ตอนที่ 59 : ตอนพิเศษ หลี่อวิ๋นเฉิง 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7921
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 139 ครั้ง
    19 ธ.ค. 61


ตอนพิเศษ หลี่อวิ๋นเฉิง

          รัชศกเหวินกวางที่หนึ่ง ในสมัยจักรพรรดิผิงอันเต๋อตี้หลี่หลงหลาน... 
          หลังรูปร่างอวบท้วมขึ้นเล็กน้อย แต่เสน่ห์ยังคงเหลือล้น เช่นเดียวกับใบหน้างดงามที่มีริ้วรอยตามวัยแต่ความงามหาได้ส่างซา จักรพรรดิผิงอันอู่ตี้สละราชสมบัติไปใช้ชีวิตอย่างสงบสุขที่เมืองฟงได้สามเดือน เมืองหลวงก็จัดงานสถาปนาจักรพรรดิพระองค์ใหม่ พร้อมทั้งแต่งตั้งหวงโฮว่ในราชกาลซึ่งเป็นสตรีจากตระกูลหม่า จากนั้นองค์จักรพรรดิก็ทรงสถาปนาพระบิดาหรืออดีตจักรพรรดิผิงอันอู่ตี้ขึ้นเป็นไท่ซ่างหวง แม้จะสละบัลลังก์เลิกยุ่งเกี่ยวกับราชสำนักไปแล้ว แต่ยังคงมีอำนาจอยู่เบื้องหลังจักรพรรดิทุกอย่าง หลี่หลงเทียนจึงเลือกรับตำแหน่งไว้แต่ไม่ก้าวก่ายอำนาจการปกครองของบุตรชาย
          สิบปีผ่านไป...
          รัชศกเหวินกวางที่สิบเอ็ด จักรพรรดิผิงอันเต๋อตี้หลี่หลงหลาน ทรงมีพระบัญชาเรียกองค์ชายลำดับที่สิบเจ็ด หลี่อวิ๋นเฉิงกลับเมืองหลวง ทรงแต่งตั้งขึ้นเป็นอ๋องขั้นหนึ่ง พระราชทินนามว่าหลี่ 理 แปลว่า เหตุผล เป็นหลี่อ๋อง พระราชทานวังเฟิงสี่ให้เป็นที่ประทับประจำองค์ ทั้งยังมอบตำแหน่งเสนาบดีกรมอาญาให้ครอบครอง
          ด้วยราชโองการของพระเชษฐาทำให้หลี่อวิ๋นเฉิงต้องไปอยู่เมืองหลวง จะกลับมาเยี่ยมบิดามารดาและน้องๆ เดือนล่ะครั้ง เพียงสองเดือนที่ย้ายมาอยู่เมืองหลวง วังเฟิงสี่ก็เต็มไปด้วยหญิงงามเกือบเจ็ดสิบคน จนเป็นที่เลื่องลือไปทั่วแคว้นว่าหลี่อ๋องเป็นคนเจ้าชู้ ภายในเวลาเพียงสองเดือนก็มีอนุชายามากกว่าองค์จักรพรรดิที่มีสนมปีหนึ่งไม่เกินห้าสิบคน 
          ข่าว(คาว)คราวของบุตรชายคนโตทำให้ซูฟางเซียนแทบลมจับ ก็รู้อยู่หรอกว่าบุตรชายผู้นี้ชอบสิ่งสวยงาม แต่ไม่คิดว่าบุตรชายจะเป็นถึงขนาดนี้ โชคยังดีที่เป็นคนมีความรับผิดชอบบ้างจึงไม่ละเลยบุตรสาววัยสามขวบของตนเอง
          เมื่อสี่ปีก่อนหลี่อวิ๋นเฉิงในวัยสิบห้าขวบปีเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มน้อยรูปงามล้ำเลิศ ไม่ว่าสตรีใดได้พบเห็นจำต้องอ่อนระทวยไปทุกราย เช่นเดียวกับจางเพ่ยเพ่ยบุตรสาวคนเล็กของพ่อบ้านจางวัยสิบห้าปีที่หลงใหลรักใคร่ในตัวหลี่อวิ๋นเฉิงเป็นอย่างมาก ทั้งสองคนเติบโตมาด้วยกัน แต่ด้วยอยู่ในวัยหัวเลี้ยวหัวตออยากรู้อยากลอง จึงพลาดพลั้งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งฉันท์หนุ่มสาวจนจางเพ่ยเพ่ยตั้งครรภ์
