(จบ) มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 16 : บทที่ ๑๖ : ดั่งฝันฉันใด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 44613
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4003 ครั้ง
    19 ส.ค. 61

มนต์วิฬาร์

บทที่ ๑๖ : ดั่งฝันฉันใด

 

                ดั่งเพลิงพับแขนเสื้อของตัวเองแล้วยกมือขึ้นปาดเหงื่อที่ไหลอยู่เต็มหน้า ถ้าหากมีใครถามว่าในพระนครที่แห่งใดนั้นร้อนที่สุด คนที่เกลียดอากาศร้อนอย่างเขาคงตอบว่าท่าเรือคลองเตยด้วยเสียงดังฟังชัด นับหนึ่งถึงสิบในใจแล้วพยายามฝืนยิ้มอย่างที่มักทำประจำขณะทำงาน ไม่รู้ว่าอีกกี่เดือนเจ้าสัวเส็งผู้เป็นบิดาจะส่งเขาไปนั่งทำงานที่ออฟฟิศเสียที นี่ก็กว่าสี่เดือนแล้วที่เขาเริ่มเข้ามารับผิดชอบกิจการครอบครัว อีกทั้งยังเกือบสองเดือนแล้วที่เขากับคุณชายอนิละแต่งงานกัน ว่าก็ว่าหลังจากภรรยาของดั่งเพลิงติดฮีทคราวนั้น เขาก็ไม่ได้กระทำอะไรคุณชายสองเกินกว่าจูบเลยสักนิด ถ้าให้พูดตามตรงเขาจูบคุณชายอนิละครั้งสุดท้ายก็สองสัปดาห์ก่อนโน้น เขาไม่อยากเร่งเร้าหรือรีบร้อนเกินไป เพราะใจก็รู้หากวันหนึ่งอีกฝ่ายเป็นคนทนไม่ได้ เขาจะได้กำไรมากกว่าสิบเท่า

 

                ดั่งเพลิงเป็นพวกอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ตอนนี้ก็ยังเป็นอยู่

 

                สายตาคมมองตรงไปยังเหล่าคนงานที่กำลังยกมือไหว้ลาเขาเพราะต้องเปลี่ยนกะที่ท่าเรือ ชายหนุ่มรับไหว้ส่ง ๆ ขณะเดียวกันก็นึกถึงคำพูดของนายจรัญเพื่อนสนิทที่มาเยี่ยมเยียนเมื่อช่วงเช้า สหายนักดนตรีกล่าวทิ้งท้ายกับเขาว่า ณ ตอนนี้ไม่มีอีกแล้วดั่งเพลิงคนเจ้าสำราญ มีเพียงดั่งเพลิงคนหลงเมียเท่านั้น ซึ่งดั่งเพลิงก็ไม่ได้เห็นด้วยเสียทีเดียว เขาก็แค่หาเสื้อผ้าใหม่ ๆ มาให้ พยายามกลับบ้านแต่หัววัน นอนกอดเมียทุกคืน แค่เพียงเท่านั้น..

 

                นึกไปนึกมาก็นึกถึงคุณชายสองเมื่อตอนเช้า ที่ตื่นแต่รุ่งสางเพื่อส่งเขาไปทำงาน ยิ่งอีกฝ่ายเอ่ยปากบอกว่าไม่อยากห่างกันเขาก็ยิ่งอยากเลิกงานเร็วเท่านั้น ไม่รู้ทำไมพักหลังมานี้คุณชายสองดูติดเขาแจ คงเป็นเพราะเขาชวนไปปารีสเป็นแน่ แม้ว่าจะส่งแค่บนเตียง แต่ท่าทางที่เหมือนลูกแมวนั่นก็ทำให้เขาไม่อยากจากบ้านมาทำงานเลย

 

                ดั่งเพลิงยอมรับก็ได้ว่าติดเมีย

 

                “คุณดั่งเพลิงครับ ยืนยิ้มคนเดียวแบบนี้ประเดี๋ยวคนงานจะกลัวเข้านะครับ” ชายหนุ่มรูปร่างผอมสูง ผิวขาวซีดราวกับกระดาษเอ่ยปากกับเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

                “โถ่ คุณวาด แค่เพียงผมยืนยิ้มกลางแดด คุณคงไม่รายงานเรื่องนี้ให้ป๊ารู้หรอกใช่ไหมครับ” ดั่งเพลิงฉีกยิ้มกว้างแล้วตอบกลับเสมียนหนุ่มประจำท่าเรือ

 

                “ไม่หรอกครับ เอาไว้คุณเพลิงโดดงานอีกรอบก่อน ถึงคราวนั้นผมคงได้รายงานท่านเจ้าสัว” วาดฝัน กล่าวกับผู้เป็นนาย

 

                “ถือว่าเจ๊ากันซีครับ คุณได้ยา ผมได้ใช้เวลากับภรรยา” ดั่งเพลิงยกยิ้มมุมปากอย่างที่เขามักทำประจำ มีกาฬวิฬาร์เพียงไม่กี่คนที่ไม่ตกหลุมพรางของเขา ในพระนครก็มีเพียงคุณชายสอง ท่านชายมิ่งขวัญ และเสมียนที่ยืนอยู่ตรงหน้านี่ล่ะ วาดฝันเป็นเสมียนอายุน้อยที่เริ่มเข้ามาทำงานพร้อม ๆ กับดั่งเพลิง เป็นกาฬวิฬาร์รูปร่างผอมสูง และมีใบหน้าค่อนไปทางจีน ฉลาดและตั้งใจทำงาน เรื่องส่วนตัวดั่งเพลิงรู้แค่ว่าวาดฝันเติบโตที่เยาวราชเท่านั้น

 

                “ครับ วันพรุ่งจะออกเดินทางไปฝรั่งเศสแล้วใช่ไหมครับ ขอให้เดินทางปลอดภัยและมีความสุขกับภรรยานะครับคุณเพลิง” วาดฝันยิ้มบางแล้วก้มหัวให้กับดั่งเพลิง ดั่งเพลิงเองก็พยักหน้ารับอย่างรู้สึกขอบคุณ จากนั้นไม่นานเสมียนคนเก่งก็เดินไปจัดการเงินส่วนแบ่งของพวกคนงานที่มาขนสินค้านำเข้า

 

                “วันนี้จะทำอะไรให้สองกินดีนะ” ดั่งเพลิงมองนาฬิกาข้อมือเมื่อเห็นว่าเลยเวลาบ่ายมาแล้ว เมื่อเห็นว่าถึงเวลาเลิกงานเขาจึงทิ้งงานทั้งหมด จากนั้นจึงเดินผิวปากตรงไปยังรถฝรั่งสีจัดของตนเอง ในหัวของเขามีแต่ภาพส่วนผสมเกี่ยวกับปลาและภาพของคุณชายอนิละที่ทำตาโตเมื่อเห็นของกินเท่านั้น  

 

*****

 

