(จบแล้วจ้า) ร้ายโคตรรัก [Yaoi/Mpreg]

ตอนที่ 19 : ร้ายโคตรรัก #18 [ 100 % ] NC

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2580
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    16 ก.ย. 59



 

 

 

 

 

 

 

ร้ายโคตรรัก#18

 

ความสุขสะสม

 

 

 

 

 

เดือนสิบสอง

 

ผมกับนายหัวดีกันแล้วครับ ผมก็ไม่เข้าใจว่าเราจะทะเลาะกันทำไมในเมื่อสุดท้ายไม่ทันข้ามคืนเราสองคนก็ดีกัน แต่จะว่าไปผลพวงทั้งหมดมาจากอารมณ์ของผมล้วนๆ เลยละครับ

 

หุหุ

 

ก็งี้แหละนายหัวดันยอมผมทำไม จริงไหม?

 

ผมจะรีบจัดการให้ครับ เช้านี้หลังจากกินข้าวเสร็จผมก็ตามนายหัวมาที่สวนปาล์มด้วย แต่เพราะเค้ามัวแต่สั่งงานพวกคนงานอยู่ผมก็เลยแอบเดินเล่นแต่ก็ไม่ได้ไปไกลจากเค้าเท่าไหร่ พอเดินเล่นมาเรื่อยๆ ก็รู้สึกเหมือนจะได้ยินเสียงใครคุยโทรศัพท์ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟัง แต่มันดันมาได้ยินก็เลยต้องหลบ

 

ขอเวลาผมหน่อยนะครับนาย ยังมีใครอีกคนที่เป็นนายนอกจากนายหัวงั้นเหรอ ผมขมวดคิ้วสงสัยขาที่กำลังจะก้าวออกไปแต่กลับถูกรั้งเอาไว้ด้วยท่อนแขนแข็งแกร่งของใครบางคน

 

“เค้าเอง” พูดแค่นี้ก็รู้แล้วครับว่าใคร ผมกับนายหัวก็ยืนฟังเสียงสนทนานี้ไปเรื่อยๆ พอคุยเสร็จคนที่ไม่รู้ว่าพวกเราแอบฟังอยู่ก็เดินจากไป

 

“อย่าคิดว่าตีตัวออกห่างแล้วเค้าจะไม่รู้นะ ถ้าคราวหลังทำแบบนี้อีกก็อย่าหวังว่าเค้าจะให้เข้ามาที่สวนปาล์มอีกเลย”

 

หลังจากที่เสียงปริศนานั้นจากไปนายหัวก็ออกเสียงขู่ผมทันที ใครบอกว่าตีตัวออกห่างแค่ไม่อยากกวนตอนเค้าคุยงานกับพวกคนงานก็เท่านั้นเอง

 

“ตัวเองอะว่าแต่เสียงเมื่อกี้ใครเหรอ?” ทำเป็นเปลี่ยนเรื่องไปซะงั้นเพราะบางทีอาจจะช่วยได้และนายหัวอาจจะไม่ดุผมอีกหรือทำลืมไปได้ยิ่งดี

 

“อย่าเปลี่ยนเรื่อง กลับบ้านได้แล้ว”

 

“ถ้าไม่บอก เค้าสืบเองนะ”

 

“อย่ามายุ่ง!!!” ผมสะดุ้งโหยงเลยทีเดียวเมื่อนายหัวหันกลับมาตะหวาดน้ำเสียงดุน่ากลัวจับใจผมกระพริบตาถี่ๆ สบตาเค้า แบนปากเหมือนเด็กอยากร้องไห้ยามที่ถูกดุ นายหัวดูน่ากลัวอีกแล้ว

 

“เฮ้อเค้าขอโทษ ที่ไม่ให้ยุ่งเพราะเป็นห่วง”

 

“นายหัว” ผมโผล่เข้าไปกอดร่างสูงทันทีไม่ได้ร้องไห้หรอกครับแต่ดีใจ ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมเค้าถึงบอกผม สำหรับเค้าที่สามารถพูดคำขอโทษออกมาได้ทั้งชีวิตไม่ว่าตัวเองจะผิดหรือถูก แถมครั้งนี้เหมือนผมจะผิดที่ไปทำให้เค้าเป็นห่วง

 

“ไม่อยากรู้ก็ได้ แต่สัญญาได้มั้ยว่าจะไม่เป็นอะไร”

 

“ครับ กลับบ้านกันนะ”

 

ครืด ครืด

 

