ฟางเหนียงท่านหมออาหาร

ตอนที่ 20 : เดินทาง/แวะหาสหาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,895
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 476 ครั้ง
    8 เม.ย. 61

                                               

                                     เดินทาง/แวะหาสหาย

             ยามเหม่าไป๋ฟางเหนียงตื่นขึ้นล้างหน้าแล้วตรงไปที่ห้องของซือหงชวนกันเข้าครัว  เมื่อทำอาหารแล้วเสร็จก็แยกกันไปผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า ฟางเหนียงนั้นสวมใส่ชุดที่รัดกุม เพื่อความคล่องแคล่วทะมัดทะแมงในการเดินทาง วันนี้เป็นวันที่ทุกคนจะออกเดินทางไปหุบเทียนหลง เมื่อแต่งตัวเสร็จแล้วก็ออกมาด้านหน้าเรือนไผ่พบซือหงที่นั่งอยู่ที่ม้านั่งด้านหน้าเรือนพอดี 

      " พี่ซือหง ทุกคนยังมิออกมารึ ทำไมเจ้าแต่งตัวรุ่มร่ามอย่างนี้ มาๆข้าช่วย จะออกเดินทางเราต้องแต่งตัวให้รัดกุมเข้าใจหรือไม่ " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยถามสาวใช้ข้างกายเมื่อเห็นที่ซือหงสวมใส่ก็จัดการให้นางทันที

     "  หนูคุณ...ข้าน้อยทำเองก็ได้เจ้าค่ะ คุณ...คุณหนู " ซือหงเอ่ยขึ้นด้วยความตกใจเมื่อคุณหนูของตนจับตนหมุนไปหมุนมาจับโน้นผูกนี้กับเสื้อผ้าและผมของนาง แม้เอ่ยปฏิเสธอย่างไรก็ไม่เป็นผล จึงได้แต่ทำตามแล้วช่วยจับผ้าแกะผมตามที่คุณหนูสั่ง

    " แค่นี้ก็เรียบร้อย เจ้าแต่งตัวปล่อยผมยาวๆเช่นนี้ก็น่ารักดีนะพี่ซือหง " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยชมซือหง

     หลังจากจับสาวใช้หมุนไปมาและสั่งให้รวบมัดผมเสียใหม่มิให้ทำก้อนซาลาเปากลมๆอีก ซือหงจึงรวบผมมัดครึ่งหนึ่งและอีกครึ่งก็ปล่อยลงมาถึงกลางหลัง เมื่อได้ยินคำเอ่ยชมของไป๋ฟางเหนียงก็หน้าแดงอย่างเขินอาย

  " อ้าว...พวกเจ้ามาแล้ว ข้านั่งรอตั้งนานแล้วเนี่ย ท่านอาจารย์ก็ยังมิออกมาเลย " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยขึ้น


       เมื่อบุรุษทั้งสองเดินมาถึงก็ได้แต่จ้องมองสาวน้อยทั้งสองที่วันนี้แต่งตัวรัดกุมพร้อมที่จะออกเดินทาง ไป๋ฟางเหนียงนั้นสวมใส่ชุดสีขาวแต่ขอบผ้าตัดด้วยลวดลายดอกไม้สีม่วง คาดเอวด้วยผ้าปักลวดลายดอกไม้ผูกด้วยผ้าสีม่วงที่เอวเช่นเดียวกัน แขนเสื้อที่ยาวรุ่มร่ามก็นำผ้าสีม่วงมาพันโดยรอบแล้วผูกเป็นโบว์เล็กๆสวยงาม ส่วนซือหงก็สวมใส่ชุดสีขาวตัดด้วยผ้าคาดเอวและผ้าผูกแขนให้รัดกุมด้วยผ้าสีน้ำตาล ทรงผมที่เคยม้วมเป็นก้อนกลมตลอดก็คลายออกรวบมัดด้วยผ้าสีขาวเช่นเดียวกับคุณหนูของพวกเขาต่างกันแค่ของไป๋ฟางเหนียงใช้ผ้าผูกสีน้ำเงิน   

      ฟงนั้นจ้องมองซือหงไม่วางตา เพราะไม่เคยเห็นนางปล่อยเส้นผมดำเงาออกเช่นนี้ เพราะเห็นแต่นางมักจะม้วนผมเป็นก้อนกลมทั้งสองข้างตั้งแต่ที่เข้ามารับใช้คุณหนู แต่นางก็ยังดูน่ารักในสายตาของเขาเสมอมา แต่ครั้งนี้มันแปลกตานางดูน่ารักสดใสสมวัยของนางแล้วแก้มป่องๆแดงๆนั้นอีก หากได้สัมผัสมิรู้ว่าจะนุ่มนวลกลิ่นหอมสักเพียงใด ยิ่งจองมองก็ยิ่งทำให้หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นมิเป็นจังหวะ


