ตอนที่ 16 : HUG (ไม่) ปรารถนาครั้งที่สิบห้า… เหตุผลที่อยากอธิบาย (เต็มดวง%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 638
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    22 ส.ค. 59




HUG (ไม่) ปรารถนาครั้งที่สิบห้าเหตุผลที่อยากอธิบาย

 

 

รถแล่นเข้าไปยังบริเวณบ้านทันทีพร้อมกับประตูรั้วที่ปิดลง หัวใจผมเต้นแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้สิครับ ไม่เคยตื่นเต้นแบบนี้มาก่อนเลยจริงๆ

“กลับมาหน้าบานเลยนะครับ”

“เพียงดินล่ะ”

“หลับอยู่บนห้องนะครับ”

“นอนแต่หัววันเนี่ยนะ”

“เขาคงเหนื่อยใจกับพี่ สู้นอนหลับไปน่าจะดีกว่า” เคย์พูดจาประชดประชันผมก่อนจะเดินเลี่ยงออกไป ผมไม่ได้ถือสาหรอกครับ แต่รู้สึกเลยต้องรีบขึ้นไปหาเพียงดินที่ห้องแทน

แอ๊ด

แต่พอเปิดประตูเข้าไปเจ้าตัวกลับนั่งมองผมอยู่ที่ปลายเตียงแล้ว สายตาก็จ้องจับผิดกันมากๆ เลยทีเดียว

“ดิน”

“เข้ามาทำไมครับ”

“อยากอธิบาย”

“ผมไม่อยากฟัง คุณจะมาสนใจทำไมครับ ผมเป็นแค่ลูกหนี้”

เฮ้อ!

ผมผ่อนลมหายใจออกมาทันที ทำไมเพียงดินถึงได้ดื้ออย่างนี้ จะมีใครหรืออะไรมาหยุดความดื้อของเขาได้ไหม ขนาดผมยังเอาแทบไม่อยู่

“นายเป็นทั้งลูกหนี้แล้วก็เมียของฉันพอใจไหม? หืม!

“ไม่! ไม่ต้องเข้ามาใกล้ๆ ถ้าอยากอธิบายก็พูดมันตรงนั้นแหละครับ” นอกจากจะดื้อ เขายังรั้นเต็มพิกัดมากๆ บทจะโหดก็เหลือเกินจริงๆ เลยครับ ผมทำอะไรผิด

แต่ผมก็ผิดนั่นแหละ

“โอเค งั้นฉันเริ่มแล้วนะนายจำเรื่องที่พวกเราถูกไล่ยิงได้ไหม จริงๆ แล้วพวกมันตั้งใจจะฆ่าฉันให้ตาย แต่พลาดตรงที่มีพวกชาวบ้านเข้ามาช่วย”

” เพียงดินไม่ได้พูดอะไรออกมา แต่เจ้าตัวกลับตั้งใจฟังมากๆ จนผมเองยังแปลกใจเลยครับ

“รวมไปถึงเรื่องไฟไหม้ที่ไร่ของนายด้วย”

” แววตาเริ่มเปลี่ยนไปเล็กน้อย ผมเองก็ไม่อยากจะบอกหรอกครับ แต่มันจำเป็น ไม่งั้นเพียงดินไม่ยอมเข้าใจอะไรง่ายๆ แน่นอน

“พวกมันจงใจทั้งหมด ฉันก็เลยต้องประกาศขายบ้านและที่ดินของนายแทน” ผมเงียบไปอีกครั้งหลังจากที่อธิบายมาถึงเรื่องนี้ เพียงดินไม่แสดงอาการอะไรออกมาเลย นอกจากนั่งเงียบจนผมกลัว “ดิน”

“พูดต่อสิครับ” ถึงเขาจะบอกให้ผมพูดต่อ แต่การนั่งห่างๆ กันแบบนี้มันกลับอธิบายยากเหลือเกิน ผมยอมรับว่าอยากเข้าไปกอด “ถ้าผมไม่พอใจ คุณก็ห้ามเข้ามากอด” เหมือนเขารู้ว่าผมคิดอะไรอยู่เลยครับ ผมเลยต้องจำใจยอมนั่งอธิบายต่อไป

