ตอนที่ 22 : HUG (ไม่) ปรารถนาครั้งที่ยี่สิบเอ็ด… อ้อมกอดของพวกเรา (เต็มดวง%) THE END

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    29 ส.ค. 59







HUG (ไม่) ปรารถนาครั้งที่ยี่สิบเอ็ดอ้อมกอดของพวกเรา

 

 

หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ สามอาทิตย์เต็มๆ ผมกับคุณเควินก็ยังไม่ได้เจอกันเลยครับ เขาบอกว่าจะแอบโทรหา ตั้งแต่ตอนนั้นมาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาอาจจะรู้ว่าผมอยู่ที่ไหนเพราะแหวน แต่ผมกลับไม่รู้เลยจริงๆ ว่าเขาหายไปไหน

มันทรมานเขาก็ยังคงเป็นผู้ชายเจ้าเล่ห์คนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

ผมจะดีใจมาก ถ้าเขายอมติดต่อมาบ้าง ไม่ใช่ว่าหายไปแบบนี้ แถมเขายังเหลือเวลาอีกแค่อาทิตย์เดียวเท่านั้น

“หนูดิน” เสียงคุณท่านดังขึ้น พอผมหันกลับไปมองท่านก็ยืนยิ้มให้อยู่ตรงหน้าประตูบ้าน ข้างๆ ก็มีคุณเคย์ยืนอยู่ด้วย วันนี้ช่วงเช้าทั้งคู่รีบออกไปจากบ้านมากๆ กลับมาอีกทีก็ช่วงบ่ายกันแล้ว

“ครับ”

“สีหน้าไม่ค่อยยินดีเลย พ่อทำอะไรผิดไปหรือเปล่า” ท่านมักจะแทนตัวเองว่าพ่อเสมอ ตั้งแต่ที่ท่านมาอยู่ในบ้านด้วยผมก็ไม่เหงา แถมท่านยังชวนผมคุยอยู่ตลอด

“ทำไมคิดแบบนั้นละครับ”

“ไม่ต้องห่วงไปหรอกดิน มีเวลาอีกตั้งหนึ่งอาทิตย์” คุณเคย์พูดสมทบอีกคน พูดเหมือนรู้ว่าผมกำลังรออะไรอยู่

“เขาหายไปเลยนะครับ” ในที่สุดผมก็ยอมพูดออกมา ไม่รู้จะเก็บไว้ทำไมเพราะถึงยังไงผมก็อึดอัดอยู่ฝ่ายเดียว ส่วนใครอีกคนก็หายไปแทน

“ถ้าอยากรู้ก็ตามไปดูสิ”

“เอ๋! ผมไปได้เหรอครับ” ผมรีบหันไปถามคุณท่านทันที ท่านไม่ได้ตอบอะไรแต่กลับพยักหน้าแทนคำตอบพร้อมกับรอยยิ้ม

“นี่ครับ ตั๋วเครื่องบินกลับเชียงใหม่” คุณเคย์ยื่นตั๋วเครื่องบินมาให้ผม “อย่าให้พี่เคนรู้นะครับ ไม่งั้นเขาไม่เป็นอันทำงานแน่นอน”

“ขอบคุณนะครับ”

“พ่อฝากเจ้าเคนด้วยนะพ่อเชื่อว่าหนูดินทำได้”

ท่านมักจะเชื่อมั่นในตัวผมเสมอสินะ เพราะมีท่านอยู่ด้วยผมเลยเบาใจ ทุกๆ คนก็คงคิดเหมือนผมละมั้ง

 

………………………………..

 

ทุกคนอาจจะงงละมั้ง ว่าเรื่องราวของผมมันเกิดขึ้นได้ยังไง ขนาดผมยังไม่เข้าใจเลยครับ แต่เรื่องราวที่ผ่านมาก่อนหน้านี้มันก็แค่อดีต ซึ่งตอนนี้ต่างหากคือปัจจุบันผมกลับมาอยู่ที่เชียงใหม่ได้หนึ่งอาทิตย์แล้ว และก็ไม่ได้ไปหาคุณเควินที่ม่อนแจ่มด้วย แต่ผมกลับมาที่บ้านของตัวเองและทำทุกอย่างเหมือนเดิม

