ตอนที่ 26 : ตอนที่24

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18798
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 80 ครั้ง
    9 ธ.ค. 61



(ชุดของนางเอกค่ะ ตอนไม่มีเสื้อคลุมขนสัตว์)

ตอนที่24

          ล่วงเลยเข้าสู่เดือนสิบสองเดือนสุดท้ายของปี กลางฤดูหนาวนี้เกล็ดน้ำแข็งสีขาวบริสุทธ์โปรยปรายลงมาจากฟากฟ้า โคมสีแดงมงคลประดับประดาไปทั่วทุกหัวมุมเมืองหลวงและบ้านเรือนทุกหลัง แต่ไม่มีเพียงงานเลี้ยงยิ่งใหญ่เช่นทุกปี มีเพียงการจัดงานเล็กๆ และร่วมรับประทานอาหารกันในครอบครัว ตามความประสงค์ของจักรพรรดิผิงอันอู่ตี้เพื่อไม่ให้เป็นการเอาเปรียบผู้ที่อยู่ในสนามรบปกป้องบ้านเมืองจนเกินไปแต่ก็ไม่ต้องการให้เมืองหลวงเงียบเหงา ส่วนขุนนางก็ให้จัดแค่งานเลี้ยงเล็กๆ ภายในครอบครัวเช่นกัน
          พระราชวังหลวงก็ไม่ต่างกันมีเพียงการนั่งชมการแสดงและรับประทานอาหารร่วมกัน ซึ่งก็มีเพียงจักรพรรดิ หวงโฮว่ ไท่โฮว่ทั้งสอง เหล่าชายาขั้นเฟยและนางสนมอีกไม่กี่นางเท่านั้นที่ได้รับอนุญาต
          แน่นอนว่าซูฟางเซียนเองก็เป็นหนึ่งในนั้น
          ร่างระหงอวบอิ่มมีน้ำมีนวลนั่งอยู่หน้าคันฉ่องทาแป้งผัดหน้าบางๆ ปัดแก้มให้อมชมพูเล็กน้อยวาดคิ้วคันศร แต้มชาดสีแดงบนริมฝีปากอิ่ม ติดฮวาเตี่ยนลวดลายบุปผาสามกลีบบนหน้าผากระหว่างคิ้ว เส้นผมสีดำปีกกาเกล้าเป็นทรงห่วงวิญญาณงูคู่ ประดับด้วยปิ่นทองลายบุปผาที่ใช้อยู่ประจำและชุดปิ่นไข่มุกประดับหยกแดงพร้อมต่างหู ผิวพรรณเนียนนุ่มขาวบริสุทธิ์ดุจหิมะ ตัดกับสีของเสื้อแขนใหญ่ต้าซิ่วซาและกระโปรงจีบทรงกระบอกเอวสูงรัดอก ชายกระโปรงยาวลากพื้นสีแดงเลือดนกปักลายหมู่ตานสีชมพูอ่อนจนเกือบขาว ขอบเสื้อสีดำปักลายดอกหมู่ตานสีแดง ใบหน้างามเอียงซ้ายขาวส่องคันฉ่องมองความเรียบร้อยก็แย้มยิ้มกว้างงดงามอย่างพอใจ
          “พระสนมเสื้อคลุมเพคะ” ซื่อเหนียงที่เห็นพระสนมของตนแต่งหน้าเสร็จแล้วก็นำเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวมาให้ คราแรกนางและตู้เจียวจะเป็นคนแต่งให้พระสนมก็กล่าวว่าต้องการทำเองแต่นางกับตู้เจียวไม่ยอม เถียงกันไปมาสุดท้ายพระสนมก็งัดไม้ตายมาใช้น้ำหูน้ำตาไหลรินจนนางและตู้เจียวใจอ่อนยอมตามใจ
