คัดลอกลิงก์เเล้ว

[BTS_END] Eternally Us {KookMin}

โดย Zamantha

JK - You didn't tell me.. JM - I can't.. {rewrite จาก last reason ของ/โดยtessie_6899}

ยอดวิวรวม

1,645

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


1,645

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


71
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  23 ก.ย. 59 / 23:27 น.

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
Eternally Us
.
.

I can beside you in reality
I can touch you in my life
I can do anything for you

But
I can't...



- PARK Jimin -

------------------------------

You tell me how to calm down with xing stories
You tell me how to change for good future
You tell me how to be good for someone
But
You didn't tell me...



- JEON Jungkook -

------------------------------

.
.

เฮลโหลวววววว
ยินดีต้องรับทุกท่านเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการที่สำคัญกว่าการเรียนรู้ ถถถถถ
ฟิคมีข้อติตรงไหนบ้าง คอมเม้นไว้นะคะ
เรื่องหน้าจะได้แก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น

Ps. นี่คือฟิคอ่ะเนอะ บางอย่างอาจไม่ตรงกับชีวิตจริง ขอโทษนะคะ 5555
 
tw : @tessie_6899

ขอบคุณ theme เรียบหรูจาก SNAP THEME นะคะ
S
N
A
P

เรื่องในตอนนี้ อัพเดท 23 ก.ย. 59 / 23:27

บันทึกเป็น Favorite


Eternally Us



You are the love of my life
คุณคือความรักให้แก่ชีวิตผม
- Mirrors, Justin Timberlake -





        "เฮีย! ผมว่าชิดผนังดีสุด!"

        "ห๊ะ"

        "ชิดผนังเฮีย ชิดผนัง!!"

        ปึง!

        ฉับพลันเมื่อตู้หนังสือชิดผนัง คนอายุมากกว่าก็ปล่อยตัวเองลงพื้นอย่างหมดสภาพ ปาหมวกไปที่มุมห้องอย่างอารมณ์เสีย ชายหนุ่มหอบหายใจหนักหน่วงและเช็ดเหงื่อบนหน้าด้วยแขนเสื้อ และไม่ลืมที่จะด่าอีกคนในห้องเป็นชุดสเต็ปการแร็พ Chris Brown ในเพลง Only ของ Nicki Minaj

        "ขี้บ่นว่ะเฮีย ขนของแค่นี้ไม่ตายหรอก"

        "สัส! มึงลองขนของเข้าออกห้องสองรอบติดแบบกูไหมล่ะ!!"

        เสียงทุ้มต่ำจากความเมื่อยล้าเป็นของ 'ปาร์ค ชานยอล' นักศึกษาปีสองย่างปีสามคณะจิตวิทยา บุคคลที่นอนแผ่ความสูงอยู่ ณ พื้นห้อง หยาดเหงื่อบนใบหน้าหล่อเหลายังคงผุดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และนั้นทำให้ผม 'จอน จองกุก' (ว่าที่)เด็กอักษรต้องเปิดแอร์ให้ด้วยความสงสาร

        ถามว่าต่างคณะ แต่ทำไมถึงรู้จักกันได้น่ะเหรอ?
        เรื่องมันยาว เอาไว้ทีหลังล่ะกัน

        ผมเดินสำรวจไปพลางๆระหว่างรอเฮียชานงีบ เป็นที่รู้กันดีว่าการหาหอพักใกล้มหาลัยมันไม่ใช่เรื่องง่าย ซึ่งเรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้เฮียชานที่ดันมีน้องชายจะย้ายออกพอดี ..ได้ข่าวว่าย้ายไปแชร์ค่าห้องกับเพื่อน ผมก็เลยมาเสียบต่อแบบสบายๆ

        ว่าแต่ ..นี่มันสมุดอะไรวะ

        ได้แต่นึกในใจแต่ก็หยิบมันขึ้นมาดู สมุดไดอารี่สีดำมีลายเส้นสีขาวอาร์ตๆเป็นหน้าปก ถือว่าสวยใช้ได้ ช่างต่างจากลายมือหวัดๆที่ต้องเพ่งสักพักถึงจะอ่านออกนี้ชะมัด


        23/12/20xx
        {กลอน by คนที่เป็นน้องพี่จินและขี้ข้าเฮียชานอ่ะ เออนั้นแหละ}
        นี้มันคือเหตุการณ์ประวัติศาสตร์
        เพราะกูปาร์คคนนี้ลงมือแต่ง
        ไดอารี่จากไอ้แทคนหน้าแดง (อันที่จริงมันดำ)
        แล้วคือแม่.งเอาสมุดมาให้กู
        เหตุผลให้คือเป็นของรับโลกใหญ่
        มหาลัยที่เรียนใหม่มอปลายรู้
        แต่สงสัยว่าคนที่เคยเรียกครู
        ไมจู่จู่กูต้องเรียกว่าอาจารย์


        ผมอดขำไม่ได้หลังจากอ่านบทกลอนหน้าแรก ไดอารี่ที่เริ่มด้วยบทกลอนกวนๆแทนที่จะแนะนำตัวเหมือนคนอื่น เป็นอะไรที่ดูแปลกๆหน่อย แต่ก็ดึงดูดให้เปิดหน้าต่อไปได้ง่ายๆ


        24/12/20xx
        งานงอกชิบหาย! เข้าคลาสแรกไม่ทันครับท่านนนนน!! นาฬิกาแม่.งไม่ปลุกเว้ยยย!! กะว่าตั้งใจจะเอาเกรดบีบวกสักเทอมคือไม่ได้เลยใช่ป่ะ? ทำไมพระเจ้าถึงส่งบททดสอบความขยันมาให้กระผมเร็วขนาดนี้ล่ะครับ? ทำงานเหมือนไปรษณีย์บ้างก็ได้นะครับพระเจ้า ..แม่.งงงงง อยากแดกเหล้าเว้ย!
        (มันปลุกแล้วเหอะ! นาฬิกามึงแหกปากโคตรเสียงดัง! จนกูที่มีเรียนคลาสบ่ายต้องแหกขี้ตาขึ้นมาปิด สัส!! จาก แทฮยองคนแมน(อยาก)เป็นแฟนพี่จิน ..ไม่ใช่พี่ไอ้ชริจิมจริมชันนะ)

        25/12/20xx
        วันนี้! เข้า-คลาส-แรก-ทัน-เว้ยยยย!! (ปรบมือสิครับ) แต่อารมณ์บ่จอยว่ะ! จารย์สอบควิซไง แล้วทำไม่ได้ไงประเด็นนนนน แต่นั้นก็ยังไม่พีคเท่าตอนเย็น! คือนั่งกินเหล้าร้านหลังมออยู่ดีๆ คนที่ไอ้แทแอบชอบมาสารภาพรักคร้าบบบบ เหยดดดด โคตร-อิจ-ฉา!! แล้วตอนนี้ไอ้แทกำลังเก็บเสื้อผ้าจะไปค้างห้องพี่เขา หน่องอกเร็วชิบหาย! แต่ทำไมไม่นอนนี้กันวะ! นอนเหอะพวกนาย กระผมจะได้ไม่ต้องเสียตังค์โหลดหนังโป๊ ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ


        ผมส่ายหัวไปมาอย่างเอือมๆ รู้สึกเฉยๆกับเรื่องนี้เพราะใครก็ต้องเคยดู ผมเปิดอ่านผ่านๆอีกหลายหน้า ที่เห็นได้ชัดเลยคือน้องเฮียคนนี้ดื่มเหล้าบ่อยมาก สัปดาห์ละห้าวันเป็นอย่างน้อย

        แกร๊ก

        เป็นเฮียชานนั้นเองที่ลุกขึ้นไปเปิดประตูและคุยกับใครสักคนหน้าห้อง นานจนผมสงสัยว่าใครกันแน่ ผมเอนตัวเพื่อมองต้นเสียงที่ถามหาบางสิ่งในห้อง

        "พี่เห็นสมุดผมป่ะ? ผมหามันไม่เจออ่ะ"

        นั้นแหละคือประโยคดึงดูด ผมมองของในมืออีกครั้งแล้วจึงสาวเท้าเข้าใกล้เหตุการณ์ที่ประตู อาจเป็นเพราะความสูงเกือบ 190 ที่ทำให้เฮียชานบังอีกคนจนมิด หรือถ้าไม่ใช่แบบนั้น ..น้องเฮียก็จะต้องเป็นคนที่ตัวเล็กมากๆ

        "อะไรวะเตี้ย ช่วยขนของออกจากห้องแล้วจะให้กูช่วยหาของอีกเหรอ"

        "อ้าว.. นี่น้องในไส้นะ! เหตุผลอะไรที่พี่จะไม่ช่วยผม"

        "เหตุผลคือกูขี้เกียจไง!"

        "น่าจะเรียกสันดานมากกว่าเหตุผลนะ"

        ผมมองคนที่กำลังทำหน้ากวนตีนใส่พี่ชายแม้จะเสียเปรียบส่วนสูงที่ต่างกันจนเห็นได้ชัด ริมฝีปากแดงระเรื่อกับเรียวลิ้นยื่นออกมา เสียง 'แบร่~' เหมือนเด็กน้อยนั้น ..แปลกไหมที่ผมมองว่ามันดูเข้ากันดีกับร่างกายของเขา


        ตัวเล็กจังวะ..


        "เตี้ย! มึงด่ากูเหรอ!"

        "ด่าอะไรครับ ผมยังไม่เทียบพี่เป็นสัตว์เลยนะ ..คำว่าเหี้.ยสักคำก็ยังไม่พูด"

        "อ้าว! น้องกวนส้นกู! คนที่กวนส้นกูมันต้องเจออะไรวะจองกุก!!"

        "ใช่สมุดนี้ป่ะครับที่พี่หาอยู่"

        "อ้าวไอ้เวร"

        เฮียชานมองผมด้วยสายตาหาเรื่องทันทีหลังจากโดนหักหน้า ผมหลบวงแขนที่หมายจะล็อกคอและผลักหลังคนแก่สุดเข้าห้อง ก่อนจะหันไปเผชิญกับคนแปลกหน้าที่เอาแต่หัวเราะและยกนิ้วให้กับผม


        น่ารักจังวะ..


        "เชี้.ยกุก! มึงต้องทีมกูดิวะ!!"

        "พี่เรียนยังไงถึงไม่รู้ว่าสมัยนี้เขามีน้ำมันตับปลาแล้ว" น้องเฮียหันมามองผม "และแม่นายต้องซื้อให้กินแน่ๆใช่ไหมล่ะ"

        "ถ้าจะด่าขนาดนี้มึงเอารองเท้ามาฟาดหน้ากูเหอะ!!"

        ผมและเขาพร้อมใจกันหัวเราะที่สามารถแกล้งเฮียชานได้ ผมวางสมุดลงมือเล็กๆที่แบออกมา เงยหน้าก็เจอกับตาเรียวรีที่พออยู่บนโครงหน้านี้แล้วกลับให้ความรู้สึกน่ามองอย่างบอกไม่ถูก


        จีบได้ไหมวะ..


        "เล่มนี้แหละ" น้องเฮียพลิกดูสมุดในมือ มองหน้าผมแล้วขมวดคิ้วเล็กๆ "เอ่อ.."

        "จองกุกครับ" ผมไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมถึงรีบตอบ "จอน จองกุก"

        "ขอบใจนะจองกุก" น้องเฮียตบบ่าผมเบาๆ เอนตัวไปด้านข้าง "ไปนะพี่ชานยอล~"

        ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ที่ผมปล่อยสายตาตามการกระทำของน้องเฮีย ตั้งแต่เขาเอียงตัวบอกลาพี่ชาย ปล่อยมือจากบ่าผม กระชับสายเป้ที่หลัง หรือแม้กระทั่งตอนที่เขาหันหลังเดินออกจากห้องไป ..ผมไม่รู้จริงๆ

        "หือ?"

        ไม่รู้จริงๆว่าไปคว้าข้อมือน้องเฮียไว้ตอนไหน ได้สติอีกทีก็ตอนที่เขาส่งเสียงในคอเบาๆเป็นเชิงว่ามีอะไรนั้นแหละ


        มือนุ่มจังวะ..


        "พ.. พี่" เอาแล้วไง ทำไมจู่ๆรู้สึกแปลกๆวะ ประหม่าเหรอ? แต่ผมขอเบอร์สาวก็บ่อยนะเห้ย "พี่ชื่ออะไร ค.. ครับ" แล้วเสียงจะสั่นทำเพื่อ!

        "ฉัน?" เขาชี้ตัวเอง จ้องมือตนอยู่สักพักจนผมต้องปล่อย "ฉันชื่อจีมิน"


        'ปาร์ค จีมิน'
        ..ทำไมจู่ๆผมก็รู้สึกว่านามสกุลมันเพราะวะ..


        "แค่นี้ใช่ไหม" นั้นไม่ใช่เสียงผม "แยกย้ายนะครับ" และก็ไม่ใช่เสียงพี่จีมินด้วย

        ปัง

        แหงดิ! จะเป็นเสียงพี่จีมินได้ไง โดนปิดประตูอัดหน้าแบบนั้น คงไม่ต้องบอกใช่ไหมครับว่าฝีมือใคร

        "เฮีย.."

        "น้องกูโสด และกูไม่ให้จีบ"

        โอ้โห สาบานดิว่าเรียนจิตแพทย์ ใครไม่รู้คงนึกว่าหมอดู

        "คิดว่ามึงอ่านยากหรือไงครับ" เสียงกวนตีนเลเวลสิบ แถมยังชี้หน้าชนิดหาเรื่องด้วยว่ะ "แค่มองตากูก็รู้ว่ามึงคิดอะไร"

        "เห้ย! เฮียแอบชอบผมเหรอ!!"

        "หึหึ กูไม่ตลก" เฮียแกทำหน้าโหดชิบหาย เดินไปแถวทีวีและต่อเครื่องเล่นเกมส์เสร็จสรรพ ผมถอนหายใจเบาๆ เดินไปหาเฮียในโหมดหวงน้องด้วยความรู้สึกกลัวเล็กน้อย

        ความหน้าด้านผมก็มีเท่าๆคนปกตินะ แต่ทำไมตอนนี้แม่.งสูงเหลือเกินผมก็ไม่รู้ จะบอกไงวะ? คือมันรู้สึกว่าใช่ ผมรู้สึกว่าคนนี้แม่.งใช่มากๆสำหรับผมอ่ะ

        พรหมลิขิตเหรอ? ปัญญาอ่อนว่ะ
        โชตชะตาต่างหากที่ทำให้เราเจอกัน

        สัส! แม่.งเลี่ยนกว่าเดิมอีก!

        "เฮียให้ผมจีบเหอะ" เขย่าแขนแรงๆซะ ไม่ตกลงไม่ให้เล่นเกมส์อ่ะเอาดิ!

        "มึงพูดแบบนี้.." เฮียชานมองผมด้วยหางตา "บอกลาพ่อแม่แล้วใช่ไหม"

        โอ้โห เล่นถึงตายเลยเว้ย! แต่ดูหน้าจากหน้าพี่จีมินก็ไม่แปลกใจ คนอะไรโคตรน่ารัก~! "โหยยยเฮีย! ผมเป็นคนดีนะ ไม่ใช่คาสโนว่าแถมพ่วงตำแหน่งว่าที่เดือนคณะ หน้าตาดีและมีอันจะกิน"

        "..."

        "ให้ผมจีบนะเฮีย สาบานว่าจะไม่ทำให้เสียใจ" แต่ไม่สัญญาเรื่องเสียตัว หึหึหึ..

        "..."

        "..."

