ตอนที่ 36 : ตอนที่33

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 17942
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 83 ครั้ง
    10 ธ.ค. 61




               ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในห้องนอน กลิ่นสมุนไพรตลบอบอวลเจือด้วยกลิ่นคาวเลือด หทัยแกร่งเต้นระรัวราวกับจะหลุดออกมา จนต้องยกมือหนาเกาะกุมไว้ พระอัสสุชลเอ่อคลอพระเนตรสีรัติกาลคมกริบ 

               ความยินดีแผ่ซ่านไปทั่วทั้งหทัยที่เคยคิดว่าไร้ความรู้สึก 

               ความรักที่เคยคิดว่าไม่ควรมีเอ่อล้นเต็มเปี่ยม

               ช่างเป็นความสุขที่สุดในชีวิตยิ่ง...

               ร่างสูงกำยำสง่าสาวเท้าไปถึงข้างเตียง ก่อนจะนั่งลงกุมมืออิ่มไว้ นิ้วเรียวหนาลูบไล้ไปตามกรอบหน้าชื้นเหงื่อ ใบหน้าของหญิงสาวซีดขาวจนหน้าเป็นห่วง ดวงตาดอกท้อคู่งามที่เคยมองสบสายตาออดอ้อนเขาหลับพริ้มจากความเหนื่อยอ่อน 

              ในใจของเขาได้แต่ขอบคุณนางซ้ำแล้วซ้ำเล่ากับสิ่งที่นางมอบให้

               แม้จะเคยได้สิ่งนี้จากสตรีอื่นแต่กลับไม่เคยนึกตื่นเต้นดีใจเท่านี้

               ซูเฟยไฮ่ได้แต่ยืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจปวดหนึบ เขาไม่มีวาสนาพอจะได้เคียงข้างนางไปชั่วชีวิต จึงเป็นได้เพียงพี่ชาย แต่อย่างน้อยเขาก็มีความสุขที่ได้ดูแลนางแม้จะมีโอกาสน้อยเหลือเกินก็ตาม 

               ทุกนาทีที่เขาได้ตรวจอาการ ทุกฝีเข็มที่เขาปักตรึงลงบนร่างของนาง ยาทุกเม็ดทุกชนิดเขาคัดสันอย่างดีไว้เพื่อนาง ทุกสิ่งที่ทำลงไปแม้จะกระทันหันแต่ก็ล้วนทำเพื่อนาง บรรจงรักษาให้อย่างที่ใช้ทั้งหัวใจและแรงกายยื่อชีวิตนางและลูกไว้ เพื่อให้เขาไดเห็นรอยยิ้มนางอีกครั้ง

               "อาการนางเป็นอย่างไรบ้าง"

               "ทรงปลอดภัยแล้วพะยะค่ะ เพียงแต่ร่างกายยังคงอ่อนเพลียจึงต้องพักผ่อนให้มาก ๆ บำรุงด้วยของที่มีประโยชน์ให้มาก อีกทั้งยังใช้เสียงมากเกินขีดจำกัดหากฟื้นขึ้นมาคงต้องมีอาการระคายและเจ็บคอ ฉะนั้นหากไม่จำเป็นควรงดใช้เสียงสักสามสี่วัน กระหม่อมจะให้ยาไว้กับท่านหัวหน้าแพทย์หลวงเป็นคนจัดตารางการเสวยให้พะยะค่ะ"

               เมื่อถูกผู้เป็นเจ้าแห่งแผ่นดินทั้งเป็นสวามีของน้องสาวบุญธรรมตรัสถาม จึงทำให้ชายหนุ่มรูปงามในอาภรณ์สีน้ำเงินหลุดจากภวังค์ ก่อนจะตอบยาวเยียดเพื่อให้ผู้สูงศักดิ์เบื้องหน้าหายกังวลพระทัย

               "แล้วบุตรของเจิ้นล่ะ"

               พอได้ยินคำกล่าวถึงบุตร ซื่อเหนียงและตู้เจียวก็โอบอุ้มบุตรของโอรสสวรรค์ทั้งสองเข้ามา พอดีกับหวงโฮว่และสนมชายาบางคนเดินเข้ามาในห้อง ซูเฟยไฮ่พาเสี่ยวเสวี่ยหลบไปยืนอยู่มุมห้อง เช่นเดียวกับแพทย์หลวงและแพทย์หญิงที่ทำหน้าที่ของตนเสร็จเรียบร้อยก็ไปยืนอยู่แถวมุมห้องเพื่อไม่ให้เป็นที่เกะกะของผู้สูงศักดิ์ทั้งหลาย

               "องค์โตทรงเป็นพระโอรส องค์เล็กเป็นทรงพระธิดาเพคะ"

               ซื่อเหนียงเอ่ยเสียงเรียบพลางส่งทารกน้อยผิวขาวหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดูไปให้

               จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่รับโอรสน้อยมาไว้ในอ้อมอกอบอุ่นของตน เด็กน้อยผิวขาวราวกับหิมะไร้เดียงสามองหน้าผู้เป็นบิดาตาใสแจ๋ว ปากเล็กสีแดงระเรื่อ มุมปากน้อย ๆ ยกยิ้มขึ้นราวกับยินดีที่ได้พบบิดาเช่นเขา การกระทำนี้เรียกรอยยิ้มให้หลี่หลงเทียนได้ไม่ยาก

