่าง แต่ฉันสนถ้าหากว่าเธอคิดจะเดินตามคนๆหนึ่งต้อยๆราวกับลูกเป็ด คิดเองไม่ได้ ถ้าเธอเข้าร่วมตระกูลของฉัน ความภักดีของเธอจะอยู่ที่ตระกูล เธอจะไปชื่นชมใครก็ได้ – คนอย่างอัลบัส ดัมเบิลดอร์หรือฟัดจ์หรือใครก็ตาม – แต่เธอจะต้องไม่ตามอย่างหูหนวกตาบอด ครอบครัวมาก่อนเสมอ จะไปร่วมงานกับเขาหรือชื่นชมพวกเขาอะไรก็ตามแต่ แต่เธอจะต้องคิดเสมอว่าการกระทำของเธอจะส่งผลอย่างไรต่อนามของตระกูล”

 

อาเธอร์พยักหน้าพลางคิดใคร่ครวญ มันจะต่างไปจากเดิม จนถึงตอนนี้เขาเชื่อมั่นในตัวของอัลบัส ดัมเบิลดอร์ตลอดมา ถ้าเกิดว่าเขาคิดจะติดตามมหาตระกูลนี้เขาต้องมองชายคนที่ว่าด้วยสายตาวิเคราะห์ตามความเป็นจริงมากกว่าเดิม

 

“แล้วคนที่คุณก็รู้ว่าใครล่ะ?” ชาร์ลีถาม “ท่านจะโอนอ่อนให้อย่างนี้ไหมถ้าหากเราติดตามเขา?”

 

รอบนี้ผู้นำตระกูลลังเลก่อนที่เขาจะทอดถอนใจ

 

“ฉันไม่ใช่พ่อมดฝั่งสว่าง” เขาเอ่ยเสียงนุ่ม “มหาตระกูลจะไม่เป็นตระกูลฝั่งแสง และถ้าหากมันเป็นจอมมารคนอื่นๆ – กรินเดลวัลด์ มอริแกน ใครก็ตาม – ฉันจะไม่สนใจถ้าเธอชื่นชมพวกเขา อย่างน้อยก็ไม่ในระดับหนึ่ง ฉันจะไม่ชอบใจถ้าหากเธอติดตามเขาและสังหารผู้คนเพราะเขา แต่ฉันจะไม่สนใจเพราะว่าเธอเป็นพ่อมดมืด หากแต่เป็นเพราะว่าเธอทำในสิ่งที่ผิดต่างหาก ชีวิตนั้นมีค่า ตราบใดที่เธอไม่ทำอันตรายใครฉันไม่สนใจทั้งนั้น ยกเว้นทอม ริดเดิ้ล ฉันจะสนใจถ้าหากเธอไปติดตามมัน ถ้าหากเธอติดตามมันต่อและไม่ยอมละทิ้งความเป็นพันธมิตรกับเขา ฉันจะไม่มีวันยอมรับเธอเข้ามาในมหาตระกูล การเข้าร่วมกับมันนั้นอาจจะเป็นความผิดพลาดที่เธอได้กระทำ แต่ถ้าหากเธอไม่ยอมแก้ไขล่ะก็ ฉันจะไม่รับเธอเข้ามาในตระกูล จำข้อนี้เอาไว้”

 

ชาร์ลีกะพริบตาอึ้งๆ

 

“เดี๋ยว! ท่านจะบอกว่าเราจะติดตามของกรินเดลวัลด์อย่างไรก็ได้ และท่านจะไม่สนใจตราบใดที่เราไม่ได้สังหารใครเพราะเขา – แต่เราตามโวลเดอมอร์ไม่ได้แม้ว่าเราจะไม่ได้ไปฆ่าใครให้เขาหรือ? ทำไมครับ?”

 

คำตอบที่เขาได้รับคือการแยกเขี้ยวคำราม

 

“ง่ายมาก” เด็กหนุ่มผู้เป็นผู้นำตระกูลเอ่ย “เพราะว่ามันคือทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ล มันเป็นจอมโกหก ใช้ประโยชน์จากทุกคนและไม่ยอมให้ใครยืนอยู่เคียงข้างแม้แต่น้อย เธอจะทำได้แค่รับใช้มันหรือต่อต้านมันเท่านั้น – และยังไม่พูดถึงสิ่งที่มันทำกับครอบครัวนี้”

 

“สิ่งที่เขาทำกับครอบครัว?” บิลถามอย่างทึ่งๆ “ท่านกำลังพูดถึงอะไร?”

 

ผู้นำตระกูลตรงหน้าเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราดอีกครั้ง

 

“อย่างที่ฉันเห็น มันเป็นคนผิดสำหรับการตายของสมาชิกตระกูลเรา แม้ว่าเธอจะไม่ตอบรับเป็นส่วนหนึ่งของตระกูล ฉันก็จะยังนับพรีเว็ตต์เป็นครอบครัวอยู่ดี – และฉันไม่ยอมรับพันธมิตรที่สังหารสมาชิกครอบครัว”

 

ครานี้อาเธอร์รู้สึกน้ำตาจะไหลเอาเสียให้ได้ เขารู้ว่ามอลลี่ยังคงเจ็บปวดไม่หายหลังจากสูญเสียพี่ชายทั้งสองและการที่มหาตระกูลลึกลับนี้ยอมรับตระกูลพรีเว็ตต์และไม่เพียงแค่นั้น ยังเป็นหนึ่งในเหตุผลที่พวกเขาปฏิเสธโวลเดอมอร์อีกด้วย – นั่นมันมากกว่าและดีกว่าที่พวกเขาคาดหวังเอาไว้เสียอีก

 

“แต่ท่านจะยังรับพ่อมดฝั่งมืดเป็นสมาชิกตระกูลหากว่าพวกเขาทำตามกฎดังนี้ด้วยหรือ?” ชาร์ลีถามขึ้นในจังหวะนั้น

 

ดวงตาสีเขียวพิฆาตมองพวกเขาอย่างเคร่งขรึม

 

“ฉันจะทำอย่างนั้น” เขาตอบ

 

“ท่านจะทำ?” บิลถามเสียงแผ่ว “แปลว่า ตระกูลที่ท่านส่งคำเชิญไปนั้นมีตระกูลฝั่งมืดด้วย?”

 

“...ใช่”

 

อาเธอร์ บิล และชาร์ลีต่างสบตากัน

 

“ไม่ทราบว่าเราถามได้หรือไม่?” บิลเอ่ยออกมาในที่สุด

 

เด็กหนุ่มถอนหายใจ

 

“มหาตระกูลนี้สิ้นสุดลงเมื่อทายาทสามคนของตระกูลเปลี่ยนนามเพื่อหลบหนีการไล่ล่า” เขากล่าว “ตระกูลหนึ่งใช้นามที่พวกเขาเลือกเอง คนอื่นๆแต่งงานเข้าอีกสองตระกูลที่มีสตรีเป็นทายาท”

 

“แสดงว่าเรากำลังพูดถึงการรวมตัวกันของสามตระกูล?” อาเธอร์ถามแผ่วเบา

 

“ห้า” ซัลวาซาฮาร์แก้ “ตระกูลหลักแยกตัวอีกครั้งเมื่อบุตรชายสองคนแต่งทายาทสตรีของตระกูลเล็กกว่า”

 

“เช่นนั้น มีตระกูลใดบ้างที่เรากำลังพูดถึง?”

