100 อันดับ โลกต้องจารึก

ตอนที่ 7 : ทำไมจึงไม่มี รางวัลโนเบล (Nobel Prize) สาขา คณิตศาสตร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,807
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    10 ก.พ. 50



ทำไมจึงไม่มี รางวัลโนเบล (Nobel Prize) สาขา คณิตศาสตร์


               
อัลเฟรด แบร์นฮาร์ด โนเบล (
Alfred Bernhard Nobel) (21 ตุลาคม ค.ศ. 1833, สตอกโฮล์ม ประเทศสวีเดน 10 ธันวาคม ค.ศ. 1896, ซานเรโม ประเทศอิตาลี) เป็นนักเคมี วิศวกร นักอหิงสา นักเปลี่ยนแปลง ผู้ผลิตอาวุธ และผู้ประดิษฐ์ไดนาไมต์ เขาเป็นเจ้าของบริษัทโบโฟรส์ (Bofors) ซึ่งเป็นผู้ผลิตอาวุธรายใหญ่ โดยเขาได้เปลี่ยนแปลงบทบาทของโรงงานจากเดิมที่เป็นโรงงานเหล็กและเหล็กกล้า มาเป็นโรงผลิตปืนใหญ่ และอาวุธต่างๆ

                ในพินัยกรรมของเขาซึ่งรู้สึกเสียใจจากการที่ระเบิดของเขาถูกนำไปใช้ในการคร่าชีวิตมนุษย์ เขาจึงได้ยกทรัพย์สมบัติจำนวนมหาศาล 94% ของทรัพย์สินให้แก่สถาบันรางวัลโนเบล เพื่อมอบรางวัลแก่บุคคลที่สร้างคุณประโยชน์แก่มนุษยชาติ เรียกว่า รางวัลโนเบล โดยแบ่งเป็น 5 สาขา (เคมี, การแพทย์, วรรณกรรม, สันติภาพ และฟิสิกส์)

                 และในโอกาสที่มีการสังเคราะห์ธาตุชนิดใหม่ขึ้น นักวิทยาศาสตร์ได้ตั้งชื่อธาตุนั้นตามชื่อของเขา เพื่อเป็นการให้เกียรติ ว่า โนเบเลียม (Nobelium)

                รางวัลโนเบล (Nobel Prize) เป็นรางวัลประจำปี ที่มอบให้กับบุคคลที่มีผลงานวิจัยหรือสิ่งประดิษฐ์ที่โดดเด่น หรือสร้างคุณประโยชน์ให้กับมนุษยชาติ (มอบให้กับองค์กรได้ ถ้าเป็นกรณีของรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ)

                การมอบรางวัลโนเบลจัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ในวันที่ 10 ธันวาคม โดยผู้พระราชทานคือ สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งราชอาณาจักรสวีเดน ถึงแม้ว่าบางปีรางวัลบางสาขาอาจไม่มีการตัดสิน แต่มีข้อกำหนดว่าระยะการเว้นการมอบรางวัลต้องไม่เกิน 5 ปี

                แต่สำหรับสาขาเศรษฐศาสตร์นั้น ได้เพิ่มเข้ามาเมื่อ ค.ศ. 1969 โดยธนาคารแห่งชาติสวีเดน โดยชื่ออย่างเป็นทางการคือ Bank of Sweden Prize in Economic Sciences in Memory of Alfred Nobel (รางวัลธนาคารกลางสวีเดน สาขาเศรษฐศาสตร์ ในความทรงจำถึง อัลเฟรด โนเบล) หรือเรียกสั้น ๆ ว่า Nobel Memorial Prize in Economics โดยผู้ตัดสินรางวัลคือ Royal Swedish Academy of Sciences. เนื่องจากรางวัลนี้ไม่ได้อยู่ในความตั้งใจก่อนเสียชีวิตของ อัลเฟรด โนเบล ดังนั้นจึงไม่ได้รับเงินรางวัลจากมูลนิธิโนเบล แต่ได้รับเงินจากธนาคารกลางสวีเดน อย่างไรก็ตาม รางวัลโนเบลสาขาเศรษฐศาสตร์มีศักดิ์และสิทธิ์เท่ากับรางวัลในสาขาอื่น ๆ การมอบรางวัลนี้ ก็จะมอบในวันเดียวกันกับรางวัลโนเบลสาขาอื่น โดยมีกษัตริย์สวีเดนเป็นผู้มอบ ได้รับเหรียญตรา และจำนวนเงินเท่าเทียมกัน


