ฟางเหนียงท่านหมออาหาร

ตอนที่ 21 : พบสหายอีกครั้ง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,063
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 432 ครั้ง
    9 เม.ย. 61


                                                         
                          พบสหายอีกครั้ง
                                                 


  หลังจากที่เดินออกมาจากร้านไป๋ฟางเหนียงก็ตรงมาที่ต้นไม้จุดที่เคยพบกับสหาย เมื่ิอมาถึงก็ยืนมองต้นไม้คิดถึงช่วงที่เวลาสั้นๆที่ได้พบกับสหายสามคนแรกที่ได้เข้ามาอยู่ในมิติลึกลับแห่งนี้....

   " ซินซิน...ข้าอยากพบพวกเขาอีกครั้ง แต่มิรู้ว่าจะไปหาพวกเขาได้จากที่ใด " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยด้วยน้ำเสียเศร้า

  " ลองถามผู้คนแถวนี้ดูดีหรือไม่ อาจมีคนรู้จักบ้านของสหายของเจ้า " จิวซินพูดขึ้น

  "จริงด้วยขอรับคุณหนู ลองสอบถามผู้คนย่านนี้ดูก่อน ว่าแต่สหายของท่านมีนามว่าอย่างไรขอรับ " ฟงเอ่ยขึ้นอีกคน

   " สหายข้ามีนามว่า อาติง อาต้า และอาเต๋อ พวกเขาทั้งสามเป็นพี่น้องกัน หากจะถามถึงรูปร่างหน้าตาคงเปลี่ยนไปมาก " ฟางเหนียงเอ่ยบอกฟงที่อาสาจะช่วยตามหาสหายในวัยเยาว์

   " ขอรับคุณหนู ข้าน้อยจะพยายามสอบถามให้ได้ความ มาแจ้งแก่ท่าน....ท่านจิวซินไปกันเถอะ " เอ่ยจบฟงก็ชวนจิวซินออกไปสอบถามผู้คน

  " ท่านรออยู่ที่นี่กับซือหงอย่าออกไปที่ใดจนกว่าข้ากับอาฟงจะกลับมา " จิวซิน เอ่ยย้ำเตรียมให้ฟางเหนียงรออยู่ที่ใต้ต้นไม้นี้แล้วเดินตามฟงไป

  

  ฟางเหนียงนั่งลงที่ก้อนหินที่อยู่ใต้ต้นไม้มองผ่านม่านที่บดบังใบหน้าบางๆไปทางที่จิวซินและฟงเข้าไปสอบถามคนโน้นคนนี้ เดินเข้า-ออกร้านค้าต่างๆก่อนจะเห็นว่าหยุดยืนคุยกับชายผู้หนึ่งอยู่เป็นนานแล้วมองมาทางตน ฟางเหนียงมีสีหน้าที่มีความหวังขึ้นมาเมื่อเห็นคนทั้งสองพาชายผู้นั้นเดินตามมาด้วย

   " ซินซิน...เจ้าพาผู้ใดมาแล้วเรื่องของสหายข้าได้ความหรือไม่ " ร่างเล็กลุกขึ้นเอ่ยถามทันที

  " ฟางเหนียง คนผู้นี้จะเป็นคนบอกเจ้าเอง....เชิญท่านพูดกับคุณหนูข้าเถอะ " จิวซินพูดกับนายตนแล้วหันไปเอ่ยกับชายที่ยืนก้มหน้ามือทั้งสองประสานกันอยู่ด้านข้างตน

  " ท่านลุง...เงยหน้ามาคุยกับข้าก่อนเถอะ...ข้าอยากรู้ว่าท่านรู้จักกับสหายของข้าจริงหรือ " ฟางเหนียงเอ่ยถามขึ้นทันทีด้วยความมีหวังที่จะได้เจอหรือทราบข่าวของสหาย

  " ขอรับ...ข้าน้อยทราบขอรับคุณหนู " ชายผู้นั้นเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวั่นๆเพราะรู้สึกถึงกลิ่นอายที่ไม่ธรรมดาของเด็กสาวที่อยู่ภายใต้ม่านหมอก แม้น้ำเสียงจะดูอ่อนโยน

  " ท่านลุงอย่าได้กลัวข้าไปเลย....ข้ามาจากทางไกลผ่านมาจึงแวะที่หมู่บ้านแห่งนี้เพื่อที่จะเจอกับสหายของข้า ข้ามิรู้ว่าบ้านของพวกเขาอยู่ที่ใด รู้แต่ชื่อเสียงของเขาเท่านั้น ทั้งสามคนเป็นพี่น้องกัน ตอนนี้เขาน่าจะโตเป็นหนุ่มแล้วพวกว่าเขาชื่อ อาติงเป็นพี่ใหญ่ และมีน้องชายชื่อ อาต้าและอาเต๋อ หากท่านทราบก็ช่วยบอกข้าหน่อยเถอะ ข้ามีของเป็นน้ำใจตอบแทนให้แก่ท่าน " ฟางเหนียงเอ่ยอย่างใจเย็น เมื่อรู้ว่าคนผู้อาจหวาดกลัวนาง

  " คุณ...คุณหนู ท่านมิต้องมีสิ่งตอบแทนข้าหรอกขอรับ หากท่านต้องการพบบุตรชายของนายท่านชงหวง เรือนของท่านก็อยู่ด้านหลังพวกท่านนี้เองขอรับ "  เอ่ยจบก็ชี้ไปที่เรือนที่อยู่ข้างในกำแพง 

  " จริงรึ!!... แต่ตอนนั้นที่พบกันเขาไม่ได้อยู่ที่เรือนนี้นิ ตอนนั้นเป็นแค่บ้านหลังเก่าที่กำลังจะพุพัง " ฟางเหนียงเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ ไม่คิดว่าบ้านของพวกเขาจะอยู่ใกล้แค่นี้

  " ขอรับ...เอ่อ..ข้าน้อยลืมแนะนำตัว ข้าชื่อ ลี่เกอ เป็นพ่อบ้านของเรือน หากท่านต้องการจะพบนายน้อยทั้งสามจะให้ข้าไปแจ้งว่าผู้ใดต้องการเข้าพบขอรับ แต่ยามนี้นายน้อยทั้งสามอยู่ที่ร้านยังมิได้กลับมาที่เรือน ข้าต้องไปขออนุญาตนายหญิงก่อนหากจะให้ท่านเข้าไปรอด้านใน " ชายที่ชื่อ ลี่เกอ เอ่ยจบก็ก้มหน้าลงเช่นเดิม

  " แล้วร้านของพวกเขาอยู่ไกลหรือไม่ ข้าแค่แวะมาเยี่ยมเท่านั้น หากคนที่เจ้าพาข้าไปพบไม่ใช่สหายของข้าเจ้าจะได้มิต้องลำบากโดนเจ้านายเจ้าดุด่าเอา ข้ามิ........" 

