[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,953 Views

  • 497 Comments

  • 1,003 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    542

    Overall
    25,953

ตอนที่ 38 : Chapter 35: A Teacher’s Advice Apologize! – คำแนะนำของอาจารย์ ไปขอโทษเสีย!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 145 ครั้ง
    1 ก.พ. 62

Chapter 35

A Teacher’s Advice: Apologize!คำแนะนำของอาจารย์: ไปขอโทษเสีย!

 

Xxx

 

อะมีเลีย โบนส์นั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานของเธอ นิ่งค้างไปด้วยความไม่อยากเชื่อ ในมือของเธอถือหนังสือพิมพ์เดอะ ควิบเบลอร์ไว้แน่น รอบๆตัวเธอมีเอกสารต่างๆกระจัดกระจายไปหมด บ้างเป็นคดีของแบล็กที่เธอกำลังทำอยู่แต่เอกสารอื่นๆเกี่ยวกับการฆาตกรรมโดยใช้เวทมนตร์ของตระกูลริดเดิ้ลในลิตเติ้ล แฮงเกิลตัน เธอค้นหาชื่อ ริดเดิ้ลในกองเอกสารหลังจากเธอได้อ่านหนังสือพิมพ์ไปและเธอยังคงไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้พบเลย

 

ทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ล ลูกชายของเมโรเพ่ ก๊อนท์ บุตรีสควิบของมาร์โวโล ก๊อนท์ผู้เป็นทายาทคนสุดท้ายของลอร์ดก๊อนท์ ลูกชายของทอม ริดเดิ้ลที่เป็นมักเกิ้ลชนชั้นสูง เป็นคนที่ พบว่ารูเบอัส แฮกริดเป็นผู้ร้ายในการสังหารเด็กหญิงคนหนึ่งในเขตโรงเรียน

 

ทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ล ผู้ซึ่งบิดาและปู่ถูกฆ่าอย่างลึกลับเมื่อปีถัดจากนั้นเองด้วยคำสาปพิฆาต ทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ล ผู้ซึ่งลุงของเขาถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สังหารตระกูลริดเดิ้ลแม้ว่ามันจะไม่มีอะไรมากไปกว่าหลักฐานการสารภาพผิดแปลกประหลาดที่ลุงคนที่ว่าให้การก่อนที่เขาจะถูกตัดสินให้ไปรับโทษยังอัซคาบัน

 

บังเอิญอย่างนั้นหรือ?

 

อะมีเลียไม่เชื่อในความบังเอิญ

 

อย่างที่เธอมั่นใจว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่โอลิเวอร์ ทวิสต์ได้เลือกเขียนเรื่องทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ล หรือที่รู้จักกันในนามของลอร์ดโวลเดอมอร์ สายตาของเธอเลื่อนไปยังบทความนั่น มันเป็นสารท้าทายจอมมารและมันเป็นทางที่ทำให้ผู้คนหยุดเรียกเขาด้วยชื่อยาวๆไร้สาระนั่นด้วย

 

คนที่คุณก็รู้ว่าใครนั้นสื่อถึงความกลัว – แต่การเรียกคนๆหนึ่งว่า ริดเดิ้ลนั้นไม่ได้สื่อเช่นนั้น ช่างเป็นวิธีที่อัจฉริยะเสียจริงที่ทำให้ผู้คนเลิกกลัวจอมมารกันบ้างและในขณะเดียวกันก็กวนใจจอมมารที่ว่าไปด้วย – ถ้าหากเขายังอยู่ล่ะก็นะ อะมีเลียมั่นใจว่าคำตอบของคำถามนั้น แม้ว่าจะไม่ได้ถูกระบุเอาไว้อย่างชัดเจนในหนังสือพิมพ์ คือใช่อย่างชัดเจนอยู่แล้ว หรือจะเขียนบทความเพื่อแหย่จอมมารไปอย่างนั้นทำไม?

 

อา อะมีเลียมั่นใจว่าเธอจะช่วยในการรวบรวมข้อมูลได้บ้างสำหรับเขียนบทความที่น่าสนใจเช่นนั้นอีก และด้วยความคิดนั้นเอง อะมีเลียก็จัดการห่อข้อมูลเกี่ยวกับทอม ริดเดิ้ลและเรื่องอื่นๆของกระทรวงกับดัมเบิลดอร์ที่เธอไปหามาอย่างดีก่อนที่จะเพิ่มมันเข้าไปกับกองจดหมายที่เธอตั้งใจจะส่ง จากนั้นเธอก็กลับมาทำคดีของแบล็กต่อ ไม่สนใจจะหันไปมองชื่อที่จ่าหน้าไว้เด่นหราบนซองเอกสารที่อยู่บนกองจดหมายของเธอเลยแม้แต่นอ้ย และถ้าหากใครอ่านชื่อ โอลิเวอร์ ทวิสต์ที่เขียนไว้บนนั้นล่ะก็ พวกเขาต้องตาฝาดไปแล้วแน่ๆ อย่างไรก็ตาม อะมีเลีย โบนส์จะไม่มีทางคิดส่งจดหมายไปหาทวิสต์เพื่อมอบความช่วยเหลือในการ...บิดเบือนของเขาหรอก ไม่มีทางเสียล่ะ ยกเว้นแต่ว่า...

 

Xxx

 

ออกัสต้า ลองบัตท่อมกำลังอ่านหนังสือพิมพ์เดอะ ควิบเบลอร์ในเวลาเดียวกันกับอะมีเลีย โบนส์ เธอวางหนังสือพิมพ์ที่ว่ากางหราบนโต๊ะ ความพึงพอใจฉายชัดอยู่บนใบหน้า เป็นบทความที่ดีเสียจริง ดีมากๆเสียด้วย – และมันก็เหมือนกับยุติธรรมดีแล้วที่ได้ทำราวกับถ่มน้ำลายใส่ชายที่ผู้ติดตามของมันนั้นมาทรมานลูกของเธอด้วยถ้อยคำเหล่านั้น แม้ว่าเธอจะไม่ได้เป็นผู้ทำเองแต่เป็นผู้นำตระกูลของเธอต่างหาก แต่แล้ว เธอก็เป็นครอบครัวและเช่นนั้นก็มีสิทธิที่จะรู้สึกภาคภูมิใจในครอบครัวของเธอ และมันรู้สึกดีมากจริงๆที่ได้เห็นตระกูลของเธอล้างแค้นสำหรับสิ่งที่ได้กระทำกับสมาชิกครอบครัวของเธอ!

 

สิ่งที่พวกมันกระทำกับลูกชายของเธอ

 

ในที่สุดเธอก็เงยหน้าขึ้นและสบตากับแขกที่มาหา

 

“เขามีปฏิกิริยาอย่างไรหรือ?” เธอเอ่ยถามอย่างสงบ

 

“เขาไม่พอใจแน่ๆล่ะ” ชายตรงหน้าเธอถอนหายใจระหว่างที่นิ้วมือของเขาสางเส้นผมสีแดงที่เริ่มกลายเป็นสีเทาเล็กน้อย “ผมไม่อยากเชื่อเลยว่าผมจะหูหนวกตาบอดมาโดยตลอดและไม่เห็นว่าเขาไม่ได้พอใจมากเท่าที่เขาพยายามแสดง”

 

ออกัสต้าทำเพียงยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ

 

“นั่นคืออัลบัส ดัมเบิลดอร์ล่ะอาเธอร์” เธอตอบระหว่างที่ขมวดคิ้วใส่สภาพรุงรังๆของชายตรงหน้าเธอ เสื้อผ้าของเธอเองนั้นอยู่ในสภาพที่ถูกกำหนดมาตั้งนานแล้ว เสื้อคลุมสีเขียวของเธอและเส้นผมสีเทาที่ถูกม้วนขึ้นเรียบตึงแสดงสถานะสตรีหม้ายแห่งตระกูลลองบัตท่อมผู้สูงศักดิ์ “เธอควรทำอะไรสักอย่างเกี่ยวกับสภาพของเธอนะ อาเธอร์ เสื้อผ้าหน้าผมของเธอตอนนี้จะไม่เหมาะเมื่อตระกูลเข้าร่วมยังวินเซ็นกาม็อตพร้อมๆกับตระกูลอื่น”

 

ดวงตาของอาเธอร์ วีสลีย์เบิกกว้าง

 

“ผมไม่เชื่อว่าตระกูลของผมจะ...”

 

“แน่นอนสิว่ามันจะเกิดขึ้น บุตรชายคนที่สองของเธอเป็นทายาทตระกูลพรีเว็ตต์และเธอคือผู้นำตระกูลวีสลีย์ หนึ่งในตระกูลรองของมหาตระกูลของเรา เธอจะมีที่นั่งในวินเซ็นกาม็อต ดังนั้นเธอควรจะเริ่มทำตัวเช่นนั้นได้แล้ว”

 

อาเธอร์พรูลมหายใจออกมาทางจมูก

 

“ผมไม่รู้ว่าควรทำตัวอย่างไรให้เหมือนลอร์ด ออกัสต้า”

 

ออกัสต้าเพ่งมองชายตรงหน้าเธอ จากนั้นสายตาของเธอก็เลื่อนกลับไปยังบทความอีกครั้ง เธอยังคงอยากจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาอยู่เมื่อเธอเอาหนังสือพิมพ์นี่ให้อาเธอร์ วีสลีย์ดูเมื่อวานตอนเช้าหลังมันออกมาแล้ว ดวงตาของชายหนุ่มเบิกกว้างและเขาเริ่มละล่ำละลักอย่างไม่เคยคาดคิดว่าจะมีใครกล้าทำอะไรเช่นนั้น! แต่ส่วนที่เด็ดที่สุดคือตอนที่เธอเผยว่ามันเป็นผลงานของคนที่อยู่ภายใต้ผู้นำตระกูลของพวกเขาเอง ชายผู้น่าสงสารเกือบจะอึดอัดหายใจไม่ออกตายกว่าเขาจะสามารถสูดลมหายใจเข้าปอดได้ เขาลืมหายใจไปเลยหลังจากได้ยินเช่นนั้น

 

“อืม งั้นก็ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ฉันจะบอกเธอเอง เธอ ภรรยาของเธอและลูกชายลูกสาว ไม่มีทางที่ฉันจะปล่อยให้สมาชิกครอบครัวไม่รู้วิธีการปฏิบัติตนต่อหน้าคนอื่นที่มีสถานะเดียวกัน”

 

อาเธอร์ละล่ำละลักและพยายามจะปฏิเสธ

 

“อยากจะให้ผู้นำตระกูลของเราอับอายหรือ? ผู้นำตระกูลที่ยอดเยี่ยมอย่างเขา?” เธอถามชายที่กำลังลำล่ำละลักขณะที่ชี้ไปยังหนังสือพิมพ์ที่ถูกวางไว้ตรงหน้าเธอ สายตาของผู้นำตระกูลวีสลีย์มองตามนิ้วของเธอไปยังหนังสือพิมพ์ที่ว่าและก็ส่ายศีรษะ

 

“เช่นนั้นก็ตามนี้” เธอกล่าว “บทเรียนของเธอจะเริ่มขึ้นเร็วที่สุดเท่าที่เป็นไปได้...”

 

Xxx

 

แต่ไม่ใช่ทุกปฏิกิริยาตอบรับต่อบทความของทวิสต์จะออกมาเป็นทางบวกเหมือนกับออกัสต้า ลองบัตท่อม ดังนั้นระหว่างที่เธอเริ่มสอนบทเรียนมรรยาทให้แก่อาเธอร์ วีสลีย์นั้น ชายอีกคนกำลังดิ้นพราดอยู่บนพื้นคฤหาสน์ของตัวเอง ในมือของเขากำจดหมายไว้และข้างๆศีรษะมีหนังสือพิมพ์ที่เขานำมาให้จอมมารหลังจากมันถูกตีพิมพ์ในนิตยสารแม่มดรายสัปดาห์

 

“ครูซิโอ!

 

อีกครั้งที่ความเจ็บปวดพุ่งขึ้นมาจากทั่วทั้งร่างและลูเซียส มัลฟอยรู้สึกเสียใจจริงๆที่คาบข่าวมาบอกจอมมาร แต่ถ้าเขาไม่ทำเขาคงจะเจ็บปวดมากกว่าที่เผชิญอยู่ตอนนี้เสียอีก – นั่นเป็นสิ่งที่ลูเซียส มัลฟอยได้เรียนรู้จากตอนที่เขารับใช้จอมมารมาในสงครามแรก ข่าวร้ายมีผลกระทบตามมาเสมอ มันเป็นความผิดของเขาหรือไม่ไม่สำคัญอะไรเลย ใครเป็นผู้ส่งสาร คนนั้นก็รับโทสะของจอมมารไป – ง่ายๆอย่างนั้นเอง

 

“ไอ้เด็กนั่นมันกล้าดีอย่างไรมาบอกใบ้ว่าฉัน ลอร์ดโวลเดอมอร์ผู้ยิ่งใหญ่ หวาดกลัวความตาย! ไอ้เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมนั่นมันกล้าดีอย่างไรมาสื่อว่าฉันไม่ใช่ลอร์ด! ฉันคือลอร์ดสลิธีริน ลอร์ดที่แข็งแกร่งที่สุดในบริเทน!” จอมมารขู่ฟ่อในจังหวะนั้นที่เขาเดินไปเดินมาในห้อง บางครั้งก็หยุดเพื่อสาปลูเซียสหรือปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์ที่มาอยู่ผิดที่ผิดเวลาและเมื่อเป็นอย่างนั้นก็ต้องทนรับโทสะของจอมมาร

 

“ครูซิโอ!

 

ลูเซียสไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะรู้สึกขอบคุณไอ้หนูสกปรกนั่นแต่ตอนนี้เขาแทบจะจูบมันได้แล้ว - เพียงเพราะว่าเพ็ตติกรูว์มาอยู่ตรงนี้และร่วมรับโทสะของจอมมารด้วยกัน แต่คิดอีกที – ไม่ล่ะ เขาจะไม่จูบเจ้าหนูนั่นหรอกแม้กระทั่งตอนนี้ก็ตาม อันตรายจากการติดเชื้อโรคมักเกิ้ลมันสูงเกินไปถ้าเขาทำอย่างนั้น

 

“ไอ้เด็กนั่น! ฉันจะทำให้มันดู! ฉันจะสั่งสอนมัน!” จอมมารโวยวาย “ฉันจะ...”

 

ลูเซียสเลิกฟังอีกครั้งและก้มลงมองดูจดหมายที่เขากำไว้แน่นในมือ จดหมายนี่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับบทความที่ทวิสต์เขียนเลย มันเป็นจดหมายที่จ่าหน้าถึงผู้นำตระกูลมัลฟอย ในจดหมายนั้นมีกระดาษแผ่นหนาและชื่อและตำแหน่งทางสังคมของลูเซียส มัลฟอยเขียนไว้เด่นหราด้วยสีเขียว – จดหมายระบุว่ามันเป็นคำเชิญประเภทหนึ่ง

 

เป็นคำเชิญให้เข้าร่วมตระกูลหนึ่ง มหาตระกูล

 

ลูเซียสหลับตาลงและพยายามจำคำเชิญเอาไว้ระหว่างที่จอมมารนั้นยังคงโวยวายอยู่ไม่เลิกใกล้ๆเขา บางทีถ้าเขาตั้งสมาธิกับอย่างอื่นเขาจะสูญเสียความหวาดกลัวที่มีต่อคนวิปลาสเสียสติที่กำลังเดินไปมาในห้องห่างแค่ไม่กี่นิ้วจากศีรษะของเขาลงได้บ้าง

 

Xxx

 

ถึง ผู้นำตระกูลมัลฟอยและทายาท

 

ลูกหลานแห่งตระกูลมัลฟอย เธอได้ใช้ชีวิตอยู่เป็นเกียรติเป็นศรีแก่บรรพบุรุษ เธอได้ใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด เธอได้ปฏิบัติตามวิถีทางแห่งบรรพบุรุษ เราประกาศว่าเธอเป็นลูกหลานของบุตรีที่รักยิ่งแห่งตระกูลเรา เช่นนั้นเราจะทำนุบำรุงและอุ้มชู ให้ความช่วยเหลือในยามที่เธอต้องการ เธอนั้นได้รับคำเชิญเข้าสู่ตระกูลของเรา

 

ตอบรับคำเพรียกหาของเรา ญาติวงศ์พงศาแห่งตระกูลเรา และกลับมายังที่ที่เป็นของเธอโดยชอบธรรม

 

รอก่อน เราจะพาเธอกลับบ้านในวันเสาร์นี้ยามเที่ยงคืน

 

เราสาบานด้วยจิตวิญญาณและเวทมนตร์ของเราว่าเธอนั้นจะปลอดภัยจนกว่าจะกลับมา

 

ผู้นำตระกูล

 

Xxx

 

ในอดีตนั้นลูเซียส มัลฟอยจะไม่แม้แต่พิจารณาคำเชิญแบบนี้แน่ การเข้าร่วมมหาตระกูลนั้นแปลว่าเขาจะขยับตัวทางการเมืองอย่างอิสระได้น้อยลง แต่ตอนนี้มุมมองของเขาเปลี่ยนไปแล้ว เมื่อไม่มีการสนับสนุนจากตระกูลมัลฟัวร์แล้วอีกไม่นานเขาจะไม่สามารถจ่ายในสิ่งที่จอมมารต้องการให้เขาทำได้ จอมมารจะไม่ยินดีแน่เมื่อเขารู้และลูเซียสมองเห็นความตายได้อย่างชัดเจนในอนาคตอันใกล้ และเขาก็ไม่อยากตาย

 

ตัวเลือกหนึ่งคือผูกตัวเองเข้ากับมหาตระกูล เขาจะเข้าถึงทรัพย์สินของมหาตระกูลและจะสามารถกลัยไปใช้ชีวิตแบบเก่าได้ด้วยทรัพย์สินที่ว่านั้น - เป็นข้อดีของการเข้าร่วมมหาตระกูล แต่ว่าน่าเศร้าที่ลูเซียสจะต้องพิจารณาว่าผู้นำตระกูลคนใหม่จะมีอำนาจเหนือเขาเท่าไรกันแน่หากเขาตัดสินใจจะเข้าร่วม มันอาจมีกฎที่จะต้องทำตามถึงจะสามารถเข้าร่วมมหาตระกูลได้ – และลูเซียสไม่ค่อยมั่นใจเลยว่ามันจะคุ้มไหมที่จะติดตามตระกูลนี้เพื่อให้ได้เงินและพันธมิตรทางการเมืองจำนวนหนึ่งแทนที่จะทำตามแนวคิดของเขาในท้ายที่สุด แต่แล้ว เขาก็ไม่มีเสรีภาพที่จะทำอย่างนั้นตั้งแต่ผู้นำตระกูลมัลฟัวร์มาและยึดเอาหน้าที่ที่เขาเคยทำไปทั้งหมด ลูเซียสรู้สึกแย่มากเมื่อเขาทำตามความประสงค์ของผู้นำตระกูลเป็นครั้งแรกและแทนที่จะลงคะแนนให้กฎหมายต่อต้านมนุษย์หมาป่าผ่านเขาก็ลงให้คัดค้านไป แต่อย่างไร เขาก็ทำตามที่บอกอยู่ดี อย่างไรมันก็ดีกว่าถูกขับไล่ออกจากตระกูล...

 

ในตอนนั้นเองคำสาปกรีดแทงอีกหนึ่งก็เล็งมาที่ลูเซียสและความคิดทั้งหมดในหัวก็ปลิวว่อนออกไปนอกหน้าต่าง สิ่งเดียวที่เหลืออยู่คือความเจ็บปวด ความเจ็บปวดเหลือคณา

 

และความคิดหนึ่งเดียว “อย่างน้อยผู้นำตระกูลก็ไม่สามารถทำร้ายคนที่อยู่ภายใต้ปกครองได้...” บางทีความคิดจะเข้าร่วมอาจจะคุ้มค่าที่จะพิจารณา

 

Xxx

 

ระหว่างนั้นเองอัลบัส ดัมเบิลดอร์กำลังโกรธจนควันออกหู เขาโกรธมาตั้งแต่เมื่อวานตอนเช้าแล้วเมื่อหนังสือพิมพ์ถูกปล่อยออกมาและเขาได้เห็นนักเรียนเพียงคนหนึ่งกล้าเปิดเผยความลับที่เขาเก็บงำมาตลอดกว่าห้าสิบปี

 

ทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ล นั้นเป็นความลับเล็กๆของเขา – เด็กคนเดียวที่เขาไม่สามารถช่วยได้ ใครก็ไม่รู้คนนั้นกล้าลุกขึ้นมาและเปิดเผยมันไม่ทำให้อาจารย์ใหญ่รู้สึกดีเท่าไร

 

และเกิดอะไรขึ้นกับอาเธอร์ วีสลีย์อีก

 

โอ อัลบัส ดัมเบิลดอรชังน้ำหน้าชายนิสัยดีคนนี้มากในตอนนี้ การประชุมของภาคีนกฟินิกส์เป็นไปได้สวยจนกระทั่งไอ้เจ้าอาเธอร์ วีสลีย์นั่นพูดถึงบทความในเดอะ ควิบเบลอร์และถามเขาว่าเขารู้ไหมว่าส่วนไหนในบทความเป็นเรื่องจริงและอันไหนไม่ใช่

 

และอัลบัสก็ต้องบอกภาคีทั้งภาคี – ทำไมไอ้โง่นั่นถึงรอจนหลังเลิกประชุมค่อยถามไม่ได้นะ?! ว่าในบทความนั้นไม่มีคำโกหกอยู่เลย และเพราะคำถามของคนอื่นๆนั้นทำให้อัลบัสต้องยอมรับออกมาในที่สุดว่าโอลิเวอร์ ทวิสต์นั้นยังไม่เคยโกหกในบทความของเขาเลยสักครั้งจนถึงตอนนี้ ทุกข้อเท็จจริงที่ถูกยกขึ้นอ้างในบทความเป็นความจริงและถ้าใช้เวลาหาสักหน่อยก็จะเจอมัน – กระทั่งตอนนี้ที่รัฐมนตรีปิดไม่ให้กองเอกสารเป็นสาธารณะแล้วก็ตาม

 

โอ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ล่ะอยากจะรู้ตัวตนของทวิสต์เสียจริง – เพื่อที่เขาจะได้ฆ่าเด็กนั่นเสียสำหรับที่กล้าเอาข้อมูลสำคัญแบบนั้นออกมาสู่ที่แจ้ง! เด็กนั่นจะทำลายทุกสิ่งถ้าอัลบัสหยุดเขาไม่ได้!

