พ ร้ อ ม ชี วั น | [ omegaverse ]

ตอนที่ 4 : พฤกษานานา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5,358
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 691 ครั้ง
    17 ก.ย. 62


พฤกษานานา

03


นานครบสัปดาห์ที่ทั้งสองคนได้พบหน้าค่าตากับคู่แท้ มีเพียงการบอกกล่าวว่าเขาทั้งคู่นั้นคือคู่แห่งโชคชะตาที่ฟ้าลิขิต ภายในอาหารเย็นมื้อนั้นไม่มีการเอ่ยถึงเรื่องของอนาคต ไม่แม้กระทั่งการพูดคุยกันเป็นการส่วนตัว...

 

‘คนหนึ่งจ้องมอง อีกคนก็หลบสายตาทำเป็นไม่สนใจ’

 

‘คนหนึ่งพยายามหาโอกาสพูดคุย อีกคนไม่อยากคบค้าเดินหนีไปนอน ...’

 

ไม่เคยมีใครปฏิเสธเขาอย่างไร้เยื่อใยถึงเพียงนี้ ไม่ถูกสิเพราะคนอย่างภาคภพไม่เคยถูกใครเฉยเมยใส่จนได้มาเจอกับเจ้าของสายตาดื้อเงียบซึ่งได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่ชีวิตในอนาคต

 

น่าจับมาตีเสียให้ผิวขาวๆ ขึ้นเป็นรอยไม้เรียว

 

ช่วงขายาวก้าวเข้ามายังที่ประชุมผู้ถือหุ้นครั้งใหญ่ก่อนเวลาพอสมควร สูทสีเข้มกับเนกไทเส้นโปรดถูกจัดให้เข้าที่ทำให้ชายร่างสูงดูสง่าตั้งแต่หัวจรดเท้าสมกับเป็นรองประธานที่ถูกคาดหวังไว้ว่าจะขึ้นมาดำรงตำแหน่งแทนผู้เป็นพ่อในอีกไม่ช้านี้

 

แต่ถ้าคิดว่าเขามาเร็วแล้วคงต้องบอกว่าคิดผิดถนัดเพราะทันทีที่เปิดประตูเข้าไปก็พบกับชายวัยกลางคนนั่งอยู่ก่อนแล้วเสียแล้ว

 

“สวัสดีครับคุณลุง”

 

แค่เห็นหน้าของผู้ถือหุ้นรายใหม่ใบหน้าหวานพร้อมกลิ่นหอมก็ลอยขึ้นมาให้เขาหวนนึกถึง เหมือนต่างฝ่ายกำลังเล่นสงครามความอดทนในขีดจำกัดของตนเองเพราะจากตำรากล่าวไว้ว่าเมื่อได้พบพานคู่แท้ทั้งสองฝ่ายจะมัวเมาในกลิ่นของกันและกัน จะมากหรือน้อยก็ขึ้นอยู่ว่าได้ชิดเชื้อกันมากเพียงใด ยิ่งใกล้ชิดยิ่งสัมผัสก็ยิ่งอยากที่จะทานทน

 

ซึ่งเขาคิดว่าตำราที่คุณพ่อให้มาอ่านนั้นคงผิดเพี้ยนเพราะเหมือนจะมีเพียงเขาฝ่ายเดียวที่คิดถึงแต่กลิ่นการเวกหอมๆ กับแก้มย้วยๆ นั่น

 

“ไหว้พระเถอะเจ้าภพ ว่าแต่ของที่ลุงโทรไปบอกให้เอามาภพเอามาใช่ไหม”

 

“ครับผมใส่ไว้ในถุงกระดาษสีน้ำตาลให้แล้วเรียบร้อย ว่าแต่คุณลุงต้องการไปทำไมหรือครับ”

 

ผ้าขนหนูผืนนุ่มกับเสื้อกล้ามสีขาวถูกจัดเตรียมไว้เมื่อตอนเช้าเพียงเพราะคนตรงหน้าเอ่ยว่ามีคนต้องการใช้ แถมยังย้ำว่าให้เขานั้นสวมใส่ก่อน ถึงเจ้าตัวจะแปลกใจไปเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ขัดอะไรให้มากความ

 

“เจ้าพร้อมคงอยากได้”

“เอาของพวกนี้ไปให้พร้อมหรือครับ”

“ใช่ จู่ๆ ก็เกิดฮีทขึ้นมาเสียดื้อๆ สงสัยจะถูกกระตุ้นจากกลิ่นของเรา”

 

เมื่อสองวันก่อนหลังกลับมาจากที่ทำงานภรรยาก็เดินมาบอกว่าลูกชายคนเล็กดูเซื่องซึมผิดปกติ เอาแต่เก็บตัวอยู่ในห้อง ทีแรกก็คิดว่าจะไม่สบายแต่วันถัดมาสิ่งที่เป็นกังวลทั้งหมดก็คลี่คลายเพียงเพราะกลิ่นฟีโรโมนนั้นลอยไปทั่วบริเวณหน้าห้องของเจ้าตัวเล็ก

 

“กลิ่นหอมคละคลุ้งไปทั้งบ้านท่าทางจะรุนแรงน่าดูเลยขังตัวเองไว้ในห้อง ไม่ได้ออกมาให้เห็นหน้าค่าตามาสองวันแล้วกระมัง ยอมให้เจอหน้าก็ตอนหิวแล้วเปิดประตูมารับเสบียงเท่านั้นแหละ จะเข้าไปดูบ่อยๆ ก็เกรงว่าจะรบกวนเวลาส่วนตัว”

 

ดวงตาที่ไหววูบเพียงชั่วครู่กลับมาปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ลึกๆ เขาก็รู้สึกหวงอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะสัญชาตญาณทำให้เป็นเช่นนี้...

