(จบ) มนต์วิฬาร์ | Omegaverse | #เนียลอง

ตอนที่ 8 : บทที่ ๘ : ใครลิขิต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 41993
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3825 ครั้ง
    23 ก.พ. 62

บทที่ ๘ : ใครลิขิต

ณ ศาลาสีขาวล้วนที่ตั้งอยู่กลางสวนสวยขนาดย่อม ในวันที่อากาศดีเฉกเช่นวันนี้ คุณชายอนิละ เทววงศ์ค่อย ๆ ปิดหนังสือเล่มใหญ่แล้ววางมันลงกับโต๊ะด้วยสายตาที่ล่องลอย คล้ายกับว่าจิตใจของคนตัวบางยังคงค้างเติ่งติดอยู่ในนิยายที่เพิ่งอ่านจบไป มือเรียวยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วใช้เนคไทสีเขียวอ่อนคั่นหน้าที่ชอบเอาไว้

อ่านอะไรอยู่หรือชายสองคุณชายวัชระหรือพี่ชายหนึ่งวางจานขนมหวานลงบนโต๊ะแล้วทิ้งตัวนั่งข้างน้องชายคนกลาง

แพลนเน็ต ออฟ ดิแอปส์ครับ พี่ชายหนึ่งต้องไม่รู้จักแน่เลยคนตัวบางยกหนังสือขึ้นมานำเสนอพี่ชายของตนด้วยความตื่นเต้น

หนังสือเกี่ยวกับลิงหรือ

ใช่ครับ เป็นเรื่องที่ลิงฉลาดพอ ๆ กับมนุษย์แล้วลุกขึ้นสู้คุณชายสองเล่าเรื่องคร่าว ๆ ให้กับพี่ชายฟัง แล้วส่งหนังสือดังกล่าวให้กับพี่ชายหนึ่งหลังจากอีกฝ่ายยื่นมือมาขอไปดู

น่าสนใจนะ ชายสองชอบหรือครับคุณชายหนึ่งรับหนังสือเล่มหนาจากมือน้องชายแล้วเปิดดูเนื้อหา

ครับ สองชอบมาก ๆ เลยคุณชายสองยิ้มกว้าง                                   

ไม่ใช่หนังสือ พี่หมายถึงสิ่งนี้คนเป็นพี่หยิบเนคไทกลิ่นพิมเสนที่คั่นอยู่ในหน้าหนึ่งในหนังสือขึ้นมาถามยิ้ม ๆ

...คุณชายอนิละมองตามสิ่งของที่พี่ชายถืออยู่ ไม่นานใบหูก็ขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด เพราะตนลืมไปเสียสนิทว่าอันฬาย่อมได้กลิ่นอันฬาเหมือนกันและคงระบุได้ว่าเป็นกลิ่นของใคร คนตัวบางรีบฉวยทั้งหนังสือและเนคไทกลับมาทันทีเมื่อนึกได้ จนคุณชายหนึ่งถึงกับหลุดหัวเราะให้กับท่าทีของน้องชาย

ไม่เป็นไรหรอก ชายสองของพี่โตแล้วนี่นาคุณชายวัชระส่งยิ้มให้กับน้องชายอย่างเอ็นดู นายแพทย์หนุ่มยกมือขึ้นลูบศีรษะคนเป็นน้อง

เกี่ยวอะไรกับโตแล้วล่ะครับคุณชายสองยู่ปาก

พี่มีเรื่องอยากจะคุยกับสองครับ” 

ว่ามาสิครับคุณชายอนิละมองตามมือของพี่ชาย

อีกสองอาทิตย์สองต้องแต่งเข้าบ้านเกริกวานิช

เพล้ง! เสียงแก้วกระทบกับพื้นไม้ดังไปทั่วศาลากลางสวน เนื่องจากคุณชายสองยกมือขึ้นหนีมือของพี่ชายแล้วศอกไปชนเข้ากับแก้วที่วางอยู่บนโต๊ะ คนตัวบางตกใจจนแทบสิ้นสติ ไม่นึกเลยว่าสิ่งที่บิดาได้ขู่เอาไว้จะมาถึงเร็วปานนี้ ทั้งที่เพิ่งจะประกาศเรื่องการหมั้นหมายไปได้แค่ห้าวัน

ท่านพ่อเป็นคนเร่งรัดจัดการหรือครับคนตัวบางกล่าวด้วยใบหน้าอันตกใจระคนเศร้าโดยไม่สนแก้วใบที่แตกไป

ไม่ใช่หรอก พี่เองคุณชายหนึ่งกล่าวอย่างรู้สึกผิด

พี่ชายหนึ่งทำไมกันครับคุณชายสองหน้าเสียยิ่งกว่าเดิม เมื่อได้ยินพี่ชายที่ตนไว้เนื้อเชื่อใจกล่าวดังนั้น ใจหล่นวูบลงไปราวกับโดนหินยักษ์ถ่วงเอาไว้ ดวงตากลมนั้นเต็มไปด้วยความสงสัยและต้องการเหตุผล

เรื่องเกี่ยวกับสุขภาพของเราน่ะ ประเดี๋ยวคุณพ่อก็กลับมาแล้ว ไว้รอคุยพร้อมกันวันพรุ่งเถอะนะชายสอง แต่อยากให้รู้ไว้พี่มีเหตุผลคนเป็นพี่ค่อย ๆ พูดเพราะกลัวน้องชายจะเตลิดไปไกล แพทย์หนุ่มดึงมือของน้องชายเข้ามากอบกุมอีกครั้งเพื่อขอความเชื่อใจกลับคืน

สองเหนื่อยจังเลยครับพี่ชายหนึ่ง

คุณชายสองหลุบตาต่ำไม่ให้คนเป็นพี่เห็น จากนั้นจึงเอนหัวลงไปซบไหล่กว้างของคุณชายหนึ่ง คนเป็นพี่เองก็เอนหัวไปชนกับคนเป็นน้องเช่นกัน ไม่มีการพูดคุยต่อจากนี้ หากแต่มีเพียงเสียงนกที่ร้องเจื้อยแจ้วเพื่อทลายความเงียบลง

*****

เจ้าของร่างหนาในชุดสูทสีน้ำตาลเอี้ยวตัวใช้ต้นขาปิดประตูรถเปิดประทุนคันหรู ระหว่างนั้นเขาก็หอบหนังสือกองใหญ่ไว้ในอ้อมแขน ดั่งเพลิงผิวปากอย่างอารมณ์ดีแล้วพยักหน้าให้คนขับรถประจำบ้านให้นำรถของตนเข้าไปเก็บ ด้านหลังของเขามีเพื่อนรักอย่างนายจรัญหอบของพะรุงพะรังเดินตามมา

เข้าใจว่าเห่อตู้หนังสือใหม แต่ซื้อมามากมายขนาดนี้ หมดปีคงอ่านหมดหรอกครับไอ้เพลิงนายจรัญพูดขึ้นขณะยกขาก้าวขึ้นบันไดอย่างระมัดระวัง

