(จบแล้วจ้า) ร้ายโคตรรัก [Yaoi/Mpreg]

ตอนที่ 11 : ร้ายโคตรรัก #10 [ 100 % ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3120
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    26 มิ.ย. 59



 

 

 

 

ร้ายโคตรรัก#10

ความจริงที่ไม่ควรรู้

 

 

 

 

จอมพล

หลังจากผมได้สติทุกอย่างและรับรู้ว่าเดือนสิบสองกลับกรุงเทพฯ ไปแล้ว ก็ถูกจาวารบเร้าอยู่ตลอดเวลาจนต้องลืมตาขึ้นมาและเผชิญกับความจริงที่ว่าเดือนสิบสองไม่อยู่ที่นี่แล้ว ทำไมผมจะไม่รู้ว่าเค้าออกไปจากห้องก็นอนกอดอยู่ตลอดนี่แค่ไม่อยากลืมตาเท่านั้นเอง

ในเมื่อผมรั้งเค้าไว้ไม่ได้ผมก็ต้องปล่อยไปอยู่ดี แต่ผมก็ไม่ได้ปล่อยไปนานหรอกครับร่างกายมันบอกว่าผมอยากมีเด็กดื้อคนนี้อยู่ข้างๆ ตลอดไป

วันนี้จาโทรไปหาเดือนสิบสองถึงสองครั้งแม้เวลาจะไม่ติดต่อกันมากแต่ผมก็รับรู้และได้ยินทุกคำเพราะลูกต้องการให้ผมรับรู้ด้วย เหมือนกำลังตอกย้ำ ส่วนเดือนสิบสองเองก็ด้วยทั้งๆ ที่เพิ่งกลับไปแท้ๆ แต่ยังพูดเหมือนตัวเองโอเคและอยากออกไปเที่ยว

ขัดใจนายหัวจอมพลซะจริงๆ ไม่รวมถึงครั้งที่สองแล้วใครมันกล้ามาทำอาหารให้เมียผมกินละครับ แถมก่อนจะตัดสายไปก็เหมือนเดือนสิบสองกำลังแย่

เป็นห่วงจนไม่มีกระจิตกระใจจะเคลียร์งานที่กองอยู่ตรงหน้าเลยด้วยซ้ำไปแถมเรื่องของจาผมก็ยังไม่ได้จัดการอีกต่างหาก

“พ่อไปกรุงเทพฯ เดี๋ยวนี้เลยนะ” จาตะโกนออกมาทันทีหลังจากที่ถูกตัดสายไป แถมเด็กน้อยตรงหน้าผมยังรู้สึกหงุดหงิดกว่าผมอีกต่างหาก

“พ่อบอกแล้วใช่ไหมว่าจะเคลียร์งานกองนี้ให้เสร็จก่อนที่จะไปตามกลับมา” ผมทำเสียงดุทั้งๆ ที่ใจจริงอยากไปตามจะแย่อยู่แล้ว ไม่ทันข้ามวันด้วยซ้ำไปแต่ทำไมรู้สึกเหมือนเดือนสิบสองจากไปเป็นปี

เวอร์ไหม?

“ก็มันทนไม่ได้นี่ พ่อก็เหมือนกันมัวใจเย็นอยู่ได้ถ้าคนอื่นคาบเมียไปกินอย่าหาว่าผมไม่เตือนนะครับ”

“เมียพ่อไม่ใช่ของกินนะ” เถียงครับ

“คราวนี้ละเถียงเสียงแข็ง ก่อนหน้านี้ทำเหมือนยอมแพ้ให้ตายสิทำไมทั้งพ่อและไอ้คุณหนูต้องปากแข็งใส่กันตลอดด้วย จาไม่ปลื้ม!!!” จาวาเหวี่ยงใส่ผมทันทีอยากจะรู้เหมือนกันว่าตกลงเดือนสิบสองเป็นเมียใครกันแน่แต่ทำไมลูกผมถึงได้เป็นห่วงนักนะ

“จา!

“หรือไม่จริงครับสรุปจะไปตามไหมถ้าไม่จาไปเองและจาจะพามันหนีไปให้ไกลๆ พ่อด้วย”

“ตกลงจะเอาไงเนี่ยเรา?”

