[Fanfiction Harry Potter] What If...? (OC)

ตอนที่ 30 : [First Year] Chapter 21 || Alihotsy

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2527
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 206 ครั้ง
    7 มี.ค. 62




Chapter 21
Alihotsy




' Give light, and people will find the way '

- Ella Baker -


✿.。.:* *.:。.✿



Harry Part


   ดวงจันทร์ทอแสงนวลยามดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้า เวลาล่วงเลยเข้าสู่วันใหม่ ยังคงมีเด็กชายสามคนเดินเตร็ดเตร่นอกหอพัก ภายใต้ผ้าคลุมที่สามารถซ่อนเร้นตัวตนจากสายตาผู้อื่น

   ทั้งสามเดินมาเรื่อยๆและหยุดตรงหน้ารูปภาพชามผลไม้รูปใหญ่ 

   มือของเด็กชายแว่นกลมยื่นออกมาจากผ้าคลุมไปจี๊กจี้ลูกแพร์สีเขียว หากมองจากภายนอกคงเห็นเหมือนกับแขนที่ลอยได้ดูช่างน่าขนลุก -- ลูกแพร์ในชามเมื่อโดนจั๊กจี้มันก็หัวเราะคิกคักและเปลี่ยนตัวเองเป็นที่จับประตูให้อย่างง่ายดาย 

   เด็กๆเปิดภาพรูปนั้นออกมาและเดินเข้าไปในช่องที่อยู่หลังภาพนั้น 

   ภายในห้องกว้างขวางพอๆกับห้องโถงใหญ่ มีโต๊ะไม้ยาวสี่ตัวตั้งตำแหน่งไว้ตรงกับโต๊ะที่รับประทานอาหารกันอยู่ประจำ -- อาหารดังกล่าวจะถูกส่งผ่านโต๊ะสี่ตัวในโรงครัวเพื่อไปปรากฎยังโต๊ะที่ตั้งตำแหน่งตรงกัน เตาผิงถูกตั้งไว้สุดกำแพงจุดไฟไว้ตลอดเพื่อให้ความอบอุ่น 

   พวกเด็กๆสะบัดผ้าคลุมออกวางบนโต๊ะ 

   เหล่าเอลฟ์ประจำบ้านที่ตื่นกันตั้งแต่ได้ยินเสียงบุคคลลึกลับเข้ามาในโรงครัวที่พวกมันอยู่ พอเห็นว่าเป็นแขกขาประจำที่มาให้พวกมันทำอาหารอยู่แทบทุกค่ำคืน ก็พากันยินดีแย่งกันบริการความสะดวกให้กับนักเรียนตัวน้อย


   “ เหมือนเดิมเลยฮะ  แฮร์รี่บอกเอลฟ์ประจำบ้านตัวหนึ่ง ที่กำลังยัดเยียดน้ำฟักทองของโปรดให้แฮร์รี่ และขนมอีกมากมายให้กับดีนและเบลส

   “ ฉันรักที่นี่จัง  เบลสพึมพำอย่างมีความสุข

   “ นายรักที่พวกเอลฟ์แย่งกันดูแลนายมากกว่า  ดีนขัด เขาหยิบคุกกี้เนยถั่วขึ้นมากัดระหว่างดูเหล่าเอลฟ์ตัวเล็กทำอาหารอย่างแข็งขัน

   “ ใครๆก็ชอบ...หรือนายไม่ชอบ อย่าขัดความสุขฉันน่า -- หวังว่าวันนี้ไอ้ตูบจะไม่ทำน้ำลายไหลรดใส่ชุดนอนฉันอีกนะ 

   “ ปุกปุยแค่อยากเล่นกับนายหรอกน่า  แฮร์รี่พูดขึ้นขำๆ เมื่อเบลสดูขยะแขยงกับน้ำลายเป็นพิเศษ


   เด็กๆทำแบบนี้ได้เกือบสองสัปดาห์แล้ว 

   ครั้งแรกๆแฮร์รี่แอบมาคนเดียว และเขาต้องระวังเป็นพิเศษแม้ผ้าคลุมล่องหนจะซ่อนตัวเขาได้ แต่กับสัตว์โดยเฉพาะแมวอย่างคุณนายนอริสนั้น มันแทบจะตามเขามาติดๆเหมือนรับรู้ได้ว่ามีคนอยู่แต่มองไม่เห็น -- เขาต้องรีบจ้ำอ้าวเข้าโรงครัวเมื่อมันเรียกฟิลช์ให้มาจัดการ 

   แฮร์รี่ขอให้เอลฟ์ประจำบ้านที่นี่ทำอาหารให้ โดยเฉพาะกับเนื้อและหมูชิ้นใหญ่ๆ เพื่อเอาไปตีซี้กับหมาสามหัวที่อยู่ในเขตหวงห้าม 

   ความพยายามครั้งแรกพังไม่เป็นท่า เมื่อสุนัขสามหัวไม่สนใจว่าคนที่เข้ามาจะมาดีหรือมาร้าย แฮร์รี่หลบฟันแหลมๆของมันได้อย่างฉิวเฉียดและทิ้งอาหารเอาไว้ให้มันแทน 


   ผ่านจากวันเป็นสัปดาห์ มันเริ่มโอนอ่อนและยอมปล่อยให้แฮรรี่มานั่งเป่าขลุ่ยให้ฟังเล่นๆในห้องเมื่อมันรู้ว่าเด็กชายไม่ได้มีเจตนาเลวร้าย และยังมีอาหารอร่อยๆติดไม้ติดมืออยู่ตลอด -- ดีนกับเบลสอยากรู้อยากเห็นและสนใจมาก แฮร์รี่เลยพาทั้งคู่มาให้เจอกับปุกปุย ดีนนิ่งสนิท ส่วนเบลสโวยวายเมื่อปุกปุยทำน้ำลายเม็ดใหญ่หล่นใส่ไหล่เขาอย่างเฉอะแฉะ และหันมาสนใจอาหารที่แฮร์รี่นำมาฝากแทน

   และเพราะพวกเขาแอบออกมากันดึกๆดื่นๆเกือบทุกคืน เด็กชายทั้งสามเลยมีสภาพเหมือนคนที่นอนไม่พอจนเฮอร์ไมโอนี่รำคาญ


   “ ตอนกลางคืนพวกเธอไม่หลับไม่นอนกันรึไง ตอนเช้าถึงตาโหลกันขนาดนี้! ” 


   เธอไม่พอใจที่เช้ามาพวกเขาง่วงกันจนตาจะปิด เด็กทั้งสามเริ่มคิดว่าตัวเองต้องเว้นช่วงบ้าง ไม่งั้นเขาจะได้หลับในวิชาเรียนและโดนสั่งการบ้านเพิ่มแน่



✿.。.:* *.:。.✿



   ยามบ่ายวันหนึ่งเป็นอีกวันที่อากาศดีมาก มีลมพัดเย็นๆอยู่ตลอดกับแสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาเพิ่มความอบอุ่น ท้องฟ้าปลอดโปร่งใสเป็นสีฟ้าสดเหมือนกับดอกฟอร์เก็ตมีน็อต เป็นบรรยากาศที่ให้ความรู้สึกว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว 

   แฮร์รี่แอบออกมานอนกลางวันบนสนามหญ้าที่มีต้นไม้บังร่มเงาให้บริเวณหนึ่งในโรงเรียน -- และระหว่างที่เขากำลังหลับอย่างมีความสุขนั่นเอง จู่ๆเฮอร์ไมโอนี่ก็ผลุนผลันตรงเข้ามายังบริเวณที่แฮร์รี่กำลังนอน


   “ แฮร์รี่! ” เฮอร์ไมโอนี่เรียกอย่างร้อนรน

   “ เฮอร์ไมโอนี่...? ” แฮร์รี่งึมงำ ยกมือขึ้นขยี้ตาด้วยความเบลอ

   “ อย่าขยี้ตา มันจะทำให้เธอตาแดงนะ  เพื่อนหญิงดึงมือของแฮร์รี่ออก “ ฉันไปเจอแฮกริดในห้องสมุดมา... ”

