(จบ) มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 19 : บทที่ ๑๙ : อสุนีบาต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39232
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3844 ครั้ง
    14 ก.ย. 61

มนต์วิฬาร์

บทที่ ๑๙ : อสุนีบาต

 

                ท่ามกลางเม็ดฝนที่โปรยปรายกลางมหานครปารีส ชายรูปร่างสูงใหญ่กำลังเดินฝ่าฝนราวกับหาอะไรบางอย่าง ดั่งเพลิงเดินเตร็ดเตร่แถวตรอกที่พักตรอกแล้วตรอกเล่า ก็ยังไม่พบร้านขนมปังที่เปิดอยู่สักร้าน อีกทั้งฝนก็ไม่มีท่าทีจะหยุดเอาเสียง่าย ๆ มันตกหนักกว่าเมื่อชั่วโมงก่อนด้วยซ้ำ หากเป็นตัวเขาเมื่อก่อนคงไม่มีทางที่จะทำอะไรอย่างนี้ แต่เพราะเป็นคำขอของคุณชายสอง เขาจึงต้องหาเค้กมาให้อีกฝ่ายทานให้ได้ ชายหนุ่มยกมือหนาของเขาขึ้นกันเม็ดฝนเหนือระดับสายตา แล้วหรี่มองไปยังร้านขนมปังร้านหนึ่ง ถึงแม้ว่าหน้าร้านจะปิดไปแล้ว แต่แสงสว่างที่ส่องออกมาจากภายในร้านนั้นยังมีอยู่ เขารีบเดินข้ามถนนแล้วตรงไปยังร้านนั้นทันที

 

                แกร๊ง.. ดั่งเพลิงสั่นกระดิ่งที่อยู่หน้าร้านขนมปัง อันเป็นร้านขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่สูงราวสามชั้น แต่ทำเลค่อนข้างดี เนื่องจากตั้งอยู่ที่หัวมุมถนนสายหลักของตัวเมือง เขาสั่นกระดิ่งอีกครั้งเมื่อไม่มีการตอบรับ ไม่นานประตูไม้บานเก่าก็เปิดออก ด้านหลังบานประตูปรากฏใบหน้าของบรรตาหญิงวัยชราที่กำลังมองมาที่เขา

 

                “บองชูวร์ มาดาม ผมมาซื้อเค้กน่ะ” ดั่งเพลิงทักทายและพูดถึงสิ่งที่เขาต้องการทันที เขาท้าวแขนข้างหนึ่งกับกำแพงของร้าน แล้วจึงยกมืออีกข้างเสยผมที่เปียกชื้น

 

                “บองชูวร์ แต่ร้านเราปิดแล้วนะ” หญิงชราผมขาวตอบกลับ  

 

                “คือภรรยาผมต้องการจะกินเค้กน่ะ หากคุณไม่มีเค้ก ขอเป็นของหวานอย่างอื่นก็ได้” ดั่งเพลิงยกมือขึ้นประกบกันเป็นเชิงขอร้อง เขาไม่ต้องการที่จะเสียเวลาเปล่า และมั่นใจว่าจมูกของตนนั้นก็ได้กลิ่นขนมปังอบมาจากในร้านเช่นกัน

 

                “ซื้อให้ภรรยางั้นเหรอ ฮ่า ๆ เช่นนั้นก็เข้ามาข้างในก่อนเถอะ” สีหน้าของหญิงชราที่ดูมึนงงเปลี่ยนไปทันที เจ้าหล่อนหัวเราะแล้วผายมือให้ดั่งเพลิงเข้าไปนั่งยังในตัวร้าน

 

                “อ่า..แมร์ซี” กลายเป็นดั่งเพลิงเองที่รู้สึกมึนงง เขากล่าวขอบคุณจากนั้นจึงเดินเข้าไปในตัวร้าน เขาหยุดมองยังตู้โชว์สินค้า หลังจากกระจกหนานั่นต่างมีขนมปังหลากหลายชนิดจัดวางอยู่ รวมถึงเค้กหลากรสที่วางเรียงรายอยู่ชั้นบน

 

                “ปกติแล้ว ของเหลือในแต่ละวันฉันจะเอาไปให้พวกไร้บ้านกินน่ะ มันเป็นนโยบายของร้านที่ต้องทำใหม่ทุกวัน” หญิงชราเดินไปยังด้านหลังตู้กระจก แล้วเปิดหัวข้อสนทนากับดั่งเพลิงด้วยท่าทีสบาย ๆ

 

                “อ่อ เช่นนั้น ผมขอเค้กช็อคโกแลตตรงนั้นสองชิ้นแล้วกันครับ” ดั่งเพลิงพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้ แล้วจึงสั่งเค้กสีเข้มที่ตั้งอยู่มุมสุดในตู้กระจกทันที เพราะร่างกายที่อ่อนเพลียและหงุดหงิดกับความเปียกชื้น เขาจึงใช้เกณฑ์ความชอบของตนเองเป็นหลัก

 

                “เกรงว่าช็อคโกแลตจะไม่เหมาะกับคนท้องนะ รับเป็นบลูเบอร์รี่ดีกว่าไหม” หญิงชราเงยหน้าแล้วกล่าวกับดั่งเพลิง

 

                “คุณว่าท้องหรือครับ.. เขาเงยหน้ามองหญิงชราอย่างไม่อยากจะเชื่อหู

 

                “ใช่สิ ฉันเปิดร้านมาสี่สิบปี คนที่มาซื้อเค้กให้ภรรยาเวลานี้ ก็มีแต่พวกสามีที่ภรรยาท้องทั้งนั้นล่ะ ก่อนหน้าคุณก็มีมาคนหนึ่ง เหมือนจะเป็นคนอเมริกั เอ๊ะ ตายจริง! หรือว่าคุณไม่รู้ว่าภรรยาคุณท้อง”

 

                คำพูดของหญิงชรา ทำให้ดั่งเพลิงนึกถึงคำพูดและท่าทางแปลก ๆ ของแคทเทอรีนตลอดสามวันที่ผ่านมา ทั้งอาหารการกินและการเตือนเขาให้ระมัดระวังเรื่องคุณชายสอง พอมานึก ๆ ดูแล้ว ฮีทครั้งแรกของคุณชายสองก็ราวสองเดือนก่อน จากนั้นคนตัวเล็กที่ไม่ค่อยจะกินข้าวก็กินจุขึ้นมากะทันหัน ไหนจะสิ่งที่เขาเคยกลัวนั่นคือการน็อทอีก เขาถูกปลูกฝังมาแต่เด็กว่าโอกาสการตั้งครรภ์จากการน็อทนั้นสูงมาก.. ถึงแม้ว่าคุณชายหมอจะเคยบอกเขาว่าคุณชายสองอาจจะตั้งครรภ์ยาก แต่กรณีคุณชายสองก็แค่อยู่ในเกณฑ์สุ่มเสี่ยงเท่านั้น เนื่องจากเลิกยาทัน ทั้งหมดทั้งมวลมานี้เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อนัก แต่ว่าหลาย ๆ อย่างมันก็ทำให้เขาอดคิดไม่ได้

 

                ว่ามันมีความเป็นไปได้ที่คุณชายสองจะท้อง

 

                “ขอโทษนะครับ เช่นนั้นผมขอเค้กสำหรับคนท้องสองก้อนครับ” ดั่งเพลิงออกปากสั่งเค้ก ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่มั่นใจนัก แต่ว่ากันไว้ย่อมดีกว่าแก้ เขาควรจะรีบกลับไปแล้วถามอะไรแคทเทอรีนมากกว่า

 

                “โอเค ยินดีด้วยนะคะ” หญิงชรากล่าวยิ้ม ๆ จากนั้นจึงหยิบเค้กผลไม้แล้วนำไปจัดใส่ในถุงกระดาษ ท่าทางของหล่อนดูมั่นอกมั่นใจเหลือเกิน ว่าลูกค้ายามดึกส่วนใหญ่จะเป็นพวกสามีที่ภรรยาท้อง จนดั่งเพลิงเองก็แอบคิดไม่ได้ว่าถ้าเกิดไม่ได้ท้องแต่คุณชายสองแค่หิวนั้นจะทำอย่างไร

 

*****

 

                “เฮ้ แคท! ดั่งเพลิงตะโกนเรียกหญิงสาวเจ้าของห้องพัก พลางยกมือขึ้นเคาะประตูห้องของหล่อนด้วยความร้อนรน ทั้งตัวของเขาเปียกโชกไปหมด เว้นก็แต่ถุงกระดาษจากร้านเค้กที่เขาใช้เสื้อโค้ทบังเอาไว้ตลอดทาง เขาไม่สนสักนิด หากหญิงร่างท้วมเจ้าของที่พักจะบ่นเรื่องพรมที่เปียกชื้น เพราะเขามีเรื่องที่ทำให้ร้อนใจกว่านั้นมาก

