ตอนที่ 13 : EP 12 | ลูกเป็ดพบบรรพบุรุษ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14462
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 171 ครั้ง
    12 พ.ค. 59

 
HASHTAG : #แด๊ดดี้เดฟ
(รักเป็ด อย่าทิ้งเป็ดไว้กลางทางกันนะฮับ !)
 
 
 
EP 12 | ลูกเป็ดพบบรรพบุรุษ

 

[ Note : กรุณาใช้วิจารณญาณนะคะ ]

 

          เสียงเครื่องปรับอากาศภายในห้องนอนส่งเสียงออกมาอย่างแผ่วเบา เช่นเดียวกับลมหายใจของชายหนุ่มร่างสูงบนเตียงนอนที่แสนจะนุ่มสบายในยามเช้าช่างเป็นสวรรค์ที่ชวนให้นอนจมไปกับความฝัน อากาศเย็นๆกับผ้านวมนุ่มๆเป็นอะไรที่เข้ากันดีที่สุดแล้วใช่ไหมล่ะ

            และถ้ายามเช้าอันแสนสุขของชายหนุ่มคือการที่ได้นอนบนเตียงนุ่มๆในตอนเช้าของทุกๆวันฉันใดแล้วล่ะก็ ยามเช้าอันแสนสุขของเหล่าสิ่งมีชีวิตตัวกลมๆลักษณะเป็นก้อนจำนวนสองชีวิตผู้มากับความมืดมิดที่ถูกผ้าม่านกรองแสงแดดยามเช้าก็คือการยืนอยู่ปลายเตียงแล้วกำลังมองหน้ากันอยู่เพื่อวางแผนอะไรบางอย่างก็ฉันนั้น

 

            “มันจะได้ผลจริงๆหรอจาจา ?เสียงกระซิบกระซาบของก้อนกลมๆผมปอยชมพูที่ยืนหอบตุ๊กตาโพโรโระสุดที่รักอยู่ถามผู้นำขบวนการที่จะพากันมาปลุกคุณพ่อจำเป็นในเช้าวันนี้

            ก็บอกว่าอย่าเรียกจาจาไงเล่า !” แก้มอูมๆของเด็กน้อยผมทองอูมขึ้นอย่างไม่ชอบใจนัก มันต้องได้ผลซี่ เมื่อกี๊ในการ์ตูนก็ทำแบบนี้นี่นาและเจ้าของแผนการก็ตอบอย่างมั่นอกมั่นใจ

            ฮื่อ…” เมื่อเห็นว่าพี่ชายเบอร์สองตอบอย่างมั่นใจ เจ้าก้อนน้องรองสุดท้องก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆอย่างตามน้ำ

            เอาล่ะนะ…”

 

          ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ ฟึ่บ ~

 

            ว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!!!!!!!!!!!”

 

            ผ้าห่มผืนหนาถูกสะบัดขึ้นด้วยแรงของชายหนุ่มที่สะดุ้งโหยงขึ้นมาอย่างแรงหลังจากที่ถูกวัตถุประหลาดบางอย่างถูไถเข้าที่ฝ่าเท้าเบาๆ หากแต่เพราะเนื้อสัมผัสอันเบาบางของวัตถุดังกล่าวกลับทำให้ความรุนแรงในการจู่โจมเพิ่มระดับขึ้นได้อย่างน่าอัศจรรย์

 

            “แด๊ดดี้ตื่นแล้ว !” เมื่อเห็นว่าผู้ถูกโจมตีในยามเช้าลุกขึ้นมานั่งบนเตียงในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง เสียงแหลมใสของสองเด็กน้อยที่รับหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุกในเช้าวันนี้ก็ส่งเสียงร้องออกมาโดยไม่ได้สนใจว่าคนถูกรังแกในยามเช้าจะทำสีหน้ายังไง

            เฮ้…” และแจบอมเองที่ถูกปลุกเหมือนกับทุกๆเช้าก็ได้แต่นั่งขยี้ผมอย่างเซ็งๆ ขอฉันนอนแล้วตื่นเองแบบปกติๆบ้างได้ไหม ?ถึงจะพูดแบบนั้น แต่มือเจ้ากรรมก็นั่งพับผ้าห่มเสียแล้ว

 

          ใครมันจะไปหลับต่อลงวะ !!

 

            “ไม่เอาน่าแด๊ดดี้ เช้าแล้วน้า ~และเจ้าก้อนตัวกลมทั้งสองก็พากันปีนป่ายขึ้นมาบนเตียงนอนของแจบอม ก่อนจะกลิ้งกลุกๆม้วนตัวไปกับผ้าห่มที่แจบอมกำลังพับอยู่

           

            แจบอมพยายามตบเข้าที่แก้มของตัวเองเพื่อให้ตื่นเต็มตา ก่อนจะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เขากำลังสงสัยอยู่ไม่น้อยว่าพวกเด็กๆใช้วิธีอะไรมาปลุกเขาเมื่อครู่นี้ แต่ที่แจบอมจำได้ก็คือ สัมผัสที่แสนจะสยึมกึ๋ยสยิวกิ้วที่เท้าของเขามันก็พาลทำให้เขาตื่นขึ้นมาแล้วก็โวยวายอย่างที่เห็นเมื่อครู่นี้นั่นล่ะ

            และในขณะที่กำลังคิดหาคำตอบอยู่นั้น คำตอบที่แจบอมต้องการได้รับก็ปรากฏขึ้นมา เมื่อดวงตาคมเหลือบไปเห็นวัตถุสีน้ำตาลอ่อนอันเล็กๆที่อยู่ในมือของแจ็คสันกับแบมแบมคนละชิ้น และทุกอย่างก็ถึงบางอ้อโดยทันที

 

          โอ้โหโว้ย !! วันนี้เล่นใช้ขนนกจากไม้ขนไก่เลยเหรอ !?!

 

          บางทีแจบอมก็คิดนะ ว่าเจ้าพวกนี้ชักจะเพิ่มเลเวลการปลุกเขาแปลกขึ้นทุกวัน ทุกวัน

 

            ทว่า โทษพวกเด็กๆที่ช่างครีเอทฝ่ายเดียวก็ไม่ได้ บางทีก็ต้องโทษความบ้าจี้ของตัวเองด้วยที่ดันมาแพ้ให้ขนนกอันเบาบางในมือของเจ้าตัวแสบทั้งสองที่ทำเอาเขาสะดุ้งเมื่อถูกไอ้ขนนกที่ว่านั่นลูบไล้เข้าที่ฝ่าเท้าของตัวเอง (คิดว่าถ้าใครบ้าจี้น่าจะเข้าใจเขาดีนะว่ามันทรมานขนาดไหน) สุดท้ายแจบอมจึงทำได้เพียงนั่งหาวหวอดๆ พร้อมกับหอบหิ้วเจ้าก้อนกลมๆทั้งสองที่ทำหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุกให้เขาในเวลาเจ็ดโมงเช้าที่ดูจะสนุกสนานกับการที่ถูกแจบอมอุ้มหนีบเข้ากับลำตัวของตัวเองในท่านอนคว่ำประหนึ่งตุ๊กตาลูกเป็ดออกมาจากห้องนอนของตัวเอง พร้อมๆกับที่พบว่าสามพี่น้องตัวกลมที่เหลือกำลังนั่งหยอดอาหารปลาให้กับปลาทองในอ่างอยู่พอดี

 

            โคโค่ยา ~ กินเยอะๆน้ายองแจที่ดูจะเอ็นดูเจ้าปลาทองตัวกลมเป็นพิเศษนั่งเท้าคางมองปลาทองตัวน้อยในอ่างแก้วอย่างชอบใจ

            เมื่อคืนนอนในบ้านสบายไหม คยอมเป็นคนเลือกเองเลยน้า โคโค่ชอบไหม ? ตามมาด้วยมนุษย์ก้อนน้องเล็กผู้มีทัศนคติอันกว้างไกล

            “รีบๆโตไวๆน้า เดี๋ยวม้ากคึจะขอให้แด๊ดดี้พาโคโค่ไปเล่นที่สนามเด็กเล่นด้วย เอมันแปลกๆนะว่าไหม ?

 

            แต่เพราะเห็นเด็กๆมีความสุขกับจินตนาการอันกว้างไกล แจบอมก็เลยไม่อยากจะขัดอะไรนัก เลยทิ้งตัวลงบนโซฟาแก้เซ็งเสียเลย ตามมาด้วยเหล่าก้อนน้อยๆที่เมื่อเห็นคุณพ่อจำเป็นออกมาจากห้องนอนแล้ว ก็รีบพากันปีนป่ายบนโซฟาทักทายยามเช้าทันที

 

            แด๊ดดี้ ~ เมื่อคืนหลับสบายไหม ?เริ่มด้วยพี่ใหญ่ผมแดงที่กระแซะเข้ามานั่งข้างๆแจบอมที่กึ่งนั่งกึ่งนอน (เอนเอียงไปทางนอน) บนโซฟา

            อา คิดว่านะ…” ตอนนอนมันก็ดีอยู่หรอก แต่ตอนตื่นนี่สิ*มองเจ้าพวกตัวร้ายแรงมาก*

           

            R R R R ~

 

            ในขณะที่กำลังปล่อยให้เจ้าพวกลูกลิง (สำหรับเขาแล้ว บางทีเจ้าก้อนพวกนี้ก็เปลี่ยนสปีชีส์ไปเรื่อยๆตามความยุกยิกน่ะนะ) ปีนป่ายทั้งบนโซฟาและบนตัวของเขาอย่างยุ่งเหยิง ไม่ได้โม้สักนิดนะ ยุ่งเหยิงจริงๆ มาร์คที่เริ่มเข้ามากอดแขนของเขา ไหนจะแบมแบมกับยูคยอมที่พากันแย่งกันว่าใครจะนอนบนตักของแจบอม ยองแจที่กอดเอวของเขาไว้ รวมไปถึงแจ็คสันที่ปีนป่ายบนขอบพนักพิงโซฟาอยู่อีกคน แต่ก็ยังไม่ทันที่แจบอมจะจับให้เจ้าพวกตัวยุ่งทั้งหลายอยู่เฉยๆ เสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน

 

            ‘ แม่ ’ --- สายเรียกเข้า

 

            ชื่อสายเรียกเข้าจากหน้าจอโทรศัพท์ทำให้แจบอมยิ้มออกมาน้อยๆ แล้วก็ไม่ลืมที่จะหันไปขอความร่วมมือจากเจ้าก้อนมนุษย์ตัวกลมที่กำลังปีนป่ายกันอย่างวุ่นวายด้วยการทำนิ้วจุ๊ๆที่ปาก ซึ่งพวกเด็กๆต่างก็หยุดความยุ่งของตัวเองเอาไว้ด้วยการทำท่ารูดซิปปากแล้วพากันนั่งจ้องแจบอมตาแป๋ว ก่อนที่ร่างสูงจะสไลด์รับโทรศัพท์ที่สั่นอยู่เนืองๆ

 

          [แจบอม หลับอยู่หรือเปล่าลูก ?] คำถามและคำทักทายแรกของหญิงสาวที่ทำให้แจบอมยิ้มออกมาในยามเช้าถามไถ่ขึ้นอย่างเป็นห่วง

            “ตื่นแล้วครับจะไม่บอกหรอกนะ ว่าตื่นเพราะโดนเด็กตัวแสบแถวๆนี้เอาขนนกมาเขี่ยเท้าน่ะ !

            [ตื่นเช้าจังเลย แสดงว่าเราก็ไม่ลืมล่ะสิ]

            “ครับ ? ลืมอะไรเหรอครับ ?เพราะคำพูดของผู้เป็นแม่จากปลายสายทำให้แจบอมเลิกคิ้วอย่างงุนงงเล็กน้อย หมายถึงอะไรหว่า ?

            [อ้าวนี่ตกลงลูกจำได้หรือจำไม่ได้เนี่ย ?] แล้วก็เพิ่มความงุนงงมากขึ้นเรื่อยๆด้วยประโยคถัดมาของแม่ที่ทำให้แจบอมได้แต่เกาหัวแกร่กๆ โดยมีดวงตากลมแป๋วทั้งห้าคู่นั่งจ้องอย่างสงสัย

            แม่ก็ช่วยเท้าความหน่อยสิครับ ฮ่าๆสารภาพเลยว่าตอนนี้แจบอมกำลังงงอยู่ไม่น้อยเลยว่าแม่ของเขากำลังจะสื่อถึงอะไร ก็เลยได้แต่หัวเราะแห้งๆแนบท้ายไปด้วย

          [อะไรกัน แม่ก็นึกว่าที่ลูกตื่นเช้าเพราะจำได้เสียอีก]

            “…”

            [วันนี้เป็นวันครบรอบที่คุณย่าเสียไง ลูกจำไม่ได้อีกแล้วเหรอ ?]

 

            แต่ทันทีที่แม่ของเขาพูดจบ แจบอมที่ตั้งท่าจะเถียงในตอนแรกก็เลยทำได้เพียงปล่อยให้ความเงียบเป็นคำพูดตอบกลับเสียงปลายสายไปแทน พร้อมกับที่ความรู้สึกผิดพุ่งเข้ามาหาเขาอีกครั้งกับคำพูดทีเล่นทีจริงของแม่ที่ตอนนี้ทำให้แจบอมได้แต่นั่งเงียบสนิท และดูเหมือนว่าเขาเองก็คงจะเงียบจนผิดปกติเกินไป เพราะอย่างนั้นมือน้อยๆของเจ้าพวกตัวแสบที่นั่งมองเขาในตอนแรกก็เริ่มเกาะแกะเข้าที่แขนขาของเขาอีกครั้งพร้อมกับเสียงใสๆที่พยายามเรียกเขาให้เบาที่สุด

 

            แด๊ดดี้…”

 

            ถึงกระนั้นแจบอมก็ทำได้แค่ส่ายหน้ากลับไปเพื่อให้พวกเด็กๆสบายใจวาเขาไม่ได้เป็นอะไร หากเพียงแค่รู้สึกผิดพอสมควรที่เขาจำวันสำคัญแบบนี้ไม่ได้อีกแล้ว

            เพราะนี่ไม่ใช่ปีแรกที่แจบอมลืมวันครบรอบการจากไปของผู้หญิงที่เลี้ยงเขามาตั้งแต่ยังเล็ก เป็นผู้หญิงอีกหนึ่งคนที่นอกเหนือจากแม่และน้องสาวที่แจบอมรักและรู้สึกผูกพันมาก แต่เพราะทุกอย่างย่อมมีเงื่อนไขของกาลเวลา ทำให้ผู้หญิงที่ได้ชื่อว่าเป็นคุณย่าของเขาจากไปพร้อมกับอายุขัยที่คุ้มค่าสำหรับหนึ่งชีวิต หากแต่การจากไปของคุณย่าเกิดขึ้นในช่วงที่แจบอมอายุได้แค่ 6 ปีเท่านั้น เพราะอย่างนั้น เวลาที่ล่วงเลยไปราวๆยี่สิบปีทำให้ย่าของเขากลายเป็นเพียงความทรงจำในวัยเยาว์

            ถึงจะฟังดูโหดร้ายนิดหน่อย แต่บางครั้งการจากลากับใครสักคนในช่วงที่ยังเป็นเด็ก มันอาจจะเสียใจเพียงไม่นาน ก่อนที่กาลเวลาจะทำให้ลืมเลือนความเสียใจ บางความทรงจำในอดีตที่ถูกลบไปพร้อมกับระยะเวลา และเลือกที่จะจำแต่สิ่งดีๆที่ครั้งหนึ่งเคยได้ทำร่วมกัน มากกว่าจะยึดติดถึงวันครบรอบ ความอาลัยอาวรณ์ หรือความโศกเศร้าเหมือนกับผู้ใหญ่ที่รู้เรื่องราวพอจะรับรู้ความจริงถึงการจากไปโดยไม่มีวันกลับ

 

            ผมขอโทษครับ…”

            [ไม่เป็นไรหรอกลูก จะจำไม่ได้ก็ไม่แปลกหรอก ก็คุณย่าเสียตั้งแต่ลูกยังเด็กนี่นะ อย่างน้อยๆแค่ลูกยังไม่ลืมคุณย่าก็พอแล้วล่ะ]

            “…”

            [น่าเสียดายที่ปีนี้บ้านเราขึ้นไปหาลูกที่โซลไม่ได้เพราะพ่อเค้าโดนที่ทำงานเรียกตัวไปต่างจังหวัด ปีนี้แม่ฝากลูกไปไหว้คุณปู่กับคุณย่าที่สุสานได้ไหมแจบอม ?]

           

            เพราะทุกปีที่วันครบรอบการจากไปของคุณย่าเวียนมาถึง ทางบ้านของแจบอมซึ่งประกอบไปด้วยพ่อ แม่ น้องสาว รวมไปถึงหลานสาวของเขาจะพากันขึ้นมาที่กรุงโซลเพื่อพากันไปไหว้บรรพบุรุษที่สุสานด้วยกัน รวมไปถึงทุกๆครั้งที่ทางบ้านของเขาเดินทางมาเยี่ยม ก็ไม่ลืมที่จะพากันไปสุสานอยู่ทุกครั้งอีกด้วย เพราะถึงแม้ว่าจะเป็นวันครบรอบการจากไปของคุณย่า แต่เพราะหลุมศพของคุณย่าและคุณปู่ของเขาตั้งอยู่ด้วยกัน อย่างไรเสียแจบอมก็ต้องไปทำความเคารพพวกท่านทั้งสองอยู่แล้ว

 

            ถึงแม่ไม่บอก ผมก็ไปอยู่แล้วล่ะ

            [ขอบใจมากนะจ๊ะ พ่อเค้าก็บ่นอยู่ว่าเสียดายที่ไปไหว้คุณปู่กับคุณย่าไม่ได้ น้องก็ติดทำเรื่องย้ายที่ทำงานอีก ปีนี้ก็เลยไม่มีใครขึ้นไปได้เลยสักคน]

            “ปู่กับย่าเข้าใจอยู่แล้วล่ะครับ

            [นั่นสิเนอะ…]

            “…”

            [แจบอมแม่คิดถึงลูกจังเลย] แล้วก็เป็นอีกครั้งที่เสียงจากปลายสายทำให้แจบอมรู้สึกวูบโหวงในใจอย่างบอกไม่ถูก [สบายดีใช่ไหมลูก ?]

            “ครับ…” แจบอมพยายามสูดหายใจเข้าเพื่อไม่ให้รู้สึกถึงความอ่อนไหวของตัวเอง ผมสบายดี เหนื่อยก็แค่เรื่องงานเฉยๆกับไอ้ตัวยุ่งทั้งห้าที่นั่งมองเขากันตาสลอนอยู่ยังไงล่ะ

            [วันไหนเหนื่อยๆก็กลับมาบ้านได้นะลูก]

            “วันนี้แม่อยู่คนเดียวใช่ไหม อย่าพาผมดราม่าสิแม่ถึงจะแกล้งพูดติดตลก แต่ที่ทำไปก็เพราะไม่อยากแม่รู้สึกเหงาที่ต้องอยู่เพียงลำพังในวันนี้

            [ก็ใช่น่ะสิ บ้านเงี้ยบเงียบ เหลือกันแค่แม่กับลูกสาวของเรานั่นแหละ]

 

          อาพูดถึงรายหลังแล้วแอบคิดถึงชอบกล ลูกสาวของเขาที่ว่าไม่ใช่มนุษย์ตัวกลมๆหรือเด็กที่ไหน แต่เป็น เจ้าโนร่า แมวพันธุ์วิเชียรมาศตัวเมียที่เขาได้มาจากแฟนเก่าสมัยมัธยม จริงจะเรียกว่าได้มาก็ไม่ถูก ต้องบอกว่าแฟนเก่าของเขาไปเจอมันข้างทางแล้วเกิดอยากเลี้ยงแต่ดันอยู่คอนโดที่ห้ามเลี้ยงสัตว์ สุดท้ายหวยก็เลยลงที่เขา แล้วไง พอเลิกกันก็กลายเป็นปัดความรับผิดชอบมาให้เขาเฉย แต่ก็ช่างเถอะ แมวมันไม่ได้รู้เรื่องด้วย อีกอย่างเขาก็รักมันมากเหมือนกันก็เลยตัดสินใจเลี้ยงต่อ แต่เพราะตอนนี้เขาเองก็อยู่คอนโดที่ห้ามเลี้ยงสัตว์เหมือนกัน (ทำไมเลี้ยงปลาทองได้ แต่เลี้ยงแมวไม่ได้ อะไรคือความยุติธรรมเหรอ ?) เจ้าโนร่าลูกรักของเขาก็เลยต้องอยู่กับแม่ที่ต่างจังหวัดไปโดยปริยาย

 

            ผมกะว่ารอบนี้ถ้าเคลียร์งานเสร็จก็จะลงไปหาพ่อกับแม่แล้วก็เจ้าน้องตัวดีแล้วเหมือนกันเพราะเริ่มวางแผนถึงการกลับต่างจังหวัดไว้ในหัว แจบอมจึงตัดสินใจบอกถึงแผนการคร่าวๆไปเพื่อให้ผู้เป็นแม่ดีใจขึ้นมาบ้าง

            [จริงเหรอลูก ? จะมาวันไหนรีบบอกแม่เลยนะ] และเสียงที่ฟังดูมีชีวิตชีวาขึ้นของแม่ก็ทำให้แจบอมได้แต่ยิ้มออกมาอย่างดีใจ [แม่อยากทำกับข้าวให้เรากินจะแย่แล้ว อยู่ที่นู่นคงกินแต่อาหารนอกบ้านล่ะสิ]

            ก็ครับตอบไปพร้อมกับใช้นิ้วเขี่ยหน้าแก้เก้อไปพลางๆที่ถูกแม่จับได้

            [ถ้าอย่างนั้น วันนี้แม่ฝากไปไหว้คุณปู่คุณย่าด้วยนะ จำได้ใช่ไหมว่าต้องซื้อของอะไรไปบ้าง]

            “จำได้ครับแจบอมตอบกลับพร้อมกับพยักหน้าเบาๆ พลางนึกถึงสิ่งที่เขาจะต้องตามหาในวันนี้

            [งั้นก็ไปเถอะลูก ไปตอนเที่ยงๆเดี๋ยวจะร้อนเอา] และดังนั้นบทสนทนาระหว่างเขากับแม่จึงถูกรวบรัดตัดตอนเพื่อไม่ให้เสียเวลา [ขับรถก็ระวังๆด้วยนะลูก เลิกใจร้อนเวลาขับรถได้แล้วนะเราน่ะ] พร้อมทั้งยังจี้ใจดำเขาแบบเน้นๆอีกด้วย

 

          แต่ก็เข้าใจล่ะนะว่าเป็นห่วง

 

            ครับ…. คิดถึงแม่นะครับ

 

            แล้วโทรศัพท์ก็ถูกตัดสายไป พร้อมกับที่แจบอมเพิ่งสังเกตว่า เจ้าตัวยุ่งทั้งห้าพากันนั่งขัดสมาธิกะพริบตาปริบๆมองเขากันตาแป๋ว และนั่นก็ทำให้แจบอมที่กำลังวางแผนถึงการทำภารกิจในวันนี้ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 

            นี่…” ในที่สุดหลังจากที่ปล่อยให้พวกเด็กๆนั่งมองเขามาพักใหญ่ แจบอมก็เริ่มส่งเสียงออกมา ไปอาบน้ำแต่งตัว เดี๋ยวเราจะออกไปข้างนอกกันพร้อมกับสั่งให้พวกเด็กๆไปทำธุระส่วนตัวเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการออกเดินทาง

 

          เอาวะถึงจะวุ่นวายไปหน่อย แต่พาไปด้วยก็คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง !?!

 

            “แด๊ดดี้จะพาพวกเราไปข้างนอกเหรอ ?เมื่อได้ยินว่าจะออกไปข้างนอก มนุษย์ก้อนผู้เบื่อหน่ายกับการอยู่เฉยอย่างแจ็คสันจึงดูจะดี๊ด๊าเป็นพิเศษ

            เราจะไปไหนกันเหรอแด๊ดดี้ ? ไปหาอาเจย์กับพิลลี่หรือเปล่า ?ตามมาด้วยคำถามที่สองของยองแจที่พาดพิงถึงเพื่อนสนิทของเขา

            หรือว่าแด๊ดดี้จะพาพวกเราไปทะเลเหรอ ?

