ตอนที่ 16 : EP 14 | เหตุเกิดจากน้ำกลั่นขวดนั้น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12274
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 161 ครั้ง
    29 พ.ค. 59


HASHTAG : #แด๊ดดี้เดฟ
(มาเล่นกันเถอะ มาเล่นกันเถอะ เย้ !)



EP 14 | เหตุเกิดจากน้ำกลั่นขวดนั้น

 

          ไม่มียามเช้าวันใดยอดเยี่ยมไปกว่าการนอนมุดผ้าห่มรับกับแอร์เย็นฉ่ำในวันที่ฝนตกปรอยๆ ห้องนอนที่มืดสนิทไร้ซึ่งแสงแดดใดๆเข้ามาเยี่ยมเยือนยิ่งทำให้บรรยากาศในเช้านี้ช่างแสนสงบและคู่ควรแก่การนอนมากที่สุด และยิ่งถ้าผู้ที่กำลังนอนอยู่ในตอนนี้คือชายหนุ่มที่นานๆครั้งจะได้นอนในเวลาหัวค่ำแล้วล่ะก็ เตียงนอนนุ่มๆกับความสงบในยามเช้าแบบนี้ก็ยิ่งเปรียบเสมือนสวรรค์แห่งการพักผ่อนอย่างแท้จริง

 

            พลั่ก !

 

            อั้ก !”

 

            หากแต่แรงกระแทกอย่างแรงจากฝ่าเท้าน้อยๆที่พาดลงมากลางลำตัวของชายหนุ่มที่นอนอยู่ตรงกลางของเตียง ตามมาด้วยแรงกดทับจากน้ำหนักของก้อนกลมๆก้อนใดก้อนหนึ่งที่นอนร่วมเคียงกันตลอดทั้งคืนก็ได้กลายเป็นนาฬิกาปลุกชั้นยอดที่ทำให้ผู้ถูกรุกรานในยามเช้าวันนี้ต้องลืมตาตื่นขึ้นมาพร้อมกับอาการจุกเสียดตลอดบริเวณหน้าท้องลามไปถึงบริเวณช่วงล่างของกลางลำตัว พร้อมๆกับที่ดวงตาเรียวคมเหลือบมาเห็นสาเหตุของอาการเจ็บปวดต้อนรับยามเช้าที่มืดครึ้มในวันนี้พอดิบพอดี

            มนุษย์ก้อนผมทองซึ่งกำลังนอนหลับปุ๋ยอย่างสบายอกสบายใจที่นอนคว่ำหน้าอยู่บริเวณกลางลำตัวของเขาเสมือนลูกหมีโคอาล่าตัวกลมที่นอนเกาะอยู่บนต้นยูคาลิปตัสทำให้แจบอมขยี้ศีรษะอย่างนึกหงุดหงิดอยู่สองสามที ก่อนจะปรายตามองบริเวณรอบข้างและพบว่ามีเหล่าสปีชีส์ก้อนกลมๆนอนขนาบข้างเขาอยู่อีกสี่ก้อน พร้อมๆกับที่ผู้ถูกรุกรานในยามเช้าเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่า เป็นตัวของเขาเองที่มานอนอยู่กลางสมรภูมิรบตลอดคืนที่ผ่านมา

            ทว่า แรงจุกเสียดที่ถูกแจ็คสันกดทับตลอดบริเวณกลางลำตัวทำให้แจบอมที่หวังจะนอนฝันหวานในตอนแรกเป็นอันต้องล้มเลิกโครงการในยามเช้าไป ถึงจะเป็นการตื่นนอนแบบไม่ได้ตั้งใจทั้งคนปลุกและคนถูกปลุก แต่จุกจนเจ็บไปทั่วหน้าท้องขนาดนี้เขาเองก็คงจะนอนต่อไม่ลงแล้วเหมือนกัน

            ดังนั้น โซฟาห้องนั่งเล่นจึงกลายเป็นที่รองรับชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดที่ถูกมนุษย์เด็กสี่ขวบโจมตีในเวลาหกโมงสี่สิบห้านาที ร่างกายสูงใหญ่นอนเอกเขนกจนกินพื้นที่เต็มโซฟาพร้อมกับที่ข่าวสดยามเช้าถูกอ่านไปเรื่อยๆโดยผู้ประกาศข่าวผ่านหน้าจอโทรทัศน์ โดยที่สายตาก็ยังคงจับจ้องที่หน้าจอโทรศัพท์เพื่อเช็คข่าวคราว ส่วนหูก็ฟังข่าวในแบบที่จับใจความได้บ้างไม่ได้บ้าง ตามแต่ที่สติพอจะแยกแยะได้

 

            Line !

 

            แอพลิเคชั่นแชทชื่อดังโลโก้สีเขียวที่เด้งป๊อปอัพแจ้งเตือนขึ้นมาทำให้แจบอมต้องกดเข้าไปดู ตัวเลขหลักร้อยที่แสดงอยู่หัวมุมไอคอนแอพลิเคชั่นทำให้แจบอมเผลอขมวดคิ้วเป็นปมไปเล็กน้อยด้วยความสงสัย เพราะเท่าที่จำได้ เขาไม่เคยไม่เปิดอ่านแชท (ส่วนจะตอบหรือไม่ตอบก็คืออีกเรื่อง แต่ส่วนใหญ่ก็อ่านแล้วไม่ตอบ) เพราะรำคาญสายตาเวลาเห็นตัวเลขปรากฏอยู่บนมุมแอพลิเคชั่น หากแต่ตัวเลขที่ปรากฏเป็นจำนวนเท่ากับตัวเลขแจ้งเตือนบนหัวมุมไอคอนก็ยิ่งทำให้แจบอมต้องหรี่ตาเพื่อให้มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้มองตัวเลขผิดพลาดไป

 

            สถาปัตย์ฯรุ่น 16 : เห็นโมฯเป็นลม ขอยาดมสองแผง (47)                       (114)

 

            และชื่อที่ปรากฏขึ้นพร้อมกับเลขแจ้งเตือนจำนวนข้อความในห้องแชทก็ทำให้แจบอมได้แต่ถอนหายใจ เพราะชื่อที่ว่านี้คือชื่อกลุ่มแชทของเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัยที่อยู่ร่วมคณะเดียวกัน (และมีชีวิตรอดจนเรียนจบโดยไม่ซิ่วเสียก่อน) หมายเลขรุ่นที่ 16 กับจำนวนสมาชิกทั้งหมด 47 คนในกลุ่มทำให้แจบอมพยักหน้าหงึกๆก่อนจะตัดสินใจกดเข้าไปอ่านห้องแชทที่มีเลขแจ้งเตือนหลักร้อยแสดงอยู่

 

          ส่วนชื่อรุ่นอันแสนจะเออ ทุเรศนั่นเขาจะทำเป็นเมินๆไปก็แล้วกัน !

 

            Minseok Kim : เหย ! พวกมึง วันเสาร์ว่างกันป่ะ ?

          Minseok Kim : เมื่อตอนบ่ายวันนี้กูบังเอิญไปเจอยูริกับซึลกิที่ห้าง เลยได้คุยกัน ก็เลยมีแพลนว่าจะจัดงานเลี้ยงรุ่นเพราะไหนๆเพื่อนๆก็ไม่ได้เจอกันนานแล้ว สนใจกันเปล่าวะ ?

          Minseok Kim : ไม่ได้จัดงานใหญ่ๆนะ แค่ไปจองร้านอาหารกินข้าวกันเฉยๆ รุ่นเราคนน้อยอยู่แล้ว

          JaeHyung Swagger : ก็เข้าท่านะ ปกติกูไม่ค่อยเจอเพื่อนรุ่นเราในออฟฟิศอยู่แล้ว กูโอเคนะ วันเสาร์กูว่าง

          Sana SHASHASHA ! : วันเสาร์ตอนเย็นป่ะ ? ถ้าเย็นกูว่างนะ ตอนเช้ามีพรีเซนต์งาน

          $UHO | ซูโฮ : กู 50 – 50 นะ ไม่แน่ใจว่าจะโดนเรียกเข้าออฟฟิศมั้ย เพราะลูกค้ากูรอบนี้จู้จี้ชิบหาย

          ลิซซี่ศรีปูซาน : ขอแค่บอกวันเวลา พี่พร้อมเสมอ !

          Baro (บาโรโอ้ลาล่า) : กูก็น่าจะไปได้แหละ เดี๋ยวแอบเมียมา ฮิฮิฮิ

          Wonpil K. : กูไปได้ แต่คงอยู่ไม่ดึกนะ คืนวันเสาร์ต้องไปส่งพี่ที่สนามบิน

 

            และอีกสารพัดคำตอบจากเพื่อนร่วมรุ่นที่ส่วนใหญ่จะเทคำตอบไปที่คำว่า ว่าง หรือ ไปได้ แต่ก็มีประมาณสิบกว่าคนที่ตอบไปในทิศทางที่แตกต่างออกไปเพราะเหตุผลหลายๆอย่าง บางคนก็เรื่องงาน บางคนก็เรื่องครอบครัว (ทั้งรุ่นมี 47 คน แต่งงานไปแล้วประมาณ 10 คน ถ้านับพวกที่มีแฟนด้วยอีกก็ร่วมๆ 20 คนเห็นจะได้ หึพูดแล้วมันจี๊ดเลย !) ก่อนจะตามมาด้วยข้อความคุยเล่นอื่นๆในแชทที่แจบอมเองก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองจะต้องเสียเวลานั่งไล่อ่านจนจบ แถมยังต้องมานั่งขำกับความบ้าบอของเพื่อนฝูงอีก บวกกับที่เห็นว่าข้อความพวกนี้ถูกคุยกันตั้งแต่เมื่อคืนช่วงเที่ยงคืนเป็นต้นไป ซึ่งเป็นเวลาที่เขาเข้านอนไปแล้วเมื่อคืนนี้ทำให้ต้องมานั่งย้อนอ่านแชทในเวลาเช้าตรู่แทน

            ซึ่งพอมาลองคิดดูแล้ว วันเสาร์นี้เขาเองก็ไม่ได้ติดภาระการงานอะไร นอกเสียจากเจ้าพวกมนุษย์ลูกเป็ดตัวยุ่งทั้งหลายต่างหากที่ทำให้แจบอมคิดไม่ตกว่าเขาควรจะไปดีไหม ครั้นจะเอาเด็กๆไปด้วยมีหวังได้พากันแตกตื่นทั้งรุ่นอย่างแน่นอน แต่พอเลื่อนมาจนเห็นแชทเกือบท้ายๆที่ปรากฏออกมา ก็มีข้อความหนึ่งที่สะดุดสายตาของแจบอมเข้าอย่างจัง

 

          ชยอนูไม่ใช่โชว์นู : กูไปนะ นัดเวลากับร้านมาได้เลย

 

            สิ่งที่สะดุดตาแจบอมไม่ใช่เนื้อหาข้อความแชท หากแต่เป็นชื่อของผู้ส่งที่ทำให้แจบอมชะงักไปครู่หนึ่งแทน พร้อมกับที่แจบอมเหลือบไปเห็นว่าประตูห้องนอนที่เขาเพิ่งเดินออกมาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนกำลังมีสิ่งมีชีวิตตัวกลมทั้งห้าก้อนเดินเรียงแถวออกมาในสภาพผมชี้ฟู ทำให้แจบอมคิดคำนึงอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงเริ่มพิมพ์คำตอบส่งไปในแชทกลุ่มทันที

 

          Im Jaebum : กูไม่ไปนะ

 

            ข้อความสั้นๆถูกส่งเข้าแชทกลุ่ม ก่อนที่ร่างสูงจะรีบปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ต พร้อมกับที่ร่างกายของเขากำลังเริ่มถูกเจ้ามนุษย์ก้อนตัวร้ายทั้งหลายพากันคืบคลานขึ้นมานอนทับบนโซฟากันจนดูยั้วเยี้ยไปหมด

 

            แด๊ดดี้ ~ วันนี้ตื่นเช้าจังเลยเริ่มต้นคำทักทายยามเช้าด้วยเจ้าก้อนผมทองที่เริ่มเลื้อยไหลมานอนทับเขาอีกครั้งจะไม่บอกหรอกว่าตูตื่นเพราะเอ็งนั่นแหละเฟ้ย !

            “วันนี้มันมืดๆจังเลยน้า แด๊ดดี้ว่าไหม ?ตามมาด้วยพี่ใหญ่ผมแดงที่วิ่งไปมุดผ้าม่านเพื่อตรวจดูสภาพอากาศยามเช้าผ่านประตูกระจกด้านหลังห้องอ๋า ! ฝนตกนี่นา !”

            “บอกไว้ก่อนเลยว่าวันนี้ฉันจะไม่พาพวกนายออกไปเล่นฝนอีกแล้วนะและนั่นก็ทำให้แจบอมรีบดักคอขึ้นมาทันที เขาจะไม่ยอมป่วยหนักเหมือนคราวก่อนอีกอย่างแน่นอน

            งือคยอมหิวจังเลยแด๊ดดี้แล้วก็ตามมาด้วยเสียงเพรียกของเจ้าก้อนลูกหมีตัวโตที่นั่งกอดตุ๊กตามูมินพร้อมกับแบมแบมที่เป็นเวรให้อาหารปลาทองประจำวันนี้ที่กำลังทักทายสิ่งมีชีวิตตัวกลมสีส้มที่ว่ายดุ๊กดิ๊กเมื่อมีอาหารปลาหล่นลงไปในอ่างแก้ว

           

            และเพราะมีลูกหมีตัวเริ่มถามหาถึงมื้อเช้า ดังนั้น แจบอมจึงจัดการปิดโทรทัศน์ ก่อนจะเดินนำเหล่าเด็กน้อยทั้งห้าตรงไปยังห้องน้ำเพื่อทำธุระส่วนตัว แล้วก็เป็นเฉกเช่นทุกวันที่บริเวณอ่างล้างหน้าจะต้องมีก้อนกลมๆแย่งกันยืนเบียดเพื่อพยายามจะส่องกระจก แต่ถึงจะกระโดดก็แล้ว เขย่งเท้าจนสุดตัวก็แล้ว หรือแม้แต่พยายามจะตะกายอ่างล้างหน้าก็แล้ว ก็มีเพียงแค่เส้นผมที่สะท้อนกับกระจกกลับมาอยู่ดี เพราะอย่างนั้นกระจกเงาตอนนี้ก็เลยเห็นแต่ใบหน้าของคุณพ่อร่างสูงที่ยอมเฟดตัวไปยืนพิงกำแพงห้องน้ำอยู่ด้านหลังแทน

 

            “นี่ อย่ายืนเบียดกันขนาดนั้นสิ เดี๋ยวก็ลื่นล้มกันจนได้หรอกแล้วก็ต้องคอยปรามเจ้าตัวยุ่งทั้งหลายไปด้วยในสภาพที่ฟองท่วมปากไปด้วย

            กลุกๆๆๆ ออออออออออออออ ~~ดังนั้นแจ็คสันที่แปรงฟันเสร็จเป็นคนแรกจึงกลั้วปากกลั้วคออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกระโดดออกมาจากอ่างล้างหน้าแล้ววิ่งเล่นไปมารอบห้องน้ำแทนระหว่างรอคุณพ่อตัวสูงและเหล่าพี่น้องแปรงฟันกันอยู่ ตามมาด้วยยูคยอม ยองแจ มาร์ค และแบมแบมที่พากันวิ่งฉิวรอบห้องน้ำตามลำดับ ทิ้งไว้เพียงแจบอมที่ใช้เวลาแปรงฟันนานกว่าพวกเด็กๆให้อยู่หน้ากระจกเพียงลำพัง

 

          ให้ตายสิเขาไม่อยากมาวิ่งไล่จับลิงในห้องน้ำตั้งแต่เช้านะ !

 

            แต่ยังไม่ทันที่จะได้สนใจพวกเด็กๆมากนัก ในวินาทีที่แจบอมกำลังเตรียมจะล้างหน้านั้น เขาก็ได้สังเกตกับอะไรบางอย่างที่ผิดปกติบนหน้าของตัวเอง

            อย่างแรกก็คือตอหนวดเขียวๆที่นับวันชักจะขึ้นไวขึ้นเรื่อยๆ เมื่อก่อนเขาใช้เวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์กว่าจะโกน แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าต้องโกนแทบทุกเช้า แต่เพราะความเคยชินบวกกับที่เห็นว่าเจ้าพวกตัวยุ่งกำลังพากันวิ่งเล่นอยู่ เพราะอย่างนั้นแจบอมจึงรีบคว้าโฟมโกนหนวดมาโปะที่ใบหน้า แล้วใช้มีดโกนปาดอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ถูกเจ้าลูกลิงทั้งห้าพากันมาก่อกวน (ไม่อยากบีบโฟมให้เล่นแล้ว เสียดายไง เข้าใจไหม !?!)

            ทว่า หลังจากกำจัดตอหนวดเรียบร้อยแล้ว ปัญหาต่อมาที่ทำให้แจบอมยืนจิ๊ปากอย่างขัดใจอยู่ครู่หนึ่งก็คือ ผมหน้าม้าที่ชักจะยาวเกินความจำเป็น ซึ่งถ้าจำไม่ผิด เขาจำได้ว่าครั้งสุดท้ายที่ไปให้ร้านตัดผมเล็มมันออกก็ราวๆสามเดือนที่แล้ว ดังนั้น ผมหน้าม้าจึงเริ่มยาวลงมาปรกช่วงดวงตาของเขาจนเริ่มน่ารำคาญเสียแล้ว

            แต่ครั้นจะเล็มผมเอง เขาเองก็มีประสบการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีนักกับการตัดผม เพราะตอนเด็กๆเขาเคยลองใช้กรรไกรมาตัดผมหน้าของตัวเอง ปรากฏว่ามันก็เบี้ยวๆแหว่งๆจนถูกเพื่อนเรียกว่า ไอ้เด๋อไปประมาณสองสามเดือน เพราะฉะนั้นความคิดที่จะตัดผมเองจึงต้องรีบตัดทิ้งไปโดยปริยาย

 

          ไว้ค่อยแวะไปให้ร้านใต้คอนโดฯเล็มให้ก็แล้วกัน

 

            เพราะอย่างนั้น แจบอมจึงต้องทำการหอบหิ้วเจ้าพวกตัวยุ่งทั้งห้าชีวิตที่พากันวิ่งเล่นในห้องน้ำออกมาด้านนอกอย่างหมดสภาพ (พอจับแจ็คสันได้ ยูคยอมวิ่ง จับยูคยอมได้ มาร์คก็วิ่ง จับมาร์คได้ แจ็คสันก็หลุดมืออีก ยังไม่รวมยองแจกับแบมแบมอีกนะ !) พร้อมๆกับที่นึกขึ้นได้ว่า ตู้เย็นของเขานั้นมันว่างเปล่า ไร้ซึ่งอาหารใดๆที่จะมาเป็นมื้อเช้าสำหรับทุกคนได้

 

            อาฉันหวังว่าพวกนายคงจะยังไม่เบื่ออาหารมินิมาร์ทกันนะ

 

            ถึงจะฟังดูชุ่ยไปเสียหน่อย แต่เขาคิดว่าอย่างน้อยๆการฝากท้องไว้ที่มินิมาร์ทยามเช้าน่าจะเป็นอะไรที่ปลอดภัยสำหรับห้องครัวและท้องไส้ของทุกคนมากกว่า กระเป๋าสตางค์และกุญแจห้องจึงถูกหยิบขึ้นมา ก่อนที่หนึ่งชายหนุ่มและห้าเด็กน้อยในชุดนอนเต็มยศจะพากันออกมาหน้าห้องเพื่อลงไปซื้อเสบียงสำหรับเช้าวันนี้

 

            ม้ากคึอยากกินข้าวปั้นล่ะ !” และทันทีที่เข้ามาในมินิมาร์ทที่แอร์แสนจะเย็นฉ่ำ กระพรวนก้อนที่เดินตามก้นแจบอมกันต้อยๆในตอนแรกก็พากันสลายโต๋ทันที เริ่มต้นด้วยมาร์คที่วิ่งพุ่งไปยังตู้แช่อาหารพร้อมกับนิ้วป้อมๆที่ชี้ยังข้าวปั้นรูปสามเหลี่ยมที่วางเรียงรายอยู่บนชั้น แด๊ดดี้ ม้ากคึกินอันนี้ได้ไหม ?

