ตอนที่ 15 : ร้ายโคตรรัก #14 [ 100 % ]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3114
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 30 ครั้ง
    13 ก.ย. 59



 

 

 

 

ร้ายโคตรรัก #14

แบบนี้เค้าเรียกว่ารักหรือเปล่าล่ะ?

 

 

 

 

บอกได้คำเดียวว่าเพลีย

อื้อออออออออออ!

ปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัวเลยก็ว่าได้ อะไรจะหื่นเอาปานนั้นแถมยังไม่มีแรงแม้แต่จะขับรถแต่เดินไม่ค่อยเท่าไหร่เพราะได้พักผ่อนไปบ้างสามชั่วโมงแต่ก็ยังอยากนอนต่ออยู่ดี

“เป็นอะไรหรือเปล่าเห็นเงียบมาตลอดทาง” เสียงของตาแก่หื่นถามขึ้นมา แต่ผมกลับนั่งไม่สนใจคำพูดของเค้าเสมองออกไปนอกกระจกรถ

ไม่อยากตอบมีหน้าจะมาถามอีกว่าเป็นอะไรน่าจะรู้อยู่แก่ใจดี

ทำไมต้องเขินด้วยเนี่ยมันไม่เห็นจะเป็นเรื่องแปลกเลย

“เดือนสิบสอง”

ผมไม่อยากฟังแม้แต่เสียงของเค้าเลยด้วยซ้ำไปอยากจะยกมือทั้งสองข้างปิดหูตัวเอง

“เป็นใบ้อีกแล้วเหรอ”

“อะไรเล่าขับรถไปสิ” ผมหันไปเหวี่ยงใส่แต่ใบหน้าของตัวเองกลับรู้สึกแดงระเรื้อขึ้นมาทันที แต่จะว่าไปมันแดงมาตั้งนานแล้วละครับพอเจอสายตาของเค้าจ้องมองอยู่ผมก็ต้องเบือนหน้าหนีอีกครั้ง

หลังจากประโยคเมื่อกี้ของผมจบลงเราก็เงียบกันทั้งคู่ก่อนที่รถจะแล่นเข้าไปจอดในตัวบ้านของผม นายหัวเดินลงจากรถก่อนจะอ้อมมาเปิดประตูให้

“ลงมาสิ แต่ถ้าเดินไม่ไหวอุ้มก็ได้นะ” นายหัวหื่นยิ้มเยาะใส่ผมสีหน้าของเค้ากวนประสาทมากๆ เลยละครับ

“เดินเองได้” เงยหน้าขึ้นไปสบตากับเค้าก่อนจะก้าวขาลงจากรถแต่ไม่ทันได้เดินก็เซเกือบล้มดีนะที่นายหัวรั้งเอวผมไว้ได้ทันไม่งั้นมีล้มลงไปนั่งกองกับพื้นแน่นอน

เกือบไปแล้วไหมล่ะลูก พูดถึงเรื่องลูกทีไรก็พานเขินทุกทีเลยครับ

“ไหนว่าเดินเองได้”

“ก็เมื่อกี้ไม่ทันตั้งตัว ปล่อยได้แล้ว” ผมเงยหน้าขึ้นไปมองเค้าอีกครั้งเพราะคนตรงหน้าสูงกว่าผมเป็นไหนๆ เวลาคุยกันผมเองซะมากกว่าที่ต้องเป็นฝ่ายเมื่อยคอ

“ปล่อยสิ” พอเค้าไม่ยอมปล่อยผมก็ต้องออกเสียงสั่งไปอีกครั้งแต่เจ้าตัวกลับไม่ทำตาม

 

หมับ!

