ฟางเหนียงท่านหมออาหาร

ตอนที่ 9 : ความพิเศษของฟางเหนียง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,625
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 442 ครั้ง
    23 มี.ค. 61

     


                   
                                                         ความพิเศษของฟางเหนียง


                  สุดท้ายนางก็หลุดออกจากความคิดของตนเองเมื่อได้ยินเสียงของท่านปู่เอ่ยให้ทุกคนทานข้าวกันได้แล้ว ทุกคนนั่งทานข้าวพร้อมกับพูดคุยกันถึงเรื่องราวต่างๆพร้อมทั้งเรื่องที่อาจารย์จะพักอยู่ที่นี่แค่ 3 วัน แล้วก็จะกลับป่าหมอกทมิฬและให้นางอยู่กับครอบครัวไปก่อนจนถึงวัย 9 ขวบปี แล้วจะมารับนางไปฝึกฝนตนเองเพื่อให้ร่างกายพร้อมที่จะปลดผนึกจิตวิญญาณแห่งเทพมังกรสีทอง ทั้งยังต้องสู้กับบุคคลในเงามืดที่คิดจับตัวนางไปเพราะเหตุอันใดนั้นนางก็ยังมิรู้แน่ชัด หรืออาจเป็นเพราะบุคคลผู้นั้นอาจรู้ถึงตัวตนที่แท้จริงของนาง.....

    เมื่อทุกคนทานข้าวกันเรียบร้อยแล้วก็พากันมาพูดคุยกันที่ห้องโถงต่อและอาจารย์ฟูจิวหลิงก็วาดอักขระป้องกันเช่นเดิมก่อนที่จะพูดคุยเรื่องสำคัญกันอีกครั้ง

           " เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันเลย.....ก่อนอื่นข้าจะรักษาอาการบาดเจ็บของพวกท่าน ถึงแม้ว่าภายนอกนั้นดูมิเป็นไรแต่เพื่อความแน่ใจข้าจะตรวจสอบดูอีกที เสี่ยวฟางอาจารย์ของน้ำโอสถสวรรค์ของเจ้าสัก 1 กาน้ำชาเตรียมให้อาจารย์ได้รึไม่  " อาจารย์ฟูเอ่ยขึ้นพร้อมกับสั่งให้ฟางเหนียงนำน้ำโอสถสวรรค์ออกมา 

        เมื่อทุกคนได้ยินสิ่งที่อาจารย์ฟูจิวหลิงเอ่ยขึ้นถึงกับตกใจตาโตตื่นเต้นยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้รู้ว่าฟางเอ๋อร์ของพวกตนมีน้ำทิพย์วิเศษ นั้นคือน้ำทิพย์โอสถสวรรค์ของล้ำค่า สิ่งที่หายากที่สุดมิมีผู้ใดได้ครอบครองมีแต่ตำนานที่เล่าต่อๆกันมาว่าน้ำที่วิเศษที่สุดในใต้หล่านี้คือน้ำทิพย์โอสถสวรรค์ หากใครได้กินเพียงหยดเดียวก็สามารถฟื้นฟูอาการที่บาดเจ็บสาหัสได้ดียิ่งนัก แล้วนี้ฟางเอ๋อร์ของพวกตนมีเท่าใดกัน ท่านหมอเทวดาถึงขอนางเป็นกาน้ำเช่นนั้น ทุกคนได้แต่นิ่งงงสงสัยว่านางมีสิ่งใดอีกนอกจากที่พวกเขาได้รับรู้ว่านั้นนางมีจิตวิญญาณเทพมังกรทอง มีพลังธาตุทั้ง 4 และธาตุพิเศษ ไม้ ทอง แสง และ มืด แล้วยังจะมีสิ่งใดอีก

      พอเห็นว่าทุกคนนิ่งไป มู่หลิ่งอี้จึงเอ่ยขึ้นให้ทุกคนหายข้องใจ ว่าที่พวกตนได้ยินนั้นไม่ผิดแล้วเอ่ยถึงมิติในตำนานพร้อมทั้งภูตคุ้มกันของไป๋ฟางเหนียงอีกตน

       " ไป๋ฟางเหนียงนางมี มิติธาตุในตำนาน แต่ตอนนี้นางยังมิแข็งแกร่งพอที่จะพาทุกคนเข้าไปด้านใน แล้วเสี่ยวฟางยังเป็นผู้ที่ครอบครองน้ำทิพย์โอสถสวรรค์ดั่งที่พวกเจ้าเรียกกัน แล้วนางยังมีภูตวิเศษปกป้องคุ้มกันนางอีกตน....เสี่ยวฟางเจ้ามิอยากแนะนำ จิวซินให้ครอบครัวเจ้ารู้หน่อยรึ "

      " เอ่อ...ศิษย์ลืมซินซินไปเลยเจ้าคะท่านอาจารย์อา..." ฟางเหนียงเอ่ยกับอาจารย์อาของตนพร้อมกับเอ่ยเรียกภูตจิวซินผ่านจิตของตนให้ออกมาด้านนอก.... ' ซินซิน ตื่นได้แล้ว ช่วยไปตักน้ำที่น้ำตกโอสถสวรรค์ให้ข้าสัก 1 กาน้ำชาแล้วนำออกมาด้านนอกด้วย '
        
           ' ขอรับ.... '  จิวซินที่อยู่ด้านในเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยิบกาน้ำชาเปล่าแล้วบินพุ่งไปตักน้ำโอสถสวรรค์ที่น้ำตกตามที่นายของตนสั่ง เมื่อตักน้ำเรียบร้อยแล้วก็เอ่ยบอกไป๋ฟางเหนียง พร้อมกับปรากฏตัวนั่งอยู่บนไหล่น้อยๆของฟางเหนียง พร้อมกับกาน้ำชาที่จิวซินใช้พลังเวทย์ของตนบังคับให้กาน้ำชาลอยไปว่างไว้ที่โต๊ะข้างอาจารย์ฟูจิวหลิง เมื่อภูตจิวซินปรากฏไป๋ฟางเหนียงก็เอ่ยแนะนำ จิวซินให้กับคนในครอบครัวรู้จัก

        " ทุกคนเจ้าคะ นี้คือทาสน้อยของข้า ภูตจิวซิน หรือ ซินซิน เจ้าคะ  " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยพร้อมกับหัวเราะออกมาเมื่อเอ่ยชื่อที่จิวซินมิอยากให้ผู้ใดเรียกนอกจากนางเท่านั้น 