 

“ถ้าได้กลิ่นภพน้องคงรู้สึกผ่อนคลาย ปกติแล้วเมตกาเวลาฮีทจะชอบซุกตัวหาที่ปลอดภัยอยู่ในซอกเล็กๆ ตามข้างเตียงไม่ก็ในตู้เสื้อผ้า ยิ่งถ้าได้กลิ่นของภพน้องก็คงทำอะไรๆ สะดวกไม่ต้องทรมานมาก”

 

คนที่ผ่านประสบการณ์มานับไม่ถ้วนเอื้อนเอ่ยบอกชายหนุ่มที่ท่าทางยังคงรู้สึกประหลาดใจอยู่ไม่น้อย ไม่ใช่ใครๆ ที่จะรู้ถึงเรื่องนี้เพราะส่วนใหญ่จะเข้าใจว่าเวลาเมตกาฮีทก็คือเกิดความกำหนัดและสามารถพร้อมมีเพศสัมพันธ์กับใครก็ได้โดยไม่เลือกหน้า แต่หารู้ไม่ว่าก็มีเมตกาอยู่ไม่น้อยที่ยอมอดทนเลือกสำเร็จความใคร่ด้วยตนเองดีกว่าต้องถูกย่ำยีอย่างไร้ศักดิ์ศรี

 

“ล่าสุดเมื่อเช้าแม่บ้านบอกว่าเห็นเจ้าพร้อมขนผ้าห่มกับหมอนลงไปนอนอยู่ในกล่องลังจากทีที่แรกนอนอยู่ใต้เตียงไม่รู้ไปหามาจากไหน ปิดฝาซะมิดชิดท่าทางจะไม่อยากให้ใครยุ่งจริงๆ ”

 

“ลงไปอยู่ในกล่องงั้นหรือครับ” รอยยิ้มกว้างที่ไม่ได้มีให้เห็นกันบ่อยๆ ประดับบนใบหน้าอย่างห้ามไม่ได้ เขาไม่เคยรู้เรื่องของเมตกามาก่อนเพราะไม่ได้คลุกคลีเท่าที่ควร หนำซ้ำครอบครัวเขายังเป็นอัลตกากันทั้งบ้าน ไม่คิดเลยว่าเมตกาจะมีมุมแปลกๆ เช่นนี้

 

“ว่าแต่พ่อของเราเมื่อไหร่จะมาล่ะ ลุงมีเรื่องอยากจะคุยด้วยเสียหน่อยก่อนประชุม”

 

“กำลังตามมาครับ อีกประเดี๋ยวก็คงถึง”

 

คนสูงวัยพยักหน้า อันที่จริงเขานั้นก็มีเรื่องจะคุยกับทั้งคู่แต่ก็คงต้องรอให้บิดาของอีกฝ่ายมาร่วมหารือด้วยกัน

 

“งั้นระหว่างรอลุงมีอะไรอยากจะพูดกับภพ มันอาจจะดูเร็วเกินไปแต่ก็ถือว่าคนแก่เล่าโน่นนี่ให้ฟังก็แล้วกัน”

 

“ครับ” เจ้าของรูปร่างสูงทิ้งตัวลงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับผู้พูด ดวงตาคมจ้องมองคนตรงหน้าที่ดูเหมือนว่ามีหลายเรื่องที่อยากจะเอ่ยบอกกับเจ้าตัว

 

“ทีแรกเรื่องหมั้นหมายลุงกะจะรอให้เราทั้งคู่ลองได้ทำความรู้จักกันเองเสียก่อน แต่พอเจ้าพร้อมฮีทแล้วลุงก็เริ่มหวั่นใจขึ้นมาเลยมีเรื่องอยากจะบอกเกี่ยวกับเจ้าตัวให้เรารับรู้ไว้”

 

ผู้เป็นบิดาของคนตัวเล็กเอ่ยออกมาด้วยสีหน้าเรียบเหมือนเป็นเรื่องที่ไม่ได้คอขาดบาดตายอะไร ถ้าตามที่ตนเองคิดไว้ก็อยากให้ทั้งคู่เรียนรู้นิสัยของกันและกันด้วยตนเอง แต่ดูท่ามันอาจจะต้องใช้เวลาอาจยืดยาวเกินเยียวยาเขาจึงตัดสินใจทำเช่นนี้

 

“พร้อมเป็นชนชั้นเมตกาเขามักจะคิดว่าตนเองอยู่ในวรรณะต่ำต้อยและที่สำคัญเจ้าตัวไม่ถูกกับอัลตกาเสียเท่าไหร่เพราะเคยโดนกลั่นแกล้งให้เจ็บช้ำน้ำใจอยู่บ่อยครั้ง แต่รายนั้นก็ไม่เคยแสดงสีหน้าและอาการแบบนี้กับใครมาก่อน ลุงก็ยังนึกแปลกใจที่เห็นเจ้าพร้อมมองค้อนเรา”

 

คนฟังไม่ได้ตอบโต้อะไร เพราะเขาก็ไม่รู้เหตุผลที่แน่ชัดว่าทำไมอีกฝ่ายถึงเป็นเช่นนั้นได้เก็บความสงสัยไว้แล้วคงต้องไปถามจากปากเจ้าตัว ...