          ด้วยชาติกำเนิดเป็นเพียงบุตรสาวพ่อบ้านไม่อาจแต่งเป็นชายาเอกได้ จึงเป็นได้เพียงชายารอง แต่พ่อบ้านจางที่แม้จะเสียใจและผิดหวังกับการกระทำอันน่าอับอายของบุตรสาวก็ยินยอมรับอย่างไร้เงื่อนไข ด้วยหวังเพียงให้หลานในท้องของบุตรสาวมีพ่อก็เพียงพอแล้ว หลี่อวิ๋นเฉิงเองก็เต็มใจแต่งงานกับจางเพ่ยเพ่ยอย่างไม่เกี่ยงงอน แม้ไม่รักแต่ความผูกพันที่มีมาตั้งแต่เด็กก็ทำให้ไม่อยากละเลย ครั้งนั้นหลี่หลงเทียนและซูฟางเซียนโกรธเคืองบุตรชายมาก จนไม่ยอมพูดคุยด้วยเป็นเดือน เขาจึงเสนอจะแต่งงานรับผิดชอบในสิ่งที่ทำ นั่นแหละบิดามารดาจึงยอมกลับมาพูดคุยด้วย
          หลังจากแต่งงานกับจางเพ่ยเพ่ย หลี่อวิ๋นเฉิงก็ดูแลเอาใจใส่หญิงสาวเป็นอย่างดี ทั้งสองอยู่ด้วยกันเหมือนครั้งที่ยังเป็นเพื่อนเล่นกัน แต่หากจางเพ่ยเพ่ยต้องการสิ่งใดหลี่อวิ๋นเฉิงก็พร้อมจะสรรหามาให้แทบจะทุกอย่าง ความสัมพันธ์ของทั้งคู่พัฒนาไปในทางที่ดีจนเกือบจะเรียกว่ารักเลยทีเดียว 
          แต่อนิจจา... ราวกับสวรรค์กลั่นแกล้ง ในคืนที่จางเพ่ยเพ่ยเจ็บท้องคลอดบุตร นางเกิดอาการตกเลือดเสียเลือดมากจนไม่อาจยื้อชีวิตไว้ได้ ทิ้งไว้เพียงบุตรสาวตัวน้อยที่เพิ่งลืมตาดูโลกแม้แต่น้ำนมหยดเดียวจากมารดาก็มิได้ดื่มกิน หลี่อวิ๋นเฉิงเสียใจมากดื่มแต่สุราจนไม่เป็นผู้เป็นคน เขาเคยคิดเอาไว้ว่าหากนางคลอดบุตรของเขาแล้วจะเอ่ยปากขอพี่ชายผู้เป็นจักรพรรดิให้จางเพ่ยเพ่ยได้เป็นชายาเอก แต่แล้วทุกอย่างที่หวังก็มีอันต้องพังลง เพราะภรรยาที่ผูกพันกันมาเนิ่นนานจากไปอย่างไม่มีวันกลับ หลี่หลงหลานนั้นเห็นใจน้องชายจึงตั้งจางเพ่ยเพ่ยเป็นพระชายาเอกจางตามที่น้องชายเคยตั้งใจไว้
          หลี่อวิ๋นเฉิงเสียหลักอยู่นานกว่าจะตั้งตัวได้ โชคยังดีที่เขามีบิดามารดาและน้องๆ คอยอยู่เคียงข้าง ไหนจะยังมีบุตรสาวตัวน้อยอย่างหลี่เพ่ยจูที่ต้องดูแลอีก สาวน้อยเป็นดั่งดวงใจของบิดาที่ไม่ว่าหลี่อวิ๋นเฉิงจะไปอยู่ไหนก็จะต้องรีบกลับไปหาลูกน้อยบ่อยๆ จนใครๆ ต่างก็ขนานนามเขาว่า องค์ชายพ่อลูกอ่อนเจ้าสำราญ เพราะถึงจะมีลูกแต่เขาก็ไม่ทิ้งลายความเจ้าสำราญ แต่หากให้เลือกระหว่างลูกกับผู้หญิง เขาก็เลือกอย่างไม่ลังเลว่าต้องเป็นลูกของเขาเท่านั้น

          ร่างสูงโปร่งสง่างามใบหน้าหล่อเหลางดงามราวกับเทพเซียนยากจะหาใครเปรียบเทียบก้าวลงจากรถม้า ดวงหน้าหล่อเหลาคมคายงดงาม ดวงตาคมกริบทว่าหวานซึ้งทรงเสน่ห์สีรัตติกาล คิ้วเข้มเฉียง จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากอิ่มแดงระเรื่อ ผิวพรรณเรียบเนียนขาวผ่องดุจหิมะ กลิ่นกายหอมกินบุปผาอ่อนระรินเย็นสดชื่น สวมอาภรณ์ปักลายวิหกสีฟ้าอ่อน เส้นผมสีดำเกล้าขึ้นครอบด้วยกวานรัดเกล้าสีทอง 
          ชายหนุ่มเจ้าของร่างสูงเดินเข้าประตูวังที่ประทับ มือซ้ายไพล่หลังมือขาวถือพัดโบกสะบัดเบาๆ ก่อนหยุดชะงักเมื่อเห็นร่างเล็กของเด็กหญิงตัวน้อยในอาภรณ์สีชมพูที่คุ้นเคยยืนรอไม่ไกล ซึ่งทันทีที่สาวน้อยผู้นั้นเห็นเขาก็ยิ้มร่าขึ้นมาทันที
          “ท่านป้อ...” ร่างเล็กวิ่งขลุกขลักเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว จนชายหนุ่มต้องวิ่งเข้าไปรับด้วยเกรงว่าสาวน้อยของเขาจะหกล้มบาดเจ็บ
