ตอนที่ 37 : ตอนที่34

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16521
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 90 ครั้ง
    10 ธ.ค. 61





               ดาวหายนะถือกำเนิด ลางร้ายทาบทับ แผ่นดินผิงอันอาบโลหิต ลิขิตฟ้าบัญชาให้ลงทัณฑ์

              ไม่ถึงสามวันข่าวลือแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองหลวง ประชาชนต่างวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่าง ๆ นา ๆ เมื่อมีนักพรตกลุ่มหนึ่งเข้ามาทำนาย ว่าแคว้นผิงอันกำลังเจอกับลางร้ายเพราะมีดาวหายนะมาเกิด จากนั้นก็มีข่าวตามมาว่าดาวหายนะคือ องค์ชายสิบเจ็ดหลี่อวิ๋นเฉิง และองค์หญิงสิบแปดหลี่เหิงอวี้

               ฝาแฝดคู่แรกของแผ่นดินผิงอัน 

               แน่นอนว่าชาวบ้านย่อมเป็นผู้ที่ถูกชักจูงได้ง่าย เพราะความไม่เคยมีทารกแฝดถือกำเนิดและความเชื่อ จึงเป็นเหตุที่ทำให้เชื่อโดยไม่ไตร่ตรอง ไม่นานข่าวลือว่าโอรสและธิดาสายเลือดหญิงแซ่ซูเป็นดาวหายนะ ต้องลอยแพทารกน้อยไปตามแม่น้ำแดง 

               แม่น้ำแดงเป็นแม่น้ำสายใหญ่ที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวง เป็นแม่น้ำที่ลึกเชี่ยวกราดและมีน้ำวนอยู่หลายจุด มีคนเคยพลัดตกลงไป แต่ก็ไม่เคยรอดเลยสักราย แล้วหากทารกวัยเพียงไม่กี่วันถูกลอยแพไม่แคล้วคงต้องจบสิ้นชีวิตแน่

               เรื่องนี้แน่นอนว่ารู้ถึงหูของจักรพรรดิในไม่ช้า เพราะข่าวลือแพร่สะพัดรวดเร็ว อีกทั้งขุนนางในราชสำนักก็เขียนฎีกาให้จักรพรรดินำองค์ชายน้อยและองค์หญิงน้อยไปลอยแพ ไม่เพียงแค่ขุนนางฝ่ายอัครมหาเสนาบดีเหว่ยจินสือ แต่ฝ่ายราชครูหวังเองก็ส่งฎีกานี้ด้วยเช่นกัน มีเพียงขุนนางบุ๋นบางส่วนที่ยืนอยู่ข้างแม่ทัพใหญ่และขุนนางบู๊ที่อยู่ในปกครองเท่านั้น ที่มีฎีกาให้จักรพรรดิพิจารณาไตร่ตรองให้ดี ส่วนขุนนางที่อยู่เป็นกลางก็ยังสงบนิ่งไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ

               เรื่องนี้เป็นเหตุให้จักรพรรดิพิโรธกลางท้องพระโรง 

               "เหลวไหลสิ้นดี! คำทำนายบ้าบออะไร พวกท่านจะให้เจิ้นผู้เป็นบิดาสั่งลอยแพโอรสและธิดาตัวน้อย ๆ นี่นะ เหอะ! หยาบช้านัก!"

               ขุนนางน้อยใหญ่ต่างก้มหน้ากายสั่นเทา ใจหวาดหวั่นกับอารมณ์ดุเดือดของจักรพรรดิยิ่ง เท่านี้ก็รู้แล้วว่าหากกล่าวอะไรออกไปคงไม่ดีแน่

               "หวงช่าง โปรดพิจารณาด้วยเถิดพะยะค่ะ หากไม่ทำสิ่งใดเลยกระหม่อมเกรงว่าประชาชนจะเกิดความไม่พอใจได้นะพะยะค่ะ"

               อัครมหาเสนาบดีเหว่ยจินสือกล่าวอย่างใจเย็น อุส่าห์ดำเนินแผนการจนสำเร็จไปกว่าครึ่งได้แล้ว จะปล่อยให้ผ่านไปง่าย ๆ ได้อย่างไร ต้องขอบคุณพระสนมคนงามที่เดินเข้าสู่ความหายนะด้วยตนเอง

