[ฟิคแปล] Basilisk-Born แฮร์รี่ พอตเตอร์ HP Harry Potter by Ebendbild

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 26,041 Views

  • 499 Comments

  • 1,008 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    630

    Overall
    26,041

ตอนที่ 8 : Chapter 6: ca 650 BC Training - ฝึกฝน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1799
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 138 ครั้ง
    13 พ.ค. 61

ไม่อนุญาตให้นำไปลงที่อื่นนะคะ บอกกับคนเขียนเอาไว้ว่าลงที่นี่ค่ะ

Chapter 6

Somewhere between 700 and 600 BC -- ปีไหนสักปีระหว่าง 700 และ 600 ปีก่อนคริสตกาล

Training – ฝึกฝน

 

xxx


ช่วงสัปดาห์ถัดมาเลวร้ายมากสำหรับแฮร์รี่


มเยอดินเป็นอาจารย์ที่โหดมาก เขาไม่ชอบพูดซ้ำ เขามุ่งมั่นที่จะสอนภาษาคัมราอิกให้แฮร์รี่อย่างทะลุปรุโปร่งที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนจะถึงโลนดอม เขาก็เลยบอกแฮร์รี่ทุกคำสำหรับทุกอย่างที่เขานึกได้ หลังจากอาทิตย์แรกแฮร์รี่ก็เริ่มพูดในภาษาคัมราอิกเพียงภาษาเดียวได้


มันยาก อาทิตย์ถัดมานั้นแฮร์รี่แทบจะไม่เข้าใจอะไรเลยที่มเยอดินสอน ส่วนมากเป็นวิชาสมุนไพรศาสตร์และทฤษฎีปรุงยาต่างๆ แต่แฮร์รี่ก็ต้องเรียนและไม่นานเขาก็เข้าใจมเยอดินแม้ว่าจะยังมีปัญหาในการตอบเป็นภาษาคัมราอิกอยู่ มันเป็นเพราะความจำเป็นของแฮร์รี่ที่ต้องเรียนภาษา บวกกับนิสัยที่ไม่ชอบพูดซ้ำของมเยอดิน และการที่ไม่มีสมุดจดที่บังคับให้แฮร์รี่ต้องจดจำคำศัพท์และเรื่องต่างๆให้ได้หลังจากที่ได้ยินมันแค่ครั้งเดียว


เมื่อพวกเขาไปถึงโลนดอมแฮร์รี่ก็นับว่าคล่องคัมราอิกอยู่พอตัวทำให้เข้าใจสิ่งที่มเยอดินพูด รวมถึงความรู้ด้านการปรุงยาและสมุนไพรเองก็ดีขึ้น เขายังได้เรียนรู้ที่วิธีการออกล่าหาอาหาร การปรุงอาหารด้วยไฟและอย่างอื่นที่ควรรู้เพื่อใช้ชีวิตในป่า


“วันนี้เราจะได้พบกับสหายเก่าของข้า” มเยอดินพูดในภาษาคัมราอิก “เขาเป็นผู้ทำไม้คทา และเขาจะทำคทาใหม่ให้เจ้า นี่คงต้องใช้เวลาหลายวันอยู่ หลังจากนั้นข้าจึงจะเริ่มสอนเจ้าเต็มตัว และจนกว่าคทาของเจ้าจะเรียบร้อย ข้าก็จะเริ่มสอนให้เจ้าเขียนหนังสือ”


“เขียนหรือ?” แฮร์รี่ค่อยๆพูด “ทำไมท่าน...ถึงต้องให้ข้า...เริ่ม...เรื่องเขียนเล่า?


“เรียนเขียน” มเยอดินแก้ให้อย่างรวดเร็ว


“เรียนเขียน” แฮร์รี่พูดตาม


“แล้วเจ้ารู้วิธีการเขียนไหม?” มเยอดินถามในที่สุด


“ขอรับ...การเขียน...ของข้า” แฮร์รี่ไม่รู้จะบอกมเยอดินยังไงว่าบางทีการเขียนของพวกเขาอาจจะแตกต่างกัน แต่ว่ามเยอดินก็เข้าใจ


“ข้าจะสอนเจ้าเขียนอักษรรูนส์” เขาว่า ตอนแรกแฮร์รี่ไม่เข้าใจ แต่ว่าพอมเยอดินพูดซ้ำในภาษาพาร์เซลเขาก็เข้าใจจนได้


“รูนส์” เขาพูดตามศัพท์ที่มเยอดินใช้ เพิ่มมันเข้าไปในคลังคำศัพท์ระหว่างที่คิดว่าตอนนี้เขาต้องมาเรียนในสิ่งที่เขาไม่ได้เลือกเรียนในตอนปีสาม และที่นี่ก็ไม่มีเฮอร์ไมโอนี่คอยช่วยเขาด้วย แล้วก็ถอนหายใจออกมา


แต่ว่า ก็ไม่มีสิ่งใดที่เขาจะสามารถทำเพื่อเปลี่ยนแปลงมันได้ เขาก็คงต้องเรียนในสิ่งที่มเยอดินอยากให้เขาได้เรียนจนกว่าเขาและมเยอดินจะสามารถหาทางส่งเขากลับสู่อนาคตนั่นแหละ


อย่างน้อยเขาก็ไม่เจ็บเท้าแล้วและก็ชินกับการเดินทั้งวันไปเสียแล้ว


“เอาล่ะ ถึงแล้ว” แฮร์รี่หยุดเดินเมื่อได้ยินเสียงของมเยอดิน


อย่าลืมล่ะเจ้าหนุ่ม อย่าบอกกับใครว่าเจ้ามาจากอนาคต เราจะบอกพวกเขาว่าเจ้ามาจากต่างแดน ไม่มีอะไรมากกว่านั้น – เจ้าเข้าใจนะ?” รอบนี้มเยอดินพูดภาษาพาร์เซลเพื่อให้มั่นใจว่าจะไม่มีใครเข้าใจในสิ่งที่เขาพูด


ขอรับ” แฮร์รี่ตอบกลับด้วยภาษาเดียวกัน นั่นก็เป็นอีกอย่างที่เขาเคยชินไปเสียแล้ว เขาสามารถเลือกเอ่ยเป็นภาษาพาร์เซลได้ตามใจนึกโดยไม่ต้องคิดถึงภาพงูก่อน


ดี” มเยอดินเอ่ยแล้วก็เคาะกรอบประตู ประตูของกระท่อมเล็กๆเป็นแค่หนังสัตว์ธรรมดาๆเท่านั้น หมู่บ้านที่พวกเขาอยู่ตอนนี้เป็นเพียงหมู่บ้านเล็กๆ – แฮร์รี่กะประมาณว่ามีบ้านเรือนแค่ 20-30 หลังกระท่อมไม้เล็กๆเท่านั้น มเยอดินเรียกหมู่บ้านนี้ว่าเป็นหนึ่งในหมู่บ้านใหญ่ๆแล้ว แฮร์รี่ไม่อยากจะคิดเลยว่าหมู่บ้านที่ว่าเล็กมันจะเล็กขนาดไหน


“เข้ามาสิ” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้น เป็นภาษาคัมราอิกเช่นกัน


“เจ้าดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วเลยนะว่าใครยืนอยู่หน้าประตูบ้านเจ้า สหาย” มเยอดินพูดและเดินเข้าไป ถือหนังสัตว์นั้นไว้ให้แฮร์รี่เดินตามเข้ามา


“แน่ล่ะว่าข้ารู้ ข้าได้ยินข่าวคราวว่าเจ้ากลับมาที่นี่และก็ค่อนข้างมั่นใจเลยว่าจะเจอเจ้าในอาทิตย์ถัดๆไปแน่ๆ เจ้าไม่เคยผ่านมาโดยไม่มาเคาะกรอบประตูบ้านข้าเลย” พ่อมดที่ตอบเป็นชายสูงอายุที่มีเรือนผมสีขาวและดวงตาที่เจิดจ้าเสียจนดูเหมือนจะไม่มีม่านตาเลย


“โอลิแวนนีเดอร์” มเยอดินทักทายด้วยรอยยิ้ม “ให้ข้าแนะนำศิษย์ข้า แฮร์รี่เจมส์ แฮร์รี่เจมส์ นี่คือโอลิแวนนีเดอร์ เขาคือผู้ทำไม้คทาที่ดีที่สุดในบริททาเนียและเป็นสหายของข้าเอง”


“ข้าขอทักทายท่าน ผู้อาวุโส” แฮร์รี่เอ่ยตอบ มันลำบากในการเรียนคำทักทายทั้งหลายที่มเยอดินสอน แต่ว่าเมื่อเขามองไปที่มเยอดินก็เห็นเขาพยักหน้า ดูเหมือนว่าเขาจะเลือกใช้ถูกอัน


“ข้าทักทายเจ้าเช่นกัน หนุ่มน้อย” โอลิแวนนีเดอร์ตอบ “ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ใช่คนที่นี่”


“ข้าไม่ใช่คนที่นี่” แฮร์รี่ตอบ “แต่ว่าอาจารย์กำลังสอนภาษาคัมราอิกให้ข้าเพื่อที่ข้าจะสื่อสารได้”


“และเขาก็ทำได้ดีเลยเทียว” โอลิแวนนีเดอร์กล่าวด้วยรอยยิ้มและหันไปหามเยอดิน “ข้ามีความเข้าใจว่าเจ้าต้องการไม้คทาให้เจ้าหนุ่มใช่ไหม?