                คุณชายอนิละยืนมองเสื้อผ้าของตนเองที่กำลังถูกนำมาจัดอยู่ในกระเป๋าใบใหญ่ด้วยความตื่นเต้นเล็ก ๆ หลายตัวที่จวงพับใส่กระเป๋าให้ก็ใช่ว่าเจ้าตัวจะได้ลองใส่มันทั้งหมด แต่เพราะดั่งเพลิงยืนกรานว่าที่ฝรั่งเศสตอนนี้อากาศค่อนข้างเย็น อย่างไรเสียก็ควรเอาเสื้อผ้าไปเยอะ ๆ วันดีคืนดีดั่งเพลิงก็กลับบ้านมาพร้อมกับเสื้อผ้านับสิบ ซึ่งไม่ใช่ของดั่งเพลิงเลยแต่เป็นของคุณชายสองต่างหาก

 

                “พี่จวง พอได้แล้วสองหิว” คุณชายสองทิ้งตัวนั่งยังปลายเตียงใหญ่ข้าง ๆ กับกระเป๋าเดินทางที่ถูกเปิดเอาวางแผ่บนเตียง

 

                “โถ่ คุณชายของจวงหิวอีกแล้วหรือเจ้าคะ จวงยังจัดกระเป๋าให้คุณชายไม่เสร็จเลย เอาอย่างนี้ไหมเจ้าคะ อีกประเดี๋ยวคุณเพลิงก็กลับแล้ว ลงไปรอคุณเพลิงข้างล่างดีไหมเจ้าคะ เผื่อเธอจะซื้อขนมมาอีก” คนรับใช้สาวเสนอ เจ้าหล่อนตั้งมั่นแล้วว่าของอำนวยความสะดวกทุกอย่างจะต้องพร้อมสำหรับคุณชายแมวน้อยของหล่อน ดังนั้นเธอคงจะง่วนอยู่บนห้องนอนของดั่งเพลิงพักใหญ่

 

                “ก็ได้ครับ” คุณชายสองพยักหน้าเล็ก ๆ แล้วหยิบหนังสือที่ตนอ่านทิ้งไว้ติดมือออกจากห้องไป

 

เมื่อคุณชายสองลงมายังชั้นล่างของตัวบ้าน คนตัวบางมองซ้ายขวาก็ไม่เห็นใคร จึงทิ้งตัวนั่งลงยังโซฟาตัวใหญ่ที่ห้องโถง แต่ยังไม่ทันที่ก้นจะติดพื้นโซฟา รถยุโรปสีแสดก็วิ่งเข้ามายังตัวบ้าน อีกไม่นานเจ้าของรถคงจะเดินเข้ามาในห้องโถง เจ้าของมือเรียวรีบยกหนังสือบังหน้าเพื่อไม่ให้ดั่งเพลิงจับได้ว่าตนตั้งใจมานั่งรอ

 

“วันนี้มานั่งรอเชียวหรือ” ดั่งเพลิงถอดแว่นกันแดดแล้วเสียบขาแว่นกับเสื้อเชิ้ตของตน จากนั้นจึงเดินตรงไปนั่งที่โซฟาข้าง ๆ กันกับคุณชายสอง

 

“ซื้อกล้วยทอดมาด้วยหรือครับ” คุณชายสองรีบวางหนังสือบนโต๊ะกาแฟทันที สายตาจับจ้องไปยังถุงกระดาษที่ดั่งเพลิงเพิ่งวางมันลง

 

“เดี๋ยวครับ ตอบก่อนว่าลงมารอพี่หรือลงมารอขนม” ดั่งเพลิงหยิบถุงขนมขึ้นเหนือศีรษะ คุณชายสองเองก็ไม่ยอมแพ้พยายามจะคว้าถุงขนมมาไว้กับตนเอง แต่ดั่งเพลิงก็โยกมือหนีทุกครั้งไป

 

“สองลงมารอพี่เพลิงเพราะพี่เพลิงจะซื้อขนมมา” คุณชายสองยอมแพ้ กลับไปนั่งนิ่งกับโซฟาแล้วมองถุงขนมตาละห้อย พักหลังมานี้คุณชายสองกินเยอะขึ้นอย่างประหลาด แต่ที่ประหลาดเสียยิ่งกว่าคือคนตัวบางไม่ได้อ้วนขึ้นแต่อย่างใด เต็มที่ก็คือแก้มทั้งสองข้างที่เคยซูบผอมตอนนี้กลับดูกลมกว่าเดิม

 

“ยอมแพ้ครับ พี่ซื้อมาให้สองจริง ๆ นั่นล่ะ” ชายหนุ่มส่งต่อถุงขนมให้กับภรรยา ซึ่งคุณชายสองเองก็ไม่รอช้าหยิบขนมขึ้นมาเข้าปากอย่างอารมณ์ดี หนำซ้ำยังส่งยิ้มทั้งที่มีของกินเต็มแก้มมาให้เขาอีก ทำเอาดั่งเพลิงเผลอยิ้มตามไปด้วย

 

“ช่วงนี้อ่านอะไรอยู่หรือครับ” ดั่งเพลิงฉวยโอกาสที่อีกคนกำลังกินอยู่ ยกแขนซ้ายขึ้นโอบไหล่ของคุณชายสอง กระเถิบตัวเขาไปให้ชิดกับอีกฝ่ายแล้วออดอ้อนให้สมกับที่เขาคิดถึงอีกคนทั้งวัน แม้ว่าคุณชายสองอาจจะคิดถึงแค่ของกินก็ตามที  

 

“สองเอาปีเตอร์แพนมาอ่านอีกรอบครับ” คนตัวผอมตอบดั่งเพลิงพลางหยิบขนมชิ้นต่อไปเข้าปาก ดั่งเพลิงได้ยินดังนั้นก็หยิบหนังสือที่วางอยู่ขึ้นมาดู

 

“อ่านอีกรอบ แสดงว่าชอบ” แม้ดั่งเพลิงจะไม่ใช่คนรักการอ่านสักเท่าไหร่ แต่ก็ต้องยอมรับว่าวรรณกรรมเรื่องนี้นั้นโด่งดังมาก โด่งดังพอที่จะทำให้เขารู้เรื่องราวคร่าว ๆ ที่อยู่ในหนังสือ เขาคลับคล้ายคลับคลาว่าเหมือนเคยดูการแสดงปีเตอร์แพน แต่ก็จำไม่ได้ว่าเป็นโรงละครที่ยุโรปหรือทางโทรทัศน์กันแน่

 

“ตอนเด็ก ๆ สองเคยอยากเป็นดั่งปีเตอร์แพน ไม่ต้องเติบโตและมีชีวิตอิสระท่องเที่ยวไปกับเพื่อนฝูง คงเป็นเพราะสองอยู่แต่ในรั้ววังและไม่มีเพื่อนล่ะมังครับ” คุณชายสองเสริม ริมฝีปากบางยกยิ้มน้อย ๆ แต่แววตากลับดูเศร้าสร้อย ฉายภาพวัยเยาว์ที่มีเพียงรั้ววังและหนังสือกองโตในห้องนอนสี่เหลี่ยม

 

“เขามีเพื่อนเป็นนางฟ้าใช่ไหมครับ” ดั่งเพลิงมองแววตาของคุณชายสองแล้วเอ่ยปากถาม

 