“และคนที่น่าสงสัยที่สุดก็คือพ่อของพราวพรรณ”

“งั้นเหรอครับ?” มันเป็นคำพูดที่ผมอธิบายต่อไม่ถูกเลยครับ

“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องจริง”

“กอดคนอื่นนอกจากผมได้สินะครับ” ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเพียงดินถึงถามแบบนี้ แล้วที่ผมอธิบายไปทั้งหมด เขาจะยอมเข้าใจไหม “ทำไมถึงอยากอธิบายละครับ อันที่จริงคุณไม่จำเป็นต้องสนใจความรู้สึกของผมก็ได้”

“ขอตอบคำถามแรกก่อนกอดคนอื่นก็ไม่เหมือนกอดนาย ความรู้สึกมันต่างกันแน่นอน ส่วนคำถามต่อไป ฉันอยากอธิบาย เหตุผลมันไม่มีหรอกนะ แต่เพราะคนฟังคือนายยังไงล่ะ” เพียงดินเงียบไปอีกครั้ง เขานั่งจ้องหน้าผมแล้วกัดปากของตัวเองไปด้วย คงอึดอัดสินะ

“ขอกอดได้ไหม”

” เพียงดินไม่ได้ตอบแต่กลับพยักหน้าออกมาแทน แถมยังเบือนหน้าหนีอีกต่างหาก ท่าทางของเขามันน่ารักจนผมอดคิดไม่ได้ว่าใช่คนเดียวกันจริงๆ หรือเปล่า

หมับ

ผมรีบลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปสวมกอดเพียงดินเอาไว้ทันที แถมร่างกายของพวกเราทั้งคู่ยังล้มลงไปนอนบนเตียงกันอีกต่างหาก ผมกอดแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนพอใจ แล้วก็ยกร่างเล็กขึ้นไปนั่งคร่อมตัวผมเอาไว้แทน

“ทำอะไร”

“กอดแล้วก็อยากจูบต่อ”

“ไม่! แค่กอดก็พอแล้วผมยังคิดค่าเสียหายเหมือนเดิม รวมไปถึงค่าเสียความรู้สึกด้วย”

“ฉันยอมจ่ายทั้งหมด”

“อ๊ะ! อื้อ” ถึงจะห้ามยังไง ผมก็ไม่ฟังแล้วครับ แถมยังรั้งต้นคอของเพียงดินให้ก้มลงมาหาผมแล้วกดจูบที่ริมฝีปากของเจ้าตัวทันที เพียงดินแทบจะไม่ขัดขืนด้วยซ้ำและแน่นอนว่าเขายอมคล้อยตามผมง่ายๆ

“ขอเวลาอีกแค่หนึ่งเดือนนะดิน”

“นานไป”

“ถ้าเรารอไปด้วยกัน มันไม่นานหรอกนะครับ”

“คุณเปลี่ยนไป”

“นายก็เหมือนกัน” พวกเราไม่ได้พูดอะไรต่อกันอีกนอกจากจะอยู่อย่างนี้เงียบๆ จนเพียงดินล้มตัวลงไปนอนข้างๆ ผมแล้วโอบกอดเอาไว้แทน นี่อาจจะไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมถูกกอด แต่ผมกลับรู้สึกว่าครั้งนี้เพียงดินเต็มใจจะกอดมากกว่าครั้งไหนๆ

“เราไปกินข้าวนอกบ้านกันไหม”

“เอ๋!” คนข้างๆ อุทานออกมาพร้อมกับร่างเล็กที่ขยับลุกขึ้นนั่งมองหน้าผม แววตาของเพียงดินเหมือนไม่เชื่อคำพูดเมื่อกี้เลยครับ “ไม่สบายหรือเปล่า” หลังมือของคนตรงหน้าเอื้อมมาสัมผัสที่หน้าผากและต้นคอของผมเพื่อวัดไข้ทันที

“จะพาเมียไปกินข้าว ต้องไม่สบายด้วยเหรอ”

“พูดอะไรของคุณ”

“จะไปไหม?”

