[Fanfiction Harry Potter] What If...? (OC)

ตอนที่ 67 : [Third Year] Chapter 54 || Blue Star

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1931
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 193 ครั้ง
    7 มี.ค. 62



Chapter 54
Blue Star




' Make time for planning.
Wars are won in the general's tent '

Stephen R. Covey


✿.。.:* *.:。.✿


   

   โอลิเวียรู้สึกกระวนกระวายใจ มันเป็นเหมือนกับฝ้าที่จับตัวหนาอยู่บนกระจก แม้จะถูกเช็ดออกไปจนกระจ่างใส แต่เราก็จำได้อยู่ดีว่าที่กระจกเคยมีฝ้าเกาะติดอยู่ เธอคุ้นเคยกับความวิตกกังวลแบบนี้ดี ส่วนใหญ่ก็มาจากนิสัยและประสบการณ์ของตัวเองทั้งนั้น บางครั้งเธออยากขดตัวเองแบบหนอนผักจนกว่าสิ่งที่คุกคามหรือควบคุมไม่ได้จะผ่านพ้นไป 

   แต่ถ้าทำแบบนั้นก็เหมือนการยอมแพ้หรือหนีต่อปัญหา

   

   “ ข้าเห็นรอยเหี่ยวย่นบ่นใบหน้าที่อ่อนเยาว์ของท่าน -- ท่านกำลังเครียดสิ่งใด มายเลดี้ ”

   “ ฉันไม่อยากได้ยินว่าตัวเองแก่ จากปากซานต้าที่ถือเคียวอันใหญ่แทนถุงใส่ของขวัญหรอกนะ ” โอลิเวียบอกกระจกที่สะท้อนตัวเองจากบานหน้าต่างของโรงเก็บเครื่องมือในสวน “ ซานต้าบ้านไหนเขาถือเคียวกัน...? ”

   “ ข้าคิดว่าเป็นเจ้ากระดูกใส่สูทนาม แจ็ค สเกลลิงตัน นะที่ถือเคียว ”

   “ แจ็คเป็นกระดูกอยู่หมู่บ้านฮาโลวีนจริง ” เธอมองกระจกหน้าตาไร้อารมณ์ที่ใส่ชุดซานต้าสีแดงสดกำลังควงเคียวเล่น “ แม้เขาจะเข้าใจผิดว่าของน่ากลัวนั่นเป็นของขวัญได้ แต่เขาถือถุงของขวัญ ไม่ใช่เคียวแน่นอน ”

   “ อย่าขัดข้าสิ มายเลดี้ -- แล้วเหตุอันใดท่านถึงมีริ้วรอย ”

   “ ฉันแก่มั้ง! ”

   “ ข้าหมายถึงสิ่งใดรบกวนใจท่านอยู่ต่างหาก ”

   “ สอดรู้ ” โอลิเวียพึมพำ

   

   เธอไม่ตอบกระจกทันที แต่กำลังใคร่ครวญและจัดการอารมณ์กับความกังวลของตัวเองระหว่างใช้กรรไกรตัดแต่งพุ่มกุหลาบที่เลื้อยคลุมพื้นที่มากเกินไป

   โอลิเวียกำลังคิดว่ายารักษามนุษย์หมาป่าได้ผลหรือไม่ ถ้าอยากรู้ก็ต้องให้รีมัสลองดื่ม แต่ก็นั่นอีก เธอไม่แน่ใจว่าผลที่ได้จะเป็นลบหรือบวก -- อีกอย่างคือ ทุกอย่างราบรื่นมาก สงบมากเกินไป มันก็ดีที่สงบ แต่เหตุการณ์หลังสุดที่โวลเดอมอร์หายไปพร้อมกับบาร์ตี้ เคร้าช์ จูเนียร์ นั่นเหมือนกับทะเลที่คลื่นลมสงบก่อนพายุจะมา

   แต่แฮร์รี่อยู่ที่ฮอกวอตส์ ใต้จมูกของอัลบัส จูเนียร์คงไม่บ้าระห่ำพอจะบุกเข้าไปทั้งที่ต้องรับมือกับพ่อตัวเองและดูแลเจ้านายที่ไม่แข็งแรงแค่คนเดียวล่ะนะ


   “ ไม่หรอก ฉันแค่เป็นพวกชอบเครียดและตื่นตระหนกไปก่อนเฉยๆ ”

   “ ข้าก็เห็นเป็นเช่นนั้น... ”

   “ .... ” โอลิเวียทำหน้าเอียน “ คุณบอกว่าบาร์ตี้ เคร้าช์ปกติดีใช่ไหม...? ”

   “ ข้าบอกว่าเหมือนจะปกติ -- ”

   “ นั่นแหละ! ขัดใจจริง! ”

   “ ส่วนหนึ่งคือเขาอาจจะโดนมนต์สะกดใจได้...แค่ส่วนหนึ่ง -- เวทมนตร์ในตัวของชายผู้นั้นแปรปรวนและมีไอเวทย์ของผู้อื่นปะปนอยู่ ”

   “ อืม ” เธอหยุดมือไปชั่วครู่  “ ฉันนึกอยากจัดการทุกอย่างให้มันเสร็จๆไปเลยมากกว่าจะรอเวลาอยู่แบบนี้ ฉันรู้ทุกอย่าง รู้ว่าต้องทำยังไง -- แค่ทำลายฮอร์ครักซ์ให้ครบทุกชิ้นแล้วจัดการจอมมารซะ ถ้าจะเพิ่มไปอีกหน่อยคือกำจัดผู้เสพความตายที่เป็นปัญหา -- แต่ฉันทำไม่ได้นี่สิ มีอีกหลายอย่างที่ฉันไม่รู้ แถมแหกกฎโชคชะตามากมายพอแล้ว ”

   “ การรอคอยเป็นสิ่งที่ดีนะข้าว่า ”


   อย่างที่กระจกบอก การรอคอยเป็นสิ่งที่ดีมากกว่าการเร่งรีบหรือใจร้อน อย่างเช่น การรอคอยเทศกาลคริสต์มาสที่จะถึงในอีกไม่กี่วัน รอให้ขนมปังขึ้นฟู ทนการนั่งรถไกลๆไปยังจุดหมายที่พิเศษ หรือรอให้ดอกไม้ผลิบานอย่างงดงาม


   “ ท่านเป็นคนที่ขัดแย้งในตัวเองมาก มายเลดี้ -- คนที่พิถีพิถันกับเรื่องต้นไม้และอาหาร น่าจะใจเย็นและฟุ้งซ่านน้อยกว่านี้นะ ”

   “ นั่นเพราะฉันใจเย็นเฉพาะเวลาที่ทำสิ่งพวกนั้นไง ฉันถึงว่างหรืออยู่เฉยๆไม่ได้ ” ว่าแล้วเธอก็จัดการตัดแต่งกิ่งต่อเพื่อความสวยงามของสวนและความปลอดโปร่งของตัวเอง


   โอลิเวียกลับบ้านมาพักผ่อนหนึ่งอาทิตย์ก่อนจะกลับไปยังฮอกวอตส์ วันนี้วันพักผ่อนของเธอ แล้ววันต่อมาถึงจะไปที่ร้านชาเพื่อตรวจบัญชี เธอดูออกอยู่แล้วว่าแฮร์รี่ต้องตัดสินใจเลือกอยู่ที่ฮอกวอตส์ในช่วงปิดเทอมวันหยุด เขาไม่รู้หรอกว่าตัวเองพูดเรื่องนี้ให้ฟังบ่อยแค่ไหนอย่าง 

   ‘มันคงเหมือนเราเป็นเจ้าของหอพักเลยเนอะอีฟ’ หรือ ‘เราก็เป็นอิสระน่ะสิ ไม่มีคน จะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น’ 

   มันเป็นเรื่องธรรมดาของช่วงเวลาหนึ่ง เราทุกคนก็อยากมีพื้นที่ส่วนตัว อยากมีอิสระ อยากทำอะไรก็ได้ตามใจฉัน -- แฮร์รี่มาถึงช่วงเวลานั้นแล้ว เขาคงไม่ทันสังเกตตัวเองหรอกว่า เขางอแงใส่เธอน้อยลง ไม่ได้เรียกร้องตามใจตัวเองอย่างเมื่อก่อน และเริ่มมีช่องว่างระหว่างกันมากขึ้น

   คิดแล้วก็รู้สึกใจหาย


   “ พอเถอะมายเลดี้ ตอนนี้ข้าไม่อยากรู้แล้วว่าท่านฟุ้งซ่าน เศร้าโศก หรือคิดมากเรื่องอันใดอีก ลาล่ะ -- ”

   “ เดี๋ยวเลย ” เธอจิ๊จ๊ะ “ บอกเรื่องฮอร์ครักซ์ก่อนแล้วจะไปไหนก็ไป ”

   “ เย็นชากับข้ายิ่งนัก -- แล้วท่านมีเรื่องอันใดเกี่ยวกับฮอร์ครักซ์เล่า ” กระจกยังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง

   “ ฉันสามารถรวมวิญญาณในฮอร์ครักซ์ให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ไหม ” 

   โอลิเวียถาม ปกติกระจกก็ไม่แสดงความรู้สึกอยู่แล้วครั้งนี้ยิ่งนิ่งสนิทไปใหญ่ 

   “ จะอธิบายยังไงดีล่ะ... คือว่า... ตอนนี้ฉันมีฮอร์ครักซ์ของจอมมารสี่อัน ฉันอยากดึงวิญญาณในนั้นมารวมไว้เป็นหนึ่งเดียว ไม่เกี่ยวกับการชุบชีวิต แค่เผื่อตอนที่ฉันต้องการทำลายมัน ฉันจะได้กำจัดวิญาณของฮอร์ครักซ์ทั้งสี่ชิ้นในครั้งเดียวไปเลย ”

   “ เช่นนั้น... ” สายตาของกระจกสื่อว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ “ ได้สิ มายเลดี้ -- ขั้นตอน พิธีกรรมมันต่างกัน การนำวิญญาณที่ถูกตัดแบ่งด้วยศาสตร์มืดเช่นนั้นมารวมกันเป็นหนึ่ง มีหนทางเดียวคือการสำนึกผิด และข้าเข้าใจว่าเจ้าของฮอร์ครักซ์เหล่านั้นคงไม่มีเศษเสี้ยวความคิดที่จะสำนึกผิดเลยแม้แต่น้อย ”

   “ หนังสือในบ้านนี้มีเขียนไว้แบบนั้นเหมือนกัน -- ฉันจำได้ว่าการสำนึกผิดจะมีผลกระทบที่รุนแรงมากนี่ ”

   “ ถูกต้อง...หากทำเช่นนั้น มันจะเป็นการทรมานสุดจะทานทน ชนิดที่ว่าตายไปยังดีเสียกว่า ”

   “ มันจะกระทบกับวิญญาณหลักหรือเปล่า...? ”