   “ เห็นเธอรีบ ฉันก็นึกว่าดีนกับเบลสโดนสเนปจับได้ว่าแอบตามซะอีก  

   “ เปล่า...สองคนนั้นมัวแต่ไปเจ๊าะแจ๊ะกับเด็กฮัพเฟิลพัฟ ไม่ยอมทำการบ้าน เบลสบอกว่า ฉันจำเป็นต้องรู้ข่าวสารจากบ้านหลังอื่นบ้างนะยัยฟูฟู เดี๋ยวฉันจะกลับไปทำการบ้านทีหลัง ไว้กลับหอแล้วเจอฉันจะเพิ่มเวลาอ่านหนังสือให้เบลสเป็นสามเท่า! ” 

   เฮอร์ไมโอนี่บอกอย่างแค้นเคือง เธอดัดเสียงต่ำเลียนแบบที่เบลสพูด

   “ แล้วแฮกริดทำไมเหรอ  แฮร์รี่ถามถึงเหตุผลที่เธอวิ่งหน้าตั้งมาหาเขา

   “ ใช่...! แฮร์รี่! ตอนฉันอ่านหนังสือที่ห้องสมุดฉันเจอแฮกริดพอดี ฉันลองถามว่านอกจากปุกปุยของเขาแล้วมีอะไรเฝ้า ของนั่น อีกไหม ถ้าอาจารย์คนอื่นเฝ้าด้วยนั่นหมายความว่าต้องมีอีกหลายด่านลึกลงไป และอาจเป็นความถนัดเฉพาะทางของอาจารย์แต่ละคน แฮกริดเขาเฉไฉแล้วเลี่ยงฉันออกไปห้องสมุด ฉันสงสัยว่าเขาซ่อนอะไรไว้ข้างหลังเลยเดินย้อนตามที่แฮกริดออกมา -- มังกรแฮร์รี่ แฮกริดหาหนังสือเกี่ยวกับ มังกร ฉันไปแอบดูรายชื่อหนังสือจากมาดามพินซ์ เล่มที่แฮกริดยืมเป็นคือ การเลี้ยงมังกรเพื่อความเพลิดเพลินและหากำไร!


   เฮอร์ไมโอนี่พูดอย่างยืดยาว จนแฮร์รี่ต้องรวบรวมสติฟังว่าใจความสำคัญมันอยู่ตรงไหน


   “ แฮกริดอยากได้มังกรมาตลอด ตอนฉันเจอเขาครั้งแรกแฮกริดก็ยังเล่าให้ฟังว่าอยากได้  แฮร์รี่บอกเมื่อสติเขากลับมาครบร้อยเปอร์เซ็นแล้ว

   “ ฉันไม่แปลกใจหรอก ถ้าเขาชอบสัตว์แบบปุกปุย เขาก็คงชอบสัตว์พิลึกที่คนอื่นบอกว่ามันน่ากลัว -- ฉันคิดว่าที่แฮกริดมาหาหนังสือแบบนั้นไปอ่าน หมายความว่าเขาอาจได้มังกรมาเลี้ยง 

   “ มังกรนะเฮอร์ไมโอนี่ไม่ใช่ลูกหมาจะไปหาเก็บได้ตามมุมร้านขายของน่ะ  

   แฮร์รี่ไม่คิดว่ามังกรจะหาง่ายขนาดนั้นนะ

   “ ฉันไม่รู้...เราลองไปหาแฮกริดดูกันไหม เพราะถ้าเขาเลี้ยงมังกรจริง ฉันคิดภาพมังกรตัวใหญ่ยักษ์เผาปราสาทเราออกเลยล่ะ 


   .

   ..

   แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ยังถกกันเรื่องมังกรกันอีกสักพัก จนเบลสและดีนก็เดินเข้านั่งสมทบกันอย่างร่าเริง


   “ ฉันมั่นใจว่าเราไม่ต้องคอยตามสืบเรื่องสเนปแล้ว  เบลสบอก

   “ ใช่ เหมือนได้ปลดแอกเลยล่ะเพื่อนเอ๋ย  ดีนสำทับ

   “ ทำไม...?/เกิดอะไรขึ้น...?” แฮร์รี่กับเฮอร์ไมโอนี่ถามขึ้นพร้อมกัน

   “ เรามั่นใจแล้วว่าสเนปไม่ได้คิดจะขโมย ศิลาอาถรรพ์ แน่ เธอคงคิดว่าฉันกับดีนไปไร้สาระกับเด็กบ้านอื่นอย่างเดียวเลยสินะ  เบลสบอกอย่างรู้ทัน

   “ คืองี้  ดีนเป็นคนเริ่มเล่า “ ระหว่างเราตามสเนปใช่ไหม เรามักพบว่าเขาไปอยู่ไม่กี่ที่อย่าง ห้องพักครู... ห้องเรียน... ห้องเก็บขวดยา... ห้องพยาบาล... -- อะไรอีกนะเบลส 

   “ ห้องอาจารย์ใหญ่ ห้องของควีเรลล์และห้องโถงใหญ่ ส่วนชั้นสามเขาขึ้นไปแค่ครั้งเดียวคือในวันฮาโลวีน ที่แฮร์รี่บอกว่าวันต่อมาเห็นขาเขาเจ็บนั่นล่ะ  เบลสตอบ

   “ แล้วพวกนายไปรู้ได้ยังไง  เฮอร์ไมโอนี่ถามอย่างสงสัย แต่เธอก็ดูจะอดประทับใจไม่ได้

   “ โถ่ยัยหนู  เบลสดัดเสียงล้อเลียน เมื่อมีเรื่องที่เขาฉลาดและรู้เยอะกว่าเฮอร์ไมโอนี่

   “ อย่ามาเรียกฉันว่ายัยหนูนะ! ” เพื่อนหญิงคนเดียวแหวใส่

   “ แล้วตกลงพวกนายไปรู้ได้ยัง   แฮร์รี่ถามดีนแทน

   “ ปราสาทเรามีผีบินว่อนเยอะแยะ แถมรูปภาพก็เดินกันไปมาหาสู่กันได้ทุกรูป ขนาดรูปปั้นบางรูปหรือชุดเกราะบางชุดยังคุยกับนักเรียนได้เลย  ดีนอธิบาย “ ฉันกับเบลสเลยตัดสินใจไปเดินถามเกี่ยวกับสเนปและควีเรลล์ทุกรูปและผีทุกตัวที่พอจะถามได้หรือคุยรู้เรื่อง 

   “ ทุกรูป! ” เฮอร์ไมโอนี่ตกใจ แฮร์รี่ก็ด้วย

   รูปในปราสาทมีเยอะจนนับไม่หวาดไม่ไหว ไหนจะจำนวนผีแต่ละตนอีก 

   เรื่องแบบนี้สองคนนี้ดันขยันกว่าเวลาทำการบ้านส่งอาจารย์จริงๆ

   “ ใช่ทุกรูป  เบลสตอบอย่างภูมิใจ “ แล้วฉันก็ได้ข้อมูลจากรูปกลุ่มนักดนตรีประสานเสียง ที่ตอนนั้นดอดเข้าไปจีบสาวนักเต้นระบำ ในภาพหาดทรายสวยๆที่ใกล้กับชั้นสาม -- พวกนั้นไปภาพนั้นกันเกือบทุกวัน ยืนยันว่าเห็นสเนปเข้าไปในเขตหวงห้ามคนเดียวแค่ครั้งเดียวและได้แผลกลับมา 

   “ ส่วนของฉัน พวกผีที่ร่อนไปมาก็เห็นแบบนั้นเหมือนกัน พวกเขาไม่เคยเห็นสเนปไปที่อื่นเท่าไหร่และมักหมกมุ่นแต่การปรุงยา แต่สเนปมักคอยสอดส่องควีเรลล์ตลอดเหมือนไม่ไว้ใจตลอด  

   ดีนเสริมในส่วนที่ตัวเองไปหาข้อมูล

   “ แล้วพอพวกเราถามเกี่ยวกับควีเรลล์ พวกรูปภาพกับผีก็เห็นอะไรแปลกๆอย่างที่พวกนายเล่าให้ฟังด้วย -- และพีฟส์เห็นว่าควีเรลล์เป็นคนปล่อยโทรลล์ออกจากคุกใต้เองด้วยนะ  

   เบลสทำหน้าเคร่งขรึมทันทีเมื่อดีนพูดถึงเรื่องโทรลล์

   “ พวกเธอจะเชื่อพีฟส์ได้ยังไง  เฮอร์ไมโอนี่ถาม มันไม่มีเหตุผลที่ศาสตราจารย์จะทำอะไรแบบนั้น