        เฮียชานดันกระพุ้งแก้มตัวเองจนนูน แล้วชูนิ้วขึ้น "เงื่อนไขสองข้อ"

        นั้นไง! เฮียชานแม่.งเป็นแบบนี้ตลอด ..ไม่ยอมเสียเปรียบเด็ดขาด

        "ข้อแรก มึงต้องยอมกูทุกอย่างครั้งหนึ่ง" พูดจบก็พับนิ้วลง "ข้อสอง มึงต้องเล่นเกมส์ชนะกู" พูดจบก็โยนจอยเกมส์อีกอันลงที่ตัก

        ไม่เคยรู้สึกกลืนน้ำลายลงคอยากขนาดนี้มาก่อน "จะให้ผมทำไรก็ได้ ยกเว้นเรื่องเกี่ยวกับพี่จีมิน" พูดดักแม่.งเลยครับ ลางสังหรณ์แรงมากว่าเฮียแกจะพูด 'ห้ามยุ่งกับน้องกู!' ซึ่งผมไม่ยอม "ส่วนข้อสอง ขอชนะแค่รอบเดียวได้ป่ะ"

        "ฝันไปเหอะว่าจะชนะกู" ความมั่นใจให้ล้าน พอผมหันไปมองจอถึงเข้าใจ ..แหงดิวะ! เกมส์โปรดเฮียแกเลยครับ ควิกไทม์เพียบ!!

        ประเด็นคือผมเป็นคนกดปุ่มช้าไงครับคุณผู้อ่าน ..โคตรแฟร์เล๊ย!!

        "และถ้ามึงคิดแค่จะเอาน้องกูนะ" คำขู่โหดๆมาระหว่างรอเกมส์ "กูจะเอามึง!"

        "ฝันเหอะเฮีย! ตูดผมมีไว้ทำหน้าที่เดียว" ว่าจบก็กดเริ่มเกมส์ทันที เฮียแกมั่วแต่อึ้งทำให้ผมนำไปก่อน หึหึหึ

        เคยได้ยินป่ะครับว่าความรักแม่.งเป็นพลังสำหรับทุกอย่าง

        ผมไม่เชื่อนะ

        "ไรวะเฮีย! ขออีกรอบ!!"

        เพราะสุดท้าย เกมส์รอบแรกผมก็แพ้เฮียชานตามระเบียบ

        แต่ถ้าบอกว่า ความรักทำให้คนเปลี่ยนไปเป็นคนละอย่าง

        ผมเชื่อนะ

        เพราะอะไรน่ะเหรอ
        .
        .



        "ไอ้เวร! มึงโกงกู!!"



-Eternally Us-



        "สภาพอย่างกับซอมบี้เนอะมึงอ่ะ"

        "พูดมากว่ะ"

        ผมก้มหัวหลบนาฬิกาปลุกหลังจากมันลอยผ่านอากาศด้วยจุดมุ่งหมายที่จะฝากรอยบนหน้าผาก เมื่อความพยายามของ 'คิม แทฮยอง' เฟลไป ผมก็ทำตาโบ๋แล้วแลบลิ้นใส่มันทันที

        "กวนตีน!" แทฮยองชูนิ้วกลางใส่ผม ไม่อยากเชื่อเลยว่าคนเถื่อนๆแบบนี้จะมีแฟนเป็นตัวเป็นตน ..แถมหล่อมากด้วย "ใช่สิ! กูมันก็แค่เพื่อนนี่ มึงจะมาทำดีอะไรด้วยล่ะ!"

        "อะไรของนาย" จู่ๆก็มาดราม่าโหมดเฉย สมฉายาเอเลี่ยนจริงๆ ตามอารมณ์ไม่ทัน

        "เหอะ! กูมันไม่ใช่แฟนเด็กมึงนี่ จีมิน!" แทฮยองกระแทกกระทั้นเสียงตอนท้ายใส่ผม เพราะงั้นมันถึงโดนหมอนประทับหน้าเต็มๆ "โอ้ยเพื่อนเหี้.ย! โยนมาทำเตี่ยไร!!"

        "ฉันไม่ได้คบกับจองกุกสักหน่อย" ผมพาสังขารตัวเองขึ้นจากเตียง ในเวลาเกือบบ่ายแบบนี้ก็อยากนอนต่ออยู่หรอก แต่ผมเลือกจะหยิบโทรศัพท์และเช็คข้อความแทน

        JK : พี่คร้าบบบ พรุ่งนี้มีว่างไหม
        JM : ว่างช่วงบ่ายอ่ะ ถามทำไม
        JK : ถึงเย็นเลยเปล่า
        JM : อือ
        JK : งั้นผมจองตัวนะ เดี๋ยวจะไปรับตอนบ่ายสาม
        JM : ใครบอกว่าฉันตกลง?

        ข้อความเมื่อคืนสิ้นสุดที่ตรงนั้น จองกุกอ่านแต่ไม่ตอบกลับ

        มันก็แค่นั้นแหละ ..แต่ทำไมผมกังวลอยู่แทบทั้งคืนก็ไม่รู้ พอตื่นมาเจอคลาสหนักแต่เช้าสภาพผมในช่วงบ่ายถึงได้เป็นแบบที่แทฮยองมันพูด ..ซอมบี้

        "ไม่ได้คบกันนะ แค่แชทกันทุกวันจนมันติดเป็นนิสัยแค่นั้นเอ๊งงงง" แทฮยองล้อเลียนผมอย่างน่าหมั่นไส้ ท่าทางก็ก๊วนกวน อดคิดไม่ได้ว่าบางทีแทฮยองเหมือนน้องพี่ชานยอลมากกว่าผมซะอีก นิสัยเหมือนกันเหลือเกิน "ชิ๊! กูไปหาผัวล่ะ บายยยย"

        แทฮยองออกไปแล้ว ..มันแซวผมแบบนี้ประจำ ทั้งที่หน้าที่อิจฉาควรจะเป็นผมมากกว่าที่ไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน

        ผมเอนตัวลงเตียงอีกครั้ง จะให้ทำยังไงต่อล่ะ? เด็กบ้านั้นไม่ติดต่อกลับมาแบบนี้ จะรู้เหรอว่าควรแต่งตัวตอนไหน ยังไง และไอ้ที่จองตัวไว้น่ะจริงจังหรือเปล่า

        ความสัมพันธ์ของผมกับจองกุก ..เราก็แค่คุยกันครับ ตั้งแต่วันนั้นที่ผมไปขอสมุดไดอารี่คืนมา ถ้าพูดแบบเข้าข้างตัวเองคือหลังจากนั้นจองกุกก็รุกผมหนักมาก ทั้งแชทเอย มาเจอหน้าผมบ่อยๆเอย หรือแม้กระทั่งตามไปรับไปส่งผมจากที่ทำงานพาร์ทไทม์

        ตอนแรกผมก็เกรงใจเขานะ แต่พักหลังมานี่ ..เขาเรียกว่าชินได้หรือเปล่า?

        จู่ๆโทรศัพท์ในมือก็สั่น กลายเป็นผมที่ลุกพรวดจากเตียงเพื่อดูข้อความที่ส่งเข้ามา ..แต่แล้วชื่อบนหน้าจอก็ทำให้ผมได้แต่กรอกตา

        CY : เตี้ย ช่วยไรอย่างนึงดิ

        อีกล่ะ พนันได้เลยว่ามันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่ ..และผมปฏิเสธได้ซะที่ไหนล่ะ

        หงุดหงิดว่ะ!

        คราวนี้โทรศัพท์ผมสั่นอีกรอบ แค่เห็นชื่อที่โชว์ผมก็คว่ำปากเป็นสระอิทันที

        JK : ตกลงเหอะครับ จะได้ไม่เป็นภาระต่อจิตใจผม

        คำเดียวเลยจริงๆที่นิยามความรู้สึกผมตอนนี้ได้ ..งอน!!
        รู้หรอกว่าไม่มีสิทธิ แต่มันงอนไปแล้วอ่ะ! แถมมือยังเร็วกว่าสมองอีก!

        JM : ตอนแรกก็ตกลงนะ แต่ตอนนี้ไม่อยากไปแล้วอ่ะ ทำไงดี?
        JK : ก็เปลี่ยนกลับสิ! ตกลงเถอะพี่จีมิน
        JK : นะครับนะ ขอร้องล่ะ PLEASE~

        นี่บ้ามากๆ บ้าไปแล้ว!

        ผมพยายามกลั้นยิ้มเอาไว้ราวกับจองกุกอยู่แถวนี้ แค่เห็นข้อความอ้อนของเขาผมก็อารมณ์ดีขึ้นมาเลยงั้นเหรอ แล้วไอ้ที่หงุดหงิดอยู่เมื่อกี้ล่ะ? เด็กนี้ทำให้เขาสับสนชะมัด!


        JK : ผมเดทคนเดียวไม่ได้หรอกนะ


        โอ๊ยยยย ที่ร้อนๆตรงแก้มนี่มันอะไรกันเนี่ยยยยย
        .
        .



        ล้อยางชั้นดีเบียดไปกับถนนจนกระทั่งมันหยุดนิ่ง ขาตั้งมอเตอร์ไซค์ถูกปล่อยลงพร้อมกับหมวกกันน็อคที่หลุดออกมาจากหัว จองกุกเซ็ตผมตัวเองอยู่สักพักจึงลงจากยานพาหนะ เขาหลุดขำเล็กน้อยที่ต้องมาช่วยคนซ้อนเอาหมวกกันน็อคออก

        จีมินนิ่วใบหน้ากับผมที่ยุ่งเหยิงนิดๆ มันจะไม่เป็นอะไรเลยถ้าเหงื่อไม่ประปรายตามโครงหน้าและลำคอขาวจั๊ว
        ..จองกุกคิดว่ะ

        แต่เขาจะแสดงออกไปไม่ได้ "เดี๋ยวผมเข้าไปทำธุระแป๊บนึง รอตรงนี้ได้ไหม"

        "อือ ได้ดิ" จีมินพยักหน้า ตอนนี้แดดก็อ่อนลงมากแถมยังมีลมพัดอยู่ตลอด "ไปเถอะ"

        จองกุกจิ้มแก้มอีกคนเบาๆ เขาแจกรอยยิ้มและหันกลับหลัง สอดส่องซ้ายขวาไปมาก่อนจะข้ามทางม้าลายเพื่อไปยังร้านขายเครื่องดนตรีฝั่งตรงข้าม

        "ที่กูสั่งได้ยัง"

        "มึง" เสียงเพื่อนอีกคนกล่าวเบาๆ เดาได้ไม่ยากเลยว่ามันต้องมีเรื่องแหงๆ "คือว่า.."

        "อะไรอีก" จองกุกพูดเสียงเหวี่ยง ยืนพิงผนังแล้วจ้องเพื่อนอย่างกดดัน

        "ไอ้ที่มึงสั่งน่ะเสร็จแล้ว" หญิงสาวอีกคนกล่าว หยิบโทรศัพท์จองกุกขึ้นมาแล้วเอียงตัวหลบ ซ่อนของไว้ข้างหลังเมื่อจองกุกจะคว้ามันคืน "กูขอยืมตังค์มึงหน่อยดิ"

        "เชี่.ยไรอีก! ครั้งที่แล้วมึงยังไม่คืนกูเลยนะ!!" ชายหนุ่มพูดเสียงเหวี่ยงใส่ 'ชเว จินรี' เพื่อนสาวร่วมห้องสมัยมัธยมปลาย แต่คุณเธอเลือกที่จะออกมาประจำร้านแบบนี้มากกว่าไปเรียนต่อแบบจองกุก "กูไม่ให้ยืม และเอาโทรศัพท์กูคืนมาด้วย"

        "จองกุก นี่กูเพื่อนมึงนะ" จินรีชี้ตัวเอง ยืนยันหนักแน่นในความสัมพันธ์ของเขากับเธอที่ควรจะให้ยืมเงิน มาไม้นี่ตลอด! "แค่นี้ช่วยเพื่อนไม่ได้เหรอ ทีกูยั--"

        "เลคเชอร์ชีวะแลกกับเงินห้าร้อย เลคเชอร์ฟิสิกส์แลกกับเงินสองพัน อะไรอีกที่กูติดมึงห๊ะ! จินรี!!" จองกุกไม่ใช่คนความอดทนสูง เขาแสดงออกมาทุกอย่างในสิ่งที่รู้สึกซึ่งมันอ่านง่ายเหมือนที่ชานยอลบอก เขาโกรธ และหยาบคาบใส่เพื่อนร่วมห้องอย่างตั้งใจ

        "น.. นี่มึงด่ากูเหรอ! มึงด่าผู้หญิงเหรอจองกุก!!" จินรีบีบน้ำตารื้นขอบ จนคนเห็นภาพได้แต่ถอนหายใจอย่างหงุดหงิด ..เอาประโยชน์ที่ตัวเองเป็นผู้หญิงมาเรียกความสงสาร และเสียงโหยหวนก็นานพอที่ผัวคุณเธอมาจะยืนเก๊กโหดแบบนี้

        "เรื่องง่ายๆแบบนี้ อย่าทำเป็นเรื่องใหญ่น่าน้องชาย!" จองกุกโค้งให้กับผัวจินรีที่อายุมากกว่าเขาเกือบรอบ แอบกรอกตาไปมาระหว่างโค้งด้วยความรำคาญของสองผัวเมีย "เงินแค่นิดๆหน่อยๆ ขนหน้าแข้งเอ็งคงไม่ร่วงหรอก"

        จองกุกกัดฟันกรอด.. เขาคิดผิดมหันต์ที่มายุ่งกับจินรีอีก

        แต่เพราะจินรีเปิดร้านขายเครื่องดนตรีแบบนี้ จองกุกถึงเลือกที่จะฝากของให้มาทำ อย่างน้อยก็เห็นแก่ความเป็นเพื่อนที่เรามี ถึงไว้ใจฝากงานทั้งๆที่มันเอาไปให้คนอื่นทำก็ได้

        "จะเอาเท่าไหร่" ชายหนุ่มพยายามเก็บอารมณ์คุกครุ่นไว้ในอก เขาไม่มีทางที่จะได้เงินคืนแล้วแน่ๆ

        ..คิดว่าจ่ายเพื่อให้ได้แฟนก็ได้ว่ะ!!
        .
        .



        ปาร์ค จีมินมองเด็กหนุ่มในโหมดอารมณ์เสียอย่างไม่วางตา

        จองกุกเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้เขาฟังทั้งๆที่ยังมีแววตาลุกโชนในตัว ถ้าเป็นจีมิน จีมินก็โกรธเพื่อนคนนั้นอ่ะนะ แต่สุดท้ายแล้ว ..เราทำอะไรได้ล่ะ?

        "ถ้าพูดแล้วอารมณ์เสีย ก็เลิกคิดถึงมันเถอะ" จีมินบอกคนข้างกาย เขารู้ว่ามันยากที่จะทิ้งเรื่องแย่ๆแบบนี้ "นายหงุดหงิดจนตายเพื่อนนายก็ไม่คืนเงินให้หรอกนะ"

        "โธ่.."

