ซูฟางเซียน หทัยราชันย์

ตอนที่ 17 : ตอนที่15

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 96 ครั้ง
    5 ธ.ค. 61


ตอนที่15

          ขบวนเสด็จมุ่งหน้าไปที่ตำหนักซือเสียน แต่ระหว่างทางที่ผ่านสระเหลียนฮวาก็มีเสียงเซียวไพเราะ แต่เศร้าโศก อ้างว้าง ดังขึ้นพร้อมๆ กับกลิ่นหอมรวยระรินของบุปผาลอยมาตามสายลม ทำให้คนในเกี้ยวสีทองสลักลายมังกรพอจะเดาได้ว่าผู้ใดเป็นคนเป่า
          “หยุดเกี้ยว” สุรเสียงเฉยชาเปล่งออกมาจากริมฝีปากหยักหนา พร้อมกับเกี้ยวที่ถูกวางลงอย่างนุ่มนวล
          วรกายสูงใหญ่กำยำในอาภรณ์คลุมกายลายมังกรผงาดสีทอง ผมเกล้าขึ้นแล้วด้วยครอบกวานรัดเกล้าครอบผม ลวดลายมังกรคาบแก้ว ก้าวลงจากเกี้ยวท่าทางองอาจสง่างาม ใบหน้าหล่อเหลาคมคายดุดันหันไปมองทางสะพานข้ามสระเหลียนฮวา ซึ่งคาดว่าน่าจะเป็นที่มาของเสียงเซียว
          หลี่เต๋อซานเห็นนายเหนือหัวเดินไปทางสระเหลียนฮวา ก็หมายจะเดินตามไป แต่ก็ต้องหยุดเมื่อหลี่หลงเทียนยกมือห้ามจึงจำต้องยืนรออยู่กับขบวนเกี้ยว ในใจได้แต่นึกว่าผู้ใดกันที่อาจหาญมาเป่าเซียวเรียกร้องความสนใจจากจักรพรรดิ
          หลี่หลงเทียนเดินตามเสียงเซียวขึ้นมาบนสะพาน ดวงตาสีรัตติกาลคมกริบทอดมองร่างเพรียวระหงเบื้องหน้า ชายอาภรณ์ฟ้าขาวปลิดปลิวพริ้วไหวไปตามจังหวะสายลม ใบหน้างดงามพิลาสล้ำแหงนมองดวงจันทร์ ในขณะที่มือเรียวบางขาวราวกับหิมะและริมฝีปากอิ่มสีแดงสดบรรเลงบทเพลงผ่านเสียงเซียวหยกขาว เส้นผมสีดำเงางามถูกเกล้าปักปิ่นทองลายบุปผา ปอยผมร่วงหล่นคลอเคลียกับลำคอระเหิดระหงดูเย้ายวนชวนให้กระหายแนบชิดสนิทเสน่หายิ่ง
          ซูฟางเซียนรู้สึกถึงการมาของใครอีกคนจึงหยุดเป่าเซียวแล้วหันไปมองและนางก็ไม่ผิดหวังเมื่อคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าคือคนที่นางกำลังรอคอยอยู่ หลี่หลงเทียนสบประสานสายตาคมกริบของตนกับดวงตาดอกท้อหวานซึ้งปนโศกของสตรีงามล่มเมืองเบื้องหน้าด้วยความประหลาดใจ ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นตกใจ ดวงตาคู่งามของร่างเพรียวระหงเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสพิสุทธิ์ 
          ซูฟางเซียนไม่เสียเวลาคิดอะไรนาน นางวิ่งตรงเข้าหาชายหนุ่มฉกรรจ์ แล้ววาดแขนเรียวงามโอบกอดเอวสอบทันที การกระทำของนางทำให้หลี่หลงเทียนผู้เยือกเย็นถึงผงะตกใจ