          “จูเอ๋อร์ พ่อบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าวิ่ง ทำไมไม่ฟังหืม! แล้วนี่คนอื่นๆ หายไปไหนทำไมปล่อยให้ลูกพ่อมายืนตากลมอยู่คนเดียวเนี่ย มันน่าไล่ให้ไปเก็บขี้ม้าจริงๆ เลย” เขาบ่นถึงสาวใช้และพี่เลี้ยงของหลี่เพ่ยจูที่ปล่อยให้บุตรสาวของเขาออกมายืนอยู่คนเดียว
          ตั้งแต่ภรรยาคนแรกอย่างจางเพ่ยเพ่ยจากไป หลี่อวิ๋นเฉิงก็พยายามให้ความรักกับบุตรสาวมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ในวังเฟิงสี่ของเขาจะมีสตรีมากมายแต่เขาก็ไม่เคยแต่งตั้งใครเป็นชายาเอกหรือชายารอง สตรีทุกนางในวังจะมีฐานะเป็นแค่อนุ ไม่ว่าจะพยายามสักเท่าใดก็เป็นได้แค่อนุ และสตรีเหล่านั้นไม่มีสิทธิ์ออกมาเดินเพ่นพ่านหากเขาไม่อนุญาติ ที่สำคัญคือห้ามวุ่นวายสร้างความรำคาญใจให้หลี่เพ่ยจูเป็นอันขาด
           “ท่านป้อไปหนายมา จูเอ๋อร์ยอท่านอยู่นะ” สาวน้อยไม่ตอบคำถามบิดาแต่นางเลือกที่จะถามกลับ เพราะตั้งแต่ตื่นมานางก็ไม่พบเขาแล้ว ถามใครก็ไม่มีใครตอบได้ สาวน้อยจึงแอบออกมายืนรอบิดาอยู่ที่หลังประตูวัง
          “พ่อก็ไปหาอาจารย์มาสอนเจ้าอย่างไรเล่าลูกรัก เจ้าอยากเรียนหนังสือมิใช่หรือ วันนี้พ่อเลยไปหาท่านลุงรองของเจ้าให้เขาหาอาจารย์มาสอนหนังสือเจ้า ดีหรือไม่” ร่างสูงโอบอุ้มร่างเล็กเข้าตำหนักที่พัก ขณะที่สาวน้อยได้ยินว่าเรียนหนังสือก็ดีใจยกใหญ่ ท่าทางของหลี่เพ่ยจูทำให้เขาหวนนึกถึงจางเพ่ยเพ่ยยามที่ได้ยินว่าเขาจะสอนนางอ่านเขียนหนังสือ ครั้งหนึ่งสาวน้อยผู้นั้นก็เคยแสดงท่าทางไร้เดียงสาเช่นนี้กับเขา
          สตรีที่แม้จะจากไปนานแต่เขาก็ไม่เคยลืมเลือน...
          แต่แล้วภาพของจางเพ่ยเพ่ยก็หายไปกลายเป็นภาพของสตรีอีกนางหนึ่ง สตรีที่แม้จะมีใบหน้างดงามแต่ก็เป็นความงามที่หาได้ทั่วไปไม่มีสิ่งใดโดดเด่น ต่างจากรูปร่างที่เย้ายวน ทรวงอกอวบอิ่มล้นทะลัก เอวคอดกิ่ว สะโพกผายกลมกลึง แขนขาเรียวกลมกลึงอย่างถังเหม่ยฉี สตรีที่เขาหมายมาดว่าจะได้นางมาเป็นมารดาของหลี่เพ่ยจู 
          ถังเหม่ยฉีอายุยี่สิบสองปี นางอายุมากกว่าเขาถึงสามปีเป็นขุนนางหญิงขั้นห้า นางทำงานอยู่ที่สำนักศึกษาหลวงเป็นอาจารย์ในการดูแลของเหรินอ๋องหลี่หยางเจี้ยน จากที่เขาสืบมา ถังเหม่ยฉีเคยหมั้นหมายเมื่อสิบปีก่อน แต่แล้วพอถึงคราวออกเรือนคู่หมายของนางก็ขอถอนหมั้นไปแต่งงานกับสตรีอีกนางที่มีบิดาเป็นเสนาบดีสามารถช่วยหนุนหลังเขาได้ ถังเหม่ยฉีนั้นเสียใจและอับอายกับการกระทำของคู่หมายเป็นอย่างมาก หลังจากนั้นถังเหม่ยฉีก็ไม่สนใจบุรุษใดอีกเลย นางมุ่งมั่นสอบเป็นขุนนางจนได้เป็นขุนนางขั้นห้า 
          ซึ่งนางก็ยังเป็นสตรีคนเดียวและคนแรกที่ทำให้หัวใจอันด้านชาของเขาเต้นแรงหลังจากเหตุการณ์เมื่อสี่ปีก่อน!
          อายุของนางอาจล่วงเลยวัยออกเรือนจนใครๆ ต่างก็คิดว่านางจะต้องเป็นสาวเทื้ออยู่บนคานไปตลอดชีวิต แต่เขานี่แหละ จะสอยนางลงจากคานมาเป็นมารดาของจูเอ๋อร์ของเขาให้ได้!