               
คำถาม

                
               
แต่มีคำถามที่คาใจนักคณิตศาสตร์หลาย ๆ คนว่า เหตุไฉนไยเล่า มิสเตอร์อัลเฟรด โนเบล (
Alfred Nobel) ที่ได้สู้อุตส่าห์ตั้งรางวัลโนเบลเพื่อเป็นกำลังใจกับคนในหลากหลายสาขา จึงมองข้ามที่จะให้รางวัลกับคนในสาขาคณิตศาสตร์ไปเสียเล่า?

                เรื่องเล่าขานปากต่อปากไปทั่วโลก ไม่เว้นแม้แต่ในสถาบันการศึกษาชื่อดังทั้งในยุโรปและอเมริกา เช่นว่า คุณโนเบลนั้น ไม่ถูกกับนักคณิตศาสตร์ท่านหนึ่ง และกลัวว่านายคนนี้จะได้รางวัลโนเบลของเขาไป ก็เลยไม่ตั้งรางวัลในสาขาคณิตศาสตร์ดื้อ ๆ ใครจะทำไม? (ก็เขาเป็นคนตั้งรางวัลเองนี่

                บางแหล่งก็ว่าว่าโนเบลถูกนักคณิตศาสตร์แย่งแฟนหรือภรรยาไป ทำให้โนเบลเกลียดนักคณิตศาสตร์ไปตลอดชีวิต ?!?

                ในเรื่องเล่าทั้งสองเรื่องนี้ บางครั้งไม่ได้ระบุว่านักคณิตศาสตร์ตัวต้นเหตุนั้นเป็นใคร แต่บางครั้งคุณ แมกนัส มิตแทก-เลฟเฟลอร์ (Magnus Mittag-Leffler) นักคณิตศาสตร์ชื่อดังชาวสวีเดน       (คนชาติเดียวกับคุณโนเบล) ได้รับเกียรติ(?) ให้เป็นตัวร้ายในสองเรื่องนี้

                เราจะตรวจสอบเรื่องเล่าทั้งสองเรื่องนี้ว่ามีมูลความจริงเพียงใด


               
เรื่องเล่า(
myth) ที่หนึ่ง : โนเบลถูกแย่งภรรยา?

                เมื่อตรวจสอบดูแล้ว ปรากฏว่าคุณโนเบลท่านไม่เคยแต่งงานเลยต่างหาก ดังนั้นท่านจึงไม่มีภรรยาจะให้ใครมาแย่ง !

                แล้วเป็นไปได้ไหมว่า คุณโนเบลจะถูกคุณมิตแทก-เลฟเฟลอร์แย่งแฟนไปตั้งแต่ตอนยังหนุ่ม ๆ ก็เลยไม่แต่งงานไปตลอดชีวิตเสียเลย?