 

                “มีอะไรไม่ทราบคะ ท่านสุภาพบุรุษ” แคทเทอรีนเปิดประตูออก จากนั้นก็กลอกตาทันที เมื่อเห็นว่าเป็นดั่งเพลิงที่มารบกวนเจ้าหล่อนยามดึก

 

                “แคท.. สองท้องหรือ” เขาโพล่งถามออกไปด้วยความร้อนรน ตั้งแต่ออกจากร้านขนมปังมา ใจของดั่งเพลิงก็ว้าวุ่นไปหมด เขาทบทวนความเป็นไปได้มาตลอดทางว่ามีความเป็นได้มากน้อยเพียงใด ที่คนรักของตนจะตั้งท้อง

 

                “แดเนียล.. คุณรู้แล้วหรือ คุณรู้ได้อย่างไร” สาวเจ้าของห้องพักเบิกตากว้างทันที หลังจากสิ้นประโยคของดั่งเพลิง เจ้าหล่อนมองขึ้นไปยังทางบันไดกลางโถง หันซ้ายทีขวาทีแล้วจึงจูงมือดั่งเพลิงให้เข้าไปในห้องของเจ้าหล่อน

 

                “คุณไม่ได้ล้อผมเล่นใช่ไหม.. คือสองเขาอยากกินเค้ก ผมเลยไปวิ่งหาซื้อมาให้ แล้วทีนี้.. คนขายขนมปังก็ถามผมว่าซื้อไปให้ภรรยาที่ท้องหรือเปล่า รู้ไหม ผมนึกถึงเรื่องที่คุณพูดก่อนหน้า” เขาพยายามเรียบเรียงคำพูด แต่ด้วยความตื่นเต้นและตกใจ ทำให้ดั่งเพลิงนั้นพล่ามเป็นฝรั่งเศสและอังกฤษปน ๆ กัน

 

                “คุณน่ารักมากเลยนะ ศาสตร์ที่ฉันรู้มาคือการจับชีพจร ด้วยความขี้สงสัยฉันเลยลองจับชีพจรของภรรยาคุณดู..แคทเทอรีนมองไปยังถุงขนมในมือของดั่งเพลิงแล้วยิ้ม จากนั้นจึงอธิบายร่ายยาว

 

                “แล้วคุณรู้สึกได้ใช่ไหม.. ลูก.. ของผม”

 

                “ฉันเรียนวิธีนี้มาจากพวกแม่ ๆ ในวันที่ไปโบสถ์น่ะ และฉันก็ไม่เคยจับพลาดนะ ตกใจเหมือนกันที่ดูเหมือนว่าคุณและสองไม่รู้ โดยเฉพาะเจ้าแมวน้อยของคุณน่ะ” เจ้าหล่อนยิ้มกว้าง แล้วตบไหล่ดั่งเพลิงที่ยืนอึ้งอยู่กับที่

 

                “ผมจะพาสองไปตรวจที่โรงพยาบาล” ดั่งเพลิงกล่าว เขาเองก็ไม่อยากจะเชื่อศาสตร์อื่นนัก สู้ไปตรวจโรงพยาบาลเลยคงจะดีกว่า ถึงแม้ว่าอาการหลายอย่างจะส่งสัญญาณค่อนข้างชัดเจนก็ตาม

 

                “แดเนียล ตอนนี้เธอกับสองกำลังฮันนีมูนอยู่นะ ไว้กลับไปตรวจที่ไทยก็ไม่สายนี่ อีกอย่างภรรยาเธอน่ะยังเด็กนัก” แคทเทอรีนออกปากปราม คำพูดของเจ้าหล่อนทำให้ดั่งเพลิงฉุกคิดตาม ถ้าเกิดเขาหุนหันพลันแล่นพาคุณชายสองไปตรวจครรภ์ที่โรงพยาบาล อีกฝ่ายคงรู้สึกไม่สะดวกใจนัก เขาไม่ต้องการทำลายทริปในฝันของคนรักสักเท่าไหร่ อย่างไรเสียความรู้สึกของคุณชายสองคือที่สุดสำหรับเขา

 

                “ก็ได้.. ขอบคุณมากนะแคท ผมคิดว่าผมควรจะเอาเค้กไปให้สองได้แล้ว เขาคงหิวแย่” ชายหนุ่มถอนหายใจ สายตาคมดันหันไปเจอสิ่งหนึ่งบนโต๊ะอาหาร เมื่อเห็นว่าเป็นจานที่เต็มไปด้วยสตรอว์เบอร์รี่ เขาก็ทำหน้าเหยเกทันที

 

                “เอ่อ.. เหมือนเธอจะมีอาการแพ้ท้องแทนเมียด้วยนะ วันพรุ่งนี้ฉันจะทำอาหารเอาไว้ให้ แล้วไม่ต้องมาบ่นว่าได้กินน้อยล่ะ” แคทเทอรีนหัวเราะ จากนั้นจึงดันหลังดั่งเพลิงให้ไปทางประตูห้อง

 

                “มันเป็นไปได้อย่างไรล่ะ ไอ้เรื่องพรรค์นั้น กู๊ดไนท์ แคท” ดั่งเพลิงพึมพำ ขณะเดินออกจากห้องของเจ้าหล่อน เขาเองก็มีเพื่อนฝูงที่แพ้ท้องแทนเมีย และถูกเอามาพูดในวงสนทนาสนุกปากเหมือนกัน แต่เขาไม่เคยคิดจะเชื่อเลย เพราะมันเป็นสิ่งที่พิสูจน์ไม่ได้

 

                “พระเจ้าคงจะหมั่นไส้เธอน่ะจ้ะพ่อหนุ่ม กู๊ดไนท์” แคทเทอรีนยักไหล่ จากนั้นจึงปิดประตูไป

 

ดั่งเพลิงเม้มปากแน่น เขามองขึ้นไปทางบันไดตรงโถงอย่างใช้ความคิด เขาไม่เคยมีความรู้สึกแบบนี้มาก่อน เขาไม่คิดว่าพระเจ้าของแคทเทอรีนจะหมั่นไส้เขาสักเท่าไหร่ ถ้าเกิดว่าคุณชายสองนั้นตั้งครรภ์จริง นั่นจะหมายความว่าเขากำลังจะได้รับของขวัญที่มีค่ามากที่สุดในชีวิต เพราะเขากำลังจะมีสิ่งมีชีวิตตัวน้อยกับคนที่เขารักสุดหัวใจ  

 

*****

 

            คุณชายสองค่อย ๆ ลืมตาตื่น เพราะแสงอาทิตย์ที่ลอดเข้ามายามเช้า ยกมือเรียวขยี้ตาเล็ก ๆ แล้วป้องปากหาว เมื่อตื่นเต็มตาแล้วเห็นใครอีกคนนอนจ้องหน้าตนอยู่ก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกเท่าไหร่ โดยปกติแล้วคุณชายสองจะตื่นก่อนดั่งเพลิงเสมอ แต่วันนี้ตนกลับเป็นคนตื่นทีหลัง อีกทั้งดั่งเพลิงยังมานอนยิ้มจ้องหน้าอีก คุณชายสองค่อย ๆ สอดตัวเข้าไปใต้ผ้าห่มผืนหนาจนเหลือแค่ดวงตากลมโต จับจ้องไปยังใบหน้าหล่อของดั่งเพลิงที่ดูเหมือนว่าจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จตั้งนานแล้ว

 

                “ทำอะไรน่ะครับ” ดั่งเพลิงหัวเราะ เมื่อเห็นว่าเขายกผ้าห่มขึ้นมาห่อตนเอง

 

                คุณชายสองไม่ได้ตอบกลับไป แต่จ้องไปที่ใบหน้าของอีกฝ่าย เจ้าตัวก็ไม่เข้าใจนัก คงเพราะนึกอายเรื่องในห้องน้ำเมื่อคืน คิดแล้วก็รู้สึกหน้าไหม้ขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

                “จะไม่จูบกันก่อนหรือ ขี้โกงนี่” ดั่งเพลิงเดาะลิ้นแล้วขยับตัวเข้ามาใกล้ แขนแกร่งของอีกฝ่ายที่คว้าตัวของคนตัวผอมมาโอบกอดไว้ ทำให้คุณชายสองขยับไปไหนไม่ได้

 

                “สองปากเหม็น” คุณชายสองตอบกลับดั่งเพลิงด้วยน้ำเสียงอู้อี้ ก็จริงนี่นา เมื่อคืนพอกินเค้กเสร็จก็ไปอาบน้ำเลย อาบน้ำจนเหนื่อย สุดท้ายก็ไม่ได้แปรงฟันก่อนนอน จำได้แค่ว่าโดนจับแต่งตัวแล้วตัวเองก็ผล็อยหลับไป

