[Fanfiction Harry Potter] What If...? (OC)

ตอนที่ 6 : [Begin] Chapter 4 || Ginger

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3101
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 212 ครั้ง
    23 ก.พ. 62




Chapter 4
Ginger




'Do not fear mistake, You will know failure. Continue to reach out'

- Benjamin Franklin -


✿.。.:* *.:。.✿



   “ ผ่านพ้นไปแล้วครับกับเทศกาลวันฮาโลวีนยังคงคึกคักเหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา ในวันนี้เรายังพบเจอกับผู้คนบางส่วนที่แต่งกายในอยู่ชุดแฟนซีหลากสีสัน เอ๊ะ..! หรือว่าเป็นเทรนด์ใหม่ในอีกสองเดือนข้างหน้านี้กันแน่ บางทีผมควรจะลองไปถามเจน... 


   ปิ๊บ...!


   “ เกิดเหตุการณ์สลดที่หมู่บ้านแห่งหนึ่งในเวลส์ค่ะ สามีภรรยาคู่หนึ่งเสียชีวิตเฉียบพลันจากภาวะหัวใจล้มเหลว ทิ้งลูกชายวัยหนึ่งขวบไว้เพียงลำพัง ตอนนี้ญาติผู้เสียชีวิตได้มารับเด็กไปอยู่ในความดูแลแล้วค่ะ นับเป็นภัยเงียบที่คุกคาม.... 


   ปิ๊บ....!


   “ ในช่วงดึกที่ผ่านมามีผู้พบเห็นเหตุการณ์ฝนดาวตกร่วงลงมามากมาย ตามพื้นที่ส่วนต่างๆในประเทศ อย่าง เคนท์ ยอร์กเชอร์ และโชว์สเบอรี่ นักดาราศาสตร์และนักวิทยาศาสตร์ ยังไม่สามารถให้คำตอบได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นครับ ฝนดาวตกเกิดจาก...


   ปิ๊บ....!


   “ ข่าวสุดท้าย หลายท่านคงสังเกตเห็นแล้วว่า วันนี้นกฮูกมีพฤติกรรมแปลกประหลาดมาก ในปกตินกฮูกเป็นสัตว์ที่ออกหากินตอนกลางคืนและมักไม่ปรากฏตัวให้เห็นในเวลากลางวัน แต่ในวันนี้ตั้งแต่พระอาทิตย์ขึ้น พบเห็นนกฮูกนับร้อยๆตัวบินมาจากทุกทิศทาง นักดูนกและผู้เชี่ยวชาญยังไม่สามารถอธิบายได้ถึงพฤติกรรมนี้ -- บางทีมันอาจจะอยากตื่นเช้ามาสูดอากาศสดชื่นก็ได้นะครับคุณผู้ชม ต่อไปเข้าสู่ช่วงข่าวกีฬากับ.... 



   จากห้องโถงใหญ่ที่เคยใช้สำหรับจัดงานเลี้ยง ถูกดัดแปลงเป็นห้องนั่งเล่นและห้องรับแขกขนาดใหญ่ ฝั่งของห้องนั่งเล่นติดกับห้องอาหาร ปูด้วยพรมขนแกะเทียมสีเทา วางทับด้วยโซฟาสีน้ำเงินอ่อนเข้ามุมหนึ่งชุดและโซฟาตัวเล็กสีฟ้าตั้งใกล้เคียงกัน ตรงกลางมีโต๊ะไม้ตัวเล็กสำหรับวางของ
-- 
ส่วนของห้องรับแขกติดกับฝั่งหน้าคฤหาสน์ปูด้วยพรมสีเขียวมรกตลายทอมือ วางทับด้วยโซฟาหนังดั้งเดิมสีครีมหันหน้าเข้าหากันและคั่นด้วยโต๊ะตัวเตี้ยทำจากกระจก 

   ที่กลางห้องมีเตาผิงขนาดใหญ่ติดผนังทำจากหินธรรมชาติ ทั้งสองข้างของเตาผิงดัดแปลงเป็นที่เก็บฟืน มีเครื่องเล่นแผ่นเสียง มีตู้โชว์ไม้และชั้นวางของที่ตั้งกระจายกันอยู่รอบห้อง

   ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ดังก้องไปด้วยเสียงของผู้ประกาศข่าวจากทีวีจอแก้วขนาดยี่สิบเก้านิ้วในตู้ไม้ขนาดใหญ่ตรงข้ามโซฟา บนชั้นของตู้ไม้มีทั้งเครื่องอัดและเครื่องเล่นวิดีโอ เครื่องเล่นเกมซูเปอร์เอ็นอีเอสที่ฮิตติดตลาด ม้วนวิดีโอหนังหลายเรื่องและเกมตลับต่างๆเรียงโชว์ในตู้อย่างเป็นหมวดหมู่


   โอลิเวีย เพฟเวอเรลล์ นั่งอยู่บนโซฟาสีน้ำเงินอ่อนในห้องนั่งเล่น ดวงตาจับจ้องดูข่าวในทีวี หูฟังเรื่องราวที่ผู้ประกาศข่าวกำลังรายงาน พลางกดเปลี่ยนช่องไปมาด้วยสีหน้าที่เคร่งเครียด

    รายงานข่าวภาคค่ำจบลงแล้ว แต่ทีวีก็ยังคงถูกเปิดทิ้งไว้แบบนั้นต่อ 

   เธอกลับมาสนใจหนังสือพิมพ์ที่กองบนโต๊ะตรงหน้า เดลี่พรอเฟ็ต แม่มดรายสัปดาห์  เดอะ ควิบเบลอร์ และอีกหลายเล่มที่เธอพอจะหาซื้อมาได้ ทุกเล่มลงข่าวเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญของโลกเวทมนตร์อย่างครึกโครม


   คนที่คุณก็รู้ว่าใคร หรือ ลอร์ดโวลเดอมอร์ สูญสลายไป  

   แฮร์รี่ พอตเตอร์ รอดชีวิตมาได้จากการปกป้องด้วยคาถาโบราณของแม่ 

   แต่โวลเดอมอร์ยังคงเหลือฮอครักซ์อยู่ และอีกไม่นานเขาจะกลับมาแน่นอน....

.

.

   เดี๋ยวก่อนนะ.... 

   เธอหรี่ตามองที่หนังพิมพ์สักพัก....  

.

.

   แฮร์รี่......  

.

.

   แฮร์รี่ พอตเตอร์..... 

.

.

   เด็กชายผู้รอดชีวิต..... 

.

.

   เด็กผู้ชาย.....

.

.

.

   ผู้ชาย.......!!!  


   โอลิเวียแทบหลุดกรี๊ดออกมา...! 

   เหตุการณ์เกิดขึ้นเหมือนเดิมทุกอย่าง....! 

   แค่ตัวเธอเป็นผู้ชาย.....!  

