[Fanfiction Harry Potter] What If...? (OC)

ตอนที่ 23 : [First Year] Chapter 15 || Grass

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 276 ครั้ง
    23 ก.พ. 62




Chapter 15
Grass




' Life is about the people you meet, and the things you create with them.
So go out to start creating '

- Tom Hopkins -


✿.。.:* *.:。.✿



   ตำราเรียน...ครบ เสื้อผ้า... หัวน้ำมันดิตทานี...

.

.

.

   ถึงไหนแล้วนะ... เอาใหม่


   ตำราเรียน... เสื้อผ้า... หัวน้ำมันดิตทานี... ไม้กายสิทธิ์อยู่ในซอง... ไอซา...

   แฮร์รี่เก็บเธอเข้ากรงไปแล้ว 

   ชุดปรุงยา.... ของใช้ส่วนตัว.....


   “ แฮร์รี่ พอตเตอร์! ลุกขึ้นมาอาบน้ำจัดการตัวเองเดี๋ยวนี้ -- จะนอนงอแงไปถึงไหน จะเก้าโมงแล้ว ลุก!!  โอลิเวียโวยใส่เด็กน้อยตาสีมรกตที่นอนไม่ขยับเขยื้อนสักนิด 

   ทั้งๆที่เจ้าตัวก็ตื่นตั้งนานแล้ว


   

   เดือนสุดท้ายก่อนแฮร์รี่จะจะไปเรียนที่ฮอกวอตส์ เขาตื่นเต้นที่จะได้ไปเจอสังคมใหม่ๆ และจะได้มีเพื่อนเป็นเด็กรุ่นเดียวกันบ้าง 

   แต่ในทางตรงข้าม มันหมายความว่าโอลิเวียกับแฮร์รี่จะไม่ได้เจอกันเลยจนกว่าวันหยุดเทศกาลหรือปิดเทอม ทั้งคู่จะทำได้แค่ส่งจดหมายคุยกัน -- โทรศัพท์ เอาไปใช้ไม่ได้เพราะมีเวทมนตร์รบกวนเครื่องใช้ไฟฟ้าพวกนี้ 

   แฮร์รี่พยายามต่อรองให้คุยกันผ่านทางคุณกระจกหรือใช้กระจกสองทางคุยกัน แต่โอลิเวียมองว่ามันเพิ่งปีแรก และคงดูอุกอาจไปหน่อยที่จะติดต่อภายใต้จมูกของดัมเบิลดอร์ -- เธอเลยใจแข็งปัดข้อเสนอไปใช้ปีหน้าแทน นั่นจึงทำให้เด็กชายตามวอแวกับเธอมากกว่าเดิม เขาทำตัวติดอยู่กับโอลิเวียตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงแบบไม่คลาดสายตา


   “ แฮร์รี่โว้ยยย ตื่น!!  เธอหมดความอดทนที่แฮร์รี่ยังคงดื้อดึงไม่ยอมลุกไปอาบน้ำแต่งตัว 

   โอลิเวียกระชากผ้าห่มออกก่อนจะดึงแขนเด็กชายทั้งสองข้างเพื่อพาไปยังห้องน้ำ -- แม้แฮร์รี่จะขืนตัวเองแค่ไหน แต่สุดท้ายก็ต้องยอม เขาไม่อยากเสี่ยงให้โอลิเวียอารมณ์เสียและไม่อยากพลาดรถไฟรอบแรกของการไปโรงเรียนครั้งแรกด้วย



   เมื่อกี้ถึงไหนแล้วนะ

   ใช่... ชุดปรุงยา... กล้องส่องทางไกล... กระดาษ... ปากกาขนนกและหมึก...

   ยังดีที่แฮร์รี่ไม่คิดจะยัดไม้กวาดไปด้วย 

   กองหนังสือการ์ตูน... หนังสือนิยาย... สีน้ำ... สมุดวาดรูป... รูปคู่ของเธอกับแฮร์รี่...? 

   รองเท้าผ้าใบเป็นสิบคู่...? ขนม...? เกมกระดาน...? หุ่นจำลอง...? คทา...? นาฬิกาย้อนเวลา...!?



   เดี๋ยวๆ เอาออกจากตู้ได้ยังไง...? แล้วนี่เธอจะย้ายบ้านเหรอแฮร์รี่...? 



   โอลิเวียเอาของไร้สาระออกรวมทั้งรูปภาพ เลือกหนังสือการ์ตูนเล่มที่แฮร์รี่อ่านบ่อยๆ กับนิยายเล่มที่เขากำลังอ่านอยู่ไว้แทน ยังไงพอมันออกเล่มใหม่เธอก็ต้องซื้อและส่งไปให้เขาอ่านอยู่ดี -- 
เชื่อเถอะปริมาณการบ้าน วิชาเรียน บวกกับเรื่องวุ่นๆ ไม่มีเวลาให้แฮร์รี่มานั่งชิวริมน้ำแล้วระบายสีเล่นหรอก ไว้ขาดเหลืออะไร เดี๋ยวแฮร์รี่ก็เขียนมาบอกโอลิเวียเองนั่นแหละ

   เมลโล่กับโจกี้ขนของทุกอย่างใส่ท้ายรถฟอร์ดลินคอร์นสีดำสี่ประตู ที่เธอซื้อมาเมื่อปีก่อนเผื่อได้ใช้พาแฮร์รี่ไปเที่ยวหรือซื้อของในแบบมักเกิ้ลปกติบ้าง 


   เก้าโมงกว่าเด็กชายเดินสะเงาะสะแงะ ออกมาอย่างเลี่ยงไม่ได้


   “ อย่ามางอแง อยากไปเรียนนักไม่ใช่หรือไง -- อยู่ที่นั่นเธอจะระเบิดหม้อหรือเสกคาถา ขี่ไม้กวาดได้ตามใจชอบ ไม่มีคนมาจู้จี้ด้วย...เว้นแต่เธอจะทำผิดกฎน่ะนะ 

   แฮร์รี่ทำปากคว่ำ เขายืนมองเธออย่างอารมณ์ตึงๆก่อนจะเดินไปฝั่งที่นั่งข้างคนขับ ขึ้นนั่งคาดเข็มขัดเตรียมพร้อม 

   “ หึหึ...มีเด็กอารมณ์ไม่ดี  เธอส่ายหัวอย่างระอา “ ป่ะ พวกเธอก็อยากไปส่งแฮร์รี่ด้วยใช่ไหม เขาจะไปเรียนที่ฮอกวอตส์ครั้งแรกนี่ 

   โอลิเวียบอกเอลฟ์ประจำบ้านทั้งสองที่ยืนมองตาละห้อยอยากไปด้วย พวกมันรีบพรางตัวอย่างกระตือรือร้นและไปนั่งเบาะหลังอย่างรู้งาน 

   ‘ ข้าก็ไปด้วยนะเผื่อท่านจะลืม  กระจกโผล่มาสะท้อนฝั่งที่แฮร์รี่นั่ง 

   มันบอกเมื่อเธอขึ้นนั่งฝั่งคนขับเตรียมตัวจะออกรถ

   ‘ ตามสบายกันเลย 



✿.。.:* *.:。.✿



   ทุกคนมาถึงสถานีคิงครอสเมื่อเวลาสิบโมงกว่า 

   สัมภาระของแฮร์รี่มีหีบหนึ่งใบ กระเป๋าเป้ส่วนตัวและกรงของไอซา โจกี้ทำหน้าที่เข็นรถคู่กับเมลโล่ โอลิเวียเดินตีคู่มากับแฮร์รี่ ส่วนกระจกก็เดินสะท้อนกับตัวรถไฟอย่างไม่สนว่าจะมีใครเห็นหรือเปล่า


   “ ไม่ลืมตั๋วนะแฮร์รี่ -- ใส่สร้อยที่ฉันให้ไปตลอดด้วยนะ มันช่วยนายพรางตัวด้วย  โอลิเวียถามขึ้นเมื่อทั้งเดินเข้ามายังสถานีกันได้สักพัก

   “ ใส่ไว้ตลอดฮะ -- ส่วนตั๋วผมก็อยากลืมมันอยู่หรอก  แฮร์รี่ดึงตั๋วออกมาให้ดู “ แต่ผมกลัวอีฟจะงับหัวผม ถ้าผมลืม 

   “ ฉันจะทำมากกว่างับหัว ถ้าเธอแกล้งลืมจริงๆ แฮร์รี่ 

   “ เราจะไปยังไงฮะ ชานชาลาที่เก้าเศษสามส่วนสี่ไม่น่ามี แล้วผมไม่คิดว่าจะมีรถไฟที่ให้พวกเราขึ้นไปฮอกวอตส์ท่ามกลางมักเกิ้ลอย่างนี้หรอกนะ 

   “ ง่ายๆ  โอลเวียหยุดเดิน “ เพราะเราจะวิ่งตรงไปยังแผงที่กั้นระหว่างชานชาลาที่เก้ากับสิบ 

   “ อะไรนะฮะ!  แฮร์รี่ร้องเสียงหลง

   “ วิ่งพร้อมฉันแล้วอย่าหยุด  โอลิเวียไม่ได้สนใจว่าแฮร์รี่จะคิดยังไง 


   เธอหันไปบอกเอลฟ์ประจำบ้านให้ทำตาม ส่วนกระจกมันก็หายวับมาอยู่บนนาฬิกาข้อมือเธอเรียบร้อย แล้วเธอก็พาแฮร์รี่วิ่งตรงไปยังแผงกั้นแบบไม่รีรออะไรทั้งสิ้น 

   จากแผงกั้นอิฐที่ดูหนาและแข็งแรง เปลี่ยนเป็นภาพรถไฟคันใหญ่ มีหัวเป็นรถจักรไอน้ำสีแดงสดจอดเด่นเป็นสง่าอยู่ที่ชานชาลา เหนือหัวของตัวรถมีป้ายแขวนว่า รถด่วนฮอกวอตส์ สิบเอ็ดนาฬิกา ที่ชานชาลา มีซุ้มประตูโค้งทำจากเหล็กดัดกับตัวหนังสือ ชานชาลาเก้าเศษสามส่วนสี่

   ควันจากหัวรถจักรลอยเอื่อยกระจายไปทั่ว สิบโมงยี่สิบ เริ่มมีผู้คนทยอยเข้ามาเรื่อยๆ 

   จำนวนผู้ปกครองที่มาส่งมีมากกว่านักเรียนอย่างเห็นได้ชัด แฮร์รี่มาทันรถไฟตู้ต้นๆ เขาเลือกนั่งตู้ที่ห้าที่ยังไม่มีคนและไม่อยู่หน้ามาก -- เมลโล่กับโจกี้ช่วยกันเอาหีบไปเก็บมุมห้อง วางนกฮูกขนสีสะอาดไว้บนโต๊ะ เหลือกระเป๋าเป้ไว้ให้แฮร์รี่สะพายติดตัว สำหรับเปลี่ยนชุดกับหาหนังสืออ่านฆ่าเวลา 

   แฮร์รี่ยังคงเงียบอยู่ เขาทำตัวเป็นลูกโคอาล่าที่เกาะแม่ไม่ยอมปล่อย


   “ ที่ฮอกวอตส์ไม่มีอีฟ  แฮร์รี่พึมพำ “ ที่ฮอกวอตส์ไม่มีอีฟนี่นา 


   โอลิเวียไม่ได้ตอบเด็กชาย เธอปล่อยให้เขาทำตามใจตัวเอง โอลิเวียก็รู้สึกโหวงอยู่ในอกไม่ต่างกัน เธอกับแฮร์รี่อยู่ด้วยกันตลอด หากมีคนห่างไปจะรู้สึกคิดถึงก็เป็นธรรมดา “ พี่มีของแทนตัวมาให้ ” 


   เธอยื่นตุ๊กตากวางเรนเดียร์สวมหมวกสีชมพู ตัวอ้วนกลม ขนาดที่ใช้กอดได้พอดีให้แฮร์รี่ 


   “ เอาไปกอดเวลาคิดถึง นี่เป็นตุ๊กตาตัวแรกที่พี่ซื้อให้เลยนะ 


   เพราะแฮร์รี่เป็นเด็กผู้ชาย โอลิเวียเลยไม่เคยซื้อตุ๊กตานุ่มนิ่มแบบนี้ให้ แล้วพอดีกับเจ้าของร้านระแวกเดียวกันได้ไปญี่ปุ่น เธอเลยฝากซื้อเพราะเห็นเขาค่อนข้างชื่นชอบการ์ตูนเรื่องนี้ -- แฮร์รี่ผละออกมามองตุ๊กตาช็อปเปอร์ เขารับไว้แล้วกอดรัดมันแน่น 


   “ ผมจะคิดถึงอีฟฮะ แล้วก็ทุกคนด้วย แฮร์รี่มองโอลิเวีย แล้วหันไปมองเมลโล่กับโจกี้ที่ยืนทำหน้าซึมเศร้าเหมือนกับจะไม่ได้เจอกันอีก


   ‘ โชคดีเจ้าหนู หากเจ้าผ่านความรู้สึกนี้ไปได้เจ้าจะโตเป็นผู้ใหญ่อีกขั้น  กระจกบอกแฮร์รี่อย่างภูมิใจ

   ‘ ขอบคุณฮะ -- คุณกระจกไปเยี่ยมผมบ้างนะ 

   ‘ ไว้ข้าจะแอบมายเลดี้ไปหาเจ้า ’ กระจกรับคำ

 

   “ โชคดีนะเจ้าคะคุณหนู ถ้าที่ฮอกวอตส์ทำอาหารไม่อร่อย ไม่มีน้ำฟักทอง เมลโล่จะฝากให้นายหญิงส่งไปให้นะเจ้าคะ 

   “ คุณหนูของโจกี้ โชคดีนะครับ โจกี้เขาจะคิดถึงคุณหนูแน่นอน 


   แฮร์รี่ร่ำลาทุกคนเสร็จ เขาหันกลับมากอดโอลิเวียอีกรอบก่อนจะเดินขึ้นรถไฟ 


   “ ไป...ไม่กี่เดือนเอง ไม่ใช่ไปแล้วไปลับสักหน่อย -- มีอะไรก็เขียนจดหมายมาหาแล้วกันแฮร์รี่ ” ถึงจะพูดอย่างนั้น แต่หัวอกคนที่ฟูมฟักเลี้ยงดูเด็กน้อยตาใสมาตลอด ก็อดจะน้ำตาซึมไม่ได้ (ฉันไม่ได้ร้องไห้นะ) 


   ยิ่งใกล้เวลารถไฟออกผู้คนยิ่งแน่นขนัดกว่าเดิม เสียงพูดคุยจอแจ เสียงนกฮูกร้องทักทาย เสียงหีบหนักๆครูดกับพื้นผสมปนเปกันไป 

   โอลิเวียหันไปสบตากับคนที่อยู่ในขบวนรถไฟห้องที่ห้า เด็กชายตัวเล็กในวันวานเริ่มคาบกึ่งจะเป็นเด็กหนุ่ม เขานุ่งกางเกงยีนส์ เสื้อมีฮู้ดสีน้ำเงินแขนยาว รองเท้าผ้าใบสีแดง กับแว่นตาทรงกลมที่เป็นเอกลักษณ์ -- เธอยิ้มให้เขาจนแก้มปริ โบกมือลาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะออกมาจากสถานี



✿.。.:* *.:。.✿



   “ บอสช่วยสนใจชากับลูกค้าข้างหน้าด้วยค่ะ -- แล้วเมแกนก็เรียกตั้งนาน บอสไม่สนใจลูกน้องตัวเองหรอคะ ” 


   คาร่าบ่นระหว่างนำสโคนเติมใส่เคาน์เตอร์โชว์ขนม เมแกนแค่อมยิ้ม ยกชาไปเสิร์ฟตามออเดอร์ที่ได้มา -- บ๊อบนั่งอยู่เคาน์เตอร์ตรงหน้าโอลิเวีย เขาลังเลว่าจะคุยกับเธอหรือควรจะเงียบดี


