ฟางเหนียงท่านหมออาหาร

ตอนที่ 5 : ธาตุมิติในตำนาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,545
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 452 ครั้ง
    23 มี.ค. 61





                                           ธาตุมิติในตำนาน....


                   ช่วงเวลา...ผ่านไปอย่างรวดเร็วไป๋ฟางเหนียงอยู่ที่เรือนไม้ไผ่ในป่าหมอกทมิฬ 2 เดือนแล้ว วันๆอาจารย์ฟูให้นางนั่งฝึกสมาธิและฝึกโคจรลมปราณแบบนี้ทุกวัน  แล้วก็ไปดูแลสวนสมุนไพรให้อาจารย์ หรือไม่ก็ให้นางเรียนรู้เรื่องสมุนไพรต่างๆ ตำรามากมายถูกส่งมาให้แก่นางที่ห้อง ดีหน่อยที่นางพอที่จะอ่านออก มันเป็นความรู้ของเจ้าของเดิมที่ส่งต่อมาให้แก่นาง ถ้าไม่เข้าใจสิ่งใดก็ถามท่านอาจารย์หรือไม่ก็เป็นภูตน้อยจิวซินตัวน้อยของนางที่วันๆเอาแต่กินแล้วก็นอนอยู่ข้างๆนาง 
         วันนี้ก็เช่นกัน...จิวซินกำลังนั่งทาน กล้วยวารี ที่นางหามาเก็บไว้ตอนที่ท่านอาจารย์พานางออกไปหาสมุนไพร อาจารย์บอกว่ากล้วยที่นางเก็บนั้นคือ กล้วยวารี ทำให้คนที่ทานเข้าไปรู้สึกสดชื่นมีเรียวแรงมากขึ้นช่วยเสริมธาตุน้ำเพราะมันเป็นพืชในกลุ่มธาตุน้ำ เมื่อเห็นว่ามันเริ่มเหลืองแล้วท่านอาจารย์จึงตัดมาทั้งเครือ ....ส่วนเรื่องอาหารตอนนี้เป็นหน้าที่ของท่านอาจารย์ไปก่อน มีบ้างที่นางจะช่วยท่านทำเพราะร่างกายยังหยิบจับอะไรยังไม่ถนัดนัก จึงได้แต่ทานอาหารง่ายที่ออกไปหากับท่านอาจารย์และจิวซิน.....

          วันนี้ท่านอาจารย์ออกไปด้านนอกป่าหมอกทมิฬเพื่อเอาสมุนไพรออกไปขายในหมู่บ้านและรักษาให้แก่คนยากไร้ในหมู่บ้านนอกชายเขตป่าหมอกทมิฬถ้าหากท่านพบเห็นก็จะช่วยเหลือโดยไม่คิดเงิน วันนี้นางกับจิวซินจึงอยู่ที่เรือนไม้ไผ่ 1 คนกับ 1 หมูน้อย เอ้ย...ภูตน้อย

        " ซินซิน ตื่นได้แล้ว ได้เวลาไปดูแลสวนสมุนไพรแล้ว " ฟางเหนียงว่างตำราที่อ่านอยู่แล้วหันไปปลุกภูตน้อย
        " ฟางเหนียง ข้าขอนอนต่อไม่ได้รึขอรับ " ภูตจิวซินที่ยังมีอาการสะลึมสะลือจากที่พึ่งตื่นอยู่เอ่ยขึ้นมา
       " ไม่ได้...เจ้าเอาแต่กินกับนอนจนจะเป็นหมูวิเศษแล้วน่ะ ฮ่าๆ "   เอ่ยจบก็หัวเราะออกมาเสียงดัง
 
       " ท่านว่าข้าอีกแล้วนะฟางเหนียง ไปขอรับ...ไปดูสวนสมุนไพรเถอะขอรับข้าตื่นเต็มตาแล้ว "   จิวซินเอ่ยจบก็พุ่งไปทางสวนที่อยู่ใกล้ๆกับศาลาไม้ไผ่ข้างธารน้ำตกที่ฟางเหนียงขอให้อาจารย์ฟูช่วยสร้างให้  