กำลังจะเดินกลับบ้านกันแต่จู่ๆ เสียงโทรศัพท์ของนายหัวก็ดังขึ้นมาซะก่อน เค้ากดรับก่อนจะกอดเอวผมไว้แล้วพาเดินกลับบ้าน

 

“ว่าไงนะ”

 

โอ๊ยผมร้องลั่นเมื่อนายหัวเปล่งเสียงออกมาแบบนั้นแล้วบีบมือเข้าที่เอวผมจนแน่น เหมือนเค้าจะตกใจแล้วปล่อยมือออกไป

 

“ถ้าลูกฉันเป็นอะไรไปเราได้เห็นดีกัน” นายหัวกดวางสายพร้อมทั้งสบถออกมาอย่างหัวเสีย ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าปลายสายบอกอะไรกับเค้าแต่ท่าทางเรื่องนั้นจะเกี่ยวกับไอ้จาแน่นอนไม่งั้นนายหัวคงไม่อาละวาดขนาดนี้หรอกครับ

 

“นายหัวเกิดอะไรขึ้นครับ”

 

“ฉันจะไปกรุงเทพฯ” แทนตัวเองแบบนี้ท่าทางจะหัวเสียมากๆ

 

“เดี๋ยวบอกมาก่อนว่าเกิดอะไรขึ้น” ผมรั้งข้อมือของเค้าเอาไว้ก่อนจะบีบจนแน่นแม้ว่าแรงของผมจะไม่มากเท่าเค้าแต่อย่างน้อยก็ควรจะรับรู้ว่าผมอยู่ในอารมณ์ไหน ผมรู้ว่าตอนนี้นายหัวกำลังโกรธเป็นไฟเพราะฉะนั้นผมก็ควรจะเป็นน้ำให้เค้าสินะ

 

“เกิดเรื่องกับจานิดหน่อย”

 

“งั้นก็บอกมา”

 

“โธ่ระหว่างเดินทางค่อยเล่าไม่ได้เหรอ เรารีบไปกันเถอะ”

 

“ถ้านายหัวยังไม่ใจเย็นกว่านี้ผมจะไม่ให้ไป” นายหัวดูเงียบไปชั่วขณะเลยทีเดียวเมื่อเจอคำพูดประโยคนี้ของผมไป

 

“ก็ได้เค้ายอมแล้ว” สุดท้ายนายหัวก็ใจเย็นลง แต่กว่าจะลงได้ต้องเจอคำขู่ของผมไปถึงจะยอม

 

“เล่าครับ”

 

“จาถูกยิงนะ”

 

“ว่าไงนะครับ แล้วทำไมเพิ่งบอก”

 

“แล้วเมื่อกี้ใครใช้ให้ใจเย็นกันครับ”

 

“นายหัวก็

 

“รีบไปสนามบินกันเถอะ”

 

“จะรีบร้อนไปไหนกันครับป่านนี้จาคงปลอดภัยแล้ว”

 

“คนมันใจร้อนแถมยังเป็นห่วงลูกอีกต่าหาก” นายหัวกลายเป็นพ่อที่ห่วงลูกไปทันทีเลยครับก่อนจะรีบพาผมกลับบ้านและบอกให้พี่เทพไปส่งที่สนามบินพอมาถึงก็ต้องรออีกเพราะเที่ยวบินก่อนหน้านี้เพิ่งออกไปเมื่อไม่นาน

 

สรุปใครคือคนที่อยากรีบไปแต่ดันต้องมานั่งรอแบบนี้ละครับ

 

“งอนเหรอ”

 

“ยังมีหน้ามาถาม บอกแล้วนะว่าไม่ต้องรีบถึงยังไงจาก็ปลอดภัยอยู่แล้ว” ผมกอดอกเบือนหน้าหนี นายหัวขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะโอบไหล่ผมเอาไว้ คนเยอะนะเนี่ยทำไมไม่อายบ้าง

 

ชิชะ!

