ตอนที่ 36 : ตอนพิเศษ วันลอยกระทง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 971
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    4 ก.ย. 59



    

 

 ตอนพิเศษวันลอยกระทง

 

หาวๆๆ

“เดือนสิบสอง” น้ำเสียงคุ้นหูดังขึ้นมาก่อนที่ร่างสูงของสามีสุดที่รักของผมจะเดินตามออกมาจากห้อง

“อะไร”

“ไม่ใช่เด็กแล้วนะ”

“ก็เค้าง่วงนี่” หันไปจ้องหน้านายหัวที่มองผมด้วยสายตาที่อธิบายไม่ถูก แต่นายหัวก็คงทำใจไปตั้งนานแล้วเพราะนิสัยนี้ของผมไม่เคยเปลี่ยนหรอกครับ อิอิ

“เมื่อคืนก็หลับซะสบาย ยังมาบ่นว่าง่วงอีกนะครับ”

“เหรอครับคุณสามีไหนลองสาบานมาสิครับ ว่าเมื่อคืนนายหัวไม่ได้ชวนผมออกกำลังกายนะ”

“พูดซะดูดีเชียวครับ”

“แน่นอน” เชิดหน้าใส่ก่อนจะเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร ซึ่งพี่แหวนเตรียมมื้อเช้ารอไว้ให้พวกเราเรียบร้อยแล้ว

“พี่แหวน เช้านี้มีอะไรให้กินบ้างครับ” ผมเดินเข้าไปนั่งที่เก้าอี้ตัวประจำมุมขวาข้างๆ กับนายหัวเพราะเค้าจะเป็นคนนั่งหัวโต๊ะ

“ข้าวต้มอย่างเคยค่ะ อาหารเช้าทานเบาๆ นะคะ”

“เบาทุกมื้อเลยครับ”

“แต่ก็ชอบไม่ใช่เหรอคะ” พี่แหวนยิ้มให้ผมก่อนจะยกข้าวต้มมาตั้งไว้ตรงหน้า

“ก็พี่แหวนทำอร่อยกว่านายหัวนี่ครับ” อ้อนใส่พี่แหวนแต่เช้าเลยแต่มันคือเรื่องจริง “ว่าแต่นายหัวยังไม่ตามมาอีกเหรอเนี่ย” หันกลับไปมองยังทางที่ผมเดินมาแต่ไม่เห็นวี่แววของนายหัวเลย

“สงสัยจะคุยโทรศัพท์อยู่นะคะ”

“คุยกับใครนัก”

“ช่วงนี้นายหัวงานยุ่งนะคะ” พี่แหวนแก้ตัวให้เจ้านายเค้าทันทีเลยครับ

“ครับๆ ผมเข้าใจแล้วครับ เดี๋ยวรอนายหัวก่อนละกันครับ พี่แหวนไปทำงานต่อเถอะ”

“ค่ะ” พอพี่แหวนเดินออกไปแล้วผมก็ลุกตามครับก่อนจะเดินตามหานายหัวก็เห็นว่าเค้ากำลังยืนคุยโทรศัพท์อยู่จริงๆ ด้วยเหมือนสำคัญมากจนต้องออกมาหลบมุมคุยด้านนอกแนะ

“ขอโทษทีครับ แต่ผมคงไปไม่ได้”

ขอโทษใคร? แล้วจะไปไหนทำไมถึงไปไม่ได้

“เอาไว้ผมจะเลี้ยงมื้อค่ำชดเชยละกันครับ”

มีเลี้ยงมื้อค่ำชดเชยด้วย หนอยนายหัวแอบนอกใจหรือเปล่าเนี่ยทำไมถึงพูดจาชวนน่าสงสัยขนาดนี่นะแถมยังเข้าไปฟังใกล้ๆ ไม่ได้อีก

โอ๊ยเครียดอยากรู้ว่านายหัวคุยอะไรกับใคร

“นายหัว!” เกินจะทนครับ จนสุดท้ายผมก็ปรี๊ดแตก ต้องเรียกเค้าซะดังเหมือนนายหัวจะรู้ตัวก็เลยหันกลับมามองหน้าผมก่อนจะกดวางสายไป