      เมื่อทั้งสองมาถึงสวนสมุนไพรก็พบกับท่านอาจารย์ฟูกำลังเดินมาหาพวกตนพอดี

          " ท่านอาจารย์....ท่านมีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ ไหนท่านจะเข้าไปในหมู่นอกเขตป่าหมอกทมิฬนิเจ้าคะ แล้วเหตุใดจึงกลับมาเร็วนักเจ้าคะ" ฟางเหนียงเอ่ยถามด้วยความสงสัย 

           ปกติแล้วหากอาจารย์ฟูจิวหลิงออกไปนอกเขตป่าหมอกทมิฬใช้เวลาหลายชั่วยามกว่าจะกลับ แล้วเหตุใดท่านออกไปได้มินานก็กลับ ทุกทีจะใช้เวลาอยู่ในหมู่บ้านเป็นเวลานานหรือไม่ก็เข้าไปในตัวเมืองหลินแล้วเหตุใดจึงกลับมาเร็วนัก

             " อาจารย์พบสหายระหว่างทางจึงยังมิได้เข้าไปในหมู่บ้าน แล้วอาจารย์จะแนะนำสหายที่มีส่วนร่วมทำให้เจ้ากับอาจารย์ต้องลำบากเช่นนี้ หึ หึ "   อาจารย์ฟูจิวหลิง เอ่ยจบก็นึกถึงสหายของตนที่ได้รับโทษลงมาบำเพ็ญเพียรที่ดินแดนเมืองมนุษย์พร้อมกับตน ต่างกันแต่สหายนั้นมิต้องมาค่อยเลี้ยงดู ดูแลเด็กตัวเล็กๆเช่นเดียวกับตน
   
               " เจ้าค่ะ...ท่านมีสหายมาพบหรือเจ้าคะ เป็นเทพเซียนหรือไม่เจ้าคะ แล้วมีแสงส่องเป็นประกายออกมารึไม่เจ้าคะ ข้าจะได้เห็นเทพตัวเป็นๆด้วยซินซิน "ฟางเหนียงเอ่ยถามด้วยความตื่นเต้น

       เมื่อได้ฟังคำถามที่ฟางเหนียงเอ่ยถาม อดีตเทพตกสวรรค์ก็ได้แต่หัวเราะออกมาเบาๆกับท่าทางตื่นเต้นเมื่อจะได้พบเทพสวรรค์ของศิษย์ตนแล้วจึงเดินนำทั้งสองกลับไปที่เรือนไม้ไผ่ที่มีแขกรออยู่ เมื่อมาถึงเรือนไม้ไผ่อาจารย์ฟูจิวหลิงจึงแนะนำสหายของตนให้ศิษย์ตัวน้อยของตนให้รู้จัก

         " เสี่ยวฟางนี้คือ ท่านมู่หลิงอี้ เป็นสหายของอาจารย์ .....หลิงอี้ส่วนนี้ศิษย์น้อยของข้า ไป๋ฟางเหนียง ที่เคยบอกเจ้า ส่วนเจ้านั่นคือภูตจิวซิน ภูตคุ้มกันของเสี่ยวฟาง " อาจารย์ฟูจิวหลิงเอ่ยแนะนำให้ทั้งสองรู้จักกัน

       " ข้าน้อย เสี่ยวฟาง คารวะท่านเทพมู่หลิ่งอี้ เจ้าค่ะ " ไป๋ฟางเหนียงเคารพเทพมู่หลิ่งอี้ด้วยน้ำเสียงอ่อนน้อมต่อผู้อาวุโส

       " ไม่ต้องมากพิธีคนกันเอง มาๆนั่งลงคุยกันเถอะและมิต้องเรียกข้าเต็มยศขนาดนั้น เรียกข้าอาจารย์อาก็ได้ " เทพมู่หลิ่งอี้ตอบรับขึ้นมา

