ตอนที่ 12 : ตอนที่10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20774
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 172 ครั้ง
    3 ธ.ค. 61

ตอนที่10


          หลังจากประกาศรายชื่อนางสนมใหม่เสร็จ หลี่หลงเทียนก็เสด็จกลับห้องทรงอักษรที่ตำหนักหยางจงซึ่งเป็นตำหนักส่วนพระองค์ ส่วนห้องทรงอักษรนี้ก็เป็นห้องสำคัญของตำหนัก หากไม่ได้รับอนุญาตใครก็ไม่มีสิทธิ์ได้เข้าไป แม้แต่หวงโฮว่ก็ไม่ได้รับสิทธ์นั้น หลี่เต๋อซานที่เดินตามนายเหนือหัวอยู่เบื้องหลังตั้งแต่เสด็จออกมาจากตำหนักซิ่นหลิง เมื่อเข้าในห้องทรงอักษรเรียบร้อยแล้วจึงเอ่ยถามเรื่องการถวายการรับใช้ในคืนนี้ เพราะตอนนี้เป็นเวลายามไฮ่แล้ว

          “ทูลหวงช่าง คืนนี้ต้องการให้ผู้ใดถวายการปรนนิบัติพะยะค่ะ”

          “หวังซือเมี่ยว" จักรพรรดิหนุ่มฉกรรจ์เอ่ยชื่อหญิงสาวตระกูลหวังออกกมา แต่แล้วจู่ๆ ใบหน้างดงามพิลาสล้ำของหญิงสาวออกคนก็โพล่มาในมโนสำนึก

          “เดี๋ยวก่อน! หลี่เต๋อซาน”

          “พะ พะยะค่ะ หวงช่าง” สุรเสียงเคร่งขรึมดุดันเปล่งออกมาจากริมฝีปากหยักหนา ส่งผลให้หลี่เต๋อซานที่กำลังถอยหลังไปที่ประตูถึงกับสะดุ้งโหยงตกใจอย่างช่วยไม่ได้ จนหลี่เต๋อซานละล่ำละลักขานรับ

          แม้เขาจะอยู่กับจักรพรรดิมาเป็นเวลายี่สิบกว่าปีแล้วก็ตาม แต่เขาก็ไม่เคยชินกับสุรเสียงดุดันเคร่งขรึมเย็นชาของพระองค์เสียที ช่างแตกต่างกันยิ่งนักเวลาที่นายเหนือหัวเอ่ยกับสนมชายารักทั้งหลายของพระองค์ ด้วยสุรเสียงอบอุ่นอ่อนโยน แม้จะเป็นแค่การเสแสร้ง แต่ก็ทำให้เขาไม่สะดุ้งสะเทือนเท่าใดนัก

          “เจิ้นเปลี่ยนใจแล้ว ให้ซูฟางเซียนมาแทน” แม้สุรเสียงจะราบเรียบเฉยชา แต่ดวงตากลับฉายประกายเจ้าเล่ห์แวววาวอยู่ชั่วครู่ก่อนจะจางหายไป

          “พะยะค่ะ หวงช่าง” หลี่เต๋อซานนั้นไม่รู้สึกแปลกใจอันใด เพราะเข้าใจว่านายเหนือหัวคงหลงใหลในความงามของซูฟางเซียนจึงได้เปลี่ยนใจจากหวังซือเมี่ยว คาดว่าอีกไม่นานซูฟางเซียนผู้นี้คงเป็นที่โปรดปรานไม่มากก็น้อย

         หลี่เต๋อซานไม่รอช้ารีบก้าวถอยหลังไปเปิดประตูออกมาจากห้องทรงงาน ก่อนจะค่อยๆ ปิดประตูลงอย่างเบามือเพื่อไม่ให้เป็นการลบกวนองค์จักรพรรดิที่กำลังนั่งอ่านฎีกาที่เหล่าขุนนางปัญญานิ่มถวายมา

          “เกาจิ้ง ให้คนไปเตรียมเกี้ยว แล้วตามข้าไปเรือนหนิงอัน”

          “ขอรับหลี่กงกง” เกาจิ้งขันทีผู้ช่วยของหลี่เต๋อซานเอ่ยรับคำก่อนจะแยกตัวไปสั่งให้คนจัดเตียมเกี้ยว

          ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าเวลานี้องค์จักรพรรดิต้องเสด็จไปประทับที่ตำหนักใดตำหนักหนึ่งของสนมชายาทั้งหลาย หรือไม่ก็จะส่งเกี่ยวไปรับมาที่ตำหนังหยางจงแทน ไม่รู้ว่าคืนนี้สนมนางใดจะเป็นผู้โชคดีที่ได้ปรนนิบัติองค์หวงตี้แต่คาดว่าน่าจะเป็นเหล่าสนมใหม่ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งในวันนี้ หากนางผู้นั้นปรนนิบัติได้ดีก็อาจมีสิทธิ์ได้เลื่อนขั้น แต่หากปรนนิบัติไม่ดีเห็นทีชีวิตในวังคงลำบากมิใช่น้อย


          สนมไฉเหรินที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งทั้งห้าสิบคนถูกพามาที่เรือนหนิงอัน เรือนหลังนี้มีขนาดใหญ่ แบ่งเป็นเจ็ดห้อง มีห้าห้องนอน หนึ่งห้องทานอาหาร และหนึ่งห้องอาบน้ำ ตรงกลางเรือนมีโถงนั่งเล่นผ่อนคลาย ห้องนอนหนึ่งห้องสามารถพักได้สิบคน ชานหน้านเรือนมีโต๊ะน้ำชาและเบอะลองนั่งไว้ให้นั่งเล่นได้

          หลังจากเก็บของใช้จำเป็นของตนเข้าที่เรียบร้อยแล้วสนมใหม่ทั้งห้าสิบคนก็ถูกเหล่ากูกูจัดการอาบน้ำขัดสีฉวีวรรณแต่งตัวรอคอยคำสั่งให้เข้าเฝ้าถวายตัวในค่ำคืนนี้ แม้ไม่รู้ว่าใครจะโชคดีแต่สนมทุกนางก็ต้องเตรียมตัวกันทุกคนเพื่อป้องกันการผิดพลาด ซูฟางเซียนเองก็รู้สึกตื่นเต้นผสมกับความหวาดกลัว ยิ่งได้รู้ว่าคนที่จะเป็นสามีของนางคือใครในใจก็นึกหวั่น กลัวเหลือเกินว่านางจะทำให้เขาไม่พอใจแม้ครั้งหนึ่งในชีวิตจะเคยกระทำเรื่องอย่างว่ามาแต่ก็ไม่รู้ว่ามันดีแค่ไหนเพราะหากดีจริงบางทีนางอาจตะไม่ต้องมาอยู่ที่นี่เสียด้วยซ้ำ

          “นี่พวกเจ้าว่าคืนนี้หวงช่างจะมีรับสั่งให้ใครถวายการรับใช้หรือ” เจียงหวั่นชิงเอ่ยถามเสียงหวานด้วยความอยากรู้ ตอนนี้ในหัวสมองน้อยๆ ของนางกำลังคิดถึงใบหน้าหล่อเหลาคมเข้มดุดันของผู้ที่จะเป็นสวามีของนางอยู่ เพียงคราแรกที่พบพระพักตร์ตอนที่นางลอบแอบมองหัวใจดวงน้อยของนางก็สั่นไหวอย่างรุนแรง วินาทีนั้นนางก็รู้ตัวว่าได้ยกหัวใจของตนให้กับพระองค์ไปเสียแล้ว

          “ท่านพ่อของข้าบอกว่าหวงช่างมีพระสนมที่ทรงโปรดปรานอยู่ไม่มาก อาจจะเป็นถานกุ้ยเฟย หม่ากุ้ยเฟย จูซู่เฟย ต่งเต๋อเฟย เฉินเสียนเฟย เหวินจาวหรง ซ่งซิวหยี  ลู่ซิวหรง จวงฉงหรง สุ่ยฉงเยี่ยนหรือจ้าวเจี๋ยอวี้ก็ได้” ซูฟางเซียนตอบเสียงหวานเรียบเย็นเช่นปกติ หากแต่ในใจกลับรู้สึกหงุดหงิดอย่างไรชอบกลยามเอ่ยถึงสตรีที่เขาคยนนั้นโปรดปราน

