ตอนที่ 11 : HUG (ไม่) ปรารถนาครั้งที่สิบ… ดูแลคนป่วย (เต็มดวง%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 720
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    15 ส.ค. 59


*ช่วยบอกหน่อยนะคะ ว่ามันขัดๆ ไปหรือเปล่า ????????




HUG (ไม่) ปรารถนาครั้งที่สิบดูแลคนป่วย

 

 

เพียงดิน

ความรู้สึกในตอนนี้มันเปลี่ยนไปแล้วสินะ เหมือนคนใจง่ายที่ยอม แต่พอตื่นขึ้นมาได้ยินประโยคเมื่อกี้กลับสมเพชตัวเองเข้าไปอีก ผมก็ลืมไปว่าร่างกายมันสามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้ ครั้งนี้ก็ใช่สินะ หมดแล้วจริงๆ กับศักดิ์ศรีที่พยายามสร้างขึ้น ตอนนี้ได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมอย่างเดียว

ผมพยายามลุกขึ้นจากเตียง แต่กลับรู้สึกเจ็บไปหมดทั้งตัว ไหนจะเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ที่จู่ๆ มีใครก็ไม่รู้เข้ามาทำร้ายร่างกายแล้วพยายามจะข่มขืนอีก พอเรื่องร้ายๆ ผ่านไป กลับต้องมาเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้ตัวเองรู้สึกแย่กว่าเดิม

ตุบ

สองขาไร้เรี่ยวแรงขึ้นทันใด และทำให้ร่างกายต้องล้มลงไปนั่งกองกับพื้นแทน ผมอยากร้องไห้ แต่ก็อยากอดทนให้มากที่สุด

“นายมันก็แค่คนไร้ค่าสินะ” ตอนนี้ผมทำได้แค่ด่าทอตัวเองที่ยอมใจง่ายและยอมทุกๆ อย่างจนหมด

“เพียงดิน” เสียงคนด้านหลังดังขึ้นก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเข้ามาหาผม แล้วช่วยพยุงให้ลุกขึ้นยืน

“ผมอยากเข้าห้องน้ำ”

“เดี๋ยวฉันไปส่ง”

“ไม่เป็นอะไรครับ ผมเดินไปเองได้” พอตั้งสติได้และรวบรวมพลังทั้งหมดที่มี ผมก็พยายามฝืนเดินไปห้องน้ำเอง กว่าที่ขาทั้งสองข้างมันจะก้าวมาถึงผมก็แทบแย่

พอประตูห้องน้ำปิดลงเท่านั้นแหละครับ ร่างกายไร้ซึ่งเรี่ยวแรงจนล้มฟุบลงไปนั่งกองกับพื้นอีกครั้ง

“อะ อึก ฮือๆ” ตอนนี้ผมเก็บมันเอาไว้ไม่ไหวแล้วครับ น้ำตามันไหลออกมาเรื่อยๆ

ผมไม่โอเคเลยจริงๆ ผมนั่งร้องไห้อยู่นานก็ต้องลุกขึ้น เพื่อยืนมองสภาพตัวเองผ่านกระจก ร่องรอยจากเรื่องเมื่อคืนยังคงย้ำเตือนอยู่เสมอ ร่างกายที่น่ารังเกียจ

“หึ! นายมันน่าสมเพช” ผมด่าทอตัวเองอยู่อย่างนั้น ร่างกายไร้เรี่ยวแรงก้าวเดินไปยังฝักบัวใกล้ๆ เพื่อชำระล้างคราบต่างๆ มันหมดแล้วจริงๆ หมดทุกอย่าง

ซ่าๆ

ผมจะอ่อนแอแค่ครั้งนี้เท่านั้น ในเมื่อไม่มีทางเลือก ก็คงต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรมต่อไป

เป็นแค่ลูกหนี้ เจ้าหนี้ต้องการให้ทำอะไรก็อย่าปฏิเสธ

 