               หลี่หลงเทียนปลายตาคมกริบมองหน้าจิ้งจอกเฒ่าเหว่ยจินสือ เรื่องคราวนี้คงไม่แคล้วเป็นแผนชั่วของคนพวกนี้แน่ เขารู้ดีว่าหญิงสาวรักลูกมากกว่าสิ่งใด ไม่มีทางที่นางจะยอมอยู่เฉยแล้วปล่อยให้ลูกโดนรังแกแน่นอน จากนั้นก็คงต้องลงมือทำอะไรสักอย่างเพื่อปัดขอกล่าวหาให้พ้นตัว

                ทั้งที่เขาก็เตือนแล้วยังจะหาเรื่องใส่ตัวไม่จบสิ้น อยากรู้นักหากคนพวกนี้ถูกซูฟางเซียนโต้ตอบกลับไปจะเป็นอย่างไร

                เขาไม่อาจรับประกันสิ่งที่จะเกิดขึ้นจากฝีมาของหญิงสาวได้

                รนหาที่เองแท้ ๆ

                "กระหม่อมก็เห็นด้วยกับท่านอัครมหาเสนาบดีพะยะค่ะ หากชักช้าหวงช่างจะถูกกล่าวหาว่าลุ่มหลงอิสตรีได้นะพะยะค่ะ"

                ไม่เพียงเหว่ยจินสือเท่านั้น ครั้งนี้ราชครูหวังก็ลงมือเล่นด้วย เห็นช่วงนี้เงียบไปนึกว่าจะหยุด แต่สุดท้ายก็เปล่าประโยชน์ 

                คงนึกว่าเป็นลุงของเขาและเป็นพี่ชายของพระมารดาเขา จึงไม่คิดเกรงกลัวเขา 

                หลี่หลงเทียนอยากบอกเหลือเกินว่าราชครูหวังคิดผิด เขามีสายเลือดตระกูลหวังครึ่งหนึ่งแล้วอย่างไร 

                ในเมื่อเขาแซ่หลี่ 

                เกิดในราชวงศ์หลี่ 

                ตายก็เป็นผีตระกูลหลี่

                ฉะนั้นเขาจำเป็นต้องสนใจด้วยหรือ อย่าคิดว่าเขาไม่รู้ว่าราชครูหวังและพระมารดาวางแผนคิดจะทำอะไรกัน บอกได้เลยว่าเขาจะไม่ยอมให้ทำได้สำเร็จเสียหรอก

               หากกล่าวอัครมหาเสนาบดีเหว่นจินสือเป็นจิ้งจอกเฒ่าเจ้าเล่ห์

               ราชครูหวังหม่างก็คงเป็นอสรพิษเฒ่าพันหน้า

               กำจัดได้หนึ่งก็เหลืออีกหนึ่ง

               แล้วเขาจะวางใจสละราชบัลลังก์ได้หรือ

               "เจิ้นขอเวลาสามวันแล้วเราค่อยกลับมาคุยเรื่องนี้กันใหม่"

               เขาเบื่อที่ต้องมานั่งฟังคนพวกนี้พูดอยู่แต่เรื่องเดียว คิดแต่จะกำจัดคนอื่น ไม่รู้จักใช้สมองให้เป็นประโยชน์

                "แต่ว่า..."

                ไม่ที่เหว่ยจินสือจะได้คัดค้านอะไรมากไปกว่นี้ จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ก็ขัดขึ้นเสียก่อน

                 "จักรพรรดิตรัสสิ่งใดย่อมไม่คืนคำ"

                 "ทรงพระปรีชายิ่งแล้วพะยะค่ะ"

                 นี่ล่ะ ต่อให้เขาจะทำผิดทำถูกแค่ไหน สุดท้ายขุนนางก็บอกว่าเขาปรีชายิ่ง

                 เหอะ! แต่ความจริงคงพากันกัดฟันพูดออกมาทั้งนั้น



               สามวันหลังจากคลอดบุตรชายหญิง ซูฟางเซียนก็ร่างกายดีขึ้น แม้จะยังไม่กลับมาผอมเพรียวเช่นเดิม แต่ก็สามารถเดินเหินไปไหนมาไหนได้สะดวก ลูุกน้อยแแสนรักทั้งคู่ก็สุดแสนจะเลี้ยงง่าย ให้กินก็กิน ให้นอนก็นอน จะร้องงอแงก็ตอนฉี่หรืออึรดผ้าอ้อม คนในตำหนักจึงไม่วุ่นวายนัก 

               แต่หญิงสาวก็มีความสุขได้ไม่นาน เพราะมีเรื่องราววิ่งเข้าหา แม้ใจจริงจะคาดการณ์เอาไว้ก่อนแล้วว่าหากคลอดลูกเมื่อไรไม่แคล้วต้องมีเรื่องตามมา 

               เป็นไงล่ะ...

