ฟางเหนียงท่านหมออาหาร

ตอนที่ 11 : เปิดมิติธาตุ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,919
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 396 ครั้ง
    23 มี.ค. 61



                
                  
                                              เปิดมิติธาตุ.....

         

               หลังจากที่ทานอาหารกันเรียบร้อยแล้วพี่ชายทั้งสองก็เดินมาส่งนางที่เรือนแล้วอยู่พูดคุยกันเล็กน้อยนางก็ให้พี่ชายไปพักผ่อนเพราะเห็นว่าทั้งสองคงเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ตอนนี้ก็ยามอิ่ว ( 17.00- 18.59 น.)แล้วฟางเหนียงจึงให้ซือหงไปพักผ่อนได้เพราะตนจะเข้าไปในมิติของตนจะออกมาในเช้าวันใหม่

             ด้านในมิติฟางหนียงเข้ามาด้านในเห็นจิวซินที่กินอิ่มแล้วกลับเข้ามาด้านในกำลังหลับอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้สวนสมุนไพรและสวนดอกไม้ ผีเสื้ออสูรโบยบินอยู่ใกล้ๆจึงเดินเข้าไปหาแล้วนั่งลงข้างๆมองดูผีเสื้ออสูรหลากสีเพลินตาสายลมพัดมาเอื่อยๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย...

              " ท่านฟางเหนียงฝึกการปรุงโอสถเป็นเยี่ยงไรแล้ว  สมุนไพรในนี้มีพร้อมหรือไม่ขอรับ " จิวซินเอ่ยถาม

               " ข้าพอจะปรุงได้ดีกว่าแต่ก่อนมากแล้ว ซินซิน ข้าอยากออกไปเที่ยวตลาดด้านบ้างมิรู้ว่าข้างนอกนั้นเป็นเช่นใด ตอนที่มาครั้งแรกข้าก็ได้แต่มองผ่านๆเท่านั้น แต่เพราะท่านปู่และท่านพ่อเป็นห่วงข้าจึงมิอยากขัดท่านนัก  " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเศร้าๆ

              " เจ้าจะเศร้าใจไปไย....เมื่ออาจารย์มารับเจ้าก็สามารถออกเที่ยวได้แล้ว ตอนนี้ก็ฝึกตนบ่มเพาะพลังปราณของเจ้าเตรียมตัวไว้ก่อนเถิด...." จิวซินเอ่ยปลอบใจ

              " จริงของเจ้า...หากข้าไม่อยู่แล้วพวกท่านคงคิดถึงข้าแย่...สู้ข้าอยู่ใกล้ในสายตาของตน ท่านจะได้มิเป็นห่วงข้า เช่นนั้นเราไปฝึกฝนกันต่อเถิด ข้าอยากเปิดมิติให้ท่านพี่ของข้าได้เข้าด้านใน ตอนนี้ข้าอยู่ระดับกลางขั้น 2 แล้วแต่ยังไม่แกร่งพอ ข้าว่าไปตักน้ำตกโอสถสวรรค์มาดื่มดีหรือไม่จะได้ทะลวงระดับชั้นเร็วๆ...ไปซินซินไปน้ำตกกัน "  ไป๋ฟางเหนียงพูดเองเออเองเสร็จสรรพก็พุ่งทะยานด้วยวิชาตัวเบานำจิวซินไปที่น้ำตกก่อน

             เมื่อเห็นนายของตนตัดสินใจเช่นนั้นก็พุ่งทะยานบินตามไปทันทีเมื่อมาถึงน้ำตกก็เห็นไป๋ฟางเหนียงนั่งอยู่ที่โขดหินเล็กๆกำลังตักน้ำในน้ำตกขึ้นดื่ม จึงลงมานั่งอยู่ข้างๆไป๋ฟางเหนียงที่กำลังนั่งบ่มเพาะพลังหลังจากที่ดื่มน้ำโอสถสวรรค์เข้าไป...ส่วนตัวเขานั้นตอนนี้อยู่ที่ระดับนภาขั้น 4 อีกไม่นานเขาจะต้องอยู่ระดับราชันย์ให้ได้และสามารถปรากฏร่างมนุษย์เต็มตัวมิต้องอยู่ในร่างภูตตัวน้อยมีปีกอีก 
หากอยากจะออกไปด้านนอก จึงนั่งบ่มเพาะพลังบนหินอีกก้อนข้างๆฟางเหนียง.....เวลาผ่านไปได้สักพักก็เกิดเสียง " เปรี้ยง......เปรี้ยง " ดังออกมาจากตัวไป๋ฟางเหนียง ระดับพลังของฟางเหนียงเลื่อนระดับมาอยู่ที่ระดับปฐพีขั้น 1 แสงสีเขียวอ่อนๆเปล่งออกมาแล้วค่อยๆจางหายไป๋ฟางเหนียงก็ลืมตาขึ้นมามองไปรอบๆตัวก็พบกับจิวซินที่กำลังนั่งบ่มเพาะพลังอยู่ข้างๆ....

              " ซินซิน...ข้าไปชำระล้างค้างสิ่งสกปรกก่อนนะ ข้าก็จะกลับออกไปด้านนอกเลย เจ้าก็รีบไปพักผ่อนล่ะ " ฟางเหนียงเอ่ยจบก็ทะยานไปที่เรือนไผ่เดินเข้าไปในห้องนอนก็จัดการอาบน้ำผลัดเปลี่ยนผ้าเสื้ออาภรณ์ชุดใหม่แล้วก็กลับออกมาด้านนอกมิติและเอนตัวลงนอนบนเตียงทันทีด้ววยความง่วง.... 


