อย่ามายุ่งกับข้า เราหย่ากันแล้ว ทำมือ+E-book

ตอนที่ 24 : บทที่ 8-2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,007
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    14 ก.ค. 61

E-book มาแล้วค่ะ ฝากเปย์คุณชายสี่ด้วย หรือจะทดลองอ่านก่อนก็ได้ ถูกใจแล้วค่อยเปย์(^_^)


Cast : Luhan 
    หวงเสี่ยวฉี คุณชายสี่แห่งตระกูลหวง 



Cast : Angelababy
เหอลี่หมิง/ประกายดาว

              

หน้าเรือนทิศตะวันออก

                สามพี่น้องตระกูลหวงหยุดเท้าหลังจากห่างเรือนสิบจ้าง* หวงลู่เหวินมองหวงจิ้นเค่อคราหนึ่ง มองหวงหลิ่งซานคราหนึ่ง

                “พวกเจ้าเคลือบแคลงในสิ่งที่ข้าพูดใช่หรือไม่”

                เมื่อคนเป็นพี่ใหญ่ของตระกูลเปิดทาง สองพี่น้องที่เหลือจึงมิอาจรั้งรอ โดยเฉพาะหวงหลิ่งซานที่กระตื้อรื้อร้นแสดงความอยากรู้อยากเห็นจนออกนอกหน้า

                “ประโยคที่พี่ใหญ่เอ่ยกับเหอลี่หมิงข้าหาเข้าใจไม่ เจ้ามิใช่เจ้า หมายความว่าเช่นไรกัน”

                เป็นหวงหลิ่งซานที่เอ่ยปากสอบถาม ส่วนหวงจิ้นเค่อก็แสดงท่าทีว่ากำลังฟังอย่างตั้งใจ ความอยากรู้มิแตกต่าง หากแต่สงวนท่าทีมากกว่าน้องสามของตระกูลที่เก็บอาการอยากรู้อยากเห็นเอาไว้มิเคยได้

                “นางมิใช่เหอลี่หมิง”

                คำบอกกล่าวของหวงลู่เหวินยิ่งสร้างความแคลงใจให้คนที่รอฟังคำตอบ สองพี่น้องสบสายตากันครู่หนึ่งแล้วดึงสายตากลับไปที่พี่ใหญ่ของตระกูล

                “พี่ใหญ่ล้อพวกข้าเล่นแล้ว ท่านจะบอกว่านางมิใช่เหอลี่หมิง จะเป็นไปได้เช่นไรกัน ข้าเห็นมากับตา นางคือเหอลี่หมิงมิผิดแน่ จริงไหมน้องสาม”

                ท้ายประโยคหวงจิ้นเค่อหันมาหาหวงหลิ่งซานอย่างขอความเห็น ซึ่งอีกฝ่ายรีบพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน พร้อมเอ่ยสมทบ

                “ใช่ นางจะมิใช่เหอลี่หมิงได้เช่นไรกัน เราต่างเห็นว่านางคือเหอลี่หมิงมิผิดแน่”

                “ร่างกายของนางคือเหอลี่หมิงอย่างที่พวกเจ้าเห็น หากแต่ตัวตนของนางหาใช่เช่นนั้นไม่”

                “ยิ่งพี่ใหญ่พูดข้ายิ่งไม่เข้าใจ ท่านเข้าใจหรือไม่พี่รอง” หวงหลิ่งซานหันไปสอบถามหวงจิ้นเค่อ ซึ่งอีกฝ่ายรีบส่ายหน้าทันที

                “นั่นน่ะสิพี่ใหญ่ ที่ท่านกล่าวมาหมายถึงสิ่งใดกัน”

                หวงลู่เหวินยังแสดงสีหน้าเย็นชา หากแต่แววตาวูบไหว แต่ก็เป็นเพียงแวบหนึ่งก่อนจะเลือนหายไปราวกับมิเคยเกิดขึ้นมาก่อน

                “ดวงวิญญาณที่อยู่ในร่างมิใช่เหอลี่หมิง คราวนี้พวกเจ้าเข้าใจได้หรือยัง”

                จบประโยคดวงตาสองคู่เบิกกว้าง สองพี่น้องลอบมองหน้ากัน เป็นหวงหลิ่งซานที่สอบถามเพิ่มเติม หากแต่น้ำเสียงที่เปล่งออกมาบอกว่าเจ้าตัวกำลังตื่นตระหนกไม่น้อย

                “พี่ใหญ่จะบอกว่านางถูกปีศาจร้ายหรือภูตผีครอบครองร่าง เป็นเช่นนั้นใช่หรือไม่”