“ไป!” เพียงดินรีบตอบออกมาทันทีก่อนจะขยับตัวลงจากเตียง ผมไม่ปฏิเสธหรอกว่าท่าทางของเขาตอนนี้มันน่ารักมากแค่ไหน

“จะไปไหนกันครับ”

“กินข้าว”

“หืม! ผมหูฝาดไปหรือเปล่า” เพียงดินไม่กล้าสบตาเคย์ด้วยซ้ำ แถมยังเอาแต่หลบอยู่ข้างหลังของผม จนต้องรั้งให้ออกมายืนอยู่ข้างๆ กัน สายตาดุจ้องมองผมแบบไม่สบอารมณ์เลยทีเดียว

“อย่าล้อเลียนมากสิเคย์ เพียงดินเขาเขิน”

“คุณ!

“โอเค ผมจะไม่ยุ่งครับ แต่ระวังตัวอย่าให้ว่าที่ภรรยากำมะลอของพี่จับได้ก็แล้วกัน” เคย์วางระเบิดเอาไว้ลูกใหญ่มากๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินเลี่ยงออกไปทันที

“จะให้ผมขับรถไหมครับ”

“ไม่เป็นอะไร ไปพักผ่อนเถอะ”

“ครับ” เพียงดินเงียบตลอดทางที่เดินไปขึ้นรถ ผมรู้ว่าเขากำลังคิดมาก แต่มันไม่ได้มีอะไรและผมก็ไม่อยากให้เพียงดินสนใจมากนัก

 

ตลอดทางที่รถแล่นออกจากบ้านเพียงดินก็เอาแต่เงียบ ท้องฟ้าตอนนี้ก็เริ่มเปลี่ยนสีแล้ว ดวงตะวันก็ใกล้จะลาลับขอบฟ้าแทนที่ด้วยดวงจันทร์ คนข้างๆ เอาแต่เงียบและหันไปมองนอกกระจกรถแทน ความเงียบมันน่าอึดอึดยังไงก็ไม่รู้สิครับและผมก็ไม่ค่อยชอบด้วย

“ดิน”

“ครับ”

“คิดมากอยู่หรือเปล่า”

“เปล่าครับ”

“อย่าคิดมากเลย มันไม่ได้มีอะไร”

“จะพยายามครับ” พวกเราไม่เคยพูดหรือบอกอะไรต่อกันด้วยซ้ำ แต่จะแสดงมันออกมามากกว่า ทั้งผมและเพียงดินต่างก็พยายามที่จะเข้าใจซึ่งกันและกัน ผมเองก็อยากทำมันให้ดีที่สุดด้วยเหมือนกัน

 

ร้านอาหารสุดหรูริมแม่น้ำเจ้าพระยา คือสถานที่ที่ผมเลือกพาเพียงดินมากินข้าวในค่ำคืนนี้ ตลอดแนวทางเดินไปยังโต๊ะมุมสุดติดกับริมแม่น้ำ เพียงดินเอาแต่นิ่งเงียบและไม่กล้าเดินจนผมต้องเป็นฝ่ายจับมือของเขาเอาไว้แทน ผมรู้ว่าเพียงดินคิดมากและแคร์สายตาคนอื่นๆ ที่กำลังมองอยู่ แต่ผมกลับไม่สนใจ

“จะสั่งอะไรไหม”

“ผมแพ้อาหาทะเล” เพียงดินบอกแค่นี้และแน่นอนว่าผมคือคนสั่งอาหารเองทุกอย่าง เมนูที่เลือกก็จะเป็นจำพวกปลาและเนื้อสัตว์แทน ส่วนน้ำดื่มก็น้ำเปล่า ผมว่ามันคงโอเคที่สุดแล้วละมั้ง