 

                “งั้นพี่จะจูบผ่านผ้าห่ม.. ดั่งเพลิงยกยิ้ม แล้วกดจูบที่ริมฝีปากของคุณชายสองผ่านผ้าห่มที่กั้นอยู่ โดยที่คุณชายสองก็หลับตารับอย่างโดยดี เป็นเพียงแค่สัมผัสผ่านทางผ้าเท่านั้น แต่กลับทำให้รู้สึกดีเหลือเกินในยามเช้า

 

“อรุณสวัสดิ์ครับพี่เพลิง” คุณชายสองกล่าวเบา ๆ หลังจากที่ดั่งเพลิงถอนจูบออกไป

 

“ไปอาบน้ำแต่งตัวนะครับ พี่จัดชุดให้แล้วอยู่ในห้องน้ำ วันนี้ทานข้าวเช้าเสร็จ พี่จะพาสองไปช็อปปิ้ง” ดั่งเพลิงว่าพลางลูบศีรษะของคุณชายสองอย่างเพลิดเพลิน

 

ถึงแม้ว่าดั่งเพลิงจะออกปากให้ตนไปอาบน้ำ แต่ก็นานสองนานกว่าคุณชายสองจะดึงตัวเองออกจากสามี ผู้พยายามจะฟัดคอตนเองตั้งแต่เช้ามาได้ เมื่อดั่งเพลิงยอมแพ้ตนจึงลุกออกจากเตียงไปเข้าห้องน้ำ คุณชายสองยิ้มเล็ก ๆ เมื่อเห็นว่าตรงเคาน์เตอร์อ่างล้างหน้ามีเสื้อผ้าชุดใหม่ถูกพับเตรียมไว้ อีกทั้งแปรงสีฟันของตนก็ถูกบีบยาสีฟันเอาไว้ให้เช่นกัน คนตัวผอมมองตนเองผ่านกระจกบานใหญ่ ยกมือขึ้นจับแก้มของตนเองอย่างสงสัย ไม่รู้ว่ารู้สึกไปเองหรือไม่ว่าช่วงนี้ตนดูมีแก้มมากกว่าแต่ก่อน

 

คุณชายสองใช้เวลาของตนจัดการธุระในห้องน้ำจนเสร็จ ขณะแต่งตัวหน้ากระจกคนตัวผอมก็ลอบยิ้มเล็ก ๆ กับรอยที่ต้นคอของตน มันไม่ได้ดูเป็นแผลสดเหมือนเมื่อวานแล้ว แต่มันดูเป็นรอยกัดแห้ง ๆ เสียมากกว่า ตอนเด็ก ๆ ก็นึกกลัวแสนกลัวเรื่องการถูกตีตรา แต่พอโดนกัดเข้าจริงมันก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด บางทีอาจจะเป็นเพราะดั่งเพลิงเป็นคนกัดก็เป็นได้ มือเรียวคว้าเอาโบว์สีดำขลับที่วางอยู่ข้างอ่างล้างหน้าขึ้นมา รวบรวมความกล้าในใจเล็ก ๆ ว่าจะให้ดั่งเพลิงผูกให้ แต่เมื่อเปิดประตูห้องน้ำ คุณชายสองกลับพบกับแคทเทอรีนและดั่งเพลิงที่ยืนคุยเป็นภาษาฝรั่งเศสกันอย่างเคร่งเครียด

 

“มีสายจากสถานทูตไทยมาน่ะครับ เราต้องบินกลับไทยวันนี้เลย” ดั่งเพลิงหันหน้ามาสบตากับเขาแล้วเอ่ยปาก

 

“ทำไมหรือครับ” คุณชายสองถามดั่งเพลิงกลับไปด้วยความประหลาดใจ เพราะในทีแรกคิดกันเอาไว้ว่าจะกลับประเทศไทยในวันมะรืน

 

“ป๊าเข้าโรงพยาบาลครับ” ดั่งเพลิงตอบ สีหน้าของเขาดูเป็นกังวลไม่น้อย

 

*****

 

                บรรยากาศภายในโรงพยาบาลศิริราชช่วงสาย เต็มไปด้วยบุคลากรของทางโรงพยาบาล ผู้ป่วย และญาติผู้ป่วยคับคั่ง เพราะอยู่ในช่วงปฏิบัติหน้าที่และเปิดให้ผู้ป่วยเข้ามาตรวจโรคทั่วไป คุณชายสองลอบมองดั่งเพลิงที่มีสีหน้าเคร่งเครียดตั้งแต่อยู่ปารีสจนถึงพระนคร ดั่งเพลิงได้แต่พร่ำขอโทษตนมาตลอดทาง ทั้งที่ตนก็ไม่ได้รู้สึกเคืองอะไรกลับยิ่งรู้สึกเป็นห่วงเจ้าสัวเส็งเสียมากกว่า เพราะรู้ตัวว่าทำอะไรได้ไม่มาก สิ่งที่คุณชายสองทำก็คือนั่งจับมือดั่งเพลิงเอาไว้ เหมือนกันกับที่ดั่งเพลิงจับมือตนเมื่อครั้งบินมาปารีส หากตนจำไทม์โซนไม่ผิด น่าจะเป็นเมื่อวานตอนเช้า หลังจากที่ดั่งเพลิงคุยโทรศัพท์กับทางสถานทูตอยู่นานสองนาน และสุดท้ายจึงตัดสินใจพากันบินด่วนกลับพระนคร ถึงแม้ว่าจะเป็นการบินด่วนแต่เที่ยวบินที่จะโดยสารกลับก็ปาไปเกือบบ่าย พอบินมาถึงประเทศไทยก็เป็นช่วงสายของอีกวัน

 

                “ป๊าจะไม่เป็นอะไรครับ” คุณชายสองเงยหน้ากล่าวกับดั่งเพลิง ขณะที่ทั้งคู่เดินไปตามโถงทางเดินอาคารผู้ป่วย ตั้งแต่มาถึงดอนเมืองดั่งเพลิงก็ขับรถตรงมายังโรงพยาบาลทันที ทั้งคู่ไม่มีใครรู้อาการล่าสุดของเจ้าสัวเส็ง เพราะดั่งเพลิงเองก็รีบร้อนจนไม่ได้ติดต่อกับเลขาของบิดา

 

                “ขอบคุณครับ” ดั่งเพลิงว่าพลางยกมือขึ้นโอบตัวของคุณชายสองให้เดินระวังทางยกระดับ คนตัวเล็กกว่าเงยหน้ามองเล็ก ๆ แต่ก็ไม่ได้เอะใจอะไร จนทั้งคู่มาหยุดอยู่ยังหน้าห้องพักฟื้นของโรงพยาบาล

 

                คุณชายสองกลั้นหายใจเล็ก ๆ ขณะที่เดินเข้าไปภายในห้องพักฟื้นของเจ้าสัว ภายในห้องที่โอ่โถงของทางโรงพยาบาล กลับมีคนที่คุณชายสองไม่คุ้นหน้าอีกสองคนยืนคุยกันอยู่ คนหนึ่งคือคุณชัยคนสนิทของเจ้าสัว แต่อีกคนตนมั่นใจว่าเป็นกาฬวิฬาร์ ถึงแม้ว่าจะกินยากักกลิ่นก็ตาม เป็นกาฬวิฬาร์หนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ผิวขาวจัด มีหน้าตาค่อนไปทางคนจีน เครื่องหน้าของเขามีเสน่ห์บางอย่างที่หากมองไปจะรู้สึกไม่เบื่อ เมื่อทั้งสองคนนั้นเห็นตนและดั่งเพลิงที่เข้ามาใหม่ ก็เอ่ยคำทักทายอย่างสุภาพทันที

 

                “สวัสดีครับคุณเพลิง สวัสดีครับคุณชายอนิละ” ชายที่เป็นบรรตาเอ่ยปากก่อน ในขณะที่กาฬวิฬาร์อีกคนยิ้มบางแล้วยกมื้อไหว้ตาม

 

                “อ้าว มาแล้วเหรอ เป็นอย่างไรไปเที่ยวสนุกไหม โอย..” คุณชายสองหันไปมองตามต้นเสียงทันที แล้วก็ต้องหลุดยิ้มเมื่อเห็นว่าเจ้าสัวเส็งนั้นไม่ได้เป็นอะไรมาก อย่างที่ตนและดั่งเพลิงตีตนไปก่อนไข้

 

                “ประเดี๋ยวนะครับ ไหนบอกว่าอาการสาหัสอย่างไรล่ะ” ดั่งเพลิงร้องขึ้นเมื่อเห็นสภาพของผู้เป็นบิดา

 

