*จบแล้วจ้า*HUG หัวใจ(ไม่)ปรารถนา { Yaoi } ❤

ตอนที่ 5 : HUG (ไม่) ปรารถนาครั้งที่สี่… กอดที่ไม่เข้าใจ [เต็มดวง%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 746
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    29 ก.ค. 59




HUG (ไม่) ปรารถนาครั้งที่สี่กอดที่ไม่เข้าใจ

 

 

ผมเดินกลับขึ้นมาบนห้องอย่างเดิม เพราะทางเดินที่จะออกไปมันไม่มี ถ้าผมออกไปตรงๆ เขาก็จะหาว่าผมไปแอบฟังเรื่องของเขาอีก คิดเหรอว่าผมจะอยากฟัง

ผมปิดประตูห้องก่อนจะเดินไปที่โซฟาแทน ผมคงนอนที่เตียงเขาไม่ได้หรอกครับ

เฮ้อ!

ผมถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนขดตัวอยู่ที่โซฟา มันอาจจะเมื่อยไปนิดหน่อยละมั้ง แถมยังหนาวอีกต่างหาก อากาศหนาวๆ กับร่างกายที่อ่อนล้าในตอนนี้ของผมมันไม่เหมาะสมกันเลยจริงๆ ครับ

ผมเหนื่อย!

เหนื่อยจนอยากลืมเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในตอนนี้ด้วยซ้ำไป

ทำไมโชคชะตาถึงไม่เข้าข้างผมบ้าง? แค่สักครั้งก็ยังดี...

 

เควิน

ผมก็ไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่? ผมกำลังสนุกงั้นเหรอ ตอนแรกผมก็แค่ทำลงไปเพราะรู้สึกหมั่นไส้เพียงดินเท่านั้น เด็กคนนั้นทำตัวหยิ่งผยองจนเกินไป เห็นแล้วอยากแกล้งให้หนักๆ แล้วทำไมผมต้องมานั่งยิ้มตลอดเวลาที่นึกถึงใบหน้าโกรธจัดของเพียงดินด้วยนะ

ผมไม่เข้าใจตัวเองเลยจริงๆ ครับ

“พี่ พี่เคน”

“หืม”

“ผมเรียกนานแล้ว ตกลงคำตอบคืออะไร?” เคย์จ้องหน้าผมเพื่อรอฟังคำตอบ และคำตอบที่น้องชายผมกำลังรอฟังอยู่ก็คือเรื่องของเพียงดิน

“ไม่ยกให้ ห้ามเข้ามายุ่ง” เคย์ต้องการจะตีสนิทกับเพียงดิน ผมเองก็รู้จักนิสัยของน้องชายตัวเองดี เคย์มันง่ายๆ กับอะไรหลายๆ อย่าง แต่ความสามารถของเขามันก็ทำให้ผมตัดนิสัยพวกนี้ทิ้งไป

“หวง!

“เพียงดินคือคนของฉัน ถ้านายอยากได้ก็ไปหาเอง”

“เจอคนที่ใช่แล้ว จะไปหาทำไมครับ”

“เคย์!

“พี่นี่ขี้หวงจริงๆ เลย ตั้งแต่ธารธาราแล้วนะครับ”

“ตอนนี้ไม่เกี่ยวกับเขาแล้ว ถ้ามีเรื่องจะคุยแค่นี้ก็กลับกรุงเทพฯ ไปได้แล้ว” เคย์จ้องหน้าผมแล้วก็ยิ้ม สีหน้าของเคย์เหมือนกำลังจับพิรุธผมอยู่เลยครับ

แต่เสียใจเพราะผมไม่ใช่คนโง่ที่จะให้ใครมาล่วงความลับได้ง่ายๆ หรอกครับ

“รีบไล่กางอย่างผมจังเลยนะครับ ไหนๆ ก็มาแล้ว ขออยู่พักผ่อนสักระยะก็แล้วกันครับ ผมเองก็เบื่อความวุ่นวายเต็มที”

“เบื่อความวุ่นวายหรือพวกคนที่นายไปหว่านเสน่ห์เอาไว้กันแน่”

“ครับๆ ผมไม่ปฏิเสธ งั้นผมขอตัวขึ้นไปพักก่อนนะครับ”

“ช่วยเข้าให้ถูกห้องด้วยนะ”

“รู้แล้วครับ” เคย์ยิ้มเยาะเย้ยผมก่อนจะโบกมือลาแล้วเดินกลับขึ้นไปด้านบน ผมถอนหายใจหนักๆ ก่อนจะส่ายหัวให้กับท่าทางของน้องชายตัวเอง