   “ เรื่องนี้ฉันก็ไม่ได้เชื่อไปหมดนะ  ดีนพูด “ ฉันกับเบลสไปติดสินบนพีฟส์มา และจากความก่อกวนทั้งหลายทั้งแหล่ ฉันไม่คิดว่าพีฟส์จะโกหก เพราะมันดูสนุกเมื่อเล่าว่าเห็นโทรลล์ออกมาเพ่นพ่านข้างนอก 

   “ พวกนายไปติดสินบนอะไรพีฟส์น่ะ  แฮร์รี่คิดว่าการยุ่งเกี่ยวกับพีฟส์หรือไปรับคำของแฝดวีสลีย์ มันอันตรายต่อความปลอดภัยในชีวิตเขามาก -- แฮร์รี่ยังไม่ลืมว่าตัวเองเป็นคนทำให้ผมของอาจารย์สเนปยาวเป็นสีรุ้งหรอกนะ

   “ แค่ติดสินบนว่าจะช่วยแกล้งฟิลช์กับคุณนายนอริสด้วยแค่นั้นเอง พีฟส์ชอบแกล้งนักเรียนจริงแต่มันก็ชอบแกล้งฟิลช์มากกว่าเป็นไหนๆ เราเลยบอกว่าจะช่วยมันวางแผนแกล้งฟิลช์ อย่างแรกก็... -- ”


   “ อย่าให้ฉันรู้นะว่าใครแอบเอาหมามุ่ยมาโปรยในห้องฉัน!! ” 


   ภาพฟิลช์ที่เกาตัวเองอย่างคันคะเยอไปทั้งตัว วิ่งฉิวผ่านระเบียงมุ่งหน้าไปยังห้องพยาบาลระหว่างทางเขาก็พูดจาสาปแช่งถึงคนที่ทำต่างๆนานา


   “ ........... ” เกิดความเงียบครอบคลุมขึ้นทั่วบริเวณเล็กน้อย 


   “ ก็อะไรแบบนั้นแหละ  เบลสพูดต่อจากดีนอย่างไม่รู้สึกผิดเท่าไหร่

   “ เอาไว้ฉันกับเฮอร์ไมโอนี่จะตามดูควีเรลล์ให้ละเอียดกว่านี้แล้วกัน  แฮร์รี่บอก เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองรู้สึกยังไงกับเหตุการณ์ตรงหน้า

   “ พวกนิสัยเสีย  เฮอร์ไมโอนี่บ่นอุบ “ ฉันกับแฮร์รี่คุยเรื่องแฮกกริดเลี้ยงมังกร เรากำลังจะไปหาแฮกริดที่กระท่อมพอดี ไปด้วยกันไหม 

   “ ห๊ะ!/ห๊ะ!ดีนกับเบลสตาโตเป็นไข่ห่านเมื่อได้ยินเฮอร์ไมโอนี่เล่า

   “ ชู่ววว อย่าเสียงดังสิ  แฮร์รี่เตือน 

   พวกเขาอยู่ท่ามกลางที่โล่งๆมันเสี่ยงมากถ้าจะมีคนมาได้ยินสิ่งที่คุยกัน 


   .

   ..

   ...

   เด็กทั้งสี่ตรงไปเคาะประตูที่กระท่อมของผู้ดูแลสัตว์ และพบว่าม่านหน้าต่างทุกบานปิดสนิทไม่ให้แสงเข้าได้แม้แต่น้อย 


   “ ใครน่ะ  แฮกริดถาม และเมื่อพบว่าเป็นเด็กๆที่สนิทด้วยเขาก็เปิดประตูให้ทุกคนเข้าไป แล้วปิดประตูตามหลังอย่างรวดเร็ว


   ภายในกระท่อมอบอ้าวมาก แฮร์รี่รู้สึกเหมือนตัวเองจะหายใจไม่ออก เขาทำได้แต่เอาสมุดจดปกอ่อนขึ้นมาพัดให้มีอากาศหายใจ คนอื่นๆก็ดูจะเหมือนกัน ทุกคนร้อนจนเหงื่อตก -- อากาศข้างนอกก็อุ่นดีอยู่แล้วแต่แฮกริดยังจุดไฟในเตาผิงให้สว่างอยู่ 

   ผู้ดูแลสัตว์ร่างยักษ์เชิญชวนให้ดื่มชาคู่กับแซนด์วิชไส้ตัวสเตาต์ แต่เด็กๆปฏิเสธ 

   ทำเอาแฮร์รี่คิดถึงร้านชาและขนมอร่อยๆฝีมือของพี่คาร่าไม่ได้จริงๆ


   “ มีอะไร จู่ๆถึงมาหาฉันได้ล่ะหือ....ไม่ใช่พวกเธอต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบกันเรอะ 

   “ คุณเลี้ยงมังกรใช่ไหมคะ ” เฮอร์ไมโอนี่ไม่อ้อมค้อม

   “ อ้อ... ” แฮกริดชะงัก เขาลูบเคราตัวเองอย่างกลุ้มใจ “ เอ่อ... คือ... ”

   “ คุณมีมังกรจริงเหรอ!  ครั้งนี้เป็นเบลสที่โวยวาย “ แฮกริดนั่น มังกร นะ คุณรู้ไหมว่ามันราคาเท่าไหร่ -- สามีแม่คนที่ห้า เขาเคยค้าขายเกี่ยวกับพันธุ์มังกร ราคาตลาดมืดพันเกลเลียนยังไม่อยู่เลยนะ! 

   “ ฉันชนะพนันมา  แฮกริดอ้ำอึ้ง “ เมื่อคืนฉันลงไปที่หมู่บ้าน นั่งดื่มในร้านหัวหมูนิดๆหน่อยๆ แล้วไปเล่นไพ่กับใครไม่รู้ คิดว่าเขาก็ดีใจที่กำจัดเจ้านี่ได้ ฉันรู้สึกอย่างงั้น 

   “ แฮกริด!! ” 

   เบลสที่ฟังอยู่อ้าปากจนเห็นลิ้นไก่ คนอื่นๆยังไม่ค่อยเข้าใจที่เบลสตกใจขนาดนั้น 

   “ รู้ไหมแฮกริดไม่มีใครใจดีจะยกมังกรให้หรอกถ้าแค่ชนะพนัน ยกเว้นคุณจะพนันของที่มีค่าพอๆกับมังกร ไม่มีทางที่เราจะฝึกให้มันเชื่องได้ -- แฮกริด...มันคือ มังกร นะ คุณได้พันธุ์อะไรมา...? แล้วรู้หรือเปล่าว่าถ้าคุณเลี้ยง ตัวมันจะใหญ่ขนาดไหน คุณคงไม่คิดว่าจะไปเลี้ยงในป่าต้องห้ามอย่างราบรื่นโดยที่ไม่มีคนสังเกตหรอกนะ 


   วันนี้เบลสทำให้แฮร์รี่และเฮอร์ไมโอนี่ประทับใจหลายอย่างจริงๆ ทั้งเรื่องไปถามพวกรูปภาพกับผี หรือแม้แต่เรื่องมังกร 

   ตอนแรกแฮร์รี่ก็กังวลนิดหน่อยแต่พอฟังเบลสพูด เขาก็รู้ตัวว่าตัวเองควรกังวลให้กว่านี้เพราะนี่คือมังกร  


   “ ฉันก็กำลังศึกษาอยู่นี่ไง ฉันเลี้ยงปุกปุยได้ทำไมฉันจะเลี้ยงมังกรไม่ได้ล่ะจริงไหม  

   แฮกริดดูเหมือนไม่ได้ฟังคำพูดของเบลสเลยสักนิดเดียว 

   “ นี่ไง ต้องเก็บไข่ไว้ในไฟแบบนี้  

   แฮกริดชี้ไปยังตรงกลางไฟ ในกาต้มน้ำ มีไข่สีดำใบใหญ่ใบหนึ่งวางอยู่ นั่นคือสาเหตุที่ทุกคนต้องทนร้อนกันตับแทบจะแตก 

   “ แม่มันจะหายใจเป็นไฟรดใส่มันตลอดเลยต้องทำแบบนี้ -- พอฟักเป็นตัวออกมาก็ให้มันกินบรั่นดีหนึ่งถังผสมกับเลือดไก่ทุกๆครึ่งชั่วโมง แล้วพันธุ์ที่เธอถามฉันว่าเป็นพันธุ์ไหน ถ้าดูจากไข่...มันคือพันธุ์นอร์เวย์หลังเป็นสันล่ะ หายากมาเลยนะ 