   “ โอลิเวียเธอเป็นอะไรเหรอคาร่า ” บ๊อบถามพลางเหล่มองกระรอกที่หางตกทำหน้ามู่ทู่

   “ ตรอมใจค่ะบ๊อบ -- บอสเพิ่งส่งแฮร์รี่ไปเรียนโรงเรียนประจำ วันแรกเลยดูหงอยอย่างที่เห็น ” 


   เมแกนเดินกลับมาเธอรับหน้าที่ชงชาให้บ๊อบ แทนโอลิเวียที่ยังคงนั่งกอดตุ๊กตาเป็ดเหลืองแล้วมองกระจกร้านนิ่งๆ


   “ ธรรมดาครับ เด็กๆก็อย่างนี้ล่ะ เราจะห่วงเขาไปทั่ว แต่พอนานเข้าเราจะอยากถีบส่งพวกเขาให้ไปเรียนไวๆแทน ” บ๊อบกลั้วหัวเราะเขาพยักหน้ารับเมื่อเมแกนส่งแก้วใส่ชานมร้อนๆให้

   ‘ ตอนแรกบอสทำเป็นเก่ง ทั้งที่ตัวเองก็ห่วงแฮร์รี่จะตาย ’ เมแกนส่งภาษามือคุย

   “ ใช่เมแกน...กว่าแฮร์รี่จะปิดเทอม บอสเราก็เฉาตายไปเรียบร้อยแล้วล่ะ 


   เสียงคาร่ากับมือของเมแกนที่โบกไปมาอยู่ตรงหน้า ไม่ได้ทำให้โอลิเวียรู้สึกสนใจแม้แต่น้อย เธอนั่งทำหน้าเบื่อโลกมาตลอด หลังจากส่งแฮร์รี่ไปเรียนกับส่งเมลโล่และโจกี้กลับบ้าน 

   โอลิเวียนั่งกอดเป็ดสีเหลืองตัวน้อยที่แฮร์รี่ชอบในเรื่องวันพีช  เธอซื้อช็อปเปอร์แทนตัวเองให้แฮร์รี่ แต่ก็ซื้อกาลูเพื่อแทนตัวแฮร์รี่ให้ตัวเองเช่นกัน 

   เฮ้อ...รู้สึกว่ารอบตัวเธอมันกว้างกว่าเดิมจริงๆ




Harry part

  

   ลับตาที่แม่กระรอกผมสีน้ำตาลกุหลาบสว่างสวยของเขาหายไป 

   แฮร์รี่ใจหายอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน เขานั่งกอดตุ๊กตากวางเรนเดียร์หน้าตาน่ารัก ที่โอลิเวียให้มาจนมันบี้แบนไปหมด 

   ตลอดทั้งเช้าเขาทำตัวมีปัญหา ถ่วงเวลา ทำตัวอืดอาด แม้แฮร์รี่อยากไปฮอกวอตส์ตลอดทั้งเดือนที่ผ่านมา แต่พอเอาเข้าจริงเขาก็ไม่อยากไป -- เขาคิดถึงเตียงที่นอนกอดโอลิเวียทุกคืน คิดถึงโต๊ะอาหารตัวยาวที่นั่งกินกันอยู่ทุกวัน คิดถึงเครื่องเล่นเกมที่เล่นแพ้ด้วยกันตลอด คิดถึงกลิ่นชากับสมุนไพรสดชื่น และกลิ่นขนมอบใหม่ที่พี่คาร่ากับพี่เมแกนทำ 

   เมื่อวานเขาร้องไห้ไม่อยากไปฮอกวอตส์ด้วยซ้ำ แถมยังดื้อจนโอลิเวียปวดหัว เดือดร้อนย่าวินนี่ต้องเข้ามาช่วย


.

.

.

   หญิงชราวัยเจ็ดสิบกว่า สังขารเธอร่วงโรยไปไม่น้อย แต่ความร่าเริงและความกระตือรือร้นของเธอไม่ได้น้อยลงกว่าวัย 

   เธออมยิ้มกับภาพตรงหน้าที่แฮร์รี่ทำตัวเป็นลูกแหง่ติดโอลิเวียตลอด -- วินนี่กวักมือให้แฮร์รี่เข้ามานั่งใกล้ๆกับเธอ และจัดที่ให้เด็กชายมองโอลิเวียได้อย่างสะดวก


   “ ฉันรู้ว่าเธอรักโอลิเวียมาก หญิงชราพูดนิ่มๆ ลูบหัวเด็กชายเบาๆอย่างเอ็นดู 

   “ โอลิเวียเล่าให้ฟังว่าเธอกำพร้า เธอจึงมองสาวน้อยของฉันเป็นเหมือนแม่ที่เธอไม่เคยมี ใช่ไหม ” เด็กชายพยักหน้ารับ เขารู้สึกแย่ที่ต้องห่างเธอนานๆ มีโอลิเวียแค่คนเดียว ที่แฮร์รี่รู้สึกว่าเขาเป็นตัวของตัวเองได้อย่างเต็มที่ นั่นทำให้เขารู้สึกกลัวลึกๆว่าถ้าไปอยู่ที่อื่นเขาจะเป็นยังไง

   “ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่เราจะคิดถึง โหยหา เวลาเราจากคนที่เรารักแม้จะแค่ไม่กี่วัน เป็นเดือน หรือนานหลายปี -- เธอจะงอแงได้ไม่ผิด แต่เธอต้องรู้จักหน้าที่ตัวเองด้วยนะแฮร์รี่

   “ หน้าที่เหรอฮะ  เขาละสายตาจากโอลิเวียหันมาสบเข้ากับดวงตาที่เริ่มจะฝ้าฟางตามวัย

   “ ทุกคนมีหน้ากันหมด โอลิเวียของเธอก็ต้องทำงานตลอด เพราะเธอมีหน้าที่หาเงินเลี้ยงตัวเองและเธออีกคน เหมือนกับที่อีธานต้องไปเรียนไกลๆแม้จะเป็นสิ่งที่เขารัก แต่นั่นก็เป็นหน้าที่ของเขาเช่นกัน  


   วินนี่อธิบายให้แฮร์รี่ฟังอย่างช้าๆยกตัวอย่างเพื่อให้เขาเห็นภาพที่ชัดเจน 


   “ และหน้าที่ของเธอคือไปเรียนหนังสือ เมื่อเธอไปถึงที่นั่น เธอจะพบว่ามันผ่านไปแค่แป๊บเดียวเท่านั้น เธอก็สามารถกลับมาหาโอลิเวียได้แล้ว -- มันเป็นเหมือนก้าวแรกที่เธอต้องใช้ชีวิตด้วยตัวเอง ตัดสินใจเอง รับผิดชอบตัวเอง โอลิเวียดูแลเธอแล้ว ทีนี้ถึงตาที่เธอจะเติบโตเพื่อดูแลตัวเองให้ดี แล้วกลับมาดูแลโอลิเวียบ้าง 


   วินนี่ยกชาขึ้นจิบเล็กน้อยให้ชุ่มคอ เธอหันมามองเด็กชายที่นั่งตาแป๋วฟังเธออย่างตั้งใจ 


   “ มันก็เหมือนการนอนหลับฝัน แล้วตื่นมาเจอกับความจริงนั่นล่ะหนุ่มน้อย เราอยากสนุก...เราก็ต้องอดทนช่วงที่ลำบาก เพื่อให้เราได้สนุกอีกครั้ง เหมือนกับ อลิซ อิน วันเดอร์แลนด์ แม้เด็กสาวจะได้ไปผจญภัยในอีกโลกหนึ่ง แต่ตอนจบเธอก็ต้องกลับมาเผชิญกับความจริง มันก็แค่ก้าวแรกในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่เท่านั้นเองแฮร์รี่ แล้วเธอจะผ่านมันไปได้แน่นอนฉันมั่นใจ 

.

.

.


   อืม...แฮร์รี่รู้ แต่ย่าวินนี่ฮะ มันก็อดที่จะงอแงไม่ได้อยู่ดีนี่นา 

   พอไปฮอกวอตส์เขาก็ดื้อหรืองอแงใส่ใครไม่ได้แล้ว 

   จะให้ไปงอแงใส่ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เหรอ หรือว่าได้...?


   แฮร์รี่สะบัดหัวกับความคิดที่เริ่มเพ้อเจ้อ 

   เขากอดช็อปเปอร์อย่างหลวมๆ มองมันและฟัดมันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจับยัดใส่กระเป๋า 

   แฮร์รี่มองผู้คนทักทายกันผ่านทางกระจก บางคนยื่นหน้าออกมาทางหน้าต่างเพื่อคุยกับครอบครัว แย่งกันขึ้นรถไฟไปหาเพื่อนอย่างเร่งร้อน เขาเห็นบางคนกอดและบอกลาเหมือนที่เขาทำกับโอลิเวีย -- แฮร์รี่ไม่รู้ว่าจะเจออะไรต่อไป เขาได้แต่หวังว่าตัวเองจะทำมันอย่างเต็มที่ และจะเติบโตเป็นคนดีอย่างที่ย่าวินนี่บอก

   แฮร์รี่เลือกที่จะดึงเอาหนังสือเรื่อง ห้าสหายผจญภัยเล่มแรก ที่เขาอ่านค้างไว้มาอ่านต่อ เขาอ่านถึงตอนที่ทุกคนไปเจอความลับบนเกาะเคอร์ริน แฮร์รี่ชอบทิมมี่มาก มันฉลาด เขานึกอยากขอโอลิเวียเลี้ยงไว้สักตัว (ทิมมี่เป็นหมาในเรื่องน่ะ)



   ระหว่างที่แฮร์รี่เริ่มดำดิ่งไปกับหนังสือในมือเพื่อฆ่าเวลารอให้รถไฟเดินทาง


   ปึก...

   เพียงไม่นานประตูเลื่อนก็เปิดออก 


   “ เฮ้...ที่นั่งว่างไหม ขอฉันนั่งด้วยคนสิ  

 

   แฮร์รี่ละสายตาจากตัวหนังสือขึ้นไปมองยังผู้มาใหม่ เขาเด็กผู้ชายผิวดำ ดูเป็นคนสบายๆ ไว้ผมสั้นและหยิกหนา


   “ ว่าง...ฉันนั่งคนเดียว  แฮร์รี่บอกเด็กชายตรงหน้า “ ให้ช่วยยกหีบไหม ”

   “ แหงอยู่แล้ว ยกคนเดียวฉันตายแน่  เด็กผิวดำยิ้มรับกว้าง 


   แฮร์รี่คั่นบทเอาไว้ก่อนเก็บหนังสือใส่กระเป๋า เขาลุกขึ้นช่วยเพราะดูท่าทางจะหนักเอาการอย่างที่เด็กคนนั้นว่า -- ทั้งยกทั้งลากหีบใบใหญ่ขึ้นบันไดกันอยู่นาน ทั้งคู่ก็หมดแรง เหงื่อซกเต็มหน้าแล้วสบตากันเหมือนจะถามว่าเอาไงต่อดี

   เด็กทั้งสองเห็นตรงกันว่าต้องการผู้ช่วยเพิ่ม แฮร์รี่ยังไม่ทันจะออกไปหาคนช่วย ก็มีเด็กผิวสีอีกคนมาพร้อมกับหีบอีกใบ กรงเหยี่ยวขนาดใหญ่ เขายืนมองหีบที่ขวางทางอยู่ก่อนแล้ว


   “ ขอโทษทีพอดีเรายกกันไม่ไหวน่ะ ” แฮร์รี่เข้าใจว่าเขาอาจไม่พอใจที่หีบใบใหญ่ขวางทางเดินอยู่


   เด็กผิวดำคนนั้นส่ายหน้า เขาขมวดคิ้วคิดกับตัวเองว่าจะทำยังไงต่อ -- แฮร์รี่สังเกตว่าเขามีสีผิวอ่อนกว่าเด็กคนที่แฮร์รี่ช่วยยกหีบอยู่ ตัวสูงกว่า โหนกแก้มชัดและตาเฉียง กลายเป็นแฮร์รี่เองที่ตัวเตี้ยสุดไปซะแล้ว (ถ้ารู้งี้ จะดื่มนมทุกวันอย่างที่อีฟบังคับเลย)


   “ เอาเถอะ...เดี๋ยวฉันช่วยอีกแรง -- แล้วก็ขอนั่งด้วยเลยละกัน ยังว่างใช่ไหม 


   แฮร์รี่พยักหน้ารับ 

   ดูเหมือนเด็กคนนั้นจะตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ ส่วนเด็กอีกคนที่มาก่อน เขาค่อนข้างยินดีที่มีคนช่วยเหลือ --  เด็กชายสามคนช่วยกันลากหีบอีกสองใบขึ้นมายังมุมห้องได้ในที่สุด เอากรงเหยี่ยวและกรงนกฮูกซ้อนบนหีบของแต่ละคน พวกเขาหอบหายใจกันสักพักด้วยความหนักของหีบแต่และใบ

   

   “ ฉันบอกแม่ฉันไม่ต้องเอาของมาเยอะ แต่เธอกลัวฉันจะขาดเหลืออะไรเลยใส่มาให้ซะเต็มที่
--
 โทษที...ฉัน ดีน โทมัส เรียกฉันดีนก็ได้ พวกนายล่ะ  ดีนแนะนำตัวเอง เมื่อนั่งลงเบาะฝั่งตรงข้ามกับแฮร์รี่ เขายกแขนเสื้อเช็ดเหงื่อที่ใบหน้า

   “ ฉัน เบลส ซาบินี่ เมื่อกี้ฉันมัวแต่คิดว่าจะไปนั่งกับเพื่อนของฉันดีหรือเปล่า  เบลสแนะนำบ้างเขาเลือกนั่งลงเบาะว่างข้างแฮร์รี่ “ แต่ฉันหาพวกนั้นไม่เจอ ขี้เกียจเดินหาเลยนั่งกับพวกนายแทน
-- แล้วแม่ฉันกับแม่นายก็ไม่ต่างกันหรอก
 

   “ ก็ว่า...ฉันนึกว่านายไม่พอใจที่เรายกหีบกันช้า -- ฉันแฮร์รี่...แฮร์รี่ พอตเตอร์ ”

   

   แฮร์รี่แนะนำบ้าง เขาเตรียมตัวพร้อมรับปฏิกริยาเมื่อเบลสกับดีนได้ยินชื่อเขา ดีนกลับพยักหน้ารับมองเขาเฉยๆ แล้วหยิบขนมชีสบอลยี่ห้อหนึ่งของมักเกิ้ลขึ้นมากิน แต่เบลสแทบสำลักอากาศเมื่อได้ยินชื่อแฮร์รี่ ตาเฉียงๆของเขาแทบจะถลนมองแฮร์รี่ทุกซอกทุกมุม


   “ แฮร์รี่ พอตเตอร์...! จริงดิ...!? -- ว้าว นายผอมกว่าที่ฉันคิดไว้ซะอีก พวกมักเกิ้ลไม่ให้นายกินข้าวหรือไง 


   ดูเหมือนมนต์พรางตัวจากสร้อยนำโชคของโอลิเวียจะใช้งานได้ดีทีเดียว


   “ ฉันตกข่าวอะไรหรือเปล่า  ดีนถามหลังจากเห็นเบลสตกใจอย่างเว่อร์วังกับชื่อและความผอม(แบบลวงๆ) ของแฮร์รี่ 

   “ นายคงมาจากครอบครัวมักเกิ้ล  เบลสว่า “ งั้นนายอาจพอรู้เรื่องคนที่คุณก็รู้ว่าใครใช่ไหม 
-- แฮร์รี่ พอตเตอร์ คือเด็กชายผู้รอดชีวิตจากคนที่คุณก็รู้ว่าใคร เขารอดจากคาถาพิฆาตมาได้ เพราะงั้นเขาถึงเป็นที่รู้จักไง ลองไปบอกชื่อนี้กับคนอื่นสิ พวกนั้นช็อคตาตั้งกว่าฉันแน่ เบลสเล่าให้ดีนฟังแทนแฮร์รี่ ดีนดูตกใจนิดหน่อยเมื่อได้รู้ เขาหยิบช็อกโกแลตในกระเป๋ากางเกงของสนิกเกอร์ ยื่นให้แฮร์รี่เป็นการปลอบขวัญ