“ไหวหรือเปล่า” เสียงคุณเควินยังคงดังขึ้น เขาไม่ได้เดินออกไปจากห้องด้วยซ้ำ ผมเองก็ทำได้แค่มองแล้วส่ายหัวเป็นคำตอบแทน ตอนนี้ผมรู้สึกอึดอัดมากๆ

“เพียงดิน” พอผมไม่ตอบ เขาก็เริ่มไม่พอใจ

“แค่นี้สบายมากครับ” ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตาเขาพร้อมกับคำตอบ รีบพาร่างกายของตัวเองไปหยุดยืนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าแทน ผมอยากแต่งตัว

“ฉันจะลงไปรอข้างล่าง” เขาบอกกับผมแล้วเดินออกจากห้อง ไม่พอใจสินะ ผมทำอะไรผิดงั้นเหรอ

เฮ้อ!

ผมถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะรีบแต่งตัวแล้วเดินตามเข้าลงไปด้านล่าง คุณเควินกำลังนั่งรอผมอยู่ที่โต๊ะอาหาร สายตาของเขาที่จ้องมองมาทางผมมันอธิบายยากมากๆ ผมเองก็พยายามทำใจดีสู้เสือให้ได้มากที่สุด

“คุณมีอะไรจะคุยกับผมเหรอครับ” พอหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ ปากมันก็ถามออกไปทันที ร่างกายไม่ค่อยโอเคเลยครับ มันเจ็บและทรมานมากๆ

“เรื่องที่เกิดขึ้น ฉันจะรับผิดชอบเอง”

“ไม่จำเป็นหรอกครับ”

“อย่าพูดเพราะต้องการประชด เพราะคนที่จะรู้สึกแย่คงไม่ใช่ฉันแน่นอน” ผมรู้ว่าเขาไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้วและที่พูดออกไปทั้งหมดผมก็ไม่ได้ประชดด้วย

“ผมไม่ได้ประชดครับ เรื่องแค่นี้คุณไม่ต้องคิดมากหรืออยากรับผิดชอบอะไรหรอก ผมไม่ใช่ผู้หญิง”

“หึ! คิดจะให้ฉันฟรีๆ งั้นเหรอ”

“อยากคิดแบบนั้นก็ได้นะครับ แต่ถ้าอยากรับผิดชอบจริงๆ ก็ช่วยเอาไปขัดดอกแทนก็แล้วกัน” ผมพูดจาทำร้ายจิตใจตัวเองเพื่ออะไร ร่างกายมันสั่นไปหมด น้ำตาอยากจะไหลออกมาดื้อๆ น่าสมเพชมากเลยครับ

“ครั้งแรก เหมือนได้ฟรี แต่ฉันจะให้ห้าหมื่นก็แล้วกัน” พูดจบเขาก็ลุกหนีออกไป แผ่นหลังที่ลับสายตามันหายไปพร้อมกับหยาดน้ำตาที่ไหลออกมา

ประชดกลับงั้นเหรอ? เพื่ออะไร ในเมื่อเขาตั้งใจให้มันเป็นแบบนี้อยู่แล้ว

ผมไม่มีกระจิตกระใจจะนั่งกินข้าวต่อด้วยซ้ำ ทุกอย่างมันทรมานเหลือเกิน ร่างกายก็แทบไม่มีเรี่ยวแรง อยากนอนหลับไปนานๆ โดยที่ตื่นขึ้นมาแล้วเรื่องราวทั้งหมดคือความฝัน

เมี้ยวๆ

เสียงเจ้าแสบดังขึ้น ผมลืมให้อาหารมันสินะ เกิดเป็นแมวอย่างมันก็สบายเหมือนกัน ถึงจะเหงาไปบ้าง แต่ก็ไม่ต้องดิ้นรนอะไรมากมาย ไม่ต้องคิดมากให้รู้สึกแย่ด้วย

“กินเยอะๆ นะ แกจะได้โตไวๆ ตัวเล็กแค่นี้เดี๋ยวก็ถูกสัตว์อื่นรังแกเอาหรอก” ผมนั่งมองมันกินอาหารอยู่ครู่หนึ่ง รู้สึกเวียนหัวเลยลุกขึ้นไปนั่งพักที่โซฟาแทน