ผมไม่แน่ใจว่าเพียงดินจะกลับไปหรือยัง แต่มันก็ผ่านมานานแล้วคงจะกลับไปแล้วมั้ง

ผมเองก็เดินกลับขึ้นไปบนห้องด้วย ความเหนื่อยล้าทำให้ผมอยากพักผ่อนใจจะขาดหรือผมยังปรับตัวไม่ได้ก็ไม่รู้สิครับ ทุกอย่างมันรวนไปหมดเลย ถึงอากาศจะไม่ใช่ปัญหาหลักแต่การนอนคือปัญหาที่ใหญ่ที่สุด

ผมคงเหมือนเด็กที่ติดอะไรสักอย่าง ถ้าไม่ได้กอดก็จะนอนไม่หลับ และผมก็ไม่เคยบอกใครด้วยว่าผมติดตุ๊กตาที่แม่ซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดชิ้นแรก ผมไม่ได้พกติดตัวมาด้วยเพราะตอนนั้นรีบจนเกินไป ตอนนี้ก็แทบอยากจะกลับไปเอามาเลยครับ

เฮ้อ!

แอ๊ด

ผมเปิดประตูเข้าไปในห้องแต่กลับต้องแปลกใจ “เอ๊ะ!” ผมอุทานออกมาทันทีเมื่อเห็นเพียงดินนอนอยู่ตรงโซฟาในห้อง ท่าทางเหมือนยังไม่ได้กลับไปด้วยซ้ำ

ผมยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเดินไปอุ้มเพียงดินขึ้นมา “อือ...” เหมือนเด็กเลยครับ แถมยังซุกหน้าเข้ามาหาผมอีกต่างหาก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาบนใบหน้าก่อนจะอุ้มเพียงดินไปวางลงบนเตียงแล้วตามขึ้นไปด้วย

ผมก็แค่อยากรู้ การกอดคนอื่นเพื่อนอนหลับไป มันจะสบายอย่างที่คิดหรือเปล่า?

เพียงดินตะแคงข้างหันมาทางผมเปลือกตาทั้งสองข้างยังคงปิดสนิท ผมยิ้มแต่มือข้างหนึ่งกลับรั้งข้างแก้มของเพียงดินเอาไว้ มันเป็นการกระทำที่เผลอตัวไปหรือเปล่า

นิ้วโป้งของผมลูบไปมาที่ข้างแก้มของเพียงดินก่อนจะเปลี่ยนเป็นโอบกอด เปลือกตาค่อยๆ ขยับไปมาก่อนที่มันจะปิดลง ตอนนี้ผมรู้สึกเหนื่อยและอยากพักผ่อนสินะ

ผมรู้สึกว่ากอดคนมันชักจะอบอุ่นมากกว่ากอดตุ๊กตาอีกครับและมันเป็นการกอดที่ให้ความรู้สึกเหมือนตอนที่กอดแม่ครั้งสุดท้าย กอดที่มีความสุข

 

.............................................

 

“คุณเควิน!

“อือ...”

“ปล่อยผมนะครับ คุณจะมานอนกอดผมทำไม” เสียงโหวงเหวงโวยวายของเพียงดินดังขึ้นมา แต่ผมกลับไม่อยากลุกขึ้น ตอนนี้ผมกำลังนอนสบายเลยครับ

หมับ

“อ๊ะ! คุณ” ผมไม่สนใจเสียงของเพียงดินก่อนจะรั้งเขาให้นอนลงข้างๆ อีกครั้งและกอดเอาไว้จนแน่น ผมใช้ทั้งแขนและก็ขาให้เป็นประโยชน์

“ขอนอนกอดแบบนี้ก่อนละกัน”

“ปล่อยผมนะครับ”

“...” เพียงดินดิ้นไปมาแต่ผมกลับไม่สนใจเขา กอดเอาไว้อย่างนี้จนแน่น เสียงดังมากแค่ไหน ถ้าผมเหนื่อยก็สามารถนอนหลับได้ครับ

เพียงดินนอนดิ้นไป ดิ้นมาจนผมหลับ หลังจากนั้นผมก็ไม่ได้สนใจอะไรอีกเลย

 

เพียงดิน

รุ่งเช้า

ผมตื่นขึ้นมาก็ยังคงถูกกอด แถมคนที่นอนกอดยังหลับสบาย เมื่อวานผมยังไม่ได้อาบน้ำด้วยซ้ำ แถมข้าวก็ยังไม่ได้กิน ทำไมถึงนอนหลับไปทั้งๆ อย่างนี้ได้นะ

แต่มันกลับเป็นการนอนหลับที่ลึกมากๆ และนานมากด้วย ถึงจะตื่นมาโวยวายแล้วก็ตาม สุดท้ายกลับต้องยอมปล่อยผ่านและนอนหลับต่อไปเรื่อยๆ จนถึงเช้าแบบนี้

