[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 26,012 Views

  • 499 Comments

  • 1,008 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    601

    Overall
    26,012

ตอนที่ 7 : Chapter 5: ca 650 BC Awakening - ลืมตาตื่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 146 ครั้ง
    13 พ.ค. 61

ไม่อนุญาตให้นำไปลงที่อื่นนะคะ บอกกับคนเขียนเอาไว้ว่าลงที่นี่ค่ะ

ในบทนี้ตัวเอียงเป็นภาษาพาร์เซลนะคะ


Chapter 5

Somewhere between 700 and 600 BC -- ปีไหนสักปีระหว่าง 700 และ 600 ปีก่อนคริสตกาล

Awakening - ลืมตาตื่น

 

Xxx

 

มันเป็นวันธรรมดาๆวันหนึ่ง บางทีมเยอดินอาจจะเหนื่อยเล็กน้อย บางทีเขาอาจจะเดินทางไกลไปหน่อย แต่ทั้งหมดนั้นก็นับเป็นวันธรรมดาทั่วไปสำหรับชายหนุ่มอายุสามสิบต้นๆ เขาทานข้าวเช้าเรียบร้อยและตอนนี้กำลังแวะพักทานข้าวกลางวันกลางป่า

 

เขาเพิ่งกินเสร็จและกำลังเก็บเสบียงที่เหลือเอาไว้ เป็นตอนนั้นเองที่โชคชะตาตัดสินใจว่าชีวิตเขามันไม่น่าตื่นเต้นพอ

 

สิ่งแรกที่มเยอดินเห็นคือแสงสว่างวาบ จากนั้นก็มีร่างๆหนึ่งปรากฏขึ้นนอนกองอยู่บนพื้นป่า มเยอดินจ้องมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญ คนแปลกหน้านั้นเป็นเด็กหนุ่ม น่าจะประมาณอายุสิบสี่สิบห้าปี

 

เขามีเส้นผมสีดำตัดทรงประหลาดๆ เสื้อผ้าที่ใส่ก็แปลกตา มเยอดินไม่เคยเห็นอะไรแบบนั้นมาก่อนเลย เสื้อคลุมของเขามันสั้นเกินไป กางเกงเองก็...เอ่อ...ประหลาด วัสดุที่ใช้ยิ่งไม่เคยเห็นและมันดูเหมือนจะเข้ารูปโดยไม่ต้องรัดเข็มขัด

 

เสื้อผ้าพวกนั้นดูเหมือนจะถูกตัดสำหรับคนอื่นอย่างสิ้นเชิง เพราะว่ามันห้อยต่องแต่งไม่พอดีตัวเด็กหนุ่ม เสื้อนั่นมีสีสันสดใสที่มเยอดินไม่เคยพบเจอ ไม่ได้ทำด้วยหนังสัตว์หรือขนสัตว์อย่างเสื้อผ้าที่มเยอดินรู้จัก

 

มเยอดินคงจะคิดว่ามันเป็นเสื้อผ้าของชนชั้นสูง ถ้าเกิดว่ามันพอดีตัวเด็กหนุ่มและมีรูน้อยกว่านี้หน่อย ตอนนี้มันดูเหมือนผ้าขี้ริ้วมากกว่าเสื้อผ้าด้วยซ้ำ และผ้าขี้ริ้วสำหรับเด็กหนุ่มแบบนั้น...

 

“ดรูอิด[1]หนุ่ม” มเยอดินนึกออกแล้ว “ไม่โตพอจะมีพลังเวทย์ที่แก่กล้า ดังนั้นน่าจะเป็นเพราะอุบัติเหตุเวทมนตร์มากกว่าเขาถึงได้มาอยู่ที่นี่”

 

นั่นยิ่งทำให้เสื้อผ้าที่เจ้าหนุ่มใส่ไม่เหมาะกับฐานะที่น่าจะเป็นของเขาไปอีก

 

มเยอดินลังเลอยู่ชั่วขณะ แต่หลังจากนั้นเขาก็หยิบคทาขึ้นมาและเดินเข้าไปใกล้เด็กหนุ่มที่หมดสติ เขานั่งลงข้างๆและค่อยๆเอื้อมมือเข้าไปหา เด็กหนุ่มมีรอยเลือดอยู่บนหน้าแต่ว่ารอยแผลนั้นถูกรักษาได้ง่ายๆ รวมถึงอาการกระทบกระเทือนเล็กน้อยที่ศีรษะก็ไม่ใช่อะไรที่มเยอดินแก้ไขไม่ได้

 

จากนั้นเด็กหนุ่มก็ครวญครางเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นนั่ง ดวงตาสีเขียวอ่อนสบมองที่มเยอดิน เด็กหนุ่มกะพริบตา ความรู้สึกแปลกใจปรากฏในดวงตาของเขา

 

“อุบัติเหตุเวทมนตร์ทำให้ทันใดนั้นเขาก็มาโผล่ในที่ที่เขาไม่รู้จัก” มเยอดินคิดระหว่างประสานตากับเด็กหนุ่ม “เขาดูยังไม่โตพอที่จะอยู่โดยปราศจากพ่อแม่ เวทมนตร์ของเขายังไม่แก่กล้าพอจะควบคุมมันได้สมบูรณ์”

 

มเยอดินรู้ว่าความสามารถในการควบคุมเวทมนตร์จะเติบโตตอนไหน ครั้งแรกเกิดขึ้นตอนที่เด็กอายุได้สิบหรือสิบเอ็ดปี ครั้งถัดไปเมื่ออายุสิบเจ็ดหรือสิบแปด และครั้งสุดท้ายตอนอายุยี่สิบสองหรือยี่สิบสาม เด็กหนุ่มตรงหน้ายังดูเด็กเกินไป คงน่าจะเพิ่งผ่านช่วงพัฒนามาได้ครั้งหนึ่งเท่านั้น ดังนั้นคงจะมีอุบัติเหตุเวทมนตร์เกิดขึ้นอีกแน่

 

และหนึ่งในอุบัติเหตุเหล่านั้นดูเหมือนจะพาเขามาพบกับมเยอดิน มเยอดินสงสัยว่าทำไมมันถึงพาเขามาที่นี่ ปกติอุบัติเหตุเวทมนตร์จะพยายามช่วยเหลือดรูอิด – แต่ว่าการพาเขามาที่นี่จะช่วยเด็กหนุ่มตรงหน้านี่ได้อย่างไรกันแน่?