      " ฟง...ฟง...อาฟง เจ้าคิดสิ่งใดเอาแต่จ้องมองซือหง ข้าถามสิ่งใดก็มิยอมตอบข้า แล้วเจ้าดูซือหงสินางมิกล้าเงยหน้าแล้ว หึหึ... " จิวซินเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นฟงเอาแต่จ้องมองแต่ซือหงและหัวเราะขึ้นมาเบาๆ

    " อ่า...ขออภัยท่านจิวซิน ท่านมีสิ่งใดรึ " ฟงเลิกจ้องมองซือหงแต่ก็ปรายตามองเล็กน้อย

    " ข้าลืมแล้ว..." จิวซินเอ่ยขึ้น จนทำให้ฟงทำหน้างงคิ้วขมวด

    " พวกเจ้าคุยกันไปก่อนนะ ข้าขอเข้าไปเอาของที่ในครัวเสียก่อน " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยขึ้น

     " ข้าน้อยไปด้วยเจ้าคะ คุณหนู " ซือหงมิกล้าสู้สายตาของฟงจึงของหลบไปกับไป๋ฟางเหนียง

    " อืม ตามมาสิพี่ซือหง " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยจบก็เดินนำซือหงไปห้องครัว


   เมื่อทั้งสองเดินหายไปแล้วจิวซินเอ่ยแซวฟงเมื่อรู้ความในใจชายหนุ่มว่าคิดเช่นใดกับสาวใช้ร่างบางของนายหญิงของตนจึงเอ่ยแซวออกไป

    " ข้ารู้น่ะ...ว่าเจ้าชอบเสี่ยวหงใช่ไหมล่ะ...อาฟง " จิวซินเอ่ยขึ้นมาตามตรง

    " ........ " ฟงไม่ตอบได้แต่นั่งเงียบไม่สนใจจิวซิน

   " ไม่ตอบข้า...ถ้าเช่นนั้นข้าคิดเองแล้วกันว่าเจ้าชอบนาง " จิวซินเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

   " ทำไมท่านคิดว่าข้าชอบนาง...ข้าเพียงแต่เอ็นดูและมีความห่วงใยนางเท่านั้น " ฟงเอ่ยขึ้นแต่ไม่กล้าสบตาจิวซินเช่นเคย

    " งั้นรึ...สิ่งที่ข้าเห็นในดวงตาของเจ้ามีแต่เงาของนาง แววตาเจ้าอ่อนโยนเวลาที่จ้องมองนาง หากเจ้าไม่ได้รู้สึกอันใดกับนางจริง ข้าของถามเจ้าได้หรือไม่อาฟง " จิวซินเอ่ยถามฟงอีกครั้ง

    " ว่ามาเถอะท่าน..." ฟงตอบไปสั้นๆ

    " เวลาที่เจ้าอยู่ใกล้กับนางใจเจ้าหวั่นไหว หรือเต้นแรงมิเป็นจังหวะหรือเปล่า เวลานางได้รับอันตรายเจ้ารู้สึกเป็นห่วงนางมากหรือไม่ เมื่อนางได้รับบาดเจ็บจิตใจเจ้ากระวนกระวายอยากจะเป็นผู้ที่รับความเจ็บปวดนั้นแทนนางหรือไม่ เจ้าลองคิดดูนะอาฟง มิต้องตอบข้าหรอกลองถามใจเจ้าดูก็แล้วกัน " จิวซินเอ่ยขึ้นให้ฟงกลับไปคิดโยไม่ต้องการคำตอบเอ่ยจบก็ริมชาใส่ถ้วยแล้วยกขึ้นจิบ

   

   ฟงนั่งคิดถึงเรื่องที่ผ่านๆมาระหว่างตนกับซือหง ความรู้สึกทั้งหมดที่จิวซินเอ่ยมานั้นตรงกับความรู้สึกของเขาทั้งหมด แต่ก็คิดได้ไม่นานสาวน้อยทั้งสองก็กลับมาจากครัวพร้อมกับห่อผ้าสี่เหลี่่ยมขนาดกลางสองห่อและในมือของซือหงที่ไม่ได้ห่อผ้า เมื่อมาถึงก็วางมันลงที่ตรงโต๊ะ 