“พ่อต้องไปตามมันกลับมาที่ไร่จอมพล!” คราวนี้จาวาพูดหนักแน่นมากจนผมต้องยอมแพ้และวางปากกาที่ถืออยู่ลงทันที

“ไปหรือไม่ไป!!!” ถูกลูกขู่จนได้ไม่รู้เลยหรือไงว่าตัวเองกำลังจะแย่เหมือนกัน ถ้าจารู้ความจริงมีหวังผมต้องถูกจาฆ่าตายแน่ๆ

“ไป!

“ต้องอย่างนี้สิครับ ถึงจะเป็นนายหัวจอมพลของเดือนสิบสองหน่อย!” คราวนี้ละยิ้มออกทันทีทั้งๆ ที่เมื่อกี้เพิ่งเหวี่ยงใส่ผมอยู่เลย ท่าทางจาจะติดนิสัยมาจากเดือนสิบสอง หึหึ!

คุยกับจาเสร็จผมก็โทรหาเซย์ทันทีเพราะหมอนี่คือคนเดียวที่ผมไว้ใจและให้จัดการอะไรหลายๆ อย่างที่กรุงเทพฯ ให้บางทีหมอนี่อาจจะช่วยผมได้ระหว่างที่ผมยังอยู่ที่ตรัง

“ว่ายังไงครับคุณนายหัวจอมพล”

“ช่วยฉันหน่อยสิ”

“ผมฟังผิดไปหรือเปล่าครับ ทำไมวันนี้นายหัวถึงโทรมาขอความช่วยเหลือจากผมได้ละครับ?” เซย์มักเป็นคนเดียวที่ชอบพูดจาตลกใส่ผมทั้งๆ ที่รู้ว่าผมเป็นคนยังไง แต่หมอนี่กลับไม่รู้สึกกลัวเลยด้วยซ้ำไป

“เดือนสิบสองอยู่กรุงเทพฯ และฉันก็อยากให้นายจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนที่ฉันจะไปถึง”

“ที่แท้ก็ห่วงเมีย โอเคครับเพราะตอนนี้ผมจัดการให้เรียบร้อยแล้ว”

“แต่ฉันเพิ่งโทรไปนะ”

“คุณก็รู้ว่าผมเก่ง! งั้นผมวางสายก่อนนะครับมีสายเข้า...” เซย์กดวางสายไปทันทีไม่รอให้ผมได้ถามต่อเลย ว่าแต่หมอนี่ไปจัดการยังไงกันแน่ แต่ก็ช่างเถอะครับอย่างน้อยๆ ขอให้เดือนสิบสองปลอดภัยก็พอ

อย่าคิดว่าจะหนีได้นาน แค่หายไป 24 ชั่วโมงฉันก็แทบขาดใจแล้ว

 

 

เดือนสิบสอง

หลังจากที่เค้ากลับไป ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเค้าชื่ออะไรแถมถามไปแล้วแต่ยังไม่ได้รับคำตอบก็ไม่รู้สิครับผมเดาว่าอาหารที่กินเข้าไปไม่ได้เป็นพิษแน่นอน แล้วอะไรกันที่ทำให้ผมอ้วกจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงแบบนี้ ขนาดนอนหลับไปแล้วแต่พอตื่นขึ้นมากลับรู้สึกเหมือนอยากวิ่งเข้าห้องน้ำอีกไม่รู้กี่ครั้ง

พูดได้เลยว่าตอนนี้โคตรทรมานอยากไปโรงพยาบาลมากๆ ผมหยิบนามบัตรของใครอีกคนขึ้นมาก่อนจะดูเบอร์โทรแต่ไม่รู้ทำไมผมถึงวางมันไว้ที่เดิมจนสุดท้ายก็แบกสังขารของตัวเองไปคลินิกใกล้ๆ แทน

“อาการเป็นยังไงบ้างครับ”

หลังจากที่นั่งรอหมออยู่นานพอถึงคิวผมก็เดินเข้าไปหาก่อนจะถูกถามรายละเอียดของอาการที่เป็นอยู่ในตอนนี้

“กินอะไรเข้าไปก็อ้วกออกจนหมด แถมเวลาได้กลิ่นอะไรเหม็นๆ ผมมักจะอ้วกจนแทบไม่มีเรี่ยวแรงเลยละครับ” พูดแล้วอยากอ้วกอีกครั้ง ผมจ้องหน้าหมอก็เห็นว่าเค้ามีสีหน้าวิตกกังวลเหมือนกำลังคิดอะไรอยู่และนั่นก็ทำให้ผมรู้สึกกลัวไปเลยทีเดียว