   “ แฮกริดฮะ มังกรไม่ใช่หมาที่คุณจะเลี้ยงไว้ในบ้านนะ  แฮร์รี่กังวลที่แฮกริดไม่ยอมรับความจริง

   “ นั่นสิ มังกรมันตัวใหญ่ไม่ใช่เหรอฮะ แล้วถ้ามันโตคุณจะให้มันอยู่ไหน ดีนถามย้ำ

   “ ฮอกวอตส์มีพื้นที่ตั้งเยอะแยะ มันอยู่ได้อยู่แล้ว  แฮกริดพัดไฟให้โหมอย่างมีความสุข

   “ ไม่ได้นะ! ถ้ามันพ่นไฟเผาป่าหรือทำร้ายนักเรียนล่ะแฮกริด  เบลสยังคงเป็นเดือดเป็นร้อนหนัก

   “ หนูว่าก่อนที่มันจะโต มันอาจจะเผาบ้านคุณก่อนนะแฮกริด -- บ้านที่คุณอยู่เป็น บ้านไม้ นะคะ 

   แม้แต่เสียงเฮอร์ไมโอนี่แฮกริดก็ไม่ได้ยิน 

   เขาฮัมเพลงเบาๆกล่อมไข่มังกรไปอย่างสบายอารมณ์



   “ แฮกริดบ้าไปแล้ว รู้หรือเปล่าว่านั่นผิดกฎหมายด้วยนะ  เบลสบ่นอย่างหัวเสียหลังจากกลับมาจากบ้านแฮกริด 


   พวกเขาหลีกหนีผู้คนมาสุมหัวกินมื้อค่ำและปรึกษากันเงียบๆในโรงครัว 

   เฮอร์ไมโอนี่ที่เพิ่งมาครั้งแรกก็ดูแตกตื่นเพราะปริมาณเอลฟ์ประจำบ้านที่ทำงานอยู่มากมาย (‘พวกเธอรู้ทางเข้าด้วยเหรอ เพราะงี้สินะถึงเอาของมากินกันได้ตลอดเวลาน่ะ’) -- เธอคิดว่ามันไม่เป็นธรรมสำหรับเอลฟ์ประจำบ้านที่ต้องมาทำงานหนัก จนเมื่อแฮร์รี่ชี้ชวนว่าพวกมันเต็มใจและมีความสุขดีเธอเลยใจเย็นลงบ้าง


   “ แล้วเราจะทำยังไงดีล่ะ  ดีนตั้งคำถาม เพราะตอนนี้นอกจากแฮกริดที่น่าห่วงแล้ว อนาคตก็น่าห่วงเช่นกันว่ามังกรอาจบินเพ่นพ่านไปกัดนักเรียนหรือก่อคดีวางเพลิง

   “ ลองเกลี้ยกล่อมแฮกริดกันก่อนดีกว่า  เฮอร์ไมโอนี่เสนอ

   “ ถ้าเราเกลี้ยกล่อมได้แล้วเราจะทำยังไงกับมังกรล่ะ  แฮร์รี่พูดอย่างอึดอัด

   “ ลองถามศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินไหม...? ” เบลสออกความคิดหลังจากใจเย็นลงเพราะอาหารเบื้องหน้า

   “ ใครคือศาสตราจารย์แคตเทิลเบลิน...? ” แฮร์รี่ถาม

   “ เป็นอาจารย์ที่สอนการดูแลสัตว์วิเศษน่ะสิ  ดีนตอบ “ ฉันนึกว่าเธอจะรู้ซะอีก 

   “ ฉันรู้...แต่ที่ฉันสงสัยคือเธอสองคนรู้จักได้ยังไงตั้งหาก เขาสอนแต่ปีสามขึ้นไปนี่  เฮอร์ไมโอนี่คาดคั้น

   “ ฉันคุยกับรุ่นพี่บ่อย เขาก็เลยเล่าให้ฟังไง แปลกตรงไหน...เบลสก็อยู่ด้วยเกือบตลอด  ดีนตอบอย่างเป็นเรื่องธรรมดา

   “ เอางี้...ระหว่างเราไกล่เกลี่ยแฮกริด เราก็ไปปรึกษาอาจารย์ด้วยเลย เผื่อเขาจะมีทางแก้..... ” แฮร์รี่เว้นวรรคอยู่ครู่หนึ่งเพราะคิดอะไรออกบางอย่าง “ ฉันรู้จักอีกคนที่ช่วยเรื่องมังกรได้ แต่ฉันไม่สนิท เขาชื่อ ชาลี วีสลีย์ เขาทำงานที่โรมาเนียศึกษาเกี่ยวกับมังกร 


   เมื่อแฮร์รี่พูดจบ ก็ยังไม่มีใครต่อบทสนทนาเด็กแต่ละคนกลับมากินมื้อค่ำกันเงียบๆอย่างใช้ความคิด


   “ รู้ไหม...ฉันว่าเราจะเครียดกันเกินไปแล้วตอนนี้เราต้องใจเย็นกันหน่อย -- เราจะไปหาศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินและลองอธิบายให้เขาฟังดูก่อน -- ส่วนเรื่องชาลี วีสลีย์ ไว้เราไม่มีทางเลือกหรือจนปัญญาค่อยติดต่อเป็นทางออกสุดท้าย -- ระหว่างนี้พวกเราลองเกลี้ยกล่อมแฮกริดถึงความอันตรายของมันละกัน  

   เฮอร์ไมโอนี่เสนอทางแก้ที่ดีกับทุกฝ่าย และพยายามไม่ให้เพื่อนของเธอแต่ละคนเครียดเกินไปนัก

   “ โอเค อย่างเฮอร์ไมโอนี่ว่าละกัน  แฮร์รี่เห็นด้วย ดีนกับเบลสพยักหน้ารับ


   มันดูจะเป็นเรื่องใหญ่เกินตัวกว่าเด็กๆอย่างพวกเขาจะรับผิดชอบไหว พวกเขาไม่ควรตื่นตูมกันมาก  

   โอลิเวียบอกเสมอว่าถ้าเราร้อนรนหรือกลัดกลุ้มความคิดในการแก้ปัญหาจะแคบลง บางทีเขาแค่ต้องผ่อนคลายตัวเองกับขนมอร่อยๆอย่างบราวนีย์ช็อกโกแลตเข้มข้น และใช้เวลาสักหน่อยมันก็อาจมีทางแก้เอง



✿.。.:* *.:。.✿



   จากวันนั้นเด็กๆต้องแบ่งเวลาปั่นการบ้านและเรียนหนังสือ เพราะมีเรื่องมังกรมาเพิ่มทุกคนเลยลืมเรื่องสะกดรอยอาจารย์เสียสนิท

   เฮอร์ไมโอนี่อ่อนข้อเรื่องตารางทบทวนบทเรียนให้เล็กน้อย แฮร์รี่กับดีนก็พยายามช่วยเบลสแก้การบ้านในส่วนที่ผิด ในช่วงกลางคืนแฮร์รี่ยังคงแอบไปหาปุกปุยบ้างแต่น้อยลง ปุกปุยดูไม่มีปัญหาตราบใดที่มีของอร่อยมาให้มันกิน -- ทุกคนเจียดเวลาช่วงเย็นทุกวันไปไกล่เกลี่ยแฮกริดให้เห็นว่าการเลี้ยงมังกรให้ปราสาทฮอกวอตส์ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยสักนิด 

   แฮกริดดูจะเริ่มยอมรับความจริงขึ้นบ้าง แต่เขายังคงเศร้าโศกและดื้อดึงอยู่


   “ ฉันได้มันมาแล้วฉันก็ต้องรับผิดชอบมันสิ มันเป็นมังกรกำพร้าไม่มีแม่ ฉันอาจเป็นแม่ให้มันได้ 


   แม้แฮกริดจะเข้าใจ เขาก็ปฏิเสธที่จะทิ้งมันอยู่ดี


   .

   ..

   ...

   ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...


  “ สวัสดีค่ะ ใช่ห้องพักของศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินไหมคะ  


   เฮอร์ไมโอนี่เคาะประตูและตะโกนถาม ส่วนเด็กชายทั้งสามมองหน้ากันอย่างหวาดหวั่นเล็กๆ พวกเขาไม่แน่ใจว่าอาจารย์จะมีอาการยังไงเมื่อรู้ว่ามีมังกรกำลังเติบโตในรั้วโรงเรียน


   “ อ้า...ใช่สิ...ใช่...เข้ามาได้เลยนักเรียน!  

