ตอนที่ 19 : HUG (ไม่) ปรารถนาครั้งที่สิบแปด… เรื่องราววุ่นวาย (เต็มดวง%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 679
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    26 ส.ค. 59






HUG (ไม่) ปรารถนาครั้งที่สิบแปดเรื่องราววุ่นวาย

 

 

โรงแรม xxx

ในที่สุด วันแห่งความซวยก็ก้าวเข้ามา ผมไม่อยากให้มันมาถึงด้วยซ้ำ แต่เราไม่สามารถยืดเวลาออกไปได้หรอกครับ นอกจากจะทำทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยและลุล่วงไปได้ด้วยดี

ตอนนี้ผมแยกตัวออกมาที่ห้องแต่งตัวแทน ระหว่างนี้ก็จะแยกกันอยู่กับเจ้าสาว ในห้องเลยมีแค่ผมกับคุณปัญญ์เท่านั้น

“คุณว่างานนี้ผมจะรอดไหม?”

“ตอนนี้เรามีหลังฐานทุกอย่างอยู่ในมือแล้วนะครับ ตั้งแต่เรื่องที่คุณถูกลอบยิง ไหนจะไฟไหม้ไร่ของคุณเพียงดินอีก”

มันเป็นเรื่องโชคดีสำหรับผมจริงๆ ที่พราวพรรณได้ความชั่วร้ายมาจากพ่อเต็มๆ เจ้าตัวไม่ชอบเพียงดินเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว เธอย่อมทำอะไรโดยที่ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ดีซะก่อน

“รวมไปถึงธุรกิจผิดกฎหมายของนายพงษ์ด้วยครับ เจ้าตัวมักจะเป็นนายหน้าจัดหาที่ดินและซื้อขายปืนเถื่อน” จากที่ฟังมาคงติดคุกหลายปีอยู่ครับ

“เรามาฟังอะไรสนุกๆ กันดีกว่าครับ” ผมพูดยิ้มๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วเปิดเข้าไปในโปรแกรมที่สามารถติดตามดูความเคลื่อนไหวของพราวพรรณ ป่านนี้สองพ่อลูกคงกำลังคุยกันอย่างมีความสุขละมั้ง

“คุณพ่อคะ แล้วเราจะทำยังไงกับเพียงดิน พราวกลัวว่ามันจะไม่ยอม” คำพูดแรกที่ได้ยินสดๆ ร้อนๆ ทำให้ผมเลือดขึ้นหน้า เพียงดินอีกแล้ว...เธอไม่คิดจะปล่อยให้เรื่องมันเงียบๆ ไปบ้างสินะ

“ไม่ต้องห่วงไปหรอก ตอนนี้พ่อสั่งให้คนไปจัดการเรียบร้อยแล้ว อะไรที่เป็นขวากหนามสำหรับลูก พ่อย่อมจัดการให้ได้เสมอ” สองพ่อลูกช่างเลวอะไรเยี่ยงนี้

“พราวอยากให้มันตายนะคะ เราจะได้ไม่มีข้อกังขาเรื่องบ้านกับที่ดินนั้นด้วย”

“แน่นอนว่าพ่อจัดการได้เสมอ”

เมื่อได้ยินทุกอย่างชัดเจนกว่าเดิม ผมกลับรู้สึกใจไม่ดี รีบหันไปมองหน้าเลขาคนสนิททันที วันนี้เคย์ไม่อยู่บ้านด้วยสิครับ ขนาดว่าผมแต่งงานกำมะลอ ยังไม่มีญาติมาสักคน เรื่องนี้ป๊าอาจจะรู้ด้วยซ้ำ แต่ท่านคงไม่เข้ามายุ่งแน่นอน ส่วนเคย์ดันมีประชุมสำคัญที่บริษัทวันนี้อีก

“คุณปัญญ์ ส่งคนไปดูแลเพียงดินที่บ้านของเคย์เพิ่มด้วยนะครับ”

“ครับ”

“อ่อ! แล้วถ้ามีอะไรไม่ชอบมาพากล ข้อมูลทั้งหมดที่พวกเรามีอยู่ อย่าลืมส่งให้ทางตำรวจด้วยนะครับ”

“ครับ”

ความกังวลใจเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ราวกับว่าสองพ่อลูกกำลังไหวตัวทัน จับไม่ได้ไล่ไม่ทัน งานนี้คงมีเรื่องยุ่งๆ อีกแน่นอน

ก๊อก ก๊อก

เมื่อคุณปัญญ์เดินออกไปจากห้อง เสียงประตูก็ถูกเคาะดังขึ้น ผมเลยเดินไปเปิดประตูเพื่อต้อนรับแขก และแขกที่ว่าก็ไม่ใช่ใครที่ไหนด้วยครับ

“สวัสดีครับ คุณเควิน” น้ำเสียงของว่าที่พ่อตาผมทำไมถึงเปลี่ยนไป

“ครับ”

“ผมมีอะไรจะคุยกับคุณหน่อยนะครับ หวังว่าจะให้ความร่วมมือ”

“เชิญครับ” พูดออกมาขนาดนี้ ผมว่ามันคงมีเรื่องไม่ชอบมาพากลแน่นอน

ในห้องพักสุดหรู รายล้อมไปด้วยเหล่าบอดี้การ์ดของนายพงษ์ สีหน้าของว่าที่พ่อตาผมมันอธิบายไม่ถูกเลยครับ

“มีอะไรจะพูดกับผมเหรอครับ”

“ผมไม่อ้อมค้อมเลยละกัน”

เคร้งๆ

แหวนวงหนึ่งถูกโยนมาตรงหน้า ทำไมผมจะจำไม่ได้ว่ามันเป็นของใคร เพราะผมให้เจ้าตัวไปเอง

“ผมไม่ใช่เด็กอนุบาลที่จะยอมให้ใครมาล้วงคอได้ง่ายๆ ถ้าคิดว่าไม่แน่จริง ผมคงไม่อยู่มาได้จนถึงทุกวันนี้หรอกนะครับ แต่ในเมื่อลูกสาวผมรักคุณ ผมก็จะไม่ฆ่าทิ้ง แต่ถ้าทำให้ลูกสาวผมเสียใจเมื่อไหร่ คนรอบข้างอย่างเช่นเด็กคนนั้นอาจจะต้องตายแทน”

ผมคิดว่าตัวเองฉลาดและแกมโกงกว่าแล้วนะครับ แต่เปล่าเลยเพราะการถูกซ้อนแผน มันรู้สึกเจ็บใจแบบนี้นี่เอง ตอนนี้เพียงดินคงถูกจับตัวไปแล้วสินะ

“ผมแค่มาต่อรอง ถ้างานแต่งวันนี้ล้มไม่เป็นท่า...ผมก็คงต้องส่งเด็กคนนั้นไปอยู่กับพ่อของเขาที่ยมโลก”

“หึ! เริ่มเผยธาตุแท้ออกมาแล้วเหรอครับ จริงๆ แล้วเรื่องการตายของคุณเผ่า คุณอาจจะเกี่ยวข้องด้วยก็ได้”

ผมไม่ควรไว้ใจทาง อย่าวางใจพวกคนชั่วสินะ

“เก็บความเลวได้เก่งจริงๆ เลยนะครับ”

“หึ! เชิญเข้างานไปได้แล้วครับ”

ผมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจะยอมเดินเข้าไปในงานสินะ อย่างน้อยๆ ผมก็ภาวนาให้เพียงดินยังคงปลอดภัยก็แล้วกัน ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาเพราะความลังเลของผม มันคงเป็นความรู้สึกผิดไปตลอดชีวิตอีกแน่นอน

 

เพียงดิน

“ปล่อย ปล่อยนะโว้ย!

ผมจะโวยวายไปทำไม โวยวายไปก็ไม่ได้อะไร เมื่อสองชั่วโมงก่อนหลังจากที่คุณเคย์ออกไปประชุม จู่ๆ ก็มีชายชุดดำจากไหนก็ไม่รู้เข้ามาในบ้าน พวกมันกราดยิงคนที่บ้านเหมือนผักปลา ผมเองก็ตกใจแต่ดันหนีไปไหนไม่ได้และถูกลากออกมา

ผมไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน รู้แค่ว่ามันเป็นห้องสี่เหลี่ยมแสนกว้างขวาง ซึ่งมีหน้าจอทีวีขนาดใหญ่เปิดไว้ด้วย ภาพตรงหน้าคือสถานที่จัดงานแต่งที่รายล้อมไปด้วยผู้คนมากมาย และการปรากฎตัวขึ้นของใครบางคน...คุณเควิน