          ซูฟางเซียนพยักหน้ารับพลางลุกขึ้นจากเก้าอี้โดยมีซื่อเหนียงคอยพยุงอย่างเบามือ หลังจากลุกขึ้นยืนมั่นคงหญิงสาวก็กางแขนออกให้ซื่อเหนียงสวมเสื้อคลุมขนจิ้งจอกให้
          “เรียบร้อยแล้วเพคะ”
          “ขอบใจมาก”
          ซูฟางเซียนก้มมองตนเองอย่างพอใจ โดยเฉพาะเสื้อคลุมขนจิ้งจอกขาวที่จักรพรรดิพระราชทานมาให้ตัดเย็บปราณีตงดงามรอยตัดเย็บเนียนกริบไม่มีส่วนไหนหลุดลุ่ยให้ลดทอนความงามลงได้ ทั้งยังให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายมากพอยิ่งกว่าเสื้อคลุมของนางเสียอีก ขนจิ้งจอกสีขาวบริสุทธิ์นุ่มนิ่มตัดกับสีชุดที่นางสวมใส่ก็ยิ่งดูงดงามน่ามองมากขึ้น
          “เกี้ยวเรียบร้อยดีแล้วเจ้าค่ะคุณหนู” ตู้เจียวเดินเข้ามาบอกพร้อมทั้งมองนายหญิงของตนอย่างชื่นชม “คุณหนูของบ่างดงามมากเลยเจ้าค่ะ”
          “หึหึ จริงหรือ” หญิงสาวมองสาวใช้คนสนิทที่เอ่ยชมตนทั้งที่หน้าแดงแจ๋ อย่างนึกขันก็อดเย้าแหย่ไม่ได้
          "จริงสิเจ้าค่ะ! ใช่ไหมซื่อเหนียง" สาวใช้ตัวแสบยืนยันความจริงเสียงแหลม ทั้งยังหันไปขอคำยืนยันจากซื่อเหนียงอีกคน
          ซื่อเหนียงพยักหน้ายืนยันช่วยตู้เจียวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แต่ต่อให้ตู้เจียวไม่ขอ นางก็จะขอยืนยัน นั่งยัน นอนยันเลยว่าพระสนมของนางงดงามที่สุดในแผ่นดินอยู่แล้ว
          "เอาเถอะ! ไปกันได้แล้วเดี๋ยวจะสายเสียเปล่าๆ หึหึ" เมื่อได้คำยืนยันจากคนสนิททั้งสองแล้ว ซูฟางเซียนก็เดินออกจากตำหนักไปขึ้นเกี้ยว เตรียมตัวไปยังตำหนักหยางจงซึ่งเป็นที่จัดงานคืนนี้ นางอยากรู้ว่าจะมีสนมคนไหนถูกเชินมาบ้าง แต่ต่อให้จะมีใครมา ซูฟางเซียนก็เชื่อว่าคืนนี้นางงามไม่ด้อยไปกว่าใคร
          เอ๊ะ! หรือว่าจะมีคนงามกว่านางกันนะ? ถ้ามีคนงามกว่า นางควรจะทำอย่างไรดี?
          คิดแล้วก็แทบหลั่งน้ำตา ช่วงนี้นอกจากเบื่อง่าย หงุดหงิดง่ายแล้ว ซูฟางเซียนยังเจ้าน้ำตาอีก วันก่อนก็ร้องไห้ต่อหน้าสนมเปาหลินไป เมื่อเช้าก็ร้องไห้เพราะคำกระทบกระเทียบของสนมเหม่ยเหริน จนตอนนี้สนมที่ทำให้นางเสียน้ำตาถูกส่งไปบวชชีเสียแล้ว
          เฮ้อ! ตกลงแล้วใครน่าสงสารกว่ากันนะ

          “พระสนมซูเจาอี๋เสด็จ!”
