!i* Fic Baramos (บารามอส) :: The life after the war *i!

ตอนที่ 7 : Episode 7 :: ทวงสัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,043
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    13 เม.ย. 50

เช้าวันต่อมา

"คิล~!!! ตื่นเดี๋ยวนี้น้า~~~!!" เสียงหวานใสของเจ้าหญิงสองดินแดนคนสำคัญดังขึ้นลั่นห้อง เพราะเจ้าตัวกำลังใช้ความพยายามอย่างสูงที่จะปลุกเจ้าเพื่อนนักฆ่าให้ตื่นจากการนอนอันแสนหวานของมัน

"ไอ้คิล!! ฉันอุตส่าห์ถ่อมาถึงห้องนี้เพื่อนปลุกนายเลยนะ ถ้านายยังไม่ตื่นล่ะก็............." เฟรินเว้นช่วงไว้พลางยกฝ่าเท้างามๆ ของตนขึ้นเตรียมตัวยันก้นของนักฆ่าปัญญาอ่อน "นายได้เจอเท้าฉันแน่คิล!!" และแล้วเท้าอันสวยงามของเจ้าหญิงสองดินแดนก็ได้ประทับลงบนก้นอันงามงอน(?)ของคิลเพื่อนซี้นักฆ่าเต็มๆ รัก จนร่างหนาของเพื่อนรักลงไปกองบนพื้นดัง โครม!! ส่วนสภาพนั้น..... ดูไม่ค่อยได้เท่าไหร่...

"โอ้ย!!! ไอ้เฟริน ทำไมต้องถีบกันด้วยวะ!" คิลร้องลั่นก่อนจะหันมาตวาดเพื่อนตัวดีที่ยืนยิ้มแฉ่งอยู่ข้างๆ เตียงนอนของเขา

"เอ๋า ก็นายไม่ตื่นเอง ฉันอุตส่าห์ให้เวลานายตั้งวิหนึ่งในการตื่นแหนะ แต่นายไม่ตื่นเอง เพราะฉะนั้นฉันก็เลยถีบแกไง ฮิฮิ" เมื่อกล่าวจบก็หัวเราะออกมาอย่างน่ารักสมหญิง

เขาคงจะหัวเราะให้ท้องคัดท้องแข็ง เพียงแต่ตอนนี้มันขำไม่ออก! ทั้งจุกทั้งเจ็บ แต่อยากจะลุกไปตื้บมันซักทีสองที โทษฐานทำให้เขาต้องชวดจูบกับเรนอนคนงามในความฝัน!!

"เอาน่าๆๆ ไปอาบน้ำได้แล้ว จะสายแล้วนา" แน่ะ! ดูมันทำ!! ดูมันพูด!!! ยังจะมายั่วให้เขาตบะแตกอีก เดี๋ยวเถอะ ถึงตาเขาเมื่อไหร่จะแก้แค้นให้มันเข็ดไปเลย!!!!

คิลคิดอย่างแค้นเคือง แต่คงจะออกทางสีหน้าไปนิดส์ เฟรินจึงสังเกตเห็น ตบท้ายด้วยการทำประกายระยิบระยับราวกับว่ากำลังท้าทายนักฆ่าให้ทำหน้าที่ตามสัญชาติญาณโดยไม่ต้องจ้างวานเลยซักคน!!!!!

คิลลุกพรวดขึ้นแล้วเดินปึงปังไปหยิบเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำไป ซึ่งก็สวนกับเจ้าชายมาดน้ำแข็งพอดี

เขาหันไปมองอาการของนักฆ่าปัญญาอ่อนแล้วหันมามองหน้าคนรักด้วยความสนเท่ห์ ในนัยน์ตามีประกายคำถามอยู่ข้างใน เจ้าตัวยุ่งเลยตอบคำถามให้

"ก็ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่แหย่มันนิดหน่อยน่ะ คิกๆ" พูดจบก็หัวเราะคิกคักอยู่คนเดียว จนเจ้าชายคนสำคัญอดมั่นไส้ไม่ได้ รวบเอวบางมากอดเอาไว้แน่นแล้วก้มลงฉวยแก้มนุ่มๆ ไปหนึ่งฟอดใหญ่ โดยที่เฟรินไม่ทันตั้งตัว

"ว้าย~!! คาโล ทำอะไรน่ะ ปล่อยนะ" เฟรินร้องอย่างตกใจพลางออกแรงผลักอกคนตัวใหญ่กว่าให้ห่างจากตัวให้ได้มากที่สุด แต่นั้นก็ไร้ผล ในเมื่อร่างสูงไม่มีทีท่าว่าจะขยับเลยซักนิด แถมยังรัดตัวเธอแน่นขึ้นไปอีก