“พวกแกคิดจะทำอะไร” ผมขยับไปไหนไม่ได้เพราะถูกพวกมันมัดมือมัดเท้าติดไว้กับเก้าอี้

“นั่งดูเงียบๆ แค่เจ้านายส่งสัญญาณมา แกก็สามารถตายได้แล้ว”

“...” ผมอยากจะแหกปากพูดต่อ แต่กลับไม่ทันเพราะพวกมันพูดแทรกขึ้นมาซะก่อน

“ถ้าแกขัดขืน ปืนก็จะจ่อไปที่หัวของมันแทน” มันพูดพร้อมกับจ่อปืนไปตรงหน้าคุณเควิน ผมเองก็ตกใจจนพูดอะไรไม่ออก

ผมทำอะไรไม่ได้มากไปกว่านั่งรออย่างเดียว เป็นห่วงคนตรงหน้าก็มีมากมาย แต่ทำไมถึงช่วยเขาไม่ได้ เรื่องราววุ่นๆ พวกนี้มันเกิดขึ้นได้ยังไง

อย่าเป็นอะไรไปนะ ไม่งั้นผมตามไปฆ่าคุณถึงยมโลกแน่ๆ คนบ้า

ผมนั่งคิดพึมพำในใจคนเดียว รู้สึกเป็นห่วงเขาเหลือเกิน ผมภาวนาให้เขาปลอดภัยและเรื่องราวร้ายๆ พวกนี้มันจบลงไปสักที ผมไม่อยากพบเจอกับการสูญเสียอะไรอีกแล้ว

ก๊อก ก๊อก

เสียงประตูห้องดังขึ้นมา ทำให้ผมกับไอ้ชายฉกรรจ์ที่ยืนอยู่ต้องมองหน้ากัน มันกระชับปืนในมือแล้วเดินออกไปที่ประตูทันที ผมเองก็นั่งลุ้นอยู่ตลอดว่าใครโผล่มา

ผัวะ ตุบ

ภาพตรงหน้าที่กำลังประจักษ์แก่สายตากลับทำให้ผมนิ่งอึ้ง จู่ๆ พวกมันก็ล้มลงไปนอนกับพื้น แล้วใครก็ไม่รู้สามถึงสี่คนเดินตรงเข้ามาในห้องแทน หน้าตาไม่ได้ดุเหมือนพวกก่อนหน้าด้วยซ้ำ พวกเขายืนเรียงกันอยู่ตรงหน้าผมแววตานิ่งขรึมมากๆ

ตามด้วยเสียงร้องเท้าก้าวเดินอย่างมั่นคงเข้ามาด้านใน ผมอธิบายไม่ถูกเลยจริงๆ ว่าเป็นเสียงจากการเดินของใคร แต่เหมือนจะเดินเข้ามาสองคน แล้วชายชุดดำก็เปิดทางให้พวกเขาเดินเข้ามา ดวงตาทั้งสองข้างของผมเบิกกว้างทันที

ผมกระพริบตาถี่ๆ มองหน้าท่านสลับกับใครอีกคน แปลกใจมากๆ ที่ได้เจอ แต่ก็เบาใจที่เรื่องเลวร้ายทั้งหมดกำลังจะจบลง

“เราไม่ควรเจอกันในสภาพแบบนี้เลย” คำทักทายแรกของพ่อคุณเควินดังขึ้น แถมท่านยังยิ้มให้ผมพร้อมกับคำสั่งที่เอ่ยออกมา “แก้มัดให้ลูกสะใภ้ฉันหน่อยสิ”

“ท่าน!” ผมไม่อยากได้ยินคำนี้หรอกนะครับ แต่ท่านกลับพูดเหมือนติดตลกออกมาซะงั้น

“ป๊าครับ แล้วพี่เคน”

“ปล่อยให้มันแต่งงานสมใจอยากไปก่อนก็แล้วกัน แค่สั่งคนของเราให้คอยระวังไว้ก็พอ” น้ำเสียงของท่านเหมือนกำลังโกรธเลยครับ “พ่อว่าเราไปนั่งจิบชาร้อนๆ กันดีกว่า” ท่านเดินเข้ามาหาผมแล้วช่วยพยุงให้เดินออกไปจากห้องทันที

ชายฉกรรจ์หลายคนที่เฝ้าผมอยู่ก่อนหน้าต่างนอนสลบเรียงรายกันอยู่บนพื้น

“มัดพวกมันรวมกัน แล้วขังไว้ในห้องรอทางตำรวจมาจัดการซะ งานนี้ห้ามมีคนตาย ถ้าไม่จำเป็นจริงๆ”

“ครับ”

“ตามมาด้วยนะเคย์”

“ป๊า!