แอ๊ด

ผมรีบขยับตัวลุกหนีก่อนจะเดินออกจากห้อง แต่ที่น่าตกใจก็คือผมเจอกับน้องชายของคุณเควินอีกแล้ว

“อ้าว! ยังไม่กลับเหรอ” เขาถามผมด้วยรอยยิ้มก่อนจะมองเข้าไปในห้องที่ประตูยังไม่ได้ปิด ผมเลยต้องรีบปิดทันที “แปลกจัง ที่พี่ยอมนอนกับคนอื่นแบบนี้ แถมป่านนี้ยังไม่ยอมตื่นอีกต่างหาก”

“เอ่อ...”

“ไม่ต้องอายหรอก เราลงไปนั่งคุยกันด้านล่างดีกว่า” ผมแทบไม่มีบทบาทอะไรเลยครับ ก่อนจะคลี่ยิ้มบางๆ แล้วเดินตามเขาลงไปด้านล่าง

การเดินหอบเสื้อผ้าที่เปียกอยู่มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลยนะครับ

“เอากาแฟสักแก้วไหมครับ”

“ไม่ครับ ขอบคุณครับ” คุณเคย์เดินไปที่ห้องครัวก่อนจะเดินกลับมาอีกทีพร้อมกับกาแฟหนึ่งแก้ว ตอนนี้เขายังใส่ชุดนอนอยู่เลยครับ

“มาอยู่กับพี่เคนนานหรือยังครับ” เขาเรียกคุณเควินว่าพี่เคน ท่าทางสองคนพี่น้องจะสนิทกันมากนะครับเพราะน้ำเสียงที่พูดถึงกันมันผ่อนคลายสุดๆ

“ไม่นานครับ รู้จักกันเพราะความจำเป็นบางอย่าง”

“ตอนแรกที่เจอกัน ผมคิดว่าเป็นธารธาราด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าจะเป็นคุณนะครับ เพียงดิน”

“ขอโทษนะครับ ถ้าทำให้ผิดหวัง”

“ไม่ผิดหรอก มันเกินคาดต่างหาก”

“เกินคาด!

“ผมจะเล่าเรื่องที่เกินคาดกว่านั้นให้ฟังก็แล้วกันครับ เผื่อจะช่วยอะไรคุณได้บ้าง” เขาพูดจาสุภาพกับผมมากๆ เลยครับ แถมยังแทนตัวเองว่าผม ต่างจากพี่ชายของเขาโดยสิ้นเชิง

“ครับ”

“จริงๆ พี่เคนนะอายุสามสิบปีแล้ว แต่หน้าเขากับอายุมันต่างกันใช่ไหมล่ะ แต่ความเจ้าเล่ห์ที่อยากตามจีบธารธาราของเขา ทำให้ดันทุรังอยากจะกลับไปเรียนใหม่อีกครั้ง ทั้งๆ ที่จบมานานแล้ว เขายอมตามติดชีวิตของธารธารามาโดยตลอด แต่ที่น่าแปลกใจไปมากกว่านั้นก็คือ ทำไมไม่มีใครสงสัยเลย”

คุณเคย์เล่าผมด้วยรอยยิ้ม พอรู้แบบนี้ผมก็ละอายใจขึ้นมานิดหน่อย เขาคงรักธารธารามากจนขนาดยอมทำเรื่องแบบนี้ทั้งๆ ที่ตัวเองก็ไม่ใช่เด็กแล้ว

“เขาคงรักของเขานะครับ”

“มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมากๆ เพราะพี่เคนเป็นคนปากแข็ง ใจก็แข็งด้วยนะครับ”

“ครับ”

“แต่ตอนนี้เหมือนพี่ชายผมจะอกหักซะแล้วสิ เพราะท่าทางของธารธาราไม่เคยคิดกับเขาเกินเพื่อเลยจริงๆ”

“คุณเคยเจอธารธาราเหรอครับ”

“สองสามครั้งนะ พี่เคนขี้หวงเลยไม่ค่อยพามาแนะนำ เจอโดยบังเอิญมากกว่า”

ผมคลี่ยิ้มบางๆ เหมือนกำลังฝืน ใครๆ ก็พากันรักธารธาราสินะ ผมเองก็ยังเผลอมองเขาอยู่ตลอดเลย เพราะความน่ารักสดใสของเขานั่นแหละครับ แถมยังเป็นคนเดียวที่ทำให้คุณทศราชยอมหยุดทุกอย่างได้อีกต่างหาก

“ถ้ายังอยากเจอ ตอนนี้เขาอยู่ที่...”