อ่านไม่หมดปีนี้ก็เก็บไว้อ่านปีต่อไปซีวะดั่งเพลิงหัวเราะ

เดี๋ยวนี้ริทำตัวประหลาด รู้จักกันมาเป็นสิบ ๆ ปี เอ็งอ่านหนังสือปีละสี่เล่มได้ล่ะมัง

อะไรกันนักหนา พอเสเพลก็โดนด่า ทำตัวดีก็โดนหาว่าประหลาด

ไอ้สูทสีน้ำตาลนั่นอีก ใส่ซ้ำมาสามวันแล้วนะครับ ซักบ้างเถอะพ่อเพื่อนหน้ากลมถอนหายใจ จากนั้นเขาก็หยิบหนังสือมาวางบนตู้หนังสือขนาดใหญ่ที่ดั่งเพลิงเพิ่งซื้อมาที่ห้องส่วนตัว

เอ็งอาจจะไม่รู้ว่าเสื้อตัวนี้กลิ่นหอมดั่งเพลิงมองหนังสือโรมิโอแอนด์จูเลียตเล่มหนาในมือ ชายหนุ่มยกยิ้มโดยไม่หันไปมองเพื่อนสนิทที่กรอกตามองเพดานอย่างรำคาญใจ

เข้าข่ายเหยียดวรรณะนะโว้ยแบบนี้

ถามจริงเถอะ ทำไมขี้บ่นได้ขนาดนี้วะชายหนุ่มจับหนังสือในมือไปตบหลังเพื่อนตัวเตี้ยเบา ๆ ดั่งเพลิงหัวเราะร่าด้วยความชอบใจเมื่อนายจรัญถลึงตาใส่กลับ

อ้าว จรัญ ไม่เจอนานเป็นอย่างไรบ้างเจ้าสัวเส็งที่เดินลงมาจากชั้นสองกล่าว เมื่อเห็นสหายของบุตรชาย

สวัสดีครับ ท่านเจ้าสัว กระผมสบายดีครับนายจรัญหันไปทางเจ้าสัวเส็งแล้วยกมือขึ้นไหว้อย่างนอบน้อม

เออ ไหว้พระเถอะ แล้วนี่อะไร ตู้เพิ่งมาส่งก็แจ้นไปซื้อหนังสือแล้วรึเจ้าสัวหันไปมองดั่งเพลิงที่ทำเป็นจัดหนังสือโดยไม่สนใจผู้เป็นบิดา

ซื้อนิดซื้อหน่อย ขนหน้าแข้งป๊าไม่ร่วงหรอก

เนี่ยดูมันสิจรัญ นิสัยได้ใครมาเจ้าสัวบ่นอุบ

แหม่ เหมือนเจ้าสัวเปี๊ยบเลยครับนายจรัญกล่าวกับตัวเองเบา ๆ เมื่อเห็นสองพ่อลูกส่งสายตากวนให้กัน

มาก็ดีแล้ว มาคุยกันหน่อยไอ้มังกรผู้เป็นบิดากล่าวแล้วทิ้งตัวลงนั่งที่โซฟายุโรปทรงใหญ่

งั้นกระผมไปรอข้างนอกนะครับนายจรัญที่รู้สึกว่าตนจะเป็นคนนอกกล่าวแล้วทำท่าจะเดินออกไป

ไม่ต้อง ๆ ไม่มีอะไรหรอก จะนั่งฟังก็ได้เจ้าสัวหัวเราะแล้วตบโซฟาดังปุเป็นเชิงให้ลูกชายและสหายนั่งลง

มีอะไรหรือครับดั่งเพลิงทิ้งตัวนั่งลงสบาย ๆ แล้วถามขึ้น

ป๊าไปคุยกับท่านชายภพมาแล้วว่างานแต่งของลูกกับคุณชายสองจะจัดขึ้นในอีกสองอาทิตย์

คุณพระ!นายจรัญร้องขึ้นทันทีพลางยกมือทาบอกตัวเอง ดูแล้วคนหน้ากลมคงจะตกใจเสียยิ่งกว่าดั่งเพลิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ

ชะอ้าว เงียบเลย ไม่พอใจรึเจ้าสัวถามบุตรชายที่นั่งนิ่งดูไม่มีอาการตกใจหรือวิตกกังวลใด ๆ

ไม่ค่อยแปลกใจเท่าไรนัก ลูกได้ข่าวมาก่อนว่าเรืออังกฤษจะเทียบท่าในเดือนหน้าดั่งเพลิงหัวเราะในลำคอแล้วพูดอย่างรู้ทันคนเป็นพ่อ

งั้นหรือ ไม่ใช่ในใจดีใจจนเนื้อเต้นหรอกนะเจ้าสัวมองกลับไปยังดั่งเพลิงด้วยสายตาเรียบนิ่งเป็นเชิงวัดใจ ขณะที่นายจรัญยังนั่งตกใจอยู่

รีบจัดงานเสียขนาดนี้ ชะรอยป่านนี้วังเทววงศ์คงแตกเสียแล้วล่ะมังครับชายหนุ่มร่างหนาส่ายหัวแล้วยกยิ้มอย่างช่วยไม่ได้ เขายอมรับว่าเขาชอบและอยากครอบครองคุณชายสอง แต่เขาไม่มั่นใจว่าเขาจะอยากมีครอบครัวจริงหรือไม่

*****

กลางดึกสงัด ปอร์เช่สีแดงสดแล่นเข้ามาจอดด้านข้างวังเทววงศ์ดังเช่นทุกวัน ชายหนุ่มเจ้าของร่างหนาลอบถอนหายใจก่อนที่จะถอดสูทโยนไปยังเบาะหลัง ดั่งเพลิงทอดสายตามองไปยังห้องชั้นสองด้านริมซ้ายสุดที่ยังคงเปิดไฟเอาไว้ ทั้งที่จะเป็นเวลาเกือบสามทุ่มแล้วก็ตาม ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เหมือนกันที่เขามาเฝ้ามองหน้าต่างห้องนอนคุณชายสองทุกคืนจนกว่าไฟจะดับลง

เจ้าของใบหน้าหล่อที่หลายคนคลั่งไคล้ตอนนี้กลับเป็นกังวลอย่างเห็นได้ชัด ความเจ็บที่หน้าอกซ้ายมันรบกวนตัวเขาเองมาตั้งแต่ช่วงกลางวัน แม้ไม่อยากจะเชื่อเรื่องหลังผูกชะตาแล้วความรู้สึกจะเชื่อมถึงกันได้ แต่ดั่งเพลิงเองก็รู้ดีว่าความรู้สึกนี้ไม่ได้เป็นของเขา หากแต่เป็นของอีกคนที่อยู่ในห้องนอนห้องนั้น

