ฟางเหนียงท่านหมออาหาร

ตอนที่ 1 : จุดเริ่มต้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17,016
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 514 ครั้ง
    23 มี.ค. 61

                           

                            ...จุดเริ่มต้น... 

                        

                วาสิตา สาวน้อยอายุ 23 ปี กำลังขยันทำงานในหน้าที่ของเธอนั้นคือ ผู้ช่วยเชฟในโรงแรมแห่งหนึ่ง ในการจัดเตรียมวัตถุดิบในการปรุงอาหารในครัวอย่างขมักเขม้น จับโน้นหยิบนี้ช่วยเชฟทำอาหารบ้าง บางรายการที่เชฟให้เธอช่วย เชฟเป็นคนใจดีช่วยบอกช่วยสอนสิ่งต่างๆให้เธอ เพราะวาสิตาเป็นคนขยัน อดทน และเป็นคนเรียนรู้ได้เร็วกว่าเพื่อนๆที่เข้ามาพร้อมกัน.....เมื่อถึงเวลาเลิกงานก็รีบกลับไปเก็บของที่ห้องพักเล็กๆที่เช่าอยู่ใกล้ที่ทำงาน พรุ่งนี้เธอต้องออกเดินทางไปทำจิตอาสากับทีมพี่ๆในเพจกลุ่มจิตอาสา เพื่อนำสิ่งของไปบริจาคบ้าง ทำกิจกรรมกับน้องๆชาวบ้านในที่กันดารห่างไกลขาดแคลนสิ่งของต่างๆ...หากมีวันหยุดหรือในกลุ่มจัดทีมไปทำจิตอาสา หรือบ้างครั้งเธอก็จะกลับไปเยี่ยมสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าที่เธออยู่มาตั้งแต่จำความได้ สถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าก็คือบ้านหลังใหญ่ของเธอ มี แม่อร ที่รักและเอ็นดูคอยส่งเสริมให้เธอได้เรียนหนังสือให้คำปรึกษากับเธอเสมอมา เธอได้ทำงานก็เพราะแม่อรเป็นเพื่อนกับอาจารย์ที่สอนเธอ ทำให้ท่านแนะนำที่ทำงานให้เธอมาสมัคที่โรงแรมแห่งนี้ โดยได้เป็นผู้ช่วยเชฟ....

     แล้วช่วงเวลาในการออกเดินทางก็มาถึงวาสิตานั่งรอพี่ๆที่จุดนัดพบกันที่ปั้มน้ำมันไม่ไกลจากที่ทำงานของเธอมากนัก ท้องฟ้ายังมืดอยู่ในช่วงเวลาตี 3 กว่าๆทุกคนเริ่มทยอยกันมารวมตัวกันแล้ว ส่วนกลุ่มคนที่เธอนั่งรอก็กำลังเดินเข้ามากันพอดี ในมือมีข้าวของเต็มไปหมด  

       "สวัสดีค่ะ พี่ลูกตาล พี่นพ และก็พี่ปิยะสุดสวย...มาๆวาช่วยถือค่ะ" ทั้งสามเป็นหัวหน้ากลุ่มทีมของจิตอาสา

      "ตายยยยแล้ว...น้องวา  พี่บอกกี่ครั้งแล้วว่าให้เรียกพี่เปญ่า....เปญ่า ไม่น่ารักเลยน่ะ" 
ปิยะหรือเปญ่าพูดขึ้น   'ถึงรูปร่างเป็นชายแต่จิตใจนั้นเป็นหญิง รูปร่างอ้อนแอ่น ผิวขาวตาโตผมยาว นั้นแหละพี่เปญ่าของเธอ'...
   