   " นั้นเจ้าถือสิ่งใดมารึ....ของกินใช่หรือไม่ " จิวซินเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัยสิ่งของที่อยู่ในห่อผ้าและในกล่องที่ซือหงถืออยู่

    " อืม...ข้ากับพี่ซือหงตื่นมาทำข้าวปั้น เพื่อนำไปทานระหว่างทางหากหิวหน่ะ " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยตอบจิวซิน ที่ตอนนี้จ้องตาเป็นมันเมื่อรู้ว่าสิ่งที่อยู่ด้านในเป็ของกิน

     " ข้าขอชิมได้หรือไม่...ท่านฟางเหนียง " จิวซินกล่าวลากน้ำเสียงยาวออดอ้อนไป๋ฟางเหนียงเพื่อขอชิมเจ้าข้าวปั้นของนาง

     " ไม่ได้เจ้าปีศาจซินซินจอมเห็นแต่กิน รออาจารย์เสียก่อนแล้วค่อยกินพร้อมกัน  หากให้เจ้าชิมคงมิเหลือเผื่อผู้ใดเป็นแน่ " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยจบก็เก็บห่อผ้าเข้าแหวนมิติ และนำกล่องที่อยู่ในมือของซือหงมาถือเสียเอง

   " เจ้าช่างใจร้ายกับข้านัก....ท่านอาจารย์....เมื่อไรพวกท่านจะออกมาขอรับ ท่านฟางเหนียงแกล้งข้าอีกแล้ว " เมื่อตอบโต้ไป๋ฟางเหนียงนายหญิงของตนไม่ได้ก็ตะโกนฟ้องร้องเรียกท่านอาจารย์ทั้งสองทีกำลังเดินออกมาพอดี

  " มีเรื่องอันใดรึ...เอะอะโวยวายเสียงดังไปถึงด้านใน " อาจารย์ฟูจิวหลิงเอ่ยถามขึ้นเมื่อออกมายืนด้านนอก

   " ก็ท่านฟางเหนียงแกล้ง มิให้ข้าทานข้าวขอรับท่านอาจารย์ "  จิวซินเอ่ยฟ้องอาจารย์ฟูจิวหลิงเหมือนเด็กน้อยโดยขัดใจ

   " อย่างนั้นรึ...เจ้าจะว่าอย่างไรเสี่ยวฟาง เจ้ามีอันใดแก้ตัวหรือไม่ " อาจารย์ฟูจิวหลิงเอ่ยถามไป๋ฟางเหนียง

  " พวกเจ้านี่น่า....มักแกล้งกันอยู่เรื่อยๆ...แล้วนั้นคือสิ่งใดกันศิษย์น้อย " อาจารย์มู่หลิ่งอี้เอ่ยตัดบทขึ้นมาเพราะรู้ว่าทั้งสองมักจะแกล้งหยอกล้อกันกับเรื่องเล็กๆน้อยๆอยู่ตลอดจนชิน

  " กล่องไม้นี่หรือเจ้าคะ...มันคือกล่องใส่ข้าวปั้นเจ้าค่ะ เมื่อเช้ามืดข้ากับพี่ซือหงทำข้าวปั้นไว้ทานระหว่างทางเจ้าค่ะ ส่วนกล่องนี้ข้าแบ่งมาให้พวกท่านได้ลองทานด้วยเจ้าค่ะ " กล่าวจบไป๋ฟางเหนียงก็เปิดฝากล่องไม่ออก ด้านในมีข้าวปั้นรูปร่างต่างๆวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบอัดแน่นอยู่ในกล่อง

   " โอ้โฮ!!...น่าตาหน้าทานจังเลยนะขอรับท่านฟางเหนียง นี้หรือที่เรียกว่าข้าวปั้นของท่าน " จิวซินเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นประหลาดใจที่ได้เห็นหน้าตาของข้าวปั้น

    " ใช่ เสี่ยวฟาง ข้าวปั้นของเจ้าน่าทานยิ่งนัก " อาจารย์ฟูจิวหลิงเอ่ยขึ้นทั้งยังจ้องมองสิ่งที่อยู่ในกล่องไม้

   " เจ้าค่ะ...ศิษย์หาวัตถุดิบที่สามารถหาได้มาลองทำดูเจ้าค่ะ ลองทานดูสิเจ้าค่ะ " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยตอบด้วยหน้าตายิ้มแย้ม