          “พี่เทียน! ข้าคิดถึงท่านพ่อ ท่านแม่และท่านพี่ ฮือ ฮือ อึก ฮือ” เสียงที่เคยหวานเรียบเย็น ตอนนี้แหบพร่าจือด้วยเสียงสะอื้นไห้อย่างน่าสงสาร
          “เสี่ยวเซียนเกิดอะไรขึ้น เป็นอะไร” หลี่หลงเทียนได้ยินหญิงสาวเรียกตนว่าพี่เทียนไม่ใช่หวงช่างจึงสอดวงแขนแข็งแกร่งรั้งเอวบางคอดกิ่วกอดตอบหญิงสาว พรางเอ่ยถามด้วยเสียงทุ้มนุ่มนวล
          “พี่เทียน ฮือ ท่านอยู่กับข้าได้หรือไม่ ฮือ ท่านอย่าไปไหน นะ นะ ข้า ฮือ อึก ข้ายอมให้ท่าน อึก ทำอะไรกับข้าก็ได้ ฮือ อึก นะ” เสียงสะอื้นร่ำไห้ปนออดอ้อนของซูฟางเซียนทำให้หลี่หลงเทียนแปลกใจว่าเหตุใดสตรีที่ค่อนข้างจะเยือกเย็นเช่นนางจึงเสียน้ำตา
          แต่ทันทีที่หญิงสาวเงยใบหน้างามนองน้ำตาขึ้น ดวงตาคู่งามแดงก่ำน่าสงสารส่งสายตาออดอ้อนมาให้เขา และกลิ่นหอมหวานจากนางก็ทำให้เขาลืมสิ้นทุกอย่าง แม้แต่เอวบางอ่อนช้อยของเฉินเสียนเฟยพระราชชายาผู้ที่มีลีลารักและมักจะทำให้เขาสุขสมผ่อนคลาย ที่คิดจะไปเยือนในค่ำคืนนี้
          วงแขนแกร่งช้อนอุ้มร่างระหงขึ้นมาแนบอก ก่อนจะเดินลงจากสะพานตรงไปยังตำหนักช่างลี่โดยไม่พูดจาสิ่งใด ซูฟางเซียนวาดแขนเรียวคล้องคออีกฝ่าย ซุกซบใบหน้าเปอะเปื้อนน้ำตาลงบนแผงอกกว้างกำยำของเขา ริมฝีปากอิ่มสีแดงสดเหยียดยิ้มพึงพอใจกับการแสดงของตนที่ยังใช้การได้เช่นเดิม
          ทันทีที่หลี่เต๋อซานได้เห็นพระวรกายสูงส่งของจักรพรรดิก้าวเดินมาพร้อมกับเรือนร่างระหงงดงามในอ้อมพระกรก็รีบเดินเข้าไปหา
          “หวงช่างให้กระหม่อมช่วยดีหรือไม่พะยะค่ะ” หลี่เต๋อซานรีบออกตัวช่วยเหลือทันที ตั้งแต่ได้รับใช้หวงตี้พระองค์นี้มา เขาไม่เคยเห็นพระองค์ทรงให้ความสำคัญกับใครเท่านี้มาก่อนเลย
          “มิต้อง เราจะไปตำหนักช่างลี่”
         ไม่ต้องเอื้อนเอ่ยอะไรให้มากความหลี่เต๋อซานก็เข้าใจได้ทันทีว่านายดเหนือหัวเปลี่ยนใจเสด็จไปตำหนักช่างลี่ของสนมซูเจี๋ยอวี้แทนตำหนักซือเสียนของเฉินเสียนเฟย การกระทำเช่นนี้ไม่เพียงแสดงให้เห็นถึงความโปรดปรานที่มีต่อสนมซูเจี๋ยอวี้ แต่ยังเป็นการตบหน้าเฉินเสียนเฟยและตระกูลเฉินจนแทบกระอักเลือดอีกด้วย คืนนี้ฝ่ายในอาจได้ยินเสียงขว้างปาข้าวของและเสียงกรีดร้องคร่ำครวญไปจนเช้าและคาดว่าพรุ่งนี้เช้าคงมีข่าวลือให้ผู้คนได้ซุบซิบนินทาไปอีกหลายวันทีเดียว