            “อือฮึ มีไส้ทูน่า แซลม่อนย่าง แล้วก็สลัดไข่กุ้ง จะกินอันไหนล่ะ ?แต่เพราะชั้นวางข้าวปั้นที่อยู่สูงเกินสำหรับเจ้าตัวเล็กทำให้คุณพ่อจำเป็นต้องเดินเข้าไปช่วยดูพร้อมกับร่ายชื่อไส้ข้าวปั้นให้เจ้าก้อนผมแดงเลือก

            งือน่ากินหมดเลยอ่า…” ซึ่งพอได้ยินชื่อไส้ข้าวปั้นทั้งหมดแล้ว แก้มอูมๆของพี่ใหญ่ตัวเปี๊ยกก็พองลมน้อยๆอย่างน่าเอ็นดู แด๊ดดี้ว่าอันไหนอร่อยที่สุดหรอ ?แล้วก็หันมาถามความเห็นจากแจบอมผู้ซึ่งไม่ประสีประสากับการเลือกอะไรแบบนี้เท่าไหร่นัก (ถ้าเป็นเขาน่ะเหรอก็หยิบมันมาทั้งสามรสแล้วก็กินๆไปนั่นแหละ)

            ทูน่าล่ะมั้งเพราะอย่างนั้นก็เลยตอบแบบขอไปทีอีกตามเคย เขาไม่รู้นี่ว่าอันไหนอร่อยที่สุด ฉะนั้นเขาไม่ผิดนะ !

            “ถ้าแด๊ดดี้ว่าอร่อย งั้นม้ากคึเอาไส้ทูน่าก็แล้วกันและเจ้าก้อนผมแดงก็ยิ้มร่าอย่างชอบใจพร้อมกับที่แจบอมเอื้อมไปหยิบข้าวปั้นไส้ทูน่าลงตะกร้า เรียบร้อยไปหนึ่งราย ขอบคุณน้าแด๊ดดี้ ~

            “แด๊ดดี้ ~หลังจากจัดการเรียบร้อยไปหนึ่ง ก็ตามมาด้วยเสียงแหลมๆของรายที่สองที่ยืนเกาะตู้ติ่มซำหน้าเคาท์เตอร์อยู่ แจ็คสันอยากกินขนมจีบกุ้งกับซาลาเปากระต่ายในตู้นี้ล่ะ !” แล้วนิ้วกลมป้อมของเจ้าก้อนวายร้ายก็จิ้มไปที่ตู้กระจกที่เต็มไปด้วยไอน้ำ แต่ก็ไม่ได้ทำให้แจบอมแปลกใจเท่ากับชื่อของกินแปลกๆชื่อหลัง

            ซาลาเปากระต่าย ?พร้อมกับคิ้วโค้งมนที่ขมวดเป็นปมอย่างสงสัย อย่าหาว่าเขาเชยหรืออะไรเลยนะ แต่เกิดมาก็เพิ่งจะเคยได้ยินนี่แหละ

            นี่ไงแด๊ดดี้ อันนี้ๆ ตอนแจ็คสันอยู่บ้านใหญ่เคยมีพวกพี่สาวเอามาให้กิน พี่สาวบอกว่าเป็นซาลาเปากระต่ายล่ะ เหมือนแบบนี้เลย ~ พร้อมกับชี้ย้ำๆไปที่ซาลาเปาไส้ครีมที่ไม่ได้มีหน้าตากลมๆเหมือนไส้อื่น แต่กลับเป็นก้อนกลมๆสีขาวรูปร่างเรียว และในขณะที่กำลังสงสัยถึงที่มาของชื่อซาลาเปากระต่ายได้ไม่นาน สายตาของชายหนุ่มก็ได้เหลือบไปเห็นที่มาของชื่อที่ได้คลายข้อสงสัยให้ตัวเองได้ในเวลาต่อมา

 

            แรบบิทครีม

 

          มันก็เลยกลายเป็นที่มาของชื่อซาลาเปากระต่ายแบบนี้เหรอแบบนี้ก็ได้เหรอเฮ้ย !?!

 

            แต่ถึงอย่างนั้นแจบอมก็หันไปสั่งซาลาเปาและขนมจีบกับพนักงานที่เคาท์เตอร์อยู่ดี ก่อนจะต้องเดินตามล่ามนุษย์ตัวกลมอีกสามชีวิตที่พากันวิ่งไปยังโซนของกินอื่นๆภายในร้านในสภาพเหนื่อยอ่อน วิ่งไล่จับเด็กห้าคนในมินิมาร์ทมันไม่ใช่เรื่องตลกสักนิด !

 

            “แด๊ดดี้ ดูซี่ ~และเมื่อเจ้าก้อนผมปอยชมพูเห็นคุณพ่อตัวสูงเดินผ่านมาใกล้ๆตัวเอง มือน้อยๆของเจ้าตัวเล็กก็รีบกระตุกฝ่ามือหนาของแจบอมพร้อมกับชี้ไปตรงหน้าของตัวเองทันที มีเค้กรูปพี่หมีกับเค้กรูปบ้านด้วยล่ะ แบมแบมอยากกินจังเลยและเค้กครีมสดปอนด์เล็กสำหรับหนึ่งคนที่วางขายในตู้แช่ของมินิมาร์ทก็ทำให้แจบอมส่ายหน้าเบาๆแทนคำตอบ

            ฉันว่า เช้าๆแบบนี้กินอย่างอื่นก่อนดีกว่านะเพราะจะให้กินขนมหวานตั้งแต่เช้าก็ดูจะไม่เข้าท่าเท่าไหร่ แจบอมจึงปฏิเสธเจ้าก้อนน้องรองที่ตอนนี้เริ่มพองแก้มและเบะปากออกมาน้อยๆเสียก่อน อย่างพวกไส้กรอกหรือไม่ก็ซาลาเปาแบบแจ็คสันก็ได้พร้อมทั้งเสนอไอเดียให้แบมแบมที่ยืนมองเค้กครีมสดตาละห้อยอยู่

           

            อย่าหาว่าเขาใจร้ายเลยแต่การกินของหวานตอนเช้าๆแถมยังท้องว่างกันแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่หรอก

 

            งืองั้นแบมแบมกินแซนด์วิชปูอัดอันนู้นได้ไหมแด๊ดดี้ ? ถึงจะยืนงอแงไปเล็กน้อย แต่สุดท้ายแล้วแบมแบมก็ยอมละสายตาจากขนมเค้กตรงหน้าก่อนจะเปลี่ยนเป้าหมายไปชี้แซนด์วิชไส้ปูอัดด้านบนแทน

            ฮื่ออันนี้ใช่ไหม ?แจบอมจึงต้องเอื้อมไปหยิบแซนด์วิชไส้ที่เจ้าก้อนผมปอยชมพูเรียกร้องมา ก่อนจะหยิบมาถามย้ำเพื่อความมั่นใจแล้วจึงส่งให้กับพนักงานเพื่อให้ทางร้านอุ่นให้

            “แด๊ดดี้ แด๊ดดี้ ~~ จบจากนายท่านรายที่สาม เจ้าทาสอิมแจบอมก็ต้องเดินลากสังขารไปตามเสียงเรียกของนายท่านรายที่สี่ต่อ

 

          พระเจ้าช่วยก่อนออกจากร้านอย่าลืมเตือนให้เขาซื้อยาดมกันด้วยล่ะ !

           

            “ว่าไงยองแจ ?

            “แด๊ดดี้ ไส้กรอกชีสจึของที่นี่อร่อยไหมอ่า ? พร้อมกับที่มินิคอกเทลไส้กรอกชีสแพ็คหนึ่งในมือป้อมๆของเจ้าก้อนแก้มอวบถูกยื่นมาตรงหน้าของเขาพร้อมถามถึงข้อมูลบางอย่างเพื่อประกอบการตัดสินใจ

            ถ้าถามฉันมันก็โอเคนะไม่รู้สิ เขาคิดว่าอย่างน้อยๆมันก็อร่อยกว่าอาหารที่เขาทำล่ะนะ

            งั้นยองแจนจะกินอันนี้ ~ ยองแจนเอาอันนี้ล่ะ !” แล้วก็ยังคงเป็นอีหรอบนี้เสมอที่ถ้าแจบอมเสนออะไรแล้วมันฟังดูเข้าท่า เจ้าแก้มกลมตรงหน้าก็พร้อมจะเชื่อเขาเสมอ แจบอมจึงต้องหยิบแพ็คไส้กรอกไปให้พนักงานอุ่นที่เคาท์เตอร์อีกครั้ง ก่อนที่เจ้าทาสอิมแจบอมจะกลับมาเดินตามหานายท่านยูคยอมเป็นคนสุดท้าย ซึ่งจุดที่แจบอมเดินไปเจอยูคยอมก็คือหน้าตู้แช่เย็นขนาดมหึมา (เมื่อเทียบกับไซส์ก้อนๆของเจ้าลูกหมีน้องเล็ก) ที่เรียงรายไปด้วยเครื่องดื่มหลากหลายชนิด

            งือ…” แต่ประทานโทษ นายท่านยูคยอมหาได้สนใจเจ้าทาสผู้ครอบครองกระเป๋าสตางค์แต่อย่างใด ดวงตากลมโตยังคงจ้องไปที่ตู้แช่ด้วยท่าทีหนักใจ (คงจะเป็นปัญหาใหญ่ระดับชาติของเด็กสามขวบสินะ) นมเปรี้ยวหรือนมรสเมล่อนดีน้า เลือกยากจังเลย ตแต่แต่คยอมก็อยากกินนมกล้วยกับนมช็อกโกแลตด้วย งือ…”

            “…” เพราะอย่างนั้นแจบอมจึงตัดสินใจเปิดตู้แช่ข้างๆกันเพื่อหยิบกาแฟกระป๋อง พอดีกับที่ยูคยอมหันขวับมาเห็นเขา ก่อนที่เจ้าลูกหมีตัวโตจะยิ้มร่าทันที

            แด๊ดดี้ ~นั่นไง เสียงจากนายท่านมาแล้ว คยอมเลือกนมไม่ถูก คยอมจะกินอะไรดี แด๊ดดี้ว่านมอันไหนอร่อยที่สุดเหรอฮะ ?พร้อมกับโยนภาระการเลือกรสชาติของนมมาให้แจบอมอีกครั้ง

            ก่อนจะเลือกนม ฉันว่านายเลือกอาหารก่อนดีกว่าแจบอมว่า เพราะอย่างไรเสียเขาก็ตั้งใจจะบังคับให้พวกเด็กๆกินนมคู่กับมื้อเช้ากันอยู่แล้ว ฉะนั้นให้ยูคยอมไปเลือกอาหารก่อนจะดีกว่า

            จริงด้วยซี่แต่คยอมไม่รู้จะกินอะไรดีล่ะแด๊ดดี้แล้วเจ้าก้อนลูกหมีตัวโตก็ทำหน้าครุ่นคิดอย่างหนักใจอีกครั้ง

            อา…” และแจบอมเองก็ไม่รู้ว่าเขาจะเสนออะไรให้กับนายท่านคนสุดท้องดี ร่างสูงจึงกวาดสายตารอบมินิมาร์ทเพื่อมองหาอะไรที่พอจะเป็นมื้อเช้ารูปแบบใหม่ๆให้ยูคยอม กินเกี๊ยวซ่าเป็นไหม ?

            “เกี๊ยวซ่า ? เกี๊ยวซ่าคืออะไรหรอแด๊ดดี้ ?ถึงเจ้าตัวเล็กจะไม่รู้จักสิ่งที่แจบอมพูดถึง แต่ก็มีทีท่าสนใจอยู่ไม่น้อย เพราะอย่างนั้นแจบอมจึงเอื้อมไปหยิบแพ็คเกี๊ยวซ่าแช่แข็งออกมาจากตู้แช่  พร้อมกับโชว์รูปภาพบนห่อให้เด็กน้อยดู

            เป็นแบบนี้ไง สนใจไหมล่ะ ?

            “น่ากินจังเลย…” แล้วก็ได้ผลเกินคาดเมื่อดวงตากลมจ้องห่อเกี๊ยวซ่าตาแป๋ว คยอมกินได้ใช่ไหม ?

            “ฮื่อ งั้นตกลงว่าของนายเป็นเกี๊ยวซ่านะก่อนจะจัดการส่งแพ็คเกี๊ยวซ่าให้พนักงานไปอุ่นอีกครั้งจึงเป็นอันจบ

 

            หลังจากที่เจ้าทาสวัยยี่สิบเจ็ดปีจัดการเลือกอาหารให้เหล่านายท่านทั้งห้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แจบอมจึงปลีกตัวมาเดินดูอาหารเช้าของตัวเองบ้าง ข้าวกล่องแช่แข็งถูกหยิบออกมาจากตู้แช่ก่อนจะส่งให้พนักงานไปอุ่น แล้วจึงเดินไปหยิบต๊อกปกกีสำเร็จรูปแบบกระป๋องไปเติมน้ำร้อน ก่อนจะเดินกลับมาหยิบนมกล่องรสเมล่อนจำนวนห้ากล่อง (จะให้กินแต่รสเดิมๆก็กลัวพวกเด็กๆจะเบื่อน่ะสิ ลองเปลี่ยนดูบ้างก็ไม่เลวเหมือนกัน) ใส่ตะกร้าแล้วจบด้วยการเดินไปจ่ายเงินที่แคชเชียร์ จึงเป็นอันเสร็จสิ้นการซื้อมื้อเช้าในวันนี้

 

            และกว่าจะวิ่งไล่จับเจ้าลูกลิงตัวยุ่งทั้งห้าออกมาจากมินิมาร์ทได้ ก็เล่นเอาแจบอมแทบจะล้มลงไปนอนกองกับพื้นหน้าประตูมินิมาร์ท

 

            ทันทีที่มาถึงห้อง สิ่งมีชีวิตตัวกลมทั้งห้าก็รีบวิ่งนำมายังห้องครัว กระโดดขึ้นนั่งบนโต๊ะอย่างรู้งาน ตามมาด้วยแจบอมที่แจกจ่ายมื้อเช้าตามออเดอร์ของเหล่านายท่านตัวน้อย โดยไม่ลืมที่จะส่งกล่องนมให้กับพวกเด็กๆคนละหนึ่งกล่องด้วย

 

            มีใครอยากลองกินไส้กรอกชีสจึของยองแจนไหม ?มืออวบเล็กๆของเจ้าก้อนแก้มอวบจิ้มไส้กรอกชิ้นเล็กขึ้นมาหนึ่งชิ้น ก่อนจะถามขึ้นอย่างน่าเอ็นดู

            ม้ากคึอยากกิน ยองแจนป้อนม้ากคึหน่อยน้า ~ อ้า ~

            “เกี๊ยวซ่าอร่อยจริงๆด้วย แด๊ดดี้กินเกี๊ยวซ่าของคยอมไหม ?

            “แบมแบม ยองแจนขอหม่ำหม่ำแซนด์วิชจิ๊ดนึงได้ไหม ?

            “แด๊ดดี้ แด๊ดดี้กินข้าวอะไรอ่ะ ? สีแดงน่ากลัวจังเลย มันเผ็ดมากไหม ?

            “แจ็คสันอย่ากินแต่สาหร่ายบนข้าวปั้นของม้ากคึซี่ เหลือให้ม้ากคึด้วย งื้อ…”

            “อ๋า ! ซาลาเปาลวกปากแจ็คสันล่ะ ย้า ! ช่วยด้วย ! แค่กๆ

            “ระวังหน่อยสิแจ็คสัน เอ้า กินน้ำก่อน

           

            ถึงแม้ว่าบรรยากาศบนโต๊ะออกจะวุ่นวายไปสักเล็กน้อย เมื่อเจ้ามนุษย์ตัวกลมทั้งห้าพากันแบ่งปันมื้อเช้าที่แตกต่างกันของตัวเอง รวมมาถึงตักแบ่งให้แจบอมอีกด้วย (แต่แน่นอนว่าก็แลกกับการที่เขาต้องป้อนข้าวป้อนต๊อกให้เจ้าพวกตัวยุ่งนั่นแหละ) แต่โดยรวมก็ถือว่าการกินข้าวตอนเช้าในบรรยากาศแบบนี้มันก็ไม่ได้แย่เท่าไหร่

            และเมื่อจัดการกับมื้อเช้าสไตล์คุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวเสร็จแล้ว ห่ออาหารและซากขยะทั้งหลายจึงถูกเก็บกวาดลงถุงพลาสติกขนาดใหญ่ ก่อนที่พวกเด็กๆจะพากันเจาะนมกล่องที่เขาแจกให้ในตอนแรก อย่างน้อยๆก็หวังว่านมกล่องก็คงพอจะเติมสารอาหารให้พวกเด็กๆได้บ้าง ซึ่งในระหว่างนี้ แจบอมจึงลุกขึ้นไปล้างมือล้างช้อนที่ซิงค์น้ำไปพลางๆ

 

            นี่คยอมและเมื่อ(คิดว่า)คุณพ่อจำเป็นกำลังจดจ่ออยู่กับการล้างจานที่ซิงค์น้ำอยู่ เจ้าก้อนวายร้ายผมทองก็รีบยื่นหน้าไปกระซิบกับน้องเล็กตัวโตที่นั่งดูดนมกล่องอยู่ทันที

            มีอะไรหรอแจ็คสัน ?