           วันรุ่งขึ้นรถม้าจากสำนักศึกษาหลวงก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าประตูวังเฟิงสี่ของหลี่อ๋อง เรือนร่างเย้ายวนในอาภรณ์ขุนนางขั้นห้าสีขาวแทบน้ำเงินประจำสำนักศึกษาหลวงก้าวลงจากรถม้า ก่อนจะเดินเข้าไปคุยกับทหารยามที่เฝ้าอยู่หน้าประตูวังเพื่อเข้าไปทำภารกิจที่ได้รับมอบหมายให้สำเร็จ หลังจากเจรจากับทหารยาม หญิงสาวเจ้าของร่างเย้ายวนก็เดินเข้าไปในวังทันที 
          ถังเหม่ยฉีได้รับคำสั่งจากเหรินอ๋อง พระเชษฐาขององค์จักรพรรดิผู้เป็นราชครูของแคว้นและเป็นผู้ดูแลสำนักศึกษาหลวง ให้นางมาเป็นอาจารย์สอนหนังสือของท่านหญิงน้อยเพ่ยจูธิดาของหลี่อ๋อง แม้จะเคยพบเจอกันมาบ้างแต่ถังเหม่ยฉีไม่ได้สนิทสนมหรือรู้จักมักคุ้นกับหลี่อ๋องมาก่อน หญิงสาวเพียงได้ยินข่าวลือว่าาหลี่อ๋องเป็นคนเจ้าชู้เจ้าสำราญ มีอนุชายามากมายแต่งงานตั้งแต่อายุสิบห้าปีเพราะทำสตรีตั้งครรภ์ แต่สตรีนางนั้นก็สิ้นใจหลังคลอดธิดา เพราะทนต่อความเจ้าชู้ของสามีไม่ไหวเลยตรอมใจตาย
          นางไม่ทราบว่าเรื่องนี้ที่ได้ยินมาจริงหรือไม่ แต่นางไม่ชอบบุรุษเจ้าชู้เช่นนี้ แม้จะชื่นชมอีกฝ่ายที่มีความรับผิดชอบไม่ละเลยธิดาของตนก็ตาม 
           ขณะที่เดินคิดอะไรในใจ จู่ๆ ก็มีวัตถุประหลาดพุ่งชนท้องน้อยให้รู้สึกจุกจนต้องเอามือกุมท้องตัวงอ ส่วนเจ้าวัตถุประหลาดก็หล่นตุบลงกับพื้นพร้อมกับเสียงร้องไห้บาดหูของเด็กเล็ก ถังเหม่ยฉีก้มมองวัตถุนั้นก็พบว่าเป็นเด็กน้อยวัยไม่เกินสี่ขวบ ผิวพรรณเรียบเนียนขาวผ่องดุจหิมะ  ใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มดวงตากลมโตใสซื่อ จมูกโด่งรั้น ริมฝีปากบางจิ้มลิ้ม แก้มป่องอมชมพูดูน่ารักน่าหยิกกำลังร้องไห้จ้า ด้วยความที่หญิงสาวเป็นคนรักเด็กและแพ้น้ำตากับเสียงร้องไห้ของเด็กเล็ก จึงอดไม่ได้ที่จะก้มลงปลอบประโลมด้วยความสงสารพลางจับพลิกซ้ายพลิกขวาหาร่องรอยบาดแผลและนางก็พบว่าฝ่ามือน้อยทั้งสองข้างของเด็กหญิงแดงก่ำมีรอยทะลอกอยู่เล็กน้อย จึงคาดเดาได้ว่าเด็กหญิงตัวน้อยผู้นี้คงใช้มือค้ำยันพื้นตอนล้มเป็นแน่
           แต่ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะทำอะไรให้มากความ ร่างเล็กของเด็กหญิงก็ลอยขึ้นเหนือพื้นด้วยวงแขนแกร่งของชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของวังที่ปลอบประโลมเด็กน้อยในอ้อมแขนใบหน้าเคร่งเครียด และนั่นทำให้หญิงสาวทราบว่าวัตถุประหลาดที่พุ่งชนนางคือธิดาของหลี่อ๋องเจ้าสำราญ
          “เกิดอะไรขึ้นทำไมลูกหญิงถึงร้องไห้แบบนี้” ชาบหนุ่มหันมาคาดคั้นหญิงสาวที่ยืนมองเขาปลอบประโลมบุตรสาวสีหน้าครุ่นคิด ในใจเขาได้แต่ภาวนาขออย่าให้สตรีที่หมายมั่นปั้นมือจะเอามาเป็นมารดาของบุตรสาวเป็นคนใจคอคับแคบ 
           เพราะหากหญิงสาวทำให้หลี่เพ่ยจูร้องไห้เขาก็พร้อมจะตัดนางออกจากความคิดทันที แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาจำเป็นต้องฟังเหตุผลและไตร่ตรองให้ถี่ถ้วนเสียก่อนจึงจะตัดสินได้ ว่าหญิงสาวยังพอมีสิทธิ์ในการเป็นมารดาของบุตรสาวแสนรักของเขาอีกหรือไม่
           “คือท่านหญิงน้อยวิ่งมาชนหม่อมฉันโดยไม่ตั้งใจ แล้วล้มลงกับพื้นเป็นเหตุให้ฝ่ามือทั้งสองข้างเกิดบาดแผล คาดว่านี่น่าจะเป็นสาเหตุที่ท่านหญิงน้อยร้องไห้เพคะ” หญิงสาวตอบตามความสัตย์จริง ดวงตากลมโตใสกระจ่างจ้องตอบดวงตาคมกริบหวานซึ้งอย่างไม่หลบเลี่ยง 