“หมอครับตกลงอาการที่ผมเป็นเนี่ยมันโรคกระเพราะหรือเปล่า”

นี่อาจจะเป็นสิ่งเดียวที่ผมคิดได้เพราะช่วงนี้ผมกินอะไรไม่ค่อยได้เลยแถมกินไม่ตรงต่อเวลาอีกต่างหาก แล้วไอ้อาการแปลกๆ นี่ผมก็เป็นมาได้อาทิตย์หนึ่งแล้วก่อนจะกลับมากรุงเทพฯ ด้วยซ้ำไป ตอนนั้นก็เลยไม่คิดอะไรมากและไม่ได้บอกไอ้จาไป

“หมอก็ไม่แน่ใจนะครับ งั้นคุณลองขึ้นไปนอนบนเตียงนั่นสักครู่นะครับหมออยากตรวจให้ละเอียดกว่านี้”

“ไม่ขึ้นไม่ได้เหรอหมอ”

“ไม่น่ากลัวหรอกครับ” ผมช่างใจอยู่นานก่อนที่จะยอมเดินไปนอนลงบนเตียง หมอวุ่นอยู่กับการทำอะไรก็ไม่รู้สักพักก็หันมาสนใจผมก่อนจะใช้มือจับไปที่หน้าท้องจับทำไมหมอมันจั๊กจี้

“อาการแบบนี้เป็นมานานหรือยังครับ” หมอถาม

“อาทิตย์กว่าแล้วครับ แต่วันนี้หนักสุด”

“เอ่อหมอคิดว่าคุณอาจจะท้อง! แต่หมอก็ไม่แน่ใจนักและอยากให้คุณไปตรวจที่โรงพยาบาลให้แน่ชัดกว่านี้เพื่อความปลอดภัยของเด็กด้วยครับ”

เฮ้ยหมอประสาทประเนี่ยผมตกใจจนทำอะไรไม่ถูกลุกขึ้นนั่งทันที

ผัวะ!!!

ไม่รู้อะไรดลใจให้ผมต่อยปากหมอไปก่อนจะลงจากเตียง ผมว่าหมอกำลังบ้าและเค้าอาจไม่ใช่หมอจริงๆ

“คุณต่อยหมอทำไมครับ?” สีหน้าหมอตกใจมากๆ เมื่อถูกผมต่อยปาก

“ยังมีหน้ามาถามอีก ผมเป็นผู้ชายนะหมอหมอประสาทปะเนี่ย ไม่ตรงไม่ตรวจมันแล้วโว้ย!!!” ผมรีบวิ่งออกมาจากคลินิกไม่ตรวจต่อแถมเงินก็ไม่จ่ายด้วยครับหอบหายใจถี่ๆ เพราะวิ่งออกมาพอคิดว่ารอดแล้วผมจึงเดินต่ออย่างช้าๆ

หมอบอกว่าผมท้อง!!!

ทั้งๆ ที่ผมเป็นผู้ชายเนี่ยนะไม่จริงมันต้องเป็นเรื่องโกหกแน่ๆ แล้วผมจะท้องได้ยังไง ผะ เฮ้ยผัวมีแต่ก็ไม่น่าท้องแม้ว่าไอ้แก่บ้านั่นจะไม่ป้องกันสักครั้งเลยก็ตาม แล้วจะท้องได้ไงในเมื่อผมเป็นผู้ชายนะ

โอ๊ย!!!!!!!!!

ปวดประสาท

ผมเดินมาหยุดนั่งอยู่ตรงป้ายรถเมล์ก่อนจะทึ่งหัวตัวเองไปมาอย่างกับคนบ้าเพราะคำพูดของหมอเมื่อกี้มันยังวนเวียนอยู่ในหัวผม จากที่ผู้คนมากมายบัดนี้กลับมีแค่ผมคนเดียวที่ยังคงนั่งอยู่จนเวลาผ่านไปหลายชั่วโมง

สุดท้ายผมก็ยอมแพ้ต่อสภาพอากาศที่หนาวเย็นก่อนจะโบกแท็กซี่เพื่อกลับคอนโด หลังจากที่กลับมาถึงหน้าคอนโดผมก็เอาแต่นิ่งเงียบแล้วเดินเหมือนร่างไร้วิญญาณขึ้นไปข้างบน ในลิฟต์ผมไม่ได้อยู่คนเดียวมีคนกำลังขึ้นไปพร้อมผมด้วยแต่อย่าถามว่าใครเพราะผมไม่รู้และอีกอย่างผมก็ไม่ได้สนใจไรเลย

ผมกำลังสับสนและคิดอะไรไม่ออก!!! ผมจะทำยังไงดี

หมับ!