            “ชู่ว ~ อย่าเสียงดังซี่…” พร้อมกับนิ้วชี้สั้นป้อมที่รีบทำท่าจุ๊ปากแล้วหรี่ตาตีหน้าดุใส่มังเน่ของแก๊งก้อน ก่อนที่ดวงตากลมของเจ้าตัวแสบเบอร์สองจะมองต้นทางและเห็นว่าเจ้าของห้องยังคงไม่ได้สนใจสิ่งมีชีวิตทั้งห้าบนโต๊ะอยู่ดี เดี๋ยวแด๊ดดี้ได้ยิน…” ก่อนจะกระซิบเบาๆอีกครั้ง

            ทำไมต้องกระซิบด้วยอ่ะจาจา ?

            “ก็บอกว่าอย่าเรียกจาจาไงเล่าแบมแบม !”

            “ว่าแต่แจ็คสันเรียกคยอมทำไมอ่ะ ?

            “คยอมกินนมกล่องแทนแจ็คสันทีซี่เจ้าก้อนผมทองพยายามจะพูดด้วยเสียงที่เบาที่สุด พร้อมทั้งมือป้อมทั้งสองข้างที่รีบยื่นนมกล่องที่ยังมีนมอยู่เต็มกล่องส่งให้กับน้องเล็กตัวโตที่กะพริบตามองปริบๆอย่างสนใจ ยกให้ทั้งกล่องเลยน้า ~ ช่วยกินหน่อยซี่ น้า ~

            “ไม่ได้นะแจ็คสัน แด๊ดดี้บอกให้กินก็ต้องเชื่อแด๊ดดี้ซี่ !” แล้วก็ยังคงเป็นยองแจเสมอที่รีบดุพี่ชายคนรองทันที ถ้าพวกเราดื้อกับแด๊ดดี้ เดี๋ยวแด๊ดดี้ก็ไม่รักนี่นา

            แต่แจ็คสันไม่ชอบนี่นาพร้อมกับริมฝีปากน้อยๆที่เบะออกอย่างขัดใจเมื่อถูกน้องชายเบอร์สามดุใส่ ฮึ่ย ! ไม่ได้กลัวยองแจนสักหน่อยนะ ก็แค่ไม่อยากกินนมเฉยๆน่า

            แต่นมกล่องมันก็อร่อยน้าแจ็คสัน เชื่อม้ากคึซี่ตามมาด้วยพี่ใหญ่ผมแดงที่ทำทีดูดนมกล่องอึกใหญ่ ก่อนจะยิ้มร่าออกมา เห็นม้า ~ อร่อยจริงๆน้า

            “งือแจ็คสันไม่ชอบนี่นา คยอมกินให้หน่อยซี่ นะนะถึงกระนั้นเจ้าก้อนวายร้ายก็ยังคงยัดเยียดนมกล่องให้น้องเล็กอยู่ดี ตอนนี้แด๊ดดี้ไม่เห็นหรอกน่า ถ้าคยอมกินให้แจ็คสัน แจ็คสันจะยอมให้คยอมขี่หลังหนึ่งวันเลย นะนะนะ

 

            ไม่ว่าจะเป็นการพยายามยัดนมกล่องในมือของตัวเองใส่มือของยูคยอม หรือแม้แต่การยกสินบนขึ้นมาต่อรองเพื่อให้มังเน่ลูกหมีช่วยจัดการกับนมกล่องมื้อเช้าของตัวเองที่แจ็คสันพยายามทำอยู่ในตอนนี้ ถึงเขาจะทำเป็นไม่เห็นหรือไม่สนใจก็ตามที

 

          แต่จริงๆแล้วอยากจะบอกว่า เจ้าทาสอิมแจบอมผู้นี้ได้ยินมาตั้งแต่ประโยคแรกแล้วเฟ้ย !!!

 

            “แจ็คสัน…” แต่ถ้าทำเป็นปล่อยผ่านไป วันหลังแจ็คสันก็คงจะแบบนี้อีก ดังนั้นแจบอมจึงถอนหายใจเฮือกหนึ่งก่อนจะเรียกชื่อเจ้าตัวแสบที่สะดุ้งไปเล็กน้อยเมื่อเขาหันหน้ากลับมาจากซิงค์น้ำ

            “อ๋าแด๊ดดี้ !?!”

            “อย่าขี้โกงสิก่อนจะพูดทีเล่นทีจริงไปกับเจ้าตัวร้ายที่กำกล่องนมแน่นจนดูน่าขัน แต่ถึงอย่างนั้นแจบอมก็ยังคงตีหน้าเฉยใส่เจ้าตัวแสบอยู่ดี

            แต่แจ็คสันไม่ชอบกินนมนี่นา…” เด็กน้อยผมทองก้มลงมองนมกล่องด้วยสีหน้าเศร้าๆไปเล็กน้อย ก่อนจะเบะปากออกมาอีกครั้งเมื่อนึกถึงว่าตัวเองจะต้องกินสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ

 

            จริงๆแจบอมเองก็พอจะเข้าใจอยู่ว่าเด็กๆก็ต้องมีของที่ตัวเองไม่ชอบกินกันอยู่บ้าง อย่างบางคนก็คงไม่ชอบกินผัก หรืออย่างดาฮยอนหลานสาวของเขาก็ไม่ชอบกินหัวไชเท้า แต่เพราะอาหารมื้อเช้าที่เขาให้พวกเด็กๆกินมันไม่ค่อยจะมีประโยชน์เท่าไหร่ เขาถึงอยากจะบังคับให้แจ็คสันกินนมเพื่อไปทดแทนสารอาหารในส่วนที่ขาดไป

 

          ทีนี้จะหว่านล้อมให้แจ็คสันกินนมได้อย่างไร ก็เป็นโจทย์ที่เขาจะต้องทดลองหาคำตอบให้ได้

 

            “ทำไมถึงไม่ชอบกินนมล่ะแจ็คสัน ?และก่อนอื่น เขาควรจะหาสาเหตุเสียก่อน

            ก็ตอนอยู่ที่บ้านใหญ่ พวกมิโนกับพี่โตๆเคยเอานมบูดมาหลอกให้แจ็คสันกินน่ะซี่แด๊ดดี้ ยองแจนจำได้แต่คนที่เล่าและให้คำตอบกับแจบอมกลับกลายเป็นเจ้าก้อนเบอร์สามที่ตอนนี้จัดการกับนมกล่องของตัวเองหมดเกลี้ยงเรียบร้อยแล้ว

            อ๋า ! ม้ากคึนึกออกแล้ว ตอนที่แจ็คสันทะเลาะกับพวกมิโนใช่ไหม ?

            “ใช่เลยม้ากคึ แล้วหลังจากนั้นแจ็คสันก็ไม่ยอมกินนมอีกเลยล่ะแด๊ดดี้

 

            ถึงแม้ว่าแจบอมจะไม่รู้หรอกว่าพวกมิโนหรือพี่โตๆที่พวกเด็กๆพูดถึงในตอนนี้เป็นใคร แต่ตอนนี้ที่เขาพอจะเดาได้ก็คือ สาเหตุที่ทำให้แจ็คสันไม่ยอมกินนมคงเป็นเพราะฝังใจจากการถูกแกล้ง แล้วก็คงจะกลัวว่าจะได้กินนมบูดเหมือนที่เคยถูกแกล้งเมื่อก่อนกระมัง

 

          ถึงจะฟังดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ถ้ายังปล่อยไว้แบบนี้มันจะกลายเป็นปัญหาเรื้อรังไปจนโตน่ะสิ

 

            “นี่ แจ็คสัน…” และเพราะอย่างนั้นก็เลยทำให้แจบอมเลือกที่จะหาวิธีหว่านล้อมแบบค่อยเป็นค่อยไป ลองกินดูสักนิดก่อนไหม ?

            “แต่แด๊ดดี้…”

            “ดูสิ มาร์คก็กินหมด ยองแจ แบมแบม ยูคยอมก็กินหมด ถ้าคนอื่นกินหมด ก็แปลว่ามันอร่อยไม่ใช่เหรอ ?ถึงจะฟังดูเป็นตรรกะแปลกๆไปสักหน่อย แต่ถ้าจะเริ่ม ก็ต้องหาตัวช่วยที่อยู่ใกล้ๆตัวนี่แหละ ใช่ไหมทุกคน ?

            “ใช่แล้วล่ะ ! มันอร่อยจริงๆน้าและยองแจก็นับได้ว่าเป็นลูกคู่ที่ดีด้วยการสนับสนุนคำพูดของเขา แจ็คสัน แด๊ดดี้ไม่ให้พวกเรากินนมบูดเหมือนที่พวกมิโนเคยแกล้งหรอกน้า

            “แต่…”

            “มันอร่อยจริงๆนะจาจา ลองซี่ ~

            “ใช่เลย ถ้าแจ็คสันกินนมเยอะๆ แจ็คสันก็จะตัวโตเหมือนพวกคุณฮีโร่ไงล่า ใช่ไหมแด๊ดดี้ ?รวมถึงแบมแบมและมาร์คเองก็พยายามช่วยกันเกลี้ยกล่อมเจ้าก้อนพี่รองที่เริ่มมีท่าทีลังเลขึ้นมาเล็กน้อย

            คุณครูเคยบอกว่าถ้ากินนมจะตัวสูงน้า แจ็คสันจะได้ตัวสูงๆแล้วก็แข็งแรงเหมือนคุณสไปเดอร์แมนยังไงล่า เชื่อคยอมซี่

            “งือ…” และเมื่อโดนหว่านล้อมจากเหล่าพี่น้องของตัวเอง ทำให้แจ็คสันที่มีท่าทีอิดออดในตอนแรกเริ่มมองกล่องนมในมืออย่างชั่งใจ มันจะไม่เหมือนกับที่มิโนให้แจ็คสันกินจริงๆใช่ไหมแด๊ดดี้ ?

            “แน่นอนเชื่อฉันสิและนั่นก็ทำให้แจบอมเริ่มยิ้มออก พร้อมทั้งยืนยันอย่างหนักแน่นเพื่อให้แจ็คสันรู้สึกเชื่อใจ แล้วถ้านายยอมกิน คืนนี้ฉันจะเล่นเลโก้เป็นเพื่อนนาย ตกลงไหม ?

            “จริงนะ !?! แด๊ดดี้จะมาเล่นกับแจ็คสันจริงๆใช่ไหม !!” และท่าทีของเจ้าก้อนวายร้ายก็เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงเมื่อได้ยินข้อเสนอที่แสนจะล่อตาล่อใจ งั้นแจ็คสันจะกินเดี๋ยวนี้เลย

 

            นมกล่องในมือของพี่รองที่นั่งงอแงในตอนแรกถูกดูดฮวบๆทันที แม้ว่าเจ้าตัวเล็กจะมีสีหน้าทรมานพอสมควรกับการที่ต้องมากินในสิ่งที่ตัวเองไม่ชอบ หากแต่นมกล่องที่หมดในอีกไม่กี่วินาทีต่อมา กับแก้วน้ำดื่มที่แจ็คสันรีบคว้าไปดื่มจนหมดแก้วเพื่อล้างรสชาติในปากก็ทำให้แจบอมหันไปแท็กมือกับเจ้าก้อนพี่น้องอีกสี่ชีวิตที่พากันส่งเสียงดีใจที่แจ็คสันยอมกินนมจนหมด

 

          ช่างดูเป็นวาระแห่งชาติเสียนี่กระไร

 

            “งือ…” รวมไปถึงมนุษย์ก้อนผมทองที่แลบลิ้นออกมาด้วยสีหน้าเหยเกหลังจากกินนมเสร็จก็ทำให้แจบอมได้แต่ขำหึหึในลำคอกับท่าทีที่ดูน่าขันของแจ็คสัน

 

            สุดท้ายแล้ว หลังจากที่จบมื้อเช้าไปอย่างทุลักทุเล หนึ่งผู้ใหญ่ที่ตอนนี้รู้สึกอิ่มอืดเป็นอย่างมากกับก้อนกลมๆทั้งห้าชีวิตก็พากันมาจบที่ห้องนั่งเล่นเหมือนเคย โทรทัศน์ถูกเปิดขึ้นพร้อมกับอนิเมชั่นยามเช้าสำหรับคุณหนูที่วันนี้เป็นการ์ตูนเรื่องปีเตอร์แพน

            และการที่แจ็คสันเริ่มชักนำเหล่าพี่น้องของตัวเองให้ลุกขึ้นมาสวมบทบาทเป็นโจรสลัดต่อสู้กัน โดยมีตุ๊กตาโพโรโระ ตุ๊กตามูมิน รวมไปถึงโคโค่ที่ว่าย(โง่ๆ)วนไปวนมาอยู่ในโหลแก้วมาร่วมแสดงด้วย (คือตุ๊กตาสองตัวน่ะ เขาพอเข้าใจ แต่ไอ้ตัวสุดท้ายเนี่ย มันทำอะไรได้บ้างถามจริง !) ก็ทำให้แจบอมได้แต่มองตามอย่างนึกขันในขณะที่นั่งไถหน้าจอโทรศัพท์ดูนั่นส่องนี่ไปพลางๆ

 

            “หือ สิบเอ็ดโมงแล้วเหรอ ?

 

            แล้วก็ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่แจบอมส่องอินเทอร์เน็ตเพื่อหาแรงบันดาลใจในการทำงานเสียเพลินจนเหลือบมาเห็นตัวเลขบนจอโทรศัพท์ที่บอกเวลาสิบเอ็ดโมง พร้อมกับที่เห็นว่าบนพื้นห้องในตอนนี้มีมวลสารก้อนกลมๆนอนกระจายกันเต็มพื้นห้องในสภาพเหงื่อท่วมตัว และเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่ายังไม่ได้อาบน้ำกันเมื่อเช้านี้ ทำให้แจบอมเริ่มวางแผนถึงกิจกรรมช่วงบ่ายเพื่อมารองรับหลังจากจับเจ้าพวกตัวยุ่งอาบน้ำเสียก่อน

 

          ออกไปกินข้าวนอกบ้านก็เข้าท่าเหมือนกัน

 

            “นี่…” และเสียงเรียกเพียงพยางค์เดียวของแจบอมก็ทำให้บรรดาเด็กน้อยที่พากันน้อยหงายตีพุงอยู่บนพื้นรีบพลิกตัวกลับมามองหน้าเขาทันที บ่ายนี้สนใจกินข้าวนอกบ้านกันไหม ?เป็นคำถามที่แจบอมส่งไปโดยไม่ต้องการคำตอบเท่าไหร่นัก เพราะอย่างไรเสียตอนนี้เขากำลังเลือกเมนูที่อยากจะกินอยู่ในหัวเรียบร้อยแล้ว

            แด๊ดดี้จะพาพวกเราไปข้างนอกเหรอ !?!” ซึ่งทันทีที่แจบอมพูดจบ เจ้าก้อนผมทองก็ลุกขึ้นพรึ่บทันที เรื่องออกนอกบ้านเนี่ยขอให้บอกเถอะน่า

            ฮื่อ ไปกินข้าวเที่ยงข้างนอกกันพูดจบแจบอมก็จัดการลุกขึ้นเดินไปปิดโทรทัศน์ทันที เอาล่ะ ไปอาบน้ำกันเถอะ

            “เย้ !!”

 

            เจ้าของห้องเดินนำหน้าไปหยิบผ้าเช็ดตัว พร้อมกับที่เด็กน้อยทั้งห้าพากันวิ่งไปถอดเสื้อผ้าแล้วกระโดดเข้าห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ก่อนที่แจบอมจะเดินตามเข้าไปในสภาพที่มีผ้าขนหนูพันเอวเสร็จสรรพ

 

            “เฮ้ ! แจ็คสัน ! อย่าไปวิ่งเล่นตรงที่มันมีฟองสบู่สิ เดี๋ยวก็ลื่นล้มหรอก !”

            “แด๊ดดี้ ~ ม้ากคึอยากให้แด๊ดดี้สระผมให้บ้าง แด๊ดดี้สระผมให้ม้ากคึหน่อยน้า

            “จาจาเอาคุณเป็ดยางของแบมแบมคืนมาน้า !”

            “คยอมจะขัดหลังให้ยองแจนเอง !”

            “งั้นยองแจนจะขัดหลังให้แบมแบมอีกทีก็แล้วกัน แล้วยองแจนก็จะสระผมให้แด๊ดดี้ด้วย เย้ !”

           

            แล้วก็ยังคงเป็นเหมือนทุกวันที่การจับลูกลิงทั้งห้าอาบน้ำก็ทำเอาแจบอมแทบจะหน้ามืดคาห้องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นแจ็คสันที่ดูจะสนุกสนานกับการเล่นไถสเก็ตจากฟองสบู่บนพื้นห้องน้ำที่ทำเอาแจบอมที่กำลังนั่ง (และวันนี้ก็ต้องนั่งพื้นซะด้วย ทำไงได้ล่ะ เก้าอี้มันอยู่ที่ห้องของปาร์คจินยองนี่) สระผมให้พี่ใหญ่ของกลุ่มอยู่แทบจะนั่งไม่ติดเพราะกลัวใจเหลือเกินว่าเจ้าลูกเป็ดวายร้ายจะลื่นล้มเอา ไหนจะแบมแบมที่ร้องหาตุ๊กตาเป็ดยางที่แจ็คสัน (อีกตามเคย) หยิบไปเล่นด้วย จะโชคดีหน่อยก็ตรงที่อย่างน้อยสามน้องเล็กที่นั่งแช่อยู่ในอ่างน้ำพากันช่วยเหลือซึ่งกันและกันทำให้แจบอมพอจะหายเหนื่อยขึ้นมานิดหน่อย

 

            ‘ แงงงงงงงงงงงงง !!! คยอมแสบตา ฮือ… ’

 

            โอเค เขาขอถอนคำพูดบรรทัดบนๆออกไปนะ เพราะดูเหมือนเสียงร้องโยเยของน้องเล็กตัวโตที่นั่งอยู่ในอ่างน้ำกับยองแจและแบมแบมจะทำให้แจบอมต้องละมือจากการสระผมให้เจ้าก้อนผมแดงแล้วเดินมาล้างหน้าล้างตาให้เจ้าลูกหมีที่โดนฟองเข้าตา

            ใช้เวลาร่วมๆครึ่งชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นสระผมให้มาร์ค จับแจ็คสันอาบน้ำ ล้างฟองบนตัวให้ยองแจ แบมแบม และยูคยอม รวมไปถึงอาบน้ำให้ตัวเองก็ทำเอาแจบอมรู้สึกหมดเรี่ยวหมดแรงไปมากโข แต่ถึงกระนั้นแจบอมก็ยังไม่ลืมอีกหนึ่งเป้าหมายหลักของตัวเองอยู่ดี

 

            แด๊ดดี้ เดี๋ยวยองแจนสระผมให้น้ามืออวบของเจ้าก้อนแก้มกลมถือที่ครอบศีรษะยางสำหรับเด็กขึ้นมาเตรียมใส่ให้เขา หากแต่แจบอมยกมือปรามไว้เสียก่อน

            อายังไม่ต้องสระให้ฉันหรอกและปากน้อยๆของยองแจที่เริ่มเบะนิดๆก็ทำให้แจบอมต้องรีบพูดต่อก่อนที่เจ้าตัวแสบจะเป่าปี่ออกมา เดี๋ยวฉันจะแวะตัดผมที่ร้านใต้คอนโดฯสักหน่อย

            “เสียดายจังเลยน้า…”

            “แต่ถ้าอยากสระจริงๆ ค่อยสระให้ฉันตอนเย็นก็แล้วกัน ตกลงไหม ?