ชายหนุ่มนึกแปลกใจที่ขณะนี้จวนจะสี่ทุ่ม แต่ไฟของห้องคุณชายสองก็ยังไม่ดับลง จนกระทั่งสายตาคมลอบเห็นความเคลื่อนไหวในต้นไม้ริมรั้วของวังที่ดูรุนแรงผิดปกติ มือหนาควานหยิบปืนพกที่เจ้าตัวพกไว้เสมอจากลิ้นชักด้านหน้า ก่อนจะจับมันมาถือไว้ในมือ

ขโมยรึ

ดั่งเพลิงเบิกตากว้างทันทีเมื่อเห็นร่างของชายคนหนึ่งปีนออกมาจากรั้วของวัง ไม่ใช่เพราะว่าเป็นโจรแต่อย่างใด หากแต่เขามั่นใจว่าชายคนนั้นเป็นคุณชายเจ้าของห้องที่เขาแอบมองทุกคืน คุณชายสองทิ้งฝีเท้าลงกับพื้นอย่างเงียบเชียบที่สุด จากนั้นก็หยิบกระเป๋าถือขนาดกลางขึ้นมา คนตัวผอมพยายามเดินเลียบกำแพงวัง โดยไม่รู้ตัวว่าดั่งเพลิงเองก็ลอบมองการกระทำของตนอย่างขบขัน

ชายหนุ่มเห็นดังนั้นจึงไม่รอช้าติดเครื่องยนต์ขับไปขนาบข้างคุณชายผู้กำลังเดินอยู่ ทันทีที่ได้ยินเสียงรถ คุณชายก็หันมามองด้วยความตกใจ ยามเมื่อรถยุโรปสีแดงแล่นมาใกล้มากขึ้นก็ทำให้คนตัวบางหน้าบึ้งเมื่อเห็นคนขับ

มืดค่ำปานนี้จะไปไหนหรือครับคุณชายสายน้ำผึ้งดั่งเพลิงจงใจชะลอขับรถช้า ๆ ให้เร็วเท่าฝีเท้าการเดินของคุณชายสอง

จะไปไหนก็เรื่องของผมคุณชายสองมองไปยังถนนตรงหน้าโดยไม่สนใจอีกฝ่ายที่ตั้งใจจะมากวนประสาทกัน

ให้กระผมไปส่งดีไหมครับ ไม่เสียค่าใช้จ่ายนะเออ

มีธุระกงการอะไรไม่ทราบ

ก็ต้องมีซีครับ ประเดี๋ยวก็จะแต่งกันแล้ว กระผมเองก็อยากใส่ใจว่าที่ภรรยแม้ดั่งเพลิงยังพูดไม่ทันจบ แต่ประโยคนี้ก็ได้ผลเสียทีเดียวเชียวเมื่อคุณชายสองหันมามองชายหนุ่มตาขวาง

สงบปากสงบคำก็ไม่มีใครหาว่าไม่มีปากหรอกนะคนตัวบางเร่งฝีเท้าให้เดินเร็วขึ้น แต่กระนั้นดั่งเพลิงก็เร่งความเร็วรถให้มาขนาบข้างเช่นเดิม ไม่ว่าจะช้าลงหรือเร็วขึ้นคนที่ตามตื๊อก็ยังถือไพ่เหนือกว่า

หากคุณชายสองก้าวเท้าไปข้างหน้าดั่งเพลิงก็จะขับตีคู่ไป​..

หากคุณชายสองเดินถอยหลังดั่งเพลิงก็จะถอยรถตาม.. 

เอ๊ะ!?” คุณชายอนิละจิ๊ปาก

นี่คุณชายหนีออกจากวังหรือครับชายหนุ่มเลิกยียวนกวนประสาท แล้วเปลี่ยนไปถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง ยามเมื่อแสงไฟกระทบหน้าดั่งเพลิงจึงเห็นว่าดวงตาคุณชายสองบวมเป่งเหมือนกับผ่านการร้องไห้อย่างหนักมาไม่นาน

ก็รู้นี่ จะไปฟ้องใครก็เชิญเลย​ ยังไงก็ไม่มีใครสนใจผมหรอก” 

ไม่ดีเลยนะครับ

ไม่ดีอย่างไร หากผมหายไป งานแต่งก็จะไม่เกิดขึ้น ก็สมใจเราสองแล้ว

เฮ้อ ชอบคำว่า เรา เสียจริง พูดอีกได้หรือไม่ครับดั่งเพลิงทำเป็นหูทวนลมกับประโยคแรกแล้วเน้นย้ำในประโยคหลังแทน

เพราะคุณแท้ ๆ ทุกอย่างมันวุ่นวายก็เพราะคุณ!คุณชายสองเริ่มหมดความอดทนกับท่าทีของดั่งเพลิง คนตัวบางหยุดฝีเท้าแล้วกองกระเป๋ายืนนิ่ง

คุณชายเนี่ย โทษทุกอย่างเป็นยกเว้นโทษตัวเองซีนะครับดั่งเพลิงหัวเราะในลำคอ

...คนตัวบางเมื่อได้ยินดังนั้นดวงตากลมก็หลุบต่ำลงไม่สบตากับอีกคนที่นั่งอยู่ในรถ บางทีอาจจะเพราะถ้อยคำที่ดั่งเพลิงพูดมันจี้ใจดำคุณชายเสียจนอีกฝ่ายพูดไม่ออก

หมดเวลาเล่นแล้ว กลับบ้านไปได้เถอะ เดี๋ยวกระผมไปส่งดั่งเพลิงเปิดประตูรถ จากนั้นก็จูงมือคุณชายจอมดื้อให้มาขึ้นรถอีกฝั่งของคนขับ

ปล่อย!คุณชายสองเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายถือวิสาสะจับเนื้อต้องตัวตนก็โวยวายทันที

คุณชายอนิละ อย่าดื้อกับผมนะ ผมไม่เหมือนพี่น้องคุณหรอกที่จะตามใจดั่งเพลิงดุคนอายุน้อยกว่าด้วยน้ำเสียงอันเย็นเยือกจนอีกคนรู้สึกกลัว

...เป็นอีกครั้งที่คุณชายสองยอมทิ้งตัวนั่งลงบนเบาะข้างคนขับรถยุโรปสีจัด คนตัวบางไม่ได้พูดอะไรแต่สายตากลับดูเจ็บปวด

ต่อให้ดื้อแพ่งสักเพียงใด แต่ท้ายที่สุดแล้วก็ไม่เคยปฎิเสธอะไรได้อยู่ดี

เอี๊ยดโครมดั่งเพลิงและคุณชายอนิละนิ่งงันทันทีเมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว ไม่ผิดแน่ว่านั่นคือเสียงรถชนกัน ในระยะไม่ไกลจากเชาทั้งสอง