   เสียงผู้ชายตะโกนออกมาอย่างแข็งขันและกระฉับกระเฉง 

   “ ถ้าจะส่งรายงานเกี่ยวกับเลธิโฟลด์วางไว้บนโต๊ะได้เลย หรือมีปัญหาเกี่ยวกับบทเรียน -- อ้อ...ฉันคิดว่าฉันสอนนักเรียนปีสามขึ้นไปนี่นา  ศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินถามอย่างแปลกใจเมื่อหันกลับมาเจอกับเด็กปีหนึ่งสี่คนที่หน้าตาไม่คุ้นเคย

   “ พวกหนูมีเรื่องจะมาปรึกษาค่ะ ศาสตราจารย์  เฮอร์ไมโอนี่ตอบคำถาม

   “ ปรึกษา...? กับฉัน...? ฉันละแปลกใจที่เด็กกริฟฟินดอร์ตัวน้อยมาปรึกษากับฉันแทนที่จะไปคุยกับมิเนอว่าที่ดูแลบ้านพวกเธอนะ -- ถ้าเป็นเด็กฮัพเฟิลพัฟฉันคงไม่แปลกใจเท่าไหร่ เพราะฉันมักช่วยโพโมน่าดูแลบ้างครั้งคราว... เอ้า! นั่งเลยๆ อาจต้องคุยกันยาว ” ศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินชักชวนให้เด็กๆนั่งลงตรงข้ามกับเขา 


   ศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินดูเป็นชายอายุเกินหกสิบ ผมมีสีเทา ดกและหนา ตาขวาเขามีรอยแผลเป็นจากการโดนข่วนและใช้ผ้าพันปิดติดซ้ายเอาไว้ ไว้หนวดและผิวขาว แต่งตัวมอซอ เสื้อตัวนอกของเขามีรอยขาดที่ไม่ได้เย็บซ่อม ส่วนเสื้อกั๊กตัวในก็ถูกปะด้วยผ้าสีอื่นที่ไม่ได้กลมกลืนกันแม้แต่น้อย

   แฮร์รี่อดที่จะมองมือซ้ายของอาจารย์ไม่ได้ มันเป็นเหมือนไม้ที่ใช้คีบสิ่งของแทนมือที่ควรจะมี


   “ แขนซ้ายฉันหายไปเพราะอุบัติเหตุเกี่ยวกับคาถาน่ะ คุณพอตเตอร์  อาจารย์พูดขึ้นเมื่อเห็นแฮร์รี่มองและคนอื่นก็ดูจะสนใจมัน “ ความจริงขาซ้ายฉันก็ด้วย ฉันก็เลยต้องใช้ไอ้พวกนี้เป็นตัวช่วยเหลือ -- เอาล่ะพวกเธอจะปรึกษาอะไรล่ะ 

   “ หนูจะมาบอกว่าในโรงเรียนเรามีมังกรค่ะศาสตราจารย์  

   เฮอร์ไมโอนี่เริ่มต้นก่อนหลังจากที่เกี่ยงกันทางสายตาว่าใครควรเริ่มพูด 

   “ คนที่เรารู้จักเขาแอบเอามันเข้ามาเลี้ยงค่ะ 

   “ แฮกริดเขาเอามาเลี้ยงครับ  เบลสกรอกตาเมื่อเฮอร์ไมโอนี่เริ่มพูดอ้อมโลก “ แฮกริดเขาชนะพนันได้ไข่มังกรมาจากร้านหัวหมูครับ 

   “ และตอนนี้เขากำลังฟักไข่มังกรอยู่ในกระท่อมไม้ของเขาด้วยครับศาสตราจารย์  ดีนเสริม

   “ พวกเราอยากให้ศาสตราจารย์ ช่วยคุยกับแฮกริดว่ามันไม่ปลอดภัยที่จะมีมังกรที่นี่ และอยากให้ศาสตราจารย์ช่วยเราหน่อยน่ะครับ  แฮร์รี่บอกที่จุดประสงค์หลักที่เด็กๆเลือกมาปรึกษากับเขา  

   “ -- พวกเธอเพิ่งจะบอกกับฉันมาใช่ไหมว่าแฮกริดเลี้ยงมังกร และมังกรที่ว่าอยู่ในช่วงกำลังฟักไข่ด้วย  อาจารย์ทำหน้าเหมือนเจอเรื่องเหลือและกำลังวิเคราะห์ว่าเรื่องที่เจออยู่จริงแค่ไหน “ พวกเธอพอรู้ไหมว่ามันเป็นสายพันธุ์อะไร 

   “ นอรเวย์หลังเป็นสันฮะ  ดีนตอบ

   “ จุ๊ จุ๊ จุ๊... พันธุ์นี้หายากจริงๆ มันสวยมากพวกเธอรู้ไหม ฉันล่ะอยากเห็นตอนมันฟักไข่จัง -- แต่มันเป็นมังกรต้องอันตรายอยู่แล้วล่ะนะ  อาจารย์พูดอย่างสบายอารมณ์และทอดสายตามองท้องฟ้าที่ปลอดโปร่ง


   แฮร์รี่คิดไปเองหรือเปล่าว่าอาจารย์ดูผ่อนคลายมากเกินไปหน่อย


   “ เอาล่ะนักเรียน ถ้ามันเป็นเรื่องจริงฉันจะหาทางช่วยให้ พวกเราคงไม่อยากให้มังกรบินเป็นผ่านกันอย่างสนุกสนานแล้วพบว่าตื่นมาหอนอนของพวกเราไฟไหม้หรอกนะ... ขอเวลาฉันสักสองสามวันละกัน -- ถ้ามันเป็นพันธุ์ที่ว่าง่ายกว่านี้หรือพ่นไฟไม่ได้อย่าง เวลส์สีเขียวธรรมดา หรือ แอนตี้โพเดียน โอเพิลอาย ฉันคงปิดตาไม่รับรู้สักข้าง... อ้า! ฉันมีผ้าปิดตาอยู่แล้วหนึ่งข้าง อย่างว่าถ้าฉันหลับตาอีก ฉันคงมองไม่เห็นแล้วล่ะ ฮ่าๆๆ  ศาสตราจารย์พูดอย่างอารมณ์ดี


   .

   ..

   “ เราทำถูกใช่ไหมที่ไปปรึกษาอาจารย์น่ะ  ดีนถามขึ้นระหว่างกำลังกินมื้อเที่ยง

   “ ฉันก็คิดอย่างนายนะ อาจารย์ใจเย็นมากจนผิดปกติหรือฉันตื่นตูมเกินไปเนี่ย  เบลสเขี่ยมะเขือเทศลูกน้อยๆไปมาในจาน

   “ เราทำถูกแล้วที่บอกอาจารย์ เรื่องนี้มันเกินตัวเราไปมากเราจะทำอะไรได้ล่ะเราเป็นแค่เด็กนี่  มีเฮอร์ไมโอนี่คนเดียวที่ไม่รู้สึกอะไรนัก 

   แม้ศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินจะออกพิลึก แต่ก็เพราะเขาเป็นอาจารย์สอนการดูแลสัตว์วิเศษ มันเป็นธรรมดาที่เขาจะต้องเชี่ยวชาญสัตว์ทุกประเภทแม้แต่มังกร

   “ แล้ววันนี้เราจะไปหาแฮกริดกันไหม  ดีนหันมามองหน้าเพื่อนแต่ละคน

   “ วันนี้อย่าดีกว่า  แฮร์รี่รับผิดชอบอาหารมื้อเที่ยงจนเต็มกระเพาะ และกำลังเริ่มจะกินพายฟักทองหันมาตอบ “ ฉันอยากอยู่ทำรายงานประวัติศาสตร์ให้เสร็จ -- ”

   

   เพล้ง...!


   “ อะไรยะ  เฮอร์ไมโอนี่มองเบลสที่ตกใจจนเผลอปล่อยส้อมทิ้ง

   “ ฉันลืมส่งรายงานเรื่องแอนติโดทให้สเนป 

   “ กำหนดส่งมันเมื่อวาน แค่ฉันไม่เตือนครั้งเดียวเธอก็ลืมส่งเลยเหรอเบลส  เฮอร์ไมโอนี่แหว


   คำพูดออกจากปากเบลสทำให้แฮร์รี่กับดีนมองหน้ากัน ทั้งคู่ก้มรื้อกระเป๋าตัวเองดูแล้วปรากฏว่าเป็นดังที่เบลสพูด

   พวกเขาลืมส่งรายงานเรื่องแอนติโดท 

   เรื่องสยองบรรทัดเดียว... 