          “โอ้โห! นี่ขนาดว่ามีที่โปรดปรานไม่มากก็ปาเข้าไปตั้งสิบสองคน แล้วที่ไม่โปรดปรานล่ะเท่าไหร่” สวีรั่วหลานถึงกับอุทานออกมาเสียงดังด้วยความตื่นตะลึง

          ในขณะที่สวีรั่วหลานกำลังให้ความสนใจกับสิ่งที่ได้ยิน เจียงหวั่นชิงก็กำลังนึกวาดฝันว่าตนจะได้เป็นหนึ่งในคนที่องค์หวงตี้โปรดปราน ซูฟางเซียนใช่ว่าจะนิ่งเฉย นางคอยสังเกตพฤติกรรมของสหายทั้งสองอยู่ตลอดเวลาเพื่อความไม่ประมาท

          “จะรับสั่งให้ผู้ใดถวายงานก็แล้วแต่ ยังไงก็คงมิมีพวกเจ้าอยู่ในนั้นแน่นอน” เสียงหวานที่ถูกดัดจนเลี่ยนเอ่ยแทรกขึ้นมา ไม่ใช่ใครที่ไหนหากแต่เป็นเหว่ยเหยียนเหยียนกับสหายของนาง เหว่ยเหยียนเหยียนมีรูปโฉมงดงามเย้ายวน จริตจะก้านมารยาล้วนแพรวพราว ยิ่งมีผู้ให้ท้ายที่สูงศักดิ์อย่างเหว่ยไท่โฮว่ หวงโฮว่และไท่จื่อนางยิ่งไม่เกรงใจใครคอยระรานผู้อื่นไปทั่ว โดยเฉพาะผู้ที่นางไม่ชอบหน้าตั้งแต่แรกเห็นอย่างซูฟางเซียน

          “จะมีหรือไม่เจ้าหาได้เป็นผู้ตัดสินไม่ ผู้ที่จะตัดสินได้มีเพียงหวงช่างเท่านั้น” สวีรั่วหลานเอ่ยปากออกโรงปกป้องสหาย

          สวีรั่วหลานและเจียงหวั่นชิงทราบดีว่าเหว่ยเหยียนเหยียนมิใคร่ชมชอบซูฟางเซียนเท่าใดนัก เนื่องจากสหายของพวกนางงดงามโดดเด่นยิ่งกว่าใครและดูจะเป็นที่สนใจของผู้อื่นอยู่มาก เรื่องนี้ทำให้เหว่ยเหยียนเหยียนที่มั่นใจในความงามของตนและโดดเด่นมาโดยตลอดไม่พอใจเป็นอย่างมากที่โดนสตรีอีกคนมาแบ่งแย่งความสนใจนั้นไปจากตน

          “เฮอะ! แล้วอย่างไรต่อให้ได้ถวายตัวก็ใช่ว่าจะเป็นที่โปรดปรานเสียเมื่อไหร่ สตรีที่มาจากบ้านป่าเมืองเถื่อนอย่างเมืองซงยางจะมัดใจหวงช่างได้อย่างไรก็มิรู้ หึหึหึ” เหว่ยเหยียนเหยียนและสหายของนางต่างหัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนานเมื่อได้เอ่ยวาจาเหยียดหยามดูถูกผู้ที่นางไม่ชอบใจ ครั้นเมื่อจนพอใจแล้วจึงยอมเดินจากไปหากแต่ไม่วายทิ้งสายตาดูถูกไว้ให้อีกฝ่ายเจ็บใจเล่น

          “ฟางเซียนทำไมเจ้าไม่ตอบโต้นางบ้าง เจ้าก็เหมือนกันหวั่นชิงเหตุใดเจ้ามิช่วยข้าตอบโต้นาง” สวีรั่วหลานต่อว่าสหายทั้งสอง

          ซูฟางเซียนนั่งนิ่งเงียบใบหน้าเรียบเฉยมุมปากยังคงประดับรอยยิ้มน้อยๆไว้ตลอดเวลา ส่วนเจียงหวั่นชิงก็เอาแต่นั่งเหม่อลอยไม่สนใจรอบด้าน ดวงตาฉายแววประหลาดยากจะขาดเดา เห็นแล้วไม่สบอารมณ์นางยิ่งนัก