  " ลุงลี่....ท่านมัวคุยกับผู้ใดอยู่ พี่ชายข้ารอของที่ให้ท่านกลับมาเอาที่เรือนเป็นนาน จนให้ข้าต้องมาตามท่านและนำสิ่งของไปให้พี่ชายข้าเสียเอง " 

 ฟางเหนียงพูดยังไม่ทันจบก็มีชายหนุ่มผู้หนึ่งสวมชุดสีน้ำเงินเข้ม หน้าตาก็ถือว่าหล่อ ดูคมเข้ม เอ่ยขึ้นมาคัดจังหวะเสียก่อน

  " เอ่อ...คือว่า นายน้อยรองขอรับ...คือคุณหนูผู้นี้มาสอบถามตามหาคนกับข้า นามของสหายคุณหนูท่านนี้มีนามเช่นเดียวกับพวกท่าน ข้าเลย...จะพาแม่นางน้อยท่านนี้ไปหานายน้อยที่ร้าน....." ลี่เกอเอ่ยตอบชายที่เป็นนายน้อยของตนด้วยความนอบน้อม
  
   "เจ้าคืออาต้าหรือ?... " เด็กสาวที่ยืนฟังคนทั้งสองพูดคุยกันเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงดีใจเล็กน้อย

  " เจ้าเป็นผู้ใดกัน...ใยจึงต้องปิดบังใบหน้า แล้วข้าจะรู้ได้อย่างไรว่าเจ้าคือสหายของข้ามิใช่ผู้ที่มาล้อลวงคิดร้ายกับพวกข้า.... " ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นด้วยความสงสัยและระมัดระวังตัว แต่ว่าเขาก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นดอกไม้ที่คุ้นเคยมานานกลิ่นนี้ช่างเหมือนกลิ่นของสหายเขาในวัยเด็ก กลิ่นอายที่ทำให้รู้สึกสดชื่น มีความอ่อนโยนและมีความน่าเกรงขามอยู่ด้วย

   " อืม...มันก็จริงของเจ้า...ถ้าเช่นนั้นข้าขอถามเจ้าได้หรือไม่ เพราะมีแค่สหายกับข้าเท่านั้นที่รู้จักกับสิ่งนี้ " ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นเพื่อจะทดสอบเช่นกันว่าเขานั้นใช่สหายของตนหรือไม่ เมื่อชายหนุ่มพยักหน้าฟางเหนียงจึงเอ่ยขึ้นอีกครั้ง

  " เจ้ารู้จักของสิ่งนี้หรือเปล่า..." ฟางเหนียงยื่นฝ่ามือที่มีผลกล้วยวารีออกไป

  เมื่อเห็นกล้วยผลสีเหลืองทองในมือของของเด็กสาวที่ยื่นออกมาก็รู้ทันที่ว่านั้นคือกล้วยวารี มันก็ไม่ได้แตกต่างจากกล้วยธรรมดาแต่ที่ไม่ธรรมดาเพราะมีเปลือกสีเหลืองทองเปล่งประกายออกมา แข้งขาของเขาอ่อนแรงขึ้นมาทันที ชายหนุ่มที่ดูมีร่างกายแข็งแรงกำยำถึงกับทรุดตัวลงคุกเข่าก้มหัวโขกพื้นดินคำนับเด็กสาว  เมื่อลี่เกอเห็นท่าทีของนายน้อยก็ตกใจเพราะเหตุใดต้องคุกเข่าเอาหัวโขกพื้นเช่นนั้น ได้แต่เอ่ยเรียกนายน้อยว่าเหตุใดถึงทำเช่นนี้ ฟางเหนียงเองก็เช่นกันไม่อยากให้สหายของตนต้องทำเช่นนี้

  " อาต้า...อาต้า หากเจ้าเป็นอาต้าก็หยุดทำเช่นนั้นเถิด ลุกขึ้นมาคุยกับข้าเถอะนะ เจ้าอย่างทำเช่นนี้เลย " ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นทั้งก้าวเดินเข้าไปหาเพื่อจะช่วยพยุงให้คนที่เอาแต่คำนับตนหลายครั้ง แต่ก็ถูกซือหงจับเอาไว้ก่อนและบอกว่าไม่สมควร ฟงจึงเข้าไปจับตัวของชายหนุ่มให้หยุดเอาหัวโขกพื้น

  " คุณหนูไป๋เป็นท่านจริงๆ...ข้าน้อยอาต้า...เด็กที่ได้รับการช่วยเหลือจากท่านเมื่อกาลก่อน ข้าน้อยช่างโง่เขลา มีตาแต่หามีแววไม่ ที่จำผู้ที่เคยเมตตาช่วยเหลือ มีบุญคุณแก่ข้าน้อยมิได้...ข้าน้อยขออภัยคุณหนูไป๋ยิ่งนักที่จดจำท่านมิได้ " อาต้า เอ่ยขึ้นทั้งยังนั่งคุกเข่าอยู่ที่เดิม ข้างๆมีคนของตนนั่งคุกเขาอยู่ด้วย ที่พอจะเข้าใจเรื่องราวว่าเด็กสาวตรงหน้านี้มีเป็นผู้มีพระคุณและบุญคุณกับครอบครัวของนายน้อยตน

   " มิเป็นไร....ข้าก็หาจำเจ้าได้ไม่ ดูเจ้าตัวโตกว่าเมื่อก่อนและดูหน้าตาคมเข้มยิ่งนัก แล้วพี่ชายกับน้องชายของเจ้าเล่าจะกลับเรือนยามใด ข้าคงอยู่คุยกับพวกเจ้าได้ไม่นานก็ต้องเดินทางต่อแล้ว " ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงดีใจในตอนแรกแต่ตอนท้ายน้ำเสียงเศร้าลง เพราะเจอกันเพียงนิดก็ต้องจากกันอีกเสียแล้ว

  " ถ้าเช่นนั้น ข้าว่าเชิญทุกท่านเข้าไปด้านในเรือนก่อนเถอะนะ ท่านแม่ข้าคงดีใจที่ได้พบท่าน เพราะนางคิดว่าหากไม่ได้ท่านชี้แนะและช่วยเหลือคงจะอดตายกันไปเสียนานแล้ว....ส่วนท่าน...ลุงลี่ไปตามท่านพ่อพี่ชายและน้อยชายข้ากลับมาที่เรือนโดยเร็ว บอกว่ามีคนสำคัญมาเยือนที่เรือนของเรา " อาต้าเอ่ยเชิญทุกคนเข้าไปด้านในและหันกับมาเอ่ยคนของตน