 

“เจ้ามาจากไหน เจ้าหนุ่ม?” มเยอดินถาม เจ้าหนุ่มจ้องเขาอย่างกับว่าเขาเป็นสัตว์ประหลาด เมื่อกี้เขาไม่ได้พูดออกไปในภาษาคัมราอิก[2]หรือ?

 

“เจ้ามาจากที่ใด เจ้าหนุ่ม? มเยอดินถามอีกครั้ง คราวนี้ในภาษาเบรโซเน็ก[3] อีกครั้งที่ไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง ดังนั้นมเยอดินก็เลยลองภาษาต่อๆไป เคอร์เนอเว็ก เกลก์ เกอิลเกอ และเกลิก[4] ยังคงไม่เกิดอะไรขึ้น และอีกรอบด้วยภาษาละติน ภาษานอร์ส ภาษากรีกและภาษาของอียิปต์ ยังไร้ปฏิกิริยาตอบสนอง – ไม่มีภาษาอื่นที่มเยอดินนึกออกแล้ว

 

เจ้าหนุ่มนี่ฟังไม่รู้เรื่องเลยสักภาษา แล้วเขามาจากไหนกันทำให้ไม่รู้ภาษาพวกนี้?

จากนั้นเขาก็อ้าปากและพ่นถ้อยคำอะไรก็ไม่รู้ออกมา ภาษาที่เขาใช้ดูคุ้นๆ ใกล้เคียงกับนอร์ส แต่ว่าถึงจะพยายามยังไง มเยอดินก็ฟังเด็กหนุ่มตรงหน้าไม่เข้าใจ

 

สำเนียงพื้นถิ่นหนึ่งของนอร์สหรือ?

 

“พูดใหม่ซิ” เขาพูดในภาษานอร์ส แต่ว่าแน่นอนว่าเด็กหนุ่มไม่ได้ทำอย่างที่เขาบอก เขาไม่เข้าใจที่มเยอดินพูด

 

ไม่ใช่สำเนียงพื้นถิ่น? เป็นอีกประเทศที่มีความเกี่ยวพันเล็กน้อยกับภาษานอร์ส? ประเทศที่อยู่ถัดจากเขดแดนสุดท้ายของแผ่นดินนอร์สไปอีกงั้นหรือ? มันอยู่ไกลแค่ไหนกันนี่?

 

“เขาต้องมาจากอีกฟากของโลกแน่ๆ” เขารำพึง “เป็นอุบัติเหตุเวทมนตร์ที่ทรงพลังมากจริงๆ พ่อแม่ของเขาต้องภูมิใจในตัวเขาแน่...” แน่นอนพวกเขาจะสามารถภาคภูมิใจในตัวเด็กหนุ่มได้ก็ต่อเมื่อมเยอดินหาทางส่งเขากลับไปหาพ่อแม่ของเขา ถ้าเขาไม่ทำเช่นนั้น พวกเขาคงได้แต่กังวลเป็นแน่

 

แต่ประการแรกเขาต้องหาหนทางในการสื่อสาร เขาจ้องมองเด็กหนุ่ม คิดหาวิธีการ ในที่สุดเขาก็รู้ทางที่จะทำให้เกิดความเข้าใจระหว่างทั้งสองฝ่าย

 

“มเยอดิน” มเยอดินพูดในที่สุด ชี้ที่อกของตัวเอง “มเยอดิน เอมรี่ส์[5]

 

เด็กหนุ่มจ้องตาเขม็ง ใบหน้างงงวย จากนั้นดวงตาของเขาก็กระจ่างและดูเหมือนจะเข้าใจสิ่งที่มเยอดินทำ

 

“แฮร์รี่” เขาพูด “แฮร์รี่ พอตเตอร์”

 

มเยอดินย่นจมูกด้วยความไม่พึงใจ แฮร์รี่ ชื่อนั่นฟังดูเหมือนชื่อที่เด็กจะชอบใจ ชื่อที่พ่อแม่อาจจะมอบให้แก่เด็กคนนั้นเพื่อแสดงว่าพวกเขาเอ็นดูรักใคร่ – แต่ว่าไม่ใช่ชื่อที่เด็กหนุ่มตรงหน้าควรใช้เป็นชื่อเรียกเลยสักนิด

 

บางทีมันอาจะเป็นชื่อต้นปกติในประเทศของเจ้าหนุ่ม – แต่ว่าเขาอยู่ที่นี่ในบริททาเนีย[6]และชื่อนี่ก็ไม่เข้ากับเด็กหนุ่มแบบเขา

 

มันเป็นชื่อที่มเยอดินไม่อยากโดนใครเห็นเขาเรียกเด็กหนุ่มในที่สาธารณะเลย เขาจะถูกมองอย่างขบขันถ้าเขาต้องมาโอ๋เด็กหนุ่มอายุราวสิบห้าแบบนี้

 

มเยอดินถอนหายใจ “ข้าคงต้องหาชื่ออื่นสำหรับใช้เรียกเจ้าหนุ่มนี่” เขาพึมพำ ใช้ภาษาแม่ของเขา

 

ทำไมเหรอ ชื่อผมมันมีปัญหาอะไร

 

มเยอดินหันขวับเมื่อเจ้าหนุ่มตอบเสียงพึมพำของเขา ชั่วขณะหนึ่งมเยอดินถึงกับพูดไม่ออก แล้วเขาก็เข้าใจว่าทำไมในรอบนี้เด็กหนุ่มถึงตอบกลับมา

 

พาร์เซแลน” มเยอดินส่ายศีรษะ “ข้าไม่เคยนึกจะลองภาษาพาร์เซลเลยนี่นะ

 

พาร์เซแลน?” เจ้าหนุ่มถาม “พาร์เซแลนคืออะไรครับ?