   ยังไม่ทันได้พูดอะไรกันต่อ รถไฟก็เริ่มเคลื่อนตัวออกจากสถานี ผู้ปกครองต่างโบกมือลาลูกหลานของตนที่อยู่บนขบวนรถไฟ 

   เบลสเดินมาชิดริมหน้าต่าง เขาโบกมือลาแม่ตัวเองที่มัวแต่ทาปากให้สีชัดขึ้น เธอเงยหน้ามายิ้มให้แล้วเดินออกไปทันที -- แฮร์รี่มองการอำลาเหล่านั้นแค่เล็กน้อย เขาไม่อยากให้ตัวเองจมแล้วคิดถึงโอลิเวีย

   แฮร์รี่มองตรงไปทางหน้ารถไฟอย่างสนใจกับบรรยากาศภายนอก เมื่อรถไฟเลี้ยวโค้งออกมาได้สักระยะ ภาพโดยรอบก็เป็นบ้านต่างๆ เคลื่อนตัวผ่านไปอย่างรวดเร็ว


   “ ซื้ออะไรจากรถเข็นไหมจ๊ะเด็กๆ  เสียงผู้หญิงดังขึ้นพร้อมกับเสียงก๊อกแก๊กจากประตู

   เด็กทั้งสามมองหน้ากัน 

   “ เอาครับ  เป็นเบลสที่ตอบรับ “ พวกนายจะเอาอะไรไหม -- เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง 

   “ อะไรก็ได้ ถ้ามีขนมไส้ฟักทองด้วยจะดีมาก  แฮร์รี่บอก เขานึกกระหายรสหวานของฟักทองอย่างบอกไม่ถูก


   เบลสซื้อพายฟักทองมาสามชิ้น เป็นของแฮร์รี่ซะสอง เยลลี่เบอร์ตี้ บอตต์ กบช็อกโกแลตหลายกล่อง และไม้กายสิทธิ์รสชะเอมกับคาราเมล เบลสซื้อมาแบ่งให้ดีนกินด้วย


   “ ไอ้พวกนี้มันเป็นยังไงเนี่ย...?  ดีนถามอย่างสงสัยกับกล่องกบช็อกโกแลตที่เบลสซื้อมา “ แม่ฉันเป็นมักเกิ้ลน่ะ แล้วฉันก็อยู่กับพ่อเลี้ยง วันหนึ่งมีจดหมายส่งมาว่าฉันเป็นพ่อมด -- แม่ฉันงงตาแตก พวกเราเลยคิดว่าอาจเป็นพ่อแท้ๆของฉันที่เป็นพ่อมด ฉันอยู่แบบมักเกิ้ลตลอดน่ะเลยไม่รู้เรื่องพวกนี้ 

   “ เหมือนกันเลย ฉันก็เพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นพ่อมดเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง แฮร์รี่เสริม แล้วพูดด้วยเสียงเศร้าสร้อย “ ลุงกับป้าชอบทำโทษฉันเรื่องที่ฉันชอบทำอะไรแปลกๆ -- ครั้งหนึ่ง ฉันโดนป้ากล้อนผมเพราะผมยาวเกิน ป้าใช้กรรไกรตัดติดหนังหัวจนมีแผลเต็มไปหมด เหลือเอาไว้แต่หน้าม้า -- วันต่อมาผมฉันก็ยาวเท่าเดิมเหมือนไม่ได้ตัด ป้ากับลุงขังและอดข้าวฉันเพราะฉันทำเรื่องพิลึก 

   ระหว่างที่แฮร์รี่เล่า เบลสทำหน้ามุ่ย ส่วนดีนจะส่ายหัวไม่พอใจลุงกับป้า -- ถ้าโอลิเวียหรือพี่อีธานเห็นทั้งคู่ต้องภูมิใจที่แฮร์รี่ทำตัวได้น่าสงสารแน่นอน (ทำดีแฮร์รี่//อีธาน)

   “ ลุงกับป้านายน่ากลัวกว่าแม่ฉันตอนประจำเดือนมาซะอีก  ดีนเบะปาก 

   “ เหลือเชื่อ พวกพ่อแม่ของเพื่อนๆฉันมักบอกว่านายกินอยู่สบายอย่างกับพระราชา -- แต่ดูสภาพนายตอนนี้สิแย่ชะมัด ” เบลสโคลงหัวเมื่อนึกถึงสิ่งที่แฮร์รี่เจอกับสิ่งที่ตัวเองได้ยินมา 

   “ ก็อย่างที่นายเห็น ฉันชินแล้ว ” แฮร์รี่ยักไหล่ให้ทั้งคู่

   “ มีเบลสผู้รอบรู้อยู่ทั้งคน -- เดี๋ยวฉันจะแนะนำเกี่ยวกับโลกของพวกเราให้นายสองคนฟัง แบบเจาะประเด็น รู้ลึก รู้จริง รู้ในสิ่งที่พวกนายควรจะรู้ ” 

   เบลสตบอกอย่างมุ่งมั่น เขาทำเหมือนพ่อกำลังสอนลูกให้เผชิญกับโลกภายนอก

   “ อย่างแรกเลยนั่นคือ กบช็อกโกแลต เด็กๆอย่างพวกเราจะสะสมการ์ดที่อยู่ในนั้น มันเป็นการ์ดพ่อมดแม่มดที่สำคัญหลายคน ช็อกโกแลตในนั้นเป็นรูปกบ มันเคลื่อนไหว กระโดดได้ เราเลยเรียกแบบนั้น -- ส่วนกล่องนั้นคือเยลลี่เม็ดทุกรสของเบอร์ตี้ บอตต์ ลองหน่อยไหม 

   ดีนมองหน้าแฮร์รี่ก่อนจะหันไปมองเบลสอย่างชั่งใจ เขาล้วงหยิบเยลลี่เม็ดทุกรสขึ้นมาลองกินหนึ่งเม็ด เคี้ยวช้าๆอย่างระแวงระวัง ขมวดคิ้วชิมรสว่าตัวเองกินรสอะไรอยู่

   “ ฉันคิดว่าน่าจะเป็นผักโขมนะ... 

   แล้วพวกเขาสามคนก็เล่นผลัดกันกินเยลลี่เม็ดสุ่มว่าใครจะได้รสอะไรไปบ้าง 

   แฮร์รี่สุ่มได้ เปปเปอร์มินต์ กาแฟ เลมอน พริกไทย ฟักทอง แม้แต่ต้นหญ้า เบลสกับแฮร์รี่ขำก๊ากเมื่อดีนสุ่มได้รสเครื่องใน แล้วเขาก็โวยอีกรอบเมื่อตัวเองได้รสหัวหอมขึ้นจมูก แม้แต่เบลสก็ทำหน้าแหยเกเมื่อสุ่มเจอรสขิงตั้งแต่เม็ดแรก  




   พวกเขาสามคนก็ผลัดกันเล่าเรื่องทั้งของตัวเอง 

   เบลสเล่าว่าเขาอยู่กับแม่แค่สองคน เธอเป็นแม่มดที่มีชื่อเสียง แต่งงานเจ็ดครั้ง แล้วทุกครั้งผู้ชายทุกคนจะตายอย่างปริศนาและทิ้งทองไว้ให้เป็นตัน -- แฮร์รี่เห็นด้วยว่าเธอมีสเน่ห์พอจะล่อลวงผู้ชายได้อย่างเบลสเล่าจริง เบลสเคยถามแม่ว่าพ่อเขาเป็นใคร แต่แม่ไม่บอก เธอให้เขาเดาและคำนวนตัวเลขเอาเอง

   ดีนมีพี่น้องอีกสามคนแต่ต่างพ่อกัน เขาเป็นลูกคนโต ดีนกับแฮร์รี่โตมาในแบบมักเกิ้ลด้วยกัน เลยเข้ากันดีจนเบลสอิจฉา -- ทั้งคู่ชอบวาดรูป ใช้สีน้ำ ชอบวันพีชกับซุปเปอร์ฮีโร่ ดีนเป็นแฟนทีมเวสต์แฮม แม้แฮร์รี่จะไม่ได้มีทีมฟุตบอลที่ชอบอย่างดีน แต่เขาก็สามารถคุยได้เพราะไคล์มักเล่าให้ฟังบ่อยๆ (//เวลาโอลิเวียยืนเลือกเทปหรือแผ่นเสียงนานๆ แฮร์รี่เลยได้คุยกับไคล์) 

   เขาสองคนสัญญากับเบลสว่าจะแบ่งการ์ตูนให้อ่านจะได้คุยกันรู้เรื่อง 

   เบลสอธิบายให้ฟังทุกอย่างจริงๆ ตั้งแต่เรื่องพื้นฐานอย่าง ความแตกต่างของเกลเลียนและคนุตส์ ประวัติฮอกวอตส์ที่เจ้าตัวพอจะรู้และบรรดาอาจารย์ ไปจนถึงตระกูลเก่าแก่ที่อย่าคิดไปเหยียบจมูกอย่างมัลฟอยหรือพาร์กินสัน -- แต่เบลสทำได้...เส้นสายซาบินี่ใหญ่และเขาก็ไม่ได้แคร์สักนิดว่าพวกนั้นจะพอใจหรือเปล่า -- บัตเตอร์เบียร์ ควิคดิช หมากรุกพ่อมด ผีแบนชี ราชินีมนต์ดำคาร์เมน และโทรลล์ 

   เบลสเป็นนักเล่าเรื่องแต่ไม่ได้เป็นผู้อธิบายที่ใจเย็นเท่าไหร่ ดีนมักถามจุกจิกอย่างสงสัย ส่วนเบลสก็มักตอบอย่างชวนหาเรื่อง

   


✿.。.:* *.:。.✿



   รถไฟยังคงแล่นผ่านทุ่งนา ฝูงวัว ฝูงแกะ ลำธารและถนนไปอย่างรวดเร็ว จนทุ่งนาที่เคยราบเรียบ เป็นระเบียบหายไปและเริ่มเป็นป่าเขามากขึ้น เห็นแต่แม่น้ำที่คดเคี้ยวและเนินเขาที่เขียวครึ้ม

   เบลสกำลังจะเริ่มเล่าเกี่ยวกับวิชาเรียนที่เราจะต้องเรียนกันตอนเปิดเทอม 

   แต่จู่ๆประตูก็เลื่อนออกเองแบบไม่มีใครเดินมาเปิด

   พวกเขาสามคนมองหน้ากันอย่างงงงวย ที่จู่ๆประตูมันก็เลื่อนเองได้ แต่แล้วดวงตาทั้งสามคู่ก็เบนลงต่ำไปยังพื้นทางเดิน

   เด็กชายเห็นผู้มาเยือนแล้วแต่ไม่ใช่คน...

   มันคือแมงมุมทารันทูล่า ที่เหมือนโดนบางคนเสกคาถาขยายขนาด มันมีขนยุบยับและขายาวเก้งก้าง

   เด็กชายทั้งสามคนกลั้นหายใจพร้อมกันอย่างไม่ได้นัดหมาย แล้วเมื่อแมงมุมตัวนั้นวิ่งพล่านเข้ามายังในห้องที่พวกเขาอยู่เท่านั้นล่ะ



   “ ว้ากกกกกกกกกกกกกกกก !!! 



   สามเสียงตะโกนพร้อมกัน พวกเขากระโดดขึ้นยืนบนเบาะเพื่อหลบทิศทางที่แมงมุมวิ่งผ่าน 

   แมงมุมดูท่าจะฉลาด...

   มันปีนไต่ขึ้นไปยังที่นั่งฝั่งดีน ทำให้ดีนต้องกระโดดย้ายมาที่ฝั่งของแฮร์รี่กับเบลส พวกเขาสามคนยืนกอดกันกลมบนเบาะหน้าซีดเผือก -- แมงมุมหยุดขยับ มันหันหน้ามาประจันกับพวกเขาบนเบาะที่นั่งฝั่งตรงข้าม แล้วทรุดตัวลงแผ่ขาแปดขาอย่างสบายอารมณ์ 

   พวกเขายังคงนิ่งไม่กระโตกกระตากแม้แมงมุมจะไม่มีท่าทีคุกคามพวกเขาเลยสักนิด



   ตัวใหญ่ขนาดนี้ ใครไม่กลัวก็บ้าแล้วโว้ย...



   ดูเหมือนทั้งสามคนจะคิดเหมือนกัน พวกเขายืนนิ่งกอดกันอยู่อย่างนั้นจนแทบไม่หายใจ


   “ เจอแล้ว ลี/เจอแล้ว ลี  

   เสียงเด็กหนุ่มสองคนที่เป็นฝาแฝดดังเรียกเพื่อนขึ้นพร้อมกัน มีผมสีแดงเพลิงโดดเด่น ตัวสูง ตกกระนิดหน่อย ทั้งคู่โผล่หัวเข้ามาดูในห้องที่ทั้งสามคนอยู่ หลังจากพวกเขาส่งเสียงกรีดร้อง -- ฝาแฝดคู่นั้นพุ่งเข้าจับแมงมุมที่แกว่งขาลอยกับพื้นอย่างไม่สนโลก คนหนึ่งตะปบกดลำตัวมันไว้ ส่วนอีกคนก็รวบขาแปดขาของมันอย่างพร้อมเพรียง พวกเขาจับมันได้อย่างรวดเร็ว 

   แฮร์รี่เกือบจะประทับใจอยู่แล้ว ถ้าพวกเขาไม่ได้เป็นคนปล่อยมันออกมาเพ่นพ่าน

   “ เจอสักที ก็ว่าอยู่ว่าหายไปไหน ยังทดลองยาไม่เสร็จเลย  คนชื่อลีพูดขึ้นเมื่อเดินมาถึง

   “ มันแกว่งขาสบายอารมณ์ม้ากมาก -- ”

   “ ช่าย น่าหมั่นไส้สุดๆ -- ”

   “ เพราะงั้นเราถึงจับมันได้ยังไงล่ะ/เพราะงั้นเราถึงจับมันได้ยังไงล่ะ  ฝาแฝดพลัดกันพูดคนละประโยค ก่อนจะพูดขึ้นพร้อมกันเหมือนเตี๊ยมเอาไว้ 

   “ โทษทีนะเด็กใหม่ มันไม่น่ากลัวหรอก ดูตามันสิ คนสวยว่าง่ายจะตาย  ลีบอกพวกเขาให้มองตาแมงมุมสาวที่ว่าง่าย?