 

“แต่ก็เอาเถอะถึงแม้ลูกชายลุงจะรั้นไปบ้างแต่น้องก็น่ารักช่างเอาอกเอาใจ ลุงเลยอยากให้ภพอย่าพึ่งขุ่นเคืองน้องเลยเพราะถ้าได้รู้จักกันจริงๆ เจ้าพร้อมนั้นไม่มีพิษมีภัยออกจะซื่อตามใครไม่ทันเสียด้วยซ้ำ”

 

“ครับผมไม่ได้ถือสาอะไร เขาอาจจะยังเด็กเกินกว่าที่เข้าใจจึงเกิดการต่อต้าน”

 

“ลุงเชื่อมั่นว่าลุงมองคนไม่ผิดถึงเรื่องทั้งหมดจะเป็นเรื่องของโชคชะตา แต่ลุงก็ยินดีที่คนคนนั้นเป็นภพ” ใบหน้าที่เริ่มมีร่องรอยตามกาลเวลายกยิ้มอย่างจริงใจ เขานั้นถึงแม้ว่าจะหวงลูกชายคนเล็กมากเพียงใดแต่ภายภาคหน้านั้นไซร้ก็คงไม่ได้อยู่กับเจ้าตัวไปจนสิ้นชีวิต

 

ทั้งคู่นั่งพูดคุยกันเหมือนได้แลกเปลี่ยนความคิดความอ่านเพราะฝ่ายของชายสูงวัยนั่งเล่าเรื่องต่างๆ เกี่ยวกับคนตัวเล็กให้เขาฟังตั้งแต่สมัยเจ้าตัวยังแบเบาะ ไม่แปลกใจเลยที่อีกฝ่ายโตขึ้นมาได้ผิดแปลกจากเมตกาคนอื่น อันที่จริงเขานั้นไม่เคยเจอเมตกาอยู่ในครอบครัวที่เข้าใจแบบนี้เสียด้วยซ้ำ

 

“เรื่องความเจ้าชู้ลุงไม่ได้ต้องการจะห้ามภพเพราะมันเป็นเรื่องปกติของชนชั้นอัลตกาที่มีกี่เมียก็ได้ แต่ถ้าเกิดว่าอนาคตเราได้ดองกันจริงๆ ช่วยถนอมน้ำใจน้องหน่อยถือว่าลุงขอร้องไว้ล่วงหน้าเสียแล้วกัน”

 

ถึงแม้ลึกๆ เขานั้นอยากให้ลูกชายได้เจอคู่ที่รักเดียวใจเดียว แต่ในยุคสมัยที่เรื่องคู่แห่งโชคชะตาเป็นเรื่องไม่สำคัญ คนที่เป็นชนชั้นอัลตกามักถูกปลูกฝั่งว่าเป็นชนชั้นที่เหนือกว่าผู้ใดจนสามัญสำนึกในความเป็นมนุษย์นั้นน้อยลงเสียจนหาความเป็นสุภาพบุรุษยากนักในยุคนี้

 

“ผมยังไม่เคยรักใครจึงไม่อาจล่วงรู้ถึงอนาคต แต่ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากทำให้คนที่ผมรักมีความสุขเท่าที่คนๆหนึ่งจะทำได้”

 

คำตอบตรงไปตรงมาไม่ได้รับปากอะไรไว้ มีเพียงการพูดในสิ่งที่ตนเองคิดออกมาทำให้เจ้าสัวพยักเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายเอื้อนเอ่ย ถึงแม้ตอนนี้ต่างคนจะต่างไม่รู้ใจกันแต่เขาก็เชื่อความสัมพันธ์ในคู่แท้...

 

“ไว้ถึงเวลานั้นเจ้าพร้อมจะทำให้ชีวิตของภพมีครอบครัวที่สมบูรณ์แบบและมีความสุขที่สุดเท่าที่อัลตกาคนหนึ่งจะได้สัมผัสเชื่อลุงเถอะ”

 

 

 

 

 

 

 


 

กล่องลังขนาดใหญ่ที่อดีตเคยเป็นที่บรรจุบ้านของเล่นให้เจ้ามะลิบัดนี้ถูกนำมาวางนอนไว้ตรงซอกเตียงหนา ภายในบรรจุร่างของคุณหนูตัวเล็กกับกองผ้าห่มและบรรดาหมอนเน่าใบโปรดไว้อย่างเบียดเสียด

 

คุณแม่บอกว่าเขากำลังจะฮีทจึงอยากอยู่แต่ในที่แคบๆ เพื่อสร้างรัง

 

เพราะเจ้าตัวไม่เคยฮีทมาก่อนจึงไม่รู้ว่าตัวเองต้องรู้สึกอย่างไรจนกระทั่งเมื่อวานนี้จู่ๆ ก็เหมือนมีกระแสไฟไหลเวียนอยู่ทั่วตัว กระสับกระส่ายแข็งขืนจนต้องช่วยบรรเทาอาการที่เกิดขึ้นด้วยตัวเอง ...

 

แต่ยิ่งบรรเทาเหมือนยิ่งเกิดความต้องการและที่น่าอับอายไปกว่านั้นคือเขาเอาแต่นึกถึงหน้าของลูกชายเพื่อนคุณพ่อยามที่ความสุขปริมจนแทบล้นทะลักออกมา ...

 

เรื่องนี้จะเป็นความลับของเขาแต่เพียงผู้เดียวและจะไม่มีใครได้รับรู้!

 

ทีแรกเจ้าตัวแค่รู้สึกว่าไม่สบายใจและอยากหามุมพักผ่อน ทั้งที่บนเตียงก็นอนได้แต่เขาก็ยังรู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัยจึงขนผ้าลงไปนอนที่ใต้เตียง

 

แรกๆ ก็รู้สึกว่าดีขึ้นแต่พอมีคนเข้าๆ ออกๆ เพื่อถามไถ่อาการ คุณหนูร่างบางก็รู้สึกว่ามันน่าหงุดหงิดจึงเดินลงไปหาสิ่งที่พอจะให้เขาซุกตัวเขาไปหลบได้และสายตาก็เหลือบไปเจอเข้ากับกล่องลังเปล่าใบใหญ่ เขาจึงหยิบติดมือขึ้นมาเพื่อสร้างเป็นอาณาเขตส่วนตัว

 

เสียงเคาะประตูทำให้คนตัวเล็กหลุดจากภวังค์เพื่อเงี่ยหูฟังก็พบว่าเป็นเสียงของคุณพ่อบอกว่าเอาของมาให้วางไว้ที่หน้าห้อง

 

ของอะไรกันตอนนี้เขาไม่อยากได้อะไรทั้งนั้น...

