[Fanfiction Harry Potter] What If...? (OC)

ตอนที่ 3 : [Begin] Chapter 1 || Camomile

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 5246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 315 ครั้ง
    23 ก.พ. 62




Chapter 1
Camomile




'The best and most beautiful things in the world cannot be seen or even touched, They must be felt with the heart'

- Helen Keller -


✿.。.:* *.:。.✿



   ทางตอนกลางของประเทศอังกฤษเมืองคอทส์โวลด์ส ชาวเมืองและนักท่องเที่ยวต่างชาติหลายคนล้วนรู้จักกันว่าเป็นสถานที่ตั้งหมู่บ้านเก่าแก่มากมาย มีความสวยงามทางธรรมชาติและประวัติศาสตร์ เนื่องด้วยภูมิประเทศที่เป็นชนบทติดกับป่าเขา ถือเป็นดินแดนในฝันของใครหลายคนที่ได้มาเยี่ยมชม


   เบอร์ตัน ออน เดอะ วอเตอร์ เป็นอีกหนึ่งหมู่บ้านที่ขึ้นชื่อในเมืองคอทส์โวลด์ส มันถูกขนานนามว่าเป็น'เวนิสน้อยแห่งอังกฤษ' ภายในใจกลางหมู่บ้านมีแม่น้ำเล็กๆสายหนึ่งชื่อวินด์รัช ไหลตัดผ่าน  เหนือแม่น้ำมีสะพานหินพาดข้ามเป็นจุดเด่น รวมไปถึงต้นไม้น้อยใหญ่ที่ขึ้นกระจัดกระจายอยู่โดยรอบบริเวณชวนให้ใครหลายคนที่ผ่านไปมาต้องแวะพักผ่อน

   ที่โดดเด่นนอกจากธรรมชาติอันสวยงาม คือการอนุรักษ์บ้านที่สร้างด้วยหินปูนสีน้ำผึ้งเก่าแก่จากในยุคศตวรรษที่สิบเจ็ด มีทั้งส่วนผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมและส่วนของร้านค้าต่างๆที่เปิดให้ผู้คนมาเยี่ยมชม 



   ท่ามกลางพิพิธภัณฑ์ ร้านค้ามากมาย -- ร้านน้ำชาร้านหนึ่งเป็นที่นิยมสำหรับนักท่องเที่ยวและผู้อาศัยในแถบนี้ หากคุณชื่นชอบการดื่มชาโดยเฉพาะ ชาสมุนไพร และ ชาเขียว รวมไปถึงการได้ดื่มชาคู่กับขนมอร่อยๆล่ะก็...คุณห้ามพลาดเชียว 


   ‘ ไพน์ส ทีรูม  คือชื่อของร้านชาดังกล่าว...


   ตัวร้านมีขนาดเท่ากับตึกสองคูหา หน้าร้านมีแผ่นไม้สีน้ำเงินเข้ม ตัวหนังสือสีทองสดใสบ่งบอกชื่อร้าน ภายตกแต่งเป็นแนวโมเดิร์นกึ่งวินเทจ เน้นของประดับโทนสีเข้มและไม้เป็นหลัก 

   ชั้นแรก มีโต๊ะและเก้าอี้ไม้เคลือบเงาชั้นดีสี่ถึงห้าชุดกระจายกันทางขวามือ สลับช่องกับชั้นหนังสือทรงเตี้ยที่ติดอยู่ริมหน้าต่าง ในขณะที่ผนังฝั่งซ้ายมือทั้งแถบเป็นชั้นไม้โอ๊คสูงจรดเพดาน ใช้วางกล่องชาตากแห้งชนิดต่างๆ ที่ร้านทำขายให้เลือกซื้อเป็นของฝากกลับบ้าน 

   จุดเด่นของร้านอีกที่คือ เคาน์เตอร์ขนมที่ตั้งติดกับเคาน์เตอร์ไม้สีน้ำเงิน สามารถนั่งดื่มชาและดูวิธีการชงชาแบบต่างๆได้ -- เมื่อมองเลยเข้าไป จะมีบันไดไม้ทรงคลาสสิกประดับเถาวัลย์และหลอดไฟ ยาวคู่ขนานกับเคาน์เตอร์ 

   หากเดินขึ้นบันไดมาที่ชั้นสองของร้าน จะพบเป็นครัวแบบเปิด มีเตาอบขนาดกลาง ตู้เก็บความเย็นขนาดใหญ่ ตู้แช่วัตถุดิบอย่างดี เคาน์เตอร์ไม้ใหญ่ตั้งกลางครัวสำหรับเตรียมขนมโดยเฉพาะ -- อีกฟากของชั้นจะเป็นตู้เก็บสูตรชา ขนม ตัวอย่างชาและดอกไม้อีกมากมายเพื่อใช้ปรับปรุงก่อนนำใส่เมนูลงไปวางขาย 

   มีบันไดวนขนาดเล็กให้ขึ้นไปยังห้องใต้หลังคา สำหรับเก็บของที่ใช้ตกแต่งร้านตามช่วงเทศกาลและแพคเกจกล่องสวยๆสำหรับบรรจุใบชา


   ความเรียบง่ายเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงตัวตนร้าน...กลิ่นของชาที่สดใหม่ กลิ่นขนมอบร้อนๆจากเตา
ผสมกันจนหอมกระจายไปทั่วร้าน ตัดกับ
แสงอาทิตย์ที่สอดส่องผ่านกระจกเข้ามา ล้วนขับให้บรรยากาศในร้านอบอุ่นและเป็นกันเองยิ่งขึ้น 



   กริ๊ง.....



   “ ยินดีต้อนรับสู่ ไพน์ส ทีรูม ค่ะ....เพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรกมีบริการชิมฟรีและสามารถให้คำแนะนำที่เหมาะกับคุณได้นะคะถ้าคุณต้องการ ” 


   เสียงหวานออกโทนต่ำเล็กน้อยเอ่ยขึ้นเมื่อมีลูกค้าเข้ามา ดวงตาเรียวรีสีเขียวอมฟ้าเหมือนน้ำทะเลจ้องมองลูกค้าตัวน้อยที่กำลังเดินเข้ามาแล้วหยุดอยู่กลางร้าน สองขาพาร่างเพรียวออกจากเคาน์เตอร์เดินไปยังจุดที่เด็กชายอยู่ ผมสีน้ำตาลกุหลาบที่รวบเป็นหางม้าโบกสะบัดตามจังหวะก้าวเดินทำให้ดูกระฉับกระเฉง 


   “ สวัสดีฮะ...คือ-ผมอยากดื่มชาฮะ แต่ผมไม่รู้ว่าอันไหนดี-ผมเลย-เอ่อ...  เด็กชายตัวรู้สึกประหม่าที่ตัวเองเข้ามาในร้านคนเดียว พ่อกับแม่เขามัวแต่ถ่ายรูปริมแม่น้ำกันเพลินเลยปล่อยให้เขาล่วงหน้ามาก่อน 

    “ ค่ะ...เธอมีชาที่เธอชอบไหม? ชาที่อยากจะดื่ม -- ถ้าคิดไม่ออกก็ลองอธิบายให้พี่ฟังดูก่อนได้ค่ะ   เธอค่อยๆพูดกับเด็กชายอย่างช้าๆและใจเย็นพร้อมกับสอบถามถึงความชอบ ให้เวลาเขาได้คิดตัดสินใจ