          นางพอจะเข้าใจความรู้สึกของเขา เพราะหากเป็นนางก็คงคิดว่าต้องมีคนรังแกลูกของตนจนร้องไห้เป็นแน่ แต่ที่ไม่เข้าใจคือแววตาวิบวับแวววาวที่เขาใช้จ้องมองนางนั่นต่างหาก ทำราวกับจะกลืนกินนางลงไปทั้งตัว ยิ่งถูกมองมากก็ยิ่งร้อนวูบวาบไปทั่วสรพางค์จนต้องลนลานหลบตา
          หลี่อวิ๋นเฉิงมองหญิงสาวที่ตนหมายมาดอย่างพึงใจ อย่างน้อยถังเหม่ยฉีก็ไม่คิดโยนความผิดให้ลูกสาวของเขา หญิงสาวเลือกใช้คำว่า ชนโดยไม่ตั้งใจ แทนคำว่า ซุกซน ทั้งที่ความจริงคงเป็นอย่างหลังมากกว่า
          “ท่านป้อ อึก จูเอ๋อร์ดื้อไม่ฟังท่าน อึก เลยชนพี่สาว” เสียงเจือแววสะอื้นของหลี่เพ่ยจูดังแทรกบรรยากาศระหว่างสองหนุ่มสาว ดวงตากลมโตใสซื่อมองใบหน้าของหญิงสาวที่ตนวิ่งชนอย่างหวาดหวั่น ด้วยกลัวว่าพี่สาวผู้นี้จะโกรธและหันมามองหน้าบิดาสำนึกผิดปนขอโทษที่ไม่เชื่อฟังที่เขาเตือนแต่แรก
           “เอาเถอะพ่อจะไม่ลงโทษเจ้า แต่จูเอ๋อร์ต้องขอโทษท่านอาจารย์ถังก่อนนะ เพราะนางคืออาจารย์ที่จะมาสอนหนังสือลูก” ได้ยินคำว่าสอนหนังสือดวงตาของหลี่เพ่นจูก็ทอประกายแวววาวทันที สาวน้อยไม่รอช้าคำนับขอโทษถังเหม่ยฉีทีนควันจนหญิงสาวอดเอ็นดูไม่ได้

           จากนั้นพวกเขาทั้งสามก็เดินไปยังตำหนักใหญ่อันเป็นสองพ่อลูก เมื่อเดินมาถึงห้องโถงก็นั่งทำแผลให้จูเอ๋อร์น้อยอยู่พักหนึ่งก่อนจะเริ่มปูพื้นฐานบทเรียนง่ายๆ ให้สาวน้อย ซึ่งหลี่เพ่ยจูก็ฉลาดไม่น้อยเพียงแค่วันแรกก็สามารถเรียนพื้นฐานได้เกือบคล่อง ขณะที่บุตรสาวตั้งใจเรียน บิดาก็ตั้งใจหยอดอาจารย์จองลูก ดวงตาคมกริบหวานซึ้งทรงเสนห์มองมาหยาดเยิ้มจนหญิงสาวนึกหวั่นใจ จริงอยู่ที่นางไม่ชอบบุรุษเจ้าชู้และอายุน้อยกว่า แต่หากปล่อยไว้นานกว่านี้เกรงว่าไม่นางก็เขาคงได้ถูกตับกินในไม่ช้านี้และดูเหมือนนางอาจเป็นฝ่ายพ่ายแพ้จับเขากินก่อน 
           ก็ลองมีบุรุษรูปงามหยาดฟ้ามาดินกลิ่นกายหอมเย็นชื่นใจมาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ มีใครบ้างไม่หวั่นไหว รูปร่างหรือก็ยั่วน้ำลายสตรีเพศยิ่งนัก ตั้งแต่เกิดมาเห็นจะมีแต่หลี่อ๋องนี่แหละที่ทำให้นางใจสั่น เพราะแม้แต่อดีตคู่หมายของนางยังไม่สามารถทำให้นางรู้สึกเช่นนี้ได้เลย
           “ว่ากันว่าอาจารย์ถังเป็นคนมีความสามารถไม่คิดว่าท่านจะเก่งขนาดทำให้จูเอ๋อร์ของเปิ่นหวางเรียนรู้เร็วเช่นนี้”
           “ท่านอ๋องกล่าวชมเกินไปแล้ว หม่อมฉันหาได้เก่งกาจปานนั้น แท้จริงแล้วเป็นท่านหญิงน้อยต่างหากที่เฉลียวฉลาดสอนเพียงเล็กน้อยก็จดจำได้”
           “หึ จูเอ๋อร์ดูเหมือนจะชอบอาจารย์ถังมาก และอาจารย์ถังเองก็ดูจะชอบจูเอ๋อร์เช่นกัน” 
           “เพคะ หม่อมฉันชอบท่านหญิงน้อย นางน่ารักน่าชังนัก” ถังเหม่ยฉียิ้มหวานฉ่ำยามนึกถึงดวงหน้าเล็กๆ น่ารักน่าเอ็นดู จนไม่ทันสังเกตถึงแววตาวาววับเจ้าเล่ห์ของหลี่อวิ๋นเฉิง
          “ถ้านางน่าเอ็นดูปานนั้น แล้วไฉนอาจารย์ถังไม่อยู่กับนางตลอดเวลาและตลอดไปเล่า”
          “ท่านอ๋องก็แปลก หม่อมฉันกับท่านหญิงเป็นเพียงศิษย์อาจารย์แล้วจะอยู่กับนางตลอดไปได้อย่างไร” หญิงสาวเงยหน้ามองฉงน
          “ก็เปลี่ยนจากศิษย์อาจารย์เป็นอย่างอื่นสิ” อ๋องหนุ่มยักคิ้วหลิ่วตาพาให้ถังเหม่ยฉีนึกตงิดใจกับท่าทางเจ้าเล่ห์นั่น
           “เปลี่ยนเป็นอะไรเพคะ”