 

เขาได้รับรอยยิ้มอันน่าหวาดหวั่นเป็นคำตอบ

 

“เรากำลังพูดถึงหนึ่งตระกูลฝั่งมืด สองเป็นกลางและสองฝั่งสว่าง หนึ่งในตระกูลฝั่งสว่างคือพรีเว็ตต์ อีกหนึ่งคือลองบัตท่อม และแน่นอนว่ามันมีปัญหาเกี่ยวกับตระกูลญาติใกล้ที่ฉันต้องติดต่อเพราะว่าฉันติดต่อพวกเธออยู่ ตระกูลนี้เองก็เป็นตระกูลฝั่งมืดเช่นกัน”

 

บิลขมวดคิ้ว

 

“ท่านจะไม่สามารถทำให้พวกเขาเข้าร่วมได้ทั้งหมดหรอก ปกติฝั่งแสงสว่างและมืดนั้นไม่อยู่ร่วมกันและพวกเป็นกลางก็เลือกเป็นกลางเพราะมีเหตุผล...”

 

ซัลวาซาฮาร์ทำเพียงแค่ยักไหล่

 

“ถ้าอย่างนั้นแปลว่าเธอจะไม่เข้าร่วมเพียงเพราะมีความเป็นไปได้ว่าตระกูลฝั่งมืดหรือเป็นกลางจะกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลหรือ?” เขาเอ่ยถามชายหนุ่มทั้งสาม

 

สมองของอาเธอร์กำลังหมุนติ้ว นี่แหละคือคำถาม คำถามเดียวที่เขารอมาตั้งแต่เริ่มการพบปะครั้งนี้แล้ว

 

อาเธอร์รู้ว่าเขาจะไม่ได้คำตอบไปมากกว่านี้แล้วในวันนี้ ซัลวาซาฮาร์ได้พูดในสิ่งที่เขาอยากจะเอ่ยและสิ่งที่เขาพูดได้ไปหมดแล้ว ตอนนี้อาเธอร์จะต้องเลือกตอบรับหรือปฏิเสธคำเชิญนี้

 

อย่างที่ลองบัตท่อมได้ทำไป อาเธอร์รู้อยู่แล้วว่าการระบุนามของตระกูลนั้นหมายความว่าพวกเขาได้ตอบตกลงไปแล้ว จะไม่มีการกล่าวนามของตระกูลที่ไม่ได้ประกาศจุดยืนก่อนหน้าเวลานี้

 

ดังนั้นมีเพียงสิ่งเดียวที่อาเธอร์รู้ในตอนนี้ คือสองตระกูลฝั่งมืดและสองตระกูลที่เป็นกลางอาจจะเข้าร่วมกับตระกูล ตระกูลฝั่งมืดสองตระกูล เขาจะสามารถยอมรับตระกูลฝั่งมืดในฐานะญาติได้หรือไม่?

 

แต่ก็แล้ว อาเธอร์และครอบครัวจะได้เป็นส่วนหนึ่งของมหาตระกูล ได้รับการปกป้องจากพวกที่ดูถูกพวกเขา – แต่มันมีโอกาสที่เขาจะต้องทำงานร่วมกับพวกที่เหมือนมัลฟอย แคร็บบ์ กอยล์ และแม็กแนร์ แต่แล้ว ใครก็ตามที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของตระกูลนี้จะไม่เป็นผู้เสพความตาย – อย่างน้อยก็ไม่ได้เป็นอีกต่อไป...

 

ดังนั้นมันก็มีปัญหาเล็กน้อยที่พวกเขาอาจจะได้ทำงานร่วมกับอดีตผู้เสพความตายเท่านั้นแหละ อัลบัส ดัมเบิลดอร์จะไม่พอใจแน่

 

มันเป็นความคิดที่ทำให้เขาหยุดกระบวนการคิดทั้งหมดลงและทำให้สีหน้าของเขามืดครึ้มลง เขากลายเป็นอะไรไปนี่ตลอดหลายปีที่ผ่านมา? เป็นลูกไล่ของดัมเบิลดอร์ คอยแต่วิตกกังวลว่าทำอย่างไรจะทำให้ดัมเบิลดอร์พอใจอย่างนั้นหรือ?

 

ใช่ อัลบัส ดัมเบิลดอร์มีความคิดที่ถูกต้อง

 

ใช่ มันเป็นความคิดที่ดีที่จะติดตามเขาและต่อสู้กับพวกผู้เสพความตายและโวลเดอร์มอร์

 

แต่ดัมเบิลดอร์ไม่ได้มารับผิดชอบครอบครัวของเขา อย่างที่บิลบอกเขาตอนที่จดหมายมาถึง มันเป็นตัวเลือกของอาเธอร์ ของอาเธอร์เพียงคนเดียวเท่านั้น - อา และก็อาจจะเป็นตัวเลือกของทายาทของเขาด้วย

 

อาเธอร์มองลูกชายทั้งสองของเขา ทั้งคู่ดูเคร่งเครียดและก็จริงจัง เขาเห็นว่าทั้งสองได้คิดใคร่ครวญเกี่ยวกับสิ่งที่ได้รู้แล้วชัดเจนบนใบหน้า เขามองไปที่ทั้งสองอย่างไถ่ถาม

 

บิลพยักหน้าให้น้อยๆและไม่กี่วินาทีถัดมาชาร์ลีก็ทำแบบเดียวกัน

 

และดัมเบิลดอร์?

 

ไม่ใช่ผู้ปกครองของเขาเสียหน่อย

 

“ไม่ครับ” อาเธอร์เอ่ยออกไปในที่สุด “เราไม่ถือไม่ว่าตระกูลในมหาตระกูลนี้จะอยู่ฝั่งแสง เป็นกลาง หรือมืด”

 

อีกครั้งอาเธอร์สูดลมหายใจเข้าอย่างมั่นคง และเขาก็ได้โผโดดลงจากหน้าผาและหวังว่าซัลวาซาฮาร์จะรับเขาเอาไว้ได้ก่อนที่เขาจะตกลงไปตายเมื่อถึงพื้นแล้ว เป็นการเปรียบเทียบน่ะนะ

 

Xxx

 

“หวัดดี ทอม!

 

ทอม ผู้ดูแลโรงแรม แน่นอนล่ะ - ไม่ใช่จอมมารเสียหน่อย ชายคนที่ว่าคงจะฆ่าใครก็ตามที่กล้าเอ่ยชื่อที่ว่าต่อหน้าเขา – เงยหน้าขึ้นมาจากที่เขาขัดเงาบรรดาแก้วอยู่

 

“เซโน” เขาทักชายตรงหน้า

 

“ผมมีหนังสือพิมพ์ฉบับถัดไป” เซโนว่าและทอมก็ดึงกระเป๋าเงินที่เขาเก็บไว้หลังเคาเตอร์และจ่ายให้กับเซโน เงินพวกนั้นมาจากการขายหนังสือพิมพ์ฉบับที่แล้ว ทอมขายมันและก็ให้ส่วนแบ่งของเซโนเมื่อชายคนที่ว่ามาพร้อมกับหนังสือพิมพ์ฉบับถัดไปของเขา

 

“มีบทความของทวิสต์อยู่ใช่ไหม?” ทอมถามอย่างสนอกสนใจ

 

เซโนพยักหน้ารับ

 

“ใช่” เขาเอ่ย “ผมขอให้เขามาเป็นนักเขียนประจำแล้วนี่นา”

 

“ผมอยากได้ฉบับนี้เพิ่มวันนี้” ทอมพูดประโยคนี้แทนคำตอบ “มันหมดหลังจากที่คุณเอามาแค่ไม่กี่ชั่วโมงเท่านั้นเอง รอบที่แล้วที่คุณเอามาส่ง”

 

เซโนฟิเลียส เลิฟกู้ด บรรณาธิการของเดอะ ควิบเบลอร์ ทำได้เพียงมองเขาอย่างประหลาดใจ จากนั้นเขาก็พยักหน้าช้าๆ

 

“แน่นอน” เขาว่า “ผมรู้อยู่แล้วว่าคนจะสนใจยูนิคอร์นสองจมูกกันเยอะ...”

