[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 26,033 Views

  • 499 Comments

  • 1,008 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    622

    Overall
    26,033

ตอนที่ 5 : Chapter 3: Diagon Alley - ตรอกไดแอกอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 145 ครั้ง
    28 เม.ย. 61

ในตอนที่แล้ว ออตเทอรี่เซนต์แคตช์โพล มีใครจำได้บ้างไหมคะว่ามันคือที่ไหน

มันคือที่อยู่ของครอบครัวเลิฟกู้ดแหละค่ะทุกคน


ไม่อนุญาตให้เอาที่แปลไปรีโพสค่ะ เราบอกเจ้าของไว้ว่าโพสที่ตรงนี้เท่านั้น


Chapter 3

Diagon Alley – ตรอกไดแอกอน

 

“รู้ไหม คุณไม่ควรมาที่นี่นะ” เสียงนั้นกระซิบแผ่ว ระหว่างคนพูดก้มลงหาเขาเพื่อไม่ให้โดนลอบฟัง

 

“ฉันบอกว่าพวกเขาจะมาในอีกไม่กี่วัน – และไม่ต้องเป็นห่วงไป พวกเดอร์สลีย์ไม่คิดถึงฉันหรอกน่า พวกเขาสั่งให้ฉันห้ามออกจากห้องนี่นา”

 

“คุณก็ยังออกมาเดินเล่นบนถนนอย่างนี้ – เวลากลางวันแสกๆเนี่ยนะ!

 

“หยุดกังวลได้แล้ว เร็ก นายอยู่กับฉันนี่ - มันจะเกิดอะไรขึ้นได้เล่า?

 

“ซ...แฮร์รี่! ต้องไม่มี อะไรจะเกิดได้’! คุณเป็นที่ต้องการตัว...”

 

“นายพูดเหมือนฉันเป็นอาชญากรเลย เร็ก”

 

“คุณรู้ว่าผมหมายถึงอะไรคุณโด่งดังจะตายคุณจะทำยังไงถ้าพวกมันรู้ว่า...”

 

“ถ้านายจะช่วยหยุดกรีดร้องสักที – บางทีพวกมันอาจจะไม่มีวันรู้เลยก็ได้” แฮร์รี่โต้กลับ กลอกตา “ฉันปลอมตัวอยู่เร็ก และก็ใส่เสื้อผ้าปกติ – ไม่มีใครเชื่อมโยงฉันเข้ากับแฮร์รี่ พอตเตอร์หรอก”

 

“แล้วคุณช่วยไม่ใช่แค่เปลี่ยนกลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้วเดินโทงๆมาแบบนี้ได้ไหมล่ะ?” เร็กถาม ยังคงไม่สบายใจ ระหว่างมองไปที่พ่อมดแม่มดที่เดินไปมาบนถนนรอบๆตัวพวกเขา

 

“ไม่ โทษที” แฮร์รี่ตอบ เม้มปากตอนออกเสียงคำว่าไม่

 

“คุณฟังดูเหมือนวัยรุ่นอายุสิบห้าเลยให้ตาย” เร็กพูดอย่างรำคาญใจ

 

“ฉันคือเด็กวัยรุ่นอายุสิบห้า” แฮร์รี่แก้คำพูดด้วยรอยยิ้มกริ่ม

 

“ไม่ คุณอาจจะดูเหมือนใช่ แต่ผมรู้ว่ายังไงคุณแม่งก็ไม่ใช่” เร็กโต้ ยังคงดูเหมือนอยากจะไปอยู่ที่อื่นที่ไม่ใช่ที่นี่

 

“โอ้ หุบปากน่า เร็ก แล้วก็สนุกไปกับมันสักหน่อย! แฮร์รี่ตอบระหว่างที่แทบจะเต้นไปตามตรอกไดแอกอนเพื่อไปยังกริงกอตส์

 

พวกเขาเข้าไปพร้อมกัน คาถาปลอมตัวของแฮร์รี่ก็ถูกปลด

 

ทันใดนั้นเองพฤติกรรมเด็กๆของแฮร์รี่ก็หายไป อย่างกับว่ามันไม่เคยมีอยู่มาตั้งแต่ต้น

 

เขาเดินเข้าไปหาพนักงานตนหนึ่งแล้วพูดขึ้น

 

“ขอให้ท่านเข้าร่วมกับเหล่านักรบในวันนี้ พี่น้องร่วมเผ่า” เสียงของเขาพลันฟังดูหยาบขึ้นเมื่อเปลี่ยนภาษา กอบเบิลดี้กุก[1] ที่ออกจากปากของเขาลื่นไหลแต่ว่าฟังดูเด่นกว่าด้วยสำเนียงจากโบราณกาล

 

พนักงานตนนั้นเงยหน้า อึ้งที่ถูกทักทายด้วยภาษาแม่ของเขา

 