   “ ผม...เคยดื่มชาเขียวกับพ่อแต่-ผมไม่ชอบมันเท่าไหร่เขาครุ่นคิดและพยายามตอบพี่สาวตรงหน้า ผมเคยดื่มชาแบบหนึ่งแล้วชอบมาก...มันหอมกลิ่นเหมือน-แอปเปิลฮะ ดื่มแล้วรู้สึกสบายมากเลย ” 

   “ อืม...พี่รู้แล้วว่าอะไร ตามพี่มาเลยค่ะ 


   พูดเสร็จเธอก็พาเด็กชายมาที่นั่งเคาน์เตอร์ ส่วนตัวเองก็อ้อมไปเตรียมวัตถุดิบอุปกรณ์สำหรับชงชา 


   “ นั่น....ดอกไม้อะไรหรอฮะ? ” เด็กชายถาม เขาเห็นพี่สาวใจดี เตรียมดอกไม้แห้งและดอกไม้สดเอาไว้ พี่สาวกำลังทำชาให้เขาอยู่ใช่ไหม

   “ ดอกคาโมมายด์ค่ะเธอตอบพร้อมกับหยิบบางส่วนให้เด็กชายตรงหน้าดู อันนี้เป็นแบบตากแห้งสำหรับชงดื่มโดยเฉพาะ ส่วนอันนี้เป็นดอกสด -- จะช่วยให้ได้กลิ่นหอมตอนดื่มมากขึ้น
คาโมมายด์มีประโยชน์มากเลยนะ...นิยมดื่มกันเพราะช่วยให้ร่างกายผ่อนคลายและนอนหลับสบาย ที่สำคัญกลิ่นของมันคล้ายกับแอปเปิล
 


   เธอชงชาพลางอธิบายให้เด็กชายฟังเรื่อยๆ


   “ -- นี่ค่ะ ชาคาโมมายด์  

   “ ขอบคุณฮะ เด็กชายรับแก้วมาดมก่อนแล้วจึงค่อยจิบตามอย่างที่พ่อกับแม่เขาเคยสอน กลิ่นแอปเปิล! ผมขอซื้อกลับบ้านได้ไหม.... ” 

   “ หึหึ ได้ค่ะ....ลองกินคู่กับเอแคลร์ดูนะ พี่ไม่คิดเงินเพิ่ม  ใบหน้ารูปไข่มีแก้มเล็กน้อยมอบรอยยิ้มให้กับคนตรงหน้าอย่างใจดี และแถมขนมให้กับเด็กชายที่เพิ่งมาซื้อชาร้านเธอครั้งแรก



   เธอปล่อยให้เด็กชายนั่งดื่มชาอยู่สักพักจึงเดินมาที่เชิงบันได 


   “ อีธาน "  เธอเรียกเด็กในร้านที่ทำงานอยู่บนชั้นสองแต่ดูเหมือนเขาจะไม่ได้ยิน "อีธาน! -- อีธา...มาละ เตรียมชุดชาคาโมมายด์สำหรับกลับบ้าน...สูตรที่หนึ่งนะ หนึ่งชุด อย่าลืมการ์ดสำหรับวิธีชงอีกล่ะ ส่วนขนมไม่ต้องอบเพิ่มแล้วบอกคาร่าให้ด้วย ” 


   อีธาน เป็นผู้ช่วยพาทิเช่ เขาเป็นเด็กหนุ่มตัวสูงผอม ผมบลอนด์สั้นไถข้างเล็กน้อย หน้าตาติดขี้เล่นมีลักยิ้มโดดเด่น หัวไว เรียนอยู่เกรดสิบเอ็ดโรงเรียนรัฐขนาดกลางแห่งหนึ่ง ชื่นชอบและสนใจในการทำขนมมากจนตั้งเป้าหมายว่าจะไปฝรั่งเศสเพื่อเรียนต่อด้านนี้โดยเฉพาะ ก็เลยออกหางานทำเพื่อเป็นประสบการณ์และทุนในการศึกษาในอนาคต 

   กลับกลายเป็นว่าร้านหลายร้านไม่ค่อยรับเด็กไฮสคูลมาเป็นผู้ช่วยเท่าไหร่หรือต่อให้รับก็เป็นตำแหน่งล้างจานกับเสิร์ฟอาหารซะมากกว่า...บังเอิญวันหนึ่งที่เขาได้มาเที่ยวหมู่บ้านแห่งนี้เพื่อพักผ่อนหลังเสร็จจากการสอบเลื่อนชั้น 

   ระหว่างเดินเรื่อยเปื่อยก็เหลือบเห็นป้ายรับสมัครพนักงานตำแหน่งผู้ช่วยพาทิเช่ของร้านชาที่กำลังจะเปิดใหม่พอดี ทั้งยังมีสอนปูพื้นฐานก่อนเปิดร้านสามเดือน เขาจึงรีบติดต่ออย่างไม่ลังเล ต้องขอบคุณสวรรค์ที่เขาเห็นป้ายประกาศนั่นเป็นคนแรก 

   หลังจากพูดคุย สอบถาม กันอยู่นานเจ้าของร้านก็ตอบตกลง เขาได้ทั้งประสบการณ์และเทคนิคดีๆหลายอย่าง รายได้ สวัสดิการก็สูงกว่าที่อื่น เจ้านายก็ใจดีเป็นกันเอง วันไหนขนมขายไม่หมด เขาก็ได้กลับไปกินเสมอ แม้ระยะทางจากบ้านมาร้านต้องปั่นจักรยานเกือบสี่สิบนาที ซึ่งไม่เป็นปัญหาแม้แต่น้อย


   “ ครับบอส! รอสักครู่นะครับคุณลูกค้า!  อีธานตอบเจ้านายด้วยท่าทางที่ทะเล้น เขาเดินไปที่ชั้นไม้ หยิบกล่องชาสูตรที่ต้องการก่อนหนีขึ้นไปเตรียมของที่สั่งอย่างรวดเร็วสวนทางกับอีกคนที่กำลังเดินลงมา

     อย่าวิ่งในร้านและก็อย่าหยิบสลับแผ่นกันอีกล่ะ! -- ให้ตาย...บอกหลายรอบแล้วนะว่าไม่ให้เรียกบอส ”

   “ เธอควรจะชินได้แล้วนะโอลิเวีย บ่นอยู่ทุกวันไม่เบื่อเลยรึไง อีกอย่าง...บ่นไปก็ไม่เข้าสมอง
อีธานหรอก ฮ่าๆ
เสียงกังวานใส อีกเสียงดังขึ้นมาจากทางบันได  


   คาร่า เป็นพาทิเช่หลัก ทั้งยังเป็นหุ้นส่วนของร้านชาแห่งนี้แต่เจ้าหล่อนดันชอบทำอย่างกับตัวเองเป็นลูกน้อง 

   คาร่าอายุเกือบสามสิบปี เธอเป็นคนอเมริกันเชื้อสายอังกฤษ ผิวขาว ผมสีน้ำตาลเข้ม  รูปร่างออกท้วมดูมีความสุขตลอดเวลา -- เธอประกาศว่าตัวเธอน่ะคือ ดรู แบร์รีมอร์ เวอร์ชันบวมน้ำ แห่ง
คอทส์โวลด์ส
 เธอมั่นใจมากว่าตัวเองหน้าเหมือน(ถ้าคุณผอม คุณก็เหมือนอยู่หรอกนะ//โอลิเวีย) 