 

ทอมเลือกที่จะไม่พูดอะไรกับประโยคนั้นอย่างชาญฉลาด

 

“แล้ว คุณอยากได้เท่าไร?”

 

ชั่วขณะหนึ่งทอมคิดคำตอบอยู่สักพักแล้วเขาก็ยักไหล่และตัดสินใจเสี่ยงดู

 

“ขอสามเท่า” เขาว่า มันเป็นความเสี่ยง แต่ก็นับว่าเล็กน้อยมากเพราะทวิสต์

 

เซโนมองเขาแปลกๆ แต่ก็พยักหน้าในที่สุดและทำอย่างที่บอก

 

ทันทีที่เซโนจากไป ทอมแอบมองบทความของทวิสต์นิดหน่อย

 

โอ๊ย

 

นั่นขายได้แน่ๆล่ะ...

 

Xxx

 

อาทิตย์ต่อมาบรรยากาศระหว่างกลุ่มเพื่อนทั้งสามอึดอัดเป็นอย่างมาก แฮร์รี่ทำตามที่พูดไว้และเขาเลิกคุยกับรอนและเฮอร์ไมโอนี่ไปเลย แทนที่จะนั่งกับสองคนนั้น เขาก็ไปนั่งกับเนวิลล์แทน

 

เด็กหนุ่มพูดน้อยไม่พูดอะไรทั้งนั้นในสามวันแรก แต่ในวันถัดมาตอนเที่ยงเขาก็ถามออกไปจนได้

 

“แฮร์รี่?” เขาเอ่ยอย่างลังเล “เกิดอะไรขึ้นกับนายกับรอนกับเฮอร์ไมโอนี่?”

 

แฮร์รี่ยักไหล่

 

“พวกเขาไปหาดัมเบิลดอร์แทนที่จะมาคุยกับฉัน” แฮร์รี่ตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ฉันจะไม่คุยกับสองคนนั้นจนกว่าพวกเขาจะเข้าใจว่าสิ่งที่ทำมันผิด”

 

เนวิลล์กะพริบตากับคำตอบนั้น

 

“โอ้” เขาว่า ชะงักไป แล้วก็ถามต่อ “ทำไมพวกเขาคิดว่าจะต้องไปหาดัมเบิลดอร์ล่ะ? ฉันหมายถึง นายทำอะไรหรือ?”

 

แฮร์รี่ยักไหล่อีกรอบ

 

“พวกเขาคิดว่าฉันทำตัวต่างไปจากปีที่แล้ว” เขาตอบไปตามจริง

 

รอบนี้เนวิลล์ขมวดคิ้ว

 

“อา นายก็ทำตัวต่างไปจริงๆ” เขาพูดออกมาอย่างกังวลเล็กน้อย “นายไม่ตั้งตัวเป็นศัตรูกับมัลฟอยและสเนปแล้ว นายรู้วิธีปรุงยาและนายก็ทำตัวเป็นมิตรกับสลิธีริน”

 

แฮร์รี่เลิกคิ้วขึ้น

 

“แล้วนายจะไปบอกดัมเบิลดอร์เพราะอย่างนั้นหรือ?” เขาถามเด็กหนุ่มขี้อายอย่างสงบ

 

เนวิลล์พรูลมหายใจออกทางจมูก

 

“ไม่หรอก” เขาว่า “แต่ฉันก็อยากรู้นะว่ามันเกิดอะไรขึ้นนายถึงเปลี่ยนไปเยอะขนาดนั้น” จากนั้นดวงตาของเขาก็เบิกกว้างและเขาก็พูดเสริมเข้าไปอย่างเร่งรีบ “นั่นคือถ้านายอยากจะบอกล่ะก็นะ!

 

แฮร์รี่ทำเพียงแค่ยิ้มให้

 

“ฉันได้รู้เกี่ยวกับสิ่งที่ไม่เคยรู้มาก่อน” เขาตอบเสียงเบา “อย่างเช่นมรดกตกทอดเอยและสถานะในโลกเวทมนตร์ ฉันแค่ทำตัวอย่างที่เคยทำต่อไปไม่ได้ ในเมื่อได้รู้แล้ว มันจะไม่ดีต่อตัวฉัน – โดยเฉพาะเมื่อเข้าร่วมกับวินเซ็นกาม็อตแล้ว”

 

“แปลว่านายวางแผนจะเข้าร่วมแบบเต็มเวลาเลยหรือ?” เนวิลล์ถามเขาอย่างสนใจ “ฉันคิดว่านายจะเอาผู้แทนไว้อย่างนั้นเสียอีก ฉันหมายถึง นั่นเป็นสิ่งที่เราส่วนใหญ่ทำกันในเมื่อยังเรียนอยู่น่ะ”

 

แฮร์รี่ยักไหล่

 

“ฉันไม่รู้ว่าตอนนี้ผู้แทนของฉันเป็นใคร” เขาเอ่ยพลางถอนหายใจ “ไม่เคยมีใครมาบอกฉันเรื่องที่นั่งในวินเซ็นกาม็อตเลยจนถึงตอนนี้ ถ้าเกิดว่าผู้แทนของฉันไม่มาหาฉันตอนที่ฉันกลับมายังโลกเวทมนตร์ นายคิดว่าเขายังจะควรมีสิทธิ์เรียกตัวเองว่าเป็นผู้แทนของฉันอยู่อีกหรือ? เขาควรจะมาพบฉันตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนแล้วและไม่ใช้ชื่อฉันลงคะแนนเสียงต่อโดยไม่ถามว่าฉันต้องการอะไร!

 

เนวิลล์ค้านไม่ได้จริงๆเรื่องนี้

 

“แสดงว่าจะนั่งเต็มเวลาสินะ” เขาสรุป

 

แฮร์รี่ยักไหล่

 

“เดี๋ยวรอดู” เขาว่า “มันยังมีตัวแปรที่ฉันจะต้องคำนวณก่อนจะตัดสินใจ”

 

เนวิลล์กะพริบตากับประโยคดังกล่าว

 

“นายรู้ว่านายจะสูญเสียอิทธิพลทางการเมืองถ้านายไม่ไปเข้าร่วมการประชุมวินเซ็นกาม็อตเทอมหน้า” เขาเอ่ย จับจ้องเพื่อนของเขาอย่างใกล้ชิด แฮร์รี่ยักไหล่

 

“ฉันรู้” เขาตอบคำถามของเนวิลล์ “แต่ความจริงคือฉันยังไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไร อย่างไรฉันก็ยังไม่รู้เกี่ยวกับมรดกอย่างเป็นทางการอยู่ดี”

 

“แล้วนายรู้ได้อย่างไร...?”