       "ท่านฟางเหนียง ข้าบอกท่านแล้วว่ามิให้เรียกข้าเช่นนั้นข้ามิชอบ " จิวซินเอ่ยขึ้นพร้อนกับทำแก้มป่องๆใส่ฟางเหนียง
      " ซินซินเพราะเจ้าน่ารักข้าถึงเรียกเจ้าเช่นนั้น  มาๆ...มารู้จักครอบครัวของข้า นี้ท่านปู่ ไป๋เฉียงหมิง  นี้ก็ท่านพ่อท่านแม่ของข้า บุรุษที่ใส่ชุดสีน้ำเงินนั้นพี่ใหญ่ไป๋หมิงหลิง ส่วนที่ใส่ชุดที่ฟ้านั้นพี่รองไป๋จิวหลงของข้า "   ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยง้อพร้อมกับจับจิวซินมาว่าลงที่โต๊ะข้างๆตนแล้วจึงเอ่ยแนะนำคนในครอบครัวให้รู้จัก

          " ข้าน้อยภูตจิวซินคารวะทุกท่านข้ารับ " ภูตน้อยเอ่ยแนะนำตนเองพร้อมทั้งก้มหัวน้อยๆเคารพทุกคน

    ไป๋จิวหลงเมื่อเห็นเช่นนั้นก็เดินเข้าไปใกล้ด้วยความสนใจภูตตัวจิ๋วชุดสีแดง มีปีกสีดำ ที่ยืนอยู่บนโต๊ะพร้อมทั้งนั่งลงข้างน้องสาวของตน

         " น้องเล็ก เจ้าไปพบเจอภูตตนนี้มาจากที่ใดกัน พี่รองอยากมีเช่นเจ้านัก " พี่รองของนางเอ่ยขึ้นแต่ยังมิได้คำตอบก็มีเสียงของท่านแม่ของตนเอ่ยขึ้นมา

       " จิวซิน เจ้าช่างน่ารักยิ่งนัก เจ้าหิวหรือไม่ แม่มีขนมกับผลไม้หากเจ้าหิวแม่จะให้คนนำมาให้เจ้า " ผิงเจียวเหมยเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เอ็นดูภูตน้อยของลูกสาวตนและดีใจที่จะมีเด็กภูตวิเศษมาอยู่ในครอบครัวอีก 1 ตน จึงเอ่ยแทนตนว่าแม่ขึ้นมา
        " ขอบคุณขอรับ ท่านแม่ ข้ามิหิวขอรับด้านในมิติมีสิ่งที่ทำให้ข้ากินแล้วมิหิวอีกหลายวันเลยขอรับ ท่านแม่ "
จิวซินอ่ยขอบคุณท่านแม่ของนายตน

       " น้องเล็ก จิวซินอยู่ในระดับใด แล้วสามารถขยายตัวได้หรือไม่ เหตุใดจึงตัวเล็กนัก "   เสียงของพี่ใหญ่ของนางเอ่ยถามขึ้นมา 

       แต่ฟางเหนียงยังมิทันได้ตอบ จิวซินก็เพิ่มขนาดขยายตัวของตนเองให้โตขึ้นประมาณเด็กวัย 3 ขวบปีนั่งอยู่บนโต๊ะแต่ด้วยลืมไปว่าเสื้อผ้าของตนนั้นมิได้ขยายไปด้วย...ทำให้เกิดภาพที่บาดตาของฟางเหนียงยิ่งนัก จนนางกรี้ดร้องขึ้นมา

         " อร๊ายยยย....ซินซิน เจ้าทำสิ่งใดใยมิบอกข้าก่อน ข้ามิอยากดูของ ของเจ้าหรอกนะ  จริงรึไม่เจ้าคะท่านแม่ ท่านแม่มีเสื้อผ้าสำหรับเด็กหรือผ้าสักผืนหรือไม่เจ้าคะ ข้าขอนำมาปกปิดซินซินน้อยหน่อยสิเจ้าคะ "
 
       " ย๊ากกกก...ท่านฟางเหนียงท่านอย่ามองของข้านะขอรับ ท่านแม่ขอรับท่านมีผ้าหรือไม่ขอรับ ช่วยข้าด้วยขอรับ " เสียงร้องขอความช่วยเหลือของจิวซินดังขึ้นเมื่อรู้ว่าตนนั้นมิมีสิ่งใดปกปิด

          ทุกท่านที่เห็นเหตุการณ์ต่างพากับหัวเราะทั้งสอง และไป๋หมิงหลิงเห็นเช่นนั้นจึงแกะผ้าที่ผูกรอบเอวของตนมาปกปิดจิวซินน้อย แม้ว่าผ้ามิใช้ผ้าผืนใหญ่แต่ก็ช่วยปกปิดให้พ้นสายตาของน้องสาวของตนได้.....

      " เอาไป...จิวซิน " ไป๋หมิงหลิงเอ่ยขึ้นพร้อมทั้งโยนผ้าปิดบังสายตาน้องสาวตัวน้อยให้จิวซิน

      " เป็นเพราะเจ้าที่ทำให้ข้าเป็นเช่นนี้ ท่าน ไป๋ หมิง หลิง " ภูตน้อยจิวซินพูดขึ้นมาด้วยใบหน้าที่แดงไปหมดเพราะความเขินและอับอาย 

        " หาได้เป็นเพราะข้าไม่ เจ้าต่างหากที่มิรู้จักเตรียมความพร้อมเสียก่อนคิดอยากจะทำสิ่งใดก็ทำโดยมิคิดให้รอบคอบเสียก่อน หึหึ " ไป๋หมิงหลิงเอ่ยขึ้นมาหัวเราะยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย  

        " ข้ามิอยากคุยกับผู้ใดแล้ว...ท่านฟางเหนียงข้าไปแล้วนะขอรับ มิอยากอยู่ให้อับอายมากกว่านี้ " แล้วจิวซินก็หายเข้าไปมิติของจิวซินทันที 

       " อ้าว...เข้าไปซะแล้ว....ฮาๆๆๆ "เสียงหัวเราะจากไป๋หมิงหลิง ทำให้ทุกคนหันมามองเขาเป็นตาเดียวกันเพราะปกติแล้วเขาจะเป็นคนเงียบๆขรึมๆแล้วเป็นคนที่พูดน้อย

       " พี่ใหญ่ท่านไปแกล้งสิ่งใดจิวซินขอรับ ข้ายังมิได้พูดคุยเลยนะขอรับ  " 
เสียงน้องชายของตนเอ่ยขึ้นมาอย่างงอนๆพี่ชาย แต่ก็มิมีเสียงตอบรับจากพี่ชายอีกเช่นเคย