   ถึงผู้วิเศษนามเมอร์ลินหรือพ่อมดแม่มดเก่าแก่ไม่ว่าใครก็ตาม ขอบคุณสำหรับชีวิตที่สุดแสนจะหรรษา (ประชด)


   โอลิเวียรู้ว่าตัวเองสะเพร่าและไม่ใส่ใจ เธอไม่ไปตรวจสอบ หาข่าวหรือทำอะไรทั้งนั้นตั้งแต่อยู่มาในโลกเวทมนตร์เธอโผล่หน้าไปแค่ตรอกไดแอนกอน ธนาคารกริงกอตส์ ร้านขายยาแผนโบราณ โรงพยาบาลเซนต์มังโก และโรงเรียนอิลเวอร์มอร์นีที่อเมริกา แทบจะนับครั้งได้เลย -- นอกจากนั้นเธอก็ทำงานที่ร้าน หมกตัวอยู่ในบ้าน หาอะไรทำไปเรื่อยเปื่อยแค่คิดว่าอะไรจะเกิด ก็ปล่อยให้มันเกิดไป.... 

   เออ...ใครมันจะไปคิดว่าจะมีตัวเองอีกคนโผล่มาน่ะ

   เรื่องนี้ก็สอนให้รู้อีกเช่นกันว่า เกิดเป็นคนตระกูลพอตเตอร์ แม้ไม่เอาตัวเข้าไปเสี่ยง แต่ปัญหามันก็จะเดินเข้ามาเองเสมอ (สวัสดีโอลิเวีย//ปัญหา)


   ‘ ไม่ว่าที่นั่นจะเกิดเหตุการณ์ใดๆ ก็ตาม ท่านจะไม่ได้รับผลกระทบกับมันทั้งสิ้น เพียงแต่ท่านสามารถเพิกเฉยกับสิ่งที่จะเกิดได้หรือไม่แค่นั้นเอง นายแห่งข้า


   จู่ๆโอลิเวียก็นึกถึงคำพูดของยมทูตร่างโปร่งใสตนนั้นขึ้นมา  

   เพิกเฉย.... 

   นึกขึ้นได้ก็สูดหายใจแล้วพ่นออกมาด้วยความรู้สึกที่หงุดหงิดกว่าเดิม ยมทูตต้องรู้แน่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันแค่ทิ้งเป็นปริศนาให้คิดเอาเอง ยมทูตบ้านั่น...!


   ‘ ไม่ว่าที่นั่นจะเกิดเหตุการณ์ใดๆ ก็ตามท่านจะไม่ได้รับผลกระทบกับมันทั้งสิ้น


   ไม่ได้รับผลกระทบ...

   หมายความว่าเธอก็ไม่ต้องทำอะไร ใช้ชีวิตแบบเดิมอย่างที่อยากทำมาตลอดเท่านั้นก็พอ


   แค่ปล่อยวาง...


   ปล่อยวาง....

.

.

.

.

   มันทำได้ง่ายๆที่ไหนล่ะ!!!

   โอลิเวียหงุดหงิด เหมือนกับตัวเองเดินมาเจอทางแยกมากมา แถมแต่ละทางก็ไม่น่าเดินต่อเลยสักนิด เมื่อทำอะไรไม่ได้สุดท้ายเธอก็แค่นั่งเงียบๆแล้วหายใจอย่างอึดอัด


   .

   ..

   ...

   เวลาผ่านไปจนถึงเที่ยงคืน

   โอลิเวียยังคงนั่งพิงโซฟาตัวเดิม พลางคิดถึงเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นและเรื่องที่กำลังเกิดอยู่อย่างฟุ้งซ่าน 


   “ นายหญิงเจ้าคะ  


   เมลโล่เอ่ยถามผู้เป็นนาย เธอเห็นนายหญิงของเธอเป็นแบบนี้ตั้งแต่กลับมาที่บ้านพร้อมกับหนังสือพิมพ์เล่มนั้น สักพักก็ออกไปข้างนอกใหม่แล้วกลับมากับหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับที่มีข่าวว่าเจ้าแห่งศาสตร์มืดเสียชีวิตลง -- ดูแล้วมันก็เป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่นายหญิงของเธอกลับเครียดกับมันซะเหลือเกิน คิดอะไรบางอย่างคนเดียวนานมาก 

   เมลโล่ห่วงนายหญิง ไอ้แก่โจกี้ก็ห่วงเหมือนกัน มันสองตัวแค่หวังว่าจะช่วยอะไรนายของมันได้บ้างแค่นั้นเอง


   “ เมลโล่...? ดึกแล้วนะ -- งานก็ไม่มีแล้ว ทำไมยังไม่ไปนอนกันล่ะ หลังจากได้ยินเสียงแหลมสูงที่คุ้นเคย เธอก็หันไปคุยด้วย 
ฉันรู้ว่าโจกี้ก็อยู่แถวนั้น เอล์ฟประจำบ้านคู่นี้คงเป็นห่วงเธออยู่แน่ๆ ไปนอนได้แล้วทั้งคู่เลย 

   “ แต่ -- นายหญิงดูไม่ดี นายหญิงไม่ยอมไปนอน ให้เมลโล่ช่วยอะไรไหมเจ้าคะ

   “ โจกี้ด้วย ให้โจกี้เขาช่วยนายหญิงของเขาด้วยนะ


   ทั้งคู่ตอบเหมือนกัน สีหน้าที่ดูย่ำแย่ของทั้งสองทำเอาโอลิเวียรู้สึกผิดแทบไม่ทัน 


   “เฮ้...ฉันไม่เป็นอะไร บางทีเราก็ต้องมีปัญหาบ้างถูกไหม ฉันแค่ -- มีเรื่องต้องคิดนิดหน่อย ไม่มีอะไรต้องกังวนหรอก เธอยิ้มให้เมลโล่กับโจกี้ 

   “ จริงหรือเจ้าคะนายหญิง ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรือเจ้าคะ เมลโล่มองรอยยิ้มและเริ่มรู้สึกเบาใจ

   “ หรือว่า....นายหญิง!! ”แต่กับโจกี้นั้นตรงข้าม มันเหมือนก็เหมือนคิดอะไรบางอย่างออกแล้วร้องเสียงดังลั่น ทำเอารอบข้างสะดุ้งไปตามๆกัน

   “ ไอ้แก่โจกี้ เป็นบ้าอะไร! ” เมลโล่ขู่ใส่โจกี้ ดูท่าไอ้แก่มันจะอยู่กับต้นไม้มากเกินไปแล้ว

   “ เงียบเถอะ -- นายหญิงของโจกี้ เกี่ยวกับผู้ชายคนนั้นหรือเปล่าครับ...ผู้ชายโรคจิตคนนั้น มันไม่สนใจ หากแต่ถามนายหญิงของมันกลับด้วยถ้าทีตื่นกลัว

   โอลิเวียที่นั่งดูอยู่รู้สึกแปลกใจกับท่าทีที่โจกี้แสดงออกมา เธอหรี่ตามองแล้วถามมันกลับ ผู้ชาย...? ใครเหรอโจกี้...?”