            “จริงๆนะแด๊ดดี้ เย้ !!!”

 

          เอาเถอะคิดว่ายองแจคงจะมือหนักไม่เท่าแจ็คสันหรอกน่า

 

            เสื้อยืดสีขาวกับเอี๊ยมสียีนส์ขาสั้นที่อยู่บนตัวของเด็กน้อยทั้งห้าทำเอาแจบอมอดทึ่งไม่ได้กับแฟชั่น (ที่แสนจะน่าหมั่นไส้นิดๆ) ของพวกเด็กๆ และวันนี้คนที่ทำให้เขาประหลาดใจเป็นพิเศษก็คงจะไม่พ้นเจ้าก้อนแก้มอวบอย่างยองแจที่เลือกอุปกรณ์เสริมเป็นหมวกปีกกว้างใบใหญ่สีดำที่เขาเป็นคนซื้อให้ตั้งแต่วันแรกที่เจอกัน ซึ่งท่าทีเห่อหมวกใบใหม่ของยองแจก็ทำให้แจบอมอดขำเล็กๆไม่ได้ ก่อนจะหันมาจัดการกับตัวเองด้วยการยัดเสื้อยืดสีดำสนิทกับกางเกงขาเดฟสีดำ (ที่เขาก็ไม่รู้หรอกว่าเขาใส่ตัวนี้ซ้ำมากี่รอบ กี่วัน แล้วไม่ได้ซักมานานเท่าไหร่แล้ว) ก็เป็นอันจบ

 

            แด๊ดดี้จะพาพวกเราไปกินอะไรหรอ ?และในขณะที่แจบอมกำลังหยิบกุญแจรถกับกระเป๋าสตางค์ ยูคยอมที่ยืนอยู่ข้างๆกันก็ถามขึ้นมา

            อา…” และคำถามของน้องเล็กของบ้านก็ทำให้แจบอมยืนนิ่งไปครู่หนึ่ง ตอนแรกฉันคิดไว้เยอะอยู่นะ แต่พอจับพวกนายอาบน้ำ ฉันก็ลืมที่คิดไว้หมดแล้วล่ะ

            “งือ…”

            “ช่วยไม่ได้ งั้นขับรถดูไปเรื่อยๆก็แล้วกัน วันนี้ไม่มีอะไรต้องทำอยู่แล้วนี่แน่นอนว่าไม่มีอะไรต้องทำที่ว่า เขาไม่ได้นับรวมโมเดลงานที่ต้องทำในตอนกลางคืนหรอกนะ

            แด๊ดดี้จะพาพวกเราไปเที่ยวใช่ไหม เย้ !” ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้สื่อสารไปแบบนั้น แต่การที่แจ็คสันเข้าใจแบบนั้นก็ไม่ได้ทำให้แจบอมแก้ไขใจความของประโยคแต่อย่างใด

            เอาล่ะ ไปกันเถอะ

 

            สิ่งมีชีวิตตัวกลมทั้งห้าที่ดูจะตื่นเต้นเป็นพิเศษในวันนี้รีบวิ่งฉิวออกจากห้องตรงมายังลิฟต์ ทว่า วันนี้แจบอมกลับไม่ได้กดลิฟต์ไปยังชั้นใต้ดินที่เป็นลานจอดรถแต่อย่างใด หากแต่เลข 1 ที่เขากดไว้ก็ทำให้หกพ่อลูกพากันมาหยุดอยู่ที่ล็อบบี้ด้านล่างแทน

 

            ฉันขอแวะตัดผมก่อนนะ ไม่นานหรอกก่อนที่แจบอมจะเดินนำพวกเด็กๆออกมาจากลิฟต์เพื่อตรงไปยังร้านตัดผมที่ตั้งอยู่ใต้คอนโดฯ โดยมีขบวนพาเหรดเด็กน้อยเดินตามท่ามกลางสายตาหลายสิบคู่ที่ตอนนี้แจบอมเองก็รู้สึกชินชาไปเสียแล้ว

           

            แล้วก็เป็นโชคดีอีกครั้งที่ร้านตัดผมในเวลานี้ไม่มีลูกค้าแม้แต่คนเดียว เพราะนั่นหมายความว่าเขาจะไม่ต้องเสียเวลานั่งรอคิว แจบอมจึงจัดการจับเจ้าพวกตัวยุ่งขึ้นนั่งบนเก้าอี้สำหรับลูกค้า ก่อนที่ช่างตัดผมชายรุ่นราวๆคุณลุงจะเดินออกมาต้อนรับเขา

 

            หวัดดีไอ้หนุ่ม มาเล็มผมอีกแล้วเหรอ ?และด้วยความที่เขาเองก็เป็นขาประจำของร้านนี้มาตั้งแต่อยู่คอนโดฯใหม่ๆ อีกทั้งลูกค้าส่วนใหญ่มักจะเป็นพวกนักเรียนวัยรุ่นกับพวกผู้ใหญ่รุ่นลุงเสียมากกว่า จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าของร้านจะจำเขาที่เป็นช่วงวัยที่ค่อนข้างแตกต่างจากลูกค้าคนอื่นๆได้

            หน้าม้าเหมือนเดิม รอบนี้ขอแบบปัดข้างได้นะครับลุง ผมมันชอบทิ่มตาเวลาทำงานและเมื่อบอกในสิ่งที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว แจบอมจึงหันไปยังเก้าอี้ตัวยาวที่ถูกยึดครองโดยพวกเด็กๆตัวแสบทั้งหลาย อย่าวุ่นวายกันนะ เข้าใจไหม ?

            “ได้เลยแด๊ดดี้ ไม่มีปัญหา !” และคนที่รับปากเขาในวันนี้ก็ทำให้แจบอมรู้สึกไม่ค่อยไว้วางใจเท่าไหร่นัก แต่เพราะรายการโทรทัศน์ที่ฉายอยู่ภายในร้านก็พอจะทำให้พวกตัวยุ่งทั้งหลายเบนความสนใจจากเขาไปได้พอสมควร

            หลานเหรอไอ้หนุ่ม มาเป็นโขยงเชียว ?แน่นอนว่าหลังจากที่แจบอมนั่งประจำที่บนเก้าอี้แล้ว คุณลุงช่างตัดผมที่กำลังเตรียมกรรไกรมาเล็มหน้าม้าให้เขาก็ชวนคุยไปเรื่อยตามประสาช่างทำผม และมันก็คงไม่น่าแปลกใจถ้าคุณลุงแกนึกจะสนใจมนุษย์ลูกเป็ดบนเก้าอี้ที่จ้องโทรทัศน์กันตาสลอน

            หึ…” แต่เพราะส่ายหัวตอบไม่ได้ แจบอมจึงต้องส่งเสียงแทน แล้วก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ปลายแหลมของกรรไกรมันกำลังถูกตัดฉับๆบริเวณใกล้ๆดวงตาของเขา ที่ทำเอาลูกค้าหนุ่มถึงกับต้องจิกเบาะเก้าอี้ด้วยความหวาดเสียวพอสมควร

           

            ‘ คุณตากำลังตัดผมให้แด๊ดดี้อยู่หรอฮะ ?

 

            และในขณะที่กำลังนั่งกลั้นหายใจเพราะหวาดเสียวกับกรรไกรที่ประชิดกับใบหน้าของตัวเองมากเกินไป แจบอมรวมไปถึงคุณลุงเจ้าของร้านก็ได้ยินเสียงใสๆของเด็กน้อยคนหนึ่งที่จู่ๆก็โพล่งขึ้นมา พร้อมกับยื่นหน้าเข้ามาดูเขาใกล้ๆ เล่นแจบอมแทบสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นแก้มอูมๆกับตากลมโตที่เต็มไปด้วยประกายของความอยากรู้ของเจ้าตัวแสบ

 

          เอาล่ะทายดูสิว่าใครเป็นคนที่กำลังก่อกวนอยู่ในตอนนี้

 

            “เฮ้แจ็คสัน นั่งรอเฉยๆสิแน่นอน ถ้าคุณทายว่าเป็นแจ็คสัน คำตอบของคุณไม่ได้ผิดพลาดไปเลยสักนิด แถมตอนนี้เจ้าก้อนวายร้ายก็ไม่ได้สนใจเขาด้วย เพราะการที่เก้าอี้ของลูกค้าตัวข้างๆถูกเจ้าตัวร้ายปีนขึ้นไปนั่งเท้าคางมองเขาก็ทำให้แจบอมได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พร้อมๆกันกับที่คุณลุงช่างตัดผมหัวเราะอย่างนึกเอ็นดูเด็กน้อยที่นั่งมองอยู่

            เด็กๆก็งี้แหละไอ้หนุ่ม ไม่เป็นไรหรอกมือก็เล็มผมเขาไป ปากก็พูดไป ก่อนจะหันไปหาเด็กน้อยในชุดเอี๊ยมยีนส์ที่ดูจะสนอกสนใจเป็นพิเศษ เดี๋ยวคอยดูนะ ถ้าตาตัดผมให้ไอ้หนุ่มนี่เสร็จเมื่อไหร่นะ รับรอง หล่อเฟี้ยว !”

            “หูวววววววววววว ~และเมื่อได้ยินดังนั้น แจ็คสันก็รีบหันกลับไปหาเหล่าผองพี่น้องของตัวเองทันที นี่ๆ มาดูซี่ คุณตาบอกว่าถ้าแด๊ดดี้ตัดผมเสร็จจะเท่สุดๆไปเลยล่ะ

            “อุหวา ~ จริงหรอ !?!”

 

            และเพราะอย่างนั้น ทำให้เก้าอี้ตัวยาวที่เต็มไปด้วยเหล่าเด็กน้อยในตอนแรกกลายเป็นเก้าอี้ที่ว่างเปล่า หากแต่เก้าอี้สำหรับลูกค้าตัวที่อยู่ถัดมาทางด้านขวาของแจบอมตัวเล็กกลับกลายเป็นที่รองรับมวลสารก้อนๆทั้งห้าชีวิตที่โยกย้ายตัวเองเข้ามานั่งๆยืนๆเบียดกันแทน

 

          ให้ตายสิวุ่นวายกันของจริงเลยนี่หว่า !!

 

            “ว่าแต่ แด๊ดดี้จะตัดทรงไหนน้า ?และการที่มาร์คเริ่มชวนน้องๆของตัวเองคุยขึ้นมาก็ทำให้แจบอมได้กลายร่างเป็นมวลสารอากาศโดยสมบูรณ์

            เชื่อยองแจนซี่ แด๊ดดี้ตัดทรงไหนก็เท่อยู่แล้วล่ะ

            “หรือว่าแด๊ดดี้จะตัดทรงเม่นแหลมเหมือนในรูปนั้นกันน้าแล้วก็ยังคงเป็นแจ็คสันที่ชี้ไปยังโปสเตอร์นักร้องกลุ่มหนึ่งที่ดูน่าจะเก่าพอสมควร ทรงผมชี้แหลมเหมือนเม่นแบบที่แจ็คสันว่าทำให้แจบอมแทบจะกุมขมับกับความคิดแสนแปลกของเจ้าก้อนวายร้าย

 

          เอาเลยเอาที่สบายใจกันเลยเฟ้ย !!!!

 

            “งือแจ็คสันอย่าเบียดคยอมซี่แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือสีหน้ามุ่ยๆของเจ้าน้องเล็กตัวโตที่กำลังนั่งอัดกันเป็นก้อนโมจิบนเก้าอี้ลูกค้าของทางร้านที่เริ่มจะงอแงขึ้นมาเสียอย่างนั้น

            คยอมนั่นแหละที่มาเบียดแจ็คสัน อย่าเบียดกลับซี่

            “คยอมกับจาจาอย่าทะเลาะกันซี่ แบมแบมจะตกจากเก้าอี้แล้วน้า !”

            “ฮึ่ยน่าเบื่อจริงๆเล้ย !”

 

            และเพราะอย่างนั้น เจ้าลูกเป็ดวายร้ายผมทองก็เบะปากขมวดคิ้วอย่างขัดใจไปตามระเบียบ ก่อนจะกระโดดลงมาจากเก้าอี้เพื่อสงบสงคราม

 

          หากแต่การสงบสงครามในครั้งนี้ก็ต้องแลกมาด้วยการสูญเสียอะไรบางอย่างเช่นกัน

 

            กริ๊บ !

 

            “ไอ้หยา !!!!!!!!!!!”

            “เชี่ย !!!!!!!!!!!!!!!”

 

            เสียงที่ดังขึ้นเพียงกริ๊บเดียวหลังจากที่แจ็คสันกระโดดลงมาจากเก้าอี้กลับทำให้เกิดเสียงโวยวายดังสนั่นขึ้นมาจากผู้ชายอีกสองคนที่ตอนนี้กำลังตกอยู่ในสภาวะช็อคจนตัวแข็งค้างไปตามๆกัน หนึ่งลูกค้าหนุ่มที่กำลังนั่งส่องกระจกในเวลานี้ทำได้เพียงอ้าปากค้างพร้อมเบิกตาโพลงอย่างตื่นตระหนกกับอีกหนึ่งช่างตัดผมรุ่นคุณตาที่ยืนเหวอพร้อมกับกรรไกรในมือ

 

            และสายตาที่เหลือบไปมองเศษเส้นผมก้อนหนึ่งที่ตกอยู่ข้างเก้าอี้ รวมไปถึงบริเวณด้านบนศีรษะของลูกค้าหนุ่มที่แหว่งไปหนึ่งจุดใหญ่ๆ

 

            ไอ้หนุ่มเอ๊ย…” ไม่ว่าจะเป็นมือที่ถือกรรไกรและหวี หรือขายาวๆของคุณลุงช่างตัดผม ไม่เว้นแม้แต่ริมฝีปากสั่นๆของคุณลุงที่เรียกลูกค้าหนุ่มที่นั่งช็อคค้ากับอาการสูญเสียเส้นผมหนึ่งกระจุกใหญ่ด้วยน้ำเสียงที่เบาเสียเหลือเกิน

            เหอเหอะๆ…” รวมไปถึงผู้สูญเสียรายใหญ่ที่กำลังนั่งหัวเราะแห้งๆอย่างไร้สติเมื่อหันไปเหลือบมองกระจุกผมของตัวเองตกอยู่บนพื้นจำนวนหนึ่ง

 

            เพราะมวลสารก้อนๆของเจ้าลูกเป็ดวายร้ายที่กระโดดลงมาจากเก้าอี้หลังถูกพี่น้องเนรเทศ โดยที่ไม่รู้ตัวสักนิดว่าตัวเองได้กระโดดลงมาชนเข้ากับร่างสูงใหญ่ของคุณตาที่กำลังยืนเล็มผมให้แจบอมเข้าอย่างจังเสียจนคุณลุงช่างตัดผมเกิดอาการเสียศูนย์ พร้อมกับที่กรรไกรในมือที่หุบเข้าด้วยแรงนิ้วสัมผัสของคุณลุง

 

          โดยที่การหุบกรรไกรครั้งนี้ได้พลัดพรากเส้นผมของแจบอมไปเสียด้วย

 

            “โว้ย !!!!!!” และนั่นก็ทำเอาแจบอมเผลอลืมตัวจนโวยวายและขยี้ศีรษะของตัวเองด้วยอารมณ์โมโหอย่างถึงที่สุด นี่เขาแค่หวังจะมาเล็มผมออกนิดเดียว ไม่ได้กะจะทำผมทรงใหม่นะเว้ย !

            “มีอะไรกันหรอฮะคุณตา ?ทว่า การที่แจ็คสันที่ไม่ได้รู้เรื่องเลยสักนิดว่าตัวเองได้กลายเป็นตัวต้นเหตุในการที่ทำให้แจบอมต้องศีรษะแหว่งไปส่วนหนึ่งก็ทำให้แจบอมพยายามสูดหายใจเข้าเพื่อระงับอารมณ์ของตัวเอง

 

          ใจเย็นไว้น่า เด็กมันไม่ได้ตั้งใจ

 

            “เอาเถอะๆ อย่ากังวลไปเลย ตาตัดผมไอ้หนุ่มนี่พลาดไปหน่อยทว่า คุณลุงเจ้าของร้านที่ยังคงยิ้มแย้มพร้อมกับจับเจ้าตัวยุ่งทั้งหลายกลับไปนั่งที่เก้าอี้ของทางร้านแทนแจบอมก็ทำให้แจบอมถอนหายใจที่อย่างน้อยๆคุณลุงก็ไม่ได้มองแรงใส่เขาเหมือนคราวที่พาเจ้าตัวแสบไปฉีดยาที่โรงพยาบาล

            “หิวจังเลยน้า ~แต่ตอนนี้คนที่มองกลุ่มมนุษย์ก้อนแรงๆก็คงจะกลายเป็นแจบอมแทนนี่แหละ

 

          สำนึกกันหน่อยสิเฟ้ย !!

 

            “นี่ ไอ้หนุ่ม…” ก่อนที่คุณลุงเจ้าของร้านจะจัดการเปิดช่องที่ฉายการ์ตูนเพื่อปล่อยให้ไอ้พวกตัวแสบทั้งหลายนั่งดูกันไปแทน แล้วจึงเดินกลับมาหาเขาที่นั่งมองเส้นผมหน้าของตัวเอง รวมไปถึงส่องกระจกที่ตอนนี้ผมของเขามันดูเละเทะไม่เป็นท่าไปพอสมควร อย่าทำหน้าแบบนั้นสิ ดีนะที่ผมแหว่งไปนิดเดียว

            “ผมว่ามันไม่นิดแล้วนะลุง !” ใช่มันไม่ใช่นิดเดียวแบบที่คุณลุงแกว่าสักนิด เพราะจากทรงผมที่ยาวเลยคิ้วลงมา กลับโดนกร้อนไปจนห่างจากคิ้วประมาณหนึ่งก็ยิ่งทำให้แจบอมหนักใจ

            เฮ้ย เชื่อลุงสิลุงเป็นช่างมายี่สิบปีแล้วนา แค่นี้ลุงจัดการได้

            “…”

 

            ‘ เดี๋ยวลุงจัดการผมเอ็งให้เอง รับรองหล่อเฟี้ยว ! ’

 

            .

