อย่ามายุ่งกับข้า เราหย่ากันแล้ว ทำมือ+E-book

ตอนที่ 14 : บทที่ 4-3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,577
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 155 ครั้ง
    4 ก.ค. 61

E-book มาแล้วค่ะ ฝากเปย์คุณชายสี่ด้วย หรือจะทดลองอ่านก่อนก็ได้ ถูกใจแล้วค่อยเปย์(^_^)


Cast : Luhan 
    หวงเสี่ยวฉี คุณชายสี่แห่งตระกูลหวง 



Cast : Angelababy
เหอลี่หมิง/ประกายดาว

              

ออกจากเรือนหลัก หวงเสี่ยวฉีมิได้กลับเรือนเหลียนฮวาในทันที หากแต่สาวเท้าไปที่เรือนทิศตะวันออกโดยมีจินชุ่ยเวยเดินตามไปไม่ห่าง เขาหยุดเท้าที่หน้าเรือน ทอดสายตาเข้าไปด้านในที่มีแสงสว่างจากดวงตะเกียงเพียงไม่กี่ดวง ร่างสูงอยู่ตรงนั้นไม่ถึงครึ่งเค่อก็สาวเท้ากลับเรือนเหลียนฮวา

จินชุ่ยเวยที่เดินตามหลังได้แต่แสดงสีหน้าครุ่นคิดว่าเหตุใดคุณชายสี่ถึงต้องมายืนมองหน้าเรือนทิศตะวันออกเพราะไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ความใคร่รู้มีอยู่เต็มเปี่ยม หากแต่ตนเป็นบ่าวจึงได้แต่เก็บความสงสัยเหล่านั้นเอาไว้ในอก เร่งฝีเท้าตามติดเมื่อระยะห่างระหว่างตนเองกับผู้เป็นนายมีมากขึ้น หากชักช้าเกรงว่าจะเป็นการมิสมควร







“เถิงเกา ใกล้จวนนี้มีตลาดหรือไม่”

เหอลี่หมิงตื่นแต่เช้าตรู่ จัดการล้างหน้าบ้วนปาก ก่อนจะเดินออกมาหาเซี่ยเถิงเกาหน้าห้อง สาวใช้มองหน้านางครู่หนึ่งแล้วจึงให้คำตอบ

“มีเจ้าค่ะ ห่างจากจวนนี้ไปเพียงไม่ถึงสามลี้ คุณหนูถามทำไมหรือเจ้าคะ”

“ข้าอยากไปตลาด”

เหอลี่หมิงเอ่ยเสียงนุ่มน่าฟัง ใบหน้ายิ้มแย้ม หากแต่สิ่งที่นางบอกทำให้เซี่ยเถิงเกาเกิดความกังวลใจขึ้นมาฉับพลัน

“คุณหนูต้องการสิ่งใด เพียงแค่ออกปาก ข้าจะไปนำมาให้เองเจ้าค่ะ”

“ข้าอยากได้วัตถุดิบที่จะนำมาปรุงอาหาร รบกวนเจ้าพาข้าไปได้หรือไม่”

“ถ้าคุณหนูต้องการอาหาร รบกวนรอชั่วครู่ ข้าจะไปที่ห้องครัว แล้วนำมาให้” เซี่ยเถิงเกาขันอาสา

“หาใช่เช่นนั้น ข้าอยากลงมือปรุงอาหารด้วยตัวเอง”

“แต่คุณหนูทำอาหารไม่เป็นนี่เจ้าคะ”

แววตาของเซี่ยเถิงเกาฉายแววเคลือบแคลง สาวใช้ทราบว่าเหอลี่หมิงสูญเสียความทรงจำ แต่จู่ๆ คนที่ไม่เคยลงมือปรุงอาหารด้วยตนเอง จะมีความสามารถในข้อนี้ขึ้นมาได้เช่นไรกัน