                “ท่านเจ้าสัวตีกอล์ฟแล้วกระดูกซี่โครงหักน่ะครับ จริง ๆ แล้วก็อาการหนักอยู่นะ ต้องพักฟื้นเกือบเดือนครับ” กาฬวิฬาร์หนุ่มกล่าวกับดั่งเพลิงด้วยสีหน้าเรียบเฉย

 

                “ไอ้ลูกคนนี้ นี่เอ็งคิดว่าป๊าเอ็งจะด่วนจากไปหรือไร หา! อั๊วะน่ะยังไม่ได้เห็นหน้าหลานเลยนา” เจ้าสัวเส็งกล่าว ขณะที่ชายอีกคนไปประคองเขาให้นอนลง

 

                “ป๊าคนนี้นี่นะ ผมไปฮันนีมูนที่ปารีสนะครับ ไม่ใช่บางแสน” ดั่งเพลิงเอ็ดผู้เป็นบิดา แล้วทิ้งตัวลงนั่งกับโซฟาที่อยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล ดูท่าจะหงุดหงิดไม่น้อย

 

                “ป๊าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้วนี่ครับ” คุณชายสองหัวเราะเล็ก ๆ แล้วจึงเดินไปจับแขนของดั่งเพลิง คนตัวผอมไม่รู้ตัวเลยว่าเจ้าสัว และคนสนิทมองเหตุการณ์เมื่อครู่แล้วส่งยิ้มให้กันอย่างพอใจ

 

                “คุณชายสองครับ ขออภัยที่เสียมารยาทนะครับ ผมลืมแนะนำตัว ผมชื่อ วาดฝัน เป็นเสมียนของคุณเพลิงประจำท่าเรือครับ” กาฬวิฬาร์ตัวสูงกล่าวกับคุณชายสอง รอยยิ้มจริงใจที่ส่งมาให้ของวาดฝันสลัดภาพลักษณ์เย็นชาเมื่อครู่ไปเสียหมด

 

                “ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ” คุณชายสองกล่าวอย่างอาย ๆ ไม่บ่อยนักที่เขาจะเจอกาฬวิฬาร์ที่เป็นผู้ชาย นอกจากหม่อมเจ้ามิ่งขวัญสหายคนสนิท ซึ่งกาฬวิฬาร์ตรงหน้านั้นถือว่าหน้าตาชวนมอง และดูมีความรู้ไม่แพ้ท่านชายเลย ผิดกับตนลิบลับ

 

                “คุณวาด คุณช่วยดูป๊ากับคุณชายสองหน่อยนะ ผมขอตัวออกไปคุยงานกับคุณชัยก่อน” ดั่งเพลิงพูดขึ้นหลังจากที่คนสนิทของบิดากระซิบอะไรบางอย่าง

 

                “ครับ คุณเพลิง” วาดฝันขานรับ เขาส่งยิ้มบางให้กับคุณชายสอง จากนั้นจึงเดินไปปอกผลไม้เยี่ยมที่อยู่ข้างเตียงเจ้าสัวอย่างช่ำชอง

 

                คุณชายสองพยักหน้าให้กับดั่งเพลิงเล็ก ๆ เป็นเชิงเข้าใจก่อนที่จะทิ้งตัวลงนั่งยังโซฟาตัวใหญ่ จู่ ๆ ตนก็รู้สึกเหนื่อยอ่อนเสียอย่างนั้น คงเพราะการเดินทางที่กินเวลานาน คนตัวเล็กหยิบหมอนอิงบนโซฟาขึ้นมากอด นั่งมองวาดฝันปอกผลไม้ สลับกับเจ้าสัวที่นอนอ่านหนังสือพิมพ์อยู่ กว่าจะรู้ตัวว่าผล็อยหลับไปก็สายไปเสียแล้ว

 

*****

 

                ดั่งเพลิงทิ้งตัวลงกับม้านั่งในสวนหน้าตัวอาคารทันที หลังจากทราบว่าค่ำนี้เจ้าสัวจะต้องบินไปประเทศสหรัฐอเมริกา กับท่านรัฐมนตรีสาธารณสุข เนื่องจากเกริกวานิชได้ทำโครงการสนับสนุนอุปกรณ์การแพทย์ให้กับทางรัฐบาล อันเป็นส่วนหนึ่งของงานใหญ่ระหว่างสมาพันธ์ทางการค้าและรัฐบาลไทย แต่เนื่องด้วยอาการบาดเจ็บของเจ้าสัว จึงทำให้ดั่งเพลิงจะต้องเป็นตัวแทนของเกริกวานิชไปยังอเมริกาแทน

 

                “หากผมไปแล้วใครจะอยู่ดูแลภรรยาของผมล่ะ” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นถามคนสนิทของบิดา

 

                “เช่นนั้น ให้คุณชายสองเดินทางไปด้วยดีไหมครับคุณเพลิง” นายชัยเสนอความคิดเห็น

 

                “ไม่ได้ สองเดินทางไม่ได้! ถ้าหากไปด้วยผมเองก็ไม่มีเวลาดูแลเขา อีกอย่างสองเขาก็.. ดั่งเพลิงยกมือขึ้นเสยผมขึ้นด้วยความหงุดหงิด จากนั้นจึงเงยหน้ามองนายชัยตาขวาง ไม่ทันที่จะพูดจบ สายตาคมของเขาก็หันไปเห็นชายร่างสูงโปร่งที่เขาคุ้นหน้า กำลังยืนคุยกับนางพยาบาลอยู่ด้านบนตัวอาคาร

 

                นายชัยกลืนน้ำลาย เนื่องจากเห็นว่าเขาเริ่มแสดงอาการไม่พอใจมาก ดั่งเพลิงมองอากัปกิริยาของอีกฝ่ายแล้วถอนหายใจ เขารู้ตัวดีว่าเขานั้นควบคุมอารมณ์ไม่เก่ง

 

                “ขอโทษที ประเดี๋ยวผมจะไปบอกสองเอง ไปเตรียมรถเสีย ผมจะเข้าออฟฟิศใหญ่” เขาเอ่ยปากขอโทษคนสนิทของบิดาที่อาวุโสกว่า ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เขาจะต้องแสดงความไม่พอใจ แต่เขาต้องหัดที่จะแก้ปัญหา อีกอย่างเขาก็พอจะเห็นหนที่จะแก้ปัญหานี้ได้แล้ว

 

                “ครับ คุณเพลิง” นายชัยรับคำแล้วก้มหน้าให้ชายหนุ่ม จากนั้นเขาก็เดินผ่าสวนของทางโรงพยาบาลไปยังลานจอดรถด้านหน้า ดั่งเพลิงเองเมื่อเห็นว่าคนสนิทของบิดาเดินหายลับไปแล้ว เขาจึงลุกขึ้นเดินไปยังตัวอาคารที่มีแพทย์หนุ่มอีกคนยืนอยู่

 

                ดั่งเพลิงเร่งฝีเท้าขึ้นบันไดอย่างร้อนรน เขาจำได้ว่าเขาเห็นพี่ภรรยาของเขา คุณชายหมอวัชระ ยืนอยู่ชั้นสามของตัวอาคารเมื่อครู่ เมื่อถึงชั้นสามชายหนุ่มจึงหันซ้ายหันขวาหาตัวนายแพทย์หนุ่มทันที เมื่อกลิ่นสมุนไพร กลิ่นของคุณชายหมอลอยมาแตะจมูกจากทางด้านหลัง ดั่งเพลิงจึงมั่นใจว่าอีกฝ่ายอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล

 

                “หาผมอยู่หรือครับ” คุณชายหมอทักขึ้น ทั้งที่ดั่งเพลิงยังไม่ทันได้หันหน้าไปมองอีกฝ่าย

 

                “คุณชายหมอ สวัสดีครับ” ดั่งเพลิงยกมือไหว้นายแพทย์ผู้อาวุโสกว่าอย่างนอบน้อม ใบหน้าของคุณชายหมอในวันนี้ดูซูบผอมไปมาก เขาแอบคิดในใจว่าคงเป็นผลจากการตรำงานหนักของการเป็นแพทย์

 

                “นึกว่าจะกลับจากปารีสวันมะรืนเสียอีกนะครับ แล้วเจ้าสอ คุณชายหมอรับไหว้ แล้วเอ่ยปากถามถึงน้องชายคนรองอย่างที่มักจะทำเป็นประจำ เวลาเจอดั่งเพลิงในทุกครั้ง

 

                “สองอยู่ที่ห้องผู้ป่วยของป๊าน่ะครับ คือคุณชายหมอครับ ผมมีเรื่องจะให้คุณชายหมอช่วย” ชายหนุ่มเลียริมฝีปากที่แห้งผากของตนเองอย่างชั่งใจ

 

