[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 25,922 Views

  • 497 Comments

  • 999 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    511

    Overall
    25,922

ตอนที่ 4 : Chapter 2: A Twisted Message - ข้อความที่บิดเบือน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 154 ครั้ง
    28 เม.ย. 61

ตัวหนาเอียงอ้างอิงจากภาคีนกฟินิกส์ค่ะ

Disclaimer: ตอนนี้มีดิสเคลมเมอร์พิเศษเพิ่มค่ะ ผู้เขียนบอกว่าบังเอิญพล็อตตรงกับผู้เขียนอีกคนหนึ่งที่จะให้แฮร์รี่ใช้เดลี่ พรอเฟ็ตเล่นงานกระทรวง แต่ก็ไปขออนุญาตใช้พล็อตมาเรียบร้อยแล้ว

Celestial Requiem ของ Raven Dagonclaw และ Poison Pen ของ GenkaiFan


ในตอนที่แล้วแก้ฟิเดลลิอัสเป็นคาถารักษาความลับแล้วค่ะ ขอบคุณคุณ 1qwer มากๆสำหรับข้อมูลค่ะ


ไม่อนุญาตให้เอาที่แปลไปรีโพสค่ะ เราบอกเจ้าของไว้ว่าโพสที่ตรงนี้เท่านั้น

 

---

 

Chapter 2

A Twisted Message – ข้อความที่บิดเบือน

 

มันเป็นเช้าที่เงียบมากสำหรับบาร์นาบาส คัฟฟ์ บรรณาธิการหลักของเดลี่พรอเฟ็ต อืม จนกระทั่งรีเบคก้า อามอริน บรรณาธิการของเขาเดินเข้ามาในห้องทำงานพร้อมเอกสารชิ้นหนึ่งในมือ

 

“เบ็กกี้” เขาเอ่ย เงยหน้าขึ้นทักทายเธอด้วยรอยยิ้มกว้าง ขณะที่เธอมุ่นคิ้ว เขารู้ว่าเธอเกลียดชื่อเบ็กกี้ และเพราะอย่างนั้นแหละเลยอดใจเรียกชื่อนั้นไม่ได้ “อะไรทำให้เธอมาหาฉันหรือวันนี้?

 

เธอมองเขานิ่ง หวังให้เขาถอนคำพูดเรื่องชื่อของเธอ จากนั้นก็ถอนหายใจ

 

“กริเซลน่ะ” เธอกล่าว คราวนี้เป็นตาของบาร์นาบาสที่ขมวดคิ้ว

 

“กริเซล เฮิร์ทซ์หรือ?” เขาขยายความ กริเซล เฮิร์ทซ์เป็นหนึ่งในนักหนังสือพิมพ์ของเขาและยังเป็นคนที่รับจดหมายให้เขาทุกวันด้วย “มีคนพยายามจะสาปฉันผ่านจดหมายมาหรือเปล่า?

 

“ไม่” เบ็กกี้ส่ายหัว “แต่ว่ามีจดหมายฉบับหนึ่งจ่าหน้าถึงคุณโดยเฉพาะ”

 

“แล้ว?

 

“มาจากหนึ่งในผู้อ่านหนังสือพิม์ของเรา”

 

เออ นั่นล่ะถึงจะน่าสนใจ บาร์นาบาสเลิกคิ้วและยื่นมือออกไปรับจดหมายมา เบ็กกี้ส่งมันให้เขา แล้วบีบมือตัวเอง

 

“เธออ่านมันไปแล้ว” บาร์นาบาสพูด

 

“ใช่ อ่านแล้ว” หญิงสาวพยักหน้า “คุณก็ควรอ่านมันด้วย บาร์นาบาส”

 

เขากะไว้อยู่แล้ว แต่ก็ทำตามที่บอก

 

Xxx

 

เรียนบรรณาธิการ

 

ผมได้ตามอ่านหนังสือพิมพ์ของพวกคุณในเดือนที่ผ่านๆมา และบทความของคุณมันทำให้ผมสงสัย ว่าสื่อสิ่งพิมพ์ที่ซีเรียสจริงจังอย่างที่พวกคุณบอกว่าคุณเป็น ทำไมถึงได้ตีพิมพ์อะไรที่มันขัดกับคำพูดของคุณอย่างนั้นเล่า?!