             เช้าวันใหม่ยามเหม่า....ฟางเหนียงก็รู้ตัวตื่นขึ้นมาเรียกหาซือหง  ซือหงเมื่อได้ยินเสียงของคุณหนูก็รีบไปจัดเตรียมอ่างล้างหน้า เกลือและแปรงสีฟันที่คุณหนูของตนบอกให้นายท่านใหญ่สั่งทำให้ ด้วยขนแปรงทำมาจากหางม้าส่วนด้ามแปรงทำมาจากไม้ และเขาสัตว์  แรกๆนางก็สงสัยว่าเพราะเหตุใดต้องแปรงฟันด้วย เพราะพวกตนใช้เกลือหรือไม่ก็น้ำชาในการกลั้วปากรักษาฟัน แต่คุณหนูบอกว่ามันช่วยทำความสะอาดซอกฟันหากมีเศษอาหารติดอยู่ นางก็ยังสงสัยอยู่และเมื่อคุณหนูยังแบ่งในนางนำไปใช้ด้วยเมื่อใช้แล้วก็เป็นจริงอย่างที่คุณหนูบอก.....เมื่อจัดสิ่งของเสร็จแล้วก็รีบตรงเข้าไปที่ห้องของไป๋ฟางเหนียงทันที

              " มาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู...ทำไมตื่นเร็วจังเลยเจ้าคะ " ซือหงนำของมาวางที่โต๊ะข้างหน้าต่างห้องและเดินไปจัดเก็บม่านและที่นอนให้ฟางเหนียง 
 
             " ก็ข้าอยากเข้าครัวอีก...เร็วเข้าพี่ซือหงเดี๋ยวจะไม่ทันป้าจาง..." ฟางเหนียงรีบเดินมาแปรงฟันล้างหน้าอย่างรวดเร็ว

             " ช้าๆก็ได้เจ้าค่ะคุณหนู... "ซือหงเอ่ยเตรียมคุณหนูที่รีบลงจากเตียง

             เมื่อจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้วฟางเหนียงก็จับจูงซือหงที่ตัวโตกว่าตนรีบเดินออกไปจากห้องทันทีเพื่อตรงไปที่ห้องครัวของเรือน  พอมาถึงก็เห็นทุกคนกำลังวุ่นจัดเตรียมของกันอยู่บ่าวชายกำลังผ่าฟื้นตั้งหม้อต้มน้ำหุงข้าว ป้าจางสั่งสาวใช้ล้างผักจัดของเตรียมไว้บนตน เมื่อเห็นเช่นนั้นฟางเหนียงจึงเดินเข้าไปด้านใน... 

           " ท่านป้าจาง...ให้ข้าทำอาหารด้วยได้หรือไม่..." ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นเสียงดังจนทำให้ทุกคนหยุดการทำงานกันทันทีแล้วหันมาทางคุณหนูของตน

          " คุณหนู เหตุใดมาที่นี่เจ้าค่ะ..เสี่ยวหงเจ้าพาคุณหนูมาทำอะไรที่นี่แต่เช้ามืดอย่างนี้ " แม่ครัววจางเอ่ยถามคุณหนูแล้วหันไปถามลูกสาวของตน

         " ป้าจาง...ข้าเป็นคนบอกให้พี่ซือหงพามาเอง...ข้าอยากทำอาหารอีกได้หรือไม่ "ฟางเหนียงเอ่ยบอกแม่ครัวเมื่อเห็นว่าป้าจางกำลังดุพี่ซือหงของนาง

           " คุณหนูจะทำอะไรเจ้าคะ " แม่ครัวจางเอ่ยถาม

          " ข้าวต้มทรงเครื่อง...ไปป้าจางอย่างมัวยืนงงสงสัย หากทำออกมาแล้วก็จะรู้เอง ไปพี่ซือหง ลุยกันเลย " ฟางเหนียงจับมือป้าจางที่ทำสีหน้าสงสัย...ให้เดินตามตนไปที่โต๊ะไม้ตัวยาวที่ว่างวัตถุดิบต่างๆไว้


               แล้วแม่ครัวตัวน้อยก็เริ่มสั่งให้ทุกคนหยิบจับสิ่งของที่นางต้อง เนื้อหมูก็ให้บ่าวชายที่ผ่าฟื้นเสร็จแล้วนำไปสับ ส่วนอีกคนก็ให้ไปต้มน้ำเมื่อน้ำเริ่มร้อนนิดหน่อยก็ให้นำกระดูกสันหลังหมูใส่ลงไปตามด้วยกระเทียมรากผักชีและเม็ดพริกไทยขาวบุบพอแหลกห่อด้วยผ้าขาวบางมัดแล้วใส่ลงไปเคี่ยวทิ้งไว้ด้วยไฟอ่อนกันมิให้เลือดที่ซึมออกมาจากกระดูกหมูจับตัวเป็นก้อนทำให้น้ำซุปข่น ใส่หอมหัวใหญ่และหัวผักกาดลงไปแล้วสั่งให้คอยตักฟองออก  เสร็จจากการต้มน้ำซุปก็หันมาทำเครื่องเคียงทานกับข้าวต้ม ฟางเหนียงให้สาวใช้คนหนึ่งนำปลาไปล้างแล้วนำมาผ่าครึ่งจากด้านบนให้ท้องยังติดกันแล้วนำเกลือและซีอิ้วหมักเตรียมไว้ หันไปถามหาแป้งข้าวโพดป้าจางก็เอาออกมาให้ก็นำมาคลุกตัวปลา จากนั้นก็ไปเตรียมน้ำมันใส่กระทะตั้งไฟให้ร้อนก็ให้เอาปลาลงทอด เสร็จจากปลาก็เห็นผักกาดดอง จึงให้ซือหงน้ำไปล้างหลายๆน้ำแล้วนำมาหันเป็นชิ้นเล็กๆ ทุบสับกระเทียมเตรียมไข่ ซีอิ้ว น้ำตาลเล็กน้อยในถ้วยเล็กไว้ให้ป้าจางในไปผัด  จากนั้นก็หันมาดูน้ำซุปเห็นน้ำซุปเริ่มเข้าที่แล้วจึงหันไปถามบ่าวชายที่สับหมูว่าข้าวสุกหรือยังและให้ตักใส่หม้ออีกใบที่ให้เตรียมไว้ แล้วให้สาวใช้นำกระเทียมไปตำแล้วเจียวน้ำมันจนเหลืองหอมจัดใส่จานไว้  แล้วให้นำต้นหอมและผักซีมาหั่นเป็นชิ้นเล็กๆนำขิงมาซอยเป็นเส้นฝอยๆจัดใส่จานเรียงข้างๆกันไว้  จากนั้นก็ให้นำเห็ดหอมมาหั่นเป็นชิ้นสี่ส่วนไปผัดในกระทะให้กลิ่นหอมเสร็จแล้วตักพักไว้   จากนั้นก็ให้บ่าวชายตักน้ำจากหม้อน้ำซุปมาใส่อีกหม้อที่มีข้าวสุกตักไว้รอแล้วนำไปตั้งเตาอีกครั้งแล้วให้บ่าวคอยคนไว้กันข้าวไหม้ติดก้นหม้อจะมีกลิ่นไม่น่าทาน คนจนข้าวแตกเม็ดแล้วโรยเกลือลงไปเล็กน้อยนำหมูที่สับไว้ปั่นใส่ลงไปรอจนหมูสุกก็ใส่เห็ดหอมที่ผัดไว้ลงไปต้มอีกสักพัก แล้วก็ตักจัดใส่ถ้วยโรยกระเทียมเจียวต้นหอมผักซีและขิงซอยก็เป็นอันเสร็จแล้วข้าวต้มทรงเครื่องของไป๋ฟางเหนียงส่งกลิ่นหอมไปทั่วทั้งห้องครัว  ฟางเหนียงบอกป้าจางให้ตักแบ่งข้าวต้มไว้ให้บ่าวทุกคนในเรือนไว้ทานด้วยเพราะทำไว้เยอะและบ่าวไพร่ในเรือนก็มีไมากมายทุกได้ทานครบแน่ เสร็จแล้วก็กลับเรือนอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าเรียบร้อยก็ตรงไปที่เรือนใหญ่ตอนนี้ก็ยามเฉิน ( 07.00-08.59 )แล้วได้เวลาอาหารเช้า