               "เกิดเป็นพี่ชายและเป็นบุรุษ ให้ชื่อว่า อวิ๋นเฉิง อวิ๋น ที่แปลว่าเมฆ และ เฉิง ที่แปลว่า ประสบความสำเร็จ เมื่อรวมกันย่อมแปลว่า เมฆที่ประสบความสำเร็จ เมฆมีอยู่ทุกที่ มีทั้งกลางวัน กลางคืน ทั้งอดีตปัจจุบันและอนาคต อีกทั้งยังสูงส่ง เหมือนกับเจ้าที่ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ย่อมประสบความสำเร็จและสูงส่งอยู่ตลอดเวลา"

               ดูเหมือนเจ้าตัวน้อยจะชอบชื่อของตนไม่เบาจึงยิ้มแย้มหัวเราะชอบใจ เรียกรอยยิ้มจากผู้เป็นบิดาได้ไม่น้อยเลยทีเดียว ครั้นทำความรู้จักกับโอรสเรียบร้อยแล้วจึงส่งให้ซื่อเหนียงรับไปดูแล และรับตัวธิดามาจากตู้เจียว

               ธิดาตัวน้อยของเขาผิวขาวดุจหิมะเหมือนพี่ชาย ปากน้อย ๆ แดงปลั่งดั่งผลอิงเถา ดวงตาคมโตสีนิลดูโดดเด่น ต่างจากพี่ชายที่มีแววว่าหากโตไปดวงตาคงคมกริบไม่ต่างจากบิดาและพี่ชายคนอื่น ๆ แต่ที่ทำให้หลี่หลงเทียนหวาดหวั่นยิ่งก็คือธิดาตัวน้อยของเขาดูตัวเล็กบอบบาง ผิวที่ขาวดุจหิมะนั้นหากสังเกตให้ดีจะรู้ว่ามันซีดขาวอยู่ไม่น้อย

               เห็นเช่นนั้นผู้เป็นบิดาก็ให้ห่วงเหลือเกิน อดไม่ได้ที่จะถามหมอเทวดาที่ยังคงอยู่

               "เหตุใดธิดาของเจิ้นถึงได้ตัวเล็กบอบบางเช่นนี้"

               "ทูลหวงช่าง เป็นเพราะในช่วงตั้งครรภ์พระสนมร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงนัก จึงเป็นผลให้องค์หญิงน้อยร่างกายบอบบาง และอาจจะไม่ค่อยแข็งแรงเท่าไรนักพะยะค่ะ"

               ซูเฟยไฮ่เลือกที่จะบอกเป็นนัยแทนที่จะบอกออกไปตามตรง เพราะในห้องมีคนอยู่มากมายเกินกว่าจะพูดคุยกันตรง ๆ และเขาก็เชื่อว่าจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ตรงหน้าจะไม่โง่งมจนไม่รู้ว่าคำพูดของเขาแฝงอะไรลงไปบ้าง

               "อืม เด็กน้อย ร่างกายเจ้าอ่อนแอบอบบางให้ชื่อว่า เหิงอวี้ แล้วกัน เหิง ที่แปลว่ายั่งยืน และ อวี้ ที่แปลว่าหยก เมื่อรวมกันแล้วแปลว่าหยกที่ยั่งยืน ธิดาแห่งเจิ้นจะได้แข็งแรงยั่งยืนถาวรดุจชื่อที่เจิ้นตั้งให้ และเป็นหยกงามที่ล้ำค่าเกินกว่าจะหาสิ่งใดมาเปรียบได้"

              หลี่หลงเทียนมองธิดาตัวน้อยอย่างสุขใจ ก่อนจะนำเหิงอวี้ตัวน้อยมาวางไว้ข้างกายซูฟางเซียน ที่สลบไปเพราะความอ่อนเพลียและรับอวิ๋นเฉิงตัวน้อยมาอุ้มไว้ แล้ววางลงเคียงข้างกันกันเหิงอวี้ 

              จักรพรรดิหนุ่มมองภาพตรงหน้าอย่างสุขใจ 

              นี่สินะที่เขาเรียกว่าความสุขของครอบครัว 

              ครอบครัวที่หาได้ยากยิ่งในวังหลวงแห่งนี้

              "หวงช่างเพคะ เมื่อครู่ขันทีจากตำหนักตงกงมาแจ้งว่า หวงไท่จื่อเฟยมีประสูติกาลพระโอรส เรื่องนามของพระนัดดา หวงช่างเห็นสมควรอย่างไรเพคะ"

              หวงโฮว่ที่ยืนมองจักรพรรดิผู้เป็นสวามีตั้งชื่อให้โอรสและธิดาของเสี้ยนหนามตำใจ ก็ให้รู้สึกเจ็บแค้นนัก คราวที่พระนางคลอดหลี่ฮุ่ยเจี๋ย พระสวามีหาได้ให้ความสำคัญเช่นนี้ไม่ แม้แต่ชื่อก็ทรงตั้งให้อย่างส่งเดช ไม่เคยใยดีถึงความหมาย 

              "เหรอ... ถ้าเช่นนั้นก็ให้องค์ชายองค์แรกในหวงไท่จื่อ ชื่อว่า จงอี๋ ก็แล้วกัน จง ที่แปลว่าความซื่อสัตย์ และ อี๋ ที่แปลว่าถูกต้อง รวมกันเป็น ความซื่อสัตย์ที่ถูกต้อง เจิ้นว่าชื่อนี้หน้าจะเหมาะกับหลานคนแรกของเจิ้น หวงโฮว่ว่าดีหรือไม่"