    “ ........ ”  

   เด็กสามคนพร้อมใจกันมองแรงใส่ตัวต้นเหตุที่หน้าบานไม่ทุกร้อน 

   “ ถือเป็นการต้อนรับจากพวกฉันละกัน ยินดีที่ได้รู้จัก ฉันเฟร็ด --  

   “ ฉันจอร์จ ส่วนหมอนี่ มีหัวหยิกเหมือนฝอยขัดหม้อ ชื่อลี --  

   “ ลาล่ะไอ้น้อง/ลาล่ะไอ้น้อง 

   แล้วพวกเขาก็กอดคอหัวเราะเดินออกไปจากตู้อย่างครื้นเครงพร้อมกับหิ้วแมงมุมออกไปด้วย



   “ มีใครเห็นคางคกไหม เนวิลล์ทำมันหาย ตัวมันสีน้ำตาลชื่อเทรเวอร์  

   เด็กผู้หญิงคนหนึ่งโผล่มาตรงหน้าประตูที่เปิดทิ้งเอาไว้ สวมเสื้อคลุมฮอกวอตส์ใหม่เอี่ยม ผมของเธอฟูฟ่องและดกหนา มีฟันหน้าค่อนข้างใหญ่เหมือนกระต่าย เสียงที่พูดกับพวกเขาเหมือนวางอำนาจข่มใส่ 

   แฮร์รี่คิดว่าแม้เธอจะดูน่ารักแค่ไหน มันก็สู้ภาพติดตาของแมงมุมตัวเมื่อกี้ไม่ได้เลยสักนิด

   “ ฉันไม่อยากรู้ว่าพวกเธอทำอะไรกันอยู่ แต่ฉันอยากได้คำตอบว่ามีใครเห็นคางคกไหม ” 

   ทั้งสามเพิ่งสติจากเหตุการณ์พิลึกพิลั่นเมื่อครู่ ก่อนจะผละกันจากอ้อมกอดที่เหนียวแน่น แล้วนั่งลงกันตามเดิม

  “ พวกฉันไม่เห็นคางคกหรอก ” เบลสเป็นคนตอบคำถาม “ แต่ถ้าเธออยากได้แมงมุมทารันทูล่ายักษ์ล่ะก็ ฉันบอกให้ได้ว่ามีฝาแฝดผมแดงหิ้วมันไปแล้ว 

   “ นี่มันบนรถไฟ -- แล้วแมงมุมทารันทูล่าก็ไม่ได้มีขนาดยักษ์ ” เด็กผมฟูเถียง

   “ เราเจอจริงๆ มันเปิดประตูเข้ามาในห้องเราเองด้วยซ้ำ 

   ดีนแย้งเธอ เพื่อเสริมคำพูดเบลส ส่วนแฮร์รี่ก็พยักหน้ายืนยันอีกคน เหตุการณ์เมื่อกี้มันยิ่งกว่าตาฝาดหรือหลับฝันด้วยซ้ำ 

    “ ฉันรู้ว่าแมงมุมที่นี่มีสมอง แต่ไม่ได้หมายความว่ามันฉลาดพอจะเปิดประตูเองได้ นกฮูกก็ฉลาดมันยังเปิดกรงเองไม่ได้เลย ” เธอเถียงพวกเราอย่างไม่ยอม  “ ช่างเถอะ ฉันไม่ได้สนใจแมงมุมติงต๊องแบบนั้น -- ฉัน เฮอร์ไมโอนี่ เกรนเจอร์ พวกเธอช่วยฉันหาคางคกอีกแรงได้ไหม 

   เฮอร์ไมโอนี่ ปิดประเด็นแมงมุมยักษ์เพื่อไม่ให้พวกเขาขัดอีก

   “ ก็ได้นะ...ว่างอยู่ช่วยกันหาน่าจะเสร็จไว ” แฮร์รี่รับคำ เขาลุกขึ้นเพื่อไปช่วยเธอหาอีกแรง

   “ งั้นนายไปกับเธอละกัน ” เบลสลุกขึ้นมองดีนว่าจะไปด้วยหรือเปล่า  “ ฉันกับดีนจะไล่หาจากข้างหน้าลงไป พวกนายก็ไปเริ่มจากท้ายขบวนละกัน ” 

   เบลสสั่งเองเสร็จสรรพแล้วแยกกันทันที แฮร์รี่เดินผ่านหลายตู้เพื่อไปท้ายขบวนก่อน เขากะว่าจะลองหาในห้องน้ำด้วย คางคกเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำนี่นา มันน่าจะชอบที่เย็นๆ



   “ ฉันชื่อแฮร์รี่นะ แฮร์รี่ พอตเตอร์ -- อีกสองคนที่แยกไปคือเบลสกับดีน ” 

   แฮร์รี่เพิ่งนึกได้ว่าตัวเองยังไม่ได้แนะนำตัวกับเฮอร์ไมโอนี่ จนพวกเขาเดินมาเกือบสุดท้ายขบวนแล้ว แถมเธอก็ดูสนใจจะหาคางคกมากกว่าจะสนชื่อของเขา

    “ ตายแล้ว... ” เฮอร์ไมโอนี่ร้อง “ ฉันก็คิดจะถามเธออยู่ว่าใช่หรือเปล่า ฉันเห็นที่หน้าผากเธอมีแผลเป็นอยู่ เธอมีชื่ออยู่ใน ประวัติศาสตร์เวทมนตร์สมัยใหม่ กับ ความรุ่งเรืองและความพังพินาสของศาสตร์มืด -- เกือบลืม...ยังมี เหตุการณ์เกี่ยวกับพ่อมดแม่มดที่สำคัญในศตวรรษที่ยี่สิบ ด้วย ” 

   เฮอร์ไมโอนี่พูดแทบไม่หายใจ แฮร์รี่ประทับใจที่เธอเล็กๆ ที่สามารถจำข้อมูลได้แม่นขนาดนี้ -- แฮร์รี่ไม่คิดว่าเธอจะเป็นแฟนพันธุ์แท้ของเขา เธอดูเหมือนคนกระหายอยากรู้ และอ่านทุกอย่างที่ขวางหน้ามากกว่า (//เหมือนตอนเขาไปอยู่กับโอลิเวียแรกๆนั่นแหละ)

   “ ขอบคุณ ” แฮร์รี่พูดกับเธอ “ แต่ฉันไม่รู้ขนาดนั้น ฉันเพิ่งรู้ว่าตัวเองเป็นพ่อมดเมื่อเดือนที่แล้วเอง 

   “ ถ้าเป็นฉันนะ ฉันจะหาข้อมูลเกี่ยวกับตัวฉันทุกอย่างเลย เธอไม่อ่านอะไรเลยเหรอ ” เฮอร์ไมโอนี่จู้จี้ถาม 

   “ ทำไมจะไม่อยาก -- เธอต้องลองเจอฤทธิ์ของลุงกับป้าฉันก่อน พวกเขาไม่ให้โอกาสฉันถามอะไรด้วยซ้ำ  

   ทั้งคู่เดินมาถึงท้ายขบวนแล้ว 

   “ เธอลองถามเด็กคนอื่นนะ เดี๋ยวฉันจะไปหาในห้องน้ำ...มันเย็นคางคกอาจจะชอบก็ได้ ” 

   เฮอร์ไมโอนี่พยักหน้ารับ เธอเดินยืดไหล่อย่างมั่นใจแล้วเคาะประตูถามตู้ต่างๆอย่างรวดเร็ว


   แฮร์รี่หาตามห้องน้ำทุกซอกทุกมุม จนเขาเห็นตัวต้นปัญหาที่ฝังร่างตัวมันเองอยู่ในมุมห้องน้ำที่ชื้นและเย็น

   สีน้ำตาล...ไม่น่าผิดตัว เอาไปก่อน...ไม่ใช่ก็ค่อยเอาไปปล่อย แฮร์รี่คิด 

   เขาคว้าคางคก ใช้มือจับกุมมันเอาไว้อย่างแน่นหนาเพื่อไม่ให้มันดิ้นหนีเขาได้ -- แฮร์รี่เดินออกไปตามทางเดินเพื่อที่จะหาตัวเฮอร์ไมโอนี่ พอดีกับเขาได้ยินเสียงเธอดังออกมาจากตู้ห้องหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลนัก




   “ พวกเธอไม่ควรจะทะเลาะกันนะ อยากจะเจอเรื่องยุ่งตั้งแต่ยังไม่เข้าเรียนหรือไง 

   “ นี่เป็นเรื่องของฉันกับวีสลีย์ หลบไปเลยยัยหัวฟูฟ่อง 



   แฮร์รี่เดินเข้ามาใกล้พอที่จะได้ยินบทสนทนาอย่างชัดเจน  

   เขาเห็นเฮอร์ไมโอนี่หน้าตาบูดบึ้ง ดีนกับเบลสที่ยืนอยู่ไกลๆพยักหน้าให้เมื่อเห็นแฮร์รี่ ทั้งสองส่งสัญญาณมาว่าพวกเขาหาคางคกไม่เจอ แฮร์รี่เลยชูคางคกที่เขาเจอในห้องน้ำให้เห็นว่าเจอแล้ว ทั้งคู่จึงส่งนิ้วโป้งให้แฮร์รี่พร้อมกับรอยยิ้ม 

   แฮร์รี่เจอต้นเหตุที่เฮอร์ไมโอนี่หัวเสีย 

   เด็กผมสีแดงเพลิงกำลังทำหน้าตาบูดบึ้งเพราะสาเหตุบางอย่าง เขาอยู่กับเด็กผมสีทรายอีกคน ทั้งคู่ดูจะทะเลาะกับคนที่คุ้นหน้ากันอย่างเดรโก มัลฟอย และเพื่อนตัวยักษ์อีกสองที่ขนาบหลังเขาอยู่ -- เฮอร์ไมโอนี่แทรกตัวออกจากตู้มาอย่างอารมณ์ไม่ดีนัก

   “ พวกเด็กผู้ชาย ” เฮอร์ไมโอนี่บ่น “ ไงแฮร์รี่ เธอเจอคางคกบ้างไหม ”

   “ ไม่รู้ว่าใช่หรือเปล่า แต่ฉันเจอแล้ว ” แฮร์รี่ยื่นคางคกที่เขาเจอจากห้องน้ำให้เธอดู

   “ น่าจะใช่แหละ ” เฮอร์ไมโอนี่รับมันไปสำรวจ “ คงไม่มีใครเลี้ยงคางคกนอกจากเนวิลล์อีกแล้วล่ะ ฉันว่า.... ”


   “ แฮร์รี่...? นายคือ แฮร์รี่ พอตเตอร์...? ”

   เสียงของเดรโกดังขึ้นแทรกกับเสียงเฮอร์ไมโอนี่ เขาเลิกสนใจกับเด็กผมแดงคนนั้นแล้วจับจ้องมองมาที่แฮร์รี่แทน

   “ ใช่ ” แฮร์รี่ตอบ “ เราเคยเจอกันที่ร้านมาดามมัลกิ้น เห็นนายยุ่งฉันเลยไม่ได้แนะนำตัว ”

   เดรโกยิ้มอย่างวางมาด แฮร์รี่เห็นเขาเหยียดยิ้มเยาะเย้ยให้เด็กผมแดงด้วย 

   “ มัลฟอย -- ฉันชื่อ เดรโก มัลฟอย ยินดีที่รู้จักอย่างเป็นทางการพอตเตอร์ ”

   แล้วเด็กผมแดงหันไปส่งซิกบางอย่างกับเด็กผมมทรายที่ยังนั่งมึนๆอยู่ 

   “ พวกวีสลีย์ ” เดรโกคราง  “ พ่อแม่นายไม่สอนมารยาทสินะวีสลีย์ -- อ้อ ลืมไปพ่อแม่แกมีลูกมากเกินกว่าจะเลี้ยงไหว แกเลยไม่ได้ถูกอบรมมาอย่างคนอื่น ”


   แรง... เกิดมาแฮร์รี่ก็เพิ่งเคยเจอผู้ชายที่ปากจัดพอๆกับพี่อีธานก็วันนี้ล่ะ


   เด็กชายผมแดงคนนั้นหน้าแดงจัดพอๆกับสีผม เขากัดฟันกรอดจนขมับปูดโปน แฮร์รี่มองเฮอร์ไมโอนี่ที่ยืนฟังนิ่งๆ เขาแอบเหล่ไปทางดีนและเบลสที่ไม่รู้ว่าจะทำยังไงกับสถานการณ์ตรงหน้าเหมือนกัน 

   “ นายคงเห็นแล้วนะ ” เดรโกเบนหน้ามาสนใจแฮร์รี่ต่อ “ เดี๋ยวนายจะรู้เองว่าครอบครัวพ่อมดแม่มดบางครอบครัวน่ะดีกว่าครอบครัวอื่นมา พอตเตอร์ -- ถ้านายไม่อยากเป็นเพื่อนกับครอบครัวผิดประเภทละก็ ฉันช่วยนายได้ ”

   เดรโกยื่นมืออกมาเพื่อจะจับมือกับแฮร์รี่

   แฮร์รี่มองมือขาวซีดนิ่งๆ และยกมือจับตอบ -- เขาคิดว่าเดรโกพูดจารุนแรงไปหน่อย แต่เขาก็ไม่ควรเสียมารยาทจะหักความช่วยเหลือที่ฝั่งตรงข้ามมอบให้ มันคงจะเสียหน้าน่าดู อย่างน้อยแฮร์รี่ก็ถือหลักประนีประนอมทั้งสองฝ่าย 

   ย่าวินนี่บอกว่า ผูกมิตรดีกว่าเพิ่มศัตรู อย่ารีบร้อนตัดสินใจ ดังนั้นเขาจะใช้เวลาตลอดเจ็ดปีนี้ดูพฤติกรรมแต่ละคนอย่างคุ้มค่าแน่นอน 


   เดรโกยกยิ้มอย่างพอใจ

   “ หวังว่าจะเจอนายที่บ้านสลิธีริน ” 

   “ ฉันไม่รู้หรอก ” แฮร์รี่บอกเดรโกกับสิ่งที่เขาคิด “ มันขึ้นอยู่กับอนาคตนี่ -- ถ้าฉันไม่ได้อยู่บ้านหลังนั้น นายก็ไม่อยากเป็นเพื่อนกับฉันเหรอ ”

   “ ยังไงสลิธีรินก็ดีที่สุด นายไม่เหมาะกับบ้านอื่นหรอกพอตเตอร์ -- นายสองคนก็ด้วยถูกไหม ” เดรโกหันไปบอกเบลสกับดีนที่ยืนไม่ไกลมาก “ สลิธีรินอยู่แล้ว ถ้าอยากไปกริฟฟินดอร์ก็ต้องไปคบกับพวกสวะอย่างวีสลีย์นั่นแหละ ”


   “ หมายความว่าถ้าฉันได้ไปอยู่กริฟฟินดอร์ นายก็จะเลิกเป็นเพื่อนกับฉันงั้นเหรอ ” 

   จู่ๆเบลสโพล่งขึ้นมากลางปล้อง เบลสค่อนข้างไม่พอใจกับสิ่งที่เดรโกพูด

    “ นายไม่มีทางไปอยู่บ้านหลังอื่น ตระกูลพวกเราอยู่สลิธีรินหมด ” เดรโกไม่ใส่ใจกับคำพูดเบลส
“ แครบ กอยล์ กลับห้อง ”


   เดรโกเดินออกไปพร้อมเพื่อนตัวใหญ่ ทิ้งไว้แต่บรรยากาศมาคุ สามคนนั้นเดินผ่านห้องๆหนึ่งแล้วจู่ๆก็หน้าตาตื่นเหมือนเห็นผี วิ่งกลับห้องกันจนลืมวางมาด แบบนี้เขาเรียกว่าเด็กเอาแต่ใจได้ไหมนะ


   “ นายไม่ควรจับมือกับมัลฟอย...แฮร์รี่ ” 

   เสียงเด็กผมแดงบอกเขาอย่างไม่ค่อยพอใจ 

   “ ครอบครัวพวกนั้นเป็นพวกแรกที่กลับมาอยู่ฝ่ายเราหลังจากคนที่ นายก็รู้ว่าใคร หายตัวไป -- พ่อฉันบอกว่า พวกนั้นหาข้อแก้ตัวว่าโดนสะกด พวกนั้นแหละที่ทำให้พ่อแม่นายตาย เลวร้ายกันหมดทุกคนนั่นล่ะ ”

   “ เธอไม่ควรพูดแบบนั้น ” เฮอร์ไมโอนี่แหว “ ต่อให้เป็นเรื่องจริงแต่นี่ -- ก็ไม่ควรจะเอามาพูด ”

   “ ฉันเห็นด้วยกับยัยผมฟู นายพูดเหมารวมแบบนั้นได้ไง ” เบลสพูดขัดอย่างไม่ชอบใจ

   “ นายก็เป็นเพื่อนกับหมอนั่นนี่ เลยเข้าข้างกัน -- พวกเดียวกันใช่ไหมล่ะ ตระกูลสูงส่งน่ะ ”


   ดีนสะกิดแฮร์รี่ให้ช่วยพาเบลสกลับด้วยกัน ก่อนที่เบลสจะหมดความอดทนแล้วพุ่งเข้าใส่เด็กผมแดงปากเสีย -- แฮร์รี่ไม่ได้สนใจเด็กผมแดงอีก เขากับดีนช่วยกันลากเบลสที่กำลังอารมณ์เสียกลับตู้อย่างเร่งด่วน 

   แล้วพวกเขาทั้งสามกับเฮอร์ไมโอนี่ก็ไปเจอกับแมงมุมเจ้าปัญหาอีกรอบ มันพุ่งกระแทกกระจกจนเฮอร์ไมโอนี่สะดุ้งโหยง เธอตาโตกับขนาดใหญ่ยักษ์ของมันก่อนจะรีบเดินไปยังตู้ที่เธอจากมา เธอยังคงสติหันกลับมากำชับให้พวกเขาเปลี่ยนชุดใส่เสื้อคลุมให้เรียบร้อย เพราะระยะทางมันจวนจะถึงอยู่แล้ว -- สงสัยที่พวกเดรโกวิ่งแนบคงเป็นเพราะเจ้าแมงมุมนี่ล่ะมั้ง