จบกันตานายหัวหื่นดันอุ้มผมจนตัวลอยแล้วพาเดินเข้าบ้านก่อนจะตรงไปด้านบนทันที รู้เหรอว่าห้องไหน? แอบยิ้มขำเพราะเดี๋ยวเค้าก็ต้องถามผมแล้วเรื่องอะไรจะบอกล่ะ

“เปิดประตูสิ”

ให้ตายรู้ด้วยแทบอยากจะดิ้นตายเลยทีเดียว ผมเอื้อมมือไปกระชากประตูห้องนอนของตัวเองด้วยอารมณ์บูดบึ้งเมื่อการกระทำของเค้ามันขัดใจผมเอามากๆ เลยด้วย จะรู้ดีไปแล้วนะมีเรื่องไหนบ้างละที่เกี่ยวกับผมแล้วเค้าไม่รู้

นายหัววางผมลงบนเตียงก่อนที่เค้าจะเดินมานั่งข้างๆ จับแขนทั้งสองข้างของผมให้หันตัวไปหาเค้าแล้วมองมาที่ผม

“มองอะไร” ผมถามพร้อมทั้งเบือนหน้าหนีเพราะเค้ามองผมนานเกินไปแล้วครับ

“เพราะวันนั้นเรามัวแต่ทะเลาะกันจนไม่ได้คุยกันให้เข้าใจสักที” จู่ๆ เค้าก็พูดขึ้นมาแล้วที่นี้ผมจะไปรู้เหรอครับว่าเค้าอยู่ในอารมณ์ไหน

“ก่อนหน้านี้ก็คุยไปแล้วตอนนี้ไม่อยากคุย!!!” ผมตอบเสียงแข็งปัดมือหนาทั้งสองข้างออกก่อนจะขยับตัวหนี จ้องหน้าเค้าอีกครั้งแล้วเสมองไปทางอื่นล้มตัวลงนอนตะแคงข้างไม่ยอมสนใจคนที่นั่งอยู่ด้วยหรือทำเหมือนเค้าไม่มีตัวตนก็เป็นได้

“ถ้าไม่อยากคุยก็ไม่เป็นไร แค่ฟังก็พอแล้ว” น้ำเสียงของเค้าเหมือนกำลังเหนื่อยใจกับผม นายหัวไม่ได้ลุกขึ้นไปไหนนอกซะจากจะนั่งอยู่ที่เดิมและเอ่ยขึ้นมาที่ผมรู้เพราะเตียงไม่ได้เคลื่อนไหวมากเท่าไหร่

“ฉันขอโทษ ขอโทษจริงๆ สำหรับทุกอย่าง”

จะมาขอโทษทำไม? ผมไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไรแต่ที่แน่ๆ คำขอโทษของเค้าทำให้หัวใจผมเต้นไม่เป็นจังหวะ

“จะไม่ยกโทษให้ฉันก็ได้ แต่อย่าทำเหมือนฉันไม่มีตัวตนได้ไหม?” ดวงตาทั้งสองข้างของผมเริ่มแดงก่ำแถมยังร้อนผ่าวคล้ายคนกำลังจะร้องไห้ให้ได้อย่างนั้นแหละครับ

“ฉันยอมยกทุกอย่างให้เพื่ออยากรับผิดชอบและยอมทุกอย่างแล้วจริงๆ นะ ที่บอกไปก่อนหน้านี้ก็ด้วยฉันหมายความแบบนั้นจริงๆ ไม่ใช่รับผิดชอบเพราะลูก แต่มันเพราะคนตรงหน้าฉันตอนนี้คือเด็กดื้อที่ชื่อเดือนสิบสองต่างหาก” น้ำเสียงของเค้าฟังดูอ่อนโยนเหมือนกับคำพูดประโยคยาวๆ ของเค้าเลยครับ

“เดือนสิบสอง”

พรึบ!

ผมหันกลับมาหาเค้าน้ำตาไหลออกมา ไม่ใช่เพราะโกรธหรอกครับแต่ไม่เข้าใจว่าทำไม? คนอย่างนายหัวจอมพลที่ไม่เคยยอมผมขนาดตามตื้อแทบบ้าเค้ายังไม่ยอมเลย แต่พอผมคิดจะเลิกตื้อเค้ากลับมาพูดแบบนี้

ทำไมกันละครับ?