“ใช่แล้ว” มเยอดินรับ “ข้าคิดว่าข้ารู้บรรพบุรุษของเขาแต่ว่าก็ไม่มั่นใจนักดังนั้นเจ้าคงต้องตรวจสอบเขาแล้วล่ะ”


“เจ้าหนุ่มนี่เป็นเฟียร์บอล์กบอร์น[1] ล่ะสิ ใช่ไหม?” โอลิแวนนีเดอร์ถามและแฮร์รี่ก็อ้าปากจะถามว่าอะไรคือเฟียร์บอล์กบอร์นแต่ก็ต้องหุบปากลงในวินาทีต่อมา นี่เป็นการพูดคุยกันระหว่างผู้ใหญ่ – เด็กไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไปสอด มเยอดินสอนเขาเช่นนั้นและแฮร์รี่ก็ไม่กล้าแหกกฎ โลกนี้ที่เขายืนอยู่มันเป็นโลกที่ต่างออกไปดังนั้นมันจะดีที่สุดถ้าเขาทำตัวเหมือนกับที่เด็กน้อยควรทำ ณ ที่แห่งนี้


โอลิแวนนีเดอร์กลับกันดูเหมือนจะเห็นคำถามในดวงตาของแฮร์รี่เพราะว่าเขาหัวเราใส่ “เฟียร์บอล์กบอร์นคือคนที่เกิดจากพ่อแม่ซึ่งเป็นสัตว์วิเศษทั้งคู่เช่นมังกรและยูนิคอร์นน่ะ” เขาอธิบาย


แฮร์รี่กะพริบตา แต่ไม่กล้าพูดออกไปว่าเขาไม่ใช่เฟียร์บอล์กบอร์นแน่ๆ


“เขาอาจเป็น” มเยอดินเอ่ย “แต่ข้าคิดว่าเขาเป็นพวกโอลด์[2]น่ะ” เหลือบมองแฮร์รี่ก่อนจะพูด “นั่นคือคนที่ครอบครัวสืบเชื้อสายต่อมาจากเฟียร์บอล์กบอร์นและสายเลือดนั้นก็ยังคงบริสุทธ์เทียมเท่าเลือดของเฟียร์บอล์กบอร์นตนนั้นอยู่นั่นเอง”


“มันมีตระกูลของโอลด์อยู่แค่ไม่กี่ครอบครัวเท่านั้นในโลกนี้” โอลิแวนนีเดอร์กล่าว


“ข้ารู้”


“นั่นแปลว่าเจ้าต้องมีเหตุผลที่ทำให้เจ้าเชื่อเช่นนั้น”


“ใช่ และเป็นเหตุผลที่ดีทีเดียว” มเยอดินตอบแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเพิ่ม โอลิแวนนีเดอร์เองก็ดูพึงพอใจกับคำตอบเพียงแค่นั้น ทำให้แฮร์รี่ต้องเก็บความสงสัยไว้ในใจ


“เช่นนั้น...คทาสำหรับเจ้าหนุ่ม” โอลิแวนนีเดอร์พูดขึ้นมาแทนและมองแฮร์รี่ทั้งตัว “เอาล่ะ ถ้าอย่างนั้นก็มากับข้า หนุ่มน้อย มาดูกันว่าเรากำลังเจอกับอะไร”


และเขาก็เดินออกจากกระท่อมของเขา แฮร์รี่มองไปที่มเยอดินด้วยความลังเลแต่ว่าพอมเยอดินพยักหน้าให้เขา เขาก็เดิมตามพ่อมดอีกคนออกมา รู้สึกโล่งใจที่เห็นมเยอดินเดินตามเขามาด้วย


พวกเขาเดินออกจากหมู่บ้านและตรงเข้าไปในป่า เดินไปจนถึงเนินเขา บนยอดเนินนั้นมีหินตั้งเป็นวงกลมอยู่และล้อมรอบเตียงหินไว้ตรงกลาง


“นี่คือวงแหวนพิธีกรรม” มเยอดินอธิบายให้เขาฟัง “มันใช้สำหรับการเยียวยารักษาและอื่นๆเกี่ยวกับร่างกายมนุษย์ เจ้าต้องนอนบนเตียงหิน โอลิแวนนีเดอร์จะจัดการที่เหลือเอง”


“อย่ากลัวไป หนุ่มน้อย” โอลิแวนนีเดอร์แทรกขึ้นมา “มันเป็นพิธีกรรมง่ายๆ ข้าต้องการเพียงเลือดหนึ่งหยดและเส้นผมหนึ่เส้นเท่านั้น สิ่งเดียวที่จะรู้สึกแปลกๆหน่อยคือเมื่อข้าสัมผัสความนึกคิดของเจ้าด้วยความนึกคิดของข้า อย่าใช้วิชาสกัดใจ ให้ข้าทำมัน ข้าจะไม่อ่านใจเจ้า”


แฮร์รี่อยากถามว่าวิชาสกัดใจคืออะไรแต่ว่าเขาก็แค่พยักหน้าและนอนลงบนพื้นหิน มันรู้สึกแปลกดีที่ต้องนอนอย่างนั้นและรอให้เกิดบางสิ่งบางอย่างขึ้น เมื่อโอลิแวนนีเดอร์จิ้มปลายนิ้วของเขาด้วยมีดสั้น – มีดสั้นสำหรับทำพิธีกรรม – และทำให้เลือดไหลออกมา แฮร์รี่ไม่รู้สึกอะไรเลย โอลิแวนนีเดอร์ปล่อยให้โลหิตเหล่านั้นไหลลงสู่พื้นดินและทันใดนั้นพื้นโลกก็ส่องแสงสว่างและวงแหวนพิธีกรรมก็เสมือนว่าถูกจุดให้สว่างด้วยตะเกียงนับร้อยหรือด้วยดวงตะวันเอง จากนั้นโอลิแวนนีเดอร์ก็ตัดเส้นผมของแฮร์รี่หนึ่งเส้นและปล่อยมันลงกับพื้นอีกเช่นกัน อีกครั้งที่วงแหวนพิธีกรรมสว่างวาบ คราวนี้มันสว่างจ้าเกินกว่าจะมองเห็นอะไรนอกจากสีขาว และต่อมาแสงเหล่านั้นก็สลัวลง


“อืม นั่นทรงพลังทีเดียว” แฮร์รี่ได้ยินโอลิแวนนีเดอร์พึมพำ “เจ้าเป็นโอลด์แน่ๆ – และทรงพลังมากเสียด้วย”


แฮร์รี่มองโอลิแวนนีเดอร์อย่างงงงวย แต่ก่อนที่เขาจะได้เอ่ยแก้คำของพ่อมดอาวุโส รูนส์สีขาวพราวพร่างก็ปรากฏบนท้องฟ้าเหนือตัวเขา


โอลิแวนนีเดอร์สูดหายใจเข้าลึก อ้าปากค้าง


ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างที่อักษรรูนส์ใหม่ปรากฏ คราวนี้เป็นสีน้ำตาลโคลน โอลิแวนนีเดอร์ตกใจอีกครั้ง


“โอ้ นั่นเปลี่ยนแปลงทุกอย่างเลย” เขาพูดและทันใดนั้นฟังดูแก่ไปเป็นสิบปีและยังจริงจังมากด้วย “เจ้าสิ่งน่ารังเกียจนั้นต้องหายไปเสียก่อน....”


“สิ่งน่ารังเกียจ?” แฮร์รี่ไม่มั่นใจว่าเข้าได้ยินถูกไหมและรอบนี้เขาหยุดตัวเองไว้ไม่ให้พูดไม่ได้


“ใช่ สิ่งน่ารังเกียจ” โอลิแวนนีเดอร์พูด และลบพวกอักษรกลางอากาศเหล่านั้นด้วยการโบกมือ “มาเถิด เจ้าหนุ่ม – เราต้องไปคุยกับอาจารย์ของเจ้า”

 

Xxx

 

เมื่อโอลิแวนนีเดอร์เดินออกจากวงแหวนพิธีกรรม แฮร์รี่ก็เดินตามเขาไปด้วยความงุนงง


ใบหน้าของโอลิแวนนีเดอร์แสดงความกังวลสุดขีด


มเยอดินที่ยืนรอด้านนอกวงแหวนพิธีกรรมนี่เองเลิกคิ้วเมื่อเห็นเขาเดินกลับมาหา


“เกิดอะไรขึ้น?” เขาถาม


“เจ้าพูดถูก” โอลิแวนนีเดอร์กล่าว “เจ้าหนุ่มเป็นโอลด์ และข้าหมายถึงโอลด์จริงๆ เขาเป็นทายาทของตระกูลโอลด์และเป็นตระกูลโอลด์ที่เก่าแก่มากเสียด้วย”


“แสดงว่าพ่อแม่ของเขาทั้งคู่เป็น...?