   " ขอรับ...นายน้อยรอง " ลี่เกอรับคำสั่งก้มหัวให้ทุกคนแล้วรีบลุกวิ่งออกไปทันที

   เมื่อคนของตนไปแล้ว ก็ลงขึ้นพาทุกคนเดินไปที่ประตูทางเข้าเรือนถนัดไปไม่ถึงสิบก้าว ก่อนจะพาเดินเข้าไปข้างใน  ฟางเหนียงมองสำรวจบริเวณโดยรอบ  มีสวนดอกไม้ทางเดินมีแผ่นหินอ่อนวางต่อกันไปทางสวนดอกไม้และศาลาพักผ่อนขนาดเล็กตั้งอยู่กลางสวน  เมื่อหันกลับมามองบริเวณด้านหน้าก็พบกับเรือนหลังใหญ่ตั้งอยู่กั้นกลางเรือนหลังเล็กที่เชื่อมต่อกัน 

   " นายน้อยรอง..." เสียงของสาวใช้ที่กำลังทำความสะอาดเรือนพูดขึ้นเมื่อเห็นนายของตนเดินมาตรงที่หน้าประตูเรือนใหญ่ 

   " ท่านแม่ข้าอยู่ข้างในหรือไม่.." อาต้าเอ่ยถามขึ้น

  " นายหญิงพักผ่อนอยู่ด้านในห้องเจ้าค่ะ....ให้บ่าวไปเรียนนายหญิงก่อนหรือไม่เจ้าคะ " 

 "ไม่ต้อง...เจ้าไปทำงานของเจ้าเถอะ....เชิญทุกท่าน..." เมื่อเอ่ยกับสาวใช้ก็หันมาผายมือเชิญให้กลุ่มของฟางเหนียงเดินเข้าไปด้านในเรือน

  ทุกคนเดินเข้ามาด้านในห้องโถงรับรองแขกแล้วเชิญให้ทุกคนนั่งที่เก้าอี้เสียก่อนส่วนตัวของเขาก็กลับเข้าไปด้านหลังฉากที่น่าจะทางเชื่อมไปอีกห้อง ไม่นานก็กลับเข้ามาพร้อมสาวใช้สองสามคนที่ยกน้ำชาและขนมเข้ามาวางให้ทุกคน เสร็จแล้วก็ถอยออกไป ก่อนจะเอ่ยในสาวใช้ผู้หนึ่งให้ไปแจ้งท่านแม่ของเขาว่ามีแขกคนสำคัญมาที่เรือน

" ท่านนั่งรอสักพักให้หายเหนื่อยก่อนเถอะนะ...รอพี่ใหญ่กับน้องเล็กมาเสียก่อนแล้วค่อยพูดคุยกันจะได้ไม่ต้องเอ่ยถามกันบ่อยครั้ง " อาต้าเอ่ยบอกฟางเหนียง
 
" อืม...ซินซินข้าว่าคงจะพูดคุยกันนาน...เจ้าจงไปแจ้งท่านอาจารย์ที่โรงเตี้ยมให้ข้าด้วยว่าข้าอาจไปที่จุดนัดหมายช้าหน่อย " ฟางเหนียงเอ่ยกับจิวซินให้ไปแจ้งแก่อาจารย์ทั้งสองกลัวท่านจะเป็นห่วง

" ได้...ข้าจะไปแจ้งท่านอาจารย์ แล้วข้าจะรีบกลับมา อาฟงดูแล้วท่านฟางเหนียงให้ดี " จิวซินรับคำสั่งก่อนจะหันไปพูดกับฟงแล้วก็หายตัวไปทันที 


  เมื่ออาต้าเห็นก็ตกใจเล็กน้อยพร้อมทั้งคิดว่าคนกลุ่มนี้หาใช่คนธรรมดาทั่วไประยะเวลาผ่านประมาณหนึ่งเค่อก็มีคนกลุ่มใหม่เดินเข้ามาที่ห้องโถงรับแขก ด้วยสีหน้าตื่นเต้นและสงสัย แล้วทั้งหมดก็มาหยุดยืนอยู่กลางห้องโถง...


   " อาต้า...เจ้าให้พ่อบ้านลี่ไปบอกว่ามีคนสำคับมาที่เรือนรึ " ชายหนุ่มรูปร่างใหญ่กำยำเมื่อเข้ามาถึงที่เรือนก็ส่งเสียงถามน้องชายตนทัันที

  " ใช่..อาต้า แม่อยู่ด้านในเจ้าให้สาวใช้ไปบอกแม่ แม่ก็รีบมาหาเจ้าทันที แล้วคนที่เจ้าบอกว่าสำคัญของเจ้าคือคนผู้นี้งั้นรึ " นายหญิงของเรือนเดินออกมาจากหลังฉากได้ยินบุตรชายเอ่ยพอดี และมองไปที่บุคคลที่แต่งตัวมิดชิดปิดบังใบหน้าตนเองที่นั่งอยู่ที่เก้าอี้และมีคนยืนอยู่ด้านข้างสองคน

" เอ่อ...ทุกท่านครอบครัวเรามีวาสนายิ่งนักที่ได้พบกับคนที่เคยช่วยเหลือชี้แนะหนทางรอดมิให้เราอดตายเมื่อครั้งก่อน พี่ใหญ่  น้องเล็ก ท่านพ่อท่านแม่  นี้คือ คุณหนูไป๋ฟางเหนียง ผู้ที่มีบุญคุณช่วยเหลือครัวครอบของเราให้มีอยู่มีกินสุขสบายถึงเพียงนี้ " อาต้าเอ่ยกับทุกคนด้วยน้ำเสียงยินดีบอกแก่คนในครอบครัว

    " จริงรึ!!!..." 

  " จริงขอรับ " 

  เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่อาต้าพูดก็เอ่ยออกมาเป็นเสียงเดียวกัน เมื่อได้รับคำตอบยืนยันจากอาต้าต่างก็พากันคุกเข่าลงก้มหัวโขกคำนับอยากเช่นอาต้าเคยทำเมื่อครั้งที่รู้ว่าคนที่นั่งอยู่นั้นคือ คนที่พวกตนมิเคยลืม พร้อมทั้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี ว่า ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาให้ได้พบ และคำนับขอบคุณฟางเหนียงที่เมตตาพวกตน 

  ฟางเหนียงเห็นเช่นนั้นก็ไม่รู้จะทำตัวเช่นไร ได้แต่หันไปมองฟงทีซือหงทีก่อนจะหันไปเอ่ยกับคนที่ก็กำลังเอาหัวโขกพื้น 

 " พอ...พอแล้ว หยุดคำนับข้าได้แล้วเดี๋ยวข้าอายุสั้นตายก่อนกันพอดีให้ผู้ใหญ่มาคำนับกราบไหว้เช่นนี้ หยุดๆแล้วลุกขึ้นมาคุยกันเถอะข้าไม่มีเวลาอยู่คุยกับพวกเจ้ามากนักนะ " เสียงใสบอกให้ทุกคนหยุดแล้วลุกมาคุยกับตนจะได้ไม่เสียเวลาไปมากกว่านี้ เมื่อเห็นจิวซินปรากฏตัวอยู่ที่หน้าประตูแล้วเดินเข้ามาหยุดยืนข้างๆ 