 

คือคนที่สามารถพูดคุยกับงูได้” มเยอดินตอบคำถาม มันแปลกมากที่จะคุยกับอีกฝ่ายในภาษาของอสรพิษ แต่ว่าดูเหมือนภาษาพาร์เซลจะเป็นเพียงภาษาเดียวที่พวกเขามีร่วมกัน

 

พาร์เซแลนคือพาร์เซลเมาธ์?” เจ้าหนุ่มถามเพื่อความแน่ใจ

 

พาร์เซลเมาธ์?” คำนี้มเยอดินไม่เคยได้ยินมาก่อน ดูเหมือนภาษาพาร์เซลของพวกเขาก็ยังคงมีคำที่แตกต่างกัน – เหมือนเป็นภาษาคนละถิ่น แต่ว่ามันก็ดีกว่าไม่เข้าใจกันเลย “ถ้าพาร์เซลเมาธ์แปลว่าคนที่คุยกับงูได้ล่ะก็ มันก็คงเหมือนๆกัน” มเยอดินตอบในที่สุด เด็กหนุ่มมองเขา แล้วก็พยักหน้า

 

อ่า ใช่ งั้นผมก็เป็น...พาร์เซแลน” เขาเอ่ย จากนั้นก็หยุดและจ้องมเยอดินอีกครั้ง “พวกเราคุยกันในภาษาพาร์เซลหรือตอนนี้?

 

เจ้าบอกไม่ได้งั้นหรือ?” เด็กหนุ่มส่ายหัว “ผมไม่เคยทำได้ มันฟังดูเหมือนภาษาอังกฤษไปหมดสำหรับผม

 

ภาษาอังกฤษ? นั่นคือภาษาที่เธอใช้พูดปกติใช่ไหม?

 

เจ้าหนุ่ม – แฮร์รี่ – พยักหน้า

 

นามของดินแดนที่เจ้ามาจากคืออะไร เจ้าหนุ่ม?

 

บริเทน” เด็กหนุ่มตอบและมเยอดินโก่งคิ้วขึ้น คำนั้นฟังดูคุ้นเคย บริเทน...บริเทน...บริททาเนีย…!

 

บริเทน – เจ้ากำลังพูดถึงบริททาเนียหรือ?

 

บริททาเนีย?” เด็กหนุ่มชะงักไปและดูครุ่นคิด “อืม...ใช่ครับ...แต่ผมไม่เคยได้ยินใครเรียกบริเทนว่าบริททาเนียมาก่อนเลย...

 

เจ้าไม่ได้พูดหนึ่งในภาษาของบริททาเนีย” มเยอดินบอก

 

เจ้าหนุ่มกะพริบตาเพราะประโยคนั้น “แต่ผมพูดนะ!” เขายืนยัน “ผมพูดภาษาอังกฤษ – เหมือนทุกคนในบริเทนไง!

 

เจ้าหนุ่ม...มันมีภาษาคัมราอิก เคอร์เนอเว็ก เกลก์ เกอิลเกอ เบรโซเน็ก และเกลิก – ไม่มี ภาษาอังกฤษ ให้พูดหรอก

 

คะ...คัมมาอิก?!” เด็กหนุ่มจ้องมเยอดินอย่างไม่เชื่อ “เกอิลเกอ?! ภาษาพวกนี้มันคืออะไรน่ะ! ผมไม่เห็นจะเคยได้ยินเลย!

 

แต่เจ้ามาจากบริททาเนียนี่ เจ้าต้องเคยได้ยินมาสักภาษาสิ!

 

ไม่! ไม่เคย!

 

คำตอบนั่นเป็นสิ่งที่ต้องคิดใคร่ครวญอยู่ บริเทนไม่ใช่บริททาเนีย? มเยอดินเข้าใจผิดงั้นหรือ? หรือเขาพลาดอะไรไป?

 

บางทีเด็กหนุ่มอาจรู้อย่างอื่นอีกเกี่ยวกับประเทศของเขา – บางอย่างที่มเยอดินจะใช้ระบุประเทศที่เจ้าหนุ่มมาจากให้ชัดเจน ตัวเขาเองก็เดินทางตลอดระยะเวลาสิบห้าปีผ่านอาณาจักรโรมัน กรีซ อิยิปต์และดินแดนนอร์ส ที่ที่เผ่าเยอรมันนิกอาศัย เขาควรรอบรู้มากพอจะระบุว่าเด็กหนุ่มมาจากที่ใดสิ

 

บอกข้า เจ้าเคยได้ยินเกี่ยวกับอาณาจักรโรมันไหม?” เขาถามออกไป อาณาจักรโรมันเป็นที่รู้จักกันทั่วไป เขาอาจจะบอกได้ถ้าเจ้าหนุ่มนี่อย่างน้อยก็อยู่ใกล้เคียงกับอาณาจักรโรมัน

 

ครับ” เขาตอบด้วยฉงนสงสัย

 

นั่นเป็นเรื่องดี” มเยอดินถอนหายใจ “แล้วบอกข้า ว่าอาณาจักรโรมันอยู่ที่ไหนจากบ้านของเจ้า อยู่ทางตะวันตก ทางเหนือ ทางใต้ หรือทางตะวันออก?

 

ตอนนี้เด็กหนุ่มดูสับสนสุดขีด

 

มันไม่อยู่ที่ไหนจากบ้านของผม” เขาตอบออกมา “ชาวโรมันไม่มีอยู่แล้ว

 

ไม่มีอยู่แล้วหรือ?” คราวนี้มเยอดินเป็นฝ่ายมึนงง พวกเขาย้ายถิ่นฐานไปจากเขตประเทศของเจ้าหนุ่มงั้นหรือ...หรือว่ามันจะเป็นเรื่องที่แตกต่างไปโดยสิ้นเชิง?

 

เด็กชายพยักหน้า

 

อาณาจักรของพวกเขาหายไปตั้งแต่...ผมไม่รู้สิ...หลายร้อยปีมาแล้ว?

 

นั่นไม่ได้ฟังดูเหมือนกับว่าชาวโรมันจากไป มันฟังดูเหมือนกับว่า...

 

นี่เจ้าจากมาเป็นเวลากี่หนาวกันเนี่ย?!” มเยอดินถามอย่างตกตะลึง และในเวลาเดียวกัน เจ้าหนุ่มก็ร้องออกมา

 

นี่มันตอนไหนเนี่ย เมอร์ลิน?!

 

มเยอดินคิดถูก เจ้าหนุ่มไม่ได้มาจากช่วงเวลาเดียวกัน “เดินทางข้ามเวลา...” มเยอดินคิด “เดินทางข้ามเวลา” มันฟังดูไม่น่าเชื่อ เขาไม่อยากเชื่อเลย

 

เจ้าหมายความว่ายังไงกับคำว่า ตอนไหน?’” เขาถาม หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเขาจะคิดผิดและเจ้าหนุ่มหมายความถึงอย่างอื่น - ใช่ว่ามันจะมีความหมายอื่นอีกในคำถามนั้น...