“ใช่แล้ว” โอลิแวนนีเดอร์ตอบ “แต่ว่าไม่ได้มีเพียงเท่านั้น”


“อะไรอีกหรือ?


“มีใครบางคนพยายามใช้เจ้าหนุ่มในพิธีกรรมต้องห้ามต่างๆ – และข้าพูดจริงๆว่าพิธีกรรมมากกว่าหนึ่ง” โอลิแวนนีเดอร์กล่าว “พิธีกรรมแรกทำให้มีเจ้าสิ่งน่ารังเกียจติดอยู่กับจิตวิญญาณของเจ้าหนุ่ม ทำให้วิญญาณเจ้าหนุ่มไม่สามารถเติบโตได้เต็มที่และพิธีกรรมที่สองคือการพยายามจะขโมยเชื้อสาย ใครก็ตามที่ทำเช่นนั้นต้องตาย มเยอดิน สิ่งมีชีวิตเช่นนั้นไม่มีสิทธิ์มีชีวิตอยู่! การพยายามขโมยเชื้อสายจากพ่อมดธรรมดาเป็นเรื่องร้ายแรง - จากโอลด์เป็นเรื่องเหนือ...เหนือ...”


“ข้าเข้าใจแล้ว สหาย” มเยอดินเอ่ยขัด “แค่บอกข้าว่าต้องทำอย่างไร และข้าจะทำมัน”


“การพยายามขโมยเชื้อสายสามารถแก้ได้โดยการฆ่าเจ้าสิ่งบัดซบนั่นเสีย” โอลิแวนนีเดอร์เอ่ย “แต่ว่ามันไม่มีผลกับเวทมนตร์ของเจ้าหนุ่ม มันแค่เป็นสิ่งที่ต้องชดใช้ให้”


“แน่นอน” มเยอดินตอบรับ “ข้าจะสั่งสอนเขาเพื่อที่เขาจะสามารถตัดสินโทษเจ้าหัวขโมยนั้นได้”


โอลิแวนนีเดอร์พยักหน้า


“ข้าก็คิดเช่นนั้น” เขาว่า “เจ้าสิ่งน่าขยะแขยงที่ผูกติดกับจิตวิญญาณของเขาต้องถูกกำจัด มันเหมือนกับดวงวิญญาณอีกดวง – หรือส่วนหนึ่งของดวงวิญญาณ แต่ว่ามันช่างบิดเบี้ยวและชั่วร้าย ปัญหาคือช่องว่างที่มันจะทิ้งไว้เมื่อนำออก เจ้าหนุ่มนั่นน่าจะใช้ชีวิตเกือบทั้งชีวิตมาโดยมีเจ้าสิ่งนี้เกาะอยู่ด้วย – ดีที่มีเศษเล็กน้อยของเวทมนตร์โบราณที่แข็งแกร่งเป็นเสมือนโล่ป้องกันระหว่างส่วนวิญญาณน่ารังเกียจกับดวงวิญญาณของเจ้าหนุ่มเอง แต่อย่างไรก็ดี วิญญาณของเจ้าหนุ่มไม่สามารถเติบโตได้เต็มที่เพราะว่าเจ้าสิ่งนี้”


มเยอดินยืนนิ่ง คิดใคร่ครวญ แฮร์รี่มองมเยอดิน จากนั้นก็โอลิแวนนีเดอร์ และหันกลับมามองมเยอดินอีกครั้ง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมไม่มีใครในโลกอนาคตรู้เรื่องที่มีเศษดวงวิญญาณผูกติดอยู่กับวิญญาณของเขาเลยล่ะ


ทำไมดัมเบิลดอร์ถึงไม่รู้? หรือมาดามพอมฟรีย์? หรือใครสักคน? ไม่เคยมีใครคิดถึงเรื่องการตรวจเขาดูหลังวันที่พ่อแม่ของเขาถูกฆ่าตายเลยหรือ – เพราะว่าแฮร์รี่มั่นใจว่านั่นต้องเป็นตอนที่โวลเดอมอร์ - แน่ล่ะว่ามันต้องเป็นโวลเดอมอร์ – ได้ทิ้งส่วนของวิญญาณไว้ในตัวแฮร์รี่


“แฮร์รี่เจมส์?” แฮร์รี่เงยหน้าขึ้นเมื่อมเยอดินเรียกเขา “เจ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าชิ้นส่วนวิญญาณนี้มาอยู่กับเจ้าได้อย่างไรและตอนไหน?


“พวกเขาบอกข้า...” แฮร์รี่เริ่ม


“เคยบอกข้า” มเยอดินแก้ให้


“ใช่ขอรับ พวกเขาเคยบอกข้า เมื่อข้า...เมื่อข้ายังเป็นเด็กทารก...พ่อแม่ของข้า...ตาย...เพื่อ...ช่วยข้า” แฮร์รี่พูดออกมาในที่สุด คราวนี้มเยอดินไม่พูดอะไรเลย “มันมี...ดรูอิดชั่วร้าย...แม่ข้าหยุดเขาจาก...จาก...” แฮร์รี่ทำท่าทางออกมาอย่างสิ้นไร้หนทาง เหมือนว่ามีใครบางคนกำลังแทงเขา เขาไม่กล้าพูดภาษาพาร์เซลต่อหน้าโอลิแวนนีเดอร์


“จากการสังหารเจ้า” มเยอดินพูดอย่างสงบ “นางใช้ความตายของนางเพื่อปกป้องเจ้า บิดาของเจ้าเองก็คงทำเช่นกัน ดังนั้นดรูอิดชั่วร้ายนั่นจึงไม่สามารถฆ่าเจ้าได้ในตอนท้ายและสิ่งเดียวที่เขาทำได้คือทำให้เจ้าแปดเปื้อนด้วยชิ้นส่วนวิญญาณของเขา – ซึ่งถูกยับยั้งไว้เกือบทั้งหมดด้วยการป้องกันของบิดามารดาเจ้า ข้าประทับใจมาก พ่อแม่เจ้าต้องเป็นดรูอิดที่ทรงพลังทีเดียวถึงสามารถหยุดเขาได้เช่นนั้น”


“งั้นมันก็เป็นเพราะพ่อแม่ข้าที่...ข้าไม่...แปดเปื้อ...แปดเปื้อ...”


“แปดเปื้อน” มเยอดินพูดและพยักหน้า “มันเป็นเวทมนตร์ที่สุดยอดมาก เจ้าต้องนับถือให้เกียรติพวกเขาที่ทำเช่นนั้นเพื่อตัวเจ้า พวกเขาต้องรักเจ้ามากกว่าสิ่งใดในโลกนี้เป็นแน่”


หยาดน้ำตาหยดหนึ่งไหลออกมาจากดวงตาของแฮร์รี่เมื่อเขาได้ฟังเช่นนั้น เขาสงสัยเกี่ยวกับพ่อกับแม่มาโดยตลอด การได้ยินว่าเวทมนตร์ที่พวกเขาใช้เพื่อปกป้องแฮร์รี่มันแข็งแกร่งพอจะหยุดโวลเดอมอร์ได้แม้กระทั่งในตอนนี้ก็ยัง...เป็นความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูกเลย


“ข้า...ไม่เคยมีใครบอกข้า...เคยบอกข้ามาก...เกี่ยวกับพวกเขา” แฮร์รี่ “ไม่มีใครที่ข้าถามรู้...ว่าพวกเขา...ตายอย่างไร”


มเยอดินไม่ได้เอ่ยตอบแต่เอื้อมมืออันอ่อนโยนมาบีบไหล่ของแฮร์รี่


“จงภาคภูมิใจในตัวพวกเขา แฮร์รี่เจมส์” เขาบอก “เราจะเติมเต็มหน้าที่ของพวกเขาและช่วยเจ้าจากเจ้าสิ่งน่ารังเกียจนั่นในตัวเจ้า”


“เจ้าวางแผนจะทำอะไร มเยอดิน?


มเยอดินยิ้ม


“เจ้าหนุ่มมีดวงวิญญาณของทารก เมื่อเราลบเจ้าสิ่งนั้นออกจากตัวเขาแล้ว – เช่นนั้นเหตุใดไม่ทำอย่างที่ทุกคนทำเมื่อต้องการบุตรเล่า?