ขณะที่รถปอร์เช่กำลังแล่นเข้าไปใกล้หน้าประตูวัง ทั้งสองจึงพบว่าอุบัติเหตุดังกล่าวอยู่ไม่ไกลมากนัก เนื่องจากรถคันที่ประสบอุบัติเหตุชนเข้ากับรั้วของวัง และมีคนกลุ่มหนึ่งกำลังโวยวายลั่นให้เรียกรถนำส่งคนเจ็บไปยังโรงพยาบาล

เมื่อภาพชัดเจนขึ้นคุณชายสองถึงกับตัวแข็งทื่อ เพราะเขาเห็นเด็กหนุ่มศีรษะโชกเลือดถูกพยุงไปต่อหน้าต่อตา และเด็กคนนั้นคือน้องชายของตน ส่วนคนที่พยุงไปนั้นก็ไม่ใช่ใคร แต่เป็นคุณชายหนึ่งผู้เป็นพี่ ดวงตากลมเห็นภาพหม่อมแม่ของตนร้องไห้เดินตามบุตรชายทั้งสองไม่ใกล้ไม่ไกลนัก ไม่นานรถสีดำขลับของวังก็แล่นออกไปอย่างรวดเร็ว ดั่งเพลิงที่ตั้งสติได้ก่อนก็หยุดรถแล้วรีบลงไปถามบุคคลที่ห้อมล้อมที่เกิดเหตุทันที

นี่มันเกิดอะไรขึ้นดั่งเพลิงถามคนรับใช้ของวังเทววงศ์ที่กำลังวิ่งวุ่นไปทั้งวัง

คุณชายสามน่ะขอรับ คุณชายสามวิ่งออกมาตามหาคุณชายสอง เธอเลยโดนรถชน” คนรับใช้ของวังเทววงศ์ตอบกลับดั่งเพลิง ก่อนที่จะลอบเห็นนายน้อยคนรองที่วิ่งตามมาแล้วได้ยินคำพูดเมื่อครู่เข้า

พาผมไปโรงพยาบาลทีคุณชายสองกล่าวเสียงสั่นเป็นเชิงขอร้องกับดั่งเพลิง เมื่อดั่งเพลิงขับรถไปได้สักพักคนตัวบางก็เริ่มที่จะร้องไห้ออกมาอย่างหนักเพราะความเป็นห่วงน้องชายและใจที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด

*****

โรงพยาบาลศิริราช หน้าห้องฉุกเฉินเวลานี้คับคั่งไปด้วยญาติผู้ป่วยหลากครอบครัว ตั้งแต่วรรณะสูงสุดไล่ลงมาถึงล่างสุด และหนึ่งในนั้นก็มีครอบครัวเทววงศ์อยู่ด้วยเช่นกัน

เย็บแผลเสร็จแล้วนะ แต่พักฟื้นสักคืนสองคืนก็น่าจะดีแพทย์หญิงผู้หนึ่งกล่าวกับคุณชายหนึ่ง หลังจากที่เจ้าหล่อนเดินออกมาจากห้องฆ่าเชื้อ

ขอบคุณครับคุณชายหนึ่งพยักหน้ารับแล้วยกมือไหว้ขอบคุณรุ่นพี่ของตน

...

ดั่งเพลิงลอบมองคุณชายสองที่นั่งร้องไห้อยู่เงียบ ๆ ตรงมุมที่นั่งสำหรับญาติผู้ป่วย คนตัวบางยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลของตัวเอง มืออีกข้างก็กำมือไว้แน่นบนต้นขา

นี่คุณชา

ชายสามไม่ได้เป็นอะไร แค่หัวแตกเองคุณชายหนึ่งเดินเข้าไปลูบศีรษะปลอบน้องชายคนรอง

สองทำให้ชายสามเป็นแบบนี้ สอง ฮึกสองขอโทษครับคุณชายอนิละตอบเสียงสั่น

นั่นประไร ร้องไห้น้ำตาเป็นลิตรแล้ว เดี๋ยวผมไปเอาน้ำมาให้ละกัน

ดั่งเพลิงกล่าว จากนั้นเขาก็ดินออกไปหาน้ำดื่มมาให้พวกเทววงศ์ คนตัวหนาเองก็ตงิดใจ ทำไมเขาถึงยังคงยืนหน้าสลอนรอฟังอาการคุณชายสาม ทั้งที่ตนก็ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใด ๆ ชายหนุ่มจำได้ว่าราวชั่วโมงก่อน พอมาถึงโรงพยาบาลคุณชายสองก็เอาแต่พร่ำขอโทษกับแม่กับพี่ชาย และที่ทำให้เขารู้สึกแย่ที่สุด นั่นก็คือการที่ต้องยืนมองคนตัวผอมนั่งร้องไห้เป็นชั่วโมง

ขณะเดินออกมาจากบริเวณแผนกฉุกเฉิน ชายหนุ่มก็สวนทางเข้ากับบุรุษวัยกลางคนที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งไปยังที่ ๆ ตนจากมา หากจมูกไม่เพี้ยนไป ชายคนดังกล่าวนั่นก็คือท่านชายภพเป็นแน่ เห็นว่ามีงานต่างจังหวัดสงสัยจะรีบกลับมาทันทีเมื่อทราบข่าว ดั่งเพลิงโยกคอเล็กน้อยเป็นเชิงไล่ความปวดเมื่อย ก่อนจะยิ้มหวานถามสาวพยาบาลแถวนั้นว่าจะหาน้ำดื่มได้จากไหน

ชายสามเป็นอย่างไรบ้าง?!ชายวัยกลางคนที่มาใหม่ถามขึ้นเมื่อมาถึงหน้าห้องฉุกเฉิน

หัวแตกน่ะครับท่านพ่อคุณชายหนึ่วงตอบผู้เป็นบิดา

ค่อยยังชั่วนะเจ้าสามท่านชายภพถอนหายใจเฮือกใหญ่ เขาทิ้งตัวลงนั่ง ก่อนที่สายตาจะมองไปเห็นตัวต้นเหตุของเรื่อง

...คุณชายสองหลบสายตาท่านชายภพทันทีเมื่อถูกมองด้วยท่าทีตำหนิ เขารู้ดีว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น

ถึงขึ้นจะหนีออกจากวังเลยหรือท่านชายภพถามเสียงเบา

...คุณชายสองไม่ตอบกลับไปหากเพียงแต่ก้มหน้ามองพื้น  โดยคุณชายหนึ่งกับหม่อมผกาได้เฝ้ามองบทสนทนานี้อย่างเงียบ ๆ เนื่องจากกลัวว่าจะมีการระเบิดอารมณ์กันเกิดขึ้น 

ตอบเถอะชายสอง พ่อเองก็เหนื่อยแล้ว

สองขอโทษ...ครับ

หม่อมผกาและคุณชายหนึ่งถึงกับหันไปมองหน้ากันอย่างมึนงง เมื่อคราวนี้ทั้งท่านชายภพและคุณชายสองกลับไม่ได้มีการพูดประชดประชันกันเกิดขึ้น