 

“ปล่อย คนมอง”

 

“ช่างคนประไร เมียใครใครก็หวง” กอดแน่นกว่าเดิมอีกครับไม่น่าเลยผม

 

เฮ้อปล่อยไปเถอะครับถึงจะพูดยังไงนายหัวก็ไม่มีทางยอมอยู่ดี ดีไม่ดีจะทำมากกว่าโอบไหล่ก็ได้ใครจะไปรู้

 

 

 

หลังจากที่นั่งบ่นกันอยู่สองคนเวลามันก็ล่วงเลยจนได้ยินเสียงพนักงานเรียกให้ไปขึ้นเครื่อง นายหัวก็รีบไปต่อแถวทันทีเลยครับไม่รีบเปล่าดันลากผมไปด้วยถึงจะรีบให้ตายยังไงก็ต้องรอคนอื่นขึ้นเครื่องให้เต็มก่อนอยู่ดี

 

พอมาถึงดอนเมืองก็มีรถของที่บ้านที่จาวาไปอยู่มารอรับอยู่แล้วระหว่างทางไปบ้านนายหัวก็เล่าเรื่องที่เค้ายกจาวาให้ใครคนหนึ่งไปดูแลให้ผมฟัง ตอนแรกผมก็งงๆ นั่นแหละครับว่าเรื่องแบบนี้มีด้วยเหรอนึกว่าจะมีแต่ในละครหรือนิยายซะอีกไม่อยากจะคิดว่าชีวิตจาวาจะเหมือนเจ้าหญิงพลัดพรากจากพ่อแม่ที่แท้จริงขนาดนี้ ไหนจะต้องไปเสี่ยงชีวิตอยู่กับครอบครัวของมาเฟียอีกละครับ

 

“สมน้ำหน้า” พอนายหัวเล่าจบผมก็เริ่มปริปากทันทีเลยครับ “อยากเป็นพ่อที่ใจร้ายยกลูกให้คนอื่นดีนัก เป็นยังไงละครับทีนี้ก็ต้องมานั้งหวงและห่วงลูกจนได้”

 

“ใช่เรื่องที่จะมาพูดแบบนี้เหรอครับเมีย” นายหัวถอนหายใจไม่รู้กี่ครั้งแล้วครับ

 

“หรือไม่จริง ส่งลูกมาอยู่กับมาเฟียแท้ๆ ก็น่าจะรู้นี่ว่ามันเสี่ยงแค่ไหน แต่จะว่าไปใครหน้าไหนจะยอมให้เมียตัวเองเป็นอันตรายหรือนายหัวยอมครับ” พูดเรื่องไอ้จาเสร็จก็วกกลับมาหานายหัวต่อ

 

“ใครจะไปยอมละครับ” ขยับเข้ามาหาผมกอดเอวไว้ซะแน่นแต่ที่แน่ๆ หอมแก้มผมซะฟอดใหญ่ อย่างน้อยก็ควรจะอายลุงคนขับรถที่มารับพวกเราสองคนบ้างนะครับสามี

 

ว่าไปนั่นในที่สุดก็มาถึงบ้านที่จาวามันพักอยู่ ผมว่าบ้านตัวเองใหญ่แล้วนะแต่พอมาเจอบ้านว่าที่สามีไอ้จาเข้าไปใหญ่กว่าเยอะครับ ประตูรั้วถูกเปิดออกเหมือนกำลังรอการมาของพวกเราสองคนเลย พอรถจอดสนิทนายหัวก็รีบเปิดประตูรถก้าวขาออกไปทันทีจนผมต้องรีบตามลงไปด้วยแล้วรั้งข้อมือของเค้าเอาไว้ซะก่อนที่จะเข้าไปอาละวาดในบ้าน

 

“สัญญาก่อนว่าจะใจเย็น”

 

“ไม่สัญญาได้ไหม?”

 

“ก็ลองดู!” ผมเชิดหน้าใส่นายหัวก่อนจะเป็นฝ่ายเดินนำเข้าไป ทุกคนกำลังรอพวกเราอยู่จริงๆ ด้วยครับพอมาถึงก็ถูกชายชราคนหนึ่งเชิญให้เดินขึ้นไปด้านบนซึ่งเป็นห้องรับแขกดีๆ นี่เอง

 

วินาทีแรกที่นายหัวเห็นผู้ชายร่างสูงคนหนึ่งยืนอยู่เค้าแทบจะวิ่งเข้าไปเลยละครับดีนะที่ผมรั้งไว้ได้ทันจนเค้าใจเย็นลง

 

“ลูกฉันล่ะ?” นายหัวเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงไม่ค่อยเป็นมิตร ในห้องนี้ไม่ได้มีแค่พวกเราสองคนแต่ยังมีผู้ชายร่างสูงที่ดูเหมือนจะเป็นว่าที่สามีของเพื่อนผมกับชายชราคนหนึ่งที่มีหญิงสาวยืนอยู่ข้างๆ ด้วยครับ

 