        "อีกอย่าง" จีมินปล่อยจุดโฟกัสให้กลายเป็นจองกุก ก่อนที่เขาจะยิ้มบางๆ "ฉันไม่อยากเดทกับคนที่กำลังโมโหหรอกนะ"

        "โอเค เลิกพูดเรื่องนี้กัน" ให้ตาย.. มันอดเขินไม่ได้จริงๆนะที่จู่ๆเราก็เป็นเหตุผลบางเรื่องของเขา "เขินเหรอ หน้าแดงเชียว"

        "เพราะแดดเหอะ!" จีมินเลี่ยงสายตาเป็นประกายเตรียมล้อเลียน เขามองไปอีกฝากหนึ่งของแม่น้ำ มองตึกสูงใหญ่ที่ขึ้นชื่อในเรื่องความบันเทิง

        "ฉันเคยไปออดิชั่นที่นั้นด้วยนะ" จีมินชี้ยังจุดหมายเมื่อได้รับแรงสะกิดจากจองกุก "แต่ไม่ผ่านอ่ะ"

        "จริงดิ?" เด็กหนุ่มถามอย่างไม่เชื่อ จนคนดวงตาเรียวรีต้องหันมามอง "ไม่ผ่านจริงๆเหรอ.. พี่มีเสน่ห์ก็ตั้งเยอะนะ"

        จีมินหันหน้าไปอีกด้านอย่างอย่างเก้อเขิน พยายามปรับสีหน้าให้ปกติแม้มันจะซ่อนจากสายตาจองกุกไม่ได้ก็ตามที "เสน่ห์อะไร หยุดพล่ามเลย"

        "ไม่ได้พล่ามสักหน่อย" จองกุกตอบ "พี่มีเสน่ห์เยอะจริงๆนะ ผมเห็นครั้งแรกยังชอบเลย"

        ไอ้เด็กนี่มันกล้าพูดประโยคแบบนี้หน้านิ่งๆได้ยังไงเนี่ยยยยย!!

        "ฮันแน่~ เขินอ่ะดิ" ยังมีหน้ามาล้อเลียน จีมินปัดป่ายมือที่รังจะมาเกี่ยวตัวเขาพร้อมกับเปลี่ยนเรื่องทันที

        "แล้วทำไมนายไม่ลองดูบ้างล่ะ นายหน้าตาดีนะ" ดูจากสีหน้าตอนเริ่มพูดเรื่องนี้จีมินก็รู้เลยว่าเด็กนี้คงไม่สนอะไรงานด้านบันเทิงแน่ๆ "ความสามารถมันฝึกกันได้อยู่แล้ว ลองดูระหว่างรอเปิดเทอมไหมล่ะ"

        "ไม่เอาอ่ะ ผมเก็บอารมณ์ไม่อยู่ ขืนหน้าบึ้งกลางรายการแฟนคลับหายหมดพอดี" จองกุกพูดติดตลก แต่นั้นก็แสดงเป็นนัยๆว่าจองกุกก็มีความอยากที่จะเป็นอยู่เหมือนกัน

        "ลองดูเถอะน่าจองกุก" จีมินไซโค "ได้ก็ดี ไม่ได้ก็เท่าตัว ไม่มีอะไรเสียหายนี่!"

        "ไว้จะลองคิดดูล่ะกัน" จองกุกตัดบท ถือโอกาสโอบไหล่อีกคนอย่างฉาบฉวย แววตาประกายเลื่อนใกล้ใบหน้าหวานอย่างตั้งใจ "เราไปกินข้าวกันก่อนเหอะ หนังจบคงเกือบทุ่ม"

        "และนายจะไปส่งฉันที่ห้องใช่ไหม"

        "ไปส่งน่ะไปอยู่แล้ว" จองกุกพาหน้าตัวเองชิดอีกคนจนจมูกเราแตะกัน "แต่อยู่เล่นกับว่าที่แฟนสักพักคงไม่เป็นไรเนอะ?"

        ขอยืมคำพี่ชานยอลมาใช้สักครั้งนะ..
        ไอ้เด็กเวร!!
        .
        .



        หนังจบเกือบทุ่ม

        แต่ตอนนี้ดันปามาเกือบสองทุ่มเพราะจองกุกลากจีมินขึ้นเรือล่องตอนกลางคืนนี้แหละ!

        เรือล่องรอบรองสุดท้ายลำนี้มีคนจำนวนไม่น้อยเลยทีเดียว จีมินไม่เคยนึกขึ้นอะไรแบบนี้เพราะในเมืองก็มีแท็กซี่และรถไฟใต้ดินอยู่แล้ว และมันสะดวกมากพอที่จะไม่นึกถึงการโดยสารทางน้ำ

        แต่จะบอกแบบนั้นก็ไม่ถูกสักทีเดียว เพราะบนเรือลำนี้ด้านในเป็นร้านอาหารที่ชุดโต๊ะนั่งมีเป็นคู่ๆเท่านั้น ส่วนมุมร้านคือวงดนตรีที่มีแค่เปียโน ไวโอลิน กีตาร์ และนักร้อง

        สัมผัสได้ถึงบรรยากาศสีชมพูที่ลอยฟุ้งเลยทีเดียว

        "พี่จีมิน" จองกุกกระชับข้อมือแน่นขึ้นราวกับเตือนสติ ใบหน้าหล่อเหลามีรอยยิ้มประดับและจีมินต้องยอมรับว่ามันน่ามองมากๆ "มาเถอะครับ"

        เด็กหนุ่มพาจีมินขึ้นมายังชั้นสอง เมื่อเรือเริ่มแล่นไปตามกระแสน้ำทำให้ลมโบกพัดอยู่ตลอด บนนี้ไม่มีใครเลย คาดว่าเพราะดินเนอร์กันอยู่ด้านล่าง รอบข้างเป็นวิวเมืองยามค่ำคืน ..ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าตอนนี้บรรยากาศมันโรแมนติกมากๆ

        จองกุกก็คงจะสังเกตเห็นด้วยว่าจีมินเริ่มเขินขึ้นทีละนิด "งั้น.. เดี๋ยวผมลงไปหยิบของแป๊บหนึ่ง" มือหนายื่นโทรศัพท์ที่เสียบหูฟังมาตรงหน้า "ฝากหน่อยได้ไหมครับ"

        "แค่ฝากใช่ไหม"

        "ฟังด้วยครับ" มีแค่ริมฝีปากที่ฉีกยิ้มเท่านั้นส่งมาให้เขา แววตาเป็นประกายปล่อยทำให้จีมินต้องก้มหน้าชิดอก เหลือบมองจากหางตาจึงเห็นว่าจองกุกเดินลงบันไดไปแล้ว

        และเมื่อปลดล็อคโทรศัพท์ หน้าจอก็โชว์เนื้อเพลงจากซีรี่ย์โด่งดังที่เคยผ่านตาจีมินมาบ้าง ..เขาไม่รอช้าที่จะใส่หูฟังและกดปุ่มรูปสามเหลี่ยม

        Baekhyun - Beautiful (Cover version by Jeon Jungkook)

        จีมินยิ้มกว้างมากกว่าเดิมหลังจากเห็นรายละเอียด จองกุกลงทุนร้องเองเลยเหรอ?
        น่ารักจริงๆเลยนะ

        ..อันยอง แนเก ทากาวา
        หวัดดี เข้ามาหาฉันสิ..

        ..ซูจุบุน ฮยังกีรึล อันกยอ จูดอน นอ
        เธอที่มักจะมีกลิ่นความขี้อายอยู่เสมอ..
        
        ..ฮีมีฮัน กุม โซเกซอ
        ในความฝันที่มืดมิดนี้..

        ..นูนี พูชีโดรก บันจักอิซซอ
        ดวงตาเธอก็ยังคงเปล่งประกายสดใส..

        จีมินยกยิ้มกว้างอย่างควบคุมไม่อยู่ จองกุกร้องเพลงเพราะมาก แถมเสียงยังหวานจนเขาเคลิ้มตามบทเพลง แม้ว่าจะลำบากที่ต้องอ่านคำแปลด้วยก็ตามที

        ..ซอลเรอีเม นาโด โมรือเก
        ใจของฉันเต้นแรงโดยที่ไม่รู้ตัว..

        ..ฮันบัน ดูบัล เนเก ทากากา
        ฉันค่อยๆเข้าใกล้เธอทีละก้าว..

        ..นอเอ กยอทเท นามา
        หยุดอยู่ข้างๆเธอ..

        แม้จะยังคงหันหน้าเข้าหาทิวทัศน์เมืองหลวงยามค่ำคืน แต่จีมินก็สัมผัสได้ถึงใครบางคนที่ยืนซ้อนหลังของเขาอยู่

        ..นอเอ มีโซเอ แน มาอือมี โนกาเนรยอ
        หัวใจของฉันละลายไปเพราะรอยยิ้มของเธอ..

        ..นูนี มาจุซอซึล แตน
        เมื่อสบเข้ากับดวงตาของเธอในนั้น..

        ..ดูกึนกอรยอ
        ใจฉันก็สั่นระรัวไปหมด..

        วงแขนแกร่งค่อยๆรวบเอวบางให้แนบชิดกับตัว จองกุกแอบสูดกลิ่นหอมๆบนศีรษะของรุ่นพี่ ก่อนที่เขาจะเกยใบหน้าไว้บนไหล่เล็กที่แข็งทื่อเพราะความเขินไปเสียแล้ว

        ..Oh นออี กาซือแม เน มิโซรึล กียอกแฮจวอ
        โอ้ อยากให้เธอจดจำรอยยิ้มของฉันไว้ในใจของเธอ..

        ..ฮารุเอโด มยอซบอนชิก
        วันละไม่กี่ครั้งก็ได้..

        ..เซงกักแฮจโว
        ช่วยคิดถึงฉันหน่อยนะ..

        ..Oh~ นอเอเก ฮาโก ซือพึน กือ มัล
        ฉันอยากจะบอกกับเธอเหลือเกิน..

        หูฟังสีขาวถูกปลดออกจากหูไปหนึ่งข้าง มันกลับถูกแทนที่ด้วยอีกประโยคนอกเหนือเนื้อเพลง ..ประโยคจากจองกุก


        "I love you.. Park Jimin"


        น่าแปลกที่มันน่าฟังกว่าเสียงเพลงที่ยังคงเล่นไปเรื่อยๆ

        จีมินหันตัวมาเผชิญหน้าผู้สารภาพรัก เขาก้มหน้าเพื่อกักน้ำตาที่เอ่อเต็มขอบ ก่อนจะเงยหน้ามองเด็กหนุ่มที่ตามตอแยเขาตลอดหลายสัปดาห์


        "Do you love me?"


        และมันสำเร็จ ..สิ่งที่จองกุกพยายามมาตลอด

        ปลายเท้าเล็กเขย่งขึ้นเพราะความสูงที่ไม่เอื้อสักเท่าไหร่ ก่อนที่ริมฝีปากแดงระเรื่อที่จองกุกสนใจมันตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอจะประทับบางเบาที่อวัยวะเดียวกัน

        จองกุกตกใจ แต่ก็ดีใจในเวลาเดียวกัน


        "คบกับฉันนะ ..จองกุก"


        คนตัวเล็กเอ่ยออกมาบางเบา ทว่ากลับดังก้องในหัวของจองกุก เด็กหนุ่มกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นไปอีกเมื่อเรียวแขนวาดมาคล้องคอเขาเอาไว้

        "ผมต้องเป็นคนพูดไม่ใช่เหรอ"

        "เหมือนกันแหละน่า" จีมินพองแก้ม ใบหน้าขาวขึ้นสีจนสังเกตเห็นอย่างง่ายดาย "แล้ว.. ว่าไงล่ะ"

        "ถามหาคำตอบจากคนที่บอกรักก่อนเนี่ยนะ"

        จองกุกพูดติดตลกซึ่งจีมินก็ยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่เราจะปล่อยหน้าที่ให้ริมฝีปากเป็นตัวยืนยันความรู้สึกอีกครั้งหนึ่ง

        ริมฝีปากที่ค่อยๆบวดเบียด ช่างเหมือนกับความรักของเราที่เริ่มก่อตัว

        จีมินแทบทรุดลงไปกองพื้นเมื่อโพลงปากเขาถูกรุกราน เรียวลิ้นร้อนที่เข้ามาทำร่างกายเล็กๆสั่นไปหมด จองกุกต้องกระชับแขนให้แน่นขึ้นเมื่อแฟนตัวเล็กอ่อนระทวยในอ้อมกอด

        แต่ก่อนอะไรที่มันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ จองกุกก็ยอมผละออกมา เขาจูบเบาๆอีกครั้งหนึ่งราวกับเป็นการขอบคุณ

        ทั้งๆที่จีมินควรจะทำมากกว่า

        เขาสบตากับจองกุกอีกรอบ พยายามสื่อความรู้สึกทั้งหมดโดยไม่ผ่านการพูด

        ..รัก ..ขอบคุณ ..ขอโทษ


        "ฉันรักนายนะ ..จองกุก"


        ขอบคุณมากที่นายเดินเข้ามาหาฉัน

        ขอบคุณที่สอนให้ฉันรู้จักความรักอีกครั้ง

        ขอบคุณที่มอบความรู้สึกที่ดีที่สุดให้กับช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

        และก็ต้องขอโทษจริงๆ


        I can't live with you ..forever


        ที่ฉันอยู่กับนาย ..ไม่ได้ตลอดไป



-Eternally Us-



        ผ่านมาปีกว่าแล้ว.. กับสถานะ In a relationship with Jimin

        จอน จองกุก นักศึกษาปีสองคณะอักษรศาสตร์อยู่ในชุดบอลสีแดงทั้งตัวเตรียมนอน เขาเปิดสมุดเลคเชอร์สีสันสดใสอ่านผ่านๆอย่างเบื่อหน่าย ก่อนจะสะดุดกับลายมือหยุกหยิกที่ต่างจากหน้าอื่นๆ

        ฮันแน่~ เตงอ่านผ่านๆใช่ไหมล่ะ?
        ตั้งใจหน่อยสิ! เค้าอุตส่าห์สรุปให้แล้วนะ! -3-

        ดวงหน้าหล่อหันไปมองประตูห้องน้ำที่ยังคงปิดสนิท ก่อนที่เขาจะยิ้มกว้างออกมากับความน่ารักของแฟนตัวเองที่ลงทุนย่อเนื้อหาลงสมุดเลคเชอร์ให้ แม้ว่าตัวเองก็ซ้อมหนักพอๆกัน

        จองกุกกับจีมิน เลือกที่จะเป็นเด็กเทรนระหว่างที่เรียนมหาลัย

        ก่อนเปิดเทอมมหาลัย ..จองกุกก็ยอมไปออดิชั่นตามที่จีมินรบเร้า เหมือนพระเจ้าจะเล่นตลกที่เขาดันผ่านเป็นเด็กเทรนในค่ายที่คนตัวเล็กพลาดไป ความคิดแรกของจองกุกคือถอนตัว เพราะช่วงนั้นเขาใกล้เป็นเด็กปีหนึ่งเต็มที

        อย่างที่รู้กัน ปีหนึ่งมันไม่ได้ง่ายเลย ไหนจะต้องร่วมกิจกรรมคณะ ทั้งรับน้องที่ทรหดเหลือเกิน กีฬาสีเฟรชชี่ คัดเลือกดาวเดือน ซึ่งพวกนี้มันมากพอที่จะไม่มีเวลาให้กับการซ้อม ..การเทรนเพื่อเป็นศิลปินที่ต้องทุ้มเวลามากมาย

        แต่ตอนนี้จองกุกอยู่ปีสอง และเขาก็ยังเป็นเด็กเทรนอยู่
        สิ่งที่ทำให้เขาเปลี่ยนความคิดจากทั้งหมดน่ะเหรอ? คำเดียวสั้นๆเลยนะ

        แฟน

        เพราะรอยยิ้มตอนที่จีมินรู้ว่าเขาผ่านออดิชั่น มันคือโคตรของความน่ารัก ปฏิกิริยาของคนตัวเล็กที่แสดงออกมา ดูก็รู้ว่าจีมินดีใจกับการเป็นเด็กเทรนของจองกุกมากแค่ไหน

        "เตงอ่านเสร็จแล้วเหรอ" รุ่นพี่ปีสามคณะสถาปัตย์เดินออกจากห้องน้ำ ในมือก็มีผ้าไว้ขยี้ผมที่เปียกชุ่ม ดวงตาเรียวรีมองมาอย่างจับผิด

        "อือ" จองกุกครางตอบ ละสายตาจากการ์ตูนโปรดในมือ มองคุณแฟนที่เดินทั่วห้อง "วันนี้เตงไม่ตัดโมเหรอ"

        "เค้าเหนื่อยอ่ะ ขี้เกียจด้วย" จีมินหยิบการ์ตูนโปรดของแฟนหนุ่มติดมือมาหนึ่งเล่ม ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนระหว่างขาแกร่ง ปล่อยให้จองกุกจัดการผมตัวเองต่อ "คนละเล่มนี้! โคนันตอนล่าสุดอยู่กับเตงใช่ป่ะ!"