        " ได้รึเจ้าคะ...ขอบคุณเจ้าค่ะ " 

        ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นอย่างดีใจที่เจอกับเทพเซียนสวรรค์ถึงแม้จะไม่มีแสงเปล่งประกายออกมาเหมือนที่นางคิด แต่พอสังเกตุแบบจ้องมองตาไม่กระพริบของนางแล้ว อาจารย์อาของนางผู้นี้ รูปร่างสูงสง่า ผมดำยาวถูกม่วนผูกไว้ด้วยเชือกผ้าสีขาว ดังเช่นอาจารย์ของตน คิ้วกระบี่เข้ากับดวงตาคม จมูกโด่ง ปากรูปกระจับยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ดูแล้วมีเสน่ห์ชวนมองยิ่งนัก เมื่อเทียบกับอาจารย์ตนแล้วดูคมเข้มกว่าเล็ก
  
         " อะ...แฮ่ม..."    

         อาจารย์ฟูจิวหลิงกระแอ่มไอเพียงเรียกสติศิษย์ของตนที่ตอนนี้ยืนมองสหายของตนอ้าปากตาค้างอยู่แล้วหันไปเอ่ยกับสหายของตน

        "แล้วนี้เหตุใดเจ้าถึงออกมาจากหุบเทียนหลงได้ ไหนจะบำเพ็ญเพียรมิคิดออกมาจากหุบเขาอย่างไรเล่า "
        " ข้าแค่เบื่อๆที่อยู่แต่ในหุบเขาถึงแม้มันจะเงียบสงบเหมาะแก่การบำเพ็ญเพียรของข้า แต่เจ้าก็รู้ว่าข้าชอบเรื่องสนุกพบเจอผู้คนอยู่มาก็ร้อยกว่าปีแล้ว ออกมาหาเรื่องสนุกๆทำมิดีกว่ารึ  ใครจะเป็นเช่นเจ้าปลีกตัวหลบซ่อนผู้คนเข้ามาอยู่ในป่าหมอกทมิฬผู้เดียวเช่นเจ้าได้เล่า "
 
   ' หา....อยู่มาเป็นร้อยปีเลยหรอเนี่ย แสดงว่าอาจารย์ก็เฝ้ารอนางมาร้อยกว่าปีแล้วสิน่ะเนี่ย '   ไป๋ฟางเหนียงพูดกับตัวเองในใจแม้อาจารย์จะเล่าเรื่องต่างๆให้ตนฟังแต่ไม่ได้บอกว่ารอมาเป็นร้อยปี

       " ก็เพราะเรื่องสนุกของเจ้าอย่างไรเล่า...ถึงทำให้เจ้ากับข้าต้องลงมาลำบากอยู่ที่นี่อย่างไรเล่า"

       " จะมาโทษข้าได้อย่างไรก็เป็นเพราะเจ้าเช่นกันนั้นแหละที่คอมิแข็งพอยังมารับคำท้าดื่มสุรากับข้า "

         " เพราะเจ้าต่างหาก...หาใช่ข้าไม่ "   
   
         " เอ่อ....ท่าน....ท่านอาจารย์เจ้าค่ะ...ท่านอาจารย์อา หยุดทะเลาะกันเถอะเจ้าค่ะ " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยห้ามคนทั้งสอง

      เมื่อทั้งสองได้ยินเสียงของฟางเหนียงห้ามพวกตนก็หยุดการถกเถียงกัน แล้วจึงหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบพร้อมกันก่อนจะนั่งหันหลังให้กัน เมื่อเห็นเช่นนั้นฟางเหนียงจึงได้แต่ถอนหายใจออกมา....เป็นสหายแบบไหนกันนะเจอหน้ากันพูดคุยกันได้ไม่กี่ประโยคก็ทะเลาะกันเสียแล้ว เมื่อต่างคนต่างเงียบไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาเสียทีผ่านไปสักพักแล้วสุดท้ายท่านเทพตกสวรรค์มู่หลิ่งอี้จึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน

            " นี่...เจ้า...ไม่คิดจะพาเสี่ยวฟางกลับไปพบครอบครัวนางรึ " 

            " ข้าก็คิดจะพานางออกไป อีกอย่างข้ายังมิได้ปลดผลึกพลังที่แท้จริงของนาง หากยังมิปลดผนึกปลุกเทพมังกรนางก็ยังจะปลอดภัยอยู่ ข้าเลยยังไม่คิดที่จะทำตอนนี้ "

            " เจ้าจะกลัวไปทำไมในเมื่อนางมีเจ้ากับข้าไปด้วย ใครคิดทำสิ่งใดต่อนางข้ามิปล่อยพวกมันไปเช่นกัน....แล้วนี้เจ้าตรวจสอบธาตุปราณในตัวของนางแล้วรึ  "

              " เอ่อ....ข้าลืมเรื่องนี้ไปเสียเลย ให้แต่นางนั่งฝึกสมาธิ ฝึกฝนการโคจรลมปราณและอ่านตำรากับดูแลสวนสมุนไพร ยังไม่ได้สอนให้นางใช้พลังของนางเลย....โอ๊ย!!....ทำไมข้าถึงลืมสิ่งสำคัญเช่นนี้ไปได้ "

            "  ถ้าเช่นนั้นก็ตรวจวัดพลังนางก่อน ส่วนเรื่องปลดผนึกวิญญาณเทพมังกรเก็บไว้ก่อนให้นางฝึกฝนจนอายุครบ 12 ขวบปีก่อน ตอนนั้นร่างกายของนางคงมีความแข็งแกร่งพอที่จะรับพลังมหาศาลที่จะถูกปลดปล่อยออกมาได้แล้วกระมั่ง เมื่อถึงยามนั้นคงมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นทั้งดินแดนจินหลงเป็นแน่ ฮ่าๆๆๆๆๆ...."
     อดีตเทพสวรรค์ มู่หลิ่งอี้ เอ่ยถามสหายของตน พร้อมทั้งหัวเราะขึ้นมาเมื่อนึกถึงเรื่องสนุกๆที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้านี้ทั่วทั้งยุทธภพ คงจะอยากจะรู้จักบุคคลในตำนานที่อยู่ดีๆก็ปรากฏตัวขึ้นเป็นแน่.....


          
           เมื่อพูดคุยตกลงว่าจะพาไป๋ฟางเหนียงกลับไปหาครอบครัว ทั้งสองจึงนำลูกแก้วตรวจวัดพลังออกมาวัดพลังของนาง ลูกแก้วสีใสแวววาวส่องแสงสีทองเปล่งประกายออกมาเมื่อมือของไป๋ฟางเหนียงสัมผัสกับลูกแก้วบ่งบอกว่าไป๋ฟางเหนียงนั้นมีครบทั้ง 4 ธาตุ ดิน ไฟ น้ำ ลม พร้อมทั้งธาตุพิเศษทั้ง 4 คือ ไม้ ทอง แสง มืด  และยังมี มิติธาตุ ในตำนานที่หากยากอีก ก็นางเป็นบุคคลในคำทำนายที่พันปีถึงจะปรากฏขึ้นสินะ....ตอนนี้ฟางเหนียงสามารถเปิดมิติธาตุของตนได้แล้วโดยมีท่านอาจารย์ทั้งสองช่วยเหลือและนางยังได้คำนับเทพตกสวรรค์มู่หลิ่งอี้เป็นอาจารย์เพิ่มขึ้นมาอีกคนเพราะท่านมีความเชี่ยวชาญทางด้านการต่อสู้ ส่วนอาจารย์ฟูจิวหลิงนั้นมีความเชี่ยวชาญด้านสายเวทย์อักขระและการปรุงโอสถ  
          