“ใช่ครับ ทิงเกอร์เบล เป็นนางฟ้าตัวเล็ก ๆ ที่ติดตามปีเตอร์แพนไปทุกที่” คุณชายสองพยักหน้าแล้วหันไปสบตากับดั่งเพลิงอย่างไม่เชื่อหู ไม่นึกว่าคนที่ไม่สนใจการอ่านอย่างดั่งเพลิงจะรู้จักปีเตอร์แพนด้วยซ้ำ

 

“เช่นนั้นคืนนี้ปีเตอร์แพนคงต้องรีบนอนเสียหน่อย เพราะเช้าวันพรุ่งทิงเกอร์เบลจะพาไปเที่ยวที่ไกลแสนไกลเลยล่ะ” ดั่งเพลิงหัวเราะในลำคอพลางยกมือหนาขึ้นสัมผัสกับใบหน้าของคุณชายสอง วัยเด็กที่ขาดหายไปของคุณชายสองนั้นเขาคงย้อนเวลากลับไปเติมเต็มให้ไม่ได้ แต่หากแต่ในตอนนี้เขาทำให้อีกฝ่ายมีความสุขได้ก็เพียงพอแล้ว

 

“พี่เพลิง..  คุณชายสองที่หน้าขึ้นสีจัดเพราะสัมผัสของดั่งเพลิงพูดเสียงเบา ยกมือเรียวขึ้นทาบกับมือของดั่งเพลิงที่จับหน้าตนอยู่ ส่งสายตากลับไปยังชายหนุ่มโดยไม่เกรงกลัว

 

“ว่าอย่างไรครับ” ดั่งเพลิงเลิกคิ้วถาม อีกใจหนึ่งก็อยากเล่นกับคุณชายสองจะแย่ สองสัปดาห์ที่ผ่านมาเขาพยายามกลั้นใจไม่ให้อุ้มอีกฝ่ายขึ้นห้องไปหลายหน ถ้าหากว่าดั่งเพลิงหายใจเข้าเป็นคำว่ายังไม่ถึงเวลาหายใจออกเป็นคำว่าฝรั่งเศสได้ก็คงทำไปแล้ว

 

“สองขอบคุณนะครับ สำหรับทุก ๆ อย่าง” คุณชายสองยิ้มให้เขาอย่างอาย ๆ มือเรียวทั้งสองกำถุงขนมเอาไว้แน่น กว่าดั่งเพลิงจะตัดสินใจได้ว่าจะคว้าคนตัวผอมเข้ามากอดก็ช้าไปเสียแล้ว เพราะคุณชายสองรีบลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินหนีไป ทิ้งให้ดั่งเพลิงยกมือขึ้นกุมหน้าอย่างคนหมดสิ้นหนทางอยู่คนเดียวในห้องโถงใหญ่

 

ใครว่าดั่งเพลิงเขินไม่เป็นกันล่ะ

 

*****

 

ภายในโถงเครื่องบินขนาดใหญ่เที่ยวบินกรุงเทพสู่ฝรั่งเศส บริเวณชั้นธุรกิจนั้นแสนจะเงียบเชียบ  ผู้โดยสารแต่ละคนต่างอยู่ในโลกส่วนตัวของตน คุณชายอนิละลอบมองครอบครัวที่นั่งอยู่อีกมุมหนึ่งของชั้นธุรกิจ อันประกอบไปด้วย บิดาอันฬา มารดากาฬวิฬาร์ และบุตรสาว เมื่อเด็กน้อยตาน้ำข้าวหันมาสบตากับคุณชายสอง เด็กหญิงตัวน้อยก็ส่งยิ้มมาให้ คุณชายสองจึงยิ้มรับอย่างเป็นมิตร ก่อนจะหันกลับไปมองยังปุยเมฆขาวนอกหน้าต่าง

 

กว่าคุณชายสองจะทำตัวให้คุ้นชินกับการนั่งเครื่องบินครั้งแรกก็ปาไปเกือบชั่วโมง คนตัวผอมไม่ใช่เด็กที่จะร้องออกมาเมื่อเครื่องทะยานขึ้นฟ้า แต่เขาก็ควบคุมสีหน้าที่ตระหนกเอาไว้แทบไม่อยู่ ถ้าไม่ได้ดั่งเพลิงจับมือเอาไว้ คุณชายสองก็แอบคิดเหมือนกันว่าตนอาจจะอาเจียนออกมาเป็นแน่

 

อย่าว่าแต่ไปต่างประเทศเลยทั้งชีวิตเคยไปไกลสุดก็แค่วังหลัง

 

“รับอาหารไหมคะ” พนักงานบริการสาวกล่าวกับคุณชายสองเป็นภาษาอังกฤษ ไม่ใช่ว่าฟังไม่ออก แต่คุณชายอนิละแทบไม่เคยพูดคุยกับคนอื่นด้วยภาษาอังกฤษเลย

 

“อีกตั้งราว ๆ แปดชั่วโมง สองหิวไหม” ดั่งเพลิงที่เผลองีบหลับไปเมื่อครู่ก็ลืมตาตื่น แล้วหันหน้ามาคุยกับตน เพิ่งรู้ตัวเหมือนกันว่าดั่งเพลิงกุมมือของคุณชายสองตั้งแต่ขึ้นเครื่องจวบจน ณ กระทั่งตอนนี้

 

“ผ.. ผมอยากได้ขนมปัง” คนตัวผอมตอบไปอย่างอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ จนดั่งเพลิงเองก็เผลอหลุดยิ้มกว้างออกมาไม่ได้

 

“ผมขอไวน์แดงครับ” ดั่งเพลิงหันไปกล่าวกับพนักงานต้อนรับพลางยกมือทำท่าถือแก้วไวน์ พนักงานสาวยิ้มกว้างก่อนจะจัดแจงวางอาหารให้กับทั้งสอง เมื่อเจ้าหล่อนเดินจากไป ดั่งเพลิงก็หันมายิ้มให้กับคุณชายสองจนอีกฝ่ายเอียงคอใส่ด้วยความมึนงง

 

“มองทำไมครับ” คุณชายสองเอ่ยปากถาม พลางยกมือขึ้นฉีกขนมปังฝรั่งเศสเข้าปาก

 

“ไม่มีอะไรครับ ทีแรกพี่ว่าจะสั่งอาหารให้ ไม่นึกว่าสองจะสั่งอาหารเอง” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นลูบหัวแก้เก้อ คนตัวผอมได้ยินดังนั้นก็ทำหน้ามุ่ย ดั่งเพลิงน่ะชอบคิดเสมอว่าตนทำอะไรไม่ค่อยเป็น ยิ่งพักหลังยิ่งทำตัวโอ๋ตนมากกว่าพี่ชายหนึ่งและเจ้าสามเสียอีก

 

“สองไม่ใช่เด็กเสียหน่อย” คุณชายสองเบ้ปาก แล้วกลับไปให้ความสนใจขนมปังตรงหน้าต่อ ขนาดหลบตาแล้วดั่งเพลิงยังมัวนั่งจ้องอยู่นั่น มือเรียวยกขึ้นลูบแขนเล็ก ๆ เนื่องจากอุณภูมิบนเครื่องบินนั้นถูกตั้งไว้ต่ำกว่าอุณภูมิปกติ

 