ผมกลับมาดูแลไร่องุ่น ทำทุกอย่างเหมือนที่เคยทำ เลิกคิดไปด้วยซ้ำว่าผมกำลังวิ่งตามหาใครบางคนอยู่หรือเปล่า ผมก็แค่อยากเริ่มต้นใหม่ ไม่อยากต่อไปเรื่อยๆ ผมอยากรู้ว่าความพยายามของเขามันจะมีมากแค่ไหน

“จำไว้นะหนูดิน เราจะมั่นใจว่าใครคู่ควรก็ต่อเมื่อคนๆ นั้นมีความพยายามจนถึงที่สุดแล้วจริงๆ ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่พ่อรักมาตลอด เธอมักจะพูดแบบนี้ออกมาเสมอ”

ผมยังคงจำคำพูดประโยคสุดท้ายก่อนเดินออกจากบ้านคุณเคย์ได้ดี และแน่นอนว่าผมไม่มีวันลืม

เวลาหนึ่งอาทิตย์สำหรับผมมันไม่ได้ยากลำบากเลย มันก็แค่รอรอจนกว่าวันครบกำหนดหนึ่งเดือนจะมาถึงก็เท่านั้นเอง

“คุณดินคะ ป้าเตรียมมือเช้าไว้ให้แล้ว” ผมหันไปมองหน้าป้าใจ ท่านเป็นคนเดียวที่คอยดูแลผมเสมอและไม่ว่าเมื่อไหร่ ท่านก็ยังคงอยู่ดูแลผมตลอด

“ขอบคุณนะครับ ดินอยากให้ป้านั่งกินข้าวกับดิน”

“อย่าเลยค่ะ”

“ถือว่าดินขอร้อง ป้าก็เปรียบเสมือนญาติเพียงคนเดียวที่ดินเหลืออยู่ในตอนนี้” ผมเดินเข้าไปหาท่าน จับมือท่านแล้วพาไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้าม ป้าใจดูเกร็งๆ มากเลยครับ พอท่านนั่งลงผมก็รีบดักข้าวใส่จานให้ทันที

“ป้าดักเองก็ได้ค่ะ”

“ให้ดินดูแลป้าบ้างนะครับ”

“ขอบคุณค่ะ” ป้าใจพูดทั้งน้ำตา ท่านนั่งร้องไห้ออกมาซะงั้น แต่พอเห็นว่าผมมองอยู่ท่านก็รีบหลบสายตา

ผมกับป้าใจนั่งกินข้าวด้วยกันอย่างมีความสุข พวกเราชวนกันคุยเรื่องต่างๆ ไปเรื่อย ไม่ว่าจะเมื่อไหร่หรือตอนไหนๆ ท่านก็ยังคงยิ้มให้ผมตลอด คอยอยู่ข้างๆ ผม เป็นกำลังใจให้และที่สำคัญ ท่านไม่เคยทอดทิ้งผมไปไหน

“กินข้าวเสร็จ ดินจะไปไร่คุณทศราชนะครับ”

“ค่ะ”

ผมยิ้มให้ป้าใจแล้วนั่งกินข้าวต่อจนอิ่ม ผมช่วยท่านเก็บจานไปไว้ในครัว พอจะช่วยล้างท่านก็บอกว่าไม่ต้อง แล้วไล่ให้ผมไปที่ไร่คุณทศราชแทน ท่านคงกลัวว่าแดดมันจะร้อนละมั้ง ผมเองก็ไม่ขัดเดินไปหยิบหมวกมาสวมเอาไว้ แล้วก็ตรงไปยังไร่ของคุณทศทันที

“หวังว่าคุณจะดูผมอยู่นะครับ” ผมยกแหวนที่สวมอยู่บนนิ้วนางข้างซ้ายขึ้นมา ลูบไปมาแล้วเอ่ยออกไป วันนี้ครบกำหนดแล้ว เขาก็คงออกมาจากความมืดละมั้ง

ผมไม่ได้ไปทำลายครอบครัวของใคร แค่จะไปแสดงความยินดีต่างหากละครับ ผมอยากขอโทษและขอบคุณทุกๆ เรื่องที่มันเกิดขึ้น