ไหน ๆ ก็ไหน ๆ แล้ว คุยที่นี่มันเลยละกัน ไม่อยากแต่งงานขนาดนั้นเชียวหรือ 

สองไม่อยากแต่ง

ชายหนึ่งพูดเหตุผลไปสิ หากน้องฟังแล้วยังไม่ยอมอีกก็ไม่ต้องแต่งมันแล้วคนเป็นพ่อกล่าวกับบุตรชายคนโต จากนั้นก็ถอนหายใจ

ชายสองฟังพี่นะครับ ที่ท่านพ่อกับพี่สั่งห้ามยาสองเพราะร่างกายของชายสองกำลังจะแย่คุณชายหนึ่งค่อย ๆ พูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

...คนตัวบางไม่กล่าวอะไรเพียงแต่พยักหน้าให้พี่ชายพูดต่อ

สองใช้ยามากเกินไป แล้วตอนนี้ร่างกายสองมันเริ่มจะต่อต้าน หากกินยาอีกไม่กี่ครั้งมันจะไม่ระงับกลิ่นให้สอง แต่กลิ่นของสองจะแรงกว่าเดิม และนั่นจะทำให้สองอาจจะมีลูกไม่ได้

ลูกงั้นหรือ สองไม่เคยคิดจะมีคุณชายสองกล่าวเบา ๆ

สองแน่ใจแล้วหรือ พี่หมายความว่าสองมั่นใจในตัวเองแล้วจริงใช่ไหมกับสิ่งที่สองพูดออกมาคุณชายหนึ่งย้ำถามกับน้องชายอีกครั้ง เขามั่นใจว่าต่อให้ในตอนนี้คุณชายสองไม่คิดอยากจะมีลูก แต่ต่อไปคนเป็นน้องจะต้องอยากมีแน่นอน เพราะคนไข้แทบทั้งหมดของเขาก็เป็นเช่นนั้นหลังจากพบโซลเมท

..,สองไม่รู้ แต่สองก็ยังไม่เข้าใจว่ามันเกี่ยวอะไรกับการแต่งงาน” คนตัวบางยกมือขึ้นมาขยี้ตาที่ช้ำไปหมดของตน

ถ้าหากใช้ยาไม่ได้มันหมายความว่า ช่วงนั้น ของสองมันกำลังจะมา และพี่คิดว่าควรมีคนที่อยู่ดูแลสองเมื่อตอนนั้นมาถึง” 

นายคนนั้นน่ะหรือจะดูแลสองคุณชายสองถามพี่ชายตนเองกลับด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมจึงเป็นดั่งเพลิง ถ้าเหตุผลคือที่เป็นโซลเมทกัน มันก็ยิ่งปวดใจที่ทั้งตนและดั่งเพลิงไม่ได้กำหนดชะตากันเอง

ก็นายคนนั้นนั่นล่ะที่สัญญากับพี่เพื่อขอดูแลสอง

คุณชายหนึ่งกล่าว เมื่อได้ยินดังนั้นคุณชายสองก็ก้มไปมองพื้นอีกครั้งด้วยความสับสนและไม่แน่ใจ ทำไมคนอย่าง ดั่งเพลิง เกริกวานิช ถึงยอมแลกอิสรภาพตนเพื่อมาดูแลเขาด้วย ทั้งยังชอบพูดอะไรประหลาด ไม่รู้เรื่องไหนจริงเรื่องไหนหลอกนั่นอีก

ทำตัวเองทั้งนั้น คนอื่นเขาก็ทำเพราะเป็นห่วง แต่กลับก่อปัญหาซะนี่ท่านชายภพพูดขึ้น หม่อมผกาทนไม่ได้ถึงกับต้องเดินไปตีแขนสามีด้วยความโมโหกับความปากพล่อย

ท่านพ่อครับ...

จะขอไม่แต่งงั้นสิ

หากสองแต่งงาน ท่านพ่อจะภูมิใจกับสอง บ...บ้างหรือไม่... คุณชายสองเงยหน้าถามท่านชายภพด้วยน้ำตาที่นองหน้า ร่างบางสั่นเทิ้มจนคุณชายหนึ่งต้องเดินไปจับมือของน้องชายเอาไว้

ชายสองลูก ทำไมคิดเช่นนั้นหม่อมผกาย่อตัวกอดคุณชายสองที่นั่งอยู่ จนบุตรชายคนรองเม้มปากแน่นเพราะกลัวที่จะร้องไห้ไปมากกว่านี้

ภูมิใจสิ รีบแต่งได้แล้ว

...

ต่อไปจะไปไหนก็ได้ไป จะได้มีอิสระอย่างใจหวัง อยากไปไม่ใช่หรือยุโรปน่ะ 

... 

อย่าคิดไปเองว่าพ่อไม่รัก

ท่านชายจับไหล่หม่อมผกา เป็นเชิงบอกให้ภรรยาถอดอ้อมกอดจากคุณชายอนิละ จากนั้นเขาก็ย่อลงไปกอดลูกชายคนกลางบ้าง เพียงเท่านั้นคุณชายสองก็ร้องไห้โฮทันที

นานจนจำไม่ได้แล้วว่าทิฐิมันมากขนาดนี้ไปตั้งแต่เมื่อใด..

นานจนจำไม่ได้แล้วว่าความรู้สึกที่ได้กอดพ่อนั้นเป็นอย่างไร..

นานจนจำไม่ได้แล้วว่าได้รับความรักจากพ่อครั้งสุดท้ายเมื่อตอนไหน..

คุณชายหนึ่งยิ้มอย่างโล่งอกแล้วจึงสวมกอดผู้เป็นมารดา ไม่รู้เหมือนกันว่าท่านพ่อกับน้องชายจะเข้าใจกันมากขึ้นหรือไม่ แต่อย่างน้อยทั้งคู่ก็มีคนยอมลดทิฐิเพื่อเข้าหาอีกคนแล้ว

*****

               ณ ศาลาริมแม่น้ำของโรงพยาบาล ดั่งเพลิงทอดสายตามองไปยังผืนน้ำสีดำสนิท  จิตใจของเขาสงบลงมาก หลังจากที่เขาจะทะเล่อทะล่าเอาน้ำไปบริการให้กับครอบครัวเทววงศ์ แต่แล้วเปลี่ยนใจ เมื่อได้ยินบทสนทนาของคุณชายสองและท่านชายภพ ก็นึกยินดีที่พ่อลูกเขารักกันแต่ทำไมไม่รู้คนตัวหนากลับรู้สึกว่างเปล่า

สองไม่อยากแต่ง

ชายหนุ่มหัวเราะหึในลำคอแล้วยกมือขึ้นลูบหัวตัวเองอย่างไม่เข้าใจ ว่าทำไมตนต้องเก็บคำพูดของคุณชายนั่นมาใส่ใจมากขนาดนี้ ทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้อยากแต่งเหมือนกันในทีแรก ถ้าไม่ได้แต่งมันก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้กลับไปสำมะเหรกเกเรได้เต็มที่ ไม่รู้จะอยากมีภาระไปทำไม

