คัดลอกลิงก์เเล้ว

Daemonian: Love You Lately

โดย Adarin

แสงที่ทุกคนว่ากันว่าดีงามหนักหนา แต่กลับเป็นเพียงแค่ฉากหน้าที่ใช้ปกปิดความมืดอันชั่วร้ายเอาไว้ การพานพบของเขาและเธอจะเป็นการเปิดเผยสิ่งที่ถูกซ่อนเอาไว้...(เรื่องเศร้าที่เศร้าเพราะแต่งเศร้าไม่เป็น)

ยอดวิวรวม

2,215

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


2,215

ความคิดเห็น


49

คนติดตาม


5
เรทติ้ง : 99 % จำนวนโหวต : 160
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 ส.ค. 52 / 12:39 น.
นิยาย Daemonian: Love You Lately Daemonian: Love You Lately | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



อีกส่วนนึงของDaemonian

ในมุมหนึ่งของโลกใบนี้ที่ทั้งสองได้พบกันด้วยความบังเอิญ

เรื่องราวของพวกเขาจะเป็นเช่นไร...?

DAEMONIANเรื่องยาว
แฟนตาซี

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 ส.ค. 52 / 12:39


Daemonian: Love You Lately





      เมื่อมีแสงสาดส่องย่อมมีเงามืดย่างกราย...เมื่อมีกลางวันอันสดใสย่อมมีกลางคืนอันมืดมน...เมื่อมีความดีย่อมมีความชั่ว...แต่อะไรล่ะ คือสิ่งที่แบ่งแยกความดีและความชั่ว....ฐานะ...หน้าตา...การกระทำ...หรือสายเลือด...?

     อย่าพึ่งปักใจเชื่อในสิ่งที่เห็น...เพราะมันอาจมีความจริงบางอย่างซ่อนอยู่ลึกๆ...ภายในความมืดมิดที่ไม่มีสิ่งอื่นใด เศษเสี้ยวของมุมหนึ่งมีแสงนวลผ่องโชติช่วงท่ามกลางอนธกาลไร้สิ้นสุด...เช่นเดียวกับแสงที่เจิดจรัสสาดส่องยาวไกลมิรู้จบแต่มุมหนึ่งของมันนั้น ก็มีความมืดดำซ่อนเร้นอยู่เช่นกัน…

     เมื่อมีเบื้องหน้าย่อมมีเบื้องหลังซ่อนอยู่เสมอ...ทุกสิ่งย่อมมีสองด้านที่อยู่ตรงกันข้าม...ไม่เว้นแม้แต่จิตใจที่คดงอไปมาเสมอ...แต่สองสิ่งที่ตรงข้ามกันอาจร่วมกันอยู่ก็เป็นได้...?

      เวลาไม่เคยหยุดนิ่ง..เข็มนาฬิกาไม่เคยหยุดเดิน....มันเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย...บางคนอาจทำสิ่งที่ตั้งใจได้ทันเวลา...แต่กับบางคน...มันสายไป...


ท้องฟ้ายามค่ำคืนของเมืองใหญ่นั้นยากที่จะมองเห็นดวงดาวยิ่งนัก แต่กลับมีที่แห่งหนึ่งที่ดาวดวงน้อยนับร้อยส่องประกายให้ได้ยลอย่างถนัดตา จันทร์เสี้ยวทอแสงกระทบผืนน้ำในทะเลสาบกลางสวนสาธารณะอันห่างไกลและแสนสงบผิดกับผู้คนและรถราอันว้าวุ่นในตัวเมือง

หญิงคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้สาธารณะริมทะเลสาบและมีแสงจากเสาไฟส่องให้ความสว่างแก่ผู้นั่ง เธอบรรจงปิดหนังสือที่อ่านอยู่เมื่อครู่อย่างนุ่มนวล

"ปีศาจ นักปราบปีศาจ จะมีอยู่จริงในโลกนี้มั้ยนะ" เธอพูดออกมาเป็นคำแรกหลังสมาธิจดจ่ออยู่กับหนังสือเป็นเวลาหลายชั่วโมง และหนังสือที่เธออ่านเมื่อครู่ก็คือDaemonian: The Hostility of Triplicateนั่นเอง ซึ่งเนื้อหาของมันก็เกี่ยวกับเทพ ปีศาจและมนุษย์ รวมทั้งนักปราบปีศาจ

"หวา ป่านนี้แล้วรึเนี่ย" เมื่อเห็นเข็มนาฬิกาชี้เวลาสองทุ่มเธอก็สะดุ้งโหยงที่เผลออ่านหนังสือเพลินจนค่ำขนาดนี้ หญิงสาวรีบเก็บหนังสือเข้ากระเป๋าด้วยความรีบร้อนแล้วลุกจากม้านั่งหมายกลับบ้านทำให้เห็นหน้าตาได้ถนัดๆ เธออยู่ในชุดแขนสั้นของโรงเรียนหนึ่งที่มีปกคอใหญ่และสวมเสื้อสีน้ำเงินทับอีกชั้น กระโปรงที่สวมยาวถึงเข่าและมีสีน้ำเงิน ผมของเธอยาวและคาดริ้บบิ้นใหญ่สีขาวคล้ายกระต่าย เรือนผมเธอนั้นสีน้ำตาลอ่อนเข้ากับตาโตที่มีสีเหมือนช็อคโกแลต ผิวพรรณนั้นถึงจะขาวแต่ก็ไม่มากนัก แต่ตอนนี้ตากลมโตของเธอโตกว่าเก่าเพราะสิ่งตรงหน้าที่พบเห็นมันทั้งเหลือเชื่อและน่าตกใจ

"กรี๊ดดดดดดดดดด" สาวผมยาวกรีดร้องสุดเสียง ตรงหน้าเธอคือสิ่งมีชีวิตอันแปลกประหลาด หน้าตาของมันคล้ายแมลงอะไรซักอย่างที่มีปากคล้ายคีม นอกจากหัวที่แปลกประหลาด ส่วนอื่นๆก็ปกติเหมือนมนุษย์ดีนอกจากผิวของมันที่มีสีน้ำตาลแดง,ส้มและดำปะปนกันอยู่ ท่อนบนไม่สวมอะไรโชว์กล้ามเนื้อที่มีพองาม ท่อนล่างใส่กางเกงหนังสัตว์ยาวถึงตาตุ่ม

"อ...อย่าเข้ามานะเจ้าสัตว์ประหลาด!!" ความหวาดกลัวทำให้เธอขาอ่อนหมดแรงแต่เธอยังมีสติพอที่จะค่อยๆถอยหนีไปข้างหลัง กระเป๋าในมือถูกขว้างโจมตีเพื่อป้องกันตัวแต่มันก็สร้างความบาดเจ็บให้อีกฝ่ายไม่ได้เลยซักนิด สัตว์ประหลาดย่างสามขุมเข้ามาเรื่อยๆ แต่ละก้าวของมันเร็วกว่ามนุษย์ทั่วไปยิ่งนัก แล้วยิ่งตอนนี้หญิงสาวยังขาอ่อนลุกไม่ขึ้นยิ่งไม่มีทางหนีพ้นได้เลย

"ช่วยด้วย กรี๊ดดดดดดดดดดด" ส่งเสียงขอความช่วยเหลือได้ครั้งเดียว มือของสัตว์ประหลาดก็จ่ออยู่ที่หน้าทำให้เธอตกใจร้องอีกครั้ง

"หลบปายยยย"


ตูม!!

สิ้นเสียงชายหนุ่มจากด้านบน หญิงสาวก็เห็นเงาใหญ่พุ่งจากฟ้ากระทืบหัวสัตว์ประหลาดกระแทกกับพื้นถนนจนแตกเป็นเสี่ยงๆ ทำให้ฝ่ายหญิงรอดพ้นจากสัตว์ประหลาดตัวนั้นมาได้

"เฮ้ย ริคเกอร์นี่หว่า อโหสินะอโหสิ" เมื่อควันจากการปะทะจางลง ชายหนุ่มก็พูดขึ้นด้วยท่าทางตกใจเมื่อเห็นร่างสัตว์ประหลาดใต้เท้าเขา ทางหญิงสาวก็ตกใจไม่แพ้กันทั้งเรื่องสัตว์ประหลาด ผู้ชายที่มาช่วยเธอจากฟากฟ้า และที่สำคัญตอนควันจางลงเธอยังเห็นอะไรแปลกๆที่งอกจากหลังเขาออกมาสองอัน บนหัวเองก็มีด้วย แต่พอควันหายไปหมดก็ไม่เห็นแล้ว

"ตกใจหมดเลย จู่ๆใครก็ไม่รู้กรี๊ดซะลั่นเชียว" ชายปริศนามองรอบๆขณะบ่น แล้วก็เหลือบมาเห็นหญิงสาวนั่งตกใจอยู่บนพื้น

"ไปทำอะไรอยู่ที่พื้นล่ะ" เขาเดินเข้ามาใกล้แสงไฟทำให้เห็นหน้าตาถนัดขึ้น ผมของเขาสั้นและมีสีส้ม นัยน์ตาคมสีม่วงดูลึกลับ ตัวของเขาใหญ่กว่าอีกฝ่ายพอสมควร เสื้อที่ใส่เป็นเสื้อแขนยาวสีขาวและมีเสื้อติดฮู้ดแขนยาวพับศอกสีแดงสวมทับอีกชั้น ท่อนล่างนั้นเป็นเพียงกางเกงขายาวสีขาวธรรมดาๆ เขายื่นมือใหญ่ออกมาทางหญิงสาว

"ข..ขอบคุณมากๆเลยนะคะ" ฝ่ายคนบนพื้นจับมือใหญ่นั่นไว้แล้วก็ถูกดึงให้ลุกขึ้นอย่างง่ายดาย

"หืม มาขอบคุณกันเรื่องอะไร เอ๊ะ หรือว่าเรื่องเจ้าตัวเมื่อกี้" ชายหนุ่มงงเล็กน้อยก่อนจะนึกออกแล้วชี้ไปทางซากสัตว์ประหลาดที่กำลังสลายเป็นฝุ่นหายไป

"ค่ะ ถ้าไม่ได้คุณช่วยไว้คงเสร็จมันไปแล้ว ขอบคุณมากที่ช่วยชีวิตชั้นไว้" หญิงสาวโค้งเป็นการขอบคุณแล้ววิ่งไปเก็บกระเป๋าของตน และจู่ๆก็นึกถึงหนังสือขึ้นมา