        จองกุกยื่นเล่มที่ตนอ่านอยู่ให้แฟนตัวเล็ก "เตงจะไม่ตัดโมจริงๆเหรอ ไหนว่าทำนานไง?" ถามอีกรอบด้วยความเป็นห่วง ทุกครั้งจีมินจะตัดโมเดลจนหลับคาโต๊ะ และจองกุกจะตื่นเกือบเช้าตลอดเพื่ออุ้มไปนอนบนเตียง ..ไม่กี่ชั่วโมงหรอกที่จะได้นอนกอดแฟนตัวเอง ไอ้เรื่องกิจกรรมในร่มน่ะฝันไปเหอะ!

        เฮียชานก็ขู่ว่าจะฆ่าจองกุกถ้าเขาเอาจีมิน(แฟนกูไหมล่ะมึ๊งงงง!!) ไหนจะตัวเล็กเองที่ไม่มีเวลาให้เรื่องอย่างว่า(ตัดโมเดลจนเช้า) เห้ออ~ ชีวิตมันเศร้า ..ขอเหล้าเข้มๆ

        โดยที่ตอนเช้าจีมินจะไปซ้อมแบบเขา แต่ตอนกลางคืนจะนั่งตัดโมเดล เลคเชอร์ให้ตัวเอง ไหนจะของจองกุกที่เป็นเนื้อหาจำล้วนๆอีก ..อดห่วงไม่ได้จริงๆว่าจีมินจะเป็นอะไรไป

        "ไม่ตัด"

        "ไม่กลัวติดเอฟเหรอ"

        "ไม่อ่ะ" จีมินตอบ "ยังไงก็จะออกอยู่แล้ว" และตรงนี้ก็เบามากจนจองกุกไม่ได้ยิน

        "หืออ เตงพูดว่าไรนะ"

        "ไม่มีไร" จีมินบอกปัดๆ แววตาหมนลงเล็กน้อย "พรุ่งนี้จะบอกผลแล้วใช่ไหม"

        เพราะบางคนก็เป็นแบบพวกเขาที่เรียนไปด้วย มาซ้อมไปด้วย บางคนก็แค่อยากอวดอ้างว่าตนได้เป็นเด็กเทรน ทางบริษัทจึงตั้งข้อกำหนดขึ้นมาอีกหนึ่งข้อ

        บุคคลที่มีรายชื่อในสิทธิ์ที่จะได้เดบิวต์ จะต้องย้ายเข้าหอของทางบริษัท ซึ่งจะต้องหยุดกิจกรรมประจำทุกอย่าง เพื่อให้การซ้อมได้ผลดีที่สุด (สิทธิ์นี้ไม่ได้ยืนยันว่าบุคคลนั้นจะได้เดบิวต์แน่นอน เพียงแต่ว่ามีโอกาสมากกว่า 50% เท่านั้น)

        จองกุกพยักหน้า ลดแรงลงเรื่อยๆเมื่อผมเริ่มแห้ง "ถ้าไม่มีชื่อ เค้าก็จะไม่เทรนต่อแล้วนะ"

        "ทำไมอ่ะ"

        "เค้าไม่อยากให้เตงเหนื่อยกว่านี้แล้ว" จองกุกกอดเอวบาง กดจมูกลงกลุ่มผมนิ่มที่หอมเพราะแชมพู เลื่อนลงมาเรื่อยๆและเกยหน้าบนไหล่แคบ "เตงก็เหมือนกันนะ ถ้าเหนื่อยก็หยุดเถอะ"

        "..."

        "ถ้าเตงเป็นอะไรไป เค้าอยู่ไม่ได้แน่ๆ" น้ำเสียงออดอ้อนจนคนฟังรู้สึกกระตุกที่หัวใจ จีมินปิดการ์ตูนโคนันในมือช้าๆ แม้จะถึงช่วงไขคดีของราชินีคอร์ทหญ้าก็ตามที เขาหันไปหาแฟนหนุ่มช้าๆ ก่อนจะยิ้มออกมาบางเบา

        นายทำฉันรู้สึกแย่นะจองกุก
        ถ้านายเป็นแบบนั้นจริงๆ ..ฉันคงรู้สึกผิดไปตลอด

        "โอเว่อร์ล่ะ"

        "เค้าจริงจังนะ" จองกุกเอนซบกับฝ่ามือเล็กๆที่ประคองหน้าตนไว้อย่างอ่อนโยน "เตงดีกับเค้ามาก จนเค้ารักเตงมาก ..เค้าไม่อยากให้เตงไปไหนเลย"

        "ตอนนี้ก็ไม่ได้ไปไหนสักหน่อย" จีมินขยับหน้าเข้าใกล้แฟนหนุ่ม เขาเพียงต้องการจะยืนยันสิ่งที่ต้วเองพูด "เค้าก็อยู่ตรงนี้ไงคะ ที่รัก"

        จีมินค่อยๆกดจูบลงปลายคางเด็กปีสอง เลื่อนขึ้นไปจนประกบกับริมฝีปากได้รูป ความรู้สึกโหว่งๆในจิตใจก่อตัวอีกครั้ง ราวกับหนังที่ฉายซ้ำๆเมื่อเขาเริ่มกลายเป็นผู้ถูกรุกรานในโพลงปาก

        "อือ.."

        ฝ่ามือหนาเลื้อยเข้าทักทายแผ่นหลังบาง สัมผัสเนื้อนิ่มใต้เสื้อกล้ามอย่างที่นึกฝันมาตลอด จองกุกพลิกตัวเป็นฝ่ายขึ้นคร่อมจีมินบ้าง กดริมฝีปากให้แนบแน่น เรียวลิ้นที่ตวัดเพื่อเร้าอารมณ์แฟนตัวเล็ก เสียงจากการจูบเกิดขึ้นเป็นระยะจนคนฟังแอบรู้สึกเก้อเขินขึ้นมา

        "อ๊ะ! อ.. อือ"

        จมูกรูปหยดน้ำฝังที่ซอกคอนิ่มด้วยความต้องการ กลิ่นหอมจากสบู่ทำให้จองกุกกดจูบ ทำมันซ้ำๆจนเผลอกัดให้ขึ้นรอย หารู้ไม่ว่าแรงเมื่อครู่ทำจีมินตื่นจากภวังค์แทบจะทันที

        "จ.. จองกุก หยุด!" กับแรงผลักที่มากจนแฟนหนุ่มยอมผละออก จองกุกมองจีมินด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ ทั้งๆที่เมื่อกี้มันก็กำลังไปได้ด้วยดีแท้ๆ "ขอโทษนะ แต่เค้า.. เค้าขอโทษ"

        "..."

        "พรุ่งนี้เค้ามีคลาสเต้นตอนเช้าอ่ะ ..ขอโทษนะ" จีมินกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบา เขาเทรนคนละค่ายกับจองกุก ตารางจึงค่อนข้างต่างกัน และอีกอย่างคือ ..จีมินยังไม่พร้อม

        ไม่พร้อม ..แต่ถ้าจะพูดอีกนัยก็คือจีมินกลัว
        เขากลัวว่าเซ็กส์จะเป็นตัวผูกมัดเราให้แน่นขึ้นกว่านี้

        "ไม่เป็นไร เค้าเข้าใจ" จองกุกฝืนยิ้มส่งให้แฟนตัวเล็ก เขาดึงเสื้อกล้ามจีมินให้เข้าทางเหมือนเดิม ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียง ..สงสัยวันนี้คงต้องพึ่งมือและสมองในเรื่องอย่างว่าซะแล้ว

        หมับ!

        "จะไปไหน"

        "เอ่อ.." จองกุกลากเสียง เขากรอกตาไปมาเพื่อหาทางออกในตอนนี้ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อจีมินชันเข่าและกอดเอาไว้ ใบหน้าอ่อนเยาว์ฝังลงลำคอ "..เตง?"

        "เค้าไม่ให้เตงทำก็จริง" จีมินกระซิบด้วยเสียงโทนต่ำ "แต่ใช่ว่าเตงจะต้องช่วยตัวเองนี่"

        "..."

        จองกุกหลุบมองใบหน้าขึ้นสีระเรื่อจนเป็นริ้วที่แก้ม ก่อนจะขนลุกชันเมื่อฝ่ามือเล็กๆนั้นสอดเข้าหาน้องชายใต้ร่มผ้า เด็กหนุ่มกัดปากเมื่อความเย็นจากมือจีมินโอบรอบมัน

        "ที่รักคะ" ดวงตาเรียวมองจองกุกอย่างหลงใหล แอบเรียกด้วยหางเสียงของเพศแม่ นั้นถือเป็นสิ่งที่ยั่วจองกุกได้ดีระดับหนึ่งเลยทีเดียว ดูเหงื่อที่ประปรายบนหน้านี้สิ

        "ค.. ครับ"

        สัมผัสเบาๆเกิดขึ้นอีกครั้งที่ริมฝีปาก แน่นอนว่าจีมินตั้งใจทำมัน

        "ให้เค้าช่วยเตงนะ"

        จีมินตั้งใจทำ.. รวมถึงการสิ่งที่เรียกว่า ออรัสเซ็กส์
        .
        .



        CY : เดี๋ยวกูจะคุยเรื่องนี้อีกที มึงต้องออกมาเจอกู
        JM : พี่จะทำจริงๆอ่ะ?
        JM : มันไม่แรงไปหน่อยเหรอ

        จีมินเม้มปากแน่นในสิ่งที่ชานยอลขอร้องให้เขาทำ ตอนแรกจีมินก็ตกลงไปเพราะคิดว่ายังไงก็ปฏิเสธไม่ได้ แต่พอได้ฟังสิ่งที่ต้องทำแล้ว ..แม้มันจะง่ายมาก แต่เขากลับไม่แน่ใจ

        ไม่แน่ใจ ..ว่าคนโดนกระทำจะรับมันไหวไหม
        ยิ่งประโยคจากเมื่อวานนี้ด้วยแล้ว ..จีมินยิ่งกังวล

        CY : กูเรียนจิตแพทย์นะจีมิน กูรู้น่าว่าตอนไหนควรหยุด
        CY : อีกอย่าง มันก็เป็นการพิสูจน์ด้วยไง
        CY : มึงก็อยากรู้ไม่ใช่เหรอ

        ใช่! จีมินอยากรู้ แต่นั้นมันคือความคิดแรก!
        ตอนนี้เขามั่นใจแล้วว่าจองกุกรักเขาจริงๆ

        จีมินกำโทรศัพท์แน่น เขาหลับตาลงอย่างช้าๆ รู้สึกอึดอัดไปทั้งตัว ใจหนึ่งเขาก็อยากจะทำตามคำสั่งแกมขอร้องของพี่ชาย แต่สภาพของคนที่จะโดนล่ะ! ..จีมินทรมานนะที่ทำได้แค่มองจากที่ไกลๆ

        ใบหน้าสวยบิดเบี้ยวเมื่อความเจ็บจากท้องเล่นงานเข้า ร่างกายกระตุกอย่างแรงเมื่อไออย่างหนัก ของเหลวบนฝ่ามือบางที่ติดออกมาทางริมฝีปากทำจีมินผงะ ..มันเกิดขึ้นอีกแล้ว

        เลือด

        นักศึกษาปีสามสถาปัตย์รีบวิ่งเข้าห้องน้ำทันที จัดการล้างของเหลวสีแดงบนมือและริมฝีปากให้หมด เขาชะโลมใบหน้าตัวเองด้วยน้ำจนชุ่ม ก่อนจะมองภาพสะท้อนในกระจก

        แปลกไหมล่ะ? ทั้งๆที่เพิ่งให้กำลังใจตนว่าจองกุกจะไม่ไปไหน หากแต่พอมองหน้าตัวเองบนกระจก ..ความจริงแสนเจ็บปวดซึมลึกเข้าสู่จีมินในทันที

        "เตงงง~ เค้ากลับมาแล้ว"

        บ้าเอ๊ย!

        "อือ กลับมาแล้วเหรอ" จีมินพยายามทำตัวให้ปกติที่สุด เขาตรงไปหาแฟนหนุ่มที่โซฟา จองกุกยิ้มแป้นก่อนจะส่งโทรศัพท์ให้ ทำปากมุบมิบเป็นเชิงว่าให้รีบตอบแชทไป

        CY : กูรู้ว่ามันยาก แต่ช่วยกูเหอะจีมิน มันสำคัญกับกูจริงๆ
        CY : เกือบลืม จองกุกมันเทรนเป็นไงบ้าง

        "พี่ชานถามว่าผลเป็นไง" จีมินวางเครื่องมือสื่อสารบนโต๊ะ ก่อนจะให้ความสนใจกับแฟนตัวโตที่นิ่งไปแล้ว ฝ่ามือชื้นไม่รอช้าที่จะกุมมือ

        "เตง.." จองกุกเม้มปาก ถอนหายใจออกมาบางเบา วงแขนกว้างอ้าออกให้จีมินโถมตัวเข้ากอดซึ่งร่างเล็กก็ยอมทำตาม "ผลน่ะ ..คือมัน"

        "..."

        "คือเค้าผ่านแหละ"

        "เตง! ทำไมแกล้งเค้างี้อ่ะ!!" จีมินทุบตัวแฟนหนุ่มอย่างไม่รั้งรอ นี่เขาเศร้าตามแล้วนะที่เห็นหน้าซึมๆเหมือนหมาหงอยของจองกุก แล้วดูยิ้มแป้นแล้นตอนนี้ดิ!

        "ขอโทษคร้าบบบ" จองกุกรวมมือแฟนตัวเล็ก จ่อหน้าตัวเองเข้าใกล้อีกฝ่าย "ก็อยากเซอร์ไพร์อ่ะ"

        จีมินย่นจมูกอย่างหมั่นไส้ "แล้ว.. เตงจะเอาไหม" รุ่นพี่ถามอย่างใคร่รู้ ถ้าจองกุกเลือกที่จะเทรน จองกุกจะต้องออกจากมหาลัย "ถามพ่อแม่หรือยัง"

        "เขาบอกว่าแล้วแต่" แม้จะด้วยน้ำเสียงที่เอื่อยๆก็ตามที อาจเป็นเพราะจองกุกเองที่หัวดื้อด้วยล่ะมั้ง พ่อกับแม่จึงไม่ห้ามอะไร มีเพียงแต่เตือนให้ระวังเท่านั้น "เตงว่าเขาควรทำไง"

        "ก็แล้วแต่เตงดิ ถ้าชอบก็ไป ถ้าไม่ก็เรียน" หลังจากกล่าวจบจองกุกก็เงียบไป คิ้วขมวดแสดงให้เห็นว่ากำลังชั่งน้ำหนักความชอบอยู่

        เขาไม่ได้สังเกตเห็นแววตาเศร้าหมองอย่างชัดเจนของจีมินเลย

        ความรู้สึกตอนมองกระจกย้อนมาอีกครั้ง ..หากตกลง จองกุกจะต้องเจอใครอีกหลายคนที่จะผ่านเข้ามาตลอดวงการ แล้วไอดอลฝ่ายหญิงน่ะสวยน้อยเสียเมื่อไหร่

        ความรู้สึกมั่นใจว่าจองกุกรักเขาจริงๆน่ะยังคงอยู่
        แต่จีมินชักไม่มั่นใจในอนาคตเสียแล้วว่า ..มันจะยังคงเหมือนเดิมหรือเปล่า
        ยิ่งถ้าเขาหายไปด้วยล่ะ..?