“และขอให้ธุรกิจของท่านเป็นไปด้วยดี” เขาตอบแฮร์รี่ในที่สุด สนใจในสิ่งที่พ่อมดเด็กตรงหน้าต้องการ

 

“ผมอยากพบนาร์ด็อก” แฮร์รี่พูด “ชื่อของผมคือพอตเตอร์”

 

ก๊อบลินตนนั้นกะพริบตาอีกครั้ง เลื่อนสายตาไปมองรอยแผลเป็นของแฮร์รี่ เขากะไว้แล้ว แต่ก็ไม่พูดอะไรออกมา

 

“ตามนั้น คุณพอตเตอร์” กอบลินตนนั้นตอบในที่สุด “ฉันจะพาไปหาเขาทันที”

 

และเขาก็ปิดเคาเตอร์ของเขาลงจากนั้นก็พาพวกเขาผ่านห้องโถงเข้าไปในส่วนลึกของธนาคารกริงกอตส์

 

แฮร์รี่ไม่กลัว เขารู้ว่าพ่อมดส่วนใหญ่ถ้าไม่รู้สึกไม่สบายใจก็จะรู้สึกกลัวตอนที่ต้องเข้าไปลึกกว่าล็อบบี้และห้องนิรภัยของพวกเขาในกริงกอตส์ รู้สึกถูกข่มขวัญโดยกำแพงที่ทำจากทอง รูปปั้นที่ทำจากหินอ่อน ทองคำหรือเงินและรูปวาดเกี่ยวกับสงครามก็อบลินที่ห้อยอยู่เหนือพื้น

 

ไม่ แฮร์รี่ไม่รู้สึกกลัว

 

เขาหยุดอยู่ครั้งหนึ่งด้วยซ้ำและมองไปที่หนึ่งในรูปภาพระหว่างเดินผ่านโถงศักดิ์สิทธิ์ของกริงกอตส์ ก็อบลินตนนั้นเองก็หยุดเช่นกันเมื่อสังเกตุว่าแฮร์รี่ไม่ได้เดินตามมันไป

 

“อ้า...ใช่...ยอดยุทธการแห่งนอร์ธฟิลด์[2]” เขาเอ่ยอย่างภาคภูมิ “หนึ่งในชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของชนชาติเรา – และต้องขอบคุณผู้รักษา มันเป็นชัยชนะที่มีการสูญเสียชีวิตน้อยที่สุด”

 

“และเป็นชัยชนะที่อาบเลือดมาก” แฮร์รี่กล่าว ยังคงจ้องมอง “มันอาจเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ แต่ว่าอัตราการสูญเสียก็น่าหวาดผวา ใช้เวลาถึงสามวันและคาถารักษาสภาพจำนวนมหาศาลในการป้องกันไม่ให้ส่วนใหญ่ต้องตายไป”

 

ก็อบลินตนนั้นจ้องมาที่แฮร์รี่ คราวนี้ดูโกรธ

 

“อะไรก็ตามที่หนังสือประวัติศาสตร์ของพวกคุณบอก อะไรก็ตามที่คุณได้ยินมา พ่อมด” เขาพูดเย็นเยียบ “มันผิด ก็อบลินเป็นชนชาติที่ภาคภูมิใจและแข็งแกร่งพวกเขาได้ต่อสู้และชนะ – ไม่ได้นอนนิ่งอยู่บนพื้นและตายไปในตอนจบของวัน”

 

“ชัยชนะกับความตายไม่แยกจากกัน” แฮร์รี่ตอบแต่ก็เดินไปต่อ เจ้าก็อบลินยืนกระฟัดกระเฟียดแล้วเดินตามไป

 

“พ่อมด” เขาร้องฮึ “อยากจะแข็งแกร่งกว่าผู้อื่นอยู่เสมอ”

 

“พวกเขาอาจจะ” แฮร์รี่ตอบโดยไม่สนใจระยะห่างระหว่างพวกเขา ทั้งที่ปกติมันจะทำให้ฟังไม่เข้าใจความเห็นของเขาที่มีต่อพวกก็อบลิน “แต่ความเห็นของผมไม่เกี่ยวกับพละกำลัง มันเกี่ยวกับความสูญเสียต่างหาก”

 

ก็อบลินกลับรู้สึกประหลาดใจกับคำตอบนั้น

 

“คุณไม่คิดหรือ ว่าการพูดถึงก็อบลินที่ตายไปมหาศาลระหว่างสู้กับเผ่าพันธุ์ของพวกคุณและการดูถูกเผ่าพันธุ์ของเรา มันก็เหมือนๆกัน” เขาถาม

 

แฮร์รี่ยักไหล่

 

“เผ่าพันธุ์ของผมไม่เคยต่อสู้กับก็อบลิน – ถึงมันจะดูเหมือนเป็นอย่างนั้นก็เถอะ”