          ซูฟางเซียนเดินเข้ามาหลังจากเสียงขันทีประกาศพลางมองบรรยากาศรอบๆ ตำหนักส่วนพระองค์ ปกติตำหนักหยางจงมักเงียบสงบ เวลานี้กลับมีขันทีนางกำนัลจากหลายตำหนักเดินกันขวักไขว่ โถงตำหนักที่เคยกว้างขวางเงียบสงบ บัดนี้มีหญิงงามหลายนางนั่งเรียงลำดับตามยศตำแหน่ง ทั้งเสียงเครื่องดนตรีบรรเลงเพิ่มสีสัน
          “ถวายพระพรไท่จื่อ ไท่จื่อเฟย องค์ชายทั้งสาม กุ้ยเฟยเหนี่ยงเหนียง ซู่เฟยเหนี่ยงเหนียง เต๋อเฟยเหนี่ยงเหนียงและเสียนเฟยเหนี่ยงเหนียงเพคะ”
          ร่างระหงอวบอิ่มเดินนวยนาดเข้ามาในตำหนักพร้อมกับกลิ่นกายหอมรวยระรินยอบกายคำนับงดงามอ่อนช้อย เรียกความสนใจและริษยาจากผู้คนได้เป็นอย่างดี ปกติความงามที่เหนือล้ำราวเทพธิดาก็สร้างความตื่นตะลึงและริษยามากพออยู่แล้ว มาวันนี้สนมทรงโปรดของจักรพรรดิกลับมาในมาดงามดั่งนางพญามารจิ้งจอกที่คอยล่อลวงบุรุษยิ่งทำให้สนมชายาที่มาก่อนอยากจะแดดิ้นตายเสียให้รู้แล้วรู้รอด ไม่เพียงแต่สนมชายาเท่านั้น แม้แต่องค์ชายทั้งสามกับไท่จื่อและไท่จื่อเฟยก็มองด้วยความสนใจเช่นกันหากแต่ต่างคนต่างอารมณ์
          ไท่จื่อหลี่ฮุ่ยเจี๋ยมองตรงไปยังโฉมสะคราญล่มเมืองที่ยังยอบกายอยู่เบื้องหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย โบกมือหนาของตนคราหนึ่งคล้ายสั่งให้ลุกขึ้น เมื่อซูเจาอี๋คนโปรดของพระบิดาเดินไปนั่งที่ตำแหน่งของตน ซึ่งอยู่ด้านขาวมือของตำแหน่งที่นั่งของจักรพรรดิ แต่อยู่ต่ำกว่าหลายขั้นและที่นั่งของนางก็ตรงกับเขาพอดี
          หลี่ฮุ่ยเจี๋ยยอมรับ ว่าเฉินฟางเอ๋อร์หรือก็คือซูฟางเซียนในเวลาปัจจุบันนี้งดงามยิ่งกว่าเฉินฝูฟางพระชายาของเขา แต่น่าแปลกที่เขาไม่ได้มีแต่แต่เศษเสี้ยวความรู้สึกหลงใหลในความงามของนาง ในใจเขามีเพียงความโกรธและเจ็บใจที่วันนั้นปล่อยให้นางรอดมาได้จนกลายมาเป็นขวากหนามชิ้นใหญ่ในแผนการของเขา
          ยิ่งตอนนี้นางกำลังตั้งครรภ์โอรสของจักรพรรดิก็ยิ่งทำให้แผนการของเขาดูยากขึ้นไปอีก เห็นทีเขาจะต้องลงมือจัดการทำอะไรสักอย่างก่อนที่เด็กนั่นจะเกิดมา
          ความคิดของหลี่ฮุ่ยเจี๋ยไม่ได้ต่างอะไรกับเฉินฝูฟางเลยแม้แต่น้อย หางตางามเหลือบเห็นหลี่ฮุ่ยเจี๋ยมองไปยังน้องสาวสายเลือดเดียวกันที่ฆ่าไม่ตายเฉินฝูฟางก็นึกว่าซูฟางเซียนล่อลวงสวามีตนยิ่งทำให้นางโกรธแค้นยิ่งขึ้น หญิงสาวอุ้มครรภ์สี่เดือนเศษมองไปยังท้องของสตรีที่นั่งอยู่ฝั่งตรงอย่างมาดร้าย
          ต่อให้เจ้ารอดตายกลับมาได้ก็ใช่ว่าจะแย่งทุกสิ่งไปจากข้าได้!