“ฮือๆ พอแล้วไม่อยากได้ยิน อะอึก ไม่เห็นจะเคลียร์!!!” ผมยกมือขึ้นมาปิดหูทั้งสองข้างของตัวเองแถมยังร้องไห้งอแงเหมือนเด็กๆ เลยครับ

“แบบนี้เค้าเรียกว่ารักหรือเปล่าล่ะ?” คำถามเหมือนเด็กๆ บวกกับรอยยิ้มจางๆ ผมเองที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรก็ได้แค่ส่ายหัวไปมาอยู่อย่างนั้น

อย่าถามว่าความรักคืออะไร? เพราะสำหรับผมเงินซะมากกว่าที่สำคัญ

“คนโกหก ใจร้าย เจ้าเล่ห์ ขี้โกง บ้าๆๆๆ บ้ามากด้วย” มือทั้งสองข้างของผมถูกเลื่อนมาปิดหน้าของตัวเองแทนพร้อมทั้งส่ายหัวไปมาอยู่เหมือนเดิม ไม่รู้ว่าจะร้องไห้หรือดีใจกันแน่ ผมเองยังตอบไม่ได้เลยว่าเพราะอะไรแต่ที่แน่ๆ ตั้งแต่กลับมาเหมือนผมพามาแค่ตัวแต่หัวใจกลับหายไป

หมับ!

“แล้วรักคนโกหก ใจร้าย เจ้าเล่ห์ ขี้โกง บ้าอย่างผู้ชายคนนี้จะได้ไหม?”

เค้าดึงผมเข้าไปกอดเอาไว้จนแน่น น้ำเสียงที่เอ่ยออกมาราวกับคำขอร้องให้รักกันผมไม่เคยได้ยินหรือรับรู้ความรักแบบนี้มาก่อนเพราะส่วนใหญ่มันก็เป็นแค่รักที่ผ่านพ้นไปวันๆ เท่านั้น แต่สำหรับตอนนี้ผู้ชายคนนี้มันไม่ใช่

“ฮือๆ คนบ้า”

ผมกอดเค้าแล้วร้องไห้สะอื้นหนักขึ้นจนเสื้อของนายหัวเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาของผมเลยละครับทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าร้องไห้จนหลับ

 

จอมพล     

ทุกอย่างเหมือนจะแย่แต่มันไม่ใช่ ผมก็ไม่คิดว่าเดือนสิบสองจะโผงผางเข้ามาหาทั้งๆ ที่ผมกำลังประชุมอยู่ ดีนะครับที่ตอนนั้นทุกอย่างคุยกันจนเสร็จเรียบร้อยไปแล้ว สีหน้าของเด็กดื้อเหมือนกำลังโกรธผมอยู่เลยหลังจากที่ออกมาผมก็ลากเดือนสิบสองไปที่ห้องคุยกันไปคุยกันมาก็เหมือนยังไม่เข้าใจกันเต็มร้อย

ผมบอกไปแล้วว่าอยากได้ทั้งแม่และลูก แต่เหมือนจะไม่เคลียร์ก็จบลงที่เตียงซะก่อนไม่ได้หื่น แค่เมียผมสวยขึ้นจนอดใจไม่ไหว พอกลับมาถึงบ้านเดือนสิบสองก็เหมือนยังแปลกๆ ไปจนผมต้องเคลียร์ให้รู้เรื่อง ผมอายุก็มากแล้วจะให้บอกรักแบบตรงๆ ก็ใช่เรื่องจนต้องพูดอ้อมๆ แต่ก็เหมือนตรงนั่นแหละครับ คุยไปคุยมาก็ทำเดือนสิบสองร้องไห้อีกตามเคยแต่ก็ไม่ได้ยินคำสาราภาพจากเด็กดื้อสักที

ปากแข็งไม่เปลี่ยน?

“อื้อ กะเกลียด” ผมขมวดคิ้วทันทีเมื่อเดือนสิบสองที่กำลังหลับอยู่เกิดพลิกตัวแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพล่าว่าเกลียด

ตกลงจะเอาไง? ไม่เคลียร์

“รัก!