    ข้าวปั้นของไป๋ฟางเหนียงทำขึึ้นมาง่ายๆโดยวัตถุดิบก็หาจากสวนผักของตนและของที่ท่านบ้านส่งมาให้เมื่อยามที่นางส่งจดหมายให้หามาให้และให้อาจารย์ผู้ออกไปรับสิ่งของเหล่านั้้นมาเก็บไว้ให้ มีข้าวปั้นแบบกลมและสามเหลี่ยมนั้นมีไส้หมูหวาน ไส้ถั่วแดง ไส้สาหร่าย  ส่วนข้าวปั้นที่เป็นแบบสี่เหลี่ยมปั้นพอดีคำ มีทั้งหน้าไข่ม้วน เนื้อปลาดิบ และเนื้อย่างเกลือโรยด้วยงาดำ เนื้อปู และมีน้ำซอยหมักที่อยู่ในกระบอกไม้ไผ่มีจุกปิดเป็นน้ำจิ้มให้ด้วย เป็นต้นจัดตกแต่งด้วยผักสลัดต่างๆ เมื่อเห็นทุกคนจ้องมองจึงจัดการเปิดจุกน้ำซอยออกให้ทุกคนได้ชิมข้าวปั้นของตน แล้วเอ่ยให้ทุกคนทาง เมื่อสิ้นคำกล่าวของไปฟางเหนียงซือหงก็ส่งตะเกียบไม้ให้ทุกคนได้ลิ้มลอง และถอยไปนั่งที่ม้านั่งทางด้านหลัง ไป๋ฟางเหนียงส่งยิ้มให้ซือหงเมื่อให้ทุกคนทานด้วยความเอร็ดอร่อย...

     " เสี่ยวฟาง เสี่ยวหงแล้วเจ้าสองคนมิทานด้วยกันรึ " อาจารย์ฟูจิวหลิงเอ่ยถามเมื่อเห็นว่าทั้งสองถอยไปนั่งมองพวกตนทานด้วยรอยยิ้ม

    " ศิษย์กับพี่ซือหงทานกันเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะท่านอาจารย์ " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยตอบอาจารย์ของตน


     ผ่านไป1เค่อทุกคนก็ทานสิ่งที่อยู่ในกล่องไม้จนหมดไม่เหลือแม้แต่ผักที่จัดวางอยู่ข้างใน หลังจากนั้นทั้งหมดก็เตรียมตัวสำรวจข้าวของของตนเองเมื่อครบถ้วนดีแล้วก้เก็บเข้าแหวนมิติของแต่ละคน

      " พวกเจ้าพร้อมแล้วหรือไม่...เราจะใช้วิชาตัวเบาทะยานออกไปถึงเขตป่าชั้นกลางถึงจะเดินเท้าออกไปด้านนอกมิให้เป็นที่สงสัยของผู้คนมากนัก " อาจารย์ฟูจิวหลิงบอกกับทุกคน

   " อาจารย์...เอ่อ! ข้าขอแวะไปที่หมู่บ้านชิงหลงได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าอยากเจอสหายของข้า " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นเมื่อนึกถึงสหายวัยเด็กของตนแม้พบเจอพูดคุยกันไม่นานเท่านั้นแต่ก็ทำให้นึกถึง

    " อืม...ได้เสี่ยวฟาง ถ้าเช่นนั้นก็ไปกับเถอะ " อาจารย์ฟูจิวหลิงเอ่ยตอบศิษย์ของตน

    หลังจากนั้นทั้งหมดก็พุ่งทะยานออกไปทันที เพราะเป็นผู้ที่ฝึกฝนตนเองและมีวรยุทธสูงส่ง ทั้งหมดจึงมาหยุดยืนกันที่ป่าไผ่ชั้นกลางที่มีหมอกปกคลุมหนาแน่นแต่ก็ไม่เป็นปัญหากับทุกคนเพราะได้รับการฝึกฝน แต่เมื่อกลุ่มของไป๋ฟางเหนียงเดินผ่านทิศทางใดหมอกสีเทาก็จางเบาบางลงทำให้มองเห็นเส้นทางในป่าหมอกได้ชัดเจน

   " นั้นๆ...สัตว์อสูรกระต่ายสีรุ้งนิ ว้าว!..สวยจัง ตรงนั้นก็มี หมูป่าหางเพลิงนิ  นั้นก็อีกตัว อ่า นั้นอีก......." ไป๋ฟางเหนียงพูดไม่หยุดเมื่อเจอสัตว์อสูรระหว่างทางที่เดินผ่าน

    " ฟางเหนียง ท่านหยุดพูดบ้างมิได้รึ ทำเหมือนมิเคยเห็นเป็นไปได้ หึหึ" จิวซินเอ่ยเย้าคนข้างๆที่เดินด้วยกัน