       เมื่อจิวซินเข้าไปในมิติแล้วก็มิมีสิ่งใดอีกจึงหันไปหาน้องสาวของตนพอกับขอคำตอบที่ตนถามว่าไปเจอภูตน้อยได้อย่างไร  ฟางเหนียงจึงเล่าว่า จิวซินตามตนมาแล้วแอบมา กล้วยวารี ที่มีพลังปราณที่ตนเก็บมาแล้วตนจับได้จิวซินเลยขอเป็นผู้ติดตามคุ้มกันตนเมื่อตอนอยู่ที่ในป่าหมอกทมิฬจากสัตว์อสูรส่วนระดับพลังของจิวซินนั้นจากที่อยู่ระดับปราณปฐพีขั้น 7 ตอนนี้เลื่อนขั้นขึ้นมาที่ขั้น 9 เกือบถึงระดับปราณนภาแล้ว ระดับพลังของภูตนั้นนับขั้นระดับเช่นเดียวกับมนุษย์ที่ฝึกฝนเช่นกันแต่จะมีความอดทนแข็งแกร่งกว่าเท่านั้นเองแต่เพราะเป็นภูตที่เกิดจากแก่นแท้ทั้งสองของไป๋ฟางเหนียงที่เป็นถึงเทพมังกรและได้รับหยดเลือดของนางจึงมีแข็งแกร่งกว่าภูตที่ก่อเกิดขึ้นมาจากหลอมรวมของแก่นแท้ของธรรมชาติ.....

      " เอาล่ะ...ทุกคนถึงเวลารักษาแล้ว น้ำโอสถสวรรค์ที่อยู่จอกชานี้จะช่วยรักษาการของพวกท่านทุกคน ส่วนคนที่มิได้บาดเจ็บก็จะเพิ่มระดับขั้นพลังปราณ ช่วยทะลุทะลวงการไหลเวียนของพลังให้สามารถโคจรรวบรวมพลังเวลาที่เรียกใช้ได้อย่างมิติดขัด ส่วนคนที่บาดเจ็บภายในก็จะการรักษาสมานบาดแผลให้หายแล้วช่วยฟื้นฟูการไหลเวียนของลมปราณเช่นเดียวกัน  พวกท่านนำไปดื่มคนละจอก แล้วนั่งโคจรลมปราณฟื้นฟูพลังของตนเอง 1 ชั่วยามเท่านั้นร่างกายก็จะฟื้นตัวดีขึ้น..."  อาจารย์ฟูจิวหลิง เอ่ยขึ้นพร้อมกับเทน้ำชาใส่จอกชาเล็กๆส่งให้ทุกคนดื่ม   

          " เสี่ยวฟาง เจ้าออกไปแจ้งให้พ่อบ้านเหรินกับพ่อบ้านชางไปนำชุดของทุกคนมาคนละชุดมาเตรียมไว้ให้พวกเขาพลัดเปลี่ยน  " อาจารย์มู่หลิ่งอี้ เอ่ยบอกศิษย์น้อยของตนเมื่อเห็นว่าทุกคนกำลังนั่งโคจรลมปราณรักษาตัว

          " เจ้าคะ ท่านอาจารย์ ศิษย์จะรีบไปแจ้งท่านพ่อบ้านเจ้าคะ..."   

              ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยรับคำของอาจารย์ฟูแล้วเดินผ่านม่านพลังที่อาจารย์ฟูจิวหลิงเปิดให้นางออกไปแจ้งพ่อบ้านทั้งสองและสาวใช้ของท่านแม่ให้ไปเตรียมเสื้อผ้ามาให้ตน จัดเตรียมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็มานั่งกินผลไม้ที่สาวใช้เตรียมไว้ให้ทานเล่นรอเวลา

          " ท่านอาจารย์เจ้าคะ ตอนนี้ศิษย์พึ่งอยู่ระดับแรกเริ่ม ต้องใช้เวลาอีกนานรึไม่เจ้าคะ ที่ศิษย์นั้นจะอยู่ระดับที่จะปลดผนึกได้เจ้าคะ " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยถามอาจารย์ทั้งสองของตน

          " หากเจ้าอยู่ในวัย 12 ขวบปี หรือระดับปราณของเจ้าอยู่ระดับปราณปฐพีก็สามารถปลดผนึกออกได้แล้วแต่ร่างกายของเจ้าต้องแข็งแกร่งมากพอที่จะทนรับการทะลุทะลวงของพลังแห่งสายเลือดเทพมังกรได้ อาจารย์กลัวว่าเจ้าจะรับความเจ็บปวดนั้นมิไหวนะเสี่ยวฟาง " อาจารย์ฟูจิวหลิงเอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วงศิษย์น้อยของตน 

          " ช่วงที่เจ้าอยู่ที่นี่ก็หาเวลาว่างเข้าไปบ่มเพาะพลังของเจ้าเข้าใจรึไม่ แล้วอีกอย่างอาจารย์ฝากเจ้าดูแลสุราดอกบัวสวรรค์ด้วยล่ะ หากครบกำหนดระยะเวลาการหมักแล้วสุรานั้นจะมีกลิ่นหอมชวนให้น่าลิ้มลองยิ่งนัก แค่คิดข้าก็อยากจะลิ้มลองซะเดี๋ยวนี้เสียเลย ฮาๆๆๆ" เสียงอาจารย์ มู่หลิ่งอี้เอ่ยขึ้นพร้อมทั้งทำหน้าตาเคลิ้มฝันถึงสุรารสเลิศของตนแล้ก็หัวเราะออก

              เมื่อครบกำหนดระยะเวลาการรักษาก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นคล้ายเสียงลูกโป่งแตกและท่านปู่ของฟางเหนียงลืมตาพร้อมทั้งยิ้มดีใจที่ตอนนี้ตนได้เลื่อนระดับปราณปฐพีขั้น 9 ขึ้นมาระดับปราณนภาแล้วจากที่ไม่สามารถเลื่อนระดับมานานเกือบห้าปีแล้วก็ไม่สามารถที่จะเลื่อนระดับได้เลย
  
               " ท่านปู่เจ้าคะ ท่านเลื่อนระดับด้วยหรือเจ้าคะ ฟางเอ๋อร์ยินดีด้วยเจ้าคะ ท่านปู่ไปเปลี่ยนชำระร่างกายเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ กลิ่นมิดีเลยเจ้าคะ "  ฟางเหนียงเอ่ยยินดีกับท่านปู่แล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้าของท่านเพื่อให้ท่านไปเปลี่ยนชุดให้ 