               คาดการณ์ผิดเสียที่ไหน

               แต่นี้ยังไม่เท่ากับที่พวกสารเลวนั้นคิดจะทำ ถึงขั้นบังอาจจะเอาลูกน้อยหอยสังข์ของนางไปลอยแพในแม่น้ำแดงที่เชี่ยวกราด โดยไม่สนใจว่าพวกเขาจะเป็นอย่างไร หากไม่จัดการสั่งสอนบางก็ไม่ใช่นางแล้วล่ะ

               คราวนี้ลูกใครกันแน่ที่จะเป็นดาวหายนะ

               "ซื่อหลาง"

               ซูฟางเซียนเอ่ยเรียกชื่อบุคคลในเงามืดที่มองไม่เห็น แต่หญิงสาวสัมผัสได้ว่าเขาอยู่รอบตัวนาง เพื่ออารักขาความปลอดภัยตามคำสั่งของสามีผู้ยิ่งใหญ่ของนาง

              "พะยะค่ะพระสนม"

              เสียงเรียบเย็นชาตอบกลับ หากแต่ไร้เงาร่างคนพูด หากใครมาเห็นเข้าคงคิดว่านางเป็นแม่มดหมอผีที่ติดต่อกับวิญญาณได้แน่ หรือไม่ก็คงคิดว่าบ้า เพราะว่าเสียงนี้มีเพียงนางคนเดียวที่ได้ยิน

              "ไปหาขอนไม้อย่างดีขนาดเท่ากับเด็กทารกแรกคลอด ถ้าให้ดีแกะสลักให้เหมือนร่างเด็กทารกด้วย หามาให้ได้ก่อนวันมะรืน เข้าใจใช้ไหม"

               "ทราบแล้วพะยะค่ะ"

               ซื่อหลางอดสงสัยไม่ได้ว่าพระสนมคนงามต้องการไม้แกะสลักนี้ไปทำอะไร ใจได้แต่หวังว่าพระสนมจะไม่คิดทำอะไรแพลง ๆ ให้เสี่ยงอันตรายเช่นคราวก่อนอีก

               "ดีมาก"

               เมื่อสัมผัสได้ว่าซื่อหลางหายไปแล้ว ซูฟางเซียนก็เดินไปหาลูกน้อยที่นอนเล่นอยู่ในเปล ทั้งอวิ๋นเฉิงและเหิงอวี้นอนร้องอ้อแอมองตุ๊กตาผ้าเนื้อดีตัวเล็กห้อยต่องแต่งไปมาอยู่กับคานไม้เล็ก ๆ เหนือเปล ซึ่งถูกเย็บขึ้นโดยช่างฝีมืออันดับหนึ่งของงวังหลวง

              บุตรชายหญิงทั้งสองของนางดูมีความสุขมากกับการนอน หญิงสาวเชื่อเสมอว่าพวกเขามีเทวดาที่คอยคุ้มครองอยู่ จึงทำให้นางคลอดพวกเขาออกมาอย่างปลอดภัย แม้ว่าบุตรสาวของนางจะร่างกายบอบบางไม่แข็งแรง แต่หญิงสาวก็เชื่อว่าซูเฟยไฮ่มีความสามารถมากพอที่จะหาทางทำให้เหิงอวี้กลับมาแข็งแรงได้เป็นปกติเหมือนเด็กคนอื่น ๆ

               ระหว่างนี้นางก็จะพยายามบำรุงตัวเองและลูกให้มากขึ้น ทานแต่ของมีประโยชน์และระมัดระวังมากขึ้น เพราะนางเองที่พลาดปล่อยให้ความเหงามาบดบังความระแวง จนเป็นเหตุให้เกือบเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น