          ใช่ว่าซูฟางเซียนไม่รับรู้ถึงสายตามาดร้ายที่จ้องมองมา เพียงแต่นางไม่อยากจะทำให้คนพวกนั้นรู้ตัวจึงเงียบเฉย แล้วหยิบน้ำหวานขึ้นมาจิบแทนน้ำชาผินหน้าเบนสายตาไปมองทางอื่นคล้ายไม่รับรู้ถึงสายตานั้น
          แต่นางกลับเบนสายตามาสบดวงตาคมกริบสีรัติกาลของใครอีกคนที่มองนางอยู่ก่อนแล้วจึงก้มศีรษะให้เป็นการทำความเคารพ ไม่คิดว่าเหล่าโอรสทุกพระองค์จะมีดวงตาเหมือนกันกับจักรพรรดิทั้งหมด
          อ๋อ! ยกเว้นหลี่ฮุ่ยเจี๋ยไว้คนหนึ่งที่ไม่มีอะไรเหมือนหลี่หลงเทียนเลย
          โอรสทุกคนของหลี่หลงเทียนอย่างน้อยก็ต้องมีดวงตาหรืออะไรสักอย่างที่เหมือนเขา แต่เหตุใดหลี่ฮุ่ยเจี๋ยถึงได้ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความคล้ายคลึง แม้จะเอะใจแต่ซูฟางเซียนก็เลือกที่จะไม่ใส่ใจ เพราะสิ่งที่นางสนใจอยู่คือหลี่หยางเจี้ยน ญาติผู้พี่ที่สบตานางเมื่อครู่
          องค์ชายรองที่เดินทางกลับจากการแสวงหาธรรมะได้ไม่ถึงเดือน มองตรงไปยังซูฟางเซียนที่นั่งจิบน้ำหวานไม่สนใจใคร แต่แล้วเจ้าของใบหน้างามก็หันทางตนพร้อมกับดวงตาดอกท้อสีนิลที่สบประสานเข้ากับดวงตาคมกริบของเขาพอดี น่าแปลกที่ดวงตาคู่งามนั้นกลับสะกดให้เขาหยุดนิ่งราวต้องมนต์ หัวใจแกร่งเต้นกระหน่ำอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แม้สตรีนางนี้จะเหมือนญาติผู้น้องของเขาราวกับคนเดียวกัน แต่มีอย่างหนึ่งที่ต่างกันนั่นคือแววตา ซูฟางเซียนผู้นี้มีความกล้าและเด็ดขาดอยู่ในแววตา ต่างจากเฉินฟางเอ๋อร์ที่มีแต่ความหวาดกลัวและนี่คือสิ่งที่ทำให้ใครต่อใครต่างสับสนงุนงงไปตามๆ กัน
           หลี่เสวียนอู่ลอบสังเกตพี่ชายผู้ธรรมะธรรมโมสบสายตากับซูเจาอี๋ที่ตนไม่ชอบหน้าก็รู้สึกหงุดหงิดใจชอบกล คงจะเป็นเพราะเขาหวงพี่ชายมากเกินไปหรือไม่ก็คงเป็นเพราะนางมารจิ้งจอกตนนั้นบังอาจมาล่อลวงพี่ชายคนดีของเขาเป็นแน่ พอหันไปมองหน้าหลี่หลงหลานก็เห็นว่าน้องชายหน้านิ่งมองซูฟางเซียนตาเป็นประกาย ดวงตาเรียวคมกริบสีนิลเหมือนกับเขาเต็มไปด้วยประกายตาแห่งความชื่นชมยิ่งสร้างความไม่พอใจหลี่เสวียนอู่มากขึ้น
          หึ! นางมารร้ายล่อลวงบิดาเขายังไม่พอนี่นางยังบังอาจมาล่อลวงพี่ชายน้องชายเขาอีก!
          แต่วันนี้วันดีเขาถึงทำอะไรไม่ได้จึงได้แต่นั่งหน้าบูดบึ้งถอนหายใจฟึดฟัดพลางมองค้อนสาเหตุของความหงุดหงิดอย่างลืมตัวแล้วสะบัดหน้าพรืดหนีไปอีกทางอย่างไม่พอใจ
หึหึ!