         ไป๋เฉียงหมิงเมื่อมองดูสภาพของตนที่เสื้อผ้าดำคล่ำจากของเสียที่ถูกขับออกมาจากร่างกาย ทั้งยังส่งกลิ่นมิพึงประสงค์ออกมาจึงรับชุดจากหลานตัวน้อยแล้วเข้าไปชำระล้างกายตนทางด้านหลังฉากกั้นที่อาจารย์ฟูจิวหลิงของไป๋ฟางเหนียงเป็นผู้นำถังไม้ใส่น้ำใบใหญ่สี่ถังออกมาจากมิติของท่านแล้วให้นางนำน้ำของสระแสงจันทร์มาเติมให้เต็มถัง  นั้นก็คือหน้าที่ของจิวซินแค่ให้ฟางเหนียงเปิดช่องมิติพอที่จะนำน้ำออกไปจิวซินรวบรวมพลังปราณแล้วชักนำน้ำไปใส่ในถังใบใหญ่ที่เตรียมไว้จนเต็มสองถังไม้ ก็เข้าไปบ่มเพาะพลังเช่นเดิมโดยมิยอมพูดคุยกับฟางเหนียงสักคำ   

     แล้วท่านพ่อ พี่ใหญ่ พี่รองของนางก็ฟื้นฟูร่างกายของตนเรียบร้อยแต่ระดับขั้นมิได้เพิ่มเพราะว่ามีอาการบาดเจ็บน้ำโอสถที่กินเข้าไปจึงได้ช่วยรักษาฟื้นฟูจุดการไหลเวียนต่างๆให้กลับมาเป็นเช่นเดิมและสามารถบ่มเพาะพลังปราณได้ดียิ่งขึ้น  ฟางเหนียงจัดเตรียมชุดเสื้อผ้าใหม่ให้กับคนทั้งสามแล้วบอกให้ไปชำระล้างกายด้านหลังฉากที่ท่านปู่ของนางกำลังชำระสิ่งสกปรกเปลี่ยนเสื้อผ้าอยู่  ทุกคนชำระล้างเปลี่ยนผ้ากันเรียบร้อยแล้วก็ออกมานั่งรอมารดาของนางที่ยังรักษาไม่เสร็จเป็นเพราะท่านร่างมิแข็งแรงจึงต้องใช้เวลาที่นานกว่าทุกคนผ่านไปสักพักนางก็ลืมตาตื่นขึ้นมา ฟางเหนียงจึงเข้าไปหามารดาพร้องทั้งนำเสื้อผ้าไปให้มารดาแล้วให้นางไปชำระล้างร่างก่อน....

            " ท่านพ่อ...ระดับพลังของท่านอยู่ปราณนภาแล้วรึขอรับ " ไป๋หมิงลู่เอ่ยถามบิดาตนเมื่อลองตรวจระดับพลังของท่าน คำตอบที่ได้รับคือการพยักหน้ายืนยันตอบกลับมา

           " ยินดีด้วยขอรับท่านพ่อ.../ ยินดีด้วย ขอรับท่านปู่ " เสียงบุตรชายและบุตรหลานทั้งสองเอ่ยแสดงความยินดีพร้อมกัน 
 
             " เอาล่ะ เมื่อทุกคนมีร่างกายที่แข็งแรงกันดีแล้ว ต่อไปพวกท่านก็หาเวลาว่างฝึกฝนตนเอง หากมีสิ่งใดก็ให้ ภูตจิวซินแนะนำพวกเจ้า จากที่ข้าตรวจสอบดูแล้วบุตรชายคนโตของเจ้าอยู่ระดับปราณสูงขั้น 7 ธาตุ ดิน ลม...แล้วยังมีธาตุพิเศษธาตุแสง ซ่อนอยู่ด้วย เดี๋ยวข้าจะช่วยดึงพลังธาตุแสงของเจ้าออกมาเองหากเจ้าเรียนการต่อสู้จะแข็งแกร่งยิ่งนัก  ส่วนคนรองก็อยู่ระดับกลางขั้น 2  แม้ว่ายังมิได้เข้าเรียน ถือว่าดียิ่งนัก มีธาตุดินกับไฟ พร้อมทั้งธาตุพิเศษธาตุไม้ สามารถเรียนได้ทั้งสายต่อสู้กับปรุงยา ดี ดีจริงๆว่างๆเจ้าก็ไปขอตำราสมุนไพรจากน้องของเจ้ามาศึกษาดู  ส่วนเสี่ยวฟางนั้นนางพึ่งอยู่ระดับแรกเริ่มเท่านั้น หากเจ้าฝึกฝนตนเองเป็นประจำเจ้าอาจมีระดับขั้นพลังมากกว่าชายทั้งสองของเจ้า ขยันฝึกฝนเข้าล่ะอย่ามั่วแต่เที่ยวเล่นจนเพลินแล้วลืมสิ่งที่อาจารย์สอนสั่งเจ้า "  อาจารย์ฟูจิวหลิงกล่าวบอกทุกคนแล้วหันมาบอกกล่าวกับศิษย์น้อยของตนด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยน

             " เจ้าคะท่านอาจารย์ ศิษย์จะมั่นฝึกฝนตนเองเจ้าคะ "  ฟางเหนียงตอบรับคำอาจารย์ฟูจิวหลิง

            " เสี่ยวฟาง เจ้าต้องดูแลตนเองให้ดี อย่าได้ให้ผู้ใดรังแกล้งเจ้าได้ หากมีผู้ใดรังแกล้งเจ้าหากอาจารย์รู้จะไปจัดการมันผู้นั้นเอง  " อาจารย์มู่หลิ่งอี้กล่าวขึ้นด้วยความห่วงใยศิษย์น้อยของตน

               " เจ้าคะอาจารย์อา ข้าจะมิยอมให้ผู้ใดมารังแกได้เจ้าคะ" ฟางเหนียงเอ่ยตอบอาจารย์อาของตน

               " ท่านอาจารย์ทั้งสองอย่าได้เป็นห่วงไปเลยขอรับ ข้าทั้งสองจะดูแลปกป้องน้องเล็กมิให้ผู้ใดมารังแกได้ขอรับ " เสียงของไป๋หมิงหลิงเอ่ยขึ้นด้วยความหนักแน่น ตนจะมิยอมให้ผู้ใดมารังแกนางได้อีก....