“นี่คือคำสั่ง” ท่านน่ากลัวเสมอ แต่เวลาหันกลับมายิ้มให้ผมกลับเป็นรอยยิ้มที่จริงใจ ท่านกำลังโกรธคุณเควินกับคุณเคย์อยู่สินะ

แอ๊ด

เสียงประตูห้องสวีทถูกผลักเข้าไป ภายในห้องกว้างที่ดูหรูหรา ทุกมุมถูกจัดแต่งอย่างสวยงาม ผมตื่นเต้นจนไม่กล้าก้าวขาเข้าไปเลยครับ แต่คนข้างๆ ที่จับมือผมอยู่กลับรั้งให้เข้าไปพร้อมกับเขา เก้าอี้ถูกเลื่อนออกก่อนที่ผมจะหย่อนก้นนั่งลง

นายท่านใหญ่ของบ้านนั่งหัวโต๊ะ ส่วนผมกับคุณเคย์นั่งตรงข้ามกัน

“ป๊าครับ จะปล่อยให้พี่เคนจัดการเองแบบนี้เหรอครับ”

“จัดการเองงั้นเหรอ?” ท่านคงกำลังโกรธ แม้น้ำเสียงจะไม่ได้ดังมาก แต่กลับหนักแน่นเหลือเกิน “ทั้งแกและพี่ชาย ต่างก็ทำอะไรโดยไม่ปรึกษาฉันอยู่แล้ว นี่ถ้าไม่สั่งให้คนคอยตามดูอยู่ห่างๆ คงไม่รู้สินะว่าทำอะไรกันอยู่”

“ผมขอโทษครับ”

“เรื่องตึงเครียดเอาไว้ก่อนก็แล้วกัน เด็กๆ เสิร์ฟชา”

“ค่ะ” ท่านรีบตัดบททันที ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะพูดอะไรออกไปเพราะไม่รู้เรื่องอะไรเลยครับ ชาหอมกรุ่นก็ถูกยกมาเสิร์ฟแทน บรรยากาศแสนตรึงเครียดก็เริ่มผ่อนคลายลงบ้าง ไม่มากก็น้อยครับ

“ชาขาวยี่ห้อดี พ่อซื้อมาจากประเทศจีน ตอนเดินทางไปท่องเที่ยว ลูกกินดูนะว่าถูกปากหรือเปล่า”

“ขอบคุณครับ” ผมนั่งจิบชาเงียบๆ โดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาสักคน เสียงเข็มนาฬิกายังคงเดินต่อไปเรื่อยๆ

ผมเริ่มใจไม่ดีแล้วครับ เป็นห่วงใครบางคนเหลือเกิน แต่กลับทำอะไรไม่ได้เลยจริงๆ

“เจ็บตรงไหนบ้างหรือเปล่า” จู่ๆ คุณท่านก็เอ่ยขึ้น จนผมแทบสำลักชาเลยทีเดียว ไม่คิดว่าท่านจะเป็นห่วงผมขนาดนี้

“ไม่ครับ แค่ตกใจ”

“ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอก เรื่องนี้พ่อจะหาคนมารับผิดชอบเอง” ผมรู้สึกแปลกๆ ทุกครั้งเวลาที่ท่านแทนตัวเองว่าพ่อ มันแปลกๆ แถมยังรู้สึกดีไปอีกแบบด้วยครับ มันเป็นน้ำเสียงและสำเนียงที่ชัดเจนมากๆ

“เอ่อ! ท่านครับ ผมว่า...”