"ไม่ปล่อยแล้วจะทำไมล่ะ ฮึ" คาโลเอ่ยถามเสียงหวานแกมยั่วเย้า

"ก็เดี๋ยวคิลมาเห็นนะ" เธอพยายามบ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่น พลางสะบัดหน้าหนีริมฝีปากของเจ้าชายน้ำแข็งที่เข้าใกล้มาทุกที

"ก็ช่างมันสิ" คำตอบที่สั้นแต่ได้ใจความดังออกมาจากปากของคาโล ซึ่งนั้นก็สร้างความหมั้นไส้ให้เฟรินอย่างมาก อย่างจะต่อยไอ้หน้าหล่อๆ ให้น่วมไปเลย

"อื้อ!" เฟรินส่งเสียงร้องประท้วงทันทีที่ถูกผิดปากด้วยปาก....









ปัง!!!

คิลเปิดประตูห้องน้ำออกมาด้วยใบหน้าบูดสนิท แต่เมื่อได้เห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับยิ้มหน้าบาน ..หึหึ ไอ้เฟรินแกไม่รอดแน่คราวนี้..

"โอ๊ะโอ~ นี่ฉันมาขัดจังหวะพวกนายหรือเปล่าเนี่ย" คิลแสร้งทำหน้าตาอินโนเซนแล้วเอ่ยถาม ซึ้งก็ทำให้เพื่อนทั้งสองหน้าตาทันที โดยเฉพาะเจ้าอดีตหัวขโมยหนุ่ม

"ฮะๆๆๆ เอาเถอะ พวกนายต่อกันเถอะ ไม่ต้องสนใจฉัน ฉันเข้าใจว่าพวกนายน่ะ..." ยังไม่ทันที่จะได้พูดจบประโยคก็โดนขัดขึ้นเสียก่อน

"ไอ้คิล!!" เฟรินตวาดลั่น พลางวิ่งเข้าหาเจ้าเพื่อนซี้ด้วยความเขินอายปนโมโห หวังจะสอยเพื่อนด้วยหมัดซักสองสามทีให้ตายกันไปข้าง

"ว๊ากกกกกกกก ไปแล้วโว้ย~!!!!" วิ่งร้องเสียงหลงก่อนจะวิ่งหนีออกไปนอกห้องโดยมีหัวขโมยในร่างหญิงวิ่งตามไปอย่างไม่ย่อท้อ

"ไอ้คิลมาให้ฉันต่อยซะดีๆ นะโว้ย!!" เฟรินร้องลั่นอย่างไม่กลัวว่ามาดเจ้าหญิงผู้แสนดีที่สร้างไว้จะพังลง ขอแค่ได้ฆ่าเจ้าเพื่อนบ้านี่ก่อน

"ใครจะไปให้แกต่อยวะ แน่จริงตามมาให้ได้สิโว้ย" คิลหันกลับมาตอบด้วยสีหน้าที่ท้าทายฝ่าพระบาดของเจ้าหญิงสองดินแดน

"ก็แกนั้นแหล่ะ วันนี้ฉันไม่สนแล้วโว้ย อย่าคิดว่ามีเรนอนคุ้มหัวแล้วฉันจะไม่กล้าทำอะไรนะ!!" เฟรินตวาดขึ้นอีกครั้งแล้วเร่งสปีตเท้าเพิ่มขึ้นอีก แต่ดูเหมือนร่างกายจะไม่ค่อยอำนวยเท่าไหร่ ร่างบางเริ่มเหนื่อยหอบ ซึ่งต่างจากนักฆ่าปัญญาอ่อนที่วิ่งนำโด่งไปแล้ว ถ้าใครได้มาเห็นภาพนี้คงจะต้องอมยิ้มกันเป็นแน่ ดังเช่นเจ้าชายคาโลที่ยืนมองศึกระหว่างเพื่อนอย่างยิ้มๆ หน้าห้อง ไม่คิดจะเข้าไปช่วยเลย

"อะ........ไอ้....คิล กลับมาก่อน....... แฮ่กๆ ฉัน.....ยอมแพ้.......แล้ว.... ไม่ไหวแล้ว แฮ่กๆๆ" ร่างบางวิ่งช้าลง ช้าลง ช้าลง จนกลายเป็นหยุดวิ่ง แล้วยืนหอบด้วยความเหนื่อย พลางพูดออกมาอย่างตะกุกตะกักเพราะกำลังหอบ