“คุยกับใคร”

“ไม่มีอะไรนี่ครับ” พูดจาซะหวานเชียวก่อนจะเดินเข้ามาโอบเอวผม

“ไม่ต้องมาแตะ” ผลักมือนายหัวให้ออกห่างจากเอวก่อนจะเบี่ยงตัวหนี

“เดือนสิบสอง”

“ไม่ต้องมาพูดดีหรอก บอกมาเดี๋ยวนี้นะว่าคุยกับใคร” ถึงกับต้องขึ้นเสียงทันทีเพราะนายหัวไม่ยอมบอกผมสักทีว่าคุยกับใคร

“อย่าอาละวาดได้ไหม”

“ก็บอกมาสักทีสิ ว่าคุยกับใคร? ทำไมถึงไม่บอกละหรือมีอะไรปิดบังอยู่” รู้สึกหน้าร้อนผ่าวทันทีดวงตาทั้งสองข้างก็ร้อนแถมยังมีน้ำใสๆ ไหลออกมาอีกต่างหาก

“อะอึก ฮือๆ ไอ้คนโกหก” สุดท้ายน้ำตาก็ไหลออกมาจนได้

“เดือนสิบสอง”

“เกลียดจอมพล!” พูดจบก็เดินหนีออกมาซะดื้อๆ เลยครับแถมยังไม่ยอมกลับไปที่โต๊ะอาหารแต่เดินหนีลงมาด้านล่างแทนก่อนจะเดินลัดเลาะไปจนถึงสวนด้านหลังก็เห็นว่าพวกคนงานกำลังนั่งล้อมวงกันอยู่แถมยังเห็นพี่แหวนยืนอยู่ใกล้ๆ ด้วย

รีบปาดน้ำตาที่ไหลอยู่ออกจนหมดก่อนจะเดินเข้าไปหาทุกคน พอเดินเข้าไปใกล้เรื่อยๆ เสียงที่ไม่ได้ยินก็กลับชัดเจนขึ้น

“ถ้าคุณหนูเห็นต้องดีใจแน่ๆ เลย” เสียงคนงานคนหนึ่งเอ่ยออกมาอย่างดีใจและแน่นอนว่าคุณหนูที่เค้าพูดกันก็คือผม

“ใช่ๆ แล้วงานนี้นายจะจัดใหญ่แค่ไหนนะ”

งานอะไร?

“นี่ๆ สวยไหม? อยากให้คุณหนูมานั่งทำด้วยจัง” ผมขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเข้าไปใหญ่เมื่อได้ยินคำพูดมากมายที่ออกมาจากปากของคนงานด้านหน้า แถมแต่ละคำที่เอ่ยออกมานั้นก็ล้วนแล้วแต่เกี่ยวกับผมทั้งนั้น

 

หมับ!

ขาทั้งสองข้างที่กำลังจะก้าวเดินไปข้างหน้าก็ต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อร่างกายรู้สึกได้ถึงอ้อมกอดที่คุ้นเคยสวมกอดผมจากด้านหลัง

“ขอโทษนะครับ ที่ทำให้ร้องไห้ แต่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ ยกโทษให้ได้ไหม” ผมไม่คิดว่านายหัวจะตามมาเพราะท่าทางของเค้าเหมือนจะไม่พอใจมากๆ ที่ผมอาละวาดออกไปก่อนหน้านี้

“ตอนแรกกะไว้เซอร์ไพร์ส แต่ที่ไหนได้โดนโกรธซะก่อน ถ้าไม่รีบง้อมีหวังต้องถูกเกลียดจริงๆ แน่นอน” นายหัวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนพร้อมทั้งวางใบหน้าหล่อของเค้าลงบนบ่าของผม

“จอมพล”

“วันนี้นะ วันลอยกระทงไม่ใช่เหรอ?”