   “ หากเขาสำนึกได้เอง มันจะกระทบแน่นอน มายเลดี้ ” กระจกตอบ “ แต่หากเป็นผู้อื่นทำตามพิธีกรรม ข้าเข้าใจว่าคงไม่ แต่วิญญาณเหล่านั้นจะอ่อนแอลงแน่นอน เมื่อผ่านการสำนึกผิดจนเสี้ยววิญญาณทั้งสี่นั้นสามารถรวมกันเป็นหนึ่งได้ ”

   “ ฉันต้องทำยังไง ” โอลิเวียย้ำอีกครั้ง เธอมั่นใจแล้วว่าวิธีนี้ดีที่สุด

   “ -- ท่านจำต้องทำตามวันของปฏิทินโหรา มายเลดี้... ต้องเป็นคืนที่จันทร์สุกสกาวที่สุด และไร้ซึ่งเมฆบดบัง ดวงจันทร์เป็นตัวแทนความสงบนิ่ง ให้พลังนั้นเสริมตัวท่าน ซึ่งข้าบอกได้เลยว่าไม่ใช่เร็วๆนี้แน่ ส่วนสิ่งของที่ท่านต้องนำมาประกอบพิธี คือ ไข่กาสี่ฟอง เหตุผล...ข้าคิดว่าสองถ้วยตวงกำลังดี ดอกบัวหนึ่งดอก...สองดอกน่าจะดีกว่า ดอกบลูสตาร์หนึ่งช่อ และดอกอาซาเรียสองช่อ ถ้าท่านมีน้ำตานางเงือกด้วยยิ่งดีใหญ่ แต่สำคัญที่สุดคือตัวท่าน...มายเลดี้ ที่ต้องทำพิธีกรรมมันจะทรมานอย่างคาดไม่ถึงเชียวล่ะ ”

   เธอยิ้มให้แม้จะโดนขู่ก็ตาม “ ทุกอย่างฉันรู้ว่าจะหาจากไหนและใช้เพราะอะไร แค่ไม่คิดว่าจะเป็นของง่ายๆแบบนั้น แต่ไอ้เหตุผลสองถ้วยตวงนั่นน่ะคืออะไร...? ”

   “ ก็เหตุผลไงมายเลดี้ เหตุผลที่ท่านต้องการทำเยี่ยงนี้จะถูกกลั่นกรองออกมาได้กี่ถ้วยตวงนั้น เดี๋ยวจะได้รู้กันก่อนจะเริ่มพิธีกรรม -- ที่ข้าใคร่อยากจะรู้คือ ท่านจะทำแบบนี้ไปทำไม มันยุ่งยากมาก ในเมื่อท่านสามารถใช้กริชที่อาบพิษบาซิลิสก์นั้น ทำลายพวกมันให้เหลือแค่หนึ่งอันซะก็จบ ”

   “ ขืนทำแบบนั้นเขาก็รู้หมดสิ ” โอลิเวียเตือน “ อ่อนแอแบบนั้นรู้แน่นอน การทำให้จอมมารไม่ระแวงนั้นเป็นทางเลือกดีที่สุด นี่เป็นเหมือนแผนสำรองเอาไว้เผื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ”

   “ ฉุกเฉิน...? ”

   “ ใช่...ฉุกเฉิน ”

   “ ฉุกเฉินแบบไหนล่ะ มายเลดี้ ”

   “ ฉุกเฉินแบบที่คุณจะคาดไม่ถึงเลยล่ะ... ”




Harry Part


   กองไฟลุกโชติช่วงจากเตาผิง เก้าอี้บุนวมสีแดงสดแสนนุ่มสบาย และทิวทัศน์ยอดเยี่ยมทางหน้าต่างแสดงให้เห็นภาพหิมะโปรยปรายในเดือนธันวาคม หอพักบ้านกริฟฟินดอร์ที่ครึกครื้นอยู่ตลอดทั้งผู้คนที่นั่งเล่นพูดคุย ทำการบ้าน หรือยามเฟร็ดกับจอร์จทำเสียงดังอย่างโยนระเบิดเหม็นเพื่อแกล้งคนอื่น เมื่อปิดเทอมวันหยุดก็แทบจะร้างผู้คนและเงียบสงบกว่าความคุ้นชิน

   แฮร์รี่ พอตเตอร์ หรือเด็กชายผู้รอดชีวิต กำลังเอกเขนกอยู่บนโซฟาหน้าเตาผิงตัวประจำ เขาสอดตัวเองในผ้าห่มและทำกิจกรรมชื่นชอบที่ไม่ได้ทำมานานอย่างการวาดรูป ปลายดินสอไม้จรดกับกระดาษ ขีดลากเกิดเป็นลายเส้นลากหลายทับซ้อนกันออกมาเป็นรูปร่างสวยงาม แต่มันก็ไม่น่าพอใจเท่าที่ควร การห่างหายจากการฝึกฝนมักทำให้ร่างกายฝืดเคืองขยับไม่ได้ตามต้องการ เรื่องการวาดรูป ไม่ว่ายังไงก็สู้เพื่อนสนิทอย่างดีน โทมัสไม่ได้ เขายอมรับว่าดีนมีพรสวรรค์ในด้านศิลปะมากกว่าคนอื่นนัก


   “ สวัสดีค่ะพี่แฮร์รี่ ” เสียงเล็กๆติดงัวเงียเอ่ยทัก ตามด้วยร่างที่เดินลงมาจากบันไดเวียน

   “ อ้าวเฟย์... ” แฮร์รี่ตอบอย่างแปลกใจ “ ไม่ได้กลับบ้านเหรอ ”

   “ อื้ม! พ่อกับแม่ไม่ว่าง หนูเลยตัดสินใจลองอยู่หอดู ”


   เขามองเด็กหญิงปีหนึ่งที่ดูแปลกตาไปนิดหน่อย ทุกครั้งที่เจอเฟย์ ดันบาส์ เธอมักจะถักเปียสองข้างเสมอแต่วันนี้เธอปล่อยผมสยายยาว มันดูยุ่งเหยิงแบบคนเพิ่งตื่นนอนมาหมาดๆ

   เฟย์เพิ่งตื่นนอนจริงๆ เพราะเธออ้าปากหาวซะกว้าง แคะขี้ตา และบิดขี้เกียจ


   “ แล้วพี่ล่ะ พวกเพื่อนพี่ไม่มีใครอยู่สักคนนี่ ”

   “ อยากลองอยู่หอดูสักปีน่ะ ตั้งใจว่าจะเดินสำรวจปราสาทเล่นกับทำอะไรสนุกๆ ”

   “ เหหหหห ” เฟย์เบิกตากว้าง “ หนูไปด้วยได้ไหม เปิดเทอมมาหนูไปแค่ไม่กี่ที่เอง เพื่อนหนูไม่กล้าเดินมั่วๆเพราะวันแรกก็หลงทางกันแล้ว ”

   “ ไปโผล่ที่ไหนกันล่ะ ”

   “ จากวิชาประวัติศาสตร์อยู่ชั้นสี่ใช่ไหมพี่ พวกหนูต้องขึ้นไปเรียนวิชาคาถาที่ชั้นเจ็ด แต่ยิ่งเดินยิ่งไกล มารู้ทีหลังว่าตอนเจอทางแยกต้องเลี้ยวซ้ายไม่เลี้ยวขวา เลยไปโผล่ที่ห้องพิลึกที่เต็มไปด้วยถ้วยชากับลูกแก้ว ”

   แฮร์รี่หลุดขำ ตอนเขาอยู่ปีหนึ่งก็เคยเดินมึนๆแบบนั้นเหมือนกัน ดีที่ได้ดีนนำเลยไม่หลงทางอย่างเด็กคนอื่น “ ห้องนั้นเป็นห้องของวิชาพยากรณ์ศาสตร์ ไปไกลมากเลยนะ มันอยู่ตั้งหอคอยทิศเหนือ ”

   “ มีวิชาพยากรณ์ด้วยเหรอ ” 

   เฟย์กระตือรือร้นหนักกว่า รุ่นน้องเดินไปนั่งที่โซฟาฝั่งตรงข้ามแล้วถามตาเป็นประกายจนแฮร์รี่นึกเอ็นดู 

   “ ทำไมพวกหนูไม่ได้เรียนอ่ะ ”

   “ มันเป็นวิชาเลือก ” เขาอธิบายและตัดสินใจเก็บอุปกรณ์วาดรูป “ เธอจะได้เลือกตอนอยู่ปีสอง แล้วจะได้เรียนตอนอยู่ปีสาม อย่างฉันที่ลงอักษรรูน ตัวเลขมหัศจรรย์ แล้วก็สัตว์วิเศษ ”

   “ ว้า...งั้นหนูต้องรออีกนานเลยสิ แต่เอาปีนี้ให้รอดก่อนแล้วกันเนอะ ”

   “ ไม่ยากหรอก... ” 

   “ พี่ก็พูดได้สิ มีแต่คนบอกว่าพี่เรียนเก่งนี่ ”

   “ ไม่ขนาดนั้นน่า คนเรียนเก่งกว่าพี่มีตั้งเยอะ ” แฮร์รี่โบกมือปฏิเสธ


   ตอนแรกแฮร์รี่คิดว่าตัวเองคงจะเหงานิดหน่อยที่เพื่อนในกลุ่มกลับบ้านกันหมด แม้เฮอร์ไมโอนี่กับดีนเปลี่ยนใจคิดจะอยู่เป็นเพื่อน เขาก็ซึ้งใจที่ทั้งสองหวังดีไม่อยากให้อยู่หอคนเดียว แต่เพราะเพื่อนๆมีแผนเที่ยวกับครอบครัว เขาจึงไม่อยากให้ทุกคนพลาดโอกาสนั้น

   เด็กชายได้วางแผนสำหรับตัวเองในวันหยุดเรียบร้อยแล้ว เขาตั้งใจจะไปเยี่ยมแฮกริดให้บ่อยกว่าเดิม เดินสำรวจปราสาทเล่น อาจมีแว้บไปฮอกส์มี้ดบ้าง ฝึกซ้อมคาถา แล้วก็เอาไฟร์โบลต์มาขี่ซ้อมล่วงหน้า ไหนจะต้องเคลียร์การบ้านกับอ่านหนังสือเตรียมไว้อีก

   เห็นไหมว่าตารางแน่นมาก

   โอลิเวียต้องกลับบ้าน เธอบอกว่าจะกลับไปสะสางเรื่องบัญชีที่ร้านชาและก็ปาร์ตี้ปล่อยแก่สักหนึ่งอาทิตย์ เสร็จจากนั้นจะมาอยู่กับเขายาวๆที่ฮอกวอตส์ยันเปิดเทอม


   “ ไปเดินเล่นกันไหม ” เขาเอ่ยชวน “ ฉันตั้งใจว่าวันนี้จะเดินเที่ยวเล่นในปราสาทแล้วก็หาอะไรกินหน่อย ถ้าเวลาเหลืออาจไปหาแฮกริดต่อ ”

   “ ไปด้วยๆ รอหนูอาบน้ำแป๊บนึงนะ! ” 