            .

            .

 

            และการที่แจบอมกำลังยืนมองทรงผมใหม่ของตัวเองผ่านกระจกหน้าคอนโดฯหลังจากออกจากร้านตัดผมมาได้เกือบสิบนาที พร้อมกับมือที่พยายามทั้งปัดทั้งดึงผม (ที่รู้ว่าดึงไปมันก็ไม่ยาวขึ้นมาหรอก) ก็ทำให้เขารู้ว่า

 

          แม่งคิดผิดอย่างมหันต์ที่ไว้ใจให้ลุงแกแก้ทรงผมให้เนี่ย !

 

            “หูว ~ ทรงผมใหม่แด๊ดดี้เท่จังเลย แจ็คสันอยากตัดแบบนี้บ้างจังเลยแด๊ดดี้และต่อให้มีคนมาชมเขาเรื่องทรงผมใหม่ อีกทั้งคนที่ชมก็คือตัวการที่ทำให้ผมของเขาต้องกลายมาเป็นแบบนี้ บอกเลยว่าอิมแจบอมไม่ได้รู้สึกดีใจสักนิดเดียว !

           

            เพราะการที่เขาได้ผมหน้าม้าเต่อ (ที่ลุงแกบอกว่าเป็นทรงฮิตของวัยรุ่นในตอนนี้) รวมไปถึงการที่หน้าม้าของเขามันแหว่งๆเบี้ยวๆ ยังไม่รวมด้านข้างที่ถูกไถออกไปจนกลายเป็นขั้น และด้านหลังที่โดนตัดจนกลายเป็นทรงอะไรไปแล้วก็ไม่รู้

 

          ให้ตายสิ ! ความชิคที่อุตส่าห์สั่งสมมาตั้งนานไม่เหลือสักนิดเดียวเลยนะเว้ย !!

 

            “นั่นซี่ เท่มากเลยล่ะ นี่ คำว่าเท่ๆที่พวกพี่โตๆในบ้านใหญ่ชอบพูดกันเขาเรียกว่าอะไรนะม้ากคึ ?ตามมาด้วยลูกคู่ที่อวยอิมแจบอมได้ทุกสถานการณ์อย่างเจ้าก้อนแก้มอวบที่หันไปหามาร์คเพื่อถามอะไรบางอย่าง

            อ๋อ ! จ๊าบไง ใช่ๆ พี่จียงงี่เคยบอกว่า ถ้าเท่ๆแบบนี้ก็คือ จ๊าบสุดๆ ยังไงล่ะ !”

            “แด๊ดดี้เท่มากเลยล่ะ เย้ !” รวมไปถึงแบมแบมที่วิ่งเข้ามาจูงมือเขาพร้อมเอ่ยปากชมไม่หยุด จริงๆแล้วทรงผมของเขามันก็ไม่ได้ดูแย่ขนาดนั้น แต่เอาทรงของเด็กอายุ 20 มาตัดให้คนอายุ 27 แบบนี้ เขาไม่อยากโดนมองว่าเป็นตาลุงนึกครึ้มอยากเฮี้ยวก็เลยวิ่งไปตัดผมทรงแอ๊บเด็กหรอกนะ !

 

            “เอาเถอะ…” ถึงกระนั้นจะโวยวายพวกเด็กๆไปตอนนี้มันก็คงจะเปล่าประโยชน์ ไม่ใช่ว่าเขาดุพวกเด็กๆไม่ลงหรอกนะ แต่ถึงดุไปผมเขามันก็คงไม่หายเต่ออยู่ดี ไปกินข้าวกันดีกว่า ฉันหิวแล้ว

            “ไปกันเลย !”

 

            ดังนั้นแจบอมจึงตัดบทเพื่อที่จะได้เลิกสนใจทรงผมของตัวเองไปเสีย ก่อนจะเดินมุ่งหน้าลงมายังชั้นใต้ดินเพื่อลงไปยังลานจอดรถของคอนโด โดยมีลูกสมุนตัวกลมทั้งห้าวิ่งตามกันดุ๊กๆเป็นขบวนเหมือนทุกครั้ง อีกทั้งรถยนต์หลายสิบคันที่จอดเรียงรายกันในชั้นใต้ดินนี้ทำให้แจบอมต้องใช้เวลาเดินหาอยู่ครู่หนึ่ง

 

            ให้ตายเถอะ ! จะมาเสียวันนี้ไม่ได้นะ ! ’

 

            หากแต่เสียงเจี๊ยวจ๊าวแหลมๆของเจ้าพวกตัวยุ่งที่เดินคุยกันมาด้านหลังของแจบอม รวมไปถึงขายาวๆหนึ่งคู่และขาสั้นป้อมอีกห้าคู่ก็ต้องพากันหยุดชะงักไปพร้อมๆกัน เมื่อจู่ๆหกพ่อลูกที่เดินหารถยนต์ของตัวเองอยู่บังเอิญได้ยินเสียงโวยวายของใครคนหนึ่งที่ดังขึ้นจากซองจอดรถที่ห่างกันไปประมาณสองสามบล็อค

 

          แล้วก็รู้สึกว่าเสียงมันคุ้นๆซะด้วยสิ

 

            “เสียงใครน่ะ ?ยูคยอมที่เดินจูงมือกับมาร์คอยู่ถามขึ้นมา พร้อมทั้งศีรษะโป๊งเหน่งกลมๆทั้งห้าจะพากันหันซ้ายหันขวาอย่างสงสัย

            ก็คงเป็นใครสักคนที่อยู่ที่นี่ล่ะมั้งเพราะอย่างนั้นแจบอมจึงตอบอย่างขอไปที อย่างไรเสียก็คงเป็นมนุษย์คอนโดฯคนใดคนหนึ่งเหมือนกับเขานั่นล่ะ อาเจอรถแล้วล่ะ นั่นไงแล้วก็เป็นโชคดีที่แจบอมเหลือบไปเห็นรถยนต์ของตัวเองจอดอยู่ในอีกสี่บล็อคด้านหน้า หลังจากเสียเวลาเดินหาอยู่ครู่หนึ่ง

           

            เพราะอย่างนั้นแจบอมจึงรีบก้าวฉับๆเนื่องจากตอนนี้กระเพาะของเขามันก็เริ่มเรียกร้องหาข้าวเที่ยงแล้ว แน่นอนว่าพวกเด็กๆเองก็คงจะเหมือนกัน ดังนั้นการที่เห็นรถยนต์ของตัวเองอยู่ด้านหน้าในอีกไม่กี่อึดใจต่อมาก็ทำให้แจบอมรู้สึกหายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้งทันที

 

            แด๊ดดี้ นั่นพี่จีนยองนี่นา !” หากแต่ก่อนที่แจบอมจะเดินไปถึงรถของตัวเองในอีกไม่กี่ก้าว จู่ๆเสียงแหลมๆของเจ้าก้อนผมแดงก็พูดขึ้นมาเสียก่อน พร้อมกับที่เขาหันไปเห็นว่า พวกเด็กๆยืนอยู่ห่างจากเขาไปเล็กน้อยพร้อมกับชี้ไปยังบล็อคจอดรถที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกันกับเขา

            หือ ?แล้วอีกไม่กี่วินาทีต่อมา แจบอมก็พบว่ามีผู้ชายคนหนึ่งที่เขารู้สึกคุ้นหน้าคุ้นตามาตลอดในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากำลังเปิดประตูรถทิ้งไว้โดยที่ตัวเองยังคงนั่งอยู่บนเบาะคนขับด้วยสีหน้าที่บูดบึ้งอยู่ไม่น้อย

 

          และถ้าอยู่ในโหมดขี้เหวี่ยงแบบนี้เขาก็ไม่ควรจะเข้าไปทักให้โดนด่ายังไงล่ะ !

 

            พี่จีนยอง ~ แต่ดูเหมือนว่าไอ้ตัวยุ่งทั้งห้าที่ขยันสร้างเรื่องให้เขามาตั้งแต่เช้าดูจะไม่ได้คิดแบบเขาสักนิด เพราะเสียงเล็กแหลมของพวกเด็กๆที่พร้อมใจพากันตะโกนเรียกชื่อของอีกฝ่ายเสียดัง แถมยังกระโดดโบกไม้โบกมืออีกด้วย และการที่ดวงตาใต้กรอบแว่นของปาร์คจินยองตวัดมามองอย่างทันควันก็ทำให้แจบอมรู้สึกอยากจะกลั้นหายใจแล้ววิ่งหนีไปจากตรงนี้เสียทันที

 

          เขายังไม่อยากกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของเจ้าแว่นนั่นก่อนมื้อเที่ยงหรอกนะ !!

 

            “อ้าวเด็กๆ ?หากแต่เสียงทักทายที่ดูเป็นปกติดี ขัดกับสายตาที่เพิ่งตวัดมามองเขาเมื่อครู่นี้ก็ทำให้แจบอมได้แต่ยืนขมวดคิ้วเป็นปมอย่างมึนงง สารภาพว่าเขาไม่เคยตามอารมณ์ของคนๆนี้ทันสักนิด

            พี่จีนยองทำอะไรอยู่หรอ ?แต่เหนือสิ่งอื่นใดก็คือการที่เจ้าทาสอิมแจบอมผู้อาภัพคนนี้กำลังถูกทิ้งให้กลายเป็นอากาศไปอีกครั้ง เมื่อเหล่าสิ่งมีชีวิตลักษณะเป็นก้อนพากันวิ่งข้ามไปยังอีกฝั่งที่แจบอมเดาได้ว่าน่าจะเป็นรถของปาร์คจินยองนั่นล่ะ

            มีปัญหานิดหน่อยน่ะแต่ท่าทีที่ดูอ่อนลงของคนที่กำลังนั่งอยู่ในรถของตัวเองก็ทำให้แจบอมเดินข้ามไปอีกฝั่งตามพวกเด็กๆเพื่อดูสถานการณ์ตรงหน้าแต่โทรตามช่างแล้วก็ไม่มีใครรับสักคน แย่จังและแจบอมก็มาทันได้ยินอีกฝ่ายบ่นพอดีเสียด้วย

            รถเสียเหรอคุณ ?และท่าทีที่ดูใจเย็นเวลาอยู่กับพวกเด็กๆก็ทำให้แจบอมตัดสินใจถามออกไป ไม่ใช่ว่าเป็นคนดีหรอกนะ แต่ตอนนี้เขาหิวมากเลยต่างหากล่ะ !

            “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันหากแต่เจ้าของรถที่ตอบโดยไม่มองหน้าเขาแถมยังกอดอกถอนหายใจ อีกทั้งยังก้มมองนาฬิกาด้วยท่าทีร้อนรนก็ทำให้แจบอมพยักหน้าหงึกๆเป็นเชิงเข้าใจ

            คุณเปิดกระโปรงรถให้ทีสิ เดี๋ยวผมลองดูให้อย่างที่บอกไปว่าเขาไม่ได้อยากจะเป็นคนดีหรือทำตัวเป็นพระเอกหรอกนะ เขาแค่หิวเฉยๆ เพราะอย่างนั้นก็เลยตั้งใจว่าจะรีบช่วยตรวจเช็ครถให้อีกฝ่ายเพื่อที่จะได้ออกไปหาข้าวกินเร็วๆต่างหาก

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ คุณไปทำธุระเถอะ ผมไม่อยากรบกวนเวลาของคุณนะ

            “มันก็ไม่ได้กินเวลาของผมมากขนาดนั้นแต่ถึงอย่างนั้นก็เลือกที่จะตอบแบบนั้นไปอยู่ดี จนในที่สุดเจ้าของรถเก๋งสีขาวคันเล็กก็ยอมที่จะเปิดกระโปรงรถให้แต่โดยดี

 

            ส่วนประกอบบริเวณเครื่องยนต์ที่ถูกปกปิดโดยกระโปรงรถถูกเปิดออก เครื่องยนต์รวมไปถึงพวกอะไหล่ที่แจบอมเองก็ไม่ค่อยจะรู้จักเท่าไหร่นักถูกดึงๆจับๆเพื่อเช็คสภาพแบบตามบุญตามกรรมเท่าที่แจบอมพอจะทำได้ โดยมีมนุษย์ก้อนวายร้ายผมทองกับเจ้าลูกหมีตัวโตมายืนดูบริเวณแผงเครื่องยนต์ด้วยความสนใจตามประสาเด็กๆ ส่วนอีกสามคนที่เหลือก็ชะโงกดูอยู่ห่างๆสลับกันชวนปาร์คจินยองคุยไปเรื่อยๆ

 

            ว่าแต่พี่จีนยองจะไปไหนหรอ ?ยองแจที่ยืนอยู่ใกล้ๆกับปาร์คจินยองถามขึ้นมา

            ไปมหาวิทยาลัยน่ะ พี่มีนัดกับอาจารย์ตอนบ่ายสอง น่ากลัวว่าจะไปไม่ทันน่ะสิและคำตอบของอรกฝ่ายก็ทำให้แจบอมพอจะเดาออกแล้วว่าทำไมปาร์คจินยองถึงมีท่าทีดูร้อนรนขนาดนั้น เพราะเวลาตอนนี้ก็เกือบจะบ่ายโมงแล้ว

            “โอเค…” พร้อมกับที่แจบอมที่ยืนงมอยู่หน้าแผงรถยนต์พักใหญ่ได้คำตอบที่ทำให้อีกฝ่ายสตาร์ทรถไม่ติดพอดี คุณ รถมันคงจะสตาร์ทติดหรอก น้ำกลั่นแห้งหมดแล้วซึ่งการที่แจบอมเปิดฝาแบตเตอรี่ของรถดูก็ทำให้เขาทราบถึงคำตอบของปัญหาที่เขาบอกอีกฝ่ายไปทันที

            “จริงเหรอครับ ?แต่ดูเหมือนว่าปาร์คจินยองเองก็คงจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน ผมจำได้ว่าผมเพิ่งเติมมานี่นา

            “ถ้าจำไม่ผิดผมมีน้ำกลั่นอยู่ที่ท้ายรถขวดนึง เดี๋ยวจะลองไปดูให้ก็แล้วกัน พวกนายยืนรอเป็นเพื่อนพี่เขาทีนะขอย้ำอีกครั้งเขาไม่ใช่คนดีหรอกนะ แค่หิวจริงๆน่า !

 

            ว่าแล้วแจบอมจึงรีบปลีกตัวออกมาที่รถของตัวเองที่อยู่ใกล้ๆกัน ก่อนจะรีบเปิดท้ายฝาท้ายรถเพื่อหาสิ่งที่ต้องการ เขาจำได้ว่าเขาเคยซื้อน้ำกลั่นติดรถไว้หนึ่งขวดเผื่อไว้ในเวลาฉุกเฉิน ทว่า พอเปิดท้ายรถออกมาแล้ว กลับไม่มีขวดน้ำกลั่นอยู่ท้ายรถสักขวดอย่างที่ควรจะเป็น พร้อมๆกับที่แจบอมเริ่มฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 

            ไอ้ตี๋ ! รถกูน้ำกลั่นใกล้หมดแล้ว จำได้ว่ามึงมีอยู่ในรถขวดนึงนี่ กูขอหน่อยดิ

 

            ใบหน้ากวนๆกับกรอบแว่นใหญ่ๆรวมไปถึงทรงผมสีน้ำตาลทองของเพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยอย่าง เจฮยอง ที่ลอยเข้ามาในห้วงความคิดของแจบอม พร้อมกับที่เขานึกขึ้นมาได้ว่า น้ำกลั่นที่เขาเคยเก็บเอาไว้ถูกเพื่อนสนิทขอไปใช้ตั้งแต่เมื่อเดือนก่อนแล้ว ทำให้แจบอมได้แต่ยืนจิ๊ปากไปเล็กน้อยก่อนจะปิดท้ายรถแล้วเดินกลับไปที่รถของปาร์คจินยองที่อยู่ใกล้ๆกัน

 

          ไอ้เพื่อนเวรเอ๊ยยืมไปแล้วไม่ซื้อคืนอีกต่างหาก !

 

            “’โทษทีนะคุณ ผมลืมไปว่าเพื่อนขอไปใช้เมื่อเดือนที่แล้ว

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ แค่นี้ก็เกรงใจคุณจะแย่แล้วถึงอย่างนั้นคนตรงหน้าที่นั่งอยู่ในรถก็โบกมือน้อยๆเป็นพัลวัน พร้อมทั้งปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วก้าวลงมาจากรถของตัวเองด้วยท่าทีที่หัวเสียนิดหน่อย ผมคงไปโบกแท็กซี่หน้าคอนโดฯเอาแล้วล่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันนัดอาจารย์ตอนบ่ายสอง

            “พี่จีนยองจะไปแล้วหรอ ?