 

ผม...” แฮร์รี่ชะงักและกัดริมฝีปาก “ผมดูเหมือนจะเดินทางข้ามเวลามา” เขาพูดในที่สุด “มันไม่มีอะไรสมเหตุสมผลเลยถ้าไม่ใช่เพราะเดินทางข้ามเวลา ผมหมายถึง ชุดของคุณมันตลก คุณพูดภาษาที่ผมไม่รู้จักแต่คุณยืนยันว่าผมยังคงอยู่บ้าน...ดังนั้นผมต้องเดินทางข้ามเวลามา...

 

คราวนี้มเยอดินปฏิเสธไม่ได้ เด็กหนุ่มได้คำอธิบายแบบเดียวกับที่มเยอดินได้ ดังนั้นมเยอดินคิดไม่ผิด...

 

เดินทางข้ามกาลเวลา...” ตอนนี้มเยอดินประทับใจมาก เขารู้ว่ามันมีอุบัติเหตุเวทมนตร์ที่รุนแรงมากแต่ว่าเขาไม่เคยได้ยินอะไรแบบนี้มาก่อน

 

แต่ในขณะเดียวกันเขาก็เข้าใจปัญหาที่มาพร้อมกับการเดินทางครั้งนี้ เด็กชายไม่มีใครเลย ไม่มีพ่อแม่ ไม่มีญาติพี่น้อง ไม่มีใครจริงๆ...

 

แต่เขายังไม่โตพอจะอยู่ได้ด้วยตนเอง...

 

เจ้าคิดว่าเจ้าเดินทางมาไกลเท่าไหร่?” เขาถามในที่สุด คำถามนี้สำคัญ ถ้าเขาย้อนกลับมาเพียงแค่ไม่กี่ปี เด็กชายคงจะสามารถกลับบ้านได้ แต่ถ้ามันมากกว่านั้น...มเยอดินต้องคิดเรื่องนั้น

 

ผม...ผมไม่รู้” แฮร์รี่ตอบ “แต่ว่ามันต้องเป็นช่วงหนึ่งล่ะ หลายร้อยปีเป็นอย่างต่ำ

 

หลายร้อยปี” อืม นั่นคงจะอธิบายความแตกต่างและเสื้อผ้าประหลาดที่เด็กชายกำลังสวมอยู่ได้รวมถึงภาษาที่เขาใช้พูด

 

งั้นภาษาอังกฤษคือภาษาของผู้ยึดครองบริททาเนียอีกกลุ่มหรือ?”  เขาถามเพื่อให้แน่ใจเรื่องภาษาที่เป็นปัญหา เขารู้ว่าเด็กหนุ่มคงไม่น่ารู้แน่ชัด แต่ว่ามันคงไม่เสียหายถ้าจะลองถามดู

 

เอ่อ...” เด็กชายดูเหมือนจะไม่มั่นใจ “ผมคิดว่า ภาษาอังกฤษ คือ... เอิ่ม จะเป็นชื่อของภาษาหนึ่งของพวกคุณ... หรืออะไรประมาณนั้น... ผมไม่รู้ แต่ว่าถึงมันจะเป็นหนึ่งในภาษาของพวกคุณ...มัน...ก็...คำมันจะเปลี่ยน...ไปเล็กน้อย...ผมคิดว่านะ...

 

โอ้” เพราะอะไรบางอย่างมันดูสมเหตุสมผลสำหรับมเยอดิน เขารู้ว่าถิ่นฐานนั้นเปลี่ยนลักษณะภาษาไปเล็กน้อย ดังนั้นเวลาก็คงทำเช่นนั้นเหมือนกัน...

 

อืม ทฤษฎีของเจ้าก็ดีพอๆกับของข้า” เขาพูดในที่สด “และถึงมันจะเป็นภาษาของผู้ปกครองกลุ่มหนึ่งหรือบางอย่างที่คล้ายๆกัน มันก็คงไม่แก้ปัญหาเรื่องภาษาที่เจ้ามี ตอนที่เจ้าอยู่ที่นี่

 

จากนั้นเขาก็ชะงักไปอีกครั้ง ใคร่ครวญ

 

ถ้าเจ้าหนุ่มไม่ได้มาจากช่วงเวลานี้ ก็ไม่มีใครให้ส่งเขากลับไปหา แน่นอนว่ามเยอดินอาจจะสามารถหาสักครอบครัวให้รับเขาไปได้ แต่ทว่า...

 

งั้นเธอมาจากหลายร้อยปีในอนาคตหรือ?” มเยอดินถามอีกครั้ง เพื่อยืนยันทฤษฎี ถ้ามันเป็นแค่ไม่กี่ร้อยปีเจ้าหนุ่มนี่อาจมีโอกาสได้เจอครอบครัวของเขาอีกครั้ง – ถึงแม้ว่าเขาจะแก่มากแล้วก็ตามเมื่อถึงตอนนั้น เด็กชายลังเล

 

อาจจะ” เขาบอก “ผมคิดว่านะ...

 

แน่นอนว่าเจ้าหนุ่มไม่แน่ใจ พวกเด็กๆมักไม่ค่อยสนใจในดวงดาวและไพ่ บางทีเขาอาจจะรู้เรื่องดวงดาว บางทีเขาอาจจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับท้องฟ้าแล้วแต่ไม่รู้วิธีการอ่านมัน บางทีเขาอาจไม่รู้เลยก็ได้ ว่าการมองดูท้องฟ้าสามารถบอกได้ว่ามันคือปีอะไร...

 

เอาล่ะ เราจะมาหาคำตอบกันทีหลัง” มเยอดินให้สัญญา ระหว่างที่เขาวางแผนเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าหนุ่มต้องเรียนรู้ตอนอยู่ที่นี่ มเยอดินจะยอมตายก่อนที่เขาจะยอมให้เจ้าหนุ่มเลิกเรียนรู้เกี่ยวกับเวทมนตร์ของเขา ดรูอิดที่ไม่ได้รับการฝึกฝนไม่ใช่สิ่งที่โลกนี้ต้องการ – โดยเฉพาะดรูอิดที่ไม่ได้รับการฝึกฝนที่ทรงพลังเหมือนเด็กชายตรงหน้าเขา

 

เจ้ามีคทาไหม เจ้าหนุ่ม?” มเยอดินถามเด็กหนุ่มในที่สุด เขาไม่เห็นมันเลย บางทีเด็กหนุ่มอาจย่อส่วนมันหรือว่านอนทับมันไป

 

คทา?” เจ้าหนุ่มถาม

 

สิ่งที่ใช้ช่วยให้เจ้าควบคุมพลังเวทมนตร์” มเยอดินอธิบาย นี่ในอนาคตไม่มีคทางั้นหรือ?!