"ฮ่าๆๆๆ อะไรวะ เดี๋ยวสังขารไม่อำนวยแล้วหรือไงฮะ" คิลวิ่งเหยาะๆ กลับมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงกวนบาทาอย่างไม่กลัวตาย

เฟรินตวัดสายตามองอย่างอาฆาตรแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ พลางยกมือขึ้นคล้ายกับว่า ยอมแพ้แล้ว

"ฮะๆๆ มาๆ เร็วเถอะ เดี๋ยวจะสายแล้วไม่ได้กินข้าวนะเฟริน โว้ย! ไอ้คาโล จะยืนยิ้มอีกนานมั้ย!?! ไปกินข้าวกัน" คิลพูดเชิงปลอบเฟรินด้วยแววตาเต้นระริกแล้วหันไปตะโกนหาคาโลที่ยืนห่างออกไป

"อืม" คำตอบสั้นๆ ง่ายๆ แล้วเจ้าตัวก็เดินมาสมทบกับเฟรินและคิล คิลจัดการล็อคคอเฟรินแล้วลากไปทางโรงอาหารดราก้อนทันทีอย่างที่เจ้าตัวยังไม่ทันได้ตั้งตัวจนต้องร้องเสียงหลง

"ว้าย! คิลทำอะไรน่ะ!"

"ก็พาไปกินข้าวไง เงียบๆ เถอะหน่า" คิลตอบปัดๆ ใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสแตกต่างกับเมื่อตอนตื่นนอนลิบลับ



เมื่อทั้งสามเดินเข้ามาในโรงอาหารคิลก็พูดขึ้นเสียงดังทำเอาเจ้าตัวยุ่งประจำป้อมสะดุ้งโหยงในขณะที่ยังโดนล็อคคออยู่ เรียกสายตาจากรอบด้านให้หันมามองทันที

และเมื่อทั้งโรงอาหารหันไปเห็นภาพที่คิลกอดคอเฟรินก็เกิดเสียงแซวขึ้น รวมไปถึงเสียงผิวปากวี๊ดวิ๊วจากเหล่าทะโมนรุ่นเดียวกัน

"พ่อพวกนายเป็นนกหรือไงฮะครี๊ด!!" เฟรินหันไปตวาดแว้ดใส่ครี๊ดที่อยู่ใกล้ที่สุดด้วยความโมโห

"อ่าว พวกเดทมันก็ผิวปากไหงมาด่าฉันคนเดียวล่ะวะ" ครี้ดบ่นงึมงำคนเดียวแล้วหันหน้าไปคุยกับแองจี้ต่อ

"ตกลงแกมีไรจะพูดล่ะคิล ร้องซะฉันตกใจหมด" เฟรินหันไปแว้ดคิลต่อด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวขึ้นไปอีกขั้น

"ก็นะ......นายลืมอะไรไปหรือเปล่าล่ะ" คิลถามอย่างลองเชิง

"ลืมอะไร?" เฟรินตอบกลับมาด้วยใบหน้าสงสัยสุดขีด

"โถ่...............นี่นายลืมจริงๆ เหรอเนี่ย" คิลพูดพลางยกมือข้างที่ว่างอยู่แล้วส่ายหัวไปมาเหมือนกับว่ากำลังเอือมระอาเต็มทน

"ก็อะไรเล่า!" เฟรินพูดขึ้นอย่างอารมณ์เสียก่อนจะหันไปขอความเห็นจากคาโลที่ยืนอยู่ข้างๆ ในมาดน้ำแข็งเช่นเดิม และคำตอบที่ได้ก็คือความเงียบ แต่เจ้าตัวก็รู้ว่าคำตอบก็คือ 'ไม่รู้' นั้นเอง

"อ่ะๆ บอกให้เอาบุญ ก็นายไปสัญญาอะไรกับพวกเด็กปีหนึ่งเมื่อวันปฐมนิเทศน์ล่ะ" คิลพูดด้วยสายตาพราวระยับราวกับว่ากำลังดีใจที่จะได้ของเล่นชิ้นใหม่อย่างไงอย่างงั้น

"อ๋อ~~" เฟรินร้องขึ้นอย่างนึกได้แล้วยิ้มอย่างมีเลศนัยน์

"เอาเถอะ รีบกินข้าวก่อนแล้วค่อยไปทวงสัญญา" เสียงจากเจ้าชายน้ำแข็งดังขึ้นแล้วเดินไปเอาอาหารทันที ตามไปติดๆ ด้วยคิลที่ยังล็อคคอลากเฟรินไปด้วย