“คุณดินคะ เป็นอะไรหรือเปล่า” เสียงของป้าแม่บ้านดังขึ้นมาท่านเดินเข้ามาหาผมก่อนจะนั่งมองอยู่ใกล้ๆ

“ปวดหัวนะครับ”

“ถ้างั้นขึ้นไปนอนพักบนห้องไหมคะ”

“ดินนั่งพักสักครู่คงหายนะครับ ป้าไปทำงานต่อเถอะ”

“ค่ะ” ป้ายิ้มให้ผมก่อนจะเดินออกไปทำงานของท่านต่อ ส่วนผมก็เอนตัวนอนลงบนโซฟาแทน จะให้เดินขึ้นไปก็ไม่ไหว นอนพักตรงนี้แทนก็แล้วกัน

 

เควิน

การทะเลาะกับเพียงดินไม่ใช่เรื่องดีจริงๆ สินะ ตอนนี้ก็กลับมาหนักขึ้นอีกแล้ว ถึงขนาดยอมให้ผมฟรีๆ เพื่อขัดดอก คิดได้ยังไงกันนะ สมองที่สั่งการช้าไม่ว่าจะทำอะไรก็หงุดหงิดไปหมดทุกอย่าง หลังจากที่เคลียร์งานจนเสร็จบวกกับสั่งงานผู้จัดการรีสอร์ทคนใหม่ ผมก็เดินกลับไปที่บ้าน สิ่งแรกที่เห็นก็คือร่างเล็กของเพียงดินที่นอนหลับอยู่บนโซฟา

“กลับมาแล้วเหรอคะ”

“ทำไมดินถึงมานอนอยู่ตรงนี้ครับ”

“คุณดินเธอบอกอยากพักสักครู่นะคะ แต่ป้าเห็นว่านอนอยู่นานแล้ว”

“ขอบคุณมากครับ เดี๋ยวที่เหลือผมดูแลเอง”

“ค่ะ”

“อ่อ! ป้าครับ ช่วงนี้ผมจะลงจากม่อนแจ่ม ป้าแค่เข้ามาทำความสะอาดบ้านเป็นระยะก็พอ”

“ได้ค่ะ” พอสั่งงานป้าเสร็จ ผมก็เดินเข้าไปหาเพียงดินใกล้ๆ มือข้างหนึ่งก็แตะลงบนหน้าผากและลำคอเพื่อวัดไข้ สิ่งที่สัมผัสได้ก็คือความร้อนจากร่างกายตรงหน้าละมั้ง

ไม่สบายงั้นเหรอ?

“อือ...” เสียงงัวเงียดังขึ้นพร้อมๆ กับเปลือกตาทั้งสองข้างซึ่งขยับไปมา “คะ คุณ” น้ำเสียงเล็กเอ่ยเรียกผมทันทีที่สบตากัน

“นายไม่สบายนะ”

“ผมไม่เป็นอะไรครับ” ผมจะทำยังไงดีครับ เพราะตอนนี้แทบจะควบคุมอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ไม่ได้ เพียงดินดื้อที่สุด ไม่มีใครดื้อเกินเขาเลย “จะกลับมาสั่งงานผมเหรอครับ”

หมับ

ตอนนี้ผมหมดความอดทนแล้วจริงๆ จนต้องกระชากเพียงดินให้ลุกขึ้นยืน แล้วอุ้มเขาขึ้นพาดบ่าเอาไว้แทน อยากดื้อดีนัก ถ้างั้นก็ไม่ต้องไปสนใจอะไรอีก

“คุณเควิน ผมเวียนหัว” เพียงดินพยายามดิ้น แต่ผมกลับไม่สนใจแล้วอุ้มเจ้าตัวออกไปเรื่อยๆ