 

เขาได้รับรอยยิ้มแสยะเป็นคำตอบ

 

“มันมีความลับในครอบครัวของฉัน” แฮร์รี่ตอบเขา ยังคงแสยะยิ้มอยู่ “ความลับที่แม้กระทั่งดัมเบิลดอร์ก็ไม่รู้”

 

“แล้วมันเกี่ยวกับการที่นายรู้อย่างไร...?”

 

“ง่ายมาก ความลับนั้นเกี่ยวกับก็อบลิน และก็อบลินนั้นไม่เคยผิดคำพูด”

 

เนวิลล์ตัวสั่นเมื่อเขาได้ยินเช่นนั้น แฮร์รี่พูดถูกอย่างแน่นอน ก็อบลินไม่เคยผิดคำพูด – แต่พวกมันเป็นจอมปดตัวเล็กๆที่ทำทุกทางเพื่อให้ได้เปรียบ การที่ความลับของครอบครัวแฮร์รี่อยู่กับก็อบลินนั้นมีความหมายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น คือพวกมันจะทำทุกทางเพื่อให้แฮร์รี่รู้ถ้าหากนั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาได้รับการร้องขอให้ทำ ไม่แปลกใจเลยที่แฮร์รี่จะรู้เกี่ยวกับความรับผิดชอบของเขา...

 

“แสดงว่าก็อบลินบอกนาย” เนวิลล์สรุป ยังคงตัวสั่นอยู่ แฮร์รี่ยักไหล่

 

“ประมาณนั้นแหละ” เขาเอ่ยตอบเด็กหนุ่มขี้อาย หลังจากคำถามนั้น เนวิลล์ตัดสินใจจะไม่ถามต่อ อย่างไรเขาก็รู้ดีเกินกว่าจะถามซอกแซกเกี่ยวกับความลับของตระกูลอื่น

 

“แล้ววันนี้นายว่าจะทำอะไรหรือ?” เขาเลือกถามคำถามนี้แทน

 

แฮร์รี่ยิ้มให้อีกคน

 

นั่นเป็นจังหวะที่ไปรษณีย์ยามเช้ามาส่งพร้อมกับหนังสือพิมพ์เดอะ ควิบเบลอร์ฉบับถัดไป

 

ฮอกวอตส์วันนี้ไม่มีทางสงบสุขแน่

 

Xxx

 

ร้านหม้อใหญ่รั่วคนเต็มร้าน ผู้คนด้านในต่างเหยียบเท้ากัน ทุกคนต่างพูดคุยกับเพื่อนบ้านข้างเคียงด้วยน้ำเสียงเงียบๆและดวงตาเบิกกว้างกันทั้งนั้น

 

ทอมยืนอยู่เบื้องหลังเคาเตอร์ของเขา มองดูผู้คนมากมาย

 

คนเหล่านี้กำลังพูดคุยถกเถียงกันเรื่องบทความในหนังสือพิมพ์อย่างเผ็ดร้อน

 

ไม่ใช่บทความในเดลี่ พรอเฟ็ต ไม่ใช่หรอก บทความในเดอะ ควิบเบลอร์ต่างหาก

 

ตั้งแต่เซโนฟิเลียส เลิฟกู้ดแวะมาตอนเช้าและเอาหนังสือพิมพ์ล็อตนี้มาด้วย ร้านหม้อใหญ่รั่วก็เต็มไปด้วยผู้คนหารือกันเกี่ยวกับโอลิเวอร์ ทวิสต์และบทความที่เขาเขียนมารอบนี้

 

คำที่สำคัญที่สุดในการสนทนานี้น่ะหรือ?

 

ริดเดิ้ล (ปริศนา)

 

ทอมได้ยินมันจากทุกที่

 

ริดเดิ้ลตรงนั้น ริดเดิ้ลตรงนี้

 

ใช่ ผู้คนกำลังถกเถียงกันเรื่องบทความของทวิสต์

 

“เธอคิดว่าทวิสต์พูดจริงหรือเปล่าว่ากระทรวงอยากจะทำให้เด็กชายผู้รอดชีวิตเสียชื่อเสียงน่ะ?”

 

“แน่นอนล่ะ นั่นกระทรวงไง ถ้าพวกเขาไม่อยากได้ยินอะไรพวกเขาก็ทำลายความน่าเชื่อถือคนที่พูดความจริง มันเหมือนกับรอบที่แล้วเลย ฉันพนันเลยว่ามีคนบอกพวกเขาเกี่ยวกับผู้เสพความตายและฝีมือพวกนั้น แล้วพวกนั้นทำอะไรไหมล่ะ? ไม่ พวกนั้นเอาหัวจุ่มทรายและหวังว่าอะไรก็ตามที่เป็นปัญหาจะหายไปเอง!

 

“แล้วริดเดิ้ล...”

 

การหารือถกเถียงดำเนินต่อไปเรื่อยๆ บางครั้งผู้คนก็แสดงความเห็นต่อกันข้ามห้องทั้งห้อง บางครั้งพวกเขาก็กระซิบกระซาบกันข้างหู

 

ทอมร้องหึเมื่อเขาได้ยินบางความเห็น

 

เขาส่ายหัวในที่สุดและตัดสินใจจะอ่านบทความอีกรอบ

 

มันเป็นผลงานชั้นครู

 

ใช่ บทความนี้สมควรได้รับการยกย่องโดยการอ่านมันเป็นครั้งที่สองเป็นอย่างน้อย...

 

Xxx

 

มันมีปริศนาอยู่ในโลกใบนี้ – มันถูกเรียกว่าคนที่ไม่ควรเอ่ยนาม

 

ข้อเท็จจริงและเรื่องแต่งเกี่ยวกับคนที่คุณก็รู้ว่าใคร (อาจจะ) กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

 

ฮอกวอตส์เริ่มต้นปีการศึกษาอีกครั้งแล้ว – แล้วด้วยเหตุนั้นข่าวลือปกติทั้งหลายก็กลับมาเยือนโถงทางของฮอกวอตส์อีกครา “กักบริเวณ คุณพอตเตอร์ สำหรับการเผยแพร่คำโกหกเกี่ยวกับคนที่คุณก็รู้ว่าใคร!” ผมสงสัยจังว่าเขาเผยแพร่คำโกหกอะไรกันแน่ เพราะว่าตามคำพูดของคนที่อยู่เป็นพยานตอนที่เด็กชายผู้รอดชีวิตโดนสั่งกักบริเวณนั้น เด็กชายคนที่ว่ายังไม่เคยปริปากพูดอะไรเกี่ยวกับการกลับมาของจอมมารที่โหดร้ายที่สุดตั้งแต่กรินเดลวัลด์เลย

 

“เขาอยู่ที่บ้านญาติมักเกิ้ลของเขา” ผมได้ยินหนึ่งในปีห้าพูดหลังคาบนั้น “เขาไม่เคยพูดถึงคนที่คุณก็รู้ว่าใครเลย ทั้งในหน้าร้อนที่ผ่านมาและในคาบด้วย”

 

แต่เขาก็ยังโดนสั่งกักบริเวณด้วยเหตุผลว่าเขาเผยแพร่คำโกหกเกี่ยวกับการกลับมาของคนที่คุณก็รู้ว่าใครโดยศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่ของฮอกวอตส์ โดโลเรส จ. อัมบริจด์ ปลัดอาวุโสขึ้นตรงต่อรัฐมนตรีคอร์นีเลียส ฟัดจ์โดยเฉพาะ และผมก็ถามตัวเองว่า “ทำไมล่ะ?”