“ชอบหรือเปล่า”

“ถ้าตรงหน้าคุณคือผู้หญิงสวยๆ ที่คู่ควร มันคงจะดีกว่านี้ไม่ใช่เหรอครับ” เพียงดินเงยหน้าขึ้นมาสบตาผมพร้อมกับรอยยิ้มเจื่อนๆ การพูดจาทำร้ายจิตใจตัวเองคืองานถนัดของเขาเลยสินะ

“พอดีว่ารสนิยมของฉันมันออกจะแปลกๆ ไปหน่อย”

“จะว่าผมแปลกเหรอครับ”

“ไม่ได้พูด นายพูดเอง” เพียงดินเริ่มทำตัวเป็นปกติขึ้นกว่าเดิม แถมสีหน้ายังลดความบึ้งตึงลงพอสมควร “ยิ้มบ้างก็ได้”

“ใครจะไปมีอารมณ์ยิ้มออกละครับ”

“พามากินข้าวนะดิน ไม่ได้พามาฆ่า”

“เหอะ!” พวกเราไม่เคยพูดจาดีๆ ต่อกันได้นานเลยสินะ

บรรยากาศในค่ำคืนนี้มันดีจริงๆ เลยครับ แต่จะดีกว่านี้ถ้าไม่มีเรื่องตึงเครียดเข้ามาให้รกสมอง ผมพยายามจะไม่คิดมากและพยายามทำให้คนตรงหน้ายิ้มด้วย แต่ขึ้นชื่อว่าเพียงดินทุกอย่างย่อมยากเสมอ

เสียงเพลงบรรเลงขับขานอย่างไพเราะ คิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกร้านนี้ มุมหนึ่งของร้านก็จัดพื้นที่ไว้สำหรับคู่รักที่อยากออกไปเต้นรำด้วยกัน เห็นแล้วก็นึกอยากแกล้งคนตรงหน้าอีกจนได้

“เต้นรำกันไหม”

“คุณจะบ้าเหรอครับ ผมเป็นผู้ชาย ไม่มีทาง”

“แล้วถ้ามีแค่เราล่ะ”

“ถึงตอนนั้น คุณค่อยมาถามผมใหม่ก็แล้วกัน”

“ฮาๆ โอเค”

ผมพอใจที่จะเป็นแบบนี้ แค่ได้แกล้งเพียงดินมันก็สนุกแล้วครับ สีหน้าไม่เคยเปลี่ยนไปจากเดิม เป็นแบบไหน ก็แบบนั้นตลอด แสดงออกมาแค่ไม่กี่หน้าเองครับ โกรธ เศร้า หึง(แต่ไม่ค่อยแสดงออก) ร้องไห้ แล้วก็ยิ้ม อย่างไหนกันนะที่ผมมักจะได้เห็นบ่อยๆ

“ทานให้อร่อยนะคะ” อาหารที่สั่งไปถูกยกเข้ามาเสิร์ฟ จากที่สำรวจดูมันเยอะกว่าที่คิดนะครับ

“เรามากันแค่สองคน คราวหลังอย่าสั่งมาเยอะแยะสิครับ”

“ฉันไม่รู้ว่านายชอบกินอะไร”

“ผมไม่ใช่คนเลือกมาก อะไรก็กินได้ทั้งนั้น” เพียงดินปลายตามองผมก่อนจะก้มลงไปสนใจอาหารมากมายตรงหน้า ความเสียดายของฉายชัดบนใบหน้าเล็กมากๆ ผมคงต้องจำเอาไว้บ้างแล้วครับ

“คนพิเศษทั้งที ก็อยากจดจำไว้บ้าง”

“หืม! เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะครับ” ผมดีใจที่เพียงดินไม่ได้ยิน ถ้าได้ยินคงเสียฟอร์มแย่