                “เรื่องอะไรหรือครับ” คุณชายหมอถามกลับเสียงเรียบ ดวงตาสีอ่อนธรรมชาติของอีกฝ่ายจับจ้องมาที่ใบหน้าของเขาเพื่อรอคำตอบ

 

                “ผมกำลังจะบินไปอเมริกาด่วนค่ำนี้ ผมจึงคิดจะฝากสองกับคุณชาย..” ท่าทางที่นิ่งเฉยและยากจะคาดเดาของพี่ภรรยา ทำเอาอันฬาที่ไม่ค่อยจะกลัวใครอย่างดั่งเพลิงรู้สึกประหม่า เขาไม่รู้เหตุผลนัก แต่บางทีเรื่องที่เขาจะพูดกับอีกฝ่ายอาจทำให้คุณชายหมอไม่พอใจ

 

                “ทำไมครับ เบื่อน้องชายผมแล้วหรือ” คุณชายหมอยกยิ้ม ดั่งเพลิงนิ่งงันไปทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น

 

                “ไม่ใช่ครับ ผมพาสองไปไม่ได้.. คือ..” ชายหนุ่มยกมือขึ้นประกอบท่าทางปฏิเสธ ถ้าหากคำพูดของคุณชายหมอนั้นเป็นเชิงหยอกล้อ มันคงเป็นหยอกล้อที่ไม่ตลกเอาเสียเลย

 

              ” คุณชายหมอยังคงจ้องมาที่เขาเพื่อรอให้เขาพูดต่อ

 

              “ผมคิดว่าสองกำลังท้อง” ดั่งเพลิงกล่าวโดยไม่ได้หลบสายตาคุณชายหมอแต่อย่างใด เขาก็พร้อมยอมรับผลของการกระทำของเขา

 

                “...” คุณชายหมอนิ่งเงียบแล้วมองมายังดั่งเพลิง มองเพียงปราดเดียวชายหนุ่มก็พอเข้าใจว่าคุณชายหมอคงจะไม่สบายใจนัก

 

                “ผมอยากให้คุณชายหมอพาสองไปตรวจเลือด และดูสองจนกว่าผมจะกลับมา” ดั่งเพลิงพูดต่อ เขาต้องการให้อีกฝ่ายทำในสิ่งที่เขาร้องขอ และเขาก็มั่นใจว่าในฐานะพี่ชาย อีกฝ่ายจะยอมทำตาม

 

                “ขอโทษนะครับ หากเช่นนั้นแล้ว คุณยังจะไปทำงานอีกหรือครับ ท่านพ่อคงจะไม่พอใจนัก ตระกูลเทววงศ์ของเราไม่มีใครทำธุรกิจ ดังนั้นคงเป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจว่าการเลือกงานที่เป็นผลประโยชน์ส่วนตัวใช่ส่วนรวมก่อนครอบครัวนั้น มันจำเป็นขนาดนั้นเลยหรือ” คุณชายหมอร่ายยาว  แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้พูดว่าตระกูลคนจีนออกมา แต่เขาก็พอเข้าใจกับสิ่งที่คุณชายหมอจะสื่อ การเติบโตและการเลี้ยงดูของเกริกวานิชและเทววงศ์นั้นต่างกันนัก

 

“คุณชายหมอบอกเองนี่ครับ ว่าสองนั้นสุขภาพไม่แข็งแรง หากสองท้องจริง ผมไม่กล้าเสี่ยงที่จะพาเขาไปด้วยหรอกครับ อย่างไรเสียสุขภาพของภรรยาและลูกของผมต้องมาก่อน” ดั่งเพลิงให้เหตุผล

 

                “เพราะกาฬวิฬาร์ที่ตั้งครรภ์จะต้องการอันฬาอยู่เคียงคู่สินะครับ” คุณชายหมอกล่าว สมกับเป็นนายแพทย์เฉพาะทาง ดูท่าอีกฝ่ายจะเข้าใจสิ่งที่ดั่งเพลิงจะสื่อง่ายกว่าที่คิดเอาไว้

 

                “ที่ผมขอร้องในที่นี้ ไม่ได้เพื่อประโยชน์ต่อตนเอง แต่นี่ก็เพื่อน้องของคุณชายหมอ” ชายหนุ่มยกมือไหว้อีกฝ่ายเพื่อขอร้องให้รับปาก สิ่งที่เขากังวลที่สุดก็มีเพียงแต่คุณชายสองเท่านั้น และการที่จะให้ภรรยาไปพักยังวังเทววงศ์นั้น ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดแล้วในตอนนี้

 

                “ครับ อีกราวสองชั่วโมงผมจะออกเวร เช่นนั้นให้เจ้าสองนั่งรอผมที่ห้องของเจ้าสัวแล้วกัน” คุณชายหมอรับปาก พลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดู

 

                “ขอบพระคุณครับ” ดั่งเพลิงกล่าว เขายิ้มอย่างโล่งใจ หากคุณชายสองกลับไปอยู่กับครอบครัวในตอนนี้ย่อมจะดีกว่า อย่างน้อยภรรยาของเขาจะได้รับการดูแลที่ดีที่สุดจากครอบครัว ไม่นานดั่งเพลิงและคุณชายหมอก็ต่างแยกย้ายกันไปทำหน้าที่ของตน ดั่งเพลิงถอนหายใจครั้งที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน ขณะเดินกลับไปยังห้องพักฟื้นของบิดา ดูท่าว่าวันนี้เขามีเรื่องให้หัวหมุนอีกหลายเรื่อง และเรื่องที่น่าจะยากที่สุดก็คือ

 

                คุยกับคุณชายสองให้รอเขาอยู่ไทย

 

*****

               

                “จ.. จะทิ้งสองไปหรือครับ.. คนตัวผอมเงยหน้าขึ้นถามสามี ไม่อยากจะเชื่อหูเลยว่าดั่งเพลิงกำลังจะไปต่างประเทศ และทิ้งตนเอาไว้ที่พระนคร ตั้งแต่แต่งงานกันมาตนไม่เคยห่างดั่งเพลิงมาก่อน ถึงแม้จะมีบางวันที่ไม่ได้เจอกันบ้างช่วงหนึ่ง แต่หลังจากที่รู้ว่าความรู้สึกตรงกันแล้ว ตนก็เกิดโลภอยากอยู่กับดั่งเพลิงตลอดเวลาเสียอย่างนั้น

 

                “ไม่ใช่นะครับ อย่าร้องซี พี่ไปไม่กี่วันเอง” ดั่งเพลิงรีบย่อตัวคุยกับคุณชายสองที่นั่งอยู่ ยกนิ้วโป้งขึ้นมาปาดหางตาของเขาที่มีน้ำไหลออกกมา

 

                “สองไปกับพี่เพลิงไม่ได้หรือครับ.. คุณชายสองต่อรอง ไม่ได้ต้องการถูกมองว่างี่เง่า แต่เหมือนกับว่าในใจนั้นมันประท้วงไม่อยากห่างอีกฝ่ายไปไกล ยิ่งถ้าหากไม่มีกลิ่นของดั่งเพลิงแล้วตนจะทำอย่างไร ในเมื่อตนต้องการทั้งกลิ่นและอ้อมกอดของดั่งเพลิงตลอดเวลา

 

                “ไม่ได้ครับ อีกราวชั่วโมงกว่า ๆ พี่ชายหนึ่งจะมารับสองไปอยู่ที่เทววงศ์ สองรอพี่นะ” ดั่งเพลิงว่าพลางส่ายหัว ชายหนุ่มยืนยันหนักแน่นว่าตนไปด้วยไม่ได้

 

                “ค.. ครับ..” คุณชายสองพยักหน้ารับแม้ว่าจะไม่เห็นด้วย เพราะใจก็กลัวว่าถ้าเรียกร้องไปกว่านี้ ดั่งเพลิงจะหงุดหงิดตน และจะไม่กลับมาหาตนอีก

 

                “พี่ขอโทษนะครับคนดี พี่ขอโทษ” คนตัวหนากอดเขาเอาไว้แน่น แล้วพร่ำกระซิบขอโทษ คุณชายสอง

ที่คล้ายจะเริ่มสะอื้นก็กอดดั่งเพลิงแน่น ก่อนที่จะไม่ได้เจอกันอีกเกือบสัปดาห์

 

                “พ.. พี่เพลิง รีบกลับมานะครับ” คุณชายสองกล่าวเสียงเบา เขาเม้มปากแน่นกลั้นใจไม่ให้ร้องไห้ต่อหน้าเจ้าสัว และวาดฝันที่อยู่ภายในห้องด้วยเหมือนกัน มือเรียวยกขึ้นลูบศีรษะของดั่งเพลิง ในขณะที่ผู้เป็นสามีซบหน้าลงตรงช่วงท้องของตน

 