“ยังไม่ฟื้นครับ” ท่าทางสำนึกผิดมากๆ เห็นแล้วสงสาร แต่อย่าคิดไปไกลผมรักสามีคนเดียว แถมของเพื่อนไม่สนับสนุนให้แย่งนะครับ

 

“ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่าอย่าให้จาเป็นอะไร?” คราวนี้ผมห้ามไม่ทันจริงๆ ครับแถมอารมณ์ของนายหัวก็ร้อนระอุจนผมแทบแย่ เค้าพุ่งไปหาผู้ชายตรงหน้าพร้อมทั้งกระชากคอเสื้อเอาไว้และดูท่าว่าคนถูกกระทำจะไม่ขัดขืนเลย

 

“บ้าเฮ้ย!

 

ผัวะ!

 

ตายผัวดันไปต่อยหน้ามาเฟียซะได้ หาเรื่องตายแล้วไง แต่ว่าที่พ่อตาคงยกเว้นมั้งครับ อย่ามัวคิดมากเลยรีบเข้าไปห้ามก่อนจะไปกันใหญ่ดีกว่า

 

“นายหัว หยุดนะครับ”

 

“ปล่อยฉันนะ เดือนสิบสอง”

 

“ถ้าผมปล่อย คุณก็ไปต่อยเค้าอีกนะสิ”

 

“ก็บอกให้ปล่อยไง”

 

เพี๊ยะ!

 

คราวนี้เป็นผมซะมากกว่าที่เป็นฝ่ายตบหน้านายหัวเพราะอยากให้เค้าสงบสติอารมณ์ให้เย็นลงและดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะได้สติแล้วครับถึงได้ยกมือขึ้นไปจับข้างแก้มของตัวเองที่ถูกผมตบไปเมื่อกี้

 

“เดือนสิบสอง”

 

“เราสัญญากันแล้วนะ”

 

“ก็มัน

 

“หยุดครับ” ผมพูดขู่เค้าออกไปจนนายหัวยอมหยุดและยืนสงบสติอารมณ์ “ผมขอโทษแทนนายหัวด้วยนะครับเพราะเค้าเป็นห่วงจาวามากไปหน่อย จนต้องทำเรื่องไม่ดีแบบนี้” ผมพูดพร้อมทั้งยกมือไหว้ชายชราที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ท่านยิ้มให้ผมท่าทางเป็นมิตรมากๆ เลยครับแถมเหมือนจะไม่โกรธที่นายหัวไปต่อยหน้าหลานชายเค้าด้วย

 

“ฉันเข้าใจดีเพราะถึงยังไงหลานของฉันก็มีส่วนผิดด้วย”

 

“ขอบคุณครับ”

 

“พ่อเดือนสิบสอง” เสียงของไอ้จาดังขึ้นมาเรียกสติทุกคนในห้องนี้ได้เป็นอย่างดีเลยละครับ แล้วไอ้สภาพร่างกายที่มีเลือดไหลซึมออกมามันคืออะไร?

 

หึเป็นห่วงเค้าละสิถึงได้รีบวิ่งออกมาแบบนี้โดยที่ไม่ห่วงตัวเองเลยผมส่ายหัวให้กับท่าทางของมัน ไม่รู้อะไรเลยแถมยังปกป้องเค้าต่อหน้านายหัวอีกต่างหาก การแย่งชิงเกิดขึ้นแล้วสิครับเพราะนายหัวต้องการให้ไอ้จากลับตรังแต่เชื่อผมสิว่ามันไม่ยอม การทะเลาะกันทำให้ชายชราตรงหน้าต้องเดินออกไปเพราะเหนื่อยหน่ายละมั้งครับ

 

ผมมองหน้าไอ้จาก่อนจะรั้งนายหัวเอาไว้เพราะตอนนี้มันดูจะปกป้องผู้ชายคนนี้ซะเหลือเกินต่อให้บังคับยังไงมันก็คงไม่กลับอยู่ดีจนสุดท้ายคำตอบที่ผมคิดเอาไว้ก็ถูกเอ่ยออกมา

 

“ผมยังไม่อยากกลับตอนนี้ คำตอบของไอ้จาทำให้นายหัวโกรธจนเดินออกไปจากห้องเลยละครับ ส่วนผมก่อนจะจากไปก็ไม่ลืมอวยพรพร้อมบอกลา

 

ฮาๆ เพื่อนผมท่าทางจะขายออก แต่ที่แน่ๆ ได้ผัวแก่ไม่ต่างกันแต่ของมันดูจะเสี่ยงไปหน่อย แต่ผู้ชายที่ไหนบ้างจะยอมให้เมียตัวเองตายไปต่อหน้าต่อตา ยิ่งเป็นมาเฟียด้วยยิ่งไม่มีทาง!!!