เหอลี่หมิงยิ้มอ่อนโยน ก่อนจะบอกเสียงนุ่มนวล

“เถิงเกา ในโลกใบนี้ยังมีสิ่งที่เจ้ายังไม่รู้อีกมาก เช่นข้ามีความสามารถในการปรุงอาหาร แต่เจ้าหารู้ไม่”

เหอลี่หมิงยิ้มแย้มคล้ายต้องการล้อเลียน แววตาของเซี่ยเถิงเกาก็ยิ่งฉายชัดถึงความเคลือบแคลงเสียยกใหญ่ หากแต่แววตาของนางเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกในชั่วพริบตา

“หากเจ้าไม่สะดวกใจที่จะพาไป ขอเพียงเจ้าชี้ทาง นั่นก็ถือว่าเป็นการรบกวนมากแล้ว”

น้ำเสียงของเหอลี่หมิงมิได้ฉายแววขุ่นเคือง พบแต่เพียงความลำบากใจที่แฝงอยู่ในนั้น ด้วยตระหนักถึงสถานะของตนดี ตอนนี้นางเป็นเพียงแต่ผู้อาศัย มิใช่เจ้านายคนหนึ่งของจวนอีกแล้ว หลังจากที่นางลงนามในหนังสือหย่าทุกอย่างถือว่าเป็นอันสิ้นสุดลง นางได้พักอาศัยในเรือนหลังเดิม ก็ถือว่าคนในจวนเมตตามากแล้ว จึงไม่ควรมากเรื่อง

“มิใช่เจ้าค่ะคุณหนู ข้าเกรงว่าคุณหนูจะลำบาก”

“เจ้ามิต้องกังวล ข้าหาลำบากไม่ เกรงแต่ว่าเรื่องที่ข้าไหว้วานจะเป็นการรบกวนเจ้า”

“ไม่เลยเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้านำคุณหนูไปเอง”

 

“เหตุใดคุณหนูจึงไม่เรียกรถม้าเล่าเจ้าคะ”

เซี่ยเถิงเกาที่เดินกางร่มตามหลังเหอลี่หมิงเอ่ยขึ้น ทั้งคู่ก้าวออกจากอาณาเขตของจวนแม่ทัพหวง มุ่งหน้าสู่ตลาด หิมะสีขาวสะอาดตาที่กำลังโปรยปรายลงมือคล้ายเม็ดฝน มือบางของเหอลี่หมิงอดไม่ได้ที่ยื่นออกไปจนสุดแขน สัมผัสกับหิมะอย่างนึกสนุก ใบหน้างดงามแย้มยิ้ม ก่อนจะให้คำตอบแก่เซี่ยเถิงเกา

“ข้าหามีสิทธิ์เรียกรถม้าของจวนมาใช้ตามอำเภอใจไม่”

น้ำเสียงยามที่เอื้อนเอ่ยดูแจ่มใส ไม่มีร่องรอยแห่งความขุ่นเคืองหรือความเศร้าหมองเจือปน เซี่ยเถิงเกาลอบมองใบหน้างดงาม ความคลางแคลงใจมีอยู่เต็มเปี่ยม

“เหตุใดคุณหนูจึงไม่มีสิทธิ์เล่าเจ้าคะ”

เหอลี่หมิงหยุดเท้าแล้วหันมาหาเซี่ยเถิงเกาที่ยืนเยื้องอยู่ทางด้านหลัง

“เจ้าคงยังมิรู้ ข้ากับคุณชายของเจ้าเราหย่ากันแล้ว ข้าหามีสิทธิ์เรียกใช้รถม้าได้ตามอำเภอใจ คุณชายของเจ้าให้ข้าได้อาศัยเรือนทิศตะวันออกเป็นที่หลับนอน ก็นับว่าเมตตามากแล้ว”