   เฟย์กระโจนขึ้นบันไดทีละสองสามขั้นอย่างว่องไวด้วยกลัวแฮร์รี่จะไม่รอ จากที่จะออกไปเดินเล่นคนเดียว เขาก็มีเพื่อนร่วมทางเป็นรุ่นน้องแก่นๆมาเพิ่มมาอีกคนหนึ่ง



✿.。.:* *.:。.✿



   แม้จะแทบไม่มีเด็กนักเรียนอยู่ชื่นชม ปราสาทฮอกวอตส์ก็ยังคงตกแต่งและประดับประดารับเทศกาลคริสต์มาสอย่างงดงาม กิ่งฮอลลี่และมิสเซิ่ลโทแขวนห้อยอยู่ตามผนังทางเดินเป็นแนว แสงไฟลึกลับส่องออกมาจากด้านในเสื้อเกราะทุกตัว ที่ห้องโถงใหญ่มีต้นคริสต์มาสใหญ่ๆสิบสองต้นตั้งเด่นไว้เต็มห้อง บางต้นติดดาวสีทองระยิบระยับ บางต้นตกแต่งด้วยแท่งน้ำแข็งย้อยส่องแสงประกาย


   แฮร์รี่พาเฟย์แวะเข้าโรงครัวกันก่อนจะไปเดินชมปราสาท เธอไม่ได้ถามอะไรมากนักแต่มองทุกอย่างด้วยสนใจและจดจำรายละเอียดให้มากที่สุด สายตานั้นเหมือนเฮอร์ไมโอนี่ที่ตั้งใจเรียนหรือเบลสที่ตั้งใจฟังเรื่องนินทา 


   “ ที่นี่เป็นความลับนะ ” แฮร์รี่ย้ำกับรุ่นน้อง “ มีเด็กนักเรียนแค่ไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ ”


   เฟย์พยักหน้ารับ แล้วมองเขายื่นนิ้วไปจี๊กจี๋ลูกแพร์สีเขียวในชามผลไม้ใบโต มันดิ้นยุกยิก หัวเราะคิกคัก และกลายเป็นที่จับประตูสีเขียวอันใหญ่ทันที 

   ทุกคนต้องคุ้นชินเรื่องรูปภาพมีชีวิตเป็นธรรมดาถ้าอยู่ที่ฮอกวอตส์นานเข้า แต่มันก็น่าอัศจรรย์ใจอยู่ดีสำหรับเด็กที่มาจากครอบครัวมักเกิ้ลและกับแฮร์รี่เอง ต่อให้จะชินแค่ไหน เวทมนตร์ก็ชวนให้เด็กชายรู้สึกว่ามันมหัศจรรย์และมีมนต์ขลังได้เสมอ  


   เด็กหญิงชะเง้อมองหลังประตูของรูปภาพอย่างใคร่รู้เมื่อแฮร์รี่เปิดออกกว้าง แล้วเธอก็แตกตื่นกับสิ่งมีชีวิตตัวเล็กรูปร่างประหลาดที่มีกันเป็นร้อยตัวอยู่ภายในนั้น “ นั่นตัวอะไรอ่ะพี่แฮร์รี่ ” เฟย์ยึกยัก เหมือนจะหลบข้างหลังแต่ก็ทำท่าเหมือนจะเดินนำเข้าไป  “ มันจะกัดไหมอ่ะ...? ”

   “ พวกนี้คือเอลฟ์ระจำบ้าน นิสัยดีมากเลยนะ ไม่ต้องกลัวว่าจะเข้ามาทำร้าย ” แฮร์รี่บอก “ อาหารที่เรากินอยู่ทุกวันก็ฝีมือของพวกตัวเล็กนี่แหละ ”

   “ ฮืม... ”

   “ ผมอยากได้อาหารรองท้องฮะ พวกคุณทำให้ผมได้ไหม...? ” แฮร์รี่เดินนำเข้าไปแล้วบอกจุดประสงค์


   เหล่าเอลฟ์ตัวน้อยที่ได้ยินดังนั้น ก็ยิ้มกว้าง โค้งคำนับ และถอนสายบัว ทุกตัวสวมเครื่องแบบเหมือนกันหมด เป็นผ้าเช็ดมือที่ประทับตราสัญลักษณ์ของฮอกวอตส์ ระหว่างที่เร่งจัดแจงของว่างใส่ตระกร้าให้ไปกินระหว่างทางเผื่อจะหิว เอลฟ์ร่างจ้อยก็นำให้ทั้งคู่นั่งรอที่โต๊ะไม้ตัวยาวและยกถาดเงินที่จัดวางกาน้ำชา เหยือกนม และจานใส่คุกกี้ -- แม้ปริมาณจะเยอะแต่ทุกอย่างก็ลงกระเพาะไม่มีเหลือ ก่อนจะกลับออกไป บรรดาเอลฟ์ยังส่งของขบเคี้ยวให้ถือติดมือและใส่ตะกร้าจนล้น


   แฮร์รี่กับเฟย์เดินสำรวจปราสาทเล่นพร้อมกับหลีกเลี่ยงฟิลช์และคุณนายนอร์ริส ภารโรงที่โมโหตลอดเวลา ชายคนนั้นพร้อมจะป้ายความผิดให้นักเรียนได้ทุกเมื่อ ทั้งเรื่องเล็กและเรื่องใหญ่ บางทีพวกเขาอาจจะโดนกักบริเวณเพราะมีของกินมากเกินไปหรือทำเศษขนมพวกนี้ร่วงลงพื้นจนฟิลช์ต้องทำความสะอาดซ้ำอีกหน

   การเดินทางไม่ได้น่าเบื่อเพราะเฟย์เป็นคุยเก่ง เธอถามเรื่องต่างๆมากมายแม้แต่เรื่องของแฮร์รี่ อย่างทำไมแฮร์รี่ถึงมีฉายาเด็กชายผู้รอดชีวิต เรื่องศิลาอาถรรพ์ เรื่องห้องแห่งความลับ เธอได้ยินวีรกรรมรุ่นพี่จากปากคนอื่นมามาก แต่เธอพอใจที่จะฟังเขาเล่ามากกว่าฟังคนอื่นโม้ แต่พอเธอถามเรื่องของประวัติศาสตร์ฮอกวอตส์ แฮร์รี่ก็ตอบได้แค่ที่ตัวเองรู้เท่านั้น 

   ทั้งคู่เริ่มจากชั้นเจ็ด ไปหอคอยทางทิศเหนือที่มีห้องเรียนพยากรณ์ศาสตร์ ดูรูปวาดของเซอร์คาโดแกนข่มขู่ให้มาประดาบกัน แล้วจึงเดินไล่ลงมาทีละชั้น แอบเข้าไปดูห้องเรียนร้างที่ไม่ได้ใช้แล้วตรงชั้นสี่อย่าง ห้องสุนทรียศาสตร์ ที่คาดว่าน่าสอนเกี่ยวกับดนตรี และห้องวิญญาณศึกษา ที่ไม่รู้ว่าสอนเกี่ยวกับอะไรแต่ภายในห้องเย็นเยือกและน่าขนลุกมาก แม้แต่ระเบียงชั้นสามที่เคยเป็นเขตหวงห้ามก็ด้วย ภายในห้องที่ปุกปุยเคยอยู่นั้นว่างเปล่า แม้แต่หลังประตูกล ต้นกับดักมารก็ไม่มีอยู่แล้ว ตามด้วยหอดูดาวและหอคอยทิศตะวันตกที่เป็นโรงนกฮูก มีทั้งนกฮูกของโรงเรียนและสัตว์เลี้ยงของนักเรียน


   “ เพิ่งจะสี่โมงเย็นเอง ” แฮร์รี่ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูระหว่างเดินผ่านเรือนกระจก “ ไปเยี่ยมแฮกริดกับฉันไหม ”

   “ อาจารย์ตัวใหญ่ๆที่เคยพาพวกหนูนั่งเรือข้ามทะเลสาบเหรอคะ ”

   “ ใช่แล้ว ฉันไม่ค่อยได้ไปหาเขาเลย ”

   “ อืม...หนูไม่ไปดีกว่า ” เฟย์ลังเลแล้วบอกปฏิเสธ “ หนูไม่ได้สนิทด้วย แล้วหนูก็เหนื่อยแล้ว เดินรอบปราสาทตั้งแต่สิบโมงแน่ะ -- หนูจะกลับหอไปนอนรออาหารเย็น ”

   “ ตามใจๆ แล้วเจอกันนะ ” 

   เฟย์จึงโบกมือลาเขาแล้วย่ำหิมะกลับเข้าไปในปราสาท


   เด็กชายเดินเอื่อยไปบนสนามหญ้าที่เริ่มลาดต่ำ ทุกย่างก้าวทิ้งรอยเท้าไว้เป็นหลุมตื้นบนหิมะที่ทับถม เขาซุกมือเข้าในกระเป๋าเสื้อมีฮู้ดสีดำตัวหนาเพราะลมเย็นๆที่พัดผ่าน ต้นไม้ในป่าต้องห้ามแต่ละต้นแวววาวเป็นสีเงิน และกระท่อมของแฮกริดก็ดูเหมือนขนมเค้กโรยด้วยน้ำตาลไอซิ่ง

   เขาเคาะประตูเพียงไม่นาน แฮกริดก็เปิดออกมาต้อนรับทันที


   “ แฮร์รี่! ” ชายร่างโตอุทานอย่างยินดีเมื่อเห็นเขา “ ฉันกำลังเขียนจดหมายหาเธออยู่พอดี เห็นว่าปีนี้เธอไม่ได้กลับบ้านเลยจะชวนมาดื่มชา -- เข้ามาซี่ เข้ามาเลย! ”

   “ ขอบคุณฮะ ”


   แฮร์รี่เข้าไปในกระท่อมตามคำเชิญ แฮกริดต้องดึงรั้งปลอกคอเจ้าเขี้ยว สุนัขล่าหมูสีดำตัวใหญ่ที่เลี้ยงไว้ไม่ให้กระโจนและทำน้ำลายหกใส่ ในกระท่อมมีห้องแค่ห้องเดียว มีของวางระเกะระกะ ขาหมูแฮมและไก่ฟ้าแขวนห้อยลงมาจากเพดาน น้ำในกาต้มน้ำทองแดงกำลังเดือดพล่านเหนือเตาผิง มุมห้องมีเตียงมหึมาคลุมด้วยเศษผ้าเอามาเย็บต่อกัน 

   ดีนกับเบลสเคยถามแฮกริดว่า เมื่อบ้านเขาไม่มีห้องน้ำ แล้วเขาทำยังไงเวลาจะอาบน้ำ แฮกริดแค่ยิ้มแบบมีเลศนัยและไม่พูดถึง ทั้งสามเลยคิดว่าบางทีแฮกริดอาจมาใช้ในปราสาท หรือไม่ก็อาบน้ำในที่โล่งโจ้งอย่างกลางทะเลสาบ เฮอร์ไมโอนี่คิดว่านี่เป็นเรื่องส่วนตัวและไร้สาระ แต่เธอก็ยังออกความเห็นว่าเขาอาจจะมีบ่อน้ำเป็นของตัวเองไว้ในป่าต้องห้ามใกล้กับกระท่อม 