          ซูฟางเซียนทันได้เห็นอาการค้อนควักของบุรุษหนุ่มราวสิบแปดสิบเก้าปีร่างกายสูงใหญ่กำยำที่ส่งมาให้ตนก็อดหลุดเสียงหัวเราะเล็กน้อยไม่ได้ ยิ่งนางได้มองบุรุษผู้นั้นให้ชัดเจนก็ยิ่งใจสั่นไหวอย่างรุนแรง
          เหมือน! เหมือนมากจริงๆ
          ในหัวมีแต่เสียงตะโกนว่าเหมือนไม่หยุด ไม่อยากจะเชื่อว่าจะมีคนที่เหมือนกันราวกับฝาแฝดขนาดนี้ หากไม่บอกนางคงคิดว่าเป็นฝาแฝดกันจริงๆ ต่างกันก็ตรงที่สีผิว คนผู้นี้มีผิวที่คล้ำแดดกว่า ดูอ่อนวัยกว่าและคงจะเป็นหนึ่งในโอรสของจักรพรรดิ แต่ที่ซูฟางเซียนแปลกใจคือเหตุใดเขาจึงทำเหมือนไม่ค่อยชื่นชอบนางนัก ยิ่งสายตาที่มองมาราวกับนางเป็นนางมารร้ายอย่างไรอย่างนั้น นึกแล้วก็อดเคืองเล็กน้อยไม่ได้ คนอะไรทำหน้าอย่างกับเด็กถูกขัดใจตัวก็ออกจะใหญ่โต หญิงสาวคิดพลางก็ส่ายหัวน้อยๆ แต่แล้วก็ต้องกระวีกระวาดคุกเข่าทันทีที่ได้ยินเสียงประกาศ
          “หวงช่างเสด็จ หวงโฮว่เสด็จ ไท่โฮว่เสด็จ!!” ทันทีที่สี่ผู้สูงศักดิ์เดินเข้ามาในโถง เสียงสรรเสริญถวายคำนับก็ดังขึ้น
          “ถวายพระพรหวงช่าง ถวายพระพรหวงโฮว่ ถวายพระหวงไท่โฮว่ทั้งสอง ขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนานเพคะ!/พะยะค่ะ!” นำโดยจักรพรรดิผิงอันอู่ตี้ ร่างสูงสง่างามกำยำแต่งกายด้วยอาภรณ์สีดำปักลายมังกรห้าเล็บหรูหราสวมทับด้วยเสื้อคลุมขนสัตว์สีดำยิ่งเพิ่มพูนความสง่างามน่าเกรงขามหลายเท่าตัว เกศาดกดำเกล้ามวยขึ้นเก็บด้วยกวานครอบผมลายมังกรคู่ ใบหน้าหล่อเหลาคมคายเรียบเฉยเย็นชา คิ้วเข้มเฉียงดั่งกระบี่ ดวงตาเรียวคมกริบสีนิลเรียบนิ่งฉายประกายเย็นชา จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักหนา หนวดเคราเหนือริมฝีปากถูกจัดแต่งอย่างดี รอบกายมีรัศมีแห่งอำนาจเรืองรองบ่งบอกถึงบารมีเหนือล้ำผู้คน
          ตามด้วยหวงโฮว่เหว่ยฉีหลินที่วันนี้สวมใส่อาภรณ์สีแดงปักลายหงส์ฟ้าสยายปีกเริงระบำสีทองงดงามคลุมทับด้วยเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้ม เส้นเกศาเงางามถูกจัดแต่งไว้อย่างงดงาม ประดับโดยเครื่องทรงเหมาะสมกับตำแหน่งแม่แห่งแผ่นดิน ดวงหน้าเรียวงามที่แม้อายุจะใกล้สี่สิบแล้วแต่ยังคงงดงามสูงค่าไม่จืดจาง ที่โดดเด่นที่สุดเห็นจะเป็นสีของอาภรณ์เพราะเป็นสีแดงเช่นเดียวกับสีอาภรณ์ของซูฟางเซียน แต่ถึงอาภรณ์สีนี้จะทำให้หวงโฮว่ดูงดงาม สูงส่งน่าเกรงขาม เปี่ยมไปด้วยบารมี กลับไม่อาจขับเน้นเสน่ห์ที่ควรมีออกมาได้ต่อให้งดงามแค่ไหนแต่ก็ไร้เสน่ห์ดึงดูใจก็คงไร้ความหมายอยู่ดี
          ซูฟางเซียนเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะลอบยิ้มให้กับความคิดของคนจัดหาชุดนี้ให้หวงโฮว่ไม่ได้ เพียงเท่านี้ก็สามารถทำให้นางมีความสุขได้แล้วเพราะงานนี้ไม่มีใครงามกว่านาง