   เด็กชายสามคนเดินกลับมายังตู้ตัวเองอย่างเงียบเชียบ พวกเขาเริ่มเปลี่ยนชุดกันภายในห้อง สวมเสื้อ กางกาง และสวมเสื้อคลุมสีดำยาว พอดีกับเสียงประกาศดังขึ้นตามตู้ต่างๆ



   “ เราจะถึงฮอกวอตส์ในอีกห้านาที กรุณาทิ้งหีบสัมภาระไว้บนรถไฟ จะมีเจ้าหน้าที่ขนไปให้ที่โรงเรียนทีหลัง 


   แฮร์รี่ตื่นเต้น เขารู้สึกมวนที่ท้องเล็กๆเมื่อถึงฮอกวอตส์ -- ดีนดูดีใจที่ถึงสักที ส่วนเบลสหลังจากที่เขานิ่งเงียบไปนานก็กลับมาครื้นเครงและพูดจ้อตามเดิม พวกเขาเก็บขนมที่เหลือใส่กระเป๋าแล้วเดินออกไปสมทบกับคนอื่นๆตรงทางเดิน



✿.。.:* *.:。.✿



   รถไฟแล่นช้าลงเรื่อยๆจนหยุดอยู่กับที่นิ่งสนิท เด็กๆผลัดกันเดินลงไปสู่สถานีที่เล็กและมืด แฮร์รี่รู้สึกหนาวเล็กน้อยเมื่อได้สัมผัสกับบรรยากาศกลางป่ายามค่ำแบบนี้ 


   “ พวกปีหนึ่ง พวกปีหนึ่งมาทางนี้เลย...อย่าเชียวลีฉันจำได้ว่าเธอปีสามแล้ว มันไม่เนียน -- ไงแฮร์รี่ เป็นยังไงบ้าง 

   ชายร่างยักษ์ที่คุ้นตา เดินตะคุ่มเข้ามาพร้อมกับแสงไฟจากตะเกียงที่ถืออยู่ มันส่องวูบวาบไปมา  แสดงให้เห็นใบหน้าอ้วนใหญ่กับรอยยิ้มกว้างภายใต้เครารกครึ้มของแฮกริด เขาโดดเด่นอยู่ท่ามกลางเด็กตัวเล็กๆมากมาย 

   “ ตามมาเฉพาะปีหนึ่ง ไม่มีใครแล้วใช่ไหม ระวังบันไดนะ ปีหนึ่งตามมาเลย 

   เด็กนักเรียนปีหนึ่งทุกคนเดินตามแฮกริด เขาพาเดินแยกมาอีกทาง มันชัน แคบ อาจเป็นเพราะต้นไม้ลำใหญ่ที่ขึ้นปกคลุมทั้งสองข้างทางมันเลยมืดสนิทกว่าเดิม


   “ ขอต้อนรับสู่ฮอกวอตส์!  แฮกริดตะโกนเมื่อพวกเขาเลี้ยวโผล่ออกมาจากทางเดิน

   “ อู้หู... ” มีเสียงร้องสลับกันอย่างประทับใจ



   “ เธอต้องได้ไปเห็นด้วยตาตัวเองแฮร์รี่ ภาพฮอกวอตส์ยามค่ำคืนมันจะทำให้เธอประทับอย่างไม่มีอะไรเทียบได้เลย 



   แฮร์รี่คิดถึงเสียงโอลิเวียที่บอกเขาเกี่ยวกับฮอกวอตส์ เธอบอกแค่ให้เขามาเห็นด้วยตาตัวเอง -- ทะเลสาบกว้างใหญ่สีดำสนิท ภูเขาสูงทะมึนตั้งอยู่ฝั่งตรงข้าม บนยอดของภูเขาคือปราสาทหลังใหญ่ที่เด่นเป็นสง่าส่องแสงประกายอยู่ใต้ท้องฟ้าที่มีดวงดาวระยิบระยับ

   “ ทุกคนลงเรือได้ นั่งแค่ลำละสี่คนเท่านั้นนะ  แฮกริดตะโกนบอกก่อนเขาจะไปนั่งคนเดียวในเรืออีกลำ

   แฮร์รี่นั่งคู่กับดีน เบลสนั่งแถวหลัง มีเด็กผู้ชายใบหน้าอ้วนกลมอีกคนมานั่งด้วย -- แฮร์รี่เห็นเดรโกนั่งเพื่อนตัวใหญ่สองคนที่ชื่อแครบกับกอยล์และเด็กผู้หญิงผมสั้น ส่วนเฮอร์ไมโอนี่นั่งกับเพื่อนผมสีน้ำตาลแดงและเด็กผู้ชายสองคนที่มีเรื่องกับเดรโก


   กองเรือบดลำเล็กเคลื่อนที่ไปพร้อมกัน มันแล่นบนผิวทะเลสาบอย่างเรียบนิ่ง -- ทุกสายตาจ้องมองไปยังปราสาทขนาดมหึมาที่อยู่เบื้องบน  มันสูงเลยเหนือหัวทุกคนอยู่มากโข จนเห็นแต่เงามืดเมื่อเรือแล่นเข้าไปใกล้ๆ


   “ ก้มหัว  แฮกริดตะโกนเมื่อมีเรือไปถึงหน้าผา 

   เรือลอดผ่านม่านต้นไอวี่ที่พรางทางเข้าขนาดใหญ่ใต้หน้าผา พวกเขามุ่งตรงไปยังใต้ปราสาทจนถึงที่ซึ่งคล้ายอ่าวใต้ดิน -- เด็กนักเรียนพากันตะกายขึ้นจากเรือไปยังพื้นดินที่เป็นกรวดหิน ทุกคนตามแสงตะเกียงของแฮกริดขึ้นไปเรื่อยๆ จนพวกเขามาถึงสนามหญ้าที่ราบเรียบใต้เงาของปราสาท

   พวกเขาเดินขึ้นบันไดหินและไปออกันอยู่ข้างหน้าประตูไม้โอ๊กบานมหึมา ขนาดที่บอลลูนขนาดใหญ่ลอดเข้าไปได้สบายๆ 

   “ ทุกคนพร้อมหน้ากันแล้วนะ 

   แฮกริดมองกวาดเพื่อสำรวจว่าเด็กทุกคนที่เขาพามาอยู่กันครบ เขายกกำปั้นขึ้นเคาะประตูสามครั้งและมันก็เปิดออกทันที -- มีแม่มดนหนึ่งยืนเด่นอยู่หลังประตู รูปร่างสูง ผมดำ ใส่ชุดคลุมสีเขียวมรกต เธอดูเข้มงวด ใบหน้าที่เคร่งขรึมเหมือนเตือนกลายๆว่าอย่าคิดมาล้อเล่นกับเธอ

   “ นักเรียนปีหนึ่งครับ ศาสตราจารย์มักกอนนากัล  แฮกริดรายงาน

   “ ขอบใจ แฮกริด จากนี้ฉันจะรับช่วงต่อเอง 


   เธอดึงบานประตูให้เปิดกว้างออก ภายในมันใหญ่โตกว่าแฮร์รี่จะจินตนาการได้ กำแพงหินติดคบไฟส่องสว่าง บินไดหินอ่อนหรูหราทอดยาว เชิญชวนให้เดินขึ้นไปยังชั้นบน และชุดเกราะยืนเรียงรายชิดกับผนังกำแพง 

   เด็กๆเดินตามคนเป็นศาสตราจารย์เข้าไปยังภายในปราสาท -- มีเสียงคนนับร้อยลือหึ่งออกมาจากประตูเบื้องหน้า ทุกคนคงมาพร้อมกันแล้ว แต่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพานักเรียนปีหนึ่งมายังห้องว่างที่ติดกับห้องโถง ทุกคนยืนเบียดเสียดกันมากกว่าปกติ พวกเขามองหน้ากันไปมาอย่างกระวนกระวาย


   “ ยินดีต้อนรับทุกคนสู่ฮอกวอตส์  เสียงศาสตราจารย์มักกอนนากัลดังขึ้น 

   “ งานเลี้ยงเปิดเทอมจะเริ่มในอีกไม่ช้า แต่พวกเธอต้องเข้าคัดสรรบ้านก่อนจะไปนั่งประจำที่ได้ บ้านทั้งสี่มีชื่อว่า กริฟฟินดอร์ ฮัพเฟิลพัฟ เรเวนคลอ และสลิธีริน บ้านทุกหลังล้วนผลิตพ่อมดแม่มดที่เก่งกาจไม่น้อยหน้าไปกว่ากัน -- บ้านที่เธอจะได้เข้าร่วม เปรียบเสมือนครอบครัวและบ้านหลังที่สอง ถ้าพวกเธอละเมิดกฎโรงเรียนไม่ว่าจะเล็กน้อยแค่ไหนบ้านของเธอจะเสียแต้ม ถ้าชนะบ้านของเธอก็จะได้แต้ม -- บ้านที่มีแต้มมากที่สุดจะได้รับถ้วยบ้านดีเด่น...มันเป็นเกียรติอย่างสูงเชียวล่ะ ฉันหวังว่าพวกเธอจะนำสิ่งดีๆมาให้กับบ้านที่เธอจะได้อยู่ -- พิธีคัดสรรจะเริ่มต่อจากนี้ ต่อหน้าทุกคนทั้งโรงเรียน จัดตัวเองให้ดูดีที่สุดด้วย 

   ดีนกับเบลสหันหน้ามองกัน พวกเขาพึงพอใจที่ตัวเองแต่งตัวได้เรียบร้อย แฮร์รี่ยังไม่แน่ใจกับตัวเอง เขาจัดปกเสื้อและลูบผมที่มักยุ่งเหยิงให้เรียบลงเล็กน้อย -- โอลิเวียไม่ได้บอกวิธีการคัดสรรเข้าบ้านกับเขาเลยเธอแค่บอกว่า ‘ มันไม่ได้ยาก อยากอยู่บ้านไหนก็อยู่ไปเถอะ  บางทีแฮร์รี่ก็นึกปวดหัวกับคำแนะนำของเธอจริงๆ

   “ เขาจะคัดสรรด้วยวิธีไหนน่ะ  ดีนถามขึ้นและแน่นอนว่าทุกคนที่ได้ยินล้วนส่ายหัว

   “ แม่ฉันก็ไม่ได้บอก ” เบลสกระซิบให้พวกเขาสามคนได้ยิน  “ เธอบอกแค่ นั่งและก็สวม เดี๋ยวมันก็ดีเอง 

   นั่งและก็สวม...? เสื้อเหรอ...? หรือกางเกง...? 



   “ เฮ้ย!/กรี๊ด! 

   แฮร์รี่หลุดจากความคิดตัวเอง เขาสะดุ้งกับเสียงร้องตกใจจากด้านหลัง 

   แล้วเขาก็เจอกับ....ผี


   โอเค แฮร์รี่ยอมรับว่าตัวเองกลัวผี -- ในหนังสยองขวัญที่โอลิเวียชอบดูพวกนั้น มันทำน่ากลัวจะตาย แต่อย่างน้อยเขาก็รู้สึกดีกว่าเมื่อผีที่นี่มีสีขาว โปร่งใส ไม่ได้ดูหลอน เลือดสาด หรือหน้าเละ

   มีผีมากมายลอยล่องผ่านพวกเขาไปอย่างไม่สนใจ บางตนขี่ม้าผ่าน บางตนใส่เสื้อเกราะ แฮร์รี่เห็นนะว่ายังมีธนูเสียบคาอกอยู่เลย บางตนร้องไห้อย่างหนักหน่วงจนต้องให้ผีตนอื่นประคองเดินต่อ -- และทุกทีที่พวกผีผ่านตัวเด็กๆ มันเหมือนกับโดนน้ำแข็งราดจนหนาวสั่นไปทั้งตัว

   ผีสองตนลอยเอื่อยตัดผ่านหน้าเด็กๆไป ทั้งคู่กำลังเถียงกันอยู่ ดูเป็นผีบาทหลวงรูปร่างอ้วนๆกับผีที่สวมเสื้อมีคอปกระบายรอบแบบโบราณและกางเกงรัดรูป เหมือนที่คุณกระจกเคยแต่ง


   “ จงลืมและอภัยเถิด ไม่ว่าเป็นใครเขาควรจะได้โอกาสอีกหน... 

   “ หลวงพี่ที่รัก กับพีฟส์เราให้โอกาสเขามากเหลือเกิน มันทำให้ผีแบบเราเสียชื่อไปด้วย มันไม่ใช่ผีแท้ๆด้วยซ้ำ หลวงพี่ก็เห็น... -- นักเรียน...! พวกเธอมาทำอะไรที่นี่ ” ผีในเสื้อคอปกถามหลังจากเพิ่งสังเกตว่าพวกเขายืนอยู่

   “ เราเป็นปีหนึ่งฮะ กำลังรอเข้าคัดสรร ” แฮร์รี่ตอบ เมื่อรอบตัวเขาดูจะยังอึ้งกันอยู่ ประสบการณ์ครั้งหนึ่งในชีวิตที่แฮร์รี่ได้คุยกับผี ดีเหมือนกัน...

   “ อ้าาา....นักเรียนใหม่ ” หลวงพี่แจกยิ้มให้นักเรียนทุกคนที่มองเขาอยู่ “ ฮัพเฟิลพัฟยินดีต้อนรับ! บ้านเก่าฉันเอง หรือเธออาจจะอยากไปอยู่กริฟฟินดอร์ของนิกเขาก็ได้นะ... 