"คุณเป็นนักปราบปีศาจเหรอคะ ?" เธอเผลอถามออกไปอย่างลืมตัวเพราะเขาฆ่าสัตว์ประหลาดที่อาจเป็นปีศาจนั่นได้ แถมยังลงมาจากบนฟ้าด้วย

"นักปราบปีศาจ?" ชายหนุ่มทวนคำอย่างงงๆ แล้วสำรวจร่างกายตนทำให้รู้ว่าเพราะเสียงร้องเมื่อกี้เขาเลยเผลอใช้ความสามารถพิเศษ

"อ๊ะ ขอโทษค่ะ เรื่องแบบนี้คงไม่มีทางเป็นจริงได้นี่เนอะ" คนถามรีบกลบเกลื่อนสิ่งที่ตนพูดออกไป

"ฮ่ะฮ่ะ ไม่หรอก ตัวเมื่อกี้นั่นแหละปีศาจ ชื่อของมันคือริคเกอร์ แต่ก็เป็นปีศาจชั้นต่ำแหละนะ" คนถูกถามตอบอย่างอารมณ์ดี

"ปีศาจมีจริงเหรอเนี่ย ช่วยเล่าให้ชั้นฟังมากกว่านี้ได้มั้ย เอ๊ะ แต่ตรงนี้คงไม่เหมาะเนอะ" ฝ่ายหญิงที่เมื่อกี้เพิ่งได้ประสบการณ์เฉียดตายมาแหมบๆแต่ตอนนี้กลับร่าเริงหนักกว่าเก่าแถมยังพูดเองเออเองอีกด้วย

"ง่า นาฬิกาพังแล้วอ่า" คราวนี้จู่ๆก็ร้องไห้เพราะหน้าจอนาฬิกาข้อมือของเธอแตกจากเศษหินที่แตกเพราะชายปริศนาเหยียบหัวริคเกอร์กระแทกพื้น ฝ่ายชายเองก็งงๆอึ้งๆกับภาพตรงหน้าว่าตกลงอารมณ์เธอนี่มันยังไงกันแน่

"งั้นเอาเป็นว่าพรุ่งนี้สิบโมงเจอกันที่นี่นะคะเพราะตอนนี้ชั้นต้องรีบกลับบ้านก่อนที่จะโดนคุณพ่อคุณแม่ทำโทษเอา" ว่าจบก็วิ่งออกไปด้วยความเศร้าเล็กน้อยที่นาฬิกาพัง ฝ่ายชายเองก็เศร้าไม่แพ้กันที่ฝ่ายหญิงมาเออออเอาเองว่าจะให้เขาเล่าเรื่องปีศาจแต่เช้า(สิบโมงมันเช้าตรงไหน) แต่ถึงกระนั้นเขาก็นึกอยู่ในใจว่าผู้หญิงคนนี้น่าสนมิใช่น้อย

"เอ้อ ชั้นชื่อ เอลานี ฟลินน์ แล้วคุณชื่ออะไรคะ" หญิงเจ้าของนาม เอลานี ฟลินน์ ตะโกนถามกลับมา คนถูกถามซึ่งยืนอยู่จุดเดิมตอบกลับมาสั้นๆชัดถ้อยชัดคำว่า

" ฟาร์ "


วันถัดมาเวลาเก้าโมงสี่สิบห้านาทีที่สวนสาธารณะเดิม ชายผมส้มกำลังยืนพิงรั้วกั้นทะเลสาบอย่างเซ็งๆในปากก็อมไอติมแท่งจนแก้มป่อง

"ขอโทษที่มาช้าค่า"ไม่นานก็มีเสียงผู้หญิงแว่วมาแต่ไกล ตามด้วยเสียงวิ่งตึกตักเหมือนคนรีบร้อน

"มาจนได้นะเรา" ฝ่ายชายถอนหายใจอย่างหมดอารมณ์ แต่ที่เขาพูดน่ะหมายถึงตัวเองที่ยังอุตส่าห์มาตามนัดของผู้หญิงที่เพิ่งรู้จักกันเมื่อคืน

"แหะๆ พอดีฟลินน์ตื่นสายนิดหน่อยเลยเตรียมตัวช้าน่ะ" ฟลินน์วิ่งมาหยุดหอบข้างๆชายหนุ่ม ผมเผ้าเธอยุ่งเหยิงเยอะพอควร ดูท่าจะรีบจริงๆ ถึงกับลืมหวีผมมาเลย

"อืม ชั้นกลับก่อนนะ" จู่ๆฝ่ายชายก็ออกปากจะกลับซะดื้อๆแล้วเดินไปอีกทาง

"ง่า เดี๋ยวซี่ฟาร์ เพิ่งเจอกันแล้วจะกลับได้ไง" ฟลินน์วิ่งมาขวางข้างหน้าไว้ วันนี้เธอสวมเสื้อแขนยาวสีฟ้าอ่อนจนเกือบจะขาวติดฮู้ด กระโปรงที่ใส่เป็นกระโปรงผ้าหนาพอควรลายสก็อต ผิดกับฟาร์ที่ยังอยู่ในชุดเดิม

"ก็เธอบอกว่าเจอกันที่นี่เฉยๆไม่ได้บอกให้ทำอะไร" ฟาร์ตอบกวนๆแล้วกัดไอติมอีกคำ

"อ๊า นี่ต้องให้ฟลินน์บอกทุกรายละเอียดเลยมั้ยว่านัดกันนี่ต้องทำยังไงอะ" หญิงสาวทำหน้าบูดแต่พองาม ฟาร์เห็นยังงั้นก็อดยิ้มไม่ได้กับท่าทางของสาวเจ้า

"จะเอาไงก็ตามใจเธอละกัน แต่ต้องเลี้ยงไอติมชั้นด้วยล่ะ" ชายผมส้มพูดอย่างอารมณ์ดี กัดไอติมอีกคำจนหมดแล้วดูที่ไม้ว่าได้แถมฟรีอีกอันรึไม่ แล้วจึงเก็บมันใส่กระเป๋า

"อย่าลืมเล่าเรื่องปีศาจด้วยล่ะ" แล้วฟาร์ก็โดนผู้หญิงที่ตัวเล็กกว่าลากไปอย่างไม่สามารถขัดขืนได้

วันนั้นทั้งวัน ฟาร์และฟลินน์เดินเที่ยวจนทั่วศูนย์การค้าที่ทั้งสองไป ทั้งแวะร้านสเวนเซ่นเพื่อกินไอติมที่ฟาร์ชอบ แวะร้านขายตุ๊กตาดูตุ๊กตากระต่ายที่มีหูคล้ายริบบิ้นของฟลินน์ ร้านหนังสือที่ทั้งสองแอบยืนอ่านฟรีกันเงียบๆ ร้านเสื้อผ้าที่ฟลินน์เคยอยากพาคนมาช่วยดูว่าชุดที่เลือกเหมาะรึยัง แล้วเวลาทั้งวันก็ผ่านไปอย่างรวดเร็วด้วยความเพลินเพลินสนุกสนานที่ฟาร์เคยมีเป็นครั้งแรก ทางฟลินน์เองก็รู้สึกสนุกไม่แพ้กัน

"วันนี้สนุกมากเลยเนอะ" ฟลินน์ที่เดินนำหน้ากล่าวอย่างอารมณ์ดี ในมือถือถุงใส่นิยายที่เพิ่งซื้อมาวันนี้

"จะไม่ให้สนุกได้ไงล่ะ เล่นซื้อซะขนาดนี้" ฟาร์เดินตามหลังหิ้วถุงเสื้อผ้าถุงตุ๊กตาตามมาเอื่อยๆ แต่ถุงพวกนั้นไม่ใช่ของของเขาหรอกนะ ของฟลินน์ทั้งนั้นแต่ยังดีที่ฟลินน์เป็นคนจ่ายเงินเองทั้งหมด สงสัยเธอจะเป็นลูกเศรษฐีถึงซื้อของได้เยอะขนาดนี้

"เงินก็ไม่เสีย แถมได้เที่ยวกับสาวแบบนี้ยังจะบ่นอีกเหรอฟาร์~" ฝ่ายหญิงพูดติดตลกแล้วแวะซื้อไอติมแท่งข้างทางอีกสองไม้ ของเธอเป็นรสช็อคโกแลตส่วนอีกแท่งเป็นรสมะกอก(ร้านไหนขายเนี่ย)

"นี่เธอ อุ๊บ" พูดได้นิดเดียว ไอติมรสมะกอกก็อุดปากฟาร์จนพูดไม่ได้ แถมมือสองข้างก็มีถุงเต็มไปหมด สภาพของฟาร์ในตอนนี้จึงน่าหัวเราะมากจนฟลินน์เองที่เป็นคนทำยังอดที่จะหัวเราะไม่ได้

"ฮึ่ม แสบนักนะ" ฟาร์วางถุงแล้วเอาไอติมออกจากปากจากนั้นจึงเริ่มออกตัววิ่งไล่ยัยตัวแสบทั่วลานหน้าศูนย์การค้า ถึงอย่างงั้นคนถูกไล่ก็ยังอารมณ์ดีหัวเราะร่าอย่างไม่กลัวว่าจะถูกจับได้

"นี่แน่ะ จับได้แล้ว!" ผิดคาด คนวิ่งไล่มือไวจับอีกฝ่ายไว้ได้ตอนฟลินน์เลี้ยวหลบ แต่มือเจ้ากรรมดันไปคว้าหมับที่หน้าอกเอาซะได้

"อุ๊ ใหญ่ผิดคาด" นอกจากจะจับอกเขาแล้วยังวิจารณ์หน้าอกคัพซีของฟลินน์อีก ฝ่ายคนถูกจับเมื่อได้ยินแบบนั้นใบหน้าก็ยิ่งขึ้นสีหนักกว่าเก่า

"คนลามก!!" แล้วหมัดสอยดาวก็ถูกงัดมาใช้กับฟาร์ ด้วยแรงหมัดทำเอาชายร่างใหญ่ถึงกับลอยสูงขึ้นไปก่อนจะร่วงไปกองข้างถุงของที่ตนถือมา ทางคนต่อยเองก็ยังหน้าแดงไม่หายและหอบหายใจเป็นระยะๆ

