(จบ) มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 24 : อวสาน : มนต์วิฬาร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 32654
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3854 ครั้ง
    18 ธ.ค. 61

มนต์วิฬาร์

อวสาน

 

            เวลาเพียงแค่เดือนเดียว สวนสวยของบ้านเกริกวานิชก็ถูกเนรมิตจากพื้นที่เขียวชอุ่มให้กลายเป็นสวนที่มีสิ่งก่อสร้างหลายอย่าง ทั้งชิงช้าไกวใต้ไม้ใหญ่สองที่นั่ง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากชิงช้าก็มีโต๊ะน้ำชาแบบฝรั่งถูกจัดวางเอาไว้ แต่สิ่งที่โดดเด่นที่สุดในบริเวณนี้เห็นทีจะเป็นศาลาทรงกรีกที่เหมือนกับศาลาในสวนของวังเทววงศ์ไม่มีผิดเพี้ยน สิ่งที่แปลกไปมีเพียงแค่ต้นสายน้ำผึ้งที่ถูกปลูกให้เลื้อยไปตามทรวดทรวงของศาลา แม้ว่าจะยังไม่สมบูรณ์นักและต้องใช้เวลาสักหน่อย แต่มันก็ทำให้ผู้พบเห็นประทับใจไม่ยาก

 

                คุณชายสองที่อุ้มลูกชายคนโตอยู่ในอ้อมกอดก็ยิ้มกว้าง เมื่อเห็นว่าภายในสวนนั้นมีคนในครอบครัวและคนสนิทของตนกำลังยืนพูดคุยกันอยู่ ทั้งเกริกวานิช เทววงศ์ หรือหาญเดโชอันมีสมาชิกใหม่อย่างคุณมิ่งขวัญ สหายคนสนิทของคุณชายสอง แม้แต่คุณชายหมอวัชระผู้เป็นพี่ชายยังมาปรากฏกายในงานเลี้ยงน้ำชา ร่วมกันกับภรรยาแหม่มและลูกสาววัยสิบปี

 

                “ระหว่างที่สองรอคลอดอยู่ที่โรงพยาบาล ท่านพ่อก็ให้คนมาปรับปรุงสวนให้ใหม่หมดน่ะ ถือเป็นการรับขวัญลูกและต้อนรับสองกลับบ้าน โดยเฉพาะศาลาท่านกำชับนักหนาว่าต้องมีให้สองนั่งอ่านหนังสือ” ดั่งเพลิงที่อุ้มลูกชายฝาแฝดคนเล็กกล่าวกับคุณชายสอง และดูท่าชายหนุ่มจะไม่รู้ตัวว่าเขานั้นเดินประกบภรรยาไม่ห่าง ตั้งแต่ที่คนรักได้ให้กำเนิดลูกชายฝาแฝดกับตน

 

                “หลานอั๊วะมาแล้ว ๆ! เสียงทุ้มต่ำของอันฬาวัยกลางคนดังขึ้นทันที เรียกความสนใจจากทุกคนในงายได้มากโข เพราะดูเหมือนว่าเจ้าสัวเส็งจะเป็นคนแรกที่สังเกตเห็นว่าดั่งเพลิง คุณชายสอง และหลานแฝดนั้นได้มาถึงแล้ว ไม่นานคนในงานก็ต่างกรูกันเข้ามาหาคุณพ่อคุณแม่มือใหม่ เหตุเพราะต้องการอยากจะเห็นหน้าทายาทรุ่นต่อไปของเกริกวานิชที่เขาร่ำลือกันไปทั่วว่าหน้าตาหน้าเกลียดน่าชัง จนกลายเป็นขวัญใจนางพยาบาลทั้งแผนก

 

                “ชายสอง เป็นอย่างไรบ้าง กันว่าจะไปเยี่ยมที่หัวหินแต่ดันติดธุระเสียก่อน พี่ภัทรจึงให้มาเยี่ยมที่บ้าน” คุณมิ่งขวัญเอ่ยปากขึ้น แม้ว่าคนตัวขาวจะไม่ได้มีศักดิ์เป็นหม่อมเจ้าชายอีกต่อไป แต่ทว่าท่าทางและบุคลิกของมิ่งขวัญก็ยังดูน่าเคารพไม่เสื่อมคลาย

 

                “ดีขึ้นมากแล้วครับ เดินได้ปร๋อเลยเห็นไหม คนนี้ชื่อเหนือควัน ส่วนคนที่พี่เพลิงอุ้มชื่อดารินทร์ ท่านชายเอ่อ มิ่งขวัญอยากจะลองอุ้มไหม” คุณชายสองหัวเราะเล็ก ๆ เมื่อเห็นท่าทางที่ตื่นเต้นของสหายคนสนิท

 

                “อย่าดีกว่า กันไม่มั่นใจ” คุณมิ่งส่ายหัวเล็ก ๆ แล้วยิ้มบาง แต่หากดูจากสีหน้าคุณชายสองก็พอจะดูออกว่าคุณมิ่งขวัญนั้นรักเด็กมาเพียงใด

 

                “ถือว่าซ้อมไว้จะเป็นไรไปครับ” คุณภัทรกล่าว คำพูดดังกล่าวทำเอาดั่งเพลิงถึงกับเบ้หน้าใส่เพื่อนทหาร ในขณะเดียวกับคุณมิ่งขวัญก็หันไปตีเบา ๆ ที่แขนของสามีตน

 

                “ตายล่ะวา หลานหน้าเหมือนกันอย่างกับแกะ ไอ้เพลิงเอ็งแยกลูกเอ็งออกไหมนั่น” นายจรัญที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนพูดขึ้น ดวงตาเล็กของเขาดูโตขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นหน้าฝาแฝดลูกของเพื่อนสนิท

 

                “แยกออกซี แต่ต้องตั้งสมาธิเสียหน่อย มีสองนั่นล่ะแยกออกทันทีเลยคนไหนเป็นคนไหน อัศจรรย์ใจจริง ๆ คงเพราะเป็นแม่ล่ะมัง” ดั่งเพลิงหัวเราะแล้วตอบจรัญ ก่อนที่จะเอียงแขนให้เพื่อนของตนได้เห็นหน้าลูกชายชัด ๆ

 

                “หน้าตาน่าเกลียดน่าชังจริง ๆ สมกับเป็นลูกพี่ชายสอง ใช่ไหมพี่โซ่” คุณชายสามพึมพำกับหม่อมหลวงโซเฟียผู้ขี่หลังตนอยู่ โดยหลานสาวคนโตของเทววงศ์ก็ร่ายยาวเป็นภาษาอังกฤษด้วยความตื่นเต้นตอบคุณอาไปทันที

 

                “มา ๆ พามาตรงนี้ อากงมีทองมาให้หลาน ๆ” เจ้าสัวเส็งกวักมือเรียกดั่งเพลิงและคุณชายสองให้เข้าไปใกล้ด้วยหน้าเปื้อนยิ้ม ในมือของนายชัยคนสนิทเจ้าสัวนั้นมีถุงสีแดงสองถุงขนาดเท่ากำมือที่พร้อมจะส่งมอบตามคำสั่งเจ้านาย

 

                “ไปหาอากงกันเร็ว อากงรวย ประเดี๋ยวอากงต้องซื้อรถให้น้องรินของป๊าแน่นอน” ดั่งเพลิงพูดติดตลกกับดารินทร์ที่นอนมองหน้าตนอยู่ในอ้อมกอด ขณะที่ชายหนุ่มก้าวเท้ายาว ๆ เดินตรงไปหาผู้เป็นบิดา

 

                “ดูมันพูดเข้าไอ้ลูกคนนี้ ลื้อเป็นป๊า เอาไว้ลูกลื้อโตลื้อก็ซื้อให้อีขับซี ซี๊ซั๊วะจริง ๆ เลย อาตี๋น้อยดารินทร์ใช่ไหม อากงให้หนึ่งถุงใหญ่” เจ้าสัวเส็งบ่นลูกชายก่อนที่จะหันไปสนใจเด็กทารกที่อยู่ในอ้อมกอดของดั่งเพลิง ดั่งเพลิงค่อนข้างมั่นใจว่าในที่นี้ คนที่มีความสุขมากที่สุดคงเป็นใครไปไม่ได้นอกจากบิดาของเขาเอง

 

                “ขอบคุณนะป๊า” ดั่งเพลิงยิ้มก่อนที่จะรับถุงสีแดงแทนลูกชาย

 

                “อั๊วะมากกว่าที่ต้องขอบใจ เป็นผู้เป็นคนแล้วนะไอ้เพลิง เอ้านี่ อาคุณชายเหนื่อยไหมลูก ไหน ๆ ป๊าขอดูหน้าอาตี๋ใหญ่หน่อย” เจ้าสัวตบไหล่ดั่งเพลิงก่อนที่จะหันไปหาคุณชายสองที่ยืนอยู่ข้าง ๆ อันฬาเจ้าสัวหยิบถุงแดงแล้วส่งมอบให้กับคุณชายสองเหมือนกับที่ให้ดั่งเพลิงเมื่อครู่ไม่มีผิด