“ต่อไปนี้หนูดินต้องเรียกฉันว่าพ่อ แทนท่าน” ท่านพูดแทรกขึ้นน้ำเสียงที่คุยกับผมมันสบายมากๆ ต่างจากคุณเคย์ ซึ่งท่านมักจะแสดงความดุดันออกมาตลอด

“อย่าเลยครับ”

“ถือว่าพ่อขอร้อง”

“ก็ได้ครับ” ผมตอบอะไรไม่ได้มากไปกว่าประโยคตอบรับนี้เลยจริงๆ ท่านขอร้องซะขนาดนั้น ผมก็ไม่อยากเสียมารยาท

ก๊อก ก๊อก

“ขออนุญาตครับท่าน” บทสนทนาก่อนหน้าจบลงทันที เมื่อเสียงประตูห้องดังขึ้นพร้อมกับร่างของชายชุดดำคนหนึ่ง

“มีอะไร”

“ตอนนี้ที่งานเลี้ยงเริ่มมีการเคลื่อนไหวแล้วครับ จะสั่งให้คนของเราจัดการเลยไหมครับ”

“อืม”

“ครับ” ท่านนิ่งสงบ สยบทุกความเคลื่อนไหวจริงๆ เลยครับ นี่ขนาดคุณเคย์อยากจะพูดยังไม่มีโอกาสเลย

“พวกเราก็แค่นั่งรอ”

“ครับ”

ตึกตัก ตึกตัก

ผมรออย่างใจจด ใจจ่อมากๆ เลยครับ หัวใจก็เต้นแรงเป็นบ้าเลยทีเดียว ไม่กล้าพูดอะไรออกไปอีก แถมท่านยังนั่งจิบชาอารมณ์ดีมากๆ ผมกับคุณเคย์ก็คอยมองหน้ากันอยู่ตลอด

อยากพูด อยากถาม อยากลงไปดูเหตุการณ์ แต่ท่านกลับบอกให้รอ ผมเองก็คงทำได้แค่รอสินะ...

ผมรอจนตอนนี้เวลามันผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว รอจนหัวใจมันแทบจะหยุดเต้น ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่งานจะเป็นยังไงบ้าง กลัวจริงๆ เลยครับ กลัวว่าเรื่องมันจะแย่ลง...

“ป๊าครับ”

“แกเองก็มีความผิดนะเคย์ ควรจะนั่งเงียบๆ แล้วรอพี่ชายแกไม่ดีกว่าเหรอ”

“ผมรู้ว่าป๊าโกรธ แต่จะปล่อยให้พี่เคนสู้คนเดียวเหรอครับ” พอได้ยินคำถามแบบนี้ของคุณเคย์ ผมกลับเป็นห่วงเขาเพิ่มขึ้น

“แกก็เห็นว่าฉันส่งคนไปช่วยแล้ว”

“ป๊า”

“เงียบได้แล้วเคย์ แกกำลังจะทำลายบรรยากาศดีๆ จนหมด” จบประโยคดุดันของท่าน คุณเคย์ก็ไม่พูดอะไรออกมาอีกเลย ส่วนผมก็ไม่กล้าพูดได้แต่นั่งอยู่เงียบๆ อย่างเดิมและรออย่างที่ท่านว่าเอาไว้แทน

แอ๊ด

เสียงประตูห้องที่ดังขึ้นกลับทำให้หัวใจของผมเต้นแรงอีกครั้ง เหมือนการรอคอยมันใกล้เข้ามาทุกที และยิ่งได้เห็นใบหน้าของคนที่รอมันกลับเบาใจกว่าเดิม

“เพียงดิน!” คุณเควินเรียกชื่อผมด้วยแววตาตื่นตระหนกเหลือเกิน สีหน้าของเขาดูตกใจมาก แต่ผมตกใจยิ่งกว่าอีกครับ

“คะ เคน” ผมก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงอยากเรียกแค่ชื่อของเขาแบบนี้ แต่การรอคอยของผมมันสิ้นสุดแล้วสินะ

หมับ

คนตรงหน้ารีบวิ่งเข้ามาสวมกอดผมเอาไว้ เสียงหอบหายใจถี่ๆ ของเขามันดูเหนื่อยหน่ายมากเลยครับ แถมเสื้อสูทสีขาวที่ใส่อยู่ยังเปื้อนเลือดอีกต่างหาก

“มะ ไม่ได้เป็นอะไรไปใช่ไหมครับ” ผมเอ่ยถามน้ำเสียงสั่น ผมกลัวจริงๆ ว่าเขาจะถูกยิงมาหรือเปล่า