ประตูห้องที่กำลังถูกเปิดออกแต่แขนข้างหนึ่งของผมกลับถูกรั้งเอาไว้ ผมตกใจนิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้มากมายอะไรก่อนจะค่อยๆ หันกลับไปมองคนที่จับแขนผมเอาไว้แทน

“คุณดูไม่โอเคเลยนะครับ” น้ำเสียงดูห่วงใยพูดขึ้นมา หมอนี่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหนหรอกครับแต่จะให้ผมเรียกว่าอะไรดีละในเมื่อผมไม่รู้จักชื่อเค้า

“มาได้ไง”

“ผมอยู่คอนโดนี้เหมือนกันนะครับ เท่าที่จำได้ก็บอกคุณไปแล้วและอีกอย่างเมื่อกี้ผมก็อยู่ในลิฟต์นั่นด้วยแต่คุณไม่ได้สนใจที่จะมองก็เท่านั้นเอง”

หมอนี่บอกผมพยักหน้าก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง แต่ก็ไม่ได้ล็อกเพราะใครอีกคนเดินตามเข้ามาด้วยผมเดินไปนั่งที่โซฟาก่อนจะกุมขมับของตัวเอง

ตอนนี้ผมไม่อยากคิดอะไรเลยด้วยซ้ำ แค่คิดไม่ออกมากกว่าว่าทำไมผมถึงท้องได้ทั้งๆ ที่ผมเป็นผู้ชาย

“อาการคุณไม่ดีเลยนะครับ แล้วนี่ไปหาหมอมาหรือยัง”

“รู้ดีจังนะ บางทีผมอาจจะเครียดเรื่องอื่นก็ได้” ผมเถียงก่อนจะเบือนหน้าหนี น้ำตาเหมือนจะไหลออกมาอีกแล้ว

ปัญหาชีวิตแค่นี้ก็มีมากพออยู่แล้ว แต่ทำไมวันนี้ต้องมารับรู้ความผิดปกติของตัวเองด้วย

“ก็ผมเป็นหมอนี่ครับ คุณไม่ได้ดูนามบัตรที่ผมให้ไปหรือยังไงกัน”

น้ำเสียงของหมอนี่ดูอ่อนลงเหมือนเหนื่อยใจกับผมที่ไม่ได้สนใจอะไรเลย ก็จริงนั่นแหละก่อนหน้านี้ผมก็ดูแค่ผ่านๆ ไม่ได้สนใจอะไรด้วยซ้ำ

“ก็อ๊ะ!

มันมาอีกแล้ว ทำไมไอ้อาการบ้าๆ นี่ต้องเข้ามาหาผมด้วยไม่ไหวแล้วทรมานสุดๆ แทบจะต้องนอนในห้องน้ำด้วยซ้ำไป

อะ อ้วกกกกกกกกกก

แค่ก แค่ก

“เดือนสิบสองคุณดูไม่ดีขึ้นเลยนะครับ” เสียงของหมอนี่ดังขึ้นมาช่วยลูบหลังให้ก่อนจะยื่นแก้วน้ำมาให้ด้วย

อะอึก ฮือๆ

ผมรับแก้วน้ำมาดื่มก่อนที่จะนั่งลงบนพื้นห้องน้ำชันเข่าขึ้นมาแล้วฟุบหน้าลงไป...สุดท้ายก็ร้องไห้จนได้สินะ ผมไม่เคยอ่อนแอแบบนี้มาก่อนและไม่คิดจะอ่อนแอให้ใครได้เห็นด้วย แต่ทำไมวันนี้ผมถึงอ่อนแอให้คนที่ไม่รู้จักเห็นด้วย

“คุณท้องหรือเปล่า”

ขวับ!