            ทุกคนเข้ามาร่วมตัวนั่งรอที่โต๊ะอาหารกันแล้วทั้งยังนั่งจ้องมองดูอาหารบนโต๊ะที่กำลังส่งกลิ่นหอมยั่วน้ำลายเชื้อเชิญให้ทุกคนลิ้มรสมันอยู่ เมื่อแม่ครัวจางบอกว่าคุณหนูเป็นผู้เข้าครัวทำอาหารแต่เช้า....ทุกคนจึงนั่งรอไป๋ฟางเหนียงที่แม่ครัวจางบอกว่าไปอาบน้ำผลัดเปลี้ยนเสื้อผ้าอยู่....เมื่อฟางเหนียงก้าวเข้ามาในครัวก็พบกับทุกคนที่นั่งรอที่โต๊ะพร้อมกับกลื่นน้ำลายกันไปหลายอึกแล้ว...

            " ฟางเอ๋อร์ เจ้าตื่นแต่เช้าเพื่อเข้าครัวงันรึ " ไป๋เฉียงหมิงเอ่ยทานบุตรหลาน

           " เจ้าค่ะท่านปู่ น่าทานไหมเจ้าคะ..." ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยตอบและถามกลับปู่ของตน

           " น่าทานมาก...เจ้าทำสิ่งใดมาให้ปู่เจ้าทาน ช่างมีกลิ่นที่หอมน่าลิ้มลองยิ่งนัก บอกปู่ได้หรือไม่ "ไป๋เฉียงหมิงเอ่ยถามหลานของตน
    
             " จริงด้วยฟางเอ๋อร์พ่อก็อยากรู้ว่าเจ้าทำสิ่งใดมา...ดูแล้วก็เหมือนข้าวต้มธรรมดา แต่ทำไมถึงมีสีสันและกลิ่นหอมน่าทานยิ่งนัก " ไป๋หมิงลู่เอ่ยถามขึ้นมาอีกคนจากที่ดูข้าวต้มในถ้วยแล้ว 

           " ฟางเอ๋อร์...ทำข้าวต้มทรงเครื่องเจ้าค่ะกลิ่นที่หอมนั้นได้จากการนำกระเทียมไปเจียวในน้ำมันให้เหลืองและเห็ดหอมที่นำไปผัดให้คลายกลิ่นหอมออกมาก่อนที่จะนำมาปรุงเจ้าค่ะท่านพ่อ ส่วนจานนั้นปลาทอดเกลือทานกับพริกน้ำปลาเจ้าค่ะ แล้วก็ผัดผักกาดดองใส่ไข่เจ้าค่ะ อีกจานนั้นเป็นเครื่องเคียงของข้าวต้มหากต้องการจะใส่เพิ่มเติมรสเจ้าค่ะ มี ซีอิ้ว พริกน้ำส้มหมัก พริกไทยป่น กระเทียมเจียว ขิงฝอยเจ้าค่ะ หากมีไข่เค็มด้วยก็ดีวันหลังข้าจะพาป้าจางทำไข่เค็มนะเจ้าคะ" ฟางเหนียงเอ่ยอธิบายการทานข้าวต้มทรงเครื่องให้ทุกคนเข้าใจพร้อมกับหันไปเอ่ยกับป้าจางในตอนประโยคท้าย

        " เช่นนั้นก็ทานข้าวกันเถิด เช้านี้ปู่ว่าจะออกไปดูร้านของเราเสียหน่อย "ไป๋เฉียงหมิงเอ่ยให้ทุกคนทานข้าวกันได้

       " ฟางเอ๋อร์แล้วจิวซินล่ะลูกมิออกมาข้าวรึ " ผิงเจียวเหมยเอ่ยถามถึงภูตน้อยเมื่อไม่เห็นออกมาทานข้าวเพราะปกติจะออกมาเมื่อถึงเวลาทานข้าว

        " มาแล้วขอรับทานแม่...ข้าตื่นสายไปหน่อย เพราะท่านฟางเหนียงมิปลุกข้า แต่พอได้กลิ่นหอมๆข้าก็รีบออกมาเลยขอรับ ซือหงจัดเตรียมข้าวให้ข้าด้วยเร็วเข้าข้าหิวแล้ว...โอ้โฮ....น่าทานจังเลยขอรับ ท่านฟางเหนียงท่านทำรึขอรับ " เมื่อถามถึงจิวซินก็ออกมาทันทีแล้วก็ส่งซือหงเตรียมอีกชุดเหมือนเดิม ก่อนจะร้องถามนายของตน