“ไม่ครับ” เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นกว่าเดิมอีกครับ “ขอโทษนะดิน ขอโทษที่ทำให้ต้องมาเจอเรื่องแย่ๆ แบบนี้”

“ปล่อยมือของแกได้แล้ว” คุณท่านขึ้นเสียงดุ แล้วรั้งผมให้ออกห่างจากคุณเควินทันที

“ป๊า!” ตอนนี้เหมือนกำลังแบ่งฝั่งกันเลยครับ ผมยืนอยู่ข้างๆ คุณท่าน ส่วนคุณเคย์ก็เดินไปยืนอยู่ข้างพี่ชายแล้วก็คุณปัญญ์ “หมายความว่ายังไงครับ”

“ทุกเรื่องยุ่งๆ ที่มันเกิดขึ้นก็เพราะแกเป็นคนเริ่ม อย่าคิดว่าการเล่นสนุกมันจะเป็นหนทางที่ดี แกไม่รู้หรอกว่าบางครั้งมันอาจจะเป็นหนทางแห่งการสูญเสีย” คุณท่านคงรู้มาตลอดสินะ ถึงได้พูดแบบนี้ออกมา

“ผมขอโทษ”

“สำนึกผิดตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว แกต้องรับผิดชอบทุกการกระทำทั้งหมด” คุณท่านจริงจังมากๆ เลยครับ น้ำเสียงของท่านน่ากลัวเสมอ

“ป๊าจะทำอะไรครับ”

“หลังจากนี้ไปหนึ่งเดือน ถ้าแกยังพิสูจน์ตัวเองและทำกำไรให้กับโรงแรมที่แกบริหารอยู่เพิ่มมากขึ้นไม่ได้ ห้ามเจอหนูดินอีก”

“ป๊า!” ผมยังอึ้งเลยครับ อย่าว่าแต่คุณเควินเลย บทจะโหดผมยังตามไม่ทัน

“สิบห้าล้านที่แกเสียไป ภายในหนึ่งเดือนมันต้องกลับมา” ผมแทบกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบากเลยทีเดียว ท่านพูดแบบนี้ออกมางั้นก็แสดงว่ารู้มาตลอดสินะ

บางทีท่านอาจจะรู้ตั้งแต่ตอนเจอผมที่ม่อนแจ่มครั้งแรกแล้วด้วยซ้ำไป

“ป๊าถามความสมัครใจของดินหรือยังครับ” คุณเควินถามขึ้น น้ำเสียงก็หนักแน่นเหลือเกิน เหมือนเขากำลังพยายามหาตัวช่วยเลยครับ

“ผมเห็นด้วยครับ”

“ดิน...นายมันร้ายจริงๆ เลย” เขาว่าผมร้าย แล้วตอนที่ตัวเองทำตัวร้ายๆ ใส่ผมทำไมถึงไม่คิดบ้าง ถึงผมจะเป็นห่วงเขามากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็อยากรู้เหมือนกันว่าใจจริงๆ ของเขามันเป็นยังไงกันแน่

“คุณก็ร้ายใส่ผมมาก่อนนะครับ”

“เอาล่ะ! ฉันจะถือว่าข้อตกลงพวกนี้ได้เริ่มขึ้นแล้ว” คุณท่านเอาจริงสินะ ไม่มีพูดเล่นด้วยซ้ำ “เรากลับกันเถอะ หนูดิน เคย์”

ตุบ!

ฝีเท้าก้าวออกมาได้ไม่นาน หูทั้งสองข้างกลับได้ยินเสียงเหมือนใครสักคนล้มลงไปกับพื้นดังขึ้นมา “คุณเควิน” และตามด้วยน้ำเสียงตกใจของคุณปัญญ์

“เกิดอะไรขึ้น” คุณท่านหันกลับไปมองพร้อมกับคำถาม น้ำเสียงไม่ได้ดุดันเหมือนก่อนหน้านี้

“คุณเคนถูกยิงมานะครับ”

“เฮ้อ! แกนี่มันรู้จักเล่นจริงๆ เลย”

“ผมขอนะครับ แค่อาทิตย์เดียว” สองพ่อลูกเขาคุยอะไรกัน ทำไมผมถึงไม่เข้าใจ เหมือนเป็นคำพูดที่กำลังตกลงอะไรกันสักอย่างเลยครับ