ผมรีบเงยหน้าขึ้นไปสบตาหมอนี่ น้ำตานองหน้าไม่อยากได้ยินคำถามนี้ด้วยซ้ำไปทำไมต้องมาถาม แล้วผมจะท้องได้ยังไง?

“ไม่! ไม่ได้ท้อง!!!” ผมเถียงเสียงแข็งเพราะยังไม่อยากยอมรับความจริงในตอนนี้

“ออกไปอะอึก ออกไปไม่ได้ท้อง เข้าใจไหมว่าไม่” ตอนนี้ผมเหมือนคนบ้าเพราะเอาแต่กรีดร้องและอาละวาดทุบตีที่หน้าท้องของตัวเอง ถ้าผมท้องจริงๆ ผมจะทำยังไงผมต้องบ้าแน่ๆ ผมจะท้องได้ยังไง

มันมีแต่คำถามพวกนี้วนเวียนเข้ามาในสมองจนผมแทบไม่อยากคิดอะไรอีกแล้ว

“เดือนสิบสองหยุด คุณอย่าทำแบบนี้นะครับมันจะเป็นอันตรายต่อเด็กในท้องได้”

“ฮือๆ ออกไป ไม่ได้ท้อง ไม่ไม่จริง อะอึก” คนตรงหน้าค่อยๆ รั้งข้อมือทั้งสองข้างของผมเอาไว้เพื่อไม่ให้ทุบตีหน้าท้องของตัวเองก่อนจะดึงผมเข้าไปกอด ผมสะอื้นหนักกว่าเดิมร้องไห้จนแทบขาดใจเลยก็ว่าได้

ผมเหนื่อยและอยากหลับแบบไม่ต้องตื่นอีกเลย...

ครึ่งชั่วโมงต่อมาหลังจากที่ผมทั้งร้องไห้และอาละวาดออกไปตอนนี้ก็หมดแรงต้องมานอนพักในห้องโดยมีเค้าคอยดูแล ถึงตอนนี้ผมก็ยังสงสัยว่าพวกเราสองคนรู้จักกันในผับจริงๆ เหรอเพราะเค้าดูจะสนใจและดูแลผมดีมากๆ เลยทีเดียว ดีจนผมนึกละอายใจ

“โอเคไหม?”

“ไม่โอเค ผมต้องทำยังไงเด็กนี่ถึงจะออกไปจากตัวผม” ความคิดบ้าๆ ก็มีได้ตลอดเวลาเหมือนกันเพราะผมไม่ต้องการลูก

ลูกงั้นเหรอ? มันต้องเป็นเรื่องบ้าแน่นอน ทำไมต้องเป็นผมที่เจอเหตุการณ์เลวร้ายแบบนี้ด้วย

“อย่าคิดทำร้ายตัวเองหรือแม้แต่เด็กนะครับ” น้ำเสียงของคนตรงหน้าฟังดูเหมือนไม่พอใจในคำพูดของผมเลย ผมเข้าใจว่าเค้าเป็นหมอและมีจรรยาบรรณพอถึงได้พูดแบบนี้กับผม

“หมอจะให้ผมทำไง คิดว่าผมจะกล้าเดินไปไหนมาไหนเหรอ? ถ้าเกิดวันหนึ่งท้องบ้านี่มันโตขึ้นมาแล้วผมจะทำยังไง...คนอื่นจะไม่มองว่าผมประหลาดเหรอครับ” ผมเริ่มอาละวาดอีกครั้งหลังจากที่ตัวเองมีเรี่ยวแรง บางทีหมอก็อาจจะเหนื่อยกับคนนิสัยเสียแบบผมก็ได้

“เด็กไม่ได้ผิดอะไรนี่ครับ” ผมรู้ว่าหมอพยายามพูดให้ผมใจเย็นๆ “ผมไม่รู้หรอกนะครับว่าคุณมีปัญหาอะไรอยู่แต่คุณก็ต้องนึกถึงอะไรหลายๆ อย่างด้วย”

“หมอจะบอกว่าผมผิดที่ทำให้เด็กคนนี้มาอยู่ในท้องเหรอ บ้า...บ้าที่สุด” ผมอาละวาดอีกครั้งและแน่นอนว่าหน้าท้องคือสิ่งเดียวที่ผมออกแรงทุบตีมันลงไปหนักสุดจนหมอต้องจับข้อมือผมเอาไว้

“ถ้าคุณยังทำร้ายเด็กในท้องอีกผมจะขึงคุณไว้กับเตียง!!!” คราวนี้สีหน้าของเค้าเอาจริงและดูน่ากลัวมากๆ ทำไมผมต้องมารู้จักผู้ชายคนนี้ด้วย

สวรรค์หรือนรก!!!