            “เปล่าหรอก…” เมื่อเห็นว่าชื่อสถานที่แปลกๆเริ่มจะโผล่ออกมาเรื่อยๆ แจบอมจึงรีบยกมือปรามก่อนจะทำให้ทุกอย่างอยู่ในความสงบ อาจะอธิบายยังไงดีล่ะ

            “…” และท่าทีที่แจบอมกำลังคิดไม่ตกว่าเขาควรจะอธิบายให้พวกเด็กฟังอย่างไรดี ก็ทำให้เจ้าก้อนกลมๆได้แต่นั่งกะพริบตามองเขาเช่นเคย

            เอาเป็นว่าไปอาบน้ำกันก่อนเถอะ ไว้ไปถึงเมื่อไหร่เดี๋ยวก็รู้เอง

 

            สุดท้ายแจบอมก็ตัดสินใจบอกไปแบบนั้น ก่อนจะเดินนำพาเจ้าตัวแสบทั้งห้าให้ไปอาบน้ำ หลังจากที่จัดการธุระส่วนตัวทั้งของเจ้าตัวยุ่งทั้งห้ารวมไปถึงตัวเองเสร็จแล้ว นมรสช็อกโกแลตแกลลอนใหญ่ที่ถูกเทแบ่งใส่แก้วกับแซนด์วิชแฮมชีสสำเร็จรูปซึ่งวางขายอยู่ในมินิมาร์ทที่แจบอมซื้อติดมือมาตอนกลับจากออฟฟิศเมื่อวานนี้จึงถูกแจกจ่ายให้กับกลุ่มก้อนกลมๆที่นั่งยิ้มหวานรอมื้อเช้ากันอยู่บนโต๊ะ รวมถึงตัวเองด้วย

            แฟชั่นของเจ้าพวกตัวยุ่งในวันนี้ทำให้แจบอมถึงกับอดมองด้วยความหมั่นไส้ผสมเอ็นดูไม่ได้ เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนสั้นประดับด้วยโบว์คอที่คละสีกันไป มาร์คกับโบว์สีดำ แจ็คสันกับโบว์สีแดง แบมแบมกับโบว์สีเขียวน้ำทะเลลายจุดขาว ยองแจกับโบว์สีฟ้าหม่น และยูคยอมลูกหมีตัวโตกับโบว์สีแดงลายจุดขาว พร้อมกับกางเกงขาสั้นสีดำและถุงเท้าลายตัวการ์ตูนซิมป์สัน ซึ่งถือได้ว่ายังคงคุมโทนฝาแฝดลูกเป็ดกันอยู่ดี โดยการแต่งตัวในวันนี้ถูกออกแบบโดยมนุษย์ก้อนน้องรองของกลุ่มอย่างแบมแบมที่ถูกแจบอมให้ข้อจำกัดไว้ว่า ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ใส่เสื้อผ้าสีขาวดำ ดังนั้น ทุกอย่างจึงคือที่มาของชุดบนตัวของเจ้าพวกตัวแสบในวันนี้

 

          ซึ่งมันก็เป็นแฟชั่นที่น่าหมั่นไส้มาก… *มองอ่อน*

 

            ในขณะที่แจบอมเองก็เลือกที่จะใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงเข้ารูปสีดำที่แจบอมพยายามเลือกตัวที่ถูกควั่นขาน้อยที่สุด (ทำยังไงได้ ดันชอบใส่แบบนี้ก็เลยซื้อแต่กางเกงแบบนี้ติดตู้ไว้ไง) แซนด์วิชชิ้นโตถูกกำจัดหมดอย่างรวดเร็ว พร้อมกับนมรสช็อกโกแลตที่พวกเด็กๆพากันดื่มจนนมเลอะเทอะไปรอบขอบปาก (คงไม่ต้องบอกว่าแจ็คสันคือคนที่กินช้าที่สุด แถมทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ด้วย)

            หลังจากจัดการกับอาหารเช้ากันเรียบร้อยแล้ว กุญแจรถและกระเป๋าสตางค์ถูกหยิบขึ้นจากโต๊ะ พร้อมกับที่แจบอมเดินนำกลุ่มก้อนตัวกลมที่วิ่งดุ๊กๆตามหลังเขามาเป็นพรวน โชคดีที่ช่วงเช้าในวันหยุดแบบนี้ทำให้ไม่ค่อยมีผู้คนเดินเข้าออกมากนัก วันนี้แจบอมจึงไม่ต้องถูกสายตาทิ่มแทงจากเหล่าเพื่อนบ้านเหมือนเคย ก่อนจะพากันมาขึ้นรถที่จอดอยู่ชั้นใต้ดินของคอนโด โดยที่แจ็คสันยังคงยึดครองเบาะหน้าสำหรับเป็นตุ๊กตา(ล้มลุก)หน้ารถให้กับเขา และแจบอมเองก็ไม่ลืมที่จะจับพวกเด็กๆคาดเข็มขัดนิรภัยให้เรียบร้อยอีกด้วย

 

            วันนี้รถน้อยจังเลยน้าแด๊ดดี้เป็นเจ้าตุ๊กตาล้มลุกหน้ารถของแจบอมที่เริ่มเกาะขอบหน้าต่างรถมองทางด่วนในเวลาเกือบเก้าโมงของเช้าวันหยุดที่ไม่ค่อยมีรถราเท่าไหร่นัก

            แบบนี้สิดี จะได้ขับสบายๆหน่อยเพราะถนนที่ค่อนข้างโล่ง ทำให้แจบอมสามารถเอนหลังพิงเบาะรถแล้วเลี้ยงพวงมาลัยได้อย่างผ่อนคลาย

           

            เพราะไม่ต้องต่อสู้กับสงครามรถยนต์บนท้องถนน ดังนั้น รถเก๋งคู่ใจก็ถูกนำพามายังสถานที่แห่งหนึ่งที่มีสีขาวนวลตลอดรอบรั้วที่กั้นอาณาเขตไว้ภายในเวลาครึ่งชั่วโมง ก่อนที่รถจะถูกถอยเข้าซองด้านข้างสถานที่ดังกล่าว แล้วจึงหันไปปลดเข็มขัดนิรภัยให้เจ้าพวกตัวแสบทั้งหลายที่นั่งพูดจ้อกันไม่หยุดตลอดทาง

            ร่างกลมป้อมทั้งห้าชีวิตกระโดดลงมาจากรถพร้อมกับกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างตื่นตาตื่นใจกับสถานที่ที่เงียบสงบตรงหน้า เห็นได้เพียงกำแพงสีขาวที่ยาวตลอดแนวกับต้นไม้ต้นใหญ่มากมายที่อยู่ด้านในซึ่งสูงขึ้นมาจนโผล่พ้นกำแพง

 

            ที่นี่เงียบจังเลยน้ายูคยอมที่ดูเหมือนว่าจะสังเกตได้ถึงความเงียบสงัดของสถานที่พูดขึ้นมา

            นั่นซี่ แต่ก็มีรถเยอะน้า คนอื่นๆอาจจะอยู่ข้างในก็ได้ดวงตากลมโตของแบมแบมกวาดมองไปรอบๆตามประสาเด็กช่างสังเกตแล้วจึงพูดบ้าง

            เอาล่ะ เข้าไปข้างในกันเถอะ

 

            เพื่อไม่ให้เสียเวลา แจบอมจึงเดินนำหน้ากลุ่มก้อนตัวน้อยที่ยืนสนอกสนใจบรรยากาศรอบข้างของสถานที่แห่งนี้อยู่ ซึ่งสถานที่ที่เขากับพวกเด็กๆอยู่กันในตอนนี้ก็คือสถานที่ที่เป็นที่พักผ่อนของเหล่าผู้ล่วงลับ หรือที่เรียกกันว่า สุสาน นั่นเอง บรรยากาศที่เงียบสงบภายในสุสานกับลมอ่อนๆที่พัดประทะเข้ากับใบหน้าของแจบอม รวมไปถึงผู้คนอีกจำนวนหนึ่งที่กระจายตัวกันไปรอบๆสถานที่บ่งบอกได้ว่า ไม่ได้มีเพียงแค่เขาที่จะต้องมาทักทายผู้ล่วงลับเพียงลำพัง

 

            หูว ~ กว้างจังเลย !” เสียงใสของมาร์คที่ยืนจูงมือของแจบอมอยู่พูดขึ้นในขณะที่ดวงตากลมโตกวาดมองไปรอบๆภายในของสุสานที่เป็นพื้นหญ้ากว้างโล่งและเงียบสงบ มีเพียงจารึกป้ายไว้อาลัยและหลุมศพที่เรียงรายกันโดยมีช่องว่างระหว่างกันพอสมควร

            แด๊ดดี้ ที่นี่คือที่ไหนเหรอ ?และเพราะแจบอมยังไม่ได้บอกว่าเขาพาพวกเด็กๆมาอยู่ที่ใด ยองแจที่จูงมือของเขาอีกข้างจึงถามขึ้นมา

            จริงสิ ฉันลืมบอกไปเลยแจบอมสูดหายเข้าใจหนึ่งครั้ง ก่อนจะหันมามองเด็กน้อยทั้งห้าคนที่แต่งตัวเหมือนกันราวกับฝาแฝด สุสานน่ะ

            “สุสาน ? สุสานคืออะไรหรอแด๊ดดี้ ?และเพราะพวกเด็กๆกลับไร้เดียงสากว่าที่แจบอมคาดเอาไว้ คำถามต่อมาของแจ็คสันจึงทำให้แจบอมต้องยืนเรียบเรียงคำตอบอยู่ครู่หนึ่ง

            อืมมันก็เหมือนที่สำหรับพักผ่อนน่ะแจบอมทอดสายตามองสุสานที่มีพื้นที่กว้างใหญ่อย่างวูบโหวงเล็กน้อย ดูสิมีคนมาพักผ่อนเยอะแยะไปหมดเลยพร้อมกับชี้ไปยังตรงหน้าที่มีเพียงความว่างเปล่า นอกเสียจากแท่นหินสีขาวมากมายที่อยู่ถัดๆกันไปอีกหลายสิบแท่น

            ไม่เห็นจะมีใครสักคนเลยน้าแด๊ดดี้…” และท่าที่ยูคยอมยกมือขึ้นมาป้องที่ดวงตาราวกับเป็นกล้องส่องทางไกลก็ทำให้แจบอมนึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อยกับความซื่อของเจ้าลูกหมีตัวโต

            มีสิแต่บางถ้าแจบอมบอกความหมายตรงๆไปพวกเด็กๆก็คงจะไม่เข้าใจอยู่ดี เขาพักผ่อนกันอยู่ แต่พวกเราไม่เห็น แค่นั้นเอง

            “งือได้ยังไงกัน

 

            ตามมาด้วยเจ้าก้อนทั้งห้าที่พร้อมใจกันพองแก้มอย่างงุนงงเมื่อได้รับคำตอบที่ยากจะเข้าใจ ก่อนจะพากันเดินมาหยุดอยู่ที่หลุมศพซึ่งอยู่เกือบด้านในสุดของสุสาน หลุมศพสีขาวสองแท่นที่อยู่คู่กัน มีเพียงดอกไม้เก่าๆสองช่อกับถ้วยน้ำชา โดยที่บนป้ายจารึกชื่อของหลุมศพทั้งสองมีสิ่งที่เหมือนกับแจบอมมีปรากฏอยู่บนป้ายจารึกหินอ่อนอีกด้วย

 

            อิม ยูรา อิม มินอู

 

            นามสกุลและรูปถ่ายขาวดำที่ปรากฏอยู่บนป้ายจารึกของชายหญิงคู่หนึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันว่าแจบอมได้เดินทางมาถึงที่ที่บรรพบุรุษทั้งสองของเขาคงกำลังจะไปอยู่ที่ไหนสักแห่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว พร้อมกับที่พวกเด็กๆก็ได้แต่ยืนมองหลุมศพทั้งสองแท่นไม่วางตาเช่นกัน

 

            เอาล่ะ ที่นี่มีคุณย่ากับคุณปู่ของฉันพักผ่อนอยู่ สวัสดีพวกท่านสิถึงแม้ว่าบอกไปพวกเด็กๆก็คงจะไม่เข้าใจ แค่ถึงกระนั้น แจบอมก็ยังสั่งให้พวกเด็กๆทำความเคารพผู้ล่วงลับ

            “สวัสดีฮะคุณปู่คุณย่า และเด็กน้อยทั้งห้าคนก็ยังคงเป็นเด็กดีเสมอ เมื่อเหล่าก้อนกลมๆทั้งห้าพากันยืนเรียงแถวหน้าหลุมศพทั้งสอง ก่อนจะโค้งตัวทักทายเหมือนเวลาปกติทั่วไป

            ที่นี่มีคุณปู่กับคุณย่าของแด๊ดดี้อยู่หรอ ?หลังจากที่ทักทายเสร็จ มาร์คก็หันมาถามเขาด้วยความสงสัย แล้วแล้วคุณปู่คุณย่าของแด๊ดดี้จะเห็นพวกเราไหม ?พร้อมกับคำถามที่ทำเอาแจบอมถึงกับยืนนิ่งไปครู่หนึ่งเพราะไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี

            อา…” แจบอมคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบพี่ใหญ่ผมแดงที่รอฟังคำตอบด้วยความอยากรู้ ก็คงเห็นล่ะนะ

 

            จริงๆเขาเองก็ไม่รู้หรอก แต่คิดว่าผ่านไปยี่สิบปีแล้ว พวกท่านทั้งสองคงจะไปอยู่ที่ไหนสักแห่งมากกว่าแล้วล่ะ แต่ถ้าไม่ตอบแบบนี้ เชื่อเถอะว่าคำถามอีกร้อยแปดจะถูกพุ่งมายังเขาอีกแน่นอน (อย่างเช่นถ้าเขาตอบว่า คุณปู่กับคุณย่าคงจะมองไม่เห็น พวกเด็กๆก็คงจะถามว่า แล้วทำไมแด๊ดดี้ถึงรู้ล่ะว่าคุณปู่คุณย่ามองไม่เห็น อะไรทำนองนี้)

 

            จริงสิ !” ทว่า แจบอมกลับฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ฉันลืมสนิทเลยว่าต้องซื้อของที่ร้านด้านหน้าสุสานนิดหน่อย พวกนายรออยู่ตรงนี้สักเดี๋ยวได้ไหม ?

 

            เพราะจู่ๆแจบอมก็นึกขึ้นมาได้ว่า เขาลืมซื้อของสำคัญบางอย่างที่อยู่บริเวณทางเข้าสุสาน ร่างสูงจึงหันไปกำชับพวกเด็กๆให้ยืนรอบริเวณนี้ เพราะเกรงว่าถ้าขนกันไปหมดก็คงจะเสียเวลา อีกทั้งที่นี่เองก็ปลอดภัยและไม่น่ามีอะไรต้องเป็นห่วง เพราะเขาเดินไปด้านหน้าสุสานแค่สามนาทีโดยประมาณ ก็เลยตัดสินใจว่าให้พวกตัวแสบทั้งหลายรอที่นี่น่าจะดีกว่า ร่างสูงจึงถือโอกาสหยิบช่อดอกไม้เก่าๆและถ้วยน้ำชาติดมือขึ้นมาด้วย

 

            ฮื่อ ! เดี๋ยวม้ากคึจะดูแลน้องๆให้เองและหน้าที่ในการดูแลน้องๆทั้งสี่ก็ถูกรับอาสาโดยพี่ใหญ่ผมแดงอีกครั้ง

            แด๊ดดี้รีบๆมาน้า ~ เมื่อเห็นว่าคุณพ่อจำเป็นกำลังจ้ำอ้าวออกไปด้านหน้า แบมแบมก็ได้แต่ส่งเสียงตามหลังไป

            ลมเย็นจังเลย อ้า ~และหลังจากที่แจบอมออกจากบริเวณดังกล่าวโดยสมบูรณ์ เจ้าก้อนกลมผมทองก็ยืนกางแขนขาแล้วอ้าปากรับลมอ่อนๆที่พัดโชยอยู่ตลอดเวลาทันที

            ที่นี่กว้างจังเลยเนอะเช่นเดียวกับยูคยอมที่มองรอบข้างอย่างตื่นตาตื่นใจกับสถานที่อันกว้างขวางที่มีแท่นหินสีขาวเรียงรายเต็มไปหมด

            ว่าแต่ ที่นี่คือที่ที่คุณปู่กับคุณย่าของแด๊ดดี้อยู่เหรอ แปลกจังเลยน้าเด็กน้อยแก้มกลมอวบได้แต่ยืนเพ่งพินิจแท่นหิวสีขาวอย่างสงสัย ทำไมคุณปู่คุณย่าถึงไม่มาอยู่ที่บ้านกับแด๊ดดี้เหมือนพวกเราล่ะม้ากคึ ?แล้วก็หันไปขอคำตอบจากพี่ใหญ่ตัวน้อยที่ยืนอยู่ข้างๆกัน

            เอไม่รู้ซี่ อาจเป็นเพราะว่าคุณปู่คุณย่าชอบที่ที่ลมเย็นๆแบบนี้ก็ได้และมาร์คก็ยินดีที่จะมอบคำตอบของตัวเองให้น้องชายเบอร์สาม

            หรือบางทีคุณปู่อาจจะชอบวิ่งเล่นในที่กว้างๆแบบที่แจ็คสันชอบก็ได้นะ ยู้ฮูว !” และเพราะสถานที่ตรงหน้าคือลานหญ้าที่แสนจะกว้างสุดลูกหูลูกตา ขาน้อยๆของเจ้าก้อนวายร้ายก็พาร่างของตัวเองวิ่งฉิววนไปวนมาด้านหน้าแท่นหินสลักชื่อ

            จาจาอย่าวิ่งไปไกลๆซี่ เดี๋ยวแด๊ดดี้ก็หาไม่เจอหรอก มันกว้างน้า !” เมื่อเห็นว่าพี่ชายของตัวเองเริ่มจะเถลไถล แบมแบมจึงต้องวิ่งตามไป

 

            ทว่า จู่ๆเจ้าก้อนวายร้ายกลับหยุดชะงักเมื่อวิ่งออกมาจากบริเวณที่พักของคุณปู่คุณย่าได้เพียงนิดเดียว เช่นเดียวกับแบมแบม ยองแจ ยูคยอม และมาร์คที่พากันวิ่งตามมาเป็นพรวนก็ต้องหยุดไปตามๆกัน เมื่อพบว่าตรงหน้าของตัวเองเป็นชุดกระโปรงของผู้หญิงคนหนึ่งที่หยุดยืนอยู่

 

            ระวังกันหน่อยสิจ๊ะเด็กๆ

 

            “อ๋า ! เมื่อกี๊พวกเราวิ่งชนคุณคุณยายหรือเปล่าฮะ ?ถึงจะซนแค่ไหน แต่แจ็คสันเองก็ไม่ลืมที่จะถามไถ่ถึงผู้หญิงตรงหน้า ผู้หญิงสูงวัยในชุดกระโปรงผ้าไหมยาวที่ดูจะล้าสมัยไปเล็กน้อยแจ็คสันขอโทษนะฮะคุณยายพร้อมกับที่เจ้าก้อนจอมซนโค้งตัวขอโทษคุณย่าที่อยู่ด้านหน้าของตัวเอง

            น่ารักจังเลยนะเด็กๆพวกนี้ท่าทีอ่อนโยนของหญิงสูงวัยตรงหน้าที่ยืนปิดปากขำอย่างนิ่มนวลกลับทำให้เด็กน้อยทั้งห้าคนพากันเงยหน้ามองตาแป๋วกับรอยยิ้มทั้งที่ริมฝีปากและดวงตาที่ปิดเป็นเส้นตรง บวกกับริ้วรอยบนใบหน้าที่เป็นไปตามวัยที่มองกลุ่มเด็กน้อยลักษณะเป็นก้อนกลมอย่างเอ็นดู

            คุณยายดูใจดีจังเลยยูคยอมที่ยืนเจี๋ยมเจี้ยมอยู่ด้านหลังอดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นเมื่อถูกคุณยายในชุดผ้าไหมแบบเกาหลีมองดูตัวเองและผองพี่น้องอยู่

            นั่นซี่ คุณยายมาที่นี่คนเดียวเหรอฮะ ?และเพราะเห็นว่ารอบข้างของคุณยายแปลกหน้าไม่มีใครอยู่ด้วย แบมแบมจึงถามไถ่ขึ้นมาบ้าง

            จะว่าอย่างนั้นก็ได้จ้ะและคำพูดนิ่มๆของคุณยายสูงวัยตรงหน้าก็ยังเคลือบไปด้วยรอยยิ้มเช่นเคย ว่าแต่พวกหนูมากับใครเหรอจ๊ะ ?

            “พวกเรามากับแด๊ดดี้ฮะ แต่ตอนนี้แด๊ดดี้ออกไปซื้อของอยู่ล่ะเป็นเด็กน้อยแก้มกลมอวบที่ตอบเสียงดังฟังชัด เรียกให้คุณยายตรงหน้ายิ้มตามอย่างเอ็นดูอีกครั้ง แด๊ดดี้พาพวกเรามาหาคุณปู่กับคุณย่าล่ะฮะ แล้วคุณยายมาหาใครที่นี่เหรอฮะ ?

            “ฮืมมากับคุณพ่อเหรอจ๊ะ แล้วพ่อของเราเขาเป็นยังไงบ้างล่ะ ?แต่คุณยายตรงหน้ากลับเลือกที่จะเปลี่ยนประเด็นไปแทนการตอบคำถามของเด็กน้อยทั้งหลาย

            แด๊ดดี้ใจดีมากๆเลยล่ะฮะคุณยาย ม้ากคึรักแด๊ดดี้เท่านี้เลย !” เด็กน้อยผมแดงยิ้มจนเขี้ยวซี่น้อยๆโผล่ออกมา พร้อมกับวาดมือเป็นวงกลมใหญ่ๆจนแขนยืดสุดอย่างน่ารักน่าชังในสายตาคนดู

            ดีจังเลยนะจ๊ะแล้วก็ไม่ลืมที่จะยิ้มหวานที่ชวนให้เด็กๆมองอย่างไม่วางตาอีกครั้งหนึ่ง ว่าแต่พ่อของเรานี่แย่จังเลยน้า ปล่อยให้ลูกๆอยู่กันเองได้ยังไงกัน

            “ไม่เป็นไรหรอกฮะคุณยาย เดี๋ยวแด๊ดดี้ก็มาแล้วล่ะ แด๊ดดี้ไม่ทิ้งพวกเรานานหรอกฮะเป็นน้องเล็กตัวกลมที่ยิ้มจนตาหยีตอบไปอย่างมั่นอกมั่นใจ

            งั้นเดี๋ยวยายรอเป็นเพื่อนจนกว่าพ่อของพวกหนูจะมาก็แล้วกันนะจ๊ะ

 

            และคำตอบของคุณยายที่แสนจะใจดีตรงหน้าก็ทำให้พวกเด็กๆพยักหน้ากันพร้อมรอยยิ้มสดใส ก่อนจะพากันเดินกลับมายังบริเวณสุสานของคุณปู่และคุณย่าที่พวกเด็กๆอยู่กันในตอนแรก แดดในยามสายที่เริ่มร้อนขึ้นทำให้เด็กๆเริ่มมีเหงื่อซึมกันออกมาบ้าง ทว่า ก้อนกลมๆทั้งห้าชีวิตก็ยังคงมีเรี่ยวแรงเดินไปเดินมาโดยมีคุณยายใจดีที่อาสาอยู่เป็นเพื่อนนั่งดูอยู่ใกล้ๆ

 

            จริงซี่ คุณยายร้อนไหมฮะ ?แล้วก็ยังคงเป็นยูคยอมที่มักจะใส่ใจคนรอบข้างเสมอเมื่อเห็นว่าตัวเองเริ่มเหงื่อออก จะวิ่งดุ่มๆเข้าไปหาคุณยายใจดีที่นั่งอยู่ใกล้ๆกัน

            ยายไม่ร้อนหรอกจ้ะ ขอบใจนะจ๊ะหนูน้อยและเมื่อเห็นว่าคุณยายใจดียิ้มมาให้ พลางใช้มือที่เหี่ยวย่นไปตามวัยลูบศีรษะของเด็กน้อยเบาๆ ลูกหมีตัวโตก็ได้แต่ยืนยิ้มเขินอายเสียอย่างนั้น นี่ เด็กๆ มาหายายสักเดี๋ยวได้ไหมจ๊ะ ?

 

            และคำขอเบาๆของคุณยายที่นั่งอยู่บริเวณบล็อกกั้นแท่นหลุมศพก็ทำให้เด็กๆที่พากันวิ่งฉิวจนเหงื่อออกและหน้าแดงพากันมายืนเรียงแถวตรงหน้าของคุณยายใจดีที่นั่งส่งยิ้มกับพวกเด็กๆอย่างอ่อนโยน

           

            “มีอะไรเหรอฮะคุณยาย ?แจ็คสันเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นว่าคุณยายแปลกหน้ากำลังนั่งยิ้มและมองกลุ่มพี่น้องของตัวเองอยู่

            เด็กๆจ๊ะ…” มือที่เหี่ยวย่นไปตามวัยของคุณยายใจดีแตะลงบนศีนษะกลมๆของสิ่งมีชีวิตไซส์มินิตรงหน้าอย่างเบามือ พร้อมทั้งรอยยิ้มแสนอ่อนโยนที่ทำให้พวกเด็กๆได้แต่กะพริบตามองกันตาแป๋ว

 

            ช่วยอะไรยายสักอย่างได้ไหมจ๊ะ ?

 

 

            .

            .

 

 

            แจบอมไม่เคยคิดว่าการมาร้านดอกไม้คนเดียวจะเป็นอะไรที่วุ่นวายขนาดนี้

 

            ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีขาวกำลังยืนมองร้านดอกไม้ร้านหนึ่งที่อยู่ด้านหน้าสุสาน เมื่อตรวจสอบจากชื่อร้านและลักษณะทางกายภาพของร้านแล้ว แจบอมก็ยิ่งมั่นใจว่า เขามาไม่ผิดที่อย่างแน่นอน เพราะร้านดอกไม้แห่งนี้เป็นร้านประจำที่แม่กับน้องสาวของเขาจะมาซื้อดอกไม้สำหรับวางหน้าหลุมศพทุกครั้ง

 

          แต่ปกติเขาไม่เคยเข้าร้านขายดอกไม้คนเดียวไง ควรจะทำยังไงดี ?