 

ก็อบลินตนนั้นกำลังจะอ้าปากบอกแฮร์รี่ว่าเผ่าของเขาเคยต่อสู้กับพ่อมดมาก่อน - รูปภาพเองก็บอกชัดเจนอย่างนั้น – แต่แฮร์รี่ไม่ยอมให้ตัวเขาโดนขัด

 

“แต่ว่ามันไม่ใช่ เมื่อพูดถึงสงครามกับพ่อมด” เขาพูดต่อ “การได้รับบาดแผลที่ร้ายแรงและรอดมาได้ – นั่นไม่ใช่ความอ่อนแอ นั่นเป็นเรื่องของความแข็งแกร่งต่างหาก”

 

ก็อบลินหุบปากลง จากนั้นก็พึมพำออกมา

 

“คุณมีวิธีคิดที่ประหลาด คุณพอตเตอร์”

 

“ปกติคนรอบตัวผมก็จะค่อยๆชินกับมัน” แฮร์รี่ตอบสบายๆ “บางทีมันอาจเป็นเพราะผมเป็นโอลด์[3]ตนหนึ่ง – บางทีพวกโอลด์อาจจะคิดไม่เหมือนกับพวกคนอื่น นั่นคงจะสามารถอธิบายพฤติกรรมบางอย่างขององเคล่อนิก[4]ได้ คิดว่านะ...”

 

ก็อบลินมองเขาอีกครั้ง แต่ก่อนเขาจะได้พูดออกมาอีกประโยค เร็กก็ขัดขึ้นมา

 

“หรือบางทีมันอาจจะเป็นแค่คุณก็ได้” เร็กตอบแฮร์รี่ “การเป็นเด็กอีกครั้งอาจทำให้เกิดอะไรบางอย่างขึ้นกับสมองของคุณก็เป็นได้”

 

“เป็นไปได้” แฮร์รี่ตอบ ยิ้มกริ่มระหว่างเดินตามก็อบลินเข้าไปข้างใน “แต่ถ้าอย่างนั้นฉันก็คงเป็นบ้าไปตั้งนานแล้ว”

 

“บางทีคุณอาจจะเป็นอยู่แล้วก็ได้”

 

ก่อนที่แฮร์รี่จะได้ตอบ ก็อบลินตนที่สองก็เดินเข้ามา

 

“คุณพอตเตอร์สินะ” ก็อบลินตนใหม่พูด เอียงศีรษะ

 

“นาร์ด็อก!” แฮร์รี่ตอบ โค้งทักทาย “วันนี้ท่านได้ต่อสู้ไปหรือยัง สหาย?

 

คำตอบคือรอยยิ้มกว้าง

 

“เป็นการท้าทายที่น่ายินดีมาก” เขาตอบคำถามนั้น มันเป็นการทักทายตามธรรมเนียมก็อบลิน ถูกใช้ในกิจที่เป็นทางการ พ่อมดตรงหน้ากลับใช้มันตั้งแต่การพบกันครั้งแรก

 

“ถ้าเป็นปกติข้าก็อยากจะมอบมีดสั้นเป็นการตอบ” เด็กชายตอบด้วยรอยยิ้ม “แต่ว่าวันนี้ข้าไม่ได้นำมันมาด้วย ดังนั้นแล้วท่านคงต้องรับคำเชิญเพื่อให้มาฝึกกับข้าไปก่อน”

 

นาร์ด็อกเลิกคิ้วใส่คำพูดนั้น

 

“ไม่ได้พกมีดสั้นมาวันนี้?” เขาถาม ยิ้มน้อยๆ “บกพร่องนะนี่ คุณพอตเตอร์”

 

“ที่จริงข้ามีมีดสั้นอยู่กับตัว” เด็กหนุ่มตอบยักไหล่ “แต่ว่าข้าเคลือบมันเมื่อวานด้วยพิษของข้า ดังนั้นข้าไม่แนะนำให้เราใช้มันสำหรับการทักทายตามประเพณีในตอนนี้หรอกนะ”

 

นาร์ด็อกตัวสั่นแค่คิดถึงมัน

 

“ข้าเห็นด้วยกับท่านอย่างเต็มที่ สหาย” เขาตอบ ยังคงสั่นสะท้านเมื่อนึกถึงพิษของบาซิลิสก์ที่เคลือบปลายมีดในการทักทายตามประเพณีที่คมมีดต้องถูกรับมือด้วยมือเปล่า “ข้าคิดว่าข้าคงต้องขอตอบรับคำเชิญปากเปล่าของท่านไปก่อนในวันนี้”

 

เด็กชายยิ้มกริ่ม

 

“ข้าก็คิดเช่นนั้น” เขาตอบ นาร์ด็อกพยักหน้าและโบกมือให้ก็อบลินตนแรกออกไป เร็กมองแฮร์รี่อยู่ชั่วครู่ จากนั้น เขาก็จากไปเช่นกัน เขาเองก็มีธุระของตัวเองในธนาคาร ทันทีที่ประตูปิดลงและคาถาที่ใช้เพื่อความเป็นส่วนตัวถูกร่าย นาร์ด็อกก็ย้อนกลับมาสนใจธุระของพวกเขา

 

“แล้ว วันนี้ให้ข้าทำอะไรให้ท่านดี มอร์กานาธ[5]?