“ปล่อย” ทั้งที่ไม่สบายแท้ๆ แต่กลับปากแข็ง แล้วยังพูดจาน่าหมั่นไส้ออกมาอีก

ตุบ

“...” เพียงดินไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากมองหน้าผมด้วยแววตาเศร้าๆ คงไม่เข้าใจสินะ ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน พอโยนร่างเล็กไปนั่งอยู่บนเบาะรถเสร็จก็รีบปิดประตูแล้วเดินอ้อมไปฝั่งคนขับแทน

บรืนน น นน

“จะพาผมไปไหน”

“เงียบไปซะ!” ผมตวาดกลับไปแล้วรีบขับรถออกจากรีสอร์ททันที ต่อให้เพียงดินอยากปริปากพูดอะไรออกมา ผมก็ไม่สนใจอยู่ดี

ตลอดทางผมก็เอาแต่เงียบ ตอนนี้รู้สึกหงุดหงิดมากๆ ยิ่งเห็นหน้าเพียงดินก็ยิ่งหงุดหงิด

Rrrr

เสียงโทรศัพท์ของผมดังขึ้นระหว่างที่กำลังแล่นอยู่บนถนน ผมไม่ได้ดูเบอร์ด้วยซ้ำแล้วรีบกดรับสายทันที

“สวัสดีครับ”

“สวัสดีค่ะ คุณเควิน”

“เอ๋!

“มัชญาเองนะคะ พอดีอยากนัดคุณเควินทานมื้อค่ำกันหน่อย” ผมหันไปมองหน้าเพียงดินทันที แต่พอเจ้าตัวสบตาผมก็รีบเบือนหน้าหนีแทน

“สำหรับคนสวย ผมไม่ปฏิเสธหรอกนะครับ”

“ดีใจจังเลยค่ะ แล้วคุณจะลงมากรุงเทพฯ เมื่อไหร่”

“ตอนนี้ผมกำลังขับรถอยู่นะครับ ถ้ายังไงผมจะโทรไปนัดคุณอีกที”

“มัชจะรอนะคะ บายค่ะ”

“บายครับ”

ผมก็ไม่อยากทำแบบนี้หรอกครับ แต่อารมณ์มันพาไปทุกอย่าง มัชญาเป็นเพื่อนของผม พวกเรารู้จักกันเพราะธุรกิจนี่แหละครับ เธอจะคอยให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องการตกแต่ง เพราะที่บ้านของเธอทำธุรกิจด้านนี้ รวมไปถึงธุรกิจอื่นๆ อีกมากมาย

 

ตอนนี้ผมขับรถลงมาถึงตัวเมืองเชียงใหม่เรียบร้อยแล้ว ก่อนจะขับต่อไปยังบ้านพัก เพียงดินก็เอาแต่นั่งเงียบมาตลอดทาง จนเวลาผ่านไปเจ้าตัวดันเผลอหลับ ตอนแรกผมก็อยากพาไปโรงพยาบาล แต่ไม่อยากฟังน้ำเสียงอาละวาดเลยพากลับมาที่บ้านแล้วตามคุณหมอมาตรวจแทน

คุณหมอท่านก็ให้น้ำเกลือไปขวดนึง แถมยังบอกผมอีกว่าร่างกายเพียงดินไม่ค่อยแข็งแรง เมื่อวันก่อนก็โดนน้ำฝนไป ไหนจะเรื่องที่ทำกับผมอีก ถึงร่างกายส่วนนั้นจะไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมาย แต่มันคงสะสมจนทำให้เจ้าตัวไม่สบาย

ผมสั่งให้สาวใช้ขึ้นไปดูแลระหว่างที่เจ้าตัวยังนอนหลับอยู่ ส่วนตัวเองก็เดินลงไปชั้นล่างแทน ผมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะกดโทรไปหาเลขาส่วนตัว ซึ่งรับหน้าที่ดูแลงานอยู่ที่กรุงเทพฯ