   มันก็แค่การลืมส่งการบ้าน แต่ทำไมพวกเขาถึงรู้สึกเสียวสันหลังกันเหลือเกิน


   “ อย่าบอกนะว่าพวกเธอก็ไม่ได้ส่งเหมือนเบลสน่ะ! ” เฮอร์ไมโอนี่หันมาถลึงตาใส่เมื่อแฮร์รี่กับดีนพยักหน้ารับอย่างเลี่ยงไม่ได้ ส่วนเบลสจิตหลุดไปเรียบร้อยแล้ว “ ไปจัดการตัวเองเลยนะ ทั้งสามคนเลย! 


   .

   ..

   ...

   “ ฉันไม่รับ  

   ศาสตราจารย์ชุดดำอึมครึม นั่งตรวจการบ้านอย่างไม่สนใจ เมื่อมีเด็กกริฟฟินดอร์สามคนมานั่งเหงาหงอยอยู่ข้างตัวและพยายามจะขอส่งการบ้านย้อนหลัง

   “ แต่อาจารย์ฮะ ถ้าพวกผมไม่ได้ส่งก็ -- ”

   “ ก็ได้ศูนย์น่ะสิคุณพอตเตอร์  

   “ ขอร้องละครับให้พวกผมส่งเถอะ  เบลสอ้อนวอน

   “ เอามือและหน้าของเธอลงไปจากโต๊ะฉันคุณซาบินี่ ถ้าเธอยังไม่อยากได้คะแนนติดลบ 

   “ พวกเราเพิ่งลืมครั้งแรกและเมื่อวานเองนะครับศาสตราจารย์  ดีนพยายามต่อรอง แม้เขาจะรู้สึกว่าหมดหวังแล้วก็ตาม

   “ ให้พวกเราส่งเถอะครับ นะครับศาสตราจารย์สเนป  แฮร์รี่งัดท่าไม้ตายขึ้นมาอีกรอบ 


   สเนปเพียงแค่ปรายตามองเขานิ่งๆเท่านั้น 

   พี่อีธานฮะ...

   กฎของพี่อีธานไม่เคยใช้กับอาจารย์ตรงหน้าได้เลยนะฮะ


   “ ก็ได้ ในเมื่อพวกเธออยากส่งกันนัก  สเนปวางปากกาขนนกที่กำลังตรวจงานและหันมาเผชิญหน้าพวกเขาแบบเรียงตัว “ เอามาส่งวันพรุ่งนี้ก่อนเที่ยง พร้อมกับคัดเรื่องแอนติโดทห้าจบแนบมากับรายงาน 

   เด็กทั้งสามอ้าปากค้างเมื่อโดนสั่งให้ทำงานเพิ่มอย่างน่ากลัว

   “ ศาสตราจารย์! แอนติโดทมันมีตั้งเยอะนะ.... ”

   “ เป็นสิบจบสำหรับคุณซาบินี่ พวกเธอจะเอาห้าจบหรือสิบจบล่ะ  สเนปไม่อ่อนข้อให้พวกเขาแม้แต่น้อย

   “ ห้าครับ!/ห้าครับ!  

   แน่นอนว่าแฮร์รี่และดีนไม่คิดขัดให้ตัวเองโดนเพิ่มเป็นสิบจบ -- ทั้งคู่ได้แต่รีบลากเบลสออกมาจากห้องทำงานของสเนปป้องกันไม่ให้เจ้าตัวโวยวายจนโดนเพิ่มเป็นสิบห้าหรือยี่สิบจบ



   วันรุ่งขึ้นเด็กชายทั้งสามมีสภาพเป็นซอมบี้ตาโหลเพราะต้องทำการบ้านวิชาปรุงยาเพิ่มเติม ขณะที่กำลังกินอาหารเช้ากันอยู่ไอซาก็บินเอาจดหมายจากแฮกริดมาส่งให้แฮร์รี่ เขาเขียนมาแค่ 


กำลังจะเป็นตัว


   อะไรกำลังจะเป็นตัว...

   ตอนนี้แฮร์รี่เบลอมากเพราะเขานอนไปแค่สองชั่วโมงกว่า สมองเขาแทบไม่แล่น -- ดีนกับเบลสก็เบลอพอๆกับแฮร์รี่เพราะพวกเขาไม่ได้สนใจ มินิช็อกโกแลตเพรตเซิลส์ ที่โอลิเวียส่งมาแม้แต่น้อย เฮอร์ไมโอนี่หยิบกินตามปกติ เธอสังเกตแล้วว่าเพื่อนแต่ละคนลุกจากที่นอนไม่เอาสติมาด้วยเธอเลยห่อขนมเก็บไว้ให้แทน


   “ กำลังจะเป็นตัว  แฮร์รี่บอกกับเพื่อน

   “ อะไรจะเป็นตัว  เบลสหันมาถามเหมือนกับที่แฮร์รี่คิดตอนแรก 

   “ จากใครน่ะ ดีนถามเนือยๆ

   “ แฮกริด... ”

   “ ตายแล้ว...! กำลังจะเป็นตัวเหรอ  เฮอร์ไมโอนี่ลุกและคว้าเอากระดาษที่แฮกริดส่งให้ไป “ พวกเธอไปเรียนสมุนไพรศาสตร์ก่อนเลยนะเดี๋ยวฉันจะตามไป  


   แล้วเด็กหญิงผมฟูฟ่องก็วิ่งหายออกไปจากห้องโถงใหญ่ทิ้งให้เด็กชายสามคนนั่งเขี่ยอาหารกันเงียบๆ


   “ เพื่อน...ฉันจะไม่ลืมส่งการบ้านอีกแล้วโดยเฉพาะวิชาของสเนป  เบลสถอนหายใจ

   “ นายไม่ควรลืมส่งแม้แต่วิชาเดียว... ตื่นเลยแฮร์รี่! นายจะหลับมาหลับกลางอากาศก่อนพวกฉันไม่ได้! ” ดีนตวาดเมื่อเพื่อนที่ใส่แว่นคนเดียวของกลุ่มตัดช่องน้อยแต่พอตัวชิงหลับไปก่อนแล้ว



✿.。.:* *.:。.✿



   คาบสมุนไพรศาสตร์วันนี้เด็กๆเรียนการบำรุงและดูแลต้นเอลิฮอทซี ศาสตารจารย์สเปราต์บอกว่าแม้ใบของมันสามารถกินได้ ยังไม่ทันที่เธอจะอธิบายต่อ เนวิลล์ก็ดันเด็ดมันขึ้นมาชิมและนั่นจึงทำให้เขาหัวเราะอย่างหยุดไม่อยู่ตลอดเวลา 

   ศาสตราจารย์สเปราต์จึงให้เพื่อนที่อยู่ข้างเคียงกันพาไปห้องพยาบาลเพื่อกินยาถอนพิษ

   ในหัวของแฮร์รี่คิดถึงแต่เตียงนอนเท่านั้น แม้สองมือเขาจะวุ่นวายอยู่กับการใช้เสียมพรวนดินอยู่ก็ตาม 

   เฮ้อ...เขาอยากอาบน้ำและนอนแล้ว 

   มันเหลือจะเชื่อเมื่อดีนสะกิดให้แฮร์รี่ดูเบลสที่เริ่มเข้าฌานทั้งๆที่มือยังใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้อยู่


   “ ไม่ลองเด็ดใบมากินเหมือนเจ้าอ้วนลองบัตท่อมนั่นดู.... ” 


   เดรโกเข้ามาหาเรื่องตามเคยแต่แล้วก็ต้องหยุดพูดเมื่อเห็นภาพประหลาด -- อย่างเฮอร์ไมโอนี่ที่ดึงทึ้งคอเสื้อเบลสและเขย่าปลุกจนแฮร์รี่กลัวเบลสจะคอหัก(‘ตื่นสักทีสิยะ!’) ดีนที่เหม่อลอย และแฮร์รี่ที่ขอบตาคล้ำและเหงาหงอยเกินกว่าจะมีคนมาคุยด้วย


   “ กริฟฟินดอร์มีแต่พวกน่าสมเพศจริงๆ  ดูท่าสภาพพวกเขาคงน่าเวทนาเกินกว่าเดรโกจะหาเรื่องลง เจ้าตัวจึงเลือกไปกวนประสาทรอนแทน 

   แต่จะว่าไปหลังจากที่คุยกันตอนแข่งควิดดิชนัดล่าสุด พวกเขาก็ไม่ได้คุยกันเลย... 