                แต่ช้าก่อน โนเบลได้อพยพจากประเทศสวีเดนเมื่อ พ.ศ.2408 แล้วกลับมาเยี่ยมเยือนประเทศบ้านเกิดเมืองนอนน้อยครั้งมาก ตอนนั้นท่านอายุได้ 32 ปี แต่มิตแทก-เลฟเฟลอร์ เพิ่งจะอายุได้ 19 ปี ความแตกต่างทางอายุตอนนั้น ไม่น่าที่จะทำให้ท่านทั้งสองแย่งผู้หญิงคนเดียวกันได้

ยิ่งกว่านั้น ยังไม่เคยมีหลักฐานใดว่าคุณโนเบลถูกนักคณิตศาสตร์แย่งแฟน ถ้าศาลตัดสิน ก็คงพิจารณาว่าเรื่องเล่านี้ว่าไม่มีมูลความจริงแต่อย่างใด


               
เรื่องเล่า(myth) ที่สอง : โนเบลไม่ถูกกันกับนักคณิตศาสตร์คนหนึ่ง

               
               
กรณีโนเบลกินเกาเหลา(ไม่กินเส้น)กับนักคณิตศาสตร์นั้น ไม่เคยออกจากปากของคุณโนเบลเอง และตัวร้ายตามท้องเรื่องคือคุณมิตแทก-เลฟเฟลอร์นั้น ก็เคยได้รับการมอบหมายให้เจรจาธุรกิจกับคุณโนเบล ถ้าหากทั้งสองคนมีเรื่องกันก่อนหน้านั้น ก็คงจะไม่ได้รับมอบหมายให้ทำการเจรจา หรือถ้ามีเรื่องหลังจากนั้น คนที่น่าจะเจ็บใจก็คงจะเป็นคุณมิตแทก-เลฟเฟลอร์มากกว่า เพราะว่าโนเบลอยู่ในฐานะผู้ให้คุณให้โทษในการเจรจาธุรกิจนี้


               
เรื่องที่น่าจะเป็นจริง

                ไม่มีใครบอกได้ว่า เหตุผลแท้จริงที่โนเบลไม่ได้สร้างรางวัลสำหรับคณิตศาสตร์คืออะไร ความลับนี้ได้หายไปพร้อมกับการเสียชีวิตของท่านเสียแล้ว

                โนเบลเป็นนักวิทยาศาสตร์และกลายเป็นมหาเศรษฐีตั้งแต่ยังหนุ่มด้วยสิ่งประดิษฐ์คือระเบิดไดนาไมท์ และได้สร้างบริษัทและห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ไปในประเทศมากกว่ายี่สิบประเทศ

                สิ่งที่รบกวนจิตใจท่านตลอดมาคือการที่ไดนาไมท์ได้กลายมาเป็นเครื่องมือประหัตประหารมนุษย์ด้วยกันเอง แทนที่จะเป็นเครื่องมือใช้ระเบิดอุโมงค์ หรือช่วยในการค้นหาแร่ธาตุดังที่ท่านตั้งใจไว้แต่แรก

                ท่านได้ประกาศจัดตั้งรางวัลโนเบลด้วยทุนส่วนตัวของท่านเมื่ออายุ 63 ปี ก่อนที่จะเสียชิวิตในปีต่อมา รางวัลนี้จัดตั้งเพื่อเป็นเกียรติกับผู้เกี่ยวข้องกับ 'สิ่งประดิษฐ์หรือการค้นพบที่เป็นประโยชน์กับมวลมนุษยชาติ' แรกเริ่มเดิมทีรางวัลนี้มีห้าสาขา คือในสาขาฟิสิกส์, เคมี, การแพทย์, วรรณกรรม, และสันติภาพ ต่อมามีการเพิ่มเศรษฐศาสตร์เป็นสาขาที่หกโดยธนาคารแห่งสวีเดน (Bank of Sweden) เป็นผู้ออกทุน

                ถ้าจะเดากันว่าโนเบลซึ่งมีใจเป็นกุศลที่จะอุทิศเงินของท่านเพื่อเป็นประโยชน์กับมนุษย์ทั้งโลก จะมีอคติกับคณิตศาสตร์ด้วยเหตุส่วนตัวเช่นนี้ เราอาจจะดูถูกคุณโนเบลเกินไป