        " ใช้...เจ้านี่น่าซินซินเห็นของกินเป็นมิได้เลย..." ไป๋ฟางเหนียงพร้อมทั้งสายหน้าไปมา

       หลังจากนั้นทุกคนก็หัวเราะออกมาด้วยความเอ็นดูเด็กทั้งสอง แล้วหันมาตักข้าวต้มคำแรกที่ค้างอยู่เข้าปากเมื่อลิ้นได้สัมผัสรสชาติของข้าวต้มก็เอ่ยออกมาเป็นเสียงเดียวกัน "รสเลิศ...ดี...ดียิ่งนัก " แล้วทุกคนก็ไม่เอ่ยสิ่งใดกันอีกเพราะสนใจอาหารรสชาติอร่อยตรงหน้าแทน บางคนหมดแล้วก็เอ่ยขอแม่ครัวจางเพิ่มจนเครื่องเคียงและกับข้าวบนโต๊ะหมดแล้ว แต่มีพี่รองไป๋จิวหรงกับจิวซินที่ยังนั่งทานกันอยู่ด้วยความเอร็ดอร่อยจนหมด....และอิ่มจนพอแล้วก็หันมายิ้มให้ทุกคนที่มองอยู่

         " ก็มันอร่อยนิขอรับ...ฟางเอ๋อร์ต่อไปเจ้าเข้าครัวบ่อยๆน่ะพี่รองอย่างทานรสมือของเจ้าอีก ข้าเบื่อรสมือของป้าจางแล้ว...ฮ่าๆๆๆท่านว่าดีหรือไม่พี่ใหญ่ จิวซิน "ไป๋จิวหรงเอ่ยขึ้นแก้เขินตัวเองที่ถูกทุกคนจ้องมองตนที่ทานได้เยอะกว่าปกติ

          " โธ่...คุณชายรองป้าก็ทำสุดฝีมือแล้วนะเจ้าคะ " แม่ครัวจางเอ่ยขึ้นมา

          " ท่านปู่เจ้าขา...หลานขอช่วยป้าจางกับบ่าวในครัวทำอาหารได้หรือไม่เจ้าคะ หลานก็ว่างมิได้ออกไปที่ใด อีกอย่างหลานก็สนุกด้วยเจ้าค่ะ หลานจะไม่ทำให้ตนเองทำสิ่งอันตรายเด็ดขาดเจ้าค่ะ"  ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยขอท่านปู่ของตน

         " ปู่มิขัดเจ้า แต่เจ้ารับปากกับปู่แล้วว่าจะไม่ทำให้ตัวเจ้าเกิดอันตราย แม่ครัวจางเจ้าว่าอย่างไรหากว่าหลานข้าจะเข้าช่วยเจ้าทำอาหาร " ไป๋เฉียงหมิงเอ่ยกับหลานแล้วหันไปถามแม่ครัวจาง....
         
        "เจ้าคะ...นายท่าน แล้วข้าน้อยจะไปเรียนรู้กับคุณหนูไปด้วยเจ้าค่ะ และตะคอนดูแลอย่างดีเจ้าค่ะ " แม่ครัวจางตอบรับและบอกให้ดูแลหลานตนให้ดีอย่างได้ให้เกิดอันตราย



          " ท่านปู่ขอรับ ข้าขอพาฟางเอ๋อร์ออกไปเดินเที่ยวตลาดได้หรือไม่ขอรับ ฟางเอ๋อร์มิเคยออกไปนอกเรือนเลย..ข้าอยากพานางไปเปิดหูเปิดตาบ้าง  " เสียงไป๋หมิงหลิงเอ่ยขึ้น...
 
         " จริงด้วยขอรับ...ท่านปู่ท่านพ่อน้องเล็กมิเคยออกไปที่ใดเลย " ไป๋จิวหรงเอ่ยขึ้นมาอีกคน
           
         " แต่ว่า...ข้าเป็นห่วง...ปู่ก็อยากให้เจ้าออกไปด้านนอกนะ ฟางเอ๋อร์...แต่เพราะกลิ่นกาย และสีเรือนผมของเจ้า อาจทำให้ผู้คนจ้องมองและสงสัยในตัวเจ้า ปู่มิอยากให้เกิดเรื่องอันใดกับเจ้า" ไป๋เฉียงหมิง
กล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงพลางมองไปที่ฟางเหนียง

          " ท่านปู่...มิต้องกลัวไปขอรับข้าจะดูแลนางอย่างดีมิให้ผู้ใดมารังแกนางได้ ให้ฟงและผู้ติดตามไปด้วยก็ได้ขอรับ..ไปแค่ร้านของเราเท่านั้นก็พอขอรับหากท่านปู่เป็นห่วงนาง " ไป๋หมิงหลิงเอ่ยตอบ

      " เจ้าว่าอย่างไปอาลู่จะให้ฟางเอ๋อร์ออกไปหรือไม่ " ไป๋เฉียงหมิงหันไปถามไป๋หมิงลู่บุตรของตนผู้เป็นบิดาของฟางเอ๋อร์

       " ขอรับ...เจ้าอย่าได้พาน้องไปเล่นซุกซนจนให้เกิดอันตรายเชียวนะหลิงเอ๋อร์  ให้อาฟง อาหมิง และอาซานไปกับเจ้าก็พอเพราะฟางเอ๋อร์นั้นตอนนี้ก็อยู่ระดับปราณปฐพีแล้ว จริงหรือไม่ฟางเอ๋อร์...หึๆๆๆ " ไป๋หมิงลู่เอ่ยขึ้นมาเมื่อเขาตรวจสัมผัสพลังของฟางเอ๋อร์ได้...ทุกคนหันไปมองที่ฟางเหนียงด้วยใบหน้าที่รอคำตอบจากนาง