“เพียงดิน!” เสียงด้านหลังทำให้ผมตจ้องหยุดชงักทันที ผมหันกลับไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เขายังใส่ชุดเดิมของเมื่อวานอยู่เลยครับ

“ครับ”

“กลับบ้านพักนายไปได้แล้ว และก็รีบไปทำงานด้วย”

“ครับ” ผมขานรับก่อนจะหันกลับมาพูดกับคนตรงหน้าต่อ “ผมขอตัวก่อนนะครับ”

“แล้วเจอกัน” ผมยิ้มให้เขาก่อนจะลุกขึ้นเดินออกมาจากบ้าน สีหน้าเขาเหมือนกำลังไม่พอใจ แล้วเขาจะได้ยินที่พวกเราคุยกันหรือเปล่านะ

“นายเองก็กลับกรุงเทพฯ ไปได้แล้ว”

“ไล่จังเลยนะครับ แต่ผมยังสนุกอยู่ เหมือนที่พี่เองก็กำลังสนุก”

“เคย์!” ตลอดทางที่เดินออกมา ผมก็ได้ยินน้ำเสียงเถียงกันอยู่ของสองพี่น้อง แต่มันกลับไม่ตึงเครียดอะไรมาก

 

ผมเดินกลับมาที่บ้านพักของตัวเองเห็นเจ้าแมวตัวแสบกำลังนอนรออยู่ที่หน้าประตู ท่าทางมันจะหิวแน่ๆ เลยครับ ผมคลี่ยิ้มก่อนจะเดินเข้าไปหามัน

“เจ้าแสบ”

เมี้ยว ๆ

ผมลูบหัวมันไปมาจนเจ้าแมวตื่นแล้วร้องขึ้น มันเดินขึ้นมานั่งบนตักของผมใช้ลิ้นสากๆ เลียไปตามแขนของผมด้วยครับ

“ขอโทษนะที่ไม่ได้กลับมาหา หิวแล้วใช่ไหม” ผมอุ้มมันขึ้นมาก่อนจะหยิบเสื้อผ้าที่ถืออยู่ไปใส่ไว้ในกะละมั้งใกล้ๆ บ้านหลังนี้ไม่มีอะไรเลยครับ ผมเองก็ไม่รู้ว่าจะไปหาอาหารมาจากไหนให้มัน

เมี้ยว ๆ

“แกรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ ฉันขออาบน้ำก่อนแล้วจะรีบไปหาอะไรมาให้แกกิน” ผมลูบหัวมันไปมาอีกครั้ง วางมันลงใกล้ๆ แล้วเดินขึ้นบ้านไปหยิบผ้าขนหนูเดินไปที่ห้องน้ำด้านหลัง

ก็ยังดีที่มีน้ำครับ แม้ว่ามันจะเก่าไปก็ตาม

ผมรีบอาบน้ำและรีบกลับขึ้นไปแต่งตัวจนเสร็จ ผมก็ต้องบอกให้เจ้าแมวรออยู่ที่บ้านก่อนจะไปหาป้า ท่านน่าจะรู้ว่าต้องหาอาหารจากที่ไหน

แซ่ก ๆ

ผมเดินตามหาป้สจนเจอ ท่านกำลังยืนกวาดใบไม้อยู่ที่สวนด้านหลัง ผมยิ้มดีใจก่อนจะเดินเข้าไปหาท่านทันที

“คุณป้าครับ”

“ว่ายังไงพ่อหนุ่ม”

“ผมอยากได้อาหารแมวนะครับ ป้าพอจะรู้ไหมว่าที่ไหนมีขายบ้าง”

“แถวนี้ไม่มีหรอกพ่อหนุ่ม แต่ถ้าอยากได้ก็ต้องฝากพวกคนงานที่ออกไปรับส่งแขกซื้อนะ”

“ขอบคุณนะครับ”

“จ้า” ผมยิ้มให้ท่านก่อนจะเดินกลับออกไปที่ด้านหน้ารีสอร์ท

วันนี้คนเยอะเป็นพิเศษหรือว่ามีทัวร์มาลง แต่พอเห็นหน้าคนเจ้าเล่ห์ผมกลับต้องหยุดเดินและหลบมุมเงียบๆ แทน

นี่ถ้าผมเดินออกไปมีหวังต้องถูกเหน็บแนมแน่นอน

ผมไม่รู้จะหาทางออกไปยังไงดี แถมเขาก็ยังยืนสั่งงานอยู่อีกต่างหาก ผมเองก็ไม่เข้าใจว่ามาทำงานที่นี่แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมาบ้าง เงินตั้งมากมายทำไมเขายังใจเย็นอยู่ได้

“เพียงดิน!” เสียงเรียกชืท่อของตัวเองดังขึ้นมาจากด้านหลัง ผมตกใจนิดๆ ก่อนจะหันไปมองตามเสียงเรียกเมื่อกี้ เห็นคุณเคย์กำลังยืนยิ้มอยู่