                “พี่จะรีบกลับมารับสองนะ” ดั่งเพลิงเงยหน้าแล้วกล่าวกับเขา แววตาของดั่งเพลิงแสดงออกมาจริง ๆ ว่าคนตัวหนาก็เสียใจไม่แพ้กัน

 

                เมื่อคุณชายสองและดั่งเพลิงล่ำลากันเสร็จ ดั่งเพลิงก็สั่งงานให้วาดฝันช่วยดูงานที่ท่าเรือแทน พลางบ่นเจ้าสัวเส็งกระปอดกระแปด สักพักชายหนุ่มก็รีบออกจากห้องพักฟื้นไป คุณชายสองมองแผ่นหลังของดั่งเพลิงที่เดินออกไปจนลับตา จากนั้นจึงกดหน้าลงกับหมอนใบเล็กที่ตนกอดเอาไว้

 

                “ไม่เป็นไรนะครับ คุณเพลิงต้องรีบกลับมาแน่นอน” วาดฝันทิ้งตัวลงนั่งข้างคุณชายสอง พลางส่งจานผลไม้ให้ตน คุณชายสองส่ายหน้าเล็ก ๆ เป็นเชิงปฏิเสธ เพราะจู่ ๆ ตนก็ไม่อยากกินอะไรเสียดื้อ ๆ

 

                “ป๊าขอโทษนะคุณชาย” เจ้าสัวเส็งที่นอนอยู่บนเตียงคนไข้กล่าวกับคุณชายสอง เมื่อได้ยินดังนั้นคนตัวผอมก็ส่ายหัวเป็นพัลวันพลางบอกว่าไม่เป็นไร

 

*****

 

                หลังจากที่ดั่งเพลิงออกไปราวชั่วโมงนิด ๆ คุณชายหมอในเสื้อเชิ้ตลำลองก็เข้ามาในห้องของท่านเจ้าสัว เขาไถ่ถามอาการของผู้ใหญ่ตามประสาคนรู้จัก จากนั้นจึงพาคุณชายสองมายังห้องตรวจของตน คุณชายสองมองไปยังรอบห้องสีขาวสะอาดที่ตนไม่คุ้นเคยนัก เพราะตนแทบจะไม่เคยมาที่ห้องทำงานของพี่ชายเลย โดยปกติแล้วถ้าคนป่วยหรือมีอาการแปลก ๆ พี่ชายของตนจะดูอาการให้ที่บ้านเสียมากกว่า

 

                “ต้องเจาะเลือดด้วยหรือครับพี่ชายหนึ่ง” คุณชายสองเอ่ยปากถามผู้เป็นพี่ ในขณะที่ดวงตากลมโตจ้องไปยังเข็มฉีดยาอันใหญ่ในมือพี่ชาย

 

                “ช่วงนี้มันมีไข้ไวรัสระบาดที่ฝรั่งเศสน่ะครับ พี่อยากตรวจให้แน่ใจว่าชายสองไม่ได้ติดมา” คุณชายหมอกล่าวเสียงเรียบ พลางเตรียมอุปกรณ์สำหรับเจาะเลือด

 

                “ค.. ครับ” คนตัวผอมวางแขนของตนบนโต๊ะ แล้วให้พี่ชายของตนจัดการเจาะเลือดแต่โดยดี รู้สึกตัวว่านานแล้วเหมือนกันที่ตนไม่ยอมให้พี่ชายเจาะเลือด อาจจะตั้งแต่ฮีทแรกเมื่อตอนสิบหก นึกแล้วก็เวทนาตัวเองสมัยวัยเยาว์ที่มักจะหลอกตัวเองว่าเป็นบรรตา ถึงแม้ว่าผลเลือดจะบอกว่าตนเป็นกาฬวิฬาร์ก็ตาม

 

                “เจ็บนิด ๆ นะชายสอง” คุณชายหมอกล่าว หลังจากที่มัดสายยางที่ต้นแขนและใช้สำลีถูกตรงบริเวณที่จะเจาะ จากนั้นจึงทิ่มเข็มลงที่เส้นเลือดของน้องชายอย่างใจเย็น

 

                คุณชายสองกัดฟันแล้วหลับตาแน่น

 

                “ช่วงนี้กินเยอะไหมเรา อาเจียนบ้างหรือเปล่า” จู่ ๆ พี่ชายของตนก็ถามคำถามขึ้นมา คงเพราะต้องการจะชวนตนคุยเพื่อลดความกลัว

 

                “กินเยอะครับ แต่สองไม่อาเจียน คนที่อาเจียนคือพี่เพลิง.. นี่พี่ชายหนึ่งหัวเราะหรือครับ” คุณชายสองเล่าให้พี่ชายของตนฟัง แต่พอเห็นพี่ชายของตนหัวเราะในลำคอจึงท้วงขึ้น

 

                “พี่เปล่านี่ เสร็จแล้วครับ” คุณชายหมอส่ายหัว เขาถอดเข็มฉีดยาออกแล้วบรรจุเลือดใส่ลงในหลอดแก้ว แล้วจึงใช้สำลีปิดรอยเจาะเลือดให้กับน้องชาย ไม่นานการเจาะเลือดคุณชายสองก็ผ่านไปได้ด้วยดี หลังจากนั้นสองพี่น้องก็พาออกมาจากห้องทำงานของคุณชายวัชระ

 

                “ฝากไปให้คุณหมอปราบตรวจดูค่าเอชซีจีให้ทีนะครับคุณอร ผลออกแล้วให้โทรมาหาผมทันที” คุณชายหมอกล่าวกับพยาบาลคนหนึ่ง เจ้าหล่อนรับหลอดบรรจุเลือดของคุณชายสองแล้วอมยิ้มให้กับสองพี่น้องเล็ก ๆ 

 

                คุณชายสองมองพี่ชายของตนจากนั้นจึงยกมือเกาะแขนคุณชายหมอเอาไว้แน่น จู่ ๆ ก็รู้สึกอยากร้องไห้ขึ้นมาอีกแล้ว หวังว่ากลิ่นอันฬาของพี่ชายจะช่วยบรรเทาความทุกข์ในใจของตนได้

 

                “กลับบ้านเรานะครับ” คุณชายหมอยิ้มบางแล้วลูบหัวคุณชายสอง นายแพทย์หนุ่มไม่ได้ตำหนิติเตียนน้องชายที่ควงแขนของเขาเอาไว้แน่น

 

ไม่นานสองพี่น้องก็มาถึงยังรถยนต์สีครีมที่จอดเอาไว้ คุณชายสองขึ้นไปนั่งยังที่นั่งข้างคนขับแล้วเหม่อลอยนึกถึงดั่งเพลิงที่มักจะชอบขับรถไปมา แต่ทว่าคนที่เปิดประตูฝั่งคนขับเข้ามานั้นคือพี่ชายของตน คุณชายหมอทิ้งตัวนั่งลงยังตำแหน่งคนขับ แต่กลับจับจ้องมายังต้นขอของคุณชายสอง ทำให้คนตัวผอมนึกขึ้นได้ว่าตนถูกตีตราแล้ว มือเรียวยกขึ้นปิดรอยกัดที่อยู่ด้านขวาของตนไม่ให้พี่ชายเห็น

 

“พี่เห็นตั้งนานแล้วล่ะ ชายสองเองก็มีกลิ่นของเขาอยู่” คุณชายหนึ่งยิ้มบาง เมื่อเห็นว่าน้องชายดูจะทำตัวไม่ถูกนักจึงมองไปยังด้านหน้าแทน

 

” คุณชายสองเม้มปากแน่น ไม่รู้เหมือนกันว่าตนต้องรู้สึกอย่างไร และไม่รู้ว่าพี่ชายของตนจะมองว่าตนใจง่ายไหม

 

“ไม่เจ็บก็พอแล้ว” นายแพทย์หนุ่มกล่าวแล้วจึงติดเครื่องรถ แม้ว่าพี่ชายของเขาในตอนนี้จะดูซูบผอมลงไป แต่ที่ไม่ได้เปลี่ยนไปก็คือคุณชายหมอนั้นยังนึกถึงความรู้สึกของตนเสมอมา

 

“สองคิดถึงเขาจังครับพี่ชายหนึ่ง”

 

*****

 

            คุณชายสองมองไปทั่ว ๆ ห้องโถงใหญ่ที่เงียบสงัดอันคุ้นตา ราวกับว่าตอนนี้ไม่มีเจ้านายคนอื่นอยู่ที่วังเทววงศ์เลยนอกจากตนและพี่ชายหนึ่ง หลังจากมาถึงสถานที่ที่เคยเป็นบ้านของตนเองแล้วนั้น พี่ชายของตนก็ช่วยถือกระเป๋าให้ตนมาจนถึงห้องนอนของตนเอง ราวกับว่าคุณชายหนึ่งนั้นรู้ดีว่าตนนั้นรู้สึกง่วงแสนง่วง อาจเป็นเพราะตนยังไม่ได้พักผ่อนจริงจังหลังจากกลับมาจากปารีส