   ไม่สิ... เดรโกไม่พูดจาหาเรื่องเหมือนอย่างเคยมากกว่า ก็ดีแฮร์รี่ก็รู้สึกโล่งหูขึ้นเยอะ  

   


   เมื่อเสียงระฆังบอกเวลาหมดชั่วโมงเรียนดังมาจากปราสาท

   เฮอร์ไมโอนี่ก็จัดแจงเอาเสียมไปเก็บ เอากระเป๋ามาให้ ก่อนจะลากคอพวกเขาสามคนวิ่งผ่านสนามไปยังชายป่า จนเจอกับแฮกริดที่เปิดประตูต้อนรับเด็กๆ หน้าแดงก่ำและตื่นเต้นจนถึงขีดสุด


   “ เกือบออกแล้ว  เขาดันเด็กๆเข้าไปข้างใน

   “ เดี๋ยวก่อนค่ะ มีคนกำลังมา  

   เฮอร์ไมโอนี่ดันเด็กชายทั้งสามเข้าไปในบ้านก่อน แฮร์รี่เข้าใจแล้วว่าจดหมายที่แฮกริดส่งมาหมายถึงมังกรกำลังจะเป็นตัว เขาพยายามปลุกตัวเองให้ตื่นดูเพราะมังกรฟักออกจากไข่ไม่ได้จะมีให้เห็นทุกครั้ง

   “ จะมีคนมา...! ใคร...!? พวกเธอบอกเรื่องนี้กับคนอื่นเรอะ! ” แฮกริดละล่ำละลัก

   “ มันจำเป็นนี่ฮะ  แฮร์รี่อ้าปากหาว “ อย่างที่พวกเราบอกคุณว่ามันอันตรายเกินไปที่จะเลี้ยงมังกร 


   “ แฮกริด... ” 

   “ ศาสตราจารย์แคตเทิลเบลิน...! คุณ...!?”

   “ เด็กตัวน้อยๆไปบอกฉันถึงเรื่องนี้ เธออยากจะให้อัลบัสมีปัญหาหรือไง กับแมงมุมอโครแมนทูล่านั่นก็ทีแล้วนะ 

 

   เพียงแค่แค่ศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินพูดเสียงเขียวกับแฮกริดนิดหน่อย และพูดถึงปัญหาที่จะเกิดกับดัมเบิลดอร์ก็ทำเอาแฮกริดไปไม่ถูกแล้ว

   นั่นสิทำไมพวกเขาไม่เอาดัมเบิลดอร์มาอ้างแต่แรกนะ...แค่นี้แฮกริดก็คงฟังพวกเราไปแล้ว 

   เด็กๆคิดเหมือนกันว่าคนใหญ่สุดในโรงเรียนก็คืออัลบัส ดัมเบิลดอร์นี่แหละ


   “ ตะ-แต่ ผมทิ้งมันไม่ได้  แฮกริดหันไปมองไข่ที่เริ่มจะฟักออกมาเป็นตัวด้วยน้ำตาที่คลอเต็มเบ้า “ ผมทำไม่ได้ ผมคิดไว้แล้วว่าจะตั้งชื่อให้เขาว่านอร์เบิร์ต 

   “ เอาล่ะๆตอนนี้ไข่กำลังจะฟักแล้ว ฉันว่าเรามาดูกันดีกว่าโอกาสดีๆแบบนี้หาไม่ได้เลยนะ 


   ศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินยังคงความสบายอยู่กับตัว เขาดึงเก้าอี้ไม้มานั่งใกล้ๆโต๊ะที่แฮกริดเอาไข่ออกมาวาง

   ไข่สีดำเริ่มมีรอยร้าวลึกๆบนเปลือก มีเสียงขยับของตัวอ่อนเคลื่อนไหวอยู่ข้างในดังกริ๊กๆ ไปรอบๆไข่ใบกลม ทุกคนเข้ามาล้อมรอบโต๊ะ และเฝ้าดูจนแทบลืมหายใจ


   เปรี๊ยะ...


   เสียงแตกของไข่ดังขึ้น เปลือกไข่แยกออกเป็นสองส่วนใหญ่ๆ ลูกมังกรตัวเล็กหล่นแปะอยู่บนโต๊ะ ตัวสีดำ ยับยู่ยี่ ปีกมีหนามแหลมยื่นออกมาจากแผ่นหลังในใหญ่มากเมื่อเทียบกับขนาดลำตัว จมูกของมังกรโต มีเขาเล็กๆงอกเป็นปุ่ม ตาสีส้มโปนออกมา และเมื่อมันจามก็เกิดประกายไฟเล็กๆพ่นออกมาทางจมูก 

   แฮร์รี่อดคิดไม่ได้ว่ามันน่ารักในแบบแปลกๆ


   “ มันสวยจังเลย  แฮกริดพึมพำ มือใหญ่ยักษ์เอื้อมไปลูบหัวมังกรน้อยจนโดนมันงับนิ้วด้วยเขี้ยวที่แหลมคม

   “ คงต้องชื่อนอร์ร่าแทนแล้วล่ะ มันเป็นตัวเมียนะแฮกริด  

   ศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินมองอย่างชื่นชมด้วยความสวยงามอีกคน และเปลี่ยนชื่อที่แฮกริดคิดจะตั้งให้เพราะเข้าใจว่าเป็นตัวผู้

   “ นอร์ร่าก็ได้ครับ โอ๋...นอร์ร่าลูกเห็นแม่แล้วใช่ไหม นี่หม่ามี้ของลูกนะ -- โอ้...! เป็นเด็กที่เก่งอะไรแบบนี้!  แฮกริดโอ๋เมื่อมังกรพยายามเดินเตาะแตะเข้ามาหา และเมื่อมันก็พ่นไฟใส่เคราแฮกริด เขาก็แค่ตบให้มันดับและชมเชยที่มันพ่นไฟใส่

   นั่นมันอันตรายนะแฮกริด เด็กๆคิดเหมือนกันแบบไม่ต้องสงสัย

   “ เดี๋ยวจะมีคนรู้จักของฉันมา เขาทำงานที่เขตรักษาพันธุ์มังกรในแอลเบเนีย จะมารับมันไปดูแล มันจะได้อยู่ในที่ที่ควรอยู่และมีคนดูแลอย่างดี -- ระหว่างนี้ฉันให้เธอดูแลนอร์ร่าไปก่อนแล้วกัน เธอต้องเข้าใจนะแฮกริด  


   เด็กๆปล่อยให้เป็นหน้าที่ของศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินพูดปลอบใจแฮกริด และให้เขาสองคนดื่มด่ำกับความสวยงามของมังกรที่ไม่อาจจะเข้าถึงได้ 

   เด็กทั้งสี่รู้สึกโล่งใจที่อนาคตเขาไม่ต้องแตกตื่นเพราะมีมังกรอยู่ในโรงเรียนนั่นหมายถึงตอนนี้พวกเขาสามารถกลับไปหอพักและนอนหลับได้อย่างสบายใจแล้ว




TBC.
✿.。.:* *.:。.✿



*ดอกฟอร์เก็ตมีน็อต (Forget me not) หมามุ่ย (Mucuna) เอลิฮอทซี (Alihotsy)

ดอกฟอร์เก็ต มี น็อต (Forget me not) : มีความหมายตรงตัวว่า อย่าลืมฉัน มีตำนานเก่าแก่ในฝรั่งเศสว่า อัศวินและหญิงงามเดินท่องเที่ยวกันในป่า ระหว่างชมความงามของธรรมชาติ สาวเจ้าก็ไปเห็นดอกไม้สีฟ้าแสนสวย เธอชอบและอยากได้มัน 'ที่รัก คุณไปเก็บดอกไม้ที่ริมตลิ่งให้ฉันหน่อยสิ' อัศวินไม่ขัด เขายินดีทำทุกอย่างเพื่อสาวงามของเขา 'ต่อให้อยู่ไกลสุดหล้าฟ้าเขียวข้าก็จะเอามาให้เจ้า' อัศวินจึงเอื้อมตัวไปเก็บให้ แต่เขาพลาดทำให้ตัวเองลื่นไถลลงไปสู่แม่น้ำ เสื้อเกราะที่หนักอึ้งทำให้เขาว่ายขึ้นฝั่งไม่ได้ ก่อนที่เขาจะจมลงไปยังก้นบึ้ง เขาก็โยนดอกไม้ที่เก็บได้ให้กับคนรัก 'อย่าลืมข้า' จึงเป็นที่มาของชื่อและยังเป็นสัญลักษณ์ของ รักแท้ (จ่ะ//ไรต์)