         " ใช่ขอรับ ข้ากับพี่ใหญ่จะปกป้องฟางเอ๋อร์อย่างดีขอรับ " ไป๋จิวหลงเอ่ยขึ้นอีกคน

         " เอาล่ะ ในเมื่อพี่ชายทั้งสองของเจ้ารับปากว่าจะดูแลเจ้า อาจารย์ก็มิเป็นห่วงเจ้าแล้ว อาจารย์ก็จะออกไปท่องเที่ยวดื่มด่ำหาสุรารสเลิศแล้วถึงจะกลับหุบเขาเทียนหลงแต่ก่อนจะไปเจ้าเอาสุราที่อาจารย์ฝากเจ้าไว้เอาออกมาก่อนสักถังไว้อาจารย์เอาไปหมักต่อที่หุบแม้จะนานกว่าที่ได้หมักในมิติของเจ้า "  อาจารย์มู่หลิ่งอี้กล่าวกับไป๋ฟางเหนียงโดยไม่ลืมสุรารสเลิศของตน

          " เจ้าหลิ่งอี้ เจ้านี่มันจริงๆเลย....ยังมิจำอีกรึว่าเหตุใดเจ้ากับข้าถึงต้องมาอยู่ในสภาพแบบนี้...." ฟูจิวหลิงเอ่ยดุสหายของตนเมื่อเห็นว่าสหายคิดถึงแต่สุรารสเลิศ

           " พอแล้วเจ้าคะท่านอาจารย์วันที่อาจารย์อาเดินทางศิษย์จะนำออกมาเตรียมไว้ให้เจ้าคะ " ฟางเหนียงห้ามทัพอาจารย์ทั้งสองของตน
            
       " ข้ามิมีสิ่งใดแล้ว ขอตัวออกไปเดินเล่นตลาดเมืองหลินก่อนมิได้มาเสียนาน เจ้าจะไปกับข้ารึไม่ หลิ่งอี้" ฟูจิวหลิงกล่าวขึ้นพร้อมทั้งหันไปชวนหสายออกไปเดินเที่ยวในตลาด

       " ดีเช่นกันข้าก็มิได้เดินเที่ยวเล่นพบเจอผู้คนมานานแล้ว ศิษย์น้อยเดี๋ยวอาจารย์ซื้อของมาฝากเจ้านะไปกันจิวหลิงข้าอยากออกไปเปิดหูเปิดตายิ่งนัก " เมื่อกล่าวจบ ทั้งสองก็ออกจากห้องโถงไปทันที


           ส่วนฟางเหนียงนะเหรอนางก็ได้แต่ยืนนิ่งอยู่กับที่เพราะตนนั้นก็อยากไปเป็นหูเป็นตาเช่นกัน เมื่อมิได้ไปกับอาจารย์ก็ได้แต่นั่งหน้าเศร้าข้างมารดาทำตาปริบๆ

           " น้องเล็กหากเจ้าอยากออกไปข้างนอกเดี๋ยวพี่รองจะพาเจ้าไปเองนะ" ไป๋จิวหลงเอ่ยปลอบน้องเล็กของตนเมื่อเห็นสายตาที่มองไปทางที่อาจารย์ทั้งสองพุ่งทะยานออกไป

          " จริงนะเจ้าคะพี่รอง "ฟางเหนียงเอ่ยได้เท่านั้น

          "ปู่ว่าเราออกไปด้านนอกกันเถอะ เดี๋ยวข้าจะให้พ่อบ้านเหรินไปตามบ่าวทุกคนมารวมตัวกันที่ลานด้านหน้าเพื่อจะได้จัดเตรียมสร้างเรือนให้ฟางเอ๋อร์ เจ้าว่าดีรึไม่อาลู่ " ไป๋เฉียงหมิงเอ่ยบอกทุกคน

        เมื่อออกมาด้านนอกก็ให้พ่อบ้านเหรินไปแจ้งบ่าวในเรือนและให้พ่อบ้าชางไปแจ้งบ่าวที่ทำงานที่ร้านขายสิ่งค้าของตนให้ปิดร้านก่อนชั่วคราวแล้วมารวมตัวกันที่ลานด้านหน้าเรือนใหญ่ทุกคน ซึ่งบ่าวในเรือนนั้นมีเพียง 15 คนและ คนงานที่ร้านอีก 5 คนร่วมกับคนงานที่รอดชีวิตตอนที่ติดตามไป๋หมิงลู่อีก 5 คน รวมเป็ 10 ที่ร้านขายสินค้าของไป๋เฉียงหมิงและโรงทำเครื่องปั่นดินเผาอีก 5 คน ให้ตามมาทั้งหมดรวมแล้วคนของท่านปู่และบิดานางมีทั้งหมด 30 และพ่อบ้านทั้งสอง เมื่อทุกคนมารวมตัวกันครบแล้ว ไป๋เฉียงหมิงก็เอ่ยแนะนำหลานสาวของตนให้ทุกคนได้รับรู้และแบ่งคนงานชายที่มีทั้งหมด 20 คน แบ่งกันไปถากถางต้นไม้ใบหญ้าด้านหลังเรือนใหญ่ เพื่อที่จะปลูกสร้างเรือนให้หลานสาวของตน ด้านหลังนั้นเป็นบริเวณที่ตนซื้อต่อจากชาวบ้านเก็บไว้นานแล้วแต่มิได้ใช้ทำสิ่งใดจึงมีต้นไม้ปกคุมหากถากป่าออกก็จะเจอกับเขตป่าไผ่ที่ตนซื้อทิ้งไว้กว่า 10 ไร่ เช่นกัน เมื่อบ่าวทุกคนได้รู้ว่าหลานสาวของประมุขแห่งจวนตระกูลไป๋กลับมาอย่างปลอดภัยก็รู้สึกยินดีแถมยังมีท่านหมอเทวดาละท่านปรมาจารย์มู่เป็นอาจารย์ของคุณหนูของพวกตนที่ผู้คนกล่าวขานกันไปทั่วว่าหาได้มีผู้ใดพบเห็นกันง่ายๆแต่คุณหนูของตนกับได้เป็นศิษย์เพียงหนึ่งเดียวอีก คุณหนูก็ยังมีเรือนผมสีน้ำตาลทั้งยังกลิ่นกายที่หอมมิเหมือนผู้ใดอีก ทุกคนคิดว่าเป็นวาสนาของตนยิ่งนักที่ได้รับใช้คนตระกูลไป๋ จากที่พ่อบ้าเหรินได้บอกว่าบุรุษคนทั้งสองที่นำคุณหนูกลับมาเป็นยอดผู้มีฝีมือหาตัวยาก


           ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย พ่อบ้านเหรินนำคนไปจัดการที่บริเวณที่จะสร้างเรือนให้คุณหนตามที่นายของตนสั่ง ส่วนพ่อบ้านชางนั้นนำคน 3 คนไปจะสั่งซื้อสิ่งของมาเตรียมไว้สำหรับเรือนใหม่  ส่วนแม่ครัวก็กลับครัวเช่นเดิม ทุกคนต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ท่านปู่ของฟางเหนียงก็เข้าไปที่ห้องทำงานของตน  ก็เหลือแต่บิดามารดาและพี่ชายทั้งสองของน้องที่ยังมิได้ไปที่ใดกับมาอยู่กับนางที่ศาลาริมสระบัว เป็นเพื่อนนาง ท่านแม่นั้นนั่งปักผ้าอยู่ข้างท่านพ่อที่นั่งอ่านหนังสือที่นำออกมาจากห้องทำงานของตน ส่วนนางก็นั่งคุยอยู่กับพี่ชายทั้งสอง...ไม่ใช่สิ...ต้องบอกว่าคุยกับพี่รองเสียมากว่า เพราะพี่ใหญ่ของนางได้แต่นั่งหลับตาอยู่ข้างๆนาง 
 
          " ท่านพ่อเจ้าคะ...พี่ฟงกับพี่หมิง เล่าเจ้าค่ะ ลูกมิเห็นทั้งสองเลยเจ้าค่ะ หรือว่าพี่ฟงเป็นอะไรไปเจ้าค่ะ" ไป๋ฟางเหนียงนึกถึงคนที่ช่วยปกป้องนางจึงเอ่ยถามถึงองครักษ์เงาทั้งสองของบิดา
          
          " ทั้งสองคนนั้นปลอดภัย แต่ว่าฟงนั้นอาการสาหัสพ่อจึงให้พักรักษาตัวเสียก่อน แต่ก็อาการดีแล้วแต่ยังมิแข็งแรง ส่วนเจ้าหมิงนั้นก็อยู่ที่นี้ เจ้าอย่างพบหรือไม่ หมิงออกมา " ไป๋หมิงลู่ตอบบุตรสาวตัวน้อยพร้อมทั้งเรียกให้หมิง
ออกมาปรากฏตัว

         หมิง 1 ในองครักษ์เงาเมื่อได้ยินนายของตนเรียกให้ออกมา เงาสายสีดำก็ปรากฏตัวบุรตชุดดำรัดกุมนั่งคุกเข่าข้างเดียวก้มหัวลงอยู่ที่หน้าศาลาที่ตนนั่งกันอยู่ 

              " ขอรับนายท่านมีสิ่งใดให้ข้าน้อยรับใช้ขอรับ " เมื่อปรากฏตัวขึ้นก็เอ่ยรับนายของตน
 
              " เจ้าฟงเป็นเยี่ยงไร ฟี้นตัวดีขึ้นรึไม่ " ไป๋หมิงลู่เอ่ยถามคนของตน

             " ตอนนี้อาฟงอาการดีขึ้นมากแล้วขอรับส่วนบาดแผลนั้นก็เริ่มสมานตัวแล้วขอรับ อีกไม่กี่วันคงสามารถกลับมาทำหน้าที่ได้เช่นเดิมขอรับ " หมิงเอ่ยแจ้งถึงอาการบาดเจ็บของสหายให้นายตนทราบ

           " เช่นนั้นพี่หมิงช่วยนำพี่ฟงมาที่นี่ได้หรือไม่  ได้หรือไม่เจ้าคะท่านพ่อ ข้าอยากช่วยรักษาพี่ฟง "ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยขอบิดา เพราะคิดว่าหากไม่ได้ชายผู้นี้ร่างนี้คงได้รับอันตรายมากนักเท่าที่จำได้ก็เพราะชายผู้นี้ค่อยปกป้องจนได้รับบาดเจ็บสาหัส
  
              " ได้...หมิง เจ้าไปนำเจ้าฟงมาที่นี่  "ไป๋หมิงลู่กล่าวรับแล้วหันไปสั่งให้หมิงให้นำฟงมาที่นี่
   
               " ขอรับ " หมิงรับคำสั่งก็ทะยานหายไปอย่างรวดเร็ว    

         รอไม่นานเงาสายสีดำก็มาปรากฏตัวพร้อมทั้งพยุงชายหนุ่มที่ยังมีผ้าสีขาวพันอยู่ที่เอวเสื้อผ้าใส่ไม่เรียบร้อยนักเพราะคงจะรีบมา  ส่วนฟงเมื่อรับรู้ว่าคุณหนูของตนกลับมาอย่างปลอดภัยจากที่หมิงนั้นเล่าให้ฟังแล้วก็ให้หมิงมาพาตนไปพบก็รีบลุกจนลืมอาการบาดเจ็บของตนทันทีแล้วให้หมิงรีบพาตนมากลัวว่าคุณหนูจะรอนาน

          " พี่ฟง...ท่านเป็นอย่างไรบ้าง เป็นเพราะข้าที่ทำให้ท่านต้องบาดเจ็บเช่นนี้ " ไป๋ฟางเหนียงเมื่อเห็นใบหน้าของฟงที่ยังซีดอยู่พร้อมทั้งผ้าที่พันรอบเอวไว้ก็เอ่ยถามอย่างห่วงใย
 
          " คุณหนู ข้ามิเป็นไรขอรับ ข้าน้อยดีใจยิ่งนักที่คุณหนูกลับมาอย่างปลอดภัยขอรับ " ฟงเอ่ยตอบคุณหนูของตน

          " พี่ฟง พี่หมิง ท่านเข้ามานั่งตรงนี้ ข้าจะช่วยให้รักษาให้กับท่าน..." ไป๋ฟางเหนียงสั่งให้ทั้งสองเข้ามานั่งอีกฝั่งหนึ่งของศาลาริมน้ำ 
    
         พอทั้งสองได้ยินเช่นนั้นก็เหงยหน้าไปมองไป๋หมิงลู่ เมื่อเห็นว่าไป๋หมิงลู่พยักหน้าอนุญาตหมิงก็พยุงฟงเข้ามานั่งลงด้านในศาลา ที่ไป๋ฟางเหนียงยืนรออยู่ ทั้งสองนั่งลงคุกเข่าที่หน้าคุณหนูแล้วไป๋ฟางเหนียงก็เอาน้ำโอสถสวรรค์ที่ให้จิวซินเตรียมไว้ให้ออกมาจากแหวนแล้วยื่นให้คนทั้งสอง ทั้งคู่มองจอกชาในมือคุณหนูอย่างสงสัยแต่ก็สงสัยได้ไม่นานก็รู้คำตอบเมื่อไป๋จิวหลงบอกว่านั้นคือสิ่งใด แรกๆทั้งสองไม่กล้าที่จะรับสิ่งที่มีค่ามหาศาลเช่นนั้นแต่นายท่านและคุณหนูยืนยันว่าจะให้ทั้งสองรับจึงมิกล้าปฏิเสธอีกจึงรับมาดื่ม ทำตามที่คุณหนูบอกแล้วนั่งโคจรพลังปราณของตน
          