เอ่ยมาถึงตรงนี้เหอลี่หมิงก็พ่นลมหายใจออกมาพรืดใหญ่ ราวกับคนที่กำลังตกอยู่ในภาวะเศร้าหมองเสียเต็มประดา นั่นเป็นเพราะนางกำลังครุ่นคิดถึงยุคเดิมที่ต้องจากมา หากแต่เป็นเพราะสวรรค์คงลิขิตนางถึงต้องมาอยู่ในยุคโบราณ เอาเถอะ อย่างไรนางก็ยังคงได้มีลมหายใจต่อไป เมื่อคิดได้แบบนั้นนางจึงพ่นลมหายใจออกมาอีกพรืดหนึ่ง เซี่ยเถิงเกามองนางอย่างเห็นใจ เพราะคิดว่านางกำลังเศร้าโศกเสียใจเรื่องที่ต้องหย่าขาดจากหวงเสี่ยวฉี

“ข้าเห็นใจคุณหนูยิ่งนัก แต่ข้าไร้ความสามารถ มิอาจช่วยเหลือคุณหนูได้”

“เจ้าอย่าได้กังวล ข้ามิเป็นไร”

เหอลี่หมิงยิ้มอ่อนโยน หากแต่สีหน้าของสาวใช้ยังไม่คลายกังวล มือบางของนางจึงเอื้อมไปกุมมือข้างหนึ่งของเซี่ยเถิงเกาไว้ ออกแรงดึงรั้งให้อีกฝ่ายเดินเคียงข้างกัน

“ไปเถอะเถิงเกา ไม่มีสิ่งใดที่เจ้าต้องกังวลใจ เมื่อเราได้วัตถุดิบสำหรับปรุงอาหารแล้ว ข้าจะให้เจ้าได้ลิ้มรสฝีมือข้า”

เหอลี่หมิงเผยรอยยิ้มสดใส ความกังวลใจของเซี่ยเถิงเกาดูลดลงไปหลายส่วน รีบเร่งฝีเท้าตามอีกฝ่ายที่กำลังเดินกึ่งวิ่ง ใบหน้าเล็กสดใสกวาดสายตามองตลาดโบราณขนานแท้ที่นางเพิ่งเคยได้พบเห็นเป็นครั้งแรกด้วยดวงตาเป็นประกายเจิดจ้า พลางหันไปยิ้มให้เซี่ยเถิงเกาที่กำลังพับเก็บร่ม เอ่ยปากเร่งเพราะทนเก็บความตื่นตาตื่นใจเอาไว้ไม่ไหว

“เร็วหน่อยเถิงเกา ตลาดแห่งนี้ช่างครึกครื้นยิ่งนัก เจ้าดูสิ”

เซี่ยเถิงเกามองไปเบื้องหน้า เห็นจริงอย่างที่เหอลี่หมิงว่า ยามนี้ตลาดเต็มไปด้วยผู้คนที่กำลังเลือกซื้อสินค้า พ่อค้าแม่ค้าที่นำสินค้ามาขายแบ่งเป็นสองฟาก บ้างวางสินค้าบนโต๊ะเตี้ยที่ทำจากไม้ไผ่ ลักษณะคล้ายแคร่ตัวใหญ่ที่เอาไว้นั่งพักผ่อน บ้างวางสินค้าในกระจาดและกระด้ง เว้นทางเดินตรงกลางไว้ ยังมีร้านค้าอีกมากมายที่ตั้งอยู่เบื้องหลังพ่อค้าแม่ค้าเหล่านั้น

รอยยิ้มน่ารักสดใสของเหอลี่หมิงทำให้เซี่ยเถิงเกาเผยรอยยิ้มตามไปด้วย สาวใช้กำลังคิดว่าอยากให้เหอลี่หมิงเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ขออย่าให้ความทรงจำของนางฟื้นคืนมา นางไม่อยากรับใช้เหอลี่หมิงผู้เกรี้ยวกราดโมโหร้ายอีกแล้ว