        "โอ้ๆ...วาไม่แกล้งพี่เปญ่าสุดสวยแล้วค่ะ...มาๆคะวาช่วยถือคะ" วาสิตาเอ่ยขึ้นเสียงหวานง้อคนที่กำลังงอนนางอยู่
    
          "จ้ะ..เห็นว่าเป็นน้องวาผู้น่ารักคุณพี่ไม่กล้าโกรธนานหรอก "....เปญ่าเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มส่งให้กับวาสิตา
    
          "ฮ่าๆ...พอได้แล้วทั้ง 2 คน ไปรีบขนของช่วยกันแล้วเช็คลูกทีมกันเถอะถ้ามาครบแล้วเราจะได้ออกเดินทาง " เสียงพี่ลูกตาลแทรกขึ้นมาห้ามทัพทั้งสอง

       เมื่อพากันขนของขึ้นรถแล้วเช็คลูกทีมทั้งหมด 21 คนรวมทั้งตนครบแล้วก็ได้เวลาออกเดินทางตอนตี 4 เพื่อมุงหน้าไปสถานสงเคราะห์เด็ก  ที่จังหวัดแพร่...เมื่อออกเดินทางมาได้ประมาณครึ่งทาง ทุกคนสนุกสนามร้องเพลงโย้กย้ายตามเสียงเพลงกันตลอดทาง แต่เมื่อถึงจุดพักรถแวะทานข้าวกันแล้ว เกือบทุกคนบนรถก็เข้าสู้ห่วงนิทรา  

         แม้แต่ตัว วาสิตา เองก็เคลิ้มหลับไปเช่นกัน...ขณะที่เธอหลับนั้นได้เกิดภาพฝันแปลกๆ...ตอนนี้เธอกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ 7-8 คนโอบ พอลืมตาขึ้นมาก็พบกับทุ่งดอกเบญจมาศหลากหลายสีสัน มองดูแล้วรู้สึกผ่อนคลายพร้อมสายลมพัดพากลิ่นหอมอ่อนๆที่โชยออกมาจากดอกไม้เบื้องหน้า...
 
          " ที่นี่ที่ไหนกันเนี่ย "  
   
       วาสิตาลุกขึ้นยืนมองไปรอบๆบริเวณข้างกายเธอเต็มได้ด้วยดอกไม้....แล้วสายตาก็ไปสะดุดกับร่างเล็กๆกำลังยืนมองเธออยู่เช่นกันจึงเกิดความสงสัย 'เอ๊ะ!...ทำไมมีเด็กแต่งตัวแปลกๆเหมือนชุดในหนังซีรี่ย์จีนโบราณที่พี่ลูกตาลกับพี่เป้ย่าดูชอบเลยอ่ะ' 
      
            " พี่สาว "     เสียงของเด็กสาวเอ่ยออกมาทำให้วาสิตาหลุดจากความคิดของตัวเอง 
    
             " เรียกพี่หรอจ้ะ...แล้วน้องสาวมาอยู่ที่นี่ได้ไง พ่อแม่เราไปไหนจ้ะ "
วาเอ่ยถามเด็กน้อย ที่ตอนนี้ใบหน้าเล็กๆคลอไปด้วยหยาดน้ำตากำลังจับจ้องมองเธออยู่เช่นกัน
    
      " พี่สาวช่วยข้าหน่อยได้หรือไม่ "     เด็กน้อยเอ่ยถามออกมาน้ำเสียงเศร้า
    
       " จะให้พี่สาวคนนี้ช่วยอะไรจ้ะ.." วาสิตาเอ่ยถามอย่างสงสัย
 
    วาสิตา คิดว่าเด็กน้อยคงหลงทางพลัดหลงกับพ่อแม่ เธอจะช่วยตามหาอย่างเต็มที่เลย เพราะความรู้สึกของการห่างจากอกพ่อแม่ ความคิดถึง ไม่ได้พบหน้ามันช่างทรมานแค่ไหนเธอรับรู้ได้

            "......."   