“อ้าว! เพียงดิน” สองเท้าก้าวเดินมาถึงไร่ของคุณทศ คนแรกที่ผมเห็นกลับเป็นธารธาราและรอยยิ้มเป็นมิตรของเขา ไม่ว่าจะเมื่อไหร่รอยยิ้มนี้ก็ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจริงๆ

“ได้เจอกันอีกแล้วนะครับ”

“หายไปไหนมานานเลยครับ” ธารธาราเดินเข้ามาหาผม ในอ้อมกอดก็มีเด็กน้อยอยู่ด้วย ความพิเศษของเขามันคือเรื่องน่าทึ่งมากๆ เลยครับ

“ผมไปมาหลายที่เลยครับ แล้วนี่คุณทศไปไหนครับ”

“พี่ทศอยู่ในไร่นะครับ อีกเดี๋ยวคงกลับมา” ผมยิ้มให้ธารธาราก่อนจะเป็นฝ่ายเดินเข้าไปหาเจ้าตัวเรื่อยๆ

“ขอผมอุ้มได้ไหมครับ”

“ได้สิครับ” ตอนแรกผมคิดว่าธารธาราจะปฏิเสธด้วยซ้ำ แต่ที่ไหนได้เจ้าตัวกลับยอม

แอ้ๆ

เสียงงอแงดังขึ้นเมื่อร่างเล็กถูกเปลี่ยนมือ เจ้าตัวคงยังไม่คุ้นเคยกับผมละมั้ง

“อย่าตกใจไปเลยครับ ตาหนูแค่ทักทาย” แต่แล้วคำยืนยันจากปากของธารธารากลับทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาบ้าง

“ผมนึกว่าแกจะกลัว”

“ไม่หรอกครับ งั้นเราไปนั่งคุยบนบ้านกันดีกว่า”

“ครับ”

เรื่องราวร้ายๆ มันผ่านมานานแค่ไหนแล้วน่ะ ทำไมตอนนี้คนตรงหน้าของผมถึงกลายเป็นแม่ไปซะแล้ว แถมยังสวยอีกต่างหาก ถ้าใครไม่สังเกตก็คงคิดว่าเจ้าตัวเป็นผู้หญิงละมั้ง

“น้ำครับ”

“ขอบคุณครับ” ธารธารานั่งลงข้างๆ ผมพร้อมกับหยอกล้อลูกของเขาไปด้วย มันเป็นภาพที่น่ารักมากๆ เลยครับ

หาวๆ

“สงสัยแกจะง่วงแล้ว” ผมบอกออกไปเมื่อเห็นว่าตาหนูนั่งหาวอยู่บนตัก

“ดินไม่รีบใช่ไหม? ธารขอพาตาหนูเขานอนแป๊บนึง”

“ได้สิครับ” ผมไม่ปฏิเสธเลยจริงๆ ว่าธารธาราน่ารักมาก ตอนนี้กลับรู้สึกอิจฉาคุณทศมากกว่าอีกครับ เห็นแบบนี้ผมก็อยากมีลูกของตัวเองขึ้นมาซะงั้น

หรือผมควรจะลืมทุกอย่าง แล้วรีบหาผู้หญิงดีๆ สักคนมาแต่งงานสร้างครอบครัวและมีลูกด้วยกัน

“เพียงดิน” ความคิดของผมหายไปทันที เมื่อได้ยินเสียงของคุณทศก็ดังขึ้น ผมหันไปมองหน้าเขาพร้อมกับรอยยิ้มคนด้านล่างก็มองผมยิ้มๆ เหมือนกัน “นั่งยิ้มอะไรคนเดียว” เมื่อกี้ผมยิ้มด้วยเหรอ หรือว่าผมสะใจก็ไม่รู้สิครับ

“ผมคิดเรื่องดีๆ นะครับ”

“มานานหรือยัง แล้วน้องธารไปไหน”

“ไม่นานครับ ธารพาตาหนูเข้านอน”

“อ่อ! นั่งคนเดียวไปก่อนนะ เดี๋ยวออกมาคุยด้วย”

“ครับ” เขาช่างเป็นผู้ชายที่แสนดีเหลือเกินครับ เรื่องร้ายๆ ที่ผ่านมากลับจางหายไปจนหมด มีแต่ความรู้สึกดีๆ ต่อกัน