 

            แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจเดินเข้าในร้านขายดอกไม้ขนาดกลางที่ดูจากรูปทรงแล้วน่าจะเป็นธุรกิจครอบครัว ดอกไม้หลากสีสันหลายสิบประเภทที่ประดับอยู่รอบร้าน เป็นบรรยากาศอันแสนหวานที่ถูกแต่งแต้มด้วยกลิ่นหอมอ่อนๆของน้ำหอมและดอกไม้สีหวานทำให้แจบอมได้แต่ยืนกะพริบตาปริบๆอย่างหนักใจ

 

            ขอขอโทษนะครับเพราะออกจะอึดอัดเล็กน้อยกับการที่ต้องอยู่ในร้านขายดอกไม้เพียงลำพัง ทำให้แจบอมเผลอมือสั่นปากสั่นโดยไม่รู้ตัว

            ค่า ยินดีให้บริการค่ะเจ้าของร้านวัยไล่เลี่ยกับเขาเงยหน้าขึ้นจากช่อดอกไม้หลังจากที่เธอได้ยินเสียงคุณลูกค้าผู้มาใหม่ยืนหันซ้ายหันขวารอบร้าน เป็นภาพที่ชวนให้น่าขันเล็กน้อยกับท่าทีเก้ๆกังๆของชายหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าเคาท์เตอร์

            คือจะขอซื้อดอกคัตเตอร์สักช่อน่ะครับ

 

            แจบอมรีบเข้าเรื่องทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา ชื่อของดอกไม้ที่แจบอมจำได้ขึ้นใจถูกพูดออกไป และเมื่อเห็นว่าคุณเจ้าของร้านคนสวยพยักหน้าเล็กน้อย แล้วเดินหายเข้าไปหลังร้าน ก็ทำให้แจบอมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก ก่อนที่เธอจะกลับออกมาพร้อมกับช่อดอกไม้ขนาดกลางในมือ แจบอมจึงรีบจ่ายเงินแล้วถือช่อดอกไม้ออกมา การเข้าร้านขายดอกไม้เพียงลำพังจึงเป็นอันจบลงอย่างรวดเร็ว

            ช่อดอกไม้ในมือหนาถูกหมุนดูไปมาเพื่อให้แน่ใจว่า ไม่มีอะไรเสียหาย ดอกไม้ดอกเล็กสีขาวที่แซมไปกับใบสีเขียวจนเต็มช่อทำให้แจบอมยืนมองดูดอกไม้ในมือเพลินไปเล็กน้อย พร้อมกับที่คำพูดของแม่และน้องสาวของเขาเมื่อครั้งยังเด็กก็กลับเข้ามาในห้วงความคิดอีกครั้ง

 

            ทำไมต้องเป็นดอกคัตเตอร์อ่ะ ? ดอกอื่นไม่ได้เหรอ ?

            ‘ พี่เนี่ยน้า ~ ไม่ละเอียดอ่อนเล้ย ! ’

            ‘ ก็เห็นพ่อกับแม่เค้าตามหามาเป็นสิบๆร้านแล้วก็ยังไม่เจออีก กลัวจะเหนื่อยไง

            ‘ ให้ตายเถอะ พี่นี่เป็นผู้ชายที่ไม่น่าจีบเอาซะเลย ชิ ! ’

            ‘ แล้วมันเกี่ยวกันตรงไหนเล่า ! ฉันก็แค่ถามว่า ทำไมต้องใช้ดอกคัตเตอร์ ทำไมเป็นดอกอื่นไม่ได้ มันก็ดอกไม้เหมือนๆกันไม่ใช่หรือไง ?

            ‘ แม่ดูสิคะ พี่ทึ่มมากเลยอ่ะ ! ’

            ‘ ให้มันน้อยๆหน่อยเฮ้ย ฉันเป็นพี่แกนะ

            ‘ เอาน่าๆ พี่น้องคู่นี้เลิกตีกันได้แล้วแจบอม ลูกอยากรู้ใช่ไหมว่าทำไมดอกไม้ที่จะต้องเอามาให้คุณย่าถึงต้องเป็นดอกคัตเตอร์ ?

            ‘ … ’

            ‘ เพราะดอกคัตเตอร์เป็นดอกไม้ที่คุณย่าชอบที่สุดยังไงล่ะจ๊ะ

            ‘ แต่ผมว่าดอกอื่นมันสวยกว่าตั้งเยอะนะแม่ ผมเห็นเวลาแม่ซื้อดอกคัตเตอร์มาทีไร มันก็เป็นแค่ดอกเล็กๆจิ๋วๆสีขาว จนบางทีผมยังมองแทบไม่เห็นเลย

            ‘ ลูกรู้ไหม บางทีมันไม่ใช่แค่ความสวยหรอกนะ… ’

            ‘ … ’

            ‘ ใช่แล้วล่ะพี่แจบอม มันไม่ได้อยู่ที่ความสวยหรอกนะ อยู่ที่ความหมายของมันต่างหาก เนอะแม่เนอะ ! ’

            ‘ ความหมาย ?

            ‘ อื้อ ! ที่พี่บอกว่าดอกคัตเตอร์มันเล็กแล้วก็ไม่สวย เป็นเพราะว่าดอกคัตเตอร์มันเอาไว้ประดับคู่กับดอกไม้อื่นมากกว่า เพราะอย่างนั้นความหมายของมันก็คือ เป็นคนที่มีน้ำใจ แม้ว่าตัวเองไม่ได้โดดเด่น ไม่ได้งดงาม แต่ก็ทำให้คนอื่นดูงามขึ้นได้

            ‘ … ’

            ‘ แกรู้ไหมแจบอม ว่าที่พ่อกับแม่ต้องพลิกแผ่นดินตามหาดอกคัตเตอร์ เพราะคำสอนคำนี้ของย่าแกกรอกหูพ่อมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว บางครั้งคนเราอาจจะไม่ได้เป็นฉากหน้าที่สวยงาม แต่เราสามารถเป็นเบื้องหลังที่ทำให้คนเบื้องหน้าสวยงามได้

            ‘ … ’

            ‘ เพราะอย่างนั้นพ่อก็เลยขอให้แม่เค้าช่วยหาดอกคัตเตอร์ให้ ทีนี้เข้าใจหรือยัง ?

            ‘ แล้วลูกรู้ไหม ว่าดอกคัตเตอร์ยังมีความหมายแฝงอีกนะ ความหมายลึกๆของดอกคัตเตอร์ก็คือ แม้คุณจะมองไม่เห็นฉัน แต่ฉันก็ยังมองเห็นคุณเสมอ แม่ว่า ย่าของลูกท่านก็คงจะคิดแบบนั้นนะ

 

           

            “เห็นดอกเล็กๆแบบนี้ไม่น่าเชื่อว่าความหมายจะซับซ้อนเหมือนกันนะแก…” พลันเมื่อนึกถึงคำที่ครอบครัวของเขาเคยบอกไว้เมื่อนานมาแล้ว แจบอมก็อดที่จะพูดกับช่อดอกคัตเตอร์ในมือด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้

 

            สองขายาวรีบก้าวเข้าไปยังสุสานเพราะเห็นว่าเขาเสียเวลากับร้านดอกไม้ไปนานกว่าที่คิด อีกทั้งยังเป็นห่วงเจ้าพวกตัวแสบที่ยืนรอเขาอยู่ในสุสานว่าจะไปก่อเรื่องหรือไปป่วนอะไรใครคืออีกหรือเปล่า แต่ทว่าความคิดของแจบอมที่ว่านั้นจะถูกลบไปทันที เมื่อเห็นว่าเจ้าพวกกลุ่มก้อนทั้งห้าชีวิตยังคงยืนอยู่ด้านหน้าหลุมศพของคุณปู่คุณย่าของเขาอยู่เช่นเดิม

 

            แด๊ดดี้กลับมาแล้ว !!” และครั้งนี้คนตาแหลมเห็นเขาเดินมาเป็นคนแรกก็คือยองแจที่กำลังชี้มายังเขา

            ขอโทษทีนะ รอนานไหม ?เพราะเห็นว่าบนใบหน้าของเด็กๆเริ่มมีเหงื่อเล็กน้อยจนแก้มอูมๆขึ้นสีแดงระเรื่อ ทำให้แจบอมอดเป็นห่วงไม่ได้ ดูเหมือนว่าเขาคงจะทิ้งเจ้าพวกตัวแสบนานไปเกินไปหน่อย

            หึ…” หากแต่การส่ายศีรษะดิ๊กๆของพวกเด็กๆจึงทำให้แจบอมสบายใจไปหนึ่งเปราะ ไม่นานเลยแด๊ดดี้

            “ว่าแต่คราวนี้พวกนายไม่ได้ไปก่อเรื่องที่ไหนกันมาใช่ไหม ?แจบอมอดที่จะถามในเชิงเย้าแหย่ (จริงๆก็แอบไม่ไว้ใจอยู่ลึกๆนั่นแหละ) ไม่ได้

            แน่นอนแด๊ดดี้ !” เป็นแจ็คสันที่ตอบอย่างมั่นใจ วันนี้พวกเราเป็นเด็กดีน้า พวกเราไม่ซนเลย แด๊ดดี้เชื่อพวกเราซี่

            “ใช่แล้วล่ะ แถมเมื่อกี๊คุณยายยังบอกด้วยว่าพวกเราเป็นเด็กดีด้วยน้ายูคยอมก็เป็นอีกคนที่พูดอย่างภูมิใจ หากแต่สรรพนามแปลกๆที่หลุดออกมาจากปากของเจ้าลูกหมีตัวโตทำให้แจบอมฉงนไปเล็กน้อย

            หืม ? คุณยาย ?อาถ้าให้เขาเดา ก็คงจะเป็นญาติของผู้ล่วงลับสักคนที่บังเอิญมาเจอเจ้าพวกตัวแสบวิ่งเล่นกันแน่ๆ

            ใช่แล้วล่ะ คุณยายใจดีมากเลย คุณยายยิ้มให้พวกเรา แล้วก็ลูบหัวพวกเราด้วยนะแด๊ดดี้แบมแบมเองก็ช่วยอธิบายจนแจบอมเห็นภาพเป็นฉากๆ คงจะเป็นพวกคุณยายที่มักจะเอ็นดูเด็กๆกระมัง

            งั้นเหรอ ?ว่าแล้วแจบอมจึงชะเง้อมองหาบุคคลที่พวกเด็กๆพูดถึง กะไว้ว่าจะขอบคุณเสียหน่อยที่เสียสละเวลามาดูแลเจ้าพวกตัวยุ่งทั้งหลาย ไหนล่ะ คุณยายที่พวกนายพูดถึงกัน ?

            “นั่งอยู่ตรงนี้ไงแด๊ดดี้ คุณยายฮะ นี่แด๊ดดี้อ้าวคุณยายหายไปไหนแล้วล่ะ ?มาร์ครีบหันไปยังบริเวณแท่นหลุมศพ ก่อนจะชี้ไปยังบริเวณบล็อกกั้นระหว่างหลุมศพแต่ละหลุม ทว่า จู่ๆเจ้าก้อนผมแดงก็ได้แต่เกาหัวพร้อมกันบ่นอย่างงุนงง

 

            ในขณะที่แจบอมเองก็ได้แต่ยืนงงไม่แพ้กัน

 

          เพราะบริเวณนี้มันไม่มีใครนอกจากเจ้าพวกนี้มาตั้งแต่แรกแล้วนะ !

 

            “สงสัยคุณยายกลับไปแล้วแน่ๆเลย เสียดายจังเลยน้า คุณยายออกจะใจดีแท้ๆ แบมแบมอยากให้แด๊ดดี้ได้เจอคุณยายจังเลยเจ้าก้อนผมปอยชมพูเบะปากออกเล็กน้อยอย่างนึกเสียดาย ก็จริงที่แบมแบมว่า ป่านนี้ก็คงจะกลับไปแล้วล่ะมั้ง แดดเริ่มร้อนขนาดนี้ลูกหลานคงจะไม่ปล่อยให้มาเดินตากแดดตากลมอยู่แล้วล่ะ

            ช่างเถอะ เข้าไปไหว้คุณปู่คุณย่ากัน

 

            เพราะเห็นว่าเริ่มสายขึ้นเรื่อยๆแล้ว แจบอมจึงตัดสินใจพาพวกเด็กๆเดินเข้าไปใกล้บริเวณหลุมศพ โดยยกช่อดอกไม้ให้พวกเด็กๆทั้งห้าคนช่วยกันถือขึ้นไปยังหน้าหลุมศพที่สลักชื่อและมีรูปภาพอยู่ชัดเจน ถาดน้ำชาที่แจบอมฝากให้ร้านน้ำชาหน้าสุสานจัดการถูกนำมาวางด้านหน้าหลุมศพ โดยมีเขาและเด็กน้อยทั้งห้าคนนั่งอยู่ถัดจากถาดน้ำชาเล็กน้อย

           

            เอาล่ะ เดี๋ยวเอาดอกไม้ไปวางใกล้ๆรูปของคุณย่านะ แล้วก็สวัสดีท่านอีกรอบด้วย เดี๋ยวฉันจะยกน้ำชาไปให้คุณปู่ก่อนปกติแล้วหน้าที่วางดอกคัตเตอร์ไว้หน้ารูปของคุณย่าจะเป็นหน้าที่ของแม่กับน้องสาว ส่วนเขาและพ่อจะเป็นคนยกแก้วน้ำชาที่แบ่งไว้สำหรับคุณปู่

            ฮื่อ !” เมื่อได้รับคำสั่งเรียบร้อยแล้ว ก้อนมนุษย์ตัวน้อยจึงพากันเดินเข้าไปใกล้หลุมศพมากขึ้น โดยที่แจบอมก็ปลีกตัวมาพร้อมกับแก้วน้ำชาที่ถูกนำมาวางหน้ารูปภาพของผู้ชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าละม้ายคล้ายกับพ่อของเขาอยู่ไม่น้อย

            เสียดายที่ปู่อยู่ไม่ทันเห็นเด็กๆนะครับเพราะตอนที่เขายังเล็กมากๆ คุณปู่มักจะชอบแซวเขาเรื่องครอบครัวในอนาคตอยู่เนืองๆ (ตอนเด็กๆพวกคุณก็ต้องเคยโดนแซวบ้างล่ะน่า) เพราะอย่างนั้นวันนี้ก็เลยถือโอกาสแนะนำเจ้าพวกตัวแสบให้คุณปู่รู้จักเสียเลย ถึงจะไม่ใช่ลูกแท้ๆ แต่ผมตั้งใจว่าจะดูแลให้ดีเลย ปู่ว่าผมทำได้ใช่ไหมครับ ?

 

            ‘ เมื่อไหร่เจ้าแจบอมมันจะโตสักทีเนาะ ปู่อยากเห็นมันมีลูกมีหลานจะแย่แล้ว ! ’

 

            ด้วยความที่คุณปู่ของเขาเสียไปตั้งแต่แจบอมยังอายุได้แค่ 5 ขวบกว่าๆ เพราะอย่างนั้นความทรงจำระหว่างเขากับคุณปู่ก็ยิ่งเลือนหายขึ้นไปทุกที แต่ก็มีบ้างที่พอจะจำคำกระเซ้าของคุณปู่ได้อยู่ และคำเย้าแหย่ที่มักจะทำให้แจบอมเขินอายอยู่บ่อยๆก็ทำให้แจบอมอดเสียดายไม่ได้ที่คุณปู่ของเขาไม่มีโอกาสได้เห็นว่ามันเริ่มกลายเป็นความจริงแล้ว และเขาก็คิดว่าคุณปู่เองก็คงจะเสียดายไม่แพ้กัน

 

          ถึงห้าคนมันออกจะเยอะไปหน่อย แต่ถ้าคุณปู่ได้เห็นก็คงจะหายเหงากันไปข้างนึงล่ะนะ !

 

            ‘ อ๋า ! คุณยายนี่นา ! ’

 

            ทว่า ยังไม่ทันที่แจบอมจะได้คิดอะไรต่อ เสียงเล็กแหลมจากหลุมศพด้านข้างๆกันที่มีสิ่งมีชีวิตลักษณะเป็นก้อนทั้งห้าพากันนั่งอยู่ก็ดังขึ้นมาเสียก่อน พร้อมกับพูดถึงคุณยายที่แจบอมเดาว่าคงจะหมายถึงคนที่มาดูแลพวกเด็กๆในช่วงที่เขาไม่อยู่กระมัง เพราะอย่างนั้นแจบอมจึงรีบชะเง้อมองหาอีกรอบเพื่อที่จะได้ไปขอบคุณและขอโทษที่รบกวนท่านเสียหน่อย

 

            คุณยายที่พวกนายว่าอยู่ไหนล่ะ ?แจบอมเดินออกมาจากหลุมศพของคุณปู่ แล้วเดินตรงมายังด้านหน้าป้ายหลุมศพของคุณย่าของเขาที่ตอนนี้มีดอกคัตเตอร์ช่อใหม่วางเคียงคู่กันอยู่

            นี่ไงแด๊ดดี้คุณยายที่พวกเราเจอและแจบอมก็เริ่มสะดุดกึกเมื่อนิ้วป้อมๆของพวกเด็กน้อยไม่ได้ชี้ไปยังบริเวณรอบๆสุสานอย่างที่ควรจะเป็น หากแต่นิ้วชี้ของแจ็คสันกลับอยู่บนรูปภาพของผู้หญิงคนหนึ่งที่ติดอยู่หน้าป้ายหลุมศพต่างหาก

            “เฮ้ ! พวกนายจำผิดหรือเปล่า ?แต่แจบอมก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองจะต้องเสียงสั่นขนาดนั้นเมื่อเห็นว่าพวกเด็กๆกำลังจ้องรูปของคุณย่าของเขาที่อยู่บนหน้าหลุมศพไม่วางตา

 

          ไม่เอาๆ เล่นแบบนี้ไม่ดีนะเฟ้ย !

 

            “คยอมจำได้น้าแด๊ดดี้ ก็คุณยายยิ้มเหมือนในรูปเลยนี่นาพร้อมกับคำยืนยันอันหนักแน่นของพยานคนที่หนึ่งอย่างเจ้าลูกหมีตัวโตที่นั่งจ้องรูปของคุณย่าตาแป๋ว

            ใช่แล้วล่ะ ม้ากคึก็จำได้น้า พวกเราจำไม่ผิดหรอกแด๊ดดี้ แปลว่าคุณยายก็พักอยู่ที่นี่เหมือนกันใช่ไหมน้าตามมาด้วยพยานรายที่สองอย่างเจ้าก้อนผมแดงที่ดูจะมีความสุขเมื่อพูดถึงคุณยายที่ว่า

            “ฉันว่าพวกนายจำผิดแล้วล่ะใช่แจบอมเชื่อว่าเจ้าพวกตัวแสบคงจะจำผิดแล้วล่ะ มันจะเป็นไปได้อย่างไร ก็ในเมื่อคนในรูปที่พวกเด็กๆพากันยืนกรานว่าเป็นคุณยายที่เจอกันเมื่อไม่กี่นาทีก่อนคือคุณย่าของเขาที่เสียชีวิตไปยี่สิบปีได้แล้ว

            แบมแบมไม่ได้โกหกนะแด๊ดดี้ ก็เมื่อกี๊คุณยายยังยิ้มให้พวกเรา แล้วก็ลูบหัวพวกเราด้วยนะอื้อหือบอกทีสิว่าโกหก

            “อ๋า ! นึกออกแล้วล่ะ เมื่อกี๊ตอนที่พวกเราเล่นกันอยู่ คุณยายก็เรียกพวกเราไปคุยด้วยนะแด๊ดดี้

            “…” และยิ่งแววตาของพวกเด็กๆฉายแววมั่นใจมากขึ้นเท่าไหร่ แจบอมก็รู้สึกว่ามือของเขามันเริ่มชื้นไปด้วยเหงื่อมากขึ้นเท่านั้น

            ใช่แล้วๆ คุณยายบอกว่า…” พร้อมกับที่แจ็คสันเริ่มเล่าย้อนถึงเหตุการณ์เมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้านี้ขึ้นมาอีกครั้ง

 

           

            ช่วยอะไรยายสักอย่างได้ไหมจ๊ะ ? เสียงแหบพร่าของคุณยายที่ยังคงฟังดูนุ่มนวลอย่างน่าประหลาดทำให้กลุ่มเด็กน้อยพากันยืนมองตามเพื่อรอฟังคำขอจากคุณยายใจดีตรงหน้า

            ได้เลยฮะ ! พวกเราจะช่วยคุณยายเอง และเพราะการเป็นฮีโร่คือสิ่งที่แจ็คสันอยากจะเป็น เด็กน้อยผมทองจึงรอรับฟังคำขอความช่วยเหลือจากคุณยายที่กำลังส่งยิ้มให้พวกเขาทันที

            เด็กๆช่วยเป็นเด็กดี แล้วก็เชื่อฟังคุณพ่อได้ไหมจ๊ะ ?

            ‘ แน่นอนอยู่แล้วฮะคุณยาย พวกเราน่ะ เป็นเด็กดีของแด๊ดดี้อยู่แล้วน้า ! ’

            ‘ ดีจังเลยนะจ๊ะรักคุณพ่อให้มากๆนะ ยายเชื่อว่าพ่อเค้าคงจะดีใจเหมือนยายแน่ๆถ้ามาได้ยินแบบนี้ พร้อมกับมือของคุณยายที่ยังคงยิ้มหวานที่ส่งมาลูบศีรษะของเด็กน้อยทั้งห้าอย่างนึกเอ็นดูอีกครั้ง

 

           

            แล้วพอคุณยายกำลังลูบหัวพวกเราอยู่ แด๊ดดี้ก็มาพอดีเลยยังไงล่า ~

 

            ถึงแม้ว่าพวกเด็กๆจะเล่าไปยิ้มไป แต่วินาทีนี้อิมแจบอมคนแมนแดนอิลซานก็แทบจะยืนเข่าอ่อนพร้อมกับสติที่วูบโหวงไปครู่หนึ่งเมื่อจินตนาการเหตุการณ์ที่พวกเด็กๆเล่าให้ฟังเป็นฉากๆ และยิ่งมองใบหน้ากับดวงตากลมใสของพวกเด็กๆแล้ว แจบอมก็ยิ่งเชื่อว่า เด็กๆคงจะไม่ได้โกหกเขาอย่างแน่นอน

 

          โอ้โห !! ย่าครับบทจะมาทั้งทีก็มาแบบ 4D เลยเนาะ !!!

 

            เมื่อนึกถึงว่าคุณย่าที่เสียชีวิตไปกว่ายี่สิบปีนั้นทั้งปรากฏตัวมาแบบเป็นๆ ส่งยิ้มหวาน แถมยังลูบหัวพวกเด็กๆอีกก็เล่นเอาแจบอมถึงกับต้องลูบแขนตัวเองที่กำลังขนลุกขนพองทันที เขาก็พอจะเคยอ่านเรื่องเหนือธรรมชาติมาอยู่บ้าง ที่บอกว่าพวกเด็กๆส่วนใหญ่มักจะเห็นสิ่งลี้ลับที่ผู้ใหญ่อย่างเราๆไม่เห็นกัน

 

          แต่ก็ไม่คิดว่าจะมาโผล่กันกลางวันแสกๆแบบนี้ไงเหวย

 

            ทว่า พอลองนึกย้อนกลับไปถึงเรื่องที่พวกเด็กๆเล่าอีกครั้งแล้ว จากความกลัวในตอนแรกก็เริ่มแปรเปลี่ยนไป กลายเป็นการถอนหายใจหนึ่งทีพร้อมกับรอยยิ้มบางๆเมื่อแจบอมนึกถึงผู้หญิงที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาอีกคนขึ้นมา

 

            “ยังไงก็ขอบคุณที่เอ็นดูเด็กๆนะครับย่า…” พร้อมกับมือหนาที่ลูบลงไปที่รูปภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่แจบอมคิดว่ารอยยิ้มของเธอช่างสวยที่สุดในสายตาของเขาเบาๆ ผมไปก่อนนะครับ

            “…”

            “เอาล่ะ เดี๋ยวเราจะกลับกันแล้ว ไหว้คุณย่ากับคุณปู่อีกรอบด้วยนะและพวกเด็กๆก็พยักหน้าให้กับคุณพ่อจำเป็นหลังจากได้ยินคำบอกของเขา ก่อนจะหันกลับไปมองรูปภาพอีกครั้ง

            คุณยาย พวกเราไปก่อนนะฮะพวกเราจะเป็นเด็กดีของแด๊ดดี้แบบที่คุณยายบอกด้วยน้า !”

 

            ประโยคสุดท้ายที่พวกเด็กๆทั้งห้าคนพยายามแย่งกันพูดทำให้แจบอมมองตามอย่างเอ็นดู ก่อนที่คุณพ่อร่างสูงกับมนุษย์ก้อนตัวน้อยทั้งห้าชีวิตจะพากันเดินออกมาจากสุสาน แล้วขึ้นรถเดินทางกลับถึงคอนโดอีกครั้งในเวลาเกือบบ่ายโมง รถเก๋งคันเก่งคู่ใจของแจบอมถูกจอดที่ชั้นใต้ดินเฉกเช่นทุกวัน พร้อมกับที่หันไปเห็นว่าเด็กน้อยทั้งห้าพากันสลบไสลไปเรียบร้อยแล้ว จึงต้องจัดการปลุกเจ้าพวกตัวยุ่งที่ตื่นขึ้นมานั่งขยี้ตากันอย่างงัวเงีย แล้วจึงปลดเข็มขัดนิรภัยให้

 

            ถึงคอนโดแล้วแจบอมบอกเบาๆ ก่อนที่เจ้าก้อนตัวแสบทั้งหลายจะพากันกระโดดลงมาจากรถแล้วจึงเดินตามแจบอมต้อยๆเป็นขบวนอีกครั้ง

            “แด๊ดดี้ !” และในขณะที่พากันเดินเข้าตึกอยู่ดีๆ เสียงของยองแจก็ดังขึ้นมาจนทำให้แจบอมต้องหันไปมองเจ้าก้อนแก้มอวบที่ยืนมองอะไรบางอย่างอยู่

            หือ ?