 

หลังจากที่ชั่งใจอยู่นานสองนานว่าจะไปหยิบของเข้ามาดีหรือไม่เจ้าตัวก็ยอมคลานออกมาจากหลุมหลบภัยก่อนใส่เสื้อผ้าที่วางพับอยู่บนเตียง ทันทีที่ประตูเปิดออกกลิ่นของธูปหอมก็ลอยเข้ามาเตะจมูกอย่างจังจนเจ้าตัวถึงกับตกใจแต่พอหันซ้ายหันขวาก็ไม่พบบุคคลเจ้าของกลิ่นหอม

 

ใบหน้าละห้อยเอื้อมมือไปหยิบถุงกระดาษสีน้ำตาลขนาดใหญ่ที่คุณพ่อนำมาวางไว้ให้ แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่ากลิ่นหอมนั้นออกมาจากในถุงใบนี้

 

คนตัวเล็กตาลุกวาวหันซ้ายหันขวาอย่างมีพิรุธก่อนจะเปิดถุงออกก็พบกับผ้าขนหนูสีขาวผืนนุ่มที่ส่งกลิ่นหอมจนเขาต้องก้มหน้าลงไปดอมดมแล้วรีบหมุนตัวกลับเข้ามายังภายในห้อง

 

ผ้าขนหนูสีขาวถูกหยิบออกมาจากถุงกระดาษอย่างรวดเร็ว แต่ยังไม่ทันได้กางออกเขาก็พบว่าใต้ถุงยังมีสิ่งของอยู่อีกชิ้น...

 

เจ้าตัวเม้มปากอย่างชั่งใจก่อนเลือกที่จะหยิบสิ่งที่อยู่ด้านในออกมาก็พบว่าเป็นเสื้อกล้ามตัวใหญ่ที่มีกลิ่นของธูปหอมเหมือนกับผ้าขนหนูอีกชิ้นไม่มีผิดเพี้ยน

 

“เสื้องั้นหรือ” เจ้าของอาการฮีทยกเสื้อตัวใหญ่ขึ้นมาดมฟุดฟิดก่อนกะพริบตาปริบๆ เพื่อหยุดคิดอะไรบ้างสิ่ง แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็จัดการสวมทับกับเสื้อของตนเองแล้วคลานกลับเข้าไปยังกล่องใบเดิมโดยที่ไม่ลืมหยิบผ้าขนหนูติดมือมาด้วย

 

ถึงจะรู้ว่าคุณพ่อต้องเป็นคนไปขออีกฝ่ายมาให้ แต่ถึงกระนั้นเขาก็ขอเก็บไว้ก่อนก็แล้วกันเดี๋ยวคุณพ่อจะเสียใจถ้าปฏิเสธความหวังดีในครั้งนี้ ...

 



 

“หมดอาการแล้วหรือคะถึงยอมลงมาให้แม่พบหน้าได้”

 

“ครับ”

 

ชายรูปร่างบางเดินยิ้มแฉ่งลงมาด้านล่างอย่างอารมณ์ดีหลังจากที่ผ่านพ้นช่วงเวลาที่เปราะบางและรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองยาวนานถึงสามวัน

 

“วันนี้ช่วงบ่ายลูกพร้อมจะได้ออกไปด้านนอกนะคะคุณพ่อบอกแม่ไว้ ให้ลูกพร้อมแต่งตัวน่ารักๆ ”

 

“จริงหรือครับว่าแต่คุณพ่อจะพาพร้อมไปที่ใดกัน”

 

“ต้องถามคนพาไปค่ะแม่ก็ไม่ทราบ”

 

หลังจากที่เลือกชุดอยู่นานสองนานเจ้าตัวก็ได้เสื้อสีเหลืองตัวโปรดขึ้นมาสวมใส่ ปกติแล้วคุณพ่อไม่เคยสนใจเรื่องการเลือกเสื้อผ้าของเขาแต่วันนี้กลับบอกให้แต่งตัวน่ารักๆ แค่คิดก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาถนัดอยากให้คุณพ่อกลับมาเสียไวๆ

 

คนตัวเล็กเดินไปหยิบผ้าขนหนูผืนนุ่มสีขาวขึ้นมาคล้องคอไว้ก่อนซุกไซร้ด้วยความหวงแหน กลิ่นหอมของธูปเริ่มจางหายไปตามกาลเวลาอย่างห้ามไม่ได้ ใบหน้ายู่เริ่มคิดหาทางกักเก็บกลิ่นหอมที่เหลือไว้ไม่ให้จางหายไปมากกว่านี้ แต่ยิ่งคิดก็ทำให้รู้ว่ามันไม่มีทางที่จะเป็นเช่นนั้น ...

 

หรือว่าเขาจะลองบอกคุณพ่อให้ไปขอมาอีกผืนดี ? เจ้าตัวได้แต่ส่ายหัวไปมาให้กับความคิดของตนเอง ไม่ได้เขาจะมาติดกลิ่นของอีกฝ่ายแบบนี้คงไม่ดีแน่ต้องรู้จักหักห้ามใจ

 

“คุณหนูมีคนมาหาค่ะอยู่ที่สวนหลังบ้าน”

 

“พี่พลหรือครับ”

 

“ลงไปดูเองดีกว่าค่ะ ว่าแต่วันนี้คุณหนูแต่งตัวน่ารักดีนะคะ” คนสูงวัยยิ้มพร้อมกับเอ่ยทักใบหน้าที่ผ่องใสกว่าทุกวัน นี่คุณหนูตัวเล็กของเขาก้าวเข้าสู่ช่วงวัยสมควรแก่การมีคู่ครองโดยสมบูรณ์แบบแล้วจริงๆ หรือนี่

 