 

            และการที่ปาร์คจินยองบอกแบบนั้นก็ทำให้แจบอมพยักหน้ารับ ก่อนจะเตรียมพาเจ้าพวกตัวยุ่งที่ยังคงพากันวอแวปาร์คจินยองกันไม่หยุด (น่าหมั่นไส้จริงจริ๊ง !) ไปกินข้าว หากแต่เมื่อเห็นอีกฝ่ายกำลังไขกุญแจท้ายรถเพื่อหยิบกระเป๋าเป้ที่เต็มไปด้วยเอกสาร กระเป๋าแล็ปท็อป รวมไปถึงสองแขนที่กอดเอกสารอีกกองหนึ่งเอาไว้ก็ทำให้แจบอมอดเวทนาสภาพที่ดูจะรุงรังของอีกฝ่ายไม่ได้เสียอย่างนั้น

 

            พี่จีนยองถือของเยอะจังเลย ให้ยองแจนช่วยถือไหม ?แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้จะมีเจ้าก้อนแก้มอวบทำหน้าที่พลเมืองดีจำนวนหนึ่งอัตราแล้วล่ะ

            นั่นซี่ ให้คยอมช่วยถือได้น้าตามมาด้วยลูกหมีตัวโต รวมกันเป็นสองอัตราถ้วน

            ไม่เป็นไรหรอก มันหนักน่ะ ขอบใจมากนะแต่การที่อีกฝ่ายปฏิเสธความช่วยเหลือของเด็กน้อยก็ทำเอาพวกเด็กๆตีหน้าจ๋อยไปตามๆกัน ผมไปก่อนนะ ขอบคุณที่มาช่วยดูรถให้นะคุณอีกทั้งยังหันกลับมาพูดกับแจบอมอีกด้วย

            นี่ คุณเรียนอยู่มหาลัยไหนล่ะ ?แต่ด้วยความที่แจบอมเองก็เคยเป็นมนุษย์นักศึกษาที่เคยทำงานทั้งคืนแล้วหอบโมเดลขึ้นรถเมล์ไปมหาวิทยาลัย ทำให้เขาพอจะเข้าใจดีว่า การนั่งรถสาธารณะในสภาพที่รุงรังแบบนี้มันก็คงลำบากพอดูถ้าเป็นมหาวิทยาลัยที่อยู่ตรงย่านจัตุรัสล่ะก็เดี๋ยวผมแวะไปส่งก็ได้

            “ครับ ?และข้อเสนอที่แจบอมบอกไปก็ทำเอาชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนเลิกคิ้วขึ้นมาอย่างสงสัย อ่าจริงๆก็เป็นมหาวิทยาลัยนั้นนั่นแหละครับ แต่ผมเกรงใจคุณน่ะ เพราะอย่างนั้นไม่เป็นไรดีกว่าครับ

            “ไม่เป็นไรหรอก ผมตั้งใจจะพาพวกเด็กๆไปกินข้าวอยู่แล้ว แวะส่งคุณที่มหาวิทยาลัยแล้วค่อยหาร้านอาหารแถวๆนั้นก็ได้ ย่านมหาวิทยาลัยคงมีร้านอาหารเยอะอยู่แล้ว ดีเสียอีกฉะนั้นใครที่กำลังคิดว่าเขาจะทำตัวเป็นพระเอกขอให้หยุดได้เลย เขาแค่วางแผนเรื่องร้านอาหารไว้ในหัวแล้วต่างหากล่ะ !

            “ไปด้วยกันน้าพี่จีนยอง น้า ~แต่พอเห็นเจ้าพวกตัวแสบทั้งหลายพากันรุมล้อมหน้าล้อมหลังอีกฝ่ายมันก็ทำเอาแจบอมอดหมั่นไส้ไม่ได้จริงๆอยู่ดีนั่นแหละน่า

            เอ่อ…” และปาร์คจินยองเองก็มีท่าทีหนักใจอยู่พอสมควรเมื่อถูกสายตาทั้งหกคู่กดดันอยู่เนืองๆ งั้นรบกวนด้วยก็แล้วกันครับก่อนที่นักศึกษาหนุ่มจะโค้งตัวลงเพื่อขอบคุณแจบอม

 

            ดังนั้น รถเก๋งของแจบอมที่เขาซื้อมาเพื่อใช้สอยเพียงคนเดียว ในเวลากลับอัดแน่นไปด้วยมนุษย์ก้อนตัวกลมๆห้าชีวิตที่แบ่งกันมานั่งเบาะหน้าสองคนคือแจ็คสันกับยูคยอม (ที่แจบอมกำลังภาวนาว่าขออย่าให้ไอ้สองตัวยุ่งตีกันเลย) ส่วนเบาะหลังก็ถูกยึดครองโดยพี่ใหญ่ผมแดง เจ้าก้อนผมปอยชมพู แล้วก็มนุษย์ก้อนแก้มอวบที่วันนี้มีหมวกปีกกว้างอยู่บนศีรษะที่ดูจะดี๊ด๊าเป็นพิเศษเมื่อมีมนุษย์เพื่อนบ้านห้อง 0716 นั่งอยู่ด้วย

 

          จำได้ว่าตอนซื้อรถก็เลือกคันเล็กๆเพราะเอาไว้ขับคนเดียว ไหงตอนนี้มีคนอยู่จนเต็มรถเลยล่ะ !?!

 

            แต่ถึงอย่างนั้นแจบอมก็ไม่ลืมที่จะจับเจ้าลูกหมีตัวโตกับลูกเป็ดวายร้ายที่พากันนั่งยุกยิกคาดเข็มขัดนิรภัย พอดีกับที่เขาเหลือบไปเห็นเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดกำลังคาดเข็มขัดนิรภัยให้พวกเด็กๆอีกสามคนที่อยู่เบาะหลังด้วยเช่นกันก็ทำให้แจบอมพยักหน้าเล็กน้อยอย่างพอใจที่อีกฝ่ายเองก็เป็นพวกระมัดระวังพอสมควรโดยที่เขาไม่ต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือ

 

          แด๊ดดี้ ~ วันนี้เราจะกินอะไรกันหรอ ?และทันทีที่เจ้าทาสอิมแจบอมผู้ซึ่งกลายร่างเป็นสารถีไปแล้วเริ่มออกรถ ยูคยอมที่นั่งเบียดอยู่กับแจ็คสันก็หันมาถามเขาถึงมื้อเที่ยงของวันนี้

            นั่นสิอีกทั้งวันนี้เป็นวันธรรมดา ทำให้รถบนท้องถนนไม่ค่อยมีมากนัก ดังนั้นแจบอมจึงขับรถไปโดยที่คุยตอบโต้กับเหล่าเด็กน้อยไปด้วยได้สบายๆ เดี๋ยวลองขับรถดูไปเรื่อยๆก็แล้วกัน

            “ว่าแต่ พี่จีนยองต้องไปโรงเรียนแบบนี้ทุกวันเลยหรอ ? และหลังจากที่แจบอมเริ่มเงียบไปเพราะกำลังเข้าสู่ถนนใหญ่ที่เริ่มมีรถมากขึ้น ทำให้พวกนายท่านตัวน้อยทั้งหลายเริ่มหันไปสนใจนักศึกษาที่นั่งอยู่เบาะหลังแทน

 

          อิมแจบอม is อากาศ again !

 

            “ก็ไม่ทุกวันหรอก แต่วันนี้พี่นัดคุยกับอาจารย์เรื่องงานไว้น่ะ

           

            แล้วที่โรงเรียนของพี่จีนยองมีเพื่อนเยอะไหม แล้วคุณครูของพี่จีนยองใจดีหรือเปล่าฮะ ?

            ‘ ขนมที่โรงเรียนของพี่จีนยองอร่อยไหม ?

            ‘ ที่ห้องของพวกเรามีโคโค่ด้วยน้า ห้องของพี่จีนยองมีเพื่อนเหมือนโคโค่ไหม ?

            ‘ แล้วพี่จีนยองชอบเล่นเลโก้เหมือนแจ็คสันไหม ?

 

            สารพัดคำถามที่แจบอมได้ยินจากพวกเด็กๆ รวมไปถึงคำตอบที่ปาร์คจินยองก็ยอมที่จะตอบพวกเด็กๆทุกอย่างก็ทำเอาแจบอมได้แต่มองกระจกหลังอย่างเหนื่อยใจ แต่ก็ต้องขอบคุณอีกฝ่ายที่ไม่ได้ดูมีท่าทีรำคาญพวกเด็กๆที่ช่างถามช่างซักหรือแอบมาพาลมองแรงใส่เขาผ่านกระจกหลังแต่อย่างใด

 

            R R R R ~

 

            “อาเดี๋ยวพี่ขอคุยโทรศัพท์ก่อนนะเสียงโทรศัพท์สั่นของเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่ดังขึ้นมาก็ทำให้พวกเด็กๆรีบทำท่ารูดซิปปากจนจินยองได้แต่ยิ้มตามอย่างเอ็นดู รวมไปถึงแจบอมที่เอื้อมมือไปหรี่เครื่องเล่นซีดีที่เขาเปิดคลอไว้แก้เซ็งให้เบาลง ครับอาจารย์

            “แด๊ดดี้ อันนั้นมันเรียกว่าอะไรหรอ ?ดังนั้นแจ็คสันจึงหันมาสนใจเขาแทนด้วยการชี้พวกป้ายไวนิลหรือป้ายบอกทางแล้วก็ถามนั่นถามนี่ผลัดกันกับเหล่าพี่น้องของตัวเองไปเรื่อยๆ

 

            อาไม่ได้เหรอครับ ?

          ‘ ครับๆ ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณมากนะครับอาจารย์

          ‘ ครับ งั้นเป็นวันพฤหัสฯสัปดาห์หน้าก็ได้ครับ ครับขอบคุณครับ

 

            อย่าหาว่าเขายุ่งเรื่องของคนอื่นเลย แต่หูเจ้ากรรมของเขามันดันได้ยินบทสนทนาของอีกฝ่ายโดยบังเอิญทั้งๆที่พยายามเบี่ยงความสนใจแล้วก็ตาม อีกทั้งพอจะมองรถจากด้านหลังก็ดันเห็นสีหน้าแปลกๆของอีกฝ่ายผ่านกระจกด้วยนี่สิ

 

            “ให้ตายสิและการที่ปาร์คจินยองถอนหายใจออกมาหลังจากกดวางสายโทรศัพท์ก็ทำให้ดวงตากลมแป๋วทั้งห้าคู่พากันจ้องไม่วางตา

            พี่จีนยองเป็นอะไรอ่า ?แบมแบมที่นั่งอยู่ข้างๆนักศึกษาหนุ่มถามขึ้นเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มตีหน้ายุ่งเล็กน้อย

            เอ่อ…” ทว่า ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังจะตอบ จู่ๆก็พอดีกับที่แจบอมขับรถมาจนถึงบริเวณรั้วหน้ามหาวิทยาลัยเสียแล้ว ไม่มีอะไรหรอก

            “คุณจะให้ผมส่งตรงไหน ?เช่นเดียวกับที่สารถีชั่วคราวหันกลับไปถามปาร์คจินยองที่นั่งอยู่เบาะหลัง

            ผมลงตรงนี้ก็ได้ ขอบคุณจริงๆนะครับ ถ้าไม่ได้คุณคงลำบากแย่เลยและพิกัดที่ปาร์คจินยองตัดสินใจที่จะลงจากรถก็คือบริเวณหน้ารั้วมหาวิทยาลัยพอดิบพอดี

            พี่จีนยองจะไปแล้วหรอฮะ ?ลูกหมีน้องเล็กที่เป็นตุ๊กตาหน้ารถของแจบอมเองก็หันกลับไปถามอีกฝ่ายที่ขยับตัวตั้งท่าจะเปิดประตูรถเช่นกัน

            อื้ม ขอบใจมากนะเด็กๆและก่อนที่จะเปิดประตูรถ จู่ๆปาร์คจินยองก็หันกลับมาหาแจบอมเสียก่อน จริงสิ ผมกะว่าจะแนะนำพอดี ร้านปิ้งย่างที่อยู่ข้างๆมหาลัยอร่อยนะคุณ เผื่อคุณสนใจจะพาพวกเด็กๆไปกิน

            “ปิ้งย่างเหรอก็เข้าท่านะซึ่งเมนูที่เจ้าถิ่นเสนอมาก็ทำให้แจบอมสนใจอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ก็ไม่ได้กินอะไรแบบนี้มานานแล้วนี่นะ แล้วก็…”

 

            ‘ ไหนๆอาจารย์ของคุณก็แคนเซิลนัดแล้วนี่ จะไปด้วยกันไหมล่ะ ?

 

            “ฮะ !?!” และท่าทีตื่นตระหนกของมนุษย์แว่นตรงหน้าก็ทำเอาแจบอมอยากจะหลุดขำออกมาเสียอย่างนั้น ทำไมคุณถึงรู้ล่ะ !”

            “หน้าตาซังกะตายแบบนั้น แถมเห็นคุณดูเซ็งๆหลังจากวางสายโทรศัพท์ ผมก็เลยเดาไว้แบบนั้น แต่ไม่คิดว่าจะทายถูกน่ะสิ

 

            เอาล่ะ ถ้าถามว่าแจบอมรู้ได้อย่างไร มันเดาไม่ยากเลย ถ้าคุณโทรศัพท์คุยกับใครสักคนแล้วทำหน้าซังกะตายหลังจากวางสาย สันนิษฐานได้เลยว่า ถ้าไม่ถูกยกเลิกนัด ก็คงเป็นการที่อีกฝ่ายบอกว่าจะมาช้ากว่ากำหนดๆ แถมเจ้าแว่นขี้เหวี่ยงตรงหน้าเขาก็ไม่ใช่คนที่จะเก็บสีหน้ามิดเสียด้วย (เพราะแบบนั้นถึงได้ดูขี้เหวี่ยงจนเขาเดาอารมณ์ไม่เคยถูกยังไงล่ะ !)

 

            เฮ่อ ทำยังไงได้ล่ะคุณ อาจารย์ที่ผมนัดคุยเรื่องงานดันมาติดประชุมของภาคน่ะเพราะอย่างนั้นอีกฝ่ายจึงถือโอกาสบ่นอุบแก้เซ็งออกมาเสียเลย ก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกว่าอุตส่าห์แบกของมาเยอะแยะแถมยังต้องขออาศัยรถของเขามา แต่สุดท้ายก็โดนยกเลิกนัดเอาดื้อๆ จะไม่รู้สึกอะไรเลยก็คงแปลก

            อ๋า ! ถ้าแบบนี้ก็แปลว่าพี่จีนยองว่างแล้วล่ะซี่ !” มาร์คที่นั่งอยู่ใกล้ๆกันกับจินยองเริ่มมีท่าทีดี๊ด๊าขึ้นมาอีกครั้งเมื่อจับใจความบทสนทนาของสองผู้ใหญ่ได้

            จริงหรอม้ากคึ !?!” ตามมาด้วยเสียงประสานอย่างพร้อมเพรียงของน้องชายอีกสี่คนที่ดังขึ้นมาพร้อมกัน รวมไปถึงดวงตากลมโตที่กะพริบตากันปริบๆ

            “แล้วให้พี่จีนยองไปเที่ยวกับพวกเราได้ไหมแด๊ดดี้ ?ดังนั้น แจ็คสันที่เป็นตุ๊กตาล้มลุกหน้ารถของแจบอมอีกคนจึงรีบหันมาถามทันที

            ฉันชวนไปแล้ว ที่เหลือก็แล้วแต่พี่จินยองเขาแล้วล่ะ แล้วแต่คุณเลยนะ ตามที่คุณสะดวก

 

            เพราะนึกขึ้นได้ว่า ยูคยอมก็เพิ่งจะไปก่อกวนอีกฝ่ายมาเมื่อวานนี้ รวมไปถึงเรื่องที่เขาเคยไปบังคับให้อีกฝ่ายมาช่วยทำโมเดลเมื่อสัปดาห์ก่อนด้วยความเข้าใจผิด เพราะอย่างนั้นก็เลยตั้งใจจะเลี้ยงข้าวไถ่โทษไปเสียเลย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาก็ไม่ได้คิดจะบังคับหรือมัดมือชกปาร์คจินยองแต่อย่างใด

 

            “ไปด้วยกันน้าพี่จีนยอง นะนะมืออวบๆของพวกเด็กๆทั้งห้าเมื่อมีโอกาสแล้วจึงรีบคว้าแขนคว้าเสื้อของร่างโปร่งที่กำลังนั่งงุนงงกับสถานการณ์บนรถอย่างคิดไม่ตกทันที ไปด้วยกันน้า ~

            “จะดีเหรอ ?เพราะอย่างนั้นดวงตากลมโตภายใต้กรอบแว่นจึงมองเหล่าเด็กน้อยทั้งห้าที่พยายามยื้อตัวเองสุดชีวิตสลับกับคนเป็นพ่อไปมาอย่างชั่งใจ ถ้าผมไปด้วยมันจะขัดเวลาครอบครัวของคุณหรือเปล่า ?

            “…” และนั่นก็ทำให้แจบอมไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากยักไหล่แทนคำตอบ เพราะเขาเองก็ไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้งถึงขนาดนั้น

            พี่จีนยองไปด้วยกันเถอะน้า นะนะนะนะนะ น้า ~หากแต่เจ้าก้อนกลมๆทั้งห้าก็ยังคงพยายามกอดแขนกอดเอวรวมไปถึงจับมือของนักศึกษาที่เพิ่งจะถูกยกเลิกนัดไปหมาดๆแน่น ตามมาด้วยลูกตื๊อที่ทำเอาแจบอมเองก็ทึ่งไปเหมือนกัน

 

          จะอยากให้เขาไปด้วยอะไรเบอร์นั้นล่ะ !!

 

            “อา…”

            “งั้นเอาเป็นว่าไปก็แล้วกัน คุณเองก็คงไม่อยากจะขัดใจเด็กๆใช่ไหมล่ะ ?เชื่อเถอะว่าต่อให้แจบอมไม่จบด้วยวิธีนี้เพราะเขาเริ่มหิวจนจะทนไม่ไหวแล้ว แต่พนันได้เลยว่าสุดท้ายแล้วปาร์คจินยองก็คงจะต้องยอมแพ้ลูกตื๊อของเจ้าพวกตัวแสบแน่ๆ ดังนั้นร่างสูงจึงจัดการดึงเกียร์แล้วเหยียบคันเร่งออกจากหน้ารั้วมหาวิทยาลัยทันที

            “เย้ !! ไปกันเลยแด๊ดดี้ !”

 

          ตอนแรกก็ว่าจะไม่มัดมือชกนะ แต่ตอนนี้เขาหิวข้าวจนทนไม่ไหวแล้วไงเล่า !

           

            เดี๋ยวสิ ไหนว่าคุณจะไม่บังคับผมไงล่ะ !”

            ร้านปิ้งย่างที่คุณบอกอยู่ข้างมหาลัยอยู่ตรงไหน เดี๋ยวคุณคอยบอกทางผมด้วยนะ

            “นี่ ! ฟังผมบ้างสิคุณ !?!”