“ครับ”

“มีอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงมาแอบมองพี่เคนอยู่ตรงนี้”

“ไม่ได้แอบมองนะครับ ผมแค่จะออกไปหาคนขับรถ แต่เขายืนอยู่เลยไม่กล้าเดินออกไป” คุณเคย์มองตามสายตาของผมไปที่คุณเควิน

“จะออกไปไหนเหรอครับ”

“ผมจะฝากเขาซื้ออาหารแมวนะครับ”

“อาหารแมว”

“พอดีมีแมวจรจัดที่ผมเลี้ยงเอาไว้นะครับ มันคงหิวแต่ที่บ้านไม่มีอาหารเลย”

“ถ้าไม่รังเกียจ เดี๋ยวผมจะซื้อกลับมาฝากนะครับ”

“เอ๋! คุณเคย์จะออกไปข้างนอกเหรอครับ”

“ครับ”

“ขอบคุณมากครับ”

พอคุยกันเสร็จคุณเคย์ก็เดินกลับไปหาคุณเควิน ผมเองก็ต้องกลับไปทำงานแล้วด้วย แต่ผมไม่รู้ว่าต้องทำอะไรเลยเดินกลับไปหาป้าที่สวนด้านหลัง ตอนนี้ท่านกำลังนั่งพักอยู่แต่งานกลางแจ้งที่ท่านทำอยู่ มันคงไม่เหมาะกับคนอายุมากสักเท่าไหร่

“ป้าครับ”

“ว่ายังไงพ่อหนุ่ม”

“เดี๋ยวที่เหลือผมช่วยดีกว่าครับ”

“เอ๋! จะดีเหรอ เดี๋ยวป้าทำเองก็ได้”

“ให้ผมช่วยเถอะนะครับ”

ป้าแกยิ้มออกมาให้แทนคำตอบ ผมเลยเดินไปหยิบไม้กวาดขึ้นมากวาดใบไม้ให้แทน เยอะมากๆ เลยครับ ป้าแกกวาดแบบนี้ทุกวันเลย

“เพียงดิน!” เสียงจากด้านหลังทำให้ผมต้องหยุดกวาดขยะแล้วหันกลับไปมองเขาแทน คุณเควินกำลังยืนมองผมอยู่เลยครับ ข้างๆ ของเขาก็มีเลขายืนอยู่ด้วย

“ครับ”

“มันไม่ใช่หน้าที่ของนาย!

“ดิฉันขอโทษด้วยนะคะ” ป้าลุกขึ้นยืนก่อนจะก้มหน้าขอโทษอยู่เรื่อยๆ ผมเห็นแล้วก็ไม่ค่อยชอบใจเลยต้องเดินกลับไปหาป้า

ตุบ!

“ป้า!” แต่มันกลับไม่ทันเพราะป้าเกิดล้มลงไปซะก่อน ท่านนิ่งไปเลยครับและนั่นก็ทำให้ผมตกใจมากกว่าเดิม ทั้งผมและคุณเควินต่างก็เดินเข้าไปหาป้าพร้อมๆ กัน  “ป้า ป้าครับ”

“เรียกไปก็ไม่ตื่นหรอก ขยับออกไปสิ” คุณเควินไล่ผมให้ขยับออกไปห่างๆ ก่อนที่เขาจะอุ้มป้าขึ้นมา ผมอึ้งนิดหน่อยแต่ก็ต้องเดินตามเขาไปด้วย

คุณเควินอุ้มป้าไปที่บ้านของเขา ก่อนจะวางท่านลงที่โซฟา สีหน้าของเขาตึงเครียดมากๆ ผมเองก็เพิ่งเคยเห็น

“ไปหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวป้าสิ” เขาหันกลับมาพูดดุๆ ใส่ผมก่อนจะไล่ให้ออกไปหาผ้า แล้วผมจะไปหาจากที่ไหน

“แล้วผมจะรู้ไหมครับ ที่นี่ไม่ใช่บ้านผม”

“...” เขามองหน้าผมไม่พอใจก่อนจะลุกขึ้นไปเอง แล้วก็กลับมาพร้อมกับผ้าผืนเล็กชุบน้ำหมาดๆ เขาเช็ดตัวให้ป้าเองเลยครับ ก่อนจะไปหายาดมมาให้ท่านด้วย

ผมแค่ยืนมองอยู่อย่างนั้นจนทุกอย่างมันผ่านไป ป้าท่านก็ยังไม่ตื่นสักที จนผมรู้สึกใจไม่ดีเลยครับ