            ท่านอาจารย์ทั้ง 2 จึงแบ่งหน้าที่กันฝึกฝนนางหลังจากที่พานางกลับบ้านเสียก่อน  ส่วนจิวซินนั้นมีความสามารถทางด้านสายต่อสู้และสายเวทย์ จึงกลายเป็นผู้ช่วยนางในการฝึกฝนอีกแรง  เมื่อตกลงกันเรียบร้อยดีแล้ว ท่านอาจารย์ทั้ง 2 นั่งพูดคุยกันสักพักก็ไปจัดเตรียมห้องพักและจัดหาอาหารเพื่อจะทานกันเย็นนี้    

              ด้านไป๋ฟางเหนียงนั้นได้เข้าไปในมิติของตนอีกครั้งเพื่อสำรวจดูอย่างละเอียดว่ามีสิ่งใดบ้างเพราะตอนแรกตนแค่ลองเปิดมิติเข้ามาตามที่ท่านอาจารย์ฟูสอนเท่านั้นแล้วจึงกลับออกไปส่วนภูตจิวซินเมื่อเข้ามาในมิติของนางแล้วก็ไม่ยอมที่จะออกไปอีกเพราะด้านในนี้มีพลังปราณธรรมชาติหนาแน่นกว่าด้านนอกมากนักเหมาะแก่การดูดซับพลังปราณเพื่อเลื่อนระดับของตนที่ตนนี้อยู่ที่ระดับปฐพีแล้ว 
   จิวซินบอกว่าหากเลื่อนระดับราชันย์จะสามารถเผยตัวตนที่แท้จริงได้  จึงมิยอมออกมานางจึงต้องกลับออกมาขอให้อาจารย์ฟูจิวหลิง สร้างเรือนไผ่หลังเล็กให้ตนไว้ใช้และเป็นที่พักให้จิวซินและตนก็ต้องเป็นผู้ขนที่นอนข้าวของของจิวซินกลับเข้าไปให้เจ้าภูตหมูน้อยอีกรอบ....
  
         ด้านในมิติของฟางเหนียง...เมื่อเข้ามาแล้วก็ชวนจิวซินเดินสำรวจในมิติจากที่มองสำรวจดูแล้วมิติมีพื้นที่กว้างใหญ่เต็มไปปด้วยทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ มีสระน้ำ มีน้ำตกอยู่อย่างละแห่งเท่านั้น ส่วนต้นไม้มีแค่บริเวณใกล้น้ำตกเเหมือนเป็นป่าเล็กๆเท่านั้น นอกจากนั้นก็เป็นทุ่งหญ้าทุ่งดอกไม้ทั่วทั้งบริเวณ

         " ว้าวววววว...น้ำตกนี่สวยจังเลย เจ้าว่าเป็นเช่นไรซินซินสวยรึไม่ มันออกมาจากที่ใดกัน แล้วมีชื่อเรียกรึไม่ "

          " ขอรับ น้ำตกนี้คือ น้ำตกโอสถสวรรค์ เป็นน้ำตกโอสถวิเศษจากสวรรค์ขอรับ หากนำมาชำระร่างกายช่วยขับพิษแล้วก็เลื่อนระดับพลังด้วยขอรับ หากนั่งดูดซับพลังปราณที่มีความหนาแน่นจากธรรมชาติในบริเวณแห่งนี้ได้ดียิ่งขอรับ แล้วยังสามารถนำน้ำไปปรุงโอสถแค่หยดเดียวทำให้มีความบริสุทธิ์พิเศษและออกฤทธิ์ได้เร็วขึ้นอีก หากมนุษย์ได้ดื่มแค่ 1 จอกชา ก็สามารถเลื่อนระดับขั้นได้ 1 ขั้น แต่หากได้ดื่ม 1 กาน้ำชาอาจเลื่อนระดับปราณได้ 1 ระดับขอรับ ยังสามารถช่วยรักษาคนที่บาดเจ็บหรือต้องพิษทุกชนิดถึงแม้ว่าพิษนั้นไม่มียาถอนพิษ น้ำในน้ำตกนี้สามารถช่วยได้ขอรับ แต่หากนำไปปรุงเป็นตัวยาพิษก็รุนแรงเช่นกันและเป็นสิ่งที่หายากมาก  หาได้มีผู้ใดมีไว้ครอบครอง แค่ 1 หยดก็มีค่ามหาศาลนะขอรับ"