หมามุ่ย (Mucuna) : เป็นพืชแบบเถา มีขนคันขึ้นที่ฝัก ที่ขนมีฤทธิ์เป็นพิษ เมื่อสัมผัสโดนจะมีอาการระคายเคือง นับเป็นยาสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่สามารถรักษาโรคเกี่ยวกับสมองและเป็นยาบำรุงกำลัง


เอลิฮอทซี (Alihotsy) : หรือต้นไฮยีน่า หากกินใบของมันจะทำให้เกิดอาการหัวเราะอย่างคุมไม่อยู่ เพราะเหตุนี้ถึงไม่มีใครแตะต้อง สามารถน้ำหวานของตัวกรัมบัมเบิลเป็นยาแก้ได้ เป็นส่วนผสมหลักของน้ำยาหัวเราะ

**นอร์เวย์หลังเป็นสัน (Norwegian Ridgeback) เลธิโฟลด์ (Lethifold)

นอร์เวย์หลังเป็นสัน (Norwegian Ridgeback) : คล้ายกับฮังการีหางหนาม มีความดุร้าย แต่น่ารัก(?)


เลธิโฟลด์ (Lethifold) : หรืออีกชื่อคือ ลีฟวิ่ง เชราด์ (Living Shroud) ลักษณะคล้ายผ้าคลุมสีดำ เป็นสัตว์หายาก มันจะกินเหยื่อในช่วงเวลานอนหลับและตัวผ้าคลุมจะหนาขึ้นหลังจากกินเสร็จ ล่องลอยตามพื้นดินเวลากลางคืน มีคาถาผู้พิทักษ์บทเดียวเท่านั้นที่ปราบด้

 

***มินิช็อกโกแลตเพรตเซิลส์ (Mini Chocolate Pretzels)



✿.。.:* *.:。.✿

...Writer...


ฮู้วววว ในที่สุดเราก็จัดการมังกรออกไปได้อย่างหมดห่วง

เคยไหมคะ กำลังเพลินๆแล้วนึกขึ้นได้ว่าตัวเองลืมส่งงานหรือการบ้าน
มันเป็นเรื่องสยองที่ไรต์ไม่อยากเจอจริงๆ


อัพครั้งแรก : 2/11/2561
แก้ไขครั้งล่าสุด : 7/2/2562


 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 206 ครั้ง

1,300 ความคิดเห็น

  1. #1233 PANDAPEGASUS (@redmoon) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 22:15

    เข้าใจเบลสกับดีนนะคะ ตอนทำการบ้านมันไม่มีแรงบันดาลใจเท่านี้จริงๆ 55555555555

    ประทับใจการแก้ปัญหาของเด็กๆทีมนี้ด้วยค่ะ พอจับกลุ่มใหม่แล้วรู้สึกเป็นเด็กที่มีสมองกันมาก แค่กๆๆ แต่ก็น่ารักเหมือนเดิม แอบคิดถึง golden trio นิดนึง แต่ให้คุยกันบ้างบางโอกาสก็พอแล้วค่ะ อย่ามาร่วมหัวจมท้ายด้วยกันเลย พังพินาศมาก 555555

    #1233
    0
  2. #187 EngEnglish (@EngEnglish) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 08:35

    นับถือความพยายามของเบลสและดีน แต่ทำไมตอนเธอทำการบ้านทำไมไม่ตั้งใจบ้างยะ 55
    #187
    1
    • #187-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 30)
      3 พฤศจิกายน 2561 / 19:24
      เบลสกับดีนว่า เรื่องพวกนี้สนุกกว่านั่งทำการบ้านเยอะะะ
      #187-1
  3. #184 licey (@licey) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 23:57
    ชอบการแก้ปัญหาของพวกเด็กๆมากเลย คิดว่าจับกลุ่มแบบนี้แล้วทุกคนดูเป็นผู้เป็นคนจังค่ะ--แค่กๆๆ
    #184
    1
    • #184-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 30)
      3 พฤศจิกายน 2561 / 07:07
      ไรต์อยากแฮร์รี่หัดใช้สมอ..แค่ก!

      ไรต์อยากให้แฮร์รี่คิดวิธีแก้ปัญหาแบบดีๆบ้างค่ะ ระห่ำเหลือเกิน
      #184-1
  4. #183 ploywendy (@ploywendy) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 23:14
    นี่มันขบวนการนักสืบเยาวชนนนนนนนนน555555
    #183
    1
    • #183-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 30)
      2 พฤศจิกายน 2561 / 23:31
      เราสี่คนจะไขปัญหานี้ไปด้วยกัน กัน กัน กัน กัน
      #183-1
  5. #182 ฮิจินะ (@pho-poe) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 22:24

    แฮรี่ดูมีสตินะ แต่ทำไมถึงไม่เขียนจดหมายไปบอกโอลิเวียแล้วให้โอลิเวียบอกบิลแทนละ แค่นั้นก็จะง่ายขึ้นนะ 555555

    #182
    1
    • #182-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 30)
      2 พฤศจิกายน 2561 / 23:00
      ตอนแรกไรต์ก็วางให้ส่งจดหมายหาโอลิเวียค่ะ ไรต์ถึงปูให้โอลิเวียรู้จักกับชาลี
      แต่ต่อมาไรต์เปลี่ยนเป็นให้เด็กๆจัดการกันเองค่ะ
      ถ้าแฮร์รี่ส่งจดหมายให้โอลิเวียจัดการ แฮร์รี่ก็เหมือนยังคอยพึ่งโอลิเวียอยู่ตลอด
      แถมโอลิเวียก็เปรยๆว่า เริ่มโตแล้วให้จัดการปัญหาเอง

      ไรต์เลยเปลี่ยนเป็นให้เด็กๆไปบอกศาสตราจารย์แทนน่ะค่ะ
      //ขอบคุณที่อ่านและคอมเม้นนะคะ ><
      #182-1
  6. #181 love-novel-pp (@love-novel-pp) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 21:33

    ทุกคนดูมีสติขึ้นเยอะ (เทียบกับในหนัง)
    #181
    1
    • #181-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 30)
      2 พฤศจิกายน 2561 / 21:59
      จุดมุ่งหมายไรต์ก็อยากให้เด็กๆมีสติกันหน่อยค่ะ
      ตอนดูในหนังก็สงสัยจริงๆว่าทำไมไม่บอกอาจารย์ ไหนจะทำโทษในป่าต้องห้ามอีก
      //แต่ก็ชอบภาคหนึ่งมากที่สุดอยู่ดี....
      #181-1
  7. #180 wal_5678 (@wal_5678) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2561 / 21:33

    รูปทุกรูป! ผีทุกตัว! ประทับใจกับพวกนายจริงๆเลยเบลสดีน


    เห็นสภาพสี่สหายแล้วเดรโกไม่กล้าหาเรื่อง555



    ชอบจังเลยค่ะที่พวกเด็กๆเลือกที่จะไปบอกศ.ที่เฉพาะทางเรื่องนี้แทน คือเป็นทางออกที่เซฟสุด ไม่โดนหักคะแนน และมังกรน้อยยังปลอดภัยด้วย

    #180
    1
    • #180-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 30)
      2 พฤศจิกายน 2561 / 21:57
      เราต้องใช้ผีและรูปให้เป็นประโยชน์ค่ะ!
      เบลสกับดีนบอกว่า ยอมเหนื่อย ดีกว่าต้องหัวใจวายเพราะป๋าเนป

      ตอนไรต์อ่านแฮร์รี่แรกๆ ไรต์ก็คิดค่ะว่าทำไมไม่บอกอาจารย์
      ไรต์ว่าอาจารย์แต่ละคนต้องช่วยนักเรียนอยู่แล้วเพราะเรื่องมันค่อนข้างใหญ่โตม้ากกก

      และสุดท้าย...

      เดรโก : พวกนั้นหน้าสมเพศจนฉันไม่ต้องซ้ำเติมแล้ว //ตอบแบบหยิ่งๆ
      #180-1