        "งั้นพรุ่งนี้เค้าจะไปทำเรื่องลาออก" น่ากลัวเหลือเกินที่ประโยคเดียวทำจีมินใจกระตุกขนาดนี้ "เตงต้องไปสเตจเดบิวต์เค้านะ สัญญาดิ"

        "ได้ข่าวว่ายังเป็นเด็กเทรนอยู่นะครับคุณจอน" จีมินทำแซวแม้จะรู้สึกแย่ แต่เขาจะไม่แสดงมันออกมาเด็ดขาด ในเมื่อจองกุกเริ่มมีความสุขกับงานสายนี้แล้ว

        "ก็พูดไว้ก่อนไง เตงสัญญาเค้าดิ" นิ้วก้อยเล็กๆชูขึ้นระหว่างเรา "สัญญาว่าจะมา"

        รอยยิ้มบางเบาถูกจุดขึ้น ก่อนจะมีอีกนิ้วมาเกี่ยวกันไว้

        ฉันไปแน่ ..แต่ฉันไม่รู้ว่านายจะเห็นฉันหรือเปล่า
        เพราะตอนนั้น แฟนคลับคนอื่นอาจจะบังจนนายมองไม่เห็น
        หรือไม่ก็ ..ฉันอาจจะเป็นในสิ่งที่ทุกคนไม่มีทางพบเจอแล้วก็ได้

        JM : จองกุกผ่านแล้วนะ
        CY : มึงโอเคไหม?
        JM : อือ
        CY : ขอบใจว่ะจีมิน ขอบใจจริงๆ
        JM : ผมไว้ใจพี่ได้ใช่ไหม
        CY : เอาหัวกูเป็นประกันเลยน้องรัก :')
        .
        .



        ผ่านมาหลายสัปดาห์ที่จองกุกย้ายเข้าหอเด็กเทรน

        ชีวิตวันหนึ่งมีแต่คำว่า ซ้อม ซ้อม และซ้อม ทั้งเต้น ร้อง แร็ป หรือความสามารถพิเศษที่ควรจะมี กลับมาหัวถึงหมอนก็หลับไปเลย บางวันไม่แม้กระทั่งพูดคุยกับรูมเมทห้องตัวเอง

        'คิม ซอกจิน' ผู้ชายที่แก่กว่าจองกุกแต่กลับมีใบหน้าหล่าเหลาดูเด็กเหมือนกับน้องเล็ก เขาเป็นคนนิ่งๆเงียบๆ แต่จองกุกก็สัมผัสถึงความใจดีที่แฝงอยู่ลึกๆ

        โดยเฉพาะเรื่องที่เอาข่าวจีมินมาเล่าให้เขาฟังทุกวันก่อนนอน
        ด้วยเหตุผลง่ายๆว่า คบกับแทฮยอง เพื่อนสนิทของจีมิน
        เราทั้งคู่ต่างก็แอบคบกับคนข้างนอก ..ซึ่งนั้นเป็นข้อห้ามเด็ดขาดของเด็กเทรน

        "วันนี้จีมินไม่เข้าซ้อม" ในช่วงเที่ยงของวันหนึ่งที่ซอกจินรายงานให้ทราบเช่นเคย เพราะโทรศัพท์จองกุกโดนยึดไปหนึ่งเดือนข้อหาซุกขนมไว้ในห้อง "แทบอกว่าโดดซ้อมไปกับผู้ชายคนหนึ่ง"

        จองกุกที่นอนแผ่บนเตียงคิ้วขมวดทันที "ใช่คนที่หูกางๆ สูงๆหรือเปล่า"

        "ไม่ใช่พี่ชานยอล" ซอกจินเลื่อนหน้าจอ สายตาโฟกัสถึงข้อความที่คนรักส่งมาบอก "ใครก็ไม่รู้ แทไม่เคยเห็นหน้า"

        รู้สึกแปลกๆ จะมีคนที่พี่แทไม่รู้จักด้วยเหรอ ไหงว่าซี้กันว่ะ!
        หรือจะเป็นเพื่อนเก่า ..เออว่ะ! เป็นไปได้

        "แทบอกว่าเขาเดินจับมือกัน"

        รู้สึกส้นตีนกระตุกหนักมาก
        ..แต่เดี๋ยวก่อน เพื่อนก็จับมือกันได้ไหมล่ะ! อย่าคิดมากดิว่ะจองกุก!

        "หอมแก้มกันด้วย"

        ไอ้เหี้.ยยยยย! มันเป็นใครวะ!!

        "ยืมโทรศัพท์หน่อยดิครับ" จองกุกลุกพรวดจากเตียงทันที แบมือขอของอย่างอารมณ์เสีย ซอกจินมองผ่านๆ ก่อนจะเก็บลงกระเป๋ากางเกง "อ้าวพี่!!"

        "ก็ไปหาเขาดิ คุยโทรศัพท์จะแน่ใจอะไรได้" ซอกจินพูดหน้าตาย "เดี๋ยวบอกให้ว่าป่วย"

        โอ้โห ..ผมนี่รักคิม ซอกจินเลยครับ

        "แต่ซื้อขนมกลับมาด้วย ตังค์นายนะ"

        รักจนอยากถวายตีนบนหน้าเลยครับ ไอ้พี่ปากห้อยเอ๊ยยย!!

        "เกือบลืม จีมินเช็คอินอยู่ร้าน..."
        .
        .



        หึ! กับผู้ชายคนอื่นนี่ยิ้มกว้างเลยนะ!!

        อดีตนักศึกษาอักษรศาสตร์นั่ง ณ มุมร้านอาหารด้านในสุด โดยมีหน้ากากอนามัยประดับหน้า ตรงนี้ค่อนข้างส่วนตัวแถมยังเหมาะที่จะจ้องแฟนตัวเองจ้อกับผู้ชายคนอื่นด้วย

        ผู้ชายที่หน้าตาดีชิบหาย หล่อแต่ยังมีออร่าความสวยแฝงอยู่ด้วย
        แต่ก็นะ.. ใช่ว่าหน้าตาดีแล้วจะทำให้เขาไม่โกรธ

        จองกุกกำแก้วในมือแน่นขึ้นเรื่อยๆเมื่อฉากสวีตหวานกระแทกเบ้าตาเต็มๆ มือนั้นกำลังขยี้กลุ่มผมดำที่จองกุกหวงนักหนา แต่ที่น่าเจ็บใจกว่าคือจีมินก็ดันยิ้มแก้มปริให้!

        แล้วคิดว่าจองกุกมีความอดทนสูงนักเหรอ

        เด็กเทรนลุกขึ้นจากโต๊ะพร้อมกับวางเงินไว้จำนวนหนึ่ง เขาตรงไปยังจุดมุ่งหมายที่เจอก่อนหน้า ค่อยๆถอดหน้ากากอนามัยออกและหยุดการเคลื่อนที่ ณ ด้านหลังของชายแปลกหน้า ซึ่งทำให้จีมินที่นั่งฝั่งตรงข้ามเห็นหน้าจองกุกชัดเจน

        พลั่ก!

        "จองกุก!!" จีมินลุกขึ้นห้ามในทันทีหลังจากแฟนตัวดีกระชากคอเสื้ออีกคนแล้วพุ่งหมัดเข้าใส่ ไม่สนใจด้วยซ้ำว่าที่นี่คือร้านอาหารกลางห้าง ร่างเล็กรีบจับทั้งคู่ให้แยกออกจากกัน ก่อนจะหันไปโวยวายใส่เด็กหนุ่มที่กำลังเลือดขึ้นหน้า

        "ทำบ้าอะไรของนาย!!" ก่อนจะหันมาหาผู้ชายอีกคนที่เอาแต่กดแผลมุมปากตัวเอง และนั้นทำให้จองกุกโมโหมากขึ้นไปอีก

        "พี่ควรถามตัวเองมากกว่ามั้งว่าทำอะไรอยู่!!" เด็กหนุ่มแค่นหัวเราะ "แค่ไม่อยู่นานเข้าหน่อย ก็ตะแล่นไปหาผู้ชายคนอื่นเลยเหรอ!! มีผมคนเดียวมันยากนักหรือไง!!"

        "ไอ้.." จีมินกัดฟันกรอด กวาดสายตาไปทั่วเมื่อตนเริ่มดึงจุดความสนใจ ก่อนจะกระชากข้อมือตัวกวนให้ออกมาจากร้าน และตรงดิ่งเข้าห้องน้ำคนพิการเพื่อจัดการเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งหมด

        ปล่อยให้ชายอีกคนได้แต่จ้องมองพวกเขา และกดแผลตัวเองอยู่เงียบๆ

        "กระชับกระเฉงดีนี่ ไอ้น้องเขยเวร!!"
        .
        .



        ปึง!

        ถือว่าโชคดีสุดๆที่ไม่มีใครอยู่ใกล้ๆห้องน้ำคนพิการเลยสักคน จีมินลากอีกคนเข้าห้องน้ำและล็อกประตู พยายามนับเลขในใจไม่ให้ตนระเบิดอารมณ์ใส่คนรักของตัวเอง

        "ถึงกับต้องมาซ่อนในนี้เลยเหรอ" จองกุกยังคงดูแคลน "ทำไม? กลัวผัวใหม่เข้าใจผิดเหรอ หึ! แต่ยั--"

        "หยุด!!" จีมินตะโกนออกมาอย่างเหลืออด "เขาเป็นพี่ชายฉัน!"

        "ห.. ห๊ะ"

        "เขาเป็นพี่ฉันที่ไปเรียนต่างประเทศ" จีมินตอบ เขารู้สึกโกรธและโคตรแย่ที่ต้องอดกลั้นอารมณ์ตัวเองไม่ให้ตะโกนใส่แฟนตน "พี่จินยอง ..ฉันว่านายก็น่าจะรู้แล้วนะ ในเมื่อนายก็อ่านไดอารี่ฉันอยู่เหมือนกัน!"

        'กลอน by น้องพี่จินและขี้ข้าเฮียชาน'
        'จากแทแทคนแมน(อยาก)เป็นแฟนพี่จิน ไม่ใช่พี่ไอ้ชริจิมจริมชันนะ'

        งั้นชื่อจินในไดอารี่ มันหมายถึง 'ปาร์ค จินยอง'
        ไอ้เหี้.ยยยยยย ไหนบอกว่าไม่รู้จัก! พี่แทหลอกกูเหรอวะ!!

        "จีมิน ..เค้าขอโทษนะ" จองกุกไม่รอช้าที่จะรวบคนตัวเล็กที่ดื้อดึงเข้าอ้อมกอด "จีมิน เค้าขอโทษนะ เค้าแค่หึงตัวเองอ่ะ"

        "ไอ้เวร!" จีมินด่าเขา แต่มันช่างดูไม่น่ากลัวอะไรเลย ร่างเล็กสะบัดอย่างแรงเพื่อออกจากอ้อมกอด แต่มันกลับสูญเปล่าเมื่อทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม "ปล่อย!!"

        "เตง เค้าขอโทษ" จองกุกกระชับแขนแน่นขึ้นเมื่อแฟนตัวเล็กหยุดขัดขืน บางทีความเหนื่อยก็มีประโยชน์ "เตงผอมไปนะ" หลังจากสัมผัสได้ถึงกระดูกที่ชัดเจนมากกว่าเคย

        "..."

        "ขอโทษที่ชกหน้าพี่นะ ก็เค้าหึงนี่หว่า" จองกุกจับบ่าเล็กๆไว้แน่น หัวใจราวกับถูกบีบเมื่อขอบตาเล็กเต็มไปด้วยน้ำใส "อย่าร้องสิครับ เค้าคิดถึงเตงนะ"

        "..."

        "จีมิน.."

        "เตงกลับไปซ้อมเหอะ" จีมินผลักจองกุกออกช้าๆ "โดดซ้อมมาแบบนี้ไม่ดีนะ"

        "แต่.."

        "ไหนบอกว่าให้เขาไปเชียร์ตอนเดบิวต์ไง" จีมินฝืนยิ้มออกมาบางเบา "ทำแบบนี้เมื่อไหร่เค้าจะได้ไปล่ะ"

        "..."

        "เค้าไม่โกรธอะไรแล้ว ไปเถอะ"

        จากนั้นร่างเล็กก็ทรุดลงกับพื้นห้องน้ำทันทีที่จองกุกออกไป ใบหน้าหวานบิดเบี้ยวเมื่ออาการเดิมเกิดซ้ำขึ้นมา เขารู้สึกราวกับมีใครเอามีดมากรีดและบีบท้อง และอาการสุดท้ายของกระบวนการนี้คือเสียงไออย่างรุนแรง

        และเลือดที่เต็มฝ่ามือ ประปรายทั้งเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาด

        "จีมิน! จีมิน!!"

        และภาพสุดท้ายที่เขาเห็น คือพี่ชายคนกลางที่พรวดพราดเข้ามาในห้องน้ำ..



-Eternally Us-



        CY : ทุกอย่างโอเคหรือเปล่า
        JY : I'm not sure.
        JY : But don't worry about it.
        CY : กระแดะพิมพ์อังเพื่อ?
        JY : เสอะ

        ชานยอลแค่นหัวเราะกับความหยาบที่ไม่ต่างจากตนมากนัก ปาร์ค จินยอง.. บุตรคนกลางของครอบครัวปาร์คที่เลือกไปแลกเปลี่ยนต่างประเทศ นิสัยมันก็เหมือนนิสัยเขา(ที่หยาบมาก)ผสมกับจีมิน(ที่สุภาพสุด)

        เก็บโทรศัพท์ของตนลงกระเป๋าและควักอีกเครื่องขึ้นแทนหลังจากมันสั่นมาสักพัก

        JK : เตงงงง เหนื่อยจังเลยยย

        อือหื้ออออ โคตรจะหมั่นไส้! ชานยอลเบ้ปากรุนแรงถึงสกิลการออดอ้อน(ตีน)จากจองกุก ก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

        JM : สู้ๆนะ :')
        JM : พักผ่อนเยอะๆ

        มันเป็นแบบนี้.. ตั้งแต่ที่เกิดเหตุการณ์กับจีมินในห้องน้ำคนพิการ
        นี้ก็กินเวลามาหลายเดือนแล้ว ..ที่เขาตอบคำถามแทนจีมิน

        แทนคนที่นอนนิ่ง ร่างกายขนานไปกับพื้นโลก

        JK : อยากเจอเตงจัง

        ชานยอลกรอกตา นี่มันลำบากเหมือนกันนะที่ต้องตอบแชทสองคนพร้อมๆกัน อยากรู้จริงๆว่าพวกคบซ้อนนี้มันจัดการตารางนิ้วตัวเองยังไง

        JY : แล้วจะเริ่มงานเมื่อไหร่
        CY : ตอนนี้

        พี่ชายคนโตของครอบครัวปาร์คถอนหายใจออกมาเบาๆ ไหวไหล่อยู่สักพักถึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาตอบ

        JM : งั้นออกมาเจอกันหน่อยไหมล่ะ
        .
        .