          ส่วนหวังไท่โฮว่และเหว่ยไท่โฮว่ทีต่างก็อายุเลยหกสิบปีแล้วทั้งคู่ก็ยังคงความงดงามไว้ได้ราวกับคนอายุสี่สิบ ทั้งการแต่งกายก็ยังสง่างามน่าเกรงขามเหมือนกัน หากแต่มีรังสีความเป็นอริจึงทำให้รู้ว่าทั้งคู่ไม่ถูกกันอย่างชัดเจน

          หลี่หลงเทียนเดินไปนั่งยังตำแหน่งประทานที่อยู่สูงสุดโดยมีหวงโฮว่นั่งอยู่เคียงข้าง ถัดไปเป็นไท่โฮว่ทั้งสองนั่งประกบซ้ายขวา ถัดจากนั้นเป็นชายาขั้นเฟยอยู่เบื้องหลัง เบื้องล่างแบ่งเป็นที่นั่งซ้ายขวา
          ด้านขวามือเป็นที่นั่งของนางสนมโดยผู้ที่อยู่สูงสุดคือซูฟางเซียน ตามด้วยจวงเจาหรง เจี๋ยอวี๋เหว่ยเหยียนเหยียน เจี๋ยอวี๋หวังซือเมี่ยว จ้าวเจี๋ยอวี๋ เหม่ยเหรินสวีรั่วหลานและไฉเหรินเจียงหวั่นชิง ส่วนด้านซ้ายมือเป็นหวงไท่จื่อตามด้วยไท่จื่อเฟย องค์ชายรอง องค์ชายสามและองค์ชายสี่
          “ทำตัวตามสบายเถอะ วันนี้เป็นเพียงงานเลี้ยงในครอบครัวเท่านั้น อย่ามากพิธีไปเลย”
          “ขอบพระทัยหวงช่างเพคะ!/พะยะค่ะ!”
          หลังจากลุกขึ้นมานั่งที่แล้ว นางกำนัลจากห้องเครื่องก็ยกอาหารเข้ามา นางกำนัลเกิงอีซึ่งเป็นนางกำนัลรับใช้จักรพรรดิก็ออกมาร่ายรำ จากนั้นก็มีการแสดงแต่ละชุดออกมาเรื่อยๆ แต่ผู้ที่แสดงทุกคนก็มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือหวังให้จักรพรรดิโปรดปรานและถูกเรียกไปถวายตัวในค่ำคืนนี้ แม้จะรู้ว่าอย่างไรคืนนี้จักรพรรดิก็ต้องเสด็จตำหนักเหิงเยว่ เพื่อเฝ้าปีกับหวงโฮว่แต่ตอนนี้งานยังไม่จบพวกนางต่างก็ยังมีหวังกันทั้งนั้น
          เรื่องเช่นนี้ในสายตาของซูฟางเซียนถือว่าเฉยๆ ดีเสียอีกนางจะได้รอดพ้นหูพ้นตาของหวงโฮว่และสนมชายานางอื่นในช่วงนี้ ช่วงที่นางยังไม่พร้อมที่จะรับมือกับสิ่งใด
          “วันนี้เป็นวันดีเจิ้นมีเรื่องจะประกาศ” ขณะที่ทุกคนกำลังเพลิดเพลินกับการแสดงละครหุ่นเชิดอยู่นั้นจักรพรรดิหนุ่มฉกรรจ์ที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ก็เอ่ยขัดขึ้น เมื่อเห็นว่าทุกคนหันมามองที่ตนแล้วหลี่หลงเทียนก็หันมาพยักหน้าให้หลี่เต๋อซานเป็นเชิงอนุญาต
          หลี่เต๋อซานเองก็โค้งคำนับรับคำถือม้วนราชโองการสีทองเดินออกมาประกาศทำให้ทุกคนที่อยู่ในบริเวณต้องคุกเข่ารับฟังประกาศ
          “วันที่สามสิบเอ็ด เดือนสิบสอง ปีชงหยวนที่ยี่สิบ บัดนี้ถึงเวลาอันสมควรแล้วแก่การมอบหมายหน้าที่และฐานันดร
          องค์ชายรองหลี่หยางเจี้ยนแต่งตั้งเป็นอ๋องขั้นหนึ่ง พระราชทานราชทินนาม เหริน 仁 แปลว่ามนุษยธรรม เป็นเหรินอ๋อง ให้ดูแลเรื่องการศึกษาของสำนักบัณฑิตกับราชครูหวัง
          องค์ชายสามหลี่เสวียนอู่แต่งตั้งเป็นอ๋องขั้นหนึ่ง พระราชทานราชทินนาม หย่ง 勇 แปลว่าความกล้าหาญ เป็นหย่งอ๋อง ให้ช่วยเหลือการศึกสงครามกับแม่ทัพใหญ่ซูเฟยจวิน