"อู้ย ตัวเล็กแค่นี้หมัดหนักจริง" ฟาร์นอนพึมพำคนเดียวเบาๆแต่จู่ๆไอติมช็อคโกแลตก็เข้าปากเขาไปอีกอัน

"แทนคำขอโทษที่แกล้งไง" ฟลินน์ที่หน้าแดงน้อยลงแล้วนั่งยองๆอยู่ข้างขวาของเขา แล้วปล่อยไอติมให้ฟาร์

"อืม...ลายกระต่าย" คราวนี้ฟาร์เห็นลายกางเกงในของฟลินน์แทนแถมยังหลุดปากออกมาอีกด้วยจึงโดนฝ่าพระบาทเหยียบจนหัวจมพื้นเหมือนปีศาจตัวเมื่อวาน

"เอ้า ไปได้แล้ว" สาวลายกระต่าย(?)หันหลังแล้วเดินนำออกไปด้วยใบหน้าที่ติดจะแดงนิดๆ ฟาร์เองก็รีบหยิบถุงข้างๆวิ่งตามไป ในปากก็คาบไอติมที่ได้(ฟรี)มาด้วย ไม่นานนักทั้งสองก็มาหยุดอยู่หน้ารั้วคฤหาสน์ใหญ่แห่งหนึ่งในเวลาสองทุ่มนิดๆ

"ขอบใจมากนะที่มาส่ง" ฟลินน์ยิ้มขอบคุณแล้วเข้าไปรับถุงที่ฝากฟาร์ถือไว้นานแล้ว

"ไม่เป็นไรน่า ถือเป็นค่าพาเที่ยว" ชายหนุ่มตอบกวนๆ

"โห แบบนี้ฟลินน์ก็ขาดทุนแย่สิ งั้นต้องเอานี่ไปด้วย" ว่าจบพวงกุญแจตุ๊กตากระต่ายน่ารักๆตัวนึงก็ถูกยัดเข้ามือฟาร์

"แบบนี้สิคุ้ม" แล้วหญิงสาวก็ยิ้มอย่างอารมณ์ดีจนฟาร์เองยังเผลอยิ้มไปด้วย

"ต้องแลกกันสิ" ฟาร์เริ่มล้วงกระเป๋ากางเกงของตัวเองแล้วเอาอะไรบางอย่างออกมาก่อนจะยัดเข้ามือฟลินน์บ้าง

"ฟาร์ ของแพงแบบนี้มาให้กันได้ไง" ฟลินน์ท้วง เพราะในมือของเธอมันคือนาฬิกาพกแวววาวทำจากทองอย่างดีพร้อมโซ่ทองสำหรับคล้อง

"ใครบอกว่าให้" ฝ่ายชายทำหน้าเจ้าเล่ห์ทำเอาฟลินน์ผงะ

"แลกกับตุ๊กตากระต่ายตัวนี้ไง" ฟาร์โชว์พวงกุญแจที่ฟลินน์ให้ตนมาก่อนจะร้อยมันกับโซ่คล้องกระเป๋าเงินแล้วหันหลังเดินกลับไป

"วันนี้สนุกมากเลย ไว้ไปเที่ยวกันใหม่นะ" ฟลินน์ยืนดูอยู่ซักพักจึงส่งเสียงให้ฟาร์ได้ยิน คนฟังหยุดเดินแล้วเบือนหน้ามาเล็กน้อย

"ชั้นก็ต้องขอบใจเธอเหมือนกัน...ที่ทำให้ชั้นได้รับความสุขเป็นครั้งแรกจากโลกใบนี้..." ฟาร์ยิ้มน้อยๆพูดเบาๆจนฝ่ายหญิงต้องเอียงหูเหมือนไม่ค่อยได้ยิน แต่ฟาร์ก็ไม่ได้พูดอะไรอีก ได้แต่ยิ้มนิดๆแล้วเดินหายไปในเงามืดของตรอกซอย


หลายสัปดาห์ถัดมา ที่สวนสาธารณะแห่งเดิมที่ฟาร์และฟลินน์รู้จักกันเป็นครั้งแรก ผิดแต่ที่เวลานี้ดวงอาทิตย์ยังมิลาลับขอบฟ้าไป มีบุรุษสองคนกำลังสนทนากันณ.ริมทะเลสาบ

"ไง เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นนายทำงานเลยนะ" ชายแปลกหน้าเอ่ยถามอีกฝ่าย เส้นผมใต้หมวกดำของเขาเป็นสีเทา แววตาดุดันนั้นมีสีเขียวเข้ม ถัดลงมาคือแผลเป็นที่แก้มซ้าย ชุดที่สวมเป็นชุดสูทดำสนิททั้งตัวไม่เว้นเน็กไท

"ทำมาตั้งนานมันก็ต้องมีพักกันมั่งน่ะคิล" บุคคลที่คุยกับชายผมเทาคือฟาร์นั่นเอง เขานั่งกินไอติมรสวานิลลาอยู่บนม้านั่งสบายๆผิดกับอีกฝ่ายที่ยืนพิงรั้วกั้นทะเลสาบ

"หึหึ แน่ใจเหรอว่ามีแค่นั้นจริงๆ?" ชายที่ชื่อคิลยิ้มติดมุมปากถาม อีกฝ่ายเองก็นั่งกินไอติมเงียบๆไม่ตอบอะไร

"ง่า มาถึงทีหลังฟาร์อีกแล้ว" เสียงสตรีแว่วมาแต่ไกล แต่ทั้งสองก็ได้ยินชัดเจน

"เอาเถอะ ถ้านายเลือกทางนี้แล้ว ก็อย่ามาเสียใจภายหลังล่ะ" คิลยิ้มอีกครั้งก่อนจะเดินไปในทางตรงข้ามกับที่ฟลินน์กำลังมา และในเวลานั้นเองที่ไอติมก็ละลายในปากฟาร์จนหมด สีหน้าของเขานิ่งสนิทเหมือนครุ่นคิด

"เอ เมื่อกี้ใครน่ะ" ฟลินน์ในชุดนักเรียนโดดมานั่งบนม้านั่งข้างๆเขาแล้วถามฟาร์

"หืม ไม่รู้สิ" ฟาร์กลับไปเป็นคนเดิมแล้วทำหน้างงๆตอบ

"เหรอ เอ้อ วันนี้ฟลินน์ได้หนังสือน่าสนใจมาด้วยล่ะ" ว่าแล้วก็หันไปเปิดกระเป๋าเอาหนังสือสองเล่มออกมา

"ไหนๆ" จากนั้นทั้งสองก็คุยกันเรื่องหนังสือจนตะวันลาลับ ฟาร์จึงไปส่งฟลินน์ที่หน้าบ้าน ก่อนจะแยกย้ายกันฟลินน์ยังส่งหนังสือหนึ่งเล่มให้ฟาร์เอากลับไปอีกด้วย


วันถัดมา วันนี้อากาศไม่ดีนัก สายฝนเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ปราณีแต่ฟาร์ก็ยังมานั่งคอยฟลินน์เหมือนเดิมทุกๆวันที่สวนสาธารณะโดยมีร่มใหญ่คันหนึ่งปกป้องเขาจากหยดน้ำที่สาดส่งลงมา

"สงสัยวันนี้คงจะไม่มาซะละมั้ง แต่เอ...ทุกทีถึงฝนตกก็มานี่นา" ฟาร์มองนาฬิกาใหญ่ของสวนสาธาณะแล้วพึมพำ ผ่านไปหลายนาทีหญิงสาวก็ยังไม่มา เขาจึงเปิดหนังสือที่เธอให้ไว้เมื่อวานมาอ่านคลายอารมณ์

"หืม มีอะไรคั่นไว้ด้วย?" เมื่อเปิดหนังสือออกเป็นครั้งแรกตั้งแต่ได้รับมาก็พบจดหมายซองนึงสอดไว้ ฟาร์เปิดมันออกช้าๆแล้วอ่านอย่างวิตก

     ตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ฟลินน์รู้สึกสนุกมาก ฟลินน์ไม่เคยสนิทสนมกับผู้ชายได้ถึงขนาดนี้ คงเป็นเพราะความขี้อายหรือความเป็นเด็กของฟลินน์ที่ไม่เคยโตขึ้นตามอายุ ฟาร์เป็นผู้ชายคนแรกที่ฟลินน์คุยด้วยได้อย่างสนิทใจ คงเพราะฟาร์เป็นคนใจดี การที่ฟาร์ยอมมาตามนัดฟลินน์ทั้งๆที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกในคืนนั้นและยังยอมตามใจฟลินน์ทุกอย่างเป็นหลักฐานอย่างดี ในคืนนั้นถ้าไม่ได้เจอฟาร์ พวกเราก็คงไม่ได้รู้จักกันจนถึงทุกวันนี้หรอกเนอะ หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา พวกเราก็จะได้พบกันทุกเย็นที่สวนสาธารณะ ได้พูดคุย ทำอะไรสนุกๆและเที่ยวในเมือง ฟลินน์สนุกจริงๆนะ สนุกจนทุกๆวันฟลินน์รอให้หมดเวลาเรียนเพื่อจะมาเจอฟาร์เลยแหละ

เมื่อฟาร์อ่านมาได้ครึ่งหน้าก็อดยิ้มไม่ได้กับเนื้อความในจดหมาย แถมนี่เค้ายังได้เป็นผู้ชายคนแรกที่ฟลินน์คุยได้อย่างสบายใจ จะว่าไป ฟลินน์เองก็เคยเล่าว่าเธออยู่โรงเรียนสตรีล้วนมาจนถึงมัธยมต้นนี่แหละถึงได้ย้ายมาอยู่โรงเรียนนานาชาติ นึกได้อย่างนั้นก็เริ่มอ่านท่อนต่อไปของจดหมายต่อ

     แต่หลังจากวันนี้เราคงจะไม่ได้คุยกันบ่อยๆ เล่นอะไรสนุกๆหรือ เที่ยวกันอย่างเคยแล้วล่ะ...