เฟรินก้าวดุ่มๆ ไปหาเด็กหนุ่มรุ่นน้องที่กำลังสนทนาอย่างสนุกสนานไม่ห่างจากพวกเธอนักหลังจากที่นำจานอาหารไปเก็บเรียบร้อยแล้ว

"เฮ้ยๆ เฟริน จะรีบไปไหนฟะ" คิลร้องเรียกไปพลาง วิ่งตามคนร่างเล็กไปพลางอย่างเร่งรีบ โดยมีคาโลก้าวฉับๆ อย่างรวดเร็วอยู่ด้านหลัง

"ก็รีบๆ ไปบอกน้องเค้าก็เราจะได้ไปเรียนกันไง" พูดจบก็จ้ำอ้าวเร็วขึ้นอีก

เมื่อทั้งสามเดินมาอยู่จุดที่สามารถได้ยินเสียงพูดคุยของรุ่นน้อง เฟรินถึงกับต้องชะงักท้าวจนอีกสองคนแทบจะเบรกไม่ทัน

"เฮ้ยๆ เมื่อเช้าแกเห็นพี่คิลเดินกอดคอมากับพี่เฟรินป่ะ" เสียงของเจ้าตัวกวนประจำชั้นปีหนึ่งดังขึ้นเริ่มเรื่องอย่างไม่เจียมบอดี้

"อืม ใช่! กอดคอมากันกระหนุงกระหนิงไม่เกรงใจแฟนเลย" เสียงจากลูกคู่ หรือคู่หูตัวกวนสัมทับ

"ทั้งๆ ที่เมื่อวานเจ้าชายครอสตินไปบอกรักแท้ๆ กลับโดนด่ากระเจิดกระเจิงขนาดนั้น แต่วันนี้มา พี่คิลกอดคอขนาดนั้นยังไม่วาอะไรทั้งพี่เฟรินพี่คาโลเลย" เสียงที่สามพูดต่ออย่างสนุกปาก

"นั้นสิ แล้วทีฉันบอกว่าชอบพี่เรนอนพี่คิลก็ดันมาทำหน้าตาอาฆาตร อย่างกับจะมาฆ่าฉันซะงั้น แต่ไหงวันนี้ดันมาออเซาะกับพี่เฟรินซะงั้น ทำไมพวกพี่เขาถึงได้เป็นคนจับปลาสองมืออย่างงี้นะ เฮ้อ~ ไม่ไหวๆ แสดงตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่น้องๆ เห็น" เสียงแรกพูดขึ้นอีก และแสดงท่าทางประกอบราวกับว่าเอือมระอาเต็มทน









"อย่างงั้นเหรอจ๊ะ" เสียงหวานใสจนหยดย้อยดังแทรกขึ้นกลางวงสนทนา ทำเอาเด็กน้อยทั้งสามเสียวสันหลังวาบอย่างไม่รู้สาเหตุ

"โอ้ พวกนายคิดอย่างงี้นี้เอง" เสียงห้าวดังขึ้นสัมทับอีกเสียง พร้อมๆ กับไอสังหารและความหนาวเหน็บที่กำลังก่อตัวขึ้น

รุ่นน้องที่น่ารักทั้งสามค่อยๆ หันหน้ามาเตรียมรับชะตากรรมที่น่าเวทนาอย่างกล้าๆ กลัวๆ

"อ่ะ......เอ่อ พะ........พี่เฟริน.......พี่คิล........พี่คาโล.....มะ....มา ตั้งแต่เมื่อ...ไหร่...กันฮะ" เสียงตอบรับอย่างหวาดๆ ของ วาฟ โรลิค เดอะคิลเลอร์ ออฟ เอเรียส ดังขึ้นเมื่อเห็นหน้าผู้พูดชัดๆ

"ก็มาตั้งแต่นายพูดว่า 'เฮ้ยๆ เมื่อเช้าแกเห็นพี่คิลเดินกอดคอมากับพี่เฟรินป่ะ' " เฟรินพูดทวนคำพูดของน้องๆ แล้วทำเสียงจึ๊กจั๊กในลำคออย่างไม่พอใจ ยิ่งสร้างความหวาดผวาให้แก่รุ่นน้องเข้าไปอีกที่พวกเขาสามารถจำคำพูดแล้วเอามาพูดทวนได้ไม่มีขาดตกบกพร่องขนาดนี้