แฮร์รี่กะพริบตาด้วยความงุนงงกับประโยคนี้ แต่โอลิแวนนีเดอร์ก็เริ่มแย้มรอยยิ้ม


“ในเมื่อเจ้าเป็นเฟียร์บอล์กบอร์นเองเจ้าก็สามารถกระทำได้สินะ” โอลิแวนนีเดอร์กล่าว “ข้าคงไม่สามารถ แต่ว่าเฟียร์บอล์กบอร์นนั้นต้องมอบวิญญาณส่วนหนึ่งให้เพื่อมีบุตร เจ้ายินยอมพร้อมใจจะเป็นบิดาของเขาในทุกความหมาย – ทั้งสายเลือดและจิตวิญญาณใช่หรือไม่?


“พ่อข้า?!” แฮร์รี่ถามอย่างตกใจ ลืมว่านี่เป็นบทสนทนาระหว่างผู้ใหญ่อีกครั้ง แต่มเยอดินไม่ได้ตำหนิเขา กลับกันเขาขยี้หัวของเด็กหนุ่ม


“เฟียร์บอล์กบอร์นคือบุตรของสัตว์วิเศษซึ่งมีดวงวิญญาณที่แข็งแกร่ง” เขาขยายความ


“ดวงวิญญาณที่แข็งแกร่ง?


“สัตว์วิเศษทุกตนมีดวงวิญญาณที่แข็งแกร่ง ยิ่งพวกเขาอยู่ไปนานเท่าใด ดวงวิญญาณก็ยิ่งแข็งแกร่งเท่านั้น มนุษย์นั้นจิตวิญญาณอ่อนแอ เพราะว่าพวกเขาตายง่ายและอยู่ได้ไม่นาน ดรูอิดนั้นอยู่ระหว่างเฟียร์บอล์กและมนุษย์ พวกเขามีส่วนที่แข็งแกร่ง – ซึ่งเฟียร์บอล์กต้องมอบให้กับบุตรอย่างเต็มใจถึงจะสามารถมีบุตรได้ - และส่วนที่อ่อนแอ ซึ่งถ่ายทอดมาทางมนุษย์โดยปราศจากความรู้ของพวกเขา


“เฟียร์บอล์ก - โดยเฉพาะพวกที่เป็นอมตะ – สามารถเปลี่ยนมามีรูปร่างเหมือนมนุษย์ได้เพียงแค่ครั้งเดียวตลอดชั่วอายุขัยเพื่อมีทายาทกับมนุษย์หรือพวกที่แปลงมาเป็นมนุษย์ตนอื่นๆได้ ปกติพวกเขามักมีลูกกับมนุษย์ธรรมดา - และเรียกว่าดรูอิด – แต่บางครั้ง ซึ่งเกิดขึ้นยากแต่ก็มี พวกเขาพบเจอกับพวกที่แปลงเป็นมนุษย์เช่นเดียวกันและมีบุตรกับพวกนั้น – ซึ่งพวกนี้จะถูกเรียกว่าเฟียร์บอล์กบอร์น


“เฟียร์บอล์กบอร์นจะมีส่วนของดวงวิญญาณที่แข็งแกร่งจากผู้ให้กำเนิดตนหนึ่ง และอีกส่วนวิญญาณที่แข็งแกร่งจากอีกตน ดังนั้นพวกเขาจึงมีดวงวิญญาณที่แข็งแกร่งและอยู่ได้นานกว่าดรูอิดทั่วไป และมันก็มีพวกโอลด์ คนเหล่านี้คือผู้สืบเชื้อสายมาจากเฟียร์บอล์กบอร์นที่มีดวงวิญญาณที่แข็งแกร่งอยู่ทั้งดวง ตระกูลเหล่านี้แทบจะไม่มีอยู่เลย ข้าเองก็รู้จักเพียงสองเท่านั้น หนึ่งตระกูลมีอยู่ ณ ที่บริเทนแห่งนี้ และอีกหนึ่งตระกูลในเปอร์เซีย ซึ่งแต่ละตระกูลก็มีลักษณะทางกายภาพหรือจิตใจเฉพาะ ข้าค่อนข้างมั่นใจของทางฝั่งเจ้านั้นคือดวงตา”


“ดวงตาของข้า?” แฮร์รี่แทรก “แต่...แม่ข้า...ตาของนาง” เขาตะกุกตะกัก


“ข้าก็คิดเช่นนั้นเมื่อโอลิแวนนีเดอร์กล่าวว่าตระกูลของนางเป็นโอลด์เก่าแก่” มเยอดินเอ่ยปากบอก


แฮร์รี่กะพริบตา เขารู้ว่าแม่ของเขาเป็นมักเกิ้ลบอร์นดังนั้นทำไม....?


“พ่อแม่ของแม่ข้า...ไม่มีเวทมนตร์” เขากล่าวออกมาในที่สุดเพื่อชี้แจงเหตุผลของเขา “พ่อแม่ของพ่อแม่ไม่มีเวทมนตร์...พ่อแม่ของพ่อแม่ของพ่อแม่ไม่มีเวทมนตร์...”


“อืม นั่นไม่น่าแปลกใจ” มเยอดินว่า “เวทมนตร์ในตระกูลของมารดาเจ้านั้นมาพร้อมดวงตาสีเขียว - เมื่อไม่มีดวงตาสีเขียว ย่อมไม่มีเวทมนตร์ ข้าไม่คิดว่าแม้กระทั่งตระกูลของมารดาเจ้าจะรู้ด้วยซ้ำว่าทำไมมันถึงมากับสีตา”


“โอ้” แฮร์รี่เอ่ยระหว่างที่คิดถึงดวงตาสีฟ้าของป้าและลูกพี่ลูกน้องของเขา ถ้าหากว่าแม่เขาเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่มีตาสีเขียวและเวทมนตร์เองก็มาพร้อมมันล่ะก็...ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงไม่มีสมาชิกคนอื่นที่มีเวทมนตร์ – และไม่แปลกใจด้วยว่าทำไมแฮร์รี่ได้รับดวงตาของเธอมา....


“งั้น...ข้าเป็นโอลด์หรือ?” เขากล่าว


“ใช่แล้ว” มเยอดินบอก


“เมื่อมีลูก...ข้าต้องให้...ส่วนของวิญญาณ”


“ใช่” มเยอดินตอบ “เช่นเดียวกับข้า ข้าคือบุตรของบาซิลิสก์และนกฟินิกส์”


คราวนี้แฮร์รี่จ้องมองเขาอย่างเปิดเผย ตกตะลึงเป็นที่สุด


“มันเป็นจริงเช่นนั้นแหละ” มเยอดินหัวเราะน้อยๆ “นั่นเป็นสาเหตุทีข้าถูกเรียกว่าเฟียร์บอล์กบอร์น และนั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมข้าจึงสามารถช่วยเจ้าได้”


“อย่างไรหรือ?” แฮร์รี่ถามขณะที่ความคิดของเขาย้อนกลับมาเรื่องชิ้นส่วนวิญญาณที่ติดในศีรษะของเขา


“เราจะทำลายส่วนวิญญาณขยะนั่น” มเยอดินตอบ “แต่ว่าเราต้องการสิ่งที่มาแทนที่มัน ดังนั้นข้าจะมอบส่วนวิญญาณของข้าให้แก่เจ้ารวมถึงเลือดของข้า เช่นนั้นวิญญาณของเจ้าจะได้สมบูรณ์และแข็งแรงดี - และข้าก็จะได้บุตรชาย”


“แต่...งั้นวิญญาณของท่าน...ไม่สมบูรณ์”


มเยอดินขำอีกครั้งตอนที่ได้ยินคำพูดของแฮร์รี่


“ไม่หรอก นั่นไม่เป็นอะไร” เขาว่า “มันต่างจากชิ้นส่วนที่หายไปของเจ้า ข้าจะยังคงมีวิญญาณที่สมบูรณ์อยู่ บางทีข้าควรเรียกมันว่าการคัดลอกดวงวิญญาณจะดีกว่า ข้าคัดลอกมันและมอบให้แก่เจ้า มันจะทำให้ข้าอ่อนแอไปไม่กี่เดือนแต่หลังจากนั้นข้าก็จะสบายดี – และข้าก็จะยังคงมีดวงวิญญาณที่สมบูรณ์ มันแค่เป็นเรื่องปกติที่คนจะพูดว่ามันคือการ “มอบให้” ไม่ใช่ “คัดลอกให้” ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับข้าหรอก”


“แล้ว...พ่อแม่ของข้า?” แฮร์รี่ถาม กลัวว่าจะสูญเสียพวกเขาไปถ้าเกิดตกลง


“พวกเขาจะยังเป็นบิดามารดาของเจ้า” มเยอดินตอบ “เจ้าแค่จะมีบิดาผู้ให้กำเนิดสองคนแทนที่จะเป็นเพียงหนึ่ง เพราะว่าพิธีกรรมนี้ไม่นับเป็นการรับบุตรบุญธรรม มันจะนับเป็นการกำเนิดใหม่ครั้งที่สองโดยมีข้าเป็นบิดาของเจ้า”


“โอ้...” แฮร์รี่อุทาน “ถ้างั้นข้าก็...เรียกท่านว่าพ่อ?