   คาร่าเรียนจบด้านการทำขนมโดยตรงจากฝรั่งเศสและญี่ปุ่น เธอเคยทำงานอยู่โรงแรมและร้านอาหารสี่ดาว นิสัยของคาร่าไม่ได้เป็นคนทะเยอทะยานหรือใฝ่หาให้ตัวเองบินสูงขึ้นนัก การทำงานโรงแรมหรือร้านอาหารหรูนั้น คุณต้องแบกรับความกดดัน ทุกอย่างต้องอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานและพัฒนาให้ดีขึ้นเรื่อยๆ พนักงานทุกคนจำเป็นต้องกระตือรือร้นตลอดเวลา -- มันเป็นประสบการณ์ทำงานที่ดี แต่...คาร่าไม่ได้มีความสุขกับมันนัก เธอแค่อยากทำขนมที่เธออยากทำ คิดขนมใหม่ๆตามใจเธออยากคิด ลงเอยที่นั่งมองลูกค้ากินมันด้วยความสุข 

   สุดท้าย...จึงตัดสินใจลาออกมาทบทวนตัวเอง 

   เมื่อสองปีก่อนเธอก็ได้มาเจอกับโอลิเวียที่ร้านเบเกอรี่ชื่อดังตอนไปเที่ยวฝรั่งเศส บังเอิญที่ทั้งคู่พูดอังกฤษเหมือนกันแถมคุยกันถูกคอ โอลิเวียสนใจจะเปิดร้านชาและคาร่าก็คิดจะเปิดร้านขนม เลยจับพลัดจับผลูมาทำร้านด้วยกัน ตั้งชื่อร้านว่า ไพน์ ที่เป็นนามสกุลของโอลิเวีย


   คาร่ายืนมองหุ้นส่วนตัวเองที่บ่นเป็นหมีกินผึ้ง เธอชินแล้วกับท่าทางกวนประสาทของอีธานและเสียงบ่นหงุงหงิงของโอลิเวีย เธออายุมากสุดในร้าน มักรับบทเป็นแม่คอยห้ามทัพลูกชายลูกสาวเวลาทั้งคู่ประชันฝีปากหรือตบตีกัน  

   บางครั้งเธอก็ร่วมมือกับอีธานแกล้งโอลิเวียด้วยซ้ำ 

   ก็แหม...เวลาโดนแกล้งหรือโดนแหย่โอลิเวียมักทำหน้าเหมือนกระรอกขู่จนหางกับหูมันตั้งชูชัน
น่ารัก น่าเอ็นดูจะตาย


   “ ค่า คุณคาร่า บ่นแล้วยังเป็นอย่างนี้ไม่บ่นแล้วมันจะขนาดไหน เสร็จจากลูกค้าคนนี้ แล้ว -- เราปิดร้านเลยดีไหมคะ เย็นแล้วลูกค้าน้อย อากาศก็เริ่มหนาว กลับบ้านไวหน่อยน่าจะดี 

   “ ดีมากค่ะบอส!

   “ คาร่าพี่เป็นหุ้นส่วนนะมาเรียกว่าบอสได้ไงเล่า โอลิเวียยู่ปากใส่

   “ สถานะการเงินเราเป็นหุ้นส่วนกันค่ะ แต่ถ้าเป็นสถานะทำงานและตัดสินใจพี่ยกให้เธอคนเดียวเลย บอสสสส!

   “ ก็บอกอยู่ -- ว่าไม่ให้เรียกบอส

   .

   ..

   ...

   “ วันนี้ก็ขอบคุณคาร่ามากนะคะ ปั่นจักรยานกลับบ้านดีๆล่ะอีธาน


   “ จ้า...เช่นกัน / บายครับ  

 
   โอลิเวียบอกลาคนทั้งสองก่อนจะแยกตัวออกมา 

   เธอเดินผ่านร้านค้าต่างๆที่เริ่มทยอยกันเก็บของ เอ่ยตอบและทักทายคนหลายคนที่รู้จัก 

   มือทั้งสองข้างสอดลงในเสื้อโค้ทกระชับกันแน่น ห่อไหล่เล็กน้อยจากอากาศที่หนาวเย็นเกือบ
สิบห้าองศา ขาเรียวยาวในรองเท้าผ้าใบหุ้มข้อสีขาวเดินข้ามสะพานที่พาดผ่านแม่น้ำ เมื่อคนเริ่มบางตาลง เธอจึงเดินเข้าไปหยุดที่ซอยแคบๆซอยหนึ่งและหายตัวไปจากที่แห่งนั้น



✿.。.:* *.:。.✿


 

   หญิงสาวร่างปราดเปรียวสูงร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตร ปรากฏขึ้นเพียงกระพริบตาอยู่เบื้องหน้าคฤหาสน์แห่งหนึ่งที่ห่างไกลผู้คน 

   หญ้าและต้นไม้โดยรอบเปลี่ยนเฉดสีจากเขียวสบายตาเป็นสีแดงและเหลืองตามฤดูกาล บางต้นก็เริ่มแห้งเปราะ ใบไม้ตามกิ่งเริ่มร่วงหล่น แต่ไม่ใช่กับต้นไม้หรือดอกไม้อีกหลายชนิด ฟรีเซีย กล้วยไม้ ลิลลี่ ป๊อบปี้ กุหลาบบางสายพันธ์ุ ล้วนเบ่งบานเปล่งประกายเมื่อเข้าสู้ฤดูใบไม้ร่วง 


   พระอาทิตย์เริ่มใกล้ลับขอบฟ้าทำให้อากาศเย็นลงกว่าเดิม สองขาจึงรีบเดินย่ำตรงเข้าสู่คฤหาสน์อย่างรวดเร็ว


   “ กลับมาแล้ว! ปีนี้หนาวเร็วกว่าที่ผ่านมาซะอีก โอลิเวียพึมพำหลังจากเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับถอดผ้าพันคอและเสื้อโค้ทออก


   ป๊อบ!


   “ ยินดีต้อนรับกลับบ้านเจ้าค่ะนายหญิง วันนี้นายหญิงกลับเร็วนะเจ้าคะ เสียงแหลมๆ ของเอลฟ์ประจำบ้านสูงอายุตัวเล็กในชุดแม่บ้านชั้นดี ยืนต้อนรับนายของเธอด้วยรอยยิ้มพร้อมกับช่วยเก็บของอย่างกระตือรือร้น


   “ พอดีวันนี้ที่ร้านลูกค้าน้อยน่ะ...ขอบใจนะเมลโล่ แล้ว -- โจกี้ล่ะ? ” เธอตอบรับและเอ่ยถามถึงเอลฟ์ประจำบ้านอีกตน 

   “ เจ้านั่นยังนอนเฝ้าเรือนกระจกอยู่เจ้าค่ะ ตั้งแต่แมนเดรกตายไปหลายต้นก็เอาแต่โทษตัวเอง ตอนนี้ยังอยู่ในช่วงชดใช้ความผิดด้วยตัวเองเจ้าค่ะ นายหญิง ” 


   เมลโล่ตอบนายหญิงเสียงดังฟังชัด สมควรแล้วที่เจ้านั่นต้องสำนึกผิด หน้าที่ตัวเองต้องดูแลแต่ดันสะเพร่าลืมปิดเพดานกระจก ฝนตก ต้นเมนเดรกเลยมีน้ำขังมาก 

   ดูเหมือนรากอัปลักษณ์พวกนั้นจะไม่ชอบน้ำท่วมขัง แถมพวกมันยังไม่ยอมขยับตัวออกจากดินจนสำลักน้ำตายไปหลายต้น บางต้นก็รากเน่าตาย ต้นที่เหลือก็โวยวายให้นายหญิงประคบประหงมมันดีๆหน่อย 

   น่าหมั่นไส้จริงๆ....