        " แค่นี้ก็เรียบร้อย  มีสิ่งใดรึเจ้าคะเหตุใดจึงมองข้ากันเช่นนั้น " ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นทุกคนมองตนอยู่

       " ฟางเอ๋อร์....นั้นมัน...แหวนมิติหยกใช่รึไม่แล้วเหตุจึงมีรูปร่างและสีเช่นนั้นกัน ข้าเคยเห็นของอาจารย์ที่สำนักมีก็แต่เป็นแหวนเรียบๆหรือแบบแหวนทั่วๆไปเท่านั้นแต่ของเจ้าแปลกยิ่งนัก สีคล้ายของสีน้ำผึ้งปนสีขาวแบบนั้นก็ไม่เคยพบเห็นมาก่อน "  ไป๋หมิงหลิงเอ่ยถามน้องของตนเมื่อลืมตาขึ้นมามองตั้งแต่ที่น้องเล็กของตนให้องครักษ์ทั้งสองเข้ามาพร้อมทั้งหยิบจอกน้ำทิพย์โอสถออกมาจากแหวนวงนั้น
 
         " แหวนนี้หรือเจ้าคะ นี้คือแหวนมิติหยกเทพมังกรเจ้า เกิดจากหยดเลือดเทพมังกรเจ้าคะ อาจารย์เป็นคนมอบให้น้องเจ้าคะ เพื่อป้องกันคนสงสัยเรื่องการคงอยู่ของมิติธาตุเจ้าคะ "   ไป๋ฟางเหนียงเอ่ยแจ้งข้อสงสัยให้พี่ชายและทุกคนที่รอคำตอบ

          " เช่นนั้นลูกก็ต้องเก็บรักษา และใช้มันอย่างระมัดระวัง เพราะของสิ่งนี้มิได้หาพบเจอได้ง่ายๆ " บิดาเอ่ยขึ้ยด้วยความห่วงใย
 
         "เจ้าคะท่านพ่อ " ไป๋ฟางเหนียงรับคำบิดา และหันมาสนใจพี่ชายคนรองอีกครั้งเมื่อได้ยินน้ำเสียงตื่นเต้นสอบถามตนเรื่องป่าหมอกทมิฬ

       " ฟางเอ๋อร์ เจ้าอยู่ในป่าหมอกทมิฬเจ้าพบเจอสัตว์อสูรบ้างหรือไม่ " พี่รองเอ่ยถามอย่างสงสัย

       " พบเจอสิ เจ้าคะพี่รอง ท่านอยากเห็นหรือไม่เจ้าคะ ข้ามีสัตว์อสูรที่ข้าเลี้ยงไว้ด้วยนะเจ้าคะพี่รอง " ฟางเหนียงเอ่ยขึ้นมาเมื่อเห็นแววตาสงสัยของพี่ชาย

         " จริงรึ เจ้านำมันออกมาได้รึไม่ " ไป๋จิวหลงเอ่ยถามอย่างตื่นเต้นที่จะได้เจอกับสัตว์อสูรที่อาศัยในป่าหมอก
  
เมื่อฟางเหนียงเห็นแววตาเป็นประกายของพี่ชายตนก็นึกขำหากรู้ว่าสัตว์อสูรที่ตนมีนั้นเป็นเพียงระดับธรรมดาทั้วไปเท่านั่น 

         " จริงเจ้าคะ ข้าเลี้ยงไว้เยอะเลย อิๆ " ไป๋ฟางเหนียงบอกพี่ชายก่อนจะนำผีเสื้ออสูรประกายเพลิงและผีเสื้ออสูรองครักษ์ออกมาจากมิติ

       " นี่อย่างไรเจ้าคะ ข้ามีเพียงผีเสื้ออสูรธรรมดาๆทั่วไปเท่านั้นเองเจ้าคะ หาได้มีสัตว์อสูรระดับสูงไม่...ข้าเลี้ยงให้ดูแลเฝ้าสวนดอกไม้ด้านในเจ้าคะ " ฟางเหนียงเอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงปกติมิได้มีสิ่งใดน่าตื่นเต้น 

           แต่สำหรับคนทั้งสี่กับมีอาการตื่นเต้นเมื่อได้เจอกับสัตว์อสูรแม้เป็นเพียงอสูรระดับธรรมดาแต่ผีเสื้ออสูรทั้งสองหาเจอได้ยากพร้อมทั้งความพิเศษของมันอีกทั้งละอองที่ปล่อยออกมาเป็นได้ทั้งยารักษาและเป็นได้ทั้งพิษเช่นกัน 

      'ฟางเอ๋อร์เจ้าคิดได้แค่นั้นรึ สัตว์อสูรหายากกลับเอามาเลี้ยงดูแลสวนของตน พูดออกมาได้เจ้าน้องเล็กคนนี้นิ ' ไป๋หมิงหลิงเอ่ยอยู่ข้างในมิได้เอ่ยเสียงออกมา  

        " ว้าวววว...ฟางเอ๋อร์เจ้ารู้รึไม่....ผีเสื้ออสูรทั้งสองนั้นมีความพิเศษแค่ไหน " ไป๋จิวหลงเอ่ยขึ้นมาอย่างตื่นเต้นเพราะตนเคยอ่านในตำราที่เกี่ยวกับสมุนไพรและพิษ เพราะในตำรามีทั้งพืชและสัตว์ที่สามรถนำมาใช้ปรุงยาได้แล้วยังมีเรื่องของละอองของผีเสื้ออสูรด้วยเช่นกัน

          " ใช่ ฟางเอ๋อร์เจ้ามีผีเสื้ออสูรประกายเพลิง ทั้งยังมีผีเสื้ออสูรองครักษ์อีกด้วย ลูกข้ามิธรรมดาจริงๆ  ฮ่าๆๆ " ไป๋หมิงลู่เอ่ยขึ้นเมื่อเห็นสัตว์อสูรที่บุตรสาวของตนเลี้ยงไว้ถึงแม้จะเป็นระดับทั่วไปเท่านั้นแต่มันก็หาพบเจอได้ยากยิ่ง