   “โธ่...นายหญิง ก็เจ้ามักเกิ้ลโรคจิตคนนั้นไงครับ ที่หน้าตาหน้ากลัว เข้าไปในความฝันได้ นายหญิงของโจกี้เครียดเพราะมันใช่ไหมครับ ถึงไม่ยอมหลับยอมนอน

   “นายหญิงเมลโล่ลืมเจ้านั่น! นายหญิงกลัวมันใช่ไหมเจ้าคะ เมลโล่แย่ เมลโล่เอลฟ์รับใช้ที่แย่ "

   ภาพของเอลฟ์ประจำบ้านชราสองตัวที่ตื่นกลัวกับหนังผีของมักเกิ้ลแถมไม่มีตัวตนอยู่จริงอย่าง
เฟรดดี้ 
ทำเอาโอลิเวียอึ้งจนพูดไม่ออก

   ยิ่งได้เห็นท่าทางหวาดกลัวแบบเป็นจริงเป็นจัง ก็นึกอยากจับเอาหัวของมันสองตัวโขกโต๊ะแรงๆสักที -- แต่นั่นก็ดูจะรุนแรงไปหน่อย ได้แต่คิดในใจเงียบๆว่าจะไม่ให้พวกมันดูหนังแบบนั้นเป็นครั้งที่สอง  


   “ เมลโล่...โจกี้... ” เธอเรียกอย่างใจเย็น พยายามควบคุมอารมณ์ที่อยากจะตบหัวเพื่อเรียกสติทั้งคู่ “ ฟังฉันนะ เฟรดดี้ ครูเกอร์ ไม่มีตัวตน ย้ำ! ไม่มีตัวตน -- ส่วนเรื่องที่ฉันคิดน่ะ ไม่เกี่ยวกับอะไรพวกนั้นเลย มันเป็นเรื่องของตัวฉันเอง ก่อนฉันจะมาอยู่นี่...ทีนี้ ฉันขอสั่งให้เธอทั้งสองไปนอนกันได้แล้ว


   สิ้นประโยคคำสั่งของโอลิเวีย เอลฟ์รับใช้ทั้งสองก็ตอบรับแม้จะไม่ค่อยเต็มใจนัก พวกมันเข้าใจที่นายหญิงบอก แต่ในใจลึกๆยังคงรู้สึกหวาดระแวงอยู่ ภาพกรงเล็บนั่น หน้าตาน่าเกลียดแบบนั้น ชุดเน่าๆที่เจ้านั่นใส่ แม้ใจจะห่วงนายหญิงแต่พวกมันก็ทำได้แค่แยกย้ายไปนอน พลางนึกขอในใจอย่าให้ 'เฟรด ดูเบอร์' อะไรนั่นมาเข้าฝันเลยเถอะ

 



   เมื่อบรรยากาศโดยรอบกลับมาเงียบสงบ 

   โอลิเวียก็ตกอยู่ในภวังค์ความคิดตัวเองอีกครั้ง ความจริงครั้งนี้มันดูเป็นเรื่องง่ายสำหรับเธอ ในเมื่อเคยผ่านมันมาแล้วเธอรู้แน่ล่ะว่าต้องทำอะไรและทำแบบไหน ตอนนี้เธอสามารถปกป้องตัวเองได้ ถ้าพลาดท่าตายขึ้นมาก็ถือว่าหมดเวรหมดกรรมกันไป


   แต่ถ้าไม่พลาด... สิ่งที่ทำให้เธอกังวลก็คือชายที่ชื่อ'อัลบัส ดัมเบิลดอร์'และ'เหตุการณ์ที่จะเกิดต่อจากนั้นมากกว่า'



   เรื่องดัมเบิลดอร์....  

   เขาไม่ใช่คนเลวร้าย ทำเรื่องชั่วช้า หรืออะไรแบบนั้น ที่เธอแค่กังวลคือสิ่งที่เขาคิดและวางแผนว่า อาจจะ ทำมันตั้งหาก

   อัลบัส ดัมเบิลดอร์ อาจารย์ใหญ่ของฮอกวอตส์ เป็นพ่อมดที่เก่งที่สุดแห่งยุค เป็นคนที่โวลเดมอร์กลัว เขาเป็นคนแรกที่ทำให้โอลิเวียเข้าใจความเป็นมนุษย์อยากลึกซึ้ง 

   ความเชื่อที่ว่า 'พวกคนไม่ดีเป็นสีดำ คนดีเท่านั้นจะเป็นสีขาว' มันไม่ใช่เลย 

   เราทุกคนเป็นสีเทาไม่ได้ใสสะอาดหมดจนหรือมีมลทินจนลบไม่ออก ไม่มีใครดีใครเลวมาตั้งแต่เกิด แต่สิ่งที่เคยพบเจอ มุมมอง ความคิด การตัดสินใจทำต่างหากที่เป็นตัวกำหนด 

   ดูอย่างโวลเดอมอร์สิ เขากำพร้าไม่รู้จักครอบครัว เขาเจอแต่เรื่องแย่ๆคนแย่ๆ เมื่อเขามีอำนาจ
เขาตัดสินใจที่จะใช้กำจัดคนที่เคยว่าร้ายหรือรังแกเขาและใช้มันในสิ่งที่เขาคิดว่ามันถูกต้อง สิ่งที่เขาพบเจอต่างหากหล่อหลอมให้เขาเป็นแบบนั้นและสุดท้ายก็กู่ไม่กลับ


   แล้วดัมเบิลดอร์ล่ะ...? 

   เขาเป็นนักเรียนที่เก่ง เป็นครูที่ดี เป็นพ่อมดที่ทุกคนยอมรับ มีอารมณ์ขันแบบแปลกๆ 

   แต่...เขาก็มีเรื่องที่ตัดสินใจผิดพลาด 


   กรินเดลวัลด์เป็นทั้งเพื่อนสนิทและอดีตคนรัก แม้ความคิดที่จะบังคับมักเกิ้ลให้เป็นเยี่ยงทาสจะผิด เขาก็เลือกที่จะไม่สนมันทั้งๆที่รู้อยู่เต็มอกและเลือกมองแต่อำนาจที่จะมาอยู่ในมือ เขาละทิ้งภาระหัวหน้าครอบครัวจนเป็นเหตุให้น้องสาวเสียชีวิต ส่วนน้องชายก็กล่าวโทษว่าเป็นความผิดของเขาเอง 

   ดัมเบิลดอร์รู้จุดอ่อนตัวเองโดยเฉพาะเรื่องอำนาจ มันเป็นความโลภและความรู้สึกผิดที่ต้องเผชิญ เขาเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน วิธีการที่เลือกมาใช้ต่อให้ดูโหดร้ายแค่ไหนเขาก็ทำ มันทำให้โอลิเวียรู้สึกแย่มากเมื่อที่เธอรู้ความจริงหลายอย่างเอาตอนสุดท้าย 


   อัลบัส ดัมเบิลดอร์ เชี่ยวชาญเรื่องการพินิจใจและวิธีโน้มน้าว.... 