            “ดูซี่บ้านหลังนั้นสวยจังเลย

 

            เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมกับใช้นิ้วกลมป้อมของตัวเองชี้ไปยังบ้านไม้สีน้ำตาลหลังเล็กหลังหนึ่งที่มีประตูเป็นกระจกซึ่งตั้งโดดออกมาอยู่ข้างๆอาคารคอนโดของเขา ด้านหน้าของบ้านหลังนัเนที่ยองแจพูดถึงประดับด้วยน้ำพุขนาดเล็กกับซุ้มต้นไม้อีกเล็กน้อย พร้อมกับป้ายไม้ขนาดเล็กที่ติดอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า ก็เป็นคำตอบให้แจบอมไปโดยปริยาย

 

            ‘ JYP Café & Coffee shop ’

 

            คิ้วของร่างสูงขมวดเป็นปมเล็กๆอย่างสงสัย เพราะเขาเป็นคนที่ไม่ช่างสังเกตหรือปกติเวลากลับจากออฟฟิศแล้วเดินบึ่งขึ้นไปบนห้องของตัวเองโดยไม่สนใจสิ่งรอบตัวก็เลยไม่รู้ว่าข้างๆคอนโดของตัวเองมีร้านกาแฟมาเปิดอยู่แจบอมก็ไม่แน่ใจ หากแต่จำนวนลูกค้าที่เดินเข้าออก รวมไปถึงลูกค้าอีกส่วนหนึ่งที่นั่งอยู่ในร้านที่แจบอมเห็นผ่านกระจกของร้านก็พอจะเป็นเครื่องการันตได้ว่า ร้านนี้คงจะเป็นที่นิยมของชาวคอนโดอยู่ประมาณหนึ่งอย่างแน่นอน

 

            ดูซี่ๆ มีเค้กด้วยล่ะ คยอมเห็นพี่สาวคนนั้นถือออกมาจากร้านด้วยเจ้าก้อนลูกหมีตัวโตชี้ไปยังหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินออกมาจากร้านกาแฟอย่างสนอกสนใจ

 

            แหม่เรื่องของกินน่ะขอให้บอกเถอะ !

 

          แต่จะว่าไป เขาก็อยากได้กาแฟเย็นมากระแทกปากในเวลาบ่ายแบบนี้สักแก้วเหมือนกัน

 

            “สนใจกันไหมล่ะ ?เชื่อเถอะว่าแจบอมถามเจ้าพวกนี้ไปอย่างนั้นแหละ

            แด๊ดดี้จะพาพวกเราไปกินขนมเหรอ !?!” เพราะอย่างไรพวกเด็กๆก็ไม่มีทางปฏิเสธอยู่แล้ว สังเกตได้จากดวงตากลมๆที่ดูจะเก็บความดีใจไม่มิดกันเลยทีเดียว (และต่อให้เขาไม่ได้เป็นคนชวน เชื่อได้เลยว่าเจ้าเปี๊ยกพวกนี้ก็ต้องเสนอความคิดนี้อยู่ดี เขามั่นใจ !)

            แต่รอบนี้ฉันมีงบจำกัด เพราะฉะนั้น น้ำคนละแก้วกับขนมคนละชิ้น เข้าใจไหม ?”   เพราะเดือนนี้เขารู้สึกว่าค่าใช้จ่ายมันชักจะเกินดุลแบบแปลกๆ ฉะนั้นจึงต้องหาทางจำกัดค่าใช้จ่ายให้พอดีไปจนกว่าจะปิดจ๊อบใหม่ อาสงสัยว่าเขาคงจะต้องรับงานเพิ่มอีกสักสองจ๊อบแล้วล่ะ

 

          ขืนทำงานเท่าเดิมมีหวังไม่พอกันกินแหงๆ

 

            ตกลงเลยแด๊ดดี้ ! ไปกันเถอะ…” พร้อมกับเสียงขานรับของเจ้ามนุษย์ตัวกลมทั้งห้าที่ขานรับประหนึ่งว่าเป็นวงประสานเสียง ก่อนที่แจ็คสันจะจูงมือพาเขามุ่งหน้าไปยังประตูร้านกาแฟทันที

 

          เดินนำหน้าเหมือนเป็นเจ้ามือเลยนะเอ็ง

 

            ‘ เจวายพีคาเฟ่แอนด์คอฟฟี่ช็อป ยินดีต้อนรับค่า ! ’

 

            เสียงหวานใสของพนักงานสาวที่มีถาดขนมสำหรับเสิร์ฟลูกค้าในมือทักทายลูกค้าชายหนุ่มร่างสูงที่ขนาบข้างด้วยสิ่งมีชีวิตลักษณะเป็นก้อนกลมๆทั้งห้าก้อน ก่อนที่เจ้าหล่อนจะผายมือเป็นเชิงให้ลูกค้าเดินตามหลังเธอไปยังโต๊ะที่ยังว่า

 

          เปลี่ยนใหม่ แม่งไม่ว่างสักโต๊ะเลยนี่หว่า !!!

 

            “เอ่อขอโทษนะคะคุณลูกค้า โต๊ะเต็มหมดเลยค่ะและเพราะเห็นว่าด้านในร้านไม่เหลือโต๊ะที่ใหญ่พอสำหรับคุณพ่อจำเป็นและลูกชายตัวก้อนกลมทั้งห้าคน หญิงสาวก็รีบโค้งขอโทษเขาเป็นการใหญ่ พระเจ้า ! จะกินกาแฟเย็นก็ยังนกอีกเหรอ !?!

            “ว้า ~ เสียดายจังเลยน้าคนที่บ่นออกมาไม่ใช่แจบอมผู้เป็นเจ้ามือตัวจริงสำหรับมื้อนี้ แต่เป็นเจ้ามือกำมะลออย่างแจ็คสันที่ยืนเบะปากน้อยๆอย่างเสียดาย

            “นั่นซี่เช่นเดียวกับลูกสมุนหมายเลขห้าของแจบอมอย่างยูคยอมที่ได้แต่ยืนมองรูปเมนูตาละห้อยอย่างน่าสงสาร อดกินโกโก้ปั่นเลย แย่จังเลยน้าพร้อมกับเบะปากเช่นเดียวกับแจ็คสันพร้อมทำท่าลูบพุงป้อยๆ ทำให้ดูน่าสงสารมากขึ้นไปอีก

            ช่วยไม่ได้แจบอมถอนหายใจเฮือกหนึ่ง สั่งกลับบ้านได้ใช่ไหมครับ ?แล้วก็ถามพนักงานสาวที่เคาท์เตอร์แบบนั้นแทน ซึ่งที่ถามแบบนี้เป็นเพราะเขาอยากกินกาแฟเย็นต่างหาก ไม่ได้พิศวาสอะไรเจ้าพวกนี้หรอกนะ !

            “ได้ค่ะคุณลูกค้าพนักงานสาวด้านหลังเคาท์เตอร์ตอบรับพร้อมรอยยิ้ม เลือกดูสินค้าและเมนูได้เลยนะคะพร้อมกับผายมือไปยังตู้กระจกที่อัดแน่นไปด้วยขนมสดมากมาย (ที่แจบอมไม่ถูกโฉลกนัก)

 

            เมื่อได้สัญญาณจากพนักงานคนสวยแล้ว ก้อนกลมๆทั้งห้าชีวิตก็เคลื่อนย้ายมวลสารกลมๆของตัวเองไปยืนเกาะตู้กระจกด้านในของร้าน มือน้อยๆที่เกาะนาบไปกับกระจกพร้อมกับใช้แก้มกลมๆนาบลงไปกับตู้โชว์ขนมทำให้แจบอมที่ยืนมองอยู่อดนึกขันฝูงลูกลิงที่พากันเขย่าเท้าชี้ขนมในตู้อย่างตั้งอกตั้งใจ

 

            ขนมอันนี้มีสตรอว์เบอร์รี่ลูกใหญ่ๆด้วยล่ะ คยอมจะกินอันนี้นะ สตรอว์เบอร์รี่กับโกโกปั่นต้องอร่อยแน่ๆเลย

            “งั้นม้ากคึเอาเค้กช็อกโกแลตอันนี้ ห้ามจองซ้ำกับม้ากคึกันนะ !”

            “ม้ากคึขี้โกงนี่ แจ็คสันก็เล็งอันนี้ไว้เหมือนกันน้า แต่แจ็คสันจะเสียสละให้ก็ได้ งั้นแจ็คสันเอาเอเอาอันนี้ก็ได้ !” ซึ่งไอ้อันนี้ที่แจ็คสันว่า แจบอมก็ไม่รู้หรอกว่ามันคืออะไร ไม่สิ แม้แต่เจ้าตัวก็ยังไม่รู้เลยว่ามันคืออะไร คงจะเลือกเพราะเห็นว่าไม่ซ้ำกับคนอื่นมากกว่าล่ะมั้ง

            แบมแบมจะเอาเค้กสีๆอันนี้ เค้กมีหลายสีเลย แบมแบมชอบ ดูซี่ !”

            “จริงด้วย ของแบมแบมสีเหมือนสายรุ้งเลย งั้นยองแจนเอาขนมที่เป็นลูกกลมๆไส้ครีมก็แล้วกัน

 

            เมื่อตกลงกันได้เรียบร้อยแล้ว แจบอมจึงจัดการปล่อยให้พวกเด็กๆสั่งขนมและเครื่องดื่มที่ต้องการ รวมไปถึงกาแฟเย็นของตัวเอง และเมื่อสั่งเสร็จแล้ว ทั้งหกชีวิตก็พากันทิ้งตัวลงบนโซฟารับรองลูกค้าที่ทางร้านจัดไว้สำหรับลูกค้าที่สั่งของกลับบ้าน แอร์เย็นฉ่ำกับกลิ่นขนมหอมๆทำให้เจ้าก้อนกลมๆทั้งห้าที่พากันขยายอาณาเขตกันเต็มโซฟานอนเลื้อยไหลไปตามๆกัน ไม่เว้นแม้แต่แจบอมเองที่เริ่มจะเหนื่อยล้ากับการเดินทางมาครึ่งวันเช้า ก็เลยถือโอกาสแอบสไลด์ตัวลงบนโซฟาไปเล็กน้อย

 

            แด๊ดดี้…” ในขณะที่เจ้าพวกตัวแสบกำลังพากันนอนตากแอร์ในร้านขนม จู่ๆน้องเล็กตัวโตอย่างยูคยอมก็สะกิดแขนของเขาเบาๆพร้อมกับทำหน้าตาสลดไปเล็กน้อย

            ว่าไงยูคยอม ?

            “คือคยอมอยากเข้าห้องน้ำ…” พร้อมกับแก้มอูมๆของเด็กน้อยที่พองขึ้นนิดๆพร้อมกับก้มหน้าลงเล็กน้อย แด๊ดดี้พาคยอมไปเข้าห้องน้ำได้ไหม ?

 

            เพราะสถานการณ์ภายในร้านที่เห็นว่าพวกพนักงานกำลังวิ่งวุ่นเสิร์ฟเครื่องดื่มและของว่างกันตลอด บวกกับปริมาณของลูกค้าที่แน่นขนัดร้าน (ร้านเพิ่งเปิดใหม่ คนก็คงจะเห่อกันนั่นแหละ) ครั้นจะให้ยูคยอมอดทนไปรอเข้าห้องน้ำบนห้องก็รู้สึกสงสารเจ้าก้อนลูกหมีที่นั่งบิดตัวไปมา ดังนั้นแจบอมจึงลูกขึ้นจากโซฟาพร้อมกับที่ยูคยอมจูงมือของเขาเอาไว้ พร้อมกับสอบถามพิกัดของห้องน้ำของทางร้านที่ทำให้ได้คำตอบว่า ห้องน้ำอยู่ด้านหลังของร้าน

 

            นั่งรอกันตรงนี้ อย่าลุกไปไหนกันล่ะ ฉันจะพายูคยอมไปเข้าห้องน้ำหลังร้านก่อน ดังนั้นแจบอมจึงต้องหันไปกำชับเจ้าพวกตัวยุ่งที่พากันนั่งผึ่งแอร์บนโซฟาอย่างสบายใจเสียก่อน

            โอ๊ส !” พร้อมกับที่แจ็คสันทำท่าตะเบ๊ะรับพร้อมกับคำขานรับที่แจบอมคิดว่าเจ้าก้อนวายร้ายคงจะได้ยินและเลียนแบบมาจากการ์ตูนโทรทัศน์ ไว้ใจได้เลย !” ซึ่งแจบอมก็ทำได้แค่ภาวนา ว่าขอให้จริงก็แล้วกัน

 

          ทว่า คำภาวนาของอิมแจบอมคงจะไปไม่ถึงหูของพระเจ้าเสียแล้ว

 

            เพราะทันทีที่เห็นว่าคุณพ่อจำเป็นจูงมือพาน้องเล็กของกลุ่มหายเข้าไปหลังร้าน เจ้าก้อนวายร้ายที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะในตอนแรกก็กระโดดลงมาจากโซฟา แล้ววิ่งฉิวตรงไปยังตู้โชว์ขนมอีกครั้ง

 

            แจ็คสัน ! กลับมาเดี๋ยวนี้น้า !” ร้อนถึงลูกเป็ดหมายเลขสามอย่างยองแจที่ต้องกระโดดตามลงมาลากพี่ชายจอมยุ่งให้กลับไปนั่งบนโซฟา แต่ดูเหมือนว่าแจ็คสันก็ยังยืนกรานที่จะดูขนมในตู้โชว์ให้ได้ ทำให้สองพี่น้องตัวกลมยืนยื้อยุดฉุดกระชากกันอยู่หน้าเคาท์เตอร์อย่างไม่ยอมกัน

            อย่าดึงซี่ยองแจน !”

            “ก็แจ็คสันสัญญากับแด๊ดดี้แล้วนี่นา กลับไปนั่งเดี๋ยวนี้นะ

            “แจ็คสันไม่ได้ซนสักหน่อยนะ แค่มายืนดูไฟในตู้เฉยๆหรอกน่า !”

            “ไม่รู้แหละ ม้ากคึ แบมแบม ดูแจ็คสันซี่ แจ็คสันดื้ออีกแล้วและเมื่อเห็นว่าตัวเองสู้ไม่ได้ เจ้าก้อนแก้มอวบก็รีบหันไปขอความช่วยเหลือจากสองพี่น้องที่นั่งมองเหตุการณ์บนโซฟา ทำให้เจ้าก้อนผมแดงและเจ้าก้อนผมปอยชมพูต้องกระโดดลงมาอย่างเลี่ยงไม่ได้

            จาจาอย่าดื้อซี่ ! เดี๋ยวก็โดนแด๊ดดี้ดุหรอก…”

            “ก็บอกว่าอย่าเรียกจาจาไงเล่าแบมแบม

            “นี่ อย่าทะเลาะกันซี่ ม้ากคึบอกให้หยุดไง หยุดเดี๋ยวนี้นะ

 

            และเพราะสงครามลูกเป็ดที่มีท่าทีว่าจะเริ่มยืดเยื้อ ทำให้เจ้าก้อนวายร้ายผมทองที่กำลังถูกรุมประชาทัณฑ์จากพี่น้องของตัวเองตัดสินใจวิ่งออกจากบริเวณตู้โชว์ ก่อนจะรีบเดินวนไปรอบร้านโดยมีก้อนมนุษย์อีกสามชีวิตเดินไล่ตาม ท่ามกลางสายตาของลูกค้าจำนวนหนึ่งที่พากันมองตามเด็กน้อยทั้งสี่ที่เดินไล่จับกันเองอยู่อย่างนึกขันเล็กน้อย

 

            แจ็คสัน ! ยองแจนจะฟ้องแด๊ดดี้จริงๆนะยองแจที่เริ่มจะไม่พอใจเพราะพี่ชายตัวแสบไม่ยอมอยู่เฉยแถมยังเดินหนีทำให้ตัดสินใจขู่ไปแบบนั้น

            ก็แจ็คสันมาเดินดูไฟในตู้เฉยๆ ยองแจนนั่นแหละที่ทำให้วุ่นวายเอง แจ็คสันไม่เกี่ยวนะ

            “นี่ แจ็คสัน ยองแจน อย่าเดินกันในร้านซี่ เดี๋ยวก็โดนดุหรอกน้าแต่ดูเหมือนว่าตอนนี้อำนาจความเป็นพี่คนโตของมาร์คดูจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ตรงหน้าดีขึ้นสักนิด เมื่อยองแจกับแจ็คสันยังคงวิ่งไล่กันไปจนเลี้ยวเข้าไปมุมในสุดของร้าน

            อ๊ะ !” แต่ในขณะที่มาร์คที่จูงมือให้แบมแบมเดินตามยองแจกับแจ็คสันอยู่ดีๆ จู่ๆเจ้าก้อนผมแดงก็ต้องหยุดชะงักตามแรงดึงของคนด้านหลังที่ยืนนิ่งไปเสียแล้ว

            มีอะไรหรอแบมแบม ?แล้วจึงหันไปถามน้องรองของกลุ่มที่หยุดยืนอยู่ที่โต๊ะๆหนึ่ง ก่อนที่เสียงใสๆทั้งสี่จะตะโกนออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

 

            ‘ พี่จีนยองนี่นา !!! ’

 

            “เห… ?” และเสียงใสๆของเด็กน้อยทั้งสี่คนหยุดชะงักไปพร้อมกับมองเจ้าของชื่อที่กำลังนั่งพิมพ์แล็ปท็อปอยู่บนโต๊ะขนาดใหญ่ด้านในสุดของร้านก็ทำให้เจ้าของชื่อ (ที่ถูกดัดแปลงโดยสมบูรณ์) ละสายตาออกมาจากจอคอมพิวเตอร์อย่างงุนงงปนสงสัย ทำไม ถึงมาอยู่ที่นี่กันล่ะ ?ก่อนที่เจ้าของชื่อเรียกแสนแปลกจะถามออกไปด้วยความข้องใจ

            พี่จีนยองจริงๆด้วย !” เป็นแบมแบม เด็กน้อยตาไวที่สังเกตเห็นพี่ชายที่เริ่มคุ้นเคยกันในขณะที่กำลังวิ่งไล่จับยองแจกับแจ็คสันนั่งอยู่โต๊ะด้านในสุดของร้านพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้มที่ทำเอาแก้มของเจ้าตัวแทบจะปริออก

           

            ‘ นี่ ! ฉันบอกให้นั่งรออยู่ที่โซฟาเฉยๆไง !?! ’

 

            พร้อมกับเสียงบ่นไล่หลังที่เด็กน้อยทั้งสี่ชีวิตแสนจะคุ้นเคย ก่อนที่จะพร้อมใจกันหันไปมองคุณพ่อร่างสูงที่ยืนจูงมือน้องเล็กของกลุ่มด้วยสีหน้าที่ดูไม่สบอารมณ์เล็กน้อย โดยที่เจ้าก้อนทั้งสี่ก็ได้แต่ส่งยิ้มหวานพร้อมกะพริบตาปริบๆเรียกความเห็นใจจากแจบอมที่ยืนถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนที่คนมาใหม่พร้อมด้วยลูกชายคนเล็กจะเหลือบไปเห็นชายหนุ่มอีกหนึ่งคนที่กำลังนั่งมองสถานการณ์ของครอบครัวประหลาดตรงหน้าอย่างงุนงงมากขึ้นไปอีก

 

            อ้าว คุณเองหรอกเหรอ ?และแจบอมก็อดที่จะเลิกคิ้วอย่างฉงนไม่ได้ แต่พอมานึกดีๆแล้ว การที่เขาจะมาเจอเจ้าแว่นขี้เหวี่ยงหรือปาร์คจินยองที่นี่ก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะร้านกาแฟนี้มันก็ตั้งอยู่ในบริเวณคอนโดของเขานี่นะ

            ทำไมถึง…” พร้อมกับที่ดวงตากลมโตใต้กรอบแว่นได้แต่กะพริบปริบๆเช่นกันเมื่อกวาดสายตามองคุณพ่อหน้าดุสลับกับก้อนมนุษย์ห้าชีวิตที่พากันยืนเกาะขอบโต๊ะของตัวเอง

            พี่จีนยองมาทำอะไรหรอ ?และมือเล็กๆของยูคยอมที่จูงแจบอมอยู่ก็เปลี่ยนไปยืนเกาะขอบโต๊ะที่มีมนุษย์แว่นหน้ามึนนั่งอยู่ทันที

 

          ไอ้ความรู้สึกที่ตัวเองกลายเป็นอากาศแบบนี้มันมาอีกแล้วเหรอวะ !?!

 

            “หลบร้อนมาทำงานน่ะและจินยองก็ไม่ได้ใจร้ายพอที่จะให้คำตอบกับเด็กน้อยแก้มกลมที่ยืนมองเขาอยู่ บนห้องมันร้อน ก็เลยมาอาศัยแอร์ที่ร้านน่ะ

            “งือ…” พร้อมกับก้อนกลมๆที่พากันพยักหน้าโดยมีอิมแจบอมที่กลายเป็นอากาศโดยสมบูรณ์ยืนมองอยู่ห่างๆ แด๊ดดี้ !” ก่อนที่เจ้าพวกตัวยุ่งจะหันมาเรียกมนุษย์พ่อที่กลายเป็นอากาศไปแล้ว ซึ่งเสียงเรียกนั้นก็ทำให้แจบอมรู้สึกได้ถึงขนแขนที่เริ่มลุกวาบๆอย่างน่าประหลาด

 

          จะมาไม้ไหนกันอีกล่ะ !?!

 

            “แด๊ดดี้ โต๊ะของพี่จีนยองว่างด้วยล่ะเพราะยองแจสังเกตเห็นว่าโต๊ะที่ปาร์คจินยองนั่งทำงานอยู่นั้นมีขนาดใหญ่และหลบอยู่มุมในสุดของร้าน บนโต๊ะก็มีเพียงแค่แล็ปท็อปกับหนังสือประมาณสองสามเล่ม ทำให้เจ้าก้อนแก้มอวบปิ๊งไอเดียบางอย่างขึ้นมา พี่จีนยองพวกเราขอนั่งด้วยได้ไหมฮะ ?

            “เฮ้ๆ อย่าไปรบกวนเขาสิยองแจและเมื่อเห็นว่าคำขอของยองแจกับอีกฝ่ายชักจะเลยเถิดเกินไป แจบอมจึงรีบเข้าไปปรามทันที ขอโทษที่พวกเด็กๆมารบกวนคุณด้วยนะก่อนจะหันไปขอโทษอีกฝ่ายที่ยังคงมึนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ

            แด๊ดดี้ เราจะไม่นั่งเป็นเพื่อนพี่จีนยองหรอ ? พี่จีนยองนั่งคนเดียวจะเหงาเอาน้าแล้วก็ยังคงเป็นพ่อพระตัวน้อยอย่างยูคยอมที่ดูจะเป็นห่วงพี่ชายห้อง 0716 เสียเหลือเกิน เมื่อเจ้าตัวเล็กเอ่ยขึ้นมาแบบนั้น (จริงๆหวังจะนั่งตากแอร์เย็นๆแล้วก็กินขนมแบบสบายๆล่ะสิ !)

            พี่เขาทำงานอยู่ อย่ารบกวนเขาสิแต่เพราะเห็นว่าบนโต๊ะที่ปาร์คจินยองนั่งอยู่เต็มไปด้วยกองเอกสารและแล็ปท็อป ทำให้แจบอมเลือกที่จะปฏิเสธคำขอของเจ้าพวกตัวแสบไปทันที แน่นอนว่านั่นตามมาด้วยอาการอมลมพองแก้มของก้อนทั้งห้าที่ทำให้แจบอมรู้สึกหมั่นไส้ตงิดๆ

            แต่แด๊ดดี้…” และแจบอมก็ไม่รู้ว่าทำไมพวกเด็กๆถึงได้ชอบพยศใส่เขาเวลาเจอมนุษย์เพื่อนบ้านห้อง 0716 อยู่ทุกครั้งไป แต่เพราะเขาเองก็ไม่ได้อยากจะรบกวนปาร์คจินยอง อีกทั้งก็ไม่ได้สนิทกันถึงขนาดจะตีเนียนขอนั่งร่วมโต๊ะ อย่างไรเขาก็คงต้องขัดใจพวกเด็กๆอยู่ดี

            เอ่อ…” และในขณะที่แจบอมกำลังจะหิ้วเจ้าก้อนกลมจอมดื้อทั้งห้าที่ดูอยากจะนั่งกับปาร์คจินยองออกจากบริเวณดังกล่าว จู่ๆเขาก็ได้ยินอีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างเสียก่อน ถ้าคุณไม่ลำบากใจอะไร จะนั่งด้วยกันก็ได้นะ

 

            และคำชวนของเพื่อนบ้านอารมณ์แปรปรวนก็ทำเอาแจบอมถึงกับขมวดคิ้วเป็นปมอีกครั้ง ไม่ใช่ว่าเขารังเกียจรังงอนอะไรอีกฝ่ายถึงขนาดไม่อยากนั่งร่วมโต๊ะด้วย แต่เป็นเพราะเขาเกรงใจต่างหาก ดูก็รู้ว่าปาร์คจินยองคงจะอยากมานั่งทำงานเงียบๆในร้านกาแฟ (เดาจากที่เลือกโต๊ะด้านในสุดน่ะนะ) เพราะอย่างนั้นจะให้เขากับพวกเด็กๆมานั่งร่วมโต๊ะก็ดูจะไปรบกวนอีกฝ่ายโดยใช่เหตุน่ะสิ

            เช่นเดียวกับที่จินยองกำลังไม่เข้าใจว่าทำไมตัวเองต้องเอ่ยปากชวนให้เพื่อนบ้านครอบครัวแปลกๆห้อง 0418 มานั่งด้วยกัน แต่ อาจจะเป็นเพราะดวงตากลมๆของเด็กน้อยทั้งห้าคนที่จ้องมองมายังเขากันตาแป๋วทำให้นึกเอ็นดูพวกเด็กๆกระมัง อีกอย่าง พวกขนมกับเครื่องดื่มแบบนี้มันต้องนั่งตากแอร์กินในร้านฟังเพลงคลอไปด้วยถึงจะดีสิ จะซื้อไปกินบนห้องมันก็ไม่ค่อยได้บรรยากาศเท่าไหร่ จริงไหม ?