                เหตุผลที่น่าเชื่อถือที่สุดคือ โนเบลไม่เคยมีความคิดอยู่ในสมองเลยว่าท่านจะให้รางวัลในสาขาคณิตศาสตร์ โนเบลเป็นนักเคมีและนักฟิสิกส์จึงเป็นธรรมชาติของท่านที่จะมองเห็นความสำคัญของศาสตร์ทั้งสองนี้ ในขณะเดียวกันโนเบลเป็นนักอ่านตัวยงและเป็นผู้รณรงค์เพื่อสันติภาพคนหนึ่งจึงตั้งรางวัลในสาขาวรรณกรรมและสาขาสันติภาพ สำหรับรางวัลทางการแพทย์นั้น เป็นเรื่องง่ายที่เราจะเห็นว่าสาขานี้เป็นประโยชน์กับมนุษย์เพียงใด

                สำหรับคณิตศาสตร์ซึ่งเป็นศาสตร์พื้นฐานของศาสตร์ทั้งหลายนั้น ท่านอาจจะเห็นความสำคัญอยู่ แต่ไม่เห็นว่าการค้นพบใหม่ ๆ ทางคณิตศาสตร์จะมีผลกระทบโดยตรงอย่างฉับพลันต่อมนุษย์ได้อย่างไร จึงได้ละเว้นรางวัลในสาขานี้เสีย

                อีกเหตุผลหนึ่งที่เป็นไปได้ก็คือในขณะนั้น สวีเดนก็มีรางวัลสาขาคณิตศาสตร์จากพระมหากษัตริย์ของสวีเดนเป็นผู้ทรงพระราชทานอยู่แล้ว โนเบลอาจคิดว่าเป็นเรื่องไม่สมควรที่จะมีรางวัลใหญ่ทางคณิตศาสตร์ซ้อนทับกับรางวัลของพระองค์

                อย่างไรก็ตามยังมีนักคณิตศาสตร์หลายคนที่ได้รับรางวัลโนเบล เพราะผลงานได้รับการประยุกต์ในสาขาอื่นได้ เช่น จอห์น แนช เป็นต้น

  

                สถิติที่น่าสนใจ

               

1.     ผู้ได้รับรางวัลที่มีอายุน้อยที่สุด ได้แก่ ลอเรนซ์ แบรกก์ (William Lawrence Bragg) ได้รับรางวัลโนเบลในสาขาฟิสิกส์ เมื่อปี ค.ศ. 1915 โดยได้รับรางวัลเมื่ออายุเพียง 25 ปี

2.     ผู้ได้รับรางวัลที่มีอายุมากที่สุด ได้แก่ เรย์มอนด์ เดวิส (Raymond Davis Jr.) ได้รับรางวัลโนเบลในสาขาฟิสิกส์ เมื่อปี ค.ศ. 2002 โดยได้รับรางวัลเมื่ออายุ 88 ปี แต่เรย์มอนด์ เดวิสได้เสียชีวิตลง หลังจากได้รับรางวัลเพียง 4 ปีต่อมา

3.       องค์กรและบุคคลได้รับรางวัลบ่อยครั้งที่สุด ได้แก่

4.     องค์กรที่ได้รับรางวัลโนเบลมากที่สุด ได้แก่ สภากาชาดสากล โดยได้รับรางวัลโนเบลในสาขาสันติภาพในปี ค.ศ. 1917, ค.ศ. 1944 และ ค.ศ. 1963

5.     มารี กูรี ได้รับรางวัลในสาขาฟิสิกส์ ร่วมกับ อองตวน อองรี แบกเกอแรล เมื่อปี ค.ศ. 1903 และได้รับรางวัลโนเบลอีกครั้งในสาขาเคมี ร่วมกับ ปิแยร์ กูรี เมื่อปี ค.ศ. 1911

6.       จอห์น บาร์ดีน ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ 2 ครั้ง ได้แก่ ปี ค.ศ. 1956 และ ค.ศ. 1972