            “อย่าโวยวายสิคุณ เอาเป็นว่ามื้อนี้ผมเลี้ยงเอง ฉะนั้นรีบๆบอกทางมาได้แล้ว ผมกับเด็กๆหิวจะแย่แล้วนะคุณ

            “แล้วแต่เล้ย !” แล้วปาร์คจินยองก็เริ่มกลับเข้าสู่โหมดขี้เหวี่ยงในที่สุด ตรงไปแล้วเลี้ยวขวา ป้ายสีส้มๆ ให้ตายเถอะ !” แล้วก็จบสงครามประสาทย่อมๆของสองผู้ใหญ่ลงด้วยการที่ปาร์คจินยองรัวบอกทางมาเป็นชุดก่อนจะเอนตัวลงพิงกับเบาะแล้วกอดอกตีหน้ายุ่ง แต่ใครสนล่ะ ตอนนี้เขาสนแค่ว่าเขาหิวมากแล้วต่างหาก

 

            เพราะอย่างนั้น การที่แจบอมหาร้านปิ้งย่างเจอในอีกไม่กี่นาทีต่อมาก็ทำให้ร่างสูงตัดสินใจเลี้ยวเข้าไปจอดรถอย่างไม่ลังเล แล้วจึงจัดการปลดเข็มขัดนิรภัยให้ตุ๊กตาล้มลุกทั้งสองตัวที่นั่งอยู่ข้างๆกัน เช่นเดียวปาร์คจินยองที่ยังคงช่วยเจ้าตัวแสบอีกสามคนปลดเข็มขัดนิรภัยเช่นกัน ก่อนที่จะพากันกระโดดลงมาจากรถแล้ววิ่งวนไปรอบๆอย่างตื่นเต้น

            เพราะเวลานี้เป็นช่วงหลังเที่ยงมาหมาดๆ ทำให้ภายในร้านเวลานี้ไม่ค่อยมีคนมากนัก อีกทั้งย่านมหาวิทยาลัยส่วนใหญ่มักจะครึกครื้นในช่วงกลางคืนเสียมากกว่า ฉะนั้น การมาร้านปิ้งย่างในเวลาบ่ายสองจึงถือว่าเป็นอะไรที่ยอดเยี่ยมมากสำหรับคนที่กำลังหิวสุดๆอย่างแจบอมที่ตอนนี้เดินตามหลังพนักงานต้อยๆเพื่อไปยังโต๊ะที่ว่างอยู่ทันที

 

            กลิ่นหอมจังเลยน้าและในขณะที่เดินตามพนักงานเข้าร้านกันอยู่ ยองแจที่ทำจมูกฟุดฟิดๆเมื่อได้กลิ่นหมูย่างหอมๆลอยมาเตะจมูกก็ชวนน้องเล็กที่ยืนมองโต๊ะอื่นๆที่กำลังนั่งกินอยู่พูดคุยอย่างชอบใจ

            นั่นซี่ หอมจังเลย

 

            ในที่สุด พนักงานก็พาพวกเขามายังโต๊ะที่อยู่ด้านในสุดของร้าน เป็นโต๊ะญี่ปุ่นจำนวนสองตัวที่ต่อติดกัน โดยมีเบาะรองนั่งเรียงรายอยู่ฝั่งละสี่เบาะ โดยฝั่งของแจบอมมียูคยอม ยองแจ และแบมแบม ส่วนมาร์คกับแจ็คสันนั้นนั่งประกบข้างกับจินยองที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกัน ก่อนที่เมนูจะถูกนำมาวางบนโต๊ะ และภาพอาหารในใบเมนูก็ทำเอาดวงตากลมโตของเจ้าตัวแสบทั้งหลายพากันลุกวาวไปตามๆกัน

 

            น่ากินจังเลย !” นิ้วกลมป้อมของพี่ใหญ่ผมแดงที่ยิ้มจนเขี้ยวซี่น้อยๆโผล่ออกมาชี้ไปยังรูปหมูย่างในใบเมนูอย่างน่าเอ็นดู

            อ๋า ! แจ็คสันอยากกินอันนี้ล่ะแด๊ดดี้

            “ยองแจนอยากกินอันนี้เหมือนกัน อันนี้ๆ

            “งือน่าอร่อยทุกอย่างเลยเนอะคยอม แบมแบมอยากกินทุกอย่างเลย

            “นั่นซี่ คยอมก็อยากกินทุกอย่างเหมือนกันเลย มันน่ากินไปหมดเลย

 

            และท่าทียุกยิกๆของพวกเด็กๆที่พากันนั่งมองเมนูอาหารก็ทำให้แจบอมกับจินยองเหลือบมองอย่างนึกขันเล็กน้อย ก่อนที่ผู้ใหญ่อีกสองคนจะหันมาสนใจเล่มเมนูตรงหน้าที่มีหลากหลายเมนูให้เลือกสรรเสียเหลือเกิน ทำเอาแจบอมที่หิวมากลำบากใจที่จะเลือกเพราะตอนนี้เขาเองก็อยากจะกินทุกอย่างไปหมดไม่แพ้กับพวกเด็กๆเช่นกัน

 

            ไม่ยักรู้ว่ามันจะมีให้เลือกเยอะแยะขนาดนี้เลยนะคุณ

 

            เพราะอย่างนั้นแจบอมจึงอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้เพราะเขาเองก็ไม่ได้กินอะไรแบบนี้มานานแล้วเหมือนกัน ถ้าจำไม่ผิด ครั้งสุดท้ายที่เขามากินพวกปิ้งย่างแนวๆนี้ก็ตอนฉลองวันเกิดของรุ่นพี่สักคนเมื่อปีที่แล้ว อีกทั้งถ้ามากินอะไรแบบนี้แล้วล่ะก็ คนที่สั่งอาหารก็มักจะเป็นพวกเพื่อนผู้หญิงที่ชอบตระเวนหาร้านอาหารกินมากกว่า ดังนั้นเขาเองก็เลยไม่ค่อยจะรู้เรื่องอะไรพวกนี้เท่าไหร่นัก

 

            จริงๆผมก็ไม่เคยมาที่นี่หรอก แต่เห็นพวกเพื่อนๆเคยบอกว่าอร่อยดีก็เลยแนะนำเฉยๆ ไม่คิดว่าคุณจะลากผมมาด้วยนี่และท่าทีที่เม้มริมฝีปากอย่างหนักใจของคนตรงหน้ากับการที่มีเมนูจำนวนมหาศาลให้เลือกก็ทำให้แจบอมเลือกที่จะปล่อยผ่านไปแล้วหันมาสนใจรายการอาหารตรงหน้าแทน

            งั้นสั่งเป็นเซ็ตมาเลยก็ได้มั้ง ง่ายดีแล้วก็เป็นโชคดีอีกครั้งที่แจบอมเปิดมาเจอหน้าที่เป็นเซ็ตที่ทางร้านจัดไว้ให้ และจากการที่แจบอมลองคำนวณคร่าวๆจากปริมาณอาหารไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์ ผัก รวมไปถึงของกินเล่นและเครื่องเคียงในแต่ละเซ็ตกับจำนวนคนบนโต๊ะแล้ว เขาจึงรีบหันไปสั่งกับพนักงานรับออเดอร์ทันที เอาชุดครอบครัวสองเซ็ตก็แล้วกันครับ

            นี่ ตรงนั้นให้กดน้ำเปล่าเองด้วยล่ะ เราไปเอาน้ำให้แด๊ดดี้กับพี่จีนยองกันเถอะหลังจากนั้น มาร์คที่เหลือบไปเห็นป้ายแสดงจุดกดน้ำสำหรับลูกค้าจึงออกปากชวนเหล่ามนุษย์ก้อนผู้น้องอีกสี่ชีวิตไปทำภารกิจต่อ

            เอาซี่ ! ไปกันเถอะตามมาด้วยแจ็คสันที่รีบรับปากรับคำอย่างกระฉับกระเฉงแล้วรีบวิ่งฉิวไปยังตู้กดน้ำทันที ทำให้ตอนนี้เหลือเพียงแค่สองผู้ใหญ่ที่เริ่มเข้าสู่สภาวะเดทแอร์ไปตามๆกัน

            “…”

            “…”

            “อย่าทำหน้าลำบากใจแบบนั้นสิคุณและสุดท้ายแจบอมก็ต้องเป็นฝ่ายทำลายความเงียบลงก่อนเพื่อไม่ให้บรรยากาศบนโต๊ะกินข้าวมันแย่ลง ได้มากินปิ้งย่างทั้งทีมันก็ต้องกินให้อร่อยสิ ผมเต็มใจเลี้ยง

            “ผมไม่ได้งกขนาดนั้นนะคุณ ผมเกรงใจเพราะกลัวมาขัดเวลาที่คุณจะได้อยู่กับพวกเด็กๆต่างหาก

            “ไม่เห็นจะเป็นไรนี่ อีกอย่างคนที่ตื๊อคุณน่ะคือพวกเด็กๆต่างหากไม่ใช่หรือไงกัน ?

            “มันก็…”

            “งั้นถ้าผมพูดว่า จะเลี้ยงข้าวไถ่โทษเรื่องที่ผมบังคับให้คุณทำโมเดล แบบนี้คุณพอจะสบายใจขึ้นหรือยังล่ะ ?จริงๆแล้วเขาเองก็ไม่ได้อยากจะบอกจุดประสงค์เรื่องนี้เท่าไหร่ แต่ถ้ามันทำให้อีกฝ่ายสบายใจขึ้นเขาก็จะยอมพูดก็แล้วกัน รวมไปถึงเรื่องที่ยูคยอมไปรบกวนคุณเมื่อวานนี้ด้วย

            “โธ่คุณมันไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยน…”

            “แด๊ดดี้ พวกเราเอาน้ำมาให้แล้ว ~แต่ก็ยังไม่ทันจะได้คุยกันต่อ ในที่สุดเหล่าเด็กน้อยที่พากันไปช่วยกดน้ำเปล่าก็กลับมาที่โต๊ะพร้อมด้วยแก้วน้ำคนละแก้วสองแก้วในมือน้อยๆที่ส่งให้กับเขารวมไปถึงปาร์คจินยองอีกด้วย

           

            พอดีกับที่ถาดเนื้อสัตว์จำนวนมากถูกยกมาวางจนเต็มโต๊ะไปหมด เตาปิ้งทั้งสองเตาที่เริ่มร้อนระอุ รวมไปถึงกลิ่นของเนื้อหมูที่ถูกนำไปวางบนตะแกรงย่างเริ่มส่งกลิ่นหอมฟุ้งเตะจมูกก็ทำเด็กตัวน้อยทั้งห้าที่นั่งมองเตาย่างกันที่มีผู้ใหญ่สองคนช่วยกันคีบเนื้อสัตว์ลงไปวางบนเตาไม่วางตา ไม่เว้นแม้แต่แจบอมเองที่หิวจนน้ำย่อยกำลังจู่โจมกระเพาะของเขาอย่างหนักเช่นกัน

            แต่เพราะเตาย่างเนื้อสัตว์มันร้อนและดูอันตรายเกินกว่าที่แจบอมจะปล่อยให้พวกเด็กๆคีบเนื้อจากเตากันเอง ดังนั้นเขาจึงต้องหยิบจานของแต่ละคนขึ้นมาแล้วจัดการคีบเนื้อที่เริ่มสุกใส่จานของแต่ละคนจนครบทั้งห้าคน แต่ครั้นจะกลับมากินเองบ้าง ก็ปรากฏว่าเนื้อสัตว์มันเริ่มหายไปจากตะแกรงจนเขาเองก็ต้องคีบหมูลงไปย่างใหม่เสียอย่างนั้น

 

            ฟู่ว ~และในขณะที่กำลังจัดการย่างหมูบนตะแกรงอยู่ เขาก็แอบสังเกตเห็นว่าปาร์คจินยองกำลังช่วยแจ็คสันกับมาร์คที่นั่งประกบตัวเองอยู่เป่าเนื้อที่ยังร้อนๆอยู่อีกด้วยค่อยๆกินนะ ระวังร้อนด้วยล่ะ

            แด๊ดดี้ ยองแจนอยากให้แด๊ดดี้ป้อน แด๊ดดี้ป้อนยองแจนหน่อยน้า อ้า ~ตามมาด้วยท่าทีออดอ้อนของเจ้าก้อนแก้มอวบที่นั่งข้างๆกับเขาที่อ้าปากรอคุณพ่อจำเป็นที่กำลังพลิกเนื้อบนตะแกรงไปมา ทำให้แจบอมต้องหันไปคีบเนื้อในจานของยองแจขึ้นมาเป่าให้หายร้อนแล้วป้อนเจ้าก้อนเบอร์สามที่เคี้ยวเนื้อตุ้ยๆอย่างมีความสุขเสียเหลือเกิน

            “งือ ร้อนจังเลยพร้อมๆกับที่แจบอมหันไปเห็นยูคยอมที่อยู่ถัดจากแบมแบมกำลังแลบลิ้นเพราะถูกเนื้อร้อนๆลวกปากเข้าเต็มๆ

            ระวังหน่อยยูคยอม กินน้ำเร็ว เดี๋ยวฉันเป่าหมูให้แล้วแจบอมก็ต้องเอื้อมไปหยิบจานของยูคยอมขึ้นมาเป่าให้หายร้อนอีกตามเคยเพราะเป็นห่วงว่าถ้าปล่อยให้กินทั้งแบบนี้คงจะลวกปากจนพองแน่ๆ

            แด๊ดดี้ ให้แบมแบมป้อนแด๊ดดี้นะ แด๊ดดี้ยังไม่ได้กินเลยนี่นา แบมแบมจะป้อนแด๊ดดี้เองและวันนี้ดูเหมือนแบมแบมเองก็ทำหน้าที่เป็นเด็กดีได้ดีเกินคาด เมื่อเจ้าก้อนผมปอยชมพูที่สังเกตเห็นว่าเขายังไม่ได้แตะต้องเนื้อสักชิ้น (แต่เขาก็ไม่ได้คิดจะโทษว่าเป็นเพราะเด็กๆที่ทำให้เขาไม่ได้กินหรอกนะ ต้องโทษตัวเองนี่แหละที่ดันอยากกินอะไรยากๆสำหรับเด็ก แถมต้องใช้เวลารอให้เนื้อสุกอีกต่างหาก) ดังนั้นเนื้อย่างกลิ่นหอมชิ้นแรกของวันนี้จึงถูกป้อนโดยแบมแบม แต่หลังจากนั้นเขาก็ต้องมาคอยเป่าเนื้อให้แบมแบมด้วยเช่นกัน

            พี่จีนยอง แจ็คสันตัดเนื้อไม่ออกอ่า

            “อ๋อ ใช้กรรไกรอันนี้ไง เดี๋ยวพี่ตัดให้ก็แล้วกัน

            “แด๊ดดี้ ป้อนม้ากคึหน่อยน้า ~

           

            แต่ดูเหมือนว่าแจบอมจะประเมินสถานการณ์พลาดไปพอสมควร เพราะหลังจากที่เขาย่างเนื้อเสร็จ ปรากฏว่าพวกเด็กๆก็กินเนื้อล็อตแรกกันหมดพอดี เพราะอย่างนั้นเขาจึงต้องคีบเนื้อล็อตที่สองที่เขาย่างไว้ให้กับพวกเด็กๆจนหมด ทั้งยังต้องคอยเป่าเป็นระยะๆและใช้กรรไกรตัดแบ่งชิ้นให้เหล่าลูกเป็ดตัวกลมที่ดูจะมีความสุขกับเนื้อย่างอีกด้วย

            หากแต่ในขณะที่เขากำลังวุ่นวายอยู่กับเจ้าพวกตัวยุ่งทั้งหลายที่พากันกินเนื้อย่างอย่างทุลักทุเล ถ้าแจบอมรู้สึกไม่ผิดไป เขาคิดว่าคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามที่กำลังย่างเนื้อเป็นระยะๆดูเหมือนจะกำลังนั่งมองเขากับพวกเด็กๆอยู่อีกด้วย

 

            คุณ เนื้อจะไหม้หมดแล้วแล้วเขาก็คิดว่าตัวเองคงไม่ได้คาดเดาผิดไปสักนิด เพราะเสียงเนื้อย่างบนตะแกรงที่ร้อนฉ่าจนน่ากลัวว่าจะไหม้ก็พอจะเป็นตัวบ่งบอกได้อย่างดีว่าอีกฝ่ายกำลังนั่งเหม่อมองนั่นมองนี่อยู่จริง

            เอ่อขอโทษทีและท่าทีลุกลี้ลุกลนแบบแปลกๆของปาร์คจินยองก็ทำให้แจบอมสงสัยไปเล็กน้อย แต่ก็พยายามที่จะมองผ่านไปก็แล้ว

 

            และถึงจะรู้สึกเซ็งเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเนื้อล็อตที่สองที่เขาอุตส่าห์ย่างเอาไว้เริ่มหายเกลี้ยงไปจากตะแกรงอีกตามเคย แม้ว่าปาร์คจินยองจะช่วยเขาย่างด้วยก็ตาม แต่เพราะเขาต้องมาคอยป้อนพวกเด็กๆไปด้วย ทำให้ตอนนี้แจบอมเองก็เริ่มหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อยที่เขายังไม่ได้แตะต้องเนื้อย่างอีกเลยหลังจากที่ได้ชิ้นแรกมาจากแบมแบม

 

          ก็บอกอยู่ตลอดว่าหิวไง เข้าใจกันบ้างสิ !

 

            ดังนั้น เนื้อล็อตที่สามจึงถูกยกขึ้นมาหมายจะคีบลงไปวางบนตะแกรงหลังจากที่จัดการกับส่วนของพวกเด็กๆเรียบร้อยแล้ว หากแต่ถาดใส่เนื้อในมือของเขากลับถูกผู้ใหญ่อีกคนบนโต๊ะที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกันแย่งออกไปจากมือเสียก่อน

 

            เดี๋ยวผมย่างต่อเอง คุณกินไปเถอะและหลังจากที่ได้ถาดเนื้อย่างไปอยู่ในมือของตัวเองแล้ว จินยองก็พูดขึ้นมา

            จะกินได้ยังไงล่ะคุณ ก็ในเมื่อเนื้อบนตะแกรงมันหม…” แต่ยังไม่ทันที่แจบอมจะพูดจบ จู่ๆสายตาของอีกฝ่ายก็พยักเพยิดไปมองที่จานของแจบอมที่มีเนื้อย่างที่สุกแล้ววางอยู่ราวๆห้าหกชิ้นเป็นเชิงให้เจ้าของจานรับรู้ อ้าวเมื่อกี๊ในเตามันไม่เหลือแล้วนี่

            “ผมกินไปเยอะแล้ว เพราะงั้นเดี๋ยวผมช่วยดูเด็กๆต่อเอง คุณกินเถอะ ระวังร้อนด้วยล่ะถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ได้พูดออกมาตรงๆ แต่เขาก็พอจะรู้ถึงที่มาของเนื้อย่างในจานของตัวเองแล้วล่ะ

            แต๊งกิ้วนะคุณแล้วก็ไม่ลืมที่จะขอบคุณคนตรงหน้าที่อุตส่าห์นั่งคีบเนื้อใส่จานให้ตัวเอง แถมยังตัดแบ่งให้เสร็จสรรพเสียด้วย

           

            ในที่สุด แจบอมถึงได้มีโอกาสกินเนื้อย่างบ้างเสียที แต่ก็อดที่จะเหลือบมองเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่กำลังช่วยเหลือพวกเด็กๆเป็นระยะๆอย่างรู้สึกเกรงใจไม่ได้ ทว่า พอเห็นปาร์คจินยองช่วยป้อนพวกเด็กๆไปแล้วก็กินไปด้วย ก็เลยทำให้แจบอมเบาใจขึ้นมาที่อย่างน้อยพวกเด็กๆก็ไม่ได้รบกวนอีกฝ่ายจนเกินไป

 

            แจ็คสันอย่าแอบขโมยเนื้อของคยอมซี่แต่ดูเหมือนแจบอมคงจะได้กินอย่างสงบไม่นานนัก เมื่อจู่ๆเจ้าลูกหมีตัวโตที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับแจ็คสันกำลังเริ่มเปิดสงครามปิ้งย่างกับเจ้าลูกเป็ดวายร้ายที่เอื้อมมือไปหยิบเนื้อในจานของน้องเล็กหน้าตาเฉย

            ก็คยอมกินช้านี่นาแล้วพูดจบก็ยัดเนื้อที่ไปจิ๊กชาวบ้านเขามาเข้าปากหน้าตาเฉยอีกด้วย

            งือแจ็คสันนิสัยไม่ดี !”