 

จนตอนนี้แฮร์รี่ยุ่งอยู่กับศาสตราจารย์วิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่เกินไปอยู่ – และปีนี้อัลบัสก็ชื่นชมเจ้าหล่อนเหลือเกินตอนนี้แค่เพราะหล่อนมีชีวิตอยู่และหยุดไม่ให้เด็กชายผู้รอดชีวิตนั่นไปยุ่งวุ่นวายกับพวกบทความนั่น – และกับการเรียนเป็นปกติ

 

แน่นอนว่าอัลบัสได้ยินว่าแฮร์รี่ทะเลาะกับรอนและเฮอร์ไมโอนี่ รวมถึงเรื่องที่ว่าเขาไม่พอใจที่ทั้งสองคนมาบอกความจริงว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเขาเมื่ออัลบัสถาม เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์พูดอะไรสักอย่างเกี่ยวกับแฮร์รี่ก็เป็นเด็กวัยรุ่นปกติอีกครั้ง แต่รอน วีสลีย์ทำเพียงแค่จ้องเขาอย่างเกลียดชังราวกับว่าการทะเลาะเบาะแว้งกันกับแฮร์รี่นั้นเป็นความผิดของอัลบัสอย่างไรอย่างนั้น เด็กหนุ่มไม่พูดอะไรกับเขาสักคำตั้งแต่ตอนนั้น

 

และมันก็มีอาเธอร์กับมอลลี่ แทนที่จะคุยกับลูกชายของพวกเขาอย่างที่เขาขอให้ทำ อาเธอร์บอกเขาให้หยุดยุ่งกับการทะเลาะครั้งนี้ มันไม่เกี่ยวกับเขาและดังนั้นเขาไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรทั้งนั้น อาเธอร์ไม่เคยบอกว่า ไม่กับเขามาก่อน...

 

ในตอนนั้นเองประตูของเขาก็เปิดขึ้นและมู้ดดี้ก็เดินเข้ามา

 

“อลาสเตอร์ สหาย” เขาทักทายชายคนดังกล่าว

 

อดีตมือปราบมารเพียงพยักหน้าให้เขา

 

“ฉันรู้ว่าเธอยังคงคอยจับตาดูแฮร์รี่อย่างใกล้ชิด สรุปเธอหาเจอหรือไม่ว่าอะไรทำให้เขาแตกคอกับเพื่อน?”

 

อดีตมือปราบมารพยักหน้าให้เขา

 

“คุณรู้ไหมว่าฉันไม่คิดว่าสองคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทของเขาหรอกนะ อัลบัส” มู้ดดี้ตอบ “แต่ถ้าจะให้ตอบข้อสงสัยของคุณล่ะก็ เด็กหนุ่มกับ เพื่อนของเขาแตกคอกันเพราะดูเหมือนว่าสองคนนั้นจะยุ่งกับเขามากเกินไปหน่อย อย่างที่ไปหาคุณแทนที่จะคุยกับเขา”

 

“อ่า... นั่นโชคไม่ดีเอาเสียเลย” อัลบัสเอ่ยพลางถอนหายใจ “ฉันเดาว่ามันคงถึงเวลาที่แฮร์รี่จะต้องเรียนการสกัดใจกับเซเวอรัสแล้ว เขาควรจะทำได้ดีขึ้นทันทีที่โวลเดอมอร์ไม่ได้ควบคุมเด็กหนุ่มมากเท่าตอนนี้”

 

มู้ดดี้ทำได้เพียงร้องหึออกมาแต่ก็ไม่พูดอะไรทั้งนั้น อัลบัสรู้ว่าอดีตมือปราบมารเชื่อว่าแฮร์รี่คนนี้เป็นตัวปลอมแต่ก็นะ อัลบัสเป็นคนเดียวที่รู้ถึงฮอร์ครักซ์ในรอยแผลเป็นของเด็กหนุ่ม – ดังนั้นไม่แปลกใจเลยที่อลาสเตอร์จะคิดผิด

 

“หมดแล้วใช่ไหม อัลบัส?” มู้ดดี้ถามขึ้นมาแทน

 

อัลบัสพยักหน้ารับ

 

“แน่นอน อลาสเตอร์ สหาย”

 

อดีตมือปราบมารนั้นหันหลังกลับไป แต่ก่อนที่เขาจะเดินออกไปจากห้องนั้น อัลบัสตัดสินใจว่าจะเพิ่มอีกคำขออีกอย่างเข้าไปด้วย

 

“อลาสเตอร์!” ชายอีกคนชะงักและหันกลับมาทางเขา “เธอเคยเห็นอะไรที่ชี้ถึงตัวตนที่แท้จริงของโอลิเวอร์ ทวิสต์ระหว่างที่เธอไปสืบข้อมูลในปราสาทบ้างไหม?”

 

ชั่วขณะหนึ่งนั้นอดีตมือปราบมารเงียบไปและคิดหาคำตอบของเขา จากนั้นก็ส่ายศีรษะปฏิเสธ

 

“ฉันเกรงว่าฉันจะไม่เคยเห็นอะไรที่ชี้ถึงตัวตนของโอลิเวอร์ ทวิสต์เลยที่ฉันสังเกตุ อัลบัส” เขาเอ่ยและก็สบตากับอาจารย์ใหญ่ “หมดแล้วใช่ไหม อัลบัส?” และเมื่ออัลบัสพยักหน้า เขาก็จากไป ทิ้งอาจารย์ใหญ่ที่ไม่รู้อะไรบ้างเลยไว้เบื้องหลัง

 

Xxx

 

ทันทีที่ประตูปิดลงเบื้องหลังอลาสเตอร์ มู้ดดี้ สีหน้าไร้อารมณ์ของเขาก็หายไปและเขาก็นวดใบหน้าตัวเอง เขาไล่ตามแฮร์รี่ พอตเตอร์ตัวปลอมมาตลอดปี ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าความแตกต่างที่เขาไม่เคยคิดถึงเลยคือโอลิเวอร์ ทวิสต์

 

ไม่ใช่เพียงแค่แฮร์รี่ พอตเตอร์ที่เปลี่ยนไปในปีนี้ โอลิเวอร์ ทวิสต์นั้นเริ่มมีตัวตนขึ้นมาด้วย - ดังนั้น โอลิเวอร์ ทวิสต์หรืออย่างน้อยคนที่เขียนเป็นเขานั้นก็เปลี่ยนไปด้วย เขารู้ว่าโอลิเวอร์ ทวิสต์นั้นเป็นนักเรียนฮอกวอตส์ - เจ้าหนุ่มนั่นเขียนไว้เองในจดหมายฉบับแรกที่เขาเขียนหาเซโนฟิเลียส เลิฟกู้ด แต่เด็กคนนั้นไม่เคยเขียนก่อนหน้าปีนี้เลย...

 

“ก่อนที่พวกนั้นจะเริ่มใส่ร้ายแฮร์รี่ พอตเตอร์ด้วย จริงๆแล้ว” มู้ดดี้สรุปอย่างยังไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่าเขาพลาดข้อมูลสำคัญและชัดเจนขนาดนี้ไป

 

ผู้เขียนบทความนั้นกล่าวหาเดลี่ พรอเฟ็ตว่าใส่ร้ายหลังจากเดลี่ พรอเฟ็ตเล็งเป้าไปทางแฮร์รี่ พอตเตอร์ จากนั้นมันก็มีการพิจารณาคดีของแฮร์รี่ พอตเตอร์และข้อสังเกตุในเชิงเยาะเย้ยเกี่ยวกับซิเรียส แบล็ก หลังจากนั้นก็เป็นเรื่องที่ซิเรียส แบล็กนั้นไม่เคยได้รับการพิจารณาคดีนั่นเอง และตอนนี้ โวลเดอมอร์ ใครก็ตามที่เป็นคนเขียนบทความเหล่านี้ต้องมีความเกี่ยวข้องกับแฮร์รี่ พอตเตอร์ไม่มากก็น้อย – มีเพียงคำถามเดียวในหัวของอลาสเตอร์ มู้ดดี้ คือความเกี่ยวเชื่อมโยงนั้นมีต่อแฮร์รี่ พอตเตอร์ตัวจริงหรือคนที่ปลอมเป็นเขากันแน่?!

 

อลาสเตอร์ มู้ดดี้มีร่องรอยใหม่ที่ต้องไปตามสืบแล้ว...

 

Xxx

 

ระหว่างนั้นเองฟัดจ์กำลังนั่งจ้องบทความเจ้าปัญหาอย่างมีโทสะ

 

ไอ้เด็กนี่มันคิดว่ามันจะสงสัยกระทรวงและคำพูดของเขาในฐานะรัฐมนตรีได้จริงๆหรือ? ไอ้เด็กนี่มันกล้าดีอย่างไรมาสงสัยคำพูดของเขาโดยการระบุว่าคนที่คุณก็รู้ว่าใครอาจจะกำลังมีชีวิตอยู่?! แค่กล้าระบุว่ามันมีความเป็นไปได้ ก็เป็นสิ่งที่คอร์นีเลียส ฟัดจ์ รัฐมนตรีกระทรวงสุดพิเศษคนนี้ จะไม่ทนแล้ว เหตุผลนั้นก็ง่ายๆ ถ้าเขาทน การที่จะยอมรับว่าคนที่คุณก็รู้ว่าใครนั้นอาจมีชีวิตอยู่จริงๆนั้นก็...จะง่ายดายเหลือเกินที่จะก้าวไปถึง

 

ดังนั้นฟัดจ์จะไม่ทน

 

แน่นอนว่ามันไม่ใช่ครั้งแรกที่เด็กหนุ่มทำให้กระทรวงดูไม่มีประสิทธิภาพเอาเสียเลย – และฟัดจ์จะไม่ยอมทนต่อคำโกหกและถ้อยคำกล่าวหาเหล่านี้อีกต่อไป

 

ไม่ ฟัดจ์จะบีบคอเด็กนั่นทันทีที่เขาได้ตัวมันมาแน่! แต่นั่นแหละคือปัญหา มันไม่มีทางสาวไปถึงตัวไอ้เด็กนั่นเลย และฟัดจ์โคตรเกลียดที่มันเป็นอย่างนี้

 

“บางทีท่านควรจะเข้าหาเซโนฟิเลียส เลิฟกู้ดเรื่องทวิสต์ดูนะคะ เขาควรรู้ว่าเด็กคนนั้นเป็นใครและมันมีทางที่จะกดดันให้เขายอมทำตามคำขอของเขา” โดโลเรส อัมบริดจ์ว่า หล่อนไม่ได้ทำงานอยู่ในห้องทำงานของรัฐมนตรีหรอกแต่แค่ฟลูเข้ามานี้เมื่อกี้นี่เอง คอร์นีเลียส ฟัดจ์ใช้โอกาสนี้ขอคำปรึกษาจากหล่อนเกี่ยวกับทวิสต์

 

เขายิ้มตอบคำตอบของหล่อน - รอยยิ้มให้สัญญาว่าจะนำปัญหาไปสู่เซโนฟิเลียส เลิฟกู้ดอย่างแน่นอน

 

“เป็นความคิดที่ดีจริงๆ โดโลเรส ฉันจะเริ่มดำเนินการในทันที” เขายืนขึ้นและปิดการเชื่อมต่อฟลูไปยังฮอกวอตส์และเปิดของที่อื่นขึ้นมาแทน

 

“มือปราบมารดอว์ลิส” เขาเอ่ยทักทาย “ช่วยมาคุยกันหน่อยได้ไหม? ฉันต้องให้คุณไปด้วยกันหน่อย”

 

มือปราบมารที่อยู่อีกฝั่งนั้นค้อมหัวลง “แน่นอนครับ รัฐมนตรี” เขาเอ่ยระหว่างที่เดินผ่านเข้ามา มีการแลกเปลี่ยนเหรียญแกลเลียนเกิดขึ้นและในเวลาไม่ถึงสิบนาทีต่อมานั้นคอร์นีเลียส ฟัดจ์ก็อยู่บนเส้นทางทำศึกกับเด็กนักเรียนฮอกวอตส์ช่างบิดเบือนคนนั้น

 

Xxx

 

ระหว่างที่ฟัดจ์และคนอื่นๆนั้นเป็นเดือดเป็นร้อนกันกับบทความเจ้าปัญหา เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ไม่ได้เข้าไปยุ่งด้วยในส่วนนี้ ตอนที่เธออ่านมันไปหลังคาบเรียนในวันที่มันถูกปล่อยออกมา เธอยังคงคิดมากกับคำพูดของแฮร์รี่อยู่ ใช่ว่าเธอจะคิดอย่างทะลุปรุโปร่งแล้วหรอก ก่อนหน้านี้เธอค่อนข้างมั่นใจว่าแฮร์รี่ก็แค่อารมณ์รุนแรงและเขาจะกลับมาเมื่อเวลาผ่านไปสักพัก

 

อย่างน้อยนั่นก็เป็นสิ่งที่เธอบอกกับตัวเองและคนอื่นๆเมื่อถูกถาม แต่ข้างในลึกๆนั้นมีเสียงเล็กๆคอยบอกกับเธอว่าเธอกำลังหลอกตัวเองและแฮร์รี่หมายความตามที่พูดจริงๆ

 

แต่เธอพูดถูกนี่! ไฟร์โบลต์นั่นอาจจะเป็นอันตรายก็ได้! ตอนนั้นเธอต้องไปหาศาสตราจารย์เพื่อให้ยึดมันไปจากแฮร์รี่ก่อนที่จะมีอะไรเกิดขึ้น!

 

“แต่ทำไมถึงไม่บอกเขาก่อนล่ะ?” เสียงเล็กๆนั่นถามเธอด้วยน้ำเสียงของแฮร์รี่ “ทำไมถึงดิ่งไปหาศาสตราจารย์เลย? แฮร์รี่เป็นเพื่อนเธอนะ เธอคุยกับเขาได้...”

 

อย่างกับว่าเธอจะคุยกับเขาก่อนที่จะไปหาดัมเบิลดอร์ได้อย่างนั้นแหละเพราะว่าแฮร์รี่ตอนนั้นทำตัวต่างไปจากที่เธอคาดเอาไว้ แต่มันเป็นสิทธิ์ของเธอจริงๆหรือที่จะตัดสินแฮร์รี่? มันเป็นสิทธิ์ของเธอหรือที่จะตัดสินใจว่าอะไรเป็นเรื่องปกติหรือผิดปกติสำหรับแฮร์รี่?

 

“เขาลืมในสิ่งที่เขารู้มาเป็นปีแล้ว เรื่องเกี่ยวกับฉันที่เขาไม่เคยลืมมาก่อน...” เฮอร์ไมโอนี่พยายามให้เหตุผล แต่แฮร์รี่คนเก่าก็ไม่เคยผ่านสิ่งเขาได้ประสบพบเจอในปีที่แล้วเช่นกัน เขาไม่มีสิทธิที่จะทำตัวต่างไปจากที่เธอคุ้นเคยหรืออย่างไรหลังจากได้เห็นเซดริกตายลงต่อหน้าต่อตาเขา? เขาไม่มีสิทธิที่จะลืมว่าเธอเกลียดกะหล่ำดาวหรือในเมื่อจิตใจเขาอาจได้รับการกระทบกระเทือนหลังจากได้เห็นเซดริกตาย? หลังจากที่เจอกับพวกผู้คุมวิญญาณในวันหยุด?

 

แต่นั่นคือแฮร์รี่ – และแฮร์รี่จะกลับมาเสมอ

 

“จนถึงตอนนี้ ใช่” เสียงเล็กๆคอยกระซิบกระซาบ “แต่มันจะต้องมีครั้งแรกที่เขาทำอย่างนั้นไม่ได้สิ บางทีเขาอาจจะถึงจุดนั้นแล้วก็ได้ บางทีการกระทำของเธอ – ที่ไปป่าวประกาศเรื่องของเขา – ทำให้เขาหมดความอดทนลงแล้วในที่สุด บางทีเขาอาจจะไม่กลับมาในครั้งนี้และเธอได้เป็นคนผลักไสเขาให้ห่างออกไปด้วยข้อเรียกร้องว่าให้เขาบอกทุกอย่างกับเธอในที่สุด...”

 

เธอพ่นลมหายใจออกมาอย่างขุ่นมัวและโยนหนังสือพิมพ์เดอะ ควิบเบลอร์ไปกระทบเข้ากับกำแพง

 

“โอ้ ว้าว” เสียงหนึ่งดังขึ้นเบื้องหลังเธอทำให้เธอหันกลับไป เฟร็ด - หรือจอร์จกันนะ? “ฉันคิดว่าเธอจะชอบบทความที่ทวิสต์เขียน ไม่ใช่โยนมันไปที่กำแพงเสียอีก...”

 

เฮอร์ไมโอนี่กะพริบตาถี่ จากนั้นสติของเธอก็กลับมายังปัจจุบันและนั่นทำให้เธอหน้าแดง “ฉันชอบบทความนะ ส่วนมาก แต่ฉันไม่อยากเชื่อเลยว่าทวิสต์จะใช้คำว่า เลือดสีโคลนจริงๆ! นั่นไม่ใช่คำที่นักการข่าวควรจะใช้เลย! มันเหมือน...มันเหมือน...ฉันไม่รู้สิ!

 

จอร์จ – หรือว่าเฟร็ดกันแน่นะ? – ทำเพียงกะพริบตาในขณะที่แฝดของเขาหัวเราะใส่เธอ

 

“เธอพูดถูก มันเป็นคำที่ไม่เจอในหนังสือพิมพ์ทั่วไปจริงๆนั่นแหละ” เฟร็ดกล่าว

 

“ฉันเดาว่าเขาทำไปเพื่อยั่วยุจอมมารทอมมี่บอยล่ะ...”

 

“หรือพวกลิงแห่งความตายที่ติดตามเขาและเชื่อในตัวเขา...”

 

“หรือมัลฟอย บางทีเขาอาจจะอยากเห็นเจ้าทึ่มนั่นเป็นลมกลางห้องโถงใหญ่...”

 

“โอ้ อันนี้ดีมาก พี่ชาย! ฉันไม่ได้คิดถึงอันนี้นะนี่!” แฝดอีกคนว่า – เฮอร์ไมโอนี่ยอมแพ้แล้วที่จะแยกว่าใครเป็นคนพูดอยู่ในขณะนี้ “แต่บางทีเขาอาจจะไม่ได้อยากเล่นงานมัลฟอยแต่เป็นสเนปก็ได้นะ ฉันได้ยินเขาเกือบสำลักน้ำฟักทองตอนเขาอ่านบทความล่ะ”

 

“หรือเขาอยากจะเห็นอัมบิชวีนแตกแค่ได้เห็นคำว่าเลือดสีค.ใช้อธิบายคนรักของหล่อน...”

 

“อี๋ ฟอร์จ! ภาพ! ภาพมัน!” แฝดอีกคนร้องขึ้นและเริ่มทำท่าควักลูกตาออกมา เฮอร์ไมโอนี่ทำหน้าตุๆอย่างไม่ค่อยชอบใจ

 

“นายไม่ได้เพิ่งพูดอย่างนั้นใช่ไหม?” เธอถามระหว่างที่น้ำดีเริ่มรื้นขึ้นมาในลำคอของเธอ

 

“ทำไมล่ะ? เธอไม่คิดว่ามันเหมาะหรือ? อัมบิชกับทุกสิ่งอันในสีชมพูของหล่อนกับทอมมี่บอยหน้างูของเรา” แฝดคนที่ต้องสมองมีปัญหาแน่ๆบอกด้วยสีหน้าแสร้งทำเป็นไม่อยากจะเชื่อมองมาทางเธอ “ฉันพนันเลยว่าสองคนนั้นต้องเข้ากันได้ดีเหมือนไฟไหม้บ้านแน่ๆ”

 

“บางทีฉันก็สงสัยนะว่าบิลกับชาร์ลีทำนายตกพื้นบ่อยเกินไปหรือเปล่า ฟอร์จ” แฝดอีกคนว่า

 

“ไม่นะ เจร็ด” ฟอร์จตอบยิ้มๆ “พวกเขาแค่ลืมทำนายตกพื้นบ่อยเท่าฉันเท่านั้นเอง แต่อย่าห่วงเลย เราแก้เรื่องนี้ได้”

 

นั่นเป็นคำใบ้ให้เฮอร์ไมโอนี่ลุกออกไป เธอไม่อยากจะเข้าไปยุ่งอะไรกับสิ่งที่สองแฝดจะทำตอนนี้อย่างแน่นอน...