“สวัสดีครับ คุณเควิน” คุณปัญญ์เป็นเลขาที่คอยดูแลงานให้กับผมที่กรุงเทพฯ และยังเป็นมือขวาคนสำคัญที่ไม่ว่าจะสั่งงานอะไรเขาก็รีบจัดการให้ผมจนเสร็จเรียบร้อยภายในไม่กี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ

“เรื่องที่ผมให้ไปสืบละครับ”

“จากเบอร์ที่คุณให้ผมมา ปลายสายอยู่ที่กรุงเทพฯ ครับ เจ้าของเบอร์ชื่อนายผาสุข มีศักดิ์เป็นลุงของคุณเพียงดินครับ”

“เอ๋! มีเรื่องไม่น่าเชื่อเกิดขึ้นอีกแล้วสินะ” ผมแสยะยิ้มตรงมุมปาก เดินอ้อมไปนั่งลงที่เก้าอี้แทน “ถ้างั้นช่วยสั่งสอนให้หน่อยสิ ตอนนี้ก็คงร้อนรนแทบแย่แล้ว”

“จะดีเหรอครับ”

“ดีสิ แค่สั่งสอนให้รู้จักจำก็พอ...แล้วก็ห้ามให้เข้ามายุ่งกับเพียงดินอีก”

“ทราบแล้วครับ”

สายถูกตัดไปแล้ว ในสมองของผมตอนนี้มีเรื่องให้คิดมากมายเลยจริงๆ ยอมทุ่มเงินตั้งสิบห้าล้านเพื่อจะซื้อบ้านและที่ดินทั้งหมดนั้นมา แต่ทำไมตอนนี้ปัญหาถึงก้าวเข้ามาเยอะแยะแบบนี้นะ

นายผาสุขงั้นเหรอ? ท่าทางเพียงดินจะไม่รู้สินะว่ายังเหลือญาติสนิทอีกคนอยู่บนโลกใบนี้ด้วย...

หลังจากที่คุณเผ่าเสียชีวิต ก็เริ่มมีญาติของเพียงดินก้าวเข้ามาอีกแล้ว คงอยากได้ที่ดินทั้งหมดไปขายต่อละมั้ง เพราะมันสามารถเอาไปเกณฑ์กำไรในอนาคตได้อย่างมหาศาล ที่ดินผืนนั้นทั้งสวยและอุดมสมบูรณ์มากๆ

“คุณเควินคะ คุณเพียงดินฟื้นแล้วนะคะ” เสียงสาวใช้ดังขึ้นจากด้านหลัง ผมหันกลับไปพยักหน้าให้กับเธอก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินกลับไปด้านบน

แอ๊ด

เสียงประตูห้องที่ถูกผมผลักเข้าไป ทำให้คนที่นั่งอยู่บนเตียงต้องหันกลับมามอง แววตายังคงเศร้าหมองไม่เปลี่ยนเลยครับ

“คุณพาผมมาที่ไหนกันครับ”

“ตอนนี้เราอยู่ในตัวเมืองเชียงใหม่”

“พาผมมาที่นี่ทำไม”

“หลังจากที่นายหายป่วย พวกเราจะไปกรุงเทพฯ กัน”

“ผมไม่ไป”

“นายเป็นแค่ลูกหนี้ไม่ใช่เหรอ” คำถามของผมทำให้เพียงดินต้องนั่งเงียบแทน เจ้าตัวไม่ปริปากพูดอะไรออกมาอีกก่อนจะล้มตัวลงนอนทันที

ผมไม่ได้ตั้งใจหรอกนะครับ แต่เพียงดินดื้อจนเกินไป

ตอนนี้ผมกลับรู้สึกว่าเหตุการณ์ตรงหน้ามันน่าอึดอัดเหลือเกิน เพียงดินคงอยากร้องไห้เพราะคำพูดของผมละมั้ง

หมับ

ผมมันเป็นคนประเภทที่ไม่ค่อยสนใจอะไรอยู่แล้ว ทำร้ายจิตใจเขาเสร็จก็เดินไปล้มตัวลงนอนข้างๆ เขาทันที พร้อมกับรั้งร่างเล็กตรงหน้าเข้ามากอดเอาไว้ด้วย