        " จริง...ดั่งเจ้าว่าอาลู่ ฟางเอ๋อร์นี้ระดับปราณเลื่อนขั้นแล้วรึ ปู่ดีใจยิ่งนัก.."ไป๋เฉียงหมิงเอ่ยขึ้นด้วยความดีจริงเมื่อตรวจสัมผัสพลังของฟางเหนียงนั้นเลื่อนระดับแล้ว

        " เจ้าค่ะ...ท่านปู่ท่านพ่อตอนนี้ข้าสามารถพาทุกคนเข้าไปด้านในได้แล้วนะเจ้าคะ...อยากเข้าหรือไม่เจ้าคะ.....เอ่อ!...แล้วเหตุใดทำสีหน้าเยี่ยงนั้นเจ้าคะไม่เชื่อข้ารึ " ไป๋เหนียงเอ่ยกับทุกคนที่ตอนนี้มีสีหน้าแปลกประหลาด สงสัยว่านางพูดจริงหรือเปล่าที่สามาถพาพวกตนเข้าไปด้านในได้แล้ว...

       " จริงขอรับ...ท่านฟางเหนียงสามารถพาพวกท่านเข้าไปด้านในได้แล้วขอรับ และที่ระดับพลังปราณท่านฟางเหนียงเลื่อนระดับก็เพราะนางดื่มน้ำโอสถสวรรค์แล้วบ่มเพาะดูดซับพลังปราณธรรมชาติที่มีอยู่หนาแน่นด้านในทำให้นางทะลวงเลื่อนระดับได้รวดเร็วขึ้นขอรับ" จิวซินเอ่ยขึ้นอธิบายให้ทุกคนเข้าใจ

            เมื่อทุกคนไปได้ฟังสิ่งที่จิวซินอธิบายจึงเข้าใจแต่ก็ยังสงสัยอยู่ว่านางมีน้ำโอสถสวรรค์มากขนาดใดกันถึงได้นำมาดื่มกินได้โดยง่ายมีกลัวหมดเช่นนี้  แค่นำมาให้พวกตนและองครักษ์เงาทั้งสองก็มากอยู่แต่ก็มิมีใครถามออกไป.....เมื่อเห็นทุกคนเงียบจิวซินก็ให้ท่านปู่สั่งให้พ่อบ้านทั้งสองและสาวใช้ออกไปรอที่ด้านนอกสั่งมิให้ผู้ใดเข้ามาหากมีเอ่ยเรียก...ก่อนที่จะพาเข้าไปด้านใน จากนั้นจิวซินก็ร่ายม่านอักขระสีม่วงวาดไปรอบห้องแล้วจึงบอกให้นายหญิงของตนเปิดมิติธาตุพาทุกคนเข้าไป.....

       เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วฟางเหนียงก็ทำสมาธิเปิดมิติของตน...พอทุกคนเห็นม่านประตูส่องแสงสีทองออกมาจากมิติของฟางเนียงต่างก็ตกใจและตื่นเต้นตาโตอ้าปากค้างกันทุกคนเพราะเป็นครั้งแรกที่ได้พบเจอสัมผัสสิ่งตรงหน้า เมื่อไม่เห็นมีผู้ใดก้าวเข้ามาในมิติตามตนจึงหันไปมองก็เห็นยืนนิ่งเหมือนหุ่นขี้ผึ้งในโลกเก่าของนาง จึงหัวเราะออกมาแล้วจีงเอ่ยเรียกให้ทุกคนเข้ามาด้าวใน....

                   " พวกท่านมิเข้ามารึเจ้าคะ...มิเช่นนั้นข้าจะปิดม่านประตูแล้วนะหากมิมีใครเข้ามาเที่ยวชมมิติของข้า...หึหึๆๆๆ..." ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยหยอกเย้าขึ้นมา

                "........" เงียบยังมิมีเสียงหรือการขยับเขยือนแต่อย่างใด

              " ท่านปู่ ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ พี่รอง ข้าจะปิดม่านประตูแล้วนะเจ้าคะ....." ไป๋ฟางเหนียงร้องเรียกทุกคนเสียงดังจนทุกคนสะดุดกลับมามีสติเช่นเดิม

                  " ฟางเอ๋อร์เจ้าจะเสียงดังไปไยแม่ตกใจหมด...เป็นหญิงมิควรเอ่ยเสียงดังนะเจ้า...มันไม่งาม" ผิงเจียวเหมยเอ่ยดุฟางเอ๋อร์แต่ไม่ได้จริงจังมานัก

                 " โธ่..ท่านแม่ข้าเอ่ยพวกท่านก็มิมีใครตอบ...แล้วจะเข้ามาด้านในกันหรือไม่....มิเช่นนั้นลูกปิดม่านประตูนะเจ้าคะ  "ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยถามทุกคนอีกครั้ง

               ทุกคนจึงพยักหน้าแล้วก็ก้าวเข้าไปด้านในที่ละคนโดยมีท่านปู่ก้าวเข้าไปก่อน ตามด้วยท่านพ่อท่านแม่และพี่ชายทั้งสอง เพราะระดับพลังยังมิแข็งแกร่งพอจึงเปิดม่านประตูเข้ามาได้เพียงที่ละคนเท่านั้น   เมื่อทุกคนก้าวเข้ามาด้านในต่างก็ตื่นตากับธรรมชาติที่มองเห็นมีทุ่งกว้างขวาง ด้านหน้าพวกตนนั้นคือเรือนไม้ไผ่หลักใหญ่ตั้งอยู่หน้าเรือนเป็นลานกว้างคงจะเป็นลานฝึกฝนของฟางเหนียง ด้านขวามือไกลออกไปเล็กน้อยมองก็พบกับน้ำตกสูงใหญ่ที่มิรู้น้ำไหลมาจากที่ใด  และด้านซ้ายมือห่างออกไปจากเรือนไผ่ก็มีสระน้ำขนาดใหญ่มี ดอกเหลียนฮวา (ดอกบัว)หลากสีสันและยังมีบ้างชนิดที่หายากคือ เหลียนฮวาสีเขียว สีส้ม และสีม่วงครามหายากและมีค่าที่สุด แต่ว่าฟางเหนียงมีไว้ครอบครองและพวกเขายังสัมผัสไปถึงความหนาแน่นพลังปราณธรรมชาติอีกด้วย