“ผมก็ขออีกคนนะครับป๊า ระหว่างนี้ป๊าก็ไปพักผ่อนอยู่ที่บ้านกับผมแทน”

“แกก็อีกคนนะเคย์”

“ไปเถอะครับป๊า เดี๋ยวที่เหลือผมจะสั่งให้คนจัดการเอง”

“อย่าใจอ่อนนักล่ะ พ่อกลับก่อนนะ” คุณท่านยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ แถมยังกระซิบให้ได้ยินแค่กับผมสองคนเท่านั้น

“ผมไปเตรียมรถนะครับ” คุณปัญญ์เองก็ขอตัวออกไปเตรียมรถ ในห้องเลยเหลือแค่ผมกับคุณเควินเท่านั้น คนเจ้าเล่ห์ยืนยิ้มให้ผมสองขาค่อยๆ ก้าวตรงมาหาผมที่ยืนรออยู่

“คนเจ้าเล่ห์!

“นึกว่านายจะไม่ใจอ่อนซะแล้ว” เมื่อเห็นท่าทางไม่ค่อยดีของเขา ผมเลยเดินเข้าไปช่วยพยุงเอาไว้ แล้วรีบพาลงไปด้านล่าง

ตอนนี้ผมอยากถามอะไรเขาตั้งมากมายแนะครับ แต่คงต้องหยุดเอาไว้ก่อนเพราะเขาบาดเจ็บอยู่ เอาไว้หายดีเมื่อไหร่ผมค่อยถามก็แล้วกันครับ

บรืนน น นน

เสียงรถแล่นออกจากหน้าโรงแรมแล้ว ผมนั่งดูแลคนป่วยอยู่ที่เบาะหลัง และสั่งให้เขาถอดเสื้อสูทออกก่อนเพื่อดูแผล แต่กลับไม่เห็นเลือดแม้แต่นิดเดียว แตกต่างจากเสื้อสูทด้านนอกลิบลับเลยครับ

“คุณโดนยิงจริงๆ เหรอครับ” ผมเงยหน้าขึ้นไปสบตาคนข้างๆ แต่ที่ไหนได้เขากลับยิ้มออกมาให้ผมแทน

“คิดว่าไงล่ะ”

“คิดว่าคุณโกหกผม”

“ขอโทษนะดิน ฉันก็แค่อยากรู้ว่านายเป็นห่วงหรือเปล่า” พอได้ยินคำตอบจริงๆ ผมกลับรู้สึกไม่พอใจ อยากจะต่อยปากเขาด้วยครับ

“คุณปัญญ์ จอดรถเดี๋ยวนี้เลยนะครับ”

“เดี๋ยวสิดิน”

“ออกไป! ไม่ต้องมาเข้าใกล้ผม คุณมันจอมลวงโลก” ผมขยับตัวออกห่างจากเขาทันที แทบจะนั่งชิดประตูรถด้วยซ้ำไป คนเจ้าเล่ห์นั่งจ้องหน้าผมสีหน้าสำนึกผิดเชียวครับ แต่ผมไม่ยกโทษให้หรอก

“อย่าโกรธกันเลยนะครับ”

“อย่าเข้าใกล้ผม!” ผมเน้นทุกคำพูดของตัวเอง ไม่อยากมองหน้าเขาด้วยซ้ำ ผมเป็นห่วงเขาแทบแย่ แต่ที่ไหนได้คนเจ้าเล่ห์กลับโกหก ผมน่าจะเอะใจตั้งแต่พ่อของเขาพูดแบบนั้นออกมาแล้วครับ

“ถึงยังไงหนึ่งอาทิตย์ต่อจากนี้ไป นายก็ต้องอยู่กับฉัน”

“...” ผมรู้ตัวเองดีเพราะเป็นฝ่ายเดินโง่กลับมาหาเขาเอง ถึงจะโกรธที่ถูกหลอก แต่ใจหนึ่งมันก็ยอมไปแล้ว

“ดิน”

“เงียบได้แล้วครับ” ผมจะทำยังไงกับผู้ชายเจ้าเล่ห์คนนี้ดี ทำไมเขาถึงร้ายได้ขนาดนี้ ผมไม่น่าหลงกลเขาเลยจริงๆ เพราะมันทำให้ผมถอนตัวไม่ขึ้นแล้วครับ