ประโยคเพียงประโยคเดียวสร้างความเจ็บปวดและฉงนให้ฟาร์เป็นอันมาก เขารีบอ่านบรรทัดต่อไปทันที

เพราะคู่หมั้นที่คุณพ่อเลือกไว้ให้เขากลับมาแล้ว อันที่จริงฟลินน์ก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ก่อนเขียนจดหมายได้ไม่ถึงวันเพราะคุณพ่อท่านกะจะไว้เซอร์ไพรส์ฟลินน์ คู่หมั้นของฟลินน์เค้าเสนอตนทำหน้าที่รับ-ส่งฟลินน์ไปโรงเรียน ทางคุณพ่อก็ไม่ขัดข้องแถมออกจะยินดีด้วยซ้ำ ฟลินน์บอกคุณพ่อแล้วว่าระยะทางแค่นี้ฟลินน์ไปกลับเองได้แต่ท่านก็ไม่ยอม ฟลินน์รู้สึกไม่ดีจริงๆที่ไม่ได้บอกเรื่องนี้กับฟาร์ด้วยตัวเอง ต้องขอโทษด้วยที่ฟลินน์ต้องทำอย่างงี้ ฟลินน์ไม่กล้าบอกฟาร์ด้วยปากตัวเอง ฟลินน์กลัวตัวเองจะกลั้นบางอย่างในตาไว้ไม่ได้ ฟลินน์ขอโทษ...


ขอโทษ...ขอโทษ...ขอโทษ...

ประโยคเพียงประโยคเดียวที่ก้องอยู่ในใจชายหนุ่ม นี่เขาจะไม่ได้เจอเธอแล้วหรือ...จะไม่ได้คุยกันอย่างเพลิดเพลิน...จะไม่ได้ทำอะไรสนุกๆด้วยกัน...จะไม่ได้เที่ยวกันอย่างคืนวันที่ผ่านมาอีก...?

ฟาร์สังเกตเห็นรอยด่างดวงบนจดหมายที่บอกให้รู้ว่าเคยมีน้ำหยดใส่มัน...น้ำที่ไหลรินจากดวงตา...น้ำตา...

หนังสือ ร่ม จดหมาย ร่วงสู่พื้นที่ชื้นแฉะเพราะสายฝนทีละอย่างๆ ฟาร์ออกวิ่งฝ่าสายฝนจากสวนสาธาระตรงไปยังบ้านของฟลินน์

"ฟลินน์!!!" ฟาร์กู่ร้องหน้ารั้วใหญ่ของคฤหาสน์แบบไม่อายใคร มือขวากำตุ๊กตากระต่ายที่ฟลินน์ให้ไว้ในคืนนั้น นัยน์ตาม่วงมองไปยังประตูบ้านอย่างรอคอย

"ใคร" ซักพักประตูไม้ที่แกะสลักอย่างสวยงามก็เปิดออกพร้อมเงาคน ฟาร์เริ่มอ้าปากเตรียมออกปากถามแต่ก็ต้องหยุดเมื่อเห็นว่าคนที่ออกมาไม่ใช่สตรีที่เขาต้องการพบ หากแต่เป็นชายที่มีอายุราวๆห้าสิบ ผมดำแซมขาวเสยเรียบไปด้านหลัง สวมโค้ดสำหรับอยู่บ้าน ในมือถือไปค์สูบไว้หนึ่งอันและมองมาอย่างไม่พอใจนัก

"ฟลินน์อยู่มั้ยครับ" ชายหนุ่มสะกดอารมณ์ตนและถามอย่างสุภาพ เพราะรู้ว่าคนตรงหน้าคงเป็นพ่อของฟลินน์แน่ๆ แต่ตอนนี้ในใจเขากลับทนไม่ไหว มันร้อนรุ่มมากเสียจนสายฝนอันเย็นจับใจนี้จะเปียกตัวซักเพียงใดก็มิอาจลดความรู้สึกที่ร้อนรุ่มนี้ไปได้

"ไม่อยู่ แต่ถึงอยู่ ชั้นก็ไม่อนุญาตให้พบ" เจ้าบ้านกล่าวหนักแน่น สายตาไม่เป็นมิตรจ้องมาอย่างไม่สบอารมณ์

"ทะ ทำไมล่ะครับ?!" ฟาร์เกาะรั้วถามด้วยความประหลาดใจที่อีกฝ่ายพูดแบบนั้น

"ชั้นรู้หรอกนะว่าเธอคิดยังไงกับลูกสาวชั้น แต่คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเธอน่ะอย่ามาใฝ่สูงซะให้ยาก ชั้นคอยดูอยู่ตลอดว่าเธอมาส่งฟลินน์ทุกวัน แต่อย่าหวังว่าชั้นจะยกลูกสาวให้กับเธอเสียให้ยาก เฮอะ คงคิดจะมาเกาะฟลินน์กินล่ะสิ ฝันไปเถอะ" ว่าจบประตูไม้ก็กระแทกเสียงดังพร้อมคนพูดที่กลับเข้าไปในบ้านอย่างไม่แยแส ฝ่ายคนฟังเริ่มมีสีหน้าที่แย่ลงและหันหลังเดินไปจากหน้ารั้วคฤหาสน์นี้ ความร้อนที่เคยมีในอกมันโดนคำพูดอันเย็นชาบาดลึกจนสงบลง แต่ที่แน่ๆเขาไม่เคยคิดเลยซักครั้งที่จะมาอาศัยเงินฟลินน์ดำรงชีวิต เขาต้องการแค่เพียงมีวันคืนอันสนุกสนานดังเดิมกับคนที่เขาต้องการ แต่ตอนนี้...ความสุขที่เกิดขึ้นได้เพราะเธอ...ความสนุกสนานที่เคยมีกับเธอ...บัดนี้คงไม่มีวันได้กลับคืนมา...

"ไม่ต้องมาทำเป็นร้องไห้สงสารชั้นเลยนะ ไอ้ฝนบ้า" เขาแสยะยิ้มพูดกับสายฝนที่โหมลงมาอย่างไม่หยุดหย่อน ขณะเดียวกันที่สวนสาธารณะ ชายสูทดำคนนึงยืนตากฝนสงบนิ่งอยู่ท่ามกลางหนังสือ ร่ม และจดหมายที่เรียงรายไม่เป็นระเบียบบนพื้น


ในร้านเหล้าลึกของตัวเมือง ที่มุมร้านมีชายสองคนนั่งคุยกันอยู่ บนโต๊ะนั้นมีขวดเหล้าเป็นสิบทั้งตั้งทั้งล้มไม่เป็นระเบียบเรียงรายอยู่

"ปกติชอบกินไอติมไม่ใช่เรอะ แล้วไหงมากินเหล้าซะได้วะฟาร์" ชายสูทดำเท้าคางถามอย่างงงๆ ตรงหน้าเขามีเหล้าแก้วเดียวที่พึ่งถูกจิบไปนิดหน่อย

"ไอติมยังไม่ขายรสใหม่ที่เป็นรสเหล้า" ฟาร์ตอบ เขาดื่มเหล้าพวกบนโต๊ะนี้ทั้งหมดด้วยตัวคนเดียวและยังคงซดมันต่อไปเหมือนน้ำ

"เฮอะ อกหักรักตุ๊ด" คู่สนธนาพูดอุบอิบเหล่ตาไปทางอื่นแต่อีกฝ่ายดันได้ยินเต็มหู

"แกว่าใครตุ๊ด คิล" ชายผมส้มกระชากเน็กไทชายสูทดำเข้ามาใกล้ ดูไปๆก็คล้ายคู่เกย์กำลังจะจูบกันแต่มันไม่ใช่ นี่กำลังจะเป็นการทะเลาะกันซึ่งเรียกสายตาให้หลายๆโต๊ะหันมามองรวมทั้งมาสเตอร์(เจ้าของร้าน)ด้วย

"เอ้อ แกรู้รึยังว่ามีนักปราบปีศาจคนใหม่ย้ายมาอยู่เมืองนี้" คิลเลิกเท้าคางแล้วย้อนถาม คนถูกถามไม่ตอบอะไรแล้วกระดกเหล้าอีกแก้วก่อนจะลุกออกจากร้านไป คิลจึงลุกขึ้นและจะออกไปบ้างแต่ก็มีมือใหญ่จับไหล่เขาไว้

"จ่ายเงินด้วยสิครับ" มาสเตอร์หนวดเฟิ้มยิ้มแฉ่งแต่รังสีที่ปล่อยออกมาเหมือนจะฆ่ากันเสียมากกว่า

"จำไว้เลยไอ้ฟาร์!!!" เสียงแว่วดังออกมาถึงนอกร้านแต่คนถูกเรียกก็ไม่สนใจและก้าวเท้าเดินต่อไป


วันต่อมาบริเวณย่านการค้าที่ฟลินน์และฟาร์เคยมาด้วยกันบ่อยๆ แต่เวลานี้มีเพียงฟาร์เท่านั้นที่เดินอย่างไร้จุดหมายอยู่ที่นี่ แต่แล้วจุดหมายก็ปรากฏขึ้นเมื่อสายตาของฟาร์พบกับฟลินน์และชายที่เขาไม่รู้จัก

"หรือจะเป็นคนที่พ่อของฟลินน์หมั้นไว้ให้" ฟาร์ว่าแล้วซื้อไอติมหนึ่งอันมากินขณะแอบเดินตามทั้งสองไป ทั้งสองเดินแวะดูของตามร้านที่ฝ่ายชายแนะนำแต่สีหน้าของฟลินน์นั้นกลับไม่สดชื่นเหมือนตอนเที่ยวกับฟาร์ ถึงอย่างนั้นก็ตามฝ่ายชายก็พยายามเอาใจและไถ่ถามอย่างไม่ลดละ ส่วนคำตอบที่ได้ก็คือไม่เป็นไรค่ะ ทางฟาร์ก็แอบดีใจเล็กๆที่ผู้ชายคนนั้นทำให้ฟลินน์สุขใจเท่าเขาไม่ได้ จนในที่สุดทั้งสองก็เดินขึ้นรถของฝ่ายชายกลับบ้านไป

"ดูๆไปก็น่าสงสารนายคนนั้นแฮะ เอาใจเต็มที่ก็ยังไม่ได้ผล...แต่ยังไงชั้นก็..."