 

เธอไม่เคยเห็นรอนแอบซ่อนอยู่ในมุมมืด ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างเลยแม้แต่น้อย ในมือของเขากำเดอะ ควิบเบลอร์ไว้แน่นและดวงตาของเขาแข็งกร้าวด้วยความเด็ดขาดในสิ่งที่เขาตัดสินใจ รอนได้ฟังในสิ่งที่แฮร์รี่บอกพวกเขา ใช่ รอนเป็นคนหัวแข็งในบางครั้ง ใช่ รอนสามารถเป็นคนขี้อิจฉาขึ้นมาได้ แต่ในที่สุดแล้วรอนก็ยังมีนิสัยหนึ่งที่จะนำทางเขาในท้ายที่สุด อย่างที่มันจะเป็นในรอบนี้ อย่างที่มันเกิดขึ้นแล้วในเวลาที่ผ่านมา

 

รอนนั้นจงรักภักดี

 

เขาเป็นไอ้ทึ่ม

 

เขาเป็นคนขี้อิจฉา

 

เขาเป็นคนหัวแข็ง

 

แต่เขาก็เป็นคนจงรักภักดี

 

และเขาก็เข้าใจแล้วในที่สุดว่ามันถึงเวลาที่เขาต้องเลิกเป็นไอ้งั่งและเลิกหนีปัญหาเสียที อย่างไรก็ดี ตอนนี้ทอม ริดเดิ้ลกลับมาแล้ว – และแฮร์รี่ก็ต้องการพวกเขาทุกคนเพื่อกำจัดเจ้าสัตว์ประหลาดนี่อีกครั้ง แม้กระทั่งไอ้โง่จอมอิจฉาอย่างรอนก็ตาม

 

Xxx

 

เซเวอรัส สเนปกลับเป็นคนหนึ่งที่ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนอะไรกับบทความของทวิสต์เท่าไรนักอย่างน่าประหลาดใจ เขาอ่านมันแล้ว เกือบพ่นน้ำฟักทองออกมาเมื่อเขาเห็นเล่ห์เหลี่ยมของผู้เขียนแล้วก็เลิกสนใจมันไปอย่างง่ายดาย

 

แต่ผลกระทบที่เกิดจากบทความนั้นเป็นสิ่งที่เซเวอรัส สเนปไม่สนใจไม่ได้ง่ายๆเหมือนกับตัวบทความเอง และมันก็ทำให้เขาต้องมาเดินไปห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่พร้อมผ้าคลุมพลิ้วไหวเพื่อรายงานสถานการณ์ตอนเที่ยงคืนของวันอันวุ่นวายนั่นหลังเขาถูกจอมมารเรียกแค่ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้

 

เขาเอ่ยรหัสผ่านกับรูปปั้นการ์กอยล์และเดินขึ้นบันไดไปยังห้องทำงานอันมีชื่อเสียงของอาจารย์ใหญ่ที่เต็มไปด้วยข้าวของไร้สาระมากมายที่ดัมเบิลดอร์ชื่นชอบเสียเหลือเกิน

 

อาจารย์ใหญ่ยังคงตื่นและรอเขาอยู่

 

“เซเวอรัส” เขาทักทายชายหนุ่มและเชื้อเชิญไปยังเก้าอี้ให้เซเวอรัสนั่งลง เซเวอรัสเพียงทำสีหน้าดูถูกใส่เก้าอี้ตัวนั้นและมาหยุดยืนตรงหน้าโต๊ะทำงานของอาจารย์ใหญ่

 

“จอมมารเร่งตารางขึ้นมา” เขาเอ่ยเสียงแข็ง อาจารย์ใหญ่เพียงทอดถอนใจออกมา

 

“เขาวางแผนจะบุกอัซคาบันในคืนวันพรุ่งนี้”

 

เขาได้รับเสียงถอนหายใจเป็นคำตอบอีกรอบ

 

“แปลว่าเขารู้สึกถูกท้าทายจากบทความของโอลิเวอร์ ทวิสต์สินะ” ดัมเบิลดอร์เอ่ยอย่างเหน็ดเหนื่อย “นั่นเป็นข่าวร้ายสำหรับฝั่งเรา ถ้าเขาเร่งตารางของเขาขึ้นมามากเขาอาจจะได้ครองบริเทนเนิ่นนานกว่าเราจะตอบโต้ได้ทันเสียอีก”

 

“แต่มันก็จะทำให้เขามีเวลาวางแผนน้อยลงด้วย อาจารย์ใหญ่” เซเวอรัสตอบเสียงแข็ง “ผมมั่นใจว่าคุณมีคนมากพอจะหยุดการบุกพรุ่งนี้ได้”

 

“ฉันหยุดเขาไม่ได้ในวันพรุ่งนี้ เซเวอรัส” อัลบัส ดัมเบิลดอร์เอ่ยอย่างอ่อนล้า “โลกใบนี้ต้องได้รับรู้เสียทีว่าเขากลับมาแล้วและน่าเศร้าที่นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้พวกเขาเชื่อ”

 

“ถ้าเราไม่ทำอะไรจอมมารจะได้กองกำลังของเขากลับมา กลุ่มที่เขาเชื่อมือที่สุดอยู่ในอัซคาบัน! และฟัดจ์ก็จะช่วยเขา หมอนั่นกลัวจอมมารมากพอจะไม่สนใจตรามารและบอกว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งนั้น! เขาจะทำแบบเดิมถ้าจอมมารช่วยคนของเขาออกมาจากอัซ...”

 

“เซเวอรัส” ดัมเบิลดอร์ขัดการโวยวายของศาสตราจารย์วิชาปรุงยาและสายลับของเขา “เราตอบโต้ไม่ได้ เราไม่มีวิธีเข้าไปยังอัซคาบันเพื่อหยุดเขา...”

 

เซเวอรัส สเนปไม่พูดอะไรอีกหลังจากนั้น เขาทำเพียงพยักหน้าอย่างแข็งกระด้างและค้อมตัวลง

 

“ผมมั่นใจว่าคุณรู้ว่าอะไรดีที่สุด” เขากล่าวเสียงเย็นเยือก “ผมขอตัวก่อน ผมควรจะไปพักผ่อนได้แล้วคืนนี้”

 

อัลบัส ดัมเบิลดอร์ทำเพียงยิ้มแบบผู้ใหญ่ใจดีให้ศาสตราจารย์วิชาปรุงยา

 

“แน่นอน หนุ่มน้อย” เขาเอ่ยพลางแย้มรอยยิ้มอ่อนโยน “พักผ่อนให้สบายคืนนี้”

 

เซเวอรัส สเนปเพียงค้อมหัวลงเล็กน้อยและหันหลังกลับไปเพื่อออกจากห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ หลังของเขาแข็งเกร็งด้วยความรู้สึกไม่พอใจที่มีต่อคำพูดของอาจารย์ใหญ่อย่างเงียบงัน

 

และในวันพรุ่งนี้ ระหว่างที่โลกทั้งใบกำลังพังทลาย เซเวอรัสเองก็จะเริ่มสอนการสกัดใจให้แก่เด็กเวรพอตเตอร์เป็นครั้งแรก ไม่มีอะไรที่จะทำให้เย็นนี้ของเซเวอรัสแย่ไปมากกว่าการที่จอมมารออกมาเคลื่อนไหวอีกครั้งบวกกับการต้องสอนการสกัดใจให้ไอ้เด็กพอตเตอร์นั่นอีกแล้ว

 

Xxx

 

น่าแปลกใจที่เพื่อนของเขาใช้เวลาสองอาทิตย์และอีกสองวันพอดี – เป็นสองวันหลังจากที่เดอะ ควิบเบลอร์ถูกปล่อยออกมาและพลิกโฉมหน้าของโลกเวทมนตร์ทั้งใบพอดีด้วย – กว่าพวกเขาจะตัดสินใจมาขอโทษแฮร์รี่ และมันเป็นรอน – แฮร์รี่แปลกใจเรื่องนี้จริงๆ – ที่เริ่มก่อน

 

“แฮร์รี่” รอนเอ่ยขึ้นอย่างไม่แน่ใจในบ่ายวันนั้น ก่อนจะนั่งลงข้างๆแฮร์รี่ที่กำลังนั่งเขียนเรียงความวิชาแปลงร่างในมุมหนึ่งของห้องนั่งเล่นรวมกริฟฟินดอร์ในตอนนั้น หลังจากนั้นแฮร์รี่จะต้องไปเรียนการสกัดใจครั้งแรกและเขาก็อยากจะทำเรียงความของเขาให้เสร็จก่อนที่จะไป เรียนซ่อมวิชาปรุงยา

 

แฮร์รี่ก็เลยเงยหน้าขึ้นแปปเดียวก่อนจะก้มลงมาสนใจเรียงความของเขาต่อและเอ่ยเบาๆ “ว่า รอน?”

 

“ยายคางคก - ฉันหมายถึงอัมบริดจ์ – หล่อนยังกักบริเวณนายอยู่ ใช่ไหม?”

 

นี่ดูเหมือนจะเป็นการเริ่มต้นของบทสนทนาที่ยาวอยู่ แฮร์รี่ลอบถอนหายใจภายใจแต่ก็ยักไหล่ในที่สุดและวางปากกาขนนกลง เขาโดนกักบริเวณครั้งสุดท้ายกับอัมบริดจ์ไปเมื่อวานเอง – และวันนี้เขาก็โดนสั่งเพิ่มอีกสองสัปดาห์ เริ่มพรุ่งนี้เพราะ เขาเถียงกลับทั้งที่แฮร์รี่นั่งเงียบอยู่ตลอดคาบของหล่อนก่อนที่เขาจะโดนสั่งกักบริเวณ

 

“นายรู้ว่าหล่อนไม่มีสิทธิ์ทำอย่างนั้น” รอนพูดต่อ “ฉันหมายถึง นายก็สุภาพดีในคาบของหล่อนและนายก็ไม่ได้ทำอะไรขัดใจหล่อนเลย หล่อนไม่มีเหตุผลมาสั่งกักบริเวณนายและนายก็รู้ดี”

 

แฮร์รี่ยักไหล่อีกรอบ

 

“ฉันรู้ แต่ถ้าฉันแข็งข้อกับหล่อนเพราะหล่อนสั่งกักบริเวณฉัน หล่อนจะยิ่งใช้ข้ออ้างนี้มาสั่งกักบริเวณมากกว่าเดิมอีก” แฮร์รี่ตอบ จุดนั้นเขาไม่ค่อยมั่นใจนักว่าควรจะคิดอย่างไรกับเพื่อนสนิทของเขาและบทสนทนาแปลกประหลาดนี่ดี

 

“แต่หล่อนกำลังทำบางอย่างที่ผิดกฎหมาย!” รอนร้องขึ้นในจังหวะนั้น “และอย่าบอกฉันนะว่ามันไม่มีอะไรนะ! ฉันเห็นนายนั่งถูมืออยู่ ฉันเห็นแล้วมันมีรอยสลักเป็นคำพูดบนนั้น! นายปล่อยให้หล่อนทำต่อไป...”

 

“ไม่หรอก” แฮร์รี่ว่า “แต่นี่ - ” เขายกมือที่มือที่เป็นรอยแกะสลักให้รอนดู “มันถูกปกปิดโดยกระทรวงได้ถ้าฉันไม่ทำให้มันถูกต้อง ฉันต้องการอะไรมาเร่งปฏิกิริยาถึงจะมีโอกาสเล่นงานหล่อน มันต้องเป็นเรื่องใหญ่พอ – และอย่ามาบอกฉันว่าอะไรแบบนี้มันจะหาได้ง่ายๆ!

 

รอนอ้าปาก น่าจะโต้ตอบกลับมานั่นแหละ แต่สิ่งเดียวที่เขาเอ่ยออกมาคือ “เวรเถอะ! นายคิดว่ากระทรวงหรือพวกอาจารย์จะไม่ทำอะไรถ้า - ”

 

“ฉันไปหามักกอนนากัลมาแล้ว” แฮร์รี่บอก “ฉันพยายามจะบอกหล่อน หล่อนไม่ฟังเลย” และนั่นเป็นความจริง เขาไปหาหล่อนมาแล้ว – ไม่ใช่เพราะว่าเขาต้องการความช่วยเหลือ แต่เป็นเพราะเขามั่นใจว่าถ้าเขาไม่ไป จะไม่มีใครไปแน่ๆ เขารู้ตัวดีว่าด้วยอิทธิพลของเขาแล้วมีคนหลายคนในโรงเรียนที่มองเขาเป็นแบบอย่าง ถ้าเขาไม่ไปหาอาจารย์แล้วล่ะก็ จะไม่มีใครทำเพราะว่าถ้าเขาทนได้ ทุกคนก็ต้องทนได้

 

ดังนั้นแฮร์รี่ก็เลยไป

 

แฮร์รี่ไปหาหล่อนหนึ่งวันหลังโดนกักบริเวณครั้งแรกแต่สิ่งเดียวที่มักกอนนากัลบอกเขาคือ อย่าไปตอบโต้หล่อนไม่แม้แต่จะฟังเขาด้วยซ้ำตอนที่เขาบอกหล่อนว่าเขาไม่ได้ทำอะไรเป็นการต่อต้านยายคางคกของกระทรวงเลยแม้แต่น้อย - เขาไม่ได้เรียกหล่อนว่าอย่างนั้นหรอก บอกไว้ก่อน – และหล่อนไม่แม้แต่จะดูมือของเขาราวกับว่าหล่อนกลัวว่าคำพูดของเขามันจะเป็นจริง

 

เป็นในตอนนั้นเองที่แฮร์รี่เห็นว่าโรงเรียนนี้มันแตกต่างไปจากอุดมการณ์ที่มันถูกสร้างขึ้นมาขนาดไหน

 

“หล่อน...หล่อนไม่ฟังนายเลยหรือ?” รอนถามย้ำ ความไม่อยากเชื่อเห็นชัดในน้ำเสียง แฮร์รี่ทำเพียงยิ้มให้เขาอย่างขมขื่น

 

“ยินดีต้อนรับสู่โลกของฉัน รอน” เขาเอ่ยระหว่างที่ยังเขียนรายงานของเขาต่อไป

 

“แต่...แต่...แต่มือนาย! ฉันเห็นนะมือของนายน่ะ! ไม่มีทางที่หล่อนจะไม่เห็น - ”

 

“หล่อนไม่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยซ้ำ รอน หมดแล้วใช่ไหมที่นายอยากคุย?”

 

รอนอ้าปากค้างใส่เขาอยู่อีกจังหวะสองจังหวะ แต่แล้วเขาก็พูดออกมา

 

“ไม่! ฉันอยากจะบอกว่า ขอโทษ!

 

“เพื่ออะไรกันล่ะ รอน?” แฮร์รี่เอ่ย เลิกคิ้วขึ้นสูง

 

“ที่เป็นไอ้โง่และก็ไปหาอาจารย์ใหญ่ก่อนที่จะคุยกับนาย” รอนว่า “ฉันรู้ว่าฉันเป็นไอ้งั่งในบางครั้งและฉันรู้ว่าฉันมักจะสนใจแต่ตัวเองและไม่ยอมมองภาพรวมเท่าไรแต่ แฮร์รี่ ได้โปรด! ฉันเสียใจจริงๆสำหรับสิ่งที่ฉันทำไปวันก่อน! ฉันควรจะไปหานาย! ฉันควรจะคุยกับนาย! ฉันขอโทษจริงๆที่ฉันแค่ตามเฮอร์ไมโอนี่ไปห้องทำงานอาจารย์ใหญ่เพื่อบอกเขาทุกอย่างโดยไม่ทำอะไร!

 

รอบนี้แฮร์รี่วางปากกาขนนกของเขาลงและมองรอนด้วยสีหน้าจริงจัง

 

“แล้วนายคิดว่าตอนนี้ หลังจากมาขอโทษแล้ว มันจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้งงั้นหรือ?” เขาถามเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาระหว่างที่ทอดมองอย่างพินิจพิเคราะห์

 

รอนนั่งตัวสั่นอยู่ในที่นั่งของเขา

 

“ฉัน...ฉันไม่รู้” เขาเอ่ย เสียงของเขาเบาอย่างน่าประหลาด “ฉันคิดว่าฉันโทษนายไม่ได้หรอกถ้านายอยากจะโกรธฉันต่อไป เมอร์ลิน ฉันคิดว่าฉันคงยกโทษให้นายไม่ได้ถ้าเกิดว่านายทำแบบที่ฉันทำและฉันคิดว่า...ฉันคิดว่ฉันก็คงต้องยอมรับถ้านายจะทำเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม ฉันขอโทษ ถึงนายจะยกโทษให้ฉันไม่ได้ฉันก็ยังต้องบอกนายอยู่ดี อีกอย่างที่ฉันทำได้คือบอกนายว่าฉันจะพยายามไม่ทำอย่างนั้นอีก”

 

แฮร์รี่นั่งมองหน้าเพื่อนของเขา

 

เด็กหนุ่มผมแดงตรงหน้าเขามองเขาด้วยความจริงใจในดวงตา รอนพูดจริง หมายความอย่างนั้นจริงๆ และแม้ว่าแฮร์รี่จะไม่ใช่แฮร์รี่คนเดิมที่รอนเป็นเพื่อนด้วยก่อนหน้าร้อนที่ผ่านมา แฮร์รี่ก็ยังลังเลที่จะไม่รับคำขอโทษของเด็กหนุ่มไปเลย

 

ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจออกมา

 

“ฉันยอมรับคำขอโทษของนาย” เขาบอกเด็กหนุ่มผมแดง “แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ามิตรภาพระหว่างเราะเป็นเหมือนเดิม ฉันจะไม่ไว้ใจนายง่ายๆเท่าแต่ก่อนและฉันไม่มั่นใจว่าฉันจะไว้ใจให้นายเก็บความลับของฉันอีกครั้งไหม ฉันเสียใจ”

 

และจบประโยคนั้นแฮร์รี่ก็หันกลับไปทำการบ้านต่อ ไม่สามารถมองเพื่อนผมแดงตรงหน้าเขาได้อีกต่อไป

 

“ฉันเข้าใจ แฮร์รี่” รอนเอ่ยในที่สุดหลังความเงียบผ่านไปช่วงหนึ่ง “ขอบคุณที่ยกโทษให้ฉัน” และจากนั้นเด็กหนุ่มผมแดงที่ปกติจะไม่ทำการบ้านก็ดึงรายงานวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ออกมาและเริ่มเขียนเกี่ยวกับสงครามก็อบลิน

 

“นายน่าจะเพิ่มยอดยุทธการแห่งนอร์ธฟิลด์เข้าไปในสงครามที่นายกำลังหาข้อมูลด้วยนะ” แฮร์รี่แนะนำหลังจากผ่านไปสักพัก “มันมีคำให้การของพยานอยู่ที่ไหนสักที่ในห้องสมุดที่พูดถึงมุมมองฝั่งก็อบลินด้วย”

 

“เหอ? พยานคนไหน?” รอนถามอย่างงุนงง แฮร์รี่แค่ยักไหล่ให้

 

“เจ้าชายซัลวาซาฮาร์ เพนดราก้อน โอรสของอาเธอร์ เพนดราก้อน” เขาเอ่ย “เจ้าชายสู้เพื่อฝั่งก็อบลินในสงครามนั้น ดังนั้นมันจะช่วยขยายมมุมมองของนายเกี่ยวกับสงครามก็อบลิน”

 

รอนกะพริบตาครั้งหนึ่ง แล้วก็สองครั้ง ในที่สุดเขาก็พยักหน้าช้าๆ

 

“เอ่อ...ขอบใจนะ ฉันคิดว่า” เขาพูดพร้อมจ้องแฮร์รี่อย่างกับเขาเป็นสิ่งมีชีวิตต่างโลก

 

“ไม่เป็นไร ฉันคิดว่า” แฮร์รี่ตอบและกลับไปเขียนรายงานต่อ ครึ่งชั่วโมงต่อมาเขาก็ทำเสร็จจนได้ เก็บมันไปและก็ลุกยืนขึ้น

 

“นายจะไปไหนหรือ?” รอนถาม แต่แล้วก็นึกขึ้นได้ “ฉันหมายถึง ถ้านายไม่ว่าอะไรถ้าฉันจะถามน่ะนะ...”

 

“มีเรียนซ่อมวิชาปรุงยากับสเนปน่ะ” แฮร์รี่ว่า รอนมองเขาอย่างไม่อยากเชื่อ

 

“นายปรุงยาได้ดีทุกครั้งตั้งแต่เริ่มปีเลยนี่ – แล้วทำไม ให้ตายเถอะกางเกงในเปียกๆของเมอร์ลิน นายต้องไปเรียนซ่อมวิชาปรุงยาด้วย?”

 

“และนั่นแหละคือคำถาม รอน” แฮร์รี่เอ่ย ยิ้มกว้างให้อีกคน “ถามอาจารย์ใหญ่สิ อย่างไรเขาก็เป็นคนคิดคำอธิบายโง่ๆนี้ขึ้นมา - แต่ก็นะ บางทีสเนปอาจจะไม่เคยบอกเขาว่าฉันไปจำหนังสือเรียนวิชาปรุงยามาตอนหน้าร้อน?”

 

และแฮร์รี่ก็เดินออกจากห้องไปและไปยังห้องใต้ดินเพื่อพบกับชายคนที่ว่า คนที่เขาวางแผนจะทำให้ต้องพังทลายลงในวันหนึ่งให้ได้

 

Xxx

 

“เลจิลิเมนส์!