 

            เย้ !!” และในขณะที่พวกเด็กๆดูจะดีใจกันอย่างมาก จินยองก็แอบสังเกตเห็นว่า คุณพ่อหน้าดุอิมแจบอมอะไรนั่นแอบมองแรงใส่พวกเด็กๆด้วยล่ะ กลายเป็นอากาศไปอีกแล้ว

           

            แต่ท้ายที่สุดแล้ว การที่สิ่งมีชีวิตตัวกลมๆทั้งห้าพากันปีนป่ายขึ้นไปนั่งบนโต๊ะกับปาร์คจินยองทำให้แจบอมไม่สามารถทัดทานอะไรได้อีก นอกเสียจากถอนหายใจไปหนึ่งทีแล้วหันไปสั่งพนักงานให้เดินมาเสิร์ฟขนมและเครื่องดื่มที่โต๊ะแทน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามกับเจ้าของโต๊ะที่มานั่งอยู่ก่อนอย่างนึกเกร็งเล็กน้อย

            เก้าอี้ที่เป็นแนวยาวสองฝั่ง ด้านหนึ่งเป็นปาร์คจินยองกับกองงานที่ถูกประกบด้วยแจ็คสัน ยูคยอม และแบมแบม ส่วนอีกฝั่งหนึ่งที่ตรงข้ามกันก็มีแจบอม มาร์ค และยองแจที่นั่งร่วมโต๊ะกัน ทำให้โต๊ะขนาดใหญ่ที่มีเพียงปาร์คจินยองเพียงลำพังในตอนแรกกลายเป็นโต๊ะขนาดเล็กที่อัดแน่นไปด้วยมนุษย์ทั้งเจ็ดชีวิตไปโดยทันที

            และนอกจากนี้ แจบอมขอสารภาพว่า สาเหตุที่เขาไม่อยากนั่งในร้านพวกนี้นักก็คงจะเป็นเพราะว่า ลูกค้าในร้านส่วนใหญ่ล้วนมีแต่ผู้หญิงเกือบทั้งสิ้น ดังนั้น การที่เขาและพวกเด็กๆพากันมานั่งเบียดกับปาร์คจินยอง ทำให้ตอนนี้โต๊ะที่เขานั่งอยู่กลายเป็นเป้าสายตาของหญิงสาวหลายช่วงวัยในร้านไปโดยปริยาย

 

          จริงๆมันก็ไม่ได้แปลกขนาดนั้นนะ แต่เขาก็ไม่ชอบให้ใครมามองแบบนี้เท่าไหร่เหมือนกัน

 

            พี่จีนยองทำอะไรอยู่หรอ ?และบรรยากาศความเงียบก็ถูกพวกเด็กๆทำลายลงทันที เมื่อหนึ่งในเจ้าตัวแสบอย่างแจ็คสันชะเง้อหน้ามองหน้าจอแล็ปท็อปของปาร์คจินยองอย่างสนอกสนใจ อันนี้มันคืออะไรหรอพี่จีนยอง ?พร้อมกับซักถามด้วยความสงสัย

            ไม่เอาน่าแจ็คสัน อย่ารบกวนเขาสิแจบอมก็เลยต้องเอ็ดเจ้าก้อนวายร้ายไปหนึ่งทีแบบเบาะๆ แค่ต้องมานั่งกับอีกฝ่ายที่กำลังทำงานอยู่เขาก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว

            ไม่เป็นไรหรอกคุณทว่า ปาร์คจินยองกลับส่ายหน้าเบาๆแล้วหันไปหาเด็กน้อยผมทองที่เท้าคางยื่นหน้าเข้าไปใกล้จอแล็ปท็อปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้ เช่นเดียวกับยูคยอมและแบมแบมที่นั่งอยู่ฝั่งเดียวกัน ไม่เว้นแม้แต่มาร์คกับยองแจที่แม้ว่าจะนั่งข้างๆแจบอม แต่เจ้าก้อนสองพี่น้องก็ดูอยากจะมีส่วนร่วมกับบทสนทนามากเลยทีเดียว เรียกว่าแล็ปท็อปน่ะแล้วก็จัดการตอบคำถามที่แจ็คสันถามเอาไว้

            หน้าตาแปลกจังเลย มันเอาไว้ทำอะไรเหรอฮะ ?ยูคยอมยังคงซักถามถึงเจ้าแล็ปท็อปตรงหน้าต่อไปด้วยความอยากรู้

            เอาไว้ทำงานส่งอาจารย์น่ะแต่ปาร์คจินยองก็ยังคงตอบคำถามโดยไม่มีท่าทีรำคาญพวกเด็กๆแต่อย่างไร

            ปุ่มมันเยอะจังเลย แบบนี้พี่จีนยองจะกดได้ยังไงกัน ?มาร์คที่ชะเง้อข้ามไปอีกฝั่งถามขึ้นอีกครั้ง อันนี้ก็คงจะหมายถึงคีย์บอร์ดล่ะมั้ง

            อาถามซะตอบยากเลยนะและนั่นก็คงเป็นครั้งแรกที่แจบอมเห็นเพื่อนบ้านที่มักจะตีฝีปากกับเขาตลอดหัวเราะออกมาน้อยๆเมื่อได้ยินคำถามของพี่ใหญ่ประจำกลุ่ม อันนี้พี่ก็ตอบไม่ได้เหมือนกันแฮะ

            “ดูยุ่งยากจังเลยน้าแบมแบมพองแก้มอย่างงุนงงกับสิ่งประดิษฐ์ตรงหน้าที่นับวันชักจะกลายเป็นอวัยวะที่ 34 ของมนุษย์ไปเสียแล้ว

            นี่ พี่เขาจะทำงาน อย่ารบกวนเขาสิและแจบอมก็มั่นใจว่าวันนี้เขาพูดประโยคนี้มาประมาณสามสี่รอบแล้ว แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของเขาจะกลายเป็นฝุ่นอยู่ทุกครั้งไปจนแจบอมได้แต่ถอนหายใจ เพราะเขาเริ่มเกรงใจอีกฝ่ายมากขึ้นเรื่อยๆแล้ว

            เอาน่าคุณ เด็กๆก็ช่างถามช่างสงสัยแบบนี้แหละแต่ดูเหมือนว่าวันนี้ปาร์คจินยองคงจะอารมณ์ดีเป็นพิเศษก็เลยไม่ได้แสดงท่าทีหงุดหงิดใดๆออกมา ซ้ำยังมีการบอกแบบนั้นกับเขาอีก

            ก็แล้วแต่เลย ตามสบ๊าย !” และเมื่อเห็นว่าพวกเด็กๆไปให้ความสนใจกับมนุษย์แว่นตรงหน้าโดยสมบูรณ์ แจบอมจึงทำได้เพียงกรอกตามองบนอย่างปลงๆ

            มันเอาไว้ทำงานอย่างเดียวเหรอฮะพี่จีนยอง ?ยองแจที่ตอนนี้ชะโงกศีรษะกลมๆของตัวเองข้ามไปฝั่งของปาร์คจินยองโดยสมบูรณ์ยังคงซักไซ้ต่อไป

            จริงๆมันก็ทำได้มากกว่านั้นนะและคำตอบของจินยองก็ทำให้มนุษย์ก้อนทั้งห้าดูจะสนอกสนใจขึ้นมาอีกครั้ง ขยับเข้ามาใกล้ๆสิ

 

            และอิมแจบอมที่กลายเป็นอากาศโดยสมบูรณ์แล้วก็ทำได้เพียงรับแก้วเครื่องดื่มและจานขนมจากพนักงานเสิร์ฟให้พวกเด็กๆที่ดูเหมือนว่าตอนนี้ขนมและเครื่องดื่มบนโต๊ะจะกลายเป็นอากาศไปเช่นเดียวกับเขาแล้ว ร่างสูงจึงทำได้แค่นั่งดูดกาแฟเย็นอย่างเซ็งๆพร้อมกับมองหนึ่งผู้ใหญ่ที่ตัวเล็กกว่าเขานิดหน่อยกับก้อนไซส์มินิทั้งห้า (ที่มาร์คกับยองแจพากันปีนโต๊ะย้ายไปอยู่ฝั่งตรงข้ามเขาเรียบร้อยแล้ว) พากันเบียดตัวนั่งรวมกันจนดูเป็นก้อนโมจิขนาดใหญ่มหึมาในสายตาของแจบอมที่กำลังพากันนั่งจ้องหน้าจอแล็ปท็อปโดยที่ปาร์คจินยองอุ้มแบมแบมกับมาร์คขึ้นไปนั่งตักของตัวเองเพื่อให้เด็กๆเห็นหน้าจอแล็ปท็อปกันโดยทั่วถึงไปพลางๆ

 

            พี่จีนยองจะให้ดูอะไรเหรอฮะ ?ยองแจนที่พยายามเบียดกับยูคยอมยื่นหน้ามองหน้าจอแล็ปท็อปด้วยความอยากรู้

            นอกจากจะทำงานได้แล้ว แล็ปท็อปยังเล่นเกมได้ด้วยนะ

 

            ‘ Feeding Frenzy ! ’

 

            ทันทีที่ปาร์คจินยองพูดจบ แจบอมก็ได้ยินเสียงเอฟเฟคต์ชื่อของเกมที่ดังมาจากแล็ปท็อปของร่างโปร่งตรงหน้า โดยมีพวกเด็กๆที่พากันนั่งดูด้วยความตื่นเต้นตาลุกวาวไปตามๆกัน

 

            เจ๋งจังเลย…” และคำพูดของแจ็คสันก็ทำเอาแจบอมรู้สึกร้อนๆหนาวๆอย่างบอกไม่ถูก

 

          หวังว่าจะไม่มีวันที่เจ้าพวกนี้เดินมาขอให้เขาซื้อแล็ปท็อปให้หรอกนะ !!!

 

            “จะลองเล่นกันดูก็ได้นะตามมาด้วยคำเชิญชวนให้ปาร์คจินยองที่เอ่ยชวนให้พวกเด็กๆไปนั่งเล่นเกมกับแล็ปท็อปของตัวเองที่ทำให้แจบอมรู้สึกร้อนๆหนาวๆขึ้นอีกเป็นสองเท่า

 

          ถ้าพังขึ้นมา บอกเลยว่าเขาไม่มีปัญญาชดใช้นะโว้ย !!!

 

            เพราะอย่างนั้นแจบอมจึงทำได้เพียงดูดกาแฟเย็นเพื่อระงับความเซ็งของตัวเอง ส่วนเจ้าก้อนตัวแสบทั้งหลายก็พากันสนอกสนใจกับเกมคอมพิวเตอร์ที่ปาร์คจินยองเปิดให้เล่น เท่าที่เขาฟังจากชื่อเกมแล้ว น่าจะเป็นเกมปลาเล็กกินปลาใหญ่ที่ตอนเขาเคยเล่นสมัยเป็นวัยรุ่นล่ะมั้ง (เห็นแบบนี้เขาก็เป็นเซียนเกมนะขอบอก เล่นตั้งแต่เกมพินบอลที่ติดตั้งมาในวินโดว์รุ่นดึกดำบรรพ์ยันตีดอทเชียวนะ !)

 

            แจ็คสันอย่าให้โดนฉลามกินนะ อย่านะ !” และแจบอมก็คิดว่าเขาทายเกมไม่ผิดหรอก ดูได้จากการที่มาร์คที่เริ่มจะมีอารมณ์ร่วมไปกับเกมพูดขึ้นในขณะที่แจ็คสันกำลังบังคับเมาส์เล่นเกมอยู่

            อ๋า ! นางเงือกมาอีกแล้วน้า เก็บดาวๆๆๆๆๆส่วนอันนี้ก็เป็นความระทึกของยูคยอมที่เริ่มอินไปกับเกมเช่นกัน

            งึ ! ปลาวาฬมา !!” ยองแจเองก็ดูจะมีอารมณ์ร่วมถึงขั้นปิดตาตอนที่ตัวละครที่ตัวเองเล่นโดนปลาวาฬกินกระมัง

            อ๋า ! โดนคุณเปลือกหอยกินอีกแล้ว งือ…” เช่นเดียวกับแบมแบมที่งอแงเมื่อตัวเองเล่นแพ้

 

            ท่าทีของพวกเด็กๆที่ดูจะสนุกสนานกับเกมคอมพิวเตอร์ตามประสาเด็กที่ไม่เคยได้ลองเล่นอะไรแบบนี้ทำให้แจบอมได้แต่มองอย่างนึกเอ็นดู แต่บอกไว้ก่อนเลยว่า เขาจะไม่เลี้ยงเจ้าพวกนี้ไว้กับเทคโนโลยีอย่างแน่นอน ให้เล่นได้เป็นครั้งคราว แต่ไม่ซื้อให้เล่นตอนอายุเท่านี้แน่ๆ เดี๋ยวจะพากันเสียนิสัยหมด (สารภาพไว้ตรงนี้เลยว่า จริงๆแล้วเขามีไอแพดนะ แต่เขาจะไม่หยิบมาให้เจ้าพวกนี้เห็นแน่นอน)

 

          ถามว่าทำไมเขาถึงพูดแบบนี้น่ะหรือ ?

 

            บางครั้งแจบอมก็ไม่แน่ใจว่าเพราะเขาหัวโบราณ (แต่เขาอายุ 27 เองนะ เพราะงั้นไม่น่าใช่หรอก) หรือเป็นเพราะโลกมันหมุนไปพร้อมกับเทคโนโลยีที่เดินหน้ารวดเร็วเกินไป ทุกวันนี้เขาถึงรู้สึกว่า ช่วงอายุของเด็กๆที่ผูกติดกับอินเทอร์เน็ตและเครื่องมือเทคโนโลยีทั้งหลายมันเริ่มจะลดลงทุกที คุณเคยเป็นไหม ? บางครั้งเห็นเด็กอายุ 3 ขวบถือไอแพดเดินไปเดินมา หรือเด็กอายุ 5 ขวบนั่งก้มหน้าเล่นเกมมือถือกัน ซึ่งคนอื่นจะมองว่ายังไงเขาไม่สนหรอก แต่สำหรับแจบอมแล้ว เขาคิดว่ามันไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่นัก

            แต่เพราะเห็นว่าพวกเด็กๆตรงหน้าไม่เคยได้มีโอกาสสัมผัสเกมแบบนี้ ทำให้แจบอมยอมปล่อยเลยตามเลยไปสักครั้ง และเจ้าของคอมพิวเตอร์เองก็ดูจะไว้วางใจพวกเด็กๆในระดับหนึ่ง สังเกตได้จากการที่ปาร์คจินยองขยับออกมาจากหน้าจอแล็ปท็อปแล้วเปลี่ยนไปสนใจกองเอกสารบนโต๊ะแทนเสียแล้ว

            ถึงพวกเด็กๆจะมีสมาธิกับการเล่นเกมมากเพียงใด แต่ก็มีเพียงเสียงเบาๆที่พูดหรือร้องกันออกมาเพราะเริ่มมีอารมณ์ร่วมไปกับเกม ในขณะที่บรรยากาศความเงียบกำลังคืบคลานเข้ามาปกคลุมระหว่างสองผู้ใหญ่ที่คนหนึ่งกำลังนั่งดูดกาแฟเย็นพร้อมกับยื่นมือป้อนขนมให้เจ้าก้อนตัวแสบทั้งห้าไปพลางๆ (มันน่าตีไหมล่ะ สั่งมาแล้วก็ไม่กินกัน ห่วงเล่นกันจริงๆ) และอีกคนหนึ่งที่ยังคงสนใจกับกองเอกสารที่แจบอมเดาว่าน่าจะเป็นงานของมหาวิทยาลัยด้วยสีหน้าคร่ำเคร่ง เพราะทั้งคู่เองก็ไม่รู้ว่าจะชวนอีกฝ่ายคุยอะไรกัน ก็เลยปล่อยให้บรรยากาศบนโต๊ะถูกความเงียบเข้าปกคลุมต่อไป

 

            นี่ ฉันว่าพวกนายกินขนมก่อนดีไหม ?แต่เพราะแจบอมเองก็เริ่มเหนื่อยกับการนั่งป้อนแกมบังคับให้เจ้าพวกตัวยุ่งทั้งหลายกินขนม ก็เลยเสนอขึ้นมา โดยที่พวกเด็กๆเองก็ยอมไม่ดื้อกับเขาด้วยการเลิกเล่นเกมแล้วพากันแยกย้ายกลับที่นั่งของตัวเองอย่างว่าง่ายโอเค ก็ยังถือว่าเป็นเด็กดีกันอยู่ล่ะนะ

            “แด๊ดดี้ป้อนยองแจนหน่อยน้า ยองแจนอยากให้แด๊ดดี้ป้อน อ้า ~มือน้อยๆของเจ้าก้อนแก้มอวบเขย่าแขนอ้อนเขาเบาๆพร้อมกับอ้าปากรอ ทำให้แจบอมต้องบิเอแคลร์ให้พอดีคำเพื่อป้อนยองแจ

            แด๊ดดี้ป้อนเค้กม้ากคึด้วยน้าตามมาด้วยเค้กช็อกโกแลตที่แจบอมยอมตักป้อนพี่ใหญ่ผมแดงเช่นกัน

            คยอมตัดสตรอว์เบอร์รี่ไม่ได้ งือ…” แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีลูกหมีตัวโตหนึ่งอัตรากำลังงอแงที่ใช้ช้อนหั่นสตรอว์เบอร์รี่ออกเป็นสองซีกไม่ได้

 

          เคร้ง !

 

            “อ๋า !!!!”

 

            ทว่า เสียงช้อนกระทบจานที่ดังขึ้นทำให้แจบอม รวมไปถึงปาร์คจินยองที่กำลังนั่งอ่านรายงานอยู่ต้องเงยหน้าขึ้นมาจากกองเอกสาร ก่อนจะพบว่าแก้มอูมของยูคยอมกำลังพองพร้อมกับปากน้อยๆที่เริ่มเบะออกด้วยสีหน้าที่เหมือนจะร้องไห้ โดยมีหลักฐานพยานในที่เกิดเหตุเป็นสตรอว์เบอร์รี่ที่กระเด็นออกมาจากจานครึ่งหนึ่ง

 

          ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนอนแอ้งแม้งไปกับพื้นของร้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

            “คยอมอย่าร้องน้าแบมแบมที่นั่งอยู่ข้างๆกันรีบหาทางปลอบน้องเล็กที่กำลังตั้งท่าจะเป่าปี่ กินเค้กสายรุ้งของแบมแบมก็ได้นะ แบมแบมแบ่งให้ คยอมห้ามร้องนะ อ้า ~ มแม้ว่าน้องรองตัวเล็กดูจะตัดเค้กในจานอย่างทุลักทุเล แต่เพราะความพยายามที่จะเอาขนมของตัวเองมาป้อนให้กับน้องเล็กก็ทำเอาผู้ใหญ่ทั้งสองคนบนโต๊ะอมยิ้มไปตามๆกันอย่างเอ็นดู

            อื้อ…” ยูคยอมตอบรับในลำคอพร้อมกับแก้มกลมป่องที่เคี้ยวเค้กตุ้ยๆ

 

            และแจบอมก็ได้ค้นพบความจริงอีกหนึ่งอย่าง การที่เขาปล่อยให้พวกเด็กๆกินขนมกันเองนั้นได้สร้างงานประติมากรรมชิ้นใหญ่ไว้บนโต๊ะอย่างมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นเศษขนมที่กระเด็นออกมาจากจนกระจายไปทั่วโต๊ะ อีกทั้งแก้วน้ำทั้งหลายที่เริ่มจะละลายทำให้มีน้ำเจิ่งนองไปทั่วโต๊ะจนเขาเริ่มเกรงใจเจ้าของโต๊ะที่นั่งอยู่ด้วยกันมากขึ้นไปอีก

            แต่ยังไม่ทันที่แจบอมจะได้ทำอะไรหรือเอ่ยขอโทษเจ้าของโต๊ะที่นั่งอ่านเอกสารอยู่ จู่ๆปาร์คจินยองก็ทำให้แจบอมต้องประหลาดใจ เมื่อดวงตาภายใต้กรอบแว่นละสายตามาจากเอกสารพร้อมกับหยิบกระดาษทิชชู่บนโต๊ะขึ้นมาเก็บกวาดเศษขนมและน้ำ รวมไปถึงหยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นมาพับประมาณสองสามทบแล้วนำไปรองไว้ใต้แก้วน้ำทุกใบ รวมไปถึงแก้วกาแฟเย็นของเขาด้วยเช่นกัน

 

          นี่รังเกียจกันมากเลยไหมเนี่ย !?!

 

            “เอ่อผมขอโทษนะคุณแต่ดูเหมือนว่าเขาคงจะคิดดังไปหน่อย ร่างเล็กตรงหน้าจึงรีบหยุดการกระทำพร้อมกับเอ่ยขอโทษเขาเสียอย่างนั้น ผมไม่ได้รังเกียจคุณกับเด็กๆนะ คือมันติดเป็นนิสัยที่ชอบเก็บกวาดเวลาเห็นอะไรเลอะๆน่ะ

            “…”

            “อย่าถือสาผมเลยนะครับพร้อมกับที่ปาร์คจินยองเอ่ยขอโทษขอโพยเขาอีกครั้งอย่างขัดเขินเล็กน้อย

            ผมสิต้องขอโทษคุณและแจบอมเองก็ไม่ได้เสียมารยาทที่จะรับคำขอโทษจากอีกฝ่ายทั้งๆที่เขาและพวกเด็กๆต่างหากที่ทำให้โต๊ะมันเลอะเทอะจริงๆ มาอาศัยนั่งกับคุณแล้วยังรบกวนคุณอีก

            “ไม่รบกวนหรอกครับ นั่งหลายๆคนก็ไม่เหงาดีจินยองว่า พอดีผมโดนคนอื่นดุบ่อยๆเวลาเช็ดโต๊ะน่ะ ก็เลยกลัวคุณจะรู้สึกไม่ดีไปอีกคน

            “ไม่หรอก ผมไม่ได้คิดเล็กคิดน้อยขนาดนั้น

 

            แล้วบทสนทนาระหว่างผู้ใหญ่ทั้งสองคนก็จบลงเพียงเท่านั้น ทำให้บรรยากาศในโต๊ะเริ่มกลับมาอึดอัดอีกครั้งเพราะต่างฝ่ายก็ไม่รู้ว่าจะชวนกันคุยอะไร แจบอมเองจึงได้แต่นั่งมองกลุ่มก้อนเด็กน้อยตรงหน้าที่มีความสุขกับขนม แม้ว่ารอบปากจะเลอะเทอะไปตามๆกัน แต่แจบอมก็ตั้งใจว่าค่อยจัดการเช็ดให้ทีเดียวคงจะดีกว่า หากแต่ยังไม่ทันที่แจบอมจะได้ลงมือทำอะไร จู่ๆปาร์คจินยองก็หยิบกระดาษทิชชู่ขึ้นมาเช็ดปากเช็ดเสื้อให้พวกเด็กๆที่นั่งกินขนมกันจนหมดอย่างไวเสียก่อน ทำเอาแจบอมได้แต่นั่งประมวลผลอย่างสับสนปนเกรงใจที่ตอนนี้หน้าที่ดูแลเด็กจอมแสบทั้งหลายกลายเป็นงานของปาร์คจินยองไปอีกแล้ว

 

            นี่คุณ ไม่ต้องทำขนาดนั้นก็ได้ เดี๋ยวผมดูแลเด็กๆเองดีกว่ายอมรับเลยว่ายิ่งเห็นคนตรงหน้าจัดการเช็ดปากเช็ดมือให้พวกเด็กๆสะอาดกริ๊บเท่าไหร่ ก็ทำเอาแจบอมรู้สึกเกรงใจมากกว่าเดิม

 

          จะว่าไปเขาก็เพิ่งสังเกตว่าคนตรงหน้าเขาดูจะละเอียดอ่อนและอนามัยอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

 

            ไม่เป็นไรหรอกครับ พอดีติดนิสัยแบบนี้ช่วงที่ดูแลหลานสาวน่ะ เวลาเห็นเด็กๆกินเลอะเทอะทีไรมันก็คันไม้คันมือทุกทีแน่ะ ! มีการตอบพร้อมยิ้มแหยๆหน้าตาเฉยด้วยวุ้ย !

            “พี่จีนยองใจดีจังเลย ขอบคุณน้า ~ถึงจะรู้สึกแปลกๆนิดหน่อย แต่การที่เห็นพวกเด็กๆยิ้มร่าแล้วพากันขอบคุณอีกฝ่ายก็ทำให้แจบอมรู้สึกสบายใจที่อย่างน้อยพวกเด็กๆเองก็ไม่ได้อึดอัดที่ถูกมนุษย์แว่นอนามัยจับเช็ดหน้าเช็ดมือจนเกลี้ยง

           

            นั่นคุณอิมแจบอมห้อง 0418 หรือเปล่าน่ะเธอ ?

          ‘ ฉันว่าใช่นะ ข่าวลือแว่วมาว่ามีคนเห็นเขาพาเด็กไปสนามเด็กเล่นเป็นพรวน แต่ไม่คิดว่าเรื่องซุกลูกที่เขาเมาท์ๆกันจะเป็นจริงนะ

          ‘ แล้วคนเสื้อไหมพรมสีน้ำเงินที่ใส่แว่นนั่นใครน่ะ ฉันไม่คุ้นหน้าเขาเลยนะ

          ‘ เหมือนเพิ่งจะมาอยู่ที่นี่ไม่นานนะคะพี่ หนูก็ไม่รู้จักชื่อเขาหรอก แต่หนูมีอะไรจะเมาท์ด้วยแหละ

          ‘ อะไรๆ ไหนว่ามาซิ

 

            ในขณะที่กำลังนั่งดูสถานการณ์บนโต๊ะอยู่ดีๆ จู่ๆหูเจ้ากรรมของแจบอมก็ดันไปได้ยินบทสนทนาระหว่างผู้หญิงกลุ่มหนึ่งที่มีอายุเฉลี่ยไล่มาตั้งแต่รุ่นเดียวกับเขาไปจนถึงกลุ่มแม่บ้านรุ่นใหญ่ที่จับกลุ่มคุยกันบนโต๊ะที่อยู่ห่างออกไปจากโต๊ะที่พวกเขานั่งอยู่ไม่เท่าไหร่

 

          แต่มันก็ดังพอที่จะได้ยินนะเว้ย !!