“หมอมีสิทธิ์อะไร เด็กนี่มันอยู่ในท้องผม!

“สิทธิ์ของมนุษย์คนหนึ่งที่ไม่คิดอยากจะเห็นใครฆ่าเด็กบริสุทธิ์ที่เค้าอยากจะเกิดออกมาหรอกนะครับ!

จุก!

จะมีสักกี่คนที่ด่าแล้วผมรู้สึกเจ็บได้แบบนี้ คนแรกก็คนที่ผมกำลังวิ่งหนีอยู่ส่วนอีกคนก็ไอ้หมอบ้าที่นั่งอยู่ตรงหน้าผมนี่แหละครับ

“ออกไป!

“ถ้าผมไปคุณมั่นใจหรือเปล่าว่าจะไม่ทำร้ายเด็ก”

“ถึงผมจะอยากทำมากแค่ไหนก็ตาม แต่ก็ไม่ได้เลวมากพอจะฆ่าลูกตัวเองหรอกนะ”

สุดท้ายผมก็ทำไม่ลงหรอกครับ ผมก็แค่คิดแต่ไม่กล้าทำจริงๆ หรอกนะผมไม่สนใจหมอก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมโปร่งเอาไว้ ไม่ได้หลับก็แค่หนีสายตาตัดพ้อของคนข้างๆ ไปก็เท่านั้นเอง

สายตาของเค้าทำให้ผมไม่กล้าแม้แต่จะคิดเลยด้วยซ้ำไป!!!

“ผมขออนุญาตทำอะไรไว้ให้คุณกินก่อนไปละกันครับ” ผมไม่ได้ตอบแต่ก็เงียบไป สักพักร่างกายที่อ่อนล้าก็ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างมันปิดลงจนได้

ผมหลับไปตอนไหนก็ไม่รู้แต่ภวังค์บางอย่างกลับทำให้ผมรู้สึกราวกับว่าตัวเองกำลังเดินหลงทางอยู่ในฝันร้ายที่ไหนสักแห่ง

“ไม่ยะอย่าเข้ามา”

“เดือนสิบสอง”

“อะอึก ฮือๆ ช่วยด้วย อย่าเข้ามา”

“เดือนสิบสอง ตื่นสิ”

“ฮือๆ ออกไป ใจร้ายออกไป”

 

“ออกไป!

จู่ๆ ผมก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาเพราะฝันร้าย ในฝันมีทั้งเสียงที่ปลอบโยนและเสียงที่อยากทำร้าย ผมไม่รู้ว่าทำไมผมถึงรู้สึกกลัวแต่ที่แน่ๆ ฝันร้ายทำให้ผมเหงื่อท่วมตัวไปเลยทีเดียว

ทำไมต้องคิดถึงราวกับว่าน้ำเสียงที่ปลอบโยนคือเสียงของคนใจร้าย!

 “เดือนสิบสองเกลียด อะอึก เกลียดจริงๆ นะ”

ปากบอกว่าเกลียดแต่ไม่รู้อะไรดลใจให้ฝ่ามือเล็กของตัวเองกุมหน้าท้องที่ไม่นูนอะไรมากแต่ก็รับรู้ได้ถึงความเปลี่ยนไปของตัวเองผมบอกไม่ถูกว่าตอนนี้ดีใจหรือเสียใจกันแน่ที่ร่างกายของผมกำลังมีใครอีกคนร่วมเดินไปด้วย

ผมจะทำยังไงดี!!!

เฮ้อ!