“หนาวหรือครับ” ดั่งเพลิงสังเกตท่าทางของคุณชายสองแล้วเอ่ยปากถาม เขารีบวางแก้วไวน์บนโต๊ะด้านหน้าแล้วเอามือไปทาบกับมือของคุณชายสองอีกครั้ง

 

“ครับ” คุณชายสองพูดเสียงเบา ร่างกายของคุณชายสองยังไม่ค่อยค่อยคุ้นชินกับเครื่องปรับอากาศมากนัก ถึงแม้ว่าห้องนอนของดั่งเพลิงจะมีอยู่หนึ่งเครื่อง แต่เวลานอนเจ้าตัวก็เอาผ้าห่มผืนหนา ๆ มาห่มอยู่ดี แต่นี่แค่ผ้าห่มของสายการบินดูท่าจะไม่พอให้คนขี้หนาวทนความหนาวเย็นได้เลย

 

“แล้วก็ทนมาตั้งหลายชั่วโมง พี่เคยบอกแล้วนี่ครับว่าถ้าต้องการความช่วยเหลือต้องทำอย่างไร” ชายหนุ่มกล่าวเสียงดุ

 

“ต้องขอความช่วยเหลือครับ เพราะไม่มีใครรู้ถ้าหากไม่พูด” คุณชายสองหันไปตอบดั่งเพลิง นึกย้อนไปถึงเหตุการณ์เมื่อตอนตนใช้ตะเกียบไม่ได้เมื่อเดือนก่อน ๆ แต่ตอนนี้ต่างออกไป คุณชายสองในตอนนี้กลับไม่มีการเล่นแง่กับดั่งเพลิงเลย เหลือเพียงแค่แววตาของเด็กหนุ่มเชื่อง ๆ แค่นั้น

 

“พูดว่าอย่างไรครับ” ดั่งเพลิงถามต่อ

“สองหนาวครับ พี่เพลิงช่วยสองได้ไหม” คุณชายสองว่าพลางเอามือจับยังแขนเสื้อตัวนอกของดั่งเพลิง ดูเหมือนว่าคนตัวผอมจะไม่รู้ตัวเลยว่าเวลาคุยกับดั่งเพลิงตนชอบกระพริบตาถี่ ๆ ใส่อีกฝ่าย

 

“งั้นสวมนี่ไว้นะครับ หันหลังเร็ว” ชายหนุ่มพยายามกลั้นยิ้มแล้วจึงถอดเสื้อนอกของตนออก เขาสวมมันให้กับภรรยา แล้วจึงพับแขนเสื้อเชิ้ตของตนเองขึ้นเพื่อดื่มไวน์ต่อ

 

“ขอบคุณครับ” คุณชายสองยิ้มกว้างแล้วจึงยกเสื้อสูทของดั่งเพลิงขึ้นมาสูดดมกลิ่นพิมเสนอย่างเผลอไผล รอยยิ้มจากเจ้าของใบหน้าเล็กทำเอาอีกฝ่ายที่กำลังกระดกไวน์แทบสำลักน้ำ

 

“โอ้ เมอซิเออ! เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” พนักงานบริการสาวที่เดินผ่านมาถามดั่งเพลิงด้วยความเป็นห่วง

 

“ไม่เป็นไรครับ แมร์ซี” ดั่งเพลิงยกผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ดแล้วตอบกลับเจ้าหล่อนทันที ในขณะที่คุณชายสองกลับทำหน้าตาหยอกล้อ เลียนแบบคำขอบคุณภาษาฝรั่งเศสของดั่งเพลิงแทนด้วยความขบขัน

 

เมื่อดั่งเพลิงส่ายหัวแล้วยิ้มให้กับตน คุณชายสองจึงทำเป็นหันหน้าออกไปมองยังนอกหน้าต่างอีกครั้ง รู้สึกหน้าเห่อร้อนเล็ก ๆ เมื่อมือขวาของดั่งเพลิงยกขึ้นมากุมมือของตนเอาไว้ สำหรับคุณชายสองอนาคตเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้เสมอ สองเดือนก่อนไม่มีใครรู้ว่าเขาและดั่งเพลิงจะมาญาติดีกันด้วยซ้ำ สองวันที่แล้วเขาก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าจะได้ไปยังดินแดนที่เฝ้าฝันมาตั้งแต่เด็ก

 

แม้ว่าอนาคตจะเป็นสิ่งที่คาดเดาไม่ได้

 

คุณชายสองรู้ดีว่าตนจะมีความสุข

 

หากตอนนี้ดั่งเพลิงยังจับมือของตนเอาไว้

 

*****

 

คุณชายสองจับจ้องไปยังสถาปัตยกรรมของอาคารบ้านเรือนในฝรั่งเศสผ่านทางหน้าต่างรถยนต์ด้วยสายตาเป็นประกาย ดั่งเพลิงจำได้ว่าอีกฝ่ายนั้นหลงใหลในตัวอาคารสถาปัตยกรรมแบบโคโลเนียลและกอธิค จึงไม่แปลกที่คุณชายสองจะตื่นตาตื่นใจเมื่อได้เห็นตัวอาคารที่มีอายุมากกว่าร้อยปีของจริง ถึงขั้นที่คนตัวผอมนั้นพูดน้อยและเอาแต่เกาะหน้าต่างรถยนต์ตลอดเวลาตั้งแต่เครื่องบินลงจอด ยิ่งเมื่อคราวรถยนต์วิ่งผ่านสวนสาธารณะประจำเมืองแล้วทำให้สามารถมองเห็นหอไอเฟลลิบ ๆ นั่น ก็ทำให้ดั่งเพลิงอดที่จะเอ็นดูคุณชายสองที่ตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดไม่ได้

 

การเดินทางจากสนามบินดอนเมืองสู่สนามบินออร์ลีนั้นกินเวลาไปเกือบสิบสี่ชั่วโมง แต่มันช่างดูคุ้มค่า ดั่งเพลิงมองบรรยากาศของถนน แซงต์ มิเชล ก่อนถึงตรอก ลา อูเซต์ เขาลอบยิ้มน้อย ๆ แม้ว่าจะเป็นเวลาเกือบสี่ปีแล้วที่เขาจากฝรั่งเศสไป แต่กลิ่นอายและมนตร์ขลังของถนนสายนี้ยังคงเป็นเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารที่เขามักจะมาฝากท้อง โรงละครที่ตั้งอยู่ริมถนน หรือแม้แต่มหาวิทยาลัยที่เขาเคยศึกษาอยู่เช่นเดียวกัน

 

เพื่อนชาวอังกฤษของเขาเคยนิยามเอาไว้ว่าปารีสในยามกลางวันนั้นแสนอบอุ่นเมื่อทอดสายตาไปแล้วเห็นศิลปินวาดภาพข้างทาง ร้านรวงที่ขายทั้งแผ่นเสียง อาหารรสเลิศ จวบจนช่อดอกไม้ ในขณะเดียวกันปารีสในยามค่ำคืนก็ดูเปลี่ยวเหงาเพราะบรรยากาศที่หนาวเหน็บ และเสียงแอคคอร์เดียนจากทุกหัวมุมถนน

 