     เงียบเด็กน้อยยังไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมาได้แต่จ้องมาเธอนิ่งๆ สุดท้าย เธอก็เอ่ยตอบรับคำขอของเด็กน้อย และเอ่ยถามออกไป

     " ได้สิ แล้วจะให้พี่สาวช่วยอะไร"

     "ข้า...อยากให้ท่านกลับไปใช้ชีวิตแทนข้า"     พูดจบก็เผยรอยยิ้มน้อยๆและดวงตาที่สดใสออกมา 

     "หา!....อะไรนะ...ใช้...ใช้ชีวิตแทน" เธอตะโกนออกมาด้วยความตกใจเอามือปิดหน้าหลับตาพลางคิดกับตนเองในใจ   ' อะไรคือการใช้ชีวิตแทน แล้วทำไมต้องเป็นเธอที่ต้องไปใช้แทนด้วย ทุกคนต่างก็ต้องมีชีวิตเป็นของตัวเองสิ มันอะไรกัน ไม่เข้าใจ งงไปหมด อะไรเนี่ย แกฝันอยู่ใช่ไหมยัยวา ตื่นสิ ...'  เมื่อยังเห็นเด็กน้อยยังยืนอยู่ตรงหน้าวาสิตาจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัย

     "...แล้วพี่จะไปใช้ชีวิตแทนเจ้าได้ยังไงกัน ทุกคนต่างมีชีวิตเป็นของตนเอง"

     " ไปเป็นข้า  เพราะความผิดพลาดของสวรรค์ทำให้ท่านต้องอยู่ในที่ที่ผิด...ทำให้เดินแดนแห่งนั้นเกิดการแปรปรวนสภาพอากาศผิดแปลก พื้นดินแห้งแล้ง ผู้คนทุกข์ยาก "    เด็กน้อยเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งหยุดมองดูวาสิตาที่ยังตกใจกลับเรื่องที่ได้รับฟัง...

     " ท่านคือผู้ที่จะช่วยเหลือให้ดินแดนแห่งนั้นยังคงมีอยู่ ณ มิติดินแดน " เด็กน้อยเอ่ยขึ้น

    " นี้คือของของท่าน "   เด็กน้อยเอ่ยจบพร้อมหยิบสิ่งของออกมาจากถุงผ้าที่ข้างเอว...ยื่นให้

        วาสิตามองไปที่ จี้หยก ก็เกิดความรู้สึกที่คุ้นเคยแปลกๆ...ก่อนจะยื่นมือไปรับจี้หยกมันแพะรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดเล็ก ด้านหน้าแกะสลักรูป ดอกจวี๋อวา(ดอกเบญจมาศ)ส่วนด้านหลังมีอักษรจีนคำว่า ไป๋ (ขาว บริสุทธิ์) เธอจ้องมองจี้หยกอย่างงงๆกับเรื่องราวต่างๆที่ได้รับฟัง... และกำลังจะเอ่ยถามว่าตัวอักษรด้านหลังและรูปร่างคล้ายดอกไม้คืออะไร เธอไม่รู้ว่ามันคือคำว่าอะไร แต่พอมองไปยังจุดที่เด็กน้อยนั้นยืนอยู่กับพบแต่ความว่างเปล่า พร้อมกลับได้ยินเสียงที่ลอยมาตามสายลม " ใกล้จะถึงเวลาแล้ว....ข้าฝากท่านด้วยพี่สาว ฝากดูแลท่านพ่อและครอบครัวของข้าด้วย ไป๋ฟางเหนียง " ........

                                       ...................................


             "น้องวา...วา...น้องวาจ๊ะ"  เสียงของเปญ่าาตะโกนเรียกข้างหูทำให้วาสิตาตกใจตื่นจากฝัน...เพราะเสียงที่ดังข้างหูปลุกให้เธอตื่น

      "  คะ..ค่ะพี่เปญ่าทำไมต้องตะโกนเสียงดังด้วยล่ะค่ะ"    วาสิตากล่าวเมื่อสะดุดตื่นขึ้นมา

      "โอ๊ย!...คุณน้องวาขา คุณพี่ปลุกคุณน้องตั้งนานไม่ยอมตื่นสักที เข้าเฝ้าเง็กเซียนอยู่หรือไงจ้ะ...ปกติแล้ววาไม่นอนหลับลึกปลุกยากขนาดนี้นิ"