          “ก็เปลี่ยนมาเป็นชายาของเปิ่นหวางไงเล่า ทีนี้เจ้าก็จะได้เป็นมารดาของจูเอ๋อร์ด้วย หึหึ” เห็นท่าทางอ้าปากค้างของหญิงสาว หลี่อวิ๋นเฉิงก็ไม่รอช้าสาธยายสรรพคุณของตนเพิ่มเติม “เป็นอย่างไรเปลี่ยนเพียงครั้งเดียวได้ทั้งสวามีและบุตรพร้อมกันนับว่าคุ้มเกินคุ้ม อีกทั้งบุตรสาวน่ารักน่าหยิก ช่างออดอ้อนเอาใจ ส่วนสวามีก็ร่ำรวย หน้าที่การงานก็มั่นคง รูปร่างหน้าตาก็หล่อเหลาเหนือกว่าบุรุษใด ส่วนท่วงท่าในม่านมุ้งนั้นเปิ่นหวางมั่นใจว่าตนเองเร้าร้อนพอ”
เท่านั้นแหละ 
          “ไอ้ท่านอ๋องลามก! คนโรคจิตหน้าไม่อาย  หลงตัวเองไม่พอยังจะมาพูดเลยเช่นนี้ต่อหน้าบุตรสาวอีก! มานี่ มาให้ข้าลงโทษท่านเสียดีๆ”
           ร่างสูงสง่างามของหลี่อ๋องก็วิ่งกระหืดกระหอบออกจากห้องสอนหนังสือ ตามด้วยร่างระหงอวบอิ่มเย้ายวนถือไม้เรียววิ่งไล่ตาม พร้อมกันก็มีเสียงด่าทอไร้ความเกรงกลัวจากถังเหม่ยฉีก็ดังไปทั่วทั้งวัง ขณะที่ชายหนุ่มเจ้าของวังกลับหัวเราะชอบใจสนุกสนาน ที่สามารถทำให้อาจารย์สาวที่เคยง่วนอยู่กับกองตำราหลุดมาดที่สร้างไว้ได้
             ระหว่างที่อาจารย์สาวและบิดาบังเกิดเกล้ากำลังทำตัวเป็นเด็กน้อย ท่านหญิงที่เป็นเด็กน้อยตัวจริงก็นั่งมองภาพของบิดาและอาจารย์ตาใสแจ๋ว มือน้อยทั้งสองยกขึ้นมาปิดปากหัวเราะคิกคัก แม้จะไม่ทราบความหมายถึงสิ่งที่คนทั้งสองทำ แต่มันก็ทำให้เด็กน้อยมีความสุขขึ้นมามากมายอย่างประหลาด หลี่เพ่ยจูรู้สึกได้ว่าวังที่เคยเงียบเหงาแห่งนี้กำลังสดใสและเต็มไปด้วยชีวิตชีวาอย่างที่นางต้องการ

           รัชศกเหวินกวางที่สิบสอง ในสมัยจักรพรรดิผิงอันเต๋อตี้หลี่หลงหลาน หลี่อ๋องทูลขอสมรสพระราชทานแต่งอาจารย์ถังเหม่ยฉี ขุนนางหญิงขั้นห้าจากสำนักศึกษาหลวง เป็นพระชายาเอกคนใหม่ มอบหมายหน้าที่ทุกอย่างในวังเฟิงสี่ให้นางจัดการตามสมควร ท่ามกลางความเห็นดีเห็นงามของบิดามารดาและเหล่าพี่น้องทั้งหลาย
          รัชศกเหวินกวางที่สิบสี่ ในสมัยจักรพรรดิผิงอันเต๋อตี้หลี่หลงหลาน พระชายาถังเหม่ยฉี ชายาเอกคนที่สองในหลี่อ๋องหลี่อวิ๋นเฉิงทรงตั้งครรภ์และให้กำเนิดอ๋องน้อยคนแรกและคนเดียวในวังเฟิงสี่ นามว่า หลี่เพ่ยเหวิน  เป็นที่รักใครของทุกคนในครอบครัว
          รัชศกเหวินกวางที่สิบห้า ในสมัยจักรพรรดิผิงอันเต๋อตี้หลี่หลงหลาน พระชายาถังเหม่ยฉี ชายาเอกในหลี่อ๋องทำการปลดปล่อยเหล่าสาวงามทั้งหลายในวังเฟิงสี่ที่หลี่อ๋องสะสมไว้ให้เป็นอิสระ พร้อมทั้งมอบเงินให้นำไปตั้งตัวอีกคนละเล็กละน้อย แต่ในสายตาชาวบ้านกลับคิดว่า เป็นเพราะพระชายาถังเหม่ยฉีเป็นสตรีจิตใจคับแคบและดุยิ่งกว่าเสือ ทำให้อนุชายาทั้งหลายของท่านอ๋องทนไม่ได้จึงหนีไป
          รัชศกเหวินกวางที่สิบเจ็ด ในสมัยจักรพรรดิผิงอันเต๋อตี้หลี่หลงหลาน พระชายาถังเหม่ยฉี ชายาเอกในหลี่อ๋องได้ให้กำเนิดท่านหญิงแฝด นามว่า หลี่เพ่ยฟาง และ หลี่เพ่ยจิน  ทั้งสองคือท่านหญิงรอง ท่านหญิงสามของวังเฟิงสี่ พวกนางทั้งคู่ก็เป็นที่รักใคร่ของทุกคนไม่แพ้กัน
           รัชศกเหวินกวางที่ยี่สิบสี่ ในสมัยจักรพรรดิผิงอันเต๋อตี้หลี่หลงหลาน ท่านหญิงใหญ่หลี่เพ่ยจูในวัยสิบหกขวบปี ได้รับราชโองการสมรสพระราชทานจากจักรพรรดิผิงอันเต๋อตี้ให้เสกสมรสกับหลินเกาฝาง บุตรชายเจ้ากรมการคลัง สร้างความไม่พอใจให้หลี่อ๋องอย่างยิ่งยวด