ครั้นเมื่อสี่ปีก่อนดั่งเพลิงไม่ได้คิดเช่นนั้น เขาไม่ได้คิดว่าบรรยากาศของปารีสนั้นวิเศษวิโสไปมากกว่าเมืองอื่น ๆ ในยุโรป ตอนที่เจ้าสัวเส็งยื่นคำขาดให้เลือกไปเรียนต่อต่างประเทศ เขาก็แค่เลือกปารีสก่อนลอนดอนเพียงเพราะว่าไวน์ของที่นี่รสเลิศกว่าเท่านั้น ดั่งเพลิงในวัยสิบเก้าปีนั้นช่างไร้ทิศทาง ไร้จุดหมาย ไม่ต่างกับดั่งเพลิงเมื่อสามเดือนก่อนที่เอาแต่เที่ยวเล่นไม่มีผิด

 

“ถึงแล้วหรือครับ” เสียงของคุณชายสองดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งของเบาะหลัง รถรับจ้างสีดำขลับแล่นมาจอดยังหน้าตรอกแห่งหนึ่ง เป็นตรอกทางเท้าที่รถยนต์ไม่สามารถเข้าไปได้ เมื่อมองแนวลึกเข้าไปจะพบกับอาคารตึกแถวเรียงรายไปจนสุดลูกหูลูกตา

 

“ครับ ถึงที่พักแล้ว เราลงกันเถอะ” ดั่งเพลิงหันไปบอกคุณชายสอง แล้วจึงหยิบเงินจ่ายให้กับสารถีที่ขับพาพวกเขามาส่ง คุณชายสองเองก็หยิบกระเป๋าใบเล็กของตนแล้วลงจากรถอย่างว่าง่าย เมื่อดั่งเพลิงและสารถีช่วยกันขนกระเป๋าออกจากท้ายรถเสร็จสิ้น ชายชราผมสีน้ำตาลอ่อนก็ส่งยิ้มแล้วอวยพรเป็นภาษาฝรั่งเศสก่อนที่จะขับรถเคลื่อนตัวออกไป

 

ดั่งเพลิงถือกระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่เดินนำหน้าคุณชายสองตรงเข้าไปยังตรอกที่เขาคุ้นเคย ทั้งสองเดินผ่านร้านอาหารอิตาเลียนและร้านดอกไม้ไปสองช่วงตึก ชายหนุ่มก็หยุดยังหน้าอาคารขนาดย่อมเยาขนาดสองคูหา ตัวอาคารถูกทาด้วยสีขาวล้วน ตามหน้าต่างแต่ละชั้นมีระเบียงเล็ก ๆ ยื่นออกมา ตามรอยต่อของอิฐแกร่งนั้นเต็มไปด้วยไม้เลื้อยและดอกไม้ เสริมให้ตัวอาคารดูอบอุ่น เข้ากันกับบรรยากาศของนครปารีสในเดือนกันยายน ซึ่งขณะนี้ต้นไม้หลายต้นใบก็เปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว

 

“โอ้ แดเนียล!เสียงของหญิงคนหนึ่งร้องขึ้น ขณะเดินตรงมายังหน้าอาคารที่ดั่งเพลิงและคุณชายอนิละยืนอยู่ เจ้าของร่างตุ๊ต๊ะเดินตรงเข้ามาหอมแก้มดั่งเพลิงทันที

 

“สบายดีนะ แคทเทอรีน” ดั่งเพลิงยิ้มกว้างแล้วเอ่ยปากทักทายบรรตาหญิงห้องเช่า แคทเทอรีนเป็นบรรตาวัยกลางคนเจ้าของห้องเช่าที่ดั่งเพลิงอาศัยอยู่สมัยเรียน เธอเป็นคนรูปร่างท้วม รักสุนัข และอัธยาศัยดีกว่าคนฝรั่งเศสทั่วไปที่โดยปกติมักไม่ค่อยใส่ใจคนอื่น จนบางครั้งดั่งเพลิงเองก็คิดว่าเจ้าหล่อนใจดีเกินไปหน่อย ถือเป็นโชคของดั่งเพลิงมาก ๆ ที่เมื่อติดต่อหาแคทเทอรีน ห้องเช่าที่นี่ก็ว่างพอดิบพอดี เนื่องจากนักศึกษาคนเก่าย้ายออกไป

 

“ก็อย่างที่เห็น นี่ใช่ไหมภรรยาของเธอน่ะ โอ้ ตายจริง ฉันว่าคุณไม่น่าจะเข้าใจฉัน” แคทเทอรีนหันมาหาคุณชายสองที่ยืนกอดกระเป๋าอยู่ข้าง ๆ กับดั่งเพลิง เธอพึมพำเป็นภาษาฝรั่งเศสแล้วจึงอุทานภาษาอังกฤษออกมา

 

“บองชูวร์ ผมพูดได้แต่ภาษาอังกฤษครับ” คุณชายสองยิ้มกว้างแล้วตอบเจ้าหล่อนกลับไป ดั่งเพลิงประหลาดใจเป็นครั้งที่สองหลังจากที่พูดกับพนักงานบริการบนเครื่องบิน เมื่อคุณชายสองไม่มีทีท่าตื่นกลัวชาวต่างชาติแม้แต่น้อย เพราะโดยปกติแล้วคนไทยที่เขาเคยพบมักจะมีอาการเขินอาย และไม่กล้าพูดกับชาวต่างชาติเท่าไหร่นัก

 

“บองชูว์ ฉันชื่อ แคทเทอรีน ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณน่ารักเหมือนที่แดเนียลเคยบอกฉันในจดหมายเลย” แคทเทอรีนสวมกอดแล้วหอมแก้มทักทายคุณชายสองทันที ทำเอาคนตัวผอมยืนตกใจเล็กน้อย ดั่งเพลิงคงลืมไปว่าคนที่นี่มักจะทักทายกันด้วยการหอมแก้ม ยิ่งกับหญิงเป็นมิตรอย่างแคทเทอรีนแล้วการหอมแก้มนั้นเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับเจ้าหล่อนมาก ๆ

 

“ผมชื่อสองครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” คุณชายสองแก้มขึ้นสีเล็ก ๆ เพราะเขินอายที่ถูกหอมแก้มไปเมื่อครู่ ก่อนที่จะแนะนำตนเอง

 

“ว้าว ชื่อคุณมีความหมายว่าเพลงหรือคะ ช่างน่ารักเสียจริง” แคทเทอรีนยกมือขึ้นป้องปากแล้วส่งสายตาเอ็นดูมาให้กับคุณชายสอง

 

“ไม่ใช่ ซอง ครับ สอง..คุณชายสองเอียงคอตอบ ดูเหมือนว่าจะมีการเข้าใจผิดเรื่องชื่อกันเล็กน้อย

 

“แคทเทอรีนเขาออกเสียงไม่ได้น่ะครับ” ดั่งเพลิงหัวเราะในลำคอ แล้วหันมาพูดภาษาไทยกับผู้เป็นภรรยา นึกเอ็นดูทั้งคนไทยผู้ไร้เดียงสาและคนฝรั่งเศสผู้ชอบออกท่าทางเกินจริง

 