 

                “ขอบคุณมากนะครับป๊า ขอบคุณแทนควันกับรินด้วย” คุณชายสองยิ้มตาหยีจนเหนือควันที่อยู่ในอ้อมกอดหัวเราะตาม ทำเอาเจ้าสัวยิ่งเห่อหลานเข้าไปใหญ่ บอกใครต่อใครว่าหลานหัวเราะเหมือนตนเอง

 

                “ชายสอง นี่เป็นผ้าอ้อมที่พี่ปักเอง ถือเป็นของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ นะครับ” เสมียนรูปร่างสูงโปร่งเดินตรงมาและมอบผ้าสองผืนให้กับคุณชายสอง

 

                “พี่วาดปักผ้าเก่งเพียงนี้เลยหรือครับ ดูซีพี่เพลิงตรงนี้มีชื่อของเหนือควันกับดารินทร์ด้วย” คุณชายสองตาโตไปกับของขวัญจากวาดฝัน ผ้าสีขาวสะอาดแต่ถูกปักด้วยลายหงส์ที่กำลังโบยบินในหมู่ดอกไม้เรียกความสนใจจากทุกคนได้เป็นอย่างดี

 

                “รู้แค่ว่าเคยทำขาย แต่ไม่นึกว่าฝีมือจะดีเพียงนี้นะคุณวาด ขอบคุณนะ” ดั่งเพลิงเมื่อมองผ้าดังกล่าวถึงกับเอ่ยปากชม วาดฝันไม่ได้พูดอะไรมากนักหากแต่ยิ้มรับแล้วจึงขอตัวไปช่วยคุณมิ่งขวัญที่จัดการเรื่องของหวาน

 

                “อ่ะแฮ่ม ใจคอจะไม่พาหลานมาพบพ่อหน่อยหรือ” เสียงของท่านชายภพที่นั่งอยู่ตรงโต๊ะจิบน้ำชาดังขึ้น เมื่อคุณชายสองหันไปเห็นบิดาตนเองนั่งวางมาดอยู่ก็อดที่จะยิ้มน้อย ๆ ให้กับดั่งเพลิงไม่ได้

 

                “สองจะลืมท่านพ่อได้อย่างไรล่ะครับ” คุณชายสองยิ้มกว้างแล้วจึงอุ้มลูกเดินตรงไปหาบิดา ในขณะที่ดั่งเพลิงเองก็เดินตามภรรยาไปหาพ่อตาโดยไม่ต้องออกคำสั่ง

 

                “ไหนขออุ้มหน่อยซิ” ท่านชายภพกล่าว จากนั้นคุณชายสองก็ส่งเหนือควันให้กับผู้เป็นพ่อ

 

                “คนนี้เหนือควันครับท่านพ่อ” ดั่งเพลิงเสริมด้วยความตื่นเต้น ถึงแม้ว่าท่านชายภพจะมาเยี่ยมคุณชายสองที่โรงพยาบาลหลังคลอด แต่ก็ไม่ได้คลุกคลีอะไรกับหลานมากนัก พ่อตาของเขาเพียงแต่ยืนมองหลานทั้งสองเงียบ ๆ ผ่านตู้กระจกเท่านั้น

 

                “หน้าเหมือนพ่อไม่มีผิดแต่ตาหวานเหมือนแม่..เหมือนชายสองลูกฉัน” ท่านชายภพพูดเบา ๆ ก่อนที่จะใช้นิ้วแตะลงที่ฝ่ามือของหลานชายคนโต

 

                ” เด็กชายเหนือควันที่อยู่ในอ้อมกอดก็คล้ายจะอยากเล่นกับคุณตา ทารกน้อยค่อย ๆ ยกมือขึ้นกำนิ้วของท่านชายภพแล้วจ้องไปที่ท่านตาตาเขม็ง ฝ่ายผู้เป็นตาก็คล้ายจะทำตัวไม่ถูกชะงักไปเหมือนกัน

 

                “ตายจริง หลานดูท่าจะชอบท่านพี่นะคะ” หม่อมผกาหัวเราะคิก

 

                “จะเอาของขวัญอะไรอีก แค่นี้ตาก็แทบจะพลิกสวนใหม่หมดแล้วนะลูก” ท่านชายภพถอนหายใจแล้วพูดติดตลกก่อนที่จะก้มลงไปหอมศีรษะของเหนือควัน คุณชายสองถึงกับเม้มปากแน่นทันทีขณะมองบิดาและบุตรชาย

 

                “เข้าไปใกล้ ๆ ท่านพ่อซีสอง” ดั่งเพลิงกล่าวแล้วพยักพเยิดหน้าให้กับภรรยา

 

                “จะเข้ามาไหม มาทั้งหมดนั่นล่ะ คุณเพลิงพาหลานฉันอีกคนเข้ามาใกล้ ๆ ด้วย” ท่านชายออกปาก เมื่อได้ยินเช่นนั้นพ่อแม่มือใหม่และดารินทร์ก็คลานเข่าเข้าไปใกล้ชิดกับท่านชายภพที่นั่งอยู่อย่างรวดเร็ว

 

                “รู้ไหมชายสอง พ่อมีลูกสามคนแต่พ่อห่วงชายสองที่สุด” ท่านชายภพเอ่ยปาก เสียงของเขาดังพอที่จะทำให้คุณชายสองและดั่งเพลิงได้ยิน เขาไม่ได้สบตากับบุตรชายเพียงแต่ให้ความสนใจกับหลานในอ้อมกอด

 

                “ทราบครับ” คุณชายสองขานรับ คนตัวผอมไม่ได้ปฏิเสธ เพราะตนนั้นเป็นกาฬวิฬาร์เพียงคนเดียวในหมู่พี่น้องผู้เป็นอันฬา ดังนั้นมันจึงไม่แปลกที่บิดาของตนจะเฝ้าห่วงตนและในบางคราก็อาจจะทำพลาดไปบ้าง แต่นั่นก็เป็นสิ่งที่ดีที่สุดในฐานะพ่อของท่านชายภพที่พึงกระทำ

 

                “แต่เวลานี้พ่อไม่ได้ห่วงอะไรอีกต่อไปแล้ว” ท่านชายภพยิ้มบาง เขาพยายามเงยหน้าขึ้นฟ้าเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมา

 

                คุณชายสองไม่ได้พูดอะไร เขาเม้มปากเป็นเส้นตรงก่อนที่จะโน้มตัวไปซบลงที่ไหล่ของบิดา  ความรู้สึกอันหลากหลายถาโถมเข้ามาทั้งหมด ภาพสองพ่อลูกเทววงศ์กอดกันสร้างความประทับใจให้กับหลายคนในงานเลี้ยงน้ำชา ไม่ทันที่น้ำตาจะจางหายไป เสียงเครื่องดนตรีที่ถูกบรรเลงโดยเพื่อนสนิทของดั่งเพลิงก็ดังขึ้นมาเสียก่อน บรรยากาศภายในงานเป็นไปอย่างเรียบง่ายและชื่นมื่น ของรับขวัญสำหรับคู่แฝดควันรินนั้นมีมาไม่ขาดสาย ไม่บ่อยนักที่ทุกคนจะมารวมตัวกันได้แต่ในวันนี้ก็ไม่ได้ขาดใครไป ตอนนั้นเองคุณชายสองจึงสังเกตได้ว่าถึงรอบตัวตนนั้นจะมีคนไม่มากแต่ก็ล้วนแต่เป็นคนที่ตนอยากจะให้มีอยู่ในชีวิตตลอดไป โดยเฉพาะชายผู้ที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ตนไม่ไปไหนอย่างดั่งเพลิง

 

*****

 

                ดั่งเพลิงลืมตาตื่นขึ้นกลางดึกเมื่อรู้สึกได้ถึงแรงกดบนเตียง ชายหนุ่มพยายามหรี่ตามองผู้ร่วมเตียงอีกคนที่ค่อย ๆ แทรกตัวเข้ามาในผ้าห่ม ไฟสีอบอุ่นจากถนนที่ส่องผ่านหน้าต่างเข้ามาทำให้ชายหนุ่มได้เห็นใบหน้าที่เหนื่อยอ่อนของคนรัก ตั้งแต่ที่ตน คุณชายสอง และบุตรชายฝาแฝดย้ายกลับมาอยู่บ้าน ภรรยาของเขาก็นอนนับชั่วโมงได้  เนื่องจากฝาแฝดคนโตอย่างเหนือควันนั้นมักจะตื่นกลางดึกเป็นประจำ คุณแม่ลูกอ่อนอย่างคุณชายสองจึงต้องสละเวลานอนมาเฝ้าดูลูกอย่างใกล้ชิดทั้งกลางวันและกลางคืน

 

                “สองทำพี่เพลิงตื่นหรือเปล่าครับ” คุณชายสองเอียงหน้าถามดั่งเพลิงที่มองมายังตน ขณะที่พูดผู้เป็นสามีก็ยกมือขึ้นมาลูบปอยผมที่ลงมาปรกหน้าของคุณชาย