               พลาดเพราะไม่คิดว่านกตัวหนึ่งจะเป็นภัยต่อนางได้

               โชคดีที่ในวันนั้นนางตื่นขึ้นมาพอดีจึงได้ยินเรื่องบางอย่างเข้า

               ร่างอิ่มระหงแน่นิ่งอยู่บนเตียง ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอคล้ายคนนอนหลับ หากความจริงร่างอิ่มระหงหาได้หลับไม่ หญิงสาวงัวเงียตื่นขึ้นมาสักพักแล้ว แต่ที่ไม่คิดลุกขึ้นก็เพราะไม่มีเรี่ยวแรงพอ อีกทั้งได้ยินคนคุ้นเคยทั้งสองของนางพูดคุยกันจึงไม่อยากขัด เลยแสร้งนอนหลับต่อ

               "หวงช่างพะยะค่ะ พระองค์ทรงทราบหรือไม่ว่าพระสนมถูกพิษ"

               เสียงทุ้มนุ่มนวลของบุรุษผู้หนึ่งที่หญิงสาวคุ้นเคย แม้จะไม่ได้พบกันนานแล้ว แต่หญิงสาวไม่มีวันลืมไม่ว่าจะเมื่อไรก็ตาม
               
               "จริง ๆ แล้วเจิ้นก็ไม่รู้หรอก เพียงแต่เห็นบางอย่างผิดปกติเท่านั้น"

               เสียงเย็นชาดุดันของบุรุษอีกคนที่นางคุ้นเคยดี สวามีผู้ยิ่งใหญ่และบิดาของบุตรชายหญิงของนางนั่นเอง
               
               "ผิดปกติหรือพะยะค่ะ?"

               "อืม เมื่อสี่เดือนก่อนเจิ้นได้ให้นกแก้วตัวหนึ่งกับสนมสวี และนกตัวนี้ก็เพิ่งได้มาไม่นาน ทั้งยังไม่ได้รับการฝึกฝนจนเชื่องต่อผู้คน ทำให้มันยังไม่คุ้นเคยกับคน แต่เวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ทำให้นกตัวหนึ่งเชื่องต่อเจ้าของ คุ้นเคยกับคน เจ้าว่ามันแปลกหรือไม่" 

               หลี่หลงเทียนเว้นวรรคครู่หนึ่งเหมือนกับจะถามความเห็นของใครอีกคน และดูเหมือนคำถามของเขาจะทำให้นางนึกขึ้นได้เช่นกันว่าตนโง่งมเพียงใด

              สักพักหลี่หลงเทียนก็พูดต่อ 

              "แต่ดูเหมือนเจิ้นจะช้าไปก้าวหนึ่ง จนปล่อยให้เสี่ยวเซียนเล่นกับเจ้านกตัวนั้นอยู่เป็นเดือน โชคดีหน่อยก็ตรงที่นางไม่ได้เล่นกับมันทุกวัน ไม่เช่นนั้นทุกอย่างอาจเลวร้ายกว่านี้ หลังจากนั้นเจิ้นก็ให้คนไปหานกแก้วที่เหมือนกันมาอีกตัว ตัวนี้ถูกฝึกมานานจนเชื่อง เจิ้นจึงให้องครักษ์เงานำมันมาไว้สับเปลี่ยนยามที่นักตัวนั้นมา เมื่อนกตนนั้นกลับไปก็จะเปลี่ยนกลับอีกครั้ง แล้วทุกครั้งก็จะสับเปลี่ยนกลับไปกลับมาแบบนี้ตลอด จนช่วงระยะหลังมานี้ได้ต่งเต๋อเฟยคอยช่วยเหลือ จึงไม่ต้องสับเปลี่ยนนกให้ยุ่งยาก และเสี่ยวเซียนเองก็ไม่ได้เล่นกับมันอีก"

               ฟังจบนางก็เข้าใจทันทีว่าเพราะเหตุใดจึงถูกต่งเต๋อเฟยสั่งห้ามเข้าใกล้สัตว์ไม่ว่าชนิดใด 