              มุมปากหยักกระตุ้กยิ้มหยัน หลังจากได้บอกชื่อที่ตนตั้งใจคิดอย่างสุดกำลังสมอง เพื่อตั้งเป็นชื่อให้หลานชายคนแรกของตน หลี่หลงเทียนหวังว่าฝ่ายหวงโฮว่และตระกูลเหว่ยจะไม่โง่จนขนาดไม่รู้ถึงความนัยที่เขาแฝงไว้ในชื่อ จนลงมือทำการอะไรในตอนนี้หรอกนะ

              "เพคะ"

              หวงโฮว่ได้แต่กัดฟันยิ้มแย้ม ทั้งที่ในใจไฟโทสะลุกโชนจนจะเผาไหม้ทุกสิ่งให้เป็นเถ้าถ่าน ทั้งยังอยู่ต่อหน้าคนมามายหากพระนางปฏิเสธก็เท่ากับหลบลู่เกียรติของจักรพรรดิ ฉะนั้นจึงต้องก้มหน้ายอมรับทั้งที่ไม่เต็มใจ

              พระนางรู้ดีถึงความหมายที่แฝงไว้ในชื่อหลานชาย

              รู้ดีว่าถูกตักเตือนทางอ้อม 

              และรู้ดีว่าหากยังดื้อด้านจักรพรรดิองค์นี้จะไม่ปราณีพระนางและคนของพระนางอีกแล้ว 

              จงอี๋ ความซื่อสัตย์ที่ถูกต้อง หึ ทรงต้องการเตือนพระนางว่าควรซื่อสัตย์ต่อแผ่นดินเกิด ซื่อซัตย์ต่อความถูกต้อง ทั้งชื่อนี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจหลานชายในภายภาคหน้า ว่าควรทำแต่สิ่งที่ถูกต้อง อย่าได้หลงผิดทำเช่นบิดามารดาแและผู้เป็นย่า

              แต่คนอย่างเหว่ยฉีหลินเดินมาไกลเกินกว่าจะหยุดได้ ต่อให้ต้องกรีดเลือดเฉือนเนื้อ พระนางก็ไม่อาจหยุดอีกแล้ว 

              ยิ่งได้เห็นว่านังเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคลอดโอรสและธิดาออกมายิ่งแค้นใจ เห็นทีพระนางคงต้องหาทางกำจัดนังปีศาจจิ้งจอกนี่อย่างจริงจังเสียที

              หากไม่ได้ด้วยเล่ห์ ก็ต้องได้ด้วยกล 

              หากไม่ได้ด้วยมนต์ ก็ต้องได้ด้วยคาถา

              นังจิ้งจอกนี่คลอดลูกพร้อมกันสองคน ทั้งที่ไม่เคยมีใครในแผ่นดินเป็นมาก่อน ซ้ำยังใช้เวลาตั้งหลายชั่วยามกว่าจะคลอดได้ อยากรู้นักหากลูกของมันถูกกล่าวหาว่าร้ายจะเป็นเช่นไร

              แล้วมาลองดูสิว่าหากต้องเจอกับความเชื่อและศรัทธาของชาวบ้าน จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่จะปกป้องนังจิ้งจอกกับลูกของมันอย่างไร

              ดวงตาคู่งามของมารดาแห่งแผ่นดินฉายแวววูบไหวมืดดำชั่วครู่ แล้วจางหายไปราวกับไม่เคยเกิดขึ้น โดยไม่รู้ถึงสายตาคมใสของสาวน้อยเสี่ยวเสวี่ยที่ยืนหลบอยู่หลังซูเฟยไฮ่สักนิด

              เด็กสาวรู้สึกหวาดกลัวหวงโฮว่ผู้มีท่าทีเมตตาผู้นี้เหลือเกิน ไม่รู้ทำไมยามอยู่ใกล้จึงรู้สึกร่างกายเย็ยเฉียบ ใจสั่นระรัว มือเท้าชา ยิ่งทันได้เห็นแววตามืดมิดดุจบ่อน้ำไร้ก้นบึ้งก็ยิ่งหวาดกลัว จนต้องมายืนตัวลีบหลบอยู่ข้างหลังพี่ชายใจดีเช่นนี้

              ความรู้สึกของเสี่ยวเสวี่ยยามได้เห็นหน้าหวงโฮว่ เด็กสาวก็ตัวสั่นด้วยความหวาดหวั่น เด็กสาวไม่กล้าที่จะอยู่ในระยะสายตาของมารดาแห่งแผ่นดิน ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ แต่นางกลัว เหมือนกับว่าครั้งหนึ่งเคยถูกสายตามืดดำคู่นั้นจ้องมองมาก่อน

             ต่างกับเวลาที่นางมองเห็นบางสิ่งในแววตาของจักรพรรดิ จริงอยู่ที่บุรุษผู้ยิ่งใหญ่นี้มีแววตาดุดัน เย็นชา รอบกายมักจะมีรังสีกดดันเยือกเย็นจนไม่น่าเข้าใกล้ แต่เสี่ยวเสวี่ยกลับมองเห็นแววตาเจ็บปวดและอ่อนแอในดวงตาคู่คมคู่นั้น อีกทั้งรอบกายของพระองค์ยังทำให้นางรู้สึกอุ่นใจ และโหยหาอย่างบอกไม่ถูก

             เหมือนว่าครั้งหนึ่งในความทรงจำที่ถูกปิดตาย เสี่ยวเสวี่ยเคยได้สัมผัสกับความอบอุ่นนั้น