 

                “ไม่เป็นไรหรอก รีบชิงนอนพร้อมลูกเสียสิ ประเดี๋ยวลูกตื่นมาอีกจะไม่มีเวลาพักนะ” ดั่งเพลิงยิ้มบางแล้วจึงห่มผ้าห่มให้กับคนรัก โอบแขนรอบเอวบางเพื่อให้กายของเขาได้ชิดใกล้กับคุณชายสอง

 

                “ถ้าพี่เพลิงนอนไม่สบาย ไว้คืนวันพรุ่งให้สองกับลูกแยกไปอีกห้องดีไหม” คุณชายสองเสนอ

 

                “อย่าเชียว พี่นอนหลับง่าย ถึงลูกร้องพี่ก็ไม่ตื่นหรอก สองนั่นล่ะ บางคืนก็ระแวงว่าลูกร้อง ตื่นกลางดึกบ่อย ๆ สุขภาพจะเสียเอา พี่บอกแล้วใช่ไหมว่ากลางคืนให้คนรับใช้มาดูลูกก็ได้” ดั่งเพลิงเอ็ดด้วยความเป็นห่วงภรรยา เขาเคยเสนอให้คุณชายสองแบ่งลูกไปให้แม่นมเลี้ยงบ้าง แต่อีกฝ่ายก็เอาแต่ปฏิเสธอยากอยู่กับลูกมากกว่าคนอื่น ๆ เขาพอรู้มาบ้างว่ากาฬวิฬาร์นั้นหวงลูก แต่ดั่งเพลิงก็อยากให้คุณชายสองรู้เหมือนกันว่าเขาเองก็หวงและห่วงคนตัวผอมกับลูกไม่ต่างกัน

 

                “สองไม่เป็นไรหรอกครับ อย่างที่ได้เคยบอกไป ดึกดื่นพอไม่ได้อยู่กับลูกสองจะไม่สบายใจเลย ลูกยังเล็กมากนะครับพี่เพลิง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ด้วยซ้ำ” คุณชายสองพูดเป็นเชิงร้องขอให้ดั่งเพลิงเข้าใจ เพียงแค่คนรักโอบเขากลับใจของชายหนุ่มก็อ่อนยวบลงไปทันที ต่อให้เขาจะบ่นคุณชายสองมากมายเพียงไหน แต่ถ้าหากอีกฝ่ายมีลูกอ้อนเล็ก ๆ เขาก็ยอมไปเสียหมด

 

                “ก็ได้ นอนได้แล้ว เดี๋ยวรุ่งเช้าเจ้ารินคงจะร้องหิว พี่กลัวสองจะหัวหมุนเอาเสียก่อน” ดั่งเพลิงกระซิบกับคนในอ้อมกอดเบา ๆ ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้อยู่กับลูกตลอดเวลาเหมือนภรรยา แต่เขามักจะจำเวลาตื่นนอนของฝาแฝดได้ดี ตลอดสามสัปดาห์มานี้เขาสังเกตได้ว่านอกจากเหนือควันจะตื่นกลางดึกแล้ว แฝดคนน้องอย่างดารินทร์นั้นมักจะตื่นเช้ากว่าพ่อแม่เสมอ และในบางครั้งก็เป็นเขาที่ชงนมให้ลูกก่อนแต่งตัวไปทำงานเพราะต้องการแบ่งเบาภาระของภรรยา

 

                “เป็นพ่อแม่คนนี่ก็ยากเหมือนกันนะครับ” คุณชายสองเอ่ยขึ้นเบา ๆ ดั่งเพลิงที่พอจะรู้สึกถึงความกังวลของภรรยาได้ จึงค่อย ๆ ลูบหลังคนรักอย่างแผ่วเบา

 

                “พี่รู้ เราเองก็ยังใหม่กันทั้งคู่ ยังมีอะไรอีกมากที่ต้องเรียนรู้ไปด้วยกัน แต่สองอย่ากังวลไป พี่เองก็ไม่ได้ไปไหน อยู่ตรงนี้กับสองเสมอ” ดั่งเพลิงพูดปลอบคนรัก มือหนาที่ลูบหลังคุณชายสองเมื่อครู่ถูกยกขึ้นมาเป็นลูบศีรษะของคนในอ้อมกอดแทน ไม่นานดวงตาคู่โตที่จับจ้องใบหน้าของชายหนุ่มก็ค่อย ๆ หรี่ลง และท้องฟ้าที่มืดสนิทก็แปรเปลี่ยนเป็นสีฟ้าอ่อนบอกเวลาใกล้รุ่งของอีกวัน

 

                “อุแว๊! เสียงร้องไห้กระจองงองแงดังขึ้นพร้อมกับเสียงนกร้องนอกหน้าต่าง ต้นเสียงอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล เพียงแค่ข้างเตียงของดั่งเพลิงและชายสองเท่านั้น

 

                “โถ่ ดารินทร์ มาแต่เช้าเชียวลูกป๊า” ดั่งเพลิงร้องขึ้น เขาอยากหัวเราะทั้งน้ำตา อุตส่าห์กล่อมภรรยาให้หลับได้แล้ว ฝาแฝดคนน้องก็ตื่นเสียนี่ ทำเอาคุณชายสองที่หลับไปถึงกับลุกขึ้นมานั่งที่เตียงทันที

 

                “โอ๋ ๆ หม่าม้าอยู่นี่แล้วนะครับ คนเก่งไม่ร้องนะ” คุณชายสองหัวเราะอย่างช่วยไม่ได้ขณะอุ้มลูกฝาแฝดคนเล็กมาไว้ในอ้อมกอด ในขณะเดียวกันก็มองมายังดั่งเพลิงที่ตื่นเต็มตาทำหน้าเหยเกอยู่บนเตียง

 

                “พี่ลุกไปชงนมเพิ่มให้ดีกว่า ประเดี๋ยวไปนอนเอาแรงตอนนั่งรถไปท่าเรือ” ดั่งเพลิงส่ายหัวแล้วยิ้ม ก่อนที่จะลุกขึ้นจากเตียงนอนไปหอมแก้มภรรยาและลูกน้อยเป็นการทักทายยามเช้า

 

                “ขอโทษแทนลูกด้วยนะครับ” คุณชายสองหัวเราะเล็ก ๆ ขณะเดียวกับดารินทร์ที่ร้องไห้จ้าก็หยุดร้องทันทีเมื่อได้รับขวดนมจากผู้เป็นพ่อ

 

                “ไม่เป็นไร ดีเสียอีก มีสองกับลูก พี่ค่อยรู้สึกเป็นผู้เป็นคนหน่อย” ดั่งเพลิงผู้ขะมักเขม้นกับการอ่านสูตรชงนมตอบกลับภรรยา ท่าทางของชายหนุ่มสูงใหญ่ที่มือซ้ายถือขวดนมเปล่ามือขวาถือคู่มือดูน่าขันพิลึก

 

                “ป่าป๊าครับ” คุณชายสองเอ่ยปากก่อนที่จะเดินอุ้มลูกเข้าไปใกล้ดั่งเพลิง

 

                ” ดั่งเพลิงยักคิ้วให้เล็ก ๆ คล้ายกับรู้ทันว่าตนนั้นกำลังจะได้รับรางวัลจากภรรยา เขายกยิ้มที่มุมปากอย่างยียวนชวนให้คนรักเข้ามาหา

 

                “ก..กู๊ดมอร์นิ่งนะครับ” คุณชายสองยื่นปากบางไปสัมผัสกับแก้มของดั่งเพลิงอย่างเขินอาย จากนั้นจึงเดินกลับไปกล่อมลูกอีกมุมหนึ่งของห้อง

 

                ดั่งเพลิงมองตามหลังภรรยาเงียบ ๆ แล้วจึงหันไปชงนมให้กับลูกต่อ ไม่เคยคิดด้วยซ้ำว่าตนจะมาถึงจุดนี้ได้ แต่เขาก็ไม่ยี่หระอะไรหากว่าในทุกวันของเขานั้นจะมีภรรยาและลูกน้อยข้างกาย อีกห้าปี สิบปี ยี่สิบปีต่อจากนี้อาจจะมีเรื่องราวมากมายหลายอย่างเกิดขึ้น แต่ที่ชายหนุ่มมั่นใจก็คือเขาจะไม่ได้เดินอยู่อย่างเดียวดาย ในเมื่อเขามีคนรักของเขาพร้อมเดินข้างกายในทุก ๆ บทของชีวิต


              บางทีเขาอาจจะต้องมนต์แมวเข้าอย่างจังเสียแล้ว


 

*****

 

พระนคร พ.. ๒๕๑๐

 