          หลี่หลงเทียนบรรจงวางร่างเพรียวระหงลงบนเตียงนอนอย่างเบามือ ก่อนจะพาร่างสูงกำยำของตนนั่งลงหันแผ่นหลังแกร่งพิงพนักหัวเตียง ซูฟางเซียนแอบลอบยิ้มแล้วตีสีหน้าเศร้าโศกเหงาหงอยแนบตัวพิงอกกำยำของเขา
          “เสี่ยวเซียน รู้หรือไม่ว่าการกระทำเช่นนี้ จะทำให้ผู้อื่นมองว่าเจ้ายั่วยวนเจิ้น” เสียงเรียบเย็นชาของเขาทำให้หญิงสาวผู้นั่งพิงอกถึงกับเย็นวาบไปทั่วแผ่นหลัง
          “หม่อมฉันยอมเพคะ ต่อให้ถูกเรียกขานว่าเป็นนางมารจิ้งจอก นางมารร้าย หม่อมฉันก็มิหวาดหวั่น” แม้จะหวาดกลัวต่อความเงียบสงบเยือกเย็นของเขามากเพียงใด แต่เสียงที่ตอบกลับก็ยังคงเรียบเย็นไม่ต่างจากปกติ
          “แล้วมันคุ้มกันหรือกับความสะใจเพียงเล็กน้อย โดยที่ต้องแลกกับชื่อเสียงของเจ้า” แม้จะพูดเหมือนกับว่าไม่พอใจกับสิ่งที่นางทำลงไป แต่ในใจกลับตรงกันข้าม
          ในเมื่อซูฟางเซียนหยิบยื่นโอกาสสร้างความสะใจเล็กน้อยให้ แล้วมีเหตุผลอะไรที่เขาจะไม่ช่วยให้นางได้สุขใจ เพราะเขาเองก็สุขใจเช่นกัน ตลอดเวลาที่ผ่านมาแม้ตระกูลเฉินจะถือข้างตระกูลเหว่ย แต่เฉินถงหลินก็เป็นขุนนางตงฉิน ทำงานรับใช้ราชสำนักอย่างสุจริตไม่มีหลักฐานใดมาเอาผิดได้จนหน้าหมั่นไส้ เสียดายอย่างเดียวคือถือข้างคนผิดและผิดในเรื่องการเป็นผู้นำครอบครัวเท่านั้น
          “คุ้มหรือไม่หวงช่างก็น่าจะทรงทราบดีนะเพคะ” มือเรียวเล็กลูบไล้ซอกซอนผ่านเนื้อผ้าเข้าไปด้านในสัมผัสแผ่นอกกว้างกำยำ ไล่วนลงไปถึงหน้าท้องแข็งแรงเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อจากการฝึกวรยุทธ สัมผัสอันเสียวซ่านของนางแทบจะทำให้เขาคลั่งตาย
          หลี่หลงเทียนไม่อาจปิดกั้นความปรารถนาของตนที่มีต่อหญิงสาวร่างระหงตรงหน้าได้อีกแล้ว ชายหนุ่มรั้งร่างของหญิงสาวในอ้อมอกให้นอนลงก่อนจะพลิกกายขึ้นมาทาบทับ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายโน้มลงมาใกล้ก่อนที่ริมฝีปากหยักหนาจะประกบจูบร้อนแรง ลากไล้แนบชิดอยู่บนกลีบปากอิ่มอ่อนนุ่มหอมหวานของนางอย่างดุดันหื่นกระหาย 
          ซูฟางเซียนไม่คิดจะขัดขืนหรือผลักไส กลับวาดวงแขนเรียวขาวเนียนโอบรัดลำคอแกร่งบดเบียดร่างกายหอมกรุ่นของตนเข้าหาร่างแกร่งจนไม่เหลือแม้แต่ช่องว่างให้สิ่งใดพัดผ่านไปได้ อาภรณ์ที่สวมปกปิดร่างกายก็อันตรธานหายไปหลงเหลือเพียงร่างเปลือยเปล่าของสองชายหญิงที่เกี่ยวกระหวัดรัดรึงโรมรันกันอยู่บนเตียง เสียงหวีดร้องครวญครางไพเราะดังลั่นไปทั่วทั้งตำหนัก ตามอารมณ์เสน่หาปรารถนาร้อนแรงของคนทั้งคู่ จวบจนเกือบฟ้าสางเพลิงพิศวาสจึงมอดดับลงพร้อมกับความเหนื่อยล้าของชายหญิงที่ยังคงอิงแอบแนบชิดกันไม่ห่าง
           หากว่าคืนนี้เจ้าของตำหนักช่างลี่อยู่ในห้วงอารมณ์แห่งความสุขเสน่หา เจ้าของตำหนักซือเสียนก็คงอยู่ในอารมณ์เกรี้ยวกราดและเจ็บปวดจนแทบกระอักเลือดตายเลยทีเดียว เพราะในเช้าวันต่อมาได้ยินแต่เสียงขว้างปาสิ่งของและเสียงกรีดร้องราวกับคนเสียสติดังไปทั่วอาณาเขตบริเวณตำหนักซือเสียน
           เพล้งงงง!! กรี๊ดดดดดดดดด!!!!
           “เพราะมัน! เพราะมันคนเดียวเพราะนางแพศยาแซ่ซูนั่นคนเดียว!”
           ยิ่งคิดยิ่งแค้น ยิ่งนึกถึงก็ยิ่งอับอาย เมื่อคืนนางนั่งถ่างตารอคอยองค์หวงตี้ ตามที่ได้รับแจ้งจากขันทีดูแลฝ่ายใน แต่รอแล้วรอเล่าก็ยังไม่เสด็จ นางก็คิดเอาว่าองค์หวงตี้คงกำลังทรงงานหนักจึงมาช้า ที่ไหนได้องค์หวงตี้ถูกนางปีศาจแพศยาซูฟางเซียนใช้มนต์ดำล่อลวงไปกกถึงตำหนัก แต่นั่นยังไม่น่าเจ็บใจเท่ากับที่นางถูกปล่อยให้นั่งรอยืนรอให้ง่วงหนาวหาวนอนทั้งคืน โดยที่ไม่มีผู้ใดมาแจ้งข่าวนี่สิ น่าเจ็บใจนัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 96 ครั้ง