บ้านช่องไม่มีกลับหรือไงดั่งเพลิงหันหน้าไปหาเจ้าของกลิ่นดอกสายน้ำผึ้งอันแสนรุนแรง ในใจก็นึกสงสัยอยู่แล้วว่าทำไมกลิ่นจากเสื้อสูทถึงแรงนัก แต่เปล่าเลย มันมาจากเจ้าของกลิ่นที่มายืนอยู่ทางด้านหลังต่างหาก

ประเดี๋ยวก็กลับแล้วครับคุณชาย เป็นห่วงกระผมหรือดั่งเพลิงยิ้มกวน

มาไล่กลับต่างหาก ขวางหูขวางตาคุณชายอนิละยู่ปากด้วยความเคยชิน

รำคาญกันปานนั้นเลย

ก็ใช่น่ะซี รู้ตัวก็กลับไปได้แล้ว

คุณชายเถอะ จะมายืนดูจันทร์อะไรดึก ๆ ดื่น ๆ กลิ่นแรงขนาดนี้เดี๋ยวก็โดนใครที่ไหนไม่รู้งับคอเข้าให้เสียหรอกดั่งเพลิงลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วบิดขี้เกียจ

ก็คืนนี้ผมนอนเฝ้าชายสามกับพี่ชายหนึ่งว่าแต่กลิ่น มมันแรงขนาดนั้นเลยหรือคุณชายสองยกมือขึ้นจับต้นคอของตนอย่างหวาดระแวง

ใช่ครับ ไม่รีบกลับเข้าไป กระผมนี่ล่ะจะงับคอคุณชายคนตัวหนาแสร้งทำเป็นแยกเขี้ยวใส่คุณชายสองจนคุณชายเองถึงกับถอยหลังไปชนกับเสาท่าเรือ

มันผิดกฎหมาย!เจ้าของดวงตากลมดูตกใจไม่น้อยจนยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดลำคอซ้ายขวา ถึงคุณชายสองจะถูกเลี้ยงในกรงทอง แต่ก็ใช่จะไม่รู้ว่าการตีตรากาฬวิฬาร์โดยไม่ยินยอมนั้นผิดกฏหมาย

ล้อเล่นน่ะครับ ให้กระผมเดินไปส่งเถอะดั่งเพลิงหัวเราะ

“เป็นโรคจิตหรือ แวะจิตเวชเสียหน่อยไหม”

คุณชายสองบ่นอุบ แต่ก็เดินนำดั่งเพลิงกลับไปยังอาคารของโรงพยาบาล และไม่ห้ามปรามหากอีกฝ่ายจะตามไปส่ง ถ้าไม่ใช่เพราะพี่ชายหนึ่งให้เขามาบอกดั่งเพลิงกลับบ้าน เขาก็ไม่มาหรอก กวนประสาทเสียขนาดนี้

ถึงแล้ว กลับไปได้แล้วไปคุณชายสองกล่าวกับดั่งเพลิงเมื่อถึงหน้าห้องที่ชายสามพักฟื้นอยู่

งั้นก็ราตรีสวัสดิ์ครับคนตัวหนายกมือขึ้นโบกแบบพวกฝรั่งแล้วทำท่าจะเดินกลับไป

นี่นายเพลิง...

ว่าอย่างไรครับดั่งเพลิงหันหลังกลับตามเสียงเรียกของคุณชายสอง

หนังสือที่เอามาให้อ่านจบหมดแล้ว

ครับ

คราวหน้าถ้าเอามาก็เอามาเยอะกว่านี้หน่อยสิ

ซะงั้นกันคุณชาย ไอ้กระผมก็นึกว่าจะขอบคุณซะอีก

จำเป็นหรือ กับนายไม่เห็นจำเป็น

งั้นก็แย่หน่อยล่ะครับ เพราะผมคงไม่ได้ไปวังเทววงศ์สักพักดั่งเพลิงถอดเสื้อสูทสีน้ำตาลของตนแล้วเอามันขึ้นมาพาดกับบ่าเพราะอากาศร้อน

งั้นหรือ...” คุณชายสองตอบกลับเสียงเบา

ครับ คนจีนเขาถือว่าบ่าวสาวห้ามเจอกันก่อนหมั้นเจ็ดวัน เหมือนว่าจะหมั้นเช้าแต่งเย็นเสียด้วย ระหว่างนี้ก็ซ้อมยกน้ำชาเอาซะนะครับคุณชาย 

ใครจะแต่งกับนายไม่ทราบ 

ก็คุณชายยังไงล่ะครับ ผูกชะตากับกระผมแล้วก็รับผิดชอบกันหน่อยสิดั่งเพลิงกล่าว

งั้นก็โชคร้ายหน่อยนะ เพราะผมน่ะเป็นตัวซวย ไม่รู้ว่าหากไปอยู่บ้านเกริกวานิชแล้วนั้นความวิบัติอะไรจะเกิดขึ้นบ้างคุณชายสองยิ้มเยาะอย่างถือดี

ของแบบนี้มันก็ต้องพิสูจน์แล้วล่ะครับคุณชาย ว่าจะซวยจริงหรือไม่คนตัวหนาตอบกลับอย่างไม่เกรงกลัวคำขู่ที่เหมือนเด็ก กลับรู้สึกขบขันเพราะเหมือนลูกแมวขู่ฟ่อไม่มีผิด

“...” คุณชายสองขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจแล้วมองดั่งเพลิงตาขวาง

เอาอย่างนี้แล้วกัน ถือเสียว่าผมให้เวลาคุณชายจนถึงวันแต่ง หากแต่งก็เข้าร่วมพิธีเสีย หากไม่แต่งก็ล่มงานไปซะ กู้ดไนท์ครับ” 

ดั่งเพลิงยกยิ้มมุมปากอย่างที่ทำเป็นประจำ จากนั้นจึงเดินจากไปปล่อยให้คุณชายสองยืนนิ่งมองเขาหายไปจนลับตา คนร่างบางทิ้งตัวลงนั่งยังม้านั่งอีกครั้​ง​ ล้วงกระเป๋ากางเกงของตนเพื่อดึงเนคไทสีเขียวอ่อนขึ้นมาแล้วคุณชายสองก็ดึงมันเล่นด้วยความหงุดหงิดใจ

*****

ขบวนขันหมากยาวสุดลูกหูลูกตาจากเกริกวานิชใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมงจึงจะมาถึงวังเทววงศ์ ทั้งจำนวนพานที่ใส่ทองและเงินเป็นฟ่อน รวมทั้งผลหมากรากไม้ที่ห่อด้วยกระดาษแดงนั้น ช่างสมศักดิ์ศรีที่งานนี้เป็นงานมงคลระหว่างบุตรของ เจ้าสัวเส็ง เกริกวานิช มังกรแห่งธุรกิจขนส่งสินค้าและเจ้ากรมศุลกากรอย่าง ท่านชายภพ เทววงศ์ ยิ่งนัก ผู้คนที่สัญจรไปมาต่างหยุดดูขบวนดังกล่าวระหว่างทางด้วยความสนใจ ไม่ช้าก็เร็ว ผู้คนก็คงโจษจันกับความหน้าใหญ่ใจโตของเจ้าสัวเส็งไปทั่วพระนคร