   ตอนเธอยังเป็นแค่ เคท พอตเตอร์ เป็นแค่เด็กผู้หญิงคนหนึ่งที่ถูกลุง ป้า และ ลูกพี่ลูกน้อง รังเกียจ โดนทำร้ายร่างกายอยู่เป็นประจำ ทำโทษต่างๆนาๆเท่าที่พวกนั้นจะสรรหาความผิดมาให้ 

   เมื่อเธออายุครบสิบเอ็ดปี ก็รับรู้ว่าตัวเองเป็นแม่มด 

   มันเหนือความคาดหมาย ยิ่งรับรู้ว่าตัวเองเป็นคนสำคัญยิ่งแทบไม่เชื่อหู เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเกิดใหม่ แต่ลึกข้างในก็กลัวจะโดนทอดทิ้งถ้าทำอะไรผิดไปแม้แต่น้อย เธออาจถูกลืมและโดนโยนกลับมาอยู่กับครอบครัวเดอร์สลีย์เหมือนเดิม 

   อยากเป็นที่ยอมรับ ทำตัวเป็นฮีโร่แม้ปากจะบอกว่าเปล่า แต่การกระทำที่เสี่ยงชีวิตนั่นคือเครื่องยืนยัน ตอนอายุแค่นั้นก็คิดแค่ว่าอยากปกป้องมันเอาไว้ มันเป็นที่สำคัญ มันเป็นเหมือนบ้านเพียงแห่งเดียวของเธอ ทำให้เธอรู้สึกว่าชีวิตมีคุณค่าขึ้นมา

   ดัมเบิลดอร์ก็ใช้จุดนั้นผลักดันเธอ สร้างสถานการณ์เตรียมเธอให้พร้อมจะต่อสู้ สร้างความจงรักภักดี สอนเธอเจ็บปวดจากการสูญเสียซ้ำๆ บางทีเด็กวัยรุ่นคนหนึ่งก็ไม่ควรต้องเจออะไรแบบนั้น


   แน่นอนโอลิเวียก็เลือกที่จะเดินไปตามแผนที่ดัมเบิลดอร์วางไว้ให้ เขาเหมือนคนแก่ที่ยื่นอมยิ้มให้เธออย่างใจดี แต่ไส้ข้างในอมยิ้มที่ยื่นมานั้นก็คือยาพิษดีๆนี่เอง

   เขาเลือกใช้ศาสตราจารย์เซเวอรัส

   เธอคิดว่าดัมเบิลดอร์จงใจให้เซเวอร์รัสได้ยินคำทำนายแค่ครึ่งเดียวแล้วปล่อยให้ไปรายงานกับโวลเดอมอร์ และนั่นคือต้นเหตุที่ทำให้พ่อแม่เธอเสียชีวิต -- เซเวอร์รัสจมอยู่กับความเศร้าเสียใจและความรู้สึกผิด ผันตัวเป็นสายลับสองหน้า เขาเกลียดชังเธอที่มีสายเลือดของพ่อในตัว แต่เขาก็รักและปกป้องเธอเพราะสายเลือดอีกครึ่งที่เป็นของแม่ โดยเฉพาะตาสีเขียวมรกตแสนสวยที่เซเวอรัสมักชอบมองมันอยู่ตลอด 

   ดัมเบิลดอร์ปล่อยให้ซีเรียสออกตามล่าเพ็ตติกกรู ทั้งๆที่ซีเรียสเป็นพ่อทูนของเธอตามสิทธิ์ แต่เขาก็จงใจไม่ให้ซีเรียสเลี้ยงเธอและเอาไปให้พวกเดอร์สลีย์แทน เพียงเพราะไม่อยากให้โตมาเสียคน 

   ดัมเบิลดอร์รู้ทุกอย่าง แต่เขาก็ปล่อยมันจนสายเกินไป

   โอลิเวียยังคงเคารพและรักศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์เหมือนเดิม แต่มันก็ผสมกับความเสียใจและเสียความรู้สึกกับอีกหลายเรื่อง เธอเลยไม่อยากไว้ใจเขา


   ส่วนเหตุการณ์ที่อาจเกิดต่อจากนั้น 

   เชื่อสิถ้าตอนนี้ออกไปกำจัดฮอครักซ์ของโวลเดอมอร์ แล้วมันจะไม่มีผลกระทบอะไรกับโลกนี้เลยทำได้ก็คงทำไปแล้ว 

   แต่มันเป็นไปไม่ได้

   การยื่นมือเข้าไปแทรกก็เหมือนกับการทำลายสมดุลแล้วเอาบ่วงมาผูกคอตัวเอง ในอดีตเคยค้นพบมีคนสามารถย้อนเวลาได้จริง แต่มันทำให้ชีวิตเขายุ่งเหยิงกว่าเดิมและสุดท้ายก็พังพินาสเพราะสิ่งที่เขาพยายามจะเปลี่ยนมัน ถ้าคิดจะเปลี่ยนแปลงก็ต้องคงทุกอย่างไว้ดังเดิม

   ถือเป็นหนทางที่ดีที่สุดแล้ว

   ทั้งยังไม่มีอะไรรับประกันว่าโวลเดอมอร์โลกนี้กับโลกที่เธอเคยอยู่จะเหมือนกัน ขนาดตัวเธอในโลกนี้ยังเกิดเป็นผู้ชาย แล้วนับประสาอะไรที่เรื่องอื่นจะไม่เปลี่ยนแปลง

   ตัวเธอ....หมายถึง แฮร์รี่ ในโลกนี้ก็อาจจะมีความสุขที่เธอจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยได้ แต่ดัมเบิลดอร์ต้องผิดสังเกตและหาวิธีที่จะพิสูจน์ ต่อให้กลบเกลื่อนดีแค่ไหน ทุกคาถาก็มีจุดอ่อนของมันและสิ่งที่แย่คือเมื่อไหร่ที่เขาเริ่มสงสัย เขาก็จะระแวง เลวร้ายสุดอาจเป็นศัตรูกับทั้งสองฝั่ง เธอเหนื่อยแล้วที่จะทำอะไรแบบนั้น


   การทำให้คนสงสัยหรือระแวง นั่นเป็นบทเรียนใหญ่ที่โอลิเวียเจอมา 


   ตอนนั้นโอลิเวีย อายุหกสิบห้าปี และเพราะเป็นนายยมทูตร่างกายเธอจึงดูเหมือนอายุสิบเจ็ดปีอยู่ตลอด -- วันหนึ่งเกิดเหตุคนที่บูชาศาสตร์มืดและทายาทผู้เสพความตายหลายคน ทำพิธีกรรมปลุกชีพโวลเดอมอร์ขึ้นมา เดือดร้อนหน่วยมือปราบมารทุกคนต้องตามไล่ล่ากันนานสามเดือนก่อนจะปิดคดีได้ 

   เคยได้ยินไหมที่ว่า เรื่องจบแต่คนไม่จบ...