   “ เอ่อ-จ่ะ....เก็บของเสร็จแล้วไปบอกโจกี้ว่าเลิกทำโทษตัวเองซักที ถือว่าฉันสั่ง -- เดี๋ยวฉันจะขึ้นไปอาบน้ำแล้วเรากินข้าวพร้อมกันเร็วหน่อย ฉันต้องคิดเมนูต้อนรับเทศกาล  

   “ รับทราบเจ้าค่ะ เมลโล่รับคำสั่งและหายตัวไป 

   โอลิเวียเดินขึ้นบันไดและตรงดิ่งไปยังห้องนอนเธอ ดูท่าคงใช้เวลาอีกสักพักใหญ่เพราะเอลฟ์ประจำบ้านชราชายหญิงคู่นั้นคงใช้เวลาทำอาหารและพูดจาจิกกัดกันอีกยาว 

   แช่น้ำร้อนรอหน่อยก็คงทัน...


   กลิ่นอ่อนๆของลาเวนเดอร์ที่อบอวนอยู่บริเวณอ่างน้ำร้อนทำให้โอลิเวียรู้สึกอุ่นและผ่อนคลาย ขณะที่แช่น้ำก็คิดเรื่องตัวเองไปเรื่อยเปื่อย... 

   เธออยู่โลกนี้มาสี่ปีกว่าแล้ว คาดการณ์ว่ามันคือโลกคู่ขนานอีกโลกหนึ่งซึ่ง -- ก็ไม่ได้แตกต่างจากโลกเก่าของเธอเท่าไหร่ 

   ในปีแรกเธอต้องปรับตัวอย่างมาก 

   อย่างแรกคือ อารมณ์กับสภาพจิตใจ เธออยู่ในคุกมานานไม่ได้นับวันเวลา เธอต้องเรียนรู้ที่จะปล่อยวางอดีตทิ้งไปและเริ่มต้นใช้ชีวิตใหม่กับโลกใบใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม  

   อย่างที่สอง สภาพร่างกายที่แทบจะปลิวไปกับลมนั่น เธอทั้งกินเพิ่มน้ำหนัก ทั้งออกกำลังกาย
ปรุงยาฟื้นฟูสภาพให้ตัวเอง น้ำตาแทบจะไหลเมื่อได้หุ่นตัวเองกลับมาเป็นเหมือนเดิม...
ออกจะดีกว่าด้วยซ้ำ(//ปลื้มปริ่มจริงๆค่ะ)

   อย่างต่อมาคือสังคม ประสบการณ์หลายอย่างทำให้เธอต้องปิดกั้นตัวเอง ไม่อยากไว้ใจใคร ยอมหมกตัวอยู่แต่ในบ้าน -- แต่มันก็ทำได้ไม่นาน เธอเลยพยายามที่จะให้โอกาสทั้งกับตัวเองและผู้อื่น เรียนรู้ที่จะดูคนให้เป็น เธอจึงมักใช้ชีวิตอยู่ในโลกมักเกิ้ลเป็นส่วนใหญ่ เลือกที่จะไม่รับข่าวสารในโลกเวทมนตร์แต่ก็ไม่ถึงกับตัดขาดมันซะทีเดียว  

   สุดท้ายคือการรับมือกับเมลโล่และโจกี้  มันอยู่กันเองแค่สองตัวมาตลอด พอรับรู้ว่าเธอมาเป็นนายใหม่ ทั้งคู่แทบจะปิดประเทศฉลอง ทำตัวเป็นพ่อแม่ที่มีลูกน้อยอายุแค่หนึ่งขวบ 

   ทั้งรำคาญ ทั้งอ่อนใจแต่ปฏิเสธไม่ได้หรอกว่ามันตลกและอบอุ่นเหมือนเป็นครอบครัว 


 

   เมื่อปรับตัวได้โอลิเวียก็เริ่มหางานอดิเรกทำหลายอย่าง เล่นกีฬา ปรุงยา ทำอาหาร อ่านหนังสือ ดูหนัง ฟังเพลง ท่องเที่ยว ศึกษาเวทมนต์เก่าแก่เพิ่มเติม สุดท้ายก็มาลงเอยที่การเปิดร้านชา   

   สี่ปีที่ผ่านมาโอลิเวียใช้ชีวิตด้วยความรู้สึกที่คุ้มค่าอย่างที่ไม่ได้สัมผัสมานาน 

   เมลโล่กับโจกี้ ก็ลดระดับจากพ่อแม่ มาเป็นผู้ปกครองแบบห่างๆแทน  

   ส่วน คาร่ากับอีธาน ถึงจะกวนประสาทไปบ้างแต่ก็เข้าขากันเป็นอย่างดี  



   อาจจะเพราะคิดถึงหรืออะไรก็ตามแต่ โอลิเวียมักฝันถึงตัวเองเมื่อครั้งอดีตอยู่บ่อยครั้ง มีทั้งความทรงจำทั้งดีและแย่ปะปนกันไป มันเหมือนกับย้ำเตือนไม่ให้เธอลืมตัวตนที่ตัวเองเคยเป็นแม้ปัจจุบันจะโยนตัวตนที่ว่านั้นทิ้งไปแล้วก็ตาม 

   หญิงสาวหวังว่าความสงบแบบนี้จะอยู่กับเธอไปนานๆ ไม่ต้องหวาดระแวงว่าใครจะมุ่งเอาชีวิต ไม่ต้องดิ้นรนให้ตัวเองอยู่รอด ไม่ต้องรับผิดชอบภาระใหญ่ๆ แต่ลางสังหรณ์บางอย่างในตัวจะเริ่มตะโกนร้องว่า  มันจะหยุดแค่นี้แหละ ชีวิตเธอไม่มีทางเรียบง่ายแบบคนอื่นๆได้หรอก -- ต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้นเร็วๆนี้แน่นอน!

   เอาเถอะ...อะไรจะเกิด ถึงเวลาก็ค่อยว่ากันอีกที

   คงเพราะกลิ่นหอมอ่อนๆของลาเวนเดอร์และความอุ่นของน้ำที่แช่ตัวอยู่ ช่วยสลัดความหนาวเย็นและเหนื่อยล้าได้เป็นปลิดทิ้ง ทำให้เปลือกตาเริ่มหนักอึ้งแล้วปิดตัวลงไปในที่สุด


   .

   ..

   ...