  " ท่านฟางเหนียง...อาจารย์ทราบแล้วท่านบอกให้รีบทำธุระให้เรียบร้อย ท่านบอกว่าที่นี้มิอาจปลอดภัยมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังจับตาดูพวกเราอยู่ อาฟง ตอนกลับออกไปอาจารย์บอกให้เจ้าดูแลเสี่ยวหงด้วยนางมิเก่งด้านการต่อสู้ " จิวซินเอ่ยผ่านปราณเตือนให้ได้ยินกันเพียงกลุ่มของพวกตนเท่านั้น

 " อืม..ข้ารู้แล้ว " ฟางเหนียงเอ่ยตอบกับไปเช่นกัน ส่วนฟงและซือหงเพียงแค่พยักหน้าตอบรับ 

  " นี่หากพวกเจ้านั่งคุกเข่าก้มหัวอยู่อย่างนี้ข้าจะกลับแล้วนะ...ข้าก็อุตสาห์มาหาเพื่อจะได้พูดคุยสอบถามพวกเจ้าว่าสุขสบายดีกันอยู่หรือไม่ แต่ข้าเห็นแล้วว่าพวกเจ้านั้นสุขสบายดี ข้าไปละนะ.." ฟางเหนียงแกล้งเอ่ยออกไปพรร้อมกับลุกขึ้นเพื่อจะให้ทุกคนหยุดก้มหน้าคุกเข่าแล้วลุกขึ้นมาคุยกับตนเสียที

 " เอ่อ...เดี๋ยวก่อนท่านผู้มีพระคุณ...พวกข้าลุกแล้วๆท่านอย่าพึ่งไปเลยขอรับ " ชายผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบแห้งพร้อมทั้งจับหญิงวัยกลางคนที่คุกอยู่ข้างๆลุกขึ้น

 " ใช่ท่าน...จริงๆหรือ คุณหนูไป๋ฟางเหนียง ข้าอาติงขอรับ แล้วเหตุใดท่านถึงแต่งตัวมิดชิดปกปิดกันเช่นนี้ละขอรับ " ชายหนุ่มร่างกำยำเอ่ยขึ้น

 " หึหึ...มิมีสิ่งใดหรอกอาติง เพียงแต่เป็นการปกปิดเรือนผมของข้าเท่านั้น " เอ่ยจบฟางเหนียงก็แกะเชือกที่ผูกที่ใต้คางออกแล้วถอดหมวกออกให้สหายได้เห็นใบหน้าของตน

 " คุณหนูเจ้าค่ะ...ท่านอาจารย์มิให้ถอดออกนะเจ้าคะ " เสียงหญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างเอ่ยห้ามแต่ก็ไม่ทันเสียแล้วเมื่อฟางเหนียงถอดหมวกที่มีม่านบังใบหน้าออก
  
  " ไม่เป็นไรหรอก พี่ซือหงข้าถอดแต่หมวกมิได้จะปลดผ้าที่ปิดบังใบหน้าส่วนหนึ่งของข้าออกแต่อย่างไร หากมีหมวกปิดบังอยู่ข้ามองสหายของข้ามิถนัด เจ้าอย่ากังวลมากไปเลย ซินซิินยังมิพูดสิ่งใดเลย " พูดจบก็หันไปมองจิวซินที่ทำหน้าขรึมอยู่ข้างๆฟงแต่ก็ไม่พูดสิ่งใด


  เมื่อครอบครับของอาติงเห็นใบหน้าที่ไม่มีม่านปิดบังชัดเจนขึ้นแต่ก็ยังมีผ้าผืนสีชมพูปิดบังใบหน้าส่วนหนึ่งให้เห็นเพียงดวงตากลมโตสีน้ำตาลเป็นประกาย แม้จะมีผ้าปิดบังแต่ก็รับรู้ได้ว่าใบหน้าภายใต้ผ้านั้นจะงดงามราวเทพธิดาเพียงใด ทั้งหมดตกตะลึงอยู่นานก่อนที่อาติงจะได้สติแล้วเอ่ยขึ้น
       

      " ท่านฟางเหนียง...เอ่อ ข้าจะแนะนำให้ท่านรู้จักคนในครอบครัวของข้า..... " พี่ใหญ่สุดเอ่ยแนะนำคนในครอบครัวตนให้ฟางเหนียงรู้จัก

    เมื่อรู้จักกับครอบครัวกันแล้ว ฟางเหนียงก็เอ่ยถามว่าเหตุใดถึงมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นเช่นนี้  หลังจากนั้น เป็นอาติงที่ผู้บอกเล่าเรื่องราวในปีที่ผ่านๆมาหลังจากที่ฟางเหนียงบอกให้พวกเขาไปเก็บ อี้อี่เหริน (ลูกเดื่อย) มาต้มทานเมื่อครั้งนั้น ทำให้พวกเขาไม่ต้องอดตายอีกและก็ทำตามที่นางบอกคือแบ่งเก็บเมล็ดพันธุ์ส่วนหนึ่งไว้เพาะปลูก โดยท่านพ่อของเขาทั้งขุดดินเป็นแปลงเล็กๆในพื้นที่ข้างบริเวณบ้านของพวกตนทั้งยังต้องไปหาบน้ำที่อยู่ในป่าลึกหรือบนเขาเพื่อมากักเก็บใส่ถังไว้รดต้นกล้าที่กำลังเกิด

  พวกเขาพยายามเพาะปลูกเก็บเล็กผสมน้อยและเริ่มขยายแปลงปลูกที่ละนิด จนวันเวลาผ่านไปเขาเก็บเมล็ดของอี้อี่เหรินเก็บเกี่ยวได้เยอะขึ้นก็นำไปแจกจ่ายกับเพื่อนบ้านที่มีความอดอยากเช่นพวกเขาและแบ่งไปขายบ้าง ช่วงแรกๆก็ไม่มีผู้ใดสนใจเท่าไรนักแต่เมื่อบอกว่ามันช่วยบำรุงกำลัง โลหิตในร่างกาย สามารถทานแทนข้าวได้และหาเก็บได้จากในป่าที่เกิดขึ้นเองจำนวนมาก

  แล้ววันหนึ่งก็มีเศรษฐีผู้หนึ่งเดินเข้ามาหาเขาที่ตลาด เพราะเขาได้ยินเรื่องราวจากคนในเรือนของเขาจึงเข้ามาสอบถามว่าเป็นจริงตามที่พูดหรือเปล่า เพราะบุตรชายของเขานั้นไม่ยอมทานอาหารทานได้น้อยและล้มป่วยลงเขานั้นทุกข์ใจอย่างมากเพราะหมดหนทางแล้ว หมอก็ให้ยาบำรุงรักษาต่างๆก็ยังไม่ดีขึ้นเขาจึงเป็นทุกข์และออกมาพบด้วยตัวเองหากบุตรชายของเขาเป็นอะไรขึ้นมาคงไม่ดีแน่เพราะเขามีเพียงบุตรชายคนเดียว