“อยากจำเอาไว้”

“ดูแลลูกหนี้เกินไปแล้วครับ” เมื่อก่อนผมก็ชอบอยู่หรอกคำว่าลูกหนี้ แต่พอนานวันเข้ามันกลับไม่สบอารมณ์สักเท่าไหร่

“ต้องให้ย้ำด้วยไหมว่าเป็นทั้งลูกหนี้แล้วก็เมีย”

“ไม่ต้องครับ” ภายใต้แสงไฟสลัวเหมาะกับบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติกริมแม่น้ำเจ้าพระยาในขณะนี้ ใบหน้าเขินอายของเพียงดินเหมือนผู้หญิงเลยครับ ถ้าผมพูดออกไปพวกเราคงต้องเถียงกันอีกแน่นอน ผมเลยทำได้แค่มองแล้วแสยะยิ้มอย่างพอใจออกไปแทน

 

บรรยากาศสุดแสนโรแมนติกผ่านไป ผมก็พาเพียงดินมาขับรถเล่นต่อ เวลาและโอกาสในสถานการณ์ที่ตึงเครียดแบบนี้ หาจากที่ไหนไม่ได้แล้วครับ

“อยากไปไหนอีกไหม”

“อยากไปทะเลครับ แค่ได้เห็นก็ยังดี” เพียงดินพูดเหมือนเด็กไม่เคยเห็นทะเลไปได้ครับ แต่ผมก็ชอบเวลาที่เขาพูดจาอ้อนๆ แบบนี้ ทะเลที่พอจะไปได้คงจะเป็นแถวพัทยาละมั้ง ผมไม่เคยไปหรอกครับ แต่เคยมีเพื่อนแนะนำไว้

“งั้นไปพัทยากัน”

“ครับ” คืนนี้ผมยกให้เพียงดินเลยครับ เพราะหลังจากนี้ไปอีกหนึ่งเดือนพวกเราคงต้องอยู่ห่างจากกัน ผมไม่อยากทำแบบนี้หรอกครับ แต่เพื่อความปลอดภัยของเขาผมจำเป็นต้องทำ

บรืนน น นน

ตลอดทางที่รถกำลังแล่นอยู่บนท้องถนน ผ่านแสงไฟที่กำลังส่องสว่างจากสองข้างทาง เพียงดินผล็อยหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วไม่รู้ แต่ความเงียบในครั้งนี้กลับทำให้ผมรู้สึกสบาย ถึงมันจะเงียบแต่อย่างน้อยเพียงดินก็ยังคงอยู่ข้างกายผม

ผมใช้เวลาในการขับรถอยู่ชั่วโมงกว่า คงดึกแล้วมั้งรถเลยไม่ติดสักเท่าไหร่ พอเข้ามาในเขตเมืองพัทยาก็ขับรถไปตามริมชายหาดก่อนจะไปหยุดจอดอยู่ตรงบริเวณที่ไม่ค่อยมีผู้คน แต่ความสว่างจากแสงไฟกลับทำให้บรรยากาศไม่น่ากลัวเลย ผมไม่อยากปลุกเพียงดินด้วยซ้ำเพราะเห็นเขากำลังนอนหลับสบาย ผมแค่ปรับเบาะให้แล้วนั่งมองต่อไปเท่าไหร่

กระจกรถสองข้างที่ถูกเลื่อนต่ำลงทำให้ได้ยินเสียงครื้นกระทบฝั่งดังสนั่นขึ้น กลิ่นอายของทะเลมันให้ความรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง

“ถึงแล้วเหรอครับ” เพียงดินเอ่ยถามผมเสียงแผ่วเบา เปลือกตาทั้งสองข้างก็กระพริบตาเข้าหากันถี่ๆ

“ไม่ต้องลุกหรอก ถ้าง่วงก็นอนต่อเถอะ”

“ผมอยากเห็นทะเล”

“มันมืดแล้ว ไว้พรุ่งนี้เช้าจะปลุกมาดูพระอาทิตย์ขึ้น”