                ณ ห้องรับประทานอาหารของบ้านเกริกวานิชในวันสิ้นปี อาหารนานาชนิดทั้งไทยและจีนถูกจัดวางเอาไว้เต็มโต๊ะอาหาร กับข้าววันนี้โดดเด่นไปด้วยเมนูปลาโดยเฉพาะปลาทอดตัวใหญ่ และทอดมันปลากรายจากปากน้ำโพเพราะมีเจ้านายถึงสองคนที่โปรดทานเมนูดังกล่าว ในขณะที่เจ้านายทุกคนของบ้านมาพร้อมหน้าพร้อมตากันแล้ว สาวใช้คนหนึ่งก็ร้อนรนรีบนำจดหมายมาให้กับเจ้านายรูปร่างผอมโปร่งที่นั่งอยู่ทันที

 

                “คุณชายเจ้าขา จดหมายจากอเมริกาเจ้าค่ะ เห็นว่าเป็นของคุณชายสาม” จวงคุกเข่าลงแล้วมอบจดหมายให้กับคุณชายสองที่นั่งอยู่

 

                “เอามาให้อะไรตอนนี้ล่ะจวง นี่มันเวลาทานข้าวไม่ใช่หรือ” หนุ่มใหญ่ที่นั่งข้างคุณชายสองเอ็ดสาวใช้ทันที  ดั่งเพลิงในวัยสามสิบปีนั้นแทบไม่ต่างจากดั่งเพลิงเมื่อห้าปีก่อน หากแต่มีมาดที่ดูสุขุมมากยิ่งขึ้นเท่านั้น

 

                “จวงขออภัยเจ้าค่ะ” สาวใช้รีบกล่าวขอโทษขอโพยเจ้านายทันที

 

                “ไม่เป็นไรหรอก จดหมายสวัสดีปีใหม่จากบอสตันเชียวนะครับพี่เพลิง มาไกลน่าดู” คุณชายสองยกมือขึ้นวางทับกับมือผู้เป็นสามีเพื่อปราม ว่ากันว่ากาฬวิฬาร์จะงามหมดจดในวัยยี่สิบสามถึงยี่สิบหกนั้นคงจะจริง คุณชายสองที่ยังมีความเป็นเด็กอยู่มากเมื่อก่อน ขณะนี้กลับเป็นผู้ใหญ่เต็มตัวอีกทั้งยังสง่างามชวนมองไม่แพ้กาฬวิฬาร์ตนใดในพระนคร มีเพียงดวงตาคู่สวยจับจิตที่งดงามอย่างไรก็งดงามอย่างนั้น

 

                “เผลอไม่นานคุณชายสามก็จะเรียนจบแล้วซีนะ กลับมาเป็นคุณชายวิศวกรคงโก้น่าดู” เจ้าสัวเส็งว่าพลางลูบคาง นึกย้อนความหลังสมัยที่ตนยังเห็นคุณชายสามวิ่งเล่นในงานสังคมสมัยก่อน

 

                “ไม่ใช่ว่าจะกลับมาแล้วแต่งงานหรือนั่น หน้าตาดีปานนี้คงเป็นขวัญใจคนไม่น้อย” ดั่งเพลิงกล่าวยิ้ม ๆ ยิ่งเห็นคุณชายสามก็ยิ่งนึกถึงตนเองสมัยก่อน เป็นอันฬาหนุ่มที่ใคร ๆ ก็ต่างคาดหวังและมีคนหมายปอง ผิดเพียงแค่คุณชายสามนั้นทำตัวอยู่ในระเบียบแบบแผนไม่ได้เถลไถลเหมือนกับตน 

 

                “ก็ดีแล้วนี่ ท่านชายภพน่ะชอบเด็ก มีหลานเต็มบ้านเต็มเมืองจะเป็นไร คุณชายหมอเองก็ลูกสองไปแล้ว จะว่าไปบ้านหาญเดโชเองก็คล้ายจะมีคนที่สาม เมื่อไหร่ลื้อจะมีเพิ่มให้ป๊าบ้างล่ะไอ้เพลิง” เจ้าสัวเส็งถามดั่งเพลิงและคุณชายสองอย่างตรงไปตรงมา จนผู้เป็นภรรยาถึงกับหน้าขึ้นสีจัด

 

                “โถ่ป๊า ถึงคราวมีประเดี๋ยวก็มีเองล่ะ ถึงอยากมีแต่ผมเองก็ไม่อยากให้สองลำบาก” ดั่งเพลิงตอบกลับผู้เป็นบิดาไป เขาเองก็ไม่แน่ใจนักว่าทำไมคุณชายสองถึงไม่มีท้องสองให้เขาสักที แม้ว่าจะหลายครั้งที่มีโอกาสหลายต่อหลายครั้ง แต่อย่างไรก็ตามชายหนุ่มก็ไม่ได้มุ่งมั่นที่จะมีลูกอีกคนเท่าไรนัก หากว่ามีก็ถือว่าเป็นของขวัญที่ล้ำค่า หากไม่มีเขาก็เพียงแค่ทำหน้าที่สามีและพ่อที่ดีต่อไป

 

                “หม่าม้า หม่าม้าครับ! วันนี้เฮียควันใส่เสื้อเองครับ” เด็กชายผิวขาวจัดวิ่งเข้ามาที่ห้องอาหารทันที ในขณะที่มีเด็กชายอีกคนเดินตามมา

 

                “ฮ..เฮียควันติดกระดุมผิดครับป่าป๊า” เด็กชายผิวขาวที่หน้าตาเหมือนกับเด็กชายคนแรกไม่มีผิดเพี้ยน เดินอุ้มตุ๊กตาตรงมาหาผู้เป็นบิดาที่นั่งอยู่

 

                “เด็ก ๆ ต้องทำอย่างไรก่อนตอนเช้า” ดั่งเพลิงหันไปถามลูกชายที่เพิ่งมาใหม่ทั้งสองคน

 

                “อรุณสวัสดิ์ครับอากง/อรุณสวัสดิ์ครับอากง” ฝาแฝดควันรินพนมมือกันเป็นพุ่มแล้วไหว้สวัสดีเจ้าสัวเส็งที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอาหาร

 

                “สองแสบของกงมาแล้ว ฮ่า ๆ มา ๆ ปีนขึ้นเก้าอี้แล้วดูซิวันนี้มีอะไรกินบ้าง ของโปรดพวกลื้อกับม้าลื้อทั้งนั้น”  เจ้าสัวเส็งที่นั่งอยู่หัวโต๊ะเอ่ยปากทักทายหลานชายฝาแฝด

 

                “เหนือควันมาติดกระดุมใหม่กับหม่าม้าตรงนี้ครับ” คุณชายสองกวักมือเรียกลูกชายคนโตให้มาหาตน จากนั้นก็จัดการให้เหนือควันติดกระดุมใหม่เอง ในขณะที่ดารินทร์นั้นพยายามจะปีนขึ้นเก้าอี้ ดั่งเพลิงที่เห็นดังนั้นจึงเดินอ้อมไปพยุงลูกชายคนเล็กให้ขึ้นมานั่งตรงข้ามตน

 

                “อู้หู มีทอดมันปลาของหม่าม้ากับเฮียควันด้วย” ดารินทร์ร้องขึ้น ดวงตากลมโตที่ถอดแบบมาจากคุณชายอนิละแสดงออกถึงความตื่นเต้นทันที

 

                “มีเป็ดย่างของน้องรินด้วยเหมือนกันครับ” ดั่งเพลิงว่าพลางลูบหัวดารินทร์ก่อนที่เหนือควันจะปีนเก้าอี้ตามมา เด็กน้อยยิ้มแฉ่งให้กับบิดาเป็นเชิงขอบคุณ เป็นที่รู้กันว่าเหนือควันนั้นโปรดอาหารจำพวกปลาเหมือนคุณชายสอง ในขณะที่ดารินทร์นั้นชอบอาหารฝรั่งและเป็ดย่างเหมือนกับดั่งเพลิง

 

                “หม่าม้าครับ รูปอะไรหรือครับ เฮียดูได้ไหม” เหนือควันถามคุณชายสองขึ้นเมื่อเห็นโปสการ์ดในมือของผู้เป็นมารดา

 

                “ดูได้ซีครับ คุณน้าสามส่งจดหมายมาจากอเมริกา มีรูปถ่ายด้วยนะ ประเดี๋ยวปีหน้าคุณน้าสามจะเรียนจบ คงจะได้เจอกันสักที ตอนโน้นลูกคงจำคุณน้าสามกันไม่ได้” คุณชายสองส่งต่อรูปถ่ายที่มีชายหนุ่มโตเต็มวัยให้กับลูก ๆ   

 

                “อู้หู คุณน้าสามเท่จังครับหม่าม้า” ดารินทร์พูดขึ้นขณะโผล่หน้าไปดูรูปถ่ายน้าชายในมือของผู้เป็นพี่

 

                “ตอนป๊าหนุ่ม ๆ ป๊าตอนไปเรียนที่ฝรั่งเศสก็เท่ไม่หยอกเหมือนกันนะเด็ก ๆ อย่าเอาแต่ชมน้าสามซี” ดั่งเพลิงที่ได้ยินลูก ๆ เอ่ยปากชมคุณชายสามก็เริ่มตัดพ้อ