   อาติงจึงแบ่งเมล็ดที่แกะเปลือกออกแล้วให้นำไปลองต้มให้บุตรชายของเขาทานดูก่อนโดยไม่คิดเงิน เมื่อเศรษฐีผู้นั้นนำไปทำตามที่พวกเขาบอก บุตรชายของเขาชอบมันมากจึงกลับมาหาพวกเขาอีกครั้งและขอรับซื้อไปเป็นจำนวนมาก ต่อมาอีกไม่นานเรื่องของ เม็ดอี้อี่เหริน ก็เป็นที่รู้จักไปทั่ว คนอบครัวอาติงจึงมีเงินทองเพิ่มมากขึ้นและเริ่มซื้อที่ดิน จ้างคนงาน สร้างแหล่งเก็บน้ำไว้ใช้ในยามฤดูที่แล้งแม้จะกักเก็บได้ไม่มากแต่ก็พอสำหรับการปลูก ต่อมาพวกเขาก็วางแผนเปิดร้านโดยบิดาของพวกเขาเป็นผู้ดูแล และส่งบุตรชายทั้งสามไปเรียนที่สำนักศึกษาเล็กๆเพื่อให้มีความรู้อ่านออกเขียนได้ แต่ด้วยทั้งสามมีความใฝ่รู้และขยันมีความเฉลียวฉลาดอยู่บ้าง เมื่อเรียนจบมาก็กลับมาช่วยครอบครัวดูแลกิจการ แต่ก็ขอบิดามารดาไปเรียนฝึกวรยุทธด้วยเช่นกัน ทั้งสามจึงมีวรยุทธกันอยู่บ้าง แต่ก็เพื่อไว้ป้องกันตัวเองและคนในครอบครัว ตอนนี้พวกเขาก็มีร้านค้า มีขายเมล็ดพันธุ์ธัญพืชต่างๆ เช่น ข้าวต่างๆ เมล็ดถั่วต่างๆ อี้อี่เหริน ฯลฯ 

 เมื่อได้รับฟังเรื่องราวทุกอย่างก็ยินดีกับสหายอย่างจริงใจเพราะไม่คิดว่าพวกเขาจะมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นมากมายเช่นนี้

  " ข้ายินดีกับพวกเจ้าด้วยนะอาติง อาต้า เจ้าด้วยอาเต๋อ ข้ามีข้อสงสัยข้อหนึ่ง แล้วบ้านหลังนี้เป็นบ้านของเจ้าได้อย่างไรกัน แล้วอีกอย่างมันมิได้เป็นเช่นนี้นิ " ฟางเหนียงทำสีหน้าสงสัยถามออกไปหลังจากที่แสดงความยินดีกับพวกเขาแล้ว

  " อ่อ...เมื่อพวกข้ามีเงินเก็บมากพอ ก็ลองมาขอซื้อบ้านหลักเก่าๆที่เจ้าเห็นเมื่อครั้งก่อน จากเจ้าของเดิมที่เขากำลังจะย้ายไปอยู่ที่อื่น เขาเลยขายให้ข้าในราคามิแพงมากนัก เมื่อได้มาแล้วข้าก็รื้อถอนและปลูกสร้างใหม่  อย่างที่ท่านเห็นนี้แหละ และกว่าจะทำได้ขนาดนี้ครอบครัวข้าก็ลำบากและอดทนมากเลยที่เดียว  ส่วนต้นไม้ต้นนั้นข้าก็มิได้ตัดโคนทิ้งเพราะมันเป็นสิ่งที่ทำให้พวกข้าระลึกถึงท่านอยู่เสมอ  " อาติงเป็นผู้เอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงภูมิใจในสิ่งที่ตนและน้องๆช่วยกันทำด้วยความขยันออดทน

  " พวกเจ้าเก่งจริง...อาเต๋อเจ้ามีระดับพลังมากกว่าพี่ชายของเจ้าเลยรึ เจ้าชอบฝึกวรยุทธงั้นรึ " ฟางเหนียงลองตรวจสอบระดับพลังของสามพี่น้องแต่มีอาเต๋อที่มีระดับพลังปราณปฐพีมากกลางพี่ชายทั้งที่อยู่ระดับสูงเท่านั้น

  " ใช่ ขอรับ...ข้าชอบออกไปล่าสัตว์และหาสมุนไพรเข้าป่าหมอกทมิฬกับท่านพ่อบ่อยๆ ท่านพ่อพอมีวรยุทธอยู่บ้างก็เลยฝึกฝนพวกเรา แต่ท่านพี่ทั้งสองชอบที่จะค้าขายมากกว่า แต่ข้าชอบด้านนี้และมั่นฝึกฝนมาเรื่อยๆ ข้าก็คิดว่าจะไปสมัคสอบเข้าสำนักศึกษาพวกจอมยุทธดูบ้าง ท่านว่าข้าจะทำสำเร็จหรือไม่ " อาเต๋อหนุ่มน้อยเอ่ยด้วยน้ำเสียงแน่วแน่เพราะเขาคิดว่าหากเขาแข็งแกร่งก็จะสามารถปกป้องครอบครัวจากพวกที่ชอบกดขี่ข่มเหงผู้ที่ด้อยกว่าตน

  " ก็ดีนะ...ข้าเชื่อว่าเจ้าทำได้ "ฟางเหนียงกล่าวให้กำลังใจสหาย

  " แล้วท่านเป็นอย่างไรบ้าง...ข้าคิดว่าจะไม่ได้พบท่านอีกเสียแล้ว " อาติงถามด้วยความห่วงใย

  " ข้าสบายดี...มีคนดูแลข้าเยอะแยะ อ่อ!!!ข้าลืมแนะนำ...นี่ผู้ติดตามหรือเพื่อนที่คอยดูแลข้า จิวซิน พี่ซือหง และพี่ฟง  พวกเจ้านี้สหายสามคนแรกของข้าที่เคยบอกพวกเจ้า " ฟางเหนียงแนะนำให้ทั้งสองฝ่ายให้รู้จักกัน

  " ยินดีที่ได้รู้จักท่านทั้งสาม " อาติงและน้องชายทั้งสองก้มลงเล็กน้อย

  " ยินดีเช่นกัน " ทางด้านกลุ่มจิวซินก็เช่นกัน

  " แล้วใยแม่นางท่านมิถอดหมอกออกมาพูดคุยกันเสียหน่อยเล่า " อาต้าถามออกไปเมื่อยังเห็นซือหงไม่ถอดหมอกออกอย่างฟางเหนียง

  " นางไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนแปลกหน้าเท่าไร ท่านอย่าได้ถือสานางเลย " ฟง
กล่าวด้วยน้ำเสียงมิพอใจเล็กน้อย เพราะมิอยากให้ใครมาเห็นใบหน้าน่ารักของซือหง