 

            มีคนลือกันว่าคนที่ใส่แว่นน่ะค่ะเป็นเกย์นะพี่ เห็นเด็กแคชเชียร์ในมินิมาร์ทบอกมาว่าเคยพาผู้ชายมาที่คอนโดสามสี่ครั้งแล้วด้วย

 

            และประโยคที่ค่อนข้างจะดังขึ้นมาเล็กน้อยทำให้ทั้งแจบอมและจินยองที่นั่งอยู่ด้วยกันชะงักไปทั้งคู่ และถ้าแจบอมไม่ได้คิดไปเอง เขารู้สึกว่าโต๊ะของแม่บ้านกลุ่มนั้นกำลังแอบมองมาที่พวกเขาด้วย

 

            ผมขอไปซื้อน้ำเปล่าก่อนนะพอดีกับที่จินยองรีบลุกพรวดขึ้นจากโต๊ะแล้วเดินออกไปยังหน้าเคาท์เตอร์เพื่อซื้อของทันที (แต่เชื่อเถอะ แจบอมค่อนข้างมั่นใจว่าอีกฝ่ายก็คงจะได้ยินในสิ่งที่กลุ่มแม่บ้านเหล่านั้นกำลังคุยกันอยู่แน่ๆ เสียงดังขนาดนั้น ดูยังไงก็จงใจจะพูดให้พวกเขาได้ยินชัดๆ)

 

            ตายจริง ! เสียดายนะ หน้าตาก็หล่อใช่ย่อย ชอบพวกเดียวกันหรอกเหรอเนี่ย

          ‘ หล่อเพราะช่างสำอางไงคะพี่ ไม่สังเกตเหรอว่าสมัยนี้พวกหน้าตาดีๆก็เป็นแบบนี้กันหมด ฮ่าๆ

          ‘ ว้าย ! จริงด้วยค่ะคุณพี่ ฮ่าๆ

 

            ตามมาด้วยเสียงหัวเราะขบขันที่แจบอมได้ยินเต็มสองรูหู ให้ตายเถอะ เขาไม่ได้คิดอะไรกับปาร์คจินยองนะ แต่บางทีการหยิบเรื่องของคนอื่นมาเป็นประเด็นสนทนาแถมยังหัวเราะกันหน้าตาเฉยแบบนี้เขาก็รู้สึกว่ามันไม่เข้าท่าสักนิด

 

          แต่เมื่อกี๊หนูแอบเห็นว่าคนใส่แว่นเขาดูสนิทกับเด็กๆที่คุณพี่บอกว่าเป็นลูกของคุณแจบอมดีนะคะ คุณพี่ว่ามีซัมติงมั้ยคะ ?

          ‘ นั่นสิแก เมื่อกี๊ฉันก็เห็นเขาดูเทคแคร์กันดีนะ มีเช็ดมือเช็ดปากแถมยังอุ้มนั่งตักป้อนขนมกันด้วย

          ‘ คือคนที่ใส่แว่นจะเป็นเกย์น่ะไม่แปลกหรอกย่ะ ดูอ้อนแอ้นขนาดนั้น แต่คุณแจบอมเนี่ยสิ เห็นอยู่โสดๆมาตั้งนาน สุดท้ายก็เป็นแบบนี้ไปอีกคนเหรอ

          ‘ ไม่น่าเป็นมั้งคะคุณพี่ มีลูกตั้งห้าคนแล้วนะ คงไม่มาเปลี่ยนใจเป็นตอนนี้หรอกมั้งคะ

          ‘ โถๆ แกเอ๊ย ! ไม่เคยเห็นข่าวเหรอ สมัยนี้พวกพ่อมาเปิดตัวเป็นเกย์ตอนลูกโตก็มีเยอะแยะไป โอเค เขารู้สึกว่าบทสนทนาของแม่บ้านกลุ่มนั้นมันชักจะไม่เข้าหูเขาแล้วจริงๆ

          ถ้าเป็นแบบนั้นจริงน่าสงสารลูกๆนะคะ มีพ่อเป็นเกย์ ตายแล้ว อะไรมันจะวิปริตได้ขนาดนั้… ’

 

           

            ‘ ผมบอกว่าให้ปล่อยมือผมไง !!! ’

 

         

          และในขณะที่แจบอมกำลังเริ่มรู้สึกเหลืออดกับบทสนทนาของโต๊ะใกล้เคียงที่ทำให้เขาเริ่มจะข่มใจอาละวาดไม่ไหว ทันใดนั้นทุกอย่างภายในร้านก็เงียบสงัดลงทั้งที ไม่ว่าจะเป็นทั้งเสียงของลูกค้าโต๊ะอื่น ทั้งกลุ่มแม่บ้านช่างเมาท์ที่กำลังนินทาเขาอย่างสนุกสนาน รวมไปถึงพวกเด็กๆที่กำลังนั่งเล่นกันอยู่บนโต๊ะและแจบอมที่กำลังจะเตรียมอาละวาดใส่กลุ่มแม่บ้านก็เป็นอันต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงของใครคนหนึ่งดังขึ้นจากหน้าเคาท์เตอร์ ซึ่งคนที่ส่งเสียงเมื่อครู่นี้ออกมาก็คือคนเดียวกับที่ขอปลีกตัวออกไปซื้อน้ำเปล่า และยังเป็นคนเดียวกับที่เป็นหัวข้อในการสนทนาของกลุ่มแม่บ้านช่างเมาท์อีกด้วย

 

            เกิดอะไรขึ้นกับพี่จีนยองน่ะ !” ทันใดนั้นเองที่แจ็คสันรีบกระโดดลงจากโต๊ะวิ่งไปหาเจ้าของเสียงวายที่หน้าเคาท์เตอร์ทันที ร้อนถึงแจบอม รวมไปถึงเด็กๆอีกสี่คนที่เหลือที่ต้องพากันวิ่งตามไป

            “เฮ้ ! แจ็คสัน !” แม้ว่าแจบอมจะพยายามร้องเรียกเจ้าก้อนวายร้ายที่วิ่งนำหน้าไปยังเคาท์เตอร์ แต่ท้ายที่สุดแล้ว คุณพ่อจำเป็นและลูกชายตัวก้อนทั้งห้าก็ต้องพากันมาจบที่เคาท์เตอร์อยู่ดี

 

          ซึ่งบรรยากาศในตอนนี้ก็กำลังมาคุแบบสุดๆ

 

            “ ’ไรวะพี่ จับนิดจับหน่อยทำเป็นหวงไปได้แจบอมพยายามกันพวกเด็กๆรวมถึงตัวเองให้อยู่ออกห่างจากหนึงชายหนุ่มใส่แว่นในเสื้อไหมพรมสีน้ำเงินที่กำลังยืนหน้าบึ้งตึง และอีกหนึ่งพนักงานรับออเดอร์ชายหุ่นนายแบบที่เรียกได้ว่าหน้าตาดีมากในระดับหนึ่งกำลังยืนเผชิญหน้ากันอยู่

            ผมไม่ใช่เพื่อนเล่นของคุณ แล้วผมก็อายุมากกว่าคุณด้วย ฉะนั้นกรุณาอย่าลามปาม

            “อ้าว ไหนเห็นคนเขาเมาท์กันว่าชอบผู้ชายไงวะ ทำไมจับมือนิดเดียวทำเป็นสะดีดสะดิ้งไปได้

            เมื่อกี๊พูดว่าอะไรนะ ?และประโยคแปลกๆที่ทำให้ทุกคนในร้านเริ่มหันมาจับจ้องชายหนุ่มสองคนที่เคาท์เตอร์ทำให้ปาร์คจินยองเริ่มแสดงความไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุดพูดออกมา

            อะไรกันพี่ เขาเมาท์กันให้แซ่ดทั้งคอนโดว่าพี่เคยพาผู้ชายขึ้นห้องตั้งหลายครั้ง ทั้งยาม แม่บ้าน แคชเชียร์ เขาก็รู้กันหมดแหละคำพูดของพนักงานรับออเดอร์ตรงหน้าของจินยองไม่ได้ทำให้แค่คนฟังตรงหน้าเท่านั้นที่สะอึก เพราะแม้แต่แจบอมเองที่ยืนอยู่ใกล้ๆกันยังรู้สึกไม่ดีเหมือนกัน

 

            แต่ดูเหมือนว่าเสียงนินทาที่ดังระงมของลูกค้าคนอื่นภายในร้านคงจะแปลได้ว่า เรื่องของปาร์คจินยองกำลังจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาของทุกโต๊ะไปเสียแล้ว

           

            “…”

            “หรือพี่จะปฏิเสธว่าพี่ไม่ชอบเวลาโดนผู้ชายจับตัว ?และทีเลวร้ายไปกว่านั้นก็คงจะไม่พ้นรอยยิ้มเย้ยหยันของพนักงานชายในร้านที่ดูจะสนุกสนานกับการปั่นประสาทเพื่อนบ้านห้อง 0716 ที่ทำเอาทั้งแจบอมและคนฟังอย่างจินยองถึงกับเงียบกริบไป ไม่เอาน่า พี่ควรจะดีใจที่ผมไม่รังเกียจเกย์แบบพี่นะรู้เปล่าพร้อมกับเน้นย้ำถึงสถานะบางอย่างที่ทำให้แจบอมถึงกับขมวดคิ้วอย่างไม่ชอบใจนักเมื่อได้ยินอะไรแบบนี้

            “ผมว่าคนแบบคุณน่ารังเกียจกว่าผมอีกนะถึงจะพยายามยิ้มเย้ยกลับไป แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้ปาร์คจินยองก็คงจะไม่โอเคอยู่เหมือนกัน สังเกตได้จากมือเรียวที่กำเข้าหากันแน่นพยายามสะกดอารมณ์ของตัวเองเอาไว้

            อะไรทำให้พี่มั่นใจแบบนั้นครับ ? ลองหันไปมองรอบๆร้านหน่อยดีกว่าไหม ?และรอยยิ้มอย่างมีชัยของพนักงานร้านกาแฟชายก็ทำเอาปาร์คจินยองถึงกับกลืนน้ำลายอย่างกระอักกระอ่วน ก่อนจะกวาดสายตาไปรอบๆร้านและพบว่าตอนนี้สายตานับสิบคู่กำลังจ้องมองมาที่เขาอยู่ พร้อมกับเสียงพูดคุยดังระงมที่ดังพอที่จะทำให้คนฟังได้ยินเต็มสองหู

 

          หน้าตาก็ดีเสียเปล่า ไม่น่าเลยนะ

          ‘ น่าสงสารพ่อแม่นะ คงเสียใจน่าดูเลย มีลูกผิดเพศแบบนี้

          ‘ แสดงว่าที่เค้าเมาท์กันเรื่องพาผู้ชายขึ้นคอนโด สรุปแล้วเป็นเรื่องจริงเหรอเนี่ย ?

          ‘ เมื่อกี๊ฉันเห็นเขานั่งกับคุณแจบอมด้วยนะ รายนั้นก็เห็นว่าซุกลูกไว้ตั้งห้าคน ยังจะมาคบกับผู้ชายด้วยกันแบบนี้อีกเหรอ ให้ตา… ’

 

           

            ‘ จะหยุดกันได้หรือยัง !!! ’

 

 

            เพราะเห็นว่าบรรยากาศในร้านมันชักจะเลยเถิดมากเกินไป บวกกับที่แจบอมรู้สึกอารมณ์เสียมาตั้งแต่ตอนที่เขาถูกหยิบไปเป็นประเด็นในการนินทาของโต๊ะกลุ่มแม่บ้านโดยปราศจากความเคารพในสิทธิส่วนตัวและความเกรงใจ ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องเกรงใจคนอื่นๆที่กำลังสนุกสนานกับการพูดคุยเรื่องของเขากับปาร์คจินยองแล้วเช่นกัน แม้ว่าการตะโกนของเขาจะทำให้เด็กๆทั้งห้าคนพากันกลัวจนสะดุ้งถอยห่างเขาออกไปด้วยความหวาดกลัวก็ตามที แต่พวกเด็กๆน่ะ เดี๋ยวถ้าเขาอธิบายให้ฟังสักนิดและขอโทษก็คงจะเข้าใจแล้ว

 

            ส่วนพวกผู้ใหญ่นิสัยเสียเนี่ยสิ เชื่อไหมว่าถึงตอนนี้จะห้ามไป แต่ถ้าเขากับปาร์คจินยองก้าวออกจากร้านเมื่อไหร่ พนันได้เลยว่าคงจะคุยกันเรื่องนี้ไปอีกนาน

 

            ผมขอตัวก่อนนะ

 

            สถานการณ์ภายในร้านที่คงจะดูเลวร้ายอยู่ไม่น้อยสำหรับคนฟังที่กำลังตกเป็นประเด็นในตอนนี้ทำให้ปาร์คจินยองที่มีสีหน้านิ่งเรียบหันมาพูดกับเขาแล้วเดินย้อนกลับไปเอาแล็ปท็อปและเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะเดินพรวดพราดออกจากร้านไปทันที ทิ้งไว้เพียงความเงียบสงัดภายในร้านกาแฟกับสายตาหลายสิบคู่ที่พากันจ้องมองไม่วางตา

 

            พี่จีนยอง…” เช่นเดียวกับกลุ่มก้อนกลมๆที่ตอนนี้พากันมารวมกันเกาะหนึบที่เขาของแจบอมเป็นก้อนโมจิขนาดยักษ์อีกครั้งที่มองตามจินยองไปอย่างเป็นห่วงพี่ชายเพื่อนบ้าน

            กลับกันเถอะและเพราะแจบอมเองก็รู้สึกหัวเสียไม่ต่างกัน จึงตัดสินใจพาเด็กน้อยทั้งห้าคนเดินออกจากร้านทันทีโดยไม่สนใจอีกต่อไปว่าหลังจากนี้เรื่องของเขาจะกลายเป็นหัวข้อสนทนาของคนที่สนุกสนานกับเรื่องของคนอื่นอย่างไรก็ตาม

 

            ประตูห้องพักถูกปิดลงพร้อมกับอารมณ์หงุดหงิดที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ในใจของแจบอมอยู่ไม่น้อย ทว่า วันนี้หลังจากกลับมาถึงห้องแล้ว แจบอมเองก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาตามปกติ หากแต่สิ่งที่แปลกไป ก็คงจะไม่พ้นเด็กน้อยไซส์มินิทั้งห้าคนที่วันนี้ไม่ได้วิ่งตามมาก่อกวนเขาที่โซฟา แต่ยืนจับกลุ่มห่างออกไปจากบริเวณห้องนั่งเล่นเล็กน้อย

 

          ถ้าให้เดาคงจะกลัวตอนที่เขาอาละวาดไปในร้านกาแฟแน่ๆ

 

            พวกนาย มานี่หน่อยสิ…” ก่อนจะกระดิกนิ้วเรียกเจ้าตัวแสบทั้งห้าที่ยืนหงอไปตามๆกันให้เข้ามาหาตัวเอง ซึ่งบรรดาลูกเป็ดทั้งหลายก็ยอมเดินดุ่มๆเข้ามาหาแจบอมแต่โดยดี

            “…” พร้อมกับดวงตากลมโตที่พากันมองเขาไม่วางตา แต่ถึงกระนั้นพวกเด็กๆก็ยังไม่มีใครยอมพูดอะไรกันสักคน

            โกรธฉันเหรอ ?ทว่า คำถามของแจบอมกลับทำให้เจ้ากลุ่มก้อนทั้งหลายที่ยืนมองกันอย่างจ๋อยๆในตอนแรกมีท่าทีเปลี่ยนไปในทันที

            เปล่านะแด๊ดดี้ พพวกเราไม่ได้โกรธแด๊ดดี้นะ !” หัวกลมๆของแบมแบมส่ายดุ๊กดิ๊กจนเส้นผมปลิวไปตามแรง พร้อมกับสีหน้าเหรอหราเมื่อได้ยินคำถามจากปากของชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟา

            แด๊ดดี้อย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ซี่ ยองแจนไม่ได้โกรธแด๊ดดี้นะ จริงๆนะแด๊ดดี้ พูดไป มือป้อมๆของเจ้าตัวเล็กก็เขย่าแขนของเขาไป เอเขาว่าเขาก็ไม่ได้ทำหน้าตาเหมือนจะร้องไห้นะ แค่เสียใจนิดๆที่เห็นเจ้าพวกตัวยุ่งทำเมินเขาก็เท่านั้นเอง

            พวกเราแค่…” ตามมาด้วยมาร์คที่ตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายก็หลบไปด้านหลังของพี่รองผมทองพร้อมกับเกาะแขนของแจ็คสันเอาไว้อย่างลังเล

            กลัวที่ฉันตะโกนในร้านเมื่อกี๊ฉันทายถูกไหม ?แจบอมว่าเขาค่อนข้างมั่นใจว่าเขาทายถูกถึงเรื่องที่เจ้าพวกตัวแสบพากันกลัวเขา คิดว่ายังไงก็คงจะเป็นเรื่องนี้ล่ะนะ

            “…” และความมั่นใจของแจบอมก็ถูกยืนยันด้วยศีรษะกลมๆทั้งห้าที่พยักพร้อมกัน

            โอเคแจบอมถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก อย่างน้อยๆเด็กๆก็ไม่ได้โกรธหรือไม่ชอบใจเขา ฉันขอโทษที่ทำให้พวกนายตกใจนะสาบานเลยว่าเกิดมาไม่เคยง้อเด็กสักครั้ง เพราะงั้นเขาเองก็ไม่รู้จะพูดยังไงดี

            แด๊ดดี้เสียใจที่พวกเรากลัวแด๊ดดี้ใช่ไหม ?และท่าทีของยูคยอมก็เริ่มเปลี่ยนไปเมื่อแจบอมเอ่ยออกมา เมื่อเจ้าลูกหมีตัวโตรีบเดินเข้ามากอดเอวเขาเอาไว้

            มันก็ช่วยไม่ได้นี่เอาล่ะ ต่อไปก็ถึงเวลาที่เขาจะต้องอธิบายที่มาที่ไปให้พวกเด็กๆเข้าใจเสียก่อน ส่วนหนึ่งฉันก็ผิดเองที่คุมอารมณ์ไม่อยู่ แต่พวกนายก็เห็นกันใช่ไหม ว่าคนที่ร้านนั้นเขาพูดจาไม่ดี และก็นอกจากฉันแล้ว พี่จินยองเขาก็โดนคนอื่นพูดจาไม่ดีใส่เหมือนกัน

            ใช่ๆ แจ็คสันเห็นนะ ว่าพี่ผู้ชายที่ร้านรังแกพี่จีนยองด้วย นิสัยไม่ดีเลย !” ไม่อยากจะน้อยใจเลยว่าเขาก็โดนเมาท์เหมือนกันนะ ทำไมสนใจแต่เจ้าแว่นกันว้า !

            “ที่ฉันจะบอกก็คือ ฉันก็ผิดที่เผลอไปตะโกนแบบนั้น แต่ฉันขอให้พวกนายจำไว้ว่า มันไม่ใช่ตัวอย่างที่ดี อย่าเอาไปทำตาม เข้าใจไหม ?แจบอมพยายามอธิบายให้พวกเด็กๆตัวน้อยตรงหน้าเข้าใจ แต่ก็ใช่ว่าตอนนี้เขาจะหายโมโหเรื่องที่ร้านกาแฟหรอกนะ

            ม้ากคึก็เห็นคนที่ร้านหัวเราะตอนมองแด๊ดดี้กับพี่จีนยองด้วย ทำไมต้องมาแกล้งแด๊ดดี้ด้วย นิสัยไม่ดีเลย หลังจากปรับความเข้าใจกันเรียบร้อยแล้ว เจ้าก้อนผมแดงก็ยู่ปากพูดอย่างไม่ชอบใจนัก แต่ท่าทีของมาร์คกลับทำให้แจบอมนึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย

            แด๊ดดี้อย่าเสียใจน้า คราวหน้าแจ็คสันจะไม่ยอมให้ใครมาแกล้งแด๊ดดี้แล้ว…” หลังจากรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ แจบอมก็ถูกมนุษย์ก้อนกลมๆทั้งห้าพากันปีนป่ายขึ้นมาเกาะแกะถึงบนโซฟาเลยทีเดียว

           

          ถึงจะยุ่งเหยิงไปหน่อยแต่อย่างน้อยถ้าเจ้าพวกนี้เข้าใจเขามันก็พอแล้วล่ะน่า !

 

            หลังจากนั้นแจบอมกับเจ้าพวกตัวแสบก็เลยได้ใช้เวลาในช่วงบ่ายไปกับดีวีดีอนิเมชั่นตะวันตก ซึ่งคนที่เลือกเรื่องในวันนี้ก็คือน้องเล็กของบ้านอย่างยูคยอมนั่นเอง เอาล่ะ อยากรู้ไหมว่าไลฟ์สไตล์ของเจ้าลูกหมีเป็นอย่างไร ลองทายกันดูสิว่ายูคยอมเลือกการ์ตูนอะไรขึ้นมาดู

 

            สวัสดี ผมชื่อเบย์แมกซ์ เพื่อนรักนักดูแลสุขภาพของคุณ

 

            ตัวมาสคอตสีขาวลักษณะเหมือนหุ่นยางเป่าลมหน้าตาแปลกประหลาดถูกฉายขึ้นจอโทรทัศน์พร้อมกับที่แจบอมนั่งกุมขมับไปเล็กน้อย ให้ตายเถอะ อย่าบอกนะว่าเขาต้องมานั่งดูการ์ตูนที่มีตัวมาสคอตแปลกๆเดินด๊อกแด๊กๆไปอีก 2 ชั่วโมงเต็มๆแล้วก็ไม่ต้องสงสัยกันล่ะว่าทำไมห้องของเขาถึงมีการ์ตูนแผ่นนี้ทั้งๆที่เขาไม่เคยดู เพราะดีวีดีเรื่องนี้คนที่ซื้อเอาไว้ก็คือน้องสาวของเขาอีกนั่นแหละ (เขาชักจะไม่แน่ใจแล้วว่า คอนโดของเขามันมีทรัพย์สมบัติของใครเยอะกว่ากัน)

 

            คุณเบย์แมกซ์ใส่เกราะด้วย เท่จังเลย !” แจ็คสันที่ดูจะมีอารมณ์ร่วมกับอนิเมชั่นในโทรทัศน์ชี้นิ้วป้อมๆของตัวเองไปยังหน้าจอให้พี่ๆน้องๆดู

            บ๊ะแหล่ว แหล่ว แล้ว ~ แต่คนที่ทำให้แจบอมแทบจะหลุดขำออกมาก็คงจะไม่พ้นผู้ที่เลือกอนิเมชั่นเรื่องนี้อย่างยูคยอมที่จู่ๆก็ลุกขึ้นพร้อมทำท่าทางสะบัดมือเลียนแบบเจ้าหุ่นยนต์ลมยางในทีวี

 

          จะว่าไปแล้วยูคยอมก็แอบคล้ายๆเจ้าเบย์แมกซ์อะไรนี่เหมือนกันวุ้ย !

 

            แต่เพราะแจบอมเองที่นอนดูโทรทัศน์บ้างเล่นอินเทอร์เน็ตบ้างก็เลยปะติดปะต่อเรื่องราวของอนิเมชั่นไม่ค่อยจะรู้เรื่องเท่าไหร่นัก เพราะอย่างนั้นร่างสูงจึงปล่อยให้พวกเด็กๆนั่งดูกันตามลำพัง ส่วนตัวเองก็ลากสังขารเข้าไปในห้องครัวหมายจะหาน้ำเย็นๆมาดื่มให้ชื่นใจเสียหน่อย แต่ยังไม่ทันที่จะเทน้ำในกระบอกใส่แก้ว ดวงตาคมก็เหลือบไปสะดุดกับอะไรบางอย่างที่วางคว่ำอยู่ข้างซิงค์น้ำ

 

          หม้อแสตนเลส ?

 

            และหลังจากใช้เวลาประมวลความคิดเพียงไม่กี่วินาที แจบอมจึงได้คำตอบถึงที่มาของหม้อแสตนเลสตรงหน้า อาดูเหมือนว่าเขาคงจะลืมเรื่องที่ต้องเอาหม้อแสตนเลสของเจ้าแว่นห้อง 0716 ไปคืนเสียสนิท

            อีกทั้งเมื่อเห็นว่าห้องครัวของเขามันเริ่มจะมีของใช้เยอะขึ้นเรื่อยๆ (แก้วน้ำเล็กๆลายการ์ตูนห้าใบกับจานชามสำหรับเด็กอีกห้าชุด ยังไม่รวมของญาติโกโหติกาอีกจำนวนหนึ่งด้วย) ฉะนั้นแจบอมจึงคิดว่า เขาควรจะเอาหม้อไปคืนให้เจ้าของห้องคงจะดีกว่าปล่อยให้มันกินพื้นที่ห้องครัวของเขาไปโดยใช่เหตุ อีกอย่างก็คือ เผื่อว่าปาร์คจินยองอยากจะใช้มัน

           

            ซึ่งตอนแรกก็แค่คิดนะ

 

          แต่ตอนนี้เขาดันมาอยู่หน้าห้อง 0716 เฉยเลยเนี่ยสิ !