อา นางกำลังคิดไม่ดีใช่หรือไม่

เซี่ยเถิงเกาหลุดออกจากความคิดจดจ่อของตนตอนที่ถูกกระตุกข้อมือด้วยแรงประมาณหนึ่ง

“เถิงเกา ของที่ข้าต้องการอยู่ตรงนั้น ตามข้ามา”

 




“ท่านป้า ไก่นี่ซื้อขายเช่นไรหรือ”

เสียงหวานละมุนฟังนุ่มหู ทำให้แม่ค้าขายไก่ต้มตัวขนาดไม่ใหญ่ไม่เล็กที่ผ่านการกำจัดขนออกจนเกลี้ยงเงยหน้าขึ้น เจตนาจะเจรจาพาทีตามประสาคนค้าขาย หากแต่พอได้เห็นใบหน้าแย้มแย้มของคนซื้อ ดวงตาของนางพลันเบิกกว้าง ละล่ำละลักแจ้งราคาซื้อขายคล้ายหวาดกลัว

“...เจ้าค่ะ”

แม่ค้าแจ้งราคา เหอลี่หมิงจึงหันไปหาเซี่ยเถิงเกา วานให้นางหยิบเงินในถุงกำมะหยี่สีแดงออกมา สมัยราชวงศ์ซิ่น ซื้อขายแลกเปลี่ยนโดยการใช้เงินตรา โดยจะมีการใช้ทั้งตั๋วเงินและเหรียญที่ทำมาจากทองแดงเป็นทรงกลมมีรูตรงกลางในการแลกเปลี่ยนสินค้า นับว่าให้ความสะดวกอยู่ไม่น้อย เซี่ยเถิงเกายื่นเงินให้แม่ค้าแล้วรับไก่ต้มตัวหนึ่งกลับมา

หากแต่ท่าทีคล้ายหวาดกลัว หลบเลี่ยงสายตา ทำให้เหอลี่หมิงมิอาจไม่เคลือบแคลงใจ

“ท่านป้า เหตุใดท่านจึงมีท่าทางหวาดกลัวข้าเช่นนั้นกันเล่า หรือว่าข้าเคยทำสิ่งใดให้ท่านป้าขุ่นเคือง”

น้ำเสียงที่เอ่ยมิได้มีความขุ่นเคืองเจือปน พบแต่ความกังวลใจอย่างเปิดเผย แววตาของนางดูใสซื่อจริงใจไร้มารยาแอบแฝง ความหวาดกลัวของแม่ค้าขายไก่ต้มดูลดลงไปหลายส่วน หากแต่ยังคงหลงเหลืออีกหลายส่วนเช่นกัน นางจึงตอบแบ่งรับแบ่งสู้

“มิได้เจ้าค่ะ คุณหนูหาได้ทำสิ่งใดให้ข้าขุ่นเคือง”

แม่ค้าตอบตามจริง นางเพียงแต่ได้ยินบ่าวไพร่จวนแม่ทัพหวงโจษจัณฑ์ถึงสะใภ้เล็กของสกุลหวงคนนี้ว่าเป็นสตรีร้ายกาจ จิตใจของนางมืดบอดยิ่งกว่าท้องทะเลลึก มิใช่เพราะความร้ายกาจของนางหรอกหรือ ที่ทำให้สตรีนางหนึ่งต้องจากโลกใบนี้ไปอย่างน่าเวทนา เช่นนั้นแล้วจะมิให้นางรู้สึกหวาดกลัวได้อย่างไรกัน  

“เช่นนั้นแล้ว เหตุใดท่านป้าจึงแสดงทีท่าคล้ายหวาดกลัวข้าหรือว่าท่านรังเกียจ”

“มิใช่เจ้าค่ะ”

แม่ค้าขายไก่ต้มรีบยกไม้ยกมือขึ้นโบกปฏิเสธพัลวัน ความเคลือบแคลงทำให้เหอลี่หมิงจะซักต่อ หากแต่เซี่ยเถิงเการีบห้ามทัพเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้แม่ค้าขายไก่ต้ม หน้าซีดยิ่งกว่าไก่ต้มที่ตนนำมาขายเสียแล้ว