 

บ้านพักตากอากาศริมทะเล

ผมนั่งเงียบๆ อยู่บนรถนานพอสมควร แถมเส้นทางที่รถกำลังแล่นอยู่ก็ห่างออกไปเรื่อยๆ มันไม่เคยคุ้นตาอยู่แล้ว และยิ่งสงสัยเข้าไปอีก แต่เพราะกำลังโกรธเขาอยู่เลยไม่อยากถามอะไรมาก จนรถแล่นเข้ามาจอดบริเวณบ้านพักหลังหนึ่งซึ่งตรงหน้าก็มีทะเลอยู่ด้วย

ผมแปลกใจมากที่จู่ๆ ก็มาโผล่ที่นี่ แต่แปลกใจยิ่งกว่าเมื่อคุณปัญญ์แค่ขับรถมาส่งเท่านั้น เพราะเขาต้องกลับไปจัดการเรื่องราววุ่นวายทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อ แถมไอ้คนที่เริ่มยังมีหน้ามายืนยิ้มอยู่ข้างๆ ผมอีกต่างหาก

“พามาที่นี่ทำไมครับ”

“เห็นครั้งก่อนนายชอบ เลยอยากพามาอีก” คุณเควินขยับเข้ามาหาผมมือหนาข้างหนึ่งเอื้อมมารั้งข้อมือผมเอาไว้ด้วย “เข้าบ้านกันเถอะ”

ผมไม่ได้ขัดขืนหรืออะไรทั้งสิ้น นอกจากจะยอมเดินตามเขาเข้าไปในบ้านเงียบๆ แทน บ้านกว้างมากเลยครับ แถมยังสบายและเงียบสงบอีกต่างหาก

“พื้นที่แถวนี้เป็นส่วนตัว เลยไม่ค่อยวุ่นวายสักเท่าไหร่”

“แล้วพวกเสื้อผ้าละครับ”

“คงมีอยู่แล้วนะ เราขึ้นไปดูบนห้องกันดีกว่า”

“เรา! หมายความว่ายังไงครับ” ผมรีบรั้งมือตัวเองกลับมาทันที เขาพูดเหมือนเราต้องนอนห้องเดียวกัน

“เราจะนอนด้วยกัน”

“ไม่มีทาง! เราจะแยกกันนอนครับ”

“โธ่! อย่าใจร้ายสิดิน อยากเห็นฉันเป็นหมีแพนด้างั้นเหรอ” เขากำลังอ้อนผมสินะ แต่อย่าหวังเลยเพราะผมจะไม่หลงคารมณ์ของเขาเด็ดขาด

“เรื่องของคุณ ถ้าไม่ยอม ผมจะกลับบ้าน”

“ใจร้าย”

“คุณร้ายก่อน ห้ามเถียง...เชิญขึ้นไปอาบน้ำได้แล้วครับ ผมจะไปเอาเสื้อผ้าด้วย” คนเจ้าเล่ห์เดินนำหน้าไปทันที ส่วนผมก็เดินตามหลังแล้วคลี่ยิ้มอย่างอารมณ์ดีไปด้วย

ให้มันรู้ไปสิครับ คนอย่างเพียงดินไม่มีทางยอมอะไรง่ายๆ แน่นอนหนึ่งอาทิตย์ต่อจากนี้ไป คงมีเรื่องราวดีๆ เกิดขึ้นระหว่างเราอีกสินะ

 

 




_________________________________

สวัสดีค่ะ
ตอนนี้เรื่องร้ายๆ ก็ผ่านไป ถ้าตอนนี้มีคนงง ก็บอกกันด้นะคะ
แต่จนปัญญาจะแก้ T^T

ถ้าข้ามไปได้ ก็ข้ามแทนละกันนะคะ
อยากให้ทุกคนช่วยวิจารณ์บ้าง อย่าอ่านอย่างเดียว คนแต่งไม่รู้ว่ามันดีหรือไม่ดี
ไม่ได้ขอให้เม้นทุกตอน 

โอเค

เหลืออีก 4 ตอน จบแล้วนะคะ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #20 Bff pli (@happytodaylylaln) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 21:59
    งื้ออออออ ><
    #20
    0