“พี่ทศ ดินก็อยู่ เดี๋ยวเถอะ!” เถียงอะไรกันเสียงดังเชียวครับ ท่าทางจะแสดงความรักกันอยู่แน่นอน ได้ยินแล้วก็อดอิจฉาขึ้นมาซะงั้น

“ไม่เห็นเป็นอะไรเลยนี่ ใช่ไหมดิน” ทั้งคู่เดินกอดเอวกันออกมาหาผม แถมยังมาถามความเห็นผมอีกต่างหาก ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงรู้สึกแย่ แต่ตอนนี้มันขำๆ มากกว่าครับ

“ครับ ผมไม่ถือ” ทั้งคู่เดินมานั่งที่เก้าอี้ใกล้ๆ ผม แล้วชวนคุยไปเรื่อยเปื่อย

“ช่วงนี้ที่ไร่เป็นยังไงบ้าง ถ้ามีอะไรให้ช่วยก็บอกได้นะ” คุณทศถามขึ้นน้ำเสียงก็ไม่เคยเปลี่ยน

“เรื่อยๆ ครับ”

“ดินโอเคใช่ไหม” ธารธาราเอ่ยถามน้ำเสียงเบาหวิว

“เอ๋! ทำไมถึงถามแบบนี้ละครับ” ผมหันไปมองหน้าคนตั้งคำถามเมื่อกี้ จนธารธารากับคุณทศต้องมองหน้าสบตากันแทน “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“เรื่องเควิน”

“ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ผมเอาอยู่” ผมตอบยิ้มๆ คงไม่ได้ตอบผิดไปหรอกนะเพราะผมเอาอยู่จริงๆ

“ดิน...ธารขอถามอะไรเพื่อความมั่นใจอีกสักหน่อยได้ไหม” สีหน้าของธารธาราดูตึงเครียดมากๆ เลยครับ

“ครับ” ผมเองก็ยืนยันออกไปด้วยรอยยิ้มเช่นกัน

“ดินกับเควิน...เอ่อ คือ”

“น้องธารครับ อย่าไปอยากรู้เลย” คุณทศรีบพูดห้ามขึ้นมา ผมเองก็ไม่ได้ติดใจอะไรและพร้อมจะตอบอยู่แล้ว

“ผมขอตอบแค่ว่า...ตอนนี้มันไม่เหมือนเดิมแล้วครับ” ผมรีบพูดแทรกขึ้น จนทั้งคู่ต้องหันกลับมาสบตาผม แต่สีหน้าของธารธาราจะดูออกง่ายมากๆ “ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกครับ”

“เขาไม่ได้บังคับดินใช่ไหม”

“ไม่ครับ ผมเต็มใจทุกอย่าง” คำตอบของผมเหมือนคนหน้าไม่อายเลยครับ แต่ไม่รู้จะปิดบังไปทำไม เพราะสักวันคนอื่นๆ ก็ต้องรู้อยู่ดี

“แล้ว...”

“น้องธาร พอแล้วครับ”

“ก็ธารอยากรู้นี่ครับ” ผมชอบนะครับ เวลาที่ทั้งคู่พูดคุยกัน ถึงจะเป็นประโยคที่เถียงกันไปมา แต่น้ำเสียงกลับเหมือนเดิม

“ถ้าอยากรู้อะไรมากกว่านี้ ต้องช่วยผมนะครับ”

“ช่วย! ช่วยอะไรเหรอดิน” ธารธาราเป็นคนเดียวที่อยากรู้มากๆ เลยครับ ท่าทางที่แสดงออกมาก็ดูน่ารักมากกว่าน่ารำคาญซะอีก

“น้องธาร”

“ถ้าพี่ทศไม่อยากช่วย ก็อย่ามาห้ามธารสิครับ”

“เฮ้อ! เอาที่สบายใจเลยครับเมีย พี่ทศไม่ห้ามแล้ว”

“ชิส์!