        อดีตเด็กอักษรอยู่ในฮูดสีดำสนิทปกปิดผมสีน้ำตาลที่มาจากการย้อม หน้ากากอนามัยยังคงเป็นสิ่งที่จองกุกใช้ปิดใบหน้าแทนที่จะเป็นแมสเหมือนไอดอลคนอื่นๆ สองเท้าก้าวไปตามถนนอย่างไม่เร่งรีบ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดีเมื่อนึกถึงหน้าใครบางคน

        อยากรู้จังว่าจีมินจะทำหน้ายังไง ถ้ารู้ว่าอีกไม่นานจองกุกจะได้เดบิวต์

        ตัวคนที่จะได้เป็นศิลปินเองยังไม่แน่ใจเรื่องวันเวลาเท่าไหร่นัก แต่ทางบริษัทก็ปล่อยทีเซอร์สมาชิกทุกคนออกมาแล้วเมื่อสัปดาห์ก่อน โดยสัปดาห์นี้ทางบริษัทก็ปล่อยแต่ละคนให้กลับบ้านไปพัก แค่ซอกจินและเขาเท่านั้นมั้งที่เลือกไปหาแฟนก่อนครอบครัว

        จอน จองกุกชะงักฝีเท้าเล็กน้อยเมื่อมาถึงที่นัดหมาย ม้านั่งกลางสวนสาธารณะกลับถูกจับจองด้วยร่างของชายเกือบ 190 แทนที่จะเป็นคนตัวเล็ก
        
        "เฮีย..?" ในเวลาราวเจ็ดโมงกว่า จองกุกค่อยๆเลื่อนฮู้ดลงเมื่อมองซ้ายขวาจนมั่นใจว่าไม่มีกลุ่มชายหญิงวัยรุ่นแถวๆนี้ "ทำไม.. แล้วจีมินล่ะ"

        "ควรสวัสดีกูก่อนไหมล่ะ" ชานยอลตอบกลับด้วยน้ำเสียงกวนตีน เขาปัดมือเป็นเชิงว่าปล่อยผ่านมันไปเมื่อจองกุกจะยกมือไหว้ "ช่างเถอะ แล้วออกมาตอนนี้เขาไม่ว่าเหรอไง"

        "สัปดาห์นี้เขาปล่อยพวกผมกลับบ้าน" จองกุกตอบถึงเรื่องบริษัท ก่อนจะชะโงกหน้าไปรอบตัว "เฮียยังไม่ตอบผมเลยว่าจีมินอยู่ไหน"

        "หึ สนแต่แฟนจริงๆนะมึง" ชานยอลว่า "ไม่คิดจะไปเยี่ยมครอบครัวก่อนเหรอว่ะ"

        "ก็จะไปพร้อมกับจีมินนี่ไง"

        ชานยอลชะงักไปชั่วครู่ เขาแกล้งทำเป็นจับจมูก พยายามทำสีหน้าปกติต่อไป

        "โอเค! งั้นกูจะพามึงไปหาจีมิน" ดูยิ้มมัน ถ้าจองกุกมันมีหางตอนนี้คงกระดิกเป็นว่าเล่น "แต่ระหว่างทาง กูแนะนำให้มึงคุยกับพ่อแม่ให้เรียบร้อย"

        นักศึกษาจิตแพทย์ปีสุดท้ายปลดล็อกรถคันโปรด เข้านั่งประจำที่คนขับซึ่งขณะเดียวกันจองกุกก็เข้าครอบครองตำแหน่งตุ๊กตาหน้ารถ แต่สีหน้ายุ่งๆก็ทำให้ชานยอลต้องหันกลับไปยืนยันอีกรอบ

        "เชื่อกูเถอะ"

        เพราะไม่มีพ่อแม่คนไหน อยากเห็นลูกตัวเองร้องไห้จนใจจะขาดหรอก
        .
        .



        รถสีดำคันสวยชะลอความเร็วลงเรื่อยๆเมื่อเข้าถึงสถานที่แสนสงบ จองกุกมองทิวทัศน์รอบๆด้วยใจหวาดหวั่น ยิ่งเห็นสีหน้าเรียบนิ่งไร้ความรู้สึกของคนข้างกาย จองกุกก็ยิ่งรู้สึกแย่ ..เขาภาวนาขอให้สิ่งที่คิดไม่ใช่ความจริง

        ยานพาหนะล็อคอีกครั้งเมื่อไม่มีคนใช้งาน จองกุกเดินช้าๆเหยียบย้ำพื้นหญ้าราบเรียบ บนนั้นมีซีเมนต์แผ่นๆเรียงรายอย่างเป็นระเบียบ สายลมเบาหวิวไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นในสถานการณ์นี้ จองกุกพยายามส่งคำถามถึงชานยอลว่าคืออะไร แต่คำตอบที่ได้กลับเป็นการยัดกุหลาบขาวใส่มือ

        ยิ่งเดินไปลึกเท่าไหร่ความรู้สึกก็ยิ่งดิ่งลงเหว ดวงตากลมกวาดมองแผ่นซีเมนต์ตลอดสองข้างทาง จนกระทั่งหยุดลงที่แผ่นหนึ่ง ..ที่มีป้ายสลักชื่อชวนให้เลือดในตัวจองกุกเย็นเฉียบ

        PARK Jimin
        October 13, 1995 - July 19, 2016

        จองกุกได้แต่ยืนทื่อ ..เขาค่อยๆหันไปมองชานยอลที่ยืนนิ่งอยู่ข้างหลัง

        "กูขอโทษ.." ชานยอลพูดเสียงเบา เขาได้แต่ก้มหน้าจนชิดอก

        "..."

        "..."

        "ไม่จริง" จองกุกส่ายหน้าช้าๆ "มันไม่จริงหรอก! สามวันก่อนยังแชทกับผมอยู่เลย!!"

        "นั้นกูเอง" ชานยอลตอบ "กูขอโทษที่แฝงเป็นจีมิน แต่น้องกูขอร้องให้ทำแบบนั้น"

        "ยังไง.." น้ำตาเอ่อจนเต็มขอบ ชานยอลยอมรับว่าตอนนี้จองกุกยังคงดูหล่อ แต่ก็น่าสงสารอย่างที่สุด

        "จีมินไม่อยากให้มึงเสียสมาธิกับการซ้อมเพราะเขา" ชานยอลเล่าเสียงนิ่ง พยายามสะกัดกั้นน้ำตาเมื่อนึกถึงใบหน้าน้องชาย "จีมินไปเพราะโรค น้องกูแม่.งแดกเหล้าอย่างกับน้ำตอนเรียนปีหนึ่ง กูก็คิดว่ามันคงไม่เป็นอะไรมากมายเพราะตอนนั้นใครๆก็แดก"

        จองกุกได้แต่เงียบ เขานึกย้อนถึงไดอารี่เล่มนั้น ..เล่มที่เขาก็พอรู้ว่าจีมินกินเหล้าสัปดาห์ละห้าวัน ..เด็กหนุ่มรู้สึกชาไปทั้งตัวอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้ฟังประโยคถัดมา

        "จนวันที่กูเห็นน้องไอเป็นเลือด ..มึงคงไม่รู้เพราะจีมินคงไม่อยากให้เห็น" ชานยอลว่า "กูแม่.งตกใจเหี้ยๆ แต่จีมินก็ทำเหมือนคือเรื่องปกติ มันยิ้มแล้วบอกว่าตกใจไร โคตรแย่ว่ะน้องกู"

        จองกุกยกมือขึ้นให้หยุดพูด เขาไม่อยากจะฟังเรื่องบ้าๆนั้นอีก เขาเงยหน้ามองชานยอลอย่างช้าๆ ความโมโหแทรกเข้ามาแทนที่ "ทำไมเฮียไม่บอกผมว่าจีมินเป็นอะไร"

        "..."

        "เฮียบอกได้! แต่เฮียแม่.งไม่บอกผม!!" จองกกุกระชากคอเสื้อคนตัวโตกว่าโดยไม่เกรงกลัว ความหงุดหงิดมีอยู่เต็มอกเมื่อคิดถึงเรื่องจีมิน "เฮียควรบอกผมว่าจีมินเป็นอะไร!! ไม่ใช่ปล่อยให้ผมเหมือนไอ้โง่ที่ไม่รู้ว่าแฟนตัวเองป่วยหนักจนตายแบบนี้!!"

        "..."

        "เฮียเห็นผมเป็นอะไร!" จองกุกพูดแม้เสียงจะสั่นแค่ไหน เขาเจ็บปวดที่ทำอะไรกับเรื่องนี้ไม่ได้ ไม่ได้ช่วยอะไรให้จีมินกลับมาเลย! "ผมมีความรู้สึกนะเฮีย!! นั้นก็แฟนผมไหม!!"

        "กูขอโทษ" ชานยอลตอบ "แต่มึงต้องใจเย็นนะจองกุก มึงต้องการเวลา.."

        "เวลาอะไร" ของเหลวสีใสเริ่มไหลอาบแก้ม จองกุกปล่อยชานยอล เขาระบายความรู้สึกผ่านการกำกุหลาบในมือจนก้านหัก ไอดอลในอนาคตหันไปมองป้ายสุสานอีกครั้งด้วยความทรมาน

        พระเจ้า โปรดช่วยพาจีมินกลับมาอีกครั้งได้ไหมครับ
        ..ผมจะยอมแลกกับทุกอย่างที่ผมมี
        ขอให้ผมได้คุยกับเขาอีกสักครั้ง
        ..แค่ในความฝันก็ยังดี

        "มึงอาจต้องการเวลาเพื่อจัดการความรู้สึกนะ"

        จองกุกส่ายหน้า เขาไม่อยากรับรู้อะไรรอบตัวอีก

        ในสมองเขาตอนนี้มีแต่ภาพของจีมิน รอยยิ้มน่ารักที่ทำให้เขาตกหลุมรักตั้งแต่ครั้งแรก ริมฝีปากนิ่ม ฝ่ามือเล็ก คนที่ผลักดันให้จองกุกเข้าสู่เส้นทางบันเทิงที่ไม่เคยเหลียวมอง

        You didn't tell me what you are...

        เข่าของเด็กหนุ่มกระแทกลงกับพื้นดินต่อหน้าหลุมศพ เขาพยายามกลั้นเสียงร่ำไห้ของตน แต่ภาพตรงหน้ากลับเบลอไปด้วยน้ำตาที่ไหลไม่หยุด ไม่คิดเลยว่าการปล่อยมือจากจีมินแค่เพียงไม่กี่เดือน ..มันจะทำให้คนตัวเล็กจากเขาไปตลอดกาล

        "ไหนพี่สัญญาแล้วไง ..ว่าจะไปสเตจเดบิวต์ของผม"

        ไร้เสียงตอบรับจากสิ่งที่อยู่คนละโลก จองกุกหลับตาช้าๆ คิดถึงทุกอย่างที่เราได้ทำด้วยกัน มันวิ่งแล่นในสมองราวกับตอกย้ำการจากไป

        สองแขนกอดซีเมนต์ชื้นๆด้วยหัวใจที่แตกสลาย

        และปล่อยน้ำตาออกมาออกมา ..การร้องไห้ให้กับคนที่เรารัก มันไม่เกี่ยวกับว่าแมนหรือไม่ มันคือการแสดงความรู้สึกที่ล้นหัวใจออกมาต่างหาก

        ชานยอลเช็ดน้ำตาตนหลังจากเห็นภาพตรงหน้า เขาดึงตัวจองกุกขึ้นจากหลุมศพ ปล่อยให้มีแค่กุหลาบขาวที่จะเป็นเพื่อนจีมินไปในคืนนี้

        ดอกกุหลาบขาวที่หมายถึงรักอันบริสุทธิ์

        จำนวนแค่หนึ่งที่หมายถึงเพียงรักเดียว

        และก้านหักๆเบี้ยวๆ ที่หมายถึงความเจ็บปวดของจอน จองกุก
        .
        .



        คิม ซอกจินไม่รู้จะทำยังไงกับมักเน่ของวงดี

        ตอนนี้พวกเขานั่งอยู่บนรถเพื่อจะไปขึ้นสเตจเดบิวต์ เสียงสมาชิกคนอื่นแซ่ซ่องเพราะตื่นเต้นต่อการขึ้นโชว์ ช่างต่างจากจองกุกผู้ที่นั่งเงียบมาตลอดหลายวัน

        ซึ่งเขาก็เข้าใจดีว่ามันเป็นเพราะอะไร

        พี่ใหญ่อย่างซอกจินตกใจไม่น้อยที่ได้ยินข่าวของจีมิน เขาไม่แปลกใจนักถ้าจองกุกจะซึมๆเหมือนคนป่วย เพราะถ้าจู่ๆแทฮยองก็หายไปแบบนั้นเขาก็คงไม่ต่างกัน

        "จองกุก" ซอกจินเรียกอีกคน "หันหน้ามานี้หน่อย"

        "มีอะไร" แม้ขอบตาจะไม่บวมเพราะร้องไห้ขนาดหนักแล้ว แต่ซอกจินก็อดสงสารไม่ได้อยู่ดี "เข้าใจนะว่ารู้สึกยังไง ..แต่นี้คือสเตจเดบิวต์ทั้งวงนะ"

        "..."

        "อย่าทำให้ทุกคนเสียเพราะคนที่ตายไปแล้วเลย"

        รู้สึกสะอึกไปสักพัก

        จองกุกมีความคิดแรกว่าอยากต่อยหน้าซอกจินที่พูดแบบนี้ แต่นั้นคือความจริงที่เขาหลีกเลี่ยงไม่ได้ คนที่ยังมีลมหายใจต้องเดินต่อไปตราบใดที่วันเวลายังคงเปลี่ยนแปลง

        มักเน่ยิ้มออกมาเบาๆ ก่อนจะพยักหน้า

        ชายหนุ่มทั้งหกคนยืนออกันอยู่ด้านหลังตึกในจุดที่เป็นทางเข้าของศิลปิน สมาชิกคนอื่นไม่เว้นซอกจินทักทายกลุ่มแฟนคลับที่ตะโกนส่งเสียงเรียกพวกเขาอยู่ แม้เป็นวงหน้าใหม่ แต่แฟนคลับก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วจากทีเซอร์ที่ปล่อยออกมาเป็นตับ

        จองกุกโบกมือให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่ตะโกนเรียกชื่อเขาอย่างบ้าคลั่ง ก่อนจะเงยหน้ามองบนฟ้า

        ..ผมทำได้แล้วนะ

        แต่ก็ต้องกลั้นน้ำตาไปในตัว

        จองกุกหันไปยิ้มให้เหล่าแฟนคลับอีกครั้ง ก่อนจะสะดุดตากับคนหนึ่งที่ห่างไกลออกไป จองกุกเห็นแค่เลือนรางไม่ชัดนัก แต่เซ้นส์ของเขามันกลับแสดงออกมาอย่างรุนแรง

        แต่มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน

        ยังไม่ทันจะคิดอะไรมากกว่านี้ เมเนเจอร์ประจำวงก็เรียกให้เข้าไปแต่งตัว และขณะเดินซอกจินก็ขนาบข้างตัวเพื่อขอทวนท่าอีกรอบ ..ซึ่งนั้นแปลว่าเขาต้องเต้นให้ซอกจินดูอย่างน้อยห้ารอบ

        เวรเอ๊ย! ปากห้อยไม่พอแล้วยังสมองปลาทองอีก!!
        .
        .