ดั่งเพลิงในชุดสูทสีดำหากแต่ผูกไทค์เป็นสีแดงเข้มเพื่อให้ดูโดดเด่นเข้ากับงาน ผู้เป็นเจ้าบ่าวยื่นซองแล้วซองเล่าให้กับหนุ่มสาวที่กั้นประตูเงินประตูทองอยู่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม แจกยิ้มไปทั่วเหมือนอย่างเคยแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันแต่งงานก็ตาม ชายหนุ่มผู้เตรียมใจมาไม่มากก็น้อยทิ้งตัวลงนั่งกับพรมราคาแพง หน้าโซฟาที่มีผู้หลักผู้ใหญ่อยู่เพื่อรอทำพิธียกน้ำชา ใจนึกหวังแค่พิธีจบได้เร็วเท่าไหร่ยิ่งดีเพราะในขณะนี้กำลังเบื่อได้ที่

เห้ย ไอ้เพลิงปกติแล้วเอ็งต้องขึ้นไปรับคู่หมั้นหรือเปล่าวะนายจรัญที่นั่งอยู่ด้านหลังกับคุณภัทรผู้เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวกระซิบถาม

ไม่รู้เหมือนกันว่ะ ป๊าบอกว่าไม่ได้เข้มงวดปานนั้น ก็รอจนกว่าคุณชายเขาจะเสด็จลงมาละกัน ถ้าไม่ลงมางานก็ล่มดั่งเพลิงกระซิบตอบเพื่อนของตน ก่อนจะกลั้นหาวเนื่องจากต้องตื่นเช้ามาเตรียมตัว จนคุณชายสามที่นั่งอยู่อีกฝั่งอดไม่ได้ที่จะส่งสายตาตำหนิท่าทางที่ดูสบายเกินไปของเขา

ใกล้จะได้ฤกษ์แล้วนะว้อย สงสัยเจ้าบ่าวจะโดนทิ้งเสียแล้วว่ะไอ้คุณภัทรเพื่อนหน้ากลมหันไปหัวเราะคิกคักกับคุณภัทร แต่นายทหารหนุ่มกลับนั่งนิ่ง มองไปยังที่นั่งที่คุณชายหนึ่งกับหม่อมเจ้ามิ่งขวัญนั่งอยู่

แขกเหรื่อในงานเช้าเริ่มกระซิบกระซาบกันว่าอาจมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นในงานเสียแล้ว เมื่อใกล้ถึงเวลาทำพิธีคนสำคัญของงานอีกคนอย่างคุณชายสองกลับไม่ลงมาเสียที เป็นเรื่องยากที่จะเลี่ยงการถูกนินทา หลังจากที่ทางเกริกวานิชและเทววงศ์ประกาศวันแต่งสายฟ้าแลบของทั้งคู่ มันก็เกิดข่าวลือไปในทางเสียหายมากมาย เช่น การแต่งงานเพื่อธุรกิจ การตรีตรากาฬวิฬาร์โดยไม่สมยอม หรือเลวร้ายที่สุดก็คือข่าวลือที่ว่าคุณชายอนิละนั้นตั้งท้อง

แม้ปากจะบอกว่าง่วงหรือเบื่อเพียงใด แต่สายตาของดั่งเพลิงก็มองไปยังบันไดกลางของวังทุกสามวินาที จนในที่สุดชายหนุ่มก็มองไปเห็นชายหนุ่มอีกคนในชุดสูทสีดำ กับทรงผมที่ถูกจัดให้ปล่อยลงมาด้านหน้าทั้งหมด ผมหน้าม้าของเขาถูกแหวกเผยให้เห็นหน้าผากเล็กน้อย ดวงตากลมเป็นประกายสวยสะกดเหมือนทุกวัน ขณะลงบันไดชายหนุ่มเจ้าของร่างบางก็ยกมือเกาคอแล้วยกยิ้มให้กับแขกเหรื่อที่กำลังรอคอยตนเพราะความเขินอาย จนได้ยินเสียงของอันฬาและบรรตาหนุ่มหลายคนบ่นกันระงมด้วยความเสียดาย ที่ไม่เคยรู้เลยว่าบุตรชายคนรองของเทววงศ์เป็นกาฬวิฬาร์​

ปั๊ดโถ่ว้อย คุณชายสองโคตรจะน่ารักเลยว่ะไอ้เพลิง!

ฉันรู้แล้ว” ชายหนุ่มยกยิ้มขณะมองไปยังคุณชายสองด้วยความพอใจ​ เพราะสุดท้ายแล้วก็ไม่มีใครรู้อยู่ดีว่ากลิ่นดอกสายน้ำผึ้งนั้นหอมหวานเพียงใดนอกจากเขา

 

#มนต์วิฬาร์

 

TALK: สวัสดีค่ะ ชิววี่ค่า ไม่น่าเชื่อว่าจะห่างหายจากการอัพไปนานขนาดนี้ ปล่อยให้รอกันนานเลย ขออภัยนะคะ

 

ในตอนนี้ท่าทางจะมีหลากหลายอารมณ์มากเลย ตกลงจะยังไงดีคะพี่เพลิงชอบน้องหรือไม่ชอบ สงสารคุณชายสองมากเลยค่ะ อย่างที่กล่าวไว้ว่าสุดท้ายแล้วน้องก็แทบจะไม่เคยได้เลือกอะไรเองเลยในทุกเรื่อง แต่ว่าในซีนสุดท้ายน้องเป็นคนเลือกเองค่ะที่จะลงมาประกอบพิธีกับเพลิง

 

สุดท้ายนี้ขอบคุณมากเลยนะคะที่รอและติดตามหวังว่าจะได้เจอกันเร็วๆ นี้นะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.825K ครั้ง

13,540 ความคิดเห็น

  1. #13515 Cap.MilanP (@aileen93) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2562 / 10:19
    ท่านพ่อห่วงชายสองมากๆๆๆต่างหาก
    #13515
    0
  2. #13501 theAce95 (@saizyne) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 05:19
    โอ้ย ไรท์แต่งดีโคตรรรรรรรรรๆ เลยค่ะ น้ำตาไหลเลย แงงงงงงงงงง เก่งมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ นี่พูดจริงๆนะคะ สุดยอด
    #13501
    0
  3. #13456 Eloping (@Eloping) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มิถุนายน 2562 / 04:58
    อ่านถึงที่พ่อว่า อย่าคิดไปเองว่าพ่อไม่รักนี่น้ำตาซึม ซึ้งงงง
    #13456
    0
  4. #13451 celpotter (@celpotter) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 มิถุนายน 2562 / 01:58
    เขินประโยคสุดท้ายยยย
    #13451
    0
  5. #13422 Nielongforever9 (@Nielongforever9) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 16:56