 

เด็กหนุ่มกะพริบตาด้วยความแปลกใจ แต่เขาก็เริ่มคลำหาในเสื้อผ้าและมองพื้นดินรอบๆตัว

 

ไม้กายสิทธิ์ของผมอยู่ไหน? คุณ...คุณได้เก็บมันไว้ไหมครับ?!” เขาถาม ยังคงมองหาต่อไป

 

ตอนนี้กลายเป็นมเยอดินที่งุนงง “ไม้กายสิทธิ์ของเจ้า? อะไรคือไม้กายสิทธิ์? บางอย่างที่เหมือนคทาหรือ?

 

เด็กหนุ่มมองคทาที่มเยอดินกำลังถือ ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก็พยักหน้า

 

ประมาณนั้นแหละครับ” เขาว่า “แต่ว่าไม้กายสิทธิ์จะเล็กกว่า เราไม่มีไม้คทา...ยาวๆ...อีกต่อไปแล้ว

 

อ่า นั่นเป็นเหตุผลที่ดี มเยอดินเองก็ย่อส่วนคทาของเขาอยู่บ่อยๆ ถ้าพวกเขาสามารถหาวิธีทำให้มันเล็กได้ในอนาคตโดยที่ยังคงสามารถใส่วัตถุดิบทั้งหมดได้ มันก็ไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะมีคทาที่เล็กกว่าเดิม

 

บางทีเจ้าอาจจะทำมันหายก่อนจะเดินทางมา” มเยอดินรำพึง เด็กหนุ่มมองไปยังบางสิ่งที่มีแค่เขาที่มองเห็น ระหว่างที่คิดย้อนไป

 

บางที” เขาว่า “ผม...อาจจะกำลังมีปัญหา ที่นั่น มันมีผู้คุมวิญญาณ...ผม...ผมไม่มีสมาธิและผู้คุมวิญญาณเริ่มดูดวิญญาณผมไป...ผม...ผมอาจจะยอมแพ้ไป...

 

มเยอดินไม่รู้อะไรเกี่ยวกับผู้คุมวิญญาณเลย เขาเคยได้ยินเกี่ยวกับเจ้าสิ่งมีชีวิตนั่น รู้ว่ามันเป็นหนึ่งในพวกเฟียร์บอล์ก[7] – สิ่งมีชีวิตในโลกเวทมนตร์ที่เป็นอมตะ - แต่ว่าเขาไม่เคยพบเจอพวกมัน พวกมันอาศัยอยู่ที่ประเทศที่อยู่ไกลกว่าอียิปต์ พวกมันจะย้ายมาที่บริเทนในอนาคตหรือ?

 

“เจ้าไม่สามารถเปลี่ยนแปลงมันได้ ดังนั้นหยุดคิดเสีย” มเยอดินตำหนิตัวเองเสียงดัง

 

เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็ต้องการคทาใหม่และอาจารย์คนใหม่ที่จะสอนเจ้าจนกว่าเจ้าจะสามารถหาทางกลับไปในที่ที่เจ้าจากมาได้ ข้ายินดีจะสอนเจ้าและจะช่วยหาทางกลับบ้าน แต่อย่างแรกข้าต้องพาเจ้าไปที่โลนดอม[8]เพื่อซื้อคทาของเจ้า เจ้าต้องใช้มันเพื่อเรียนรู้ที่จะรวมพลังเวทมนตร์...เจ้าผ่านมากี่หนาวแล้ว เจ้าหนุ่ม?

 

เอ่อ...สิบห้าเมื่อไม่กี่วันที่แล้วครับ

 

มเยอดินเดาถูก เจ้าหนุ่มตรงหน้าเพิ่งผ่านการพัฒนาเวทมนตร์มาเพียงครั้งหนึ่งเท่านั้น ต่อมาเขาแค่ต้องรู้ว่าเจ้าหนุ่มรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการใช้เวทมนตร์ ดังนั้นคำถามสำคัญอันดับแรกคือ...

 

พ่อแม่เจ้าได้สอนเรื่องการควบคุมพลังเวทมนตร์ของเจ้าไหม?” มเยอดินรู้ว่านี่คือคำถามที่สำคัญที่สุด เขาต้องรู้ว่าควรจะเริ่มสอนเจ้าหนุ่มจากตรงไหน การควบคุมเวทมนตร์ของเขาเป็นเรื่องที่จำเป็นที่สุด ถ้าหากไร้ความสามารถในการควบคุมเจ้าหนุ่มจะมีปัญหาในการเรียน และการเรียนรู้นั้นยิ่งจำเป็นมาก ระหว่างที่เขาอยู่กับมเยอดิน มเยอดินต้องฝึกเขา มันไม่ดีแน่ถ้าเจ้าหนุ่มไม่ได้ฝึกเวทมนตร์ – อุบัติเหตุเวทมนตร์อย่างที่พาเขามาที่นี่ไม่ใช่อะไรที่พวกเขาต้องการให้เกิดขึ้น

 

เอ่อ...ไม่ครับ” คำตอบนี้เป็นคำตอบที่มเยอดินคาดไม่ถึง

 

ไม่หรือ พ่อแม่เจ้าไม่ได้สอนเจ้าหรือ?

 

ผม...พ่อแม่ผมตายแล้วครับ

 

งั้นญาติของเจ้าเป็นผู้สอนใช่ไหม?” มเยอดินถาม มันเป็นหน้าที่ของพวกผู้ใหญ่ในการสั่งสอนพวกเด็กๆ...

 

เอ่อ...ป้าของผมไม่มีเวทมนตร์” เด็กชายตอบ “แต่ผมไปเรียนที่ฮอกวอตส์นะ

 

ฮอกวอตส์” มเยอดินถาม “นั่นคืออาจารย์ของเจ้าหรือ

 

ทันทีที่เขาถามคำถามนั้นออกไปเขาก็รู้ทันทีว่าได้ถามในสิ่งที่ไม่ควรเพราะว่าใบหน้าของเด็กหนุ่มพลันปรากฏร่องรอยของความหวาดกลัวอย่างสุดหัวใจ

 

เจ้าหนุ่ม เจ้าเป็นอะไรไหม?” มเยอดินถามอย่างเป็นกังวล

 

ผม...ไม่! ไม่! ไม่! ไม่! ไม่! ไม่!” เด็กหนุ่มร้องออกมาทันที “ได้โปรด...ได้โปรดบอกผมว่าคุณรู้จักฮอกวอตส์!