“แต่ผมอยากให้คุณทศช่วยด้วยนะครับ และก็อยากขอร้องธาร ขอยืมตัวคุณทศหน่อย”

ตอนนี้ผมสวมแหวนอยู่ ผมไม่แน่ใจว่าใครบางคนจะได้ยินไหม แต่ผมก็ตั้งใจ ก่อนจะรีบถอนแหวนที่สวมอยู่ออก แล้วจับมันยัดใส่กระเป๋าเสื้อแทน

“แหวนอะไรนะดิน” ธารธาราช่างสังเกตจริงๆ เลยครับ

“คุณเควินให้ไว้นะครับ ถ้างั้นมาพูดถึงเรื่องที่จะขอร้องกันดีกว่า”

“อืมๆ”

ผมพูดได้แค่บางช่วงเท่านั้น เพราะเสียงบางช่วงผมจะเปลี่ยนเป็นเขียนลงไปในโน๊ตโทรศัพท์แล้วให้ทั้งคู่อ่านแทน ตอนนี้แหวนเจ้ากรรมก็ไม่สามารถเห็นหน้าพวกเราได้แล้ว ได้ยินแค่เสียงบางช่วงบางตอนเท่านั้น

“เอางั้นเหรอ?” คำถามแรกเอ่ยออกมาจากปากของคุณทศเมื่อรับรู้ถึงแผนการของผม

“ครับ ผมลองมาคิดๆ ดูแล้ว ผมอยากแต่งงานมีครอบครัวและมีลูกน่ารักๆ เหมือนคุณกับธาร”

“โห่! แบบนี้เควินก็น่าสงสารนะสิ” ทั้งคู่เล่นละครได้ดีเยี่ยมมากๆ เลยครับ ผมได้แต่ยกนิ้วโป่งให้พร้อมกับน้ำเสียงหัวเราะเล็กๆ

“ผมตัดใจจากเขาไปแล้วครับ ถ้าคุณทศไม่รังเกียจก็ช่วยเป็นผู้ใหญ่ฝ่ายผมให้หน่อยนะครับ”

“น้องชายขอร้องทั้งที พี่ชายอย่างฉันก็ไม่อยากปฏิเสธ แล้วเราจะเริ่มไปสู่ขอกันวันไหนดี” ผมไม่ได้สอนการแสดงเขานะครับ แต่ทั้งคู่ก็เล่นได้สมบทบาทมากๆ

“วันนี้ครับ ผมนัดทางโน้นไว้แล้ว เราจะไปคุยกันตอนหนึ่งทุ่มที่ร้านอาหาร xxx นะครับ”

“ได้สิ ถ้างั้นเจอกันช่วงเย็นก็แล้วกัน” ร้านอาหารที่ว่าก็ของจริงครับ แต่คนที่ผมนัดไป คือคนที่กำลังแอบฟังอยู่ตอนนี้ต่างหากละครับ ผมรู้ว่าเขาต้องแอบฟังอยู่แน่ๆ เลย

“ขอบคุณนะครับ”

“ร้ายนักนะเรา” ประโยคนี้คุณทศแอบกระซิบ ผมเองก็ยอมรับครับ ถ้ามัวแต่รอไม่รู้ว่าเมื่อไหร่เขาจะยอมโผล่หน้ามาเจอกันสักที ผมเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าตัวเองจะมีความสำคัญกับเขามากแค่ไหน

ถ้าเขาไม่ไป...ผมก็จะตัดใจจริงๆ สักที!

 

ทุ่มตรง ร้านอาหาร xxx

บรรยากาศดีมากๆ เลยครับ แถมผมยังเหมาทั้งร้าน ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกเพราะคนออกเงินไม่ใช่ผม มีพ่อสามีดีก็ดีไปครับ ตอนนี้พวกเราสนิทกันมากขึ้นและผมก็ยอมรับด้วย ไม่รู้ว่าจะอายไปทำไม ได้สามีหล่อและรวยใครบ้างจะไม่ชอบ

จริงไหมครับ?