"เอ่อ........." รุ่นน้องทั้งสามถึงกับใบ้กินอย่างกระทันหัน หน้าตาเลิกลักอย่างหวาดกลัว อยากจะวิ่งหนีไปจากที่ตรงนั้นเสียให้รู้แล้วู้รอด

"อะไรกัน เป็นนักฆ่ากับเจ้าชาย แต่ทำไมถึงไม่มีความสุขุมเอาซะเลย เฮ้อ~ ไม่ไหวๆ แสดงตัวอย่างที่ไม่ดีให้แก่เพื่อนๆ เห็น" คิลทักขึ้นอย่างยิ้มๆ แต่เป็นยิ้มที่ยิ้งทำให้พวกวาฟถึงกับสดุ้งโหยง และยิ่งสะดุ้งเข้าไปอีกเมื่อเจอประโยคยอกย้อนที่ดัดแปลงคำบางคำแต่ก็เหมือนกับประโยคที่เขาได้พูดไว้เมื่อกี๊

"เอาเถอะคิล............ ที่พี่มาหาพวกน้องน่ะแค่จะมาบอกว่าอย่าลืมสัญญาของเราล่ะ เย็นนี้ที่ลานตะวัน อย่าช้าล่ะ กินข้าวให้อิ่มๆ แล้วรีบไปเลยนะ อ้อ! เจ้าชายบาลิก พระอง์ทรงสนใจที่จะไปฝึกดาบกับหม่อมฉันไหมเพคะ" เฟรินเอ่ยห้ามทัพ เด็กน้อยทั้งสามแทบจะร้องไชโยออกมา แต่ก็ดีใจได้ไม่นานก็ต้องทำหน้าเจี๋ยมเจี๊ยมอีกครั้งเมื่อเจอประโยคที่สอง

หนุ่มน้อยผมสีฟ้าเข้ม นัยน์ตาสีฟ้าอ่อน รูปร่างสูงโปร่งถึงกับสะดุ้งตัวแทบโยนเมื่อเจอกับคำพูดเชื้อเชิญนั้น รีบละล้ำละลักปฏิเสธทันที

"มะ.....ไม่ดีกว่าครับพี่เฟริน แหะๆผมเกรงใจฮะ" เจ้าชายบาลิก ลิลิเทีย เดอะปริ๊นซ์ ออฟ สกอร์ปิโอ ตอบปฏิเสธอย่างรวดเร็วด้วยความ 'รักตัวกลัวตาย' ทีมีอยู่ล้นปรี่

"ไม่ต้องเกรงใจไปองค์ชาย ยังไงเรามันก็คนกันเอง เอาเป็นว่าเย็นนี้รีบทานอาหารแล้วมากับพวกวาฟกับซีออนแล้วกันนะ ยังไงเสียพวกนายก็อยู่ห้องเดียวกัน ก็น่าจะรับผิดชอบด้วยกันซักนิดนะ" เฟรินตัดบทอย่างรวบรัดแล้วรีบจ้ำอ้าวออกจากโรงอาหารพร้อมๆ กับคิลและคาโลที่เงียบฟังบทสนทนา



"โถ่~! ให้ตายสิ ทำไมพวกนายต้องพาเอาเรื่องเดือดร้อนมให้ฉันด้วยล่ะเนี่ย" เสียงคร่ำครวญขององค์ชายจากสกอร์ปิโอดังขึ้นเมื่อรุ่นพี่ทั้งสามจากไปแล้ว

"เอาน่า แค่ไปซ้อมดาบ หมูๆ ไม่มีอะไรมากหรอก" ซีออนพูดปลอบใจ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังอดหวาดๆ ไม่ได้กับฝีมือของรุ่นพี่สวแสนสวยคนนั้น

"หยุดพูดเรื่องพวกนี้ก่อนเถอะ ตอนนี้มันจะได้เวลาเรียนแล้วนะ เร็ว!!" วาฟขัดขึ้น แล้วรีบวิ่งโกยแน้บออกจากโรงอาหารทันที ตามไปด้วยเพื่อนซี้เจ้าชายและนักฆ่าอีกสองคน









To be continue............................................?!?

มาอัพให้ครบร้อยแล้วค้า ต้อนรับปีใหม่ไทยเลย เอิ้กๆๆๆ

เอาล่ะ อยากให้อัพอีก ขอเม้นค่า ฮุฮุ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

184 ความคิดเห็น

  1. #177 'frencill♥ (@tchz-fc) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กุมภาพันธ์ 2555 / 23:49
    จะเกิดไรขึ้น?!
    #177
    0