 

สิ่งเดียวที่ผมคิดได้คือกระทรวงน่ะอยากจะทำลายฮีโร่ผู้เป็นที่รักของเรา ลองดูสิครับ พวกเขาพยายามทำลายชื่อเสียงของผู้เยาว์คนหนึ่งตลอดหน้าร้อนที่ผ่านมา – ผู้เยาว์ที่ตอนนั้นกำลังอาศัยอยู่กับญาติมักเกิ้ลของเขาและเพราะอย่างนั้นจึงไม่อาจออกมาแก้ไขคำป้ายสีของกระทรวงได้ แล้วมันก็มีการพิจารณาคดีนั่น - การพิจารณาคดีที่เป็นได้เพียงความอัปยศสำหรับกฎหมายของเราๆ และคราวนี้ก็เรื่องนี้

 

แล้วทำไมล่ะ? มันเป็นเพราะว่ากระทรวงกลัวว่าเขาจะพูดถูกหรือ? มันเพราะกระทรวงรู้ว่าเขาพูดจริงและไม่ยินยอมที่จะเชื่อเขาหรือ? หรือทั้งหมดนี้เป็นการกระทำของปลัดอาวุโสที่ไม่ยอมรับความจริงคนนี้เอง?

 

ผมไม่รู้ ผมไม่สนใจด้วย สิ่งที่ผมสนใจคือข้อเท็จจริง ข้อเท็จจริงเน้นๆที่จะบอกความจริงกับคุณ

 

เอาล่ะ ไปดูข้อเท็จจริงกันเถอะ บางทีเราอาจจะรู้ก็ได้ว่าควรจะเชื่อใครและไม่เชื่อใครดี

 

หนึ่งในข้อเท็จจริงที่ผมเคยพูดถึงไปแล้วนั้น คือทำไมถึงเอ่ยชื่อปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ในคำอ้างในเมื่อคุณมีซิเรียส แบล็กที่กำลังวิ่งหนีคดีอยู่แล้วและทุกคนก็รู้ว่าเพ็ตติกรูว์น่ะตายไปแล้ว?

 

สิ่งอื่นๆที่ผมไม่ได้คิดจนกระทั่งผมตัดสินใจจะเริ่มการอภิปรายนี้ คือเกิดอะไรขึ้นกับเซดริก ดิกกอรี่? เรารู้ว่าเขาเสียชีวิต – แต่เขาเสียชีวิตในเขาวงกตหรือเปล่า? และถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมแฮร์รี่ พอตเตอร์ถึงเป็นคนนำศพของเขามาที่หน้าทางเข้า? พอตเตอร์อยู่ตรงนั้นหรือตอนที่เซดริก ดิกกอรี่ตาย? และถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมดิกกอรี่เป็นคนตายแล้วไม่ใช่พอตเตอร์? เอาตรงๆเลยนะ ดิกกอรี่เป็นนักเรียนปีเจ็ดและเป็นหนึ่งในนักเรียนที่ยอดเยี่ยมที่สุดในรุ่นของเรา กลับกันแม้ว่าพอตเตอร์จะโด่งดัง แต่ตอนนั้นเขายังเป็นเพียงเด็กชายอายุสิบสี่ปีที่ยังคงสนใจเรียนรู้และเล่นควิดดิชเองนะ ดังนั้นทำไมดิกกอรี่ถึงตาย? เขาไปช่วยพอตเตอร์และโดนฆ่าในตอนนั้นหรือ? แต่ถ้าเป็นอย่างนั้น ไหนล่ะรางวัลสำหรับความกล้าหาญของเขา? ไม่มีอะไรในเขาวงกตที่จะทำให้เขาดูราวกับแค่หลับไปเท่านั้น สิ่งเดียวที่ผมทราบที่ปลิดชีพโดยไร้ร่องรอยใดๆมีเพียงแต่คำสาปพิฆาตเท่านั้น

 

แล้วมันยังมีปัญหาอีก ผมไม่คิดว่ามันมีอะไรในเขาวงกตที่ใช้คำสาปพิฆาตทั้งนั้น ดังนั้นแล้วมันมาจากไหน? พอตเตอร์หรือ? คุณอย่าบอกผมนะว่าเด็กอายุสิบสี่จะสามารถใช้คำสาปพิฆาตได้ เหตุผลที่ผมไม่เชื่อมันง่ายนิดเดียว ใน กฎและทฤษฎีเวทมนตร์ของอัลด์วิน ฮอปเป็นแบ็กเกอร์ระบุว่า “พ่อมดคนหนึ่งนั้นจะต้องผ่านการเติบโตทางเวทมนตร์เป็นครั้งที่สองถึงจะสามารถใช้คำสาปมืดต่างๆเช่นคำสาปโทษผิดสถานเดียวได้อย่างสมบูรณ์แบบ ก่อนหน้านั้นจะเป็นเรื่องยากมากในการใช้คำสาปกรีดแทงหรือคำสาปสะกดใจและจะไม่มีทางใช้คำสาปพิฆาตได้โดยเด็ดขาด” ปกติพ่อมดแม่มดจะเติบโตในช่วงอายุสิบห้าถึงสิบแปด แฮร์รี่พอตเตอร์อายุยังไม่ถึงเลยในตอนนั้น – และเพราะอย่างนั้นเขาจึงไม่สามารถใช้คำสาปพิฆาตได้ ถ้าอย่างนั้นแล้วใครทำ?

 

ซิเรียส แบล็ก? แล้วทำไมพอตเตอร์ไม่พูดถึงเขาล่ะ?

 

มีใครอยู่ที่นั่นอีก?

 

คนเพียงคนเดียวที่แจกคำสาปพิฆาตอย่างกับแจกขนมในไม่กี่ทศวรรษที่ผ่านมาคือคนที่คุณก็รู้ว่าใคร และถ้ามันไม่ใช่คนที่คุณก็รู้ว่าใคร ก็ต้องเป็นใครสักคนที่แย่พอๆกับจ้าวแห่งศาสตร์มืดผู้โด่งดัง แล้วทำไมกระทรวงถึงไม่เปิดการสอบสวน? ไม่ใช่ว่าพ่อแม่ของเซดริก ดิกกอรี่มีสิทธิ์ที่จะรู้คนที่สังหารลูกชายของพวกเขาหรอกหรือ?

 

และถ้ามันเป็นการกระทำของคนอื่น ทำไมกระทรวงไม่ทำอะไรเพื่อจับคนร้ายเลยล่ะ? มันเป็นเพราะพวกเขากลัวว่าพอตเตอร์จะพูดความจริงและคนที่คุณก็รู้ว่าใครกลับมาแล้วหรือเปล่า?

 

ดังนั้นในท้ายที่สุดผมจึงลองไปหาข้อมูลเกี่ยวกับคนที่คุณก็รู้ว่าใครดูด้วยตัวเอง พวกข้อมูลทั่วๆไปน่ะคุณ เขาคือใคร เขาทำอะไรมา มีทางที่เขาจะกลับมาไหม?