          องค์ชายสี่หลี่หลงหลานแต่งตั้งเป็นอ๋องขั้นหนึ่ง พระราชทานราชทินนาม เซี่ยว 孝 แปลว่ากตัญญู เป็นเซี่ยวอ๋อง ให้ช่วยหวงไท่จื่อและอัครมหาเสนาบดีเหว่ยดูแลเรื่องราชกิจ จบราชโองการ!”
           “ขอบพระทัยหวงช่าง ขอทรงพระเจริญหมื่นปี หมื่นปี หมื่น หมื่นปี!” สิ้นเสียงประกาศของหลี่เต๋อซานทุกคนที่อยู่ในโถงตำหนักหยางจงต่างนิ่งค้างตกตะลึง รู้ตัวอีกทีก็ตอนเสียงของอ๋องใหม่ทั้งสามเอ่ยขอบพระทัย หากเป็นการมอบตำแหน่งอ๋องทั่วไปคงไม่มีใครตกใจเช่นนี้แต่นี่จักรพรรดิทรงแต่งตั้งโอรสเป็นอ๋องที่เหมือนคนคุมนักโทษ
           ส่งเหรินอ๋องหลี่หยางเจี้ยนผู้มีธรรมสูงไปอยู่กับราชครูหวังซึ่งเป็นหนึ่งในสามขั้วอำนาจ หากมองเผินๆ ก็คงคิดว่าจักรพรรดิคงทนกับนิสัยเหมือนนักบวชของโอรสไม่ไหวเลยหางานให้ทำแต่จริงๆ แล้วคือการส่งคนของตนไปจับผิดและควบคุมความประพฤติของราชคูรหวัง
          ทั้งยังส่งหย่งอ๋องหลี่เสวียนอู่จอมบ้าพลังไปช่วยงานแม่ทัพใหญ่ ใช่ว่าเป็นการให้โอรสจับตาดูความเคลื่อนไหวของกองทัพตระกูลซูอยู่หรือ แต่ถ้ามองอีกด้านนี่คือการส่งโอรสไปศึกษาการศึกสงครามกับแม่ทัพใหญ่เพื่อสร้างจอมทัพรักษาบ้านเมืองคนใหม่ไปพร้อมๆ กับการเปิดโอกาสให้ซูเฟยหลิงได้แสดงความสามารถของตนเพื่อที่จะได้ขึ้นเป็นแม่ทัพใหญ่แทนบิดาได้อย่างไร้ขอกังขาในอนาคต
           ยิ่งไปกว่านั้นยังส่งเซี่ยวอ๋องหลี่หลงหลานหน้าตายแต่มากเล่ห์ให้ไปช่วยงานไท่จื่อและอัครมหาเสนาบดีเฒ่าเหว่ยจินสือนี่ยิ่งไม่เท่ากับส่งความหายนะไปหรอกหรือ เซี่ยวอ๋องผู้นี้แม้จะเป็นคนชอบทำหน้าไร้ความรู้สึก แต่มีความคิดความอ่านคล้ายจักรพรรดิยากจะคาดเดาทิศทางคงต้องสร้างความลำบากให้ไท่จื่อไม่มากก็น้อย
          หากมองให้ลึกกว่านี้จะรู้ว่านี่ไม่ใช่การส่งคนไปขัดขวางฝ่ายตรงข้ามของจักรพรรดิ แต่นี่คือการปูทางสู่อนาคตให้บุตรชายของผู้เป็นบิดาคนหนึ่งเท่านั้น! ไม่นานข่าวการแต่งตั้งอ๋องทั้งสามก็กระจายไปทั่วรวดเร็วเสียยิ่งกกว่าไฟลามทุ่ง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 80 ครั้ง

1,650 ความคิดเห็น

  1. #1125 sutad3352 (@sutad3352) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2560 / 20:53
    พราง เป็น พลาง
    เชิน เป็น เชิญ 
    #1125
    0
  2. #703 พรมลิขวิด (@-Deatiny-) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2560 / 16:27
    เท่าที่อ่านมาเซี่ยวอ๋องมีโอกาสเป็นหวงตี้มากกว่าคนอื่นๆ เป็นคนที่เหมาะสมที่สุดเเล้วจริงๆ
    #703
    0
  3. #294 itipza (@i-tipza) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 11:00
    สนุกค่ะ