 

มันมีช่วงเวลาที่ผมยังคิดว่าหนังสือพิมพ์ของคุณตีพิมพ์แต่ความจริง แต่ตอนนี้ผมชักจะไม่แน่ใจในสิ่งที่ตัวเองเชื่อแล้ว

 

ตั้งแต่บทความแรกเกี่ยวกับแฮร์รี่ พอตเตอร์และการประลองเวทไตรภาคีตีพิมพ์  ผมก็เริ่มจะคิดว่าหนังสือพิมพ์ของคุณเนี่ยสงสัยจะห่วงยอดขายมากกว่าความแม่นยำของข้อมูลเสียแล้ว เหตุผลก็ง่ายๆ ข้อเท็จจริงที่คุณตีพิมพ์มันขัดกับข้อสังเกตุของผม

 

ผมเป็นนักเรียนที่ฮอกวอตส์ และนั่นทำให้ผมสามารถคอยสังเกตุพอตเตอร์ได้บ่อยกว่าพวกสื่อ และระหว่างที่คุณตีพิมพ์เกี่ยวกับเด็กชายที่หลงทางและคนบ้าที่เห่าอะไรก็ไม่ทราบออกมา ผมกลับพบความลำบากในการมองเห็นเด็กชายคนดังกล่าวเป็นทั้งสองอย่างนั้นในโถงโรงเรียนของเรา

 

นั่นล่ะ พวก “ข้อเท็จจริง” ที่พวกคุณพิมพ์ออกมาเนี่ย มันจริงจังแค่ไหนน่ะ เอาจริงๆ? แล้วพวกคุณจะเปลี่ยนความคิดไหมถ้าเกิดว่ามีข้อมูลใหม่ที่พวกคุณมองข้ามไม่ได้เผยออกมา?!

 

ถ้าเขาเริ่มกลายเป็นเหมือนสัญลักษณ์ของกระทรวงเวทมนตร์ พวกคุณจะคืน “ข้อเท็จจริง” พวกนี้ที่คุณกำลังพิมพ์อยู่นี่กลับไปไหม? เพราะสำหรับผม ดูเหมือนว่าความคิดของคุณกำลังเหมือนกับความคิดของกระทรวงในตอนนั้นเลยนะ

 

นี่คืออิสระในการเสนอข่าวและข้อมูลสู่สาธารณะของสื่อในโลกเวทมนตร์หรือ?

 

เขียนเรื่องราวออกมาในแบบที่กระทรวงต้องการให้เป็น ใช้ข้อเท็จจริงชี้นำให้ผู้อ่านเข้าใจผิด ใช้วิธีการผิดศีลธรรมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูล?

 

ไหนล่ะสื่อข่าวจริงจังที่ผมมองหา?! กระทั่งมักเกิ้ลยังสามารถพิมพ์หนังสือพิมพ์โดยปราศจากอคติ ข้อมูลที่ไม่แม่นยำ หรือข้อความใส่ร้ายป้ายสีได้เลย

 

แล้วทำไมโลกเวทมนตร์ถึงดูเหมือนจะทำไม่ได้กันล่ะ?!

 

เป็นเพราะว่าความกลัว? หรือเป็นเพราะว่าไม่รู้กันแน่?

 

หรือว่าเหล่าแม่มดพ่อมดแค่ชอบที่จะโดนปิดหูปิดตาแล้วก็โดนนำเหมือนพาแกะไปเชือด?

 

ผมท้าให้คุณตีพิมพ์จดหมายฉบับนี้ ถ้าคุณไม่ ผมก็จะได้รู้สักทีว่าหนังสือพิมพ์ของคุณมันก็แค่พวกชอบซุบซิบนินทาจอมอคติเชื่อถืออะไรไม่ได้

 

โอลิเวอร์ ทวิสต์

 

Xxx

 

“เมอร์ลิน!” นั่นคือสิ่งแรกที่บาร์นาบาสสบถออกมาหลังอ่านจดหมาย

 

“ฉันก็คิดเหมือนกัน บอส” เบ็กกี้ตอบ กัดฟันกรอด “เราจะพิมพ์มันไหม?