             " วิเศษ...วิเศษยิ่งนักฟางเอ๋อร์ของข้า....นี้คือสิ่งที่มิติอยู่ในมิติของเจ้ารึ " ไป๋เฉียงหมิงเอ่ยถามหลานสาวด้วยความตื่นเต้น

            "เจ้าค่ะท่านปู่ในที่นี่คือของหลานทั้งหมดเจ้าค่ะ...เข้าไปข้างในเรือนกันก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นและพาทุกคนเข้ามาในเรือนไผ่

                 เมื่อทุกเข้ามาด้านในก็เห็นการตกแต่งสวยงามเหมือนดั่งเรือนหมอกตะวันของนาง สิ่งของ โต๊ะเก้าอี้ ชั้นหนังสือ ถูกจัดว่างอย่างมีระเบียบเรียบร้อยด้วยฝีมือของนางและจิวซิน เมื่อเปิดหน้าต่างก็พบสัมผัสกับสายลมพัดผ่านบางเบามาพร้อมกับกลิ่นของดอกไม้ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย แล้วฟางเหนียงก็ไปจัดเตรียมน้ำชามาให้สำหรับทุกคนดื่ม
ส่วนจิวซินก็นั่งพูดคุยอยู่กับทุกคน

              " จิวซิน...สระน้ำนั้นคือสระอะไรข้าสัมผัสคือความหนาแน่นของปราณธรรมชาติได้มากที่เดียว แล้วน้ำตกนั้นอีกไหลมาจากที่ใดกัน " เสียงของไป๋หมิงลู่เอ่ยถามจิวซินด้วยความสงสัยเช่นเดียวกับทุกคนที่รอฟัวคำตอยบอยู่

            " สระน้ำนั้นเรียกว่า สระแสงจันทร์หรือน้ำทิพย์แสงจันทร์ที่ผู้คนเรียกกันขอรับ ก่อเกิดจากการดูดซับพลังจากแสงจันทร์มาสะสมรวมตัวก่อเกิดเป็นน้ำทิพย์แสงจันทร์ตามที่ท่านรู้ขอรับ " จิวซินเอ่ยอธิบายขึ้น

           " ใช่ ผู้คนรู้ดีว่าน้ำทิพย์แสงจันทร์วิเศษมาก แต่ผู้คนเล่าลือกันว่าสระน้ำทิพย์นี้อยู่ในป่าราชันย์รัตติกาล ที่ แคว้นเว่ย มิใช่รึ แล้วอีกอย่างก็สัตว์อสูรดุร้ายเช่นเดียวกับป่าหมอกทมิฬ เพราะเขตป่านั้นอยู่ห่างกันไม่มากนักเพียงแค่มีหุบเขาเทียนหลงกั้นเขตแดนกันเท่านั้น แล้วยังเรื่องเล่าว่ามีเทพนกกระเรียนจันทรา เฝ้าอาศัยอยู่บริเวณนั้น "ไป๋เฉียงหมิง ที่พอจะรู้เรื่องพวกนี้อยู่บ้างจึงเอ่ยขึ้นมา

          " ถ้าเช่นนั้น ท่านอาจารย์มู่ของฟางเอ๋อร์ก็อยู่ตรงกลางระหว่างป่าทั้งแล้วนะขอรับท่านปู่ " เสียงของไป๋จิวหรงเอ่ยขึ้น

          " แล้วอย่างนี้ฟางเอ๋อร์เป็นอันตรายหรือเจ้าคะ ท่านพี่ ข้ารู้สึกเป็นห่วงนางเหลือเกินเจ้าค่ะ " ผิงเจียวเหมยเอ่ยขึ้นเมื่อไปฟังเรื่องที่กำลังพูดคุยกันอยู่

           " ท่านแม่มิต้องเป็นห่วงท่านฟางเหนียงหรอกขอรับ...ว่าพวกท่านควรเป็นห่วงสัตว์พวกนั้นมากกว่า...ท่านอย่าลืมว่าท่านฟางเหนียงนั้นเป็นผู้ใดนะขอรับ " จิวซินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นฟางเหนียงเดินถือถาดน้าชาเข้ามาจึงหยุดคำพูดลง

            " เจ้าภูตหมู...เจ้านินทาอันใดข้า... " ฟางเหนียงเอ่ยเสียงดุพร้อมทั้งแผ้กลิ่นอายของเทพมังกรออกมาโดยมีรู้ตัว เมื่อได้ยินสิ่งที่จิวซินพูดพอดี

          " ข้าเปล่าขอรับ ข้ามิได้นินทาท่านเลย ข้าแค่พูดความจริง ท่านหยุดปลดปล่อยแรงกดดันของท่านก่อนขอรับ " จิวซินเอ่ยขึ้นแม้ว่าพลังที่ฟางเหนียงปลดปล่อยออกมาไม่ได้รุนแรงนักแต่ก็อาจทำให้หวาดกลัวได้เช่นกัน

           " จริงของจิวซินนะ ฟางเอ๋อร์...พ่อว่าเจ้าหยุดปล่อยแรงกดดันก่อนเถิด " ไป๋หมิงหลิงเอ่ยขึ้นอีกคนเมื่อรับรู้พลังที่แผ่ออกมาของฟางเหนียง
              
             " ข้ามิได้ปลดปล่อยสิ่งใดนะท่านพ่อ..." ไป๋ฟางเหนียงจึงตั้งสติลดแรงโกรธของตนแล้วเอ่ยกับบิดา

           " จิวซิน...แสดงว่า ฟางเอ๋อร์ยังไม่สามารถควบคุมพลังของตนได้ใช่หรือไม่ " ไป๋เฉียงหมิงหันไปถามจิวซินที่นั่งอยู่ข้างๆกับไป๋จิวหรง