 

ท่าทีของเด็กชายเปลี่ยนไปอีกครั้ง ดวงตาของเขาพลันเยียบเย็นและคิดคำนวณ

 

“แผนการของข้าไปถึงไหนแล้ว?” เขาถาม

 

“ไกลอยู่” นาร์ด็อกตอบระหว่างค้นหาเอกสารของเขา “ข้าได้ซื้อหุ้นส่วนของหลายๆบริษัทมาแล้วทั้งในโลกเวทมนตร์และโลกมักเกิ้ล”

 

“คนธรรมดา” เด็กชายพูด

 

“ท่านว่าอะไรนะ?” นาร์ด็อกถาม

 

“โลกของคนธรรมดา ไม่ใช่มักเกิ้ล” แฮร์รี่ตอบ

 

“โลกของคนธรรมดา” นาร์ด็อกแก้ตาม ไม่มั่นใจว่าทำไมมันถึงสำคัญ

 

เด็กหนุ่มพยักหน้า

 

“หุ้นส่วนเหล่านั้นถูกซื้อด้วยชื่อที่แตกต่างกัน?” เขาถาม

 

“ใช่ มอร์กานาธ” เจ้าก็อบลินตอบ “ข้าใช้ทุกชื่อที่ข้าใช้ได้”

 

เด็กหนุ่มพยักหน้าอีกครั้ง

 

“แล้วอย่างอื่นที่ข้าขอให้ทำ?

 

ก็อบลินก็ยื่นแฟ้มเอกสารใหญ่ยักษ์มาให้

 

“นั่นคือทุกอย่างที่อยู่ในนั้นนับตั้งแต่ลอร์ดคนสุดท้ายตายลง” เขาว่า “ข้าจัดการมันด้วยตัวเอง – ใช่ว่ามีอะไรให้จัดการมากนัก”

 

“ขอบคุณ นั่นดีแล้วล่ะ” แฮร์รี่ตอบระหว่างย่อส่วนแฟ้มลงด้วยการโบกมือครั้งหนึ่ง ก่อนจะเก็บมันไป

 

“มีอย่างอื่นอีกไหม มอร์กานาธ?” นาร์ด็อกถาม

 

แฮร์รี่มองเขา ก้มศีรษะลงเล็กน้อย

 

“อาจจะ” เขาพูดสบายๆ

 

“ข้าต้องใช้ทนายความในเร็วๆนี้ ท่านรู้จักใครสักคนที่สามารถไว้ใจในเรื่องนี้ได้ไหม” เขาชี้ไปทางกระเป๋าที่เก็บแฟ้มเอกสารก่อนหน้านี้ลงไป “และเรื่องอื่นๆที่เหลือ?

 

“ข้าจะลองดูให้และส่งคำตอบไป” นาร์ด็อกกล่าว “ท่านอ่านก็อบเบิลดี้กุกได้ใช่ไหม?

 

“ข้าว่าคงพอได้” แฮร์รี่ตอบ “ความรู้ของข้ามันไม่ทันสมัยอีกต่อไปแต่ว่ามันก็คงพอใช้ได้สำหรับการณ์นี้”

 

“ถ้างั้นข้าจะลงเวทย์เพื่อรับรองความเป็นส่วนตัว”

 

แฮร์รี่ก้มหัวอีกครั้งหนึ่ง

 

“นั่นคงพอแล้วสำหรับตอนนี้” เขาเอ่ย “ข้าจะบอกท่านทันทีที่ได้ติดตั้งบางอย่างที่ปลอดภัยกว่านี้”

 

“บางอย่างที่ปลอดภัยกว่านี้หรือ?

 

“แค่อย่างหนึ่งที่นึกได้น่ะ” แฮร์รี่ตอบ

 

“ถ้าอย่างนั้น นี่คงพอสำหรับวันนี้?” เจ้าก็อบลินเอ่ยถาม

 

แฮร์รี่ใคร่ครวญอีกที ก่อนจะพยักหน้า

 

“ข้าจะไปดูข้อมูลที่ท่านให้มา ก่อนจะทำการณ์ใดๆต่อไป” เขาว่า “มีอะไรจะเพิ่มเติมไหม?