             ซูเฟยไฮ่เองก็คล้ายจะสัมผัสได้ถึงอาการสั่นกลัวของร่างน้อย ที่อาศัยร่างกายสูงโปร่งของเขาเป็นที่กำบัง แม้ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดหรือสิ่งใดที่ทำให้นางหวาดกลัว แต่คาดว่าคงเกี่ยวกับบุคคลตรงหน้าของเขากระมัง

             บางทีเสี่ยวเสวี่ยอาจจะรับรู้หรือเห็นอะไรจากคนพวกนี้ก็ได้



              ตำหนักตงกงที่เคยสงบบัดนี้มีเสียงร้องกระจองอแงของทารกน้อย หากแต่เสียงนั้นหาได้ทำให้เจ้าของตำหนักรูปงามผู้รักความสงบรู้สึกโกรธเกรี้ยวไม่ แต่กลับทำให้ชายหนุ่มรู้สึกชอบใจเสียมากกว่า

              หลี่ฮุ่ยเจี๋ยโอบอุ้มร่างน้อยของทารกเพศชายไว้ในอ้อมแขน ใบหน้าหล่อเหลายิ้มแย้มมีความสุข ในที่สุดวันที่เขานับวันรอคอยก็มาถึง บุตรชายคนแรกที่เกิดจากสตรีที่เขารักช่างน่ารักน่าเอ็นดูยิ่ง 

               อยู่กินกันมาสามปีใช่ว่าเฉินฝูฟางจะไม่เคยตั้งครรภ์ หญิงสาวเคยตั้งครรภ์มาแล้วครั้งหนึ่งแต่ก็ต้องตกเลือดไปเพราะชายารองคนหนึ่งของเขาวางยาจนนางแท้ง พอเขาทราบเรื่องเข้าจึงลงมือสำเร็จโทษชายารองนางนั้นเองกับมือ ส่วนเฉินฝูฟางก็ไม่ตั้งครรภ์อีกเลย จนเมื่อฤดูต้นหนาวปีก่อนนางก็ครรภ์อีกครั้ง วันนี้เขาจึงได้มีโอกาสเห็นหน้าบุตรชายอันเป็นที่รัก

               แล้วเมื่อชั่วยามก่อนพระบิดาที่รักยิ่งก็ประทานนามมาให้บุตรชายของเขา หลี่จงอี๋ คงหวังจะกระตุ้นจิตสำนึกของเขากระมัง แต่ก็เปล่าประโยชน์ เพราะตัวเขามันไร้สำนึกผิดชอบชั่วดีมาตั้งแต่จำความได้แล้ว 

               ตั้งแต่เด็กจนโตพระบิดาปล่อยปละละเลยเขา ไม่เคยมอบความรักหรือความอบอุ่นให้เขา ทุกครั้งที่เกิดเรื่องกับเขาพระบิดาก็จะนิ่งเฉย ตอนเด็ก ๆ สนมชายานางอื่นของพระบิดามักจะหาทางลอบสังหารเขาอยู่บ่อย ๆ แต่พระบิดาก็หาได้สนใจราวกับว่าเขาไม่ใช่โอรส ส่วนพระมารดาแม้จะแสดงท่าทีสนใจใส่ใจเขา 

               แต่หลี่ฮุ่ยเจี๋ยล้วนทราบดีว่าสิ่งที่พระมารดาทำก็เพียงเพื่อให้เขาได้ไปยืนอยู่บนจุดที่สูงสุด หลังจากนั้นก็จะทำการรวบอำนาจ ส่วนเขาก็เป็นเพียงหุ่นเชิด 

               ชายหนุ่มรู้สึกว่ามีเฉินฝูฟางเท่านั้นที่ดีกับเขาจากใจจริง

               คนอื่นจึงเป็นได้เพียงหมากให้เขา และเรื่องบางอย่างที่กระทำลงไปเขาจึงไม่ได้บอกพระมารดาและท่านตา เพราะเขาจะไม่ยอมอยู่เป็นหุ่นให้ใครชักใยอยู่เด็ดขาด

               หลี่ฮุ่ยเจี๋ยส่งบุตรชายให้แม่นมมารับไปนอนในเปลไกว ก่อนจะเดินไปนั่งข้างเตียงซึ่งมีร่างระหงของพระชายาของตนนอนอยู่ เขารู้ว่านางเหนื่อยมากกับการคลอดลูกให้เขา 

               เขาผิดต่อนางที่แอบไปทำอะไรลับหลังโดยไม่บอกกล่าว

               เขาก็ทำเพื่อนางและลูก 

               ไม่อยากให้นางเสี่ยงภัยจึงต้องใช้งานผู้อื่น ถึงแม้จะรู้ดีว่าสตรีอันเป็นที่รักไม่ชอบใจเป็นแน่หากทราบ

               สุดท้ายสิ่งที่เขาทำก็พังไม่เป็นท่าอีกจนได้ 

               เพราะสตรีนางนั้นยังอยู่รอดปลอดภัยทั้งแม่และลูก แต่ไม่เป็นไร หลังจากวันนี้ไปยังมีสิ่งที่เขาจะมอบให้พระบิดาอีกมาก

               มือหนาหยิบกระดาษที่ถูกเขียนด้วยลายมือของมารดาบังเกิดเกล้า ที่ทรงส่งมาให้เขาเมื่อชั่วยามก่อนนี่เอง เนื้อหาในจดหมายบอกเล่าถึงแผนการขั้นต่อไปที่จะทำให้พวกเขามีแต่ได้กับได้