 

คำถามพวกนั้น แม้ว่ามันจะดูง่ายดายเหลือเกินกลับนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่น่าสนใจ

 

เรากำลังพูดถึง คนที่คุณก็รู้ว่าใครและหมายถึงพ่อมดมืดหนึ่งเดียวคนนั้นที่กุมครึ่งหนึ่งของบริเทนไว้ในความควบคุมของเขาเมื่อทศวรรษที่ผ่านมานี้เอง – พ่อมดที่เรียกตัวเองว่า ลอร์ดว. (Lord V*)

 

ลอร์ดว. - มันควรจะเป็นเรื่องง่ายดายในการหาข้อมูลเกี่ยวกับเลือดบริสุทธิ์อย่างเขา อย่างไรก็ดี เรามีหนังสือพวกลำดับวงศ์ตระกูลมากมายเกี่ยวกับเหล่าลอร์ดของโลกเวทมนตร์และอำนาจของพวกเขา – ในหนังสือเหล่านั้นมีรายนามสกุลของเหล่าลอร์ดทั้งหลายระบุอยู่เสมอๆ หาได้ง่าย อ่านสนุก

 

ในท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่ได้มันต่างจากที่ผมคิดเอาไว้ ผมหาข้อมูลเกี่ยวกับเขาไม่เจอเลยสักนิดเดียว ไม่มีอะไรเกี่ยวกับเขาทั้งสิ้น ไม่มีอะไรให้รู้ ไม่มีอะไรให้นับเป็นข้อเท็จจริงที่เชื่อถือได้ คำถามที่ผมถามตัวเองตอนนั้นคือ “ทำไมล่ะ?”! ผมใช้เวลาคิดใคร่ครวญอยู่สักพักหนึ่งเลยสำหรับคำตอบของคำถามนี้จนกระทั่งผมได้คำตอบที่ผมกำลังมองหา ผมหาอะไรไม่เจอเลยเพราะว่า – ผมช็อกมาก แต่ผมต้องสารภาพว่าคงจะเหมือนๆกับคนมากมายในโลกเวทมนตร์นี่แหละ - ผมไม่รู้จริงๆว่าเขาเป็นใครกันแน่!

 

แน่นอนว่าผมรู้ว่าเขาทำอะไรและเขาถูกมองเช่นไรโดยโลกเวทมนตร์ – แต่ความรู้เหล่านั้นไม่ได้บอกผมเลยว่าเขาเป็นใครกันแน่ มันบอกแค่ว่าเขาสามารถทำอะไรได้บ้าง

 

เอาล่ะ – มันมีวิธีแก้ไขอยู่น่ะนะ ดังนั้นผมเลยมาเริ่มที่จุดเริ่มต้น ทุกคนรู้ว่าคนที่คุณก็รู้ว่าใครคือลอร์ดว. มันมีลอร์ดอยู่ไม่เยอะหรอกในดินแดนแห่งนี้ ดังนั้นผมเลยไปหาในหนังสือประวัติศาสตร์ของโรงเรียนในบทที่พูดถึงพ่อมดแม่มดชนชั้นสูง คุณนึกออกไหมว่าผมตกใจแค่ไหนที่ผมหาหลักฐานเกี่ยวกับลอร์ดว.ไม่เจอเลย?!

 

มันไม่เคยมีตระกูลที่ชื่อว.มาก่อนเลย ดังนั้นข้อเท็จจริงข้อแรก ผมต้องบอกคุณว่า ชายที่นำสงครามมาสู่พวกเราจนกระทั่งเขาถูกหยุดยั้งโดยแฮร์รี่ พอตเตอร์นั้น – เป็นไอ้ขี้ขลาดจอมโกหก ผมคิดไม่ออกเลยว่าเลือดบริสุทธิ์ที่เป็นที่นับหน้าถือตานั้นจะติดตามคนที่หลบซ่อนอยู่เบื้องหลังนามเท็จได้อย่างไร – คำที่หมายความว่า การหลบหนีจากความตาย ในภาษาฝรั่งเศส ขี้ขลาดตาขาวจริงๆ แม่ของผมเป็นเลือดบริสุทธิ์ที่เป็นที่นับหน้าถือตาของสายตระกูลฝรั่งเศส เธอบอกผมว่าเธอจะยอมตายก่อนที่จะถูกเรียกว่าว. - การหวาดกลัวความตายนั้นไม่ใช่สิ่งที่เลือดบริสุทธิ์ทั้งหลายจะเป็นเลย! เธอบอกผมว่ามันขัดกับพฤติกรรมอันเหมาะควรของเลือดบริสุทธิ์ในการหวาดกลัวสิ่งที่เป็นธรรมชาติและเชื่อมโยงกับเวทมนตร์อย่างลึ้กซึ้งอย่างความตาย ผมเชื่อแม่ของผมนะ – แต่ถ้านั่นเป็นเรื่องจริงล่ะก็ อย่างนั้นไม่ได้แปลว่าคนที่คุณก็รู้ว่าใครเป็นเลือดสีโคลนที่ไม่ได้รับการศึกษาหรือ? และผมหมายถึง เลือดสีโคลนจริงๆ  – เพราะนั่นเป็นสิ่งที่พวกนิยมความบริสุทธิ์เรียกคนที่ไม่ยอมทำตามขนบธรรมเนียมของผู้วิเศษ

 

น่าเศร้าที่มันเป็นเพียงการคาดเดาและมันไม่มีข้อเท็จจริงอะไรมายืนยันว่าแม่ของผมพูดถูก...

 

ดังนั้นผมเลยกลับไปเริ่มใหม่อีกแล้ว ไม่มีอะไรให้รู้มากเกี่ยวกับคนที่คุณก็รู้ว่าใคร เขาเป็นจอมมาร เขาโหดร้าย เขาโกหกเกี่ยวกับชื่อของเขาและอาจจะรวมถึงความเป็นลอร์ดของเขาด้วย – และเขาเป็นทายาทสลิธีริน

 

ข้อมูลนี้ผู้คนกระซิบกระซาบกันไปทุกที่ มันเป็นเพียงแค่คำเล่าลือเท่านั้นแต่ผมก็ตัดสินใจจะลองดู ผมไปหาก็อบลินเพื่อขอข้อมูลเรื่องนี้ ปกติพวกเขาจะไม่ให้ข้อมูลสำคัญๆแบบนั้นหรอก – แต่มันมีวิธีง่ายๆ พวกเขาต้องให้เราดูหนังสือเกี่ยวกับญาติวงพงศาทั้งหมดทั้งมวลถ้าพวกคุณขอ หนังสือเล่มที่ว่าเป็นฉบับแก้ไขและไม่แสดงทายาททั้งหมด มันมีทายาทตระกูลทั้งหลายในโลกของเราที่หลบซ่อนอยู่โดยการเปลี่ยนชื่อ – พวกเขาเหล่านั้นจะไม่มีชื่อในนั้น ก็อบลินเองนั้นมีฉบับที่ระบุอยู่หรอกแต่ผมก็เอาเท่าที่ได้แหละ...