  " เช่นนั้นรึ...แต่พวกข้าก็หาใช่คนแปลกตา ในเมื่อเราก็รู้จักกันแล้ว จริงหรือไม่ท่านฟางเหนียง " อาต้าไม่ยอมแพ้ เพราะเขาอยากจะเห็นใบหน้าของคนที่ยืนอยู่ข้างๆสหาย แม้มีผ้าม่านจากหมวกที่บดบังแต่เมื่อจ้องมองผ่านเข้าไปก็เห็นแววตาเป็นประกายกลมโต หากเอาผ้าที่ปิดบังใบหน้านั้นออกนางคงจะงามมิต่างสหายของตนเป็นแน่

  " ขออภัยเจ้าค่ะ....ที่ข้าน้อยเสียมารยาแต่ท่านอาจารย์สั่งข้าน้อยไว้ จึงมิอาจให้ผู้ใดเห็นใบหน้าของข้า "  ซือหงเจอสายตาของฟงที่ส่งสายตาคมดุมาที่ตนก็เลยอ้างคำสั่งของอาจารย์ออกไปแต่อาจารย์ก็สั่งไว้เช่นนั้น...ตนก็ไม่อยากให้ใครเห็นใบหน้าของตนเช่นกัน เพราะรับรู้ถึงสายตาที่จ้องมองนางตลอดของชายที่เอ่ยถาม

  " เจ้าอย่าไปยุ่งกับพวกเขาเลย เขาไปพวกที่เคร่งครัดในคำสั่งอาจารย์ มาคุยเราของเรากันดีกว่า ใกล้ถึงเวลาที่ข้าจะต้องไปแล้ว " ฟางเหนียงเอ่ยตัดบท

 " ท่านจะเดินทางไปที่ใดขอรับ...มีสิ่งใดให้ข้าน้อยได้ช่วยเหลือตอบแทนหรือไม่ " ชายผู้ที่เป็นบิดาของสหายเอ่ยขึ้นอย่างนอบน้อมต่อเด็กสาว

 " ท่านลุง...ข้ามิต้องการสิ่งตอบแทนใดๆหรอกเจ้าค่ะ...ข้าเพื่อแต่มาเยี่ยมเยือนเท่านั้นและเห็นแล้วว่าพวกท่านนั้นสุขสบายดีข้าก็พอใจแล้ว แล้วข้าทำสิ่งนี้มาให้พวกเจ้า " ฟางเหนียงกล่าวบอกออกไปแล้วนำห่อผ้าออกมาจากแหวนมิติของตน แล้วส่งไปให้ฟงนำไปให้อาติงที่นั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง

  " มันคือสิ่งใด้กันรึ ท่านฟางเหนียง " อาติงทำสีหน้าแปลกใจเมื่อได้รับห่อผ้าสี่เหลี่ยมมาจากฟง

 " เจ้าลองเปิดดูสิ...ข้าเป็นผู้ทำเองเลยนะ " ฟางเหนียงคะยั้นคะยอให้อาติงเปิดห่อผ้าออก

  
 เมื่อเปิดห่อผ้าก็พบกับกล่องไม้สลักลวดลายดอกไม้ที่ฝา หลังจากนั้นอาติงก็เปิดฝากล่องไม้ออกก็เจอกับข้าวที่มีหน้าตาแปลกประหลาดเรียงกันอยู่อย่างอัดแน่น

 " มัน...มันคืออะไรหรือท่านฟางเหนียง จะว่ามันเป็นข้าวก็น่าจะใช่ แต่ทำไมมันถึงมีทั้งเนื้อทั้งผักทั้งผสมรวมกันทั้งที่วางอยู่ด้านบนของข้าวด้วย มันคือสิ่งใดรึท่าน " อาติงถามฟางเหนียง

 " มันก็คือ ข้าวปั้น ข้าตั้งใจทำมากเลยนะ เพื่อจะนำมาฝากพวกเจ้า ลองทานดูสิ เชิญท่านลุงกับท่านป้าด้วยนะเจ้าคะ  " ฟางเหนียงกล่าวกับสหายก่อนจะหันไปเอ่ยชวนเชิญบิดาและมารดาของสหายให้ลองชิมข้าวปั้นของตน


  เมื่อฟางเหนียงเอ่ยจบ อาเต๋อก็เป็นคนแรกที่เป็นหน่วยกล้าตายใช้ตะเกียบคีบข้าวปั้นก้อนกลมๆมีส่วนผสมของสาหร่ายและงาโรยอยู่เข้าปากตนทันที

  " อือ!!...ท่านฟางเหนียงไอเจ้าข้าวปั้นของท่านรสเลิศนัก ข้าวมีความนุ่มมีกลิ่นหอมของงาความมันและเค็มนิดๆของเจ้าแผ่นสีเขียวๆเล็กๆ " อาเต๋อที่นำข้าวปั้นเข้าปากในคำเดียวเอ่ยขึ้นทั้งที่ยังเคี้ยวข้าวอยู่ในปาก

  " อาเต๋อ เจ้านี่น่า!!...ตลอดเลย มิเคยรอผู้ใดก่อน หากมีคนนำพิษผสมลงไปเจ้าคงจะตายเป็นคนแรก ฮ่าๆๆๆ เจ้าเห็นกระบอกไม้ไผ่เล็กๆนั้นไหม เปิดจุกมันออกนั้นคือน้ำซอสหมักใช้จิ้มทานกับข้าวปั้น " ฟางเหนียงเอ่ยหยอกเย้าอาเต๋อที่กำลังเคี้ยวข้าวปั้นคำที่สองอย่างเอร็ดอร่อยไม่สนใจคำของฟางเหนียงเลย แล้วเอ่ยตอบกลับมาเมื่อเคี้ยวข้าวหมดปาก

  " ข้ารู้ว่าท่านมิคิดใส่พิษให้ข้ากินหรอก หากใส่ข้าก็ยอมโดยไม่คิดโทษท่านแม้แต่น้อย เพราะชีวิตข้ามอบให้ท่านต้องแต่ครั้งนั้นแล้ว " อาเต๋อออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจังในตอนท้ายประโยค

  " อย่างที่บุตรชายข้าได้กล่าวออกไป...ข้าน้อยก็เห็นเป็นเช่นนั้น หากไม่ได้ท่าน...ภรรยาและบุตรชายของข้าน้อยคงไม่รอดเป็นแน่  และอีกอย่างท่านทำให้คนในหมู่บ้านแห่งนี้มีอยู่มีกินที่ดีขึ้น แม้แต่สภาพอากาศที่เคยแปรปรวนยามนี้ก็สามารถเพาะปลูกได้แล้วฝนตกเพียงพอต่อการเพาะปลูก ทุกอย่างเปลี่ยนไปมากกว่าเมื่อก่อนนักขอรับ " นายท่านชงเอ่ยเล่าถึงสิ่งที่เปลี่ยนไปตั้งแต่ที่ฟางเหนียงผ่านเข้ามาที่หมู่บ้านของตน 