          " น้องเล็กข้าอยากเข้าไปในมิติของเจ้ายิ่งนัก ยังมีสิ่งใดอยู่ในอีกไหม บอกพี่รองได้รึไม่น้องเล็ก  "  ไป๋จิวหลงเอ่ยถามน้องเล็กของตน
 
          " อือ...มันก็มีน้ำตก มีป่าเล็กๆ แล้วก็สระน้ำ ทุ่งดอกไม้กว้างใหญ่  แล้วอาจารย์ก็สร้างเรือนไผ่หลังเล็ก พร้อมทำตำราต่างๆเจ้าค่ะ อ่อ...ยังมีต้นบัวสวรรค์  ด้วยเจ้าคะพี่รอง หากข้าสามารถเปิดมิติได้ดีกว่านี้ข้าจะพาท่านพ่อท่านแม่แล้วท่านพี่ทั้งสองเข้าไปฝึกตนด้านในนะเจ้าคะ ในนั้นมีปราณธรรมชาติที่หนาแน่นมากเลยเจ้าคะ ซินซินก็บ่มเพาะพลังปราณข้างใน มิยอมออกมาเล่นกับลูกเลยเจ้าคะท่านพ่อ " นางเอ่ยจบก็ไปนั่งลงที่ตักอันอบอุ่นของบิดา 

        เมื่อบุตรสาวตัวน้อยเข้ามานั่งที่ตักของตนไป๋หมิงลู่ก็ว่างหนังสือลงแล้วนำมือข้างหนึ่งขึ้นมาลูบบนเส้นผมนุ่มกลิ่นหอมของบุตรสาวด้วยความรัก ผิงเจียวเหมยเห็นฟางเหนียงไปนั่งที่ตักสามีของตนจึงส่งยิ้มอ่อนหวานให้สามี ไป๋หมิงลู่เห็นรอยยิ้มของภรรยาตน นานแล้วที่นางมิได้ยิ้มสดใสทั้งดวงตาเช่นนี้  ช่วงเวลา 3 เดือนที่พวกตนต้องทุกข์ทรมานจากการที่ไป๋ฟางเหนียงหายไปตอนนี้นางกลับมาแล้วกลับมาอยู่ในอ้อมกอดของพวกตนอีกครั้งต่อไปเขาจะต้องแข็งแกร่งเพื่อปกป้องครอบครัวที่รักของตนให้ปลอดภัย......

   

            



                                                           จบตอน
                              โปรดติดตามตอนต่อไป
 

             ขอบคุณนักอ่านทุกท่านเจ้าคะ ที่ให้กำลังใจ ข้าน้อยเจ้าค่ะ
 



              


            

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 442 ครั้ง

548 ความคิดเห็น

  1. #530 victor__yh (@victor__yh) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 20:08

    อาจารย์จะกลับซะแล้ว
    #530
    0
  2. #498 Nanase33 (@HikariJung8893) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 01:02
    ครอบครัวนี้น่ารัก
    #498
    0
  3. #471 มะกรูดลนไฟ (@BeezziGichisia) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2561 / 10:27
    ส่วนที่เป็นคำพูด และบรรยาย อยากให้เป็นคนละบรรทัดนะไรท์ ให้มันชัดเจน พอมันบรรทัดเดียวกัน แล้วส่วนที่บรรยายมันติดกับคำพูด ทำให้อ่านแล้วปวดตา
    คือ บางบทคำพูดตัวละครเยอะอยู่แล้ว แล้วมาต่อด้วยบรรยาย ทำให้ต้องเพ่งว่าบทพูดจะจบลงตรงไหน ส่วนไหนคือบรรยาย
    จากที่อ่านนิยายสบายๆ จะกลายเป็น ล้า แทน
    ขอไรท์ปรับปรุงส่วนนี้ด้วยเน้อ
    #471
    0
  4. #349 โคนันตามใจ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 มีนาคม 2561 / 18:30
    อะไรปิดตอนอีกละ... เป็นอะไร... หายไปตั้นนาน พอ.กลับมาก็แต่งใหม่.. แล้วเมื่อไร มันจะเดินเรื่อง...

    เก็บมานานกับเรื่องนี้.!!! .. เนื้อหามันก็ดีอยู่แล้วว...

    ...(อ่านเม้นแล้วตอบมาทีสิ.มันเป็นอะไร)..จะรออ่านเม้น
    #349
    4
    • #349-3 โคนันตามใจ (จากตอนที่ 9)
      23 มีนาคม 2561 / 22:53
      ชัดเจน แจ่มแจ้ง... ที่ถามเพราะ ติดตามอ่านทุกตอน... ตั้งแต่ ลงตอนที่ 1 จนถึงปัจจุบัน...
      #349-3
    • #349-4 ผัดหมึก (@Yui07) (จากตอนที่ 9)
      24 มีนาคม 2561 / 00:04
      ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวลงให้อีกน่ะคืนนี้ ไรท์คงไม่ได้นอน เขียนไว้ได้เพียง10กว่าแผ่นก็จะเอามาลงให้อ่านก่อน ขอบคุณ หากรอไม่ไว้พรุ่งนี้เช้ารออ่านต่อได้น่ะ
      #349-4
  5. #151 ย่ำดวงดารา (@chantana344026) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 20:29
    ใช้คำพูดให้ถูกนิดหนึ่งนะคะ คือบางคำมันควรใช้เจ้าค่ะ กลายเป็นเจ้าคะเฉยเลย อ่านแล้วมันขัดๆ บทที่แล้วคำผิดก็มีหลายจุดเลย ช่วยแก้ด้วยค่ะ
    #151
    0
  6. #65 นกกุ๊กๆ (@tytyssn) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:35
    ได้รู้ซักทีว่านางเอกเป็นใครกันแน่ อยู่ผิดที่ทีพาให้มิติเดือด เหตุผลใช้ได้เลย

    แต่การบรรยายอาจยังต้องเพิ่มเติม ปรับปรุงอีกเนอะ บางครั้งก็เหมารวมคำพูดทั้งหมดให้ประโยคเดียวไปหน่อย ให้แยกกันแล้วบรรยายคั่นดีกว่า
    #65
    0
  7. #33 usaonly (@usaonly) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:38
    ได้พบอาจารย์แล้วโชคดีของไป๋ฟางเหนียง รอตอนต่อไปค่ะ
    #33
    0
  8. #29 novellover (@Novellover) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:01
    รอเก้งแล้วรีบไปซับน้ำตาพ่อแม่พี่ๆนะคะ
    #29
    0
  9. #27 TripleCute (@Chenjingjing) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:13
    สนุกดีค่ะ
    #27
    0
  10. #26 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:58
    รอต่อจ้าาา
    #26
    0