 

“นายหัว” ผมรีบวิ่งออกมาก่อนจะรั้งแขนนายหัวเอาไว้ เค้าดูจะโกรธมากจริงๆ สีหน้าดูดุโคตรๆ

 

“รู้แล้ว ที่ไม่เถียงก็ยอมสุดๆ แล้วเนี่ย”

 

“น่ารักจริง สามีใครเนี่ย?” ผมยิ้มเยาะหยิกแก้มนายหัวส่ายไปมา ขอบอกว่าแสดงความรักกันไม่อายใครเลยทั้งๆ ที่ตอนนี้เรายังไม่ได้ออกไปจากบ้านหลังนี้ด้วยซ้ำไป

 

“ขอโทษด้วยนะที่คนแก่อย่างฉันมาขัดจังหวะ แต่ฉันต้องขอโทษแทนหลานชายด้วย เรื่องแบบนี้จะไม่เกิดขึ้นอีกแน่นอน” ผมไม่รู้ว่าคุณปู่ท่านมายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เพราะก่อนหน้านี้ท่านก็ขอตัวไปพักผ่อนแล้ว

 

“ผมคงไม่มั่นใจหรอกครับ ในเมื่อพวกคุณทุกคนคือมาเฟีย” นายหัวยังรักษาระดับความไม่พอใจได้ดีมากๆ เลยละครับ

 

“สมกับที่เป็นนายหัวจริงๆ เลยนะ แต่ถึงอย่างไรก็ตาม ฉันก็ยังยืนยันคำเดิมที่จะเอาหนูจามาเป็นหลานสะใภ้”

 

“หึ! ผมคงพูดอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้หรอกครับ เพราะหน้าที่ของผมหมดไปตั้งนานแล้วและอีกอย่างจาก็คงไม่อยากกลับ  แต่ผมก็หวังนะครับว่าท่านจะพูดความจริงเกี่ยวกับอดีตให้ลูกผมรู้เพราะผมเชื่อว่าท่านคงมีเหตุผลมากพอที่เลือกจาวา”

 

“เธอนี่อ่านทางคนอื่นเก่งจริงๆ เลยนะ”

 

“ขอบคุณครับ งั้นผมคงต้องขอตัวกลับก่อนถ้าครั้งหน้าจาบาดเจ็บอีกต่อให้ท่านยกแม่น้ำทั้งห้ามาผมก็จะพาจากลับตรัง ขอตัวนะครับ”

 

“ผมลานะครับสวัสดีครับ” ผมหันมาส่งยิ้มให้กับท่านก่อนจะเดินตามแรงกระชากของนายหัวไป ผู้ชายอะไรก็ไม่รู้พูดจายอกย้อนแม้กระทั่งคนแก่จริงๆ เลยละครับ ว่าแต่พวกเค้ามีความลับอะไรกันอีกเนี่ย แต่ผมอย่าไปอยากรู้เลยเพราะเรื่องพวกนี้ไอ้จามากกว่าที่สมควรจะรู้

 

นายหัวไม่ได้พาผมกลับตรังในทันที เพราะมันดึกมากแล้ว แถมเที่ยวบินก็คงหมดแล้วด้วย แต่เค้าก็ไม่ได้พาผมกลับบ้านอยู่ดี ดันพากลับไปที่คอนโดของผมโดยรถแท็กซี่ แถมสีหน้าคนข้างๆ ผมยังบูดสุดๆ ไปเลยครับ พอแท็กซี่เข้ามาจอดที่คอนโดนายหัวก็รีบจ่ายเงินและลากผมลงจากรถขึ้นไปด้านบน ไม่พูดไม่จาสักคำจนเราเข้ามาอยู่ในห้องด้วยกันเรียบร้อย

 

“สามี โกรธเค้าหรือเปล่า” ผมเดินเข้าไปหานั่งลงบนตักของนายหัวที่เอาแต่ถอนหายใจ ด้วยอารมณ์บูดอยู่ตรงโซฟา

 

“จะไปโกรธอะไรได้” พูดเหมือนยอมผมเลยครับแต่เปล่าหรอกเค้ากำลังประชด

 

“แหม! สามีเค้าขอโทษ”

 

“อย่ามายั่ว” นายหัวเบือนหน้าหนี แล้วผมไปยั่วเค้าตอนไหนไม่ทราบก็แค่พูด

 

“เค้ายั่วตรงไหน”

 

“ตรงนี้นี่แหละ ฮึยว่าจะไม่กดแล้วนะ แต่ขอเถอะถ้าจะยั่วขนาดนี้ อย่ามาบ่นว่าเมื้อยก็แล้วกัน ตุบ!