 

                “น้าสามเท่ครับแต่ป่าป๊าเท่ที่สุด” ดารินทร์หันมาพูดกับดั่งเพลิงทำเอาชายหนุ่มใจชื้นได้บ้าง ไม่ได้ผิดคาดมากนัก แม้ว่าเหนือควันและดารินทร์จะหน้าตาเหมือนกันแต่ยิ่งโตนิสัยทั้งคู่ก็เริ่มแสดงออกถึงความต่าง ในขณะที่เหนือควันนั้นเป็นคนไม่คิดอะไร ในขณะที่ดารินทร์นั้นจะมีความคิดลึกซึ้งกว่ามาก ดังเช่นที่ฝาแฝดคนเล็กกลัวว่าบิดาจะเสียใจ

 

                “ใช่ครับ ป่าป๊าเท่ที่สุด” เหนือควันสนับสนุนน้องชายเสียงเจื้อยแจ้ว ก่อนที่จะทำท่าเกาะโต๊ะรอให้คนรับใช้ตักข้าวสวยใส่จานให้กับตน

 

                “ค่อยน่าให้ของขวัญปีใหม่หน่อย ป๊ามีของขวัญให้ควันรินอยู่ที่ห้องนั่งเล่น ถ้าทานข้าวหมดจานและกินผัก ค่ำนี้ป๊าจะพาขับรถเล่นดีไหม” ดั่งเพลิงยื่นข้อเสนอให้กับเด็ก ๆ แม้ว่าแท้จริงแล้วเขาตั้งใจจะพาภรรยาและลูก ๆ ไปเที่ยวดูไฟประดับก็ตามที

 

                “ดีครับ!/ครับป่าป๊า!” สองแฝดยกมือขึ้นสุดแขนทันทีเพื่อแสดงออกว่าความเห็นด้วยกับดั่งเพลิง คุณชายสองที่เห็นดังนั้นก็อดอมยิ้มไม่ได้

 

                “เอ้า มัวแต่โม้ กินข้าวกันได้แล้ว ประเดี๋ยวก็เย็นหมดหรอก ค่ำนี้ก็อย่าพากันกลับดึกนักล่ะ วันพรุ่งเทววงศ์เขาจะขนกันมาเยี่ยม” เจ้าสัวเส็งกล่าวอนุญาตให้ลูกหลานเริ่มทานอาหารเย็นกันได้

 

                “ทำไมไม่กินล่ะครับ รินเบื่ออาหารหรือ” คุณชายสองเห็นท่าทีของดารินทร์ที่นั่งนิ่งมองช้อนส้อมในมือจึงเอ่ยปากทักขึ้น

 

                “ทำไมหม่าม้า ป่าป๊ากับอากงไม่ใช้ช้อนส้อม ทำไมรินกับเฮียควันใช้ครับ” ดารินทร์ถามผู้เป็นแม่ ดวงตากลมโตแสดงออกถึงความสงสัยอย่างชัดเจน

 

                “นั่นซี ทำไมเฮียควันถึงใช้ช้อนส้อม ทำไมคนอื่นไม่ใช้ เฮียควันอยากใช้ไม้เหมือนป่าป๊าหม่าม้าบ้าง” เหนือควันยกมือขึ้นสุดแขนแสดงความเห็นของตนเอง คำถามของเด็กน้อยทั้งสองสร้างเสียงหัวเราะครืนให้กับทุกคนบนโต๊ะอาหาร รวมถึงสาวรับใช้ในห้องอาหารอย่างเอ็นดู

 

                “ถึงคราวที่จะสอนลูกใช้ตะเกียบแล้วมังครับ พี่จวงครับสองขอตะเกียบสองคู่ครับ” คุณชายสองยกมือขึ้นป้องปากหัวเราะ จากนั้นจึงหันไปบอกสาวรับใช้คนสนิทผู้ควบตำแหน่งพี่เลี้ยงของคุณหนูทั้งสอง

 

                “สองสอนคนเดียวคงไม่ได้กินพอดี ประเดี๋ยวพี่ลุกไปช่วยสอนลูกด้วยแล้วกัน” ดั่งเพลิงกล่าวยิ้ม ๆ ชายหนุ่มรับตะเกียบจากสาวใช้แล้วจึงเดินอ้อมไปยืนด้านหลังเหนือควัน ก่อนที่จะคร่อมลงจับมือบุตรชายกับตะเกียบ

 

                “สิ่งนี้เรียกว่าตะเกียบ ที่บ้านเราใช้ตะเกียบแทนช้อนส้อมเพราะว่าบ้านเรามีพ่อแม่ปู่ย่าตายายเป็นคนจีน คนจีนก็คืออากงครับ” คุณชายสองว่าพลางโน้มตัวจับมือของดารินทร์กับตะเกียบ มือเรียงกอบกุมมือเล็กของบุตรชายเอาไว้อย่างตั้งใจ

 

                “อย่างนั้นป่าป๊ากับหม่าม้าก็เป็นคนจีนซีนะครับ” เหนือควันเงยหน้าถามผู้เป็นบิดาที่จับมือตนอยู่ด้วยความสงสัย

 

                “หม่าม้าไม่ใช่คนจีน แต่หม่าม้าแต่งงานกับป่าป๊า ป่าป๊าเป็นคนจีน หม่าม้าจึงใช้ตะเกียบครับ” คุณชายสองร่ายยาว

 

                “เพราะหม่าม้ารักป่าป๊าใช่ไหมครับ หม่าม๊าเลยใช้ตะเกียบเหมือนป่าป๊า” ดารินทร์ถามต่อ คุณชายอนิละหน้าขึ้นสีอีกครั้งทันทีเมื่อได้ยินคำถามของบุตรชายคนเล็ก ในขณะที่ดั่งเพลิงยิ้มกว้างคล้ายว่ารอคอยคำตอบจากภรรยา เขาไม่ได้สนใจเหล่าคนรับใช้ที่ตัวบิดเขินไปก่อนนัก

 

                “เพราะป่าป๊าดุหม่าม้าต่างหากล่ะครับ หม่าม้าเลยใช้ตะเกียบ” คุณชายสองตอบ นึกย้อนไปเมื่อหลายปีก่อนที่ตนเพิ่งแต่งเข้าเกริกวานิชแต่ก็โดนดั่งเพลิงดุกลางโต๊ะอาหาร เรื่องไม่ยอมใช้ตะเกียบตั้งแต่เช้าวันแรก

 

                “ฮ่า ๆๆ คำตอบถูกใจอั๊วะ” เจ้าสัวเส็งที่คีบเป็ดอยู่ถึงกับหัวเราะออกมาชอบใจกับคำตอบของสะใภ้

 

                “ไม่ดีเลยนะ ป่าป๊าดุหม่าม้าทำไม ไม่เท่แล้ว” เหนือควันเบ้หน้า ดั่งเพลิงแสดงท่าทีเลิ่กลั่กอย่างเห็นได้ชัด ชายหนุ่มคงไม่คาดหวังว่าคำตอบของคุณชายสองจะเป็นดังนี้

 

                “จริง ๆ แล้วหม่าม้าก็รักและเคารพป่าป๊าด้วยครับ หม่าม้าดื้อก่อนป่าป๊าจึงดุหม่าม้า เหมือนเวลาที่ควันรินทำผิด หม่าม้าก็ต้องดุ” คุณชายสองยิ้มบางแล้วก้มลงหอมหัวลูกชาย

 

                “เช่นนั้นรินจะใช้ตะเกียบ เพราะว่ารินเคารพและรักป่าป๊ากับหม่าม้าครับ” ดารินทร์ที่เหมือนจะเริ่มเข้าใจจึงตอบกลับผู้เป็นมารดา แววตาที่สงสัยแปรเปลี่ยนมาเป็นมุ่งมั่นกับการคีบตะเกียบที่อยู่ในมือ

 

                “เฮียควันด้วย เฮียควันรักทุกคน เฮียควันจะใช้ตะเกียบครับ” เหนือควันหัวเราะเอิ๊กอ๊ากจากนั้นก็ยอมให้บิดาสอนใช้ตะเกียบโดยง่าย

 

                “ป๊าม้าลื้อนี่ก็นะ ห้าหกปีก่อนยังเถียงกันกับอีเรื่องแค่ตะเกียบ ดูตอนนี้ซีมาสอนพวกลื้อใช้ตะเกียบแล้ว อากงภูมิใจ” เจ้าสัวเส็งยิ้มกว้างแล้วจึงคีบเป็ดชิ้นโตให้หลาน ๆ คนละคำสองคำ

 

                “ท่าสอนลูกใช้ตะเกียบก็ท่าเดิมกับที่ผมเคยสอนสองนะ” ดั่งเพลิงยกยิ้มแล้วหันไปมองภรรยา คุณชายสองได้ยินเช่นนั้นก็เริ่มสังเกตท่าทางของดั่งเพลิงที่ยืนคร่อมสอนลูกใช้ตะเกียบอยู่ และพลันนึกถึงตนเองเมื่อก่อน ใบหน้าที่แดงอยู่แล้วก็เริ่มลามไปถึงหู แต่คนตัวผอมทำได้เพียงยิ้มอาย ๆ เท่านั้น