อ้าปากจะร้องถามแต่ขอบอกว่าคนอย่างนายหัวจอมพลยึดหลักคำพูดประโยคสุดท้าย

“แบบนี้เค้าเรียกว่าขี้โกง จุ๊บ!” ผมหน้าบานเลยทีเดียวก่อนจะก้มลงไปกดจูบที่ปลายจมูกโด่งเป็นสันเชิดๆ เหมือนหน้าเจ้าของขยี้ไปมาก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างๆ รั้งร่างเล็กเข้ามากอดเอาไว้จนแน่น

รักแทบบ้ามีเมียเด็กไม่ใช่เรื่องแย่ แค่เหนื่อยเวลาเมียเหวี่ยงก็เท่านั้นเอง!

 

วันเวลามันผ่านไปเร็วนะครับ อย่างเช่นวันนี้ก่อนกลับตรังกับเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ผมได้ประสบพบเจอมาล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่ทำให้ตัวเองต้องเจ็บตัวทั้งนั้นเลยครับ

ตุบ ตับ เคล้ง เฮ้ย โอ๊ย !!!

เสียงทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เพราะเมียเด็กของผมคนเดียวเลยละครับ ใครจะไปรู้ว่าเรื่องแบบนี้มันจะเกิดขึ้นกับผมได้ล่ะ? แต่ก็ดีเหมือนกันจะได้รู้ว่าเดือนสิบสองขี้หึงมากแค่ไหน ไม่ใช่ว่าอะไรมากมายหรอกก็เพราะเมื่อคืนผมไปงานเลี้ยงสังสรรค์ของบริษัทมาเนื่องด้วยผลกำไรปีนี้เกินคาดเลยทีเดียว แต่เรื่องที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเพราะจู่ๆ สร้อยฟ้าเธอก็ไม่รู้โผล่หน้ามาจากไหนขโมยหอมแก้มผมไปจังๆ

เดือนสิบสองไม่ได้ไปงานด้วยหรอกครับ แต่นักข่าวที่ไปร่วมงานกลับถ่ายภาพของผมได้ทันพอดี จนเป็นเหตุให้บ้านเกือบแตกในวันนี้

“ออกไป ไปไกลๆ เลยนะไอ้แก่ ไอ้จิตตกยายป้านั่นก็เหมือนกัน ตามมาจิกถึงกรุงเทพฯ เลยเหรอ”

ทั้งเหวี่ยง ทั้งวีนมาเต็มมากๆ ผมก็ไม่อยากให้อาละวาดมากสักเท่าไหร่เพราะกำลังท้องอยู่ แต่ผมว่าเจอแบบนี้คงห้ามไม่ได้เหมือนกันแฮะ

“เดือนสิบสอง แม่ว่าใจเย็นๆ ก่อนนะลูก”

“นั่นสิ พ่อว่าถ้าลูกปาข้าวของหนักไปกว่านี้ หลานพ่ออาจจะแย่ได้นะ”

“แม่ก็เห็นด้วยกับพ่อ เดี๋ยวข้าวของก็โดนพี่เค้าหรอกลูก”

เคล้ง!!!

ไม่ทันไรโคมไฟหัวเตียงก็ลอยมาตรงหน้าผม ดีนะที่หลบทันใครจะไปรู้ว่าเวลาที่เด็กดื้อหึงจะอาการหนักขนาดนี้ไม่น่าอยากลองของเลยละครับ

ส่วนเรื่องที่เดือนสิบสองท้อง หลังจากวันนั้นที่ผมพาเจ้าตัวกลับมาบ้าน แต่พ่อกับแม่ไม่อยู่พอท่านกลับมาพวกเราก็นั่งคุยกันอย่างจริงจัง แต่สีหน้าท่านไม่เห็นจะตกใจเลยละครับ ลองนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ตอนนั้นกันก่อนดีกว่าครับ

 

“ที่พ่อกับแม่ไม่ตกใจเพราะรู้อยู่แล้ว ความผิดปกติทางร่างกายของเดือนสิบสอง ตอนคลอดคุณหมอท่านก็บอกเอาไว้แค่ไม่แน่ใจเท่านั้นแหละจ๊ะ” แม่กับพ่อหันไปมองหน้าสบตากันพร้อมรอยยิ้มส่วนเดือนสิบสองก็นั่งก้มหน้าท่าทางเขินๆ อยู่ข้างผม