“ทางโน้นมีของที่คุณหนูต้องการเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้านำทางเอง”

“เดี๋ยวก่อนเถิงเกา ข้ายังมิได้ความจากท่านป้าเลย”

เซี่ยเถิงเกามองแม่ค้าขายไก่ต้มด้วยสายตาเห็นใจแวบหนึ่ง ก่อนจะจูงกึ่งลากเหอลี่หมิงออกมาจากตรงนั้น แล้วหันไปมองแม่ค้าคนเดิมอีกชั่วจิบชาหนึ่งอึก ท่าทางผ่อนลมหายใจ ยกมือทั้งสองข้างขึ้นทาบอก ทำให้นางเข้าใจได้ว่าอีกฝ่ายคงหายใจโล่งแล้ว โชคดีจริงๆ ที่คุณหนูของนางไร้ซึ่งความทรงจำในอดีต อุปนิสัยใจคอเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ นางจึงกล้ากระทำการอุกอาจเช่นนี้ได้ หากเป็นคุณหนูคนก่อน มีหรือที่นางจะกล้าทำ ไม่พ้นคงโดนดุด่าและทุบตี

“ต้องขออภัยเจ้าค่ะที่ข้าล่วงเกิน ขัดบทสนทนาทั้งที่คุณหนูยังมิรู้ความ”

เซี่ยเถิงเกาหยุดเท้าตรงทางเดินหลังจากพาเหอลี่หมิงออกห่างจากแม่ค้าขายไก่ต้มได้สักระยะ เหอลี่หมิงจำต้องหยุดเท้าไปด้วย นางใช้สายตาแง่งอนมองสาวใช้ มิใช่สายตาโกรธเกรี้ยวอย่างที่ควรจะเป็น ทำให้เซี่ยเถิงเกาโล่งใจได้เปลาะหนึ่ง

“เหตุใดเจ้าจึงได้ลากข้าออกมาเช่นนี้ ข้ายังคุยกับท่านป้ามิรู้ความ”

       “ข้าเพียงแต่งเกรงว่าแม่ค้าจะเป็นลมหากคุณหนูซักถามนางต่ออีกสักหน่อย” น้ำเสียงของเซี่ยเถิงเกาที่เต็มไปด้วยความกังวลส่งผลให้หัวคิ้วของเหอลี่หมิงขยับเข้ากัน

        “เพียงแค่พูดคุยจะทำให้นางเป็นลมอย่างไรกัน เจ้ากล่าวหาข้าเกินไปแล้ว” เหอลี่หมิงต่อว่าไม่จริงจัง ท่าทางคล้ายคนน้อยใจเสียมากกว่าที่จะขุ่นเคือง

        “ข้ามิได้มีเจตนาเช่นนั้นเจ้าค่ะคุณหนู หากแต่...” เซี่ยเถิงเกามีทีท่าอึกอัก คล้ายจะพูดแต่ก็ไม่พูด

        “พูดมาเถอะเถิงเกา”

        “คุณหนูเป็นที่หวาดกลัวของบ่าวไพร่และชาวบ้าน ข้าหมายถึงคุณหนูก่อนหน้านี้น่ะเจ้าค่ะ” เซี่ยเถิงเกาเอ่ยแล้วรีบหลุบสายตาลงต่ำ สีหน้าแสดงถึงความอึดอัดใจ คำพูดที่ออกไปเป็นไปอย่างระมัดระวัง

         “เจ้าหมายถึงนิสัยใจคอของข้าก่อนหน้านี้ใช่หรือไม่”