“ฉันเหนื่อย” ผมพูดออกไปแบบนั้น ฝ่ามือข้างหนึ่งก็เอื้อมขึ้นไปรั้งใบหน้าของเพียงดินที่หันไปทางอื่นเอาไว้ แล้วบังคับให้เจ้าตัวหันกลับมาเผชิญหน้ากับผม สายน้ำเกลือที่โยงยางอยู่ในตอนนี้มันดูน่ารำคาญเหลือเกิน ทำอะไรรุนแรงก็ไม่ได้อีก “ไม่พอใจเหรอ”

“ผมเป็นแค่ลูกหนี้” น้ำเสียงนิ่งเอ่ยตอบ แต่แววตากลับร้องไห้อยู่

“งั้นเหรอ?”

จุ๊บ

“พักผ่อนต่อเถอะ” ผมเอื้อมขึ้นไปกดจูบแผ่วเบาที่หน้าผากของเพียงดิน ก่อนจะขยับเข้าไปใกล้กว่าเดิม กอดคนตรงหน้าเอาไว้แน่นขึ้น เพียงดินเองก็ไม่ยอมขัดขืนหรือต่อต้านอะไรอีก นอกจากจะทำตามที่ผมพูดออกไปเมื่อกี้

ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง แต่เพียงดินกลับหลับไปแล้ว คงเหนื่อยสินะ แถมยังต้องมารับมือกับอารมณ์เอาแต่ใจตัวเองของผมอีกต่างหาก ผมก็สงสารเขานั่นแหละ แต่ไม่รู้ทำไมถึงชอบพูดจาทำร้ายจิตใจเขาออกไปมากกว่า

อีกเดี๋ยวมันคงดีขึ้นละมั้ง...

 

ผมไม่ได้นอนหลับต่อด้วยซ้ำ แต่กลับลุกขึ้นมานั่งเคลียร์งาน ผมมีเอกสารหลายฉบับที่ต้องเซ็น เลยต้องแบกมันกลับมานั่งทำในห้องและคอยเฝ้ามองเพียงดินอยู่เป็นระยะ เจ้าตัวขี้เซาเหลือเกินหรือเพราะร่างกายยังไม่ฟื้นตัวกันแน่นะ

ทุกวันนี้ผมยังงงๆ เลยครับว่าตัวเองเป็นอะไรไปซะแล้ว ทำไมต้องมานั่งทำอะไรแบบนี้ด้วย ผมไม่เคยต้องดูแลใคร และไม่เคยต้องยอมใครขนาดนี้ ยกเว้นธารธาราไว้สักคนก็แล้วกันเพราะผมตามจีบเขาเอง

เรื่องระหว่างผมกับธารธารามันก็จบลงด้วยดีไปแล้ว ผมยอมรับเลยว่ารู้สึกแย่มาก แต่พอวันเวลาผ่านไปและมีใครอีกคนเข้ามา มันกลับทำให้ผมลืมและยอมรับข้อตกลงที่จะเป็นเพื่อนกันของพวกเราได้

คนบางคน ที่ไม่ใช่ของเรา ต่อให้พยายามวิ่งตามมากแค่ไหน ถ้าสักวันเขาเจอคนที่ใช่กว่าเราเขาก็ต้องวิ่งหนีไปอยู่ดี

“อือนะ น้ำ” เสียงของเพียงดินงัวเงียดังขึ้นมา ทำให้ผมตื่นจากภวังค์ความคิดแล้วหันกลับไปสนใจเจ้าตัวแทน เพียงดินค่อยๆ ลุกขึ้นนั่งเบือนหน้ามามองผมที่นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ริมหน้าต่าง “ผมหิวน้ำ” คนตรงหน้าเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงอ้อนวอน ผมเลยต้องลุกขึ้นไปหยิบน้ำให้เขาดื่ม

“ยังเจ็บตรงไหนอยู่ไหม”

“ผมอยากเข้าห้องน้ำด้วย”