 

ผมมองหาเชื้อสายสลิธีริน เชื้อสายนี้สูญสิ้นลงในปี 1651 เมื่อบุตรีคนหนึ่งของตระกูลน่าจะสังหารทายาททั้งหมดและตัวลอร์ดสลิธีรินเองลง สมาชิกครอบครัวเดียวที่ยังเหลืออยู่เป็นบุตรของสตรีคนนั้น เป็นก๊อนท์ ชื่อสุดท้ายที่เป็นชื่อของสายตระกูลนี้ที่มายังกริงกอตส์คือทอม มาร์โวโล่ ริดเดิ้ล ลูกชายของเมโรเพ่ ก๊อนท์ ตั้งแต่ช่วงยุค 1940 หรือ 1950 นู่น เขาเป็นเลือดผสมกำพร้าที่ถูกมักเกิ้ลเลี้ยงขึ้นมาและเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ในบ้านสลิธีริน เขาหายตัวไปเพียงไม่นานก่อนการเถลิงอำนาจของคนที่คุณก็รู้ว่าใคร

 

เอาล่ะ กลับไปที่ข้อเท็จจริงกันดีกว่า ลอร์ดว.เป็นไอ้ขี้โกหก เขาโกหกเรื่องชื่อของเขา ในเมื่อว.นั้นไม่ใช่นามสกุลใดๆ เขาอาจจะโกหกเรื่องความเป็นลอร์ดของเขาด้วย แล้วมันก็มีทอม ริดเดิ้ล ลูกหลานคนสุดท้ายของก๊อนท์และอาจจะสลิธีริน ก็อบลินปฏิเสธตำแหน่งลอร์ดสลิธีรินสำหรับเขาและเขาไม่เคยมายืนยันสิทธิ์ความเป็นลอร์ดก๊อนท์เลย ทอม ริดเดิ้ลไม่มีลูก – ดังนั้นไม่มีทางที่ลอร์ดว.จะเป็นลูกของเขา มันยังไม่มีลูกหลานคนอื่นๆของสลิธีรินที่ยังมีชีวิตอยู่ด้วย ดังนั้นแล้วไอ้ขี้โกหกลอร์ดว.นี่มาบอกว่าเขาเป็นเลือดบริสุทธิ์ได้อย่างไรกัน?!

 

มันมีเพียงสองความเป็นไปได้ที่จะสามารถนำมาซึ่งสถานการณ์ปัจจุบัน หนึ่งคือลอร์ดว.นั้นเป็นเลือดบริสุทธิ์ตาขาวที่ฆ่าทอม ริดเดิ้ล ทายาทสุดท้ายของก๊อนท์และอาจจะรวมถึงตระกูลสลิธีรินและขโมยสายเลือดไปจากเขา สองคือลอร์ดว.คือทอม ริดเดิ้ลและเขาโกหกเรื่องที่เขาเป็นเลือดบริสุทธิ์ ทั้งสองทาง เลือดบริสุทธิ์ที่เป็นที่นับหน้าถือตาทั้งหลายไปติดสอยห้อยตามคนอย่างนั้นได้อย่างไร?! ไม่มีทาง

 

ดังนั้นเมื่อมองเห็นเป็นเช่นนั้น แม้ว่าคนที่คุณก็รู้ว่าใครจะกลับมาแล้วอย่างที่อัลบัส ดัมเบิลดอร์ว่า มันก็ไม่มีทางที่เขาจะมีคนติดตามมากพอที่จะเป็นอันตรายหรอก

 

อย่างไร ผมก็เชื่อมั่นในสังคมที่ผมเติบโตมา – และไม่มีลอร์ดเลือดบริสุทธิ์คนใดจะติดตามเลือดผสมที่ปฏิเสธนามอันเก่าแก่อย่างก๊อนท์เพื่อให้ได้ใช้ชื่อที่เป็นรอง (แม้ว่าจะโด่งดังกว่าก็ตาม) อย่างสลิธีรินที่ตระกูลนั้นกลายมาเป็นลอร์ดหลายต่อหลายปีหลังจากตระกูลก๊อนท์หรอก

 

หลังจากไล่ดูข้อเท็จจริงที่ผมเจอทั้งหมดแล้ว ผมก็รู้ในที่สุดว่ามันไม่มีทางที่จะรู้ว่าคนที่คุณก็รู้ว่าใครเป็นใครกันแน่ นั่นทำให้ผมเหลือเพียงวิธีเดียวเท่านั้น ง่ายๆคือผมจะไม่เรียกเขาว่าคนที่คุณก็รู้ว่าใครอีกต่อไปแล้ว – เพราะผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร

 

จากนี้เขาจะเป็น ริดเดิ้ล (ปริศนา)สำหรับผม มันก็เป็นชื่อจริงๆของเขานั่นแหละและถึงแม้ว่าจะไม่ใช่ เขาก็ยังคงเป็นปริศนาหลายๆปริศนาที่ผมไม่อาจไขได้จนถึงตอนนี้ อย่างไรก็ดี ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใครนี่นาและผมไม่รู้ด้วยว่าเขามีชีวิตอยู่หรือเปล่า – ดังนั้นทำไมผมจะต้องเรียกเขาผิดๆด้วยล่ะ? ถึงเขาจะยังมีชีวิตอยู่ก็จริง – เขาก็จะมาโทษเราเรื่องที่เราเรียกเขาว่า ริดเดิ้ล ไม่ได้หรอกในเมื่อเขาไม่ยอมออกมาแก้ไขความรู้ของเราเกี่ยวกับตัวเขา

 

และการจะห้ามไม่ให้พูดคำว่าริดเดิ้ลนั้นก็จะเป็นเรื่องยากเย็น – อย่างไรมันก็เป็นคำที่แสนจะธรรมดาสามัญนี่นะ...

 

โอลิเวอร์ ทวิสต์

 

 

To Be Continue

 

Upcoming Chapter: A Teachers Advice Apologize! - คำแนะนำของอาจารย์ ไปขอโทษเสีย!

 

 

ออกัสต้า เซลวิน ยังจำที่ประชุมเหล่าลอร์ดกันได้ไหมเอ่ย เรื่องมารยาทเนี่ย ออกัสต้าโดนสอนมาซะเคร่งเลย ไม่แปลกที่เนวิลล์จะเกรงคุณย่ามาก เคร่งซะขนาดนั้น เราชอบออกัสต้าเรื่องนี้มากเลยค่ะ เอาจริงๆก็ชอบหมดอ่ะเรื่องนี้ 5555

 

A Riddle Recovered นี้ เป็นการเล่นคำว่าริดเดิ้ลหรือปริศนาซึ่งเราก็รู้ๆกันว่าเป็นนามสกุลของโวลเดอมอร์ค่ะ หมายถึงเปิดโปงปริศนาของจอมมารและจอมมารที่ว่าก็ดันชื่อริดเดิ้ลซะด้วย

 

บทความของซัลรอบนี้เด็ดเหลือทนค่ะทุกคน และยาวมากค่ะ บทความอย่างเดียว 5 หน้าได้ ถถถ เป็นโซนที่เราแปลได้ลื่นมาก เราชื่นชอบการใส่ไฟค่ะทุกคน ฮา

 

ตอนนี้เรื่องก็ดำเนินมาถึงจุดหนึ่งแล้ว ตัวละครเริ่มเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ แล้วเราจะได้เห็นตัวละครปฏิสัมพันธ์กันมากขึ้นค่ะ โดยเฉพาะคนที่อยู่ฝั่งซัล โหะๆๆๆ

 

ตอนหน้า ใครคิดถึงศาตราจารย์วิชาปรุงยา เตรียมตัวพบกับบทเรียนวิชาการสกัดใจเลยค่ะ

 

แล้วเจอกันตอนถัดไปค่า 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 128 ครั้ง

20 ความคิดเห็น

  1. #463 คนที่เงียบๆ (@bell8888) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2562 / 13:52

    แแต่งออกมาได้ยังไงกันนะ?