           “ลูกอวิ๋น เหตุใดจึงทำสีหน้าเช่นนั้น นี่มันวันมงคลของบุตรสาวเจ้านะ” ซูฟางเซียนในวัยสี่สิบเก้าปี รูปร่างอวบท้วมขึ้นเล็กน้อย แต่เสน่ห์ยังคงเหลือล้น เช่นเดียวกับใบหน้างดงามที่มีริ้วรอยตามวัยแต่ความงามหาได้ส่างซา มองค้อนเจ้าลูกชายที่หน้าบึ้งตึงจากการที่ถูกพี่ชายผู้เป็นจักรพรรดิพรากบุตรสาวสุดรักไปให้ชายอื่น 
           “โธ่! ท่านแม่ก็... จะให้ลูกอวิ๋นของท่านดีใจจนเนื้อเต้นเช่นนั้นหรือที่บุตรสาวที่ห่วงแหนต้องแต่งงานกับเจ้าเด็กไม่เอาอ่าวหลินเกาฝางนั่น” หลี่อวิ๋นเฉิงสามสิบสองปีกล่าวอย่างขุ่นมัว
           ใบหน้าหล่อเหลางดงามบูดบึ้งดุจก้นลิงชวนให้ขบขันในสายตาคนใกล้ชิด ที่ทราบกันดีว่าชายผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเจ้าชู้กะล่อนสะสมหญิงงามมากมาย จะกลายเป็นบิดาที่หวงแหนบุตรสาวทั้งสามยิ่งกว่าจงอางหวงไข่ หากไม่ติดที่บิดามารดาคอยสอนให้เขารักและเคารพพี่ชายป่านนี้เขาคงลอบสังหารว่าที่บุตรเขยให้ตายตั้งแต่ได้รับราชโองการแล้ว แต่เพราะสำนึกได้ว่าสิ่งที่พี่ชายทำไปย่อมมีเหตุผล สุดท้ายเขาก็ได้แต่นั่งทำหน้าบูดบึ้งให้มารดาทักท้วงเช่นนี้แหละ
           “จะหงุดหงิดงุ่นง่านไปทำไม กะอีแค่ลูกสาวแต่งงาน แถมยังแต่งให้ลูกขุนนางน้ำดีของราชสำนัก จวนหรือก็อยู่ใกล้กันแค่ตรอกเดียว หาใช่แต่งไปต่างบ้านต่างเมืองเสียหน่อย” หลี่หลงเทียนในวัยเจ็ดสิบปีร่างกายไม่แข็งแรงดังเดิมจึงต้องนั่งอยู่บนรถเข็นไม้เนื้อดีที่สั่งทำขึ้นเย้าหยอกบุตรชาย
           “เฮอะ! ตอนเหิงอวี้แต่งให้เจ้าคนแซ่ไป๋นั่นมิใช่ว่าท่านถึงกับยอมใช้อำนาจไท่ซ่างหวงจัดขวางพวกเขาหรอกหรือ ทั้งที่จวนอยู่ห่างกันไม่ถึงยี่สิบก้าวด้วยซ้ำ” 
          นึกถึงเรื่องราวเมื่อหลายปีก่อน หลี่อวิ๋นเฉิงก็อยากหัวเราะบิดาออกมาดังๆ มีอย่างที่ไหนคนรักกันจะแต่งงานกัน ถึงกับใช้พระราชอำนาจของไท่ซ่างหวงทำเรื่องราวให้วุ่นวาย ดีนะที่ไป๋เจี้ยนเว่ยไม่ใช่คนจิตใจคับแคบเจ้าคิดเจ้าแค้น มิเช้่นนั้นเขาไม่อยากจะนึกเลยว่าเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โตแค่ไหน
          “แล้วอย่างไร! ก็ใครใช้ให้อวี้เอ๋อร์ไปรักเจ้าตัวกลับกลอกนั่นกัน”
          ซูฟางเซียนฟังสองพ่อลูกเถียงกันไปมาแล้วอดหัวเราะไม่ได้กับความหวงจนเกินเหตุของสวามี ที่มีต่อธิดาทั้งสอง กับคนหนึ่งก็ใช้อำนาจจนลูกสาวหนีเตลิดไปกับชายคนรัก กับอีกคนก็มิยินยอมให้แต่งงานออกไป จนลูกสาวตแก้เผ็ดโดยการแต่งชายหนุ่มเข้าจวนเสียอย่างนั้น 
          เฮ้อ…สวรรค์ ไฉนจึงท่านจึงให้นิสัยหวงแหนเช่นนี้กับบุรุษตระกูลนี้กันนะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 139 ครั้ง

1,650 ความคิดเห็น

  1. #1649 Tiemchan (@Tiemchan) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:15
    ขอบคุณค่า เหมาะสมแล้วเมียต้องแก่กว่า555
    #1649
    0
  2. #1588 Shadow-1 (@Shadow-1) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 22:27
    จะแต่งพากลูกต่อหรือเปล่าคะ..ท่าแต่งจะคบทุกคนหรือเปล่าคะ..รออยู่นะคะ
    #1588
    0
  3. #1587 YuphaWadi (@YuphaWadi) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2560 / 13:22
    จะแต่งคนลูกปะคะ
    #1587
    0
  4. #1585 ^ เธเธน ^ (@inuko555) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 10:33