หลังจากนั้นทุกๆวันฟาร์จะคอยแอบดูฟลินน์ตั้งแต่ที่โรงเรียนจนมีรถคันหรูเข้ามารับเธอออกไป ที่ฟาร์ไม่เข้าไปทักฟลินน์และแอบดูอยู่นั้นเพราะกลัวคู่หมั้นฟลินน์จะมาเห็นเข้าและเขาเองก็อยากลองดูนิสัยคู่หมั้นของคนที่จะมาแต่งงานกับฟลินน์ด้วยซักหน่อยว่าจะดีพอที่จะคอยดูแลและอยู่ข้างๆฟลินน์หรือไม่

"วันนี้ก็ดีเหมือนเดิมแฮะ" จากตอนแรกที่เคยเสียใจเมื่อเขาต้องถูกกีดกันจากหญิงสาว ตอนนี้กลับเป็นห่วงฝ่ายหญิงที่ในอนาคตอาจต้องแต่งงานกับคนที่เพิ่งเคยเจอกันไม่ถึงสัปดาห์ตรงหน้านี้ก็ได้ คู่หมั้นของฟลินน์นั้นมีผมสีน้ำตาลสะอาดตา นัยน์คาที่สะท้อนสีของผืนน้ำอันเย็นสงบตลอดเวลา ชุดที่สวมเป็นเสื้อคอตั้งแขนยาวสีน้ำเงินเช่นเดียวกับกางเกงขายาวของเขา

"กลับไปเถอะทัด ถึงทัดจะทำอย่างนี้ไปก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงหรอก" ฟลินน์กล่าวตัดพ้อแล้วเดินเลียบไปตามทางเดินข้างเขตก่อสร้างตึก บริเวณที่พวกเขาอยู่ไม่ค่อยมีผู้คนอยู่มากนักเพราะยังอยู่ระหว่างการพัฒนา

"ผมกลับไปไม่ได้ถ้าไม่มีฟลินน์" ชายชื่อทัดเดินไปหาฝ่ายหญิง

"ฟลินน์ไม่ใช่โชเฟอร์นะที่ขาดไปแล้วกลับไม่ได้" น้ำเสียงของฟลินน์ตอนนี้เย็นเยียบมาก ผิดกับที่เคยมีในอดีต เธอกลับหลังแล้วเดินสวนทัดไปทันที

"ถ้านายทำให้ฟลินน์เปลี่ยนใจได้ ชั้นอาจยอมตัดใจไปแล้ว แต่ดูท่าจะทำไม่ได้จริงๆสินะ..." ฟาร์รำพึงคนเดียวอยู่ในมุมมืดของตึกใกล้เคียงเขตก่อสร้าง เขาแอบดูเหตุการณ์ที่ผ่านมาตลอดและแอบดีใจนิดๆที่ทัดทำให้ฟลินน์สนุกไม่ได้เท่าช่วงเวลาที่ได้อยู่กับเขา แต่อีกใจนึงก็รู้สึกเสียใจที่ฟลินน์ไม่ร่าเริงสนุกสนานดังเก่า คงเพราะกำแพงขีดกั้นฐานะของพวกเราสองคนที่ทำให้ต้องเกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น

"ข้างล่าง ระวัง!!!" เสียงตะโกนของช่างก่อสร้างที่ควบคุมเครนอยู่ดังขึ้น ทั้งฟาร์ ฟลินน์และทัดมองตามเสียงขึ้นไปและพบกับเหล็กสีแดงขนาดยักษ์จำนวนมากสำหรับขึ้นโครงตึกกำลังร่วงลงมา แม้เหล็กทุกอันจะถูกมัดอย่างดีด้วยวัสดุทนทานพิเศษที่ใช้ในการก่อสร้างแต่ปลายเชือกที่เชื่อมกับเครนกลับขาดเสียได้

"ฟลินน์!!" ทัดตะโกนออกมาแต่ไม่อาจทำอะไรได้ เหล็กทั้งหมดตรงเข้าหาฟลินน์ด้วยแรงโน้มถ่วงที่เกินกว่าเรี่ยวแรงของมนุษย์จะทนรับไว้ได้

"กรี๊ดดดดด" เธอกรีดเสียงร้องของตนด้วยความกลัวตายแต่ทันใดนั้นเอง เงาใหญ่ก็ซ้อนทับความมืดที่หญิงสาวซึ่งตื่นกลัวทรุดตัวอยู่

"ฟ..ฟาร์ ฟลินน์...ฟลินน์ขอโทษ คือฟลินน์ไม่กล้าสู้หน้าฟาร์ ฟลินน์กลัว" เธอพูดติดๆขัดๆกลัวฝ่ายชายจะโกรธเธอ...ความตายไม่สำคัญต่อเธอแล้วในตอนนี้

"ฟลินน์...ชั้นก็มีเรื่องต้องขอโทษเหมือนกัน…" ฟลินน์เงยขึ้นด้วยความฉงนและพบกับท่อนเหล็กที่หล่นจนเกือบจะถึงหัวของฟาร์แล้ว

"ฟาร์ ระวัง!!!" เธอตะโกนลั่นเพราะถ้าถูกมันทับเข้าล่ะก็ คนธรรมดาได้แหลกเป็นแน่ แต่ฟาร์กลับไม่หลบไปและเงยหน้าขึ้นมองท่อนเหล็กพวกนั้นอย่างไม่เกรงกลัว


ตูม

ฝุ่นควันคลุ้งกระจายทั่วบริเวณ คนงานชะเง้อมองลงมาหลายคนเพราะรู้ว่าเหล็กใหญ่พวกนั้นหลบทับคนเป็นแน่ ฟลินน์ในตอนนี้หน้าซีดเผือกเหงื่อไคลผุดเป็นเม็ดๆนั่งเข่าอ่อนกว่าเก่า ส่วนทัดได้แต่ยืนทำหน้าตกใจอยู่ข้างหลังไม่ขยับไปไหน ควันเริ่มจางจนเห็นพื้นปูนที่ปริแตกด้วยแรงกด ท่อนเหล็กยักษ์หลายชิ้นกองอยู่บนพื้น บางชิ้นปักลึกลงไปในพื้นปูนแต่เมื่อควันจางหายไปกลับยิ่งต้องตกใจยิ่งกว่าเก่า

"ชั้นเป็นปีศาจ" เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้น ภาพที่ปรากฏต่อทุกสายตาคือชายผมส้มตาม่วงคนเดิมแต่สิ่งที่ต่างจากเดิมคือปีกค้างคาวดำสนิททั้งสองที่ผุดขึ้นกลางหลัง เหนือใบหูมีสิ่งคล้ายเขางอกเข้ารูปกับคาง มือข้างขวาของเขาชูสูงขึ้นต่อยท่อนเหล็กจนบิดเบี้ยวไว้เหนือหัว นอกจากนี้บนพื้นยังมีเหล็กบางชิ้นที่หักเป็นสองชิ้นอีกด้วย

"น…นี่ล้อกันเล่นใช่มั้ย...ฟาร์หลอกฟลินน์...แกล้งกันใช่มั้ย...ที่สวมอยู่คงเป็นแค่ชุดล่ะสิ…" ตาของฟลินน์เบิกกว้างก่อนจะเริ่มยิ้มเจื่อนๆและถามกับอีกฝ่ายโดยหวังจะได้คำตอบเป็นแค่เพียงการล้อเล่นเท่านั้น

"ขอโทษจริงๆนะที่ไม่เคยบอกมาก่อน" ฟาร์ตอบเสียงเรียบแล้วปล่อยท่อนเหล็กขนาดใหญ่ลงพื้นแล้วหันไปทางหญิงสาว


เพียะ

หน้าของฟาร์หันตามแรงตบ ไม่น่าเชื่อเด็กหญิงน่ารักๆคนนึงจะโกรธถึงเพียงนี้กับการที่เขาไม่เคยบอกเธอ แต่หากคิดดูให้ดี ในวันนั้นเธอก็เกือบต้องตายมาแล้วเพราะปีศาจอย่างพวกชั้น ปีศาจมีเขามีปีก Devil Fargod

"ทำไมฟาร์ถึงทำแบบนี้ ทำไมถึงต้องหลอกฟลินน์ด้วย" น้ำตาที่เคยหักห้ามไว้เนิ่นนานเริ่มท่วมแก้มนวลของหญิงสาว เขื่อนความเข้มแข็งแตกสลายเป็นชิ้นๆเพราะความจริงเพียงข้อเดียว ฟาร์เป็นปีศาจ

"ชั้นกลัวเธอจะตีตัวออกห่างไป..." ฟาร์ตอบเสียงเบาแต่นั่นไม่อาจทำความโกรธของฟลินน์ลดลงได้

"กลัวจะไม่ได้ฆ่ามนุษย์อย่างชั้นใช่มั้ยล่ะ…!" อารมณ์ของฟลินน์รุนแรงขึ้นเมื่อเข้าใจว่าอีกฝ่ายหลอกให้เชื่อใจเพื่อจะฆ่าตน

"พวงกุญแจที่ชั้นให้ไป ทิ้งมันไปซะ! ไปกันเถอะค่ะทัด" แล้วฟลินน์ก็เดินผ่านฟาร์ไปอย่างไร้เยื่อใย ส่วนคนที่ชื่อทัดก็รีบวิ่งตามไป

"เพราะชั้น..." ฟาร์พึมพำเบาๆ สายตาเหลือบไปเห็นวัสดุที่ผูกเหล็กไว้และปลายเชือกด้านบนของมันนั้นขาดเหมือนถูกของมีคมตัดจนแยกจากกัน อุบัติเหตุครั้งนี้ต้องมีใครอยู่เบื้องหลังเป็นแท้แน่นอน

"พลาดงั้นเรอะ..." บุคคลลึกลับที่ยืนอยู่บนอีกฟากของตึกรำพึงกับตัวเองเบาๆก่อนจะหายเข้าไปในเงามืด


ทางด้านฟลินน์และทัดที่อยู่ในรถหรูคันงาม

"ที่ผ่านต้องขอโทษทัดจริงๆนะที่ฟลินน์ทำแบบนั้นกับทัด" หญิงสาวเอ่ยขึ้นแล้วหยิบนาฬิกาพกที่ฟาร์เคยให้ไว้ขึ้นมาดู ฝ่ายทัดไม่พูดอะไรแค่เพียงมองไปทางฟลินน์ด้วยท่าทางแปลกๆหนึ่งครั้งแล้วขับรถต่อไป