คนตัวเล็กเร่งก้าวเท้าไปทางที่แม่บ้านคนสนิทบอกแต่พอไปถึงก็ไม่เห็นจะมีผู้ใดยืนรออยู่ที่สวนเลยสักคน มีแต่ดอกไม้ที่ยืนต้นบานสะพรั่งเต็มหน้าดินไปหมดจนอดใจที่จะก้มลงไปดอมดมเสียไม่ได้

 

“ระหว่างดอกไม้กับผ้าขนหนูสิ่งใดหอมกว่ากัน”

 

เสียงทุ้มที่เอ่ยถามทำให้คนที่กำลังยิ้มตาหยีให้กับกลุ่มดอกไม้ตรงหน้า กลิ่นหอมอ่อนๆ ของการเวกแก้มแดงทำให้คนที่เข้ามาใหม่อยากจะเดินเข้าไปสัมผัสใกล้ๆ แต่ดูท่าจะไม่ทันการเพราะทันทีที่ได้ยินเสียงคนตื่นตูมก็ชักเท้าหนีจนเสียการทรงตัวด้วยความตกใจ

 

‘เจ้าการเวกก้นจ้ำเบ้าไปเสียแล้ว’

 

คนที่กำลังก้มหน้าก้มตาดอมดมดอกไม้นึกว่าตัวเองคงชินกับกลิ่นธูปหอมจากผ้าขนหนูที่คล้องคอไว้จึงไม่ได้เอะใจอะไรที่ได้กลิ่นธูปลอยอยู่จางๆ แต่พอได้ยินเสียงสัญชาตญาณก็สั่งให้รีบหันขวับไปอย่างรวดเร็ว

 

ใบหน้าหล่อเหลาของอีกฝ่ายอยู่ห่างจากเขาเพียงไม่ถึงคืบ หนำซ้ำยังส่งสายตาร้ายกาจมาทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงเพราะ... เพราะโมโหอีก!

 

“คุณยื่นหน้ามาแบบนี้ได้อย่างไร ผมตกใจนะ”

 

“เจ็บมากไหมล้มไปเสียแรง ส่งมือมา”

 

“ผมลุกขึ้นเองได้ครับ”

 

ใบหน้าบึ้งตึงบ่งบอกว่าไม่สบอารมณ์ยิ่งนักปฏิเสธความหวังดีอย่างไร้เยื่อใยก่อนใช้มือเล็กดันตัวกลับขึ้นมายืนเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

 

“ว่าอย่างไรระหว่างดอกไม้กับผ้าขนหนูสิ่งใดหอมกว่ากัน”

 

“ดอกไม้สิ ทั้งหอมและงดงาม” เจ้าของใบหน้ายุ่งตอบออกมาอย่างไม่ต้องไตร่ตรองเพราะต้องการจะหักหน้าคนถาม แต่เหมือนเจ้าตัวจะคิดผิด ...

 

“จริงหรือ งั้นฉันขอผ้าขนหนูที่คล้องคอคืนได้ไหม หายไปซะหลายวันฉันไม่มีอะไรไว้เช็ดผม”

 

สายตาดูไม่เป็นมิตรทำให้คนที่มองการกระทำทั้งหมดนั้นอยากจับมาตีเสียให้เข็ด ใบหน้าเล็กเลิ่กลั่กทันทีที่อีกฝ่ายทวงของคืน เขาลืมไปเสียสนิทว่าได้เอาผ้าขนหนูผืนสีขาวคล้องคอไว้ด้วย

 

“ก็ได้ แต่ขอเอาไปซักให้ก่อนแล้วจะคืนให้ได้ไหมมันเน่าแล้ว”

 

“เอาไปทำอะไรมาสีถึงคล้ำจนจำแทบไม่ได้ว่ามันเคยเป็นผ้าเช็ดผมที่ฉันใช้ประจำ”

 

...

 

...

 

“ไม่รู้ สีเป็นแบบนี้อยู่แล้วมิใช่หรอกหรือ” ใบหน้าเล็กหลุบตาต่ำเหมือนคนมีความผิด เขาแค่เอาไปนอนกอดด้วยเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้นเลยจริงๆ สาบานได้!

 

คนขี้แกล้งยกยิ้มมุมปาก ที่จริงแล้วผ้าก็ยังคงเป็นสีเดิมไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปแม้แต่น้อย แต่ดูท่าอีกฝ่ายคงจะชอบเอามากถึงกับหอบหิ้วไปไหนมาไหนด้วยเหมือนเป็นผ้านุ่มประจำกายไปเสียแล้ว

 

“แต่งตัวเสร็จแล้วใช่ไหมจะได้ออกไปข้างนอกกันเสียที”

 

“คุณพ่อบอกว่าจะเป็นคนพาผมไป ไหนเลยถึงเป็นคุณ”

 

คนที่เข้าใจมาตั้งแต่แรกว่าตนเองจะได้ออกไปกับครอบครัวขมวดคิ้วจนดูยุ่ง นี่คุณพ่อวางแผนไว้โดยไม่ยอมบอกเขาให้รู้ตัวก่อนเป็นแน่

 

“ท่านบอกให้ฉันพานายออกไปเปิดหูเปิดตา”

 

“ถ้าไม่ใช่คุณพ่อผมก็ไม่ไป คุณกลับไปเสียเถอะ” คนดื้อดึงประกาศกร้าว คิดว่าไม่ทันได้ตั้งตัวแล้วเขาจะตกกระไดพลอยโจนงั้นหรือไม่มีทางไปเสียหรอก

 

“ฉันว่าจะพาไปเดินตลาดน้ำเปิดใหม่ที่แถวพระโขนงเสียหน่อย เห็นลือกันว่าของอร่อยมีมากมายนัก แต่ถ้าไม่อยากไปก็ไม่เป็นไร”

 

...