 

                 หลังจากนั้นใช้เวลาไม่นานเหนือควันและดารินทร์ก็เริ่มที่จะใช้ตะเกียบกันเองได้ แม้ว่าจะดูทุลักทุเลไปเสียหน่อย แต่สองฝาแฝดก็ได้รับการดูแลจากทุกคนไม่ขาด เจ้าสัวเส็งถึงกับเอ่ยปากชมว่าหัวเร็วกว่าดั่งเพลิงตอนเริ่มใช้ตะเกียบแรก ๆ เสียอีก เมื่อรับประทานอาหารเย็นกันเสร็จแล้วดั่งเพลิงก็พาลูก ๆ ไปรับของขวัญที่เขาและคุณชายสองเตรียมมาให้โดยนำเข้ามาจากต่างแดน เหนือควันและดารินทร์ดีใจกันยกใหญ่เพราะของขวัญจากบิดาไม่ใช่อะไร หากแต่เป็นตุ๊กตามิกกี้และมินนี่เม้าส์ตัวการ์ตูนดังของยุค

 

                “ดารินทร์ดูจะติดตุ๊กตานะครับ” คุณชายสองพึมพำเมื่อเห็นว่าบุตรชายคนเล็กเอาแต่นั่งกอดตุ๊กตาไม่ยอมปล่อย ในขณะที่เหนือควันนั้นกลับวางตุ๊กตาไว้กับที่แล้วไปหากล่องดนตรีของมารดามาเปิดฟัง ซึ่งความแตกต่างนี้ทำให้คนตัวผอมดูมีความกังวลอย่างเห็นได้ชัด

 

                “คงต้องรออีกสองปีจึงจะชัดเจนกว่านี้ แต่หากถามพี่ พี่ไม่ได้กังวลเรื่องวรรณะของลูกเลยนะ ดีซะอีกหากเป็นเหมือนสอง ลูกก็จะได้เติบโตและงดงามเหมือนกับแม่ของเขา” ดั่งเพลิงยิ้มกว้างพลางยกมือขึ้นโอบไหล่ภรรยา เขารู้ว่าสิ่งที่คุณชายสองกังวลนั่นก็คือบุตรคนใดคนหนึ่งจะเป็นกาฬวิฬาร์เหมือนตน ยิ่งเด็กเล็กติดตุ๊กตามากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความเป็นไปได้ที่จะเป็นกาฬวิฬาร์มากเท่านั้น

 

                “พี่เพลิงกำลังชมสองหรือครับ” คุณชายสองหันไปยิ้มให้กับสามี เขี้ยวแหลมที่โผล่มาเล็ก ๆ ทำให้ใบหน้าของคนตัวผอมนั้นดูทะเล้นเข้าไปอีก

 

                “ถ้าพี่ไม่ชมเมียพี่ว่างาม พี่จะไปชมใครล่ะ หันหลังเร็ว ประเดี๋ยวพี่ผูกริบบิ้นให้” ดั่งเพลิงกระแอมอย่างเขิน ๆ ก่อนที่จะหยิบริบบิ้นสีดำขลับเส้นยาวขึ้นมาผูกที่คอระหงของภรรยา ริบบิ้นที่กาฬวิฬาร์มักจะผูกเอาไว้เพื่อแสดงออกว่ามีคู่ ดั่งเพลิงยังคงประหม่าทุกครั้งยากที่ได้ผูกมันให้กับภรรยา ความรู้สึกครั้งแรกนั้นไม่ได้จางไปจากใจชายหนุ่มเลย

 

                “ป่าป๊ากัดคอหม่าม้าทำไมหรือครับ ประเดี๋ยวหม่าม้าจะเจ็บนะ” ดารินทร์เงยหน้ามองบิดาแล้วถามขึ้น ดั่งเพลิงถอนใบหน้าออกจากต้นคอของคุณชายสองทันที เขาไม่รู้ว่ากำลังจะก้มลงดมต้นคอหอมของคุณชายสองขณะกำลังผูกริบบิ้น และไม่รู้ตัวเช่นกันว่าตนและภรรยาอยู่ต่อหน้าลูก ๆ

 

                “พ..พี่เพลิง!” คุณชายสองเมื่อได้ยินคำท้วงของเหนือควันก็ร้องขึ้นทันที ก่อนที่จะบีบแก้มของผู้เป็นสามี ใบหน้าเล็กขึ้นสีจัดอีกครา

 

                “พี่เปล่านะ พี่แค่ก้มดมเท่านั้น”

 

*****

 

            ถนนราชดำเนินค่ำนี้มีรถราวิ่งมากมายกว่าทุกวันในเวลาเดียวกัน เนื่องด้วยชาวพระนครต่างออกมาเฉลิมฉลองเดือนมงคลและส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ แสงไฟที่ประดับประดาไปทั่วริมถนนและอากาศที่หนาวเย็นทำให้พระนครเวลานี้บรรยากาศคล้ายเมืองในยุโรปก็ไม่ปาน

 

                รถฟอร์ดมัสแตงค์รุ่นใหม่สีแดงสดสี่ที่นั่งค่อย ๆ แล่นผ่านสวนอัมพรไปอย่างไม่รีบร้อนนัก ดั่งเพลิงเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะดนตรีอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่ข้างกายของเขานั้นมีคุณชายสองนั่งชมทัศนียภาพพระนครยามค่ำไม่ไกลกัน ชายหนุ่มลอบมองเจ้าของใบหน้าคมอีกครั้งแล้วเผลอยิ้มออกมา ใบหน้าของคน ๆ เดิมเมื่อห้าปีก่อน แพขนตาหนากับดวงตากลมโตที่ใครได้สบตาย่อมหลงใหล ริมฝีปากบางได้รูปที่เข้ากันได้ดีกับจมูกรั้น คุณชายอนิละไม่ได้เปลี่ยนไปมากนัก เมื่อเทียบกับคราวที่เขาได้เจอกับอีกฝ่ายที่ลานพระบรมรูปทรงม้า ในตอนที่ชายหนุ่มไม่ได้มั่นใจนักว่าตนนั้นได้รักคุณชายสองไปหรือยัง แต่ที่เขามั่นใจคือเขาในตอนนั้นแสนจะคลั่งไคล้ใบหน้าและกลิ่นสายน้ำผึ้งของอีกฝ่ายจนต้องทำตัวน่ารำคาญไปหลายต่อหลายครั้ง

 

                “ขับรถเขาให้มองถนนนะครับ จะเที่ยงคืนอยู่แล้วประเดี๋ยวจะไม่ทันเสียหรอก” คุณชายสองพึมพำ คนตัวผอมเหมือนจะจับได้ว่าดั่งเพลิงนั้นจ้องมาที่ตน โดยที่คุณชายสองนั้นไม่จำเป็นต้องหันมามองดั่งเพลิงเต็มตาด้วยซ้ำ

 

                “ขอโทษครับ เผลอไปหน่อย” ดั่งเพลิงยกยิ้มมุมปากแล้วหันไปจดจ่อกับการขับรถต่อ เมื่อรถมัสแตงค์คันโก้ขับผ่านพระบรมรูปทรงม้าดั่งเพลิงหลุดยิ้มออกมาอีกครั้ง

 

                “มีม้าด้วย ม้าตัวใหญ่เหมือนที่บ้านของอาภัทรเลยครับ” เสียงของแฝดคนหนึ่งดังขึ้นมาจากเบาะหลัง เรียกความสนใจจากผู้เป็นพ่อแม่ได้อย่างดี

 

                “ตรงนั้นเขาเรียกพระบรมรูปทรงม้า เป็นรูปปั้นพระราชาขี่ม้าครับ” คุณชายสองพยายามอธิบายให้กับลูกชายฝาแฝดที่นั่งอยู่ด้านหลังด้วยคำศัพท์ง่าย ๆ ลานพระบรมรูปทรงม้าในค่ำนี้มีผู้คนมากกว่าทุกวัน บ้างก็มาเพื่อสักการะบ้างก็มาเพื่อรอชมพลุไฟหลังเที่ยงคืน บ้างก็มาเก็บภาพถ่ายเอาไว้ในความทรงจำ

 

                “อู้หู บ้านตรงนั้นก็สวย” ดารินทร์ที่กอดตุ๊กตาอยู่ร้องขึ้นเมื่อเห็นพระที่นั่งอนันตสมาคมด้านหลัง คำที่เด็กน้อยใช้ทำให้คุณชายสองพยักหน้าให้บุตรชายอย่างเอ็นดู

 

                “รู้ไหม เมื่อก่อนหม่าม้าสองเกือบถูกคนไม่ดีทำร้ายด้วยนะตรงนี้” ดั่งเพลิงตั้งใจจอดรถยนต์บริเวณไม่ใกล้ไม่ไกลกับลานพระบรมรูป เนื่องจากบริเวณนี้จะมองเห็นพลุได้ชัดเจนเพราะเป็นลานกว้าง