               แค่ใช้ความเชื่อเป็นเครื่องมือโดยที่เขาไม่ต้องลงมือลงแรงอะไรเลย

               มุมปากหนาแสยะยิ้มเยือกเย็น ดวงตาเรียบนิ่งไร้ระลอกคลื่น ชวนให้ขนลุกชันด้วยความหวาดกลัว ในใจวางแผนการร้อยเล่ห์เพทุบายมากมาย 

               "หึ! ข้าแทบจะรอเวลานั้นไม่ไหวเสียแล้วสิ"



               ในห้องนอนตำหนักซูลี่มีเสียงพูดคุยแผ่วเบาของสองบุรุษ เวลานี้ในห้องมีเพียงหลี่หลงเทียนผู้เป็นจักรพรรดิ ซูเฟยไฮ่ และซูฟางเซียนที่สลบไปหลังจากคลอดพระโอรสและพระธิดาเมื่อหลายชั่วยามก่อน

               แพทย์หลวงก็กลับไปสำนักแพทย์แล้ว สตรีฝ่ายในทั้งหลายหลี่หลงเทียนก็สั่งให้กลับไปตำหนักตนเอง นางกำนัลขันทีก็ออกไปจากห้องหมด เสี่ยวเสวี่ยก็ไปนั่งทานขนมรออยู่ที่ห้องโถงตามคำสั่งซูเฟยไฮ่ อวิ๋นเฉิงน้อยกับเหิงอวี้น้อยก็นอนหลับอยู่ในเปลไกว 

               น่าแปลกที่ทารกน้อยทั้งสองขี้เซาจนไม่สนใจเสียงพูดคุยของพวกเขาทั้งสองคน

               หึ ช่างขี้เซาเหมือนมารดาเสียจริง

               "หวงช่างพะยะค่ะ พระองค์ทรงทราบหรือไม่ว่าพระสนมถูกพิษ"

               ซูเฟยไฮ่จ้องมองแผ่นหลังกว้างสง่างามในอาภรณ์สีดำปักลายมังกรของจักรพรรดิหนุ่มฉกรรจ์ ที่กำลังยืนเมียงมองโอรสธิดาของตนตาวาววับจนน่าขัน ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเรียบเฉยเยือกเย็นทันทีที่เขาพูดถึงยาพิษ

               "จริง ๆ แล้วเจิ้นก็ไม่รู้หรอก เพียงแต่เห็นบางอย่างผิดปกติเท่านั้น"

               พูดถึงเรื่องนี้แล้วหลี่หลงเทียนก็อดเจ็บใจตนเองไม่ได้ ตัวเขาก็มีส่วนทำให้หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงถูกพิษเช่นกัน แต่พิษไม่ส่งผลถึงตัวหญิงสาว แต่กลับมาตกอยู่ที่เหิงอวี้น้อยธิดาของเขาและนางแทน

               "ผิดปกติหรือพะยะค่ะ?"

               "อืม เมื่อสี่เดือนก่อนเจิ้นได้ให้นกแก้วตัวหนึ่งกับสนมสวี และนกตัวนี้ก็เพิ่งได้มาไม่นาน ทั้งยังไม่ได้รับการฝึกฝนจนเชื่องต่อผู้คน ทำให้มันยังไม่คุ้นเคยกับคน แต่เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ทำให้นกตัวหนึ่งเชื่องต่อเจ้าของ คุ้นเคยกับคน เจ้าว่ามันแปลกหรือไม่" หลี่หลงเทียนเว้นวรรคครู่หนึ่งแล้วหันมามองซูเฟยไฮ่ที่พยักหน้าคล้ายว่าเห็นด้วยแล้วพูดต่อ "แต่ดูเหมือนเจิ้นจะช้าไปก้าวหนึ่ง จนปล่อยให้เสี่ยวเซียนเล่นกับเจ้านกตัวนั้นอยู่เป็นเดือน โชคดีหน่อยก็ตรงที่นางไม่ได้เล่นกับมันทุกวัน ไม่เช่นนั้นทุกอย่างอาจเลวร้ายกว่านี้ หลังจากนั้นเจิ้นก็ให้คนไปหานกแก้วที่เหมือนกันมาอีกตัว ตัวนี้ถูกฝึกมานานจนเชื่อง เจิ้นจึงให้องครักษ์เงานำมันมาไว้สับเปลี่ยนยามที่นักตัวนั้นมา เมื่อนกตนนั้นกลับไปก็จะเปลี่ยนกลับอีกครั้ง แล้วทุกครั้งก็จะสับเปลี่ยนกลับไปกลับมาแบบนี้ตลอด จนช่วงระยะหลังมานี้ได้ต่งเต๋อเฟยคอยช่วยเหลือ จึงไม่ต้องสับเปลี่ยนนกให้ยุ่งยาก และเสี่ยวเซียนเองก็ไม่ได้เล่นกับมันอีก"

               เมื่อฟังจบซูเฟยไฮ่ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมจักรพรรดิพระองค์นี้ ช่างเป็นคนที่มีความพยายามยิ่งนัก ถึงขนาดสั่งให้องครักษ์เงาคอยสับเปลี่ยนนกอยู่ตลอดเวลา 

               แต่คนที่มีความพยายามมากกว่าคงจะเป็นองครักษ์เงาผู้นั้น 

               หมอเทวดาหนุ่มไม่รู้เลยว่าการกระทำนี้ของจักรพรรดิที่เขาชื่นชมอย่างขบขัน จะทำให้เขากล่าวสิ่งใดไม่ออกในวันใดวันหนึ่งเพราะได้รู้ว่าคนผู้นี้ทำสิ่งใดล้วนมีเหตุผลรองรับเสมอ