“แล้วทำไมแม่ไม่บอกผมละครับ” เจ้าตัวเงยหน้าขึ้นไปถามผมแอบสังเกตว่าพวงแก้มทั้งสองข้างแดงจัดเหมือนลูกตำลึงเลยละครับ

“ตอนนั้นแม่กับพ่อก็ไม่อยากจะเชื่อแถมไม่แน่ใจด้วยเพราะลูกเพิ่งคลอดออกมาเอง” ท่านว่ายิ้มขยับมานั่งที่โซฟาเดียวกับผมและเดือนสิบสอง

“ว่าแต่ลูกแม่ท้องได้กี่เดือนแล้วล่ะจ๊ะ”

“สองเดือนครับ”

หืมผมรู้แค่ว่าเดือนสิบสองท้องแต่รายละเอียดอื่นๆ เรายังไม่ได้คุยกันเลยครับก็ถือว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ผมกับพ่อและแม่ของเดือนสิบสองรู้พร้อมกัน แต่จะว่าไปสองเดือนมันก็พอๆ กับที่เจ้าตัวไปอยู่ตรังเลยละครับ

ไม่ยักจะรู้ว่าผมก็เก่งเหมือนกันทำผู้ชายท้องแทนที่จะเป็นผู้หญิง

แต่โปรดหยุดเรื่องน่าภาคภูมิใจไว้แค่นี้เพราะตอนนี้เมียผมอาละวาดบ้านเกือบแตกแล้วละครับ

 

“พ่อกับแม่ออกไปก่อนเถอะครับ เดี๋ยวทางนี้ผมอธิบายเอง” ผมรีบหันไปคุยกับพวกท่านสองคนที่ยืนอยู่ใกล้กับประตูห้องเพราะเกรงว่าจะพลอยโดนลูกหลงไปด้วยก็ตอนนี้เดือนสิบสองกำลังคลั่งนี่ครับ

“งั้นก็ระวังด้วยละลูก คุยกันดีๆ”

“ครับ”

ลืมบอกเรื่องน่าภูมิใจไปอีกอย่างเพราะหลังจากตอนนั้นพวกท่านสองคนก็เรียกผมว่าลูกแทนจะเป็นนายหัวเหมือนเมื่อก่อนที่เจอกันแรกๆ ส่วนผมก็เรียกพวกท่านสองคนว่าพ่อกับแม่ ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดีนะครับ

“เดือนสิบสอง”

“ไม่ต้องมาเรียก ไปเรียกยายป้าสร้อยโน่น”

เมียผมกำลังหึงหรือเปล่าครับเนี่ย ทำไมอารมณ์คนท้องแปรปรวนเร็วแบบนี้นะคนแก่ตามไม่ทัน

ผมเอื้อมมือไปปิดประตูห้องก่อนจะค่อยๆ หันกลับมาหาเดือนสิบสองที่นั่งหอบหายใจถี่ๆ อยู่ปลายเตียง ท่าทางจะเหนื่อยกับอาการของตัวเองเมื่อกี้ ก็ดันอาละวาดซะผมตั้งตัวไม่ติดเลยนี่ครับ

“ไม่ต้องเข้ามาใกล้ ออกไปจากห้องซะ!” พอเห็นว่าผมกำลังเดินเข้าไปหา เดือนสิบสองก็เปล่งเสียงขู่ออกมาทันทีจนผมต้องหยุดเดิน

” ผมเงียบยืนนิ่งอยู่กับที่มองหน้าเดือนสิบสองที่จ้องผมอยู่ ถอนหายใจเหนื่อยหน่ายกับอารมณ์เด็กดื้อตรงหน้าจริงๆ เลยครับ

“เดือนสิบสองจ๋า”

เอาวะเป็นไงเป็นกัน ลองอีกสักตั้งให้มันรู้ไปว่าจะใจแข็งได้นานเพราะผมเหลือเวลาอีกตั้งสองชั่วโมงก่อนไปเช็คอินเพื่อขึ้นเครื่องกลับตรัง

” คราวนี้ไม่ตอบครับ แถมไม่มีทีท่าว่าจะวีนเหมือนก่อนหน้านี้ด้วยนอกซะจากจะนั่งนิ่งมองหน้าผม

“อยากอธิบาย”

“ไม่อยากฟัง” พูดแล้วๆ อยากจะบ้าแต่คราวนี้ลดเสียงวีนลงไปมากหรือเพราะเหนื่อยก็ไม่รู้สิครับ

“ถ้าไม่อยากฟัง ฉันทำอย่างอื่นแทนนะ”

“อะไร? เฮ้ย!