 

แฮร์รี่พูดไม่ออกแล้ว นี่น่ะนะคือสิ่งที่ดัมเบิลดอร์อยากจะให้แฮร์รี่เรียน?! ไม่มีการแนะนำ ไม่มีทฤษฎีอะไรเลย - แค่ ปล่อยใจให้ว่างและ เลจิลิเมนส์เนี่ยนะ?!

 

แฮร์รี่ไม่ปลื้มอย่างแรง

 

และบางทีเขาคงจะหัวเสียไปเลยถ้าเขาไม่ได้รู้อยู่แล้วว่าอะไรคือการสกัดใจและพินิจใจ บางทีศาสตร์พวกนี้อาจเป็นศาสตร์ที่ซ่อนเร้นไปเสียแล้วในปัจจุบัน - เมื่อแฮร์รี่ต้องได้เรียน มันก็เป็นเพราะเขาจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ

 

และแฮร์รี่ก็ยังคิดว่ามันจำเป็นอยู่ดี

 

ถ้าหากเขายังเป็นอาจารย์อยู่ล่ะก็เขาจะสอนศาสตร์ทั้งคู่ให้นักเรียนของเขาทันทีที่เขารับเด็กๆมาอยู่ในความดูแลเลย...

 

แน่นอนว่าตอนนี้เขาเป็นเด็กนักเรียนอยู่...

 

เมื่ออาจารย์ของเขาหยุดอ่านใจแล้ว แฮร์รี่ก็กลับไปสนใจโลกความจริงอีกครั้ง

 

“ฉันบอกให้เธอปล่อยใจให้ว่าง พอตเตอร์!

 

อา แฮร์รี่ไม่มีอะไรในใจอยู่แล้ว – ใช่ว่าคนเป็นอาจารย์จะรู้หรอก - ดังนั้นเขาจะไม่พยายามทำสิ่งที่เขาทำได้ตั้งแต่ตอนอายุสิบห้าหรอก

 

แต่สเนปจะรู้ได้อย่างไรล่ะ?

 

แฮร์รี่มั่นใจว่าการสกัดใจของเขานั้นเป็นประเภทที่ต่างไปจากที่ชายหนุ่มเคยได้พบได้เจอมาก่อนแน่นอน และบางทีก็อาจเป็นสิ่งที่เขาคงไม่มีวันได้เห็นอีกเป็นครั้งที่สองแน่...

 

ศาสตร์ทั่วไปของการสกัดใจนั้นคือการเก็บงำความทรงจำทั้งหมด ไม่หลงเหลือสิ่งใดในจิตใจให้ผู้ใดได้อ่าน แฮร์รี่ไม่คิดว่ามันเป็นวิธีที่ดีเลย

 

หากจะพยายามปล่อยใจให้ว่าง ให้ไม่หลงเหลือสิ่งใดให้ใครได้เห็น แบบนั้นไม่ว่าใครก็จะสงสัย – และแฮร์รี่จะปล่อยให้เป็นอย่างนั้นไม่ได้ เขาต้องสามารถที่จะเล่นเป็นเด็กวัยรุ่นที่ไม่มีเกราะป้องกันและไร้ซึ่งหนทางป้องกันใดๆบ่อยเกินไปในอดีตเกินกว่าจะสามารถทำให้ในหัวสมองว่างเปล่าไปเสียเฉยๆได้ ดังนั้นเขาเลยใช้วิธีที่ต่างออกไป วิธีที่บิดาของเขาสอนมา

 

ผลลัพธ์ของมันก็คือแฮร์รี่ไม่ได้พยายามจะเก็บงำความทรงจำทั้งหมดของเขา เขาจัดความทรงจำออกเป็นชั้นๆโดยให้ความทรงจำที่ไม่สำคัญคลุมทับส่วนที่สำคัญเอาไว้และฝังมันแทรกลงในเกราะป้องกันชั้นต่างๆ แฮร์รี่เองก็ไม่มั่นใจว่าเขามีชั้นของเกราะอยู่เท่าใดกันแน่ เขาแค่สร้างชั้นใหม่ขึ้นมาเมื่อเขาเรียนวิธีปกป้องจิตใจใหม่ๆ

 

ชั้นนอกสุดตอนนี้นั้น – ชั้นที่ไม่มีเกราะป้องกัน – เป็นความทรงจำวัยเด็ก ทุกสิ่งที่สเนปคาดว่าจะได้เห็นในจิตใจของแฮร์รี่ - อา จริงๆก็ไม่ได้คาดหรอก เพราะความทรงจำที่แฮร์รี่ใช้เป็นของแฮร์รี่คนเก่า และก็ไม่ใช่ของเด็กที่ถูกเลี้ยงดูแบบเจ้าชายอย่างที่เขาคิดว่าจะได้เห็นด้วย...

 

แต่นั่นไม่ใช่เรื่องสำคัญ สิ่งที่สำคัญคือ มันเป็นความทรงจำของแฮร์รี่ – และเป็นปริมาณที่เพียงพอจะทำให้น่าเชื่อถือ ดังนั้นมันจึงไม่มีความทรงจำของแฮร์รี่คนเดิมก่อนสี่ขวบเลยและหลังจากนั้นก็เป็นแค่ความทรงจำที่ชัดบ้างไม่ชัดบ้าง

 

พวกที่ชัดเจนสุดๆคือสิ่งที่เกิดขึ้นตอนอายุหกถึงเจ็ดขวบ – เหมือนๆกับความทรงจำคนอื่นทุกคนที่ไม่มีความสามารถในการจดจำทุกสิ่งที่เคยเกิดขึ้นในชีวิตได้

 

ความทรงจำที่แฮร์รี่คนเก่านั้นมี...

 

แต่การหลอกสเนปนั้นเป็นสิ่งที่เริ่มจะทำให้แฮร์รี่คนใหม่เบื่อจะตายอยู่แล้ว พวกเขากระทำการล่วงเกินดูความทรงจำกันมากว่ายี่สิบนาทีแล้ว แฮร์รี่หวังว่ามันจะเสร็จสักที เขาเกลียดมากที่ต้องมานั่งนิ่งๆและดูสเนปตะโกนเลจิลิเมนส์ใส่เขาในระหว่างที่เขาไม่แม้แต่จะต้องพยายามปัดป้องเลยสักนิด อาจารย์ของเขาเคลื่อนที่อยู่เหนือเกราะของแฮร์รี่ไปราวกับว่าจิตใจของแฮร์รี่คือแก้วและความพยายามของศาสตราจารย์ในการจะเจาะเข้าไปอ่านใจนั้นเป็นเพียงน้ำที่ไหลกระทบและไม่อาจทะลุผ่านไปได้

 

บางที...

 

ไม่! เขาเป็นแฮร์รี่อยู่ตอนนี้!

 

แต่บางที...

 

เขาคือแฮร์รี่!

 

แต่บางทีเขาอาจจะ...แค่แวบหนึ่ง...และเขาก็เบื่อเหลือเกิน...ดังนั้น...

 

บางทีเขาก็ควรจะได้สนุกบ้างระหว่างที่ศาสตราจารย์นั้นกำลังดื่มด่ำอยู่กับความเกลียดชังที่มีต่อพ่อของแฮร์รี่และตัวแฮร์รี่เอง

 

แต่เขาไม่ควร...แฮร์รี่คนเก่าจะไม่ทำ...

 

แต่เขาไม่ใช่คนเก่าไง!

 

Xxx

 

“เลจิลิเมนส์!

 

อาจารย์ของเขาเอาอีกแล้ว เข้ามาในหัวเขา พยายามมองหาจุดอ่อน...

 

แต่รอบนี้ มันต่างออกไป

 

รอบนี้ แฮร์รี่โจมตีกลับ

 

ด้วยความรวดเร็วของอสรพิษเขาพาตัวเองยึดเกาะไปกับเวทมนตร์ของอาจารย์ที่กำลังใช้กับเขา มันไม่มีทางที่จะหนีรอดจากเขา ผู้คนที่เหนือกว่ายังเคยตกลงสู่กับดักของเขามาแล้ว - นับประสาอะไรกับตอนนี้ แฮร์รี่อาจเป็นผู้สกัดกั้นจิตใจที่พอใช้ แต่เขาเป็นผู้พินิจใจอัจฉริยะ

 

แม้กระทั่งเกราะของดัมเบิลดอร์หรือโวลเดอมอร์ยังไม่อาจต้านทานเขาได้ ถ้าหากเขาเอาจริง – และแม้เกราะของชายตรงหน้าจะแข็งแกร่งมากพอจะกันไม่ให้ชายแก่ทั้งสองเข้าไปอ่านใจได้ เขาก็ไม่มีสิ่งใดมาปกป้องเขาจากแฮร์รี่...

 

และแฮร์รี่ก็อยากจะรู้ว่าบทเรียนที่ผิดไปจากปกติของอาจารย์นี้จะมีสาเหตุมาจากความเกลียดชังล้วนๆหรือว่าอย่างอื่นกันแน่

 

แฮร์รี่รู้ว่าการสอนแบบนี้จะไม่ได้อะไรทั้งนั้น หากฝ่ายตรงข้ามเป็นเพียงนักเรียนโง่เง่าธรรมดาๆคนหนึ่ง ปกติคนเป็นอาจารย์จะต้องแนะนำศาสตร์นี้ให้ฟังและเริ่มโดยการสอนการพินิจใจ ไม่ใช่การสกัดใจโดยตรง มันไม่มีทางที่คนเรียนจะเรียนการสกัดใจก่อนได้ การพินิจใจนั้นจะแสดงให้เห็นวิธีการป้องกันจิตใจของผู้เป็นอาจารย์เพื่อที่ผู้เรียนจะสามารถสร้างเกราะป้องกันของเขาเองได้ในภายหลัง...

 

แต่เมื่อไม่ได้สอนแล้ว...

 

แฮร์รี่ไม่ได้คิดต่อไปอีก เขาเลือกที่จะพินิจพิเคราะห์เกราะป้องกันที่อาจารย์ของเขาสร้างไว้ในจิตใจแทน

 

“น่าประทับใจ” แฮร์รี่คิดระหว่างที่เคลื่อนผ่านการป้องกันไปราวกับว่ามันไม่เคยมีอยู่ “แทบเป็นไปไม่ได้ที่จะเจาะเข้ามา”

 

ใช่ว่าแฮร์รี่จะต้องทำอย่างนั้นหรอก ความรู้ในด้านเวทมนตร์และเวทมนตร์โลหิตที่เขาสั่งสมมาทำให้เขาสามารถปกปิดตัวตนในกระแสเวทมนตร์ที่กำลังพุ่งออกมาจากจิตใจของศาสตราจารย์ได้ – สิ่งที่กระทั่งดัมเบิลดอร์และโวลเดอมอร์ไม่เคยแม้แต่จะคิดด้วยซ้ำ

 

“น่าประทับใจจริงๆ”

 

วิธีของศาสตราจารย์คือหลอกล่อให้ผู้พินิจใจคิดว่าคิดว่ากำลังอ่านความคิดของเขาอยู่ในขณะที่ความจริงแล้วผู้พินิจใจถูกกักขังไว้ในกล่องและถูกป้อนความทรงจำและความรู้สึกที่สเนปอยากให้คนๆนั้นมองเห็นให้ แฮร์รี่มั่นใจว่าแม้กระทั่งดัมเบิลดอร์เองก็โดนกักไว้ในห้องขังที่แน่นหนานี้เช่นกัน

 

แน่นอนว่าแฮร์รี่ไม่โดนไปด้วยหรอก เขาผ่านทุกการป้องกันเข้ามาแล้วระหว่างที่ซ่อนตัวตนอยู่ในเวทมนตร์ของชายหนุ่ม เข้ามามองทุกอย่างจากข้างใน

 

หลังจากที่เขาวิเคราะห์เกราะป้องกันของอาจารย์แล้วเขาก็หันกลับไปสนใจความคิดของอาจารย์เขาแทน

 

มันเป็นความยุ่งเหยิงอย่างถึงที่สุด – ไม่ใช่ความคิดที่ผู้พินิจใจทั่วไปจะมีเลย มันวิ่งเร่าไปทั่วจิตใจของชายอายุมากกว่า เคลือบไปด้วยความรู้สึกผิด ความหวาดกลัวและความขื่นขม มันมีความรู้สึกไม่ชอบใจที่เชื่อมกับรูปลักษณ์ของแฮร์รี่ กับพ่อของแฮร์รี่ – แต่มันไม่ใช่ความรู้สึกหลักๆที่มีต่อเขา

 

ความเศร้าโศก – ราวกับแฮร์รี่นั้นเป็นบางสิ่งซึ่งอาจารย์ของเขาสูญเสียไปเมื่อนานมาแล้ว

 

ความขมขื่น – ผูกเข้ากับรูปลักษณ์ของแฮร์รี่เช่นกัน แต่รอบนี้เกี่ยวข้องกับแม่ของเขามากกว่า

 

ความรู้สึกผิดและความหวาดกลัว...

 

หวาดกลัวแทนแฮร์รี่ หวาดกลัวต่อทอม ริดเดิ้ล...และดูเหมือนจะหวาดกลัวต่อดัมเบิลดอร์และแผนของเขาด้วย

 

ทั้งหมดหมุนวนในจิตใจของศาสตราจารย์ซึ่งความเยือกเย็นอันเป็นปกติของการปล่อยใจให้ว่างนั้นหายไปตั้งแต่ครึ่งชั่วโมงที่แล้ว...

 

“ผมต้องสอนการพินิจใจให้เขาก่อน” ความคิดที่สะท้อนในจิตใจของชายหนุ่มและแฮร์รี่ก็นั่งมองความทรงจำฉายซ้ำผ่านความรู้สึกของอีกคน “เขาทำกันอย่างนั้นเสมอ”

 

“แต่เราไม่มีเวลามาเริ่มด้วยการพินิจใจแล้ว” อีกเสียงเอ่ยตอบ - อัลบัส ดัมเบิลดอร์ แฮร์รี่จำเสียงนี้ได้อยู่แล้วไม่ว่าจะที่ไหนก็ตาม “เด็กหนุ่มต้องควบคุมมันให้ได้ เขาสลัดคาถาสะกดใจมาแล้ว – เขาจะเรียนการสกัดใจโดยไม่ต้องเรียนการพินิจใจก่อนได้”

 

“แต่นั่นไม่เกี่ยวกัน...”

 

“แล้วเธอจะเสี่ยงสอนการพินิจใจให้เขาระหว่างที่เขาโดนโวลเดอมอร์จับตาดูอยู่หรือ? เธอไม่คิดหรือว่าโวลเดอมอร์จะฆ่าเธอทิ้งทันทีที่เขาเห็นมันจากจิตใจของเด็กคนนั้น – และเชื่อฉันเถอะว่าเขาจะเห็นมันแน่ เด็กหนุ่มตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของเขามากเกินกว่าที่เขาจะมองไม่เห็นมัน และใครจะอยู่คอยดูแลเด็กคนนั้นล่ะ? ซิเรียส? รีมัส? เธอจะปล่อยให้สองคนนั้นดูแลความปลอดภัยของลูกลิลี่ทั้งหมดจริงๆหรือ?”

 

อาจารย์ของเขาตอบอะไรไม่ได้ แต่แฮร์รี่รู้สึกได้ถึงความรู้สึกผิดและความหวาดหวั่นที่แข็งแกร่งขึ้น

 

แฮร์รี่มองความทรงจำเหล่านี้ จดจำมันไว้ในสมอง

 

จากนั้นเขาก็ตัดสินใจจะตามเส้นสายที่ผูกติดกับความรู้สึกผิดและความหวาดกลัวของสเนปไปว่ามันจะพาเขาไปที่ไหน

 

ความทรงจำวัยเด็กของศาสตราจารย์ตีตื้นขึ้นมาในหัวของแฮร์รี่ เขาเห็นพ่อแม่ของสเนปทะเลาะกัน เห็นคนเป็นพ่อดื่มเหล้าเมา เขาเห็นความโหดร้ายและความกลัวที่แทรกซึมในบ้านของสเนป และเขาเห็นลิลี่ – แสงสว่างเพียงหนึ่งเดียวในช่วงวัยเด็กของสเนป

 

ลิลี่ ที่เป็นแหล่งกำเนิดความรู้สึกผิดของสเนป

 

เขารู้สึกได้ถึงความรักใคร่ที่ผูกติดกับเด็กหญิงผมสีแดง ความชื่นชมอย่างจริงใจที่สเนปรู้สึกกับเธอ เธอสมบูรณ์แบบมากในสายตาของศาสตราจารย์ – ไม่ใช่สมบูรณ์แบบในแบบที่ เธอไม่มีข้อเสียใดๆเลยแต่เป็น เธอเป็นทุกอย่างเพียงพอแล้วที่จะทำให้เขามีความสุข

 

แต่สเนปนั้นไม่เคยเข้าใจเลยว่ามันเป็นเพราะเขาหลงใหลในศาสตร์มืดต่างหากที่ดึงลิลี่ให้ห่างออกไป ไม่ใช่เพราะพอตเตอร์อย่างที่เขาคิด

 

และแฮร์รี่ก็ไปหยุดอยู่ตรงความทรงจำที่สเนปอ้อนวอนร้องขอชีวิตของลิลี่ต่อตาอาจารย์ใหญ่แพะเฒ่านั่น – สาบานกับตาแก่นั่นว่าเขาจะทำทุกอย่างขอแค่ลิลี่ปลอดภัย

 

เขาชะงักไปตรงความทรงจำนี้และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับมัน คำพยากรณ์ – และนั่นไม่ใช่การค้นพบที่น่าสนใจหรอกหรือ? แน่นอนว่าแฮร์รี่รู้เรื่องที่มีการจัดเวรยามในกระทรวงเพื่อเก็บบางสิ่งให้ปลอดภัยแล้ว – แต่เขาไม่รู้มาก่อนว่ามันคือคำพยากรณ์ของเขาและทอม ริดเดิ้ล...

 

และดัมเบิลดอร์ใช้ความรู้สึกผิดที่สเนปวิ่งแจ้นไปหาทอม ริดเดิ้ลเพื่อรายงานสิ่งที่เขาได้ยินเพื่อใช้ประโยชน์จากเขา

 

“สารเลวจอมบงการเอ๊ย” แฮร์รี่คิดระหว่างที่ถอยกลับมายังจิตใจของเขาอีกครั้ง “ตาแก่สารเลวเจ้าเล่ห์จอมบงการเอ๊ย!"

 

แต่มันไม่มีอะไรที่เขาทำได้ในตอนนี้ – ยกเว้นสิ่งหนึ่ง

 

ระหว่างที่เขาถอยออกจากจิตใจของคนเป็นอาจารย์ เขาก็ฝังรูนส์ง่ายๆรูนส์หนึ่งไว้ในจิตใจของอีกคน คาถานี้นั้นเป็นสิ่งที่อาจเรียกได้ว่าเป็นศาสตร์มืดในปัจจุบันนี้ – มันก็ถูกเรียกว่าเป็นศาสตร์มืดเพราะว่ามอร์กาน่า เลอเฟย์เป็นผู้ใช้มัน แต่ในตอนนี้มันเหมาะกับสถานการณณ์แล้ว...

 

แฮร์รี่ปล่อยชายอีกคนไป กลับสู่จิตใจของตัวเองและก็รอจนกระทั่งอาจารย์ของเขาถอยออกจากจิตใจของเขาเช่นกัน เขามองศาสตราจารย์ตรงหน้าเขม็ง

 

ชายอายุมากกว่าก็ดูสบายดี ดังนั้นคาถาที่แฮร์รี่ใช้นั้นฝังเข้าไปในเกราะป้องกันของอาจารย์ของเขาเรียบร้อยอย่างไม่มีปัญหาอะไร

 

สเนปนั้นร้องเหอะใส่แฮร์รี่

 

“ลองอีกครั้ง พอตเตอร์!” เขาขู่ฟ่อ “เลจิลิเมนส์!

 

รอบนี้แฮร์รี่ปลดเกราะป้องกันของเขาออกชั้นหนึ่งและดึงความทรงจำออกมาเพิ่มสามความทรงจำจากที่เขาเก็บรวบรวมไว้ในเกราะป้องกัน ด้วยการชักนำเล็กๆแฮร์รี่ก็ดันอาจารย์ของเขาไปยังความทรงจำแรก

 

ความตายของลิลี่

 

แฮร์รี่รู้ว่าเขาโหดเหี้ยม แต่เขาก็รู้ว่าเขาต้องโหดเหี้ยมใส่เพื่อที่จะเข้าถึงอาจารย์ของเขา

 

รูนส์คาถาที่แฮร์รี่ฝังเอาไว้มีปฏิกิริยาทันที บอกกับแฮร์รี่ว่าสเนปทำใจไม่ได้เลยที่ได้เห็นคืนที่ลิลี่ถูกสังหาร อย่างไรก็ดี ตอนที่สเนปพยายามจะถอยออกไป แฮร์รี่ก็กักเขาเอาไว้ แฮร์รี่ดึงเขาเอาไว้จนกระทั่งความทรงจำฉายไปจนจบ จากนั้นเขาก็ผลักสเนปเข้าไปดูอีกความทรงจำ – รอบนี้เก่ากว่าเดิมเสียอีก

 

“ถ้ามันเป็นเซเวอรัสเหมือนที่ดัมเบิลดอร์บอกเรา งั้นฉันก็เชื่อว่าเขาเปลี่ยนใจจริงๆ” ลิลี่เอ่ย เจมส์นั้นกำลังอุ้มแฮร์รี่ตัวน้อยที่กำลังเล่นกับตุ๊กตาสุนัขอยู่

 

แฮร์รี่รู้สึกได้ว่าสเนปตกใจเมื่อเขาได้ยินลิลี่พูดปกป้องเขา แทนที่จะพยายามดึงตัวเองออกไปเหมือนก่อนหน้านี้ สเนปอยู่เพื่อที่จะดูมันและแฮร์รี่ก็ปล่อยให้เขาดู มันง่ายกว่าที่จะกักคนๆหนึ่งไว้ในความทรงจำถ้าคนๆนั้นอยากจะอยู่ดู

 

“ลิลี่” เจมส์เอ่ยพลางถอนหายใจ สเนปทำหน้าดูถูกใส่ชายหนุ่ม

 

“ไม่ เจมส์! ฉันรู้ว่านายเกลียดเซเวอรัสแต่ฉันคือคนที่เคยเป็นเพื่อนกับเขา! ฉันรู้ว่าเขาหลงใหลในศาสตร์มืด! ฉันรู้ว่าเขาเลือกอยู่กับคนผิด! แต่เขาเคยเป็นเพื่อนฉันมาตั้งแต่ฉันอายุแปดขวบ – ถึงนายจะไม่ชอบเขา อย่างน้อยก็ยอมรับเถอะว่าฉันรู้จักเขาดีกว่าใคร!