    แง้ๆๆสงสารชายสองมากๆเลยฮือออแต่เพลิงเค้าเป็นคนดีนะ

    #13422
    0
  6. #13414 yuiiji (@majoomajoo) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2562 / 22:35
    เหมือนเป็นไบโพล่าแล้วอ่ะ ร้องจนหมอนเปียกละก็มาเขินทั้งน้ำตาต่อได้เลย
    #13414
    0
  7. #13406 sooji26 (@sooji26) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 22:33
    "ฉันรู้เเล้ว"
    จ้าาาาาาาาาาา
    (เขินเเทน)
    #13406
    0
  8. #13363 s-wu (@s-wu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 พฤษภาคม 2562 / 01:42
    เก็บอาการหน่อยพี่เพลิง 5555555555
    #13363
    0
  9. #13348 om_kanokrat (@kanokrat123) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 01:19
    ใจน้องงงงง
    #13348
    0
  10. #13322 markbam3105 (@markbam3105) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 21:26
    หมันไส้คุณเพลิงว่ะ
    #13322
    0
  11. #13275 hello_jahja (@hello_jahja) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 เมษายน 2562 / 09:20
    น่ารัก น่ารักจนเกือบอั้นกรี้ดไม่ไหวแหนะค่ะ น้องชายสอง ลูกก
    #13275
    0
  12. #13258 [F.S]Fang_041 (@octobersena2706) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 เมษายน 2562 / 18:50
    แอ๊กก เขินน
    #13258
    0
  13. #13211 pat_15 (@pat_15) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 18:34
    เขินสุด แงงงง
    #13211
    0
  14. #13136 `โรฮันลัสกี้★ (@oam-kus40) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 00:58
    ในที่สุด ชายสองก็ได้เคลียร์ใจกับพ่อแล้ว ~ แล้วก็จะงานแต่งกันแล้ว ฮือออ~~
    #13136
    0
  15. #13119 my father will hear about this. (@aroonratdevil) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 14:40
    กรี๊ดดดดดดดดดดดแต่งกันแล้ว เขินเด้ออ ฉากคุณพ่อกับชายสองก็คือน้ำตาซึมแล้ว มันดีมากๆเลย ทีนี้คุณชายสองเข้าใจแล้วใช่มั้ยคะ ละประโยคสุดท้ายของนายเพลิง มันแบบ กลั้นยิ้มจนเมื่อยแก้ม
    #13119
    0
  16. วันที่ 7 เมษายน 2562 / 13:56
    แอบหน่วงตอนที่ดั่งเพลิงไปได้ยินคุณชายสองพูดว่าไม่อยากแต่งอ่ะ แงงง แต่เค้าก็ได้แต่งแล้วนะะะะ ฮือออ
    #13094
    0
  17. #13086 2meeye (@2meeye) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 22:42
    แงงงง ประโยคสุดท้ายคือเขินมากไม่ไหวแล้วแม่
    #13086
    0
  18. #13006 greentealatte ♡ (@qltz) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มีนาคม 2562 / 09:35
    อุแง น้องเขินอ่ะ คือกลับมาอ่านแล้วก็ไม่รู้จะคอมเม้นต์อะไร แต่อยากกอ่านอีก555555
    #13006
    0
  19. #12992 Kik_loling (@KIKJUNG130349) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 21:36
    เราติดตรงที่ดั่งเพลิงเค้าน้อยใจนะที่ชายสองไม่อยากแต่งด้วยอะ คือถ้าเป็นเราถ้าอีกคนไม่อยากแต่งต่อให้รักก็แอบนอยด์อยู่นะ
    #12992
    0
  20. #12987 Inthira (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 12:18

    ฉากพ่อกับชายสองคืออ่านไปน้ำตาไหลออกมาเองเลยค่ะดีมากจริงๆ

    #12987
    0
  21. #12986 Inthira (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มีนาคม 2562 / 12:17

    ฉากพ่อกับชายสองคืออ่านไปน้ำตาไหลออกมาเองเลยค่ะดีมากจริงๆ

    #12986
    0
  22. #12958 JaiToFu (@jaitofu) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 16:01

    ชายหนึ่งพูดได้ดีย์ 55555 ชอบหนังสือหรือชอบคนเอาหนังสือมาให้น้าาา ขี้ชงที่สุดในพระนครก็ชายหนึ่งนี่แหละ55555 แหมมมมม่ดั่งเพลิงงงงงง ก็คิดตามจรัญนะ ทำไมถึงใส่สามวันเลยวะ อ่ออออออออออ เสื้อมันมีกลิ่นหอมนี่เองงง ใช้น้ำหอมอะไรนะ อ่ออออ น้ำหอมจากชายสองหรอ อ่ออออออ แหมมม่ หมั่นไส้จริงๆ

    ชายส๊ามมมมมม!! น้องใบชาของพี่ แงงงงงงงงง ทำไมต้องรีบขนาดนั้นด้วย เป็นอะไรไปขึ้นมาจะทำยังไงง ฮื้อออออ

    เข้าใจหรือยังเจ้าสองงงง นายเพลิงขนาดรับคำสัญญาจะดูแลสองเลยนะ โคตรหล่อ ถ้าสองไม่เอาเราจะขอแล้วนะ! โฮกกกกกก อะไรกันเนี้ยยยยยยย จะร้องไห้ ใช่ๆ น้องสองอย่าคิดไปเองสิว่าพ่อไม่รัก น้องสองถามคุณพ่อก่อน ฮื้อออ

    เอ๊ะะะะ อะไรกัน บรรยากาศเขอะๆเขินๆนี่มันอะไรกันนนน น้องสองชวนพี่เพลิงเข้าบ้านแล้วววว! กริ๊ดดดดดดดดดดดดด


    ....ฮึก ในที่สุดดด น้องก็ยอมลงมาแล้ว นี่คิดนะถ้าน้องสองไม่ยอมลงมาจะทำไงวะ โอ๊ยยยยย เรื่องมันต้องแบบวุ่นมากขึ้นแน่ๆเลย เพลิงงงงงง อย่าทำอะไรน้องถ้าน้องไม่ต้องการนะโว้ยยยยยยยย

    #12958
    0
  23. #12941 Yonkamon (@Yonkamon) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 15:59
    น่าหมั่นไส้ว่ะๆๆๆ
    #12941
    0
  24. #12901 ฉันณยอน (@monachetae) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 12:33
    ฉากพ่อลูกบรรยายดีมากเลยค่ะ แงง
    #12901
    0
  25. #12875 imavikur (@rayfa) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:14
    เนี่ยยยย ฉันรู้แล้วว หมั่นไส้เหลือเกินนน
    #12875
    0