“เช่นนั้นได้” มเยอดินว่าพลางยักไหล่ “ข้าเองอยากถูกบุตรชายเรียกว่า พ่อแต่ข้าจะไม่บังคับเจ้า”


แฮร์รี่มองไปยังชายเบื้องหน้าเขา และทันใดนั้นก็มีความคิดหนึ่งโผล่เข้ามาในหัว “นายจะได้มีสิ่งที่นายอยากได้มาโดยตลอด นายจะได้มีครอบครัวอย่างไรล่ะ...”


“แต่...เมื่อข้าจาก...ไป” แฮร์รี่เอ่ยออกมาเสียงดัง


“นั่นจะไม่เปลี่ยนแปลงสิ่งใด ข้าจะไม่รั้งเจ้าไว้เมื่อเจ้าหาทางกลับบ้านเจอ” มเยอดินตอบ “แม้กระทั่งเมื่อเจ้าได้กลับไปยังบ้าน – เจ้าก็จะเป็นบุตรชายข้าเสมอ”


แฮร์รี่ยิ้มเมื่อได้ฟังเช่นนั้น อย่างน้อยการมีครอบครัวเป็นเวลาสั้นๆก็ยังดีกว่าไม่มีเลยล่ะนะ


“ข้าทำมัน” เขาว่า “ทำยังไง?

 

Xxx

 

จากนั้นไม่นานแฮร์รี่ก็รู้สึกตัวว่าพิธีกรรมนี้มันซับซ้อนกว่าพิธีก่อนหน้า พวกเขาย้อนกลับไปที่กระท่อมของโอลิแวนนีเดอร์และใช้เวลาหลังจากนั้นสามสัปดาห์ในการตระเตรียมพิธีกรรมนี้ แฮร์รี่ได้รับการสอนวิธีการเตรียมตัวและรวมถึงวิธีการเขียนและอ่านอักษรรูนส์ ภาษาคัมราอิกของเขาพัฒนาขึ้นแล้วและโอลิแวนนีเดอร์ก็เริ่มสอนภาษาเบรโซเน็กให้เขา แฮร์รี่โคตรเกลียดมันเลย ตอนนี้เขาต้องเปลี่ยนภาษาไปมาตอนที่พูดกับมเยอดินหรือโอลิแวนนีเดอร์ แต่ว่าเขาก็เห็นว่ามันมีความแตกต่างอยู่เรื่องความสามารถในการจดจำของเขา รอบนี้ดูเหมือนเขาจะสามารถเรียนภาษาใหม่ได้รวดเร็วกว่าเดิม


และเมื่อวันสำคัญนั้นมาถึง พวกเขาก็กลับไปที่วงแหวนเวทย์ในป่านั่น ระหว่างที่แฮร์รี่ช่วยมเยอดินวาดรูนส์และวงกลมต่างๆบนพื้นโลก โอลิแวนนีเดอร์ก็ราดน้ำยาต่างๆชโลมใส่บรรดาศิลาและเตียงหินเหล่านั้น


“เอาล่ะ ตอนนี้ข้าแค่ต้องรู้บางสิ่งสุดท้าย” มเยอดินเอ่ย “ข้ารู้ว่าเจ้าไม่รู้นามเต็มของเจ้าดังนั้นเราคงต้องทำโดยที่ไม่รู้มันแล้วล่ะ”


“ข้ารู้ชื่อตัวเองนะ!” แฮร์รี่บอกพลางมองมเยอดินไปด้วย


“ใช่ นามที่เจ้าถูกเรียก ทว่าปกติพ่อแม่และพ่อทูนหัวทุกคนได้เลือกชื่อที่จะตั้งให้เด็ก” มเยอดินตอบ “ดูเหมือนแฮร์รี่เจมส์จะเป็นชื่อที่มารดาเจ้าเลือก”


“ทำไมแม่ข้า?


“เพราะนางให้กำเนิดเจ้า มันเป็นสิทธิ์ของนางในการกำหนดว่าเจ้าควรถูกเรียกเช่นไร” มเยอดินว่าและแฮร์รี่ก็ยอมแพ้ เขาไม่รู้จะบอกว่าที่บิดาของเขาอย่างไรว่าการตั้งชื่อในช่วงเวลาของเขามันต่างจากที่นี่


“แล้ว ท่านต้องการรู้อะไรอีก?


“นามของบิดามารดาและพ่อทูนหัวของเจ้า” มเยอดินกล่าว “แค่นั้นก็เพียงพอ ถ้าเจ้ารู้นามต้นและชื่อตระกูลของพวกเขา เจ้าไม่ต้องบอกชื่อกลางของพวกเขาให้ข้ารู้”


แฮร์รี่มองมเยอดินอีก เขาไม่มั่นใจว่าทำไมมเยอดินถึงต้องรู้ชื่อเพราะว่ามเยอดินเก็บเงียบเกี่ยวกับส่วนนั้นของพิธีกรรม


“แม่ข้าชื่อลิลี่ ลิลี่ พอตเตอร์ ตอนเกิดเป็นอีวานส์” เขาบอกไปในที่สุด “พ่อข้าชื่อเจมส์ เจมส์ พอตเตอร์ พ่อทูนหัวข้าชื่อซิเรียส แบล็ก”


มเยอดินพยักหน้ารับรู้และกลับไปทำงานต่อโดยไม่พูดอะไร แฮร์รี่ก็ทำตามในที่สุด


ตอนนี้พวกเขาพร้อมแล้ว


แฮร์รี่ถอดเสื้อผ้าออกและนอนบนเตียงหินระหว่างที่มเยอดินเฉือนข้อมือของเขา แล้วเริ่มนำโลหิตจากข้อมือเขามาเขียนอักษรรูนส์บนเรือนร่างของแฮร์รี่ – บ้างที่หน้าผากของแฮร์รี่ บ้างที่หน้าอก บ้างที่แขน และบ้างที่เท้าของเขา จากนั้นมเยอดินก็รักษารอยกรีดนั้นและก็ลงรูนส์บนหน้าผาก ข้อมือและข้อเท้าของเขา เลือดไหลนองจากบาดแผลเหล่านั้นแต่ว่ามเยอดินก็ไม่สนใจมัน


หลังจากนั้นเขาก็เปลี่ยนมีดสั้นอีกเล่มและเริ่มแกะสลักรูนส์ที่เขียนเอาไว้แล้วบนเนื้อหนังร่างกายของแฮร์รี่ ขั้นตอนสุดท้ายเขานำโลหิตที่ไหลจากบาดแผลของแฮร์รี่มาเขียนรูนส์บนหน้าผากใหม่


โอลิแวนนีเดอร์กระตุ้นให้วงแหวนออกฤทธิ์ แสงขาวนวลแผ่ไปทั่วทั้งเนินเขา


และจากนั้นพวกเขาทั้งคู่ เขาและมเยอดินก็เริ่มท่องมนตร์ระหว่างที่โอลิแวนนีเดอร์จุดไฟเผาพวกศิลาที่ได้ราดน้ำยาต่างๆเอาไว้ทีละก้อนๆ ก้อนสุดท้ายที่เขาจุดคือเตียงหินที่แฮร์รี่กำลังนอนอยู่


แฮร์รี่คิดว่ามันน่าจะเจ็บ แต่ว่าเมื่อเพลิงนั้นมาถึงตัวเขา มันกลับไล้ไปตามตัวของเขา – และจากนั้นเปลวไฟเหล่านั้นก็เริ่มดูดดึงเขาเข้าไป ระหว่างที่เสียงท่องมนตร์ของมเยอดินและโอลิแวนนีเดอร์ดังขึ้นเรื่อยๆอย่างมั่นคง


และทันใดนั้นเองก็เกิดความเจ็บปวด ความเจ็บปวดแสนสาหัส เริ่มจากรอยแผลเป็นของเขาและแผ่กระจายไปทั่วทั้งร่าง แฮร์รี่อยากจะกรีดร้องหรือขดตัวให้กลมแต่ก็ทำไม่ได้ อักษรรูนส์บนเรือนกายของเขาและวงแหวนรูนส์ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว


เขาก็เลยนอนอยู่อย่างนั้น กรีดร้องอย่างไร้เสียงด้วยความเจ็บปวดในขณะที่ได้ยินเสียงท่องมนตร์ของมเยอดินและโอลิแวนนีเดอร์ไปด้วย และในตอนนั้นเองที่ความเจ็บปวดในร่างกายถดถอยกลับไปรวมที่รอยแผลเป็น – ควันสีดำเมื่อมลอยออกมาจากรอยแผลเป็นนั้น มันกรีดร้องเสียงแหลมสูง และหายไปทันทีที่แสงสว่างจากวงแหวนศิลาปะทะเข้ากับมัน


แฮร์รี่รู้สึกว่างเปล่า ว่างเปล่าและดูเหมือน...ตัวเขาจะไม่ได้อยู่ ณ ที่แห่งนั้น จากนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงมือของมเยอดินโอบอุ้มศีรษะของเขาไว้ มเยอดินคุกเข่าลง แฮร์รี่มองไม่เห็น แต่ว่าสามารถสัมผัสได้ถึงริมฝีปากที่สัมผัสแผ่วเบาบนหน้าผากของเขา และเขาก็ได้ยินมเยอดินพูด


“เจ้าคือบุตรของข้า”


วงแหวนศิลาสว่างวาบในครานี้เป็นสีน้ำเงิน เปลวเพลิงสีไพลินร่ายรำอยู่บนท้องฟ้ายามค่ำคืน


“เจ้าคือเลือดเนื้อของข้า”


รูนส์ที่มเยอดินเขียนด้วยโลหิตของเขาเองบนตัวแฮร์รี่และแกะสลักมันบนเนื้อเริ่มแผดเผา อัคคีสีครามเริ่มแผ่ขยายใต้ผิวหนังของแฮร์รี่


“เจ้าคือบุตรของข้า”


ไฟนั้นลามขึ้นไปถึงดวงตาของแฮร์รี่และทันใดนั้นเขาก็มองสิ่งใดไม่เห็นอีกต่อไป ดวงตานั้นถูกเผาไหม้ ทำให้เจ็บปวดระหว่างที่ร่างกายเองก็เริ่มเจ็บขึ้นมา


“เจ้าคือจิตวิญญาณของข้า”


ในตอนนั้นเองความรู้สึกว่างเปล่าในตัวแฮร์รี่ก็หายไปและความอบอุ่นก็แผ่ซ่านไปทั้งร่าง ดูดกลืนความเจ็บปวดทั้งหมดไว้


มเยอดินเคลื่อนกายพลิ้วไหวอยู่ชั่วครู่ก่อนจะเอ่ยต่อ


“เจ้าคือบุตรของข้า” เขากล่าว เกาะกุมศีรษะของแฮร์รี่เอาไว้แน่นกว่าเดิม


“ข้าให้กำเนิดเจ้าในวันนี้”


อัคคีครามเผาไหม้เนื้อหนังของแฮร์รี่ด้วยไฟเย็นเยือก ดวงตาของเขา ฟันของเขา และหูของเขาเจ็บปวดกว่าเดิม หน้าอกเองก็เริ่มเจ็บ ตามด้วยเส้นเลือดเมื่อโลหิตในกายเริ่มถูกเผาไหม้ด้วยเปลวเพลิงสีน้ำเงิน ท้ายที่สุดผิวหนังของเขาก็ปวดร้าวอีกครั้งและปลายนิ้วเหมือนถูกทิ่มแทง


“ข้ามอบนามให้แก่เจ้าในวันนี้ เจ้าคือบุตรของข้า นามของเจ้าคือซัลวาซาฮาร์”


รอบนี้โอลิแวนนีเดอร์เข้ามาร่วมด้วย มือหนึ่งจับเข้าที่ไหล่ของแฮร์รี่


“ข้ามอบนามให้แก่เจ้าลูกทูนหัวของข้า นามของเจ้าคือเซเรนดู” เขากล่าว


“ข้ามอบนามแก่เจ้าบุตรของลิลี่” มเยอดินกล่าว “นามของเจ้าคือแฮร์รี่เจมส์”


“ข้ามอบนามแก่เจ้าบุตรของเจมส์และลูกทูนหัวของพ่อทูนหัวเจ้าซิเรียส” โอลิแวนนีเดอร์ตาม “ให้นามเจ้าเป็นสิ่งใดก็ตามที่พวกเขาตัดสินใจมอบแก่เจ้า”


“จงเป็นเอมรีส์” มเยอดินจบ “เพราะเจ้าเป็นบุตรของข้า จงเป็นพอตเตอร์ เพราะเจ้าเป็นบุตรของบิดาเจ้าเจมส์ จงเป็นอีวานส์ เพราะเจ้าเป็นบุตรของมารดาเจ้าลิลี่ จงเป็นโอลิแวนนีเดอร์ เพราะเจ้าคือลูกทูนหัวของพ่อทูนหัวเจ้าโอลิแวนนีเดอร์ จงเป็นแบล็ก เพราะเจ้าคือลูกทูนหัวของพ่อทูนหัวเจ้าซิเรียส”


แสงพราวพร่างอุบัติจากร่างของแฮร์รี่ – และความปวดร้าวเหล่านั้นก็ยุติ สายตาของเขากลับมามองเห็นอีกครั้งและเขาก็สามารถมองเห็นได้ดีกว่าที่เคย


มเยอดินปล่อยเขาและถอนหายใจเฮือก โอลิแวนนีเดอร์เองก็ปล่อยมือจากไหล่ของเขาแล้วเช่นกัน


“เป็นอย่างไรบ้าง ซัลวาซาฮาร์?” เขาถามแฮร์รี่


แฮร์รี่ลุกขึ้นนั่ง พวกรอยสลักบนตัวเขาหายไปแล้ว บาดแผลก็ถูกรักษาเรียบร้อยและเขาก็รู้สึกดีกว่าที่เคยเป็นมา เหมือนว่าบางอย่างในอกของเขาถูกยกออกไปเรียบร้อย


“ดีขอรับ” เขาตอบ “ข้ารู้สึกดีมาก”


ก่อนจะได้พูดอะไรอีกเขาก็รู้สึกถึงสองแขนที่เอื้อมมาโอบล้อมเขา “ขอบคุณใครก็ตามที่ให้เจ้ารอดพ้นผ่านพิธีนี้! เขาได้ยินเสียงมเยอดินตอนที่ถูกกดเข้าสู้อ้อมอกอันอบอุ่น “ข้าเกือบเสียขวัญตอนที่เจ้าสิ่งนั้นลอยออกจากตัวเจ้า! ข้ากลัวว่าจะสูญเสียบุตรชายไปก่อนจะได้เขามา”


แฮร์รี่กะพริบตาปริบระหว่างที่ยอมให้มเยอดิน - บิดาของเขา – ลูบปลอบ


“ข้า...ข้าสบายดี อาท[3]” แฮร์รี่เค้นเสียงออกมาในที่สุด ยังคงกึ่งๆจมไปกับเสื้อคลุมของบิดา “ข้าสบายดีจริงๆ” มันรู้สึกแปลกๆที่จะเรียกมเยอดินว่าอาท - พ่อ – แต่ในขณะเดียวกันมันก็รู้สึกใช่


“แล้ว...ท่านอธิบายให้ข้าฟังได้ไหมว่าทำไมข้าถึงได้ชื่ออื่นๆด้วย?” เขาถามออกมา มองจากพ่อของเขาไปยังพ่อทูนหัว


“เจ้าได้ถือกำเนิดใหม่แล้ว” มเยอดินกล่าว “ในขณะที่เจ้ายังคงมีเชื้อสายเดิม เจ้าเองก็เป็นบุตรชายข้าแล้วในตอนนี้ ในฐานะบิดาและผู้ปกครองเพียงหนึ่งเดียวที่ยังคงมีชีวิตข้ามีสิทธิ์เลือกนามให้เจ้า – และข้าก็เคยบอกเจ้าแล้วว่าข้าจะไม่มีบุตรชายนามแฮร์รี่เจมส์ แต่ข้าเองก็ไม่อยากให้เจ้าเปลี่ยนนามดังนั้นโอลิแวนนีเดอร์และข้าจึงตัดสินใจรวมนามเก่าของเจ้ามาไว้ในพิธีกรรมด้วย - เพื่อให้แน่ใจว่ามันจะยังอยู่ – และแค่เพิ่มนามที่พวกเราเลือกเข้าไปข้างหน้านามเก่าของเจ้า”


“โอ้...” แฮร์รี่มีอาการลังเล “เช่นนั้น...ข้าคือซัลวาซาฮาร์ เซเรนดู แฮร์รี่เจมส์อะไรก็ตามแต่ในครานี้?