              ยิ่งไปกว่านั้นคือนางโกรธตนเองที่ไร้ความระมัดระวังตน

              เคยเตือนตนเองว่าห้ามพลาดสุดท้ายก็ไม่วายพลาด

              สะเพร่า สะเพร่าที่สุด



               สองคืนต่อมาท้องฟ้ามืดมิดไร้แสงจันทร์สาดส่องไร้แสงดาววิบวับ สายลมพัดโชยเย็นฉ่ำ ใบไม้โบกสะบัดหวีดหวิว แสงไฟจากคบเพลิงลางเลือนไปทั่วตำหนักหลังใหญ่ทางทิศตะวันออก บรรยากาศเช่นนี้เหมาะยิ่งนักกับการลักลอบทำบางสิ่งบางอย่าง

               เงาร่างสองร่างกระโดดเคลื่อนไหวไปมาด้วยวิชาตัวเบา เงาร่างหนึ่งอิ่มระหงสวมอาภรณ์สีดำมิดชิด เส้นผมสีดำเงางามมัดรวบตึงเป็นหางม้า ใบหน้างามล้ำพิลาสปกปิดด้วยผ้าสีดำผืนหนึ่งตั้งแต่สันจมูกโด่งจนริมฝีปากอิ่ม เหลือเพียงดวงตาดอกท้อสีนิลรัตติกาลหวานซึ้งปนโศกที่เป็นเอกลักษณ์ บ่งบอกแน่ชัดว่าเป็นอิสตรีงาม 

               เงาร่างอีกหนึ่งสูงใหญ่กำยำดุจชายชาตรี สวมอาภรณ์สีดำไม่ต่างกัน ใบหน้าถูกปิดด้วยหน้ากากสีดำมิดชิด จนมองไม่ออกว่าใบหน้าที่แท้จริงเป็นเช่นไร เหลือเพียงดวงตาคมกล้าให้เห็นเท่านั้น ในมือหนาถือห่อผ้าบางอย่างเอาไว้

              ร่างเงานั้นผลุบหายเข้าไปในตำหนักตงกงอย่างเงียบเชียบ ทั้งสองเข้ามาไปจนถึงเขตห้องบรรทมใหญ่ของตำหนักพระชายา ก่อนจะโปรยผงบางอย่างไปยังคนที่นอนอยู่เตียง หลังจากนั้นก็เดินตรงไปยังเปลหลังงาม  โดยไม่แม้แต่จะทำให้ร่างบางระหงและร่างสูงที่นอนอยู่บนเตียงรู้สึกตัวระแคะระคายแม้แต่น้อย เพราะถูกผงยาสลบเข้าไป

               ร่างอิ่มระหงโน้มตัวลงอุ้มทารกน้อยที่นอนหลับสนิทขึ้นมาแนบอกอย่างเบามือ ด้วยเกรงจะทำให้เด็กน้อยตื่นแล้วทุกอย่างจะยากขึ้น หญิงสาวอดไม่ได้ที่จะก้มลงมองร่างน้อยในอ้อมอก ทารกเพศชายผิวขาว ใบหน้าเล็ก ๆ น่ารักมีความคล้ายครึงผู้เป็นบิดามากกว่ามารดา หญิงสาวเห็นเช่นนี้ก็อดไม่ได้ที่จะถอดถอนหายใจอย่างสังเวช ในขณะที่ร่างสูงกำยำข้างกายวางของในห่อผ้าลงในเปลแทน ก่อนที่ทั้งคู่จะลอบออกจากตำหนักเงียบ ๆ

               แต่เมื่ออกมานอกตำหนักก็พบร่างเงาสีดำจำนวนสิบกว่าคนยืนถือกระบี่รออยู่ หากให้เดาซูฟางเซียนคาดว่าน่าจะเป็นองครักษ์เงาของหลี่ฮุ่ยเจี๋ย หญิงสาวหันไปพยักหหน้าให้กับซื่อหลางที่ชักกระบี่ออกมายืนกั้นระหว่างนางที่องครักษ์เงาของหลี่ฮุ่ยเจี๋ย

               "เชิญท่านออกไปก่อน ตรงนี้ข้าจะจัดการเอง"

               "ระวังตัวด้วย"

               เสียงหวานเรียบเย็นเอ่ยนิ่ง ๆ ก่อนจะเดินแยกไปอีกทาง แต่ก็ไม่วายถูกตามรังควานอยู่ดี ซื่อหลางกระชับกระบี่ในมือและรุกไล้เข้าใส่ฝ่ายตรงข้ามทันที ด้วยหมายจะรีบสะสางให้จบแล้วตามไปช่วยผู้เป็นนาย 