   “ เข้าแถวเรียงหนึ่ง

   ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกลับมาแล้ว บรรดาผีๆที่เริ่มหาเสียงให้บ้านตัวเองก็รีบลอยออกไปทางผนังทีละตน 

   “ เดินตามฉันมา พิธีคัดสรรกำลังจะเริ่มแล้ว 



✿.。.:* *.:。.✿



   แฮร์รี่แทบไม่เชื่อสายตาว่าจะมีสถานที่ที่สวยงามและแหกกฎธรรมชาติได้ขนาดนี้ เพดานดูนุ่มและมืดสนิทประดับด้วยดวงดาวเหมือนมองทะลุไปนอกโลกได้ ทั้งห้องสว่างด้วยเทียนเป็นพันๆเล่ม มันลอยเหนือโต๊ะยาวสี่ตัวที่มีนักเรียนแต่ละชั้นปีนั่งกันอยู่ จาน ถ้วย ล้วนทำจากทองคำแวววาว -- ถ้าขโมยไปขาย คงจะได้เงินดีอย่างแน่นอน 

   บรรดาอาจารย์นั่งบนโต๊ะที่เรียงกันยาวจนสุดห้อง

   ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพามายืนเป็นแถวประจันหน้ากับนักเรียนที่เหลือ ใบหน้าหลายร้อยล้วนจ้องมองที่พวกเขาเป็นจุดเดียว แสงสีเงินจางๆจากบรรดาผีทั้งหลายกระจายไปอยู่ในหมู่นักเรียน -- เบื้องหน้าพวกเขามีแป้นสูงกับหมวกพ่อมดทรงแหลมหนึ่งใบ มันดูสกปรกและมีรอยปุประที่ไม่เรียบเนียนเลยสักนิด แฮร์รี่มองมันอย่างหาคำตอบว่าเขาต้องทำอย่างไรกับหมวกใบตรงหน้า

   ไม่นานทั้งห้องโถงก็เงียบกริบ -- หมวกปลายแหลมสีน้ำตาล เริ่มขยับตัวไปมา รอยแยกที่เห็นกระจัดกระจาย เริ่มเป็นรูปหน้ามีตาและมีปาก แล้วหมวกก็เริ่มร้องเพลงออกมา



       เธออาจไม่คิดว่าฉันสวย                    ระวังด้วยอย่าตัดสินแต่ที่เห็น
พนันกินตัวได้ถ้าจำเป็น                        หาหมวกเด่นเช่นฉันเป็นไม่มี
   เธออยากใส่หมวกกลมก็ตามใจ             หรือหมวกใบสูงเพรียวไม่เกี่ยวนี่
เพราะฉันเป็นหมวกคัดสรรโรงเรียนนี้      และฉันดีเด่นกว่าหมวกทุกใบ
       อะไรเอ่ยซ่อนไว้ในหัวเธอ                   ฉันอ่านเจอเห็นตลอดปลอดโปร่งใส
สวมฉันซิแล้วจะบอกได้ทันใจ              ว่าบ้านไหนเธอควรไปพำนักพิง
เธออาจไปอยู่บ้านกริฟฟินดอร์           ซึ่งเป็นหอของผู้กล้าหัวใจสิงห์
ชอบท้าทายเป็นวีรบุรุษยิ่ง                  นี่คือสิ่งสัญลักษณ์กริฟฟินดอร์
ฮัฟเฟิลพัฟอาจเป็นแห่งที่เธอไป                บ้านนี้ไว้คนทนไม่ย่อท้อ
ยุติธรรมภักดีไม่รีรอ                         ไม่สอพลอไม่เกี่ยงงานวานก็ทำ
พวกฉลาดไปอยู่เรเวนคลอ                       บ้านนี้ขอคนเก่งพูดขำขัน
อีกเรียนรู้วิชาการเป็นประจำ                     สิ่งสำคัญคือต้องมีความรู้ดี
หรือเธออาจไปอยู่สลิธีริน                     ซึ่งเป็นถิ่นพบมิตรแท้ชีวิตนี่
ฉลาดโกงใช้ยุทธวิธี                              ให้ได้มาซึ่งสิ่งที่ใจต้องการ
โอ้สวมฉันเร็วเข้าไม่ต้องกลัว           ไม่ต้องมัวทำประสาทใจอาจหาญ
ปลอดภัยน่าอยู่ในมือที่ไม่พาล              เขาเรียกขานฉันหมวกพินิจใจ 



   อ๋อ...มันคือหมวกคัดสรร เพลงที่หมวกร้องบอกเล่าเกี่ยวกับจุดเด่นของบ้านแต่ละหลัง แล้วมันจะคัดสรรบ้านที่เหมาะกับตัวเราให้

   นั่งและก็สวม อย่างที่แม่ของเบลสบอก... ทั้งสามคนสบตากัน แล้วหันไปสนใจกับการคัดสรรตรงหน้า -- ไม่มีอะไรอย่างที่โอลิเวียว่าจริงๆด้วย โอลิเวียบอกว่าเราสามารถเลือกบ้านได้ที่อยากอยู่ได้ เขาจะไปบ้านหลังไหนดีนะ 

   ระหว่างที่แฮร์รี่คิดกับตัวเองเพลินๆ ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็มายืนอยู่ตรงหน้าพร้อมกับม้วนกระดาษแข็ง


   “ เมื่อฉันขานชื่อใครให้เดินขึ้นมานั่งบนม้านั่งแล้วสวมหมวกเพื่อที่จะได้คัดสรร  จากนั้นเธอก็เริ่มประกาศรายชื่อเรียงตามตัวอักษรของนามสกุล

   “ อับบอต, แฮนนาห์ 

   “ ฮัพเฟิลพัฟ  หมวกเงียบไปอึดใจก่อนตะโกน โต๊ะที่สองจากขวามือโห่ร้องตบมือ พวกรุ่นพี่ใส่เนคไทสีเหลือง มีผีบาทหลวงรูปร่างอ้วนต้อนรับเข้าบ้านอย่างร่าเริง ต่อจากเธอก็มี ‘ โบนส์, ซูซาน ’ เป็นคนที่สอง 

   “ บู๊ต, แทรี่ 

   “ เรเวนคลอ ” ครั้งนี้เป็นโต๊ะที่สามจากขวามือ เขาตบมือกันอย่างเรียบร้อย มีเฮโลกันบ้างประปราย พวกเขาใส่เนคไทสีน้ำเงิน แล้ว ‘ บรอกเคิลเฮิรส์ต, แมนดี้ ’ ก็ตามไปอีกคน

   “ ฟินนิกัน, เชมัส 

   “ กริฟฟินดอร์  คนนี้หมวกใช้เวลาตัดสินใจนานมากกว่าจะขานชื่อบ้านออกมา 

   เชมัสเป็นคนที่อยู่กับเด็กผมแดงนั่นเอง เขาไปอยู่กริฟฟินดอร์เป็นคนที่สองต่อจาก ‘ บราวน์, ลาเวนเดอร์  พวกเขาใส่เนกไทด์สีแดง บ้านกริฟฟินดอร์เสียงดังที่สุดเมื่อมีคนถูกส่งไป และมันก็ไม่ใช่จากใครอื่น ก็แก๊งสามคนที่มาจับแมงมุมยักษ์ในห้องของแฮร์รี่นั่นล่ะ

   ต่อมา ‘ ฟินช์-เฟลชลีย์, จัสติน  ได้ไปฮัพเฟิลพัพเป็นคนที่สาม เรเวนคลออีกสองคนที่แฮร์รี่ลืมชื่อไปแล้ว ส่วนสลิธีรินก็เพิ่งมีเด็กผู้หญิงอ้วนตัวใหญ่ชื่อมิลลิเซนต์ไปเป็นคนแรก พวกเขาใส่เนกไทสีเขียวอยู่โต๊ะริมสุด แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าพวกเขาทำตัวอึมครึมหรือรักษามารยาทอยู่กันแน่

   “ เกรนเจอร์, เฮอร์ไมโอนี่  

   เธอถลาวิ่งไปที่ม้านั่งอย่างกระตือรือร้น ผมฟูฟ่องของเธอสะบัดอย่างแข็งขัน

   “ กริฟฟินดอร์  หมวกตะโกนต่อไป

   แสดงว่าเธอต้องกล้าพอสมควร ตอนแรกแฮร์รี่คิดว่าเธอดูเหมาะกับเรเวนคลอมากกว่า แล้วเด็กที่นั่งเรือมากับพวกเขา ‘ ลองบัตท่อม, เนวิลล์ ’ คนที่พวกแฮร์รี่ไปช่วยหาคางคกนั่นเอง แต่แฮร์รี่ก็นึกไม่ออกว่าทำไมนามสกุลของเนวิลล์ถึงคุ้นหูเขานัก -- หมวกใช้เวลาคิดอยู่นานจนตะโกนออกมาว่า “ กริฟฟินดอร์  เนวิลล์รีบวิ่งไปยังที่นั่งของบ้านทั้งที่ยังไม่ได้คืนหมวกด้วยซ้ำ

   “ มัลฟอย, เดรโก 

   เดรโกเดินอาดๆอย่างที่เขาชอบทำมาตลอด ยกเว้นแค่...ตอนที่เขาวิ่งหนีแมงมุมบนรถไฟ -- เพียงหมวกสัมผัสแค่ปลายเส้นผม มันก็ร้องตะโกนออกมาว่า “ สลิธีริน 

   เดรโกเดินอย่างภาคภูมิไปนั่งรวมกลุ่มกับผองเพื่อน เขาหันมามองแฮร์รี่อย่างยิ้มๆก่อนจะส่งซิกให้เบลสตามมา ส่วนดีน...เดรโกเมินดีนไปอย่างหน้าตาเฉย



   รายชื่อยังคงร่ายไปเรื่อยๆจนเข้าหมวด พ. และหลังจากที่รอมานานชื่อของเขาก็ดังขึ้น

   “ พอตเตอร์, แฮร์รี่ 

   เสียงคุยจอแจเงียบกริบ มีเสียงกระซิบกระซาบดังเป็นหย่อมๆทั่วทั้งห้องโถง มีผู้คนชะเง้อคอเพื่อจะได้มองเขาให้เห็นชัดๆ 

   แฮร์รี่เดินก้าวอย่างมั่นคงแน่วแน่ไปยังหมวกและหยิบมันขึ้นสวมใส่ วินาทีต่อมาหมวกก็ขยับตัวลงมาปิดตาเขาให้อยู่ภายใต้ความมืดมิด และรอคอยให้หมวกคัดสรร 


   “ ฮืมม... ” เสียงนุ่มทุ้มดังขึ้นในหูแฮร์รี่ “ สิ่งที่วนเวียนในหัวเธอนั้นน่าสนใจมาก... จิตใจแข็งแกร่งใช้ได้ โอ้ เธอมีพรสวรรค์ กล้าหาญ อ่า... -- เธอใคร่อยากจะรู้ความจริง อยากแสวงหา เอาล่ะฉันควรจะส่งเธอไปบ้านไหนดี... -- เธอดูจะเหมาะกับทุกบ้านเลยนะ 

   “ สลิธีรินก็ได้ฮะ ” แฮร์รี่ตอบในใจ “ ผมชอบสีเขียว มันคงเข้ากับสีตาของผมดีฮะ 

   หมวกชะงักตัวไปเล็กน้อย ก่อนจะรัวถามเขาเหมือนยืนยันความคิด “ เธอจะบอกว่าอยากอยู่สลิธีรินเพราะมันคงเข้ากับสีตาเธองั้นเรอะ -- เธอเลือกบ้านที่ต้องอยู่ตลอดเจ็ดปีจากสีที่ชอบเนี่ยนะ...? 

   “ งั้นเรเวนคลอก็ได้ฮะ สีฟ้าก็สวยเหมือนกัน 

   หมวกดูจะไม่อยากรับรู้กับความคิดของแฮร์รี่แล้ว หมวกบ่นกับตัวเองไปมาอยู่ไม่กี่ประโยค  ฉันไม่คิดว่าจะเหมาะกับฮัพเฟิลพัฟหรือเรเวนคลอนะ ’ แล้วก็พร่ำซ้ำไปมาว่า  กริฟฟินดอร์.... สลิธีริน.... สลิ...เดี๋ยวก่อน.... กริฟ.... หรือจะ สลิธีรินดีนะ 

    หมวกเหมือนจะตะโกนแต่แล้วก็หุบปากครุ่นคิดอย่างหนักซ้ำไปมา แฮร์รี่รู้สึกว่าทุกคนที่รอการคัดสรรของเขาต่างลุ้นกันจนตะคริวจะกินไปทั้งตัวหมดแล้ว -- สุดท้ายหมวกถอนหายใจเฮือกใหญ่ และตะโกนสุดเสียงว่า 


   “ กริฟฟินดอร์!!! 


   ทุกคนในบ้านกริฟฟินดอร์โห่ร้องกันอย่างสุดเสียง 

   แฮร์รี่โล่งใจที่หมวกเลือกได้สักที ตอนที่เขาเอาหมวกวางคืนบนเก้าอี้ หมวกก็เอาแต่บ่นว่าไม่อยากเจอเด็กเข้าใจยากแบบเขาอีกแล้ว -- แฮร์รี่หันไปมองเดรโกที่หน้ามุ่ยไม่สบตากับเขา เขาเลยหันไปยิ้มให้ดีนกับเบลสเล็กๆเป็นกำลังใจ 

   สองคนนั้นพยักหน้ารับรู้แล้วส่งซิกเหมือนจะตามแฮร์รี่มา 

   เขาเลือกนั่งลงต่อจากเนวิลล์ ใบหน้ากลมยิ้มให้อย่างเป็นมิตรและไม่มั่นใจเล็กๆ เฮอร์ไมโอนี่ก็ดูจะยินดีกับเขาด้วย พวกรุ่นพี่ฉลองกันยกใหญ่เหมือนถูกหวยรางวัลที่หนึ่ง -- ฝาแฝดจับแมงมุมที่ชื่อ เฟร็ดกับจอร์ด ร้องตะโกนว่า ‘ เราได้พอตเตอร์  ซ้ำๆ และคุยกันเองว่า  ‘ พวกเราเพิ่งปล่อยทารันทูล่าแสนสวยใส่เขาด้วยล่ะ 

   เซอร์นิโคลัส เดอ มิมซี-พอร์พิงตัน ก็มาแนะนำตัว ทักทาย และร่วมแสดงความยินดีกับแฮร์รี่ด้วย -- เซอร์นิโคลัสเป็นผีที่เขาเจอก่อนจะเข้ามาคัดสรร และบาทหลวงอ้วนก็โบกมือทักทายเขาจากโต๊ะฮัพเฟิลพัฟ เซอร์นิโคลัสยังชี้ชวนให้แฮร์รี่เห็นผีประจำบ้านอีกสองตนคือ สุภาพสตรีสีเทาที่ยืนแผ่ความเศร้าไปทั่วโต๊ะเรเวนคลอ กับบารอนเลือดที่มีหน้าตาดุร้ายมองเด็กใหม่อย่างไร้ความรู้สึกที่โต๊ะสลิธีริน 

   ตอนนี้แฮร์รี่สามารถมองเห็นโต๊ะอาจารย์อย่างถนัดตา แฮกริดยกนิ้วโป้งให้กับแฮร์รี่ ตรงกลางโต๊ะบนเก้าอี้สีทองตัวใหญ่คือ อัลบัส ดัมเบิลดอร์ เขาดูเหมือนในการ์ดกบช็อกโกแลตจริงๆ 

   แฮร์รี่กลับมาสนใจการคัดสรรต่อซึ่งเหลือคนแค่หยิบมือ



   “ โทมัส, ดีน 

   ดีนเดินขึ้นไปนั่งแล้วใส่หมวกเขามองเบลสเล็กน้อย ก่อนมองแฮร์รี่ที่ตอนนี้ลุ้นมากว่าดีนจะไปอยู่บ้านหลังไหน

   “ กริฟฟินดอร์  

   ดีนยิ้มกว้างเขาพยักเพยิดให้เบลสตามมาก่อนจะมานั่งสมทบ ดีนนั่งข้างเชมัสตรงข้ามกับแฮร์รี่ จากนั้นก็มีคนเด็กผมแดงที่มีปัญหากันบนรถไฟ เขาชื่อ รอน วีสลีย์ ได้มาอยู่บ้านเดียวกัน -- รอนขอไปนั่งข้างเชมัสและแทบไม่มองหน้าแฮร์รี่เลย รอนยังดูไม่พอใจที่แฮร์รี่จับมือกับมัลฟอย -- เขารู้สึกชอบรอนน้อยลง พอๆกับเดรโกที่ปากเสียและเอาแต่ใจ


   การคัดสรรมาถึงคนสุดท้ายของรายชื่อนักเรียนปีหนึ่ง

   “ ซาบินี่, เบลส 

   เบลสเดินขึ้นไปนั่งอย่างมั่นใจแต่ก็ปนกับความโลเล แฮร์รี่เห็นว่าเขาหันมาทางโต๊ะกริฟฟินดอร์บ่อยพอๆกับโต๊ะสลิธีริน อยู่ๆหมวกขยับอย่างรำคาญใจก่อนจะตะโกนปิดท้ายการคัดสรรว่า “ กริฟฟินดอร์ 

   เบลสวิ่งปร๋อ เขาไม่สนใจว่าเดรโกหรือเพื่อนคนอื่นที่อยู่สลิธีรินจะไม่พอใจขนาดไหน เบลสนั่งลงข้างแฮร์รี่กับรอยยิ้มแป้นและแปะมือกับดีน


   ศาสตราจารยย์มักกอนนากัลม้วนกระดาษและเก็บหมวกกลับไป 


   บนโต๊ะมีเพียงจานทองคำเกลี้ยงๆ เด็กๆหลายคนเริ่มมองหน้ากันด้วยความรู้สึกหิวโหย กระเพาะพวกเขาว่างเปล่า ทุกคนลืมไปแล้วว่ากินอาหารไปครั้งล่าสุดตอนไหน

   อัลบัส ดัมเบิลดอร์ลุกขึ้นยืน ยิ้มกว้างและกางแขนออก -- เขาดูพึงพอใจกับทุกอย่างตรงหน้า 

   “ ขอต้อนรับ! -- ขอต้อนรับทุกคนสู่ปีการศึกษาใหม่ที่ฮอกวอตส์! นักเรียนที่รักของฉัน...ก่อนจะเริ่มงานเลี้ยงฉันขอบอกหน่อยว่า ทึ่มน่าดู! อ้วนเผละผละ! ของเหลือเดน! และหยิกกันหน่อยนะ! -- ขอบคุณ 

   ทุกคนโห่ร้องอย่างกึกก้อง แฮร์รี่ไม่แน่ใจว่าดัมเบิลดอร์ส่งความนัยหรือแค่พูดไปเรื่อยเปื่อยเอง

   “ เขาเพี้ยนชะมัด  เสียงเบลสดังขึ้น

   “ ใครก็รู้ -- ”

   “ ว่าเขาเพี้ยน -- ” เสียงเฟร็ดและจอร์จ วีสลีย์ พูดตอบ เมื่อได้ยินที่เบลสพูด

   “ แต่เขาก็เป็นอัจฉริยะ เขาเก่งที่สุดในโลกเลยนะ  ที่พูดอยู่อีกนั่นก็เพอร์ซี่ วีสลีย์ 

   แฮร์รี่เคยอ่านจดหมายที่ชาลี วีสลีย์ส่งมาคุยกับโอลิเวีย พวกเขามีพี่น้องเจ็ดคน เห็นว่าปีหน้าน้องคนสุดท้องที่เป็นผู้หญิงก็จะเข้ามาเรียนที่นี่ด้วย ครอบครัวนี้อบอุ่นดีจริงๆ...
 