   " ข้าอยากจะพูดทำไมเจ้ามีปัญหารึซินซิน...ท่านอาจารย์มิเห็นเอ่ยว่าสิ่งใดข้าเลย " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยขึ้น

    " เจ้าพูดมากจนพวกสัตว์มันตกใจเสียงเจ้าจนวิ่งหนี้กระเจิงแล้ว..." จิวซินเอ่ยหยอกเย้าไป๋ฟางเหนียง

   " พวกเจ้าทั้งสองมักพูดหยอกเย้ายั่วอารมณ์กันอยู่เรื่อย มิเบื่อบ้างรึคุยกันดีได้ไม่นานก็ทะเลาะกัน " อาจารย์มู่หลิ่งอี้หันมาเอ่ยถามทั้งสองที่เดินอยู่ข้างหลังตน

    "....." ไม่มีเสียงตอบรับของคนทั้งสองต่างเชิดหน้าหันไปคนละทาง


   ทั้งหมดเดินผ่านป่าไผ่ป่าสนผ่านน้ำตกลำธารสายเล็กๆมาเรื่อยๆไม่พบเจออันตรายจากสัตว์อสูรแม้แต่น้อย พวกมันได้แต่จ้องมองและถอยห่างออกไปเมื่อสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสูงส่งของคนในกลุ่ม สายหมอกก็เริ่มจางหายบางตาแล้วเพราะใกล้จะถึงเขตป่าหมอกทมิฬชั้นนอก

     เมื่อใกล้จะพ้นป่าชั้นกลางอาจารย์ทั้งสองก็หยุดเดินแล้วหันมามองร่างเล็กทั้งสอง   ก่อนที่อาจารย์มู่หลิ่งอี้จะนำหมอกใบกว้างมีผ้าม่านบางๆสีขาวมีลายผีเสื้อโบยบินใกล้กับดอกหลันฮวา ส่งให้สาวน้อยทั้งสองให้สวมใส่เพื่อปิดบังใบหน้างดงามอ่อนหวานราวเทพธิดาและเส้นผมสีน้ำตาลของไป๋ฟางเหนียง และซือหงก็เช่นกันแม้อาจไม่งดงามเท่าคุณหนูของตนแต่เพราะนางอยู่แต่ในป่าหมอกทมิฬและได้ทั้งดื่มทั้งอาบน้ำทิพย์ที่อยู่ในมิติของไป๋ฟางเหนียงทำให้นางมีผิวพรรณเปล่งปลั่ง ผิวแก้มเนียนละเอียดอมชมพูต่างจากสาวใช้ในเรือนทั่วไปแม้แต่คุณหนูบางตระกูลก็ไม่อาจสู้ความงามของนางได้....และให้นำผ้าปิดบังใบหน้าครึ่งหนึ่งอีก ส่วนจิวซินแลฟงก็ให้ผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ดูธรรมดาแต่ถึงอย่างไรทั้งสองก็ดูสง่างามอยู่ดี สวมใส่หมวกและสะพายตะกร้าสมุนไพรคนละใบ เมื่อสำรวจทุกคนดีแล้วอาจารย์ทั้งสองก็เดินนำคนทั้งสี่ออกจากเขตป่าหมอกทมิฬชั้นกลาง และเดินออกมาจนพ้นเขตป่าหมอกทมิฬมุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านชิงหลง


        กระทั่งเดินมาถึงทางเข้าหมู่บ้านเดินผ่านมาเรื่อยๆ สายตาไป๋ฟางเหนียงมองไปรอบบริเวณที่เดินผ่าน ผู้คนที่นี้มีความเป็นอยู่ทีดีกว่าเมทชื่อก่อนที่เคยมาร้านค้าบ้านเรือนที่เคยทรุดโทรมก็เปลี่ยนไปเหมือนได้รับการปรับปรุงสร้างใหม่ให้แข็งแรง ร้านน้ำชาเล็กๆที่เคยตั้งก็ไม่ที่อีกแล้ว แต่กลายเป็นโรงเตี้ยมขนาดกลางสองชั้น ร้านขายผักปลา และสินค้าต่างๆจัดวางกันอย่างเป็นระเบียบ ผู้คนดูมีรอยยิ้มแล้วความสุขกว่าแต่ก่อนมา...