 

สามีโหดซะอุ้มผมไปวางลงบนโซฟาก่อนจะกดจนตัวผมนอนราบแล้วเค้าก็ขึ้นมานั่งคร่อมด้านบนสายตาแบบว่าหื่นจัดเต็มมากๆ

 

“ใครห้าม”

 

อิอิ ผมออกจะนิสัยดีอย่างน้อยไม่ใช่คนที่เริ่มก่อนก็แล้วกัน(หรือเปล่า)ก็ไม่รู้สิครับ เพราะนายหัวเพิ่งบอกไปหยกๆ ว่าผมยั่วเค้า

 

หึ!

 

นายหัวก้มหน้าลงมาหาผมก่อนจะกดจูบที่ริมฝีปากเคล้าคลึงอย่างอ่อนโยน แต่ให้ตายสิลมหายใจแทบขาดหายหัวใจแทบหยุดเต้น ทำเหมือนเราไม่เคยจูบกันมาก่อนแต่ที่แน่ๆ จูบนี้ทำเอาลมหายใจผมแทบขาด

 

ริมฝีปากแสนร้ายกาจไล่ต้อนผมเรื่อยๆ กดจูบเบาๆ ที่ลำคอแถมยังซาดิสท์ไปกัดที่หูให้ผมได้ร้องครางอีกต่างหาก ผมไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเสื้อที่ตัวเองใส่อยู่ถูกถอดออกไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ที่แน่ๆ ท่อนบนไม่มีอะไรเหลือแล้วละครับ

 

“อื้อ อย่ากัด” ผมร้องครางเมื่อฟันคมๆ ของนายหัวกัดที่หัวนมของผมก่อนจะดูดกลืนจนร่างสั่นสะท้านไปหมดทั้งตัว

 

อ๊ากกกกกกกกกกก!

 

ผมคิดผิดหรือเปล่าที่ยอมให้เค้ากด

 

หึเสียงหัวเราะเยาะเย้ยในลำคอดังขึ้นมาราวกับว่าสะใจที่ได้หยอกล้อผมอยู่แบบนี้จนแทบคลั่ง มือหนาไล่ต้อนไปเรื่อยๆ ตามลำตัวแผ่นหลังจบลงที่กางเกงก่อนจะถอดมันออกจนไม่เหลืออะไรให้ผมสวมใส่อยู่เลย ให้ตายสิตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำอะไรบ้าๆ บนโซฟาแบบนี้มาก่อนเลยจะทำก็แค่ที่เตียงในห้องน้ำเท่านั้นเองรู้สึกเขินยังไงก็ไม่รู้สิครับ

 

งื้อออออออ! ผมยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหน้าตัวเองเมื่อรับรู้ได้ว่าควรจะมีความเขินอยู่ในตัวบ้าง

 

“เมียจ๋าถ้าจะอายตอนนี้ไม่ทันแล้วครับ”

 

นายหัวยิ้มเยาะกดจูบลงมาเบาๆ ที่หน้าท้องบอกตามตรงมันรู้สึกปั่นป่วนไปหมดไม่ใช่แค่ผมคนเดียวแต่อย่าลืมสิครับว่ายังมีลูกอยู่ในร่างกายของผมด้วย

 

“พ่อว่าจะทนแล้วนะ แต่แม่ของลูกดันยั่ว เพราะฉะนั้นทำตัวดีๆ ไว้นะลูกรัก”

 

จุ๊บ

 

คนบ้าพูดกับลูกแต่ทำเอาแม่ของลูกเขินจนตัวแตกไปเลยทีเดียว

 

อื้อออ

 

 

 


- ตัด ตามหาอ่านจากแหล่งอื่นนะคะ -

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

74 ความคิดเห็น

  1. #70 NaokiChun (@NaokiChun) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 18:53
    อยากอ่านของจาวาจัง
    #70
    0
  2. #47 จัสวายเอง คนที่อู้มาอ่านนิยายไง (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:57
    อยากอ่านของจาวาจังเลยค่ะ มีรึเปล่าคะ???

    #47
    0