“เอ๋!” ผมอุทานขึ้นมาอย่างแปลกใจเพราะถึงยังไงก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่าวันนี้คือวันอะไร

“ที่ได้ยินตอนคุยโทรศัพท์ ไม่มีอะไรหรอกนะ แค่ปฏิเสธเค้าไปเพราะอยากอยู่กับเดือนสิบสองมากกว่า” นายหัวขยับตัวผมให้หันกลับไปมองหน้าเค้า

“อยากลอยกระทงกับเดือนสิบสอง เพราะมันเป็นปีแรกของพวกเราสองคน”

“จอมพล” ผมยิ้มดีใจพร้อมกับน้ำตาที่ไหนออกมาใครจะไปรู้ว่าผู้ชายคนนี้จะโรแมนติกเป็นกับเค้าด้วย

“กลายเป็นคนที่สนใจรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ไปตั้งแต่เมื่อไหร่แล้วเนี่ย”

“ตั้งแต่มีเดือนสิบสองมั้งครับ”

“เลี่ยน!” นายหัวยื่นมือข้างหนึ่งของเค้ามาบีบปลายจมูกของผมพร้อมทั้งส่ายไปมาก่อนจะก้มหน้าลงมากดจูบที่แก้มทั้งสองข้างของผม

“ไปทำกระทงกันดีกว่านะครับ”

“ทำไมเป็น”

“เดี๋ยวสอนให้ ไม่ยากหรอกครับ”

“ทำเป็นด้วยเหรอครับ?” ถามระหว่างที่ถูกจับมือให้เดินตามไปหาพวกคนงานและพี่แหวนที่กำลังนั่งทำกระทงกันอยู่

“มันคงไม่ยากไปกว่าการจับเดือนสิบสองปล้ำ เวลาอยากรักหรอกนะครับ”

“นี่ยังจะมาพูดจาหื่นๆ อีก”

 

ครึ่งชั่วโมงต่อมา

“จอมพล แล้วมันจะลอยได้เหรอ? ไหนว่าทำเป็นล่ะ ดูสิยังกับเด็กๆ ช่วยกันทำให้เละซะมากกว่าอีก” ผมจ้องหน้านายหัวที่นั่งยิ้มแหย่ๆ ก่อนที่สายตาจะเบือนไปมองกระทงที่พวกเราสองคนช่วยกันทำ อย่าว่าช่วยทำเลยดีกว่าครับเพราะตอนนี้มันมีแค่อุปกรณ์ที่วางอยู่แล้วเอามาวางทับๆ กันซะมากกว่า

“ยากกว่าจับเดือนสิบสองปล้ำจริงๆ ด้วยนะเนี่ย”

“จอมพล!!!

“อิอิ” เสียงหัวเราะที่ได้ยินไม่ต้องสงสัยหรอกครับเพราะมันมาจากน้ำเสียงของพวกคนงานที่ดูจะมีความสุขเมื่อเห็นผมกับนายหัวหยอกล้อกันแบบหื่นๆ

“เดี๋ยวเอาของพวกเราก็ได้ค่ะนาย ทำไว้เยอะเลย” คนงานหญิงคนหนึ่งเอ่ยออกมาก่อนจะยื่นกระทงมาตรงหน้าผมกับนายหัว

พูดได้คำเดียว สวยกว่าที่ผมกับนายหัวช่วยกันทำอีกครับ

“ขอบใจนะ” นายหัวยื่นมือไปรับกระทงมาถือเอาไว้ก่อนจะเงยหน้ามาสบตาผม “เราคงไม่ต้องช่วยกันทำให้มันเละแล้วล่ะ”

“ชิส์สุดท้ายก็ทำไม่เป็น” แอบจิกครับเพราะนายหัวคุยโม้โอ้อวดไว้ซะเยอะเชียว

“ก็ทุกที จาวาเป็นคนทำนี่”

“แล้วไหนบอกว่าทำเป็นละครับ”

“นึกว่าจะง่าย แต่ไม่ได้ทำนานแล้ว ก็ลืมๆ กันบ้างแหละคนมันแก่แล้วนี่ครับ” แถครับแถมยังแถได้ซะดูดีเชียว

“ครับ แก่”

“ยอมเรื่องนี้เรื่องเดียวนะ แต่เรื่องอื่นทำเป็นหมดโดยเฉพาะอุ้มเดือนสิบสองขึ้นเตียงนี่แหละ ถนัดเชียว”

“นายหัว!!!