ไม่นานนักสองข้างทางก็เริ่มเต็มไปด้วยป่าไม้ รถที่เคยสวนทางไปมาตอนนี้ไม่มีแล้วซักคน ฝ่ายฟลินน์ก็นั่งก้มหน้าก้มตาไม่มองข้างทางจึงไม่รู้คงเพราะเธอกำลังจดจ่อความคิดทั้งหมดไปที่นาฬิกาพกเรือนทองในมือ แต่แล้วรถก็เลี้ยวและจอดลง ฟลินน์เงยหน้าขึ้นมองรอบๆและเห็นแต่ต้นไม้ขึ้นเต็มไปหมด

"เกิดอะไรขึ้นเหรอคะ ที่นี่มันที่ไหน" ฟลินน์หันไปถามทัดที่นั่งข้างๆเธอ หญิงสาวมองไปที่หน้าปัดรถก็เห็นว่าน้ำมันยังไม่หมดจึงยิ่งสงสัย ฝ่ายชายเองก็นิ่งเงียบไปไม่ตอบอะไรแต่จู่ๆมือของเขาก็พุ่งพรวดเข้าหาฟลินน์

"จะทำอะไรน่ะ?!!" ฝ่ายหญิงปัดทันทีด้วยความตกใจ แต่มือนั้นก็กระชากแขนเสื้อขวาของเธอจนขาดไปได้

"ชั้นจะปกป้องเธอจากปีศาจเอง…" คำพูดของทัดตรงข้ามกับการกระทำเป็นอันมาก สีหน้าของเขาดูหื่นกระหาย ซ้ำการหัวเราะในคอยังทำให้เขาดูน่ากลัวยิ่งขึ้น ฟลินน์หันไปหมายเปิดประตูรถแต่เปิดไม่ออกเพราะล็อคอยู่ พอเธอจะเปิดล็อคก็โดนทัดจับปกเสื้อพร้อมฉีกอีกครั้ง หญิงสาวกลัวถึงขีดสุด ในมือกำนาฬิกาพกไว้แน่น


เพล้ง!!

ทันใดนั้นกำปั้นปริศนาก็ต่อยทะลุกระจกกระแทกหน้าทัดจนบิดตามแรง จากนั้นจึงกระชากคอออกทางกระจกรถทันที ทัดยังมึนงงจากแรงต่อย เลือดแดงสดไหลจากปากนิดๆ

"ฟะ..." หญิงสาวเกือบหลุดปากเรียกคนที่เธอโหยหาแม้เขาจะหลอกเธอ แต่ก็ต้องหยุดเพราะคนตรงหน้าไม่ใช่ฟาร์แต่เป็นชายสูทดำผมขาวที่มีแผลเป็นบนใบหน้า คนที่เธอเห็นในวันสุดท้ายก่อนเธอจะไม่ได้ไปที่สวนสาธารณะ

"ไง พ่อนักปราบปีศาจคนใหม่ คิดทำหน้าที่แทนปีศาจแล้วรึ" ขณะพูด ใบหูของชายสูทดำก็ยาวขึ้นและเรียวแหลม แววตาเขียวนั้นจ้องทัดอย่างเย้ยหยันกับการกระทำของนักปราบปีศาจคนใหม่ ทัด

"กล้ามากนะปีศาจไร้เขาไร้ปีก Evil Killer ที่ทำอย่างงี้กับชั้น อุบัติเหตุนั่นก็ฝีมือนายสินะ?" ทัดแสยะยิ้มนิดๆ ธาตุแท้ของเขาเผยออกมาแล้ว ที่ผ่านมาเขาแค่เพียงต้องการมัดใจฟลินน์จึงแกล้งทำตัวเป็นคนดีแต่ใจจริงเพียงต้องการเงินจากพ่อของฟลินน์เท่านั้น

"หึหึ ก็งั้นแหละ ไม่น่าพลาดเลยจริงๆ ต้องขอโทษมนุษย์คนนั้นด้วยนะ" คิลยิ้มนิดๆกล่าวขอโทษฟลินน์ อุบัติเหตุที่เกิดคืนนี้เป็นเพราะปีศาจต้องการฆ่านักปราบปีศาจ แล้วปีศาจที่เธอรู้จักก็มาช่วยเธอ แต่เธอก็โกรธปีศาจตนนั้น พอจะหาที่พักทางใจก็เกือบโดนนักปราบปีศาจขืนใจแล้วปีศาจที่ลงมือพลาดก็มาช่วยเธอ นี่มันเรื่องอะไรกัน ทำไมเธอถึงต้องมาเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้ด้วย เธอแค่อยากมีชีวิตธรรมดาๆสนุกสนานกับชายที่เธอรัก แต่ตอนนี้ชายคนนั้นคงไม่กลับคืนมาอีกแล้ว

"คิดกำจัดชั้นก่อนที่จะโดนชั้นฆ่าสินะ ชาร์ปไฟเออร์!" นักปราบปีศาจถามก่อนจะเรียกอาวุธประจำตัวที่มีลักษณะคล้ายดาบใหญ่ติดเหล็กหลังคมดาบ ด้ามจับทำจากเหล็กที่งอเป็นสามเหลี่ยมและมีเหล็กอีกอันยืดออกมาด้านบน

"ถูกครึ่งนึง เบิร์นอามส์!" ฝ่ายปีศาจเรียกอาวุธดาบเหล็กยาวที่คมและบางออกมาก่อนจะวิ่งเข้าปะทะกัน

"แล้วอีกครึ่งนึงมันอะไรล่ะ" ทัดถามขณะคมดาบเสียดกันจนเกิดประกายไฟตรงหน้าก่อนจะดันมันออกไป

"เพื่อเพื่อนและคนที่เพื่อนชั้นรัก" เท้าของคิลครูดไปกับพื้นและหยุดลง สายตาของเขาไม่มีทีท่าจะยอมแพ้แต่อย่างไร

"แล้วถ้าคนที่จะแย่งคนที่เพื่อนของแกรักไปเป็นคนที่ดีกว่ามันแล้วแกจะว่ายังไง" ทัดถามอีกครั้งแล้วพุ่งเข้าใส่

"ถ้าแกเป็นคนดีจริงๆชั้นก็คิดจะยอมเลิกรา แต่เพราะรู้ว่าแกน่ะเลวกว่าปีศาจถึงยอมอยู่เฉยไม่ได้ไงเล่า" ปีศาจตวัดดาบเรียวขึ้นฟันดาบใหญ่สุดแรงจะหลุดจากมือนักปราบปีศาจไป แล้วรีบชักดาบกลับก่อนจะแทงเฉียดท้องทัดและเกิดการลุกไหม้ขึ้นเล็กน้อยเพราะโดนเพียงนิดเดียว


"อัศนีเกรี้ยวกราด อาร์จีส" สิ้นเสียงสายฟ้าก็ฟาดใส่คิลจนทรุดลงกับพื้นด้วยความเจ็บพร้อมชาร์ปไฟเออร์ที่ปักพื้นในเวลาเดียวกัน

"ทำให้ตกใจได้นิดหน่อยนะ แต่มันก็เท่านั้น" ว่าจบก็เดินกลับไปยังรถที่มีฟลินน์นั่งอยู่ภายใน

"บอกแล้วว่าชั้นปกป้องเธอจากปีศาจได้ ทีนี้ก็ขอของตอบแทนกันหน่อยนะ" ทัดส่งยิ้มเย็นเยือกให้หญิงสาวก่อนจะเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆจนฟลินน์เริ่มสั่นเทาด้วยความกลัวที่มากกว่าเก่า

"ไม่! อย่าเข้ามานะ!!" ฟลินน์รีบหันไปเปิดล็อคของรถอย่างลนลานเพราะรู้ว่าสิ่งตอบแทนที่นักปราบปีศาจนอกรีตคนนี้ต้องการคืออะไร แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว ทัดจับแขนกับขาเธอไว้ได้อย่างละข้างและค่อยคืบคลานเข้ามาอย่างช้าๆ

แสงที่เจิดจรัสสาดส่องยาวไกลมิรู้จบแต่มุมหนึ่งของมันนั้น ก็มีความมืดดำซ่อนเร้นอยู่เช่นกัน…นักปราบปีศาจที่เปรียบได้กับผู้ปกป้องมวลมนุษย์จากเหล่ามารร้าย แต่ในสีขาวแห่งความบริสุทธิ์กลับมีจุดด่างพร้อยปรากฏขึ้น ยามกิเลสเข้าครอบงำจิตใจของมนุษย์ก็พร้อมที่บิดพลิ้วได้ทุกเมื่อ

"ฟาร์!!!!!!"


วาบ…

แสงสีม่วงของอนธกาลเปล่งประกายขึ้นจากมือหญิงสาว แม้จะเป็นแสงแห่งความมืดแต่ในยามนี้มันช่างสว่างสุกใสเหลือเกิน

"มนต์อัญเชิญเรอะ" ทัดเอาแขนทั้งสองป้องตาไว้และรู้สึกได้ถึงพลังแห่งความมืดที่แผ่ออกมา ฝ่ายปีศาจคิลเลอร์ที่ตอนนี้พิงอยู่กับต้นไม้ได้ยิ้มออกมานิดๆ ส่วนหญิงสาวที่กุมนาฬิกาพกทองซึ่งบัดนี้ได้ส่องแสงแรงกล้าออกมา ถึงเธอจะรู้ว่ามันเป็นพลังแห่งความมืดแต่มันกลับให้ความรู้สึกอบอุ่นใจอย่างน่าประหลาด

"ที่เธอเคยขอให้เล่าเรื่องปีศาจ คงถึงเวลาแล้วล่ะ..." เสียงที่คุ้นเคยดังขึ้นก่อนแสงจะหายไปและปรากฏร่างใหญ่ของมนุษย์ผู้มีปีกค้างคาวและเขาปีศาจ ฟาร์ยืนหยัดหน้าคันรถหลังเหวี่ยงตัวนักปราบปีศาจนอกรีตกระเด็นออกไป