   ถนนเส้นหนึ่งในกรุงลอนดอน ดวงอาทิตย์เริ่มส่องแสงรับวันใหม่ ปรากฏร่างหญิงสาวชุดซอมซ่อ ผมยาวลากพื้นถนน หากใครมาเห็นเธอตอนนี้คงต้องรีบแจ้งโรงพยาบาลให้มาจับตัวกลับเป็นแน่ ไม่มีคนปกติดีๆที่ไหนจะมีสภาพย่ำแย่ได้ขนาดนั้น 

   หญิงสาวที่โดนพาดพิงยังคงคุมสติตัวเองได้ไม่ดีนัก เธอคลื่นไส้และเวียนหัว ปวดหัวหนักมากจนแทบจะระเบิด การหายตัวว่าแย่แล้ว การถูกส่งตัวมาแบบนี้ทำให้รู้สึกแย่กว่าหลายเท่าจริงๆ


   โอเค....เธอควรนั่งพักเรียกสติที่ตกหล่นระหว่างทางให้กลับมาหาเธอก่อน 

   พยายามทำใจให้เย็น ค่อยๆปรับสภาพร่างกายและการหายใจให้คงที่เหมือนเดิม -- เมื่อแรงกายฟื้นคืน สายตาที่พร่ามัวเริ่มมองเห็นสิ่งรอบตัวชัดเจนขึ้น 


   ที่นี่ที่ไหน...? จะทำอย่างไรต่อ...?


   จุดมุ่งหมายชีวิตในตอนนี้เลือนรางขั้นวิกฤต

   ปล่อยให้ในหัวตัวเองคิดฟุ้งซ่านวางแผนไปเรื่อย ก็เริ่มสังเกตเห็นผู้คนออกไปทำงาน เด็กเริ่มออกจากบ้านไปโรงเรียน มีคนเริ่มสังเกตเห็นเธอแล้ว


   อ่า...อย่างแรกเธอควรจัดการกับตัวเองก่อนสินะ 

   คิดได้แบบนั้น จึงใช้คาถาพรางตัวจัดการชุดซอมซ่อ ทรงผมและสภาพร่างกาย ให้กลมกลืนกับผู้คนละแวกนั้นให้มากที่สุด

   เธอไม่แน่ใจว่าโลกนี้เป็นแบบไหน แต่การที่เธอใช้เวทย์มนต์ได้ตามปกติ คงจะคล้ายคลึงกับโลกที่เธอเคยอาศัยอยู่ไม่มากก็น้อย ถ้าอย่างนั้นคงต้องเริ่มต้นจากที่นั่น...


   ‘ ตรอกไดแอกอน  เป็นชื่อแรกที่นึกถึง 


   เธอตัดสินใจหายตัวไปยังถนนชาริงครอส ที่ซึ่งมีร้านหม้อใหญ่รั่วตั้งหัวอยู่มุมถนนหลบสายตาของเหล่ามักเกิ้ล เธอรู้สึกใจชื้นขึ้นเมื่อเจอที่ที่คุ้นเคย อย่างน้อยก็ทำให้พอมีแนวทางในการใช้ชีวิตในโลกใหม่

   หญิงสาวเดินเข้าไปข้างใน ผ่านบาร์ไปยังหลังร้าน พุ่งตรงไปยังกำแพงอิฐที่เป็นทางเข้า

   ‘ แนวตั้งสาม แนวนอนสองสินะ ’ เธอพึมพำและเคาะตามที่จำได้ กำแพงอิฐแยกออกจากกันเป็นรูปประตูทรงโค้ง ปรากฏภาพเบื้องหน้าคือ ตรอกไดแอกอน 

   มันยังเหมือนเดิมจากในความทรงจำไม่ว่าจะเป็นร้านหม้อใหญ่ ร้านไอศกรีมของฟลอเรียน ร้านเสื้อคลุมทุกโอกาสของมาดามมัลกิ้น ร้านไม้กายสิทธิ์ของโอลิแวนเดอร์ แม้มันจะดูเก่า มืดมน แทบไม่มีผู้คนแวะเวียนกันมาสักนิด 

   แต่ให้ตายเหอะ! ไม่ว่ากี่ครั้งมันก็ทำให้น่าประทับใจเหมือนเดิม เธอมองรอบด้านด้วยความคิดถึง มันเป็นสเน่ห์ที่คนทั่วไปจะหลงใหล โดยเฉพาะถ้าคุณมาจากครอบครัวมักเกิ้ล นัยน์ตาสีเขียวมรกตไหววูบตามแรงอารมณ์เล็กน้อยก่อนจะหายไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น


   ร่างนั้นเดินผ่านผู้คนและร้านรวงริมทางพลางสังเกตหลายสิ่งหลายอย่างโดยรอบ หางตาเห็นขอบหนังสือพิมพ์ที่ชายคนถืออยู่เขียนว่า เมษายน ปี ค
.. 1987 

   นอกจากจะมาอีกโลก ยังย้อนเวลามาอีกต่างหาก เธอครุ่นคิด


   หญิงสาวปัดความสนใจกลับมายังที่ที่เธอตั้งเป้าหมายเอาไว้ซึ่งก็คือ ธนาคารกริงกอตส์มุ่งหน้าไปหาก๊อบลินตัวหนึ่งที่เคยรู้จักกันเป็นอย่างดี

 

   “ ฉันต้องการตรวจสอบสิทธิ์สายเลือดและนี่ต้องเป็นความลับ 


   กริ๊ปฮุกคือก๊อบลินที่เธอเลือก แม้ในตอนนี้ก๊อบลินตรงหน้าจะไม่รู้จักกัน แต่ในโลกที่จากมาเธอสนิทกับมันมากพอที่จะรู้ว่าในหัวเล็กๆของมันคิดอะไรอยู่บ้าง 

   ซึ่งก็...ไม่ได้สนิทกันในทางที่ดี

   ถ้าคุณจะผูกมิตรหรือใช้ประโยชน์ก๊อบลิน คุณต้องทันเล่ห์เหลี่ยมมันและอย่าให้สัญญาอะไรกับมันส่งเดชโดยเฉพาะเรื่องสมบัติ ค่าตอบแทนที่ต้องจ่ายนั่นคิดไม่ถึงเลยทีเดียว


   “ เชิญ 


   กริ๊บฮุกมองมนุษย์ตรงหน้าเล็กน้อยก่อนเดินนำไปที่ห้องรับรองพิเศษสำหรับรับรองสิทธิ์ มันพาเธอเดินเข้ามาทางด้านหลังของธนาคาร มีห้องเรียงติดกันทั้งสองฟากฝั่ง ทั้งคู่เดินมาหยุดที่หน้าประตูโบราณที่ตั้งเด่นอยู่ตรงกลางส่วนลึกที่สุดของที่นี่ 

   กริ๊บฮุกแนบมือไปกับประตูก่อนท่องอะไรสักอย่างเป็นภาษาของก๊อบลิน เมื่อประตูเปิดออก ภายในมีเพียงแท่นหินที่ใช้วางลูกแก้วขนาดลูกโลกจำลองเพียงอย่างเดียว กับแสงเรืองรองจากตะเกียงตามมุมต่างๆ


   “ หยดเลือดสิบสามหยดสำหรับตรวจสอบสิทธิ์สายเลือดลงบนลูกแก้วกลางแท่นได้เลย ” กริ๊บฮุกบอกเธอหลังจากปิดประตู