         สาวใช้เงยหน้าขึ้นสบตากับเหอลี่หมิง พยักหน้าเล็กน้อย แล้วหลุบสายตาลงต่ำเช่นเดิม

         เหอลี่หมิงแทบอยากจะร้องไห้โดยไร้น้ำตา ก่อนหน้านี้นางเพียงแค่รู้ว่าเจ้าของร่างไม่เป็นที่ต้องการของสามี ซ้ำยังเป็นที่หวาดกลัวของบ่าวไพร่ หากแต่มิรู้ว่าความร้ายกาจของนางจะโจษจัณฑ์ออกมาถึงนอกจวน จนเป็นเหตุให้ชาวบ้านร้านตลาดต่างพากันหวาดกลัว

         “ข้าเข้าใจแล้ว”

        เหอลี่หมิงพยักหน้ารับอย่างขมขื่น นางมิกล้าเลือกซื้อสินค้าใดๆ อีก จึงแจ้งสิ่งที่ต้องการวานให้เซี่ยเถิงเกาช่วยเป็นธุระให้ นางพาตัวเองถอยมาหลบอยู่ตรงมุมหนึ่งที่ผู้คนไม่พลุกพล่านนัก หากแต่เสียงสนทนาคล้ายกระซิบกระซาบทำให้ใบหน้างดงามหมดจดฉายความกังวลอย่างเด่นชัด ก่อนจะเปลี่ยนเป็นไร้สีเลือดฉับพลัน

        “ใช่คุณหนูท่านนี้หรือไม่ ที่เขาโจษจัณฑ์กันว่าเป็นเหตุให้แม่นางผู้หนึ่งต้องจากโลกนี้ไปอย่างน่าเวทนา”

        “เจ้าเข้าใจมิผิด เป็นคุณหนูท่านนี้แน่”

        “ช่างน่าหวาดกลัวยิ่งนัก”

         หนึ่งในคู่สนทนายกมือขึ้นทาบอก ปรายตามองเหอลี่หมิงแวบหนึ่ง ก่อนจะรีบดึงสายตากลับท่าทีคล้ายหวาดกลัวคล้ายรังเกียจจนแยกไม่ออกว่าสิ่งใดกันแน่ที่มีมากกว่ากัน จากนั้นจึงพากันเดินจากไป

         ในอกของเหอลี่หมิงเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวาดหวั่น ความชาวาบโอบล้อมเรือนกายตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ในใจพลางตัดพ้อ สวรรค์เมตตาให้นางรอดชีวิต แต่เหตุใดจึงส่งนางมาให้มาอยู่ในร่างฆาตกร เดิมทีนางพอจะทำใจได้ที่ทุกคนต่างหวาดกลัวกับนิสัยร้ายกาจของเจ้าของร่าง หากแต่นางมิรู้ว่าเจ้าของร่างจะร้ายกาจถึงขนาดเข่นฆ่าผู้คนได้

         มิใช่เรื่องง่ายเลยที่นางจะใช้ชีวิตอยู่ในยุคโบราณโดยปราศจากผู้คนปองร้าย

        ไม่ง่ายเลยจริงๆ

 




ขอให้อ่านอย่างมีความสุขค่ะ

   ติดตามแฟนเพจ กดตรงนี้เลยจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 155 ครั้ง

403 ความคิดเห็น

  1. #338 IamAtom (@IamAtom97) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 19:32
    ประโยค หา.……ไม่ นี้ใช้บ่อยไปนะ
    #338
    0
  2. #335 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2561 / 06:40
    รอๆๆๆๆๆ
    #335
    0
  3. #334 WiKoetmontree (@WiKoetmontree) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2561 / 18:03
    ทำไมบางครั้งใช้ “มิ” บางทีใช้ “ไม่ “ ละคะ
    #334
    0
  4. #180 yingnungning (@yingnungning) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 21:30
    สนุกค่ะ ติดตามๆ
    #180
    0
  5. #179 japaramita90 (@japaramita90) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 21:30
    รอตอนต่อไปอยู่นะคะ
    #179
    0
  6. #178 DayGood (@DayGood) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 21:25
    ติดตามค่าาาาาาา
    #178
    0