 

แฮร์รี่รู้สึกได้ถึงความประหลาดใจและความเกลียดชังตัวเองที่มาจากสเนป แฮร์รี่โทษเขาไม่ได้หรอก นี่เป็นครั้งแรกที่สเนปได้ยินเหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมลิลี่ถึงทิ้งเขาไป

 

“ไม่ ลิลี่ เธอเคยรู้จักเขาดีกว่าใครต่างหาก” เจมส์แก้คำพูดของเธอ “เขาเปลี่ยนไปนานแล้ว”

 

แต่ลิลี่ส่ายศีรษะ

 

“ข้างในของเขาลึกๆที่ไหนสักที่เขาจะต้องเป็นเด็กชายที่น่ารักคนเดิมที่ฉันเคยพบเมื่อนานมาแล้วแน่ๆ เจมส์ คนอาจเปลี่ยนแปลงได้ – แต่มันจะมีตัวตนที่แท้จริงข้างในที่ไม่ว่าจะทำอะไรลงไปก็ไม่เปลี่ยนแปลงเสมอ และเซเวอรัสแท้จริงก็เป็นคนดีมาตลอด”

 

รอบนี้ความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นกับสเนปยิ่งรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม

 

“ลิลี่...”

 

“ไม่ เจมส์! ฉันรู้! ฉัน...ฉัน...ฉันต้องเชื่ออย่างนั้น! ฉันไม่เคยตัดสินคนผิดเลยนะ – นายจะบอกว่าฉันคิดผิดหรือตอนนี้?”

 

“อา แต่เธอไม่ชอบปีเตอร์...”

 

“นั่นไม่เกี่ยวกันเลย เจมส์!

 

แฮร์รี่ดึงอาจารย์ของเขาออกจากความทรงจำนี้โดยฉับพลันและกระชากเขาเข้าไปยังอีกความทรงจำหนึ่งที่เปิดเผยให้สเนปเห็นมาตั้งแต่ต้น – การเปิดเผยว่าปีเตอร์ เพ็ตติกรูว์คือคนทรยศในปีสามของแฮร์รี่คนเก่า

 

โทสะที่มีรสชาติของสนิมเกาะบนลิ้นของแฮร์รี่เมื่อรูนส์ที่เขาฝังไว้ในจิตใจของสเนปมีปฏิกิริยากับความทรงจำของหนูทรยศนั่น

 

แฮร์รี่รู้ว่าไอ้หนูสกปรกนั่นจะไม่รอดมือเซเวอรัส สเนปแน่ถ้าสเนปมีวิธีฆ่ามันในตอนนั้น ดูเหมือนจนถึงตอนนี้ไอ้หนูนั่นกับสเนปจะไม่เคยเจอกันเลยยามโวลเดอมอร์เรียกไปรับใช้

 

แฮร์รี่ไม่สนใจถ้าสเนปจะเป็นคนฆ่าหนูสกปรกนั่น แน่นอนว่าหนูโสโครกนั่นจะทำให้ซิเรียสได้อิสระมาง่ายกว่า – แต่อิสระของซิเรียสนั้นเป็นส่วนรองในแผนของแฮร์รี่และมันก็มีทางอื่นๆอยู่เสมอ

 

เขาปล่อยให้ความทรงจำฉายไปและโยนสเนปเข้าไปในความทรงจำสุดท้ายที่เขานำออกมาจากเกราะป้องกัน

 

ลิลี่กำลังยืนอยู่ข้างๆเปลและไกวแฮร์รี่เบาๆ

 

เด็กน้อยมองเธอด้วยดวงตากลมโต ไร้เดียงสาและเป็นสีเขียว - เขียวเหลือเกิน

 

“ชู่วว” เธอกระซิบ “นอนหลับเสีย ลูกรัก หลับเสีย เทวดาน้อยของแม่”

 

เด็กน้อยแฮร์รี่ร้องอ้อแอ้ขึ้นมา

 

“หม่าม๊ารักหนู ปาป๊ารักหนู” เธอเอ่ย เหมือนกับที่เธอบอกกับแฮร์รี่เพียงสั้นๆก่อนที่โวลเดอมอร์จะมาถึงห้องของแฮร์รี่ “อย่าลืมนะ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น อย่าลืมนะ หม่าม๊ารักหนู ปาป๊ารักหนู หนูคือลูกรักของแม่”

 

เธอเงยหน้าขึ้นและจ้องมองไปยังค่ำคืนด้านนอก

 

มือของเธอที่เกาะกุมเปลกำแน่นขึ้น

 

“อย่าลืม แม้ว่าหม่าม๊าจะต้องตายเพื่อให้หนูปลอดภัย” มือหนึ่งของเธอปล่อยแฮร์รี่ตัวน้อยและทาบเข้ากับกำแพงที่เปื้อนไปด้วยเลือดและอักษรรูนส์ “หม่าม๊าจะปกป้องให้หนูปลอดภัย แม้ว่าปาป๊าจะต้องตายเพื่อหนู ปาป๊าจะปกป้องให้หนูปลอดภัย ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น – ตราบใดที่แม่ยังมีชีวิตอยู่แม่จะทำทุกอย่าง ทุกอย่างเพื่อปกป้องหนู!

 

และจากนั้นแฮร์รี่ก็กระชากสเนปกลับมาที่ความทรงจำอันแสนโหดร้ายของความตายของลิลี่

 

“หม่าม๊ารักหนู ปาป๊ารักหนู”

 

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น – ตราบใดที่แม่ยังมีชีวิตอยู่แม่จะทำทุกอย่าง ทุกอย่างเพื่อปกป้องหนู!

 

ราวกับเขาโยนสเนปลงไปในน้ำเย็นจัด

 

ชั่วขณะหนึ่งเวทมนตร์และจิตวิญญาณของสเนปนิ่งแข็งอยู่กับที่ มองไปที่ภาพตอนที่ลิลี่ตายอีกครั้งราวกับเป็นอัมพาต

 

จากนั้นสเนปก็ดิ้นรนต่อต้านการกักขังของแฮร์รี่

 

เวทมนตร์ของสเนปกระจายไปทั่วห้อง ไม่อาจควบคุมได้และพร้อมที่จะป้องกันตัว แฮร์รี่รู้สึกได้ถึงการพังทลายที่จะมาถึง

 

มันมากเกินไป ความรู้สึกผิดมากเกินรับไหวเต็มไปทั้งจิตใจของสเนป เจ็บปวดมากเกินไป รอบนี้ไม่ใช่แค่ความรู้สึกผิดที่เป็นคนฆ่าลิลี่ แต่เป็นความรู้สึกผิดที่ทำให้เธอผิดหวัง ที่ทำกับแฮร์รี่อย่างที่เขาทำทั้งที่แฮร์รี่นั้นเป็นลูกของลิลี่

 

ไม่เกี่ยวกับพอตเตอร์

 

ลูกของลิลี่

 

แฮร์รี่ปล่อยเขาไปและสเนปก็ถอยกลับไปอย่างรวดเร็วที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้จากจิตใจของแฮร์รี่ – เป็นการหลบหนี แต่ก็เกิดขึ้นอย่างเบาๆเพราะว่าตั้งแต่เริ่มบทเรียนมานี้ สเนปทำทุกอย่างเพื่อหลีกเลี่ยงมัน หลีกเลี่ยงการทำร้ายแฮร์รี่

 

แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นมองอาจารย์ของเขาแต่ชายคนดังกล่าวหลบสายตา

 

“ไปเสีย” เขาทำสีหน้าดูถูกแทน – น้ำเสียงของเขา แม้ว่าจะอยากให้ออกมามั่นคงแค่ไหน ก็สั่นไหวเพราะสิ่งที่เขาได้เห็น แฮร์รี่รู้สึกผิดขึ้นมานิดหน่อยแล้วหลังจากได้เห็นศาสตราจารย์วิชาปรุงยาพยายามอย่างสุดความสามารถเพื่อที่จะได้ดูเหมือนไม่ได้รู้สึกอะไร ชายตรงหน้าเขาเป็นเหมือนแค่เด็กน้อยที่ถูกรัดรึงไว้ด้วยความเศร้าโศกและรู้สึกผิดบาปในสิ่งที่เขามีส่วนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น “เวลาเดิมสัปดาห์หน้า – และไปฝึกทำปล่อยใจให้ว่างทุกคืนก่อนนอนด้วย”

 

แฮร์รี่พยักหน้าและหันหลังกลับไป แต่ก็หยุดลงที่หน้าประตู

 

เขาทิ้งเอาไว้อย่างนั้นไม่ได้...

 

Xxx

 

เซเวอรัส สเนปไม่มีสมาธิเลยตอนนี้ ทุกอย่างมันเละเทะไปหมด ความรู้สึกของเขามันพุ่งสูงขึ้นและควบคุมไม่ได้

 

นั่นไม่มีทางเป็นเรื่องจริง เด็กนั่น...เด็กนั่นยังเด็กเกินกว่าจะจำอะไรแบบนั้นได้!

 

แต่มันเป็นความจริง

 

เขาเห็นจากความทรงจำแล้ว

 

พอตเตอร์ไม่มีเกราะสกัดกั้นจิตใจเลยแม้แต่น้อย ไม่มีทางกันเซเวอรัสออกไปได้! และถึงเขาจะทำได้ ก็ไม่มีใครสร้างความทรงจำแบบนั้นขึ้นมาโดยที่ไม่สะกิดใจคนดูว่ามีบางอย่างผิดปกติได้ การปลอมแปลงความทรงจำนั้นเป็นไปได้ – แต่ไม่มีทางตราบใดที่ความทรงจำนั้นยังอยู่ในหัว

 

ดังนั้นเซเวอรัสจึงทำเพียงสิ่งเดียวที่เขาทำได้ คือไล่พอตเตอร์ออกไปไกลๆก่อนที่ความพยายามในการควบคุมความรู้สึกอันอ่อนแรงของเขาจะหลุดลอย เซเวอรัสรู้ว่าถ้าพอตเตอร์ยังอยู่ตอนที่เขาหลุดการควบคุม เด็กนั่นต้องสูญสิ้นความเคารพในตัวเขาแน่ ซึ่งก็ใช่ว่าเด็กนั่นมันจะรู้สึกเคารพอะไรเขาเยอะอยู่แล้ว...

 

“ไปเสีย” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง แม้จะพยายามทำให้น้ำเสียงดูเหมือนปกติให้มากที่สุด โชคดีที่เด็กนี่มันเป็นกริฟฟินดอร์ – เขาไม่ควรรู้ว่ามีบางอย่างผิดปกติด้วยซ้ำเพราะว่าเขามันทึ่มและเห็นตัวเองเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่ง “เวลาเดิมสัปดาห์หน้า – และไปฝึกปล่อยใจให้ว่างทุกคืนก่อนนอนด้วย”

 

เด็กหนุ่มพยักหน้า แต่แทนที่จะออกไปเขาหยุดลงตรงหน้าประตูอีกครั้ง

 

“คุณรู้ไหม อาจารย์ใหญ่ไม่มีสิทธิ์ใช้ประโยชน์จากความรู้สึกผิดบาปของคุณอย่างที่เขาทำนะ ศาสตราจารย์” เขาเอ่ยโดยไม่หันกลับมามองอาจารย์ที่เขาพูดด้วย เซเวอรัสเกร็งตัวระหว่างที่ในใจคาดหวังแม้ว่าความหวังนั้นจะริบหรี่มากก็ตามให้เด็กนั่นไม่สังเกตุปฏิกิริยาของเขา “คุณไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้แม่ของผมตาย คุณอาจจะมีส่วน แต่ในท้ายที่สุดผมโทษทอม ริดเดิ้ลและอัลบัส ดัมเบิลดอร์สำหรับความตายของเธอต่างหาก – และคุณก็ควรทำแบบเดียวกัน”

 

มันเหมือนกับเซเวอรัสถูกกระแสไฟฟ้าไหล่ผ่านไปที่ระบบความคิดอย่างจังอีกครั้งหนึ่ง

 

การปลดปล่อยจากความผิดบาป

 

ครั้งหนึ่ง เซเวอรัสคงจะคิดว่าคำพูดเหล่านั้นของลูกชายลิลี่เป็นคำพูดที่จองหอง แต่ตอนนี้เขาได้ยินเสียงของลิลี่ดังในหูของเขา “ข้างในของเขาลึกๆที่ไหนสักที่เขาจะต้องเป็นเด็กชายที่น่ารักคนเดิมที่ฉันเคยพบเมื่อนานมาแล้วแน่ๆ เจมส์ คนอาจเปลี่ยนแปลงได้ – แต่มันจะมีตัวตนที่แท้จริงข้างในที่ไม่ว่าจะทำอะไรลงไปก็ไม่เปลี่ยนแปลงเสมอ และเซเวอรัสแท้จริงก็เป็นคนดีมาตลอด”

 

“คุณไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้แม่ของผมตาย”

 

คำพูดเหล่านั้นไม่ได้เป็นคำพูดจองหองแต่อย่างใด คำพูดเหล่านั้นเป็นของลิลี่ที่กำลังพูดกับเขาผ่านลูกชายของเธอจากโลกหลังความตาย

 

“เธอไม่รู้หรอกว่าเธอกำลังพูดถึงอะไร ลูกของลิลี่!” เซเวอรัสเอ่ยลอดไรฟัน บันดาลโทสะใส่การให้อภัยที่ถูกหยิบยื่นให้กับเขา การปลดปล่อยที่เขาเฝ้าฝันหา แต่เขาไม่คู่ควรที่จะได้รับ ไม่ใช่จากลูกของลิลี่

 

“ฉันฆ่าแม่ของเธอ!” เขาเอ่ย หยาดน้ำร้อนๆเอ่อขึ้นในดวงตา แต่ไม่ไหลออกมา – ยังไม่ใช่ตอนนี้ – “อาจารย์ใหญ่ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องเธอและฉัน...”

 

“อัลบัส ดัมเบิลดอร์ไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้นเพื่อปกป้องครอบครัวของผม” เด็กหนุ่มขัดขึ้นมา เอ่ยลอดไรฟันเช่นกัน ลูกของลิลี่หันกลับมารอบนี้ เซเวอรัสไม่ไวมากพอที่จะหลบหลีกดวงตาสีเขียวพิฆาตของเด็กหนุ่ม ดวงไฟเต้นระริกอยู่ในดวงตาคู่นั้น – เปลวไฟที่ก่อขึ้นโดยโทสะ

 

“ดัมเบิลดอร์” เด็กหนุ่มกัดฟัน ดวงตาสีพิฆาตของกักขังดวงตาสีดำของเซเวอรัสเอาไว้ไม่ให้หันหนีไปที่ไหน “ดัมเบิลดอร์ไม่ได้ทำอะไรให้ใครทั้งนั้น! ถ้าเขาเป็นห่วงจริงอย่างที่เขาทำทีเขาคงไม่แค่มองดูริดเดิ้ลเท่านั้น - เขาคงจะหยุดริดเดิ้ลไปแล้ว! ถ้าดัมเบิลดอร์เป็นห่วงจริงเขาจะไม่หลบหายไปตอนที่กรินเดลวัลด์พยายามจะยึดครองโลก แต่เขาคงจะหยุดกรินเดลวัลด์ก่อนการเผชิญหน้าอันยิ่งใหญ่ในปี 1945 ที่กรินเดลวัลด์เรืองอำนาจสูงสุดไปนานแล้ว! ถ้าเขาเป็นห่วงจริงเขาจะหาทางหยุดสงครามนี่ได้ก่อนที่มันจะเกิดขึ้นเสียอีก! เขาสงสัยมาเป็นสิบปีว่าทอม ริดเดิ้ลทำอะไรลงไปบ้าง เขารู้มาหลายปีดีดักแล้วว่าเขาคิดถูก! แล้วเขาทำอะไร? เขานั่งอยู่อย่างนั้น มอง – มองเด็กคนหนึ่งพยายามสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากคนที่โตกว่าหลายสิบปี! เขามีเวลาที่สงบสุขอยู่สิบสามปี – เวลาเท่านั้นมากพอจะใช้หาความจริงว่าเขาคิดถูกหรือเปล่า เวลามากพอจะทำทุกอย่างเท่าที่เขาจะทำได้เพื่อหยุดทอม ริดเดิ้ล! แต่แล้ว เขาก็ไม่ได้ทำอะไรเลย! คุณ...” นิ้วของลูกลิลี่ชี้มายังเขาราวกับเด็กหนุ่มอยากจะตอกย้ำมันเข้าไปในตัวเขา

 

“คุณผ่านสงครามมา คุณอาจจะยังเด็กและโง่เขลาอยู่ในตอนนั้นแต่คุณรู้จักสงคราม! บอกผมมา หัวหน้าบ้านสลิธีริน* (Head of House Slytherin) – คุณเข้าร่วมสงครามตอนไหน?”

 

เซเวอรัสจ้องลูกของลิลี่ตรงหน้าเขา มันใช้เวลาสักพักแต่เมื่อความเงียบปกคลุมไปเรื่อยๆ เซเวอรัสก็เข้าใจว่าเด็กหนุ่มต้องการคำตอบจริงๆจังๆสำหรับคำถามของเขา

 

ดังนั้นเซเวอรัสก็เลยให้คำตอบที่เขาต้องการไป

 

“ตอนที่ฉันอายุสิบแปด” เขากระซิบเสียงแข็ง เกราะสกัดใจของเขาทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุมอารมณ์ให้คงที่ – แต่สำหรับคนที่มองไม่เห็นดวงตาแวววาวเล็กน้อยของเขาแล้ว ไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นทั้งนั้น

 

“สิบแปด - และเพิ่งจบจากฮอกวอตส์” เด็กหนุ่มเอ่ยและความทรงภูมิและวัยวุฒิที่แสดงออกมาทางแววตาของเขานั้นเกือบทำให้ศาสตราจารย์วิชาปรุงยาอยู่ไม่สุขแล้ว “อัลบัส ดัมเบิลดอร์นั้นอายุหกสิบสามตอนเขาตัดสินใจจะจบสงครามที่เกิดขึ้นเป็นทศวรรษแล้วและถึงจุดสูงสุดตลอดสี่ปีก่อนหน้า! ยิ่งกว่านั้น อัลบัส ดัมเบิลดอร์รู้ว่าเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์วางแผนจะยึดครองโลกมาเป็นหลายสิบปีแล้ว – เขารู้ตั้งแต่เขาเจอกรินเดลวัลด์ตอนที่เขายังไม่จบจากฮอกวอตส์ด้วยซ้ำ! เขาควรจะบอกใครสักคนเมื่อเขารู้ว่าเกลเลิร์ต กรินเดลวัลด์ตัดสินใจทำตามแผน! แต่เขากลับไม่ทำอะไรเลย! เขารู้และเขาไม่ยอมทำอะไรทั้งนั้น!

 

เซเวอรัสจ้องลูกของลิลี่ด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ แต่ในหัวของเขากำลังวิ่งวุ่นด้วยข้อมูลที่เขาได้รับเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนหน้านี้

 

“บอกผม ศาสตราจารย์ คุณใช้เวลานานเท่าไรกว่าคุณจะรู้ว่าข้างที่คุณเลือกเข้าเป็นข้างที่ผิด - และอย่าบอกว่าเป็นตอนที่คุณเข้ากับดัมเบิลดอร์ตอนปี 1979 เมื่อคำพยากรณ์เกิดขึ้น คุณอาจจะใช้ศาสตร์มืด แต่คุณไม่ใช่คนเลวร้าย ดังนั้น คุณใช้เวลานานเท่าไรคุณถึงรู้ว่าคุณทำพลาดไป?”

 

เด็กนี่รู้เรื่องคำพยากรณ์ได้อย่างไร?

 

เด็กนี่รู้ว่าเซเวอรัสเปลี่ยนใจได้อย่างไร?