          " ขอรับ...ตอนนี้ข้าให้ท่านฟางเหนียงฝึกฝนสมาธิควบคุมพลังของตนเองให้มากขอรับ เพราะจากที่ข้าทราบเมื่อนางมีพลังปราณที่สูงขึ้นเทพมังกรก็ยิ่งอยากที่จะถูกปลดปล่อยออกมา ทำให้บางครั้งท่านฟางเหนียงอาจควบคุมพลังของตนเองไม่ได้ขอรับ ท่านอาจารย์ฟูจึงสั่งให้ข้าค่อยเตือนให้นางฝึกสมาธิควบคุมพลังของตนให้แข็งแกร่งมิเช่นนั้นหากเทพมังกรถูกปลดผนึกออกมาร่างกายท่านฟางเหนียงก็อาจจะแย่ได้ขอรับ " จิวซินเอ่ยอธิบายกับทุกคน

          " ถ้าเช่นนั้นข้าจะมั่นฝึกฝนตนเองเจ้าค่ะ "ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยขึ้น

         " พี่ใหญ่ก็จะช่วยเจ้าฝึกการต่อสู้เพิ่มความแข็งแกร่งให้กับเจ้าด้วยฟางเอ๋อร์ " ไป๋หมิงหลิงเอ่ยออกมา

         " พี่รองก็เช่นกันน้องเล็ก..." ไป๋จิวหรงมิยอมน้อยหน้าเอ่ยขึ้นมาอีกคน

         แล้วทุกคนก็นั่งพูดคุยนั่งจิบชากันด้านใน ต่อมาจิวซินจึงพาท่านปู่ ท่านพ่อ และท่านแม่เข้าดูห้องด้านในที่มีตำราหนังสือการฝึกฝนมากมายและห้องปรุงโอสถของฟางเหนียง ทุกคนต่างตกใจและดีใจที่นางสามารถปรุงยาได้เป็นอย่างมากแม้เพียงแค่อ่านตำราละคำแนะนำจากจิวซิน.....ส่วนสามพี่น้องก็ออกมาด้านนอกเพื่อออกมาสำรวจบริเวณโดยรอบ เริ่มจากไปดูสระแสงจันทร์ที่มีดอกเหลียนหลากสีชูช่ออยู่พร้อมผีเสื้ออสูรที่อยู่บริเวณนั้น  แล้วก็เดินอ้อมตามทางมาทางหลังเรือนไผ่ที่มีสวนสมุนไพรและธารน้ำสายเล็กไหลผ่านมาจากน้ำตกอีกด้าน...ในสวนมีสมุนไพร พืชผักอย่างชนิดที่แปลกตาแปลกสีเพราะบ้างชนิดคล้ายแต่แตกต่างกันที่สีฟางเหนียงบอกพี่ของตนว่า สมุนไพรชนิดคือหญ้าจันทราร้อย ช่วยรักพิษได้บางชนิด ที่สีแตกต่างเพราะหากเป็นต้นอ่อนจะสีเขียวกลิ่นจะแรง เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มหน่อยกลิ่นก็จะจางลง และสีเขียวเข้มจนเกือบดำแต่เปล่งแสงประกายขาวออกมานั้นสามารถนไปปรุงโอสถได้ไม่มีกลิ่น ส่วนพืชผักในสวนนางบอกว่าเดี๋ยวเก็บจะทำอาหารว่างให้ลองทาน เดินต่อนมาที่สวนดอกไม้นานๆที่กำลังเบ่งบานแข็งกัน มีดอกเหม่ยกุ้ย มู่ตาน/โบตั๋น จวี๋ฮวา โม่ลี่ฮวา ชูช่อส่งกลิ่นหอมไปทั่วบริเวณ  แล้วก็พากันเดินไปทางน้ำตกเมื่อไปถึงจึงเอ่ยถามน้องของตน

              " น้องเล็ก...นี้น้ำตกอันใดรึไหลมาจากที่ใดกันมากมายเช่นนี้แล้วมิติของเจ้ามิเจอน้ำท่วมหรอกหรือ"ไป๋จิวหรงเอ่ยถามน้องตน

            " นี้คือน้ำตกที่ข้านำออกไปให้ท่านดื่มเยี่ยงไรเจ้าค่ะ..." ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยตอบพี่ชาย

           " หา!...น้ำตกทิพย์โอสถสวรรค์จริงๆรึน้องเล็ก เจ้าอย่าได้กล่าวเอ่ยโป้ปดกับพี่ใหญ่เจ้านะ..."  ไป๋หมิงหลิงเอ่ยถามน้องของตนอีกครั้ง เมื่อเห็นฟางเหนียงพยักหน้า ก็รู้สึกแปลกใจ ดีใจตื่นเต้น ที่ตนได้มาเห็นน้ำทิพย์ในตำนานถึงสองแห่งทั้งยังมีสมุนไพรหายากมากมาย

             "  ใช่เจ้าค่ะ ข้ามิพูดโกหกโป้ปดพี่ใหญ่แน่เจ้าค่ะ ทั้งหมดเป็นของข้าทั้งหมด แล้วยังมีตำราที่อยู่ในห้องด้วยเจ้าค่ะ และข้าจะพาพี่ใหญ่กับพี่รองเข้ามาด้านในอีกนะเจ้าคะ " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นขณะพากันเดินกลับมาที่เรือนไผ่ 


     เมื่อว่าถึงก็พบว่าจิวซินพาทุกคนออกมานั่งกันที่ชานเรือนที่มีโต๊ะกลมกับเก้าอี้ตั้งวางอยู่ต่ท่านแม่ของนางกำลังนั่งเล่นที่เปลผ้าตาข่ายสีขาวที่นางให้อาจารย์ทำการผูกไว้ให้  จึงเดินเข้าไปหาทุกคน

          " ท่านปู่ขอรับ...ท่านรู้หรือไม่ว่าน้ำตกที่เรามองเห็นทางด้านโน้นคือน้ำทิพย์โอสถสวรรค์  จิวซินได้บอกหรือไม่ขอรับ " เสียงไป๋จิวหรงเอ่ยถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

           " เจ้าว่าอะไรนะ...หรงเอ๋อร์...น้ำตก...คือ...น้ำทิพย์โอสถสวรรค์งันรึ...จริงรึจิวซิน นั่นคือน้ำทิพย์โอสถสวรรค์อย่างที่หรงเอ๋อร์บอกข้ารึ" เสียงของไป๋เฉียงหมิงเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจและไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองจึงเอ่ยถามจิวซินเพื่อความแน่ใจ