      "หรอค่ะพี่เปญ่า... วาขอโทษค่ะ สงสัยจะหลับลึกมากจริงๆ" เธอยิ้มตอบกลับไปอย่างเกอเขิน

      "ไป....ลงไปได้แล้วถึงที่หมายแล้ว ช่วยกันขนของเตรียมไปแจกให้เด็กๆกัน" เปญ่าเอ่ย 

      "ค่ะ"   เธอตอบและเตรียมจะหยิบกระเป๋าเป้ตัวเอง กลับมีความรู้สึกว่าในมือของเธอมีบางสิ่งอยู่  เมื่อคลายมืออกมาก็พบกับ จี้หยก ที่เธอได้รับจากในฝัน 
       
      " อะ....อะไรเนี่ยมาได้ไง.." เธอตกใจกับสิ่งที่เห็นในมือ จนเผลอร้องออกมาเสียงดัง 

'ไป๋ฟางเหนียง กลับไปใช้ชีวิตแทนข้า ไปอยู่ในที่ของเจ้า ฝากดูแลท่านพ่อและครอบครัวข้าด้วย '  

      " วาจ้ะ...วา ยืนเหมออีกแล้วเป็นอะไรหรือเปล่า...แล้วนั้นอะไรจ้ะ พี่ขอดูหน่อยได้ไหม" 

เมื่อสายตาของเปญ่าไปสะดุดกับจี้หยกที่แปลกตาในมือวาสิตาจึงเอ่ยถามด้วยความสงสัยใคร่รู้

     "อ้อ..วาไม่เป็นไรค่ะ อาจยังตื่นไม่เต็มตาน่ะค่ะ หึหึ...ส่วนหยกนี้ดูได้ค่ะ "  เมื่อพูดจบก็ยื่นหยกที่อยู่มือให้เปญ่าดู...

     "สวยดีนะเนื้อหยกอย่างดีเลยน่ะเนี่ย  สวยจัง ด้านหลังมีสลักคำว่า ไป๋ ด้วยนิ ด้านหน้าเป็นดอกไม้แต่พี่ไม่รู้ว่าคือดอกไม้อะไร"   เปญ่าพูดออกมาเมื่อมองดูจี้หยกและดูพลิกไปมาในมือ ก่อนจะส่งคืนให้เจ้าของ..แล้วเอ่ยถามกับวาสิตาอีกครั้ง       " น้องวาได้มาจากไหนค่ะเนี่ย " 

       " พี่เปญ่า...อ่านตัวอักษรตัวนี้ได้เหรอคะ? " วาสิตาไม่ได้ตอบเรื่องที่มาของจี้หยกแต่เอ่ยถามถึงตัวอักษรขอจี้หยกแทน

       "อืม...พี่พอรู้บ้าง ก็พี่ทำงานโรงแรมต้องต้อนรับแขกพบเจอหลายเชื้อชาติชาวจีนก็เข้ามาพักที่โรงแรมก็เยอะแยะไปมันก็ต้องไปหาเรียนรู้ภาษาเพิ่มเติมบ้างอ่ะนะ หึ..หึ "   เปญ่ากล่าวยิ้มๆให้กับสาวน้อยตรงหน้า

      " แล้วคำว่า ไป๋ นี้มันหมายถึงอะไรคะ " วาสิตาเอ่ยถามเป้ย่าอีกครั้ง

      " ไป๋ น่าจะหมายถึง ขาว/บริสุทธิ์  แต่พี่คิดว่าถ้ารวมกับดอกไม้ข้างหน้านั้นอาจจะหมายถึง ดอกไม้ที่ขาวหรือบริสุทธิ์ก็ได้นะ"

      "หรอคะ..ขอบคุณพี่เปญ่าจริงๆค่ะ "   วาสิตากล่าวของคุณพี่เปญ่า 

      "ป่ะ....ไปกันได้แล้วทุกคนคงรอแจกของให้เด็กๆกันแล้ว"    เปญ่ากล่าวพร้อมกับเดินลงจากรถแล้วรีบไปช่วยกลุ่มเพื่อนๆแจกจองให้เด็ก...