“จะไม่กลับก่อนเหรอครับ”

“ยังหรอก นอนเถอะ”

“ครับ” น้ำเสียงเพียงดินเหมือนคนที่กำลังเหนื่อย เปลือกตาทั้งสองข้างก็เริ่มปิดลงอีกครั้ง เจ้าตัวคงง่วงเต็มที

คร่อกฟี้ๆ

ผมเองก็นอนยิ้มแล้วมองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่อธิบายไม่ถูก มือข้างหนึ่งเอื้อมไปเกลี่ยปอยผมบางๆ ที่ปรกหน้าอยู่ออกให้เพียงดิน เวลาที่เงียบให้ความรู้สึกสงบจริงๆ เลยครับ

ผมเองก็เริ่มง่วงแล้วสิครับ

 

ครืด! ซ่า ๆ

เสียงคลื่นซัดสาดเป็นระยะๆ กับกลิ่นอายที่รู้สึกสดชื่อกว่าตอนกลางคืน ผมพยายามขยับเปลือกตาทั้งสองข้างเพื่อมองหาใครบางคน แต่เบาะนั่งข้างๆ กลับว่างเปล่า

ผมตกใจนิดหน่อยที่จู่ๆ เพียงดินก็หายไป ก่อนจะรีบเดินลงจากรถเพื่อออกไปตามหา แต่ที่ไหนได้ต้นเหตุกำลังยืนรับลมอยู่ที่ริมชายหาดอย่างสบายใจเชียวครับ

“ดิน” ผมเรียกชื่อคนตรงหน้าเอาไว้ทันทีที่เดินเข้าไปหยุดยืนอยู่ด้านหลัง เพียงดินหันกลับมามองหน้าผม แลวก็คลี่ยิ้มบางๆ ออกมาให้เห็น

“ตื่นแล้วเหรอครับ พระอาทิตย์กำลังจะขึ้น” เพียงดินหันกลับไปมองท้องฟ้าที่ตอนนี้กำลังจะเปลี่ยนสี น้ำเสียงของเขาดูมีความสุขมากๆ เลยครับ จนผมอดรู้สึกแย่ไม่ได้เลยทีเดียว

“ทำไมถึงไม่ปลุกฉันล่ะ”

“ผมเห็นคุณนอนหลับสบายเลยไม่อยากกวน คุณคงเหนื่อย” ผมเดินเข้าไปยืนอยู่ข้างๆ เพียงดินทันที มือข้างหนึ่งก็เอื้อมมือไปจับเพียงดินเอาไว้พร้อมทั้งออกแรงบีบจนแน่น เพียงดินไม่ขัดขืนด้วยซ้ำ

“ขอบคุณนะครับ ผมอยากเห็นทะเลมานานแล้ว” รอยยิ้มที่เผยออกมาบนใบหน้าเล็กในตอนนี้ ทำไมถึงเศร้านัก

“เพียงดิน”

“ดูพระอาทิตย์ขึ้นกันดีกว่าครับ”

“อืม”

หมับ

ผมเปลี่ยนจากจับมือเป็นรั้งเพียงดินเข้ามากอดเอาไว้แทน ความรู้สึกตอนนี้มันอธิบายไม่ถูกเลยจริงๆ ทำไมถึงไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้หรือมันมีแต่ผมไม่ยอมทำกันแน่

“กอดผมทำไม” แม้ว่าน้ำเสียงที่เอ่ยถามจะไม่ได้สั่นก็ตาม แต่หยาดน้ำตาที่สัมผัสกับผิวของผมมันก็ยืนยันได้แล้วว่าเพียงดินกำลังร้องไห้

“อยากกอด”

“ผ่านวินาทีนี้ไป คุณก็จะไม่เหมือนเดิมใช่ไหม”

“ฉันไม่ขออะไรมากหรอกนะขอแค่นายคนเดียวที่ยังเข้าใจฉันก็พอแล้ว”