                “ข้าใช้วิชาตรวจจับมาร นางมิใช่ปีศาจร้ายหรือภูตผี หากแต่เป็นดวงวิญญาณบริสุทธิ์ มาจากดินแดนห่างไกล ข้าเองก็มิอาจให้คำตอบที่กระจ่างไปมากกว่านี้ได้ คงต้องคาดคั้นเอาคำตอบจากนาง นางเท่านั้นที่จะให้คำตอบได้”

                หวงลู่เหวินร่ำเรียนวิชามาจากสำนักดอกท้อ ซึ่งนอกจากร่ำเรียนวิชาการต่อสู้ ยังได้ร่ำเรียนวิชาปราบมาร และมีวิชาตรวจจับมารรวมอยู่ในนั้นด้วย เขาเป็นคนที่เชี่ยวชาญในการตรวจจับมารมากที่สุด เพียงมองปราดเดียวก็ดูออก

                “แล้วน้องเล็กรู้หรือไม่”

                “นั่นน่ะสิพี่ใหญ่ น้องเล็กรู้เรื่องนี้หรือไม่”

                ประโยคแรกเป็นของหวงจิ้นเค่อ ส่วนประโยคหลังเป็นของหวงหลิ่งซาน


                “น้องเล็กร่ำเรียนวิชาตรวจจับมารเช่นกัน แม้ไม่เชี่ยวชาญ หากแต่มิใช่เรื่องยากเกินความสามารถ ข้ามั่นใจเกินครึ่งว่าน้องเล็กคงเคลือบแคลงในเรื่องนี้ และคงกำลังหาทางพิสูจน์หลังจากที่ข้าบอกเรื่องราวผ่านทางสายตา เราควรไปรอที่เรือนตามที่น้องเล็กบอก แล้วค่อยปรึกษาหารือกัน”

         


      

                ห้องโถงหลัก เรือนทิศตะวันออก

                “คุณชายสี่ ท่านมีสิ่งใดจะพูดคุยกับข้าหรือไม่”

                เหอลี่หมิงอดไม่ได้ที่จะสอบถาม เพราะตั้งแต่คุณชายทั้งสามออกไปจากเรือน หวงเสี่ยวฉีก็เอาแต่จ้องนาง กวาดสายตามองนางตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า แล้วสายตาคู่คมดุจมีดดาบก็มาหยุดที่ดวงหน้าของนาง ทำเอานางหายใจไม่ทั่วท้อง เซี่ยเถิงเกากับจินชุ่ยเวยยังคงยืนอยู่ที่เดิมและก็ทำได้เพียงลอบมองสถานการณ์

                “ตามข้ามา”

                หวงเสี่ยวฉีคว้าของมือข้างหนึ่งของนางแล้วรั้งให้เดินตามออกไปนอกเรือน เหอลี่หมิงทำท่าจะค้าน หากแต่สายตาคมกริบที่ตวัดมองทำให้นางจำต้องสงบปากสงบคำ ขยับเท้าตามอีกฝ่ายไปอย่างไม่มีทางเลี่ยง

                หวงเสี่ยวฉีพาเหอลี่หมิงมาหยุดเท้าตรงริมสระหลังเรือน ตรงบริเวณที่พบร่างของนาง หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหวั่นพรั่นพรึง หากแต่ประโยคที่ออกมาจากริมฝีปากได้รูปสร้างความหวาดวิตกให้นางเป็นพันเท่า

                “เจ้าเป็นใคร”

                เดิมทีหวงเสี่ยวฉีเกือบจะหมดข้อสงสัยในตัวของเหอลี่หมิง ท่าทีที่เปลี่ยนไปของนางคงเป็นเพราะนางสูญเสียความทรงจำตามที่นางกล่าวอ้าง หากแต่ตอนที่เขาได้สบตาพี่ใหญ่ของตระกูลอย่างหวงลู่เหวิน สิ่งที่พี่ใหญ่บอกผ่านทางสายตา ทำให้ความเคลือบแคลงก่อนหน้านี้กลับเด่นชัดขึ้นมาอีกครั้ง

                “ทะ ท่านหมายถึงสิ่งใด ข้าหาเข้าใจไม่”

                นางให้คำตอบแล้วหลุบสายตาลงต่ำ ความหวาดหวั่นกำลังกัดกินหัวใจของนาง จะยอมให้เขารู้มิได้เป็นอันขาด หากเขารู้ว่านางมิใช่เจ้าของร่าง เขาจะทำเช่นไรกับนางก็มิอาจคาดเดาได้

                “เจ้ามิใช่เหอลี่หมิง บอกข้ามาว่าเจ้าเป็นใคร”