 

มเยอดินไม่รู้ว่าทำไมเจ้าหนุ่มถึงได้ดูวิตกมากขนาดนั้นเพราะมเยอดินไม่รู้จัก ฮอกวอตส์ อะไรนี่ แต่เขาเข้าใจว่าทันใดนั้นเองโลกที่เจ้าหนุ่มคิดว่าตนเองกำลังยืนอยู่ได้แตกสลายลงไปอีกครั้ง

 

ฮอกวอตส์เป็นคนที่อายุเยอะมากหรือ? เจ้าหนุ่มคิดว่าฮอกวอตส์มีอายุมากจนสามารถอยู่ได้ยาวนานในอดีตอันไกลโพ้นหรือ?

 

ข้าขออภัย เจ้าหนุ่ม ข้าไม่รู้จักใครที่ชื่อฮอกวอตส์เลย...” เขาเอ่ยออกไปในที่สุด คำตอบของเด็กหนุ่มคือน้ำตา น้ำตาจำนวนมหาศาล

 

ชู่วว” มเยอดินลังเลอยู่ชั่วครู่ ปกติคุณจะไม่แตะต้องเด็กที่ไม่รู้จัก มีเพียงแค่ญาติมิตรเท่านั้นที่สามารถแตะต้องตัวเด็กได้ แต่ว่าเขาก็เดินเข้าไปประชิดเด็กหนุ่มและรวบเขามาในอ้อมกอด เด็กหนุ่มกำลังต้องการใครสักคนและก็ไม่มีญาติคอยปลอบประโลม นิ้วมือเหล่านั้นจิกเข้าที่เสื้อคลุมของเขา และเด็กหนุ่มโหนกอดมเยอดินเหมือนกับชีวิตเขาขึ้นอยู่กับมัน

 

มเยอดินไม่รู้ว่านานเท่าใดกว่าเด็กหนุ่มจะใจเย็นลง แต่สุดท้ายนิ้วมือนั้นก็ปล่อยเขาอีกครั้งและเขาก็เลิกกอดปลอบเจ้าหนุ่ม

 

สบายดีแล้วใช่ไหม เจ้าหนุ่ม?” เขาถาม

 

ค...ครับ ผมขอโทษ” เด็กหนุ่มตอบระหว่างที่ผละออกจากเขา

 

อืม...บอกหน่อยได้ไหมว่าอะไรทำให้เจ้าสะเทือนใจขนาดนั้น?

 

ผม...เอ่อ...ฮอกวอตส์น่ะเป็น...เป็นทีให้เรียน” เด็กหนุ่มบอก “ในช่วงเวลาของผมมันเป็นที่สำหรับไปเรียนตั้งแต่เมื่อพันกว่าปีก่อน เมื่อ...เมื่อคุณบอกว่าคุณไม่รู้จัก...

 

มเยอดินเข้าใจแล้ว เป็นที่สำหรับเรียน ก่อตั้งเมื่อพันกว่าปีในอดีต - และมเยอดินไม่รู้จักมัน...

 

แสดงว่าเจ้าย้อนมาไกลกว่าที่เจ้าคิด” มเยอดินสรุปและถอนหายใจ เด็กหนุ่มไม่มีทางได้กลับบ้านในเวลานี้และตอนนี้เขาเองก็คงไม่สามารถอยู่ได้นานพอจะกลับไปเจอเพื่อนและครอบครัวของเขาอีกครั้ง ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มจะเป็นหนึ่งในดรูอิดที่สามารถอยู่ได้นานกว่าถึงหลายร้อยปีก็ตาม – ที่ใช้ชีวิตอยู่ได้นานที่สุดก็ยังตายตอนเกือบเจ็ดร้อยปี – ไม่เพียงพอให้เด็กหนุ่มได้กลับบ้าน “ถึงเลือดของเขาจะบริสุทธ์เพียงพอให้เขาอยู่ได้นานขนาดนั้น” มเยอดินคิด

 

ใช่ว่าเขาจะเชื่ออย่างนั้น ในปัจจุบันก็มีน้อยมากอยู่แล้วที่เลือดบริสุทธ์พอจะใช้ชีวิตได้นานถึงเพียงนั้น - ในอนาคต คงยิ่งน้อยกว่านี้...

 

ใช่ครับ...” เด็กหนุ่มตอบกลับมาในจังหวะนั้นระหว่างที่พยายามจะหยุดน้ำตาของตัวเอง “และถ้าผมหาทางกลับไม่ได้ ผมก็จะไม่ได้เจอเพื่อนของผมอีก – พวกเขาก็จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมด้วย

 

มเยอดินเข้าใจเจ้าหนุ่ม เด็กหนุ่มตรงหน้าเขาถูกพรากจากช่วงเวลาของเขาและสถานที่ที่เขารู้จัก – และตอนนี้ยังมาได้ยินว่ามันมีความเป็นไปได้ที่เขาจะไม่มีทางได้กลับบ้าน...เป็นสิ่งที่มเยอดินไม่คิดอยากให้ใครประสบเลย...

 

เจ้าหนุ่ม” เด็กชายสบตาเขา มันเป็นครั้งแรกที่มเยอดินได้เห็นสีตาของเด็กชาย เขาหยุดพูดกลางคัน เขียว สีตาของเด็กหนุ่มเป็นสีเขียวเฉดที่มเยอดินรู้จัก เป็นสีตาของตระกูลเพียงหนึ่งเดียว หรือว่าเขา...ไม่สิ...มเยอดินหยุดความคิดของตัวเองก่อนที่เขาจะเริ่มคิดไปไกลกว่านี้ ตระกูลนั้นเก่าแก่และทรงพลังแต่ว่ากับสมาชิกปัจจุบันนี้ ไม่มีทางที่มเยอดินจะมอบให้ดูแลเด็กหนุ่มแน่

 

แต่อย่างไรก็ตาม...เด็กหนุ่มอาจจะสามารถอยู่ได้นานกว่าที่เขาคิด...ตระกูลนั้นแข็งแกร่งและบริสุทธ์ – แต่ว่าพวกเขาไม่ได้อยู่ที่บริททาเนีย มเยอดินเคยไปเป็นแขกของพวกเขาอยู่ที่เปอร์เซีย สถานที่ที่พวกเขาตั้งรกรากอยู่ในปัจจุบัน แต่เดิมนั้นพวกเขาเป็นชาวอียิปต์อะไรเทือกนั้น สายเลือดที่เก่าแก่ มเยอดินรับรู้ เลือดบริสุทธ์ – อย่างไรก็ดี ลูกหลานร้อยกว่ารุ่น...