             " เป็นจริงตามที่ท่านจิวหรงกล่าวมา ขอรับท่านปู่ " จิวซินเอ่ยยืนยันอีกคน

           " ฮ่าๆๆๆ...ฟางเอ๋อร์ของข้าพิเศษยิ่งนัก หาได้มีใครมีวาสนาเช่นข้าอีกแล้ว...เจ้าว่าหรือไม่อาลู่ ตระกูลไป๋ของเรามีวาสนายิ่งนัก ฮ่าๆๆ..." ไป๋เฉียงหมิงหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ทำให้ทุกคนยิ้มออกมาอย่างสุขใจ

         " ฟางเอ๋อร์เราเข้ามาในนี้ก็นานแล้วพ่อว่าเราออกไปด้านกันเถิด  วันนี้ท่านปู่ของเจ้าคงมิได้ไปตรวจร้านแล้ว " ไป๋หมิงลู่เอ่ยขึ้นเมื่อพวกตนเข้าก็นานแล้วเพราะด้านข้างเริ่มมืดแล้ว

         " ท่านพ่ออย่าได้ห่วงเรื่องนั้นเลย ด้านในมิติเวลาเร็วกว่าด้านนอกเจ้าค่ะ ด้านนอกนั้นก็คงมิถึงชั่วยามเจ้าค่ะ "ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยแจ้งบิดาและทุกคนให้เข้าใจ

          " เช่นนั้นก็ออกไปด้านนอกกันเถิด ปู่จะได้ออกไปตรวจร้านของเราเสียหน่อย  และฟางเอ๋อร์หากเจ้าอยากออกไปเที่ยวด้านนอกเรือน ปู่อนุญาต  หลิงเอ๋อร์ หรงเอ๋อร์ เจ้าจงดูแลน้องเจ้าให้ดี อย่าได้พากันไปเล่นซุกซนจนทำให้เกิดอันตรายได้เล่า เข้าใจหรือไม่ " ไป๋เฉียงหมิงเอ่ยอนุญาตให้ฟางเหนียงไปเที่นอกเรือนกับพี่ๆของตนได้

         " ขอบคุณขอรับ /ขอบคุณเจ้าค่ะ...ท่านปู่ " เด็กทั้งสามเอ่ยออกมาพร้อมกันพลางหันไปสบตายิ้มให้กัน

         
          เมื่อทุกคนออกมาจากมิติท่านปู่ก็แยกไปทำธุระของตนที่ร้านสินค้า ส่วนท่านพ่อไปส่งท่านแม่กลับเรือนไปพักผ่อนแล้วถึงจะออกไปที่ร้านสินค้าต่างท่านปู่ ส่วนสามพี่น้องก็เตรียมตัวที่จะออกไปนอกเรือน โดยมี ซือหง ฟง หมิง และซาน ผู้ติดตามเด็กทั้งสามไปด้วย แต่หมิงและซานนั้นไม่ปรากฏตัวแต่ตามเป็นองครักษ์เงามีเพียงฟงเท่านั้นที่ปรากฏตัวเพราะมิอย่างให้เป็นจุดสนใจมากนัก เพราะแค่สีผมของฟางเอ๋อร์ก็อาจเป็นจุดสนใจมากพอแล้วและจิวซินนั้นของดูอยู่ด้านในมิติเท่านั้นหากออกมาด้านนอกคงทำให้ผู้คนแตกตื่นเมื่อพบเห็นเด็กมีปีก........             

          



                                                                                                                                           จบตอน....
                                                                                                                       โปรดติดตามตอนต่อไป...
                                               
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 396 ครั้ง

548 ความคิดเห็น

  1. #107 เมมฟิส (@tiks) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:11
    รีบอัพไวๆน่ะ สูู้ๆ

    เรื่องนี้มีพระเอกนางเอกรึเปล่าค่ะ
    #107
    0
  2. #42 pintodekdee (@pintodekdee) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:13
    มาต่อไวๆนะค่ะไรท์ ขอบคุณค่ะ
    #42
    0
  3. #40 MayureeRodpanit (@MayureeRodpanit) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:10
    รอนะ....
    #40
    0
  4. #39 เด็กน้อย (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:54
    รออออออออออจ้ามาเรื่อยๆนะไรท์
    #39
    0
  5. #38 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:47
    ขอบคุณท่ีมาอัพเดทค่ะ มิติของหนูฟางเป็นแบบทุ่งหญ้าและอุดมไปด้วย นำ้ตก และสระน้ำแปลกมาก รีดคิดว่าจะเป็นบ้านหลังน้อยและมีอุปกรณ์ครบครัน ตำราต่างๆ เพื่อจะเรียนปรุงยา ตอนหน้าจะได้กลับบ้านแล้วตื่นเต้นแทนหนูน้อย หวังว่าทุกอย่างยังเหมือนเดิม 
    #38
    1
    • #38-1 yui07 (@Yui07) (จากตอนที่ 11)
      18 กุมภาพันธ์ 2561 / 13:10
      สิ่งของเหล่านั้นไปขโมยของอาจารย์มาก็ได้เจ้าค่ะ แต่ก็อยากให้ติดตามต่อไปอาจจะมีอะไรซ่อนอยู่ก็ได้ 5555 ขอบคุณน่ะเจ้าค่ะ อยากให้มันแตกต่างจากเรื่องอื่นๆเขาเดี๋ยวจะเบื่อกันเจ้าค่ะ เรื่องไหนๆก็มีทุกสิ่งทุกอย่างครบกันหมด 555 ....ติดตาม...ติดตามตอนต่อไปเจ้าค่ะ
      #38-1
  6. #37 poosurat (@poosurat) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:07
    สนุกค่ะ มาต่อไวๆนะค่ะ
    #37
    0
  7. #36 WEEWA (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:11
    มาต่อเร็วๆน้า
    #36
    0
  8. #35 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:33
    กลับบ้าน เย่ๆ
    #35
    0