  จากนั้นก็มองไปทางมุมๆหนึ่งที่เคยมีต้นไม้ใหญ่แห้งเหี่ยวแต่ตอนนี้กับเต็มไปด้วยใบสีเขียวขจี เป็นจุดที่ได้พบกับสหายทั้งสามและได้ช่วยเหลือพวกเขา บ้านไม้หลังเก่าๆก็ถูกรื้อถอนแทนที่ด้วยกำแพงและเรือนหลังใหญ่ด้านใน แต่ยังดีที่ไม่ตัดต้นไม้แห่งความทรงนี้ทิ้งไป พวกเจ้าจะเป็นเช่นใดในยามนี้ สุขสบายดีกันหรือไม่ สิ่งที่ข้าเคยบอกพวกเจ้าจะทำตามที่ข้าบอกหรือไม่น่าผ่านมา 9 ปีแล้วมิรู้ว่าโตเท่าใดกันแล้ว....แล้วจะพวกเจ้าจะยังจำกันได้หรือไม่   
ไป๋ฟางเหนียงหยุดจ้องมองไปที่ต้นไม้ที่เคยมีพบกับสหายทั้งสามครั้งแรกก่อจะหลุดออกจากภวังค์ความคิดของตน เมื่อซือหงเอ่ยเรียกถามว่าเหตุใดไม่เดินตามอาจารย์ทั้งสองที่เดินตรงไปทางโรงเตี้ยมที่ตั้งไม่ไกลเพื่อจะหยุดดื่มชาดับกระหาย ไป๋ฟางเหนียงไม่ตอบสิ่งใดแต่รีบเดินตามอาจารย์ของตนไปทันที 



    กลุ่มของอาจารย์ฟูจิวหลิงที่เดินมาเข้ามาที่หมู่บ้านชิงหลงเป็นที่สนใจของผู้คนที่อยู่ในบริเวณนั้น บางคนก็จำได้ว่านั้นคือ ท่านหมอเทวดาฟูจิวหลิง ที่มักจะปรากฏตัวไม่บ่อยมากนักนานๆครั้งที่ท่านจะปรากฏตัวให้เห็นและช่วยเหลือผู้คนและนำสมุนไพรมาแจกชาวบ้านยากไร้ที่เจ็บป่วยและก็นำมาขายด้วย แต่ครั้งนี้นั้นแปลกกว่าทุกครั้งเพราะมีคนติดตามมาด้วยทั้งยังปิดบังใบหน้าทำให้เห็นได้ไม่เช่นว่าเป็นผู้ใด เสียงซุบซิบเอ่ยถามกันในกลุ่มแม่ค้าพ่อ เอ่ยขึ้น 

    ' นั่นท่านหมอเทวดานิ...ท่านมากับผู้ใดกัน ' ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น

  ' จริงด้วย หรือว่าจะเป็นคนผู้นั้นที่เขาลือกันที่เมืองหลินว่าเป็นศิษย์ของท่าน '

  ' ใช่ๆ..หลานท่านพ่อค้าใหญ่เมืองหลินผู้นั้นที่เมื่อ8-9ปีก่อนนางตกหน้าผาป่าหมอกแต่ก็มิตายกับมีท่านหมอเทวดาช่วยเหลือและรับนางเป็นศิษย์...ข้าเคยนำของไปขายที่เมืองนั้นข้าได้ยินข่าวว่าคุณหนูผู้นั้นมีลักษณะพิเศษ นางมีเรือนผมสีน้ำตาล กายหอม และอีกอย่างข้าได้ยินมาว่านางเป็นผู้วิเศษตามคำทำนายของคนกลุ่มหนึ่งที่แคว้นเหยา แต่ข้าก็มีรู้ว่าจริงหรือไม่เพราะมิเคยเห็นนาง....... ' ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นเพราะเคยนำของไปขายที่นั้น ......

  เสียงของคนที่พูดคุยกันแม้ว่าจะเบา แต่กลุ่มของไป๋ฟางเหนียงก็ได้ยินอยู่ดี จิวซินและฟงจึงเดินเข้ามาใกล้สาวน้อยทั้งสองแล้วบอกให้รีบเดินไปหาอาจารย์ที่กำลังจะเดินเข้าไปในโรงเตี้ยมข้างหน้า


   เมื่อมาถึงด้านหน้าโรงเตี้ยมที่อาจารย์ยังไม่ได้เข้าไปด้านในเพราะรอพวกนางอยู่ เมื่อมาถึงก็เดินเข้าไปพร้อมกัน เมื่อเสี่ยวเอ้อเห็นกลุ่มคนที่เข้ามามีความน่าแกร่งขามและดูสูงส่งอีกทั้งยังจำท่านหมอเทวดาได้ จึงรีบไปแจ้งกับเถ้าแก่โรงเตี้ยมมาต้อนรับ พอเถ้าแก่ออกมาจากอีกห้องก็รีบเข้ามาหากลุ่มของอาจารย์ฟูจิวหลิง