 

เจ้าก็อบลินยิงฟันของมัน – เป็นสัญญาณที่ก็อบลินทำแทนการส่ายหัวปฏิเสธ

 

“ถ้าอย่างนั้นเหลืออย่างเดียวทีต้องทำในวันนี้คงเป็นการถอนเงิน” แฮร์รี่พูดออกมาในที่สุด “ห้องนิรภัยของข้า ไม่ใช่ห้องนิรภัยของแฮร์รี่”

 

Xxx

 

สิบนาทีหลังจากนั้นแฮร์รี่ก็เดินออกมาจากกริงกอตส์

 

เร็กยังคงมาไม่ถึงดังนั้นแฮร์รี่คาดว่าธุระที่พ่อมดอีกคนไปทำนั้นใช้เวลานานกว่าที่วางแผนไว้

 

เอาเถอะ แฮร์รี่ยังมีสิ่งอื่นที่ต้องทำในตรอกไดแอกอน

 

ดังนั้นแฮร์รี่ก็เลยเดินจากบันไดทางเข้าธนาคารไปยังร้านของโอลิแวนเดอร์

 

ห้องที่เขาเดินเข้ามายังคงไม่เปลี่ยนไปเลยนับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่มาเหยียบที่นี่ – ครั้งที่เขาอายุสิบเอ็ดปีและเริ่มเข้าเรียนที่ฮอกวอตส์ ยังคงเต็มไปด้วยไม้กายสิทธิ์ เก่า ฝุ่นเขรอะและไฟสลัวๆ

 

แต่ว่าก็มีสิ่งที่แตกต่างไปจากคราวที่แล้ว

 

ในครั้งที่แล้วผู้เฒ่าโอลิแวนเดอร์สามารถทำให้เขาตกใจได้ แต่ว่าในรอบนี้ประสาทของเขารับรู้แล้วว่าชายชราซ่อนตัวอยู่ตรงไหน

 

และเมื่อเจ้าของร้านโผล่ออกมาเขาก็มองเข้าไปยังดวงตาซีดที่กว้างราวกับดวงจันทร์ของอีกฝ่าย

 

“ยินดีต้อนรับ คุณพอตเตอร์” โอลิแวนเดอร์ทักทาย เอียงศีรษะและศึกษาเขาอย่างแรงกล้า

 

“ฉันไม่ยักรู้ว่า คุณจะต้องการผลงานของฉันอีกครั้งหนึ่ง”

 

“ผมไม่ได้มาเพื่อการณ์นั้น” แฮร์รี่ตอบ “ผมยังมีไม้กายสิทธิ์ของผมอยู่”

 

“ถ้าเช่นนั้นคุณมาทำอะไรที่ร้านของฉันหรือ?” โอลิแวนเดอร์ถาม ตอนนิ้ยิ่งสนใจพ่อมดหนุ่มตรงหน้าเข้าไปใหญ่ ปกติจะมีแค่ไม่กี่ครั้งที่พ่อมดจะเดินทางมาที่ร้านของเขา – และส่วนใหญ่ก็มักจะได้ยินเรื่องไม้กายสิทธิ์ที่หักก่อนจะเห็นเจ้าของมายืนอยู่หน้าประตูของเขาเสียอีก

 

“คุณไม่ได้มาที่นี่เพื่อซื้อไม้กายสิทธิ์อันที่สองใช่ไหม คุณพอตเตอร์?” เขาถาม

 

“แล้วคุณจะว่ายังไง ถ้าผมตอบว่า ใช่’ ?” เด็กหนุ่มถามด้วยความสนใจ

 

“ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะบอกคุณว่าการถือครองไม้กายสิทธิ์มากกว่าหนึ่งนั้นถูกห้ามในปี 1955 บังคับใช้กับทุกคนที่เกิดหลังกฎหมายนั้นและสำหรับคนที่ในขณะนั้นไม่ได้ถือครองอันที่สองอยู่แล้ว” โอลิแวนเดอร์ตอบ

 

“งั้นหรือ?” เด็กชายมองมาที่เขาอย่างประหลาดใจ “นี่ฉันพลาดไปสินะ...”

 

“งั้นคุณมาที่นี่เพื่อซื้ออันที่สองงั้นหรือ?” โอลิแวนเดอร์ถามด้วยความสนอกสนใจ

 

“ไม่ใช่ครับ” เด็กชายตอบ “ผมมีไม้กายสิทธิ์มากพออยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องมีเพิ่มอีก”

 

คำตอบนี้ทำให้ช่างทำไม้กายสิทธิ์ตกใจ

 

“คุณมีไม้กายสิทธ์มากพออยู่แล้วช่วยบอกหน่อยได้ไหมว่าคุณมีมันอยู่ในครอบครองจำนวนเท่าไหร่ถึงได้เอ่ยออกมาเช่นนี้?