 

เซเวอรัสอยากจะบอกกับลูกของลิลี่ว่าเขาผิดแล้วและเซเวอรัสไม่รู้ความจริงจนกระทั่งจอมมารไล่ล่าลิลี่ แต่นั่นจะเป็นคำโกหก แม้ว่าเซเวอรัสจะหลงใหลในศาสตร์มืด เขาก็รู้ว่าเขาทำพลาดไปหลังจากการโจมตีครั้งแรกที่เขาได้ไปร่วม

 

ก่อนที่เขาจะคิดตอบด้วยซ้ำ ดวงตาของเด็กหนุ่มก็เรืองรองและเซเวอรัสก็รู้ว่าลูกของลิลี่รู้ - เขาไม่รู้ว่าได้อย่างไรแต่ดวงตาของเด็กหนุ่มฉายความจริงให้เห็น

 

“ก่อนหน้านั้นนานแล้วใช่ไหม?” เด็กหนุ่มว่า

 

“ถึงจะเป็นอย่างนั้น - มันก็ไม่สำคัญ!” เซเวอรัสตอบด้วยสีหน้าดูถูก

 

เขาได้รับรอยยิ้มเศร้าเป็นคำตอบ

 

“มันสำคัญ” เด็กหนุ่มว่า “คุณมองเห็นคำโกหกของทอม ริดเดิ้ลและแม้ว่าคุณจะไม่สามารถทำอะไรได้ คุณรู้ว่าสิ่งที่คุณทำมันผิด! อัลบัส ดัมเบิลดอร์บอกทุกคนว่าเขาเป็นคนแรกที่มองผ่านหน้ากากและเห็นตัวจริงของทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ล บอกผม ถ้าเขาทำได้จริง – และเขาก็ทำได้นั่นแหละ เชื่อผม – ทำไมเขาไม่ยอมทำอะไรเลยล่ะ? แทนที่จะพยายามเปลี่ยนเส้นทางของเด็กคนนั้น เขาทำแค่มองดู เขามอง เขาดูระหว่างที่ทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ลฆ่าเด็กผู้หญิงคนหนึ่งในรั้วโรงเรียน เขาเฝ้ามองระหว่างที่ทอม มาร์โวโล ริดเดิ้ลสังหารพ่อของเขาเอง เขาจับตาดูระหว่างที่คนที่กำลังจะกลายเป็นจอมมารคนใหม่จมสู่วังวนของศาสตร์มืด - เขาเอาแต่ดูมาโดยตลอด ไม่เคยทำอะไรทั้งนั้น!

 

“เขาสู้กับจอมมาร!” เซเวอรัสเถียง อารมณ์ความรู้สึกของเขาเละเทะไปหมดและในขณะเดียวกันก็ถูกกดเอาไว้อย่างหนาแน่น เขาทนไม่ได้ที่จะฟังในสิ่งที่ได้ยินแต่ความเป็นสลิธีรินสั่งให้เขาต้องฟัง แต่อย่างไร อาจารย์ใหญ่ก็เป็นคนที่ช่วยเหลือเซเวอรัสเอาไว้และเป็นคนมอบหมายงานให้เขาชำระความผิดบาป อาจารย์ใหญ่ต่อสู้ในสงครามเสมอ – ไม่มีทางที่เขาจะกระทำการสาปส่งโลกใบนี้โดยการรับรู้ถึงความอันตรายของโวลเดอมอร์และไม่ยอมทำอะไรหรอก ใช่ไหม?

 

“เขาทำทุกอย่างที่เขาทำได้เพื่อหยุดจอมมารมาโดยตลอด” ประโยคที่ว่าฟังดูว่างเปล่าเหลือเกิน แต่เซเวอรัสก็ต้องพูดมันออกมาอยู่ดี

 

“อย่างที่เขาทำอะไรสักอย่างตอนที่พ่อของผมและเพื่อนของเขารังแกคุณน่ะหรือ?”

 

รูปภาพพวกนั้นคอยฟังและรายงานต่ออาจารย์ใหญ่

 

ม่านพลังพวกนั้นบอกเขาว่าเกิดอะไรขึ้นบนผืนแผ่นดินที่โรงเรียนตั้งอยู่บ้าง

 

ลูกของลิลี่ไม่ได้เอ่ยถึงอะไรพวกนั้นสักคำ แต่นั่นคือสิ่งที่เกิดขึ้นและเซเวอรัสเองก็รู้ เหมือนกับที่หัวหน้าบ้านทุกคนรู้ ของพวกนี้ก็ต้องมีอยู่ด้วยในตอนที่เซเวอรัสเป็นเด็กนักเรียน ไม่ใช่คำพูดของเด็กนี่แต่ก็เป็นความจริงอยู่ดี

 

ทันใดนั้นโลกทั้งใบของเซเวอรัสก็แตกร้าว อัลบัส ดัมเบิลดอร์ไม่รู้เกี่ยวกับพวกตัวกวนและสิ่งที่พวกนั้นทำหรอก ใช่ไหม?

 

ความทรงจำที่เขาไม่ได้ถามหาย้อนกลับมาเมื่อเขาคิดถึงมัน เขาเห็นตัวเองที่กระเซอะกระเซิงและหวาดหวั่นหลังจากเกือบได้เผชิญหน้ากับมนุษย์หมาป่าที่เกรี้ยวกราดและเขาเห็นอัลบัส ดัมเบิลดอร์ ยืนอยู่ตรงหน้าเขาและแทนที่จะลงโทษพอตเตอร์กับพรรคพวก กลับให้รางวัลกับพอตเตอร์ ปล่อยแบล็กไปและบอกกับเขา ผู้เป็นเหยื่อ ว่าเขาจะปริปากพูดอะไรกับใครไม่ได้สักคำถ้าเขาไม่อยากถูกไล่ออกจากฮอกวอตส์ไป

 

แต่นั่นก็เป็นแค่ครั้งเดียว – เป็นความผิดพลาดจังๆของดัมเบิลดอร์ ใช่ไหมนะ?

 

“เขาทำอะไรกับพ่อของคุณและสิ่งที่พ่อคุณทำกับคุณหรือเปล่า – โดยเฉพาะหลังจากแม่ของคุณเสียไป?” ลูกของลิลี่ถาม “และอย่าหลอกตัวเองว่าเขาไม่รู้ – มันมีคาถาตรวจสภาพพื้นฐานที่พยาบาลหรือผู้รักษาทุกคนใช้ก่อนจะลงมือรักษาคนไข้ คาถาตรวจสภาพนั้นไม่พลาดอะไรแบบนั้นแน่”

 

เซเวอรัสกำมือแน่น เขารู้คาถานั่น แต่พวกเขาเริ่มใช้มันหลังช่วงเวลาของเขา ใช่ไหม? มันไม่มีทางที่พวกเขาจะรู้และไม่ยอมทำอะไรเลย! ไม่มีใครรู้มาก่อน! ไม่มีใครรู้เลย – ไม่มีใครนอกจากลิลี่

 

แต่เด็กนี่รู้! ไม่รู้ว่าอย่างไรแต่เด็กคนนี้ ลูกของลิลี่ รู้เรื่องที่พ่อของเซเวอรัสทำกับเขา

 

“บอกผม เขาเคยให้ทางออกกับคุณบ้างไหมตอนที่คุณไปหาเขา ร้องขอชีวิตของแม่ผม? เขาเคยให้ตัวเลือกในการหยุดทุกสิ่งกับคุณบ้างหรือเปล่า?”

 

ดัมเบิลดอร์ต้องการสายลับในตอนนั้น ต้องการเขา...

 

“เขาต้องการฉันในที่ๆฉันอยู่! และฉันต้องทำเพื่อลดทอนบาปของฉันลง!” รอบนี้เซเวอรัสต้องพูดในสิ่งที่เขาคิดออกมา เขาไม่อาจเก็บเงียบเอาไว้ได้เมื่อเด็กหนุ่มพยายามทำลายภาพที่เขาสร้างขึ้นสำหรับชายที่รับเขากลับมาแม้กระทั่งหลังเขาได้ทำในสิ่งที่ไม่อาจให้อภัยไปแล้ว

 

“บาปอะไร?!” ลูกของลิลี่ว่า “ตอนที่คุณเข้าร่วม คุณเป็นเด็กอายุสิบแปดที่หลงทางและมองไม่เห็นความจริง! บอกผม ทำไมคุณถึงเข้าร่วมกับทอม ริดเดิ้ล? เป็นเพราะแนวคิดของเขาหรืออย่างไร?”

 

เซเวอรัสทำสีหน้าดูถูก

 

“เป็นเพราะเสน่ห์ของเขาหรือ?”

 

เซเวอรัสทำสีหน้าดูหมิ่นอีกครั้ง

 

“ไม่! คุณเป็นเด็กวัยรุ่นที่เคืองขุ่นและไม่ต้องการอะไรนอกจากเป็นที่ยอมรับสักครั้งหนึ่งในชีวิต!” รอบนี้เซเวอรัสทำสีหน้าดูถูกต่อไปไม่ได้อีกแล้ว ลูกของลิลี่รู้ได้อย่างไร? “คุณต้องการให้มีคนมองคุณอย่างที่เป็นคุณ - และทอม ริดเดิ้ลสัญญากับคุณว่ามันจะเป็นอย่างนั้น เขาสัญญาว่าแก้แค้นคนที่ทำให้คุณต้องเจ็บปวด เขาสัญญาว่าจะมองคุณอย่างที่เป็นคุณ! แน่นอนว่าคำสัญญาของเขาเป็นเรื่องโกหกหลอกลวงทั้งเพ - แต่คุณไม่รู้ในตอนนั้นเพราะว่าคุณเป็นเด็ก! เด็กทำผิดพลาดเสมอและมันเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ในการให้อภัยและชี้ให้เห็นทางที่ถูกต้อง! อัลบัส ดัมเบิลดอร์ อาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ ทำให้คุณผิดหวัง! ไม่ แทนที่จะให้อภัยคุณเขาตัดสินใจจะใช้ความรู้สึกผิดบาปของคุณมากักขังคุณไว้ให้เป็นหมากกระดานในเกมเล็กๆที่น่ารังเกียจนั่นของเขา!

 

“เขาทำเพื่อให้ทุกคนปลอดภัย - พ่อแม่ของเธอด้วย ไอ้หนู!” เซเวอรัสทุ่มเถียง ความขุ่นข้องและความเศร้าโศกของเขาทำให้ดวงตาของเขาแดงระหว่างที่เขาพยายามจะหยุดไม่ให้น้ำตาไหลลงมาอย่างหมดหนทาง เขาเป็นค้างคาวแห่งชั้นใต้ดิน ชายผู้ไร้ความรู้สึก ฝันร้ายของกริฟฟินดอร์ทั้งมวล เขาจะไม่ร้องไห้เหมือนกับเด็ก  เขาไม่เคยร้องไห้อีกเลยตั้งแต่วันที่ลิลี่จากเขาไปอย่างไม่หวนกลับ “มันเป็นสิทธิ์ของเขา! ฉันทำผิดพลาดและฉันก็จ่ายราคาสำหรับความผิดพลาดนั้น! ฉันรู้ว่าฉันทำพลาดแค่ไม่กี่วันหลังจากฉันรับตรามาร!

 

“ใช่ คุณทำผิดพลาด!” ลูกของลิลี่ขัดเขาอย่างเผ็ดร้อน “ความผิดแค่ครั้งเดียวและคุณก็ชดใช้มันมาตลอดตั้งแต่ตอนนั้น! คุณรู้ว่าคุณเลือกผิดแค่ไม่กี่วันหลังคุณได้เลือก เหมือนกับคนสติดีทุกคนที่มีเบื้องหลังแบบเดียวกับคุณในโลกมักเกิ้ลรู้! คุณ ไม่เหมือนกับพวกเลือดบริสุทธิ์ รู้ว่าทอม ริดเดิ้ลทำในสิ่งที่ผิดเพราะว่าคุณมีประสบการณ์ในโลกมักเกิ้ลมาแล้ว คุณรู้สิ่งที่ดีและเลวร้ายในทั้งสองโลก – ไม่เหมือนกับพวกเลือดบริสุทธิ์พวกนั้นที่รับใช้เขาที่กลัวในสิ่งที่พวกมันไม่รู้”

 

“จริงหรือ?” เซเวอรัสเหยียดหยาม “ถ้าฉันสมบูรณ์แบบเสียจริงๆ – ทำไมฉันถึงได้จงรักภักดีต่อจอมมารตั้งเกือบปีก่อนที่จะทรยศเขาล่ะ?”

 

“แน่นอนสิว่าคุณไม่ได้บอกใคร” เด็กหนุ่มเอ่ยพลางร้องหึ “ไม่มีสลิธีรินสติดีที่ไหนจะทำให้ตัวเองตกอยู่ในอันตรายโดยปราศจากเหตุผล มันเป็นแบบอย่างของสลิธีรินที่จะสามารถบิดเบือนและปดจนกระทั่งไม่มีใครรู้ความจริงอีกต่อไป จนกระทั่งสามารถหลอกลวงใครก็ได้ - แม้กระทั่งทายาทตัวปลอมของซัลลาซาร์ สลิธีริน”

 

เซเวอรัสทำหน้าดูถูกใส่ลูกของลิลี่

 

“เธอไม่รู้อะไรทั้งนั้นว่าการเป็นสลิธีรินมันหมายความว่าอย่างไร ลูกของลิลี่!” เขาขู่ฟ่อ “เธอไม่รู้อะไรเลยว่าฉันทำบาปอะไรไปบ้างในนามของจอมมาร สิ่งที่ฉันทำเพื่อหลบเลี่ยงโทสะของเขา!

 

เขาได้รับรอยยิ้มที่ไม่น่าไว้วางใจเป็นคำตอบ

 

“บอกผมที ศาสตราจารย์ คุณได้ฆ่าใครเพราะเขาไหม?” เด็กหนุ่มเอ่ยถามเสียงนุ่ม ระหว่างที่เดินกลับมากลางห้อง - เข้าใกล้เซเวอรัสจนกระทั่งศาสตราจารย์วิชาปรุงยามั่นใจว่าเด็กหนุ่มมองเห็นตาแดงๆของเขา จนกระทั่งเขามั่นใจว่าเด็กหนุ่มมองเห็นหยาดน้ำตาที่ใกล้จะร่วงหล่น

 

“เธอ...เธอกล้าดีอย่างไร... !

 

“อา งั้นคุณก็ไม่เคยฆ่าสินะ” ลูกของลิลี่ว่า “งั้นบอกผมที คุณได้ทรมานใครเพราะเขาไหม?”

 

เซเวอรัสสะดุ้ง

 

และดวงตาสีเขียว เขียวเหลือเกินคู่นั้นกำลังจ้องมองเขา เปิดเผยทุกความลับที่เขามี...

 

“บ่อยแค่ไหน?” น้ำเสียงของเด็กหนุ่มนุ่มนวล

 

เซเวอรัสพยายามหันหนีแต่ดวงตาคู่นั้นจ้องมาไม่ยอมให้หันหนีไป

 

“ไม่บ่อยเท่าไรสินะ - แต่คุณก็ยังรู้สึกผิดอยู่ดี”

 

“ฉันไม่รู้สึกผิด!” เซเวอรัสปฏิเสธ เขาได้รับรอยยิ้มอบอุ่นบางๆเป็นคำตอบ

 

“นั่นไม่เป็นอะไรหรอก” ลูกของลิลี่ว่า “ผมเลิกรู้สึกผิดกับคนที่ผมสังหารไปนานมากแล้ว – ครูซิโอแค่ครั้งหนึ่งเทียบกับสิ่งที่ผมทำไม่ได้เลย”

 

รอบนี้ศาสตราจารย์วิชาปรุงยาทำสีหน้าหยามเหยียดใส่ลูกของลิลี่

 

“ฉันค่อนข้างมั่นใจว่าเธอไม่เคยฆ่าใคร ลูกของลิลี่” เขาเอ่ยลอดไรฟัน “อาจารย์ใหญ่ไม่ยอมให้ทำแน่!

 

เด็กตรงหน้าเพียงมองเขา แล้วเขาก็ยักไหล่

 

“ผมค่อนข้างมั่นใจว่าครั้งแรกที่ผมฆ่าอย่างน้อยก็เป็นร่างกาย แม้จะไม่ใช่คนก็เถอะ คือตอนที่ผมอายุสิบห้าเดือน”

 

เซเวอรัสทำสีหน้าดูหมิ่น

 

“หยุดจองหองได้แล้ว พอตเตอร์!” เขาเอ่ย “อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ฉันมั่นใจว่าเธอเป็นคนที่ทำน้อยที่สุดเลย!

 

“อ๋า แต่พิธีกรรมที่แม่ของผมใช้ถูกสอนและสร้างโดยผม – ดังนั้นมันจะไม่นับเป็นฝีมือผมหรือแม้ว่าจะไม่ได้เป็นคนลงมือโดยตรงก็ตามในตอนนั้น?” พอตเตอร์เอ่ย

 

“เธอกำลังพล่ามอะไรอยู่ พอตเตอร์?” สเนปขู่ฟ่อ “เธอหลอนไปแล้วหรือไง?”

 

เขาได้รับรอยยิ้มของผู้ล่าเป็นคำตอบ

 

“เซเวอรัส สเนป หัวหน้าบ้านสลิธีริ(Head of House Slytherin)” พอตเตอร์เอ่ยขึ้นมาแทน “ทำไมคุณถึงโทษตัวเองในเมื่อมันเป็นดัมเบิลดอร์ที่เหยียบย่ำไม่เห็นหัวความเสียสละของแม่ผม?”

 

เซเวอรัสทำสีหน้าดูถูกอีกรอบ

 

“อาจารย์ใหญ่ไม่...”

 

“เพ็ตทูเนีย อีวานส์” เด็กหนุ่มขัดเขาและสีหน้าที่เซเวอรัสทำก็จางหายไปเมื่อเขาจำเด็กผู้หญิงร้ายกาจคนนั้นที่ดูหมิ่นดูแคลนลิลี่อยู่เสมอๆได้ ทุกความคิดที่มีก่อนหน้านี้จางหายไปเมื่อเขาก้มลงมองลูกของลิลี่

 

“ทำไมเธอถึงได้พูดถึงผู้หญิงเลวร้ายคนนั้นขึ้นมา?” เขาขู่ฟ่อ

 

“หล่อนไม่ได้เปลี่ยนไปเลยตั้งแต่ตอนที่คุณรู้จักหล่อน คุณรู้ไหม?” เด็กหนุ่มกล่าว “ลองคิดดูว่ามันเป็นอย่างไร โตขึ้นมาโดยการดูแลอย่างรักใคร่ของหล่อน...”

 

ที่ที่ทั้งมืดทั้งแคบและกระทะที่ปลิวว่อนนั้นกลับเข้ามาในหัวของเซเวอรัสอีกครั้ง – ความทรงจำที่เขาเห็นในจิตใจของลูกลิลี่แต่ไม่ได้สนใจอะไรนัก เขาไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขาเห็นก่อนหน้านี้ เขาแค่สนใจในการจบบทเรียนบ้าๆนี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

ตอนนี้เขาจำมันได้แล้วและก็แอบตัวสั่นเทา

 

ดวงตาของเขาเลื่อนไปสบดวงตาสีเขียว เขียวเหลือเกินตรงหน้าเขาอย่างไม่รู้ตัว เวทมนตร์ของเขาพุ่งขึ้นสูงและประสาทสัมผัสของการพินิจใจที่ไร้การควบคุมนั้นก็ยิ่งเพิ่มในสิ่งที่เขารู้อยู่แล้วไปอีก

 

เขาไม่ได้คิดด้วยซ้ำตอนที่เขาแตะมือที่ปลายคางของเด็กนี่ เชยคางขึ้นให้มองดวงตาของลิลี่ชัดกว่าเดิม

 

“ใครคือไอ้โง่ที่เอาเธอไปไว้ที่นั่น?” เขาขู่ฟ่อ

 

เด็กหนุ่มยิ้ม – แต่เป็นยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตาสีเขียวเหลือเกินนั้นเอาเสียเลย

 

“อัลบัส ดัมเบิลดอร์”

 

และโลกของเซเวอรัส สเนปก็แตกสลายลงไม่เหลือชิ้นดี

 

ขวดแก้วที่ใส่วัตถุดิบแตกกระจาย โต๊ะทำงานไม่เหลืออะไรนอกจากฝุ่น เวทมนตร์ของเขาพลุ่งพล่านภายในกำแพงปราสาทและประตูที่รับแรงกดดันสั่นระริกจนเกิดเสียง

 

เซเวอรัสไม่รู้ว่าเขาควรจะบันดาลโทสะ ร่ำไห้หรือตรอมตรมใจกันแน่ อารมณ์ของเขาพุ่งขึ้นมั่วซั่วไปหมดอย่างไม่อาจระงับได้เมื่อเกราะการสกัดกั้นจิตใจของเขาแตกสลายลงในการเปิดเผยที่น่าทดท้อใจนี่

 

เขารู้ อาจารย์ใหญ่ตั้งใจจะทำในสิ่งที่ถูกต้อง

 

เขารู้อาจารย์ใหญ่เป็นคนดี

 

แต่มันมากเกินไป

 

เซเวอรัสต่อสู้ในสงครามตั้งแต่ตอนที่เขาเพิ่งจบจากโรงเรียนใหม่ๆ อาจารย์ใหญ่ ผู้นำฝั่งแสงสว่างที่ยิ่งใหญ่ กลับเลือกที่จะยืนอยู่ข้างๆและเฝ้ามองระหว่างที่ทุกคนดิ้นรนต่อสู้

 

เซเวอรัสเอ่ยคำปดและหลอกลวงเพื่อชายคนนั้น สืบความลับให้กับชายคนนั้น – ทั้งหมดนั่นเพื่อให้ลิลี่ปลอดภัย

 

แต่ลิลี่ก็ตายลงภายใต้การดูแลของอัลบัส ดัมเบิลดอร์

 

เซเวอรัสไปอยู่ในอัซคาบันมาสามเดือนเพื่อชายคนนี้ เขาทำหน้าที่ในการสวมหน้ากากของเขาอย่างไม่หวั่นไหวมาตลอดเพื่อชายคนนี้ – ทั้งหมดนี้เพื่อให้ลูกของลิลี่ปลอดภัย

 

และอัลบัส ดัมเบิลดอร์ก็นำเด็กคนที่ว่าไปและเอาไปให้คนเพียงคนเดียวที่เซเวอรัสไม่มีโอกาสจะปกป้องจากหล่อนเลยดูแล ป้าของเด็กคนนั้นเอง – ผู้หญิงที่เซเวอรัสไม่เคยคิดว่าจะสามารถเป็นผู้ปกครองของลูกลิลี่ได้เลย

 

ในตอนนั้นเองหนึ่งในตู้เก็บของก็พ่ายแพ้ต่อแรงกดดันและพังลงก่อนที่มันจะถูกบขยี้ให้เป็นผุยผงโดยเวทมนตร์ของเซเวอรัส

 

มืออันนุ่มนวลโอบกอดเขาเอาไว้ ค่อยๆลูบที่แผ่นหลังเป็นวงกลมเพื่อปลอบโยน และน้ำตาหยาดแรกก็ไหลรินจากดวงตา

 

เขาเป็นค้างคาวแห่งชั้นใต้ดิน ไร้ความรู้สึก ฝันร้ายของกริฟฟินดอร์ทั้งมวล เขาไม่เคยร้องไห้โยเยเป็นเด็ก - เขาไม่เคยเสียน้ำตาอีกเลยตั้งแต่วันที่ลิลี่จากไปอย่างไม่หวนกลับ!