   เมื่อหลายคนหลงเชื่อคำพูดพวกผู้เสพความตาย 'ตราบใดที่พอตเตอร์ ยังมีชีวิตอยู่จอมมารก็จะสามารถคืนชีพกลับมาได้เรื่อยๆและเธอนี่แหละอาจเป็นเจ้าแห่งศาสตร์มืดคนต่อไป'

   ตอนแรกมันก็แค่ลมปาก....

   แต่พอแพร่กระจายมากเข้า มันเป็นเหมือนไฟลามทุ่ง -- หลายคนหลงเชื่อ หนังสือพิมพ์ลงข่าวและวิเคราะห์กันไปยกใหญ่ หนักข้อเข้าเริ่มเข้าใจว่า ดัมเบิลดอร์ตายเพราะเธอ เธอเป็นคนฆ่าแล้วป้ายความผิดว่าเซเวอรัสเป็นคนทำ 

   เพื่อนหรือคนรู้จักของเธอหลายคนเมินเฉยที่จะช่วยแก้ข่าว เพราะส่วนใหญ่ก็แค่ไม่อยากให้ตัวเองเดือดร้อนและไม่อยากให้ครอบครัวลำบาก


   โอลิเวียไม่มีครอบครัว เธอแต่งงานกับวิคเตอร์ ครัม แต่เขาเสียชีวิตไปตอนอายุสี่สิบปี ในการแข่งขันควิดดิช ครัมเป็นผู้เล่นที่อายุมากที่สุดและจากแรงปะทะกับฝ่ายตรงข้ามที่ศีรษะทำให้เส้นเลือดในสมองแตกฉับพลัน ยาวิเศษดีแค่ไหนก็ช่วยเขาไม่ทัน -- ส่วนเท็ดดี้ ลูปิน ลูกทูนหัวของเธอก็มีครอบครัวของตัวเอง มาเยี่ยมกันบ้างเป็นครั้งคราว


   สุดท้ายเธอตัดสินใจเกษียณตัวเองออกมาอยู่บ้าน เดินทางไปเที่ยวบ้างเพื่อพักผ่อน 

   ดูเหมือนการที่เธอตัดสินใจออกจากงานจะทำให้ทุกคนจับตามองมากกว่าเดิม ทางกระทรวงส่งคนมาจับตาดูเธออย่างใกล้ชิดชนิดยี่สิบสี่ชั่วโมง หากเดินตามถนน ถ้าเจอกับพ่อมดแม่มด ลูกๆของพวกเขาบางคนชี้ชวนให้ดู ในขณะที่พ่อแม่บางคนปิดตาลูกไม่ให้เข้าใกล้ ทำเหมือนเธอเป็นสิ่งน่ารังเกียจ 

   เป็นคุณ คุณจะรู้สึกอย่างไรล่ะ...?

   มันเป็นแบบนั้นยาวต่อกันอีกหลายปีและแย่ลงกว่าเดิม เพื่อนสนิทเธอหลายคนเสียชีวิต คนที่รู้จักหันหลังให้เมื่อพวกเขารู้เธอศึกษาศาสตร์มืด คนเหล่านั้นก็ยิ่งร้อนรน หวาดกลัวกันไปหมด -- สุดท้ายก็รวมตัวกันเรียกร้องให้กระทรวงออกหมายจับและหักไม้กายสิทธิ์ของเธอทิ้ง


   สิ่งของไม่ว่าจะแข็งแรงขนาดไหนย่อมต้องแตก ต้องร้าว แล้วมนุษย์เล่า ความรู้สึกเหล่านั้นบอบบางกว่าสิ่งของเสียอีก....   


   ใช่...ที่โอลิเวียสามารถหนีได้ แต่เธอแค่เสียใจ.... 

   เสียใจ....ที่โลกเหมือนไม่มีที่ว่างพอจะให้เธออยู่ 

   เสียใจ....ที่พวกเขาไม่คิดถึงจิตใจเธอเลย

   เสียใจ....ที่พวกเขาหลงผิด เชื่ออะไรง่ายๆ หูเบากับเรื่องซ้ำซาก 

   เสียใจ....ที่ไม่มีใครให้เธอระบายหรือพึ่งพาได้เลย

   ความรู้สึกด้านลบมันพุ่งพล่านทั่วทั้งอก ทำให้เธอยินยอมโดนจับและใช้ชีวิตในคุกนูร์เมนการ์ด




   มันไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว.....



   ก็จริง....แต่เธอก็กลัวมันอยู่ดี

   เธอกลัวจะเจออะไรแบบเดิมๆเธอไม่กล้าจะลงมือทำ ไม่ว่ายังไงเธอก็รู้สึกว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงคนหนึ่ง เป็นแค่ เคท พอตเตอร์ เป็นแค่ โอลิเวีย เพฟเวอเรลล์ 

   แค่นั้นเอง....

   กับสิ่งที่ไม่รู้ ควบคุมไม่ได้ เธอไม่อยากเสี่ยงอีกแล้ว

   จะให้ไปเป็นฮีโร่ผู้ผดุงคุณธรรม แบกโลกไว้บนบ่าแบบเมื่อก่อนนั่น คงต้องโบกมืออำลา... 


   เมื่อคิดหลายอย่างมากเข้าโอลิเวียก็เริ่มรู้สึกปวดหัว เธอเอนตัวลงนอนบนโซฟา มองโคมไฟระย้าคริสตัลอันสวย ก่อนเปลือกตาเริ่มปิดลงแล้วภาพทุกอย่างก็ดับวูบ



✿.。.:* *.:。.✿



   “ ผู้มีอำนาจจะปราบเจ้าแห่งศาสตร์มืดใกล้เข้ามาแล้ว.....เกิดกับคนที่ท้าทายเขาถึงสามหน เกิดเมื่อเดือนที่เจ็ดวางวาย.....และเจ้าแห่งศาสตร์มืดจะทำเครื่องหมายเขาหรือเธอในฐานะผู้เท่าเทียม แต่เขาหรือเธอนั้นจะมีอำนาจที่เจ้าแห่งศาสตร์มืดหารู้จักไม่.....และคนหนึ่งจะต้องตายด้วยน้ำมือของอีกคน เพราะทั้งสองจะไม่อาจอยู่ได้ถ้าอีกคนยังอยู่รอด.....ผู้มีอำนาจจะปราบเจ้าแห่งศาสตร์มืดจะเกิดมาเมื่อเดือนที่เจ็ดวางวาย....."


   สิ้นเสียงคำพูดที่แหบพร่า 
ร่างของซีบิลล์ ทรีลอว์นีย์ ก็จมกลับลงไปยังมวลสารสีเงินเบื้องล่างและหายวับไป ห้องทำงานนั้นเงียบสนิท...แทบไม่ได้ยินแม้เสียงลมหายใจ... 