        "เป็นไงบ้าง"

        ฮู้ดสีดำถูกปลดลงอย่างช้าๆเมื่อเข้ามานั่งในรถนำเข้า ชายหนุ่มมองพี่ชายข้างตัวด้วยรอยยิ้ม นึกย้อนไปยังเหตุการณ์เมื่อครู่

        "ย้อมผมสีน้ำตาลอ่อนตัดสั้น" เขาถอนหายใจออกมาเบาๆ "เขาหล่อขึ้นมากจนน่าใจหายเลย"

        "หึ กลัวหรือไง"

        "กลัวสิ" ตุ๊กตาหน้ารถตอบน้ำเสียงจริงจัง "พวกเกิร์ลกรุ๊ปต้องสนใจแน่ๆ และ.. อาจจะมีข่าวเดท" ประโยคหลังแผ่วเบาที่แฝงไปด้วยความไม่แน่ใจ แต่นั้นก็ดังมากพอที่คนขับจะได้ยิน

        "ไม่มีทาง" คนขับกล่าวด้วยความมั่นใจ

        "พี่มั่นใจได้ยังไง"

        สารถียกยิ้มมุมปากขึ้นอย่างหล่อๆ "มันไม่ชอบคนอื่นหรอก หลงมึงหักปักหัวปำขนาดนั้นน่ะ"

        "..."

        "เชื่อกูเถอะน่า ..เตี้ย"



-Eternally Us-



        กาลเวลาที่ล่วงเลย ..มันไม่เคยคอยใครหน้าไหน
        ทุกสิ่งที่มันพรากไป ล้วนไม่มีทางหวนกลับ
        ไม่มีทางที่หน้าร้อนของ 13 มกรา 2000 จะกลับมาอีก หากวันนี้คือ 1 ธันวา 2012
        ในทำนองเดียวกัน
        คนที่ตายไป ก็ไม่มีทางกลับมามีลมหายใจได้อีกครั้งเช่นเดียวกัน
        .
        .



        จองกุกระดมนิ้วลงบนหน้าจอทัชสกรีน ไล่ให้ทันช่องสี่เหลี่ยมสีดำที่ไหลลงเรื่อยๆประกอบกับเสียงเปียโน เขาใจจดใจจ่อเมื่อใกล้จะทำลายสถิติเก่า

        ตุ้บ!
        "กุกกี้~"

        เวร -_-
        ผู้เป็นมักเน่มองแรงคนข้างกายทันทีเมื่อแต้มห่างจากสถิติสูงสุดอยู่หนึ่ง ก่อนจะหยิบเสื้อหนังมาปาใส่หน้าพี่ใหญ่ด้วยความโมโหกับหัวใจที่เสียไปเป็นสิบ

        "เจ็บนะโว้ยย!!" หลังจากซิบฟาดปากห้อยๆนั้น "ไอ้กุก!!" อารมณ์แม่.งก็ต่างออกไปอย่างกับกินรังแตน

        "พี่เริ่มก่อนไหมล่ะ" ยอกย้อนกลับตามสไตล์มักเน่ปีศาจ จองกุกย่นจมูกใส่อีกคนพลางหยิบสายชาร์ตเตรียมต่อกับเต้าเสียบ เพราะหลังจากแฟนไซต์ วันนี้ก็มีตารางไปถ่ายรายการครบรอบสองปีของวงที่จะครบในวันพรุ่ง

        ..จองกุกยืนอยู่ในจุดที่มีแฟนคลับมาสองปีแล้ว

        มันค่อนข้างรวดเร็วเลยนะ บางทีจองกุกก็ไม่อยากเชื่อว่า #โคตะระหล่อ ที่ติดเทรนอยู่บ่อยๆนั้นคือตัวเขาเอง ทั้งแฟนไซต์ แฟนคลับ แอนตี้แฟน ซาแซง รวมถึงข่าวเดท ทุกสิ่งยืนยันว่าเขาคือไอดอลแล้วจริงๆ

        พูดถึงข่าวเดท ตัวคนโดนก็ได้แต่ขำอยู่เงียบๆ เมื่อปาปารัสซี่ปล่อยภาพจองกุกกับรุ่นพี่หญิงในค่ายลงข่าวว่าไปทานข้าวเชื่อมความสัมพันธ์ แต่ใครจะรู้? ว่าจริงๆแล้วรุ่นพี่ผู้หญิงคนนั้นเดทกับอีกคนในวงต่างหาก จองกุกต้องเสียเวลาง้อรองมักเน่นานเลยนะที่จู่ๆก็มีข่าวเดทกับแฟนมัน

        เขาจะเดทกับคนอื่นได้ยังไงกัน
        ในเมื่อความฝันยังคงมีจีมินมาวิ่งเล่นอยู่ตลอด

        เมเนเจอร์ตัวใหญ่เรียกรวมตัวพวกเขาเมื่อใกล้เวลาเริ่มแฟนไซต์ ก่อนจะให้สัญญาณเดินออกไป ประจวบเหมาะกับเสียงกรี๊ดต้องรับที่ดังกระหึ่ม

        หลายคนบอกว่าเขาคือคนที่เซอร์วิสแฟนคลับดีที่สุด แต่จริงๆแล้วจองกุกน่ะ.. เขาแค่ชอบที่จะอยู่กับแฟนคลับ มีความสุขกับแฟนคลับแทนที่จะเจ็บปวดกับสิ่งที่เป็นไปไม่ได้

        "จองกุก! ด้วยใจจริงนะคะ! คุณคือคนที่หล่อที่สุดเท่าที่ฉันเคยเจอมาเลย!!" จองกุกขำเล็กน้อยกับประโยคจากหญิงรูปร่างท้วม เธอพูดก่อนที่เขาจะทักทายซะอีก มือหยาบกร้านจึงวาดหัวใจให้จนเต็มพื้นที่ปกอัลบั้ม ..ขอบคุณสำหรับความรักที่มอบให้เขา

        มักเน่วงมั่นใจได้ว่าอีกไม่นานจะต้องมีคนตั้งแคปชั่นอิจฉาเธอ เนื่องจากเขาที่มองเธอจนลับสายตา ..เธอน่ารักออก! จะมีกี่ครั้งกันที่คุณจะเห็นคนรูปร่างท้วมมาขอไซต์?

        เด็กหนุ่มเคาะปากกากับโต๊ะเป็นจังหวะ ก่อนจะหันมาสนใจกับสิ่งที่วางอยู่ตรงหน้า ..แทนที่จะเป็นอัลบั้มเหมือนคนอื่น แต่มันกลับเป็นสมุดไดอารี่ธรรมดาๆเล่มหนึ่ง

        สมุดไดอารี่สีดำมีลายเส้นสีขาวอาร์ตๆเป็นหน้าปก

        หัวใจจองกุกเต้นรัวเร็ว รู้สึกตื่นเต้นยิ่งกว่างานประกาศรางวัล

        "ช่วยวาดหัวใจให้ผมเยอะๆด้วยนะครับ"

        จองกุกค่อยๆเงยหน้า

        "แต่ผมจะไม่เอามันคืนนะ"

        ตาโตเบิกกว้าง ราวกับทุกอย่างได้หยุดไปในตอนนั้น

        "เพราะผมเอามาให้คุณ :)"


        "..จีมิน"


        แม้จะมีแมสปกปิดใบหน้าบางส่วนไว้ แต่เขาจำสายตาของคนรักได้ดี
        นี่เขาไม่ได้ฝันกลางวันใช่ไหม ..แล้วหลุมศพมันหมายความว่ายังไง

        ฝ่ามือหนาคว้าเข้าที่อวัยวะเดียวกันราวกับต้องการพิสูจน์ จองกุกเกลี่ยมือนุ่มไปมาเมื่อเขาสัมผัสได้จริง ความรู้สึกสับสนทั้งตกใจผสมปนเปจนไม่รู้ว่าควรแสดงออกมาอย่างไรดี มักเน่ได้แต่น้ำตาคลอ เขาพูดอะไรไม่ออก รู้สึกเหมือนมีอะไรสักอย่างติดในลำคอ

        เสียงเมเนเจอร์ดังขึ้นเมื่อจีมินอยู่ตรงนี้นานเกินไป ร่างน้อยส่งสายตาให้จองกุกปล่อยมือเขา แต่ไม่เลย.. จองกุกกลับกำมันไว้จนแน่น แน่นจนจีมินกลัวแม่แฟนไซต์จะเห็นเข้า ซึ่งมันไม่ส่งผลดีต่อเราทั้งคู่

        "จองกุก ป..ปล่อย" น้ำเสียงที่แผ่วเบา ใช้มืออีกข้างเพื่อแกะออกแต่มันกลับไม่ได้ผล จองกุกยังคงตาค้างมองเขา ริมฝีปากได้รูปกำลังจะเอื้อนเอ่ยอะไรสักอย่าง "จองกุก ปล่อยเถอะนะ"

        "ไม่! เค้าไม่ป--"

        "เราจะได้เจอกันอีกแน่" เป็นประโยคที่รวดเร็วแต่แฝงด้วยความหนักแน่น "เชื่อฉันเถอะ"

        เชื่องั้นเหรอ..?

        คนตัวเล็กเดินลงไปแล้ว ทิ้งจองกุกไว้กับความคาดหวังและหน้าที่ฉีกยิ้มให้แฟนคลับต่อไป แอบโดนศอกซอกจินกระทุ้งใส่ด้วยตอนที่จองกุกจับมือนานเกินไป จนเมเนเจอร์คาดโทษด้วยสายตาอยู่เนืองๆ

        และหลังจบแฟนไซต์ แฟนบอยตัวเล็กก็ถูกหยิบเป็นประเด็นพูดถึงในวงทันที

        "เฮ้ยจำแฟนบอยได้ไหม! เขาโคตรน่ารักเลย" นั้นเสียงแม่ของวง

        "ตอนแรกฉันนึกว่าผู้หญิง หน้าหวานชะมัด!!" อันนี้เสียงลีดเดอร์วง

        "ฉันว่าเขาสวยกว่าผู้หญิงบางคนอีก" อันนี้เสียงรองมักเน่

        "ถ้าเขาเป็นผู้หญิงนะ ฉันสาบานเลยว่าเขาจะเป็นแม่ของลูกฉัน" อันนี้เสียงคนที่วอนโดนตีน ห่.าราก!! นั้น(ว่าที่)เมียกูไหมล่ะ!!

        มักเน่วงเบ้ปาก แม้จะหึงแต่เขาก็รู้ว่าไม่มีทางเป็นไปได้ที่พวกพี่ๆจะได้แอ้มจีมิน คิดเข้าข้างตัวเองจบก็หยิบสมุดไดอารี่ข้างกายมาเปิดฆ่าเวลาไปอัดรายการ ถึงจะเสี่ยงโดนเมเนเจอร์ด่าเรื่องอ่านมันบนรถก็เถอะ

        ออกมาเจอกันหน่อยไหมคะ? ที่รัก ♡
        Id : jeon_kookmin

        หยิบโทรศัพท์สิครับ ..รออะไรอยู่?

        นิ้วกดเข้าแอปไว้สำหรับแชทด้วยความรวดเร็ว แอดไปด้วยแอคเค้าท์ลับๆที่จองกุกเอาไว้ส่องแฟนคลับนั้นแหละ

        Jeon_Jeon_Jeon : เตงงง~ คิดถึงๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
        ChimChim : ทักมาเร็วไปไหม5555
        ChimChim : คิดถึงเหมือนกัน ♡
        Jeon_Jeon_Jeon : อยากเจอเตงตอนนี้อ่ะT-T อยากกอด อยากจูบ
        ChimChim : ตรงไปไหม
        Jeon_Jeon_Jeon : จะจูบจนไปไหนไม่รอดเลย
        ChimChim : ไม่ได้นะ!
        ChimChim : ไปที่เตียงก่อน

        เหยดดดดดดดดดดดด
        แฟนอ่อยว่ะ!!

        Jeon_Jeon_Jeon : เดี๋ยวจะฟัดให้จมเตียง
        ChimChim : กลัวเตียงหักมากกว่า
        Jeon_Jeon_Jeon : เค้าไม่รุนแรงขนาดนั้นน่า
        ChimChim : ต่อให้เตงทำเบาๆ มันก็แรงอยู่ดี
        ChimChim : น้องเตงใช่ย่อยซะที่ไหน

        นี่หมายความว่าอย่างไร? จีมินคิดเรื่องนั้นถูกไหม?
        ทั้งๆที่ปกติ จีมินเรียบร้อยจะตายนะ..

        Jeon_Jeon_Jeon : จีมินจริงๆหรือเปล่า
        ChimChim : ก็เค้าดิ ทำไมอ่ะ5555
        Jeon_Jeon_Jeon : เหมือนไม่ใช่เตงเลย อ่อยเกินไป
        ChimChim : 5555555 ไมได้อ่อยสักหน่อย
        Jeon_Jeon_Jeon : ยังจะโกหกอีก เดี๋ยวจับอุดปากซะนี่
        ChimChim : อ้าว
        ChimChim : เตงไม่อยากฟังเค้าครางเหรอ

        อย่างที่รู้ๆกัน จองกุกไม่ใช่คนความอดทนสูงเลยสักนิด
        แล้วคุณคิดว่าการที่แฟนพิมพ์มาในแนวนี้ เล่นมุกแบบนี้ตอบรับกับเขา!?

        Jeon_Jeon_Jeon : นัดเจอเถอะ
        ChimChim : 555555555555
        ChimChim : ความอดทนต่ำเหมือนเดิมเลย
        Jeon_Jeon_Jeon : คืนนี้ ที่หอพักเค้า
        ChimChim : หอช่วงเรียนอักษร?
        Jeon_Jeon_Jeon : อือ เที่ยงคืน

        ตัวเล็กของเขาไม่รอดแน่ๆ ปล่อยให้ทรมานตั้งสองปี
        ถ้าคืนนี้จีมินยังเวอร์จิ้น ก็อย่ามาเรียกเขาว่าจองกุก!!
        หึหึหึ..
        .
        .



        จีมินมองบานประตูตรงหน้าในเวลาเที่ยงคืนนิดๆ
        รู้.. ว่าถ้าเปิดเข้าไปแล้ว บางอย่างอาจจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป
        เช่นร่างกายที่คงจะไม่บริสุทธิ์อีก

        หมับ!

        "คิดถึง" เพียงแค่เปิดประตูเข้ามาเท่านั้น ร่างทั้งร่างก็ถูกวงแขนแกร่งโอบรัดไว้แน่น จีมินยกยิ้มขึ้นบางเบา เขารู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก "เตงหายไปไหนตั้งหลายปี รู้ไหมทำเค้าแทบเป็นบ้า!!"

        "เค้าป่วยอ่ะ พี่จินยองก็เลยพาไปรักษาเมืองนอก" จีมินลูบกลุ่มผมนิ่มสีน้ำตาลราวกับปลอบโยน "แต่เค้าก็มาดูเตงขึ้นสเตจเดบิวต์อยู่นะ ไม่ผิดสัญญา"

        งั้นก็ใช่จริงๆ
        คนที่เขารู้สึกคุ้นเคยในวันนั้น

        จองกุกย่นจมูกเป็นสัน ลูบแก้มบางของตัวเล็กที่รับกับผมสีส้มสว่าง มันยิ่งขับให้จีมินดูน่ารักน่ากอดขึ้นไปอีก "สรุปว่าเตงกับเฮียชานรวมหัวหลอกเค้าเหรอ สนุกมากไหมล่ะ!" แต่ขอแอ๊บงอนหน่อยเหอะ

        "แต่เตงช่วยให้พี่ชานจบหมอนะ" จีมินกล่าวถึงงานชิ้นสุดท้ายที่พี่ตนทำส่ง ศึกษาเกี่ยวกับ 'วิธีการที่มนุษย์จัดการกับการสูญเสีย' ซึ่งจองกุกก็กลายเป็นตัวหมากไปเรียบร้อย "นี่ เตงไปสัญญาอะไรกับพี่ชานไว้หรือเปล่า พี่เค้าไม่ใช่คนไม่มีเหตุผลนะ"

        จองกุกนิ่งไปสักพัก ค่อยๆหลับตาและประมวลผลทั้งหมดที่ผ่าน

        'ข้อแรก มึงต้องยอมกูทุกอย่างครั้งหนึ่ง'

        โอ้โห.. ช่วงที่จีบจีมินใหม่ๆนี่เอง! พอบอกยอมทุกอย่างก็เลยเล่นแรงขนาดนี้!!
        โคตรจะเฮียชานยอลเลย!!