 

เมื่อบาร์นาบาสเงยหน้าขึ้นมองเธอ เขาก็เห็นว่าเธอแค่ถามไปงั้นแหละ พวกเขารู้ดีว่ามันตีพิมพ์ออกไปไม่ได้ – ตราบใดที่กระทรวงเวทมนตร์ยังถือหุ้นใหญ่ของพวกเขาอยู่

 

“เราจะไม่ตีพิมพ์” เขาตอบ ถอนหายใจออกมา

 

“ก็คือเรายอมรับว่าเราคือพวกชอบซุบซิบนินทาเชื่อถือไม่ได้” เบ็กกี้เอ่ยด้วยน้ำเสียงขมปร่า

 

“ไม่” บาร์นาบาสพูด ยังคงมองไปที่จดหมายในมือของเขา “เราไม่ยอมรับอะไรทั้งนั้น พวกเราคือพวกชอบซุบซิบนินทา”

 

รอบนี้ความขมขื่นแทรกเข้ามาในน้ำเสียงของเขา

 

“และเราก็ต้องเป็นไปจนกว่า...ไม่รู้สิ...” เขาถอนหายใจอย่างพ่ายแพ้ “ตอนที่ฉันเข้ามาทำงานที่นี่ฉันมีความฝันที่ยิ่งใหญ่ ฉันฝันถึงอาชีพผู้สื่อข่าวที่ทรงเกียรติที่ฉันรู้จากพ่อมักเกิ้ลของฉันที่เป็นนักข่าวเอง...”

 

“กลับกันคุณกลับได้สิ่งนี้” เบ็กกี้ยิ้มหยันระหว่างที่ชี้ไม้ชี้มือไปรอบๆออฟฟิศและบทความหนังสือพิมพ์ที่สุดท้ายจะถูกปาทิ้งถังขยะแค่เพียงเพราะว่ามันไม่ตรงกับความต้องการของกระทรวง

 

“ใช่และไม่ใช่” บาร์นาบาสตอบ ตอนนี้ยิ้มน้อยๆ ถึงแม้ว่ามันจะดูเหมือนแสยะด้วยความสมเพชเสียมากกว่า “ตอนที่ฉันเข้ามาเราได้ตีพิมพ์ข่าวกันอย่างจริงจัง” เขาอธิบาย

 

“แล้วทำไม?!

 

“ครอบครัววีสลีย์เคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของหนังสือพิมพ์เรา” บาร์นาบาสตอบแล้วถอนใจ “พวกเขาต้องขายหุ้นทิ้งเมื่อพวกเขามีปัญหาด้านการเงิน ฉันยังไม่รู้ว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงเหมือนกัน... จากนั้น...ก็ไม่มีใครถือหุ้นของแบล็กในตอนนี้ – ไม่จนกว่าซิเรียส แบล็กจะยอมทิ้งสิทธิของเขาในฐานะทายาทตระกูลแบล็กหรือตายไป หุ้นของพรีเว็ตโดนขายมาพร้อมกับหุ้นของพวกวีสลีย์ และหุ้นของพอตเตอร์...อืม ไม่มีใครสนใจมันจนกระทั่งตอนนี้ และถึงเด็กคนนั้นจะสนใจขึ้นมา เขาก็ทำอะไรไม่ได้จนกว่าจะอายุถึง แล้วเขาก็มีหุ้นในมือน้อยเกินกว่าจะทำให้เกิดความแตกต่าง...”

 

“ดังนั้นก็เลยไม่มีผู้ถือหุ้นใหญ่นอกเหนือจากกระทรวงเวทมนตร์” เบ็กกี้สรุปโกรธๆ “และเพราะอย่างนั้นพวกเขาก็เลยบงการให้เราทำอะไรก็ได้”

 

“ใช่แล้ว ที่รัก ฉันกลัวว่าเธอจะพูดถูกแล้ว” บาร์นาบาสตอบ ถอนหายใจ

 

“แล้วกระทรวงถือไว้เท่าไหร่คะ?” เบ็กกี้ถามด้วยความขมขื่น

 

“สามสิบเปอร์เซนต์” บาร์นาบาสว่า “และตระกูลมัลฟอยที่คอยหนุนกระทรวง มีอยู่ในมืออีกห้า”

 

“และที่เหลือ?” เบ็กกี้ถามและบาร์นาบาสก็ได้ยินความหวังในน้ำเสียงของเธอ เขาถอนหายใจอีกรอบ

 

“มีสิบเปอร์เซนต์กับพวกแบล็กและห้ากับพอตเตอร์” เขาเอ่ย “วีสลีย์กับพรีเว็ตเคยมีอยู่อย่างละยี่สิบ - นั่นทำให้พวกเขาเคยเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ตอนนี้สี่สิบเปอร์เซนต์นั้นอยู่ที่...เดี๋ยวก่อนนะ...”