 

                “แล้วหม่าม้าสู้คนไม่ดีกลับไหมครับ” เหนือควันเกาะเบาะคนขับแล้วถามผู้เป็นบิดาอย่างสนอกสนใจ

 

                “หม่าม้าไม่ได้สู้ครับ แต่ป่าป๊ามาช่วยหม่าม้าไว้” คุณชายสองว่าพลางส่ายหัวเล็ก ๆ คิดย้อนไปว่าหากตอนนั้นดั่งเพลิงไม่มาช่วยตน ตนอาจจะไม่มีชีวิตรอดหรือถูกตีตราโดยอันฬาชั้นต่ำไปแล้ว

 

                “พูดไปจะหาว่าป๊าคุย ตอนนั้นป๊าเท่เหมือนมิตร ชัยบัญชาเชียวนะ” ดั่งเพลิงพูดติดตลกจนเหนือควันต้องยู่ปากเพราะไม่อยากจะเชื่อ

 

                “พี่เพลิงก็ขี้คุยจริง ๆ นั่นล่ะครับ” คุณชายสองหัวเราะแล้วส่งยิ้มให้กับสามีที่กำลังเทียบตนกับพระเอกดังแห่งยุค

 

                “โถ่ ไม่คิดจะเข้าข้างพี่หน่อยหรือครับ” ดั่งเพลิงหันไปทำหน้าออดอ้อนคนรัก จนคุณชายสองต้องเบือนหน้าหนี  

 

                “พ..พอป่าป๊ามาช่วยหม่าม้า หม่าม้าจึงเริ่มรักป่าป๊าใช่ไหมครับดารินทร์ที่นั่งฟังเงียบ ๆ อยู่นานจึงถามขึ้น คำถามดังกล่าวทำเอาทั้งดั่งเพลิงและคุณชายสองเลิกคิ้วสูงด้วยความแปลกใจ ดูท่าพักหลังดารินทร์จะมีคำถามเกี่ยวกับความรักเยอะเสียเหลือเกิน ไม่รู้ว่าเพราะดูโทรทัศน์มากไปหรือไม่

 

                “ผิดครับ หม่าม้าน่ะใจแข็งกว่าจะรักป่าป๊าก็หลังจากนั้นไปอีก” ดั่งเพลิงพูดขณะพยายามนึกถึงเรื่องราวในอดีต เขาจำได้ว่าตอนนั้นเผลอ ๆ คุณชายสองดูจะชังน้ำหน้าเขามากด้วยซ้ำ ครั้นจะบอกลูกว่าพ่อแม่รักกันหลังแต่งงานเด็กก็อาจจะสับสนได้

 

                “ผิดแล้วครับ สองเริ่มรักพี่เพลิงจากตอนนั้นต่างหาก ตอนที่วิทยุเปิดเพลงของเอลวิส..” คุณชายสองกดหน้ามองต่ำเล็ก ๆ เขาพูดเสียงเบาเพื่อให้มีเพียงดั่งเพลิงได้ยิน ขณะที่คนตัวผอมพูดอยู่พวงแก้มใสก็ขึ้นสีชมพูระเรื่อ

 

                “สอง..” ดั่งเพลิงมองไปยังคนรักอย่างไม่อยากจะเชื่อหู เพราะเขาคิดมาตลอดว่าคุณชายสองนั้นเริ่มรักเขาหลังแต่งงานอันเป็นในช่วงเวลาเดียวกันกับเขา และไม่คิดว่าจะได้ยินคำสารภาพจากปากคนรักเอาเสียตอนนี้

 

                ปัง! จู่ ๆ ก็มีเสียงพลุดังขึ้น จนทำให้คุณชายสองสะดุ้งเล็ก ๆ เพราะมัวแต่คุยกันจึงไม่รู้เลยว่าพวกเขากำลังเข้าสู่ศักราชใหม่กันแล้ว เด็ก ๆ ที่นั่งอยู่เบาะหลังต่างเกาะพนักพิงแล้วมองพลุหลากสีบนฟากฟ้าตาเป็นประกาย ในขณะที่สองพี่น้องฝาแฝดกำลังให้ความสนใจกับพลุอยู่นั้น คุณชายสองก็กระเถิบตัวเข้าไปใกล้กับดั่งเพลิงที่เงยหน้ามองฟ้าอยู่ไม่ต่างกัน

 

                “พี่เพลิง.. คุณชายสองกระซิบข้างหูของผู้เป็นสามีแล้วจึงยกมือของดั่งเพลิงมาวางไว้บนหน้าท้องของตน

 

                “มีอะไรหรือ” ดั่งเพลิงละสายตาจากพลุแล้วหันมามองคุณชายสองด้วยความมึนงง เขาไม่เข้าใจนักว่าคุณชายสองต้องการจะบอกอะไร

 

                “สองท้องครับ” คุณชายสองยิ้มน้อย ๆ แล้วหลบตาดั่งเพลิงอย่างเขินอาย

 

เมื่อสิ้นคำดังกล่าวพลุชุดสุดท้ายก็พวยพุ่งไปบนท้องฟ้ายามราตรี แค่เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้นมันก็แตกกระจายเป็นดอกไม้หลากสี งดงามคล้ายกับหัวใจของชายหนุ่มที่พองโตจนจะระเบิดเมื่อได้ยินประโยคดังกล่าวของคุณชายสอง ดั่งเพลิงร้องไชโยสุดเสียงแล้วกอดคนรักเอาไว้แน่นราวกับกลัวว่าภรรยาตนจะหายไป คุณชายสองเองก็โอบกอดดั่งเพลิงเอาไว้ไม่ต่างกัน เมื่อการแสดงพลุจบลงเด็กชายฝาแฝดที่หันมาเห็นดั่งเพลิงและคุณชายสองกอดกันกลม ทั้งสองก็พากันกอดป่าป๊าและหม่าม้าของพวกเขาเอาไว้บ้างด้วยความไร้เดียงสา

 

เป็นเวลากว่าหลายปีแล้วที่การใช้ชีวิตของดั่งเพลิงได้เปลี่ยนไป แม้ว่าทุกอย่างจะพลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ แต่ดั่งเพลิงไม่ปฏิเสธว่าตัวเขานั้นมีความสุขมากกว่าแต่ก่อนและแสนจะโชคดี จากเป็นคนเจ้าสำราญก็กลายเป็นคนติดบ้าน จากที่ตื่นเที่ยงวันก็กลายเป็นตื่นแต่เช้าตรู่ จากที่ไม่เคยเอาการเอางานก็กลายเป็นถึงประธานบริษัทผู้ขับเคลื่อนธุรกิจระดับประเทศ จากที่ไม่คิดจะมีครอบครัวในตอนนี้เขากลับมีลูกชายถึงสองคนและกำลังจะมีคนที่สาม เรื่องน่าอัศจรรย์เหล่านี้จะเกิดไม่ได้เลยหากปราศจากคุณชายอนิละ คนรักของเขาที่รักเขาสุดหัวใจ

 

ดั่งเพลิงจึงได้รู้ว่าเวทมนตร์ที่สะกดเขาเอาไว้นั้นไม่ใช่มนต์วิฬาร์หรือมนต์วรรณะอะไร


หากแต่เป็นความรักที่เขาและคุณชายสองนั้นมอบให้กันเสมอมา


 

ㅡ อวสาน 


 #มนต์วิฬาร์

 

สวัสดีค่ะ ชิววี่นะคะ

 

หวังว่าตอนจบนี้จะเป็นตอนจบที่สมบูรณ์สำหรับทุกคนเหมือนกับในความคิดของเรา
จริง ๆ มีอะไรมากมายที่จะพูดถึงเรื่องนี้ เราอยู่ด้วยกันมานานแล้วรู้ไหม ตั้งสิบเดือนแหนะ แต่ว่าไว้เดี๋ยวมาคุยกันยาว ๆ อีกทีนะคะ ในตอนนี้อยากให้ทุกคนได้ดื่มด่ำกับตอนจบของดั่งเพลิงและคุณชายอนิละกันก่อน แม้ว่าเรื่องจะจบกันไปแต่ตัวละครทุกคนก็ยังมีชีวิตต่อในโลกของพวกเขานะคะ <3

 

ขอบคุณเสมอมา

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.854K ครั้ง

13,540 ความคิดเห็น

  1. #13534 12311232123312 (@12311232123312) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 08:38
    น่ารักกกกกกก
    #13534
    0
  2. #13476 min_min (@mimi_min_min) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2562 / 23:10
    แล้วฟิคตอนจบที่อ่านแล้วรู้สึกหลากหลาย ทั้งตื้นตันใจ ปิติยินดี แล้วก็รุ้สึกเสียดายไปพร้อมๆกันที่ฟิคจบแล้ว แงงงงง ขอชื่นชมไรท์อีกหลายๆทีในฝีมือการแต่ง การบรรยาย สามารถทำให้เรารับรู้ได้ถึงเหตุการณ์แบะบรรยากาศที่เกิดขึ้น ณ ตอนนั้น ทำให้เรามีความสุขไปกับตัวละครได้จริงๆค่ะ ขอบคุณที่สร้างตัวละครทุกตัวขึ้นมา จนกลายเป็นครอบครัวที่อบอุ่นและน่ารักได้ขนาดนี้ อยากให้มีภาค 2 จังเลยอ่ะ ตอนของควันริน อุแงงง
    #13476
    0
  3. #13469 Nielongforever9 (@Nielongforever9) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2562 / 12:01

    ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้นะคะมันเปิดโลกของเรามากเลยการที่ได้อ่านนิยายเรื่องนี้เหมือนเราได้เติบโตกับคสพ.ของทั้งดั่งเพลิงและคุณชายสองจากไม่ได้รักกันจนตอนนี้ที่เค้าทั้งคู่รักและมีความสุขมีลูกน้อยที่น่ารัก เรื่องนี้สำหรับเรามันไม่เหมือนนิยายเลยมันเหมือนเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริง5555เหมือนมีคุณชายสองและดั่งเพลิงจริงๆเลยค่ะ ภาษาที่ไรท์ใช้ ลำดับการเล่าเรื่องต่างๆเราคิดภาพตามละมันเป็นอะไรที่มีความสุขมากๆเลยย

    หวังว่าเรานะได้อ่านพีเรียดของไรท์ที่เป็นคู่เนียลองอีกครั้งนะคะ????????

    #13469
    0
  4. #13460 celpotter (@celpotter) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 22:23
    ขอบคุณนิยายดีๆค่ะ... อบอุ่นหัวใจ...มันดียมากจนอยากสั่งพรี... แต่มาช้าไปหน่อย... เอาไว้จะตามเรื่องหน้าต่อนะคะ
    #13460
    0
  5. #13454 s-wu (@s-wu) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 13:52
    จะอ่านกี่ครั้งก็สามารถทำให้ยิ้มไปพร้อมรู้สึกปิติในใจได้เสมอ ขอบคุณนะคะไรท์ เสียดายที่มาไม่ทันสั่งพรี แต่แค่นี้ก็มีความสุขมากๆแล้วละคะ ถ้าคิดถึงอีกเดี๋ยวมาใหม่นร้าาา ไว้พบกันใหม่นะคะ&#9584;(*&#180;&#65078;`*)&#9583;
    #13454
    0
  6. #13400 PPTi (@PPTi) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2562 / 12:16
    ดีที่สุด ชอบมากเลย
    #13400
    0
  7. #13398 chalitsa64 (@chalitsa64) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 พฤษภาคม 2562 / 11:27

    ขอบคุณมากจริงๆนะคะ อ่านแล้วยิ้มตาม

    #13398
    0
  8. #13386 Danik_Babyon (@HUNHAN_520) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 พฤษภาคม 2562 / 16:37
    ขอบคุณมากๆนะคะไรต์ &#9786;
    #13386
    0
  9. #13383 __cnl (@s26860) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 18:08
    ชอบมากๆเลยค่ะ ขอบคุณไรส์จริงๆที่แต่งเรื่องนี้ขึ้นมา ภาษาบรรยายไรส์ดีมากๆเลยค่ะ เสียดายที่เรามาเจอทีหลัง ไรส์ปิดพรีไปซะแล้ว พี่เพลิงน้องสองกับสองแฝดน่ารักมากจริงๆค่ะ เราอ่านตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้ก็ยิ้มจนแก้มจะแตก ขอบคุณมากนะคะที่แต่งนิยายที่ดีขนาดนี้ให้ได้อ่าน
    #13383
    0
  10. #13382 s-wu (@s-wu) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 02:21

    ขวัญตอนจบที่สวยงาม 2แฝดก็น่ารักน่าชัง ยินดีด้วยกันสมาชิกคนใหม่ 555555 มันจบได้สมบูรณ์ต่อใจแล้วค่ะไรท์ สุขใจจริงๆ เสียดายที่มาไม่ทันซิ้อเล่ม ขอบคุณนะคะที่ยังไม่ปิดเรื่องนี้ ขอบคุณที่แบ่งปันเรื่องราวดีๆที่น่าจดจำด้วยภาษาคุณภาพ ส่งต่อสิ่งดีๆต่อไปนะคะ เป็นกำลังใจให้
    #13382
    0
  11. #13380 sanoop_Mn (@sanoop_Mn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 21:43
    แอบนำ้ตาซึมตอนจบเลยค่ะ ไรท์แต่งได้อบอุ่นมากๆ ขอบคุณสำหรับนิยายดีๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะคะ &#9996;&#65039;&#9996;&#65039;&#128518;&#128151;
    #13380
    0
  12. #13341 Poison cake (@lightoffate) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 21:53
    ยินดีต้อนรับสมาชิกคนที่หกของเกริกวานิชนะคะ อบอุ่นหัวใจมากเหลือเกิน งื้อ
    #13341
    0
  13. #13306 polar Co., Ltd. (@ohuii) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 12:45
    กลายเป็นคุณแม่ลูกสามแล้ววว จบน่ารักมาก อยากเห็นสองแสบของอากงโตแล้ว
    #13306
    0
  14. #13247 Phannipha(Ying) (@Phannipha339) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 23:26
    น่ารักมากกกกก
    #13247
    0
  15. #13242 Uyu (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 11:00

    ดีมากๆเลย ขอบคุณที่เขียนเรื่องนี้นะคับบบ

    #13242
    0
  16. #13194 `โรฮันลัสกี้★ (@oam-kus40) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 20:07
    งือ น่าร้ากกกก เจ้าตัวเล็กควันกับรินก็น่่รักฉลาดถามมากเลย คุณชายสองกับดั่งเพลิงก็น่ารักเหมือนเคย

    ชอบเรื่องนี้มากตรงที่รวมเวิร์สนี้กับความเป็นพีเรียด ภาษาก็สวยมาก ขอบคุณสำหรับเรื่องดีๆแบบนี้นะคะไรท์ ~ &#128149;
    #13194
    0
  17. #13135 Oill1478 (@Oill1478) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 00:33
    เเงงงงจบเเล้วเนื้อเรื่องดีมากๆเลยค่ะภาษาสวยเเล้วก็อบอุ่นมากๆขอบคุณไรท์นะคะที่เเต่งเรื่องนี้มาเรื่องนี้คือเรื่องที่ดีที่สุดอีกเรื่องนึงเลยค่ะ &#128155;
    #13135
    0
  18. #13134 PIJY (@PIJY) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 00:01
    เป็นเรื่องที่ไม่มีมือที่สามให้ขัดใจเลยยมคือมันดีมากก ดูเรียล ทำให้รู้สึกถึงรักแท้เลย อินมากกฮืออออ
    #13134
    0
  19. #13133 BeautifulB (@BeautifulB) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 22:10
    เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราชอบมากที่สุดมันอบอุ่น แล้วเราชอบทั้งบรรยากาศที่มันย้อนยุคคือมันดี แล้วเราก็ชอบomegaverse ภาษาก็คือดีมาก ประทับใจมาก ขอบคุณนะคะไรต์ที่แต่งให้อ่าน เราต้องคิดถึงคุณชายสอง กับดั่งเพลิงแน่ๆเลย
    #13133
    0
  20. #13113 2meeye (@2meeye) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 21:47
    เขายังมีชีวิตอยู่ต่อในโลกของเราเหมือนกัน ต้องคิดถึงมากแน่ๆ &#128557;
    #13113
    0
  21. #13088 PCS7746 (@PCS7746) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 23:53
    ไรท์ คือมันสุดยอด! ไรท์เเบบ ไอดอลลล
    #13088
    0
  22. #13062 Uibeam (@0806705800) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 22:26
    งื้อมันดีมากจริงๆค่ะ ปาทับใจ&#128152;&#128152;
    #13062
    0
  23. #13059 qqaqe (@ktch) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 19:32
    ขอบคุณนะคะที่แต่งเรื่องนี้ให้อ่าน ชอบภาษามาก ๆ เลยค่ะ &#10084;&#65039;
    #13059
    0
  24. #13057 MaiNatkamon (@MaiNatkamon) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 13:28
    เคยจะอ่านหลายทีเเล้วเรื่องนี้ แต่พึ่งมาว่าง พอได้อ่านแล้วมันดีอย่างที่คนอื่นเขาพูดกันมาจริงๆ ภาษาสวยมากอ่านง่าย รู้สึกว่ามันเร็วมากไม่ใช่เพราะตอนสั้นหรือน้อยแต่เป็นเพราะอ่านเพลินมากๆ คืออ่านแล้วไม่มีความรู้สึกน่าเบื่อเลยค่ะ ชอบมากๆค่ะ
    #13057
    0
  25. #13029 imimg (@imimg) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 มีนาคม 2562 / 22:48
    อ่านอีกรอบพอตอนจบก็โหวงทุกที &#128546;&#128546; เหงาๆ
    #13029
    0