                 " ว้าววว...วิเศษเช่นนั้นเลยรึ ถ้าเช่นนั้นหากข้านำไปขายคงได้เงินทองมากมาย เจ้าว่าเช่นไร ซินซิน "
                 " ไม่ดีขอรับ หากนำออกไปคงก่อให้เกิดความวุ่นวายแน่ขอรับ "

                 " จริงสินะ...ถ้าเช่นนั้นเราไปดูทางด้านที่มีสระน้ำกันเถอะ "
 
             แล้วทั้งสองก็ไปสำรวจที่สระน้ำอีกทางเมื่อเข้าไปใกล้ๆไป๋ฟางเหนียงจึงรู้สึกคุ้นเคยกับสระน้ำที่อยู่ข้างหน้าจึงเอ่ยถามจิวซิน เมื่อได้คำตอบว่าสระนี้ก็คือส่วนหนึ่งของสระแสงจันทร์มีพลังปราณธรรมชาติหนาแน่นเช่นเดียวกับน้ำตกโอสถสวรรค์ หากแต่นำไปใช้จะมีผลแค่เจ็ดส่วนเท่านั้น เพราะสระแสงจันทร์คือสระน้ำที่เกิดจากธรรมชาติได้รับพลังมาจากแสงจันทร์ มิได้เป็นดั่งน้ำตกโอสถสวรรค์ที่ไหลผ่านมาจากสวรรค์.....
 
        ทั้งสองเดินสำรวจกันนานแล้ว จึงพากันกลับที่พัก เพื่อจัดเก็บสิ่งของเข้าเรือนไผ่ของตน เมื่อจัดเก็บกันเรียบร้อยแล้วก็ได้ยินเสียงของอาจารย์ที่ส่งเสียงเรียกเข้ามาในมิติของตน ให้ออกไปทานข้าวและรีบเข้านอน เพราะว่าวันพรุ่งยามเหม่า( 05.00 - 06.59 น.) อาจารย์จะพานางเดินทางออกจากป่าหมอกทมิฬครั้งแรก เมื่อได้ยินเช่นนั้นไป๋ฟางเหนียงตื่นเต้นดีใจเป็นอย่างมาก เมื่อฟังเหตุผลที่ท่านอาจารย์ทั้งสองจะพาออกไปก็เพื่อเดินทางกลับบ้านไปพบกับครอบครัว 

             เมื่อถึงเวลาเข้านอนนางก็นอนไม่หลับจึงนำเอา จี้หยกแกะสลักดอกจวี๋ฮวา ที่ตนเก็บติดตัวไว้ตลอดเวลาเอาออกมาจากถุงผ้าสีหม่นที่มารดาปักดอกจวี๋ฮวาสีม่วงที่ตอนนี้สีมันได้เปลี่ยนไปมากแม้ว่าอาจารย์จะหาถุงผ้ามาให้ใหม่นางก็ใช้ถุงผ้าใบเดิม   ไป๋ฟางเหนียงจมอยู่กับความคิดของตนเอง.........ไม่รู้ว่าตอนนี้ทุกคนเป็นเช่นไรจะเสียใจเพียงใดที่มิมีไป๋ฟางเหนียงอยู่ จะคิดว่านางตายไปแล้วรึไม่ในเมื่อนางหายมานานขนาดนี้ จะยังออกตามหากันอยู่รึเปล่า อีกมินานไป๋ฟางเหนียงก็จะได้พบครอบครัวมีทั้งพ่อ ทั้งแม่แล้วยังมีพี่ชายอีก 2 คน ทุกคนยังรอนางอยู่หรือไม่....ชีวิตก่อนนั้นนางไม่รู้เลยว่าตนเกิดมาจากไหนพ่อแม่เป็นใคร ทั้งอ้อมกอด ทั้งความรักความห่วงใยของคนที่เรียกว่าพ่อ....แม่ เป็นอย่างไรนางไม่เคยได้สัมผัส แต่อีกไม่นานนางก็จะได้รู้แล้วว่าอ้อมกอดของบุคคลทั้งสองนั้นจะเป็นเช่นไร....แค่อีกไม่นาน ข้าก็จะได้พบพวกท่านแล้วครัวครอบของข้า......สุดท้ายร่างน้อยๆก็สู่ห้วงนิทรา........