 

คำว่าของอร่อยนั้นทำให้คนตัวเล็กต้องคิดหนัก ใบหน้าจิ้มลิ้มยอมสบตากับคนตรงหน้าเพื่อวิเคราะห์ความปลอดภัยของตนเองว่าจะไม่ถูกกลั่นแกล้ง แต่แล้วเขาก็ต้องตัดสินใจ

 

‘ยอมไปก็ได้เห็นแก่หน้าของคุณพ่อที่อุตส่าห์ไปขอให้เขาพาไปหรอกนะ’

 

“ผมไปก็ได้แต่เดี๋ยวขอเอาผ้าไปเก็บก่อนได้ไหมหรือคุณจะยอมให้เอาขึ้นรถไปด้วย...”

 

“ไม่ต้องเอาไปหรอก ฉันอยู่ด้วยทั้งคนจะไปดมกลิ่นจางๆ ทำไม” เจ้าของกลิ่นหอมบนผ้าขนหนูเอ่ยขึ้นทำให้คนตัวเล็กพยักหน้างึกๆ คล้อยตามอย่างว่าง่าย

 

ฉายารองประธานหน้าตายคงใช้กับเขาไม่ได้เมื่ออยู่ใกล้คนตรงหน้าเสียแล้วกระมัง เพราะตั้งแต่พบกันเขานั้นต้องฝืนใจไม่ให้เผลอยิ้มกับท่าทางที่น่าเอ็นดูหลายต่อหลายครั้งจนปวดแก้มไปหมด ...

 

 

 

“เกลียดอะไรฉันหรือ ถึงได้ชอบทำหน้าไม่สบอารมณ์นักเวลาเจอกัน”

 

ทันทีที่รถยนต์คันหรูเคลื่อนออกจากรั้วบ้านหลังใหญ่ คำถามที่ภาคภพค้างคาใจมาหลายวันก็ได้เอ่ยถามออกไป คนตัวเล็กที่เกาะขอบกระจกด้านข้างอย่างตื่นเต้นหันมามองหน้าคนถามด้วยสายตาที่ยากจะขาดเดา

 

“ผมไม่ได้เกลียดคุณ แต่ผมไม่อยากยุ่งกับคุณ”

 

“ทำไมหรือฉันไม่ดีตรงไหน ไยถึงไม่อยากคบค้า”

 

“คุณดูเจ้าเล่ห์”

 

คำพูดที่เอื้อนเอ่ยออกมาจากคนที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่แห่งโชคชะตาทำให้เขาต้องรู้สึกแปลกใจ ใบหน้าที่มีแต่คนชมว่าหล่อเหลากลับดูเจ้าเล่ห์สำหรับคนข้างๆ ขึ้นมาเสียอย่างนั้นหรือนี่ ...

 

“แย่จริง หน้าฉันเป็นแบบนี้แต่เด็กเสียด้วยสิ จะแก้ไขให้ก็คงไม่ได้”

 

คนที่เกาะกระจกอยู่ไม่ได้พูดอะไรเอาแต่มองภายนอกด้วยความสับสน ‘จะมาแก้ไขเพียงเพราะคำพูดของเขาทำไมกัน ถึงหน้าเปลี่ยนเขาก็ยังดูเจ้าเล่ห์อยู่ดี’

 

ไม่นานพาหนะคันเงาก็เคลื่อนมาจอดเทียบอยู่ใกล้บริเวณตลาดน้ำที่คนร่างบางใฝ่ฝันว่าอยากมาเดินอยู่หลายครั้งหลายคราแต่ไม่มีโอกาสเสียที

 

“ก่อนที่จะลงไปด้านล่างเรามาตกลงบางอย่างกันก่อน ฉันแก่กว่าอยู่เกือบรอบเพราะฉะนั้นนายต้องเรียกฉันขึ้นต้นว่าพี่”

 

“ผมเรียกว่าคุณภพได้ไหม เรียกพี่ดูสนิทกันเกินไป อันที่จริงเรายังไม่สนิทกันขนาดนั้น”

 

คนตัวเล็กพูดเจื้อยแจ้วขณะที่สายตายังคงมองออกไปนอกหน้าต่างรถด้วยดวงตาที่ลุกวาว ถนนสายนี้ช่างงามนักเขาไม่เคยเห็นทิวไม้ที่เรียงกันเป็นระเบียบเรียบร้อยเช่นนี้มาก่อน

 

 

“เรียกฉันว่าพี่ใหญ่น่ะถูกแล้ว ถึงตอนนี้ยังไม่สนิทแต่อีกหน่อยนายก็ต้องเรียก”

 

“คุณภพ”

 

“พี่ใหญ่”

 

“คุณใหญ่ได้ไหม คนละครึ่งทาง” ท่าทางค้านหัวชนฝาทำให้คนที่พยายามบังคับถึงกับถอนหายใจออกมา ปกติแล้วเมตกานั้นทั้งสงบเสงี่ยมและช่างออดอ้อนยิ่งกว่ายิ่งใด ชี้นกเป็นนกชี้ไม้เป็นไม้ ไหนเลยเมตกาตรงหน้าถึงได้แตกต่างจากคนอื่นราวกับว่าตนเองอยู่เหนืออัลตกาอย่างเขา ...

 

“ดื้อเสียจริง อยากเรียกอะไรก็เรียกฉันไม่บังคับแล้ว”

 

แต่แล้วอย่างไรเขาก็ทำอะไรมิได้อยู่ดี ไม่ได้ยอมแต่แค่ไม่อยากมีปากเสียงด้วยก็เท่านั้น ...

 

“ผมไม่ดื้อ แต่ผมมีพี่น้องอยู่แล้วไม่ได้อยากมีเพิ่ม”

 

...