   ไม่ต้องให้พูดซ้ำ เธอใช้เวทย์เฉือนเนื้อที่ปลายนิ้วและหยดเลือดตามจำนวนที่มันบอก 

   หยดเลือดที่ไหลจากนิ้วถูกซึมซับลงไปในลูกแก้วโปร่งใส

   เพียงชั่วครู่ ลูกแก้วก็ส่องแสงประกายสีขาวบริสุทธิ์ เวทย์มนตร์โบราณเก่าแก่ที่ผนึกไว้เริ่มทำงานเป็นกลไก มันใช้ค้นหาและแยกลักษณะสายเลือดเพื่อบ่งบอกตัวตนและความเป็นมาของบุคคลนั้นๆ 

   ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าหรอกว่ามี จนเธอบังเอิญอ่านเจอในหนังสือที่เขียนโดย คอร์นีเลียส อะกริปป้า เป็นอักษรบาสก์และรูนโบราณ มันเขียนระบุเพิ่มเติมในมนต์เก่าแก่บทหนึ่ง เรียกว่า 'มนต์แสดงตัวตน' หรือ 'เดสเซน-แดท์เพร์โธ'



แต่กาลก่อน 

ผู้วิเศษมีเพียงแค่หยิบมือ เราล้วนนับถือกันฉันพี่น้อง 

แม้จักต่างชาติพันธุ์แลสายเลือด 

เจตจำนงแห่งเราผู้วิเศษ ต่อให้ร่างดับสูญแต่นามที่อยู่จักคงชั่วนิรันดร์ 

ทายาทผู้สืบสายเลือด จักต้องสืบนามให้อยู่สืบไป 

ไม่ว่าจักในทางดี หรือ ทางร้าย ย่อมเป็นหน้าที่ที่พึงกระทำ 

ม่ว่าจักมีสายเลือดในกายมากน้อยเพียงใด 

ก็นับเป็นลูกหลาน แลทายาทผู้สืบสายเลือด 

ทายาทล้วนมีสิทธิ์ที่ตนพึงได้ต่อบรรพบุรุษ 

เพียงเจ้ามอบโลหิตในกาย เพียงแค่สิบสามหยด 

ดสเซน-แดท์เพร์โธ จักเผยความลับจากตัวตนเจ้าเอง ’

 


   แปลง่ายๆคือ ไม่ว่าใครก็ตามก็ควรยืนยันสายเลือดตนเองกับมนต์บทดังกล่าวและช่วยกันทำหน้าที่สืบทอดตระกูลไม่ให้ตระกูลหายไป สิ่งที่ได้ตอบแทนก็คือชื่อเสียงเงินทองตามแต่ละตระกูลจะมี 

   เธอลองนำเรื่อง 'มนต์แสดงตัวตน' ที่อ่านเจอไปถามกับก๊อบลิน...

   ก๊อบลินบอกว่า 'เดสเซน-แดท์เพร์โธ' เป็นมนต์ที่เก่าแก่มาก มันผูกเชื่อมกับลูกแก้วแห่งแมต  ใช้เกี่ยวกับการยืนยันตัวตนและสิทธิ์สายเลือดเฉพาะที่ธนาคารกริงกอตส์ 

   ไม่มีหนังสือเล่มไหนพูดถึงมนต์บทนี้และไม่มีใครรู้เรื่องนี้เลย ทั้งๆมองยังไงมันก็เป็นที่เป็นเรื่องสำคัญ เธอเคยแนะนำและบอกกับคนหลายคน แต่คนเหล่านั้นกลับมองว่าเป็นเรื่องล่องลอย
'อะกริปป้าไม่เขียนอะไรแบบนั้นและเขาก็ไม่ใช้ภาษาบาสก์ด้วย' 
บางคนก็ว่ามาอย่างนี้ อาจเป็นศาสตร์มืดแขนงหนึ่ง เชื่อถือไม่ได้ 

   ก็แล้วแต่


   จากแสงส่องสว่างที่กระจายไร้ทิศทางเริ่มรวมตัวเป็นจุดเดียว ปรากฏรายชื่อสีทองบนผนังที่อยู่ตรงหน้าร้อยเรียงขึ้นเป็นทางยาวจนถึงต้นตระกูลและสรุปออกมาได้



ตัวตน : เคท เจมส์ พอตเตอร์


บิดาผู้ให้กำเนิด : เจมส์ ฟรีมอนต์ พอตเตอร์  -เสียชีวิต-

มารดาผู้ให้กำเนิด : ลิลี่ เอฟเวนส์ (ชื่อปัจจุบัน ลิลี่ เจมส์ พอตเตอร์) -เสียชีวิต-

บุตรบุญธรรมของ : ซีเรียส โอไรออน แบล็ก -เสียชีวิต-


อนึ่ง หากต้องการดูการมอบหมายสิทธิ์เมื่อเกิดเหตุการณ์ บิดา มารดา หรือ ผู้รับบุตรบุญธรรม    เสียชีวิต ไม่สามารถยืนยันตัวตนได้  

ให้ผู้รับบุตรบุญธรรมลำดับถัดไปเป็นผู้ดูแลแทน ตามความประสงค์ของบิดา มารดาที่กล่าวแจ้งไว้ 

หากบุตรอายุครบสิบเจ็ดปีบริบูรณ์สามารถเลือกผู้ดูแลหรือเลือกรับผิดชอบด้วยตัวเอง ได้ตามความเหมาะสม



สิทธิ์ที่ควรได้ตามสายเลือด(หลัก) : ตระกูลพอตเตอร์, ตระกูลแบล็ก

สิทธิ์ที่ควรได้ตามสายเลือด(รอง) : ตระกูลเพฟเวอเรลล์, ตระกูลสลิธีรีน

สิทธิ์ที่ควรได้ตามสายเลือด(เสี้ยว) : ตระกูลกรีมม์



*หลัก สามารถถือครองสิทธิ์โดยชอบธรรมทั้งหมด ไม่มีข้อยกเว้น

**รอง สามารถถือครองสิทธิ์โดยชอบธรรมทั้งหมดเช่นกัน 
แต่ทว่า หากมีการตรวจสอบสิทธิ์ทางสายเลือดแล้วมีคนสืบสายเลือดตระกูลเดียวกัน จำเป็นต้องมีการแบ่งทรัพย์สินอย่างชัดเจนและเป็นธรรมกับทุกฝ่าย

***เสี้ยว สามารถถือครองสิทธิ์ได้เพียงในนามเท่านั้น ไม่สามารถครองครองทรัพย์สิน หรือเป็นผู้นำตระกูลได้



   เคท พอตเตอร์....

 

   นั่นเป็นชื่อที่ทุกคนรู้จักเธอ เด็กหญิงผู้รอดชีวิต เด็กในคำนาย เด็กสาวผู้พิชิตจอมมาร....จะอะไรก็ตามที่คนในโลกเก่าสรรหามาเรียกเป็นฉายา 

   เคทแปลกใจกับผังเครือญาติพอสมควรเมื่อมันขึ้นว่า เสียชีวิต 

   เธอไม่รู้ว่าโลกนี้ พ่อ แม่ หรือพ่อทูนหัว มีตัวตนจริงหรือเปล่า... 