    โถๆๆๆ หาแม่ให้ลูกน้อย

    ถามเจ้าตัวยังว่าเค้าอยากให้สอยลงมาไหม
    #1585
    0
  5. #1583 parkchaewon00 (@parkchaewon00) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 14:26
    ถึงขั้นสอยลงมาจากคานเลยหรอ !!! โอ้โหหห~ คนหรือมะม่วงละนั่น หวังว่านางจะรักและเอ็นดูจูน้อยดั่งลูกแท้ๆของตน เอาใจช่วยนะขอให้สอยได้ 555555
    #1583
    0
  6. #1581 cutieravii (@cutieravii) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 20:51
    หืมมมม นี่จะสอยสาวเทื้อหรอ รอเลยค่ะไรท์ อิอิ
    #1581
    0
  7. #1580 Japan21 (@Japan21) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 20:04
    เมียแก่เหรอ
    #1580
    0
  8. #1579 05062533 (@05062533) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 14:58
    อิอิ..จะสอยนางลงมา..ถามนางอ่ะยัง..
    #1579
    0
  9. #1578 Ingfalalabell (@FPPD) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 10:46
    สอยลงมาจากคาน 5555
    #1578
    0
  10. #1576 FuFar Maxx (@fufer) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 00:40
    แหม่....ไวไฟจริงเชียว 55555
    #1576
    0
  11. #1575 Techno (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 21:19
    ท่านจัดสรรปันเวลายังไงจ๊ะ 70 นะ ไม่ใช่ 7 คน
    #1575
    2
    • #1575-1 Earn Nuttanun Setwipattanachai (@earnniestar) (จากตอนที่ 59)
      27 ตุลาคม 2560 / 07:09
      คืนละ10คน 7คืน70คนพอดี 555
      #1575-1
    • #1575-2 Earn Nuttanun Setwipattanachai (@earnniestar) (จากตอนที่ 59)
      27 ตุลาคม 2560 / 07:10
      แต่เราว่ายังไม่โหดเท่ากลับมา60วัน อนุ70คน เฉลี่ยหาได้วันละคนกว่าเลย คนเดินไปเห็นใครสวยก็รับหมด
      #1575-2
  12. #1574 itipza (@i-tipza) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 20:37
    ขอบคุณคร่า รอฉากจีบสาวว
    #1574
    0
  13. #1573 What&Why (@enjoyyyyy) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 20:13
    จูเอ๋อร์น่ารักจัง ท่างป้อๆ5555
    #1573
    0
  14. #1572 kumiko210945 (@kumiko210945) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 19:45
    ต่อนะคะชอบอยากอ่านคู่นี้
    #1572
    0
  15. #1571 cattycall (@catty_call) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 19:22
    ขอบคุณมาก
    #1571
    0
  16. #1570 niphawestnisaidee (@pornnipanisaidee) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 19:11
    เรื่องนี้ต่อเลยไหมคะไรท์
    #1570
    0
  17. #1568 june see (@june_pw) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 18:43
    แหม่มมม ร้ายไม่เบานะเธอ
    #1568
    0
  18. #1567 นนน (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 18:32
    รอค่ะอยากรู้พี่แดจะจับสาวยังไง
    #1567
    0
  19. #1566 monny2202 (@monny2202) (จากตอนที่ 59)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 18:31
    ตายแล้วววววววววววว ลูกอวิ๋นจะสอยสาวเทื้ออออออออ // ฮืออออออออออออออออออ อนุ70นี่เยอะไปมั๊ยลูกกกกก
    #1566
    0