 

บางทีมันอาจมีโอกาสที่เด็กหนุ่มจะมีชีวิตอยู่ได้นานกว่าดรูอิดทั่วๆไป ไม่นานพอ แต่อาจจะนานมากพอให้หาทางกลับบ้าน...

 

แต่นั่นก็เป็นเรื่องของอนาคต ตอนนี้เด็กหนุ่มต้องการอาจารย์สักคน – หรือตระกูลใดตระกูลหนึ่งเพื่อสั่งสอนเขา และตราบใดที่สมาชิกปัจจุบันของครอบครัวเขายังเป็นเหมือนกับตอนนี้ มเยอดินไม่มีทางยกเด็กชายให้พวกเขาดูแลเด็ดขาด แน่นอนเขาจะสอนเด็กชายเรื่องวิถีของพวกเขา – เด็กชายจำเป็นต้องรู้เรื่องนี้ – แต่เขาจะไม่พาเด็กชายไปที่เปอร์เซียเพื่อเจอกับตระกูลนั้นโดยเด็ดขาด

 

เจ้าหนุ่ม” เขาพูดขึ้นอีกครั้ง ส่ายศีรษะเพื่อขับไล่ความคิดต่างๆออกไป “ข้าจะพาเจ้าไปที่โลนดอม ที่นั่น เจ้าจะได้มีคทาของเจ้าเอง ระหว่างที่เราเดินทางไปกัน ข้าจะสอนเวทมนตร์และภาษาที่เจ้าอาจจะต้องใช้ให้ ข้าจะเป็นอาจารย์ให้แก่เจ้าจนกว่าเจ้าจะสามารถหาทางกลับบ้านหรือเจ้าจะอายุครบยี่สิบสามและได้เติบโตแล้ว เจ้ายอมรับมันได้หรือไม?

 

เด็กชายลังเลและจากนั้นก็พยักหน้า แน่นอนว่า เขาไม่รู้ว่ามเยอดินรู้จักตระกูลของเขา – บางทีเจ้าหนุ่มเองก็อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำตอนนี้ ถ้าพ่อแม่ของเขาไม่อยู่สอนเวทมนตร์ให้เขา แสดงว่าพวกเขาได้ตายไปแล้วตั้งแต่เด็กชายยังคงเป็นเด็ก และเกียรติประวัติและเวทมนตร์ของตระกูลก็คงสูญหายไปด้วว แต่ก็นะ มเยอดินจะสอนเขาในสิ่งที่มเยอดินรู้ – ดังนั้นก็มีคำถามเดียวที่เหลืออยู่...

 

ถ้าอย่างนั้น...มันก็เหลือแค่คำถามเดียวเหลืออยู่ นามของเจ้าคือแฮร์รี่จริงๆเหรอ?


เด็กชายพยักหน้า “ใช่ครับ แฮร์รี่” เขาว่า “แฮร์รี่ เจมส์ พอตเตอร์


พอตเตอร์? มเยอดินไม่สนใจส่วนนี้ เขารู้ว่าชื่อในโลกเวทมนตร์ของเด็กชายไม่มีทางใช่ “พอตเตอร์” แต่ว่าเขาจะไม่บอกเด็กหนุ่มในตอนนี้ มันมีอย่างอื่นที่สำคัญที่จำเป็นต้องรู้ก่อน และสิ่งหนึ่งที่สำคัญกว่าที่ว่านั้น คือนามที่แท้จริงของเด็กชาย...เขาเลยพูดขึ้นมาว่า


อืม นั่นฟังดูขมขื่นชะมัด ลูกชายข้าจะไม่มีใครที่ใช้ชื่อแฮร์รี่เจมส์เป็นชื่อต้นแน่นอน - แต่เจ้าก็มิใช่บุตรชายข้า ดังนั้นแฮร์รี่เจมส์ก็คงนับว่าใช้ได้” มเยอดินรู้สึกโล่งใจที่แฮร์รี่เป็นแค่ชื่อย่อของเจ้าหนุ่มเท่านั้น เขาไม่สามารถคิดภาพตัวเองเรียกเด็กหนุ่มด้วยชื่อของเด็กน้อยได้เลย


ชั่วขณะหนึ่งเด็กชายดูเหมือนจะอยากทักท้วง แต่เขาก็หุบปากลงอีกครั้ง


เอาล่ะ...มาเก็บของแล้วเริ่มเดินทางกันเถอะ แฮร์รี่เจมส์” มเยอดินพูดในที่สุดและยืนขึ้น เด็กหนุ่มเดินตามเขาไป ช่วยเขาเก็บข้าวของรวมกันและยืนอยู่ข้างเขาตอนที่มเยอดินเริ่มเดิน


เจ้าได้ทานอะไรไปหรือยังเมื่อเช้านี้?” มเยอดินไถ่ถามระหว่างที่เขาหาทางไปในพงไพร


ไม่ครับ” แฮร์รี่เจมส์ตอบ


มเยอดินถอนหายใจตอนที่เขาได้ยินคำตอบของเด็กหนุ่มแต่ก็ค้นหาผลไม้แห้งในย่ามของเขา


นั่นคือเท่าที่ข้ามีตอนนี้ คืนนี้จะมีเนื้อตากแห้งเล็กน้อยและเห็ดนิดหน่อยหรือรากไม้ถ้าข้าหาได้ เจ้ารู้วิธีหาอาหารไหม?


ไม่ครับ ผม...ผมไม่เคย...


ไม่เคยอยู่ห่างจากโรงเรียนหรือป้าของเจ้า?


เอ่อ...ครับ...


เอาล่ะ ข้าจะทำให้ดู ข้าจะสอนทุกอย่างที่เจ้าต้องรู้...” และมันก็คงเป็นงานหนักหนาอยู่สำหรับเขา...