               สองวันก่อนเขาได้รับคำสั่งให้ไปหาขอนไม้แกะสลักเป็นรูปเด็กทารก ตอนแรกซื่อหลางก็ไม่เข้าใจการกระทำของนายสาวนัก แต่เมื่อไม่กี่ชั่วยามมานี้เขาก็เริ่มจะเข้าใจแล้ว แม้จะไม่พอใจในการกระทำอันเลวร้ายนี้ แต่เขาก็ขัดไม่ได้ เขาและซูฟางเซียนจึงต้องลอบเข้ามาตำหนักตงกงเพื่อช่วยกันทำภารกิจตามใจตนของซูฟางเซียน

               ตอนเข้าไปนั้นแสนง่ายดาย

               เหตุใดตอนออกมาช่างยากเย็นนัก

              ฝ่ายซูฟางเซียนที่แยกมาอีกทางก็โดนองครักษ์เงาของหลี่ฮุ่ยเจี๋ยสามคนล้อมไว้ ใจจริงนางก็อยากลองเพลงกระบี่ของตนอยู่เช่นกัน แต่ด้วยในอ้อมกอดของนางมีร่างทารกอยู่จึงไม่อาจสู้ได้ถนัด อีกทั้งนางยังไม่ได้พกกระบี่มา อาวุธที่ติดตัวมีเพียงมีดสั้นและมีดบินสิบสองดาราที่นางไม่เคยคิดจะหยิบออกมาใช้เท่านั้น แต่เห็นทีวันนี้คงต้องใช้จริง ๆ จัง ๆ เสียที

               "ส่งองค์ชายจงอี๋คืนมา แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า"

               หนึ่งในสามพูดเสียงเรียบนิ่ง ดวงตาของมันว่างเปล่าราวกับว่าไร้ซึ่งจิตวิญญาณ

               "คนที่จะต้องถอยคือพวกเจ้าต่างหาก"

              ไม่พูดพร่ำให้มากความ ขาเรียวงามตวัดเตะเข้าที่ท้องของชายชุดดำคนหนึ่งจนมันเซถอยไปสองก้าว ก่อนจะตัดสินใจขว้างมีดบินสิบสองดารารูปร่างคล้ายดาวมีห้าแฉกไปหนึ่งอันปักเข้าที่ลำคอของมันพอดี จากนั้นก็ดึงมีดสั้นสีทองเงางามขึ้นมารับกระบี่ของชายชุดดำคนที่สอง ขาก็ตวัดเตะอีกคนที่เข้ามาทางด้านหลัง 

               แม้จะลำบากไปหน่อยที่ต้องคอยระวังไม่ให้เด็น้อยจงอี๋ได้รับอันตรายไปด้วย และดูเหมือนองครักษ์เงาพวกนี้จะไม่ลงแรงมาเต็มที่ คงกังวลว่าจะเผลอทำให้เด็กน้อยในอ้อมอกของนางได้รับอันตราย เหตุนี้จึงทำให้นางหาวิธีจัดการพวกมันทั้งสองได้ไม่ยาก มีดสั้นสีทองตวัดเจ้าที่ลำคอขององครักษ์เงคนที่สองตัดเส้นเลือดใหญ่สิ้นใจในทันที แล้วขว้างมีดในมือไปปักลงที่อกซ้ายตรงตำแหน่งหัวใจขององครักษ์เงาคนสุดท้าย

               เมื่อเป้าหมายตายหมดหญิงสาวก็เลือกที่จะไปรอซื่อหลางยังที่นัดหมายคือประตูหลังตำหนักใน



               ซือหลางหลังจากตวัดกระบี่ฟันร่างชายชุดดำคนสุดท้ายล้มลงก็ตามไปยังทางที่ซูฟางเซียนหนีไป เมื่อไปถึงก็พบเพียงร่างที่ไร้วิญญาณขององครักษ์เงาชุดเดียวกับที่เขาจัดการไปนอนกองอยู่กับพื้น แต่ละศพถูกจัดการอย่างโหดเหี้ยมและเลือดเย็น ล่องลอยบาดแผลล้วนโดนแต่จุดตาย 