 

                คุณชายสองค่อย ๆ ฟุบตัวลงนอนบนเตียงของตนเองแล้วมองพี่ชายหนึ่งที่ยังคงยืนอยู่ในห้อง หลังจากที่จัดการเรื่องสัมภาระของตนเรียบร้อยแล้ว คนเป็นพี่เดินตรงมาหาเขาที่นอนอยู่แล้วทิ้งตัวลงนอนข้างเขาเสียดื้อ ๆ ทำให้คุณชายสองประหลาดใจนิด ๆ กับท่าทีที่แปลกไปของพี่ชาย

 

                “พักผ่อนนะ พี่เองก็จะนอนด้วยเหมือนกัน” คุณชายหนึ่งนอนตะแคงเท้าศรีษะมองมายังคุณชายสอง

 

                “จะนอนที่นี่หรือครับ ไม่กลัวท่านพ่อว่าหรือ” คนเป็นน้องถามพี่ชาย ส่วนใหญ่เวลาที่คุณชายหมอจะนอนกลางวันนั้นมักจะไปนอนที่ห้องนอนแยกมากกว่า ไม่รู้นานเพียงใดแล้วเหมือนกันที่พี่ชายของเขามานอนที่ห้องด้วย อาจเพราะตั้งแต่ตนมีฮีทครั้งแรก ทั้งพี่ชายหนึ่งและชายสามก็มักจะถูกสั่งห้ามให้มาป้วนเปี้ยนที่ห้องของตน เพราะวรรณะที่ต่างกัน จึงทำให้เขาและพี่น้องถูกแบ่งแยก

 

                “ไม่กลัวหรอก ท่านพ่อหรือจะกล้าดุพี่ ฮ้าว.. นอนนะชายสอง ไม่เช่นนั้นพี่จะนอนแล้ว” เจ้าของใบหน้าคมหัวเราะ จากนั้นจึงยกมือหนาขึ้นมาป้องปากหาว จนคุณชายสองหัวเราะออกมา ดูท่าจะมีใครบางคนที่ง่วงกว่าตนอีก

 

                “พี่ชายหนึ่ง ขอบคุณนะครับ” คุณชายสองกล่าว เมื่อได้ยินดังนั้นคุณชายหมอจึงยกยิ้ม แล้วเคลื่อนมือขึ้นไปวางทับมือของน้องชาย ไม่นานคนเป็นพี่ก็ชิงหลับไปก่อน คนเป็นน้องเองเมื่อเห็นพี่ชายหลับไปแล้วก็เริ่มง่วงตามเสียอย่างนั้น เมื่อต้านทานความหนักที่เปลือกตาไม่ไหวตนจึงคล้อยหลับตามคุณชายหมอไป

 

*****

 

                คุณชายสองลืมตาโพลง จู่ ๆ ตนก็รู้สึกว่างเปล่าภายในใจ แม้ว่าจะอยู่ในวังเทววงศ์ที่ที่เป็นบ้านของตนเองก็ตาม แต่ตนกลับรู้สึกไม่ปลอดภัยอย่างประหลาด ยิ่งเมื่อลืมตาตื่นแล้วไม่พบกับพี่ชายของตนยิ่งแล้วใหญ่ คนตัวผอมรีบเปิดกระเป๋าเดินทางของตนหาเสื้อผ้าที่คล้ายจะมีกลิ่นของดั่งเพลิง คว้าเอาเสื้อเชิ้ตสีฟ้าของตนที่สวมใส่เมื่อวันก่อนขึ้นสูดดม เมื่อดวงตากลมหันไปเห็นตู้เสื้อผ้า ก็ไม่รีรอที่จะเข้าไปอยู่ในตู้ทันที

 

                ภายในตู้ใบใหญ่ในห้องนอน คุณชายสองรื้อเสื้อผ้าในตู้ของตนเป็นกองพะเนินอย่างที่มักจะทำประจำเวลาทำรัง คนตัวผอมจัดการเอาเสื้อผ้ามารองไว้ยังพื้นตู้ทั้งหมดให้คล้ายกับจะเป็นที่นอน ใจก็เริ่มเสียไปทุกทีเพราะเสื้อผ้าของตนไม่มีกลิ่นของดั่งเพลิงเลย ตนไม่นึกเลยว่าการห่างจากคู่ของตนจะทำให้ทุกข์ถึงเพียงนี้ ไม่มีใครรู้เลยว่าท่ามกลางความมืดในตู้ คุณชายอนิละก็เริ่มสะอื้นคนเดียวอีกครั้ง ไม่ต่างจากสมัยที่ตนยังอาศัยอยู่ที่วังเทววงศ์เลย

 

                “ฮ.. พี่เพลิง” คุณชายสองพึมพำกับตนเองเบา ๆ ขณะนั่งชันเข่าอยู่ในตู้

 

                กึก.. กึก.. คุณชายสองหันไปมองตามเสียงเคาะจากภายนอกตู้ทันที ดวงตากลมโตเริ่มเป็นกระกายอย่างมีความหวัง นึกถึงคราวเมื่อครั้งดั่งเพลิงเคยมาหาตนที่วังเพื่อขอสูทคืน บางที.. ดั่งเพลิงอาจจะเปลี่ยนใจไม่ไปอเมริกาแล้วมารับตนกลับบ้านก็ได้ มือเรียวรีบเปิดประตูตู้ทันที

 

                “พี่ชายสองครับ!” เด็กหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าตู้ร้องขึ้น คิ้วหนาบนใบหน้าหล่อขมวดเข้าหากันเป็นปม นอกจากดวงตาที่ขึงขังแล้วนั้นมันยังสะท้อนความโกรธอยู่ด้วย ไม่ได้เจอกันเกือบเดือนแต่ดูท่าน้องชายของเขาจะโตขึ้นมาก

 

                “ชายสาม.. คุณชายสองเรียกชื่อน้องชายอย่างไม่คาดคิดมาก่อน

 

                “ไม่ร้องนะครับพี่ชายสอง สามอยู่นี่แล้ว” คุณชายสามโผเข้ากอดคุณชายสองทันที คงเพราะเห็นหน้าที่เต็มไปด้วยน้ำตาของผู้เป็นพี่ น้องชายคนเล็กพูดปลอบเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าพลางยกมือขึ้นลูบศีรษะของคุณชายสอง ในขณะที่ผู้เป็นพี่เองก็ร้องไห้โฮ เพราะคาดหวังว่าจะเจอกับคนที่รออยู่

 

                แต่สุดท้ายดั่งเพลิงก็ไม่มา

 

*****

               

                ภายในห้องที่เรียงรายไปด้วยตู้หนังสือและประดับตกแต่งด้วยเครื่องไม้มูลค่าสูง ปรากฏชายสองคนกำลังพูดคุยกับด้วยสีหน้าเคร่งเครียด หม่อมราชวงศ์วัชระถอนหายใจทันทีขณะมองไปยังประตูที่เปิดทิ้งไว้ หลังจากที่น้องชายคนเล็กหุนหันพลันแล่นออกไปจากห้องทำงานของผู้เป็นบิดา

 

                “ชายสามดูจะโกรธมากนะครับท่านพ่อ” คุณชายหมอยกมือขึ้นจับขมับของตนเอง แม้ว่าคุณชายอชิตะจะตัวโตขึ้นในทุกวัน แต่ก็ยังคงความเป็นเด็กไว้อยู่มาก

 

                “ถ้าคุณหมอปราบยืนยันขนาดนั้น มันก็น่าโกรธอยู่หรอก พ่อค้าก็คือพ่อค้า ถ้าเจ้าสามรู้ว่าเกริกวานิชได้ผลประโยชน์จากการแต่งงานไปเพียงไหนคงไม่ระเบิดเลยหรือ” อันฬาวัยกลางคนท่าทางสุขุมลุกขึ้นยืน จากนั้นจึงทอดสายตามองไปนอกหน้าต่าง

 

                “อารมณ์ของชายสองก็ยิ่งแปรปรวนหนัก อาจเพราะถูกตีตรา อีกทั้งนี่ก็สองเดือนกว่าแล้ว.. คุณชายหมอกล่าวขณะมองไปยังชายที่ยืนหันหลังให้ ไม่รู้ว่าตนคิดผิดหรือไม่ที่ตนเลือกบอกเรื่องนี้กับบิดาและน้องชาย

 

                “เห็นที คงต้องลองใจให้ลูกเขยนอนเฝ้าประตูวังสักสองวัน” ท่านชายภพพูดตติดตลกขณะมองประตูเหล็กที่อยู่นอกหน้าต่าง

 

#มนต์วิฬาร์

TALK: สวัสดีค่า ชิววี่นะคะ มาอัพตามเวลาทำการค่ะ ตีสามนั่นเอง..