“ท่านจะเป็นอะไรไหม” คำถามของผมทำให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ ท่านต้องเงยหน้าขึ้นมามอง

“แค่สลบไป ท่านคงจะเหนื่อย”

“ครับ”

“จะเฝ้าอยู่ไหม” คนตั้งคำถามเลิกคิ้วทันที

“ได้เหรอครับ” ผมเองก็รีบถามกลับไปเพราะกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจซะก่อน

“อืม”

“ขอบคุณนะครับ”

“แค่วันนี้ วันเดียว” พูดจบเขาก็ลุกขึ้นยืนจะเดินออกไป แต่ผมกลับเรียกเขาเอาไว้ซะก่อน

“ผมขอทำอะไรให้ท่านกินได้ไหม”

“อืม เดี๋ยวจะให้คนเอายามาให้”

“ขอบคุณครับ” ผมเองก็ไม่แน่ใจว่าทำไมวันนี้เขาถึงใจดีนัก ทั้งๆ ที่ใจร้ายมาตลอด แต่มันกลับทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง ผมจะทำเป็นลืมส่วนร้ายๆ ของเขาไปก่อนก็แล้วกันครับ เพราะตอนนี้เขามีส่วนที่ดีอยบู่

ผมเข้าครัวเพื่อทำข้าวต้มให้ป้าทันที พอทำเสร็จเดินออกมาท่านก็ยังไม่ตื่น ผมเองก็นั่งเฝ้าอยู่อย่างเดิมจนเลขาของคุณเควินเดินเข้ามาพร้อมกับยา เธอยิ้มให้ผมก่อนจะเดินกลับออกไป

สีหน้ากับท่าทางของเธอมันต่างจากวันแรกมากๆ เลยครับ

“อือ...” เสียงของป้าดังขึ้นมา ผมเลยรีบลุกขึ้นไปดู ป้ายันตัวเองลุกขึ้นนั่งก่อนจะมองมาทางผม

“พ่อหนุ่ม”

“เป็นอะไรไหมครับ เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” ผมเข้าไปช่วยพยุงท่านทันที

ผมนั่งดูแลท่าน ให้กินข้าวต้มกินยาจนเสร็จ ท่านก็ขอตัวกลับไปทำงานต่อ แต่ผมกลับโกหกไปว่าคุณเควินอนุญาตให้ท่านกลับไปพักที่บ้านได้ ท่านเองก็ขอบคุณผมและฝากไปขอบคุณเขาด้วย ผมยิ้มให้ก่อนจะช่วยพยุงท่านออกไปส่ง แต่ไม่ถึงบ้านนะครับเพราะท่านบอกว่าเดินไหวแล้ว

พอลับสายตา ผมก็เดินกลับไปที่สวนด้านหลังเพื่อทำงานแทนป้าต่อ

แซ่กๆ

ผมใช้เวลาอยู่นานเลยครับ ขนาดผมที่เป็นผู้ชายยังเหนื่อย แล้วป้าเขาจะไหวเหรอ? ผมว่าท่านไม่สมควรมาทำงานหนักๆ แบบนี้ด้วยซ้ำไป

“มันเป็นหน้าที่ของนายงั้นเหรอ?” เสียงเหน็บแนมดังขึ้นมาจากด้านหลัง พอหันไปมองก็เห็นเขายืนอยู่กับผู้หญิงคนเดิมเมื่อตอนนั้น ท่าทางของเธอที่มองมาทางผมเหมือนไม่พอใจเลยครับ

“เปล่าหรอกครับ ผมก็แค่มีน้ำใจกับเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ไม่ได้ใจดำเหมือนใครบางคน”

“...” ผมจ้องหน้าผมเขม็งเลยครับ แววตาไม่พอใจฉายชัดมากๆ แต่แววตาของเขากลับน่าหลงใหลมากกว่าน่ากลัวอีกครับ

“เควินคะ เรารีบไปกันดีกว่า พราวหิวแล้วค่ะ” เธอรีบพูดขัดขึ้นมาก่อนจะควงแขนคุณเควินแล้วลากออกไป

ผมถอนหายใจหนักๆ มองจนลับสายตาแล้วก็หันกลับมาทำงานจนเสร็จ

ตะวันขึ้นตรงหัวพอดีเลยครับ อากาศช่วงเที่ยงๆ มันร้อนจนร่างกายแทบจะไม่ไหว ร่างกายเหมือนขาดน้ำเลยครับ

“ทำไมวันนี้ขยันจังเลยครับ” เสียงของผู้มาเยือนดังขึ้นมาจากด้านหลัง ผมหันกลับไปมองก็เห็นคุณเคย์ยืนยิ้มให้อยู่ ผมหยิบอุปกรณ์ไปเก็บเข้าที่ก่อนจะเดินกลับไปหาเขา “ผมซื้ออาหารเจ้าจรมาแล้วครับ แต่ไม่แน่ใจว่ามันชอบกินแบบไหนเลยซื้อมาซะเยอะ”