   ก็นับเป็นเรื่องลี้ลับชวนสงสัยอีกเรื่องล่ะนะ


   “ ผมขอผ่านเค้กหินนะฮะ ” แฮร์รี่พูดกันไว้ก่อน “ กินเยอะแล้วเดี๋ยวกินมื้อเย็นไม่ได้ ”

   แล้วเขาก็สงสารฟันตัวเองด้วย แม้จะเอาไปอังไฟให้นุ่มแต่เค้กหินก็ยังเคี้ยวยากอยู่ดี

   “ ได้ๆ งั้นเอาชาอย่างเดียวนะ! ” แฮกริดเทชาที่ชงเสร็จใส่แก้วใบโตแล้วยื่นให้

   “ สอนราบรื่นดีไหมฮะ แฮกริด ”

   “ ฉันว่าเยี่ยมไปเลย ” แฮกริดบอกอย่างแช่มชื่น “ ฉันประหม่ามาก เธอก็เห็นตอนที่ฉันสอนคาบแรกของพวกปีสาม เรื่องหนอนฟลอบเบอร์ ฉันรู้ว่าพวกมันน่าเบื่อ -- แต่พอสอนมาถึงเรื่องซาลาแมนเดอร์หรือสตรีลเลอร์ฉันก็ค่อยวางใจหน่อย ”

   “ ผมชอบตัวซาลาแมนเดอร์นะ -- แล้วพวกหนอนฟลอบเบอร์เป็นไงบ้างฮะ ”

   แฮกริดเศร้านิดหน่อยก่อนตอบ “ ตายแล้ว กินผักกาดหอมมากเกินไปหน่อย -- ช่างเถอะ เจ้าพวกนี้เพาะพันธุ์ง่าย หาก็ง่าย ไม่ใช่เรื่องที่ต้องกังวลร้อก ” 

   “ ผมก็คิดงั้น... ”

   

   ทั้งสองใช้เวลาไปกับการดื่มชา พูดคุยถึงวิชาสัตว์วิเศษและอดีตเจ้าของวิชาก็คือ ศาสตราจารย์แคตเทิลเบลิน อาจารย์คนก่อนหน้าแฮกริดที่เกษียณตัวเองไปอยู่ที่หมู่บ้านฮอกส์มี้ดใกล้ๆ 

   ศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินเคยช่วยเหลือพวกแฮร์รี่เอาไว้ตอนอยู่ปีหนึ่ง ตอนนั้นแฮกริดได้ไข่มังกรมา เขาฟักมันจนเป็นตัวและคิดจะเลี้ยงเอาไว้เป็นสัตว์เลี้ยง เพราะความเอื้อเฟื้อของแคตเทิลเบลิน พวกเขาจึงสามารถส่งนอร์ร่า(ชื่อของมังกร) ให้ไปอยู่ในเขตรักษาพันธุ์มังกรที่แอลเบเนียได้อย่างปลอดภัยและไม่ได้เผาบ้านใครพังไปซะก่อน แต่รู้สึกตอนนี้จะย้ายไปโรมาเนียแล้วเพราะที่โรมาเนียใหญ่และกว้างกว่า

   แฮร์รี่เข้าใจเลยว่าทำไมตอนที่พวกเขาเอาเรื่องมังกรไปบอก แคตเทิลเบลินถึงดูไม่เดือดร้อนและสบายใจมากขนาดนั้น นั่นเพราะอาจารย์เขาไม่นึกกลัวสัตว์พวกนี้เลยสักนิด

   แฮกริดเล่าว่า ศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินรักสัตว์อันตรายที่เขาศึกษามาก แผลเป็นและการบาดเจ็บก็เป็นฝีมือของสัตว์ล้วนๆ -- มีเหตุการณ์หนึ่งที่โด่งดังและมีบันทึกไว้คือ แคตเทิลเบลินทำห้องโถงใหญ่ของฮอกวอตส์ลุกเป็นไฟ เพราะเจ้าแอชวินเดอร์ผู้ทรงสเน่ห์เล่นเป็นหนอนยักษ์ในละครเวทีเรื่อง น้ำพุโชคดีทีเดียว ได้วางไข่ทิ้งเอาไว้ที่มุมมืดของห้องโถงจนทำให้ห้องโถงไฟไหม้(ไข่ของพวกมันมีความร้อนสูง) พอดับไฟที่ไหม้ไปซะครึ่งห้องเสร็จ อาจารย์คนอื่นต้องตามหยุดเจ้าแอชวินเดอร์ที่หันไปใส่อารมณ์กับชุดเกราะจนพังพินาศ แต่ความเสียหายนั้นก็หยุดลงเมื่อแอชวินเดอร์อายุสั้นนั้นกลายเป็นเถ้าถ่าน อาจารย์จึงต้องบูรณะห้องโถงใหญ่และซ่อมแซมชุดเกราะใหม่ทั้งหมด

   ส่วนศาสตราจารย์แคตเทิลเบลินก็มองแอชวินเดอร์ที่อารมณ์ร้ายว่า เป็นเพราะมันกำลังหงุดหงิดถึงกบฎไปอย่างนั้นเอง


   “ ฉันเพิ่งนึกออกอ้ะ ” แฮกริดอ้าปากเหวอ “ ไปกับฉันหน่อยสิ ฉันมีอะไรจะอวดเธอ -- เสียดายนะที่ดีน เบลส และเฮอร์ไมโอนี่ไม่อยู่เห็นด้วย แต่เปิดเทอมก็เจอเองล่ะนะ! ”

   แฮร์รี่วางถ้วยชาแล้วตามออกไปยังชายป่าต้องห้ามที่เริ่มมืด “ อะไรหรือฮะ...? ”

   “ น่า... น่า... ”


   ผู้ดูแลสัตว์พาแฮร์รี่เดินอ้อมหมู่ไม้ไปเรื่อยๆ แล้วอีกห้านาทีต่อมาก็เจอกับคอกสัตว์ทำจากไม้ ภายในคอกมีสัตว์จำนวนหนึ่งมีปีก รูปร่างคล้ายกับตัวกริฟฟิน สัญลักษณ์ของบ้านกริฟฟินดอร์


   “ มาสิ! ”


   แฮกริดกวักมือเรียก แฮร์รี่จึงกระโดดข้ามรั้วเข้าไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ 

   พวกมันมีลำตัว ขาหลัง และหางอย่างม้า ส่วนขาหน้า ปีก และหัวเหมือนนกอินทรียักษ์ จะงอยปากสีเหล็ก นัยน์ตาสีส้มเจิดจ้า และกรงเล็กหนาอีกครึ่งฟุตหรือประมาณสิบห้าเซนติเมตร แต่ละตัวมีปลอกคอหนังผูกติดกับโซ่เส้นยาวเพื่อไม่ให้บินหนี

 

   “ ฮิปโปกริฟฟ์! ” แฮกริดบอกเสียงร่าเริง “ สวยใช่ไหม ที่จริงฉันกะจะให้เธอเรียนเรื่องพวกมันในคาบแรกที่ฉันสอน แต่โอลิเวียบอกว่ามันอันตรายเกินไปและอาจเป็นปัญหาได้ -- ฉันจึงสอนหนอนฟลอบเบอร์ก่อน แล้วรอให้ถึงเวลาเหมาะๆ! ”

   แฮร์รี่รู้สึกขอบคุณแฮกริดจริงๆที่นึกฟังความเห็นคนอื่น เขาเข้าใจเลยว่าทำไมโอลิเวียแนะนำมาแบบนี้ ฮิปโปกริฟฟ์ดูไปดูมามันก็น่ารักดี แต่คนอื่นคงไม่คิดแบบนี้เท่าไหร่

   “ อยากลองหน่อยไหมแฮร์รี่ ไม่ต้องเกรงใจน่า ”

   “ ....... ” แฮร์รี่ยุ่งยากใจแต่ลองทำดูก่อนก็คงไม่เสียหายอะไรหรอก “ ก็ได้ฮะ ”

   “ ได้เลยๆ -- อ้อ เธอต้องระวังอย่าไปทำท่าดูถูกพวกมันนะ เพราะมันเป็นสัตว์ที่เย่อหยิ่งมาก -- เธอต้องรอให้มันเป็นฝ่ายเริ่มก่อน สบตามันเอาไว้ อย่ากระพริบตาบ่อยเพราะนั่นจะทำให้มันไม่ไว้ใจ เธอต้องโค้งคำนับให้ รอจนมันก้มหัว เธอจึงจะสามารถแตะตัวมันได้... ช้าๆ นะแฮร์รี่... ”

   

   แฮร์รี่ฟังแฮกริดอธิบายแล้วทำตามที่บอก เด็กชายยืนตรงหน้าฮิปโปกริฟฟ์ขนสีเทา เขาจ้องนิ่งๆพยายามไม่กระพริบตา มันแค่หันศีรษะมาเล็กน้อย และใช้ดวงตาสีส้มข้างหนึ่งนั่นจ้องมอง เขาก้มหัวให้ แต่มันยังคงไว้ท่าไม่ขยับเขยื้อน


   “ เอ้า ” เสียงแฮกริดดูกังวลนิดหน่อย “ ถอยออกมาก่อน -- ค่อยๆนะ -- อย่าเร่งร้อน ”

   ทันทีที่แฮร์รี่ก้าวขาหลังออก ฮิปโปกริฟฟ์ขนสีเทาก็งอเข่าที่เป็นเกล็ดจนเหมือนท่าโค้งคำนับ

   “ ได้แล้ว! ” คนที่ดูใกล้ๆลิงโลด “ เข้าไปจับมันได้เลยแฮร์รี่! ลูบที่จะงอยปากมัน... อย่างนั้น! ”


   เขาเชื่อใจแฮกริดว่าฮิปโปกริฟฟ์จะไม่เปลี่ยนใจใช้กรงเล็บตวัดใส่ แฮร์รี่จึงเคลื่อนตัวเข้าหาช้าๆ ยื่นมือออกไปลูบจะงอยปากนั้นเบาๆ มันหลับตาลงอย่างเกียจคร้านราวกับว่ามันชอบใจที่เขาสุภาพด้วยมากๆ -- แฮร์รี่ทำซ้ำอยู่สักพักจนมั่นใจว่ามันยอมแล้วจริงๆ เขาจึงเลื่อนมือไปสัมผัสที่ข้างใบหน้าและลำคอ ขนของมันเป็นเงา เส้นบางนุ่มกลมกลืนกัน นอกจากจะมีสีเทาแล้ว ฮิปโปกริฟฟ์ตัวอื่นก็มีสีที่ต่างออกไปอย่าง สีน้ำตาลอมชมพู สีดำขลับ สีน้ำตาลไหม้ แม้แต่สีขาวแซมกับสีเงิน


   “ ฉันว่าบัคบีคยอมให้เธอขี่แล้วล่ะ ”


   บัคบีค...? ขี่...?