 

เด็กชายไม่สนใจและโบกมือปัด

 

“นี่ไม่เกี่ยวกับคุณ คุณโอลิแวนเดอร์” เขาพูดง่ายๆ “และมันดีกว่าถ้าผมเงียบเอาไว้ในเมื่อการครอบครองมันอาจถือเป็นอาชญากรรม”

 

โอลิแวนเดอร์จ้องเด็กชายตาเขม็ง แต่ว่าก็ต้องยอม เพราะมันดีกว่าจริงๆในการเงียบปากเอาไว้เกี่ยวกับอะไรแบบนั้น

 

“ถ้าอย่างนั้นไม่ทราบว่าฉันสามารถทำอะไรให้คุณได้บ้าง คุณพอตเตอร์” เขาถามในที่สุด

 

“ผมต้องการซองเก็บไม้กายสิทธิ์” เด็กชายตอบ เผยให้เห็นซองเก็บที่เก่าและโทรมสวมที่ข้อมือข้างขวา เขาปลดมันออกและวางบนเคาเตอร์ของโอลิแวนเดอร์

 

“ผมต้องการซองที่เหมือนกับอันนี้” เขาพูด “และต้องเป็นของคุณภาพดี”

 

โอลิแวนเดอร์กะพริบตาและพินิจดูหนังซองเก็บไม้กายสิทธิ์และลำไม้กายสิทธิ์หลายไม้ที่โผล่ออกมาให้เห็น

 

“ขอฉันดูได้ไหม?” เขาถาม ชี้ไปที่พวกไม้กายสิทธิ์

 

เด็กหนุ่มยักไหล่

 

“เชิญ” เขาตอบสบายๆ อย่างกับว่าไม่มีปัญหากับการที่พ่อมดจะมาจับไม้กายสิทธิ์ของเขา พ่อมดคนอื่นๆคงไม่อนุญาตให้โอลิแวนเดอร์แตะต้องหรืออย่างน้อยก็ต้องรู้สึกไม่ไว้ใจบ้าง

 

โอลิแวนเดอร์หยิบไม้หนึ่งออกมา

 

มันเป็นไม้ที่เด็กหนุ่มเคยซื้อจากที่นี่ตอนสิบเอ็ดขวบ คราวนี้อยู่ในสภาพดี แตกต่างไปจากเดิมนิดหน่อยตอนที่เขาเห็นมันครั้งสุดท้ายในการประลองเวทไตรภาคีที่ฮอกวอตส์ มันได้รับการดูแลให้สะอาดเป็นอย่างดีและขัดมัน

 

โอลิแวนเดอร์วางมันลงบนโต๊ะและหยิบไม้ถัดไปขึ้นมา

 

สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือสูดหายใจเข้าลึกด้วยความตระหนกเมื่อถือมันในมือ – จากนั้นเขาก็เข้าใจว่าทำไมเด็กหนุ่มถึงไม่กังวลกับการที่โอลิแวนเดอร์จะถือไม้กายสิทธิ์ของเขาเลย

 

ไม้กายสิทธิ์อีกอันมีความรู้สึกที่โอเคในมือของโอลิแวนเดอร์ แต่อันนี้ไม่เลย

 

มันมีพลัง – โอลิแวนเดอร์สัมผัสได้ถึงพลังที่แผ่ซ่านออกมาจากมัน – แต่มันก็ไม่ยินยอมจะก้มหัวให้กับใครยกเว้นนายของมัน

 

“คุณไปได้มันมาจากไหน?” โอลิแวนเดอร์ถาม สายตาไล่ไปตามรูปสลักบนไม้กายสิทธิ์ รูนส์งั้นหรือ“มันทรงพลังมาก”

 

และเก่า มันเก่าแก่มาก...

 

โอลิแวนเดอร์ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าใครเป็นผู้สร้างมันขึ้นมาแต่ว่าเขาสัมผัสได้ถึงร่องรอยฝีมือทั่วทั้งไม้ แทบจะฝังเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับไม้กายสิทธิ์ ใครก็ตามที่ใช้ไม้กายสิทธิ์นี้ ได้ใช้มันมาเป็นเวลานานมากแล้ว และไม่แค่นั้น...

 

“มันสำคัญด้วยหรือว่าผมได้มันมาจากไหน?” เด็กหนุ่มถาม “ผมใช้งานมันได้ นั่นก็พอแล้วนี่”

 

“คุณไม่ควรใช้มัน!