   " เอ่อ...คารวะท่านหมอเทวดาฟู ข้าน้อยเกาจื่อ เชิญท่านขึ้นไปที่ห้องด้านบนดีกว่าขอรับ ข้าน้อยจะให้เสี่ยวเอ้อไปคอยรับใช้ข้างบน " เถ้าแก่โรงเตี้ยมนามว่าเกาจื่อเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดีที่โรงเตี้ยมเล็กๆของตนได้ตอนรับท่านหมอเทวดาและบุคคลที่ติดตามมาด้วยกันดูแล้วต้องเป็นผู้สูงส่งมิใช่คนธรรมดาเป็นแน่ อีกทั้งตนยังได้กลิ่นหอมคล้ายดอกไม้มิรู้ว่ามาจากกายของผู้ใด จึงเชื้อเชิญทั้งหมดขึ้นไปชั้นสองที่มีความเป็นส่วนตัวและเอาไว้ให้บริการลูกค้ากระเป๋าหนัก

     " มิต้องลำบากหรอกนะเถ้าแก่เกาจื่อ ข้ากับสหายและศิษย์แวะพักดื่มชาเท่านั้นและก็จะเดินทางต่อ มิทำให้เจ้าลำบากมาตอนรับข้าเป็นพิเศษหรอก หากข้างล่างมีที่ว่างพอ  พวกข้าก็ย่อมนั่งได้มิเป็นอันใด..." อาจารย์ฟูจิวหลิงเอ่ยขึ้น มีอยากทำอะไรให้มันยุ่งยากมากนัก

     " เอ่อ...ถ้าเช่นนั้นข้าน้อยจะให้เสี่ยวเอ้อนำเก้าอี้มาเพิ่มให้นะขอรับ เชิญท่านทางด้านมุมนั้นได้หรือไม่ ว่างอยู่พอดี " เถ้าแก่เกาจื่อเอ่ยและชี้ไปทางมุมห้องด้านขวามือที่มาโต๊ะว่างอยู่2-3 โต๊ะ 

     อาจารย์ฟูจิวหลิิงพยักหน้าให้แล้วเถ้าแก่เกาจื่อก็เดินนำคนทั้งหกไปที่โต๊ะและให้เสี่ยวเอ่อนำเก้าอี้และชาที่ดีที่สุดในร้านมาเสริฟ อาจารย์ฟูจิวหลิงและอาจารย์มู่หลิ่งอี้สั่งขนมมาสองสามอย่างเพื่อทานเล่นมิได้สั่งอาหารมาทาน

   ผู้คนที่นั่งอยู่ในร้านเมื่อรู้ว่ากลุ่มที่ได้รับการตอนรับอย่างดีเป็นผู้ใดก็ได้แต่จ้องมองและฟังว่ากลุ่มของไป๋ฟางเหนียงพูดคุยหรือจะไปที่ใดกันแต่ทั้งหมดก็นิ่งเงียบมิยอมคุยหรือเอ่ยสิ่งใดกัน

    " ท่านอาจารย์....ศิษย์ของออกไปหาสหายได้หรือไม่เจ้าคะ " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยผ่านปราณถามอาจารย์ฟูจิวหลิง

" ได้...ข้าจะไปรอเจ้าที่นอกเขตหมู่บ้านชิงหลงทางทิศใต้เป็นเส้นทางที่เราจะไปหุบเขาเทียนหลง เจ้าอย่าเถลไถลเอาเจ้าสามคนนี้ไปด้วย ข้ากับอาจารย์อาเจ้าจะไปรอทางที่บอกเจ้า " อาจารย์ฟูจิวหลิงเอ่ยอนุญาตไป๋ฟางเหนียงแต่ให้จิวซิน ฟงและซือหง ติดตามไปด้วย
  
   " เจ้าค่ะ...พวกเจ้าไปกับข้า " เมื่ออาจารย์เอ่ยอนุญาตแล้ว ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยตอบรับอาจารย์และหันไปมองคนทั้งสามและบอกให้ไปกับตน

  " ไปที่ใด...เจ้าคุยอะไรกับท่านอาจารย์ ฟางเหนียง ข้ามิเข้าใจ " จิวซินเอ่ยขึ้นเมื่อไม่รู้สิ่งใดอยู่ดีๆก็เอ่ยชวนพวกตนไปและไปที่ใด