   “ อะไรนะฮะ ” เขาหยุดมือแล้วหันไปถามซ้ำ

   “ มันชื่อบัคบีค และฉันคิดว่ามันยอมให้เธอขึ้นขี่แล้ว ” แฮกริดอธิบาย “ เอาเลย! ปีนขึ้นตรงข้างหลังสะบักปีกนั่นแหละ แล้วก็อย่าไปดึงขนมันหลุดเชียวนา มันไม่ชอบร้อก ”

   มาถึงขนาดนี้แล้ว แฮร์รี่ก็ต้องทำตามคำขอร้องกึ่งสั่งของแฮกริดอย่างเดียว เขาจับคอบัคบีคแล้วโหนตัวขึ้นนั่งบนหลังของมัน

   ให้ความรู้สึกเป็นคาวบอยดีนะ 

   หรือควรจะเรียกว่าฮิปโปกริฟฟ์บอยดี...?

   “ ไปเล้ย! ” แฮกริดนะโกนแล้วตบที่สะโพกของฮิปโปกริฟฟ์


   บัคบีคการปีกที่ดูกว้างกว่าสามเมตรออกจากนั้นก็ทะยานขึ้นบินทันที แฮร์รี่คว้าคอมันแล้วทรงตัวไว้ให้มั่น มันไม่เหมือนกับการขี่ไม้กวาดเลยสักนิด แน่นอนว่าถ้าเป็นไม้กวาดมันคงจะนุ่มนวลกว่านี้และไม่มีปีกที่กำลังกระพือพั่บๆอยู่ -- บัคบีคพาแฮร์รี่บินไปรอบทะเลสาบแล้ววนกลับมาที่คอก เขาไม่แน่ใจว่าชอบบินแบบไหนมากกว่ากัน แต่บินก็คือบิน และมันก็สนุกทั้งคู่ แต่การบินกับฮิปโปกริฟฟ์ดูจะท้าทายกว่า มันพาเขาร่อนลง คอเรียบลื่นก้มต่ำ ตามด้วยแรงกระแทกหนักๆยามที่ขาทั้งสี่กระทบกับพื้นดิน


   “ นั่นแหละๆ ” แฮกริดเดินเข้ามาหาเมื่อแฮร์รี่เหวี่ยงตัวลงจากหลัง “ เด็กดีบัคบีค! เด็กดี! ” เขาโยนกระต่ายป่าที่ร้อยเชือกให้เป็นรางวัล มันกระโดดงับตามและกินอย่างสบายใจ “ เป็นไงบ้างแฮร์รี่ สุดยอดไปเลยใช่ไหม! ”

   “ สุดยอดไปเลยฮะ ” 

   แฮร์รี่หัวเราะ ส่วนบัคบีคก็พ่นกระดูกของกระต่ายป่าที่เพิ่งกินไปออกมา มันกระเด็นใส่ฮิปโปกริฟฟ์ตัวข้างเคียง จนต้องออกเสียงขู่ใส่กัน

   “ แต่ดีแล้วนะฮะที่ไม่เอาพวกมันมาสอนคาบแรก -- คุณมองว่าน่ารัก แต่คนอื่นคงไม่คิดแบบนั้น ผมว่าตอนคุณสอนเรื่องฮิปโปกริฟฟ์คุณต้องทำให้ดูปลอดภัยกว่านี้นะ ”

   “ ได้สิได้... ” 

   แฮกริดรับคำผ่านๆ ตอนนี้เขาสนใจสัตว์เลี้ยงแสนน่ารักมากกว่าแฮร์รี่ไปซะแล้ว



✿.。.:* *.:。.✿

   


   การไปเยี่ยมแฮกริดและได้ขี่ฮิปโปกริฟฟ์เป็นครั้งแรกในชีวิต ตารางอื่นๆในช่วงเทศกาลวันหยุดจึงไม่ทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นนัก 

   วันต่อๆมา แฮร์รี่นั่งเป็นชั่วโมงหน้าเตาผิงเพื่อทำการบ้านที่ค้างให้เสร็จ อ่านหนังสือเรียนทวนนิดหน่อย และปิ้งทุกอย่างที่สามารถเสียบได้บนส้อมยาวๆที่ใช้ย่างอาหาร ไม่ว่าจะเป็นขนมปังมัฟฟินอังกฤษ มาร์ชเมลโล่ หรือขนมปังห่อชีส เฟย์ก็มานั่งกินและทำการบ้านเป็นเพื่อนด้วย เผื่อว่ามีตรงไหนที่ไม่เข้าใจเธอจะได้ถามเขาทันที แฮร์รี่ยังออกไปขี่ไม้กวาดเล่นในช่วงสายและช่วงบ่ายของแต่ละวัน แอบพาเฟย์ไปฮอกส์มี้ดด้วยกันบ้างเพื่อขโมยขนม ส่วนกลางคืนเขาก็จะแอบดอดไปห้องต้องประสงค์เพื่อซ้อมคาถาด้วยตัวเอง

   แฮร์รี่สนิทกับเฟย์มากกว่าเดิม นั่นเพราะทั้งบ้านกริฟฟินดอร์เหลือกันแค่สองคน ที่จริงก็มีพี่ปีเจ็ดอีกสาม แต่พวกเขาตั้งใจอ่านสอบส.พ.บ.ส.(สอบวัดระดับพ่อมดแม่มดเบ็ดเสร็จสมบูรณ์)กันอยู่จึงไม่มาสุงสิงด้วย และด้วยความที่สนิทกัน เฟย์จึงเป็นเหมือนน้องสาวซนๆของเขา ในเช้าวันคริสต์มาส เธอก็บุกหอนอนชายเพื่อมาปลุก ตอนแรกเฟย์แค่โยนหมอนใส่ให้ตื่น แต่เพราะเขาอิดออด รู้ตัวอีกทีก็มีน้ำสาดใส่ซะเตียงชุ่มฉ่ำ


   “ ปัดโถ่เฟย์ -- ” 

   ถึงอย่างนั้นแฮร์รี่ก็ยังงึมงำ เขายันตัวขึ้นสะบัดผมให้หมาดแล้วคว้าแว่นตามาใส่ 

   เฟย์หัวเราะคิกคักแล้วนั่งลงบนเตียงของดีน “ พี่ไม่ตื่นเองนี่ แล้วน้ำที่หนูเสกก็ไม่กระเด็นโดนของขวัญพี่แน่ -- แต่ว่ามีคนให้เยอะจังเลยน้า ”

   “ แค่เกือบน่ะสิ ” แฮร์รี่ร่ายคาถาให้เตียงและตัวเองแห้ง แล้วจึงเริ่มแกะของขวัญ “ เธอไม่แกะของขวัญตัวเองหรือไง ”

   “ แกะหมดแล้ว นี่ไง...หนูได้สร้อยจากเพื่อนสนิทด้วย เขาเป็นมักเกิ้ลล่ะ ตอนนี้เรียนอยู่ที่โรงเรียนอีตันชื่อ ลินช์ เขาหัวเสียมากที่หนูมาเรียนที่ฮอกวอตส์ เพราะเขาเข้าใจว่าหนูจะเข้าเรียนที่โรงเรียนใกล้ๆ เขาไม่รู้หรอกว่าหนูเป็นแม่มด...แต่ต่อให้ไม่มาที่ฮอกวอตส์ หนูก็สอบเข้าที่แอ๊บบี้ไม่ได้หรอก โรงเรียนแถบอีตันข้อสอบยากๆทั้งนั้น -- ” 

   เฟย์เล่าให้ฟังไปเรื่อยระหว่างแฮร์รี่แกะของขวัญ พร้อมกับกินปากกาขนนกที่ทำจากน้ำตาล 

   “ -- พอแกะของขวัญเสร็จ หนูก็นั่งรอที่ห้องนั่งเล่นจนสิบโมงกว่า ไม่รู้ว่าพี่ไปไหนเลยลองขึ้นมาดูที่หอ ก็ไม่คิดว่าจะยังไม่ตื่น ”

   “ สิบโมงแล้วเหรอ ”

   “ ตอนนี้สิบเอ็ดโมงแล้วเหอะ -- หนูหิวจะแย่ ”

    แฮร์รี่มองเด็กบ่นหิวแต่ยังกินขนมไม่หยุดปาก “ นั่นคือหิว...? ”

   “ อื้อ! หิว! ” ว่าแล้วเธอก็กินไม้กายสิทธิ์รสชะเอมต่อ

   

   แฮร์รี่แค่ยักไหล่ เมื่อคืนเขากลับมาที่หอเกือบเช้าเลยตื่นสายไปหน่อย เขายังได้ของขวัญจากทุกคนเหมือนเดิมและเป็นขนมซะส่วนใหญ่ ยกเว้นของแม่กระรอกและพวกคาร่า เพราะโอลิเวียส่งจดหมายมาว่าเธอจะเอามาให้เองกับมือตอนกลับมาถึงฮอกวอตส์ -- แฮร์รี่เตือนตัวเองว่าต้องเขียนจดหมายขอบคุณคุณนายวีสลีย์ที่ส่งเสื้อกันหนาวสีแดงสดมีรูปสิงโตปักอยู่ด้านหน้ามาให้ แถมยังมีมินซ์พายที่น่าจะทำเองอีกโหล เค้กคริสต์มาสสองก้อนและถั่วกรอบอีกหนึ่งกล่อง


   “ โห...ถ้ากินหมดนั่นพี่ได้ไขมันจุกอกแน่ ” เฟย์ร้องขึ้น

   “ เยอะขนาดนี้พี่กินไม่หมดหรอก ” แฮร์รี่บอกท้อๆ ปริมาณขนมที่ได้มาไม่ตลกเลยสักนิด “ แบ่งไปหน่อยแล้วกัน เค้กกับมินซ์พายนี่เสียไว ไว้นานๆเดี๋ยวไม่อร่อย ”

   “ แจ๋ว! ”


   ทั้งคู่กินกันไม่หยุดปากจนมาถึงเวลาอาหารกลางวัน พวกเขาพบว่าโต๊ะของบ้านแต่ละบ้านถูกย้ายไปชิดกำแพง มีโต๊ะแค่ตัวเดียวจัดที่ไว้ให้คนสิบสองคนตั้งอยู่กลางห้อง ศาสตราจารย์ดัมเบิลดอร์ ศาสตราจารย์มักกอนนากัล ศาสตราจารย์สเปราต์ และศาสตราจารย์ฟลิตวิก อยู่ที่นั่นพร้อมกับฟิลช์ ที่ถอดเสื้อคลุมสีน้ำตาลตัวที่ใส่ประจำออก แล้วสวมเสื้อตัวนอกหางยาวเก่าๆและเหม็นอับ --  มีนักเรียนคนอื่นอีกห้าคน สามคนคือรุ่นพี่บ้านกริฟฟินดอร์ อีกสองคนเป็นเด็กปีหนึ่งบ้านฮัพเฟิลพัฟ(เฟย์รู้จักอีกแล้ว)กับเด็กปีห้าหน้าบึ้งบ้านสลิธีริน 

   เขานึกแปลกใจที่ไม่เห็นศาสตราจารย์สเนปอยู่ด้วย แต่เพราะพวกอาจารย์ซุบซิบกันว่าสเนปมีนัดเหมือนกับปีที่แล้ว แฮร์รี่จึงรู้ทันทีว่าสเนปไปไหน 

   ก็ได้แต่หวังว่าพ่อทูนหัวกับสเนปจะกัดกันน้อยลง... 