“ถูกแล้ว”


“ท่านรู้ไหม ท่านคงต้องสอนข้าเขียนมันแล้วล่ะ” แฮร์รี่ว่า


บิดาของเขาแย้มรอยยิ้มกว้าง


“แน่นอน” เขาพูด ลูบหัวของแฮร์รี่อยู่ “แน่นอน ลูกชายผู้หล่อเหลาของข้า”


แฮร์รี่กะพริบตา นึกถึงดวงตาเข้า


“ข้าดูแปลกไปจากเดิมหรือไม่?” เขาถาม รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมา


“ไม่มากนัก” พ่อของเขาตอบ “สีผมและสีตาของเจ้ายังคงเดิม แต่ว่าตอนนี้เจ้ามีลอนผมมากกว่าผมยุ่งๆแบบเดิม และดูเหมือนใบหน้าของเจ้าจะคมกว่าเมื่อก่อน แต่ว่าก็ไม่ใช่อะไรที่ใครจะสังเกตุเห็นหรอก”


ยกเว้นนามที่เปลี่ยนไปของข้า” แฮร์รี่เอ่ย “ผู้คนจะต้องสังเกตุเห็นอะไรเช่นนี้”


“อืม – เจ้าก็คงต้องอยู่กับมันไป ข้าไม่ชอบชื่อแฮร์รี่เจมส์นี่”


“เชื่อข้า ว่าข้าสังเกตุเห็น อาท” แฮร์รี่ตอบแห้งๆแต่ก็ยังยิ้ม เขาไม่โกรธพ่อของเขาหรอก ชื่อนั้นไม่ใช่สิ่งที่เขายึดติดอะไร


“เช่นนั้น ข้าก็คือซัลวาซาฮาร์แล้วในยามนี้ – ซัลวาซาฮาร์ เอมรีส์”


มันฟังดูดีชะมัดที่ได้เอ่ยชื่อ โดยที่รู้ว่ามีชายอีกคนที่มีนามสกุลเดียวกันอยู่ ชายที่ได้เลือกนามนี้มอบให้แก่เขา – ชายผู้เป็นบิดาของเขาเอง


“ถ้าอย่างนั้น ตอนนี้เราก็ย้อนกลับไปสู่จุดมุ่งหมายเดิมของพิธีกรรมแรก” โอลิแวนนีเดอร์กล่าวและดึงไม้คทาหนึ่งออกมา


“ข้าได้นำสิ่งที่วัดได้จากเจ้าและบิดาเจ้ามาสร้างเจ้าสิ่งนี้ มันต้องเหมาะสมกับเจ้าเป็นที่สุดแน่”


แฮร์รี่จ้องคทานั้น มันมีรูปร่างเพรียวบาง รูนส์ สัญลักษณ์ต่างๆ เส้นสายและวงกลมถูกแกะลงบนตัวด้าม และมันก็สูงใหญ่กว่าเขาเสียอีก - แต่ว่ามันสมบูรณ์แบบมาก เขาเอื้อมมือออกไปหยิบมันมา


ในวินาทีที่มือของเขาสัมผัสกับไม้คทา ประกายไฟก็ผุดขึ้นจากรอยแกะสลักบนด้าม อาบไล้แฮร์รี่และพ่อของเขาด้วยแสงสีแดง เขียว น้ำเงิน และขาว


ความอบอุ่นที่แฮร์รี่สัมผัสได้จากมันสุดยอดกว่าความอบอุ่นที่เคยสัมผัสได้จากไม้กายสิทธิ์ของเขาเสียอีก


ดวงตาของแฮร์รี่โชนแสงสีเขียวเรืองรอง


มันสมบูรณ์แบบเลย” เขาพูด ยังคงมองไม้คทาในมือเขา “สมบูรณ์แบบเป็นที่สุด”


“มันคือไม้โอ๊กประกอบกับโลหิตมังกร เส้นผมเอล์ฟ โลหิตยูนิคอร์น โลหิตผู้คุมวิญญาณ เส้นขนของกริม น้ำตานกฟินิกส์ เส้นขนธันเดอร์เบิร์ด และพิษงูบาซิลิสก์”


แฮร์รี่กะพริบตาถี่


“เหตุใดจึงเยอะนัก?” เขาถามด้วยความอัศจรรย์ใจ


“เพื่อปรับให้เข้ากับเจ้าพอดี” โอลิแวนนีเดอร์ตอบ “เหล่านี้คือบรรพบุรุษสำคัญๆของเจ้าทั้งหมด”


“เช่นนั้นหรือ?


“ใช่ มารดาเจ้ามีสองเชื้อสายที่สำคัญเทียมกันในสายเลือด – โอลด์เก่าแก่ถึงสองสาย หนึ่งมีคู่ผู้คุมวิญญาณและยูนิคอร์นเป็นบรรพบุรุษ อีกหนึ่งคือไฮเอล์ฟ[4]และเอลเดอร์ดราก้อน[5] บิดาของเจ้าเจมส์ สืบเชื้อสายมาจากคู่ของกริม[6]และธันเดอร์เบิร์ด[7] และก็อย่างที่เจ้ารู้ มเยอดินเป็นบุตรของคู่บาซิลิสก์และฟินิกส์ การมีเวทมนตร์ที่เหมือนกับบรรพบุรุษเจ้ามีในคทาย่อมทำให้ใช้งานได้ง่าย”


“โอ้...”


“และยิ่งเจ้าใส่วัตถุดิบที่เกี่ยวข้องกับบรรพบุรุษที่สำคัญมากเท่าใด เจ้าก็ยิ่งเชื่อมต่อกับคทาได้ง่ายขึ้น”


“ข้าเข้าใจแล้ว” แฮร์รี่ตอบ สายตายังคงอยู่ที่คทาใหม่ของเขา


“เจ้าสามารถย่อส่วนมันได้นะ เจ้ารู้ไหม” โอลิแวนนีเดอร์กล่าวพร้อมรอยยิ้ม “เพื่อให้พกพาสะดวก ข้ามีซองเก็บให้คทาที่ย่อส่วนแล้วของเจ้าด้วย”


แฮร์รี่กะพริบตา


“ข้าจะสามารถใช้มันได้หรือไม่ตอนที่มันถูกย่อส่วน?” เขาถาม


“แน่นอนสิ” โอลิแวนนีเดอร์หัวเราะ “แต่ข้าไม่แนะนำให้ใช้สำหรับพิธีกรรมหรอกนะ ตอนที่คทาของเจ้าถูกย่อส่วนนั้น ความเชื่อมโยงระหว่างเจ้ากับมันจะลดน้อยลงไป มันจะใช้ได้ไม่ดีในพิธีกรรมที่ซับซ้อนน่ะ”


แฮร์รี่พยักหน้า


“ข้าจะย่อมันอย่างไร?


“แค่ปรารถนามันเท่านั้น ซัล” บิดาของเขาตอบพร้อมหัวเราะขำ “แค่เจ้าอยากให้มันย่อส่วน”


แฮร์รี่จ้องไม้คทาของเขา เมื่อเขาตั้งใจให้มันย่อส่วน – มันก็หดลง


“ว้าว!” เขาสูดหายใจเฮือกและทำให้บิดาและพ่อทูนหัวของเขาหัวเราะอีกครั้ง “เอาล่ะ...ตอนนี้เราก็สามารถเริ่มเรียนได้อย่างจริงจังเสียที” พ่อของเขาว่า และแฮร์รี่ก็โอดครวญ เขาต้องจำสิ่งต่างๆเพิ่มโดยไม่สามารถเขียนมันลงไปในกระดาษอีกแล้ว!

 


To Be Continue

 

Upcoming Chapter: ca 650 BC Starting to Live – เริ่มต้นใช้ชีวิต



 

 

[1] Firbolg-Born เฟียร์บอล์กบอร์น อย่างที่ในเรื่องได้อธิบายไปแล้ว มันคือพวกที่เป็นลูกของสัตว์วิเศษทั้งพ่อทั้งแม่นั่นเอง อย่างในเรื่องนี้มเยอดินเป็นเฟียร์บอล์กบอร์น ก็คือลูกของบาซิลิสก์กับนกฟินิกส์นั่นเอง

 

[2] Olde โอลด์ คือพวกที่เป็นลูกหลานของเฟียร์บอล์กบอร์นอีกทีและยังมีดวงวิญญาณที่แข็งแกร่งทั้งดวง อารมณ์เหมือนพวกเลือดบริสุทธ์ที่หาได้ยากมาก

 

[3] atr อาท คำเรียกว่าพ่อ

 

[4] High Elven ไฮเอลฟ์ เป็นเอลฟ์ชั้นสูง

 

[5] Elder Dragon เอลเดอร์ดรากอน คือพวกมังกรเก่าแก่ เป็นมังกรที่มีสติปัญญาสูงกว่ามังกรโดยทั่วไปในเรื่องค่ะ

 

[6] Grim กริม ก็คือสุนัขแห่งความโชคร้าย แบบเดียวกับร่างแอนิเมจัสของซิเรียสเลยค่ะ

 

[7] Thunderbird ธันเดอร์เบิร์ด ก็คือนกสายฟ้าเหมือนที่โผล่มาในเรื่อง Fantastic Beasts and Where to Find Them