“ดินว่าเขาจะมาไหม” ธารธารานั่งลุ้นกว่าใครเลยครับ

“ผมว่าเขาน่าจะมา แต่ถ้าไม่มาผมคงต้องตัดใจ” ผมอุตส่าห์คิดแผนนี้อยู่ตั้งหลายวัน ถ้าเขายอมแพ้และไม่ยอมมา ผมคงต้องเป็นฝ่ายยอมเอง

ตอนนี้ช่วงเวลาผ่านไปเรื่อยๆ เสียงเพลงบรรเลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับเสียงหัวใจของผมที่กำลังเต้นแรง เวลามันผ่านไปเกือบชั่วโมงแล้วแต่ก็ยังไร้วี่แววของเขา

“หรือผมจะตัดใจดี”

“รอมาเป็นชั่วโมงแล้วนะดิน”

“เขาคงไม่มาแล้วมั้ง ผมว่าพวกเรากลับกันดีกว่าครับ” ผมอยากตัดใจแล้วครับ ยิ่งนั่งรอไปนานๆ เสียงหัวใจยิ่งเต้นช้าลงทุกที ผมไม่อยากรอให้น้ำตามันไหลอีกแล้ว

“เพียงดิน” สองขาที่กำลังจะก้าวออกจากเก้าอี้ ซึ่งนั่งอยู่ในร้านอาหารต้องชะงักทันที เมื่อได้ยินน้ำเสียงตกใจของใครบางคนดังขึ้นมา

ผมหันไปมองหน้าคุณทศและธารธาราก่อนจะมองเลยไปยังใครอีกคนที่ยืนหอบหายใจถี่ๆ อยู่

“คะ เคน”

หมับ

เขาวิ่งเข้ามาสวมกอดผมแน่นมากๆ เสียงหอบหายใจก็ยังคงดังอยู่อย่างนั้น เหมือนเขาเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาเลยครับ

“พี่ว่าเราคงหมดหน้าที่แล้ว” เสียงคุณทศดังขึ้นก่อนที่มือหนาจะรั้งข้อมือของธารธาราแล้วพาเดินออกไปจากบริเวณนี้ ผมไม่ได้พูดอะไรนอกจากยิ้มขอบคุณให้พวกเขาสองคน

“ปล่อยได้แล้วครับ” ก่อนที่ผมจะหายใจไม่ออก คงต้องรีบห้ามเขาเอาไว้ก่อน “ผมหายใจไม่ออก”

“นายเป็นบ้าไปหรือไง จู่ๆ ก็คิดจะแต่งงานกับคนอื่น แล้วคราวหลังก็หัดนัดร้านอาหารที่ฉันรู้จักบ้างสิ”

“เอ๋!” คำพูดมากมายของเขาเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ผมไม่รู้จะขำหรือสงสารเขาดี “คุณหาร้านไม่เจองั้นเหรอ”

“ฉันไม่ใช่คนที่นี่ หาเจอก็บุญแค่ไหน แล้วนี่...ใครสั่งให้นายถอนแหวน” บ่นผมเสียงสั่นเชียวครับ คนอย่างเขามีความรู้สึกกลัวด้วยงั้นเหรอ นึกแล้วก็อดขำไม่ได้ครับ

“ไม่มีครับ”

“แล้วไหนล่ะ ผู้หญิงที่นายจะแต่งงานด้วย” เขาหันหน้าไปกวาดสายตาเพื่อมองหาใครบางคน จนทั่วบริเวณที่ยืนอยู่เลยครับ แต่หาไม่เจอหรอกเพราะมีแค่พวกเรา เด็กเสิร์ฟและนักดนตรีเท่านั้น

“ถ้าเจอเธอ คุณจะทำยังไง?”

“แล้วนายคิดว่าจะมีผู้ชายหน้าไหนบ้างที่ยอมให้เมียตัวเองไปแต่งงานกับผู้หญิงคนอื่น ถ้ามีก็ช่วยบอกฉันหน่อยสิ”

“แล้วคุณยอมไหม?”

“ถ้ายอม คงไม่ตามหาขนาดนี้หรอกนะ”

“แล้วคุณหายไปทำไม? รู้ไหมว่าผมต้องรอนานแค่ไหน” ผมพูดออกมาน้ำตาก็ไหล รู้สึกแย่มากๆ เลยครับ

“ดิน”

“ถ้าเกิดคุณไม่มา...แล้วผมยอมแต่งงานกับคนอื่นไปจริงๆ คุณจะทำยังไง” ผมร้องไห้ไปพร้อมๆ กับด่าทอเขา

“ก็แค่ไปแย่งมา...เมียคนเดียว หาแบบนี้ไม่ได้แล้ว ใครจะยอมยกให้คนอื่นง่ายๆ ละครับ” เขาชอบพูดจาตลกเพื่อกลบเกลื่อนความผิดอยู่เรื่อยเลยครับ

“คนบ้า! คุณมันแย่ ฮือๆ” ถึงจะดีใจที่เขาพูดออกมาแบบนี้ แต่กลับรู้สึกแย่ ผมไม่อยากจะคิดด้วยซ้ำ ถ้าเขาไม่มาจริงๆ อะไรมันจะเกิดขึ้น

“อย่างอแงสิดิน”

“ก็คุณ...”