    #463
    0
  2. #435 migi zero (@rebornpop40) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 00:22
    อัพเถอะคะขอร้องอะอ่านซำ้สิยรอบแล้วอะ
    #435
    1
    • #435-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 37)
      31 มกราคม 2562 / 21:33
      ตอนถัดไปใกล้มาแล้วนะคะ เราหายไปให้คุณ migi zero ตามอยู่เรื่อยเลย แหะๆ พอดีตอนล่าสุดมันยาวในระดับหนึ่งเลยค่ะ เราเลยใช้เวลาหน่อย ขอบคุณที่รอและติดตามนะคะ ^ ^
      #435-1
  3. #430 O๐นุ่มนิ่มจัง๐O (@windyhot) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 06:39
    สนุกมากเลยจ้าอ่านต่อเนื่องจนถึงตอนนี้เลย โอ๊ยอยากได้ตอนใหม่มากๆๆๆๆๆ แฮรี่ร้ายจนอยากหยิกสักที
    #430
    0
  4. #429 ลักกี้โซระ (@belleyoss) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 17:49
    สนุกมากค่ะ จะรอ รีบมาแปลต่อนะคะ ชอบเรื่องนี้มากๆเลย
    #429
    0
  5. #421 พลอยไหมหล่ะ (@ploysuuu) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 01:22
    ขอบคุณที่แปลให้อ่าน สนุกมากไหลลื่น
    #421
    0
  6. #420 เซจัง (@little-cream-cat) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 01:14
    เรื่องนี้เป็นแฟนฟิคแฮร์รี่ที่สนุกที่สุดเท่าที่เคยอ่านมาเลยค่ะ ผู้เขียนผูกปมได้สุดยอดจริงๆ ผู้แปลก็แปลลื่นไหลอ่านสนุกมาก อ่านกี่ตอนก็ยังรักเรื่องนี้ไม่เปลี่ยนแปลง เผลอๆจะรักกว่าเรื่องหลักแล้วนะเนี่ย
    #420
    0
  7. #419 Puai244 (@Puai244) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 00:54
    คุณซัลนี่นะ ช่างจิก ช่างกัดละเกิน
    กัดทอม ริดเดิ้ลซะเหวอะกันทีเดียว
    และกัดสายตระกูลอื่นไปทั่วอีก มาตามเลือดผสม ทั้งที่ตัวเองยิ่งใหญ่ เริ่ดมาก สมเป็นท่านซัล ลูกมเยอดิน (อย่าลืมว่าพ่อมเยอดิน กัดเก่งกว่าเยอะ แถมโหดอีก)
    แท้จริงแล้วเนวิลล์ฉลาดล้ำ มารยาทดี แต่อยู่ในกลุ่มไม่เข้าใจเลือดบริสุทธิ์

    รอนกับเฮอร์ไมโอนี่ จะคิดได้ไหม ว่ามันผิดกับเพื่อน

    ส่วนมู้ดดี้ ลุงค่ะ คุณซัลแกยอมให้ตามหรอกนะ ถึงมาได้ขนาดนี้ ไม่ซัดโครมให้บุญเท่าไหร่แล้ว เร็กข่วนทีซิ

    บิลกับชาลี เก่งแท้ สู้ๆ นะอาเธอร์ เจอคุณซัลละ เดี๋ยวดีเอง

    แม่จากฝรั่งเศสนี่เลดี้บาซิลิกส์รึเปล่านะ หรือมีแม่คนไหนอีก อยากรู้
    #419
    0
  8. #418 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 22:58
    เห็นด้วยว่าบทความคุณ 'ทวิสต์' รอบนี้จิกกัดดีจริงๆ ประเด็นคือคนเขียนอะรู้ทุกอย่าง แต่ทำมาเปงงงง เอ๊ะอันนี้ใช่รึเปล่าน้าา หรือจะอันนี้ แหมมม ซัลลล

    รอให้ตอนอดีตยาวมาถึงตอนศาสตราจารย์สอนออกัสต้า เซลวินเลยค่ะะ (มันจะถึงมั้ยย) เราชอบออกัสต้าเรื่องนี้มากเลย
    #418
    0
  9. #417 BarMeeYen (@BarMeeYen) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 21:35
    ชอบการเอาความลับของโวเดอร์มอลมาเม้าท์มากค่ะ555แถมเนียนว่าอาจจะไม่ใช่อีก555ซัลลูกกกก
    - สะใจนิดนึงตรงช่วงที่แฮรี่เถียงกับรอน เฮอร์ ควรถามซัลตรงๆนะะะเด็กๆไม่ใช่วิ่งแจ้นไปฟ้องอาจารย์!!
    -ชอบออกัสต้าจังค่ะ อยากอ่านตอนที่ออกัสต้าถูกซัลสอนจังเลยค่ะ น่าจะสนุกน่าดู55
    ขอบคุณที่แปลมาให้อ่านนะคะ
    #417
    0
  10. #416 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 21:05

    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    ไม่รู้คิดไปเองรึปล่าวแต่บทที่ทะเลาะกันข้างบนรู้สึกแปลกๆค่ะ
    #416
    0
  11. #415 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 18:52
    จอมมารเขาอุส่าเลี่ยงชื่อจริงเพราะเกลียดพ่อ หนูซัลก็อย่าไปแกล้งเขาสิ 555555 #สะใจ
    ปล.คิดถึงคนแปลนะ ยังแปลดีเหมือนเดิม แฮร่
    #415
    0
  12. #414 TewadaCat (@TewadaCat) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 18:40

    รอคร้าาาาาาา เป็นตอนที่รอว่าเมื่อไหร่จะมาถึง. อยากรู้ว่าน้องจะทำยังไง

    ว่าแต่ ตอนต่อนิจะมาทันเวลาปกติไหมค่ะ แบบว่าอยากอ่านมากมาย
    #414
    0
  13. #413 wal_5678 (@wal_5678) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 18:09

    ริดเดิ้ล อื้อหืม55555555 จอมมารหัวร้อนแน่ๆ555555


    ชอบพาร์ทวีสลีย์แฮะ "ไม่ใช่ผู้ปกครองเขาเสียหน่อย" ฮาา

    #413
    0
  14. #412 sesil (@sesil) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 17:09

    เผ็ดร้อน มากๆ อ่านไปขำไป มันน่าจะซีเรียดนะแต่เราดันขำสะงั้น

    #412
    0
  15. #411 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 17:03
    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เรายิ่งอ่านก็ยิ่งรักเลยค่ะ รักในความคิดของผู้แต่งจริงๆ เผ็ดร้อนมากเรื่องของคุณซัลเนี่ย แต่ตอนนี้เราอ่านต้นฉบับไม่ถึงไหนเลย5555 พอมาเจอคำว่าแก้แค้นของคุณซัลคือก็ยังไม่รู้ว่ารวมตระกูลแก้แค้นใคร จะเป็นตาแก่ขี้มโนอย่างดัมบี้รึเปล่า หรือจะเป็นจอมมารลวงโลกอย่างโวลดี้กัน5555
    #411
    0
  16. #410 เหมียวขนฟู (@bloodytea) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 16:57
    ชอบมากก ขอบคุณค่ะ <3
    #410
    0
  17. #409 migi zero (@rebornpop40) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 16:57
    ขออีกค้าาาาาา
    #409
    0
  18. #408 ratchadarom (@ratchadarom) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 16:40

    มาต่อเร็วๆนะคะ ค้างมากกกกกกกก
    #408
    0
  19. #407 violet0 (@violet0) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 16:18
    มาบ่อยๆนะ รออ่านอยู่
    #407
    0
  20. #406 Alice12 (@paploy61244) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 16:08
    เนื้อเรื่องเผ็ดร้อนมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว เป็นการเขียนที่แสดงทัศนคติดีๆหลายอย่างมาก ขอบคุณค่ะ
    #406
    0