   “ เฮ้! แฮร์รี่เอาสเต๊กไหม  เสียงดีนขัดขึ้นเมื่อแฮร์รี่กำลังฟังพี่น้องวีสลีย์คุยกันเพลินๆ 

   เมื่อเขาหันกลับมา จานชามตรงหน้าพูนด้วยอาหารมากมายชนิด มันมากกว่าที่แฮร์รี่เคยเห็นเมลโล่ทำตอนกำลังคึกซะอีก -- ทั้งเนื้อย่าง ไก่ย่าง ซี่โครงหมู ซี่โครงแกะ ไก่ทอด เบคอน สเต๊ก มันฝรั่งอบ มันฝรั่งทอด ผักอย่างถั่ว แครอท ข้าวโพด แตงกวา ซอสมะเขือเทศ ซอสเกรวี่ 

   แต่ไม่มีฟักทอง...

   ขณะที่แฮร์รี่กำลังปลงตกเพราะไม่มีฟักทอง เขาก็ทันได้ยินเชมัสถามเซอร์นิโคลัสเกี่ยวกับฉายานิกหัวเกือบขาดเข้าพอดี เป็นเขา...เขาจะไม่ถามแน่ เซอร์นิโคลัสดูจะไม่พอใจมากเลย

   “ ทำได้ยังไงฮะ ทำให้เกือบขาดเนี่ยนะ 

   “ อย่างนี้ไง 

   ท่านเซอร์บอกฉุนๆก่อนจะดึงหูซ้าย แล้วเหวี่ยงหัวทั้งหัวออกจากคอมาห้อยบนบ่า นิกยังเขย่าหัวไปมาให้เชมัสดูทั้งๆที่มันถูกยึดไว้แค่ติ่งนึง 


   อวสานอาหารเย็น...


   แต่มันทำอะไรกับดีนและเบลสไม่ได้ เมื่อสองคนนี้ก้มหน้ากินกันอย่างเงียบเชียบไม่พูดไม่จา

   “ นายต้องกินให้เยอะกว่านี้  เบลสเหลือบมอง เขาเห็นแฮร์รี่ตักอาหารมากินอย่างละนิดอย่างละหน่อย ทำไงได้ฉากเมื่อกี้มันทำให้ความอยากอาหารลดฮวบฮาบ

   “ ฉันอยากกินฟักทอง ” แฮร์รี่พูดอย่างเนือยๆ

   “ ในแก้วนายนั่นไง  ดีนเงยหน้าขึ้นจากยอร์กเชียร์พุดดิ้ง  “ มันเป็นน้ำฟักทอง 

   แฮร์รี่เลิกคิ้วให้ แล้วยกดื่ม -- อย่างน้อยน้ำฟักทองก็ทำให้แฮร์รี่รู้สึกดีกว่าเดิม 



✿.。.:* *.:。.✿



   เมื่อทุกคนเริ่มอิ่ม อาหารก็จางหายไปจากโต๊ะ นาทีต่อมาขนมหวานต่างๆก็ขึ้นมาแทนที่ ไอศกรีมก้อนใหญ่หลากรส พายแอปเปิล ทาร์ตน้ำตาลข้น เอแคลร์ช็อกโกแลต โดนัทน้ำตาล เยลลี่ พุดดิ้งข้าว แล้วการคุยเรื่องครอบครัวก็เริ่มพร้อมๆกับการกินขนม

   “ ฉันเป็นลูกครึ่ง  เชมัสบอก “ พ่อเป็นมักเกิ้ล แม่ไม่เคยบอกพ่อว่าเป็นแม่มดจนแต่งงานกัน พ่อตกใจแทบสลบแน่ะพอได้รู้เรื่อง 

   ทุกคนหัวเราะ

   “ นายล่ะ เนวิลล์  เชมัสถาม

   “ ย่าเลี้ยงฉันมา เธอเป็นแม่มด  เนวิลล์บอก  ทุกคนคิดว่าฉันเป็นสควิบ แต่ปู่น้อยอัลจี้ชอบทดสอบฉันประจำ -- ครั้งหนึ่งปู่จับข้อเท้าฉันให้ห้อยหัวลงจากหน้าต่างหลังบ้าน คุณย่าอีนิดเธอส่งขนมเมอแร็งให้ คุณปู่เผลอปล่อยฉันลง สุดท้ายฉันก็กระเด้งกระดอนไปตลอดทาง ฉันคิดว่าตัวเองจะตาย แต่ทุกคนกลับดีใจยกใหญ่ที่ฉันเด้งดึ๋ง คุณปู่น้อยอัลจี้ถึงกับซื้อคางคกให้ฉันด้วย 


   ระหว่างที่ทุกคนคุยกัน แฮร์รี่ก็เบนสายตาไปมองที่โต๊ะอาจารย์อีกครั้ง 

   เขาเพิ่งเห็นศาสตราจารย์ควีเรลล์ แฮร์รี่เคยเจอที่ร้านหม้อใหญ่รั่วเขามักมาพร้อมกับผ้าโพกหัวสีม่วงอันใหญ่ ท่าทางกังวลใจตลอดเวลา ศาสตราจารย์ครีเวลล์กำลังคุยกับครูอีกคนที่มีผมสีดำขลับค่อนข้างเงา กับจมูกงองุ้มเป็นตะขอ -- ครูคนนั้นหยิบแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วมองมาทางแฮร์รี่พอดี 

   แฮร์รี่ไม่รู้จะทำตัวยังไง แต่พี่อีธานมักบอกว่าความประทับใจแรกเป็นสิ่งที่ดี -- ฉะนั้นเขาจึงส่งยิ้มกว้างๆให้ครูผมมันเยิ้ม แต่ดูเหมือนครูคนนั้นจะตกใจที่แฮร์รี่ยิ้มให้ เพราะครูคนนั้นสำลักน้ำอย่างเอาเป็นเอาตายจนศาสตราจารย์ท่านอื่นต้องลุกขึ้นดูอย่างเป็นห่วง 

   พออาจารย์ควีเรลล์หันหลังไปดูครูคนนั้น แฮร์รี่ก็เกิดปวดแสบปวดร้อนที่แผลเป็นตรงหน้าผาก



   “ เป็นอะไรน่ะแฮร์รี่  ดีนทักขึ้นเมื่อเห็นเขาลูบแผลเป็นที่หน้าผาก

   “ ง่วงน่ะ  แฮร์รี่เบนความสนใจ

   “ นั่นสิ อิ่มแล้วก็เริ่มง่วง  เบลสหาวปากกว้างอย่างขี้เกียจ

   “ ฉันแปลกใจนะที่นายได้อยู่บ้านเดียวกับเรา  ดีนถามเบลส “ นึกว่านายจะไปฝั่งนู้นซะอีก 

   “ จริงด้วย  แฮร์รี่เลิกสนใจกับความวุ่นวายบนโต๊ะอาจารย์ แล้วมาคุยกับเบลส “ เดรโกดูไม่พอใจนะ ตั้งแต่กับฉันแล้วก็กับนายน่ะ 

   “ หมวกบอกว่าฉันเหมาะทั้งสลิธีรินและกริฟฟินดอร์นั่นล่ะ  เบลสบอก “ ตอนแรกฉันก็ลังเล ฉันไม่มีปัญหาสักบ้านหรอก สุดท้ายฉันก็ตัดสินใจได้ เทียบกันทั้งหมด ฉันไม่อยากทนอยู่กับพาร์กินสันสุด กว่าจะเรียนจบฉันได้หูหนวกแน่ ยัยนั่นน่ะนิสัยโอเคอยู่หรอก แต่เสียงบาดแก้วหูนั่นฉันขอผ่าน -- แล้วก็...ถ้าอยู่ที่นี่ฉันก็ไม่ต้องวางมาดหรือเก๊กขรึมอะไรทั้งนั้น 

   “ เหมือนจะมีเหตุผลที่ดีนะเบลส  ดีนมองเบลสด้วยความทึ่งนิดๆ

   “ แล้วนายล่ะแฮร์รี่หมวกว่าไง -- ตอนคัดสรรนายหมวกนั่นพิลึกชะมัด 

   “ ฉันบอกหมวกว่าฉันชอบสีเขียว  แฮร์รี่ตอบไปตรงๆ “ ในเมื่อหมวกบอกว่าฉันเหมาะกับทุกบ้าน แล้วยังเลือกบ้านไม่ได้ก็แค่เลือกตามสีที่ฉันชอบ -- แล้วหมวกก็ถามฉันว่า  เธอเลือกบ้านที่ต้องอยู่ตลอดเจ็ดปีจากสีที่ชอบเนี่ยนะ  สุดท้ายหมวกก็ส่งตรงฉันมายังบ้านกริฟฟินดอร์ นายเห็นมันมีสีเขียวบ้างไหมล่ะ 

   เบลสกุมท้องตัวเองเพราะขำกับสิ่งที่แฮร์รี่คิด ดีนได้แต่ทำหน้าปลงกับความคิดของแฮร์รี่กับเบลส

   “ แล้วนายล่ะดีน ” แฮร์รี่ถามดีนบ้าง

   “ หมวกว่าฉันอาจเหมาะฮัพเฟิลพัฟ ” ดีนตักไอศกรีมสตรอว์เบอร์รี่สีชมพูน่ารักเข้าปาก “ นิสัยแบบฉันเหมาะกับบ้านหลังนั้น แต่ฉันบอกหมวกไปว่าฉันเป็นคนเก่ง ฉันกล้าหาญ และฉันชอบท้าทาย -- ฉันยังบอกหมวกไม่หมดเลย หมวกก็ประกาศให้ฉันมา กริฟฟินดอร์ 



   พวกเขาคุยกันอีกสักพักจนขนมทั้งหลายหายไป ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ก็ยืนขึ้นอีกครั้ง ทั้งห้องโถงล้วนเงียบกริบ

   “ อะแฮ่ม...ตอนนี้เราก็อิ่มกันแล้ว -- ฉันจะประกาศข่าวเทอมใหม่ให้พวกเธอรู้ นักเรียนปีหนึ่ง จำไว้ให้ดีว่า ห้ามนักเรียนทุกคนเข้าไปในป่าต้องห้ามเป็นอันขาด นักเรียนรุ่นโตหลายคนมีวิธีเตือนความจำให้เธอชนิดที่ลืมไม่ลงเลยทีเดียว 

   ดวงตาประกายวิบวับหลังแว่นตาทรงพระจันทร์เสี้ยวของดัมเบิลดอร์ เอนเอียงไปทางฝาแฝดวีสลีย์ ทำเอาแฮร์รี่คิดถึงแมงมุมสาวที่พวกเขาได้เจอบนรถไฟ 

   ลืมไม่ลงจริงๆ...

   “ ภารโรงของพวกเรา คุณฟิลช์ ขอให้ฉันเตือนพวกเธอ ห้ามใช้เวทมนตร์ช่วงพักระหว่างวิชาโดยเฉพาะกับบริเวณทางเดิน และช่วยเลิกแกล้งคุณนายนอริสสักที เพราะเธอแก่แล้ว -- การสอบคัดเลือกผู้เล่นควิชดิชจะมีขึ้นสัปดาห์ที่สองของเทอม ติดต่อได้ที่มาดามฮูช -- สุดท้าย ปีนี้ระเบียงทางเดินชั้นสามทางขวามือ เป็นเขตหวงห้าม ถ้าเธอยังไม่อยากตามอย่างเจ็บปวดทรมานนะ... และตอนนี้ก่อนที่ทุกคนจะเข้านอน พวกเรามาร้องเพลงประจำโรงเรียนพร้อมกันเถอะ 

   แฮร์รี่เห็นว่าครูทุกคนยิ้มค้าง เมียงมองกันล่อกแล่กอย่างไม่ชอบมาพากล

   ดัมเบิลดอร์สะบัดปลายไม้กายสิทธิ์เบาๆ ริบบิ้นทองเส้นยาวไหลลื่นออกมาจากปลายไม้ บิดเกลียวเป็นตัวหนังสือลอยอยู่เหนือโต๊ะอาหาร



ฮอกวอตส์ ฮอกวอตส์
บ้างเป็นหูดบ้างตะกละน่าดู
สอนเราบางสิ่งบ้างซิครู
ไม่ว่าเราจะแก่หัวล้านเลี่ยน
หรือเด็กเซียนซนซุกเข้าปะปุ
หัวพวกเรายังคงพร้อมปะทุ
พร้อมบรรจุสรรพวิทยา
ทั้งนี้เพราะหัวเรามีแต่อากาศ
กับขนปักษาชาติและซากแมลงวัน
โปรดสอนเราบางสิ่งที่น่ารู้
และช่วยกู้สิ่งที่เราลืมหลง
ครูทำดีที่สุดแล้วก็ปลง
ที่เหลือคงเป็นหน้าที่เรานักเรียน
สัญญาว่าเราจะตั้งตาเรียน
จะพากเพียรจนสมองเปื่อยเน่าเอย



   แฮร์รี่เข้าใจแล้วว่าทำไมบรรดาอาจารย์ถึงมีพิรุธขนาดนั้น ดัมเบิลดอร์บอกให้พวกเขาทุกคนเลือกทำนองเอง เขาเฉมองเบลสที่เลือกทำนองเพลงร็อคของสักวงเอามาร้องอย่างเมามัน ดีนนิ่งไปอยู่พักใหญ่ก่อนเลือกเอาทำนองเพลงแร๊ป -- แฮร์รี่สมองตันเขาไม่แน่ใจว่าทำนองแบบไหนจะเหมาะกับเนื้อเพลงที่มีคำว่า ตะกละ หัวล้าน ซากแมลงวัน หรือแม้แต่คำว่าสมองเน่าเปื่อย 

   สุดท้ายแฮร์รี่เลือกสวมวิญญาณเป็นจัสติน ทิมเบอร์เลค แห่งวงเอ็นซิงก์กับเพลง บาย บาย บาย

   ทุกคนร้องจบไม่พร้อมกัน ท้ายที่สุดก็เหลือแต่เพลงมาร์ชเดินส่งขบวนแห่ศพของฝาแฝดวีสลีย์ และดัมเบิลดอร์ก็ตอบมือเสียงดังสนั่น ทำท่าปาดน้ำตาปราบปลื้ม เมื่อพวกเขาร้องจบ



✿.。.:* *.:。.✿



   บรรดานักเรียนปีหนึ่งต่างเดินเข้าแถวตามพรีเฟ็คประจำบ้าน ปีหนึ่งกริฟฟินดอร์เดินตามเพอร์ซี่ วีสลีย์ออกจากห้องโถงใหญ่ ขึ้นบันไดหินอ่อนไปยังชั้นบน -- แฮร์รี่เพลีย รู้สึกอิ่มและง่วงมาก เขาเดินเตาะแตะตามหลังเบลสที่สภาพไม่ต่างกัน ดีนเหมือนจะรู้เขาลากแขนของทั้งคู่ไม่ให้ทรุดลงไปกับพื้นบันได 