“เดี๋ยวฉันพาไป” ผมเอื้อมมือไปรั้งผ้าห่มออกจากตัวของเพียงดิน พร้อมกับหยิบขวดน้ำเกลือให้เจ้าตัวถือเอาไว้แทน

“คุณจะคิดค่าดูแลไหม”

“ฉันบอกแล้วว่าจะรับผิดชอบ ไม่ต้องกลัวหนี้เพิ่มหรอกนะ”

“ผมไว้ใจคุณไม่ได้หรอกครับ” เพียงดินเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แทบจะไม่ได้ยินด้วยซ้ำ

“ถ้านายไม่ดื้อ ฉันก็จะไม่ใจร้าย”

“ถึงไม่ดื้อ คุณก็ใจร้ายอยู่ดี”

“ไหนว่าอยากเข้าห้องน้ำหรืออยากทะเลาะกันมากกว่า”

“เข้าห้องน้ำครับ” ผมช่วยพยุงเพียงดินให้ลุกขึ้นยืนแล้วพาเจ้าตัวไปที่ห้องน้ำแทน เพียงดินเองก็ไม่ดื้ออีก คงอยากเข้าห้องน้ำมากกว่าละมั้ง “ออกไปก่อนสิครับ” พอเข้ามาอยู่ในห้องน้ำด้วยกันก็รีบไล่ผมทันที

“จะอายทำไม ฉันเคยจับมาแล้ว”

“หน้าไม่อาย”

“เลิกบ่นได้แล้ว” ผมไม่สนใจเสียงห้ามของเพียงดินอีกก่อนจะขยับเข้าไปยืนซ้อนอยู่ด้านหลังของเขา แล้วช่วยถอดกางเกงออกให้ “สู้มือเชียว”

“เคน” นี่คงเป็นครั้งแรกละมั้งที่เพียงดินตะเบ็งเสียงเรียกชื่อเล่นของผมด้วยน้ำเสียงไม่พอใจแบบนี้ แต่ผมกลับรู้สึกชอบใจมากกว่าโกรธ

“หึ!” ผมแสยะยิ้มอย่างพอใจแล้วช่วยทำความสะอาดพร้อมกับสวมกางเกงให้อย่างเดิม เพียงดินเองก็ไม่ยอมพูดอะไรออกมาอีก ท่าทางจะเขินมั้งครับ เมื่อพากลับมาถึงเตียงผมก็เอ่ยถามเขาต่อ “หิวไหม”

“หิวแล้ว”

“คราวนี้ไม่ดื้ออีกเหรอ”

“ผมหิว ไม่อยากดื้อ”

“เวลานายอ้อนก็น่ารักเหมือนกันนะ” ผมเอื้อมมือขึ้นไปรั้งใบหน้าซีดที่ร้อนผ่าวของเพียงดินเอาไว้แทน

จุ๊บ

พร้อมกับริมฝีปากที่กดจูบแผ่วเบาบริเวณหน้าผากของเขา “นอนรอก็แล้วกัน จะลงไปทำข้าวต้มมาให้”

“ขอบคุณครับ” เพียงดินไม่ดื้อก็เพราะยังไม่มีเรี่ยวแรงมากพอละมั้ง แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เรี่ยวแรงของเขากลับมา เมื่อนั้นผมคงปวดหัวเพิ่มขึ้นแน่นอน

ผมเดินลงมาด้านล่างแล้วเดินหายเข้าไปในห้องครัวหยิบอุปกรณ์ออกมาทำข้าวต้มให้เพียงดินทันที ผมเองก็พอจะทำอาหารเป็นอยู่บ้าง แต่กลับไม่เก่งเหมือนเคย์ แม่เคยสอนบ่อยๆ แต่ผมกลับไม่ชอบเรียน ต่างจากเคย์ที่ชอบรบเร้าให้แม่สอนอยู่ตลอด ถ้ารู้แบบนี้ผมจะเรียนไว้เยอะๆ เลยครับ