“ฮาๆ เอ้าทุกคน ถ้าทำเสร็จแล้วก็ไปลอยกันเลยดีกว่า ดูท่าทางเดือนสิบสองจะอยากลอยเต็มทีแล้ว”

“อยากลอยนายหัวไปไกลๆ ซะมากกว่า” ผมแอบแขวะคนตรงหน้าแต่นายหัวกลับไม่สนใจจับมือผมแล้วพาเดินไปที่ลำธารแทน

“กล้าเหรอ?”

“ลองดูไหมล่ะ”

“ไม่ครับงั้นเราไปลอยกระทงกันดีกว่า” นายหัวลุกขึ้นยืนก่อนจะชวนผมไปลอยกระทงซึ่งสถานที่ก็ไม่ได้ไกลนักเพราะด้านหลังของบ้านจะมีลำธารอยู่

“เดี๋ยวสิ เค้าต้องตัดเล็บ เศษผม แล้วก็อื่นๆ อีกมากมายใส่ไปในกระทงด้วยไม่ใช่เหรอ”

“รู้ด้วย” นายหัวหรี่ตามองผมยิ้มๆ

“ไม่ได้ฉลาดน้อยขนาดนั้นนะครับ ไม่งั้นจะจับนายหัวจอมพลได้ยังไง”

“ยอมให้จับต่างหากล่ะ”

“พอเลยมัวแต่พูดเล่นอยู่นั่นแหละครับ” เถียงกันจนเหนื่อยครับสุดท้ายก็ลงมือปฏิบัติการตามที่ว่าจนได้และแน่นอนว่าได้ลอยสองคนสุดท้ายเชียวละคงเพราะคนอื่นๆ ไม่อยากรอฟังเสียงพวกเราทะเลาะกันละมั้ง

“อธิฐานนะครับ” นายหัวบอกกับผมหลังจากที่เค้าจุดธูปกับเทียนเรียบร้อยแล้วแต่ดูท่าลมจะแรงมากเทียนถึงริบหรี่แบบนี้

“ครับ” ผมตอบรับก่อนจะตั้งใจอธิฐานแบบสุดๆ พอเงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นว่านายหัวอธิฐานเสร็จเรียบร้อยแล้ว

“เอาล่ะ เดี๋ยวเราวางกระทงนี่พร้อมๆ กันนะ”

“สวยจังเลย จอมพล” หลังจากที่กระทงลอยไปตามลำธารแล้วผมก็เอ่ยออกมาเมื่อเห็นภาพกระทงมากมายของพวกเราที่ลอยตามๆ กันไปในสายน้ำแห่งนี้

“เมื่อกี้อธิฐานว่าอะไรครับ” นายหัวช่วยพยุงตัวผมลุกขึ้นก่อนจะพาเดินเล่นแถวสวนด้านหลัง

“ไม่บอก”

“นิดนึง”

“แล้วจอมพลล่ะ อธิฐานอะไร” ผมหยุดเดินก่อนจะจ้องหน้านายหัว

“เดือนสิบสองอธิฐานอะไร จอมพลก็ว่าอย่างนั้นแหละ เพราะเราใช้หัวใจดวงเดียวกันอธิฐาน” นายหัวพูดจาได้โคตรจะเลี่ยนเลยครับแต่อย่างน้อยๆ ก็ทำให้ผมมีความสุขหัวใจเต้นตุบตับเชียวครับ

“เลี่ยน”

“ฮาๆ อธิฐานว่าเลี่ยนเหรอ”

“ตลก”

“โอเคๆ ไม่อยากรู้ก็ได้ครับ”

“จอมพลบ้า” สุดท้ายก็เป็นผมที่ต้องเขินเพราะเขาอยู่ดีครับ



____________________________________

ลืมลง ลงให้แล้วนะคะ...


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

74 ความคิดเห็น