 

            แต่พอเดินมาถึงหน้าห้องของอีกฝ่ายก็ถึงรำลึกขึ้นมาได้ว่า เพิ่งจะเกิดเหตุการณ์ไม่ดีเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้ เพราะอย่างนั้นแจบอมจึงได้แต่ยืนถอนหายใจอยู่หน้าห้องที่มีหมายเลข 0716 ติดอยู่หน้าห้องอย่างลังเล ใช่ว่าเขาจะหายอารมณ์เสียจากเรื่องที่กาแฟซะเมื่อไหร่ เพราะอย่างนั้นเขาก็ยังไม่อยากโดนปาร์คจินยองเหวี่ยงใส่ซ้ำสองข้อหาโผล่หัวมาผิดเวลาหรอกนะ

 

            ก๊อก ก๊อก !

 

            แต่เพราะไม่อยากให้เสียเวลามากไปกว่านี้ มือหนาจึงตัดสินใจเคาะลงไปกับบานประตูไม้เบาๆพอให้เจ้าของห้องได้ยิน ถึงจะระทึกใจนิดหน่อยเพราะไม่รู้ว่าคนในห้องที่แสนจะอารมณ์แปรปรวนจะออกมาเจอเขาไม้ไหน แต่อีกไม่กี่วินาทีต่อมา การที่ปาร์คจินยองเปิดประตูห้องออกมาพร้อมกับสีหน้านิ่งเรียบก็ทำให้แจบอมเบาใจขึ้นมาหนึ่งเปราะ

 

          อย่างน้อยๆก็ไม่ได้ทำหน้าบึ้งใส่เขาล่ะว้า(แต่ก็ไม่ได้แปลว่าหมอนั่นจะอารมณ์ดีนะ)

 

            มีอะไรเหรอคุณ ?ดูเหมือนว่าคนในห้องจะสงสัยเล็กน้อย ก่อนจะพยักหัวอีกไม่กี่อึดใจต่อมาเมื่อดวงตากลมโตเหลือบมาเห็นหม้อแสตนเลสของตัวเองในมือของเขา     

            เอามาคืนน่ะ พอดีเพิ่งนึกได้พร้อมกับที่แจบอมยื่นหม้อให้ โดยที่เจ้าของห้องก็รับมันไปอย่างง่ายดาย

            อาช่วงนี้ผมยุ่งจนลืมไปเลย ขอบคุณนะครับแต่สำหรับแจบอมแล้ว วันนี้ท่าทางของปาร์คจินยองดูจะผิดแปลกไปจากทุกทีนิดหน่อย หากเป็นเวลาปกติก็เงยหน้าขึ้นมาคุยกับเขาปกติ แต่ตอนนี้คนตรงหน้าเขากลับก้มหน้าก้มตาเล็กน้อย

 

          เอาเถอะเข้าใจว่าเจอแบบนั้นคงจะกลับมาเป็นปกติทันทียากอยู่เหมือนกัน

 

            อือฮึ…” แจบอมพยักหน้าเล็กน้อย งั้นผมไปละนะ

            “เอ่อ…” แต่ดูเหมือนว่าปาร์คจินยองยังคงอยากจะพูดอะไรอยู่ เพราะอย่างนั้นแจบอมจึงเลิกคิ้วแทนเชิงว่าให้อีกฝ่ายพูดต่อ คือ…”

            “…”

            “ผมขอโทษนะเป็นเพียงเสี้ยววินาทีเดียวที่แจบอมสงสัยกับคำพูดของคนที่ตัวเล็กกว่า ก่อนที่คำตอบจะถูกเฉลยในประโยคถัดมา ขอโทษที่ทำให้คุณกับเด็กๆลำบากไปด้วย

            “ถ้าคุณหมายถึงเรื่องที่ร้านกาแฟ…” แจบอมทิ้งช่วงไปครู่หนึ่ง นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณสักนิด ต่อให้เราไม่ได้นั่งด้วยกัน ทั้งคุณและผมก็โดนคนพวกนั้นนินทาอยู่ดี

            “…”

            “คนมันจะสนุกกับเรื่องของคนอื่นยังไง ต่อให้ไม่ใช่เรื่องจริง เขาก็สร้างเรื่องขึ้นมาให้มันสนุกได้อยู่ดี ผมคิดว่าแบบนั้นนะ เพราะเห็นว่าสีหน้าของคนที่กำลังโทษตัวเองเริ่มไม่ดี แจบอมก็เลยพูดในสิ่งที่เขาคิดออกไป

 

          คนช่างนินทาไม่เข้าใจหรอกว่าคนฟังจะรู้สึกยังไงกับสิ่งที่ตัวเองพูด

 

            “ผมไม่อยากให้คุณโดนมองแบบเดียวกับที่ผมโดน…” และแจบอมก็พอจะเข้าใจว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร

            ถ้าหมายถึงเรื่องที่เอ่อ…” โชคดีที่แจบอมหยุดคำพูดของเขาไว้ได้ทัน เขาไม่ใช่คนใจร้ายพอที่จะซ้ำเติมหรือจุดประเด็นเรื่องนี้หรอกนะ

            “เรื่องที่ผมอย่างว่า…”

            “…”

            “…”

            “ใครสนล่ะ ?หลังจากที่ต่างคนต่างเงียบกับไปครู่หนึ่ง พร้อมกับที่สายตาทั้งสองคู่ต่างหันหนีออกจากกัน ในที่สุดแจบอมจึงยอมทำลายความเงียบนั้นลง สิ่งที่คุณเป็นมันไม่ได้ตัดสินว่าคุณเป็นคนไม่ดีนี่

            “แต่คนอื่นเขาไม่ได้คิดแบบนั้นเหมือนกับคุณสักหน่อยนี่อะไรกัน นี่เขาพยายามจะหาทางทำให้อีกคนรู้สึกสบายใจ แล้วไหงเจ้าแว่นตรงหน้านี่ดันมาดื้อแพ่งกับเขาซะล่ะ !

            “แล้วยังไง ? คนพวกนั้นเขาเคยคุยกับคุณไหม ? ก็ไม่เขาไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อของคุณด้วยซ้ำเรื่องนี้เขาจำได้แม่นเลย พวกหล่อนไม่ได้รู้จักชื่อของปาร์คจินยองด้วยซ้ำไป

            เรื่องที่โดนมองแบบนี้น่ะ ผมชินแล้ว…” ร่างเล็กพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยจะดีนัก แต่ผมรู้สึกไม่ดีมากกว่าที่ทำให้คุณต้องมาโดนอะไรแบบนี้ไปด้วย ไหนจะพวกเด็กๆอีก มันไม่ควรจะเป็นแบบนี้

            “นี่ คุณรู้ไหม ?แจบอมขัดขึ้นมาเบาๆ ในขณะที่คุณนั่งโทษตัวเองแบบนี้ พวกเด็กๆกำลังโกรธคนพวกนั้นแทนคุณอยู่นะพร้อมกับกล่าวถึงเจ้าก้อนจอมยุ่งทั้งหลายที่เพิ่งจะเคลียร์กับตัวเองไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

            “…”

            “อย่าให้พวกเด็กๆต้องโกรธคนพวกนั้นฟรีๆสิคุณและท่าทีที่ดูอ่อนลงของปาร์คจินยองก็ทำให้แจบอมสบายใจขึ้นมานิดหน่อย เลิกสนใจได้แล้ว ในเมื่อผมไม่ได้ติดใจอะไร คุณก็ไม่ต้องสนใจหรอก เลิกคิดแทนผมได้แล้ว

            “คุณแน่ใจนะว่าคุณโอเค ?ดังนั้นคนฟังที่ยืนเงียบมาพักใหญ่ถึงได้เงยหน้าขึ้นมาสบตากับแจบอมตรงๆเสียที

            นี่มันยุคไหนแล้วคุณ แล้วผมก็ไม่ใช่พวกปิดกั้นเรื่องแบบนี้สักหน่อยเอาจริงๆแจบอมไม่ได้สนใจเรื่องแบบนี้เท่าไหร่นัก เขามองว่ามันเป็นเรื่องปกติเพราะคนรอบข้างของเขาก็มีคนทำนองเดียวกับปาร์คจินยองอยู่เหมือนกัน ถ้าคุณรู้สึกผิดกับผมจริงๆ ถือว่าผมขอก็แล้วกัน เลิกคิดมากได้แล้ว นี่แหละ วิธีไถ่โทษของคุณ

            ให้ตายสิ คุณนี่มัน…” ถึงจะตีหน้าง้ำงอ แต่แจบอมจะถือว่าคนตรงหน้าของเขาเริ่มโอเคขึ้นมาแล้วก็แล้วกัน

            เอาล่ะ ผมรบกวนคุณมานานแล้ว ผมไปก่อนนะเพราะเห็นว่าเขามาอยู่ที่นี่นานแล้ว เดี๋ยวพวกเด็กๆจะพากันงอแงถ้าหาเขาไม่เจอในห้อง เพราะอย่างนั้นก็ถึงเวลากลับห้องเสียที แล้วก็ขอบคุณที่ให้พวกเรานั่งโต๊ะวันนี้ด้วย รวมไปถึงเรื่องที่ดูแลพวกเด็กๆด้วย

            ครับ…” ซึ่งเจ้าของห้องก็ทำได้แค่ตอบกลับมาสั้นๆพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆ

            แล้วก็นะดูเหมือนว่าพวกเด็กๆจะชอบคุณเอามากๆเลยล่ะ และนั่นก็ทำให้แจบอมคิดอะไรบางอย่างขึ้นมา ซึ่งเขาคิดว่าถ้าพวกเด็กๆมาได้ยินเข้าก็คงจะดีใจกันพอดูแหงๆ เพราะงั้น ถ้าวันไหนคุณว่างก็แวะไปหาเด็กๆที่ห้องของผมได้นะ

            ถ้าว่างนะครับพร้อมกับเสียงหัวเราะเบาๆของปาร์คจินยองที่ตอบกลับมา

            แล้วก็…” ในขณะที่กำลังเดินหันหลังกลับออกไป พร้อมกับที่ปาร์คจินยองกำลังจะปิดประตูห้อง คำพูดสุดท้ายที่แจบอมอยากจะพูดมาตั้งแต่แรกก็ถูกส่งไปพร้อมกับเสียงปิดประตูห้องหมายเลข 0716 พอดี

 

            ‘ เลิกร้องไห้ได้แล้วนะคุณ

 

           

            .

            .

            .

 

 

            นับว่าเป็นโชคดีที่แจบอมกลับมาถึงห้องก่อนที่อนิเมชั่นจะจบ เพราะอย่างนั้นเจ้าพวกมนุษย์ก้อนที่กลิ้งกลุกๆกันอยู่หน้าทีวีจึงไม่ได้รับรู้ว่าเขาหายออกไปจากห้องร่วมสิบนาที

            และเมื่ออนิเมชั่นจบลงในเวลาหกโมงเย็นกว่าๆ สิ่งมีชีวิตไซส์มินิก็พากันปิดโทรทัศน์ปิดเครื่องเล่นดีวีดี พร้อมกับลากแจบอม (ย้ำ ! ว่าลาก) เข้าไปอาบน้ำด้วยกัน และด้วยความเคยชินที่เขาต้องรบกับเจ้าพวกตัวแสบทั้งหลายที่พากันวิ่งว่อนรอบห้องน้ำ แถมดำผุดดำว่ายกันในอ่างทำให้แจบอมเริ่มรู้สึกเหนื่อยน้อยลงกับการจับเจ้าตัวยุ่งทั้งหลายอาบน้ำ ก่อนจะพากันออกมาในชุดนอนลายทางแขนขายาวสีสันสดใส โดยมีแจบอมยืนหอบหายใจในชุดเสื้อยืดกับกางเกงบ๊อกเซอร์ขาสั้นอย่างหมดแรง (เหนื่อยน้อยลงในที่นี้คือ แค่หมดแรง ไม่ได้ถึงกับหน้ามืดไง)

            มื้อเย็นของวันนี้ก็ยังคงเป็นสไตล์หนุ่มโสดโดดเดี่ยวอย่างรามยอนหม้อไฟ (เอาน่า เขาไม่ได้กินมาเกือบหนึ่งสัปดาห์แล้วนะ !) แต่วันนี้เขาอุตส่าห์เติมเต้าหู้ปลากับแฮมที่ซื้อมาจากมินิมาร์ทด้านล่างเพื่อเพิ่มคุณค่าทางสารอาหารให้พวกเด็กๆ แล้วก็ไม่ลืมที่จะเทนมให้กินคนละแก้วอีกด้วย (และมันก็เป็นเหมือนเดิมที่แจ็คสันกินหมดคนสุดท้าย แถมรอบนี้เขาก็เห็นด้วยว่า เจ้าก้อนวายร้ายแอบเทนมของตัวเองใส่แก้วของยูคยอมและมาร์คด้วย) ก่อนจะพาไปแปรงฟันและเตรียมส่งเข้านอน

 

            แด๊ดดี้ คืนนี้มานอนกับพวกเราน้า ตามสัญญาที่แด๊ดดี้บอกไว้ไง ยองแจนจำได้นะ

 

            และประโยคทวงคำสัญญาในคืนที่พากันป่วยยกบ้านก็ถูกยองแจหยิบขึ้นมา ทำให้เขาถูกเด็กน้อยตัวกลมทั้งห้าคนพากันจูงมือตรงดิ่งเข้าห้องนอนของพวกเด็กๆ เครื่องปรับอากาศถูกเปิดโดยแจบอม พร้อมกับที่มนุษย์ก้อนลูกเป็ดพากันกระโดดขึ้นเตียงนอนเรียงเป็นแถวกันตาแป๋ว โดยไม่ลืมที่จะเว้นช่องว่างตรงกลางไว้ให้เขาด้วย

 

            แด๊ดดี้ คืนนี้เล่าพิน็อคคิโอน้า ม้ากคึอยากฟังแล้วก็เป็นเช่นเดิมที่หนังสือนิทานสองภาษาถูกพี่ใหญ่ผมแดงที่ยิ้มจนเขี้ยวซี่น้อยๆโผล่ออกมายื่นมาให้

 

            การเล่านิทานด้วยน้ำเสียงโมโนโทนของแจบอมใช้เวลาราวๆ 5 นาทีจึงจะจบเล่ม และเมื่อนิทานของเขาจบลงแล้ว ก็ไม่ได้แปลกว่าภารกิจในการส่งเจ้าพวกตัวยุ่งเข้านอนจะจบลง เมื่อแบมแบมลุกขึ้นมาจากเตียงอีกครั้ง พร้อมกับเรียกร้องคำขอข้อต่อมา

 

            “แด๊ดดี้โป๊ะโป๊ะน้า โป๊ะโป๊ะกัน

 

            เพราะอย่างนั้นแก้มของเขาถึงถูกก้อนกลมๆพากันใช้ปากแย่งกันหอมไปมา ตามมาด้วยที่แจบอมต้องหอมแก้มทุกคนกลับคนละสองข้าง เท่านี้จึงถือได้ว่าภารกิจส่งพวกเด็กๆเข้านอนเป็นอันจบ แจบอมที่นอนอยู่กลางเตียงโดยมีพวกเด็กๆนอนขนาบข้างที่ตอนนี้พากันหลับตาพริ้มพร้อมกับยิ้มหวานไปพร้อมกับห้วงความฝันจึงเอื้อมไปปิดโคมไฟข้างเตียง ก่อนจะค่อยๆขยับออกมาจากเตียงนอนแล้วเดินออกมาจากห้องนอนของเด็กๆในที่สุด

            ถามว่าทำไมเขาถึงต้องออกมาจากห้องนอน ? อาเขาไม่ได้อยากผิดสัญญาหรือรังเกียจที่จะนอนกับพวกเด็กๆหรอกนะ แต่เพราะเวลาทำงานของเขามันคือยามราตรีแบบในตอนนี้ต่างหาก เพราะอย่างนั้น ไฟห้องทำงานจึงถูกเปิดขึ้น พร้อมกับที่แจบอมจัดการขนเครื่องเขียนและขวดน้ำเข้าไปนั่งปักหลักเตรียมทำงานในห้อง โดยไม่ลืมที่จะหยิบอมยิ้มกับหมากฝรั่งเข้าไปด้วย (เอาไว้กินแก้อยากบุหรี่ไง อย่างงสิ)

            แต่ก่อนจะเริ่มทำงาน โทรศัพท์มือถือที่เขาวางทิ้งไว้ร่วมสามชั่วโมงนับตั้งแต่ที่เขาออกจากห้องเพื่อไปคืนหม้อให้เพื่อนบ้านห้อง 0716 ก็ถูกเจ้าของหยิบขึ้นมาเพื่อตรวจเช็คโซเชียลเน็ตเวิร์คและสายโทรเข้าออกเป็นครั้งสุดท้ายของวันก่อนที่แจบอมจะต้องลงมือทำงานในคืนนี้

 

            R R R R  ~

 

            และในขณะที่แจบอมกำลังสไลด์หน้าจอมือถือเช็ค Facebook อยู่ จู่ๆเสียงตั้งสั่นของโทรศัพท์สายเรียกเข้าก็ดังขึ้น ดวงตาคมหรี่มองหน้าจอโทรศัพท์ที่ส่องแสงสว่างเพื่ออ่านชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอไปคร฿หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อเห็นเจ้าของสายเรียกเข้าในค่ำคืนนี้

 

          คุณได้รับข้อความเสียง 1 ข้อความ

 

            อาข้อความเสียงหรอกเหรอ ? แจบอมจึงตรวจสอบรายละเอียดเล็กน้อยก่อนจะพบว่า ข้อความเสียงนี้ถูกส่งมาราวๆสองทุ่ม ซึ่งเป็นช่วงที่เขากำลังเล่าให้นิทานและส่งเจ้าพวกตัวยุ่งเข้านอน แต่ถึงกระนั้นแจบอมก็ยังคงแนบโทรศัพท์ไว้กับหูอยู่ดีเพื่อรอฟังข้อความที่ปลายสายฝากทิ้งไว้ โดยที่ยังคงยิ้มอยู่เหมือนเดิม

 

            [ ป๊ะป๋าแจบอมขา ! ป๊ะป๋าคิดถึงหนูมั้ย ~ หนูคิดถึงป๊ะป๋าที่สุดเลย พรุ่งนี้ออมม่าจะไปประชุม ออมม่าบอกว่าให้หนูไปอยู่กับป๊ะป๋านะคะ พรุ่งนี้หนูจะไปหาป๊ะป๋าที่คอนโดตอนเก้าโมงน้า ฝันดีนะคะป๊ะป๋า รักป๊ะป๋าที่สุดในโลกเลย ~ ]

 

…to be continued…

(ยังไม่จบนะ เลื่อนลงมาก่อน !)

 

 

[ Special side by PARK JINYOUNG]

 

          วันนี้เป็นอีกหนึ่งวันที่โคตรเลวร้ายสำหรับผมเลย

 

            ทันทีที่ผมเดินออกมาจากร้าน ในหัวของผมมันก็มีคำถามเต็มไปหมด คำถามที่รุมเร้าในหัวทำให้ผมไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ตัวเองเดินมาถึงห้อง แต่พอปิดประตูห้องแล้วอยู่ในห้องคนเดียว มันรู้สึกเคว้งไปหมดจนผมไม่อยากจะทำอะไรอีกเลย

            ผมรู้ดีว่าสิ่งที่ผมเป็น สังคมบางส่วนก็คงรังเกียจใช่ครับ จริงๆแล้วพวกเขาก็พูดกันไม่ผิดหรอก เรื่องที่ผมเป็นน่ะ แต่ผมไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้เหมารวมและมีความคิดเลวร้ายกันขนาดนั้น ทั้งพนักงานในร้านที่ฉวยโอกาสจับมือของผม รวมไปถึงสายตาของลูกค้าทั้งร้านที่พากันจ้องมองพร้อมกับนินทากันเหมือนผมเป็นอะไรสักอย่างที่ไม่ใช่คน

 

          มันก็แปลกดีนะครับที่เรื่องส่วนตัวของผมกลับไปทำให้คนอื่นเป็นเดือดเป็นร้อน

 

            แต่ถ้าถามว่าตอนนี้ผมรู้สึกอย่างไร จะให้ตอบว่าสบายดีก็คงโกหกครับ ผมไม่ใช่คนที่เข้มแข็งพอที่จะเผชิญกับสถานการณ์แบบนั้นหรอกครับ เพียงแต่ว่าการที่เดินหนีออกมามันคงจะทำให้ผมรู้สึกแย่น้อยกว่าการที่จะต้องอยู่ในสถานการณ์นั้นต่อไปโดยที่ผมไม่รู้ว่าผมจะโดนอะไรต่อ

            และถามถ้าว่าอะไรทำให้ผมลำบากใจมากขึ้นไปอีก ก็คงจะไม่พ้นครอบครัวแปลกๆห้อง 0418 ที่บังเอิญเจอกันในร้านกาแฟนั่นแหละครับ เพราะเห็นว่าพวกเด็กๆอยากจะนั่งเป็นเพื่อนผม (ด้วยเหตุผลที่บอกว่ากลัวผมเหงาอา พวกเด็กๆก็น่ารักแบบนี้แหละครับ) สุดท้ายทุกอย่างจึงจบลงด้วยการที่โต๊ะขนาดใหญ่กลายเป็นโต๊ะเล็กๆไปในชั่วพริบตา ทั้งที่ผมตั้งใจว่าจะหอบงานไปทำที่ร้านเงียบๆก็ตาม แต่ก็เอาเถอะครับ นั่งกันหลายๆคนมันก็ไม่เหงาดีเหมือนกัน

            ถึงจะนั่งอ่านแผนงานไป แต่ก็ไม่ใช่ว่าผมจะไม่ได้ยินหรือมองเห็นสายตาของพวกลูกค้าคนอื่นๆในร้านที่จ้องมองมาที่โต๊ะของผมสักพักแล้วนะครับ ผมเห็นหมดทุกอย่าง แต่ก็หวังแค่ว่าพวกเขาจะนินทากันให้สนุกปากโดยไม่ก้าวก่ายอะไรผมก็พอ แต่ไปๆมาๆ บทสนทนาของเขามันก็เริ่มจะไม่เข้าท่าขึ้นเรื่อยๆ และที่ผมไม่ชอบที่สุด ก็คงจะเป็นการที่ลากผู้ชายห้อง 0418 ที่นั่งอยู่โต๊ะเดียวกับผม และพวกเด็กๆที่ไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวเข้ามาในบทสนทนาของพวกด้วย

 

          มันชักจะเกินไปหน่อยแล้วล่ะมั้ง

 

            เพราะอย่างนั้นผมก็เลยปลีกตัวออกไปซื้อน้ำเพราะเริ่มทนฟังบทสนทนาแย่ๆเหล่านั้นไม่ไหว แต่ใครจะคิดล่ะครับว่าผมจะมาซวยซ้ำซ้อนเพราะโดนพนักงานชายในร้านปั่นประสาทด้วยการหลอกจับมือผมอยู่นาน ตามด้วยคำดูถูกและเหยียดเพศสารพัด ก่อนจะจบด้วยเหตุการณ์ที่ผมเดินออกมาจากร้านนั่นแหละครับ (แต่เชื่อได้เลยว่า บทสนทนาในร้านของพวกเขาคงจะไม่จบกันง่ายๆหรอก)

            สารภาพเลยว่าตอนนี้ผมไม่มีอารมณ์แม้แต่จะแตะต้องงานวิทยานิพนธ์ตรงหน้าแม้แต่นิดเดียว พร้อมกับที่โทรศัพท์ถูกนำขึ้นมาเล่นแทนการทำงาน เคยเป็นไหมครับ รู้สึกท้อใจจนไม่อยากจะทำอะไรเลย และเวลาแบบนี้มันก็ทำให้ผมนึกถึงใครคนหนึ่งขึ้นมา เพราะอย่างนั้นผมก็เลยไม่ลังเลที่จะกดโทรหาคนที่ผมกำลังนึกถึงทันที

 

            [ว่าไงจ๊ะคนเก่งของแม่…]

 

            เคยเป็นกันไหมครับ เวลารู้สึกเหนื่อยใจ พอได้ยินเสียงของคนเป็นแม่ สิ่งที่พยายามอดทนมาตลอดมันเริ่มจะพังทลายลง ผมเป็นนะตอนแรกผมตั้งใจแค่ว่าจะโทรไปหาแม่เพราะอยากคุยด้วยเฉยๆ แต่พอแม่เริ่มทักทายผมขึ้นมา มือเจ้ากรรมมันก็สั่นไปหมดเลยล่ะ

 

            แม่เหรอ…” ผมรู้ดีว่าตอนนี้ตัวผมก็เริ่มจะถึงขีดจำกัดของความอดทนแล้วล่ะ แต่ผมก็ไม่อยากจะร้องไห้ให้ท่านไม่สบายใจหรอกนะครับ ยิ่งห่างไกลกันแบบนี้ ผมก็ยิ่งกลัวว่าแม่จะเป็นห่วงมากขึ้นไปอีก

            [จินยองเป็นอะไรหรือเปล่าลูก ? เสียงดูไม่ดีเลย] แต่ก็อย่างว่าแหละครับ หนึ่งในเรื่องน่าอัศจรรย์ของคนเป็นแม่ก็คือการที่แม่รับรู้ทุกอย่างได้จากการฟังหรือมองเพียงปราดเดียวเท่านั้น

            ผมผมคิดถึงแม่จังเลย…” ทั้งๆที่ตั้งใจว่าจะโทรไปคุยให้หายคิดถึง แต่พอได้ยินเสียงของแม่แบบนี้ น้ำตามันก็พาลไหลลงมาเองเสียอย่างนั้น ผมก็เลยทำได้แค่พยายามตั้งสติเพื่อให้เสียงดูเป็นปกติที่สุดเท่าที่จะทำได้

          [จินยองร้องไห้เหรอลูก ?]