 

แต่แล้วมือที่คอยลูบปลอบประโลมก็หมุนวนที่แผ่นหลังของเขาอีกครั้งและน้ำตาอีกหยดก็ไหลออกมา มือของเซเวอรัสเอื้อมหาอะไรสักอย่างไว้ยึดเกาะ เพื่อพักพิงและพยุงตัว เนื้อผ้าอ่อนนุ่มสีดำคือสิ่งที่เขาพบ เป็นเนื้อผ้าของเสื้อคลุมของเด็กหนุ่ม

 

เขาเป็นค้างคาวแห่งชั้นใต้ดิน – และน้ำตาอีกหยดก็ไหลออกมาจากดวงตา

 

เขามันไร้ความรู้สึก - นิ้วมือของเขากระชับเสื้อคลุมของลูกของลิลี่ไว้แน่นกว่าเดิม

 

เขาเป็นฝันร้ายของกริฟฟินดอร์ทั้งมวล – และมือที่หมุนวนอย่างปลอบประโลมที่หลังเป็นครั้งสุดท้ายก็ทำให้ไหล่ของเขาลู่ลงและเริ่มจะสะอึกสะอื้นอย่างรุนแรง จนถึงตอนนี้ เขายังไม่เคยอนุญาตให้ตัวเองได้เศร้าโศกเพราะความตายของลิลี่และทุกสิ่งที่เขาได้สูญเสียไปเลยสักครั้ง จนถึงตอนนี้ เขาแค่ปิดกั้นอารมณ์ความรู้สึกของเขาไว้และพึ่งพาความเกลียดชังที่มีต่อกริฟฟินดอร์และพอตเตอร์โดยเฉพาะเพื่อที่จะสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ไปวันๆ

 

เขาถูกบีบคั้นด้วยความหวาดกลัวและดิ้นรนภายใต้ภาระหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายบนบ่าที่ - ในตอนนั้น – อ่อนเยาว์ของเขา เขาไม่เคยมีเวลาให้ได้เติบโตเพราะโดนกักขังไว้ด้วยอดีตที่มืดมน – และในขณะเดียวกันก็ถูกบังคับให้ต้องเติบโตอย่างรวดเร็วเกินไป

 

และตอนนี้เขากำลังสะอื้นไห้กับบ่าของลูกลิลี่ พึ่งพิงกำลังของลูกของลิลี่ มือของเขากำแน่นกว่าเดิมเมื่อความรู้สึกผิดคืบคลานเข้ามาในจิตใต้สำนึกอีกครั้ง เขาไม่ควรจะพึ่งเด็กวัยรุ่นที่แม้แต่ช่วยตัวเองยังทำไม่ได้ในเวลาทุกข์ใจแบบนี้เลย เขาเป็นผู้ใหญ่ ส่วนคนตรงหน้ายังเป็นเด็กอยู่

 

มือที่คอยลูบปลอบประโลมทำลายความคิดเหล่านั้นอีกครั้ง เป็นความรู้สึกสงบและปลอดภัยของเวทมนตร์ของเด็กหนุ่มที่ทำให้เขาพึ่งพิงเด็กคนนี้และอีกครั้งที่ดวงตาสีเขียวเหลือเกินคู่นั้นทำลายการต่อต้านทั้งหมดของเขาลงเมื่อเขาร่ำไห้ออกมาอย่างไม่อาจควบคุมได้ในที่สุดในอ้อมกอดของนักเรียนของเขา ไม่อาจรับความโหดร้ายของโลกใบนี้ได้อีกต่อไป

 

Xxx

 

เมื่อเซเวอรัส สเนปตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เขากำลังนอนอยู่บนโซฟาในที่พักของเขา บนโต๊ะข้างๆเขาคือจดหมายที่เขาได้รับเมื่อไม่กี่วันก่อนหน้านี้ เซเวอรัสจ้องไปที่มัน

 

เขาเอามันมาวางไว้นี่ตั้งแต่เมื่อไร? เขามั่นใจว่าเขาวางมันไว้บนโต๊ะในห้องทำงานของเขาครั้งสุดท้ายที่เขาถือมัน

 

จดหมายถูกเปิดแล้ว แสดงให้เห็นคำเชิญที่มันบรรจุมา

 

Xxx

 

ถึง ผู้นำตระกูลพรินซ์

 

ลูกหลานแห่งตระกูลพรินซ์ เธอได้ใช้ชีวิตอยู่เป็นเกียรติเป็นศรีแก่บรรพบุรุษ เธอได้ใช้ชีวิตอย่างชาญฉลาด เธอได้ใช้ชีวิตอย่างเปี่ยมเล่ห์ เธอได้ปฏิบัติตามวิถีทางแห่งบรรพบุรุษ เราประกาศว่าเธอเป็นลูกหลานของทายาทที่รักยิ่งแห่งตระกูลเรา เช่นนั้นเราจะทำนุบำรุงและอุ้มชู ให้ความช่วยเหลือในยามที่เธอต้องการ เช่นนั้น เราจะกู้คืนสิทธิของเธอและนำเธอกลับสู่ที่ที่เป็นของเธอโดยชอบธรรม เธออยู่ภายใต้ตระกูลของเราและเราจะดูแลเธอเป็นลูกหลานของเราเอง

 

เราขอเชิญเธอกลับมาสู่ตระกูลของเรา

 

ตอบรับคำเพรียกหาของเรา ทายาทแห่งตระกูลเรา และกลับมายังที่ที่เป็นของเธอโดยชอบธรรม

 

รอก่อน เราจะพาเธอกลับบ้านในวันเสาร์นี้ยามเที่ยงคืน

 

เราสาบานด้วยจิตวิญญาณและเวทมนตร์ของเราว่าเธอนั้นจะปลอดภัยจนกว่าจะกลับมา

 

ผู้นำตระกูล

 

Xxx

 

พอตเตอร์ได้อ่านมันไปหรือเปล่า?

 

จากนั้นเซเวอรัสก็สะบัดศีรษะเพื่อให้สมองโล่ง พอตเตอร์คงไม่ได้อ่านมันหรอก เซเวอรัสอาจจะจำไม่ได้ว่าเขากลับเข้ามาในห้องพักของเขาได้อย่างไรเมื่อคืนแต่พอตเตอร์ไม่ได้มาที่นี่กับเขาแน่

 

และบทเรียนการสกัดใจต้องไม่ได้เกิดขึ้นอย่างที่เขาจำได้แน่ๆ ไม่มีทางที่เขาจะหลุดร้องไห้ในอ้อมแขนของเด็กนักเรียนหรอกน่า!

 

น่าเสียดายที่ส่วนหนึ่งของจิตใจของเซเวอรัส – ส่วนที่เป็นสลิธีริน – บอกเขาว่าเขาหลอนไปเองและมันเกิดขึ้นจริงๆ แต่มันไม่มีทางน่า พอตเตอร์...เมื่อวานพอตเตอร์ไม่ใช่พอตเตอร์ โดยเฉพาะในตอนท้ายสุด

 

ดังนั้นมันอาจจะไม่ได้เกิดขึ้นและมันเป็นความฝันที่เพิ่มเติมจากบทเรียน เขาปรารถนาให้มันเป็นอย่างนั้นและก็นั่นแหละ น่าเศร้าที่การเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการสกัดใจทำให้การพยายามโน้มน้าวตัวเองว่ามันเป็นความฝันนั้นเป็นไปไม่ได้เลย ผู้สกัดใจนั้นมีความคิดที่เป็นระเบียบอย่างมาก – การจะสับสนความฝันกับความเป็นจริงนั้นจะทำลายความเป็นระเบียบที่ว่านั่น...

 

ดังนั้นมันมีเพียงอย่างเดียวเท่านั้นที่เซเวอรัส สเนปสามารถทำได้ตอนนี้

 

เขาต้องกอบกู้เกียรติศักดิ์ศรีของตัวเองกลับคืนมา

 

บ้านกริฟฟินดอร์แห่งฮอกวอตส์จะต้องคิดว่ามันไม่น่าเกิดมาเมื่อถึงตอนเย็นของวันนี้แน่นอน

 

 

To Be Continue

 

Upcoming Chapter: 980 – 1021 AD To Aid A Child ในการช่วยเหลือเด็กน้อย

 

 

* ลืมโน้ตคำว่า สารท้าทาย เราไปหามาค่ะเพราะก่อนหน้านี้เนี่ยไม่มั่นใจว่ามันใช้คำว่า สาห์น ถูกไหม สรุปว่าคำว่า สาห์นเนี่ย ไม่มีตามบัณฑิตยสภาค่ะ เขาให้ใช้สารไปเลย แต่คำว่าสาห์นเหมือนมันมีที่มาจากวรรณกรรมเก่าอะไรสักอย่าง แต่ปัจจุบันไม่ถูกหลักการใช้แล้ว สรุปคือได้ความรู้ใหม่ค่ะ 555


ตอนนี้เฉลยมากี่ตระกูลแล้วนะที่ถูกเชิญเข้าร่วมมหาตระกูล ก็เกือบครบหมดแล้วเนาะ รออาเธอร์เจอกับลูเซียสนี่ล่ะค่ะ สองคนนั้นคงต้องกุมขมับแล้วจะเป็นลมกันแน่ๆ 5555

ลุงมู้ดดี้ฉลาดมากค่ะ ไปค่ะลุง เราไปกันเถอะ ช่างหัวอัลบัสแล้ว

เรื่องนี้รอนเป็นคนดีค่ะ ปรบมือออ ฮือออ อยากจะรณรงค์ให้หยุดทำร้ายรอนกันในแฟนฟิคจริงๆเลย จริงๆรอนก็ฉลาดนะ นางเล่นหมากรุกเก่งจะตาย มันต้องมีอะไรสักอย่างสิ แค่รอนไม่ใช่หัวในเรื่องเรียนเท่านั้นเอง ถถถถถ แล้วก็ เจเคยังเคยบอกเลย เวลามีอะไรให้ฟังรอนพูดนะ อย่างตอนที่รอนบอกแฮร์รี่ในหนังสือว่าริดเดิ้ลอาจเป็นคนฆ่าเมอร์เทิ่ลตอนปีสองน่ะ ตรงนะนั่นน่ะ 55555 อยากรู้ว่ามียีนนักพยากรณ์ตกมาจากปู่ย่าตายายคนไหนสักคนหรือเปล่า 5555

 

ดัมเบิลดอร์เรื่องนี้เป็นตัวละครที่ร้ายกาจจริงๆเลยค่ะ แงงงง เอาซิเรียสกับรีมัสมาอ้างกับสเนป จงใจพูดเพราะรู้อยู่แล้วว่าเขาเกลียดกัน แย่มาก แต่เป็นคำพูดที่ทำให้มิติตัวละครของดัมเบิลดอร์ร้ายอย่างชัดเจนแล้วค่ะตอนนี้ ตอนนี้เป็นตอนที่ถ้าใครยังไม่มั่นใจดัมเบิลดอร์เนี่ย ก็ชัดเจนเรียบร้อยแล้วค่ะ ทอมมี่บอย ณ จุดนี้ของเรื่องเหมือนเป็นตัวร้ายรองเลยค่ะ ถถถถ

 

ตอนที่ย้ำว่าสเนปเป็น head of house slytherin นี่ คือตอนพูดถึงอาจารย์ประจำบ้านกับผู้นำตระกูลเขาใช้คำเดียวกันว่า head of house น่ะค่ะ นี่เลยวงเล็บไว้ให้เผื่อว่าคนเขียนจะบอกอะไรเอาไว้เป็นความนัย ทั้งนี้ทั้งนั้นเราเองก็ยังไม่มั่นใจค่ะว่ามันอาจารย์ประจำบ้านเฉยๆหรือสเนปเป็นผู้นำตระกูลสลิธีรินคนปัจจุบันจริงๆ สงสัยเราอ่านตกในตอนหลังๆแน่เลย เดี๋ยวเราไปอ่านใหม่ ตอนนี้รอดูกันไปก่อนเนาะ

คนเขียนทำอารมณ์ของสเนปดีมากค่ะ ตอนคุยกันตอนที่ไม่เรียกแฮร์รี่ว่าพอตเตอร์อย่างที่เคยทำ แต่เรียกว่าลูกของลิลี่ มันเป็นมุมมองที่ต่างออกไปจริงๆ ซึ่งเราว่าเรื่องนี้ทำตัวละครสเนปออกมาดีกว่าเรื่องหลักอีกค่ะ คือในเรื่องหลักจริงอยู่ว่าเขาย้ายกลับมาข้างแสงช่วยแฮร์รี่ แต่ในเรื่องหลักของเจเค สเนปไม่ใช่คนดีจริงๆ มันมีหลักฐานที่เยอะมากว่าสเนปไม่ใช่คนดีโดยเนื้อแท้ และความรักที่มีต่อลิลี่แม้จะมั่นคงแต่ค่อนข้างไม่healthyเลยค่ะ ถ้าเกิดว่าโวลเดอมอร์ไม่เล็งเป้ามาที่ลิลี่กับครอบครัวพอตเตอร์ สเนปจะตายโดยที่เป็นหนึ่งในผู้เสพความตายที่จงรักภักดีกับโวลเดอมอร์ที่สุดเลยอ่ะ เพราะสเนปขมขื่นมากนะที่เสียลิลี่ให้เจมส์ไป เขาทำอย่างนั้นได้จริงๆอ่ะเราว่า คือจริงๆเราเข้าใจนะว่าอะไรทำให้เขายึดติดกับลิลี่และสิ่งที่เขาเจอมามันไม่แฟร์เลย แต่มันก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่จะทำไม่ดีกับคนอื่นที่ไม่ได้ทำอะไรให้สเนปเช่นกัน คนที่ทำก็เป็นอีกเรื่อง

แต่ในเรื่องนี้ทำตัวละครสเนปให้ออกมาโดยเนื้อแท้เป็นคนดี สิ่งที่เค้าแบกไว้อยู่นี้เป็นทั้งหน้าที่และหน้ากาก มันอ่านแล้วรู้สึกดีกว่ามากค่ะ โฮฮฮฮฮ คือในเรื่องนี้สเนปก็ไม่ได้เพอร์เฟ็กหรอก แต่ดีกว่าในเรื่องหลักอยู่

 

ที่หายไปนานไม่ใช่อะไรค่ะ อย่างที่เห็นว่าตอนมันยาว...แหะๆ อีกอย่างคือ เผลอแปปเดียวเปิดเทอมอีกแล้วค่ะ โอ๊ยยยยย จริงๆตอนนี้เราทยอยๆแปลเรื่อยๆแล้วนะคะ แต่มันยาวมากอย่างที่เห็น มันเลยไม่เสร็จสักทีเนี่ย เพิ่งมาเรียบร้อยดี และใช่ค่ะ มันยาวทะลุสถิติเก่าอีกแล้วค่ะทุกคนนนน

 

คิดว่าตอนนี้เราคงอัพเป็นตารางเหมือนเดิมไม่ได้จริงๆแล้วล่ะค่ะ ฝืนต่อไม่ไหวมาสักพักแล้วอย่างที่เห็น แต่ยังยืนยันว่าไม่ทิ้งเนาะ มาเรื่อยๆแน่นอนค่ะ

 

ตอนหน้าเดี๋ยวเราย้อนกลับไปหาซัลกันค่ะ ตอนหน้าจะเป็นตอนสุดท้ายของช่วงฮอกวอตส์แล้วค่ะ แล้วเดี๋ยวถัดจากตอนถัดไปเราจะโดดข้ามเวลาไปอีกช่วงเป็นช่วงสั้นๆกันค่า

 

แล้วเจอกันตอนถัดไปค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 145 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #467 iemmei25 (@iemmei25) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 20:50
    รู้สึกว่าเนื้อเรื่องดีมากๆๆ คือเราเพิ่งกลับมาตามอ่านค่ะ หลังจากดองไว้นานมากก ก่อนหน้านี้เราไปอ่านของต้นฉบับภาษาอังกฤษมาแล้ว ปวดหัวมากกก สรุปอ่านที่ไรท์แปลอะดีแล้ว
    เพราะงั้นเป็นกำลังใจให้นะคะ รีดรออยู่5555
    #467
    0
  2. #465 eakaroon (@eakaroon-yay) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 08:22

    ขอบคุณมากๆๆๆๆๆๆhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png รอตอนต่อไปhttps://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-02.png

    #465
    0
  3. #456 Roseria_RYSKI (@Roseria_RYSKI) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:12
    เราอ่านทั้งของต้นฉบับและส่วนที่ไรท์แปลแล้วซีนนี้คือซีนที่เราชอบมากๆค่ะ อย่างที่ว่าคนเขียนเขาถ่ายทอดมุมมองของเซเวอร์รัสออกมาได้แบบดีอ่ะ คือมันดีจริงๆ แล้วพอมาอ่านแปลไทยคือได้อารมณ์ไม่ต่างกันกับต้นฉบับเลยค่ะ แปลออกมาได้ดีมาก เป็นกำลังใจให้นะคะ ส่วนตัวเราชอบสำนวนการแปลและการเลือกให้คำมากๆค่ะ เป็นกำลังใจให้แปลต่อไปนะคะ สู้ๆเน้อ
    #456
    0
  4. #455 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:11
    ตอนหลังๆยาวขึ้นจริงค่ะ เคยอ่านต้นฉบับตอนนึง1ชม.มาก่อน หลังๆมานี่ตอนละ2-3ชม.โดยประมาณเลย ไม่ได้อ่านแบบสกิมหรือแสกนแต่เป็นอ่านแบบรีดดิ้งอ่านหมดเลย55555

    สำหรับตอนนี้เราชอบฉากอารมณ์คุณสเนปมากค่ะ ปลื้มตั้งแต่ตอนอ่านต้นฉบับแล้ว ขอบคุณคุณผู้แปลจริงๆที่ช่วยเติมเต็มท่อนนี้ให้เราเพราะว่าตอนอ่านต้นฉบับก็มีมึนๆบ้างเพราะโง่อิ้ง ฮ่าๆ มันเป็นซีนที่ดีมากค่ะ ยิ่งเรียกแฮร์รี่ว่าลูกลิลี่นี่คือรู้เลยว่าคุณแกไม่เอาเจมส์ พอตเตอร์จริงๆ55555

    เรื่องนี้ตาแก่ดัมบี้คือขี้มโนและร้ายกาจจริงๆค่ะ ยิ่งอ่านยิ่งเพลีย แฮร์รี่ไม่ได้ถูกจอมมารครอบงำเลยจ้า คุณซัลเขาเก่งกว่านั้นเยอะเลยเด้อไปเติมทรูมาตั้งหลายร้อยๆพันๆปี

    ปล.เราแอบสงสัยตรงhead of house Slytherinเหมือนกันค่ะ5555 อ่านต้นฉบับถึงคุณมัลฟัวร์มาแล้วเอง แอบๆคิดเหมือนกันนะว่าทำไมใช้คำนี้ไม่ใช้คำอื่น เล่นคำรึเปล่านะ ระหว่างนี้เราจะพยายามไปอ่านต้นฉบับต่อค่ะ ขอให้คุณผู้แปลสู้ๆนะคะ ตอนหน้าเจอกันค่ะ:)
    #455
    0
  5. #452 Em.S.End (@sanhapan) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:52

    ตอนอ่านจบตอนก่อนที่ทิ้งท้ายว่าจะมีเจออาจารย์สเนปยังนึกว่าแฮร์รี่จะโชว์แสบกวนประสาทสเนปแน่ๆ มาจริงคือม่าเต็มมาก โถๆ ไม่เป็นไรนะพ่อหัวเมือกท่านได้รับการกอดปลอบจากหัวหน้าตระกูลเป็นโพชั่นฟื้นพลังไป