“ทำไมผมต้องร้องไห้ด้วย อะ อึกฮือๆ” เพียงดินกอดตอบผมทันทีพร้อมกับเสียงร้องไห้สะอื้นที่ดังขึ้นมาเรื่อยๆ

แสงแรกจากดวงอาทิตย์ที่กำลังจะโผล่ขึ้นมา ผมอยากเก็บภาพความทรงจำในตอนนี้ไว้ให้นานที่สุดกอดกันในขณะที่ดวงอาทิตย์กำลังจะโผล่พ้นขึ้นพร้อมกับแสงแดดที่สาดส่องไปทั่ว

“ถึงจะอยากทำตามใจตัวเองมากแค่ไหน แต่มันคงทำไม่ได้”

“เป็นเจ้าหนี้ที่ใจร้ายจังเลยนะครับ”

“ลูกหนี้คนสำคัญ ฉันก็อยากปกป้องให้ดีที่สุด”

ไม่มีคำพูดใดเอ่ยออกมาอีก มีเพียงเสียงจากคลื่นทะเลที่กำลังซัดเข้าฝั่งในตอนนี้ กลิ่นอาย และความรู้สึกทุกอย่าง ผมคงต้องพาเพียงดินมาสัมผัสอีกครั้ง ในตอนที่ทุกอย่างมันเรียบร้อยกว่านี้แล้วมั้ง

บรรยากาศดีก็จริง แต่มันไม่โอเคเลยครับ

“อะไรที่สำคัญ มักจะอยู่กับเราได้ไม่นานจริงๆ สินะ”

เพี๊ยะ

ผมพูดขึ้นลอยๆ แต่กลับทำให้คนที่กำลังกอดอยู่ตรงผละออกไป แล้วฝ่ามือเล็กก็ฟาดลงมาที่หน้าอกของผมซะเต็มรักเลยครับ

“พูดเหมือนจะไม่ได้เจอกันอีก”

“ตั้งหนึ่งเดือน!

“ก่อนที่เราจะเจอกัน คุณไปอยู่ที่ไหนมา ก็แค่คิดแบบนั้น” เพียงดินพูดออกมาจนผมต้องคิดตามเลยครับ

“เอางั้นเหรอ”

“ผมเลือกได้เหรอครับ ก่อนจะทำคุณก็ไม่เคยปรึกษาใครอยู่แล้ว” ผมไม่น่าหาเรื่องใส่ตัวเลยครับ บรรยากาศเมื่อกี้มันก็ดีอยู่หรอก แล้วทำไมตอนนี้เหมือนกำลังจะทะเลาะกันอีกแล้ว

“ไม่เอา ไม่ทะเลาะ มากอดต่อดีกว่า”

“หมดอารมณ์! พาผมกลับบ้านได้แล้วครับ”

ตอนนี้ใช่เพียงดินจริงๆ สินะอย่างน้อยๆ เขาก็ไม่ยอมทำหน้าเศร้าๆ ให้ผมได้เห็นอีกเลย จะเข้มแข็งไปถึงไหนกัน 




_____________________________

TBC

ขีดเส้นใต้หนาๆ เควินน่าตบจูบ ฮาาาาาาาาาาาาาาาาา

เรื่องนี้มี 21 ตอนจบ โอเคเลขสองก็ได้ค่ะ ^^


เรื่องวุ่นๆ แค่นิดเดียว แต่ทำเขาทะเลาะกันยาว หราาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

ฮาาาาาาาาาาาาาา

นิยาย มโนได้ มโนไปเลยค่ะ คิดไม่ออกค่อยพักสมอง


จุ๊บๆ

^^


       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #18 Bff pli (@happytodaylylaln) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 22:52
    งือออ ><
    #18
    0
  2. #17 jbjkjr (@jbjkjr) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2559 / 21:03
    เห้อไม่เอามาม่าถ้วยใหญ่นะสงสาร
    #17
    0