“เข้าไปข้างในกันเถอะจ้ะ ฉันเตรียมห้องหับไว้ให้แล้ว” แคทเทอรีนเดินนำทั้งสองเข้าไปยังตัวอาคาร เมื่อเปิดประตูออกทั้งสองก็พบกับสุนัขตัวใหญ่ที่แคทเทอรีนเลี้ยงไว้กระโดดใส่นายของมัน

 

“ว่าไง ญอริส” ดั่งเพลิงทักทายสุนัขสีขาวล้วนตัวโต นึกตกใจที่ขนาดตัวของมันใหญ่เป็นสามเท่าจากเมื่อก่อน เมื่อมันเห็นดั่งเพลิงมันก็กระโจนเข้าไปเล่นด้วยอีกคนด้วยความคิดถึง ก่อนที่มันจะหยุดแล้วเอียงคอมองคุณชายสองผู้ที่มันไม่คุ้นชินกลิ่น หน้าตาซื่อ ๆ ของมันอดที่จะทำให้คุณชายสองเผลอยกมือขึ้นลูบหัวไม่ได้ พอถูกคุณชายสองลูบหัวมันก็ลงไปนอนเล่นกับพื้นแล้วกระดิกหางระริกเหมือนหมาใจง่าย

 

“ให้ตายเถอะ แคทเทอรีน คุณเลี้ยงมันให้เชื่องเกินไปนะ” ดั่งเพลิงพูดติดตลกขณะยกกระเป๋าขึ้นบันได ทั้งสามคนและเจ้าตูบหนึ่งตัวพากันเดินผ่านชั้นแล้วชั้นเล่าจนมาถึงชั้นห้า ชั้นด้านบนสุดของตัวอาคาร

 

“นี่กุญแจ มีอะไรเรียกหาฉันได้เหมือนทุกที ฉันดีใจที่เธอเป็นผู้เป็นคนเสียทีนะแดเนียล นึกภาพสมัยก่อนที่เธอเมาหัวราน้ำ หิ้วโอเมก้าจากบาร์มาไม่ซ้ำหน้าแล้วฉันล่ะหนักใจแทนพ่อของเธอ” แคทเทอรีนยื่นกุญแจห้องให้กับดั่งเพลิงแล้วยิ้มบาง

 

“แมร์ซี คุณก็พูดเกินไป ผมหวังว่าคุณจะเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ผมนะ” ดั่งเพลิงยิ้มเจื่อน เรื่องดี ๆ ที่เขาเคยทำไว้ที่นี่ก็มีตั้งมากมาย ไฉนกลับโดนตำหนิเรื่องนี้ได้

 

“ถ้าฉันพูดเกินไป ฉันไม่พูดภาษาฝรั่งเศสหรอกแดเนียล สัญญาสิว่าเธอจะซื่อสัตย์ต่อโอเมก้าน้อยคนนี้” บรรตารุ่นใหญ่ขยิบตาให้กับดั่งเพลิง เธอเล่นแง่ด้วยการโยกกุญแจในมือหนีเพื่อให้เขารับปาก

 

“เถอะหน่าแคทเทอรีน ถ้าตอนนั้นผมรู้ว่าจะเจอเขา ผมจะไม่ทำตัวเหลวแหลกเหมือนเมื่อก่อนหรอกนะครับ” ดั่งเพลิงพูดอ้อนวอน แคทเทอรีนก็ยังเป็นแคทเทอรีน แม้จะน่าหงุดหงิดไปบ้างแต่ทุกอย่างที่เธอทำก็เพราะเธอหวังดี

 

“ก็ได้ย่ะ ฉันขอตัวก่อนนะ ขอให้มีความสุขกับการดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์ที่ปารีสจ้ะ” เธออวยพรทั้งคู่เป็นภาษาอังกฤษ จากนั้นจึงเดินลงบันไดไปพร้อมกับเจ้าญอริส ดั่งเพลิงลอบสังเกตเห็นว่าหูของคุณชายสองขึ้นสีเล็ก ๆ เมื่อแคทเทอรีนเอ่ยคำว่าน้ำผึ้งพระจันทร์

 

ดั่งเพลิงวางกระเป๋าเดินทางของตนและคุณชายอนิละไว้ข้างกาย จากนั้นเขาจึงไขประตูออก ด้านหลังของประตูไม้โอ๊คไปนั้นเป็นห้องรับแขกสีขาวอ่อนขนาดย่อม ระหว่างหน้าต่างทั้งสองบานมีเตาผิงตั้งอยู่ และตรงข้ามกับเตาผิงนั่นเองก็มีโซฟาหรูสองตัวเคียงข้างกัน ห่างออกไปไม่ถึงเมตรก็เป็นชุดโต๊ะรับประทานอาหารสำหรับสี่คนตรงมุมห้อง ในขณะที่ดั่งเพลิงยืนมองรูปภาพที่เหมือนว่าแคทเทอรีนจะนำมาตกแต่งใหม่อยู่นั้น คุณชายสองเองก็นั่งยอง ๆ หน้าเตาผิงแล้วใช้ไม้เขี่ยฟืนดูด้วยความสนอกสนใจ อาจจะเป็นเพราะที่ประเทศไทยอากาศไม่ได้เอื้ออำนวยให้แต่ละบ้านจำเป็นต้องมีของสิ่งนี้สักเท่าไหร่ บางทีนี่อาจจะเป็นครั้งแรกของคุณชายสองเหมือนกันที่ได้เห็นเตาผิงกับตา

 

“ห้ามจุดไฟเองนะครับ” ดั่งเพลิงพูดไล่หลังคุณชายสองด้วยความเป็นห่วง ภาพตอนคุณชายสองจะเผาครัวที่บ้านยังคงติดตา จากนั้นดั่งเพลิงก็เดินเข้าห้องนอนไปเพื่อจัดแจงเสื้อผ้าและของใช้ในห้องน้ำที่เชื่อมกับตัวห้องนอนอีกที

 

                เมื่อดั่งเพลิงตรวจสอบความเรียบร้อยของเครื่องใช้ต่าง ๆ ในห้องน้ำเสร็จจึงพบกับลูกแมวกลิ่นดอกสายน้ำผึ้งที่นั่งมองเขาตาแป๋วอยู่ที่ปลายเตียง คุณชายสองจ้องเขาตาไม่กระพริบ จนดั่งเพลิงต้องกระแอมเบา ๆ แล้วยืนล้วงกระเป๋ามองกลับไป

 

                จะห้ามใจได้นานสักเท่าไหร่หนอไอ้เพลิงเอ๋ย

 

“พี่เคยอยู่ที่นี่สมัยเรียนน่ะครับ ขอโทษที่ไม่ได้ปรึกษาเรื่องที่พักกับสองก่อน บางทีสองอาจจะอยากพักที่โรงแรมหรูมากกว่า” ดั่งเพลิงกล่าวกับคุณชายสอง แล้วเดินตรงมานั่งยังปลายเตียงเคียงข้างอีกฝ่าย เขาไม่ได้ละสายตาไปจากใบหน้าเล็กเลยแม้แต่น้อย

 