"ชั้นคือปีศาจมีเขามีปีก Devil และทุกตนจะมีความสามารถต่างกันออกไป ของชั้นคือการทำให้เขาและปีกหายไปซ้ำยังลดพลังปีศาจจนต่ำเท่ากับมนุษย์ได้ ในคืนนั้นที่ชั้นได้พบเธอ...เป็นวันที่ชั้นกลับจากการทำหน้าที่เป็นสายสืบของปีศาจที่อยู่บนโลก ชั้นกำลังบินกลับที่พักแต่ได้ยินเสียงเธอกรีดร้องถึงสองครั้งจนตกใจใช้ความสามารถพิเศษอย่างลืมตัวแล้วช่วยเธอโดยบังเอิญ แต่นั่นก็ทำให้ชั้นได้มีความรู้สึกดีๆกับโลกใบนี้ยิ่งขึ้น...เธอคือคนที่ทำให้ชั้นรู้สึกอย่างนั้น ถึงแม้ชั้นจะต้องขัดต่อหน้าที่ที่ต้องเป็นสายสืบ ต้องฝืนต่อคำสั่งให้ชิงพลังจากมนุษย์และอาจต้องกลายเป็นปีศาจตกชั้นไปแต่ชั้นก็ไม่เคยเสียใจ..." ฟาร์เล่าความจริงทั้งหมดให้หญิงสาวด้านหลังฟัง ความจริงแทบทุกอย่าง

"แก...นาฬิกานั่น! ทำไมถึงอัญเชิญแกออกมาได้?" ทัดถามเสียงแข็ง ในมือคว้าอาวุธประจำกายขึ้นมา

"ปกติสายสืบของทางปีศาจจะมีสิ่งนั้นไว้ตนละชิ้น เพื่อมอบให้เจ้านายตนสำหรับการเรียกตนมาพบได้ทันที" คิลช่วยตอบแทนฟาร์

"คิล ทำไมคืนนี้นายถึงคิดลงมือฆ่าทัดแบบนั้น แล้วทำไมนายถึงมาช่วยฟลินน์ทั้งๆที่ไม่มีความสำคัญอะไรต่อนาย" เมื่อฟาร์เห็นเพื่อนสนิทของเขานั่งบาดเจ็บอยู่จึงถามออกไปแต่ไม่สามารถเข้าไปดูอาการได้เพราะต้องอยู่ดูฟลินน์ไม่ให้ทัดมาชิงตัวไป

"ข่าวลือที่ชั้นรู้มาเกี่ยวกับเจ้านักปราบปีศาจนั่นมันมีแต่ทางเสียๆ ถ้ามันมาเกี่ยวข้องกับคนมีฐานะอย่างมนุษย์คนนี้แสดงว่าต้องมีจุดหมายอื่นแน่ๆ" ปีศาจสูทดำตอบกลับเรียบๆ

"แต่มันทำให้นายต้องบาดเจ็บขนาดนี้เลยนะ..." ฝ่ายปีศาจมีเขามีปีกเริ่มเสียงอ่อย

"เพื่อนมีไว้ช่วยเหลือกัน และคนสำคัญของเพื่อนย่อมสำคัญเช่นกัน…"

ความมืดมิดที่ไม่มีสิ่งอื่นใด เศษเสี้ยวของมุมหนึ่งมีแสงนวลผ่องโชติช่วงท่ามกลางอนธกาลไร้สิ้นสุด... ปีศาจที่ได้ชื่อว่าเป็นทายาทแห่งความมืดแต่ถึงอย่างนั้นในจิตใจกลับมีแสงสว่างอันดีงามที่เกิดขึ้นด้วยมิตรภาพ

"ฟาร์ ระวัง!!" ขณะที่ฟาร์มัวแต่ยืนอึ้งกับคำพูดที่ลึกซึ้งกินใจของเพื่อนสนิทที่ทุ่มเททุกอย่างได้เพื่อเพื่อนไม่เอาไหนอย่างเขา นักปราบปีศาจนอกรีตก็ถลาตัวเข้าโจมตีปีศาจมีเขามีปีกทันที แต่ฟาร์ก็ใช้มือเปล่าจับปลายดาบไว้ได้ทันก่อนจะแทงเข้าที่หน้าของตน

"หาย ไป ซะ" ทัดประกาศกร้าว เหล็กหลังคมดาบเปิดขึ้นเผยให้เห็นลำกล้องปืนที่เริ่มส่องแสงสีเหลืองออกมา


เปรี้ยง!!!!

เสืองปืนดังลั่น กระสุนสายฟ้าวิ่งออกจากตัวปืนหมายพิชิตปีศาจให้สิ้น ทว่าฟาร์ใช้มืออีกข้างกดดาบลงต่ำทำให้กระสุนพุ่งใส่รถแทน แต่เขาก็เอี้ยวตัวและใช้ทั้งร่างกายและปีกป้องกันการโจมตีนั้นไม่ให้ทำลายรถและหญิงที่เขาปกป้อง

"อั้ก...อ..อ๊อก!!" ฟาร์ทรุดตัวลงกระอักเลือดเป็นจำนวนมาก บริเวณที่ถูกโจมตีมีควันลอยคลุ้งพร้อมกลิ่นเหมือนของไหม้ ฟลินน์รีบวิ่งลงมาดูอาการทันทีด้วยความเป็นห่วงพร้อมพยุงตัวฟาร์เอาไว้

"ถอยไปฟลินน์ ชั้นจะกำจัดสวะนี่!!" ทัดวาดดาบสูงขึ้นหมายตัดคอปีศาจตรงหน้าให้ตาย แต่ก็ต้องชะงักเมื่อหยาดน้ำเริ่มพรั่งพรูจากตาทั้งสองข้างของหญิงสาวอีกครั้ง

"คนที่ทำให้ผู้หญิงร้องไห้อย่างแกน่ะมันต่ำยิ่งกว่าสวะเสียอีก!!" ดาบเรียวยาวของปีศาจสูทดำเสียบทะลุคอนักปราบปีศาจนอกรีตที่ต่ำยิ่งกว่าสวะจากด้านหลัง ทัดเหลือบตากลับมาด้วยความตะลึงอย่างสุดแสน แล้วคิลก็ตวัดดาบฟันคอแยกออกจากร่างตามด้วยฟันผ่าร่างตามยาวก่อนทุกส่วนจะลุกไหม้เป็นจุลจนไม่เหลือซาก

"กลัวจะไม่ได้ฆ่ามนุษย์อย่างชั้นใช่มั้ยล่ะ…!" คำพูดที่เธอเคยทำให้ฟาร์ต้องเจ็บปวดผุดขึ้นในหัวฟาร์

"ขอโทษ ขอโทษ ชั้นขอโทษที่ว่าเธอไปอย่างนั้น" ฟลินน์ฟูมฟายร้องไห้กอดฟาร์ไว้แน่น

"ไม่เป็นไรน่า แค่เธอปลอดภัยก็ดีแล้ว" ฟาร์พูดแล้วกระอักเลือกอีกครั้ง การรับกระสุนสายฟ้าในระยะประชิดสร้างบาดแผลที่สาหัสเอาการทีเดียว

"ฟาร์ ฟาร์ อย่าตายนะ ชั้นไม่ให้เธอตาย เธอต้องอยู่เที่ยวกับชั้นแล้วไปกินไอติมด้วยกันอีก" เธอร่ำไห้หนักขึ้นและยกมือฟาร์ขึ้นมากุมก่อนจะสัมผัสกับพวงกุญแจกระต่ายที่เธอให้เขาไว้ เขายังเก็บรักษามันไว้อย่างดี สภาพยังเหมือนวันที่เธอได้ให้ไป

"ฟลินน์...ชั้นรักฟลินน์...รักฟลินน์มากนะ" ฟาร์เอ่ยแล้วหลับตายิ้มอย่างมีความสุขในอ้อมกอดหญิงสาวที่เขารัก

"ฮื่อ ฟลินน์ก็รักฟาร์ รักมากๆด้วย" ฟลินน์ปาดน้ำตายิ้มขึ้นพองามแล้วกอดฝ่ายชายไว้แน่นกว่าเดิม กระจกของนาฬิกาพกสีทองที่หล่นจากตักเธอซักพักนึงแล้วและอยู่ข้างๆฟาร์แตกกระจายไม่มีชิ้นดีก่อนที่เข็มจะหยุดเดินลง...

"ฟาร์" เมื่อเห็นอีกฝ่ายนิ่งเงียบจึงพยายามเรียก คิลที่ยืนกุมแผลดูอยู่ได้แต่กัดฟันดึงหมวกดำของเขาปิดใบหน้าไม่ให้ใครเห็นน้ำตาแห่งความเสียใจของเขา...ความเสียใจที่เพื่อนสนิทของเขาต้องลาลับไป...

"ฟาร์ ฟาร์ ฟาร์ ฟาร์ ฟาร์" เธอพยายามปลุกเขาด้วยทุกวิถีทางแต่ก็ไร้การตอบสนอง...เขาตายแล้ว...ร่างใหญ่ค่อยๆสลายเป็นฝุ่นผงฟุ้งไปกับสายลมแห่งความโศกเศร้า...น้ำตาที่กลั้นไว้ได้ชั่วครู่ทะลักอีกครั้งราวน้ำแข็งขั้วโลกละลาย...ความรักของเธอส่งไปไม่ถึงเขาอีกแล้ว...มันสายไป...

เวลาไม่เคยหยุดนิ่ง..เข็มนาฬิกาไม่เคยหยุดเดิน....มันเดินไปเรื่อยๆอย่างไม่เหน็ดเหนื่อย...บางคนอาจทำสิ่งที่ตั้งใจได้ทันเวลา...แต่กับบางคน...การบอกคำว่ารักเพียงคำๆเดียว...มันสายไป...


"ฟาร์!!!" ...