 

เมื่อเขาพูดประโยคเมื่อกี้ด้วยน้ำเสียงแทบกรีดร้อง เด็กชายก็มองเขาด้วยความแปลกใจ

 

“งั้นช่วยบอกผมทีว่าทำไมล่ะ?” เขาถามในที่สุด

 

“ไม้กายสิทธิ์นี้ใช้สำหรับศาสตร์มืด” โอลิแวนเดอร์กล่าว “มันไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยที่จะใช้อะไรแบบนั้น การใช้มันจะทำร้ายเธอในภายหลัง คุณพอตเตอร์”

 

“มันไม่ทำร้ายผมหรอก” เด็กชายตอบ “และมันไม่ได้ใช้สำหรับสิ่งชั่วร้าย”

 

โอลิแวนเดอร์ถอนหายใจกับคำพูดนั้น

 

“ฉันรู้สิ่งที่ฉันทำ คุณพอตเตอร์” เขาบอกเด็กชาย “และฉันบอกได้ว่าไม้กายสิทธิ์นี้ถูกใช้สำหรับพิธีกรรม จะบอกให้นะคุณพอตเตอร์ ฉันไม่รู้จักพิธีกรรมไหนที่ถูกใช้ในทางที่ดีเลย”

 

เด็กชายกลับหัวเราะ

 

“ไม่ต้องกังวลไป คุณโอลิแวนเดอร์” เขาว่า “มันมีบางอย่างในโลกที่คุณไม่รู้อยู่ แต่ผมยืนยันได้ ไม้กายสิทธิ์นี้ไม่เคยถูกใช้กับสิ่งชั่วร้าย มันอาจเคยฆ่า มันอาจเคยรักษา – แต่ว่ามันไม่เคยถูกแตะต้องด้วยไอความชั่วร้ายที่แท้จริง”

 

โอลิแวนเดอร์อยากค้าน แต่ว่าก็โดนตัดบท

 

“ซองเก็บไม้กายสิทธิ์ที่ผมต้องการครับ” เขาพูด “เพราะว่าถึงผมจะรู้ว่าไม้นั้นไม่เคยโดนใช้ในทางที่ผิดแต่ว่าผมก็ไม่ชอบเก็บมันอยู่ในซองเดียวกัน เวทมนตร์ของพวกมันทำงานแตกต่างกันเกินไปและมันไม่ดีสำหรับทั้งคู่ถ้าเกิดว่าต้องเป็นอย่างนี้ต่อไปเรื่อยๆ”

 

นี่เป็นสิ่งที่โอลิแวนเดอร์ไม่ปฏิเสธ แต่ว่าชั่วขณะหนึ่งเขาก็ยังลังเล จากนั้นก็ถอนหายใจและหยิบซองเก็บมา

 

“อยากได้ซองแบบไหนล่ะ?” เขาถาม “บางอันก็ลงคาถาที่ใช้ได้อยู่เหมือนกัน...”

 

“ผมอยากได้อันเรียบๆ” เด็กหนุ่มบอกและโอลิแวนเดอร์ก็เลิกคิ้ว

 

“ซองเก็บนี้ไม่ใช่ของธรรมดานะ” เขาพูด ชี้ไปทางซองเก็บที่วางบนเคาเตอร์

 

“ใช่ มันไม่ธรรมดา” เด็กชายตอบ “แต่ว่าผมลงรูนส์เองได้ ผมแค่ไม่มีเวลามานั่งทำซองเองเท่านั้น”

 

โอลิแวนเดอร์จ้องเด็กหนุ่ม ดวงตาฉายแววตกใจ

 

“รูนส์อย่างนั้นไม่ง่ายเลย การจะทำได้คุณต้องผ่านวิชาภาษารูนส์โบราณไม่ต่ำกว่าระดับส.พ.ส.บ. ฉันไม่คิดว่าคุณจะโตพอ...”

 

“ไม่ต้องห่วง ผมทำได้” เขาว่าและน่าแปลกใจมากที่โอลิแวนเดอร์ไม่รู้สึกสงสัยในตัวเด็กชาย อะไรก็ตามที่เกิดขึ้นในช่วงห้าปีที่ผ่านมา – เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาได้เติบโตเกินอายุของเขาไปแล้ว

 

“ถ้างั้นคุณแค่ต้องการซองหนึ่งอันหรืออีกอันเพื่อแทนที่อันเก่าด้วย?” เขาชี้ไปยังซองเก็บเก่าโทรมบนเคาเตอร์

 

“แค่อันเดียวก็พอ” เด็กชายตอบ “ผมยังไม่อยากเปลี่ยนอันใหม่ตอนนี้ มันมาจากคนที่ผมรัก – ผมจะใช้มันให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้”

 

โอลิแวนเดอร์เดาว่ามันคงเป็นของพ่อแม่ของแฮร์รี่ เขาไม่ว่าที่เด็กชายอยากจะเก็บมันไว้

 

แฮร์รี่จ่ายเงิน เก็บซองเก็บไม้กายสิทธิ์เก่าที่มีไม้เก่าแก่อันนั้นกลับไปสวมดังเดิมและซองอีกอันที่ใส่ไม้ของเขาไว้ข้างๆ จากนั้นก็เดินออกไป