 

บาร์นาบาสเปิดลิ้นชักและดึงแฟ้มหนาออกมา ไล่ดูข้อมูลข้างใน

 

“อ้า นี่ไง” เขาพูด “ของวีสลีย์ตอนนี้อยู่กับตระกูลทางฝั่งฝรั่งเศสของมัลฟอย ตระกูลมัลฟัวร์ และหุ้นทางฝั่งพรีเว็ตถูกแบ่งไป สิบเปอร์เซนต์ไปอยู่ที่ตระกูลกริม ห้าอยู่ที่อีวานส์ และผู้ถือหุ้นรายย่อยที่เหลือเช่นเพฟเวอเรล ลองบอตท่อม หรือเอมรีส์ – อย่าถามว่าอันไหนคืออันไหน พวกเขาได้หุ้นส่วนไปในเวลาเดียวกัน แต่ว่าไม่มีใครถือไว้เกินสองหรือสามเปอร์เซนต์เลย อีกตระกูลที่ถือห้าเปอร์เซนต์เอาไว้คือตระกูลแฟลมเมล”

 

“และกระทรวงก็ทำทุกอย่างได้ตามต้องการ” เบ็กกี้สรุป

 

บาร์นาบาสถอนหายใจอีกครั้งและพยักหน้าให้

 

“แปลว่าไม่มีทางอื่น...”

 

“ไม่มี...”

 

เบ็กกี้รับจดหมายไปถืออีกครั้งและมองมันอย่างเศร้าสร้อย บาร์นาบาสรู้ดีว่าเธอเกลียดความจริงที่ว่าพวกเขาทำอะไรไม่ได้นอกจากทำตามคำสั่งของกระทรวง เอาตามจริง เขาเห็นด้วยกับเธอ แต่ก็...

 

“บางที...” เขาเอ่ยปากและเบ็กกี้ก็เงยหน้าขึ้น “บางทีเราควรจะทิ้งจดหมายนี้ไป – ถ้าเราไปที่ออตเทอรี่เซนต์แคตช์โพลเพื่อทำอย่างนั้นล่ะ?

 

เบ็กกี้มองเขาเหมือนเขาเสียสติไปแล้ว จากนั้นเขาก็แทบจะได้ยินเสียงคลิกเมื่อเธอรู้ว่าเขากำลังพูดถึงอะไร

 

“บางที” เธอตอบพร้อมรอยยิ้ม “และบางทีฉันอาจจะเอามันไปทิ้งตอนเที่ยงวันนี้”

 

“งั้นก็ไปทำเถอะ” บาร์นาบาสตอบ “และตอนนี้ กลับไปทำงานเถอะที่รัก และอย่าลืมล่ะ ฉันไม่อยากเห็นจดหมายฉบับนี้อีกครั้ง”

 

“ค่ะ บอส” เธอรับคำ กำจดหมายไว้แนบอกระหว่างเดินออกจากห้อง เมื่อประตูปิดลง บาร์นาบาสก็แสยะยิ้มชั่วร้ายออกมา เขารู้ว่าเขาจะมีปัญหาเพราะว่าจดหมายนั่นหายไป แต่เขาก็ยินดีที่จะจัดการกับมัน ในที่สุดเขาก็ชนะกระทรวงได้ - ถึงแม้จะด้วยวิธีบิดๆเบี้ยวๆเช่นนี้...

 

“โอลิเวอร์ ทวิสต์” เขาหัวเราะหึๆ “เป็นการเลือกชื่อที่น่าสนใจจริง”

 

จากนั้นก็กลับไปทำงานเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน


To Be Continue...




Upcoming chapter: Diagon Alley - ตรอกไดแอกอน




วันที่กำหนดให้เป็นวันอัพปกติเอาเป็นวันจันทร์แล้วกันค่ะ ถ้ามานอกเหนือจากนั้นก็คือขยันแปล แล้วเจอกันค่ะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 154 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #215 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 18:33
    อัตเทอรี่ฯนี่แถวบ้านวีสลีย์ หรือว่าจะทิ้งที่บ้านเลิฟกู๊ด
    #215
    0
  2. #150 Ralaza (@bacon1) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 01:03

    สนุกค่ะะ
    #150
    0
  3. #6 sesil (@sesil) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 23:50
    <p>แล้วเจอกัน~<a><img src="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-06.png" alt="https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/yy-06.png"> </a></p>
    #6
    0