“ไม่เป็นไรครับ สองชอบที่นี่มากกว่าเสียอีก รู้สึกเหมือนได้อาศัยอยู่ที่นี่จริง ๆ” คุณชายสองยิ้มแล้วมองไปยังรอบรอบ ๆ ห้องนอนที่เครื่องเรือนดูจะมีอายุไปเสียบ้าง แต่กลับให้ความรู้สึกอบอุ่นอย่างประหลาด

 

                “ชอบปารีสมากเลยหรือ” ชายหนุ่มหัวเราะในลำคอแล้วหันไปถามภรรยา

 

                “ชอบซีครับ บ้านเมืองเขาออกจะสวย” คุณชายสองตอบกลับด้วยสายตาเป็นประกาย ดูท่าแล้วคนตัวผอมคงจะชอบที่นี่มากจริง ๆ ขนาดเดินทางค่อนวันก็ไม่ได้แสดงออกถึงอาการเหนื่อยให้เห็นแม้แต่น้อย ยิ่งหลังเครื่องบินลงจอดก็ยิ่งดูสดใสและตื่นเต้นตลอดทาง

 

                “กลับกันพี่ไม่เคยมองว่าปารีสงดงามเลย จนกระทั่ง.. ดั่งเพลิงเอ่ยปาก ดวงตาดุจับจ้องไปยังริมฝีปากบางของคุณชายสอง

 

                จนกระทั่งมากับสองหรือเปล่าครับ” คุณชายสองยิ้มกว้าง ทำเอาดั่งเพลิงถอนหายใจเพราะไปต่อไม่ถูก อุตส่าห์จะหยอดคำหวานเสียหน่อยแต่อีกฝ่ายก็ดันมารู้ทันจนได้

 

                “พี่เพลิงรู้ไหม สองน่ะไม่ใช่ปีเตอร์แพนหรอก” คุณชายสองเอ่ยขึ้น ดวงตาจับจ้องไปยังภาพเขียนที่อยู่ตรงปลายเตียง

 

                “ทำไมถึงว่าอย่างนั้นล่ะครับ” ดั่งเพลิงถามกลับด้วยความสงสัย ทั้งที่ตอนนี้อีกฝ่ายก็ได้มาเที่ยวตามใจหวังแล้วแท้ ๆ หรือว่าเขายังทำหน้าที่ได้ไม่ดีพอ

 

                “เพราะว่าปีเตอร์แพนน่ะเขานั่งอยู่ข้าง ๆ สองต่างหากล่ะ” คุณชายสองหัวเราะ มือทั้งสองข้างจับปลายเตียงแล้วโยกตัวไปมาด้วยความเขินอาย

 

                ดั่งเพลิงเลิกคิ้วสูง เขาไม่คิดว่าจะได้ยินอะไรแบบนี้จากอีกฝ่าย

 

“ปีเตอร์แพนคนนี้น่ะได้ไปเที่ยวตามใจชอบ บางครั้งก็นิสัยเหมือนเด็กไม่ยอมโต แต่บางครั้งก็มีความคิดเป็นผู้ใหญ่มาก เขาเป็นคนพึ่งพาได้ และเท่มาก ๆ สำหรับสอง”

 

“เช่นนี้แล้วคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ พี่เขาคือใครล่ะครับ” ชายหนุ่มยกมือขึ้นกุมมือของคุณชายสองที่วางอยู่ขอบเตียง เพราะขนาดมือที่แตกต่างทำให้มืออุ่นของเขาทาบมืออันเย็นเฉียบของอีกฝ่ายได้ทั้งมือ

 

“อาจจะเป็นทิงเกอร์เบลก็ได้มังครับ ทิงเกอร์เบลที่จะติดตามและอยู่เคียงข้างปีเตอร์แพนไปทุกที่” คุณชายสองเม้มปากแล้วซบศีรษะลงกับไหล่หนาของดั่งเพลิง

 

“แต่พี่เคยได้ยินมาว่าทิงเกอร์เบลตกหลุมรักปีเตอร์แพนไม่ใช่หรือ” ดั่งเพลิงยกยิ้ม เขาถามคุณชายสองอย่างทีเล่นทีจริง

 

“ล.. แล้วพี่เพลิงคิดว่ามันเป็นเช่นนั้นหรือเปล่าครับ”

 

“สอง..

 

คนตัวเล็กกว่ายกศีรษะขึ้นมองใบหน้าของดั่งเพลิงใกล้ ๆ แก้มกลมตอนนี้ขึ้นสีจัดเหมือนกับดอกกุหลาบสีแดงสด หากแต่กลิ่นกายที่ดั่งเพลิงได้กลิ่นกลับไม่ใช่ดอกกุหลาบแต่อย่างใด แต่มันคือกลิ่นดอกสายน้ำผึ้งที่หอมฟุ้งทั่วห้อง ริมฝีปากบางของคุณชายสองเผยอขึ้นเล็ก ๆ เหมือนเป็นการเชิญชวนชายหนุ่มให้ลิ้มลองและสัมผัส

 

“ส.. สองหิวแล้ว คุณแคทเทอรีนเธอจะมีอาหารบ้างไหมนะ” แต่ยังไม่ทันที่ดั่งเพลิงจะได้ลิ้มรสจากริมฝีปากของคนตัวผอม คุณชายสองก็ลุกพรวดออกจากเตียงแล้วหันมาทำหน้าดื้อใส่เขาเสียอย่างนั้น ทำเอาชายหนุ่มเสียหลักไปเหมือนกัน

 

“สมกับเป็นคุณชายสอง อย่างนี้ค่อยสนุกหน่อย” ดั่งเพลิงยกยิ้มมุมปากแล้วเดินตามภรรยาออกไป

 

#มนต์วิฬาร์

 

TALK: สวัสดีค่ะ ชิววี่นะคะ จากตอนแรกตั้งใจว่าจะเขียนตอนนี้ยาวหน่อย สรุปคือทำไปทำมา ไม่น่าจะหน่อยแล้วค่ะ รู้สึกว่าทริปปารีสมันควรจะมีอะไรอีกหลายอย่าง เลยขออนุญาตยกยอดไปต่อตอนต่อไปนะคะ

 

ในตอนนี้ชูประเด็นเรื่องตัวละครในวรรณกรรมของคุณชายสองค่ะ ปีเตอร์แพนเป็นวรรณกรรมที่โด่งดังมาก ๆ สมัยก่อน ถ้าเทียบกับสมัยนี้คงจะเป็นพวกฮีโร่อย่างไอออนแมนหรือกัปตันอเมริกา ดังนั้นเด็ก ๆ ทั่วโลกจึงรู้จักเขา ตัวปีเตอร์แพนเนี่ย มีข้อดีคือไม่ต้องเติบโต และได้เที่ยวเล่นไปกับเพื่อน ๆ และสู้กับตัวร้ายอะไรประมาณนั้น ซึ้งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับน้องสองแทบทุกอย่างเลย และปีเตอร์แพนเองก็มีเพื่อนสนิทเป็นนางฟ้าตัวน้อยที่ชื่อทิงเกอร์เบลด้วย ในบางตำราเขาก็ว่ากันว่าทิงเกอร์เบลนั้นหลงรักปีเตอร์แพนข้างเดียวค่ะ พอน้องสองได้เจอดั่งเพลิงซึ่งเป็นเหมือนสิ่งที่ตรงข้ามกับตนเองทุกอย่าง ทั้งวรรณะ อิสรภาพ การใช้ชีวิต มันจึงทำให้น้องรู้ว่าน้องไม่ใช่ปีเตอร์แพน แต่คนที่เป็นปีเตอร์แพนน่ะคือดั่งเพลิง และบางทีน้องก็อาจจะรู้ตัวแล้วด้วยว่าน้องไม่ได้อยากเป็นปีเตอร์แพน แต่น้องอยากมีปีเตอร์แพนเป็นของตนเองต่างหาก