          “ข้าขอโทษพวกเจ้าด้วย พอดีข้ารู้สึกมิค่อยสบายนะ” เจียงหวั่นชิงเอ่ยปากแก้ตัว ด้วยไม่อยากให้ใครรู้ความในใจของตน

          “ข้าเองก็มิได้สนใจสิ่งที่พวกนางพูดหรอก เจ้าอย่าคิดอะไรมากไปเลย” ซูฟางเซียนก็เอ่ยไปตามที่ตนคิด เพราะถึงอย่างไรนางก็เชื่อว่าจะได้พบองค์จักรพรรดิผู้นั้นแน่นนอน

          “ช่างเถอะ ช่างเถอะ” สวีรั่วหลานกล่าวพรางถอนหายใจอย่างจัดใจ

          “ซูไฉเหริน ซูไฉเหริน” หลีเต๋อซานเดินเข้ามาหาสนมไฉเหรินสามคนที่นั่งจับกลุ่มคุณกันอยู่ตรงชานเรือน

          “อ้าว! หลี่กงกง” ซูฟางเซียนได้ยินเสียงเรียกจึงหันกลับไปมอง เมื่อรู้ว่าผู้ที่มาเรียกคือหลี่เต๋อซานจึงลุกขึ้นพรางก้มศรีษะเล็กน้อยเป็นการทำความเคารพผู้อาวุโสกว่า

          “ซูไฉเหรินหวงช่างรับสั่งให้ท่านเข้าเฝ้า เชิญ” หลี่เต๋อซานเมื่อเห็นกิริยามารยาทของโฉมงามตรงหน้าก็ยิ่งเอ็นดูนางเป็นพิเศษ สนมหลายคนที่พอได้ยินว่าจักรพรรดิรับสั่งหาก็แทบจะกระโดดขึ้นเกี้ยวเองโดยไม่ต้องเอ่ยบอก ช่างยากนักที่จะเจอคนที่มีมารยาทเช่นนี้

          “เจ้าค่ะ” ซูฟางเซียนเอ่ยพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ก่อนจะเดินตามหลี่เต๋อซานไปที่เกี้ยวแต่จู่ๆ เมื่อนึกถึงเรื่องบางอย่างขึ้นมาได้ หญิงสาวก็หันกลับไปหาสหายทั้งสองก่อนจะเอ่ยบอกกับเจียงหวั่นชิงที่ยืนมองนางด้วยสายตาอยากจะคาดเดา “หวั่นชิงเจ้ามิสบายอย่าลืมทานยาแล้วนอนพักผ่อนล่ะ”

          เจียงหวั่นชิงเพียงยิ้มและพยักหน้ารับ ทั้งที่ในใจกำลังตื่นตระหนกที่นางโกหกซูฟางเซียนไม่ได้

          หากเป็นคนอื่นคงคิดว่าซูฟางเซียนนอกจากจะมีรูปโฉมงดงามดุจเทพธิดาแล้วยังมีจิตใจดีงามดุจพระโพธิสัตว์ แต่เจียงหวั่นชิงทราบดีว่าอีกฝ่ายคงทราบถึงตัวตนที่แท้จริงของนางแล้ว

          อีกด้านของเรือนหนิงอัน หวังซือเมี่ยวกำลังยืนมองเหตุการณ์ด้านนอกด้วยสายตาเย็นชา ความจริงแล้วคืนนี้ควรจะเป็นนางที่ได้ถวายตัวตามรับสั่งของหวังไท่โฮว่ แต่ทุกอย่างกลับไม่เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ จักรพรรดิรับสั่งให้หญิงสาวอีกคนถวายงานแทนที่จะเป็นนาง ทรงทำเช่นนี้ไม่ใช่เป็นการหักหน้าพระราชมารดาของพระองค์เองหรอกหรือ พรุ่งนี้เช้าหากหวังไท่โฮว่ทรงทราบจะเป็นอย่างไร เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วริมฝีปากบางรูปกระจับก็พลันแสยะยิ้มเจ้าเล่ห์ หากแต่รอยยิ้มนี้กลับไปไม่ถึงดวงตาคมเข้มที่ตอนนี้มืดดำหม่นมัวคล้ายมีม่านหมอกมาบดบัง