 

ผลงานทั้งหมด ของ Adarin

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

49 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 8 กันยายน 2552 / 11:29
    เศร้า จิตตก 55+
    #49
    0
  2. วันที่ 6 มีนาคม 2551 / 14:19
    พี่จะทำให้หนูร้องไห้T^T

    เหอๆ คนยิ่งอินกับนิยายง่ายๆอยู่

    ดีนะที่เป็นคนอ่านหนังสือเร็ว ประโยคมันเลยผ่านไปเร็ว แต่ก็ยังซึ้งอยู่ดี เอื้อก~
    #48
    0
  3. #47 แว่นจัง (บ่นๆๆๆๆๆ -*-")
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2551 / 22:10
    ฉากตาย -*- กระทัดรัด ได้ใจความมาก -.,- (แต่ข้าน้อยก็ร้องไห้ นึกถึงตอนหมาที่บ้านตาย TT^TT เศร้ายิ่งกว่าเพื่อนย้าย .ร.ร อีก (อ้าว! ยังไง =.,= / เพื่อน)) แต่ก็นะ แนวคิดเดียวกับเรื่องไมรอน ลองหาอ่านดูนะ ^^ แล้วจะรู้เลยว่า นี่แหละ วรรณกรรม ^^; (แต่เก็บตังค์เป็นเดือน หายเพราะหนังสือเล่มเดียว -*-; สุดๆ เลย)
    #47
    0
  4. วันที่ 6 ตุลาคม 2550 / 15:44
      ฝากเรื่องหน่อยจ้า...
    #46
    0
  5. วันที่ 2 ตุลาคม 2550 / 11:45
    ตายงับ- -a
    v
    v
    #45
    0
  6. วันที่ 30 กันยายน 2550 / 21:09
    แง ตายไหมเนี้ยยย
    #44
    0
  7. วันที่ 20 กรกฎาคม 2550 / 23:30

    เฮือก.....ไม่นะ 

    ห้ามตายนะ  T^T

    เด๋วคิลเสียใจแนย่(เอ๊ะยังไง)-*-

    คนแต่งใจร้าย  T^T

    mizz

    #43
    0
  8. วันที่ 29 มิถุนายน 2550 / 19:56
    หวานแหวว ดี ตอนแรกๆอ่านไปอมยิ้มไปด้วย หุหุ ^^/

    ส่วนหลังๆ เริ่มซีเรียส(ไม่ถูกกะแนวนี้เลยจิงๆ)

    แต่พออ่านจบมันไม่ซึ้งอ่า (เอ่อ ตอนจบ มันตายได้รวดเร็วมากไม่ถึง ห้า บรรทัด - -'')

    รวมๆก็ดีแล้วงับ = =/ รินคุง (ตอนแรกกระผมเซง บรรยายโวหารนิดๆนะ มันตรงๆไป)

    เขียนต่อไปน้าท่านริน~ กระผมจาพยายามมาอ่านให้ได้(ถ้าไม่ขี้เกียจ)
    #42
    0
  9. วันที่ 28 มิถุนายน 2550 / 19:31
    มาอ่านแล้วนะรินคุง กำลังอ่านช่วงแรกๆนะ เดี๋ยวมาอ่านต่อ เยอะมากเลยอ่ะ เห็นตั้งนานแล้ว แล้วหายไปนาน เลยอยากเข้ามาทักทายนิดๆด้วยแหละ >w<-o ใครเน้อ รู้จักเรามั้ย รินคุง
    #41
    0
  10. วันที่ 13 มิถุนายน 2550 / 19:33
    หงิง ดีใจมีคนเศร้ากับรู้สิ่งที่เอามาเปรียบเทียบด้วย(ก็เล่นบอกซะขนาดนั้น)

    โอ้ ขอบคุณมากงับพี่ปอ><

    เรื่องสั้นคงแต่งอีกถ้านึกเรื่องออกอะนะ-_,-"

    กว่าจะมาอ่านได้นะอีฟ=A= ฟาร์ตายนั่นแหละ แต่ที่เคี่ยวเพราะอีฟทำแบบนั้นเองนะ~ หึหึ
    #40
    0
  11. วันที่ 12 มิถุนายน 2550 / 16:28
    นี่มาเม้นและอ่านให้แล้วนะ
    ตกลงฟาร์จะตายรึเปล่าอะ
    เรื่องนี้พระเอกตายหรอ เหอะๆ

    พักนี้ชักเคี่ยวมากเลยนะ
    แล้วอย่าลืมมาอ่านนิยายเราล่ะ
    ทั้งสองเรื่องเลย!!
    ไปล่ะ พอดีเม้นในวิชาคอมเพิ่มเติม
    บายๆ
    #39
    0
  12. #38 ถามดู
    วันที่ 12 มิถุนายน 2550 / 13:29
    จะมีแต่งตอนเดียวจบแบบนี้มาอีกมั้ยอะ?
    #38
    0
  13. วันที่ 10 มิถุนายน 2550 / 18:16
    โฮกกกกก เศร้า - 0 - มั๊กสงสารฟลิน งิงิ จบเร็วจังเลยอยากอ่านต่อ 555+ อิอิอิ และคำเดียวสั้นๆ สนุกมากจอร์ท
    #37
    0
  14. #36 p'por
    วันที่ 10 มิถุนายน 2550 / 17:14
    I read ur story and i like it mak mak but don't like that you make far die..... so sad, poor flin



    yes, I'm so proud of my brother so much.......... love you my brother
    #36
    0
  15. #35 ฟันนี่เกิลล์
    วันที่ 9 มิถุนายน 2550 / 21:17
    ในที่สุด
    #35
    0
  16. #34 -*&#8226;*ZukI ZenshirO*&#8226;*-
    วันที่ 9 มิถุนายน 2550 / 10:25
    ไม่ค่อยรู้สึกเศร้าหรือเสียใจอะไรเลยแฮะ (คงเป็นเพราะความเย็นชาของตนเอง) แต่ดูมันก็เศร้าดี คนแต่งมีอารมณ์แบบนี้กับเขาด้วยหรอฟะ - -" (วันๆเห็นล่อแต่เกม เพื่อนฝูงก็ไม่ค่อยจะคุยด้วย แฟนก็ไมมีหรือมีแล้ว?) อ่านๆไปบางอันก็มึน ฟาร์ ฟลินน์...ฟลินน์ ฟาร์ มึนกับสองคำนี้แหละ - -" เอาเป็นว่าใช้ได้ก็แล้วกานนะงับ ^^



    ปล.แต่ไม่เชื่อสายตาตนเอง ว่าเขาจะแต่งได้กินใจขนาดนี้ =[]="
    #34
    0
  17. วันที่ 9 มิถุนายน 2550 / 10:19
    เศร้าจริงๆเศร้ามากๆTOT
    สงสารฟลินน์มากมายTOT
    #33
    0
  18. วันที่ 8 มิถุนายน 2550 / 19:44
    โอ้ไม่นะฟาร์(ตัวเรา)

    ช่างผิดคาดไปนิดจากของเก่าที่เคยสมัครไว้= =

    ฮือๆจบได้เศร้ามากๆเหมือนพระเอกนิยายเรื่องแรกผมเลยT^T(ภาคใหม่พระเอกยังมิตาย)

    ท่านอย่าลืมน่อ http://my.dek-d.com/kans1900/story/view.php?id=303271

    กับอยากจะสมัครตัวละครเพพิ่ม= = http://www.negima-tfc.net/mahora/index.php?showtopic=6231
    #32
    0
  19. #31 Lisianthus
    วันที่ 8 มิถุนายน 2550 / 18:53
    จะแปลกไหมว่าถ้ามันไม่ค่อยรู้สึกเศร้าอ่ะนะ (รึว่าคนอ่านคนนี้มันไม่ปกติ= =)
    #31
    0
  20. วันที่ 6 มิถุนายน 2550 / 20:57
    โอย เศร้ามักๆ ติดเรทนิดๆ ตามฟอม= =

    สู้ๆ เห็นได้ชัดมาก ว่าภายนอกบางคนดูดีแต่นิสัยกลับเลวๆ

    กลับกัน ภายนอกดูแย่ๆ แต่นิสัยก็ดี

    ให้ข้อคิดดีเนอะเคอะ
    #30
    0
  21. #29 Thanatos
    วันที่ 6 มิถุนายน 2550 / 20:36
    อืม



    ซึ้งชะมัดเลย T^T นึกไม่ถึงว่าจะแต่งอะไรที่ซึ้งๆแบบนี้เป็นกับเค้าด้วย



    สรุปแล้วเรื่องนี้คนดีก็เป็นคนเลวได้เมื่อกิเลสครอบงำ ส่วนคนเลวก็เป็นคนดีได้เมื่อมีคุณธรรมในใจ (รึเปล่า? (ฮา))



    แต่งได้ดีๆ ทำให้คนอย่างผมซึ้งได้ถือว่าประสบความสำเร็จแล้วท่าน ฮ่าๆๆๆๆ
    #29
    0
  22. วันที่ 6 มิถุนายน 2550 / 19:20
    มาแระงับ..

    ก็..เอ่อ..

    ออกแนวเศร้าๆ ซึ้งๆ

    นิดหน่อยอ่านะ ก็เล่นต่อสู้ซะ

    เหอะๆ งั้นไปแล่ววว

    บับบายเง้อออ ~
    #28
    0
  23. วันที่ 6 มิถุนายน 2550 / 19:15
    แนวเศร้า..เพราะคนแต่งเศร้าที่แต่งเศร้าไม่เป็น=w=/

    ที่นัทจังบอกลองไปแก้นิดหน่อยละ ไม่รู้ดีขึ้นเท่าไหร่-*-

    คนแต่งไม่ได้อกหักมาเฟ้ย=[]=!!!

    ไม่เป็นไรน่อฟางจัง เราก็ต้องขอบคุณที่ให้ตัวละครมาให้เรายำเช่นกัน=w=/

    ได้ไอเดียเลยแต่งอะซัง- -a

    ฟาร์ชอบกินไอติม..เพราะเป็นนิสัยของฟาร์- -a

    ก็ว่าจะให้เรื่องอยู่ในไทยแต่ตัวละครมันชื่อนอกจริงๆเลยเอาไทยมาซักคน

    เอางั้นเลยเรอะพลอย(ณิ)=A=
    #27
    0
  24. #26 Ploy(Ni)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2550 / 18:41
    เมนท์ให้แล้วนะ(ตามสัญญา) >_<"
    #26
    0
  25. วันที่ 6 มิถุนายน 2550 / 16:53
    เอ่อ อ่านแล้วนะเว้ย เราว่ามันไม่ค่อยเศร้าอะ มันออกไปทางแอ็คชั่นเล็กน้อยอะนะ มันต่อสู้ซะจนลืมไปว่านี่เป็น "รักเศร้าๆ" แต่เอาเหอะ พยายามต่อไป

    ปล.ทำไมพระเอกต้องชอบกินไปติม
    ปล2.ทำไม ทัด ชื่อไท๊ยไทย
    ปล3.ไปเม้นท์นิยายเราด้วย
    ปล4.ถ้าแกลืม http://my.dek-d.com/I-am-PLOY/story/view.php?id=251247
    ปล5.ใครที่อ่านบารามอสก็อ่านนิยายเราด้วยนะ

    บับบาย แต่งเรื่องยาวด้วยหล่ะ หัดอัพบ่อยๆหน่อยเซ่
    #25
    0