            “เปล่าอึกผมไม่ได้ร้องฮึก…”

          [ไม่เอานะคนเก่ง โตแล้วอย่างอแงสิ]

            “อึก ฮือ…”

          [ถ้าเหนื่อยมาก กลับมาที่บ้านก่อนไหมลูก ?]

            “ไม่เป็นไรแม่อึกผมไม่เป็นไร ฮึก…”

          [ลูกเป็นแบบนี้แม่ไม่สบายใจเลยนะ มีอะไร บอกแม่ได้ไหมจินยอง ?]

            “แค่เหนื่อยน่ะครับแล้วก็คิดถึงแม่ด้วยแต่สุดท้ายผมก็พยายามตั้งสติแล้วเช็ดน้ำตาลวกๆเพราะไม่อยากให้แม่ต้องลำบากใจ ยิ่งเราอยู่กันแค่สองคนแบบนี้ ผมยิ่งไม่อยากให้แม่ต้องมานั่งกังวลเพียงลำพังด้วย

 

            ใช่ครับผมอยู่กับแม่แค่สองคน ส่วนพ่อของผม เราตัดขาดกันไปตั้งแต่ผมยังเด็กมากๆด้วยเหตุผลบางอย่างที่แม่เลือกที่จะไม่เล่าให้ผมฟัง ผมเข้าใจก็เลยไม่เร้าหรือขอให้ท่านเล่าหากมันทำให้แม่สบายใจ ผมรู้แค่ว่าผมโตมากับแม่ ป้า และยาย รวมไปถึงหลานสาวที่เป็นลูกของลูกสาวป้าอีกที

 

          เพราะแบบนั้นผมก็เลยกลายเป็นผู้ชายคนเดียวที่โตมาท่ามกลางผู้หญิงน่ะสิครับ

 

            ผมเคยอิจฉาเวลาเห็นเพื่อนๆมีพ่อมารับมาส่งที่โรงเรียน อิจฉาเวลาเห็นเพื่อนมีพี่ชายหรือน้องชายเล่นเป็นเพื่อน ในขณะที่คนรอบตัวของผมกลับเป็นผู้หญิงหมด แต่มันก็เป็นข้อดีนะครับ เพราะทุกคนดูแลผมดีมาก ที่บ้านไม่เคยทำให้ผมรู้สึกว่าขาดอะไร ดังนั้นความคิดเด็กๆเรื่องพ่อและญาติพี่น้องผู้ชายมันก็เลยหายไปตามกาลเวลา เพราะแบบนี้ผมก็เลยติดนิสัยจุกจิกๆของพวกผู้หญิงมาด้วย แต่ผมก็ไม่ได้มองว่ามันไม่ดีนะ บางครั้งมันก็เป็นมารยาทติดตัวที่พึงมีไว้ก็ไม่เห็นจะเสียหายสักหน่อย จริงไหมครับ ?

 

          [ไม่ร้องไห้นะคนเก่ง…]

            “อึกครับฮึก…”

 

            ส่วนเรื่องของผมที่บ้านรับรู้หมดครับ รู้แม้กระทั่งเรื่องของจองชินที่ผมเคยคบหามาก่อน แต่ที่บ้านของผมก็ไม่ได้ติดใจอะไร เพราะถือว่าผมโตพอที่จะคิดได้ แล้วผมก็ไม่เคยมีพฤติกรรมไม่ดีให้พวกท่านต้องลำบากใจด้วย

 

            ก๊อก ก๊อก !

 

            ในขณะที่ผมกำลังถือสายคุยกับแม่ จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น ผมก็เลยคุยกับแม่ไปด้วย ในขณะที่ลุกไปยืนส่องตาแมว และคนที่ยืนอยู่หน้าห้องก็ทำเอาผมงงไปเล็กน้อย เพราะผมก็คิดไม่ถึงว่าคนที่จะมาอยู่หน้าห้องตอนนี้เป็นผู้ชายพ่อลูกห้าที่ชื่ออิมแจบอมน่ะสิ

 

            [จินยองโอเคใช่ไหมลูก ?] และดูเหมือนว่าผมคงจะเงียบนานไปหน่อย แม่ก็เลยเป็นห่วง

            ครับแม่…” พร้อมกับที่ใช้แขนเช็ดหน้าแบบลวกๆ ครั้นจะให้ไปต้อนรับแขกสภาพนี้ก็คงจะไม่ดีเท่าไหร่

          [แม่ก็คิดถึงลูกนะ ว่างๆก็กลับมาปูซานนะ ยายกับยัยหนูอยากเจอลูกจะแย่อยู่แล้ว]

            ครับแม่ เดี๋ยวผมว่าจะกลับเดือนหน้าเหมือนกันและตอนนี้ผมว่าผมก็ไม่ควรจะปล่อยให้แขกรอนานแล้วล่ะ แม่ครับพอดีมีแขกมาหา เดี๋ยวตอนกลางคืนผมจะโทรไปหาใหม่นะครับ

          [ได้เลยจ้ะ แม่ก็จะไปทำมื้อเย็นให้ที่บ้านแล้วเหมือนกัน ไว้คุยกันใหม่นะจ๊ะ แม่รักลูกนะ]

            “ผมก็รักแม่เหมือนกันครับ…”

 

            โอเคผมว่าตอนนี้หน้าผมก็ไม่ได้แย่มาก เพราะอย่างนั้นผมจึงรีบเปิดประตูห้องเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาทที่ปล่อยให้แขกยืนรอนานจนเกินไป แต่ถึงกระนั้นผมก็ยังพยายามหลบสายตาของเขาอยู่ดี มันก็รู้สึกนะครับที่เขาต้องมาพลอยโดนหางเลขเพราะผมไปด้วย

            แต่ดูเหมือนว่าคนที่ชื่ออิมแจบอมเขาจะไม่ได้คิดแบบนั้นเลยล่ะครับ ถึงจะเป็นคนที่ดูห่ามๆและตรงไปหน่อย แต่เชื่อไหมครับ ว่าคำพูดของเขาแทบทุกประโยคกลับทำให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น ทั้งๆที่ประโยคมันก็ฟังดูแข็งทื่อไปนิด (เอาจริงๆผมว่ามันก็กลายเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเขาไปแล้วล่ะ) แต่การที่เขาพยายามที่จะบอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ได้เป็นเพราะผม มันก็ทำให้ผมรู้สึกดีขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

            แต่ที่ผมแอบขำนิดๆ ก็คงเป็นเรื่องที่เขาบอกว่าจะเอาหม้อมาคืน แต่สุดท้ายก็พูดร่ายยาวเสียจนกินเวลาไปร่วมสิบนาที แต่ก็เอาเถอะครับ วันนี้ผมก็ไม่มีแรงจะต่อล้อต่อเถียงหรือชวนกันตีเท่าไหร่ แล้วก็เป็นเพราะว่าความหวังดีของเขากับพวกเด็กๆที่เขาบอกว่าโกรธคนพวกนั้นแทนผม ทำให้ผมรู้สึกว่าครอบครัวนี้ก็ดูตลกดีเหมือนกัน

 

            ผมไปก่อนนะ

 

            นั่นคือคำสุดท้ายที่เขาพูดขึ้นพร้อมกับหันหลังออกจากห้องของผมไป แต่ตอนที่ผมกำลังจะปิดประตูห้อง ผมก็ดันเห็นจากช่องว่างระหว่างประตูตอนที่เขาหันกลับมา แล้วก็ดันได้ยินประโยคสุดท้ายที่เขาพูดพร้อมๆกับที่ประตูห้องของผมปิดลง

 

            ‘ แล้วก็เลิกร้องไห้ได้แล้วนะคุณ

 

            อาให้ตายเถอะ ช่างสังเกตกว่าที่คิดเหมือนกันนี่นะ แปลว่าเขาคงจะเห็นสีหน้าของผมมาตั้งแต่ตอนแรกแล้วแน่ๆ จะว่าไปก็แปลกดีนะครับที่คนทื่อๆมึนๆอย่างเขาดูจะช่างสังเกตขนาดนี้ หรือว่าเป็นผมเองที่แสดงท่าทีชัดเจนไปก็ไม่แน่ใจ แต่คำพูดของเขามันกลับทำให้ผมรู้สึกว่าเขาเองก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไรสักนิด แล้วผมก็เริ่มไม่แปลกใจแล้วว่า ทำไมพวกเด็กๆถึงได้รักผู้ชายคนนั้นขนาดนี้

 

            แต่ว่า บางทีเขาก็ควรจะรู้สักนิด

 

          ว่าการที่เขาเข้ามาในช่วงที่คนอื่นอ่อนแอแบบนี้น่ะ มันไม่ใช่เรื่องที่ดีเท่าไหร่หรอกนะ !

 

…PARK JINYOUNG’s Special End…

เพิ่มเติมข้อมูลค่ะ





เกม Feeding Frenzy ที่ลูกเป็ดเล่นในคอมพี่จีนยองค่ะ
มีใครเคยเล่นกันไหมคะ ?
สนุกมาก เสียวเวลาพวกปลาฉลามมา 555555555




ส่วนอันนี้คือ เบย์แมกซ์ จาก BigHero6 ค่ะ
(เราเป็นทาสพี่ทาดาชินะ เราจอง !!!)
แอบเหมือนคยอมมั้ยคะ 5555555555555

 

 

โอ๊สสสสสสสสสสสสสสส !!!
สวัสดีทุกคนค่ะ /กระโดดโลดเต้นรอบหน้าบทความ
เราอยากจะบอกว่า เราสอบวิชาหลักเสร็จแล้ว พรุ่งนี้สอบตัวสุดท้าย
แล้วเราก็จะปิดเทอมแล้วล่ะค่ะ วูปปี้
!!! //จุดพลุ

สำหรับตอนนี้ ขอโทษที่ทิ้งช่วงไปนานนะคะ
โดนไฟนอลรุมจริงๆค่ะ มันโหดร้ายมาก ไม่ได้นอนมา
4 คืนติด ทรมานมากค่ะ ฮือออออ

EP นี้แทรกไว้หลายประเด็นเลยค่ะ
ประเด็นที่
1 … ขอบอกว่าเรื่องนี้ต้องใช้วิจารณญาณนะคะ
แต่เราเคยเจอมากับตัว ค่อนข้างเชื่อค่ะ
เรื่องของเรื่องคือ เมื่อก่อนเราไม่เคยเชื่อเรื่องผีเลยค่ะ ไม่เชื่อเลย
แต่พอเข้ามหาลัยปุ๊บ มีเพื่อนในกลุ่มเรา
2 คนที่มีเซนส์ค่ะ
วันดีคืนดีพากันเห็นสิ่งไม่พึงประสงค์พร้อมกัน โอ้โห บันเทิงมากค่ะ
มีวันนึงไปกินหมูกระทะหอเพื่อน เจอกันกลางห้องเลยค่ะ
คือเราไม่เห็นนะ แต่ถ้าเพื่อนมันเห็นพร้อมกันสองคน ก็แปลว่าไม่น่าโกหกแล้วล่ะ
เพราะงั้นก็เลยพากันนอนกอดเป็นก้อนโมจิกัน
7 คนตลอดคืนเลยค่ะ 55555555555
ยังไม่รวมสารพัดเรื่องขนหัวลุกที่เจอมาตลอดช่วง 1 ปีในรั้วมหาลัยนะคะ ฮือออออ
แต่ก็ขอบคุณเพื่อนๆมากที่ทำให้เราได้มาเล่าขานเรื่องนี้ได้อย่างสมบูรณ์
นอกจากนี้ กรณีที่มีเด็กเห็นบ่อย เราได้รับการพิสูจน์มาจากน้องชายของเราเองค่ะ
เรื่องของเรื่องคือนางเดินไปเข้าห้องน้ำ แล้วนางก็บอกว่ามีคนอยู่ในบ้าน
ทั้งๆที่ตอนนั้นมีกันอยู่สองพี่น้อง และเรานั่งอยู่หน้าบ้าน
บายค่ะ วิ่งหนีไปสิงสนามเด็กเล่นเลยค่ะ
555555555555555
ดังนั้นตอนนี้ขอให้ใช้วิจารณญาณกันนะคะ ไม่เชื่อก็ได้ แต่ไม่ลบหลู่กันเนอะ

ส่วนเรื่องต่อมา เป็นเรื่องที่เราเคยไปแชร์กับคนรู้จักคนหนึ่งมาค่ะ
เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อนมาก และเราก็โคตรเกลียดการเหยียดเพศในสังคมมากๆเลยค่ะ
รวมไปถึงเรื่องการนินทาคนอื่น
เราอยากจะสื่อว่า บางครั้งคำพูดสนุกปากของคุณ คนฟังเขาไม่สนุกด้วยนะคะ
ดังนั้นขอให้ฟิคเรื่องนี้เป็นการเตือนสติของคนช่างเมาท์ว่า ให้นึกถึงใจคนฟังด้วยนะคะ
ถึงจะไม่มีใครไม่เคยถูกนินทา แต่ขอให้จำไว้ว่า
การนินทาอาจเปลี่ยนชีวิตของคนๆหนึ่งได้เลยนะคะ

และสุดท้ายนี้ เราก็แอบซ่อนโค้ดลับไว้เยอะมาก
หวังว่าทุกคนคงจะไขมันออกนะคะ เราแอบแฝงไว้เยอะเลยค่ะ
ลองอ่านแล้วตีความหมายกันดูนะคะ
เพราะบางอย่างจะอธิบายกันตรงๆก็คงจะยาวไป ฮี่ๆ

สำหรับ EP นี้มีทั้งหมด 61 หน้าเวิร์ดนะคะ อ่านกันให้ตาแฉะไปเลย
ฉะนั้น อย่าลืมกำลังใจกันนะคะ ทั้งในแฮชแท็กและหน้าบทความเนอะ
ไม่งั้นเราจะไม่พาลูกเป็ดมาหาจริงๆด้วย
ลูกบอกว่า กลัวแม่ๆเป็ดจะหายกันไปหมด ฉะนั้นอย่าทิ้งลูกๆกันนะคะ
 
ปล. สำหรับแฟนอาร์ตในแฮชแท็ก เราจะอัพตอนหน้าเลยนะคะ
รอกลับไปใช้เน็ตที่บ้านอัพรูปดีกว่าค่ะ เน็ตหอกากกรังเหลือเกิน T___T
 dwarf.
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 171 ครั้ง

10,430 ความคิดเห็น

  1. #10301 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 08:17
    เกมปลาเป็นอะไรที่เล่นสนุกมากแต่ก็กลัวโดนกินมากเช่นกัน 5555
    เด็กๆเจอคุณย่าด้วย เด็กๆน่ารักมีการห่วงคุณยายกลัวคุณยายร้อน
    เรื่องเพศนี่ละเอียดอ่อนจริงๆค่ะเรื่องของเราแท้ๆแต่ไม่รู้ทำไมชอบไปหนักหัวคนอื่นตล๊อดดดดดด
    #10301
    0
  2. #10065 Thanchanok-2544 (@Thanchanok-2544) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2561 / 22:09
    feeding frenzy ง่าเกมฮิตสมัยเด็กๆเลย อ่า...จะว่าไปอ่านฟิคเรื่องนี้ทำให้คิดย้อนไปถึงเรื่องราวในสมัยเด็กๆของตัวเองแฮะ //เกาหัว
    #10065
    0
  3. #9692 fern101fern (@fern101fern) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 เมษายน 2561 / 20:31
    เจ้าลูกเป็ดน่ารักกันอีกแล้ว ทั้งปกป้องแด๊ดดี๊ทั้งพี่จินยอง จั๋นอยู่แนวหน้าตลอดเลยไม่ว่าสถานการณ์ไหน 55555
    #9692
    0
  4. #8749 zRosalind (@naphalai) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2560 / 21:15
    กรี๊ดดดด นยองงง
    #8749
    0
  5. #8737 TonAor0610 (@TonAor0610) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 พฤษภาคม 2560 / 23:42
    ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ตัวเราค่ะ แต่มันอยู่ที่หัวคนอื่น อุ๊ปส์!!
    #8737
    0
  6. #8675 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 22:06
    ป้าพวกนั้นมายุ่งอะไรด้วยละ..
    บีเนียร์หยอดวันละนิดละหน่อยย
    #8675
    0
  7. #8645 nnpch852 (@nnpch852) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 17:25
    ชอบความละเอียดของไรท์มากเลยค่ะ ประเด็นนี้มันละเอียดอ่อนมากจริงๆ ขนาดเราเป็นbisexualยังโดนนินทามาเยอะ;-;
    #8645
    0
  8. #8464 ploy_TMTC (@ploy-tmtc) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 12:30
    เบื่อคนพวกนี้มากๆเลย อยากตบแทนจินยอง
    #8464
    0
  9. #8048 cosmoace (@cosmoace) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มีนาคม 2560 / 21:31
    ตอนกลุ่มสมาคมแม่บ้านสุมหัวกันินทาพี่จีนยองนะอยากกระโดดเข้าไปตบกันให้ฟันหลุด หมั่นไส้มากกกกกก แต่ที่แน่ๆ คือตอนนี้ยาววววววมากกกกกกกกกกกก นั่งอ่านเกือบ 40. นาทีได้ค่ะ ยาวจริงจังสุดๆ ????
    #8048
    0
  10. #7636 Kwan_Z.E* (@kwan-kirenez) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:09
    เราก็เป็นคนนึงที่เกลียดคนที่ทำอะไรไม่นึกถึงจิตใจคนอื่น ไม่ให้เกียรติและส่อแสดงความคิดเห็นแสดงความเป็นตัวเองแบบไร้มารยาทมากอีกคนนึงเลยค่ะ ฮึ่ม! มันขัดตาคนใจคนรับรู้มากเลยจริงๆ นะคะ แต่ก็นะถือซะว่ากิริยาส่อสกุลกันไปละกันดังนั้นคุณแด๊ดกับพี่จีนยองก็ต้องเข้มแข็ง เข้าไว้นะคะ ลูกเป็ดส์ของแม่ก็ต้องห้ามทำตัวเลียนแบบสิ่งมีชีวิตที่ไม่น่าคบหาเหล่านั้นนะคะเด็กๆ
    ปล.ตอนแรกแอบคิดว่าจะมีคนเรียกผู้จัดการมาลากคอบุคคลในเรื่องที่ไม่น่าจะสามารถทำงานบริการได้ออกมาแล้วนะคะ ไม่อยากปล่อยนางไปเลยจริงๆ แต่ก็ไม่อยากให้แด๊ดดี้โดนเด็กๆ กลัวไม่งั้นจะยุให้แด๊ดดี้กระทืบนางซักทีจริงๆ เลยนะคะ น่าโมโหมากๆ
    ถึงจะดราม่าพ่วงท้ายแต่ก็มีฉากได้ซึ้งใจเรื่องราวในครอบครัวของแด๊ดดี้ คุณย่าก็ใจดีกับเด็กๆ มากเลย กลับบ้านรอบหน้าแด๊ดดี้เอาลูกเป็ดส์ไปฝากตัวกับคุณแม่ด้วยนะคะ อ่านแล้วอยากย้ายมหาลัยมาตั้งข้างบ้านมากเลยค่ะ ความเศร้าใจของคนติดบ้านแต่ต้องไปอยู่หอ ㅠ ㅠ" ! 

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 4 กุมภาพันธ์ 2560 / 17:26
    #7636
    0
  11. #7623 lanya78 (@lanya78) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:53
    ชอบมุมมองของไรท์ในการถ่ายทอดเรื่องการเมาท์ และเพศที่สามค่ะ สังคมบ้านเราเป็นสังคมเงื่อนไขที่ชอบเรื่องโกหกเฟคๆที่ดูสวยหรูนะคะ เช่น เป็นเพศที่สาม เเต่ต้องเก่ง ไม่เก่งก็ไม่โดนยอมรับไม่เป็นที่ต้องการ ซึ่งเราไม่เข้าใจค่ะว่าการที่เราเป็นเพศที่สาม เป็นเพศทางเลือก เป็นqueer นี่มันไปทำให้บ้านเขาไฟไหม้หรืออย่างไร เคยสังเกตุเหมือนกันนะคะว่าคนที่ชอบนินทาคนอื่นนั้น มักจะนินทาคนอื่นให้ตัวเองดูสูงขึ้น ทั้งเหยียดเพศ ทั้งโกหก เเต่สังคมเราอยู่กันกับคนพวกนี้จริงๆค่ะ จะอยู่ได้ต้องสตรองต้องโนสนโนเเคร์ จี นยองต้องโนสนโนเเคร์นะลูก
    #7623
    0
  12. #7555 DarkDiary_13 (@DarkDiary_13) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 17 มกราคม 2560 / 16:53
    ฮื่อ ทุกอย่างมันค่อยๆพัฒนาสิน้า~
    #7555
    0
  13. #7507 Zebus (@kim09499mii2) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 มกราคม 2560 / 22:40
    ตกหลุมรัก ขึ้นไม่ไหว เธอใช่มั้ยเป็นคนผลักฉันนนน~ อร๊ายยย เขิลวุ๊ย เขิลวุ๊ยยยย >///<
    #7507
    0
  14. #6793 bibimbua (@bibimbua) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 03:24
    กรี้ดดดดดด มันเกิดความหวั่นไหวววววว
    #6793
    1
    • #6793-1 G_m_O_o_T_o_7_k (@G_m_O_o_T_o_7_k) (จากตอนที่ 13)
      10 ธันวาคม 2559 / 00:14
      โอ้ยเกมนั้นสนุกมากเคยเล่นแล้วอย่างเสียวเลย555
      #6793-1
  15. #6786 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 13 พฤศจิกายน 2559 / 00:07
    เป็น 61 หน้าที่อัดแน่นจริงๆค่ะ
    คือหลากอารมณ์ได้ทุกตอนจริงๆ
    ทำไมดีงามแบบนี้คะไรต์
    นี่นู๋จีนหวั่นไหวกับแด๊ดดี้แล้วใช่ไหม
    อิมแจ นายก็เหมือนกัน ตั้งแต่กอดปลอบรอบก่อนล่ะ
    #6786
    0
  16. #6691 Kanompie ขนมพาย (@pieitim) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 09:42
    เราว่าจินยองควรเอาเรื่องพนักงานคนนั้นนะ เป็นพนักงานซะเปล่า ทำไมมาพูดจาเหยียดและแต๊ะอั๋งลูกค้าอย่างนี้ ส่วนคนอื่นที่นินทา คือแบบ ชอบทำให้คนอื่นรู้สึกแย่? จินยองจะต้องสู้ๆ ??????
    #6691
    0
  17. #6486 Qette (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2559 / 11:39
    คยอมเบย์แมกซ์น่ารักกกกกกกก <3

    ตอนนี้ให้ข้อคิดดีมากๆค่ะ โป๊ะๆๆ
    #6486
    0
  18. #6422 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2559 / 19:17
    เป็นตอนที่ดีมากๆเลยค่ะ แฝงอะไรเยอะแยะไปหมด เราก็ไม่ชอบเหมือนกันที่แบบ..ดูถูกคนอื่นแบบนี้อะ เหยียดเพศคือแบบเกลียดมาก ก็ไม่เข้าใจว่าทำไมสังคมเป็นแบบนี้เนอะ เพศไหนก็เหมือนกันนั้นแหละ เขาก็ไม่ใช่คนไม่ดีนี่ สงสารพี่จินยองนะ ฮือ
    #6422
    0
  19. #6287 สมเหมียว (@lookpla9) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 21:42
    ตอนรวมเล่มนี่อยากให้ไรท์เอาช่วงทอร์คใส่มาด้วยจังเลยค่ะ ดูใส่ใจสุดๆ 555555 สู้ๆนะคะไรท์ ฟิคน่ารักมากค่ะ
    #6287
    0
  20. #6285 pine_ppp (@0933769878) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 20:41
    โห้เกมนั้นตอนอยู่ป.4 ป.5 นี่ติดมากเลยเหอะ เห็นแล้วก็อยากกลับไปเล่นอีกเลยอารมณ์ตอนเล่นนี่เหมือนกับพวกลูกเป็ดเลย5555
    #6285
    0
  21. #6242 ทำไมต้องไอค่อน' (@tingerbel) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 19:29
    เกมในตำนานวัยเด็กของเราเลย พี่แจบอมองอุ่นจริงๆนะ คิดดูดิ พี่แกจะบอกเรื่องแก๊งลูกเป็ดกับแม่ แล้วให้แม่ช่วยเลี้ยงก็ได้ หรือจะเอาแก๊งลูกเป็ดไปคืนก็ได้ แต่นี่พี่แกแมนมาก สตรองมาก ห้าคนแล้วไง ฉันเลี้ยงคนเดียวได้ ผู้ชายแบบนี้หายากมาก นี่เราก็หลงรักไปแล้วเนี่ย ใจดีมากๆ สงสารพี่จีนยองอ่า ตอนนี้
    #6242
    0
  22. #6156 ยูริจัง^^ (@ploypichaya) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 22:08
    คุณยายน่ารักมากค่ะ555 โผล่มาแบบ4Dเลย
    #6156
    0
  23. #5916 Yesmyboy (@jxperyah) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 03:29
    สงสารจินยองอ่ะ มีความขนลุกกับคุณยายเบาๆเน้อออนี่ตีสามนะ
    #5916
    0
  24. #5825 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 21:18
    อยากเอาระเบิดไปปาร้านกาแฟจริงๆ เอาให้ตายตั้งแต่พนักงานยันคนซื้อเลยแม่ง 😤😤😤
    #5825
    0
  25. #5805 Byun Beagle (@mamoopk) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 16:34
    เด็กๆจะน่ารักไปไหนน
    #5805
    0