   บางทีก็ได้แค่หวัง แต่ถ้าลูปินอยู่ด้วยอีกคนคงพอจะปรามซีเรียสได้บ้างล่ะนะ


   “ สุขสันต์วันคริสต์มาส! ” อาจารย์ใหญ่ร้องทักทุกคนเมื่อมาพร้อมกัน “ เรามีกันแค่ไม่กี่คน ดูออกจะไม่เข้าทีที่จะใช้โต๊ะประจำบ้าน...นั่งลง นั่งลง! ”

   แฮร์รี่นั่งต่อจากเฟย์ที่ปลายโต๊ะ

   “ ประทัดคริสต์มาส! ” ดัมเบิลดอร์บอกอย่างร่าเริง


   เขายื่นประทัดสีเงินอันใหญ่ให้ฟลิตวิก อาจารย์ตัวจิ๋วออกแรงดึงมากไปหน่อย จึงหงายหลังหล่นจากกองหมอนเรียงสูง โชคดีที่ศาสตราจารย์สเปราต์จับได้ทันเขาจึงไม่ร่วงไปนอนที่พื้น 

   เสียงประทัดดังลั่นเหมือนเสียงปืน มันกระเด็นแยกจากกันให้เห็นหมวกแหลมแบบแม่มดใบใหญ่ที่มีขนสีขาวหนานุ่มเป็นเครื่องประดับ ศาสตราจารย์สเปราต์หยิบหมวกมาใส่เองอย่างยินดีเมื่อเห็นทุกคนบอกทางสายตาว่ามันเหมาะกับเธอ ส่วนใบอื่นๆที่กระเด็นตามมาเป็นใบเล็กของเด็กมีเชือกรัดใต้คาง ส่วนแฮร์รี่ได้ใส่ลายสายฟ้าสีเหลืองมีพื้นสีเขียวที่ดูเหมาะกับเขามากๆ

   เสร็จสิ้นการจุดประทัดสั้นๆ ดัมเบิลดอร์ก็แจกยิ้มแล้วบอกสมาชิกทุกคนว่า “ ลงมือเลย! ” เพื่อเริ่มมื้ออาหารก่อนมันจะเย็นชืด


   แฮร์รี่กับเฟย์ลอบมองกัน ทั้งคู่กินขนมก่อนลงมาเยอะมากจนไม่รู้สึกหิว แต่พวกเขาก็อดที่จะตักมากินเพิ่มอีกไม่ได้เพราะอาหารที่นี่อร่อยทุกอย่างจริงๆ แม้ปริมาณที่กินเข้าไปนั้นจะทำให้ท้องแตกได้เลยก็ตาม 

   ขณะที่แฮร์รี่กำลังตกมันอบอยู่นั้น ประตูห้องโถงใหญ่ก็เปิดออกอีกครั้ง ศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์เดินมายังโต๊ะอาหาร ้ธอสวมชุดสีเขียวเป็นเลื่อมพรายวิบวับเหมาะกับงานฉลอง อาจารย์ดูเลื่อนลอยมากๆทั้งสีหน้าและการก้าวเท้าเดินแต่ละก้าว


   “ ซีบิลล์! ดีจริงที่คุณมา! ” อาจารย์ใหญ่ลุกขึ้น อ้าแขนต้อนรับ

   “ ดิฉันดูลูกแก้วมาค่ะ ท่านอาจารย์ใหญ่ ” 

   แฮร์รี่ได้เห็นศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์แบบเต็มตาก็วันนี้ คำนิยามของดีนที่บอกว่า อาจารย์เขาดูหลอนตลอดเวลานั่นไม่ได้ไกลเกินจริงเลย

   “ และก็ต้องอัศจรรย์ใจที่เห็นตัวดิฉันล้มเลิกมื้อกลางวันอันโดดเดี่ยวเพื่อลงมาสมทบกับท่าน ดิฉันเป็นใครถึงจะกล้าปฏิเสธการบอกใบ้ของดวงชะตาได้เล่าคะ ดิฉันจึงรุดออกมาจากหอคอยโดยด่วน ต้องกราบขออภัยที่มาช้า... ”

   “ ไม่เป็นไร... ไม่เป็นไร... ” ดัมเบิลดอร์หลิ่วตาให้ “ ผมจะเลื่อนเก้าอี้ให้คุณเอง ”


   เขายกไม้กายสิทธิ์ลากเก้าอี้ให้ลอยมาหา มันหมุนช้าๆแล้วตกลงข้างศาสตราจารย์มักกอนนากัลกับเด็กสลิธีรินปีห้า ทว่าเธอยังไม่นั่งลง ดวงตาโปนๆหลังแว่นกวาดมองรอบโต๊ะ แล้วก็หวีดอุทานออกมา


   “ ดิฉันไม่กล้าหรอกค่ะท่านอาจารย์ใหญ่! สิบสามคน! คนบนโต๊ะจะเป็นสิบสามคนถ้ารวมดิฉัน! โชคร้ายยิ่งนัก! อย่าลืมว่าเวลาที่คนสิบสามคนทานอาหารร่วมกัน คนแรกที่ลุกขึ้นจะต้องตาย! ”

   “ เราจะเสี่ยงดู ซีบิลล์ ” มักกอนนากัลอดรนทนไม่ได้ “ นั่งสักทีอย่าลีลา ไก่งวงเย็นหมดแล้ว ”

   ศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ไม่สนใจนัก เธอลังเลแต่ก็หย่อนตัวลงเก้าอี้ตัวดังกล่าว ปิดตาสนิท เม้มปากแน่นอย่างกล้ำกลืน ทำเหมือนว่าอีกหนึ่งนาทีอาจจะมีภัยธรรมชาติมาถล่มห้องโถง นั่นทำให้ศาสตราจารย์มักกอนนากัลกระแทกช้อนคันใหญ่ใส่ชามซุป

   “ เครื่องในหน่อยไหมซีบิลล์ ”

   อาจารย์ยังคงเมินต่อไป แล้วถามเรื่องอื่นกับคนอื่นแทน “ ศาสตราจารย์ลูปินผู้น่ารักกับศาสตราจารย์สเนปที่ชีวิตมืดมนไปไหนเสียล่ะคะ ”

   เฟย์สำลักอาหารจนเพื่อนข้างๆต้องรีบยื่นน้ำให้กิน

   “ สองคนนั้นไปธุระน่ะ ” ดัมเบิลดอร์กลั้นยิ้ม “ ลูปินยังป่วยเช่นเคย แต่ไม่แย่เท่าไหร่ -- ส่วนเซเวอร์รัส ฉันรู้สึกดีมากๆที่เขานึกอยากไปที่อื่นนอกจากฮอกวอตส์บ้าง แม้ดูๆแล้วเขาจะถูกบังคับก็ตาม ”

   “ แน่ใจได้เลยว่าเธอรู้อยู่ก่อนแล้ว ใช่ไหมซีบิลล์ ” อาจารย์มักกอนนากัลเลิกคิ้ว

   “ แน่นอนมิเนอร์ว่า แน่นอนอยู่แล้ว ” อาจารย์ทรีลอว์นีย์ใช้สายตาเย็นชามองกลับ “ แต่เราก็ไม่ควรเที่ยวเผยความจริงว่ารู้ทุกเรื่อง บ่อยครั้งที่ฉันทำท่าราวกับไม่มีตาพยากรณ์ เพราะฉันจะได้ไม่ทำให้คนอื่นประสาทไงล่ะ ”

   “ นึกไม่ออกเลยล่ะ ”

   “ ไวน์ไหม...? ” ศาสตราจารย์สเปราต์พูดขึ้น นั่นจึงทำให้การสนทนาของอาจารย์ทั้งสองท่านนั้นยุติลง “ จะได้ครึกครื้นกันหน่อย นี่วันคริสต์มาส ”

   “ ฉันขอผ่านค่ะ มันทำให้การมองเห็นเส้นทางพยากรณ์มืดมัว -- ”

   “ แต่ฉันเอา...รบกวนด้วยโพโมน่า ”

   “ ได้เลยๆ เพิ่มหน่อยไหมฟิลิอัส! ”

   “ อย่าถามในเรื่องที่เธอก็รู้น่า... ”


   เห็นได้ชัดว่าศาสตราจารย์มักกอนนากัลกับศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์ไม่ถูกกันจริงๆ ทั้งสองยังมองกันด้วยสายตาเย็นชาและไม่พูดกันอีก แต่ทุกอย่างก็ยังคงปกติดีและกลับมาครึกครื้นเพราะไวน์เข้าปาก ไม่อยากยอมรับกับแนวคิดของโอลิเวียที่ว่า การได้กินอาหารอร่อยๆ คู่กับไวน์ดีๆ จะทำให้ทุกคนใจเย็นลงและคุยกันง่ายขึ้น 

   สองชั่วโมงต่อมา แฮร์รี่ที่อิ่มจนทานอะไรไม่ได้อีก(ที่จริงก็อิ่มตั้งนานแล้ว) ก็ลุกขึ้นจากโต๊ะเพื่อขอตัวกลับหอพักไปนอนย่อยให้สบายๆ


   “ เธอจ๋า! ” ศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์กรีดร้องเสียงดัง “ เธอ -- โอ้ว...เธอ -- พ่อหนูที่น่าสงสาร ฉันเห็นลางมรณะลอยรอบตัวเธอเต็มไปหมด เธอจำที่ฉันพูดได้ไหม ใครก็ตามที่ลุกขึ้นเป็นคนแรกจะต้องตาย! ”

   ทุกคนเงียบ มีเสียงสูดหายใจจากเด็กนักเรียน ส่วนศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็กรอกตาใส่

   “ เอ่อ...จำได้ฮะ ” 

   “ แล้วทำไมเธอถึงยัง -- ”

   “ ถ้าต้องมีคนตายจริง ชาตินี้ก็ไม่ต้องมีใครลุกจากโต๊ะกันแล้วล่ะซีบิลล์ เว้นเสียแต่ว่าจะมีมือขวานวิกลจริตอยู่นอกประตู รอสับคอคนแรกที่เดินออกจากห้องโถง ” อาจารย์วิชาแปลงร่างพูดเสียงเย็น “ -- จำคำฉันไว้นะ คุณพอตเตอร์ คนเราเกิดมาแล้วต้องตายทุกคน จะช้าหรือเร็วก็ต้องตายอยู่ดี ไม่จำเป็นต้องเอาคำพูดเลื่อนลอยจากปากคนอื่นไปคิดมากหรอก ”


   ศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์เม้มปากแน่นสนิท เมื่อเธอถูกสบประมาทเข้าอย่างจัง แฮร์รี่รู้ว่าตัวเองค่อนข้างอคติกับเรื่องทำนายหรือคำพยากรณ์อยู่แล้ว เขาจึงหัวเราะที่ศาสตราจารย์มักกอนนากัลพูดและก้มหัวให้ ก่อนจะเดินออกจากห้องโถงเพื่อตรงขึ้นไปยังหอนอนตัวเอง

   นี่วันคริสต์มาส เขาก็ไม่คิดจะเก็บเอาคำพูดที่ว่าตัวเองจะตายมาทำให้รู้สึกหม่นหมองหรอก 

   

   


TBC.
✿.。.:* *.:。.✿


*ไข่กา : เป็นไข่สีเขียวฟองเล็กกว่าไข่ไก่ ความเชื่อของเผ่าอินุย(อยู่ในประเทศแคนาดา)เชื่อว่า ไข่กาเปรียบเหมือนกับพระอาทิตย์ดวงจิ๋ว เพราะในสมัยที่ไม่มีแสงแดด กาตัวหนึ่งได้บินไปทางทิศตะวันออกแล้วค้นพบดวงอาทิตย์ มันใช้เชือกนำลูกไฟแห่งแสงสว่างกลับมายังบ้านเกิด(คิดว่าเป็นเสี้ยวหนึ่งอขงพระอาทิตย์) พอมันปล่อยเชือก ลูกไฟก็แตกออกเป็นเศษเล็กเศษน้อย สะเก็ดไฟที่แตกนั้นได้ช่วยขจัดความมืดมิดให้หมดไปจากทุกหลังคาเรือน

[ไรต์ - ก็แค่ตำนานแหละเนอะ...] 

**ดอกบัว (Lotus) ดอกบลูสตาร์ (Blue Star) ดอกอาซาเลีย (Azalea)

ดอกบัว (Lotus) : เป็นที่คุ้นเคยสำหรับคนไทยและชาวพุทธ เป็นตัวแทนความสงบและบริสุทธิ์ ชาวอียิปต์เชื่อว่า เป็นตัวแทนของการเกิดใหม่ ความตาย และการผนึกรวมกันของดินแดน ส่วนชาวฮินดูเชื่อว่าสื่อถึง ความงอกเงยของจิตวิญญาณและความเป็นนิรันดร์


ดอกบลูสตาร์ (Blue Star) : มีสีม่วงอ่อน กลีบดอกเป็นห้าแฉกคล้ายกับดวงดาว ไม่ถูกกับอากาศร้อน สื่อความหมายถึง จิตใจที่เชื่อมั่น

ดอกอาซาเลีย (Azalea) : เราเรียกกันว่า กุหลาบพันปี ค่ะ เป็นดอกที่มีสีสดหลายสี ทนต่อทุกสภาพอากาศ ดอกไม้ชนิดนี้สำคัญกับดิน เพราะมันสามารถสารพิษตกค้างในดิน ให้เป็นไนโตรเจนเก็บในลำต้นได้ค่ะ ใช้สื่อถึง ความรู้สึกต่างๆโดยรวมของมนุษย์ หรือความเป็นมนุษย์นั่นเอง


***ฮิปโปกริฟฟ์ (Hippogriff) สตรีลเลอร์ (Streeler) แอชวินเดอร์ (Ashwinder)

ฮิปโปกริฟฟ์ (Hippogriff) : เป็นสัตว์ในตำนานทางทวีปยุโรป มีลักษณะครึ่งนกอินทรีย์และครึ่งม้า นับว่าเป็นสัตว์ในตระกูลเดียวกับกริฟฟิน ทั้งยังเป้นสัญลักษณ์ของสิ่งที่เหลือเชื่อและความรักที่เป็นไปไม่ได้

สตรีลเลอร์ (Streeler) : คือทากยักษ์ที่เปลี่ยนสีได้ทุกชั่วโมง เวลาที่คลานจะทิ้งรอยพิษไว้เป็นทาง ทำให้หญ้าที่มันผ่านแห้งเหี่ยวและไหม้ได้ เป็นสัตว์พื้นเมืองในหลายประเทศแถบแอฟริกา แต่ก็มีพ่อมดทวีปอื่นที่เพาะพันธุ์ได้สำเร็จ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบการเปลี่ยนสีของมัน จะเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยง และพิษของสตรีลเลอร์ก็เป็นหนึ่งในไม่กี่อย่างที่ฆ่าฮอร์กลัมป์ได้


แอชวินเดอร์ (Ashwinder) : เป็นงูสีเทาอ่อน ผอมบาง ตาสีเพลิง เกิดจากไฟเวทมนตร์ที่ปล่อยให้ลุกไหม้เป็นเวลานานๆ เช่น กองไฟที่ใส่ผงฟลูหรือไฟที่เสกขึ้นจากไม้กายสิทธิ์ มันจะเลื้อยออกมาจากถ่านและหลบตามมุมที่มืดๆ โดยทิ้งรอยขี้เถ้าเอาไว้ตามทางที่เลื้อย เป็นสัตว์ที่เกิดง่ายและอายุสั้น เพราะพวกมันมีชีวิตแค่หนึ่งชั่วโมงเพื่อวางไข่ จากนั้นจะสลายเป็นขี้เถ้า ไข่ของพวกมันมีความร้อนสูง เป็นสีแดงสดใส ไข่พวกนี้จะลุกไหม้ที่แห่งนั้นทันทีหากไม่มีใครพบและร่ายคาถาแช่แข็ง ไข่ของพวกมันนิยมมาใช้เป็นยาสเน่ห์ หากินทั้งฟองจะแก้ไข้จับสั่นได้



✿.。.:* *.:。.✿


...Writer...


ความโอลิเวียฟุ้งซ่าน ความแฮร์รี่อยู่ชิลๆที่ฮอกวอตส์ และความอาจารย์จิดกัดกัน
น้องเฟย์...หนูสำลักอาหารเพราะศาสตราจารย์ทรีลอว์นีย์พูดถึงศาสตราจารย์สเนปสินะคะ!



เฟย์ ดันบาส์ : หนูนี่แหละตัวช่วยพี่ในอนาคต!
//ปลุกคนให้ตื่นนั้นง่ายนิดเดียว เสกน้ำใส่ไงง่ายจะตาย...


อัพครั้งแรก : 7/2/2562

 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 193 ครั้ง

1,298 ความคิดเห็น

  1. #1269 PANDAPEGASUS (@redmoon) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 19 มิถุนายน 2562 / 02:00

    รู้เลยนะคะว่าสเนปไปไหน 55555 สงครามน้ำลายกำลังจะเริ่มอีกครั้งแล้วแฮร์รี่!

    #1269
    0
  2. #1099 gunnyza (@gunnychanyanuch) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 1 เมษายน 2562 / 04:55
    สนุกมากๆค่า!!
    #1099
    1
    • #1099-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      4 เมษายน 2562 / 10:20
      ขอบคุณที่ยังติดตามกันเรื่อยๆเช่นกันจ้าาา !
      #1099-1
  3. #1057 autumn morning^^ (@pofaiwipada) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 17:09
    สนุกสุดๆไปเลยค่ะ!รอนะคะ
    #1057
    1
    • #1057-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      21 มีนาคม 2562 / 19:01
      ขอบคุณมากเลยนะคะ ><
      ไรต์อยู่ในช่วงปั่น แต่ไปแต่งมาหัวตัน เลยหาแรงบันดาลใจอยู่ค่ะ ฮ่อลลลล
      #1057-1
  4. #1039 immdee14 (@immdee14) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 12:34
    ชอบมิเนอร์ว่ามากๆๆ น้อนเฟย์นั้ลลั้ค
    #1039
    1
    • #1039-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      12 มีนาคม 2562 / 08:13
      ขอบคุณมากๆที่เลือกเข้ามาอ่าน ติดตาม และคอมเม้นให้นะคะ ><
      #1039-1
  5. #1038 Crystal1300 (@ranokakari) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 11 มีนาคม 2562 / 12:18

    เรารักอจ.มักกอนนากัล ให้อารมณ์เหมือนอจ.แถวบ้านเรา ถึงจะดุแต่ก็รักลูกศิษย์ FC ค่าาาาาาาา

    ถ้าที่นั่นมีวันไหว้ครูจะเอาดอกเข็มงามๆไปไหว้เลยครับผมมมมมมมมม

    #1038
    1
    • #1038-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      12 มีนาคม 2562 / 08:13
      ศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็เฮี้ยบแบบนี้แล...
      แม้เขาจะจิกกัน แต่พอตอนอัมบริดจ์มาเขาก็ช่วยเหลือกันนะ //ประทับใจมากก
      #1038-1
  6. #1037 Yokk-5784luna (@Yokk-5784luna) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 20:48
    ชอบศ.มักกอนนากัลตอนนี้มาก ไม่ว่าจะตอนอ่านในหนังสือแฮร์รี่หรือตอนอ่านในนี้ก้อตาม ดูเปนคนที่ปราบคนแบบทรีลอว์นีย์ได้อ่ะ5555555
    #1037
    1
    • #1037-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      9 มีนาคม 2562 / 18:57
      ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเป็นคนยึดเหตุและผลค่ะ เลยไม่ชอบเรื่องดวง
      ถ้าเถียงกันจริงจังยังไงขุ่นแม่มิเนอร์ว่าก็ชนะค่ะ!
      #1037-1
  7. #1036 Hoshi_ruri (@tuesday6483) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 18:38

    ถ้าจะลำไยทรีลอนีย์จะผิดไหม?5555 // ศาสตราจารย์มักกอนนากัลทำดีค่ะทำดี#ตบมือรัวๆ5555 // ป๋าเซฟไปไหนน่าาาาาา ไม่รู้เลยจริงๆ...555555 // อย่าลืมพักบ้างนะคะ:)
    #1036
    2
    • #1036-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      9 มีนาคม 2562 / 18:56
      เราจะลำไยไปด้วยกันค่ะ 55555
      ขอยคุณมากนะคะที่ติดตามมาตลอด จุ๊บๆ
      #1036-1
  8. #1035 lamb_san (@lamb20) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 15:32
    เสียดายฉากเฮอร์ไมโอนี่เหวี่ยงกลางคลาสพยากรณ์จังค่ะ5555555
    #1035
    1
    • #1035-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      9 มีนาคม 2562 / 18:55
      ไรต์ก็แอบเสียดาย กำลังคิดจะให้ดีนเหวี่ยงแทนก็กระไรอยู่ 5555555
      #1035-1
  9. #1034 Ammilina (@Ammilina) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 12:20
    ทำไมเรารู้สึกหมั่นไส้ศาสตราจารย์ทรีลอนีย์ ขึ้นมาตงิดๆ
    #1034
    1
    • #1034-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      9 มีนาคม 2562 / 18:54
      ทรีลอว์นีย์ก็เป็นแบบนี้แล....
      #1034-1
  10. #1033 Liana-milky (@Liana-milky) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 11:31
    ศาตราจารย์มักกอนนากัล เอาไปเลยสิบ สิบ สิบ