    #452
    0
  6. #451 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:01
    ดัมเบิลดอร์ = ลาสบอส
    ทอมมี่ = มินิบอส
    สเนปตอนนี้ก็รู้สึกอยากกอดปลอบมาก ไม่เป็นไรนะป๋า โอ๋เอ๋นะโอ๋เอ๋
    เรื่องนี้มันเจ๋งตรงการสร้างคาแรคเตอร์และการวางเรื่องนี่แหละนะ
    รอจนอาเธอร์กับลูเซียสเจอกันไม่ไหวแล้ว อยากรู้ว่าระหว่างดีกันเลยกับเป็นลมจะเป็นอย่างไหน 5555
    #451
    1
    • #451-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:27
      สเนปต้องให้มีคนกอดเยอะๆค่ะ
      แค่คิดว่าอาเธอร์จะเจอกับลูเซียสแล้วต้องมายอมรับว่าเป็นญาติกันนี่ก็ขำรอแล้วค่ะ 55555555
      #451-1
  7. #450 Puai244 (@Puai244) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:50
    เวลาอ่านเรื่องนี้ทริกคือ ปริศนาในตอนนี้จะเฉลยในอีกตอน อ่านแล้วต้องวกกลับมา จะรู้ว่าอดีตทำให้ปัจจุบันเป็นอย่างไร

    ดบด. ร้ายแบบร้ายลึก ทำตัวเองให้เป็นคนดีได้โดยการสร้างตัวร้ายแล้วตัวเองออกมากำจัดในท้ายสุด

    รอนเป็นแค่เด็กชายที่ไม่เคยมีอะไรของตัวเอง โอกาสดีๆ ตกกับพี่ชายมากกว่า จนทำให้ได้แต่อิจฉา แต่แท้จริงแล้วจิตใจดีๆ ของรอนนี่แหละ พาแฮร์รี่มองทุกปัญหาให้ตลก (เว้นเรื่องนี้ไว้นิดนึง)
    #450
    2
    • #450-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:30
      ต้องบอกว่าตอนหลังๆมีตอนที่เราอ่านข้ามไปค่อนข้างเยอะค่ะ เพราะตอนลุยอ่านรอบแรกเรารีบ อ่านมานานแล้ว ไม่จบนอนไม่ลง 5555 แต่เดี่ยวว่าจะกลับไปอ่านอีกรอบอยู่ค่ะ เรื่องนี้รายละเอียดมันเยอะจริง ต้องเก็บ บางทีอ่านผ่านไปแล้วเจอคำใบ้ในตอนใหม่ก็ต้องย้อนไปดูอีกรอบก็มี

      รอนเป็นเด็กน่ารักโดยเนื้อแท้ค่ะ เราชอบตรงที่เขาโตขึ้นนี่แหละ ^ ^
      #450-1
    • #450-2 Puai244 (@Puai244) (จากตอนที่ 38)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:36
      เวลาอ่านภาคอดีต จะอุทานแบบ คุณซัลทำไมเป็นคนแบบนี้ แต่ก็คิดว่าตาแก่อายุ เกือบ 3,000 ปี ก็แบบนี้แหละ แค่หน้าเด็ก
      #450-2
  8. #449 oocc (@onpilin55) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 01:07
    อ่านตอนนี้เกือบหนึ่งชั่วโมงเลยค่ะ

    ...อัลบัสร้ายกาจมากจริงๆค่ะ ยิ่งกว่าทอมก็คือลุงแกนั่นเอง ชอบคาร์ของสเนปในเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ ฮือ ยิ่งตอนนี้นะ สุดยอดมาก ส่วนรอนกับมู้ดดี้คือนี่แหละ! ชอบเรื่องที่รอนเป็นคนดีค่ะ ; - ; นังโดนว่ามาเยอะแร้วในแฟนฟิคเรื่องอื่นๆ 55555555 ฮือ แต่แบบ ประทับใจรอนจริงๆ ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ก็ ... แง ไปอยู่กับอาจารย์ใหญ่ของเธอต่อไปนะ
    #449
    2
    • #449-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:25
      ทอมเป็นบอสเล็กไปเลยค่ะเทียบกับเฮดมาสเตอร์
      สเนปนี่เรารอเขามีบทมากขึ้นค่ะ เพราะเดี๋ยวเขาก็จะมายุ่งด้วยเพราะเรื่องมหาตระกูล เราเชียร์ตอนรวมมหาตระกูลมากเลยค่ะ ตอนนี้ต้นฉบับยังไม่ถึงส่วนนี้เลย จะลงแดงมาหลายตอนติดแล้ว T T
      เฮอร์ไมโอนี่เดี๋ยวก็กลับมาหาค่ะ แต่ต้องใช้เวลาคิดหน่อยเพราะปกติเฮอร์ไมโอนี่จะชินกับการเป็นคนที่ทำอะไรก็ถูก พอทำผิดขึ้นมาเลยต้องใช้เวลายอมรับความจริง แต่รอนนี่ดีจริงค่ะเรื่องนี้ ปริ่มมากๆ
      #449-1
    • #449-2 oocc (@onpilin55) (จากตอนที่ 38)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:00
      อยากเห็นฉากรวมมหาตระกูลแล้วค่ะ ;-; มันต้องยิ่งใหญ่และขำมากแน่แน่ตอนที่อาเธอร์เจอกับลูเซียส เตรียมขำรอเลยค่ะ 5555 ส่วนเฮอร์ไมโอนี่ เข้าใจค่ะ เพราะทำอะไรถูกมาโดยตลอดแต่ก็อยากให้ไม่นานจนเกินไปนะคะ ปวดใจ แง
      #449-2
  9. #448 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:43
    สเนปตอนนี้คือ ;_; ร้องไห้แล้วค่ะะะ

    อ่านมาถึงตอนนี้ไม่สงสัยแล้วค่ะว่าใครเป็นคนร้าย ยืนหนึ่งเลยนะคะเฮดมาสเตอร์ แหมมมมม
    #448
    1
    • #448-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:21
      เป็นตอนที่ทำให้สเนปกลับมามองปัญหาให้ชัดๆดีค่ะ แล้วก็เขย่าปลุกสเนปซะแรงเลย ซัลยังรู้สึกผิด นี่ก็อารมณ์อ่อนไหวตาม T T
      ขำคำว่ายืนหนึ่งจังเลยค่ะ 5555555 แหม เฮดมาสเตอร์ ไม่ค่อยเลยยยยย
      #448-1
  10. #447 kacu (@mucu) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 00:15

    อ่านตอนนี้นึกว่าอ่าน3ตอน ยาวมากกก
    ตอนนี้บทของสเนปคือกินใจเลยอ่ะ
    รออ่านนะคะ สู้ๆค่ะ
    #447
    1
    • #447-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:19
      ยาวมากค่ะ นั่งแปลไป เอ๊ะทำไมไม่จบสักที T T
      เป็นบทที่บิลด์อารมณ์มาดีมากค่ะ
      ขอบคุณที่ติดตามนะค้า ^ ^
      #447-1
  11. #446 เหมียวขนฟู (@bloodytea) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:31
    ปกติค่อนข้างชอบตัวสเนป(จากแฟนฟิคอื่น--) อยู่แล้ว ยิ่งเป็นแบบนี้ยิ่งรักเบย
    #446
    1
    • #446-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:17
      สเนปเรื่องนี้ทำให้เราชอบมากเช่นกันค่ะ ^ ^
      #446-1
  12. #445 Alecxia Drew (Adriene) (@war-1980) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:10
    เหนือสิ่งอื่นใดคือรอน รอนนนนนนนนลูกกกก ในที่สุดหนูก็เป็นกูดบอยในแฟนฟิคได้แล้ว//นั้มตาไหล
    สำหรับสเนปแล้วพาร์ทนี้ถือว่าปลดล็อคอะไรหลายๆอย่างเลยทีเดียว นางเจอมาหนักนะแต่ยังไงนางก็ไม่ควรบุลลี่คนอื่นอะ ก็ยังคงเป็นตัวละครสีเทาๆแต่อาจจะสีอ่อนลงมานิดนึง
    //เรือHPSSของน้องแล่นชิวมากจย้าา
    #445
    2
    • #445-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:16
      รอนนี่นั้มตาแทบไหลจริงๆค่ะ มีคนให้หนูเป็นคนดีแล้วววว T^T
      สเนปเป็นตัวละครเทาๆอย่างมากค่ะเรื่องนี้
      ส่วน HPSS ต้องบอกว่านี่สมหวังแล้วค่ะ เพราะเป็นสายแฮร์รี่เมะ แค่ก ในไทยมีแต่ป๋าเมะทั้งนั้นเลยค่ะ //เยส
      #445-1
    • #445-2 Alecxia Drew (Adriene) (@war-1980) (จากตอนที่ 38)
      2 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:49
      HPSSหายากจริงค่ะ ฮือออ
      #445-2
  13. #444 Tomaiey (@tueysmall) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:28

    อ่าาาาาา

    เรือSSHP ทะยานแล้ว //กรีดร้องง

    ตั้งแต่อ่านนิยายมา

    นี่เป็นซีนอารมณ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด!!

    ดีมาก ดีเหลือเกินนน รู้สึกตกหลุมตัวละครเซเวอร์รัสอีกครั้ง และชิปSSHPพุ่งฉุดไม่อยู่ 55555
    ต้องขอบคุณสำนวนการแปล การเก็บรายละเอียดของไรท์ ขอบคุณจริงๆที่แปลเรื่องนี้ให้อ่าน เป็นกำลังใจให้เสมอ

    อยากได้ค่าขนมค่ากาแฟบอกมาได้เลย ป๋าจะเปย์

    ต้องได้รางวัลหน่อยแล้ว 555555

    ป.ล.อ่าาาาาาตอนนี้มันยอดเยี่ยมจริงๆ อยากจะได้รูปเล่มมากๆเลย เนื้อเรื่องดีมากจนจะรับไม่ไหวแล้วว
    ป.ล.2. ขอบอกอีกครั้งว่ายอดเยี่ยม!
    #444
    3
    • #444-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:11
      หวาาาา ขอบคุณมากๆนะคะ ตอนนี้เรือ SSHP ทะยานมากจริงๆค่ะ แต่เราคิดว่ามันเป็น HPSS มากกว่านะตอนนี้ 5555 และไม่ค่อยเจอทางฝั่งไทยซะด้วย ปกติป๋าเนปจะเมะ ถถถ

      ส่วนเรื่องรูปเล่มนี่ โอ๊ยหยาาาาา สารภาพว่ายังไม่เคยกล้าคิดเลยค่ะ แต่ว่าถ้าใกล้จบแล้วมีคนอยากจะได้กันจริงๆอยู่พอสมควรเดี๋ยวเราจะไปถามคนเขียนต้นฉบับมาดูค่ะว่าเขาคิดยังไง แต่คงต้องรอหลังๆโน่นน่ะค่ะ เดี๋ยวเราโน้ตไว้ก่อนเนอะ แหะๆ ^ ^
      #444-1
    • #444-3 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:26
      หุย นี่ใจเต้นตึกตักเลย เราสาย HP เมะด้วยสิคะ หล่อ แมน แฮนซั่ม โฮะๆๆๆ
      รับทราบค่า ส่วนเรื่องแปลนี่ ยินดีมากๆค่ะ เพราะเราตั้งใจจะแปลมาแบ่งปันอยู่แล้ว ขอบคุณที่ติดตามนะคะ ^^ ดีใจมากเลยที่มีคนมาอ่านเรื่องทึ่เราคิดว่ามันสุดยอดมากแล้วสนุกไปด้วยกัน
      #444-3
  14. #443 PATPAT69 (@s-1-a-8-i-7) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:02
    การอ่านฟิคทำให้มุมมองในเรื่องหลักชัดเจนขึ้น โดยส่วนตัวคือดับเบิลดอร์สำหรับเรานี่ตัวร้ายทั้งในฟิคและเรื่องหลักอ่ะ อย่างที่ว่า นางรู้ทุกอย่าง แต่ก็ยังปล่อย ไหนจะเรื่องของแฮรี่อีก คือมันโดนทุกจุดอ่ะ

    ปล.เราก็ไม่ได้ตามแฮรี่พอตเตอร์ขนาดหนัก อันนี้คือมองจากคนที่เคยดู ชอบอ่านฟิค แค่นั้น
    #443
    1
    • #443-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:09
      จริงๆเราก็คิดว่าเรื่องหลักมันเว้นที่ว่างเอาไว้บ้างให้แฟนมาเสริมเติมแต่งเอาตามจินตนาการนั่นแหละค่ะ ถึงได้คิดว่ามันสเนปมันเป็นเวอร์ชั่นแยกกัน

      ส่วนดัมเบิลดอร์เรื่องหลักเราก็รู้สึกตงิดๆเหมือนกันค่ะ ดัมเบิลดอร์ไม่ให้สิทธิ์แฮร์รี่ในการตัดสินใจอะไรเลย ทั้งเรื่องที่ไปอยู่กับเดอร์สลีย์ ทั้งเรื่องที่ไม่ยอมบอกว่าแฮร์รี่ต้องตายเพื่อล้มโวลเดอมอร์ เรื่องเดอร์สลีย์นี่ยังคิดต่อได้อีกว่าเพราะเป็นอย่างนั้นเลยไม่ทวงความยุติธรรมให้ซิเรียส คือคนอย่างดัมเบิลดอร์น่ากลัวตรงที่เขาคิดว่าตัวเองทำในสิ่งที่ถูกต้องและเขาเชื่ออย่างนั้นจริงๆค่ะ ที่น่ากลัวอีกอย่างคือเขาเป็นผู้มีอำนาจด้วย เขาก็จะรู้ในสิ่งที่คนอื่นไม่รู้และปิดบังได้ เราคิดว่าเขาเป็นตัวละครที่ลึกมากๆตัวหนึ่ง เราไม่ได้ชอบนิสัยและการกระทำของดัมเบิลดอร์ แต่เราคิดว่าเขาเป็นตัวละครที่น่าสนใจและวางออกมาได้ดีมากตัวหนึ่งค่ะ ส่วนเรื่องนี้ก็นะ ฮะฮะ ^^
      #443-1
  15. #442 PoisonousChocolate (@saiko-ld) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:40
    รักกกก ขอขอบคุณจริงๆที่มาแปลให้อ่านกัน แปลได้สนุก เข้าใจ เก็บรายละเอียด รักคนแปลนะครับบ
    #442
    1
    • #442-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:02
      ขอบคุณนะค้า //ปามินิฮาร์ทให้
      #442-1
  16. #441 J'name Rbt (@pawidporn-name) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:32
    มันก็รู้สึกเจ็บหน่อยๆนะคะว่าสุดท้ายสเนปก็ไม่ได้มองที่แฮร์รี่ในฐานะ 'แฮร์รี่' แต่มองในฐานะ 'ลูกของลิลี่'

    แต่สิ่งที่เขาเจอมาสารพัดมันโหดร้ายจริงๆค่ะ กับคนๆหนึ่งที่โดนมรสุมซัดสาดไม่ยั้ง ก็หวังว่าตอนจบจะแฮปปี้กันทุกฝ่ายนะคะ;;
    #441
    1
    • #441-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:01
      แต่เราคิดว่าอย่างน้อยการที่มองแฮร์รี่ว่าเป็นลูกของลิลี่มันเป็นการย้ำเตือนนะคะว่าสเนปควรจะมองแฮร์รี่เป็นลูกของลิลี่มาตั้งแต่แรกแล้ว ไม่ใช่ไปยึดติดกับรูปลักษณ์ของแฮร์รี่ที่ออกมาเป็นพอตเตอร์แบบเจมส์มากกว่าเหมือนกับที่เคยทำ เราว่ามันเป็นการย้ำเตือนและทำให้สเนปตื่นอย่างหนึ่งเลยค่ะ

      เรื่องนี้สเนปก็คงแฮปปี้อยู่ในระดับหนึ่งอ่ะค่ะที่เราเดา แต่ยังต้องรอดูอยู่เพราะว่ามันก็ขึ้นอยู่กับแฮร์รี่ด้วยแหละ การที่สเนปมาเป็นห่วงเป็นใยแฮร์รี่ได้นี่ก็เพราะลิลี่ ถ้าเกิดแฮร์รี่เป็นอะไรขึ้นมาสเนปก็คงรู้สึกผิดมากกว่าเดิมอ่ะค่ะ รอดูไปพร้อมกันนะคะ
      #441-1
  17. #440 TewadaCat (@TewadaCat) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:30

    สมกับการรอคอย TT^TT
    ตอนนี้เป็นตอนที่รอคอยเลย คือตั้งแต่อ่านเรื่องนี้มาชอบมุมมองที่คนเขียนวางให้สเนปมาก เห็นด้วยกับไรท์เลยว่าเรื่องนี้ให้เหตุผลกับสเนปดีกว่าต้นฉบับมาก ซึ้ง
    #440
    1
    • #440-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:03
      ขอบคุณที่รอนะคะ T T
      ใช่ค่ะ เราอ่านแล้วรู้สึกอารมณ์มันถึงมากค่ะตอนนี้ แล้วสเนปในเรื่องนี้นี่ออกมาเป็นตัวละครที่เรารักได้กว่าต้นฉบับมากค่ะ เราเลยรู้สึกดีมากจริงๆ
      #440-1
  18. วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:16

    คิดถึงไรท์มักๆ ตั้งแต่อ่านมาคือภาษาดีมากใช้คำพูดคำจาแบบดูสลิธีรินจริง คือเข้าถึงแก่นของความเป็นสลิธีรินอ่ะ มันไม่ใช้แค่ร้ายเฉยๆหรือพูดจาเสียดๆอ่ะ เราชอบเรื่องนี้มากตรงที่ให้รอนเป็นคนดีเพราะจากที่เราดูหนังมาอ่ะ เราจะเห้นว่ารอนกับแฮรืรี่ผ่านอะไรๆมาด้วยกันเยอะอ่ะมันไม่ให้เสแสร้งแบบเรื่องอื่นแต่มันคือเรียล มันจริงถึงนางรอนจะบองแบงดองอ้องก้อสบาระเจอไปหน่อยก็เถอะ(ภาษาไรว่ะ) ส่วนซีนสเนปมันโอเครมากๆ เนปแกเป็นคนเทานะแต่นางก็พยายามทำให้ตัวเองเป็นขาวแต่สุดท้ายก็ได้แค่เทาอ่อน แฉกเนปตอนนี้เลยได้ใจมากกับความน้ำตาของเนปกับความลูบหลังSS/HPมัก 555555

    #439
    1
    • #439-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:25
      ใช่ไหมคะ เรารู้สึกว่ารอนอ่ะนางร้ายลับหลังไม่เป็นหรอก เวลางี่เง่ามาทีคือนางจะออกซึ่งๆหน้าไปเลย ให้เห็นว่าเออ นางโกรธนางงี่เง่า ละสุดท้ายนางก็จะคิดได้เองเพราะในเรื่องรอนมันเด็กอ่ะเนอะ พอคิดได้นางก็โตแล้วก็น่ารักจะตายไป เราเลยไม่ค่อยรู้สึกว่ามันเมกเซนส์เวลาคนให้รอนร้ายอ่ะค่ะ มันไม่ใช่ตัวตนนาง ตอนเจอพล็อตแบบนี้แรกๆก็เอ๊ยน่าสนใจ ผ่านไปสักพักหนึ่งเจอเยอะเข้าเราว่ามันไม่ช่ายยย 555
      สเนปเรื่องนี้บิลด์อัพมาดีมากค่ะ เหตุผงเหตุผลอะไรดีมากหมดเลย เป็นตัวละครที่ออกมาแล้วทำให้เรารักได้ แต่เรามองเค้าแยกจากต้นฉบับเลยนะ คือต้นฉบับอาจจะดีก็ได้ แต่ว่าเจเคไม่เผยมุมมองแบบที่เราเห็นในฟิคนี้ออกมาและตอนนี้มันยังทำให้เรามองว่าในเรื่องหลักสเนปไม่ใช่คนดีอยู่ แต่อย่างที่ว่าแหละ ชอบความการพูดคุยตอบโต้ของสเนปกับแฮร์รี่และการวางคาร์แรกเตอร์ของสเนปเรื่องนี้มากจริงๆค่ะ
      (บ่นเยอะไปหน่อย แหะๆ ^^;)
      #439-1
  19. #438 เอลิซ่า (@may305) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:58
    หลงรักสเนปอีกรอบเลย เด็กหลงทางที่เพิ่งเจอที่พัก
    #438
    1
    • #438-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:11
      ซีนนี้ทำดีมากค่ะ คาร์แรกเตอร์สเนปเรื่องนี้ก็วางได้ดีจนรักเลย ^ ^
      #438-1
  20. #437 blackteacup07 (@blackteacup07) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:53

    ชอบเรื่องนี้มากกกกกกกกก รอติดตามมาตลอด รู้สึกรักเรื่องนี้ขึ้นมาจริงๆ
    #437
    1
    • #437-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:11
      ขอบคุณนะค้า เราก็อ่านสนุกเหมือนกันค่า ^ ^
      #437-1
  21. #436 fai22149 (@fai22149) (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:24
    ขอบคุณที่แปลตอนนี้ค่ะ และซีนอารมณ์ของสเนปจะเป็นหนึ่งในซีนที่ชอบมากของเรื่องนี้เลยค่ะ ชอบไม่แพ้เกรี้ยวกราดของท่านซัลในตอนก่อนๆเลย
    #436
    1
    • #436-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 38)
      1 กุมภาพันธ์ 2562 / 21:12
      เป็นซีนที่หนักหน่วงจริงๆค่ะ ซัลนี่ซัดใส่สเนปไม่ยั้งเลย พอแล้วววว แต่ก็คิดว่ารัวมาอย่างนี้ดีกว่าค่อยๆให้รู้จริงๆค่ะ เจ็บไปเลยทีเดียว ขอบคุณที่ตามอ่านนะค้า ^ ^
      #436-1