               "แล้วจะทรงจัดการกับสนมนางนั้นอย่างไรพะยะค่ะ"

               "ก็ไม่ทำอย่างไร เพราะอีกไม่นานนางก็จะรับผลจากการกระทำของตนเอง"

               ซูเฟยไฮ่ฟังแล้วก็ไม่ชอบใจนัก น้องสาวของเขาถูกยาพิษจากสนมอีกนางของบุรุษผู้ยิ่งใหญ่ผู้นี้ แต่กลับไม่คิดจะจัดการลงทัณฑ์อะไรเลยหรือ

               "แล้วเมื่อไรล่ะพะยะค่ะ"

               "สักวันก็จะรู้เอง ว่าแต่เจิ้นสงสัย หากพิษไม่ได้ทำอันตรายกับเสี่ยวเซียน เหตุใดนางจึงคลอดยากนัก"

               หลี่หลงเทียนเปลี่ยนเรื่อง แล้วถามสิ่งที่ตนสงสัยแทน เพราะการคลอดยากของซูฟางเซียนทำให้เขาไม่สบายใจ จึงอดเป็นห่วงไม่ได้

               "ทูลหวงช่าง จริง ๆ แล้วจะบอกว่าไม่ส่งผลต่อพระสนมเลยก็คงไม่ถูก เพราะพิษนี้ชื่อว่าพิษลวงลักษณ์ หากใช้กับสัตว์จะทำให้สัตว์เชื่อง หากใช้กับสตรีมีครรภ์จะทำให้คลอดอยาก หากสัมผัสบ่อยเข้าก็จะทำให้ตกเลือด แต่พระสนมสัมผัสบ่อยในช่วงแรกจากนั้นก็ขาดไป จึงไม่แปลกหากทำให้คลอดยาก แต่การคลอดยากสามถึงสี่ชั่วยามแล้วปลอดภัยทั้งมารดาและบุตรนี่เป็นไปได้ยากยิ่ง ทำให้กระหม่อมไม่ทราบแน่ชัด อาจเป็นลิขิตสวรรค์ก็ได้นะพะยะค่ะ"

               ประโยคแรก ๆ ชายหนุ่มกล่าวอย่างจริงจังแต่ประโยคหลังนั้นเพียงพูดติดตลกเท่านั้น โดยยืมคำพูดของเสี่ยวเสวี่ยมาพูด แต่เมื่อพูดออกมาแล้วก็อดขำตนเองไม่ได้

               สงสัยจะอยู่กับเด็กนั่นมากไปถึงได้ติดมาด้วย

               "สวรรค์คงเมตตาจริง ๆ ไม่เช่นนั้นนางและลูกคงยากที่จะปลอดภัย แล้วอาการของเหิงอวี้จะเป็นอย่างไรต่อไป"

               แม้จะคล้ายความตึงเครียดไปบางก็ยังอดห่วงธิดาตัวน้อยแสนบอบบางของเขาไม่ได้

               "องค์หญิงน้อยร่างกายบอบบาง อาจจะไม่สบายบ่อยเพราะผลมาจากยาพิษ แต่รับรองได้ว่าไม่มีสิ่งใดร้ายแรงหรือโรคแทรกซ้อนแน่นอนพะยะค่ะ เพียงแค่อย่าไม้ต้องลมเย็นบ่อยและควรจะบำรุงร่างกายให้มากเป็นพิเศษเพื่อให้เสริมให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นพะยะค่ะ"

               "อืม" หลี่หลงเทียนพยักหน้ารับก่อนจะนึกสิ่งใดได้ "อ่อ... เด็กสาวที่มากับเจ้าเป็นใครกัน"

               "กระหม่อมไม่ทราบว่านางเป็นใครมาจากไหน แต่เรียกนางว่าเสี่ยวเสวี่ยพะยะค่ะ กระหม่อมพบนางถูกทำร้ายจนความจำเสื่อมตอนที่เมืองฝูไห่ ด้วยความสงสารเลยพานางกลับมาด้วยพะยะค่ะ"

               หมอเทวดาหนุ่มบอกความจริงเพียงครึ่งหนึ่ง แต่ไม่ได้บอกเรื่องที่เด็กสาวทำนายชะตาฟ้าดินได้ ด้วยไม่ต้องการหาเรื่องวุ่นวายมาสู่ตัวเสี่ยวเสวี่ยเอง และไม่อยากให้มีเรื่องอะไรให้ครอบครัวเดือดร้อน

               "เจิ้นเข้าใจแล้ว เจ้ากลับไปพักผ่อนเถอะวันนี้คงเหนื่อยมากแล้ว"

               "เช่นนั้นกระหม่อมทูลลาพะยะค่ะ"

               จากนั้นซูเฟยไฮ่ก็ลากลับทันที เพราะตัวเขาก็เหนื่อยจริง ๆ แต่ในใจก็ไม่วายสงสัยว่าจักรพรรดิจะถามเรื่องเสี่ยวเสวี่ยกับเขาทำไม

               คงไม่ใช่จะทำตัวเป็นตาเฒ่าหัวงูแล้วเอาเสี่ยวเสวียไปเป็นสนมอีกคนหลอกนะ



               ซูเฟยไฮ่กลับไปแล้วหลี่หลงเทียนก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงใบหน้าเด็กสาวนามเสี่ยวเสวี่ย ใบหน้าของนางคลั้บคล้ายว่าเขาเคยเห็นที่ไหน อีกทั้งดวงตาใสคมกริบนั้นอีก เหตุใดจึงคุ้นเคยนัก 