คุณเคย์พูดพร้อมกับชูถุงอาหารแมวให้ผมดู ผมยิ้มดีใจ แต่น่าหนักใจที่ผมไม่รู้ว่าตัวเองจะมีเงินพอจ่ายเขาไหม

“เท่าไหร่ครับ เดี๋ยวผมกลับไปเอาเงินที่บ้านมาให้”

“โอ้! ไม่ต้องเกรงใจครับ แต่ถ้าอยากจ่ายจริงๆ พาผมไปดูมันเป็นค่าตอบแทนดีกว่า”

“เอ๋!

“โอเคไหมครับ”

“ก็ได้ครับ” ผมยิ้มดีใจก่อนจะเดินนำกลับไปที่บ้านพัก คุณเคย์เองก็เดินตามผมไม่บ่นสักคำ แถมท่าทางของเขาเหมือนกำลังชอบอีกต่างหาก

ผมเดินนำไปเรื่อยๆ จนใกล้ถึงบ้านพักเสียงคุณเคย์ก็ดังขึ้นมา

“ทำไมคุณพักไกลจังครับ”

“ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่เขาจัดให้ที่นี่ผมเองก็ไม่อยากขัด” ผมหันไปตอบเขายิ้มๆ ก่อนจะเดินนำต่อไปจนถึงบ้าน

เมี้ยว ๆ

เสียงร้องดังขึ้นมาทันที เจ้าแสบเองก็กระโดดลงมาจากหน้าบ้านก่อนจะเดินเข้ามาคลอเคลียที่ขาของผม

“คุณพักที่นี่งั้นเหรอ” ผมหันกลับไปมองหน้าคนข้างๆ สีหน้าของเขากำลังแปลกใจมาก แถมสายตายังไม่ค่อยเชื่ออีกครับ ผมเพิ่งสังเกตว่าตาของเขาสีน้ำตาล มันต่างจากใครอีกคนโดยสิ้นเชิงเลยครับ

“ครับ”

“หึ! แสดงว่าคุณกับพี่เคนต้องมีเรื่องอะไรที่ผมยังไม่รู้สินะ เขานี่มันจับไม่ได้ไล่ไม่ทันจริงๆ เลย”

“ผมอยู่ได้ครับ ถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศในการนอน”

เมี้ยวๆ

“ท่าทางมันจะหิวแล้ว พาไปให้มันกินก่อนเถอะ” คุณเควินยื่นถุงอาหารมาให้ ผมรับเอาไว้ก่อนจะเดินหาที่ใส่ให้กับมันแล้วก็เทให้กิน มันกินใหญ่เลยครับท่าทางจะหิว

“ขอบคุณนะครับ มันคงหิวมากๆ”

“คุณไม่ได้ลำบากอะไรใช่ไหม?” คำถามของคุรเคย์ทำให้ผมต้องนิ่งเงียบ ถึงผมจะลำบากแต่ก็ไม่อยากขอความช่วยเหลือจากใครหรอกครับ เพราะมันเป็นเรื่องระหว่างผมกับเขา

“เปล่าครับ ผมสบายดีและโอเคที่สุดแล้ว”

จ๊อกๆ

จู่ๆ ท้องผมก็ร้องขึ้นมาซะงั้น ทำเอาคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าต้องมองเขม็ง สายตาของเขามันไม่เคยปกปิดอะไรได้เลยครับ มันเป็นสายตาของคนที่เป็นห่วงกัน

“วันนี้ได้กินอะไรไปบ้างหรือยังครับ”

“เอ่อ...”

“ถ้าไม่รังเกียจ ช่วยไปกินเป็นเพื่อนผมหน่อยได้ไหม”

“พูดถึงขนาดนี้ ใครจะกล้าปฏิเสธละครับ” ผมยิ้มให้เขาก่อนจะขออนุญาตไปจัดแจงอะไรให้เรียบร้อยก่อนแล้วก็เอาอาหารของเจ้าแมวไปเก็บไว้บนบ้าน

พวกเรานั่งมองมันจนกินอิ่มและเดินกลับเข้าไปในบ้าน ผมเลยวางใจและเดินออกไปกินข้าวกับคุณเคย์ต่อ

ตลอดแนวทางเดินมีแต่คนมอง คุณเคย์พาผมไปนั่งกินข้าวในร้านอาหารของรีสอร์ท ทุกคนที่รู้จักเขาต่างมองกันใหญ่เลยครับ แต่คนอื่นๆ ที่เพิ่งเคยเห็นผมนี่สิ ทำไมต้องมองด้วยสายตาที่ไม่ชอบขี้หน้ากันด้วย