                แม้น้ำเสียงมิได้ดุดัน หากแต่ให้ความรู้สึกเย็นวาบจับขั้วหัวใจ เป็นอีกครั้งที่นางรู้สึกว่าไม่สามารถหายใจได้อย่างทั่วท้อง ทั้งสายตาที่มองมาอย่างบีบบังคับทำให้นางรู้สึกว่าตนกำลังจนตรอก เลือดในกายของนางกำลังจะกลายเป็นน้ำแข็ง จิตใจของนางกำลังแบ่งแยกเป็นสองฝักสองฝ่าย นางควรจะบอกความจริงหรือควรจะโป้ปดต่อไป

                นางควรทำเช่นไรดี

                “ท่านคงเข้าใจผิดไป ข้าคือเหอลี่หมิง จะเป็นผู้อื่นไปได้เช่นไรกัน รูปร่างหน้าตาของข้าก็มิได้เปลี่ยนแปลง เหตุใดท่านจึงเคลือบแคลงในตัวข้า”

                หญิงสาวเพิ่งรู้ว่าตนเป็นคนโง่เง่าอย่างถึงที่สุดก็ตอนที่ร่างของนางถูกกระชากเข้าสู่เรือนกายกำยำ ลำตัวของนางหลายส่วนแนบไปกับแผ่นอกแข็งแกร่ง ท่อนแขนกลมกลึงทั้งสองข้างถูกมือหนาจับยึดเอาไว้อย่างแนบแน่น เสียงแค่นหัวเราะที่ออกมาจากลำคอของอีกฝ่าย ย้ำชัดว่านางมิควรดื้อแพ่ง แต่ดูเหมือนจะไม่ทันการณ์เสียแล้ว

                “ฮึ เจ้าแน่ใจใช่หรือไม่ว่าเจ้าคือเหอลี่หมิงมิผิดแน่”

                “คือว่าข้า...”

                ครั้นนางจะเปิดปากบอกความจริง อีกฝ่ายก็ปิดโอกาส นางยังมิทันได้เอ่ยจบประโยค เขาก็ชิงตัดหน้าเอ่ยออกมาก่อน

                “งั้นก็ดี หากเจ้ายืนยันหนักแน่นว่าเจ้าคือเหอลี่หมิง ถ้าเช่นนั้น หากข้าจะร่วมรักกับภรรยาของตัวเองก็คงมิผิดแต่อย่างใด”

                ดวงตาคู่สวยพลันเบิกกว้าง ริมฝีปากของนางเผยอออกจากกัน ก่อนที่นางจะทันได้รู้ว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด ร่างกายของนางก็ตกอยู่ในอ้อมแขนแข็งแกร่งเสียแล้ว

                “ทะ ท่านจะทำเช่นนั้นมิได้”

                “ทำไมเล่า ในเมื่อเจ้าคือเหอลี่หมิง แล้วเหตุใดข้าจะร่วมรักกับภรรยาตัวเองมิได้”

                ใบหน้าหล่อเหลาเผยรอยยิ้มชวนน่าขนลุก แววตาของเขาดูเย็นเยียบชวนให้เลือดในกายเย็นเฉียบขึ้นมาฉับพลัน ก่อนจะจงใจกวาดสายตามองเรือนร่างของนางอย่างจาบจ้วงคราหนึ่ง แล้วสายตาคู่นั้นก็มาหยุดที่ดวงตากลมโตของนาง

                “ในเมื่อเจ้าคือเหอลี่หมิง แล้วเหตุใดข้าจะร่วมรักกับเจ้ามิได้เล่า”

                หวงเสี่ยวฉีย้ำในประโยคที่ยังมิได้คำตอบ อ้อมแขนของเขายังคงโอบอุ้มร่างอรชรที่ดูคล้ายไร้น้ำหนักเอาไว้อย่างแนบแน่น

____________________________________________

*หนึ่งจ้างเท่ากับ 2-3.3 เมตร



ขอให้อ่านอย่างมีความสุขค่ะ

   ติดตามแฟนเพจ กดตรงนี้เลยจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

406 ความคิดเห็น

  1. #363 rossukon2531 (@rossukon2531) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 06:57
    รอๆๆๆๆ
    #363
    0
  2. #362 pa kae (@aphadsara) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 03:04

    รอค่ะรอๆๆๆๆ

    #362
    0
  3. #361 Catsab (@Catsab) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 22:29
    โอยๆๆๆค้างเจ้าค่ะ
    ต่อเร็วๆๆค่ะ-ไรท์
    #361
    0
  4. #360 nupureja (@nupureja) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2561 / 18:51
    รอออออ
    #360
    0