    ตอนนี้ก็บ่าย 2-3 แล้ว เมื่อทุกคนช่วยกันแจกของกันเรียบร้อยแล้วก็แบ่งกลุ่มกันทำกิจกรรมต่างๆและบางส่วนก็ไปจัดที่พักของคืนนี้ ช่วงสายของวันพรุ่งนี้ถึงจะเดินทางกลับ...เมื่อจบกิจกรรมต่างๆเจ้าหน้าที่ก็จัดเตรียมอาหารการกินช่วงเย็นและการแสดงเล็กๆน้อยๆของเด็กและกลุ่มจิตอาสา สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้ทั้งทีมจิตอาสาและทุกๆคน......

     ช่วงเช้าก่อนออกเดินทางทุกคนช่วยกันเก็บข้าวของขึ้นรถ แล้วมาร่วมทานข้าวกับเด็กๆตอนเช้า พูดคุยขอบคุณกันเล็กน้อยแล้วจึงกล่าวลากับเจ้าหน้าที่ที่ดูแลสถานสงเคราะห์เด็ก แล้วก็หันไปกล่าวลาเด็กๆทุกคน....ที่เดินออกมาส่งพวกตนขึ้นรถ แต่แล้วหางตาของวาสิตาก็เห็นเด็กน้อยที่อยู่ในฝันยืนจ้องมองตน...จึงหันไปมองเด็กน้อยที่กำลังยืนยิ้มหวานส่งมาให้เธอ แล้วกล่าวออกมาที่มีแค่เธอที่ได้ยิน
      
       " ถึงเวลาแล้ว....พี่สาว "  เสียงของเด็กน้อยเอ่ยขึ้น
   
       วาสิตาจ้องมองตรงมุมตึกที่เด็กคนนั้นยืนอยู่เป็นนาน...เปญ่าเลยเรียกเธอให้รีบขึ้นรถ เพราะรถใกล้จะออกแล้ว...เธอหันไปยิ้มให้พี่เปญ่าและก้าวเท้าขึ้นรถ ก่อนจะหันไปมองเด็กที่อยู่มุมตึกอีกครั้ง แต่ไม่พบเด็กที่ยืนอยู่ตรงนั้นอีกแล้ว...เมื่อได้สติเธอจึงก้าวเดินไปนั่งที่ของเธอที่ชอบนั่งด้านหลังเกือบท้ายสุดของที่นั่งแล้วมองผ่านหน้าต่างไปยังจุดที่เด็กคนนั้นเคยยืนอยู่  เมื่อทุกคนขึ้นกันครบแล้วรถก็เคลื่อนตัวออกเดินทาง วาสิตานั่งจมอยู่กับความคิดของตัวเอง นึกถึงใบหน้ายิ้มๆและคำพูดของเด็กคนนั้น
       ' ถึงเวลาแล้ว... มันคืออะไรกัน แล้วทำไมจี้หยกนี่ถึงมาอยู่กับเรา เด็กคนนั้น...ทำไมเรียกเราว่า ไป๋ฟางเหนียง โอ๊ย!...นี่มันเรื่องบ้าอันไรกันเนี่ย ' ในขณะที่วาสิตากำลังคิดถึงเรื่องราวความฝันอยู่ รถบัสของทีมจิตอาสาก็เกิดเสียงระเบิดขึ้น.... 


                      ""  ตูมมมมม  ""...