หมับ

ก็เมียผมพูดอยู่หยกๆ ว่านายหัวมันหื่นจิตตก กล้าว่าซะขนาดนี้ผมก็กล้าปล้ำจะเล่นให้หมดแรง ดื้อไม่ออกจนกลับถึงตรังเลยคอยดูสิ

“ปล่อยนะ” เดือนสิบสองจ้องหน้าผมดิ้นไปมา ไม่มีทางปล่อยหรอกครับผมรั้งร่างเล็กที่นอนอยู่ใต้ร่างให้ขึ้นมานอนอยู่กลางเตียงก่อนจะนอนทับซะเลยจะได้ไม่มีแรงดิ้นไปไหนอีกยังไงละครับ

หึหึ!!!

“ไม่ปล่อยในเมื่อพูดกันดีๆ ไม่ยอมฟังฉันจะทำให้พูดไม่ออกเลยคอยดู”

“ทำอะไร” ฝ่ามือเล็กออกแรงดันหน้าของผมที่กำลังก้มลงไปให้ออกห่าง แต่มีเหรอที่จะต้านแรงผมได้

“หยุดนะ” เดือนสิบสองขึ้นเสียงร้องห้ามปนอ้อนวอนซะงั้น ฟังแล้วน่ารักมากเลยทีเดียวครับ

อื้อ

“หยุดๆ ไหนว่าจะกลับตรัง” เดือนสิบสองร้องครางพร้อมกับห้าม แต่อย่าหวังว่าจะหยุดนายหัวหื่นอย่างผมได้นะครับ ไม่มีทาง

ก็บอกอยู่ว่ายังมีเวลา!!!

“ไม่ทันแล้วครับ เวลายังมี”

“นายหัวหื่น อ๊ะ” ดิ้นพล่านเลยทีเดียวพอโดนผมจับถอดเสื้อกับกางเกง สีหน้าก็บอกได้อย่างชัดเจนว่าทั้งเขินและก็อายมากแค่ไหน ยิ่งมองยิ่งน่าหลงใหลเพราะมันดูดีไปซะหมดเลยละครับ

“พ่อขออนุญาตนะเด็กน้อยจุ๊บ” ก้มลงไปกดจูบที่หน้าท้องแบนราบของเดือนสิบสองจนเจ้าตัวต้องเบือนหน้าหนีเพราะการกระทำของผม กดจูบวนไปมาอยู่ที่หน้าท้องนานพอสมควรก่อนจะจับปลายคางมนของเด็กดื้อให้หันหน้ามาสบตาผม

“ทำไมไม่ขออนุญาตแม่ของลูกบ้าง” เสียงแผ่วเอ่ยขึ้นแต่ผมไม่สนใจกลับก้มลงไปกดจูบเบาๆ ก่อนจะเคล้าคลึงอย่างอ่อนโยน จนร่างเดือนสิบสองสั่นสะท้านเรียวแขนเล็กทั้งสองข้างกอดคอผมเอาไว้อย่างไม่รู้ตัวเลยทีเดียว

“ถ้าขออาจจะไม่ได้ ก็เลยต้องกระตุ้นก่อน” กระซิบข้างหูก่อนจะกดจูบลงไปตามซอกคอขาวทำสัญลักษณ์ให้คนอื่นได้รู้ว่าเด็กคนนี้ของผมห้ามแตะต้อง

ผมไม่ใช่คนที่แสดงความรักเก่งมาก แต่ถ้าผมรักเมื่อไหร่ ขอบอกว่าผมขี้หึงโคตรๆ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะสู้เด็กดื้อที่นอนอยู่ใต้ร่างผมตอนนี้หรือเปล่า