 

To Be Continue


Upcoming Chapter: ca 650 BC Training - ฝึกฝน

 

 


[1] Druid ดรูอิด ความหมายคือพวกนักบวชหรือผู้มีเวทมนตร์หรือผู้พยากรณ์ในศาสนาเก่าแก่ของทางเคลติก ในที่นี้พูดถึงผู้มีเวทมนตร์สมัยก่อนที่ใช้พวกพิธีกรรมเป็นหลัก


[2] Cymraeg ภาษาคัมราอิก คือภาษาเวลช์ (Welsh) ในสมัยก่อน จัดอยู่ในกลุ่มภาษาเคลต์ที่อยู่ในแดนของสหราชอาณาจักร (UK) ในปัจจุบัน


[3] Brezhoneg ภาษาเบรโซเน็ก ภาษาเบรอตง อยู่ในกลุ่มเคลติกเช่นกัน ปัจจุบันพูดในแคว้นเบรอตาญ ฝรั่งเศส คาดว่ามาจากชาวอังกฤษเก่าอพยพมาในยุคกลาง


[4] Kernewekk Gaelg Gaelige Gaighlig


Kernewekk คือภาษาคอร์นวอลล์ กลุ่มเคลต์บริตตัน


Gaelg ภาษาเกลก์ คือภาษาแมงซ์ (Manx) อยู่ในกลุ่มอินโด-ยูโรเปียน


Gaelige ภาษาเกอิลเกอ คือภาษาไอริช อยู่ในกลุ่มอินโด-ยูโรเปียนเช่นกัน เป็นภาษาทางการในประเทศไอร์แลนด์


Gaighlig ภาษาเกลิก คือ...คือภาษาเหมือนพวกบนๆนั่นแหละ! (ผู้แปลไม่รู้ววววว) สารภาพว่าหาไม่เจอค่ะ เหมือนจะเป็นภาษาที่แตกออกมาจากเกลก์กับเกอิลเกอ อยู่ในเขตเดียวกัน


[5] Myrddin Emrys มเยอดิน เอมรีส์ อันนี้ใคร้ ใครหนอ เป็นชื่อภาษาเวลช์ตามประวัติศาสตร์ของบุคคลที่เป็นที่รู้จักกันดีคนหนึ่งค่ะ จริงๆอ่านชื่อก็พอจะรู้กันอยู่แล้ว  

* อ่านว่า มเยอ-ดิน นะคะ ให้อ่าน มเยอ ควบไปไวๆให้คล้ายเมออ่ะ แต่ไม่ได้เมอตรงๆ ต้องใส่ ย ยักษ์เข้าไปด้วย


[6] Britannia บริททาเนีย คือ พื้นที่บริเวณบริเทนในปัจจุบัน ที่ใช้เจาะจงว่าบริททาเนียคือบริเทนเริ่มใช้ในสมัยควีนอลิซาเบทที่ 1 ราวๆคริสต์ศตวรรษที่ 18 แต่ก่อนหน้านี้ก็มีใช้อยู่บ้างสำหรับคนทั่วไปในเขตนั้น


[7] Firbolg เฟียร์บอล์ก ที่จริงก็มีคำอธิบายไปในเรื่องแล้วว่าเป็นพวกสิ่งมีชีวิตอมตะในโลกเวทมนตร์


[8] Loandom โลนดอม ในเรื่องน่าจะให้เป็นชื่อเดิมของลอนดอน เมืองหลวงของอังกฤษในปัจจุบัน แต่ว่าตามที่ไปค้นคว้ามาไม่มีชื่อนี้

 

ถามว่าแปลบทนี้อะไรแปลยากสุด ภาษาในหมายเหตุพวกนี้แหละค่ะ //ร้อง


ถัดจากนี้ไปจะเป็นอย่างนี้ค่ะ คือเล่าทามไลน์โบราณสลับกับทามไลน์ปัจจุบันอย่างตอนที่แล้วไปเรื่อยๆ


แล้วเจอกันตอนถัดไปค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 146 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. #300 junenior03 (@junenior03) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 21:24
    เอมรีส์ นี่เมอร์ลินป่ะเนี่ย ยุคเมอร์ลินรึป่าวว //มโนไปไกลลล
    #300
    0
  2. #247 13th blood (@shadowstar13) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 00:27
    ชข ไปอุทานชื่อเขาต่อหน้าเจ้าตัวเลยนะ แฮร์รี่ 5555555
    #247
    0
  3. #218 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 18:55
    เคราเมอร์ลิน! เมอร์ลินนี้มีเครามั้ยเนี่ย
    #218
    0
  4. #200 sweetezz_lemom (@doramenon) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 08:34
    เมอร์ลิน!!! ย้อนไปไกลมากกกกก
    #200
    0
  5. #149 IIม่IIกะน้อย (@konkang1555) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 18:11
    เมอร์ลินเลยเหรอ... ไปไกลมาก
    #149
    0
  6. #74 nattha_thari (@natthasata) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 19:00
    ย้อนไปไกลม้ากกกกกกกกกกกกก
    #74
    0
  7. #12 ราสีฟ้า (@AbsTxz_) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 21:50
    งานละเอียดมากกกก อะไรยิบย่อยคือดี สู้ๆนะคะะะ
    #12
    0
  8. #11 NanBH'ii (@autumnover) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 เมษายน 2561 / 23:25
    ย้อนไกลกว่านั้นไปอีก โห น่าติดตามมากๆ
    #11
    0
  9. #10 Alecxia Drew (Adriene) (@war-1980) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 13:34
    ย้อนไกลเวอร์
    #10
    0
  10. #9 meawlovefic (@waaslovefic) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 12:01
    โอ้ว เจอเมอร์ลินเลยเหรอเนี่ยะ
    #9
    0
  11. #8 Ora Ora Ora (@samitawn) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 09:52
    มเยอดิน มันอ่านยังไงอะไรท์
    มะ-เยอ-ดิน หรือ เมอ-ดิน 555งงไปอีก

    #8
    1
    • #8-1 VizXia (@VizXia) (จากตอนที่ 7)
      23 เมษายน 2561 / 11:52
      มันอ่าน มะ-เยอ-ดิน ค่ะ แต่ว่าตรง มเยอ ให้อ่านไวๆให้คล้ายๆ เมอ ค่ะ ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้บอกวิธีอ่านไว้ ตอนนี้ไปแก้แล้ว
      #8-1