เริ่มเรื่องมาในตอนนี้ก็คือปริศนาที่หลายคนสงสัย เรื่องดั่งเพลิงรู้ได้ไง จริง ๆ ก็เพราะมีปัจจัยหลายอย่างค่ะ รวมทั้งถูกไซโค เขาเองก็ไม่อยากเชื่อนัก แต่เซ้นส์บางอย่างมันทำให้เขารู้สึกเหมือนกันว่าน้องน่าจะมีน้องแล้ว

 

 เรื่องที่ไม่คาดฝันที่เคยกล่าวไว้ก็คือเรื่องท่านเจ้าสัวนั่นเองค่ะ พอดีตีสวิงผิดท่าไปหน่อยซี่โครงหักเลย เดือดร้อนไปจนถึงปารีสต้องทำให้ดั่งเพลิงและชายสองต้องลดหวานกลับมาพระนคร ในบทนี้ก็จะได้เจอตัวละครอื่น ๆ บ้างแล้ว หลังจากที่เราอยู่ฝรั่งเศสกันราว ๆ สามตอนได้ (แฮ่) ดูทรงแล้วดั่งเพลิงกลับพระนครคราวนี้คงมีแต่ทรุดแน่นอน ในตอนนี้เราก็จะได้เห็นความเอาใจใส่กาฬวิฬาร์คนเดียวของวังเทววงศ์จากอันฬาในวังค่ะ พี่ชายหนึ่งเองก็ดูจะมั่นใจเหมือนกันว่าน้องสองท้อง และดูจะใจดีกว่าอีกสองคน บุคลิกของท่านชายภพน่ะไม่ใช่พ่อที่เข้าใจลูกหรอกนะคะ แต่เขาน่ะรักลูกสุดหัวใจ ถึงจะซึนก็เถอะ

 

ที่คุณชายหมอคุยกับดั่งเพลิงเรื่องกาฬวิฬาร์ท้องจะต้องการอยู่กับคู่นั้นจริงนะคะ เพราะตอนท้องเขาจะอารมณ์อ่อนไหวและอยากให้สามีอยู่ใกล้ ๆ และต้องการกลิ่นของสามีเพื่อช่วยบรรเทา น้องสองเองก็เริ่มมีอารมณ์แปรปรวนแล้วค่ะ เพราะอายุครรภ์น้องก็สองเดือนนิด ๆ แล้ว ที่ช่วงแรก ๆ ไม่ค่อยเป็นหนักก็เพราะอยู่กับดั่งเพลิงตลอดเวลา แต่ยามคราวต้องห่างเขาจะเริ่มงอแงหาเมทตัวเอง

 

ทำไปทำมาตอนนี้ก็ปาไปเกือบเจ็ดพันคำได้ไงก็ไม่รู้  ตอนต่อไปจะเป็นอย่างไร ฝากติดตามด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.844K ครั้ง

13,540 ความคิดเห็น

  1. #13529 12311232123312 (@12311232123312) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2562 / 08:16
    แงงงงงงง
    #13529
    0
  2. #13487 ลอมอ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 12:27

    พี่เพลิงรีบกลับมาาา น้องคิดถึงร้องไห้ใหญ่เเล้ว

    #13487
    0
  3. #13435 Nielongforever9 (@Nielongforever9) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 22:31

    น้องไม่ร้องนะค้าบพี่เพลิงก็คิดถึงหนูเหมือนกันน้า

    #13435
    0
  4. #13376 s-wu (@s-wu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 16:56
    ขวัญเอ๊ยขวัญมานะลูกยัยหนู อีกแปปเดียวพี่เขาก็กลับมาแล้ว ทนอีกนิดนะคะ //อย่าแกล้งพี่เพลิงแรงกันนักนะคะ 555555
    #13376
    0
  5. #13354 om_kanokrat (@kanokrat123) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 20:27
    คงคิดถึงพี่เค้ามากเนอะ
    #13354
    0
  6. #13333 markbam3105 (@markbam3105) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 11:20
    น้อนไม่ร้องนะค้าบคนเก่ง อย่าร้องเลยนะครับ แงงงง
    #13333
    0
  7. #13314 0897629045 (@0897629045) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 13:36
    โอ้โหตั้งแต่น็อคครั้งแรก
    #13314
    0
  8. #13269 Chanatun (@Chanatun) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 เมษายน 2562 / 15:31

    สองเดือนกว่านี่คือ อายุครรภ์ หรือ เวลาที่เพลิงยังไม่กลับ

    #13269
    0
  9. #13186 `โรฮันลัสกี้★ (@oam-kus40) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 23:51
    โถ งอแงใหญ่เลยชายสอง พี่เพลิงกลับมาคงต้องง้อยกใหญ่ 5555555
    #13186
    0
  10. #13102 2meeye (@2meeye) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 21:14
    น้องงอแงแล้ว พี่เพลิงรีบกลับมา ท่านพ่อรอทำโทษอยู่นะ55555555
    #13102
    0
  11. #13034 Momojang12 (@Momojang12) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 21:19
    คิดไว้แล้วเชียวส่าชายสองต้องเริ่มท้อง ตั้งแต่ที่กินเยอะ ๆ พอพี่เพลิงเริ่มกินเลมอน คิดว่าชัวส์เลย สองท้อง บวกกับตอนอาบน้ำด้วยกัน พี่เพลิงลูบท้องสองและมีไรกันแบบไม่สอดใส่
    #13034
    0
  12. #13018 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 20:05
    แงงน้องสองสู้ๆนะลูกกก
    #13018
    0
  13. #12970 JaiToFu (@jaitofu) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 22:06

    เอ้าาาาาาาาาาา คุณยายยยยย มาบอกกันแบบนี้เลยหรอ ดั่งเพลิงจะได้เป็นพ่อคนแล้วโว้ยยย

    แงงงงง สงสารน้อง พี่เพลิงรีบกลับมาได้มั้ยยยยย น้องสองร้องไห้จะตายอยู่แล้ว กลับมาเร็วๆเลยนะนายดั่งเพลิงงงง!

    #12970
    0
  14. #12914 ฉันณยอน (@monachetae) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 14:49
    เกิดอะไรขึ้นนนน
    #12914
    0
  15. #12877 dnswaremylove (@dnswaremylove) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 09:54
    น้องสองสู้ๆน้า
    #12877
    0
  16. #12860 chalillxx_ (@chalillxx_) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:49
    น้องสองลูกกกกกกก มากอด โอ๋ๆนะครับ พี่เพลิงก็คือเกียมโดนลงโทษเนยยย
    #12860
    0
  17. #12703 gunboomh23 (@gunboomh23) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2562 / 02:51
    สงสารไม่ร้องนะคนเก่ง เพลิงกลับมาต้องสู้ๆหน่อยนะ55555
    #12703
    0
  18. #12607 DDDoubleD (@fadear1121) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 01:08
    แงงน้องสองของพี่ไม่ร้องนะคะ เดี๋ยวเดียวพี่เพลิงก็กลับมาแล้วนะคะ กอดๆน้า
    #12607
    0
  19. #12581 _arsunp (@arthip-n) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 23:35
    ไม่อยากให้มีน้ำตาเลยน้องสอง
    #12581
    0
  20. #12490 llllovellll (@llllovellll) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 08:25
    แงงงง สงสารน้องง่า แต่เข้าใจพี่เพลิงนะ ก็ไปทำงานเนาะ รีบๆกลับมานะพี่เพลิง
    #12490
    0
  21. #12454 neenuna (@neenuna) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 20:47
    สงสารน้องสอง ต้องห่างพี่เพลิงตอนท้อง
    #12454
    0
  22. #11910 praaewaa (@praaewaa) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2561 / 13:31
    อ่ะคุณเพลิงกลับมานี่น้ำตาตกแน่นอน 55555 สู้เค้านะคะคุณเพลิง
    #11910
    0
  23. #11846 mayji2001 (@mayji2001) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 20:42
    โธ่พี่เพลิง​ สงสารเขานะคะ😂
    #11846
    0
  24. #11843 Mamoto Tobari (@thitanana) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2561 / 16:51
    น้องจะงอนมั้ยเนี่ย พี่เพลิงงง ถถถถถถถถ
    #11843
    0
  25. #11803 happyyeoli (@happyyeolli) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2561 / 00:19
    เอาแล้ววว พ่อเพลิงสู้เค้านะ โดนคุมพ่อตาเล่นงานแน่นอน 5555555 สงสารน้องสองงอแงใหญ่เลยอ่ะลู๊กกก อยากลูบหัว
    #11803
    0