“คนบ้า”

หมับ

เดือนสิบสองตะโกนด่าผมซะลั่นก่อนจะเป็นฝ่ายผลักผมให้ลงไปนอนราบกับเตียงแล้วนั่งคร่อมผมอยู่ท่าทางล่อแหลมซะจริงๆ

“หยุดไม่งั้นตาย” น่ากลัวอย่าบอกใครครับ

“อะไรอีก”

“ขอถาม แล้วก็ต้องตอบด้วย” เดือนสิบสองบอกออกมาน้ำเสียงก็ปนข่มขู่นั่นแหละครับ แต่ท่าทางกลับไม่ใช่เพราะมันดูน่ารักจนเกินไป

“ก็ได้ แต่รีบๆ หน่อยนะ”

“รักยายป้าสร้อยนั่นหรือเปล่า” นั่งคร่อมบนตัวผมพร้อมกับคำถามที่น่าจะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว แต่จะว่ายังไงได้ในเมื่อเมียผมยังมีนิสัยแบบเด็กๆ อยู่ แถมท่าทางที่ไม่ยอมแพ้หากไม่ได้คำตอบอีกด้วย

“ไม่ได้รักครับ” ตอบแบบมั่นใจมากเพราะมันคือความจริง

“แล้วรักเดือนสิบสองไหม?” ถามได้หน้าตายเฉยมากๆ เลยครับ ถ้าเมียผมจะรู้จักคำว่าอายบ้างก็คงจะดีเพราะท่าทางตอนนี้ไม่มีคำๆ นี้อยู่ในความคิดของเดือนสิบสองเลยก็ว่าได้

เมียผมคงยึดคติ ด้านได้อายอดมั้งครับ

“รักสิไม่รักจะตามมาง้อเหรอ” ผมพยุงตัวเองลุกขึ้นนั่งก่อนจะรั้งเอวร่างเล็กเอาไว้ เดือนสิบสองยื่นแขนทั้งสองข้างมากอดคอผมเอาไว้แน่นก่อนจะยื่นหน้าตามผมมากดจูบเบาๆ ที่หน้าผากของผม ซึ่งการกระทำแบบนี้ต้องเป็นผมสิที่น่าจะเริ่มก่อน

ถูกเมียแย่งซีนซึ้งอีกแล้วครับ           

จุ๊บ

แค่หน้าผากไม่พอครับเพราะเดือนสิบสองยังก้มลงมากดจูบที่ริมฝีปากผมอย่างแผ่วเบาอีกครั้ง จนผมอึ้งกับท่าทางนี้ไปเลย แล้วเรื่องก่อนหน้านี้ละ?

“งั้นไปสนามบินกัน” พูดจบก็ลุกพรวดออกจากตัวผมก่อนจะก้มลงไปหยิบเสื้อผ้าตัวเองที่กองอยู่บนพื้นขึ้นมาถือเอาไว้ ทำเอาผมงงเป็นนายหัวตาแตกไปเลยทีเดียว

“เดี๋ยวสิมาทำให้อยาก แล้วจะจากไปงั้นเหรอ”

“คุณสามีบอกว่ายังมีเวลา เพราะฉะนั้นเชิญไปช่วยตัวเองในห้องน้ำละกันครับ”

“เดือนสิบสอง ฮึ่ยเด็กแสบ” ผมแทบคลั่งกับสิ่งที่ได้เจอในตอนนี้เหมือนแกล้งกันเลย ผมละตั้งใจเต็มที่ที่จะล่อลวงเด็กให้ติดกับ แต่ที่ไหนได้เด็กดันล่อลวงผมซะเอง แถมตอนนี้ผมเองก็ดันเป็นฝ่ายแย่

ให้ตายสิกลับถึงตรังเมื่อไหร่จะทบต้นทบดอกเลยคอยดู แต่ตอนนี้ขอไปทบตัวเองก่อนละกันครับ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 30 ครั้ง

74 ความคิดเห็น

  1. #66 NaokiChun (@NaokiChun) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 18:15
    555 เดือนสิบสอง เด็กแสบ
    #66
    0