ผมกุมขมับก่อนจะส่ายหัวไปมาเดินออกจากห้องเพื่อไปหาน้ำกิน สิ่งที่น่าแปลกใจสุดๆ เมื่อเปิดตู้เย็นของสดและนมหลายยี่ห้อวางเรียงกันเป็นระดับ ที่น่าสงสัยไปมากกว่านั่นไอ้คุณหมอนนท์คงไม่ลงทุนขนาดนี้หรอกมั้ง นึกแล้วยิ้มทั้งๆ ที่ผมเหวี่ยงใส่ไปตั้งเยอะแต่ไม่มีทีท่าว่าจะบ่นเลยแถมยังพูดจาจนผมใจอ่อนเลิกคิดว้าวุ่นไปเลยทีเดียว

“ไอ้คุณหมอนนท์ทำให้ถึงขนาดนี้เลยเหรอ?”

บ่นกับตัวเองก่อนจะยื่นมือไปหยิบแก้วนมสดออกมาดื่ม ตอนนี้ก็เริ่มรู้สึกหิวอีกแล้วแต่ถ้าจะให้ผมกินข้าวมีหวังได้อ้วกออกหมดอีกแน่นอนเพราะฉะนั้นดื่มนมนี่แหละดีแล้วถึงจะพะอืดพะอมไปบ้างแต่ก็ไม่ร้ายแรงจนอ้วกแตก

เดินไปเปิดทีวีดูอะไรแก้เบื่อก่อนที่จะเลื่อนช่องอื่นไปเรื่อยๆ เพราะว่าตอนนี้เที่ยงคืนกว่าแล้วผมเองก็พักผ่อนมาไม่รู้จะพักยังไงแล้วถ้าจะให้กลับไปนอนต่อมีหวังเป็นง่อยกันพอดีเพราะวันๆ ไม่ทำอะไรนอกจากนอน

เคร้ง!

อ๊ะเสียงอะไรบางอย่างตกพื้นแถมดังมาจากห้องๆ หนึ่งเหมือนผมไม่ได้อยู่คนเดียวแถมคอนโดนี่ก็มีสองห้องนอนอีกต่างหาก

ด้วยความสงสัยผมก็เลยเดินไปดูแต่ก็ไม่ลืมหยิบอาวุธติดมือไปด้วย

แอดดดด

น่าแปลกทั้งๆ ที่ห้องนี้ผมไม่ค่อยได้ใช้งานแม้ว่าไอ้จาจะมานอนออกบ่อยแต่ส่วนใหญ่มันจะนอนกับผมซะมากกว่า แต่ทำไมไฟถึงเปิดแถมรู้สึกเหมือนมีคนอยู่ในห้องนี้ด้วย

“ใครนะ!

ผมตั้งสติอยู่นานก่อนที่สายตาจะจ้องไปยังแผ่นหลังของใครบางคนที่กำลังยืนอยู่ในมุมหนึ่งของห้องราวกับว่ากำลังวุ่นอยู่กับการหาอะไรสักอย่าง

” ความเงียบเกิดขึ้นเมื่อร่างสูงตรงหน้าไม่ตอบ จะมีใครกล้าเข้ามาในห้องของผมได้อีกบ้างเนี่ย จะมีก็แต่ไอ้คุณหมอที่ผมเพิ่งอนุญาตให้เข้าออกได้เพราะในช่วงนี้เค้าช่วยผมไว้เยอะ เลยอยากตอบแทนอะไรบ้าง

“หมอหรือเปล่า” ไม่ตอบอีกครับแต่ถ้าเป็นหมอนนท์จริงๆ แล้วทำไมเค้าต้องมาทำอะไรลับๆ ล่อๆ ในห้องนี่ด้วยละ?

“กูถามว่าใคร?” คราวนี้เริ่มโกรธก่อนจะขึ้นเสียงสูงถามออกไปร่างสูงตรงหน้าไม่มีวี่แววว่าจะตอบอะไรผมเลยนอกจากยืนนิ่งไม่ขยับไปไหนหรือแม้แต่หันหน้ามา

” เกลียดความเงียบที่สุด

“ใคร!!!

“ฉันเอง!!!” แล้วจู่ๆ คนตรงหน้าก็พูดพร้อมทั้งหันกลับมามองผม รอยยิ้มดูมีความสุขเชียวครับแต่ผมนี่สิกำลังรู้สึกไม่ปลอดภัยต่อความลับของตัวเอง

OMG!

ให้ตายสิ มาได้ยังไงกัน

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

74 ความคิดเห็น

  1. #18 ohhyes4 (@ohhyes4) (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2559 / 09:35
    สามีมาแล้วค่าาาา
    #18
    0