     

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 172 ครั้ง

1,650 ความคิดเห็น

  1. #1232 veraya2099 (@veraya2099) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 กันยายน 2560 / 00:32
    ฮ่องเต้เอาไม่เลือกจริงๆ ก่อนเข้ากินไปสิบ ต่อมาเหลือกินอีกสี่สิบ ใช้ผู้หญิงเปลืองยิ่งกว่าผ้าเช็ดหน้าเสียอีก
    #1232
    0
  2. วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 18:33
    ฮ่องเต้เนี่ยกินไม่เลือกเลยเนอะ ก่อนตอนเข้ารอบ300คน ก็เรียกไปชิมไป 10 ตนแล้วพอเหลือ50คนจะมากินนางเอกเรา น้องสาวแม่นางเอกก็เอาหลานสาวเข้ามาก็จะเอา อะไรว้า นางเอกแค่เข้าวังมาแก้แค้นเฉยๆไม่ได้ให้เรียกเอากินหน่า ทำไมไม่เอานังคนแรกที่เรียกไว้ล่ะ เนี่ยคงจะอยากจะขัดใจพระมารดาละซิ เลยเอานางเอกเป็นหมากยั่วโททะพระมารดา แล้วนังคนแรกนั้นรู้ล่วงหน้าอีกว่าว่าผู้เรียกไปนอนด้วยเพราะมีคนถือหางใหญ่นิเอง
    #837
    0
  3. #408 Kanmanee2 (@Kanmanee2) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2560 / 22:36
    ฮ่องเต้สมั้ยก่อนให้ความรู้สึกเหมือนตาแก่บ้ากามเอาดะอย่างเดียว
    ผู้หญิงนี้กะตัวสั่นอยากจะเอ่อ ถวายตัวแล้วกันเหอะๆ
    #408
    1
    • #408-1 byunnie (@gamsai89) (จากตอนที่ 12)
      15 กรกฎาคม 2560 / 23:57
      เอาจริงๆการมีสนมเยอะนั้นคือการวางฐานอำนาจตัวเองด้วยนะคะ
      ไม่ใช่แค่เรื่องบนเตียงแต่เป็นเรื่องการเมืองด้วยค่ะ
      สนมที่มาจากตระกูลใหญ่ๆก็จะเป็นกำลังให้ฮ่องเต้ได้
      สนมบางคนมีไว้คานอำนาจกันก็มีค่ะ เรียกได้ว่ามีไว้ปรับสมดุลอำนาจ
      ถ้าฮ่องเต้ไม่แข็งแรงหรือว่ายังพึ่งวัยรุ่นๆส่วนใหญ่จะใช้วิธีแต่งสนมตระกูลใหญ่ๆสร้ามอำนาจทั้งนั้น
      หรือไม่ก็เป็นพวกขุ่นนางเองที่จัดแจงส่งลูกสาวตัวเองเข้าวังเพื่ออำนาจวาสนา
      เรียกได้ว่าวังหลังเองก็เป็นการเมืองไม่แพ้วังหน้าหรอกค่ะ
      สนมที่เข้ามาก็ต้องดิ้นรนถวายตัวให้โปรดปรานเพื่อความอยู่รอด
      ไม่ว่าจะเพื่อตัวเอง เพื่อตระกูล แล้วถ้ามีลูกก็ต้องสู้เพื่อลูกตัวเองอีก
      #408-1
  4. #126 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2560 / 18:00
    อดใจรอนางเอกเอาคืนไม่ไหว
    #126
    1
    • #126-1 turtle.B (@_beerbjp) (จากตอนที่ 12)
      23 พฤษภาคม 2560 / 18:03
      นางเริ่มเอาคืนแล้วนะ
      #126-1
  5. #91 moon2406 (@moon2406) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 21:14
    สนุกมาก ขอบคุณคะ
    #91
    1
  6. #90 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 20:27
    รออออออออออ
    #90
    1
  7. #89 ตาล (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2560 / 19:33
    เรื่องนี้หนัก ๆ ดิ่
    #89
    1