   ถ้าจริง-มีชีวิตอยู่? หรือ-ตายแล้ว? อย่างที่แสดง

   หรืออาจเชื่อมโยงกันกับโลกที่เธอจากมา? เป็นไปได้แต่ไม่มีอะไรมายืนยันในสิ่งที่คิด 

   ตระกูลกรีมม์ เป็นอีกหนึ่งตระกูลที่สาบสูญเธอเคยลองค้นหาแต่ก็ไม่เคยเจอเลย 

   ส่วนต้นตระกูลที่เหลือเธอรู้อยู่แล้ว ตอนคัดสรรบ้านเจ้าหมวกคัดสรรนั่นถึงอยากให้เธอไปอยู่บ้านงูใจจะขาด แต่สุดท้ายมันก็เถียงไม่ชนะจึงยอมปล่อยเธอไปบ้านสิงห์แทน ยอมรับว่าตอนนั้นเป็นเพราะความหัวรั้น หูเบาและทิฐิล้วนๆ


   “ ทายาทตระกูลที่สาบสูญโอ้...เคทลืมไปสนิทว่าไม่ได้อยู่คนเดียวในห้อง หลังจากใช้ชีวิตอยู่คนเดียวมานานเธอก็เรียนรู้ที่จะคุยกับตัวเองในหัว และตัดขาดกับโลกภายนอก

   “ เก็บเป็นความลับได้ไหม ฉันไว้ใจคุณได้หรือเปล่า? ” เคทถามกริ๊บฮุก เธออยากดูให้แน่ใจว่าก๊อบลินตรงหน้าจะทำอย่างไร

   “ มันไม่ใช่กงการอะไรของเรา ก๊อบลินไม่สนใจเชื้อสายพ่อมดแม่มดหรอกคุณพอตเตอร์ 

   “ ดี...ดี...ช่วยเตรียมเอกสารเกี่ยวกับการรับสิทธิ์ทางสายเลือดเฉพาะของ เพฟเวอเรลล์ และ
สลิธีรีน
-- ฉันจะเปลี่ยนชื่อกับนามสกุลด้วย จัดการให้ที ก๊อบลินส่วนมากเชื่อถือได้ในเรื่องคำสัตย์ ถ้าจะทรยศก็คงเป็นเรื่องสมบัติอย่างเดียว

   “ รับทราบ -- เชิญออกไปรอที่ห้องข้างเคียง ” กริ๊ปฮุกตอบกลับ พร้อมกับออกไปจัดการเอกสาร ที่เธอต้องใช้


   จากที่สังเกตหลายอย่างระหว่างมา เคทมั่นใจแน่นอนว่าไม่มีใครรู้จักแธอแน่ เธอแค่พรางสภาพร่างกายที่ทรุดโทรม แต่ไม่ได้ปิดบังหน้าตาแต่อย่างใด 

   พูดให้ถูกคือในโลกนี้เธอยังไม่เกิดด้วยซ้ำ ถ้า เธอจะมีตัวตนนะ 

   เคทตัดสินใจจะใช้ตัวตนใหม่ทั้งหมด ส่วนเรื่องรูปลักษณ์ค่อยปรับเปลี่ยนทีหลัง จากนี้ไม่มี เคท พอตเตอร์ เด็กหญิงผู้รอดชีวิตอีกแล้ว 


   “ ต้องการใช้ชื่ออะไร จะขึ้นตรงกับตระกูลไหนเป็นหลักล่ะคุณพอตเตอร์ เสียงกริ๊บฮุกถาม ทำให้เธอหลุดออกจากภวังค์ความคิด


“ ....เพฟเวอเรลล์.... เปลี่ยนเป็น โอลิเวีย เพฟเวอเรลล์ 

   ...

   ..

   .


   “ นา..จ้...ะ 


   “ นายหญิงเจ้าคะ 


   เสียงปลุกทำให้โอลิเวียสะดุ้งตื่น ดูเหมือนเธอจะหลับระหว่างแช่น้ำอีกแล้ว
“ อ่ะ...เมลโล่ เธอควักน้ำลูบใบหน้า มือเรียวบีบนวดที่หว่างคิ้วให้ผ่อนคลาย รอนานหรือเปล่า?  

   “ ไม่เจ้าค่ะ พวกเราเตรียมอาหารเสร็จก็รออยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงขึ้นมาเรียกนายหญิงเจ้าค่ะ

   “ ขอบคุณมาก....แต่งตัวเสร็จแล้วฉันจะลงไป 

   “ เจ้าค่ะ  


   ป๊อบ! 

   เสียงเมลโล่จากไป....


   เธอนั่งอยู่สักพักก่อนลุกขึ้นจากอ่างน้ำหยิบผ้าเช็ดตัวซับร่างกายให้แห้งก่อนเดินตรงไปที่ห้องนอน พลางหยุดมองตัวเองที่กระจกอยู่ครู่หนึ่งแล้วนึกถึงความฝันที่เพิ่งผ่านพ้นไป  


   “ ฉันเกือบลืมไปแล้วว่าเคทหน้าตาเป็นยังไง -- โครงหน้า ดวงตา ปาก จมูก สีผม สีตา เปลี่ยนไปหมดเลยนี่เนอะ  โอลิเวียจ้องมองกระจกอย่างไม่กระพริบเมื่อคิดถึงใบหน้าเก่าของตัวเอง “ ดีนะที่ตอนนั้นไม่มีคนโทรแจ้งตำรวจ  


   ไม่อย่างนั้นโอลิเวียคงได้อยู่โรงพยาบาลบ้าแทนคฤหาสน์หลังงามไปแล้ว




TBC.

✿.。.:* *.:。.✿



*เมืองคอทส์โวลด์ส (Cotswolds) : เป็นเมืองเก่าแก่ที่ขึ้นชื่อแห่งหนึ่งของอังกฤษเลยค่ะ เขาอนุรักษ์ธรรมชาติ และความดั้งเดิมไว้ ให้ความรู้สึกชนบทชิวๆในต่างประเทศ
**หมู่บ้าน
เบอร์ตัน ออน เดอะ วอเตอร์ (Bourton on the Water) : หมู่บ้านนี้นักท่องเที่ยวนิยมไปกันเยอะค่ะ จะพลุกพล่านกว่าหมู่บ้านอื่นในเมืองคอทส์โวลด์ส

***คาโมมายด์ (Camomile) : เป็นดอกไม้สมุนไพรใช้กันมานับพันปีตั้งแต่อียิปต์โบราณ นิยมกันในแถบยุโรปเป็นส่วนมาก มักดื่มเป็นตัวช่วยแก้เจ็บป่วย ต้านการอักเสบ ช่วยผ่อนคลาย และนอนหลับดีขึ้น สื่อถึงการข้ามผ่านช่วงเวลาอันโหดร้าย

****พาทิเช่ (Pâtissier) : เป็นภาษาฝรั่งเศษ แปลว่าคนทำขนม เชฟขนม ภาษาอังกฤษจะใช้คำว่า 'Pastry Chef' ค่ะ
*****เกรด 10 : เป็นระบบการศึกษาของอเมริกา เกรด 1-6 คือ ประถม 1-6 เกรด 7-12 คือ มัธยม 1-6 ค่ะ
[Note - ไรต์ชินการนับทางอเมริกามากกว่าของอังกฤษเลยเอามาผสมกันนิดหน่อยค่ะ ของอังกฤษรู้สึกจะนับเป็น Year หรือ Y1-13 นะคะ]