   เพอร์ซี่พาทุกคนเดินผ่านช่องประตู ผ่านภาพทอสวยงามผืนใหญ่ ผ่านทางเดินทอดยาว ระหว่างทางพวกเขาได้เจอกับพีฟส์ -- พีฟส์เป็นผีโพลเตอร์ไกส์จอมกวน มีรูปร่างเป็นชายร่างเล็ก ตาสีดำออกชั่วร้าย เพอร์ซี่เอาแต่ขึ้นเสียงใส่และพีฟส์ก็คิดแต่จะแกล้งเด็กปีหนึ่ง -- ความวุ่นวายตรงหน้ามันไม่ได้ทำให้แฮร์รี่สนใจไปกว่าเตียงนุ่มๆ แล้วก็โอลิเวีย...แต่เขาต้องกลับไปนอนกอดช็อปเปอร์แทนแล้วล่ะ



   “ ถึงแล้ว ” เพอร์ซี่พูด 

   ที่ปลายสุดริมระเบียงทางเดิน มีภาพวาดเหมือนแขวนอยู่ เป็นรูปของผู้หญิงร่างอวบอ้วนในชุดผ้าไหมสีชมพู ผมหยิกเกลียวมีโบว์ แบบที่พวกคุณป้าพี่น้องสมิธ ลูกค้าขาประจำของโอลิเวียแต่ง บ่อยๆ

   “ รหัสผ่าน ” เธอพูด

   “ คาปุต ดราโคนีส ” เพอร์ซี่ตอบ 

   หัวมังกร... รหัสผ่านแปลกดี แฮร์รี่คิด 

   ภาพวาดเหวี่ยงตัวออกเผยให้เห็นช่องบนกำแพง พวกเขาต้องปีนผ่านมันเข้ามา ทุกคนตะเกียกตะกาย ช่วยกันดันตัวเพื่อนให้เข้ามาจนครบ -- ภายในคือห้องนั่งเล่นรวมของบ้าน กริฟฟินดอร์ เป็นห้องทรงกลมดูอบอุ่น มีเตาผิง โต๊ะและเก้าอี้นวมนุ่มนิ่มวางอยู่ทั่วไป

   ฝั่งของหอนอนเด็กผู้หญิงขึ้นบันไดเวียนไปบนสุดแล้วเลี้ยวซ้าย ส่วนเด็กผู้ชายให้ขึ้นไปเหมือนกันแล้วเลี้ยวขวา -- พวกเขาแยกย้ายกันเพื่อเข้าห้องนอน เตียงนอนเป็นเตียงสี่เสาหกเตียง แขวนด้วยผ้าม่านกำมะหยี่สีแดงเข้มไว้รอบๆ หีบเสื้อผ้าของทุกคนมีคนยกขึ้นมาวางให้แล้ว ไม่มีใครพูดคุยกัน ทุกคนต่างเหนื่อยและอ่อนเพลียกันเต็มที่



    เบลส ดีนกับแฮร์รี่นอนเรียงแถวฝั่งเดียวกัน เบลสนอนชิดประตู ดีนอยู่ตรงกลาง และแฮร์รี่นอนติดกับฝั่งห้องน้ำ --  มีแฮร์รี่แค่คนเดียวที่อาบน้ำก่อนจะเข้านอน มันเป็นนิสัยที่โอลิเวียปลูกฝังให้เขาจนเคยชิน คนที่เหลือต่างเปลี่ยนชุดแล้วล้มตัวลงนอนกันไปก่อน


   แฮร์รี่ตัดสินใจเขียนจดหมายถึงโอลิเวียในคืนนี้แม้เขาจะง่วงจนตาจะปิดแล้วก็ตาม เขากลัวว่าวันต่อๆไปจะยุ่งจนลืมเขียนถึง และดูไอซาจะเบื่ออยากออกไปบินข้างนอกเต็มแก่ -- แฮร์รี่นั่งเขียนอยู่สักพักก่อนจะเปิดกรงนกฮูกหิมะแสนสวยให้มันออกมารับลมกับโลกภายนอก

   “ ส่งให้คุณกระรอกนะ ไม่ต้องรีบเอาจดหมายมา... ถ้าคุณกระรอกไม่ว่าง แกก็บินกลับได้เลย 

   ไอซารับคำแฮร์รี่อย่างเข้าใจมันจิกนิ้วเขาอย่างรักใคร่เบาๆ ก่อนจะคาบจดหมายแล้วโผบินออกไปยังราตรีที่มืดมิด -- เด็กชายมองมันจนลับตา เขาทิ้งตัวลงบนที่นอน รื้อตุ๊กตากวางเรนเดียร์ที่ยัดไว้ในกระเป๋าเป้เอาขึ้นมากอดก่าย ก่อนจะหลับใหลไปอย่างไม่ได้สติ





TBC.
✿.。.:* *.:。.✿




*ค่าเงินในโลกเวทมนตร์
1 เกลเลียน = 17 ซิกเกิ้ล, 1 ซิกเกิ้ล = 29 คนุตส์
เกลเลียน = 875 บาท, 1 ซิกเกิ้ล = 52.5 บาท, 1 คนุตส์ = 1.75 บาท (คุณพระ//เอามือทาบอก)
ตีค่าเล่นๆ ไม้กายสิทธิ์ 7 เกลเกลียน = 6,125 บาท (//ก๊อดด) ตำราปรุงยาขั้นสูง 9 เกลเลียน = 7,875 บาท (//เป็นลม)

**ผีแบนชี (Banshee) : เป็นตำนานท้องถิ่นของชาวไอริช เธอเป็นเทวีแห่งความตายและเศร้าโศก มักปรากฎในชุดสีขาวหรือสีเทา จะคอยติดตามครอบครัวเก่าแก่ของชาวไอริช มีทั้งทางดีและร้าย ถ้าทางดีตอนวาระสุดท้ายของคนในครอบครัวเธอจะร้องเพลงไว้อาลัย แต่ในทางร้ายเธอจะกรีดร้องและเยาะเย้ย


***ราชินีมนต์ดำคาร์เมน (Carman) : เป็นตำนานท้องถิ่นของชาวไอริชอีกเช่นกัน เดิมเป็นนักรบที่ใช้มนต์ดำเข้ารุกรานไอร์แลนด์สุดท้ายมีผู้กล้าเข้าต่อกร เธอแพ้เลยถูกจับขังคุกจนวาระสุดท้าย

****รูปภาพเยลลี่เม็ดของเบอร์ตี้ บอตต์ (Bertie Bott's Every Flavor Beans) กบช็อกโกแลต (Chocolate Frog) ไม้กายสิทธิ์รสชะเอม (Liquorice Wands)

*****ยอร์กเชียร์พุดดิ้ง (Yorkshire Pudding) : เป็นอาหารที่มีชื่อคล้ายขนม นิยมกินคู่กับสเต๊กและซอสบัลซามิค





✿.。.:* *.:。.✿

...Writer...

อัพแล้วค่ะ! แฮร์รี่เข้าเรียนแล้วค่ะ!!
//โปรยยิ้มแบบนางงาม

ไรต์ผุดขึ้นมาจากเอกสารที่กองพะเนินสุมหัวได้แล้วค่ะ
ไม่รู้คุณบอสนึกคึกอะไรถึงยัดงานมาให้มากมายหลังจากหยุดชดเชยไปอย่างมีความสุข
//อย่าลืมโบนัสนะคะบอส 

เฮ้อออ ตั้งแต่แต่งมาบทนี้ยาวสุดแล้วค่ะ  
ตัดแบ่งแล้วมันก็ดูแปลกๆ เพราะเนื้อเรื่องมันยาวเป็นวันเดียวกัน
//รวมตอนไปซะสบายใจกว่า ชดเชยที่ไรต์หายไป

เนื่องจากไรต์ยังไม่เคยเห็นเบลสอยู่บ้านอื่น เลยอยากลองให้เบลสเดินออกมาชิวๆบ้าง
//เซอร์ไพร์สกับเบลสไหม

ตกใจมากเลยค่ะ จำได้ว่ามีคนติดตามแค่ 230 กว่าๆ ตอนนี้ 270 เข้าไปแล้ว 

ขอบคุณทั้งคนที่กดติดตาม กดปุ่มให้กำลังใจ คอมเม้น หรือตามอ่านมาตลอดมากๆเลยนะคะ
//กดดันให้ไรต์ต่อแต่งอยู่สินะ หุหุ

จะพยายามไม่ให้หายไปนานๆนะคะ แต่สัปดาห์นี้งานยุ่งจริงจัง
แถมสายชาร์ตโน๊ตบุ๊คพังต้องไปซื้อใหม่ เลยทำให้อัพช้า ไม่งอนไรต์นะคะ จุบุ
//ฝันดีค่ะไรต์เพิ่งได้นอน คร่อกกก...




อัพครั้งแรก : 20/10/2561
แก้ไขครั้งล่าสุด : 23/2/2562






 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 276 ครั้ง

1,300 ความคิดเห็น

  1. #1226 PANDAPEGASUS (@redmoon) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 22:22
    ถึงจะรู้สึกผิดนิดหน่อย แต่ก็ขอบอกว่าแอบดีใจเล็กๆที่ไม่มีการรวมทีมแก๊งค์หายนะแห่งฮอกวอตส์ค่ะ 55555555 อยากรู้ด้วยว่าถ้าแฮร์รี่ไม่มี golden trio แล้วจะมีบรรยากาศแบบไหนนะ
    เป็นกำลังใจให้ไรท์ค่า :']
    #1226
    0
  2. #774 DaisySelvin (@DaisySelvin) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 21:52
    มันจะไม่มี The Golden Trio หรอคะ!? TT เรารักแก๊งนี้มากเลยอ่ะ ชอบเนื้อเรื่องนะคะ แต่เสียดายรอนกับครอบครัววิสลีย์จังเลย งือออ
    #774
    1
    • #774-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 23)
      27 มกราคม 2562 / 07:36
      ไรต์ต้องขอโทษด้วยที่ต้องบอกว่าไม่มีค่ะ
      ส่วนใหญ่เรามักเห็นเป็นก๊วนสามสิงห์กันบ่อยๆ ไรต์เลยอยากเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง
      แต่รับรองได้ว่าครอบครัววีสลีย์ทุกคนจะโผล่มาให้หายคิดถึงค่ะ//แต่อาจจะไม่เยอะ

      ขอบคุณที่เลือกเข้ามาอ่านและคอมเม้นให้นะคะ ขอบคุณจริงๆที่ชอบเรื่องราวที่ไรต์แต่ง
      จุบุ จุบุ
      #774-1
  3. #589 พีชซัง (@cat-can-fly) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 16:17
    ช็อปเป้ออออออออ
    #589
    1
    • #589-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 23)
      8 มกราคม 2562 / 11:09
      โทนี่ โทนี่ ช๊อปเปอร์...!
      #589-1
  4. #251 Piszerel (@manaki-ne) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2561 / 20:59
    เดี๋ยวนะ... ซาบินี่กันดีน!!

    -0-
    ชอบสามคนนี้~~~ ถ้าบวกลองบัตท่อม(ที่ความกล้าหาญและมีความมั่นใจออกมาแล้ว)จะแฮปมากกกก
    #251
    1
    • #251-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 23)
      21 พฤศจิกายน 2561 / 19:54
      ตอนแรกก็มีค่ะ แต่ไรท์เขียนบทเฉลี่ยไม่ค่อยได้เลยลดเหลือแค่นี้ค่ะ TT
      #251-1
  5. #158 VioMayLin (@mayviolincatcat) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 22:38

    ชอบความเป็นแฮร์รี่แบบนี้มากค่ะ
    #158
    1
    • #158-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 23)
      28 ตุลาคม 2561 / 06:56
      แฮร์รี่เวอร์ชันปรับปรุงใหม่ !
      ขอบคุณค่าาา
      #158-1
  6. #101 wal_5678 (@wal_5678) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 15:55

    ยาวจุใจมากค่ะกริ๊ดแปบ


    ชอบทรีโอ้ชุดใหม่จัง จะรอดูแก๊งค์นี้ก่อวีรกรรม <3



    ปล-ธีมใหม่มีความตะมุตะมิ น่ารัก

    #101
    1
    • #101-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 23)
      20 ตุลาคม 2561 / 17:09
      อิอิ ขอบคุณนะคะะะ
      หนุ่มๆทรีโอ้จะกอดคอแหกกฎไปด้วยกันค่ะ!
      #101-1
  7. #100 jujuly (@srnswan) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 13:01
    ชอบที่แฮร์รี่มีความคิดดีๆเรื่องการผูกมิตรตั้งแต่เด็ก (อย่างน้อยก็ไม่หักหน้าเดรโก) ว่าแล้วว่าถ้าแฮร์รี่โดนโอลิเวียเลี้ยงจะต้องมี consequences ตามมา แปลกใจกับเรื่องเบลสมาก แต่คิดว่าต้องป่วนกันแน่ๆ 5555555555
    ปล. ฉากแฮร์รี่ยิ้มให้สเนปนี่เราก็สำลักเหมือนกันค่ะ ตลก 5555555
    #100
    1
    • #100-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 23)
      20 ตุลาคม 2561 / 15:28
      พื้นฐานแฮร์รี่เปนเด็กนิสัยดีอยู่แล้วค่ะ ถ้ามีคนสอนดีๆแนะนำเรื่องดีๆ
      แฮร์รี่จะเป็นเด็กที่น่ารักได้อย่างไม่ยากเย็น
      ไรต์คิดว่าเบลสก็เหมาะกับหลายๆบ้าน เพราะเจ้าตัวไม่ได้หยิ่งหรือนิสัยแย่ขนาดนั้น

      และอย่างว่า มารวมกันความป่วนมันต้องมีค่ะ อิอิ
      #100-1
  8. #99 ploywendy (@ploywendy) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 10:05

    ชอบมากเลยค่ะ มายาวๆเลยยย
    #99
    1
    • #99-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 23)
      20 ตุลาคม 2561 / 12:06
      ขอบคุณค่าาา
      รู้สึกคุ้มที่งมโข่งยาวยันวันใหม่ //โคตรคุ้มค่า!!
      #99-1
  9. #98 love-novel-pp (@love-novel-pp) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 09:27
    ดีมากๆเลย มายาวๆๆๆๆ
    #98
    1
    • #98-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 23)
      20 ตุลาคม 2561 / 12:05
      ชดเชยที่หายตัวไปไม่บอกกล่าวนะคะะ ><
      #98-1
  10. #97 zionp (@zamguiddi) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 05:28
    สนุกมากเยย เปิดมาตีห้าดีใจนิยายอัพ 55555555
    #97
    1
    • #97-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 23)
      20 ตุลาคม 2561 / 12:05
      ขอบคุณนะคะะ

      ตีห้าเวลานอนของไรต์พอดี หุหุ
      #97-1
  11. #96 beniyuki (@loveblackdevil) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 05:26
    ยาวจุใจจจ~~กว่าจะอ่านจบ555
    #96
    1
    • #96-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 23)
      20 ตุลาคม 2561 / 12:04
      รีดอ่านแล้วชอบไรต์ก็สุขใจจ ^^
      #96-1
  12. #95 Caroline0674 (@Caroline0674) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 04:22

    ตอนนี้ยาวเฟร่ออ จุใจสุดๆๆ
    #95
    1
    • #95-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 23)
      20 ตุลาคม 2561 / 12:03
      ผลพวงมาจากความเก็บกดจากงานค่ะ 5555
      #95-1
  13. วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 03:50
    ไม่นอนเหรอไรท์มาเซอไพรส์สะดึกเชียว
    #94
    2
    • #94-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 23)
      20 ตุลาคม 2561 / 03:56
      แหม รีดก็ยังไม่นอนนี่คะ (นอนดึกไม่ดี นอนอีกทีสว่างเลยดีกว่า)

      งาน เสร็จได้สายชาร์ตใหม่

      ไรต์ก็รีบมาลงด้วยความอึดอัด ที่ไม่ได้ลงเลย //นอนก่อนนะคะ ที่นอนกับหมอนเรียกไรต์แล้ว
      #94-1