 

คำพูดคำจานั้นฉะฉานสมกับที่พ่อเขานั้นชอบการพูดจาของเด็กคนนี้นัก อะไรก็ดูถูกชะตาไปเสียหมดจนเขานั้นชักไม่แน่ใจว่าพ่ออยากจะได้เด็กคนนี้เป็นลูกสะใภ้หรือลูกแท้ๆ กันแน่

 

“นั่นสินะ ฉันลืมไปว่าอีกหน่อยพร้อมก็ต้องมาเป็นภรรยาตัวน้อยของฉัน” รอยยิ้มร้ายกาจมาพร้อมสายตาที่ยียวนทำให้ที่ส่งได้ฟังถึงกับนิ่งงัน

 

...

 

“ผมไม่ได้พูดเสียหน่อยว่าจะยอมตบแต่งกับคุณใหญ่” คนตัวเล็กเชิดหน้ามองใครอีกคนที่พูดจาพิกล แต่ถึงกระนั้นหัวใจเขากลับเต้นแรงเพียงเพราะได้ยินคำว่าภรรยาตัวน้อย ...

 

‘ภรรยางั้นหรือ’

 

แต่แล้วจู่ๆ ความคิดวูบหนึ่งก็เข้ามาภายในหัวของคนที่หน้ากำลังเห่อร้อน ‘คุณใหญ่มีคนรักอยู่แล้วจะมาแต่งงานกับเขาได้อย่างไรกัน’

 

“เขินหรือไงทำไมหน้าแดง”

 

“คุณใหญ่อย่าพูดเช่นนี้ออกมาอีกนะครับ ถ้าคนรักของคุณมาได้ยินเข้าเขาจะเสียใจเพียงใด” พอพูดจบดวงตาใสก็ฉายแววรั้นขึ้นมาเสียดื้อๆ

 

“ฉันยังไม่มีคนรัก”

 

“แต่ผมเคยเห็นคุณกอดกับเมตกาที่ลาดจอดรถ ถ้าไม่ใช่คนรักแล้วเขาเป็นอะไรกับคุณ”

 

 

คนถูกถามชะงักนิ่งไปต่อไม่ถูก ถ้าเป็นคนอื่นถามเขาคงตอบได้โดยไม่ต้องคิดอะไรว่าเป็นแค่คู่ขาไม่ได้มีความรู้สึกรักเลยแม้แต่น้อย แต่พอออกมาจากปากคนตรงหน้าเขาก็ต้องคิดหนัก จะเล่าให้ฟังตั้งแต่ต้นก็เกรงว่าจะถูกเกลียดขี้หน้าเข้าให้ ถึงแม้เขากับเด็กคนนั้นจะยินยอมทั้งสองฝ่ายก็ตามที

 

เจ้าพร้อมเกลียดตัวเองที่เกิดมาเป็นเมตกาเพราะไม่อยากเป็นของเล่นบำเรอกามให้ใคร ไม่รู้ผู้ใดไปปลุกฝั่งความคิดนี้ให้

 

“ฉันเป็นอัลตาคนหนึ่งที่มีความต้องการเหมือนคนทั่วไป รู้ใช่ไหมว่าอัลตกาเกิดความรู้สึกบ่อยเพียงใด”

 

“อื้อฮึ คุณใหญ่กำลังจะบอกว่าคนคนนั้นเป็นที่รองรับอารมณ์ของคุณใหญ่หรือ”

 

“เปล่า ฉันกับเด็กคนนั้นเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ต่างฝ่ายต่างมีความสุขแล้วก็แยกย้าย ฉันไม่ได้บังคับใช้กำลังหรือข่มเหงแม้แต่น้อยและตอนนี้เราก็ไม่ได้ติดต่อกันแล้ว”

 

“แต่เขาคนนั้นร้องไห้”

 

“เพราะเขาต้องการให้ฉันตีตราจอง”

 

“หมายถึงกัดคอใช่ไหม”

 

“ใช่ ถึงแม้ฉันจะไม่ใช่คนดีนัก แต่ก็ไม่เคยพูดโกหกจะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ตามใจ”

 

ดวงตาใสไหววูบทันทีที่ได้ยิน “ไม่ว่าเมตกาคนใดก็ต่างไม่อยากโดนคนที่ไม่ได้รักตีตราจอง แสดงว่าเมตกาคนนั้นต้องหลงรักคุณใหญ่อยู่มิใช่หรือถึงอยากให้สร้างพันธะไว้”

 

...

 

“ฉันจะไม่สร้างพันธะกับใครสุ่มสี่สุ่มห้าเพราะถ้าเพื่อเจอคู่แท้ขึ้นมามันจะยุ่งยาก” นี่คือความสัตย์จริงที่ไม่เคยมีใครได้รับรู้ ถึงแม้ภายนอกเขาอาจจะดูเสเพลแต่ลึกๆ เขาก็ยังคงคำนึงถึงเรื่องนี้แม้มันจะแทบเป็นไปไม่ได้ก็ตามที

 

‘แล้วสิ่งที่เขาคิดไว้มันก็ไม่สูญเปล่า’

 

“แต่ตอนนี้ฉันมีคนที่คิดสร้างพันธะด้วยเสียแล้วสิ” แก้มนิ่มถูกลูบด้วยฝ่ามือหนา ตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ที่คนตัวเล็กยอมโอนอ่อนให้อีกฝ่ายได้สัมผัสตัว

 

แต่มันก็เป็นเพียงชั่ววูบเดียวเท่านั้น ...

 

“งับ!” ฟันคมกัดเข้ากับมือหนาข้างที่ลูบหน้าเจ้าตัวจนจมเขี้ยว แววตาที่เหมือนจะอ่อนยวบกลับฉายแววรั้นขึ้นมาเสียดื้อๆ จนคนโดนงับสถบออกมาด้วยความเจ็บปวด

 

“กัดฉันทำไมมันเจ็บนะรู้ไหม”

 

“ก็คุณใหญ่มาจับแก้มพร้อมทำไมเล่า


'แล้วอีกอย่างใครจะไปยอมให้สร้างพันธะด้วย ฝันไปเถอะ!'