“ท่าทางคุณจะมีศัตรูเพิ่มนะครับ”

“ผมไม่คิดอะไรหรอกครับ”

“คุณอยากกินอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่า” คุณเคย์ถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

“ไม่เป็นอะไรครับ เดี๋ยวผมไปสั่งเองก็ได้”

“ผมอยากเป็นเจ้าบ้านที่ดีครับ”

“ถ้างั้นผมกินอะไรก็ได้ครับ” คุณเคย์พนยักหน้าก่อนจะสั่งอาหารให้กับพนักงานที่เข้ามาต้อนรับเขา สั่งเสร็จเขาก็นั่งชวนผมคุยต่อ ท่าทางของคุณเคย์เป็นกันเองมากๆ จนผมไม่คิดด้วยซ้ำว่าพวกเขาสองคนจะเป็นพี่น้องกัน

ทำไมคุณเควินถึงไม่เหมือนคุณเคย์... แล้วทำไมผมถึงอยากให้พวกเขาสองคนเหมือนกันล่ะ ในเมื่อมันไม่ได้เกี่ยวอะไรกับผมอยู่แล้ว

“ถ้าอยากได้อะไรเพิ่มก็บอกนะครับ”

“เรากินกันแค่สองคนนะครับ แต่คุณกลับสั่งมาตั้งหลายอย่าง”

“ผมกลัวคุณไม่อิ่ม ถ้าต้องไปสู้รบกับพี่เคน ต้องกินเยอะๆ ครับ” ผมคลี่ยิ้มออกไปทันที  เมื่อคุณเคย์พูดประโยคเมื่อกี้จบลง ผมไม่ได้พูดอะไรนะครับ น้องชายเขาบอกมาเอง

พวกเรานั่งคุยกันได้สักพักอาหารมากมายที่คุณเคย์สั่งเอาไว้ก็ถูกยกมาเสิร์ฟ ผมมองหน้าเขาสลับกับอาหารตรงหน้า ส่วนใหญ่จะเป็นอาหารจำพวกทะเล ซึ่งผมจะแพ้

“กินเยอะๆ นะครับ”

“ครับ” ผมไม่อยากเกรงใจเขาไปมากกว่านี้นอกจากจะยิ้มออกไปแล้วนั่งกินเรื่อยๆ ผมแทบจะไม่แตะต้องพวกอาหารทะเลเลยด้วยซ้ำ

“ไม่อร่อยเหรอครับ”

“ผมแพ้อาหารทะเลนะครับ”

“อ้าว! ทำไมไม่บอกละครับ ถ้างั้นเดี๋ยวผมสั่งใหม่ให้”

“ไม่ต้องครับ ผมกินอย่างอื่นก็ได้”

“ไม่ต้องเกรงใจครับ”

“อย่าทำให้ผมลำบากใจเลยนะครับ แค่นี้ผมก็กินได้จริงๆ”

“ถ้าคุณเป็นอะไรขึ้นมาผมก็ลำบากนะสิครับ” พวกเรานั่งเถียงกันจนคนอื่นๆ ที่ผ่านไปมาหันมามอง

“อย่าสนใจผมเลยครับ ผมกินได้จริงๆ นะครับ”

“เฮ้อ! ก็ได้ครับ” กว่าผมจะพูดให้เขายอมได้ก็นานหลายนาทีเลยครับ ผมกับคุณเคย์ยิ้มให้กันก่อนจะนั่งกินข้าวกันต่อ ผมกินได้จริงๆ นั่นแหละครับเพราะมันมีอีกตั้งสองสามอย่างที่เป็นพวกเนื้อปลา

หมับ

เพล้ง

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากเลยครับ ผมเองยังงงที่จู่ๆ ก็ถูกกระชากให้ลุกขึ้นจากเก้าอี้จนข้าวของตรงหน้าตกพื้นแตกกระจาย พอมองหน้าคนที่กระทำก็ต้องตกใจ

“พี่เคน!

“ผมเจ็บ” ค่อยตรงหน้าไม่ฟังผมเลยครับ เขากระชากผมอย่างแรงก่อนจะพากลับไปที่บ้านพักของเขา มันเป็นการกระทำที่ไม่แคร์สายตาของใครเลยครับ

“คุณเควิน” เขาไม่ฟังผมเลยครับ แถมยังลากผมยังกับหมูกับหมา เขาเป็นบ้าอะไรอีก




______________________________

ยังไม่ได้ตรวจ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

30 ความคิดเห็น

  1. #4 jbjkjr (@jbjkjr) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2559 / 21:33
    เศร้าแปป :(
    #4
    0