   “ ศาสตราจารย์คะ บอกทีว่าเมื่อกี้คืออะไร -- คงไม่ได้หมายถึงหนูหรอก...ใช่ไหม 

   “ มันอาจเป็นเธอ หรืออาจเป็น เนวิลล์ ลองบัตท่อม เธอทั้งคู่เกิดวันสุดท้ายเดือนกรกฎาคมปีนั้น พ่อแม่ของพวกเธอทั้งคู่ก็หลบรอดจากโวลเดอมอร์อย่างหวุดหวิดสามครั้งเหมือนกัน ดัมเบิลดอร์ตอบ ชายชรามองดูเธอราวกับกลัวว่าเธอจะบอบสลายได้ตลอดเวลา

   “ แล้วเขาก็เลือกหนูนี่!  เคทตะคอกใส่ -- เธอรู้สึกเหมือนตัวเองถูกล้อมรอบด้วยกำแพงสูงชันไม่มีทางออก พยายามกล้ำกลืนก้อนขมที่เหมือนติดอยู่ตรงคอ

 

   เด็กสาวโกรธ ใจร้อน งี่เง่า ตัดสินใจผิด เธอทำพลาดและเสียซีเรียสไปด้วยความไม่รู้เหมือนกับตอนที่เธอทำให้เซดริกตาย แล้วยังมารู้ว่าสิ่งที่เปลี่ยนชีวิตเธอตลอดกาลเป็นแค่คำนายบทหนึ่ง 


   เคทเงียบอีกสักพักใหญ่ก่อนพูดต่อ เขาเลือกหนู ทำสัญลักษณ์ให้หนู -- ที่เขาพยายามจะเอาลูกแก้วนั่นให้ได้เพราะเขาไม่รู้คำทำนายเต็มๆใช่ไหมคะ

   “ เธอเป็นคนหัวไวและมีเหตุผลเสมอ...แม้จะเจ้าอารมณ์ไปบ้าง  ดัมเบิลดอร์ยิ้มอย่างอ่อนโยนให้ ซีบิลล์ เลือกร้านหัวหมูเพราะมันราคาถูก แต่เป็นสถานที่ที่ไม่ปลอดภัยเอาซะเลย ฉันไม่คิดฝันว่าการเดินทางไปพบ ซีบิลล์ ทรีลอว์นีย์ จะทำให้ฉันถูกดักฟัง และคงเป็นโชคดีของฉัน -- หรือของเรา คือคนที่แอบดักฟังถูกจับได้ เขาได้ยินไปแค่ตอนต้น แค่เด็กที่เกิดเดือนกรกฎาคมกับพ่อแม่ท้าทายโวลเดอมอร์สามหนเท่านั้น

   “ งั้นไม่เขาก็หนู ที่ต้อง....” 

   “ ใช่แล้วเด็กน้อย ขอโทษที่เธอต้องเจอแต่เรื่องแบบนี้ ดัมเบิลดอร์ตอบก่อนเด็กสาวจะเอ่ยจบประโยค


   เป็นเวลานาน ไม่มีใครพูดอะไรออกมา.... 

   ที่ไหนสักแห่งนอกห้องทำงานไกลๆ เคทได้ยินเสียงคนพูดคุยและหัวเราะ 

   แต่ความรู้สึกเหล่านั้นมันช่างห่างไกลกับเธอเหลือเกิน เหมือนทุกอย่างเธอรักและพยายามจะปกป้อง มันเริ่มห่างออกไป เธอยืนก้มหน้าร้องไห้อย่างเงียบงันไม่มีแม้เสียงสะอื้น

   “ ฉันรู้สึกว่าฉันยังติดคำอธิบายเธออยู่เรื่องหนึ่ง จากที่เงียบกันอยู่นานดัมเบิลดอร์ก็พูดเรื่องหนึ่งขึ้นอย่างไม่แน่ใจ ฉันเล่าถึงความเป็นไปได้ว่าเธอกับโวลเดอมอร์เชื่อมโยงกันแล้ว --  และนั่นเป็นสาเหตุว่าตั้งแต่เกิดเรื่องทั้งหมดในปีนี้ ฉันถึงยังไม่เคยมองหน้าเธอโดยตรงเลย โดยเฉพาะเลี่ยงที่จะสบตา ให้เธอไปเรียนการสกัดใจกับศาสตราจารย์เซเวอรัส แทนที่ฉันจะเป็นคนสอน -- ครั้งหนึ่งฉันได้เห็นเขาในดวงตาเธอ มันทำให้ฉันทำอะไรไม่ถูก เลยเลือกที่จะเฝ้ามองเธออยู่ห่างๆ จิตใจลึกๆฉันยังคงหวาดกลัวอยู่  ฉันต้องขอโทษเธอจริงๆ

   ดัมเบิลดอร์ไม่บอกเคทว่าเขาหวาดกลัวกับอะไร 

   เมื่อเธอเงยหน้าขึ้นมองเขา น้ำตาหยดหนึ่งก็ไหลร่วงบนใบหน้าเข้าไปในเครายาวสีเงิน



✿.。.:* *.:。.✿


   พรึ่บ....!


   ร่างหญิงสาวบนโซฟากระเด้งขึ้นใบหน้าเปรอะเปื้อนด้วยน้ำตา ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้า หัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอกไปหมด 

   โอลิเวียใช้มือปาดน้ำตาที่เปรอะเปื้อนบนหน้าทั้งหมด ก่อนหันไปมองนาฬิกาเรือนใหญ่บนผนัง


   ตีสาม กับอีก สิบแปดนาที


   เธอหลับไปได้แค่สองชั่วโมงกว่า แถมฝันได้ชวนรู้สึกแย่สุดๆ เรื่องคำทำนาย เหตุผลของดัมเบิลดอร์ โดยเฉพาะเรื่องตอนซีเรียสตาย...ให้แก้ตัวยังไงนั่นก็เป็นความผิดเธอ มันใหญ่หลวงพอจะกัดกินหัวใจเธอให้แหว่งออกไปหลายส่วน


   โอลิเวียสลัดความภาพความฝันทิ้ง แล้วเดินมายังโซนห้องครัว เปิดเตาตั้งกาน้ำร้อน พลางยืนมองในสมุนไพรสดหลากหลายชนิดในตระกร้า

   สะระแหน่....หรือขิง....ดี?