    #294
    0
  4. #293 juiinarak (@juiinarak) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 15 มิถุนายน 2560 / 03:28
    สีแดงใช้แค่ฮองเฮานะคะไรท์สนมเล็กๆหรือแม้กระทั่งหวงกุ้ยเฟยก็ไม่มีสิทธ์ใช้ค่ะ
    #293
    0
  5. #292 DevilFlower (@WassaysSaengnoo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 22:26
    รอ....
    #292
    0
  6. #291 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 19:28
    ค้างงงงงงง
    #291
    0
  7. #290 ChadatranSainet (@ChadatranSainet) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 17:45
    ถือว่าแบ่งงานให้ได้ดีมากค่ะนับถือคนเป็นพ่อเลย5555
    #290
    0
  8. #289 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 16:55
    สนุกคร้า รอลุ้นต่อนะค่ะ
    #289
    0
  9. #288 THIP02112528 (@T02112528) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 16:37
    ยังค้างงงงคะ
    #288
    0
  10. #287 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2560 / 16:13
    ค้างงงงงงงๆๆๆๆๆ
    #287
    0
  11. #286 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 01:49
    แค่เมียรักน้ำตาไหล ถึงกับส่งเมียไม่รักไปบวชชี555555สุดยอดสามี รอต่อนะค่ะ
    #286
    0
  12. #285 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2560 / 00:24
    ชอบฮ้องเต้เรื่องนี้จุง
    #285
    0
  13. #284 SukitaKhonhom (@SukitaKhonhom) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 22:24
    รอออ ชอบค้าาา ฮ่องเต้ผู้เปย์เมีย 555
    #284
    0
  14. #283 suteera (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 21:45
    รอดู..ว่าจะมีใครกล้างามน้องฟางอีกมั๊ย!!!
    #283
    0
  15. #282 Ingfalalabell (@FPPD) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 21:39
    ว่าไงดีล่ะ ไม่ชอบบ่าวของนางเอกอ่ะ แล้วแทนตัวเองว่าบ่าว มันไม่น่าใช่ หรือนางเอกบอกให้พูดแบบนั้นแล้วเราลืม?
    #282
    0
  16. #281 kik1529928 (@kik1529928) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 20:04
    ฮ่องเต้เข้าโครงการการสามีแห่งชาติ555555555
    #281
    0
  17. #279 LowSugarPink (@LowSugarPink) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 19:00
    ฮ่องเต้ มีความเปย์
    #279
    0
  18. #278 Mam Phornphen (@tongmam) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2560 / 18:49
    รอค่ะ ใครจะโดนส่งไปบวชชีอีกละคราวนี้ แหม ช่วงโปรโมชั่น รีบๆ กำจัดตัวร้ายให้หมด
    #278
    0