7.     ลีนุส คาร์ล พอลลิง ได้รับรางวัลโนเบลในสาขาเคมี ในปี ค.ศ. 1954 และ ได้รับรางวัลโนเบลอีกครั้งในสาขาสันติภาพ เมื่อปี ค.ศ. 1962

8.       เฟรดเดอริก แซงเงอร์ ได้รับรางวัลโนเบลในสาขาเคมี 2 ครั้ง ได้แก่ ในปี ค.ศ. 1958 และ ค.ศ. 1980

9.       ตระกูลที่ได้รับรางวัลโนเบลมากที่สุด ได้แก่ ตระกูล "กูรี" โดยมีผู้ได้รับรางวัลโนเบลทั้งหมด 3 คน ได้แก่

10.    ปิแแยร์ กูรี และ มารี กูรี ได้รับรางวัลโนเบลเคมี ในปี ค.ศ. 1903 และต่อมา

11.    อีแรน โฌลิออต-กูรี และ เฟรเดริก โฌลิออต ผู้เป็นสามี ได้รับรางวัลโนเบลสาขาเคมีในปี ค.ศ. 1935

12.   ผู้ที่ปฏิเสธการเข้ารับรางวัลโนเบล ได้แก่ ฌอง ปอล ซาร์ต ซึ่งปฏิเสธการเข้ารับรางวัลโนเบล สาขาวรรณกรรม ในปี ค.ศ. 1964 และ เล ดุ๊ก โถ ซึ่งปฏิเสธการเข้ารับรางวัลโนเบล สาขาสันติภาพ ในปี ค.ศ. 1973

13.   บุคคลคนแรกที่ได้รับรางวัลแต่ไม่ได้ปรากฏตัวเพื่อรับรางวัลมีคนแรกและคนเดียว คือนาง ออง ซาน ซู จี รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ พ.ศ. 2534 จากการต่อสู้โดยสันติวิธีในการเรียกร้องประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน แต่เธอไม่ได้มาร่วมงานครั้งนั้นเพราะถูกรัฐบาลพม่าควบคุมตัวอยู่ในบ้านออกไปไหนมาไหนไม่ได้จนถึงปัจจุบัน

14.    ผู้เข้ารับรางวัลโนเบล 763 ราย แบ่งเป็นเพศชาย 730 ราย และ เพศหญิงมีเพียง 33 ราย


+ +
http://www.vcharkarn.com/include/article/showarticle.php?Aid=281

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

3,073 ความคิดเห็น

  1. #2721 Papagalos (@greek) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2553 / 16:23
    ของแอบเสริมนิดนึงนะคะ
     การที่โนเบลให้รางวัลในสาขาวรรณกรรม อาจเป็นได้ด้วยเหตุผลคือ อัลเฟรด โนเบลเองเป็นผู้ที่รักการเขียน จะสัง
    เกตได้จากการที่เวลาโนเบลไม่สบายและต้องพักฟื้น ช่วงเวลานั้นๆ โนเบลจะใช้เวลาให้การเขียน ทั้งนวนิยาย และบทร้องกรอง ดังนั้น เราว่าไม่แปลก ถ้าโนเบลจะลงพินัยกรรมให้มีการมอบรางวัลในสาขาวรรณกรรม ในเมื่อตัวเขารักงานเขียน
     รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ถ้ามองให้แง่ของมนุษย์คนหนึ่งที่มีจิตใจและความรู้สึก โนเบลได้หลงรักผู้หญิงคนนึง เบอร์ธา วอน ซัทเนอร์ ซึ่งเคยมาทำงานเป็นเลขานุการให้กับเขา เบอร์ธา เป็นทั้งนักเขียน และนักต่อสู้เพื่อสันติภาพ ในเมื่อผู้หญิงที่ตนรักทำงานต่อสู้เพื่อสันติภาพ จึงไม่เห็นเหตุผลใดๆก็ตามที่โนเบลจะไม่ให้รางวัลในสาขานี้ หลังจากที่โนเบลเสียชีวิต รางวัลโนเบลสาขาสันติภาพปี 1905 ก็พิจารณามอบให้แก่ เบอร์ธา วอน ซัทเนอร์ ซึ่งเป็นอดีตคนรักของอัลเฟรด โนเบล
     และผลงานของโนเบลได้กลายเป็นสิ่งทำลายล้างมนุษย์ด้วยกัน ช่วงหลังๆในชีวิตของโนเบล ได้มีบทบาทต่อการแสวงหาสันติภาพ จึงไม่แปลกที่โนเบลจะให้รางวัลในสาขาสันติภาพ
    นอกจากนี้ ยังมีคำกล่าวกันว่า รางวัลโนเบล เป็นมรดกของคนสำนึกบาปที่กระทำลงไป หรือ รางวัลแห่งการไถ่บาป