   ชาสะระแหน่ ช่วยให้จิตใจกับร่างกายสงบ เป็นชาที่ดีสำหรับสุขภาพทางอารมณ์ 

   ส่วนชาขิง ช่วยเพิ่มอารมณ์ ถ้ารู้สึกตกต่ำหรืออึดอัด มันจะช่วยเพิ่มพลังงานและให้ความรู้สึกที่อบอุ่น 

   ดูจากหลายๆอย่าง ชาขิง คงจะตอบโจทย์เธอดีสุดแล้ว 

   เมื่อน้ำเดือดได้ที่ เธอก็ปิดเตาและปล่อยให้เย็นลงสักเล็กน้อย หันมาหั่นขิงสองชิ้นขนาดไม่ใหญ่มากใส่ในกาน้ำแยกไว้อีกใบแล้วเทน้ำที่ต้มไว้ลงไปผสมกัน ระหว่างนั้นก็ปล่อยแช่ทิ้งไว้สักห้าถึงสิบนาทีก็เพียงพอ


   เธอเดินกลับมาที่ห้องโถง เปิดช่องทีวีที่...
ตอนนี้ไม่มีอะไรฉายสักอย่าง 


   โอลิเวียเปลี่ยนความคิดแล้วเดินออกจากตัวบ้านไปที่เรือนกระจกแทน  
มือถือถาดที่วางแก้วชาและกาน้ำชาเอาไว้ สองขาเดินผ่านสวนดอกไม้มาหยุดตรงม้านั่งใต้ต้นทิวลิปทรีที่เธอนำมาปลูกจากอเมริกา มีดอกสีเหลืองใจกลางสีส้ม ออกดอกถึงฤดูร้อน ออกผลในฤดูใบไม้ร่วง มือเรียววางถาดลงบนโต๊ะและนั่งลงพลางยกแก้วจิบชา รอบบริเวณม้านั่งมีพุ่มต้นเสจปลูกกระจายกับต้นสะระแหน่ กลิ่นสมุนไพรจางๆผสมกับกลิ่นและรสที่เผ็ดร้อนอ่อนๆของขิง ทำให้เธอผ่อนคลายและซึมซับบรรยากาศรอบตัวได้มากขึ้น 

   สักพักใหญ่ เมื่อโอลิเวียกลับมามั่นคงเหมือนเดิม เธอก็เริ่มเดินไปรอบเรือนกระจก ถอนวัชพืช ตัดแต่งดอกไม้ที่บานเวลากลางคืนอย่าง ดาทูล่า มูนไวท์ แองเจิล-ทรัมเป็ต ไนท์จัสมิน และ
ฟราวเวอริ่ง
-โทแบคโค บางคราวเวลาดึกดื่นเธอนอนไม่หลับ ไม่อยากอ่านหนังสือ จึงปลูกดอกไม้พวกนี้เป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้มีอะไรทำตอนกลางคืน 



   เวลาดำเนินถึงตอนที่หมอกใกล้จางในยามเช้ามืด ใกล้ได้เวลาพระอาทิตย์ขึ้นมาทำงาน

   โอลิเวียไปที่โรงเครื่องมือขนาดย่อมที่มุมหนึ่งในเรือนกระจก เช็ดน้ำค้างออกจากเครื่องไม้เครื่องมืออย่างระมัดระวังก่อนเก็บมันกลับคืนที่ ตัดสินใจเดินกลับไปยังม้านั่งตัวเดิมและนั่งรอดูพระอาทิตย์ที่จะขึ้นพาดผ่านสายหมอกยามเช้าสักหน่อย 

   เผื่อจะทำให้ความหนักอึ้งที่ยังติดอยู่ในใจเธอนั้นเบาบางลงบ้างสักนิดก็ยังดี....




TBC.
✿.。.:* *.:。.✿



*เวลส์ (Wales) เคนท์ (Kent) ยอร์กเชอร์ (Yorkshire) โชว์สเบอร์รี่ (Sherwsbury)

เวลส์ (Wales) : เป็น 1 ใน 4 ของประเทศที่ประกอบขึ้นเป็นสหราชอาณาจักร มีเมืองหลวงชื่อว่าคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff)
[Note - สหราชอาณาจักร (United Kingdom:UK) เป็นการรวมตัวจากหลายประเทศเป็นประเทศเดียว ประกอบด้วย อังกฤษ(England) สก็อตแลนด์(Scotland) เวลส์(Wales) และ ไอร์แลนด์เหนือ(Northern Ireland)
ส่วนเรื่องที่หลายคนมักเรียกสหาราชอาณาจักร ว่าเป็น อังกฤษ หรือ อิงค์แลนด์ น่าจะเพราะอังกฤษเป็นประเทศใหญ่สุด ช่วงอาณานิคมก็มักพบคนอังกฤษนี่ล่ะอยู่กระจายไปทั่ว ในสถานฑูตใช้คำว่า บริติช-British(มาจากคำว่า บริเทน-ฺBritain แปลว่า อังกฤษเหมือนกัน) แทน UK ค่ะ]


เคนท์ (Kent) : เป็นมณฑลเก่าแก่ในเมืองแคนเตอร์บิวลี่ (Canterbury) ของอังกฤษ ใกล้กับลอนดอนและไม่ไกลจากฝรั่งเศสนัก มีสวนดอกไม้ขึ้นชื่อ วิหาร ปราสาทเก่าแก่เป็นมรดกท่องเที่ยว


ยอร์กเชอร์ (Yorkshire) : เป็นเมืองที่'ใหญ่ที่สุด' ของอังกฤษค่ะ ในเมืองจะแบ่งออกเป็นอีกหลายเขตมากมาย เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีเอกลักษ์วัฒนธรรมเฉพาะตัว


ชว์สเบอร์รี่ (Sherwsbury) : เป็นเมืองที่โดดเด่นประกอบด้วยร้านค้ามากมายในอังกฤษ มีตลาด อาหาร และไวน์ เป็นที่นิยมมาก ทั้งยังเป็นเมืองเกิดและเรียนของ ชาลส์ ดาร์วิน (Charles Darwin) 
[Note - ชาลส์ ดาร์วิน คือ บิดาแห่งพันธุศาสตร์ ทฤษฎีวิวัฒนาการเกี่ยวกับการถ่ายทอดพันธุกรรม (On the Origin of Species) ที่เราเรียนกันมานั่นแหละค่าาาา//ไรต์จำได้ว่าเรียน แต่มันนานมาแล้วว
]


**ซูเปอร์แฟมิคอน (Super Famicon) : เป็นเครื่องเล่นเกมสุดฮิตของค่ายนินเทนโด (Nintendo) วางขายในยุโรปปี ค.ศ.1991 ในยุโรปจะเรียกว่า ซูเปอร์ เอ็นอีเอส (Super Nintendo Entertainment System) เป็นยุคเฟื่องฟูของ รุ่น 16 บิท ที่ใช้ตลับเป็นสื่อ


**เครื่องในภาพเป็นแบบแปลงโฉมให้เข้ากับรสนิยมของฝรั่ง ส่วนของญี่ปุ่นปุ่มกดจะหลายสีและเครื่องจะมนกว่าค่ะ

***เดลี่พรอเฟ็ต (Daily Prophet) แม่มดรายสัปดาห์ (Witch Weekly Magazine) เดอะควิบเบลอร์ (The Quibbler) : เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ในโลกพ่อมดแม่มด เดลี่พรอเฟ็ตเป็นหนังสือพิมพ์รายวันเจ้าเดียวในสหราชอาณาจักรเท่านั้น ราคาเล่มละ 5 คนุต แม่มดรายสัปดาห์มักเน้นไปที่คอลัมน์ซุปซิปนินทา ส่วน เดอะควิบเบลอร์ เป็นหนังสือพิมพ์ที่อ่านกันเฉพาะวงแคบๆเท่านั้น