 

สำหรับตอนนี้ก็ได้รีเสิร์ชปารีสหัวหมุนเลยค่ะ เราเองก็ไม่ได้เรียนภาษาฝรั่งเศสมาด้วย อาจจะมีการทับศัพท์หรือใช้คำผิดพลาด ต้องขออภัยไว้ด้วยนะคะ แน่นอนว่าในตอนต่อไปเราก็จะพาน้องสองไปเที่ยวฝรั่งเศสกัน และจะได้เห็นถึงพัฒนาการความรักของทั้งคู่ด้วย ไว้เจอกันใหม่ตอนหน้านะคะ ขอบคุณค่ะ

 

ปล. แดเนียลเป็นชื่อของดั่งเพลิงตอนอยู่ยุโรปค่ะ เพราะชาวต่างชาติออกเสียงได้ไม่ถูกนัก เขาเลยใช้ชื่อฝรั่งเสียเลย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4.003K ครั้ง

13,540 ความคิดเห็น

  1. #13526 12311232123312 (@12311232123312) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2562 / 10:02
    แงงงงงงง
    #13526
    0
  2. #13495 CttTmo (@ctttmo) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2562 / 17:31
    อ่านไปแบบเขินมากจนน้ำตาคลอ ใจน้องงงง
    #13495
    0
  3. #13484 ลอมอ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 10:07

    พี่ว่าหนูเขินมั้ยคะ //อุดปากกรี๊ด

    #13484
    0
  4. #13450 Psp .S (@Ping_Yaoi) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มิถุนายน 2562 / 22:42

    พี่ว่าพี่ไม่ไหวเขินเกินไปกลัวตัวเองช็อค
    #13450
    0
  5. #13431 Nielongforever9 (@Nielongforever9) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 17:02

    เขินอีกแล้ววววฮืออออ

    #13431
    0
  6. #13413 sooji26 (@sooji26) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 20:32
    คู่นี้น่ารักกกกก
    #13413
    0
  7. #13392 PPTi (@PPTi) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤษภาคม 2562 / 01:19
    หวานนน
    #13392
    0
  8. #13372 s-wu (@s-wu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 14:01
    โดนยัยหนูแกล้งเอาซะแล้วสิพี่เพลิง
    #13372
    0
  9. #13231 dokx2 (@ymmy-ses) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 เมษายน 2562 / 02:32
    ก็คือละมุนกำลังดี หวานๆกันอยู่น้องสองก็ตัดบทเฉย โอ้ยย เอ็นดู วงวารพี่เพลิง555555
    #13231
    0
  10. #13132 my father will hear about this. (@aroonratdevil) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 11:40

    ตัวจะแตกแล้วแงงงงงงงงง้ มันน่ารัก มันดีไปหมดเลย ละมุนมาก พี่เพลิงอบอุ่นไม่ไหวแล้ว
    #13132
    0
  11. #13095 2meeye (@2meeye) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 14:16
    กรี๊ซซซ นุอยากมีปีเตอร์แพนเป็นจองตัวเองบ้างค่ะ อร้ายยๆๆๆๆ
    #13095
    0
  12. #13014 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 14:01
    อุแง เขินง่ะ น้องสองน่ารักมากๆ
    #13014
    0
  13. #12967 JaiToFu (@jaitofu) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 21:01

    ปริ่ม... ปริ่มมาก คุณสามีทำงานหนักเพื่อได้อยู่กับคุณภรรยาที่รัก โคตรจะโรแมนติค คุณชิววี่คะ ปารีสก็เป็นเมืองในฝันของหนูเหมือนกันค่ะพี่ พี่บรรยายได้แบบเหมือนหนูเข้าไปอยู่ตรงนั้นจริงๆเลย ฮื้ออออ ดีมาก ดีต่อใจสุดๆ ไม่แปลกใจที่ชายสองจะนั่งไม่ติด

    โหหหหหหหหห เดี๋ยวนี้ชายสองรู้ทันอะ รู้ทันดั่งเพลิงไปหมดดดด หยอดมุกด้วยไม่ได้ละเนี้ยย 5555

    เดี๋ยวนี้น้องเขาไม่ยอมละนะ ฮื้อออออ ใจบางเป็นกระดาษแล้ววว

    #12967
    0
  14. #12930 แม่เอง (@natty8245) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 22:22
    ไม่ได้อ่านงานดีๆแบบนี้มานานมากแล้วค่ะ
    #12930
    0
  15. #12911 ฉันณยอน (@monachetae) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 09:17
    ภาษาดีมากเลยค่ะ ชอบ T___T
    #12911
    0
  16. #12699 gunboomh23 (@gunboomh23) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2562 / 15:08
    น้องได้เที่ยวสมใจแล้ว ตื่นเต้นไปกับน้องว่าจะได้เจออะไรบ้าง เพลิงอบอุ่นมากๆ
    #12699
    0
  17. #12628 Linseyyy13 (@Linseyyy13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 16:45
    ฮันนีมูนทริป โอยย หวานกันจัง
    #12628
    0
  18. #12564 exapenta (@exapenta) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2561 / 22:54
    จริงๆน้องสองก็แอบร้ายรึเปล่าคะ55555 สนุกมากค่ะไรท์
    #12564
    0
  19. #12524 praewpatc (@praewpatc) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 21:05
    ยัยน้องงงงงง พูดแบบนี้คือรีบปั๊มลูกเลยนะ!
    #12524
    0
  20. #12513 เล้งแซ่บ!! (@amzerway) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 15:20
    ไรเก่งมาก
    #12513
    0
  21. #12504 Park jeayeol (@real__ploy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2561 / 07:16
    แมร์คซีคือคำที่เราเรียนมานะคะ​ แต่หลุดโฟกัสมาก​ โคตรเขิน55555555
    #12504
    0
  22. #12472 llllovellll (@llllovellll) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 13:29
    ต้องให้เขินกี่ตอนถึงจะพอใจจจจ ใจบางไปหมดแล้ววว ความสัมพันธ์ดีขึ้นเรื่อยๆ สีชมพูฟรุ้งฟริ้งเลยยย
    #12472
    0
  23. #12441 neenuna (@neenuna) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 14:15
    หวานมากกกกกกก
    #12441
    0
  24. #12432 green_bebear2 (@green_bebear) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 08:57
    สวีตมากไปเลย เจ้าแสบ
    #12432
    0
  25. #12362 VrongVrin (@VrongVrin) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 14:39
    อ่านไปยิ้มไปป มันแบบน่ารักมากๆเลย
    #12362
    0