 

สายตาของโอลิแวนเดอร์มองตามเด็กชายออกไปท่ามกลางแสงอาทิตย์ ชั่วขณะหนึ่งโอลิแวนเดอร์คิดว่าเขาเห็นคนตายยืนรอเด็กชายอยู่

 

“สรุปได้มาไหม?” เด็กชายถามคนตายที่ว่านั้น

 

“ได้มาแล้ว” อีกคนตอบ “มันใช้เวลาสักหน่อย แต่ว่าก็เรียบร้อย”

 

“เก็บไว้ทีหลังเถอะ” เด็กหนุ่มสั่ง “ดีที่สุดถ้าไปใกล้ที่นั่น”

 

จากนั้นแฮร์รี่ พอตเตอร์และสหายของเขาก็จากไปด้วยการหายตัว - ถึงแม้ว่าเด็กชายยังไม่ควรที่จะสามารถทำอย่างนั้นได้

 

โอลิแวนเดอร์กะพริบตาอีกครั้ง จากนั้นเขาก็นึกขึ้นได้ ว่าเขาเพิ่งจะได้เห็นบางอย่างที่มีความสำคัญอย่างยิ่งยวด ความลับที่ถูกฝังไว้ลึกกว่าความลับใดๆที่เคยพบพาน...

 

“บางทีวันนี้คือวันที่ฉันควรต้องลืมๆบางอย่างไปเสียบ้าง” โอลิแวนเดอร์ใคร่ครวญ “ฉันว่าฉันไม่อยากจะไปขวางทางคุณพอตเตอร์เลยถ้าเกิดว่าเขาตัดสินใจเคลื่อนไหวด้วยตัวเอง”

 

และการเคลื่อนไหวนั่นล่ะคือสิ่งที่แฮร์รี่กำลังจะทำ โอลิแวนเดอร์ไม่สามารถเห็นอนาคตได้ – แต่ว่านี่มันชัดเจนเสียยิ่งกว่าอะไร

 

To Be Continue…

 

Upcoming Chapter: Turning Dobby - เอาด็อบบี้เข้าพวก

 


 

ในตอนที่พูดกับนาร์ด็อกที่เปลี่ยนสรรพนามแฮร์รี่ให้เป็นข้านั่นคือเพราะว่าทั้งสองรู้จักกันมานานมากแล้วค่ะ อีกอย่างเราเดาว่าเขาพูดก็อบเบิลดี้กุกกันด้วยสองคน


ท่อนสุดท้ายที่โอลิแวนเดอร์ว่าควรจะลืมๆไปบ้าง นั่นคือเขาพูดเพราะว่าเขาความจำดีมาก อย่างที่รู้ว่าเขาทักคนด้วยไม้กายสิทธิ์ที่ซื้อไป แต่ว่าเขาควรลืมเรื่องแฮร์รี่วันนี้ไปเพราะว่าไม่อยากยุ่งค่ะ


[1] Gobbledygook ก็อบเบิลดี้กุก ภาษาของชนชาติก็อบลิน


[2] The battle of the great North Field ยอดยุทธการแห่งนอร์ธฟิลด์ เป็นสงครามหนึ่งในเรื่องนี้ ที่จะถูกยกขึ้นมาอีก


[3] Olde โอลด์ เป็นพวกเผ่าพันธุ์เก่าแก่ เป็นศัพท์เพิ่มเติมประเภทเดียวกับบอร์นเมื่อสองตอนก่อนค่ะ ความหมายจะโผล่มาทีหลัง ตอนนั้นจะอธิบายเพิ่มให้ค่ะ


[4] Oncle Nick องเคล่อนิก ก็คือลุงนิกนั่นเองค่ะ อ่านแบบฝรั่งเศส เรากลัวว่าถ้าใส่ลุงเข้าไปมันจะแยกไม่ออกเอา น่าจะเดากันออกว่าเป็นใคร


[5] Morganaadth มอร์กานาธ เป็นชื่อที่เผ่าก็อบลินใช้เรียกแฮร์รี่ ความหมายจะโผล่มาในตอนถัดๆไปค่ะ แต่จริงๆมันก็พอจะเดารากศัพท์ออกอยู่นา 


แล้วเจอกันตอนถัดไปค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 145 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #216 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 18:39
    นิกนี่ นิโคลัส แฟลมเมลรึเปล่านะ คนแต่งเรื่องนี้สุดยอดเลย (คนแปลก็ด้วย)
    #216
    0
  2. #72 nattha_thari (@natthasata) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 18:40
    สนุกกกกกกกกกกก
    #72
    0
  3. #44 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 11:49
    อ่านมาแปปเดียวก็รู้สึกว่าผูกเรื่องดีมากเลย....ชมทั้งคนแต่งคนแปล
    #44
    0