ระหว่างยืนรอข้าวต้มในหม้อสุก ผมก็เดินไปเตรียมถ้วยแล้วก็ผลไม้ไว้ด้วย เผื่อว่าเพียงดินอยากกิน ผมใช้เวลาเกือบชั่วโมงในการทำทุกอย่างที่ห้องครัวจนเสร็จเรียบร้อย รีบยกของที่เตรียมเอาไว้ขึ้นไปบนห้องทันที

แอ๊ด

พอเปิดประตูเข้าไปก็เจอกับสายตาของเพียงดินที่หันกลับมามอง แววตาเหมือนไม่เชื่อเลยครับ

“ผมจะไม่ท้องเสียใช่ไหม” คนตรงหน้าเอ่ยถามก่อนจะมองถ้วยข้าวต้มที่ผมยื่นไปให้

“ลองดูสิ” ผมตอบยิ้มๆ ทำไมตอนนี้ถึงรู้สึกดี “ฉันป้อนดีกว่า” แต่ความรู้สึกอยากแกล้งก็มีมากกว่า เลยแย่งถ้วยข้าวต้มกลับมาถือเอาไว้แทน

“ผมกินเองได้”

“อย่าดื้อ! อ้าปากสิ” พอเป่าข้าวต้มที่อยู่ในช้อนเสร็จก็รีบยื่นไปตรงหน้าคนป่วยพร้อมกับคำสั่ง เพียงดินเองก็ยอมกินอย่างว่าง่ายจนเกือบหมด

“อิ่มแล้ว”

“กินผลไม้ต่อไหม”

“ไม่ครับ” ผมพยักหน้ารับ ถือถ้วยข้าวต้มไปวางไว้ใกล้ๆ แล้วเดินไปจัดยาให้ต่อ

“รีบกินยาแล้วนอนพักต่อซะนะ นายหายดีเมื่อไหร่พวกเราจะได้ไปกรุงเทพฯ กัน”

“ผมไม่ไป ไม่ได้เหรอ” ผมจะตอบว่ายังไงละครับ ในเมื่อจุดประสงค์ที่ไปก็เพราะเพียงดิน

“ถ้าถามแล้วคำตอบที่ได้มันคือไม่ นายก็ไม่ควรถามอีก”

“ผมก็แค่อยากรู้” เพียงดินก้มหน้าต่ำไม่ยอมสบตาผมอีก พอกินยาเสร็จก็ล้มตัวลงนอนเงียบๆ การกระทำของเขาทำให้ผมอึดอัดอีกแล้ว

จุ๊บ

ผมไม่ได้ตอบอะไรออกไปอีก แค่ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ๆ จูบซับที่เรือนผมของคนตรงหน้าเพื่อปลอบใจเท่านั้น ความเงียบและเสียงลมหายใจของเพียงดิน ทำให้ความรู้สึกสับสนของผมเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ

“ขอบคุณนะครับ”

“คนผิด ก็ต้องรับผิดชอบอยู่แล้ว”

“งั้นเหรอครับ น่าดีใจจริงๆ ผมเป็นลูกหนี้ที่พิเศษสินะครับ”

“ก็คงงั้น มันเป็นประโยคทิ้งท้ายที่หายไปพร้อมกับความเงียบ ทั้งผมและเพียงดินไม่มีใครพูดอะไรออกมาอีกเลย

ที่ทำลงไปทุกอย่าง ก็เพราะอยากทำ มันไม่มีอะไรมากกว่านั้นหรอกครับ




____________________________________

TBC

เกิน 18 ตอนแน่นอน วะฮะฮาาาาาาาาาาาาาาา อยากจะร่ำ 

จบตอนไหน ก็ตอนนั้นละมั้ง...

ถ้าเมื่อไหนที่มันเดินผิดทาง ดึงสติกลับมาหน่อยนะคะ 555555555

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #12 jbjkjr (@jbjkjr) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2559 / 07:08
    เมื่อไหร่จะรู้ใจยอมรับกันจริงๆสักที ฮือๆๆๆ
    #12
    0