******เอลฟ์ประจำบ้าน (House-elf) : มีหน้าที่รับใช้เจ้านายและคนในครอบครัวนั้นๆจนมันสิ้นอายุขัย หรือ ปลอดปล่อยเป็นทาส น่าร๊อกดีนะเคอะ

*******แมนเดรก (Mandrake) : เป็นพืชที่มีลักษณะคล้ายคน มันนิยมปรากฎในนิยายเกี่ยวกับเวทมนต์หรือไสยศาสตร์ เป็นส่วนผสมสำคัญในยาแก้พิษของคนที่ถูกสาป ต้องการแปลงร่างกลับให้เป็นเหมือนเดิม เสียงร้องของแมนเดรกเมื่อโตเต็มวัยอาจทำให้คนที่ได้ยินถึงตายได้ มีของจริงด้วยค่ะแต่มันแค่ขยับไม่ได้ กรีดร้องไม่ได้แบบในหนังเท่านั้นเอง 


********ลาเวนเดอร์ (Lavender) : สื่อถึงการรอคอยอย่างมีความหวัง หรือ ความทรงจำอันงดงาม ภาษาละตินแปลว่า ชำระล้าง ซึ่งตรงกับประโยชน์ของตัวดอกไม้คือ ชำระร่างกายและจิตใจ มีกลิ่นหอมม๊ากก นิยมนำมาประยุกต์ให้หลายอย่าง จึงเป็นสาเหตุให้หลายคนเรียกคนโลกสวย โลกใส ว่าให้ไปอยู่ในทุ่งลาเวนเดอร์ เพราะสรรพคุณมันนี่แหละค่ะ(//วิ่งวน)

*********ตรอกไดแอกอน (Diagon Alley) : เป็นสถานที่จับจ่ายซื้อของสำหรับพ่อมดแม่มด หรือ ตลาด!นั่นเอง
ก็ดูดีกว่าบ้านเรานิสนึง ได้แรงบันดาลใจจากถนน xensian London ต้นปี 1800 ค่ะ ท่านผู้อ่านท่านใดอยากสัมผัสบรรยากาศของจริงเชิญไปเสียตังได้ที่ Universal Orlando ค่ะ


**********ธนาคารกริงกอตส์ (Gringotts Wizarding Bank) : ก่อตั้งโดยกริงกอตส์ บริหารงานโดยก๊อบลิน เป็นธนาคารเก่าแก่ที่สุดในโลกเวทมนตร์ ตู้นิรภัยยิ่งหมายเลขเยอะยิ่งมีระดับความสำคัญสูงและเก่าแก่มาก การรักษาความปลอดภัยมีหลายระดับ ตั้งแต่ลบล้างเวทมนตร์ปลอมแปลงไปจนถึงมังกร



***********อักษรบาสก์ (Basque) และ อักษรรูน (Rune) : บาสก์เป็นภาษาที่ลึกลับที่สุด เป็นภาษาของชาว
บาสก์อาศัยอยู่บริเวณระหว่างฝรั่งเศสกับสเปน ส่วน รูน หรือ รูนิก เป็นภาษาเยอรมันเก่าแก่ เรียกเป็นภาษาพื้นเมืองว่าฟูทาร์ แปลว่า ประหลาดหรือความลับ มักเกี่ยวข้องกับทางเวทย์มนตร์

************คอร์นีเลียส อะกริปป้า (Cornelius Agrippa) : เป็นพ่อมดชื่อเสียงโด่งดังถูกคุมขังโดยมักเกิ้ลเพราะงานเขียนของเจ้าตัว ปรากฏชื่อในภาคแรกเพราะรอนอยากได้การ์ดกบช็อคโกแลตรูปอะกริปป้ามาก
มีตัวตนจริงนะคะ ถูกเรียกว่าพ่อมดเพราะงานเขียนของเขาคือ 'Tree Books of Occult Philosophy' เกี่ยวกับปรัชญาเวทมนตร์ พิธีกรรม สมุนไพร การแพทย์ ถูกมองว่านอกรีตเลยเลยโดนประหารไปค่ะ


✿.。.:* *.:。.✿

...Writer...


ตอนที่ 1 ก็มาาา
//จุดพลุ ตัดริบบิ้น

ชื่อตัวละครในเรื่องเป็นความพึงพอใจส่วนตัวของไรต์เลยค่ะ 
ตอนแรกก็กะตั้งชื่อของ OC ให้คล้องกับแฮร์รี่อยู่เหมือนกัน 
เพราะทั้งคู่ก็ถือเป็นคนๆเดียวกันแค่อยู่คนละโลก เท่านั้นเอง....

แต่พอจะคิดชื่อให้คล้องจองในหัวก็มีแต่ เฮเลน เฮเลน่า เฮเทอร์ เฮนน่า 
คือมันดูซ้ำๆเราเลยคิดชื่อใหม่
แล้วคือตอนนั้นนั่งดู Underworld อยู่ค่ะ 
ไรต์โคตรชอบนางเอก นางสวย นางแซ่บ นางชื่อ เคท เบคคินเซล (Kate Beckinsale
ไรต์ก็ใจง่ายเอาชื่อเคทนี่ล่ะ
//ชื่อไม่ซ้ำเลยเนอะ

โอลิเวีย (Olivia) ไรต์ชอบความหมายคิดว่าเหมาะกับนางดี 
โอลิเวีย หมายถึง สัญลักษณ์ความสงบสุข หรือจะแปลเป็น ต้นโอลีฟ ก็ได้ค่ะ



อัพครั้งแรก : 9/9/2561
แก้ไขล่าสุด : 23/2/2562



 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 315 ครั้ง

1,300 ความคิดเห็น

  1. #1206 PANDAPEGASUS (@redmoon) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 13:17
    งุยยย ที่แท้หนูเคทก็คือเจ้าเด็กหัวแผลเป็นในอีกจักรวาลคู่ขนานนี่เอง
    สำนวนดีจังเลยค่ะ น่าติดตามมากๆ ทำไมถึงเพิ่งเจอฟิคเรื่องนี้นะะะ
    #1206
    0
  2. #1165 _Baits_ (@bai-toe2324) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 17:04

    สำนวนดีจังเลยอะ ตรงที่ยมทูตพูดอะ
    #1165
    1
    • #1165-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 3)
      28 เมษายน 2562 / 02:31
      ขอบคุณมากเลยนะคะ !
      ขอบคุณที่เลือกเข้ามาอ่านและคอมเม้นให้ !
      //ตอนแต่งฉากของยมทูตไรท์ก็เขียนแล้วลบอยู่หลายรอบเลยค่ะ จำได้ว่าแก้บ่อยมาก ><
      #1165-1
  3. #195 FREINFORW (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 17:59

    แปลกใหม่น่าสนใจอะ

    #195
    1
    • #195-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 3)
      3 พฤศจิกายน 2561 / 19:51
      ขอบคุณที่อ่านและคอมเม้นนะคะะ ^^
      #195-1
  4. #85 MS.ABC (@245323) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 17:30
    น่าสนใจจ
    #85
    1
    • #85-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 3)
      16 ตุลาคม 2561 / 21:27
      ขอบคุณที่เข้ามาอ่านและคอมเม้นนะคะ
      #85-1