                                                              จบตอน
                                                 โปรดติดตามตอนต่อไป


  
                                    
                         ท่านอาจารย์ทั้งสอง ฟูจิวหลิง  และ มู่หลิ่งอี้  
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 452 ครั้ง

548 ความคิดเห็น

  1. #526 victor__yh (@victor__yh) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 09:28

    อาจารย์ทั้งสองตลกอะ อย่าตีกัน
    #526
    0
  2. #497 Nanase33 (@HikariJung8893) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 00:33
    คือเป็นคนสนิทของเง็กเซียนสมควรมีทุกธาตุโดยที่ไม่น่าจะต้องถามเลยนะ คนข้างกายย่อมต้องเก่งอยู่แล้ว ไม่งั้นก็ควรรู้ว่าเทพมังกรก่อนหน้ามีธาตุอะไรบ้างอยู่แล้วนิ ดูเหมือนสองเซียนจะไม่รู้อะไรเลยในชีวิต
    #497
    0
  3. #492 มิน (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 06:13

    อาจานน่ากิน

    #492
    0
  4. #459 MHEEPQ12 (@MHEEPQ12) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2561 / 18:52
    จิ้น! 55555555555
    #459
    0
  5. #408 Ladda Aew (@ladda2523) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 04:30
    จับอาจารย์ทั้ง2มาจิ้นกันซะดีไหม หึ หึ
    #408
    0
  6. #334 มออานอซอเอ X Grill. (@mlspanda) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 12:42
    ปูเรื่องดีมากเลยค่ะ สู้ๆ นะคะ
    #334
    0
  7. #287 Rongrongg2540 (@Rongrongg2540) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 มีนาคม 2561 / 20:03
    สู้ๆ นะค่าาาา สนุกๆๆ
    #287
    0
  8. #211 MORNINGGLORY08 (@MORNINGGLORY08) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 07:49
    สนุกมากกกค่า เพิ่งเข้ามาอ่าน ติดตามนะคะ^^
    #211
    0
  9. #173 1335213352 (@1335213352) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 22:02
    สู้ๆนะรอๆ
    #173
    0
  10. #163 Natchnon Chu (@guidchue) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 22:48
    น่าสงสาร //ฮือๆ
    #163
    0
  11. #96 ดาวประกายฟ้า (@meamoddnoy) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:46
    ตรวจคำผิดนิดนึงนะคะ อ่านแล้วติดขัดนิดหน่อย แต่เนื้อเรื่องดีมากค่ะ ชอบ
    #96
    0
  12. #41 pintodekdee (@pintodekdee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:04
    สนุกค่ะน่าติดตาม
    #41
    0
  13. #14 eatamare (@eatamare) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:54
    ชอบ ฟง จัง หลงเสน่ห์แล้วสิ😍😍😍
    #14
    0
  14. #13 บัว (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:25
    ดีงาม. เยี่ยมเลย
    #13
    0
  15. #12 เด็กน้อย (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:19
    รออออออจเา
    #12
    0
  16. #10 ณัฏฐ์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:39
    ขอบคุณคะ
    #10
    1
  17. #9 ณัฏฐ์ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:39
    ขอบคุณคะ
    #9
    0