  " เอาน่า!... ไปข้างนอกแล้วค่อยคุยกัน " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยจนก็เดินนำออกไป

   " พวกเจ้าดูแลนางและระวังตัวด้วยล่ะ " อาจารย์ฟูจิวหลิงเอ่ยกับจิวซินและฟง

   " ขอรับ " ทั้งสองเอ่ยตอบรับพร้อมกันแล้วเดินตามไป๋ฟางเหนียงและซือหงออกไปนอกร้าน

  ทุกคนในโรงเตี้ยมต่างจับจ้องไปที่กลุ่มของไป๋ฟางเหนียงที่เดินออกจากโรงเตี้ยมไป ด้วยความสงสัยว่าจะพากันไปที่ใด แต่ก็ได้มอง เมื่อเริ่มรับรู้ได้ถึงแรงกดดันที่ปล่อยออกมาแม้ไม่ได้รุนแรงเพราะอาจเป็นแค่การเตือนพวกตนเท่านั้น



                                       



                        ** จบตอน **
            **โปรดติดตามตอนต่อไป **


ขอบุคณที่แวะเข้ามา ส่งกำลังใจให้กัน
อาจจะเงียบๆหายๆแต่ก็จะพยายามแต่งและอัพให้รีดทุกท่านได้อ่านได้ติดตามนะคะ  หากมีคำผิดขออภัย ณ ที่นี่ด้วยค่ะ

***ส่วนพระเอกใกล้แล้ว
แต่จะโผล่มาตอนไหนน้านนนนน  รอหน่อยน่ะ**                                                                   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 476 ครั้ง

548 ความคิดเห็น

  1. #426 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 14:27
    <p>ขอบคุณมาก</p>
    #426
    0
  2. #387 baipai (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 12:04
    จะเจอสหายเก่าไหมนะ 555
    #387
    0
  3. #386 oilcaesar (@oilcaesar) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 13:28
    <p>รอลุ้นพระเอกว่าจะเป็นแบบไหนน้า ตื่นเต้น</p>
    #386
    0
  4. วันที่ 8 เมษายน 2561 / 12:50
    พระเอกค่าตัวแพงมากเว่อออออออออออออ
    #385
    0
  5. #384 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 8 เมษายน 2561 / 04:53
    พระเอกค่าตัวแพง ยังไม่ถึงคิวซะที อาหารท่ีฟางเหนียงทำไม่มีซ้ำกันเลยอ่านแล้วหิวค่ะ ขอบคุณที่มาอัพเพิ่มค่ะ
    #384
    0
  6. #170 Natchnon Chu (@guidchue) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 4 มีนาคม 2561 / 01:02
    งุ้ยย ถ้ามีพระเอกมานี่ โรคหวงน้องกี่คนกันนะ 555555
    #170
    0
  7. #165 PunchM (@PunchM) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 23:26
    ข้า....หิว
    #165
    0
  8. วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 22:54
    มีพระเอกไหมค่ะ
    #164
    1
    • #164-1 yui07 (@Yui07) (จากตอนที่ 20)
      4 มีนาคม 2561 / 01:17
      มีเจ้าค่ะ แต่ยังมิได้เปิดตัว...ใกล้แล้วเจ้าค่ะ
      #164-1
  9. #161 Atk. S. (@lertwarachai) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 21:45
    รออออออออ
    #161
    0
  10. #160 amporn (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 18:55
    ขอบคุณค่ะ
    #160
    0
  11. #159 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 18:45
    ลงหลายๆตอนเลยคะอยากอ่านต่อแล้ว
    #159
    0
  12. #158 แว่นใส (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 17:45
    น่าทานทั้งนั้นเลย
    #158
    0
  13. #157 maer (@maer) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 17:37
    หิวววววว
    #157
    0
  14. #156 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 17:26
    หิวตาม 555
    #156
    0
  15. #155 วรรณลักษณ์ เทพรัศมี (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 17:13
    ชอบก็ตรงทำอาหารนี่แหละ
    #155
    0
  16. #154 itipza (@i-tipza) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 17:12
    ขอบคุณคร่า
    #154
    0
  17. #153 novellover (@Novellover) (จากตอนที่ 20)
    วันที่ 2 มีนาคม 2561 / 16:54
    น่าทานมาก หวีงว่าท่านปู่ไม่เป็นอะไร
    หลานหาเมนูมาให้ทาน ท่านจะได้สารอาหารครบถ้วน
    #153
    0