 " เจ้าค่ะ " ฟางเหนียงยิ้มตอบกลับไปหาชายสูงวัยที่นั่งมองตนแล้วก็หันไปยิ้มให้ภรรยาที่กำลังเคี้ยวข้าวปั้นอยู่ข้างๆ

  " ท่านฟางเหนียง...ท่านจะเดินทางไปที่ใดกัน " อาติงเลิกสนใจข้าวปั้นแล้วหันมาถามฟางเหนียง

  " ข้าจะไปแคว้นเว่ยเพียงไปทำธุระกับอาจารย์ข้า " ฟางเหนียงเอ่ยตอบกลับไปแต่ไม่ได้บอกว่าไปทำสิ่งใด

  " เช่นนั้นรึ...อีก3-4วัน ข้าก็จะเดินทางไปส่งสินค้าที่แคว้นเว่ยเช่นกัน " อาต้าวางตะเกียบที่คีบข้าวปั้นแล้วพูดแทรกขึ้นระหว่างพี่ชายกับสหาย 

  " ใช่ๆ ข้ากับพี่รองจะเดินทางไปที่แคว้นเว่ยพวกเจ้าพักที่นี่กันก่อนแล้วค่อยเดินทางไปพร้อมขบวนสินค้าของพวกเรามิดีกว่าหรือ เสี่ยวฟาง เจ้าจะได้อยู่คุยและเที่ยวที่เล่นที่นี่ก่อน "  อาเต๋อเอ่ยขึ้นอีกคนพร้อมกับชวนฟางเหนียงให้ร่วมเดินทางไปด้วยกัน

  " หึหึ...ข้ามิทำให้พวกเจ้าลำบากหรอกนะ...นี้ก็ได้เวลาแล้วท่านอาจารย์คงรอพวกข้านานแล้ว ข้าต้องไปแล้ว อย่างไรเสียข้าก็ขอให้พวกเจ้าโชคดี เดินทางปลอดภัย...ท่านลุง ท่านป้า เสี่ยวฟางต้องกลับก่อนแล้วเจ้าค่ะพวกท่านรักษาสุขภาพด้วย หากมีโอกาสข้าจะแวะมาเยี่ยมพวกท่านนะเจ้าคะ  เสี่ยวฟางคารวะท่านทั้งสองเจ้าค่ะ " ฟางเหนียงย่อตัวทำความเคารพผู้ใหญ่ทั้งตามแบบที่ท่านแม่ของนางสอนสั่งอย่างนอบน้อมสง่างาม

   " คุณหนูไป๋...มิต้องคารวะข้าน้อยเช่นนี้ " ชายหญิงทั้งสองรีบลุกขึ้นมาโค้งตัวคำนับฟางเหนียงเช่นกัน

  " มิเป็นอะไรเลยเจ้าค่ะ คิดเสียว่าข้าก็เป็นลูกหลานของท่านทั้งสองอีกคนนะเจ้าคะ แล้วนี้ข้าให้ท่านทั้งสองเจ้าคะ " ฟางเหนียงนำขวดกระเบื้องขนาดเล็กที่มีโอสถทิพย์กายาอยู่ข้างใน 10 เม็ด มอบให้ทั้งสองคนละขวด

  ทั้งสองยื่นมืออกไปรับแล้วนำมาเปิดดูก็ถึงกลับตกใจทำตาโตเมื่อเห็นเม็ดยาสีแดงมีประกายออกมาอยู่ข้างใน

  " นี้....นี้มันโอสถล้ำค้ามิใช่รึ คุณหนูไป๋ข้าน้อยรับไว้ไม่ได้ขอรับ มันมากเกินไป " นายท่านชงปฏิเสธที่จะรับสิ่งล้ำค้าเช่นนี้ 

  " ไหนท่านพ่อ ข้าขอดูด้วย....นี่มันโอสถทิพย์กายาบริสุทธิ์10ส่วนเลยนิ ท่านฟางเหนียว " อาเต๋อเอ่ยออกมาอย่างตื่นเต้น

เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นต่างก็วางตะเกียบที่กำลังคีบข้าวปั้นอยู่มาขอดูขวดโอสถที่อาเต๋อบอก เพราะอาเต๋อฝึกฝนตนจึงมีความรู้โอสถอยู่บ้าง

  " อืม...ตามนั้นอาเต๋อ เจ้านี่รอบรู้เสียมีความรู้เรื่อโอสถด้วย...ท่านลุงมิต้องเป็นห่วงรับไว้เถอะเจ้าค่ะ ท่านอาจารย์ข้ามีเยอะเจ้าค่ะ อีกอย่างข้ารู้ว่าสุขภาพท่านทั้งสองมิค่อยดีเพราะทำงานหนักมานาน ท่านทานครั้งละเม็ดก็พอเจ้าค่ะ หากท่านรู้สึกว่ามิสบายตัว มันจะช่วยฟื้นฟูร่างกายของท่านให้แข็งแรงขึ้นเจ้าค่ะ " ฟางเหนียงเอ่ยบอกทั้งสอง

  " ขอบคุณคุณหนูไป๋ขอรับ " นายท่านชงหวงเอ่ยด้วยน้ำเสียงซาบซึ้งใจ

 " คุณหนูขอรับ...ไปกันเถอะขอรับ " ฟงเอ่ยแทรกขึ้นมาเมื่อสังเกตุเห็นว่าอาต้านั้นจ้องมองซือหงมิวางตา ทั้งยังส่งยิ้มมาให้นางอีก 

 " ก็ได้...พวกเจ้าข้าไปแล้วน่ะ...แล้วพบกันใหม่ ข้าลาเจ้าค่ะท่านลุงท่านป้า ไปซินซิน พี่ฟง พี่ซือหง ป่ะ...ไปกัน อาจารย์คงรอนานแล้ว " ฟางเหนียงพูดจบหยิบหมวกขึ้นมาใส่และเดินออกไปทันที 


   ทุกคนเดินตามมาส่งไปกลุ่มของไป๋ฟางเหนียงที่หน้าประตูเรือน จนทำให้เป็นที่สนใจของผู้คนที่รู้จักครอบครัวของนายท่านชงผู้ที่มีเมตตาต่อชาวบ้านแบ่งปันสิ่งของให้เมื่อยามทุกข์ยากและให้งาน ผู้คนจึงสงสัยว่าคนกลุ่มที่ออกมาจากเรือนของพ่อค้าชงนั้นเป็นผู้ใดถึงทำให้ทุกนอยน้อมก้มหัวให้ถึงเพียงนี้ทั้งที่ดูๆแล้วคนกลุ่มนั้นอายุคงน้อยกว่าพวกเขา......