    #2721
    0
  2. #2692 —★EmoMelody™ (@emo_melody) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2553 / 21:55
    ได้รางวัลแล้วปฏิเสธไม่รับ...
    ทำไมกันน้า
    เสียดายโอกาสดีๆอ่า
    #2692
    0
  3. #2554 ตาล (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 เมษายน 2553 / 10:28
    ้อยสุดร่าเริงกลางหาว หาวหวดหวดอยู่หน้าหม้อากุงอาการ ไม่ดีไม่ดีอยุ่นั่นตอแหละ น่าเบื่อจริงตจริงเลยจะให่เร่ยนไปถึงไหนกันคุไม่รุ้เรื้องกรือหย่างไห
    #2554
    0
  4. #2425 * EmmieCHAN * [A-yaMi] (@nittayarat) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2552 / 08:26
    ขอบคุณสำหรับเรื่่องดีๆที่ข้าน้อยกำลังสงสัยอยู่
    ขอบพระคุณจริงๆ(_ _)
    #2425
    0
  5. #2407 0000 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 กันยายน 2552 / 19:58
    ฟิสิกไงครับสาขา คณิตศาตร์ เพราะใช้คำนวนครับ
    #2407
    0
  6. #1276 AoyRic (@aoyric) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2551 / 19:18
    จากเรื่องเล่า ..  ท่านโนเบลคงแค้นเนอะ

    *3*
    #1276
    0
  7. #1254 hjhgjghj (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2551 / 09:26
    ข้อมูลดีมากเลยครับแต่ที่ผมสันนิษถานว่ารางวัลโนเบลทำไมคณิตศาสตร์ถึงไม่ได้เพราะ



    ท่านเจ้าของรางวัลนี้เป็นศาสนาคริสไม่ถูกกับเลข 666 และซึ่ง666นี้อยู่ในวิชาคณิตศาสตร์



    จึงเจ้าของจึงไม่ให้รางวัลโนเบลตามคำที่ผมสันนิษถานนะครับ
    #1254
    0
  8. #1114 พิมพ์ชนก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2551 / 19:41
    เหตุผลที่ว่าเกลียดคณิตศาสตร์คงจะไม่ใช่หรอก



    เพราะฟิสิกส์ เคมี ก็มีพื้นฐานมาจากคณิตศาสตร์



    ถ้าเกลียดคณิตศาสตร์คงจะเรียนพวกนี้ได้ไม่ดีหรือไม่สะดวกเท่าไหร่



    น่าจะมาจากความเกรงใจพระมหากษัตริย์ของสวีเดนมากกว่าเนอะ
    #1114
    0
  9. #1077 ปลาย่าง (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2551 / 22:35
    เรื่องดีมากค่ะ





    ขอบคุณข้อมูลดีๆนะค่ะ
    #1077
    0
  10. #1072 JKayR (@JKayR) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2551 / 23:38
    อืม ขอบคุณค่ะ ที่เอาเรื่องมาให้อ่าน น่าสนใจมากเลยค่ะ
    #1072
    0