               ซื่อหลางเห็นเช่นนั้นก็อดที่จะคิดไม่ได้ว่าพระสนมของตนน่ากลัวเกินไปแล้ว

               ตัวเขากว่าจะจัดการคนเหล่านั้นได้ก็ต้องฟันพวกมันไปหลายแผล ยากนักที่จะจัดการให้โดนจุดตาย ต่างจากซูฟางเซียนที่จัดการเหยื่อได้ในทันที ลงมือโหดเหี้ยม แต่ชายหนุ่มก็อ้อยอิ่งอยู่นานไม่ได้จึงใช้วิชาตัวเบาไปยังสถานที่นัดหมาย

               ใช้เวลาไม่นานก็มาถึงประตูหลังตำหนักใน โชคดีหน่อยที่บริเวณนี้คนไม่พลุกพล่าน ซื่อหลางตรงไปหาซูฟางเซียนที่ยืนรอเขาอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ แขนก็โอบอุ้มทารกน้อยไม่ห่าง 

               เมื่อซื่อหลางมาถึงซูฟางเซียนก็ส่งจงอี๋น้อยให้กับเขา ก่อนจะดึงจดหมายฉบับหนึ่งออกจากอกเสื้อสอดเข้าไปในห่อผ้าที่ห่อเด็กน้อยอยู่ อีกมือก็หยิบมีดสั้นสีทองออกมา หมายจะทำสัญลักษณ์บางอย่าง แต่ถูกซื่อหลางห้ามไว้

               "จะทำอะไรพะยะค่ะ"

               "ทำสัญลักษณ์ เพื่อวันหนึ่งเจอกันจะได้จำได้"

               หญิงสาวบอกเสียงเรียบ แต่กลับทำให้ซื่อหลางไม่ใคร่จะชอบใจนักกับท่าทางไร้หัวใจของคนตรงหน้า ดูก็รู้ว่านางไม่ได้อยากจะทำ

               "แต่องค์ชายยังเด็กนะพะยะค่ะ"

               "เขาจะไม่เป็นอะไรเชื่อเถอะ"

              ว่าแล้วหญิงสาวก็ลงมือกรีดต้นแขนข้างซ้ายของเด็กน้อยเป็นรูปกากบาท น่าแปลกที่ไม่มีเลือดไหลสักหยด เพราะก่อนหน้านี้นางได้ให้เขากินยาชนิดหนึ่งลงไปซึ่งห้ามเลือดได้ชะงัดและยังบรรเทาอาการเจ็บปวดได้ด้วย

               "เอาเขาไปได้แล้ว"

               "พะยะค่ะพระสนม"

               หญิงสาวมองตามแผ่นหลังของซื่อหลางอย่างรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำ หากไม่ใช่รู้สึกผิดกับพ่อแม่ของเด็กน้อย แต่เป็นรู้สึกผิดกับตัวเด็กน้อยจงอี๋ต่างหาก

               ขอโทษนะเด็กน้อย หากจะโทษก็โทษบิดามารดาเจ้าเถอะ

               แล้วพวกเขาจะได้รับบทเรียนที่สาสมที่สุด

               สักวันหากมีวาสนาเราคงได้พบกันอีก...

               หลี่จงอี๋...