“ฉันทำไม?”

“คุณชอบทำให้ผมร้องไห้ ชอบแกล้ง ชอบทำให้ผมต้องรอ”

“วันนี้ไม่ใช่วันสุดท้ายสักหน่อย เรายังมีเวลาเรียนรู้กันอีกนาน ที่มาช้าก็เพราะติดประชุมสำคัญ”

“ตกลงได้กำไรหรือขาดทุนละครับ”

“ฉันเป็นนักธุรกิจนะดิน ทุกอย่างย่อมต้องได้ผลกำไรสิ ถ้าขาดทุนใครมันจะทำ” ผมเชื่อแล้วครับ แถมเขายังเป็นผู้ชายเจ้าเล่ห์มากๆ อีกต่างหาก

“ผมต้องคืนสิบห้าล้านอีกไหม?”

“ถ้าอยากคืนก็โอเคนะ แต่ท่าทางป๊าจะไม่อยากได้ เห็นเข้าขากันดีเหลือเกิน” คนเจ้าเล่ห์สบตาผม แววตาหยอกเย้ากันมากเลยครับ

“ชิส์!” กำปั้นเล็กๆ ต่อยลงไปที่อกกว้างของคนตรงหน้าทันที

“แล้วไหนล่ะ เจ้าสาวของเมียฉัน”

“เจ้าสาวไม่มีหรอกครับ มีแค่เมียคุณที่ยืนอยู่ตรงหน้าในตอนนี้” คุณเควินจ้องหน้าผมเขม็ง รอยยิ้มสดใสเผยขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาทันที

คนเจ้าเล่ห์ยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆ ผม ริมฝีปากแสนร้ายกาจกดจูบแผ่วเบาที่หน้าผากของผม

จุ๊บ

“ที่รัก...ถึงฉันจะเคยร้ายกาจมากแค่ไหนก็ตาม แต่ทุกอย่างนายคือคนที่ได้ไปครอบครอง ขอบคุณความรู้สึกดีๆ และอ้อมกอดที่อบอุ่น ถ้าไม่มีเพียงดิน เควินคงนอนไม่หลับ”

“เลี่ยน”

“รู้ไหมว่าไม่เคยพูดแบบนี้กับใครเลย”

“ไม่รู้ครับ แต่เชื่อว่าคุณคงไม่อยากนอนกอดใครนอกจากผม”

“หลงตัวเอง”

“ผมติดนิสัยทุกอย่างมาจากคุณ” คนตรงหน้ารั้งผมเข้าไปกอดเอาไว้อีกครั้ง ผมไม่ได้ขัดขืน แถมยังกอดตอบเขาด้วยครับ

“ต้องพูดว่ารักด้วยไหม?”

“อะไรของคุณ”

“ก็มันจะจบแล้ว”

“มันเลี่ยน พวกเราเคยพูดจาดีๆ ต่อกันได้นานแค่ไหนละครับ” เขามันที่สุด ซึ่งผมหาคำบรรยายไหนๆ มาอธิบายไม่ได้เลย

“ก็อยากให้คนอื่นรู้บ้าง”

ผมผละออกจากตัวเขาแล้วจ้องหน้าสบตากัน ไม่มีอะไรหวือหวาสำหรับพวกเรา มีแต่ความรู้สึกดีๆ และคำยินดีต่อกัน เรื่องร้ายๆ มันผ่านเข้ามาและกำลังจะผ่านไป

สิบห้าล้าน...ผมคงเป็นคนที่โชคดีมากๆ เป็นหนี้เขาแล้วไม่ต้องจ่าย แถมยังได้หัวใจของเขามาครอบครองอีกต่างหาก