1,650 ความคิดเห็น

  1. #371 Fleur en Fleur (@phuengz) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2560 / 08:16
    ตอนนี้เด็ดมาก  อยากได้ NC เพิ่มอีกสักหน่อยอ่าา
    #371
    0
  2. #171 S.Tasha (@thacha13012) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2560 / 18:42
    เขาได้กันแล้วค่ะท่านผู้ชม // สะใจ เสียนเฟยนั่งแหกตารอทั้งคืน 555
    #171
    1
    • #171-1 turtle.B (@_beerbjp) (จากตอนที่ 17)
      30 พฤษภาคม 2560 / 22:49
      555555
      #171-1
  3. #142 ดิเดียร์ (@pdeer11) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 21:09
    ห้าๆๆเค้าได้กันแว้ว
    #142
    1
  4. #141 Sky (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 20:33
    เปิดม่านออกโรงเต็มตัวแล้วสิน้องฟาง ลุยโลด
    #141
    1
  5. #139 yanan (@tpyanan) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 18:39
    5555 สะใจ ต่อจากนี้ฝาบาทคงเสด็จบ่อยขึ้นแน่ น้องซูเราไม่ธรรมดา
    #139
    1
  6. #138 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 17:33
    สมน้ำหน้า 555555
    #138
    1
  7. #137 ROSALENE (@faketheway) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 17:21
    สมน้ำหน้า กร๊ากกก
    #137
    1
  8. #136 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 17:04
    สมน้ำหน้า สะใจนังเสียนเฟย555555 รอต่อนะค่ะ
    #136
    1
  9. #135 LowSugarPink (@LowSugarPink) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2560 / 17:00
    สะใจ คนหน้าแหก5555
    #135
    1