               จักรพรรดิหนุ่มฉกรรจ์เพิ่งได้สังเกตมองเสี่ยวเสวี่ยอย่างจริงจังก็ตอนทุกคนไปกันหมดแล้ว ด้วยความอยากรู้จึงอดถามบุตรชายของสหายรุ่นพี่ไม่ได้

               ซูเฟยไฮ่ก็เช่นกัน มีหรือที่หลี่หลงเทียนจะไม่รู้ว่าบุรุษผู้นี้คิดอย่างไรกับน้องสาวบุญธรรม แต่ก็นั่นแหละ แม้รักแต่ก็ไม่อาจครองคู่ เพราะไร้วาสนาด้ายแดงเชื่อมต่อกัน

               ชายหนุ่มผู้นี้ก็ไม่ต่างจากหลี่หลงเทียนในอดีต ที่รักสตรีผู้หนึ่งข้างเดียวมาตลอด แต่ซูเฟยไฮ่อาจจะโชคดีกว่าเขา เพราะถึงจะไร้วาสนาเคียงคู่ แต่ก็ยังอยู่เคียงข้างในฐานะพี่ชาย คอยดูแลห่วงใย ทั้งยังไม่เจ็บปวดจนเกินไป ทั้งยังไม่มีเรื่องให้เจ็บแค้น

               ไม่เหมือนเขาที่รักด้วยใจสุดท้ายสิ่งที่ได้กลับมามีเพียงความเจ็บปวดและทรยศ และถึงได้อยู่เคียงคู่ก็อยู่อย่างเจ็บแค้นไร้ความสุข ไม่ใช้อยู่เคยงข้างร่วมฝ่าฟันอุปสรรค