________________________________________





จะฝันหรือไม่ฝันเดี๋ยวรู้เลยไอตัวแสบ ;-;  กลับมาแล้วหลังจากที่ห่างหายไปเกือบอาทิตย์ไม่มีข้อแก้ตัวใดใดนอกจากมูฟออนจากคอนพี่อี้ไม่ได้ ฮื้ออออ  กว่าจะตั้งหลักกลับมาหาความเป็นจริงคือเพ้อไปเลยหลายวันจนแม่ถามว่าจะร้องฮันนี่ฮันนี่อีกหลายวันไหมรำคาญ55555 


รออ่านคอมเมนต์อยู่นะคะ กำลังใจไหนเลยจะสู้จากรีดที่น่ารักทุกคนได้ ไม่มีแล้วววว 




T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 691 ครั้ง

1,201 ความคิดเห็น

  1. #1153 Movaana (@cjpoo) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2562 / 21:35
    เอ็นดูหนูพร้อม อยากจับหอมหัว
    #1153
    0
  2. #1148 brunette_ (@brunette_) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 22:34
    น้องโคตรน่ารักเลยยยยยยเเงงง เอ็นดูววมากกกก ชอบความเเสบนี้
    #1148
    0
  3. #1142 ncty (@ncty) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 02:48
    เอ็นดูน้องพร้อมมากเลยย
    #1142
    0
  4. #1141 ncty (@ncty) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2562 / 02:48
    เอ็นดูน้องพร้อมมากเลยย
    #1141
    0
  5. #1132 oar12345 (@oar12345) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2562 / 08:43
    น้องน่ารักมากกกกกก แต่ตอนนี้มีคำผิดหลายคำเลย ถ้าว่างๆคุนไรท์มาเกลาใหม่นะคะ
    #1132
    0
  6. #1104 Bellipedia (@Bellipedia) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 19:06
    เจ้าพร้อมตัวแสบ ถูกเลี้ยงมาอย่างไข่ในหินของคุณพ่อ แถมไม่ชอบพวกอัตตกาเป็นทุนเดิมเลยระวังตัวแจเลย คุณใหญ่ต้องพยายามหน่อยแล้วล่ะค่ะ
    #1104
    0
  7. #1079 Khanom (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 08:31

    หนูพร้อมน่าเอ็นดูมากกก

    #1079
    0
  8. #1070 Ammiee_Ammiee (@Ammiee_Ammiee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2562 / 00:09
    มีแต่คำว่าน้องน่ารักๆๆเต็มไปหมด
    #1070
    0
  9. #1013 chompoo--- (@chompoo---) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 19:52

    น่ารักกกกกก
    #1013
    0
  10. #1006 PCY__61 (@PCY__61) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 15:24
    น่าเอ็นดู 555
    #1006
    0
  11. #998 Kewalin Wongkraphan (@mildkwln88) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2562 / 14:55
    น้องพร้อมน่ารักมากกก คุณใหญ่ก็ใช่ย่อย
    #998
    0
  12. #985 cbdh61 (@cbdh61) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 30 กันยายน 2562 / 00:30
    ลูกหมาคันฟัน
    #985
    0
  13. #976 dewwiizodiac (@dewwiizodiac) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 11:06
    กัดมือพี่เค้าเลยหรอลู๊กกกก 555555
    #976
    0
  14. #965 ckh94s (@Lordemon) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 16:19

    ยัยน้องน่ารักมากเยยยย ดื้อกับพี่เขาเยอะๆเลยลูก
    #965
    0
  15. #957 yamakawaii (@yamakawaii) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 กันยายน 2562 / 12:20
    ยัยน้องเอ๊ยยยย ทันพี่เขามั๊ยลูก แต่น่ารักขนาดนี้พี่ใหญ่หลงมากแน่ๆ
    #957
    0
  16. #895 sichul (@hanjaheebum) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 กันยายน 2562 / 17:46

    โอยย น้องน่าเอ็นดูที่สุด ไม่ยอมง่ายๆ แบบนี้แหละแม่ชอบบ แสบใช่เล่นนะเนี่ยย โดนกัดเลยคุณใหญ่ ฮ่าฮ่า
    #895
    0
  17. #829 mykray (@chaengkray) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 กันยายน 2562 / 09:44
    คนพี่ขี้หยอด คนน้องก็แสบมาก เจ้าพร้อมน่ารัก น่ารักๆๆๆๆๆ
    #829
    0
  18. #787 EUNHWA_OK (@EUNHWA_OK) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 19 กันยายน 2562 / 09:07
    พี่ก็เจ้าเลห์จริงๆ แต่ดีที่บอกน้องทุกอย่าง
    #787
    0
  19. #631 tttttttttttn (@monmont) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 กันยายน 2562 / 11:38
    น่ารักมากแงงง
    #631
    0
  20. #624 Shoom (@Shoom) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 20:33
    ทำไมน่ารักได้ขนาดนี้ หนูพร้อมมมม
    #624
    0
  21. #616 little daffodil (@wannyrenesmee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2562 / 11:36
    พี่เจ้าเล่ห์จริง แต่น้องมันก็แสบนะ 5555555
    #616
    0
  22. #559 Allypreeze (@allypreeze) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 01:29

    เอ็นดูตอนน้องฮีท
    #559
    0
  23. #557 ่CB21 (@jeanrbaeky) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 01:09
    แสบจริงๆน้องพร้อมลูกกก5555
    #557
    0
  24. #493 promlikit (@promlikit13) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2562 / 17:12
    เจ้าพร้อมแสบมาก! อย่าไปยอมเขาง่ายๆนะลูกแม่!
    #493
    0
  25. #481 beenbee (@beenbee) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2562 / 20:04
    น้องพร้อมน่ารักกก​กกก
    #481
    0