  จนกระทั่งกลุ่มนั้นเดินจากไปไกลจึงมีชายชราผู้หนึ่งจึงเข้ามาถามกับพ่อบ้านลี่ แต่สิ่งที่ได้รับรู้ก็เพียงแต่ว่าคนกลุ่มนั้นคือ ผู้มีพระคุณของครอบครัวพ่อค้าชง เมื่อไม่ได้คำตอบที่มากว่านี้ก็ล่าถอยออกไป.....

 ส่วนครอบครัวของพ่อค้าชงหวงก็กลับเข้าเรือนเมื่อเห็นว่าไป๋ฟางเหนียงเดินไปไกลแล้ว

  " อาติง เจ้านำโอสถล้ำค่านี้ไปเก็บที่ห้องลับของเราเสีย พ่อยังมิเป็นอะไร หากร่างกายข้ามิไว้จริงค่อยนำออกมาก็แล้วกันตอนนี้ก็นำไปเก็บไว้เถอะ เจ้าว่าอย่างไร หนิงฮวา " ท่านชงหวงเอ่ยกับบุตรชายและขอความคิดเห็นกับหญิงที่เป็นภรรยาเมื่อเห็นนางยิ้มและพยักหน้าให้ ก็นำโอสถส่งให้บุตรชายคนโตนำไปเก็บให้ห้องลับของครอบครัวตน

  " ขอรับท่านพ่อ " อาติงรับคำสั่งทั้งยื่นมือทั้งสองรับขวดโอสถกับมือของท่านพ่อและท่านแม่ของตน 

  " ส่วนเจ้า...อาเต๋อตำราทั้งสองที่นางให้เจ้าก็เก็บรักษาไว้ให้ดี แม้มันเป็นเพียงตำราพื้นฐานการฝึกฝน และตำราสมุนไพรเท่านั้น แต่สิ่งที่นางมอบให้เจ้าก็ถือว่าเป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับครอบครัวของเรา ไม่มีสิ่งใดแล้วพวกเจ้าแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของเจ้าเถอะ ข้ากับท่านแม่ของเจ้าจะไปพักผ่อน " ท่านชงหวงหันมาเอ่ยกับบุตรชายคนเล็ก

  " ขอรับท่านพ่อ " อาเต๋อรับคำที่ท่านพ่อของตนบอก

 

หลังจากนั้นทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปทำหน้าและงานของตนที่ยังติดค้างอยู่.......

  






                        ** จบตอน **
            **โปรดติดตามตอนต่อไป **



***ส่วนพระเอกใกล้แล้วจร้า จะโผล่มาตอนหน้าแต่คงโผล่มาแวบๆ ***

 ***ขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่เรื่อยมา ***


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 432 ครั้ง

548 ความคิดเห็น

  1. #465 MHEEPQ12 (@MHEEPQ12) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 20:57
    อร้ายยยยยย
    #465
    0
  2. #428 yukai (@yukai) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 เมษายน 2561 / 15:22
    <p>สนุกดีค่ะ</p>
    #428
    0
  3. #396 montrera (@montrera) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 20:31
    <p>นึกว่าไม่มีพระเอกซะแล้ว 55</p>
    #396
    0
  4. #395 Nattiya Bursnachaitavee (@nsttiyaburana) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 01:24
    ขอบคุณมากคร้าไร่ท์.
    ฟงฟงนายหึงอาหงออกนอกหน้าแล้วนะ 55555
    #395
    0
  5. #394 LukiMemory (@LukiMemory) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 23:26
    มาต่อเร็วๆนะคะรออ่านคะ
    #394
    0
  6. #393 baipai (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:57
    รอพระเอกค่ะ เมื่อไหร่จะออกมาสักทีนะ
    #393
    0
  7. #392 N'ติดอ่าน (@ZX0874619495) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:56
    พี่ฟง หึงอะ 5555
    #392
    0
  8. #391 paemly (@paemly) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:54
    พระเอกค่าตัวคงหลักล้าน กว่าจะได้ออกมา 5555
    #391
    0
  9. #390 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:22
    แหม่พี่ฟง หึงหราาาา
    #390
    0
  10. #389 นักอ่านนิยายจีน (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 22:06
    ขอบคุณค่ะ
    #389
    0
  11. #388 ganako (@ganako) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 9 เมษายน 2561 / 21:59
    พระเอกค่าตัวแพงจิง 555
    #388
    0
  12. #339 GhostTigerMaya (@GhostTigerMaya) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 21 มีนาคม 2561 / 23:22
    ขอไปต้มมาม่าแปป
    #339
    0
  13. #293 pimkeybord (@pimkeybord) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 08:23
    จริงง หิวสุดๆอ่ะ อยากกินข้าวต้มขึ้นมาเลย เหมือนได้กินกระเทียมเจียวรอยออกมา
    #293
    0
  14. #213 MORNINGGLORY08 (@MORNINGGLORY08) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 08:37
    หิวมากกก ไรท์บรรยายน่ากินมากๆเลย^^ เรื่องนี้สนุกมากๆค่ะ แต่เราว่าชื่อเรื่องแปลกๆนิดนึง ไรท์ลองเกลาๆให้รื่นๆดึงดูดกว่านี้นิดนึงดีกว่าน้า เพราะเราเปิดผ่านหลายรอบมากเพราะชื่อเรื่องน่ะค่ะ ทั้งๆที่เรื่องสนุก^^
    #213
    0
  15. #197 kkoy2542 (@kkoy2542) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 7 มีนาคม 2561 / 20:40
    เมื่อไหร่จะอัพค้างงTT ยังรอออ
    #197
    0
  16. #193 MuMu-MuMu (@peung007) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 13:57
    ได้เข้ามิติธาตุกันแล้ว จงไปเลื่อนระดับซะนะทุกคน
    #193
    0
  17. #192 Noodee (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 13:11
    ค้างๆๆๆๆ
    #192
    0
  18. #191 jeerasuda0610 (@jeerasuda0610) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 11:59
    ค้างงงงงงง
    #191
    0
  19. #188 NooWiza (@noowi2212) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 08:25
    ค้างงงงง
    #188
    0
  20. #187 Natchnon Chu (@guidchue) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 01:58
    อือหือ ค้างเลยซิส ค้าง
    #187
    0
  21. #186 ganako (@ganako) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 01:29
    บอกเลย ค้าง
    #186
    0
  22. #185 takkytoey (@takkytoey) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 00:55
    ค้างเลย แง๊
    #185
    0
  23. #183 NutPattaya (@NutPattaya) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 00:05
    ค้างอีกแล้วฮื่อๆรีบมานะคับรอยุหนาาาาา
    #183
    0
  24. #182 jazsasii (@jazsika) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 00:04
    พลาดแล้วเข้ามาอ่านเวลานี้ น้ำลายไหล...มื้อดึกก้อตามมา
    #182
    0
  25. #181 FahSida (@himeji) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 23:47
    หิวเลย
    #181
    0