“เพียงดิน”

“ครับ”

“นายจะอยู่กับฉันตลอดไปใช่ไหม?” ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าผู้ชายคนนี้จะพูดอะไรที่โคตรโรแมนติกแบบนี้ออกมาได้ มันเป็นคำพูดง่ายๆ ที่ใครก็พูดกัน แต่พอผู้ชายคนนี้พูดมันกลับดูน่าทึ่ง

“ถ้าคุณทำตัวดีๆ ผมสัญญาว่าจะอยู่กับคุณตลอดไป”

“แล้วอะไรที่ว่าไม่ดีล่ะ”

“อาทิเช่น เวลาจะทำอะไรก็ควรปรึกษากันบ้าง ไม่ใช่ว่าคิดและทำคนเดียว ถ้ามีครั้งที่สองอีก ผมจะเลิกยุ่งกับคุณ”

“เลิกไม่ได้หรอก เพราะนายรักฉันไปแล้ว”

“เหอะ! เมื่อก่อนเราไม่ได้รักกัน” ผมตีอกเขาไปทีนึง โทษฐานที่ทำให้ผมหมั่นไส้อยู่ตลอดเวลา

“แต่ตอนนี้เรารักกันแล้ว แม้ว่าจะไม่ได้พูดออกมามากมายก็ตาม”

“คุณปากแข็ง”

“นายก็เช่นกัน รู้หรอกว่ารัก มองจากตอนที่นายหึงก็รู้แล้วว่ารักมากแค่ไหน” ผมจะไม่เถียงเพราะมันคือเรื่องจริง ผมไม่ใช่คนที่จะรักใครได้ง่ายๆ และยิ่งเป็นผู้ชายเหมือนกัน ผมยิ่งไม่คิดว่าจะรักด้วยซ้ำ

ผมจะยกเว้นเขาไว้อีกคนก็แล้วกันครับ

“กลับบ้านกันเถอะครับ”

“อืม”

ไม่ต้องพูดว่ารักมาก แค่วันนี้พวกเรายังจับมือแล้วเดินต่อไปด้วยกันเรื่อยๆ มันก็พอแล้ว

ไม่ต้องบอกว่าต้องการกันมากแค่ไหน ถ้าวันนี้พวกเรายังกอดกันเหมือนเดิม

ไม่ต้องแสดงออกว่ารักมากมาย แค่รอยยิ้มที่มองหากัน และสายตาที่สบประสานกันก็เพียงพอ

“กลับถึงบ้าน ขอนอนกอดชดเชยหนึ่งเดือนหน่อยนะครับ”

“ครับ”

ทำไมต้องปฏิเสธ ในเมื่อสองหัวใจต่างต้องการกัน...วันนี้ข้างกายผมคงไม่เหงาอีกแล้ว ไม่ต้องไขว่คว้าหาจากที่ไหน เพราะอ้อมกอดของกันและกันคงมีค่าที่สุดแล้วมั้ง

 

 

 

 

 









____________________________________________

จบแล้ววววววววววววววววววววว

ดีใจที่สุด นิยายที่คิดจะแต่งเป็นเซตจบค่ะ

ฮาาาาาาาาาาาาาาาา


ไม่รู้ว่าเรื่องนี้โอเคมั้ย????

แต่ก็ขอบคุณใครหลายๆ คนที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ

ส่วนบทส่งท้าย และตอนพิเศษอีก 2 ตอน

ขอดูความสนใจ ฮาาาาาาาาาาาาา


เม้นมา นิยายไป

เอ๊ะ!

บรั่ยยยยยยยยยยยยยยยยยย


แล้วเจอกันนะคะ...

มีนิยายใหม่ แนวโลกสวย

รักโลกค่ะ มีแต่ผัก มั้งงงงงงง!!!

ตอนแรกว่าจะไม่ลงธัญวลัย แต่คงจะลง ฮาาาาาาาา

เราไม่แน่นอนกับชีวิต


แล้วเจอกัน เรื่องเก่า เล่าใหม่ไปเรื่อยๆ นะคะ

^^


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #21 jbjkjr (@jbjkjr) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2559 / 13:58
    น่ารักอ่ะ ชอบจัง
    #21
    0