                หึ บางครั้งสวรรค์ก็มักเล่นตลกกับโชคชะตาของมนุษย์

                หวังว่าสักวันหมอเทวดาหน้าหยกจะมีหญิงงามสักคนเคียงคู่และอยู่เคียงข้าง

                สตรีที่มีด้ายแดงแห่งวาสนาเชื่อมโยงใจถึงกัน

                สตรีที่พร้อมจะฝ่าฝันทุกสิ่งร่วมกัน



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 83 ครั้ง

1,650 ความคิดเห็น

  1. #1320 Eye1704 (@Eye1704) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 กันยายน 2560 / 07:23
    เฮ้อออออ ไม่อยากให้พี่ชายของฟางเซียนแต่งงานเลยอ่ะ อยากได้โมเมนต์แบบที่เป็นอยู่ตอนนี้ คอยรักและห่วงใยน้องสาว // เฮ้อออ(ถอนใจยาวๆ)
    #1320
    0
  2. #1220 What&Why (@enjoyyyyy) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 กันยายน 2560 / 21:29
    จิ้นพี่หมอกับเสี่ยวเสวี่ย ตอนนี้เสี่ยวเสวี่ยอายุประมาณ13 ปีหน้า14ก็แต่งได้แล้ว
    #1220
    0
  3. #661 RT61212162 (@maan030) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 00:04
    ขอบคุณค่ะ มาต่อเร็วๆนะค่ะ รออยู่ค่ะ
    #661
    0
  4. #649 pluto_a (@aororanee) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 08:25
    ค้างงง อยากอ่านต่อ รอนะคะไรท์
    #649
    0
  5. #647 Fleur en Fleur (@phuengz) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 22:56
    อิฮ่องเต้จัดการอะไรช้าไม่ทันใจเลอออ
    #647
    0
  6. #644 Sarun Yok (@yokandmom) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 12:54
    อิรัชทายาทยังไม่เลิกเห็นแก่ตัว สาทุขอให้เมียรู้ว่าแอบไปมีกิ๊กแล้วก็เสียใจตรอมใจตายไปเลย ถึงจะใส่ร้ายแต่ก็แก้ได้ว่าโดนพิษเลยคลอดยาก ยัยฮองฮาก็ไม่ยอมเลิกนะ เดี๋ยวได้โดนหนักๆสักดอก หึหึหึ
    #644
    0
  7. #643 Earn Nuttanun Setwipattanachai (@earnniestar) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 12:54
    อ่านตอนนี้แล้วมีโมเม้นสงสารรัชทายาทนิดหน่อย บางทีที่รัชทายาทเป็นแบบนี้นอกจากฝีมือฮองเฮาที่คอยเสี้ยมแล้ว คงเป็นเพราะไม่ได้รับความรักจากฮ่องเต้ ถ้าฮ่องเต้รักหรือสนใจบ้างฮีก็คงไม่เป็นขนาดนี้ แต่ทำไงได้ในเมื่อฮีก็ไม่ใช่ลูกฮ่องเต้ ต้องแต่งตั้งก็เพราะสถานการณ์บังคับ ฝ่ายครอบครัวแม่ตัวเองก็ยังคิดการใหญ่ยิ่งทำให้ฮ่องเต้ไม่มีทางดีด้วย ส่วนเสี่ยวเสวี่ยคงจะเป็นลูกฮ่องเต้ที่มีคำสั่งให้องครักษ์เงาไปตามหาสินะ หวังว่าฮ่องเต้จะเตรียมการรับมือฝ่ายฮองเฮา รัชทายาทได้ทันนะ
    #643
    0
  8. วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 08:48
    ไม่ชอบฮ่องเฮาตั้งแต่ลักลอบสมสู่กับองค์รัชทายาทก่อนที่พระเอกจะออกไปรบแล้วฮ่องเต้มาเจอกกำลังเอากันอยู่ ยังหน้าด้านมาบอกว่าถูกบังคับให้แต่งกับรัชยาท แหมแหมถ้าเค้าโง่เชื่อก็ดีไป เนี่ยฮ่องเต้โครตทนเลยเก็บความแค้นมานานเป็นสิบปียี่สิบปีแล้วรัชทายาทเนี่ยไม่เจียมตัว(มันไม่รู้นิหว่าว่าไม่ใช่ลูกแต่ไม่มีใครนินทาให้ได้ยินมั้งหรอ) แต่ถ้ารัชทายาทรู้ความจริงก็ต้องแค้นอีกแหล่ะก็ฮ่องเต้ฆ่าพ่อแท้ๆตัวเอง เอาจริงๆแต่งตั้งเป็นฮ่องเฮาเคยไปนอนกับนางรึป่ะ ถ้าไม่เคยแล้วฮองเฮาไม่เคยสงสัยเลยหรอ? สาวน้อยคนนั้นฮองเฮาก็คงเป็นคนกำจัดด้วยใช่ป่ะถึงได้ดูกลัวนัก เป็นองค์หญิงที่ฮ่องเต้ส่งให้คนไปสืบใช่ป่ะคู่กับหมอเทวดาละดิ. สนมที่มีชู้และส่งนกน้อยเคลือบยามาคือจะปล่อยให้ตายเองหรอช้าไปป่าวเร่งให้ตายเร็วๆเทอะ เพราะเดี๋ยวฮองเฮากับองค์รัชทายาทก็จะส่งคนมากำจัดนางเอกและลูก มันจะเยอะจะเก็บไม่ทันนะดิ /เม้นครบไหมเนี่ย คึคึ
    #641
    0
  9. #640 Tababuya (@Tababuya) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 07:05
    การกระทำทุกอย่างมีที่มาที่ไป เหตุผลหลักคืออำนาจ ความมัวเมา ความริษยา ทุกอย่างทำลายความผิดชอบชั่วดีได้หมดสิ้น
    สงสารทุกคนเลยแต่เกลียดฮองเฮา นางคือคนที่ต่ำช้าโดยตนเอง 
    #640
    0
  10. #639 itipza (@i-tipza) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 07:05
    แล้วใครจะเป็นคนเลี้ยงลูกให้ละ เห็นบอกตามตำแหน่งต้องให้สนมยศสูงกว่าเลี้ยง นางคลอดแล้วก็สมควรจัดการฮองเฮาได้แล้ว.... สู้ๆ ขอบคุณค่ะ
    #639
    0
  11. #638 miguelji (@miguelji) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 07:01
    ใครจะเลี้ยงเอาไว้ก่อนตำแหน่งยังมี แต่ที่ห่วงสามแม่ลูกจะถูกว่าร้ายว่าเป็นภูตผิปีศาจหรือไม่ นี่น่าห่วง อย่านะไรท์อย่านะ!!!
    #638
    0
  12. #637 อริญา (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 04:38
    ต่อไปพี่รองคงเป็นราชบุตรเขย
    #637
    0
  13. #636 อริญา (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 04:37
    ต่อไปพี่รองคงเป็นราชบุตรเขย
    #636
    0
  14. #635 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 04:24
    เกรียดนังฮองเฮา
    #635
    0
  15. #634 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 01:36
    สนุกมากค่ะ เสี่ยวเสวียวคงเป็นองค์หญิงแน่ๆลูกพี่เทียนอ่ะ รอนังสนมสวีกับไทจื่อรับกรรมอยู่ค่ะ ขอบคุณมากๆค่ะ
    #634
    0
  16. #633 Pam NPP (@pampampamela) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 00:59
    เมื่อไรอิฮ่องเต้จะตัดการกับอิฮ่องเฮาเด็ดขาดสักที เรี่มลำไยมากขื้นแล้วนะคะ รอไปเพื่ออะไร หรือยังรักอิฮ่องเฮาอยู่ เนื้อเรื่องยืดเยื้อค่ะ เสียอารมณ์ ขัดใจมากค่ะ 

    #633
    0
  17. #632 Kanlaya-am-i (@Kanlaya-am-i) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 00:48
    สงสารองค์หญิงน้อย ...นังสวี นิสัยไม่ดี เกลียดเลยยย
    #632
    0
  18. #631 THIP02112528 (@T02112528) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 00:28
    ต่อไปจะดราม่าหนักใหมเนี่ย
    #631
    0
  19. #630 Sprite_Aana (@aanadarling) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:35
    รออออออ
    #630
    0
  20. #629 0896831595 (@0896831595) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:35
    อยากอ่านแล้วเมื่อไรจะอัพ
    #629
    0
  21. #628 VisaKanhavong (@VisaKanhavong) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:25
    มาเร็วๆนะคะไรท์
    #628
    0
  22. #627 Earn Nuttanun Setwipattanachai (@earnniestar) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:18
    ค้างงงง รอไรท์มาต่ออยู่นะคะ
    #627
    0
  23. #626 unlakka (@unlakka) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:16
    มีแต่รูปอะ งือๆๆๆๆ
    #626
    0
  24. #625 Aphatsara Phutepkham (@aphatsara-06) (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 23:02
    ค้างงงงงอ่ะ
    #625
    0
  25. #624 อริญา (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 5 กรกฎาคม 2560 / 22:58
    รอแฝดชายหญิงจ้า น่ารักน่าเอ็นดู
    #624
    0