****ฮอครักซ์ (Horcrux) : เป็นคำใช้เรียกวัตถุที่คนคนหนึ่งซ่อนเสี้ยววิญญาณเอาไว้ คิดค้นโดยพ่อมดศาสตร์มืดชาวกรีก ชื่อ 'เฮอร์โปผู้ชั่วร้าย(Herpo the Foul)' ทั้งนี้เขายังค้นพบวิธีให้กำเนิดบาซิลิซก์และเป็นคนแรกที่พูดภาษาพาร์เซล

*****ทิวลิปทรี (Tulip Tree) เสจ (Sage) แองเจิลส์-ทรัปเป็ต (Angles'Trumpet) ฟราวเวอริ่ง-โทแบคโค (Flowering-Tobacco)

 ทิวลิปทรี (Tulip Tree) : คนละทิวลิปที่เป็นดอกไม้ในทุ่งกว้างหลากสีนะคะ อันนี้เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลางค่ะ


เสจ (Sage) : อาจไม่คุ้นหูมากนัก มักจะใช้ควบคู่กับสมุนไพรชนิดอื่น ใช้คู่กับอาหารที่มันเยอะ มีรสเผ็ด ช่วยลดความเครียด รู้สึกสงบ เซนทอร์จะใช้เผาเพื่อสังเกตควันและเปลวในการดูดวง


แองเจิลส์-ทรัปเป็ต (Angles'Trumpet) : ชื่อไทยคือ'แตรนางฟ้า'ค่ะ สกุลเดียวต้นลำโพง คนสมัยก่อนใช้เป็นยาสูบรักษาโรคหืด ระงับอาการเจ็บปวด มีพิษเหมือนกันถึงขั้นเสียชีวิตได้

 

 ฟราวเวอริ่ง-โทแบคโค (Flowering-Tobacco ) : นิยมเป็นไม้ประดับตกแต่ง บานกลางคืน มีกลิ่นหอมเข้มข้น มีพิษอีกเช่นกัน โปรดระวังในการเด็ดกิน

 


✿.。.:* *.:。.✿

...Writer...


เรื่องนี้ไม่ค่อยมีดราม่านะคะเพราะไรต์แต่งไม่เก่ง อิอิ
อาจมีออกหน่วงหน่อย อึดอัดเบาๆ 
ตอนนี้เป็นตอนระบายความในใจของแม่กระรอกเขาค่ะ นางเจออะไรมาเยอะะ

ไรต์คิดว่าช่วงชีวิตคนเราบางทีก็ต้องมีจิตหดหู่ ซึมเศร้ากันบ้าง คิดแง่ลบกันบ้าง 
บางคนอาจไม่ตัดสินใจยอมแพ้หรือบางคนอาจทนไม่ไหว 
การเลือกตัดสินใจผิดๆมันก็มีกันทุกคน โดยเฉพาะความกลัวที่จะเผชิญกับปัญหาค่ะ
คงไม่มีใครร่าเริง คิดบวกตลอด 24 ชม.หรอกเนอะ
//หรือมี??

เอาเป็นดูนางบ่น นางเศร้าไป เดี๋ยวปัญหาก็มาเพิ่ม เอ่อ..เดี๋ยวปัญหาก็มีทางแก้เอง


อัพครั้งแรก : 21/9/2561
แก้ไขครั้งล่าสุด : 23/2/2562


 

 

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 212 ครั้ง

1,298 ความคิดเห็น

  1. #1209 PANDAPEGASUS (@redmoon) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 15:18
    เราคิดเหมือนกันค่ะเรื่องดัมเบิลดอร์ สำหรับเราเขาก็ไม่ถึงกับเป็นคนไม่ดี แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นคนที่ไว้ใจได้ ควรขีดไว้คบแบบห่างๆนั่นแหละค่ะ 5555 เป็นลุงที่ฉลาดมากจริงๆแต่ก็ใจร้ายมากด้วย
    อดีตโอลิเวียร์น่าสงสารมากจริงๆค่ะ ตอนจบของแฮร์รี่ยังดูแฮปปี้เอนด์มากกว่า
    เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #1209
    0
  2. #380 Earn Waranluk (@w-earn) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 18:56
    ข่าวลือช่างน่ากลัวสามารถทำลายผู้บริสุทธิ์คนๆหนึ่งได้ ชีวิตนางน่สาสงสารมาก เป็นกำลังใจให้ทั้งไรต์และโอลิเวียร์นะคะ สู้ๆ
    #380
    1
    • #380-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 6)
      15 ธันวาคม 2561 / 22:25
      ขอบคุณมากเลยนะคะ
      ชีวิตจริงของคนหลายคนก็มักมาจากข่าวลือ และความเชื่อแบบผิดๆนี่แหละค่ะ
      //ต้องมีสติในการเสพพพ
      #380-1
  3. #197 FREINFORW (@dokidokiprecure) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2561 / 18:17

    เหหหห เคทเเต่งกับวิคเตอร์

    #197
    1
    • #197-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 6)
      3 พฤศจิกายน 2561 / 19:52
      กาลครั้งหนึ่งเราเคยรักกันและเราก็จากกันด้วยดี...ฮือออ
      #197-1
  4. #2 wal_5678 (@wal_5678) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 16:52

    เคทททททท อยากกอดปลอบอ่ะ


    คือผ่านอะไรมาเยอะ ที่รีดคาดไม่ถึงคือถูกเข้าใจจากวีรสตรีผู้ฆ่าเจ้าแห่งศาสตร์มืดกลายเป็นเจ้าศาสตร์มืดซะเองนี่แหล่ะ นี่ลือกันอิท่าไหน....แต่ก็นะ เพราะข่าวลือยิ่งเล่ายิ่งผิดเพี้ยนอยู่แล้ว


    แล้วเคทคุงจะปล่อยให้ประวัติซ้ำรอยมั้ยเนี่ยยย

    #2
    1
    • #2-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 6)
      21 กันยายน 2561 / 19:47
      ไรต์สะดุ้งแรงมากค่ะเห็นคนมาคอมเม้น 555555

      คือบทนี้ไรต์แก้บ่อยมากไม่แน่ใจว่าจะเขียนออกมาแบบไหนดี
      แล้วไรต์ก็คิดไปถึงแฮร์รี่ในภาค 4 และ ภาค 5
      ส่วนใหญ่คนมักเชื่อข่าวลือและหนังสือพิมพ์มากกว่าจะมองความจริงที่เป็นอยู่ค่ะ
      พ่อมดแม่มดมักจะหวาดกว่ากันเองไปต่างๆนานา ไรต์เลยเล่นในแง่นี้น่าจะดี
      อืม....คิดเอาเองว่าน่าจะดี

      //ขอบคุณที่ติดตามนะฮะะะ
      #2-1