    ไม่ทราบว่า ศาสตราจารย์สเปราต์ กับ ศาสตราจารย์ฟลิตวิก ลืมไปรึเปล่า ว่าบนโต๊ะมีนักเรียนร่วมโต๊ะอยู่ด้วย ชวนกันกินไวน์เฉยแต่ช่างเถอะ
    #1033
    1
    • #1033-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      9 มีนาคม 2562 / 18:54
      เรื่องปกติค่ะบอกเลยยย
      ในหนังสือตอนปีหนึ่งแฮกริดกับศาสตราจารย์มักกอนนากัลก็กรึ่มไวน์กันไปเยอะเช่นกันน
      #1033-1
  11. #1032 jjjj77127 (@jjjj77127) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 09:13
    หนูเฟย์นี่น่ารักมากเลย ตัวป่วนนนนนน
    #1032
    1
    • #1032-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      9 มีนาคม 2562 / 18:50
      โผล่มาเป็นตัวป่วนเบาๆค่ะ
      ใกล้เคียงกับการเป็นน้องสาวของแฮร์รี่สุดแล้ววว
      #1032-1
  12. วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 01:46
    แฮร์รี่มีน้องแล้ว เฟย์น่ารักมาก
    #1030
    1
    • #1030-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      8 มีนาคม 2562 / 08:00
      แฮร์รี่ : น่ารัก...?
      เฟย์ : เขาพูดถูก ใครๆก็บอกว่าหนูน่ารักทั้งนั้นแหละ //เคี้ยวขนม
      #1030-1
  13. #1029 chrysalis_devil (@chrysalis_devil) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 00:01
    ก็คือท่านหญิงมิเนอวา 50 แต้ม
    แบบจะในหนังหรือในฟิคน้องก็ยืนข้างแม่ค่ะ
    #1029
    1
    • #1029-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      8 มีนาคม 2562 / 07:52
      ศาสตราจารย์มักกอนนากัลเจ๋งที่สุดเลยค่ะ //ยิ่งไฟต์กับป้าคางคกไรต์ยิ่งชอบ
      #1029-1
  14. #1028 nicha_112 (@nicha_112) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 22:28

    มาแว้วๆๆ คิดถึงจังเลยยยย โอลิเวียคิดจะทำอะไรกันนะ หรือจะสร้างจิตอีกคนที่เป็นทอม ริดเดิ้ล อีกเวอร์ชัน แล้วแบบนี้จะไม่ทะเลาะกับป๋าใช่มั้ย ป๋าจะเข้าใจผิดหรือเปล่านะ


    โอลิเวีย: ใครจะสนกัน ฉันเชื่อความคิดตัวเอง //เชิดใส่


    55555555

    #1028
    1
    • #1028-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      8 มีนาคม 2562 / 07:50
      คิดถึงเหมือนกันเลยค่ะะะ ><
      ฮือออ เรื่องไม่ซับซ้อนหรอกค่ะ แค่รวมวิญญาณให้เป็นก้อนเดียวกันเฉยๆ เวลาทำลายก็ทำลายได้ทีเดียวเลยค่ะ
      //โอลิเวียเชื่อความคิดตัวเองนั่นถูกที่สุดแล้วค่ะ 55555
      สู้ๆกับงานนะคะ ไรต์จำได้ว่าผู้อ่านค่อนข้างงานยุ่ง//ไรต์ก็เช่นกัน โฮกกก
      #1028-1
  15. #1027 Melinna_Lena (@maleen031309) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 21:53
    ไม่ชอบทรีลอว์นีย์เพราะแบบนี้แหล่ะ แต่ที่ไม่ชอบยิ่งกว่าคือคนในฮอกวอตส์ดันเชื่อกะนไปผิดๆโดยไม่ไตร่ตรอง พอมันไม่ใช่เรื่องจริงหรือเข้าใจผิดคิดไปเองดันเปลี่ยนสีไวดั่งกิ่งก่า โดยเฉพาะลาเวนเดอร์กับปาราวตี มันควรฟังหูไว้หูและควรมีวิจารณญานบ้าง คิดวิเคราะห์เยอะๆ ไม่ใช่สักแต่จะเชื่อไปหมดซะทุกอย่าง แล้วก็มานินทาป่าวประกาศต่างๆนาๆ
    อีกทั้งยังมีเถียงข้างๆคู่ๆอีกนะ เบื่อมาก ขออภัยค่ะ อินมาก5555
    #1027
    1
    • #1027-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      8 มีนาคม 2562 / 07:47
      ไรต์เข้าใจ ไรต์เข้าใจ //ตบบ่า...
      คนส่วนใหญ่เป็นแบบนี้จริงๆค่ะ แฮร์รี่(ต้นฉบับ) เจอเรื่องแบบนี้ตั้งแต่ปีสอง(เพราะปีหนึ่งนั้นทำตัวเอง) หนักสุดคือปีสี่และปีห้าค่ะ ตอนนั้นล่ะอึดอัดแทนจริงๆ
      คนอ่านก็ได้แต่เอาใจช่วยต่อไปปป
      #1027-1
  16. #1026 ฮิจินะ (@pho-poe) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 21:03

    ไม่อยากเชื่อที่คนนั่ง13คนแล้วถ้าใครลุกคนแรกจะตาย แต่มันทำซีเรียสกับรีมันตายอะ ควรเชื่อดีไหมเนี้ย5555

    #1026
    1
    • #1026-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      8 มีนาคม 2562 / 07:43
      ควรเชื่อตอนที่นางทำนายแบบจิตหลุดค่ะ
      ถ้าธรรมดาอย่างนี้อย่างไปเชื่อเล้ยยย
      #1026-1
  17. #1025 My_SouL (@39584) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 20:20
    ไรต์ &#128514; อีตัน มัน รร ชายล้วนไม่ใช่เหรอคะ น้องเฟย์จิไปเรียนยังงายยยย
    #1025
    2
    • #1025-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      7 มีนาคม 2562 / 20:27
      เมอร์ลิน...
      อายจุงเบย...
      โรงเรียนอีตันไรต์ดันเข้าใจว่าเป็นโรงเรียนธรรมดาค่ะ ฮ่อลลล
      //แก้แพพ
      #1025-1
    • #1025-2 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      7 มีนาคม 2562 / 20:27
      ขอบคุณที่คอมเม้นบอกนะคะ ฮืออออ
      #1025-2
  18. #1024 My3547TRSH (@My3547TRSH) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 20:11
    โอลิเวียจ๋า เธอจะทำพิธีจริงเหยอ เจ็บตัวนะอีฟ&#176;-&#176;
    #1024
    1
    • #1024-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      7 มีนาคม 2562 / 20:18
      ได้แต่บอกว่ารอติดตามนาจาาาา ><
      #1024-1
  19. #1023 hoshijung (@fatin-creammy) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 20:08
    555 ศาสตราจารย์สเนปผู้มืดมนแล้วทำไมไม่ถามถึงอีฟบ้างคะศาสตราจารย์ทรีลอง์นีย์
    #1023
    3
    • #1023-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      7 มีนาคม 2562 / 20:18
      อีฟอยู่นอกสายตาค่ะ 55555
      //อาจารย์อีกหลายคนก็เช่นกัน...
      #1023-1
    • #1023-3 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      8 มีนาคม 2562 / 07:42
      ล็อกฮาร์ตไรต์ออกแนวรำคาญมากกว่า ไม่ใช่ไม่ชอบ
      คนอื่นไรต์ก็คิดแบบนั้นค่ะ ทรีลอว์นีย์คือไรต์ก็ไม่ชอบอยู่ แต่ไม่ชอบคนที่งมงายเชื่อแกมากกว่า ส่วนริต้านี่ก้ำกึ่ง ไม่ชอบเพราะเขียนข่าวแย่ แต่ก็ข่าวใจว่านักข่าวมักเป็นแบบนี้กัน ฮ่าๆๆ
      #1023-3
  20. #1022 faza205317 (@faza205317) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 20:08
    ความสงบที่น่ากลัววว
    #1022
    1
    • #1022-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      7 มีนาคม 2562 / 20:17
      สงบจนน่าสงสัย...
      สงบจนอีฟรู้สึกระแวงง
      #1022-1
  21. #1021 ::คนปากไม่ดีย์:: (@windycloud) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 20:02
    ซีบิล ทรีลอว์นีย์ คือศาสตราจารย์ที่เราไม่ชอบเลยค่ะ -- เหมือนนางมีปากเเต่ไม่ค่อยมีความคิดที่จะกรั่นกรองว่าอะไรควรพูดอะไรไม่ควรพูดอ่ะ เอาจริงๆรู้สึหไม่ชอบพอๆกับป้าคางคกในชุดสีชมพูอี๊นั่นเลยอ่ะ555
    #1021
    3
    • #1021-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      7 มีนาคม 2562 / 20:17
      ไรต์ก็ไม่ค่อยชอบเหมือนกันค่ะ //แต่ไม่ชอบป้าคางคกกว่ามาก
      รู้สึกเหมือนกับศาสตราจารย์มักกอนนากัลที่เธอทำนายค่อนข้างเลื่อนลอย และแช่งเรื่องตายไปทั่ว ต่างจากฟีเรนซีที่เน้นใช้หมู่ดาวทำนายอนาคต ดูน่าเชื่อถือกว่าเยอะค่ะ...
      #1021-1
    • #1021-3 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      8 มีนาคม 2562 / 07:40
      ไรต์ตลกที่ดัมเบิลดอร์ตั้งฟีเรนซีเป็นอาจารย์แทนทรีลอว์นีย์
      รู้ทั้งรู้ว่าป้าคางคกเกลียดอะไรแบบนั้นแล้วยังทำ 55555555
      //บางทีปู่ก็กวน
      #1021-3
  22. #1020 g_risa (@g-risa) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 19:56
    อ่านด้วยความระทึกทั้งตอน เงียบสงบก่อนพายุมา
    #1020
    1
    • #1020-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      7 มีนาคม 2562 / 20:15
      ไรต์เกริ่นให้ลุ้นเล่นๆ พายุจะมาเมื่อไหร่นั้นยากจะคาดเดา โฮกกกกก
      #1020-1
  23. #1019 ploywendy (@ploywendy) (จากตอนที่ 67)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 19:51

    สู้ๆๆ ติดตามอยู่ตลอดเลยยยย
    #1019
    1
    • #1019-1 YukiMichiyo (@YukiMichiyo) (จากตอนที่ 67)
      7 มีนาคม 2562 / 20:14
      ขอบคุณมากเลยนะคะที่ตามมาตลอด
      ฮือออ ไรต์จำได้ คุณ Ploywendy อยู่กับไรต์มานานพอดู ><
      #1019-1