        "ทำหน้าแบบนี้ แสดงว่ามีใช่ไหม" จีมินเขย่งงับปลายจมูกรูปหยดน้ำเบาๆ หมั่นเขี้ยวในความหล่อลากไส้ของแฟนตัวเอง ก่อนจะส่งยิ้มกว้าง "ซนจริงๆเลย"

        "ซนแล้วไง ก็แฟนเตงนั้นแหละ"

        มักเน่ชื่อดังประกบริมฝีปากกับแฟนตนทันที ..จูบแรกหลังจากช่วงเวลาเลวร้ายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต จองกุกบวดเบียดริมฝีปากตามที่พูดไว้ ขบกัดกลีบปากล่างด้วยความโหยหา

        เราผละออกจากกันชั่วครู่พอให้เสื้อเชิ้ตสีขาวผ่านไปกองที่พื้น ลำแขนแกร่งรั้งเอวบางเข้าใกล้พร้อมฝังจมูกลงลำคอขาวผ่อง สูดกลิ่นแป้งเด็กบนเนื้อนิ่มที่ริดรอนสติไปทีละนิด

        "ต้องโทรไปขอเฮียหรือเปล่าเนี่ย" จองกุกอุ้มอีกคนขึ้นในท่าเจ้าสาว วางร่างบอบบางบนเตียงกว้าง ก่อนจะจัดการยีนส์ตัวเก่งให้นอนแผ่บนพื้น ตาโตวาววับกับร่างที่ใกล้จะเปลือยเต็มที่

        "เตงทำให้พี่ชานจบหมอ" ใบหน้าหวานขึ้นสีจางๆ เมื่อมองเด็กหนุ่มถอดเสื้อผ้าตรงหน้า ทั้งยังมีสายตาโลมเลียและการกัดปากมาเป็นระยะ "พี่เขาก็เลย ..ยอมทุกอย่าง"

        จีมินรู้สึกร้อนบริเวณใบหน้าอย่างมาก เหงื่อผุดขึ้นตามไรผม จังหวะเต้นรัวเร็วในใจเมื่อเรียวขาถูกแทรกกลางด้วยไอดอลชื่อดังผู้ไร้อาภร กล้ามเนื้อที่ขึ้นแต่พองามขับให้จองกุกดูเซ็กซี่ขึ้นอีกเท่าตัว ยิ่งดวงตาวาววับราวกับต้องการกลืนกินจีมินไปทั้งตัวด้วยแล้ว..

        "เป็นของกันและกันนะ"

        จีมินตกอยู่ในภวังค์ เขาไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพยักหน้าตอบรับจองกุก

        เด็กหนุ่มปล่อยให้สัญชาตญาณดิบในตัวนำทางเมื่อสัมผัสเนื้อนิ่มอีกครั้ง ฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้เรือนร่างที่รักนักหนาจนทั่ว ก่อนจะจัดการบ็อกเซอร์ตัวเล็กให้พ้นทาง

        จองกุกกดจูบอีกครั้งราวกับต้องการปลอบประโลมจีมินที่เริ่มสั่นไปทั่งตัว ความกลัว.. แน่นอนว่าใครๆก็มี ตอนนี้มันกำลังกัดกินคนกลุ่มผมสว่างให้เป็นทาส ตาเรียวรีคลอไปด้วยน้ำตาเมื่อจองกุกเริ่มเปิดบทรัก

        "พี่จีมิน.." ด้วยคำพูดที่สุภาพที่สุด เด็กหนุ่มพยายามอย่างมากที่จะดึงอีกคนให้จมห่วงไปในอารมณ์เดียวกับตน

        "อ๊ะ! จ..จองกุก" จีมินพูดด้วยเสียงตะกุกตะกัก เชิดหน้าขึ้นเมื่อก้านนิ้วกดซ้ำๆกับที่เดิม ความรู้สึกตีวนไปหมด เขาลังเล อยากผลักออกแต่ก็รู้สึกดีจนไม่อยากให้หยุด "มัน.. เฮือก!"

        "ไม่ต้องกลัวนะครับ" เสียงแหบแห้งกระซิบจนแอบรู้สึกจักจี้ จองกุกฟอนเฟ้นร่างบางอีกครั้งเพื่อถ่วงเวลาในการปรับสภาพ กระทั่งเห็นใบหน้าหวานเกลือกกลิ้งไปกับหมอนใบโต ดวงตาเรียวรีมองมาด้วยสายตาที่แปลกไป

        "จ.. จองกุกอ่า"

        "..เชื่อใจผมนะครับ"

        ไม่รีรอแม้กระทั่งให้อีกคนตอบ ความต้องการทั้งหมดก็ถ่าโถมทักทายจนจีมินร้องไม่ออก ความปวดแล่นริ้วแข่งกับความเจ็บ ..นั้นคือระยะแรกที่จีมินรู้สึกทรมานที่สุด

        หากแต่เมื่อการเคลื่อนไหวได้เริ่มต้น ริมฝีปากเล็กก็เริ่มปล่อยเสียงไร้ความหมายออกมา น่าแปลกที่เด็กหนุ่มกลับชอบมัน เขาขยับเป็นจังหวะเนิบนาบ ค่อยๆเป็นค่อยๆไปเหมือนความรักที่เราต่างก็รู้ดี

        ราวกับมีผีเสื้ออยู่ในท้อง เส้นผมสีสว่างชุ่มไปด้วยเหงื่อสยายไปทั่วหมอน ความเจ็บก่อนหน้าแปรเป็นสิ่งที่เยี่ยมยอดอย่างบอกไม่ถูก ร่างทั้งร่างขยับไปพร้อมๆกัน ทดแทนช่องว่างตลอดสองปีที่หายไป..

        ความคิดถึงถือเป็นวัตถุดิบตั้งต้นชั้นดีในกิจกรรมเร่าร้อน ร้อยเรียงเป็นเสียงสัมผัสชื้นแฉะที่ดังขึ้น ทั้งจากริมฝีปากร้อนและการร่อนของช่วงล่าง ไหนจะเรียวขาสวยที่เกี่ยวเอวสอบไว้แน่น สองฝ่ามือสอดประสานนิ้ว ..ทุกอย่างคือความเพอร์เฟ็คที่ก่อบ่วงระหว่างทั้งคู่

        ยากแล้วล่ะที่คุณจะหยุดพวกเรา
        มันช่างยาก ..ยากจริงๆ
        .
        .



        แสงแดดเล็ดลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในยามสาย เด็กหนุ่มขยี้เปลือกตาเหมือนกับปกติ พลิกไปข้างกายปรากฎว่า ..ไม่มีใครเลย

        เหลือแค่เศษซากบนเตียง และเสื้อผ้าของเขาเท่านั้นที่กองอยู่พื้น

        จองกุกมองประตูห้องน้ำที่ถูกเปิดทิ้งไว้ หยาดน้ำบนกระจกเป็นตัวบ่งบอกว่าจีมินเพิ่งออกไปได้ไม่นาน แต่ยังไม่ทันจะลุกจากเตียงนอน โทรศัพท์ของเขาก็สั่นราวกับเจ้าเข้า

        มักเน่จิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะกดรับสายจากพี่ใหญ่ของวง

        [ไอ้จองกุก!! มึงอยู่ไหนวะ!!]

        ได้แต่ถอนหายใจไปมา ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงๆยากนะที่ซอกจินจะพูดคำหยาบ "อยู่ห้อง"

        [ทำเหี้.ยไร!! รู้ไหมว่ามึงเทรายการครบรอบสองปีน่ะห๊ะ!!]

        "เห้ย!! ผมขอโทษ!" จองกุกหน้าซีดลงราวกับโดนผีหลอก "ขอโทษจริงๆว่ะพี่ ผมเหนื่อยอ่ะเลยนอนเพลิน"

        [เหอะ! กลับมาโดนเมเนบ่นสามชั่วโมงติดแน่มึง! ดีนะเขาอัดครึ่งแรกไว้ก่อน]

        จองกุกถอนหายใจอย่างโล่งอก นึกว่าตนจะทำให้ช่องไม่มีอะไรฉายซะแล้ว "ขอโทษได้ไหมล่ะ" พูดกึ่งโทนมุ้งมิ้งนิดหนึ่ง เป็นมักเน่ก็แบบนี้แหละ ลำบาก!

        [แล้วไปทำอะไร]

        จองกุกกัดปากเบาๆ มองข้างกายอีกรอบ "ผมมาหาจีมิน" ที่ตอนนี้หายเข้ากลีบเมฆ

        [อ้อ.. แล้วได้ดูทีเซอร์ยัง ตอนนี้แฟนคลับเราฮือฮามากเรื่องที่เขามาไซต์เมื่อวาน]

        ทีเซอร์? "พี่พูดเรื่องอะไรเนี่ย"

        [อ้าว! จีมินไม่ได้บอกเหรอว่าเขาจะเดบิวต์แล้ว วงเดียวกับแทแทกูด้วย]

        จองกุกตัดสายทันที เข้าโลกอินเตอร์เน็ตและพิมพ์คำค้นหา ไม่นานนักก็ปรากฎคนที่ข้างกายเขาทั้งคืนด้วยรอยยิ้มสดใส เข้ากับประโยคที่แล่นไปมาตลอดคลิป

        'Cutest Boy - Park Jimin'

        ก็สมควรอยู่อ่ะนะ
        เด็กหนุ่มขยี้ผมตัวเองเมื่ออ่านคอมเม้นที่ชมและ/หรือต้องการจีมินเต็มไปหมด ทันใดนั้นโทรศัพท์เขาก็สั่นเนื่องจากมีข้อความเข้า

        ตามมาด้วยประโยคจากการ์ตูนสุดโปรดของจองกุก 'โคนัน ราชินีคอร์ทหญ้า' และมันเป็นตอนล่าสุดที่เขากับจีมินอ่านด้วยกัน



        ChimChim : I should be the King to be good enough for the Queen
        ChimChim : หรือว่า ..ควรจะสลับตำแหน่งกันนะ?



        จองกุกได้แต่ยิ้มกว้างราวกับคนบ้า ..วงของเขาตอนนี้กำลังได้รับความสนใจอย่างมากถึงมากที่สุด ถือว่าเป็น คิง ในปีนี้เลยก็ได้
        ..คุณคงเข้าใจแล้วใช่ไหมว่าทำไมจีมินถึงส่งประโยคนั้นมา



        Jeon_Jeon_Jeon : ต้องสลับดิ
        Jeon _Jeon_Jeon : กับคนที่ครางทั้งคืน ควรเรียกตัวเองว่า ควีน มากกว่านะครับ :)



-END-



        Talk
        จบแล้วววววว~ ในที่สุดก็จบ!!
        พูดคุยกันนิดหนึ่งเนอะ
        จริงๆแล้วเรื่องนี้เปลี่ยนพล็อตจากเดิมไปเยอะมาก เพราะตอนจบของ last reason คือจีมินตาย แต่รีไรท์แล้วนางไม่ตายนะเออ~
        ประกอบกับได้ดู Eternally Us ที่พี่เอก HRK แคสด้วยคะ ก็เลยจับมารีไรท์แล้วเอาเนื้อหาของเขาที่ดีมากๆมาใส่ฟิค ซึ่งก็คือชิ้นงานจบของชานยอลนั้นเอง

        'วิธีการที่มนุษย์จัดการกับการสูญเสีย (5 stages of grief)
        1.denial ไม่ยอมรับ ปฏิเสธความจริง
        2.anger โมโห หงุดหงิด โทษอย่างอื่น
        3.bargaining การเจรจาต่อรอง
        4.depression โศกเศร้า
        5.acceptance ยอมรับการสูญเสียที่เกิดขึ้น
        ทฤษฎีนี้มาจาก Elisabeth Kubler-Ross ค่ะ
        Cr.LPsatoriko'

        ส่วนในเรื่องของโคนันนั้น คือเราต้องการหาจุดที่จะใส่เป็นประโยคในเรื่องและประโยคจบค่ะ ก็อ่านโคนันอยู่ก็เลยหยิบมาใส่เลย55555
        สุดท้ายนี้ ขอบคุณสำหรับคอมเม้นนะคะ ดีใจมากที่มีคนชอบ ยังบอกคำผิดได้ตลอดนะคะ ขอบคุณค่าาาา~
        Ps1.ฉากอย่างว่าไม่เรทไปใช่ไหม555
        Ps2.ขอขอบคู๊ณณณ*เสียงสูง* รูปจากบ้านแฟนไซต์และ BUMBLES AND LIGHT, แปลเนื้อเพลง beautiful จาก VIP mGD
        Ps3.แต่งเสร็จวันคอนพอดี คือนกอย่างถึงที่สุด ฮรืออออออT-T
        Ps4.มีกุกมินก่อนกลับเกาด้วย ฮอลลลลลลล~
 S
N
A
P

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Zamantha จากทั้งหมด 10 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. #6 มอนเตอร์ღ (@-ben00-) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 21:57
    งานดีงามมมมมม นึกว่าจะต้องร้องไห้ตอนจบซะแล้ววว
    #6
    0
  2. วันที่ 29 ตุลาคม 2559 / 14:58
    เรื่องนี้ดีมากๆเลยค่ะ เสียดายที่เพิ่งมาเจอฮือ เราน่ำตารื้นเลยอะตกใจมากๆนึกว่าจีมินจะตายจริง แต่สุดท้ายก็จบลงด้วยดี ขอบคุนสำหรับฟิคสนุกๆนะคะ เลิ้บเยย
    #5
    0
  3. วันที่ 12 สิงหาคม 2559 / 17:24
    โดนต้มจนเปื่อยเลยค่ะ ไม่ใช่แค่จองกุกที่เชื่อหรอกเราก็เชื่อ น้ำตาปริ่มเลยค่ะพอรู้ว่าจีมินไม่ตายนี่ร้องเฮ้ยเบาๆ55555
    #4
    0
  4. #3 ไอแดด
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 22:11
    ร้องไห้เลยตอนแรก พออ่านมาถึงตอนสุดท้ายก็คิดได้ว่านางเป็นคู่ที่เหมาะสมกันจริงๆ ทั้งน่ารักทั้งตลกทั้งเศร้าครบเครื่องจริงๆ เอาไปสิบสองกระโหลก 55555
    #3
    0
  5. วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 07:14
    จีมินเป็นอะไรฮืออออ เขินมาตลอดอ่านเจอว่าอยู่ตลอดไปไม่ได้นี่คือใจกระตุกมาก ไม่อยากเจอม่าเลยแงงงง ชอบมากๆเลยค่ะรออ่านต่อนะคะ
    #2
    0
  6. วันที่ 26 กรกฎาคม 2559 / 23:55
    จีมินพูดแบบนี้คืออะไร  ตะตายตอนเย็ยหรออออ เมเห็นความดราม่ามาแต่ไกล้
    #1
    0