         พอจบจากเสียงระเบิดรถก็เกิดอาการส่ายไปมาคนขับจึงตะโกนเตือนให้ทุกคนหาที่จับหรือหาที่เกาะให้ดีๆเพราะรถที่ส่ายไปมาจากแรงระเบิดของยางรถอาจทำให้ทุกคนล้มกระแทกอาจได้รับบาดเจ็บได้  คนขับพยายามประคองรถให้ได้...เพื่อที่จะเข้าชิดข้างทางชะลอความเร็วเพื่อความปลอดภัยของทุกคนบนรถ...แต่แล้วสิ่งที่ไม่คลาดฝันก็เกิดขึ้น  เมื่อมีรถบรรทุกที่ขับมาด้วยความเร็วเบรกไม่ทันพุ่งชนด้านท้ายของรถบัสของทีมจิตอาสาจนพลิกคว่ำ ทุกคนส่งเสียงกรีดร้องเสียงดังลั่นรถด้วยความตกใจเพราะรถบรรทุกที่กำลังขับมาด้วยความเร็วพุ่งชน...ทุกคนโดนแรงกระแทกจากการชนและแรงพลิกคว่ำ ทำให้บางคนหมดสติ บางคนพอมีสติอยู่บ้างก็มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและร้องเรียกเพื่อนๆ ร้องขอความช่วยเหลือด้วยความเจ็บปวด...ภาพที่วาสิตาเห็นคือภาพเลือดสีแดงเต็มตัวเพื่อนบางคน ส่วนวาสิตานั้นเจ็บปวดไปหมดทั้งตัวไม่สามารถขยับตัวได้เลย...ก่อนสติของเธอจะค่อยๆมืดลงจนมืดสนิทลมหายใจสุดท้ายหยุดลงพร้อมกับวิญญาณหลุดลอยออกจากร่าง......   

          อุบัติเหตุครั้งนี้มีผู้บาดเจ็บ 17 คนสาหัส 3 เสียชีวิต 2 คนแล้วหนึ่งในนั้นก็คือเธอ วาสิตา ..........
     ถึงเวลาที่ท่านต้องไปในดินแดนกำเนิดของท่านแล้ว...ที่ที่ท่านควรจะถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่แรก....

 
  
                                                                   จบตอน                                                                                   โปรดติดตามตอนต่อไป
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 514 ครั้ง

548 ความคิดเห็น

  1. #522 victor__yh (@victor__yh) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 08:37

    เอ๋~~~~~แล้วอีกคนที่เสียชีวิตคือใครอะ จะตามมาเหมือนวาไหม
    #522
    0
  2. #475 ckchatchen42 (@ckchatchen42) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2561 / 23:14
    น่าสนใจดีครับ การเรียบเรียงก็ดี รูปก็สวย
    #475
    0
  3. วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 13:35
    หลอนเด็กสาวอะ
    #473
    0
  4. #423 ดิสตี้โนวา (@pipawat) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 04:36
    ไปแบบ โหดดด เลยยย
    #423
    0
  5. #355 6425 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 11:30
    สรรพนาม ยังสลับกันแปลกๆ นะครับ ตัวเอกน่าจะเรียกแทนตัวเด็กว่า หนู มากกว่าเจ้า คือยังไม่ได้ข้ามภพนะ
    #355
    0
  6. #296 คนเมือง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 10:29
    25 ก็สาวเต็มตัวแล้วนะ
    #296
    0
  7. #281 29212990 (@29212990) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 17:11
    สาวน้อยวัย 25 ปี นี้ยังน้อยอยู่เหรอค่ะไรท์ งั้นรีดก็เป็นสาวน้อยนะซิ อิอิอิอิ
    #281
    0
  8. #205 ...... (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 07:51
    ว่าจะไท่ทักหรอ ...แค่สงสัย จะตั้งชื่อทั้งที เอาเป้ย่ามาทำไม เป้...ใส่ของ + ย่า...ตายาย



    สะกดผิดไหมคะ?
    #205
    0
  9. #175 hongse2 (@hongse) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 23:08
    ดีจะติดตามคะ
    #175
    0
  10. #11 666 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:27
    "ข้าอยากให้เธอใช้ชีวิตแทนข้า" น่าจะเป็น "ข้าอยากให้เจ้าใช้ชีวิตแทนข้า"
    #11
    1
  11. #2 วรรณลักษณ์ เทพรัศมี (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:56
    ดีดีดีดีดีดีดีดี
    #2
    0
  12. #1 Rukrick (@Rukrick) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:15
    จะรออ่านตอนต่อไปนะค่ะ
    #1
    0