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 90 ครั้ง

1,650 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 กรกฎาคม 2560 / 18:56
    รออค่ะ
    #688
    0
  2. #681 pluto_a (@aororanee) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 19:26
    ถ้านางไม่ทำ คงเป็นลูกนางเองที่ต้องโดนกระทำ
    #681
    0
  3. #680 likits (@likits) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2560 / 11:57
    ไรท์ค้างงงงงงงอ่ะ
    #680
    0
  4. #678 Sky (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 16:32
    สงสารเด็กเนอะแต่นางก็จำเป็นต้องทำอะนะเพื่อลูกตัวเอง
    #678
    0
  5. วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 16:27
    อย่าลืมบอกไทจื่อด้วยล่ะว่าลูกชายของพวกเจ้าเอาไปลอยแพในแม่น้ำแดงแล้วล่ะ คึคึ
    #677
    0
  6. วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 16:25
    เป็นไงล่ะนางตอกกลับได้ไม่เลวเลยใช่ไหม ลูกหายทั้งคนเจ็บปวดไหมล่ะ
    #676
    0
  7. #675 kitty (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 16:23
    ร้ายมาร้ายตอบ สงสารเด็กน้อยแต่พ่อแม่และญาติโกทั้งหลายของหนูเลวทราม
    #675
    0
  8. #674 Sarun Yok (@yokandmom) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 14:53
    ปล.สะใจไท่จื่อกับไท่จื่อเฟยมาก รีบๆตื่นเร็วๆ
    #674
    0
  9. #673 Sarun Yok (@yokandmom) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 14:48
    แอบอาองค์ชายมาเลี้ยงเองไม่ได้หรอ สงสารเด็กน้อย
    #673
    0
  10. #672 Phatranooch Piyanirun (@piyanirun) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 12:59
    ขอบคุณค่ะ
    #672
    0
  11. #671 boonrattana (@boonrattana) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 10:11
    รีบต่อเร็วๆนะ อย่างรู้ตื่นมาไม่เจอลูกจะเป็นอย่างไร ลุ้นๆ
    #671
    0
  12. #670 ณัฏฐ์ (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 07:40
    ขอบคุณคะ สงสารเด็ก ว่าแต่ฟางเซียน จะทำไรต่อไป รอจ้า
    #670
    0
  13. #669 NisachonJamjan (@NisachonJamjan) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 07:21
    สงสารองค์ชายน้อยก็สงสารแต่ถ้าไม่เด็ดขาดเราก็ตาย เครียดด.
    #669
    0
  14. #668 boonrattana (@boonrattana) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 07:08
    ทำนายไปเลยว่าเป็นฝาแฝดมังกรหงส์ที่เกิดมายับยั้งดาวหานะ ทั้งที่นางคลอดก่อนกำหนดเป็นวันเดียวกันเพื่อค่อยยับยั้งร้างร้าย
    #668
    0
  15. #667 Phasuk Nyffenegger (@bofano) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 02:33
    นางเอกเอาจริงแล้วนะ โหดอ่ะ ....แอบสงสารองค์ชายอยู่เหมือนกันนะ แต่ถ้าเอ็นดูเขาเอ็นเราก็ขาดเนาะ งั้นก็จัดการไปตามที่สมควร สนุกคร้าาารอต่อนะค่ะ
    #667
    0
  16. #666 risuki666 (@risuki666) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 01:49
    คิดร้ายกับคนอื่นก่อนก้อต้องยอมรับว่าจะโดนเอาคืนนะ
    #666
    0
  17. #665 annaaa (@anna_anna) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 01:48
    สมน้ำหน้า
    #665
    0
  18. #664 Looney00 (@Looney00) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 01:36
    สงสารเด็กพ่อแม่ชั่วลูกเลยได้รับกรรมแทน
    #664
    0
  19. #663 THIP02112528 (@T02112528) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 01:18
    คิดว่านางเอกไม่น่าจะเอาเด็กไปลอยน้ำเห้นสั่งให้หาไม้มานินะคงเอาแกะสลักรูปเด็กเอาไว้แล้เอาผ้าที่ห่อเด็กเอามาห่อไม้เเกะสลักแทนเเล้วให้คนอื่นเลี้ยงดูเด็กคนนั้น
    คิดคะเดามั่วๆๆๆ555
    #663
    0
  20. #662 Tababuya (@Tababuya) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 00:09
    ทรมานจิตใจอยู่มิสู้ตาย สาสมใจนัก
    #662
    0
  21. #659 DevilFlower (@WassaysSaengnoo) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 23:56
    นึกว่าจะมีทางแก้ที่ดีกว่านี้
    #659
    1
  22. #658 zionlove (@born2love) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 23:53
    เอาไปลอยน้ำเหมือนที่พ่อแม่เด็กอยากทำใช่มั้ย สงสารเด็ก แต่ต้องโทษที่พ่อแม่จริงๆ
    #658
    0
  23. #657 Nitcha Sangbanjong (@cream273) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 23:42
    รอมาต่อนะค่ะไรท์
    #657
    0
  24. #656 bellajoy04 (@bellajoy04) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 23:37
    อย่างน้อยก็ให่มีคนเลี้ยงดูที่ดีด้วย...สงสารเด็กตาดำๆ แงๆๆ
    #656
    0
  25. #655 likits (@likits) (จากตอนที่ 37)
    วันที่ 7 กรกฎาคม 2560 / 23:31
    ไรท์ค้างอ่ะ
    #655
    0