 

หมายเหตุเพิ่ม - เรื่องดวงวิญญาณที่แข็งแกร่งกับอ่อนแอ จริงๆในภาษาอังกฤษใช้คำว่า Hard soul กับ Soft soul ค่ะ 

 

Salvasahar Serendu Harryjames Emrys ซัลวาซาฮาร์ เซเรนดู แฮร์รี่เจมส์ เอมรีส์ คือชื่อเต็มๆหลังผ่านพิธีกรรมค่ะ จริงๆต้องมีชื่อที่ซิเรียสพ่อทูนหัวตั้งให้ด้วย แต่ว่าเรายังไม่รู้กันเลยมาได้แค่นี้

 

ฉากพิธีกรรมมีความ...รุนแรงนิดหน่อย อย่าเอามีดไปเฉือนใครเข้านะคะ ถถถ


ที่แฮร์รี่พูดไม่ค่อยรู้เรื่องหรือตะกุกตะกักในช่วงแรกนั่นเพราะว่าเขาเพิ่งฝึกภาษาคัมราอิกนะคะ จงใจแปลอย่างนั้นน้า ต่อจากนี้ไปจะเรียกว่าซัลแล้วล่ะ แต่ว่าถ้าเกิดว่าเปลี่ยนไปเป็นฉากปัจจุบันก็น่าจะยังเรียกแฮร์รี่เหมือนเดิม


และใช่ค่ะ ชื่อที่เร็กจะหลุดๆเรียก ซ... เมื่อตอนก่อนๆก็คือซัลนี่แหละ


ตอนหน้าจะยังเป็นทามไลน์อดีตอยู่ แต่ตอนที่ 8 จะกลับสู่ปัจจุบันแปปหนึ่งค่ะ


แล้วเจอกันตอนถัดไปค่า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 138 ครั้ง

21 ความคิดเห็น

  1. #432 DaisySelvin (@DaisySelvin) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 มกราคม 2562 / 04:29
    ทำไมซื้อหวยไม่ถูกแบบนี้บ้าง!? 555 เราพอเดาได้ว่าแฮร์รี่ตัวปลอมเป็นคนเดียวกับแฮร์รี่ตัวจริง ยิ่งพอเฉลยชื่อใหม่ของแฮร์รี่เป็นซัลวาซาฮาร์ยิ่งชัดเลย! พล็อตน่าสนใจสุดๆ น่าติดตามมากกกก ขอบคุณที่แปลเรื่องนี้นะคะ ดูออกว่าไรต์ใส่ใจมาก ทั้งตามหาเชิงอรรถมาขยายความให้เข้าใจเพราะมีคำแปลกๆเยอะ ภาษาก็ดี อ่านรื่นมากค่ะ ติดตามนะคะ
    #432
    0
  2. #425 เอลิซ่า (@may305) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 15:06
    ปะป๋าใหม่เลี้ยงอีท่าไหนนิสัยถึงได้....
    #425
    0
  3. #399 โยชิน่อน (@hellzen) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2561 / 19:40

    ตอนแรกก็งงๆนะอ่านไม่รู้เรื่อง แต่พออ่านถึงตอนนี้เท่านั้นรู้เรื่องเลย!!!!!

    ทุกอย่างเป็นไปตามแผนของนาง!!! อึ้งมาก ประทับ ใจชอบสุดๆ

    คนเขียนเรื่องนี้แต่งดีมาก ผูกปมได้ดีสุดๆ คนแปลก็แปลออกมาได้ดีมาก

    สรุปสุดยอดทั้งคนเขียนและคนแปลเลย ปรบมือ///แปะๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

    #399
    0
  4. #351 endfeel (@princesssong) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2561 / 05:17
    แปลว่าแฮร์รี่ที่ไปโลกอนาคตคือแฮร์รี่ที่หลุดไปในอดีตแล้วหาทางกลับไปได้ สุดยอดมาก นิสัยต่างกันโคดๆ
    #351
    0
  5. #324 ตีฟอง (@Puttinat_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 00:39
    นางพยายามแสดงและปลอมตัวเป็นตัวนางเอง 55555
    #324
    0
  6. #306 Wichnaree Nuch Aim (@-wichnaree17-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 12:35
    ซาฮา เราพิมพ์ผิดTT
    #306
    0
  7. #305 Wichnaree Nuch Aim (@-wichnaree17-) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 12:34
    แฮร์รี่ คือ ฮาซา
    ฮาซา คือ แฮร์รี่
    เอ๊ะ!! ??
    #305
    0
  8. #248 Tsol_F13 (@Flost00) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2561 / 16:54
    omggggggggg
    #248
    0
  9. #219 msyokky (@masitorn) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 19:05
    โหหห สุดยอดมากก ตอนแรกเราคิดว่าซ..นั้นของเร็กมาจากซัลลาซาร์ แต่มันน่าจะซับซ้อนกว่านั้นเยอะเลยนะเนี่ย
    #219
    0
  10. #201 sweetezz_lemom (@doramenon) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 24 กันยายน 2561 / 09:18
    ตื่นเต้นไปหมดล้าว ซัลนี่คิอซาลาซาด้วยหรือป่าวน่อออ
    #201
    0
  11. #183 K E I ✦ (@coyugi) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 กันยายน 2561 / 05:15
    เรื่องทุกอย่างผูกกันลงตัวมากกก
    อมก..อึ้งสุดค่ะ 555 คนแปลภาษาก็ลื่นอ่านเรื่อยๆสบายมากกก
    สรุปคือนางปลอบตัวเป็นนาง 5555 เอานะ น้องย้อนไปเป็นพันปีอยู่กับคนอื่นมานานก็คงไม่คิดว่าตัวเองเป็นเด็กชายผู้รอดชีวิตแล้วแหละ 5555
    #183
    0
  12. #165 MIN&FRONG (@fern55-helen66) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 19:43

    สุดยอดดดดดด ชอบมากค่ะ คนเขียนผูกเรื่องอะไรดีมาก ความรู้แน่นมาก คนแปลก็แปลดี ลื่นไหลอ่านยาววว แบบตื่นเต้นอ่ะ ชอบนะคะ รักเลย
    #165
    0
  13. #75 nattha_thari (@natthasata) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2561 / 19:28
    สุดยอดดดดดมากกกกกกกค่ะคุณ โอ้โห ทั้งคนเขียนทั้งคนแปลเลย หนูรี่ที่อีโวแล้วปลอมเป็นหนูรี่ที่เป็นหมากของดัมบี้???
    #75
    0
  14. #46 -Cintear- (@jenny-boboo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 16:18
    มันเป็นเรื่องที่ชวน หะ!? มากๆเลย นางปลอมเป็นนาง???
    #46
    0
  15. #20 NanBH'ii (@autumnover) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 20:18
    คนที่ปลอมเป็นแฮร์รี่ก็เป็นแฮร์รี่เอง อยากรู้ว่าทำไมซัลถึงเกลียดชื่อแฮร์รี่ของตัวเอง แล้วทำไมต้องทำแบบนี้ เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #20
    0
  16. #19 sesil (@sesil) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 19:32
    นับถือทั้งคนแต่ง คนแปลเลยทีเดียว แต่งได้ซับซ้อนและสร้างสรรค์มากๆ และแปลได้เข้าใจง่ายและลื่นไหล
    #19
    0
  17. #18 A.N.E.S (@hermest) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 19:26
    รู้สึกซับซ้อนมากค่ะ รอตอนต่อไปค่า แปลดี สนุกมากค่ะ
    #18
    0
  18. #16 pan club (@stang50) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 07:59
    ถ้าสรุปแบบกำปั้นทุบดินก็คือ แฮร์รี่ ปลอมเป็นแฮร์รี่ สินะ....
    #16
    1
  19. #15 Alecxia Drew (Adriene) (@war-1980) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 07:13
    แสดงที่ข้ามมาก็นาง? ที่ปลอมเป็นนางก็นาง? เอ้ะยังไง รอออออ
    #15
    0
  20. #14 ราสีฟ้า (@AbsTxz_) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 00:32
    มันลึกล้ำมาก นี่คิดเหมือนความคิดเห็นที่13เลยค่ะ เหมือนสลับกันเลย ยังไงก็รอนะคะะะ
    #14
    0
  21. #13 เด็กตกวิทย์ (@taktanza) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 00:17
    หูยย ข้อมูลเยอะมาก เหมือนหัวได้ตื้อไปพร้อมๆกับแฮร์รี่เลย
    คือเหมือนแฮร์รี่มีชีวิตจนถึงในไทม์ไลน์ปัจจุบัน แล้วเข้ามาแทนที่ตัวเองงั้นหรอ โอ้ยสลับซับซ้อนเหลือเกินเด้อ

    รอตอนต่อไปอยู่นะคะ ชอบมากๆ แปลดีมากด้วย
    #13
    0