            “คยอมนั่นแหละ อย่างกนักซี่

            “คยอมไม่รักแจ็คสันแล้ว แด๊ดดี้ดูซี่ แจ็คสันขโมยของคยอมด้วยล่ะอาให้ตายสิ กินเนื้อย่างไปฟังเด็กตีกันไปแบบนี้มันไม่ตลกเลยนะ

            งั้นยูคยอมเอาของพี่ไปก็ได้ เพราะงั้นห้ามร้องไห้นะแต่ทว่า วันนี้สงครามของสองพี่น้องคู่แค้นแสนรักกลับไม่ได้ยืดเยื้อเหมือนทุกครั้ง เมื่อคนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขาจัดการยุติความขัดแย้งด้วยการแบ่งเนื้อในจานของตัวเองให้กับเจ้าลูกหมีตัวโตที่ตั้งท่าจะเป่าปี่เมื่อครู่นี้ แล้วก็อย่าทะเลาะกันอีกนะเด็กๆ เข้าใจไหม ?

            “ขอบคุณน้าพี่จีนยอง พี่จีนยองใจดีจังเลย

            นั่นซี่ ~ พี่จีนยองใจดีเหมือนคุณครูที่บ้านใหญ่เลย

            “แจ็คสัน เมื่อกี๊พี่เห็นเราใช้มือหยิบเนื้อย่างด้วยใช่ไหม ? มาเช็ดมือก่อนเลย อย่าเอาไปป้ายเอี๊ยมนะพร้อมทั้งกระดาษทิชชู่ที่ถูกหยิบขึ้นมาเช็ดมือกลมอวบของเจ้าตัวร้ายที่ใช้มือหยิบเนื้อในจานของยูคยอมมาเมื่อไม่กี่วินาทีก่อนเสียจนสะอาดกริ๊บเลยทีเดียวก็ทำให้แจบอมได้แต่นั่งมองตามในขณะที่เคี้ยวเนื้อย่างตุ้ยๆ

 

          ถึงจะดูจู้จี้ไปนิดแต่ก็ไม่ได้เจ้ากี้เจ้าการจนดูน่ารำคาญล่ะนะ

 

            และดังนั้น เนื้อย่างทั้งหมดจึงถูกกำจัดจนหมดเกลี้ยงภายในครึ่งชั่วโมง พวกเด็กๆที่พากันนั่งพิงเก้าอี้ด้วยท่าทีที่อิ่มหมีพีมันไปตามๆกัน รวมถึงปาร์คจินยองที่เริ่มใช้ทิชชู่ไล่เช็ดปากเช็ดมือให้พวกเด็กๆทีละคนทำให้แจบอมตัดสินใจเดินไปจ่ายเงินค่าอาหารที่เคาท์เตอร์หน้าร้าน ก่อนจะพากันออกมาจากร้านเพื่อเดินทางกลับคอนโดฯ

            เวลาเกือบห้าโมงเย็นในลานจอดรถชั้นใต้ดินของคอนโดฯทำให้แจบอมแทบจะโห่ร้องออกมาอย่างดีใจหลังจากที่ฝ่าฟันกับการจราจรที่แสนจะวุ่นวายในเวลาหลังเลิกเรียนและหลังเลิกงาน ทำให้เวลาในการเดินทางของขากลับมากขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อเทียบกับขาไป เพราะอย่างนั้นการที่พวกเด็กๆรวมไปถึงเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดจะพากันนอนหลับคอพับคออ่อนไปตามๆกันก็คงจะไม่แปลกอะไรนัก

 

          กินเสร็จก็พากันนอนหลับน่าอิจฉาจริงจริ๊ง !

 

            “นี่ ถึงคอนโดแล้วนะ ตื่นกันได้แล้วปากก็พูดปลุกทุกคนบนรถไป ส่วนมือก็ต้องมาคอยปลดเข็มขัดนิรภัยให้ตุ๊กตาล้มลุกตัวกลมทั้งสองที่นั่งเบาะหน้าไปด้วย

            หาว ~ แน่นพุงจังเลย รู้สึกอิ่มไปหมดเลยล่ะแด๊ดดี้และแจ็คสันที่ตื่นเป็นคนแรกก็หาวหวอดๆพร้อมลูบพุงป้อยๆไปด้วย

            ถึงแล้วเหรอครับ ?ตามมาด้วยบุคคลที่นั่งอยู่เบาะหลังร่วมกับเด็กน้อยอีกสามคนที่เจ้าตัวพยายามปลดเข็มขัดนิรภัยให้แล้วก็ปลุกไปด้วย

           

            ใช้เวลาอยู่ครู่หนึ่งในการปลุกเหล่ามนุษย์ตัวกลมที่อิ่มอืดกับมื้อเที่ยงผสมมื้อเย็น (ฟาดชุดครอบครัวกันไปสองชุดจนบัตรเครดิตที่รูดค่าอาหารไปแทบจะเกินวงเงินของเดือนนี้ เขาคงไม่ต้องหามื้อเย็นให้กินแล้วล่ะมั้ง !) แล้วจึงพากันเดินลงมาจากรถ พร้อมกับที่แจบอมไม่ลืมที่จะหยิบของบางอย่างลงมาจากท้ายรถอีกด้วย

 

            เดี๋ยวแวะที่รถของคุณสักหน่อยได้ไหม ?และในขณะที่เดินกันอยู่ ผู้ที่หมดหน้าที่การเป็นสารถีของวันนี้ก็หันไปหานักศึกษาที่เดินหอบของพะรุงพะรังตามหลังเขาโดยที่มีมวลสารห้าก้อนเดินรายล้อมอยู่

            มีอะไรหรือเปล่าครับ ?

           

            แต่ก็ยังไม่ทันที่ปาร์คจินยองจะได้รับคำตอบใดๆจากแจบอม การที่เขาเหลือบไปเห็นรถเก๋งสีขาวซึ่งเป็นของนักศึกษาที่เขาเพิ่งลากไปกินข้าวมาด้วยก็ทำให้แจบอมรีบเดินตรงไปทันที ร้อนถึงเจ้าของรถที่ต้องวิ่งตามไปอย่างไม่เข้าใจโดยมีกระพรวนมนุษย์ลูกเป็ดไซส์มินิวิ่งตามกันดุ๊กๆมาอีกที

 

            เดี๋ยวสิคุณ !”

            “เปิดกระโปรงรถให้ผมทีสิ ในขณะที่เจ้าของรถตั้งท่าจะโวยวายที่จู่ๆคุณพ่อจำเป็นก็วิ่งดุ่มๆมาที่รถของตัวเอง หากแต่คำสั่งเชิงบังคับ รวมไปถึงขวดน้ำในมือของแจบอมก็ทำให้ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีฟ้าตีหน้ายุ่งไปเล็กน้อย เมื่อกี๊ผมแวะเติมน้ำมัน แล้วเห็นที่ปั๊มมีน้ำกลั่นขายพอดี ก็เลยซื้อติดมาน่ะ และเมื่อทุกอย่างถูกเฉลยถึงเรื่องที่เขาแวะเติมน้ำมันเมื่อครึ่งชั่วโมงที่แล้ว ทำให้เขาซื้อน้ำกลั่นติดมาด้วย

            หือ ?แต่เพราะเขาแวะเข้าปั๊มตอนที่ทุกคนหลับ ฉะนั้นการที่ปาร์คจินยองจะไม่รู้เรื่องอะไรก็คงไม่แปลกอีกตามเคย แต่ท้ายที่สุดแล้ว ฝากระโปรงรถเก๋งสีขาวคันเล็กของปาร์คจินยองก็ถูกเปิดพร้อมกับที่แจบอมยืนกรอกน้ำกลั่นอยู่ครู่หนึ่ง ไม่เห็นต้องลำบากขนาดนี้เลยก็ได้นี่คุณ

            “ขวดละไม่เท่าไหร่หรอกคุณ แถมผมก็ต้องซื้อติดไว้ในรถอยู่แล้ว

            “เชื่อเขาเลย…” และท่าทีนิ่งๆของแจบอมก็ทำให้อีกฝ่ายได้แต่ส่ายศีรษะ ถึงกระนั้นริมฝีปากที่คลี่ยิ้มออกมาน้อยๆของปาร์คจินยองก็ทำให้แจบอมยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก รบกวนคุณอีกแล้ว ขอบคุณนะครับ

            “ช่างเถอะคุณ เป็นเพื่อนบ้านกัน ช่วยๆกันไปก็ไม่เห็นจะเสียหายนี่ไม่ใช่ว่าเขาอยากจะทำตัวเป็นคนดีแต่อย่างใด แต่ผูกมิตรไว้เผื่อเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินจะได้ขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านได้ก็ไม่ได้ทำให้เขาเดือดร้อนสักนิด อย่างการที่เขายอมลากสังขารไปอุดท่อประปาที่ห้องของพวกนูน่าเพื่อนบ้านตอนตีหนึ่งตีสอง หรือซ่อมหลอดไฟให้อาจุมม่าที่อยู่ชั้นเดียวกันตอนห้าทุ่มเขาก็เคยทำมาแล้วทั้งนั้น

            จะว่าไป ผมกะจะทักคุณตั้งแต่เมื่อตอนเที่ยงแล้วล่ะแต่จู่ๆปาร์คจินยองก็เลือกที่จะเปลี่ยนประเด็นไปอีกเรื่องหนึ่ง และดวงตาใต้กรอบแว่นที่เหลือบมองขึ้นไปเหนือใบหน้าของเขาก็ทำให้แจบอมพอจะเดาทิศทางออกแล้วว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไร คุณตัดผมใหม่เหรอ ?

            “เรื่องของผมเถอะน่า !” ถึงจะไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่เพราะเป็นเรื่องที่เขาพยายามจะลืมมาตลอดช่วงบ่าย ทำให้มือหนารีบยกขึ้นมาปิดบริเวณหน้าม้าเต่อที่แหว่งๆเบี้ยวๆไปด้านหนึ่งของตัวเองเสียอย่างนั้น

            ใช่แล้วล่ะพี่จีนยอง คุณตาที่ร้านตัดผมบอกว่าจะทำผมใหม่ให้แด๊ดดี้แบบจ๊าบๆด้วย แจ็คสันช้อบ ~ ชอบตามมาด้วยเจ้าตัวการตัวแสบที่เป็นสาเหตุทำให้ผมของแจบอมต้องกลายเป็นแบบนี้พูดขึ้นอย่างชอบใจ และท่าทีของแจ็คสันที่ดูจะชอบทรงผมของเขาก็ทำให้ปาร์คจินยองขำออกมาน้อยๆด้วย

            นั่นซี่ ม้ากคึก็ชอบน้า ทรงผมแด๊ดดี้เท่มากเลยล่ะ พี่จีนยองว่าไหม ?

            “นี่ๆ ไม่ต้องไปขอความคิดเห็นหรือหาพรรคพวกจากเขาเลยและยิ่งเห็นท่าทีของอีกฝ่ายที่ดูจะกลั้นขำกับทรงผมแสนเฮี้ยนของเขาแล้ว ก็ยิ่งทำให้แจบอมต้องรีบเบรกเจ้าพวกตัวยุ่งทั้งหลายเสียก่อน บอกไว้ก่อนเลยว่าผมไม่ได้เต็มใจตัดทรงนี้สักนิดเดียวนะแล้วก็ต้องรีบดักคออีกฝ่ายไว้ด้วย เขายังไม่อยากโดนมองว่าเป็นตาลุงคิดจะแอ๊บเด็กหรอกนะ

            ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรคุณเลยนี่ถึงจะตอบแบบนั้น แต่ริมฝีปากที่ถูกฟันขบราวกับกลั้นหัวเราะก็ทำให้แจบอมได้แต่เบือนหน้าหนีอย่างเซ็งๆมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นสักหน่อยนะ มั่นใจหน่อยสิคุณ

            “ช่างเหอะ กลับห้องกันได้แล้วเพราะอย่างนั้นแจบอมจึงต้องรีบตัดบทเพื่อไม่ให้ทรงผมของตัวเองกลายเป็นประเด็นไปมากกว่านี้ ก่อนจะเดินนำหน้าหนึ่งผู้ใหญ่และพวกตัวแสบอีกห้าคนให้เขามาในลิฟต์เพื่อแยกย้ายกันเสียที

            แด๊ดดี้ แบมแบมขอกดเลขลิฟต์ได้ไหม ?และเจ้าก้อนผมปอยชมพูก็เริ่มอยากจะซนขึ้นมากับเขาบ้าง แจบอมจึงต้องอุ้มเจ้าก้อนน้องรองขึ้นมาให้ได้เล่นลิฟต์สมใจอยาก ของแด๊ดดี้ชั้นสี่ แล้วของพี่จีนยองชั้นไหนน้า ?

            “คยอมจำได้นะแบมแบม ของพี่จีนยองชั้นเจ็ดล่ะ !” ดังนั้นผู้อพยพที่มีประสบการณ์มาก่อนจึงรีบยกมือตอบเป็นพัลวันพร้อมทั้งยิ้มร่าจนเจ้าของห้องจริงๆอดที่จะเอ็นดูไม่ได้

 

          ติ๊ง !

 

            ตัวเลขที่แสดงชั้นสี่หลังจากที่แบมแบมกดเลขลิฟต์ไม่นานดังขึ้นก่อนที่ประตูจะเปิดออก ทำให้สิ่งมีชีวิตตัวน้อยทั้งห้าพากันวิ่งออกจากลิฟต์อย่างรวดเร็ว ตามด้วยแจบอมที่ยืนกดลิฟต์ค้างไว้ไม่ให้ประตูปิด ในเวลานี้ลิฟต์จึงเหลือเพียงแค่นักศึกษาหนุ่มเพียงคนเดียวที่ต้องเดินทางต่อไป

 

            พี่จีนยอง พวกเราไปก่อนน้า บ๊ายบาย !” และการที่อีกฝ่ายยังคงกดลิฟต์ค้างไว้จากด้านใน ทำให้ประตูลิฟต์ยังคงเปิดอยู่ จึงเห็นพวกเด็กๆตัวน้อยที่พากันโบกมือลาเขากันเป็นการใหญ่ว่างๆมาเล่นกับพวกเราอีกน้าพี่จีนยอง

            ฮื่อ บ๊ายบาย วันนี้สนุกมากเลย ขอบใจนะเด็กๆเช่นเดียวกับผู้ใหญ่ในลิฟต์เองที่โบกมือตอบกลับให้เช่นกัน ก่อนจะหันมาหาหนึ่งผู้ใหญ่ในเสื้อผ้าสีดำที่ยืนตีหน้านิ่งอยู่เหมือนเคย ขอบคุณสำหรับมื้อเที่ยงแล้วก็มื้อเย็นด้วยนะครับ

            “อือฮึ…” แจบอมพยักหน้ารับไปเล็กน้อยเพราะเขาเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรต่อดี งั้นก็โชคดีนะคุณ บายก็เลยบอกไปเพียงแค่นั้น

            ครับบ๊ายบาย

 

            และประตูลิฟต์ที่ค่อยๆเลื่อนปิดตัวลงจนภาพที่ร่างโปร่งในลิฟต์โบกมือให้เขาก็ค่อยๆถูกบังจนมิด เป็นอันเสร็จสิ้นการส่งเพื่อนบ้านเป็นที่เรียบร้อย แจบอมจึงเดินนำกลับไปยังห้องของตัวเอง แล้วจึงเริ่มภารกิจต่อไปทันที

            การจับเหล่าลูกลิงทั้งหลายอาบน้ำในช่วงหกโมงเย็นเป็นอะไรที่แสนจะหนักหนาสาหัสอยู่มากโขเหมือนเคย ถึงจะบอกว่าอิ่มกันจนแน่นพุงขนาดไหนก็ตามที แต่การที่พวกเด็กๆพากันวิ่งเล่นในห้องน้ำแถมยังดำผุดดำว่ายในอ่างน้ำกันจนแจบอมแทบจะล้มหมดสติในห้องน้ำก็ช่างเป็นช่วงเวลาที่โหดร้ายสำหรับเขาเสียเหลือเกิน

 

            แด๊ดดี้ ~ ยองแจนจะสระผมให้แด๊ดดี้แล้วน้า

 

            ตามมาด้วยมือกลมอวบของยองแจที่จับเขาสวมที่ครอบศีรษะกันฟองแชมพูสำหรับเด็ก ก่อนจะลงมือขยี้ศีรษะคุณพ่อร่างสูงที่นั่งถอนหายใจอยู่กับพื้นอย่างเหนื่อยอ่อน (แต่ก็ยังดีที่ยองแจมือไม่หนักเท่าแจ็คสันน่ะนะ) โดยมียูคยอมกับแบมแบมช่วยกันเปิดฝักบัวล้างผมให้เขา รวมถึงมาร์คกับแจ็คสันเองก็พากันมาป้วนเปี้ยนรอบๆแจบอมเป็นระยะๆ เพราะอย่างนั้นกว่าจะลากสังขารของตัวเองออกมานอนสลบเหมือดที่โซฟาห้องนั่งเล่นได้ก็เล่นเอาแจบอมแทบจะเป็นลมอยู่เนืองๆ

            แล้วก็ถึงช่วงเวลาที่เขาจะต้องบังคับให้พวกเด็กๆกินนมก่อนนอนเหมือนเคย จริงๆจะเรียกว่าบังคับก็คงไม่ถูกนัก เพราะมาร์ค ยองแจ แบมแบม และยูคยอมนั้นยอมรับกล่องนมสดไปกินกันอย่างว่าง่าย จะติดก็เพียงแค่เจ้าก้อนวายร้ายผมทองที่เอาแต่นั่งจ้องกล่องนมอย่างขัดใจ

 

            งือแจ็คสันไม่กินไม่ได้หรอแด๊ดดี้ ? เมื่อเช้าแจ็คสันก็กินแล้วน้าและการเจรจาต่อรองก็เริ่มต้นขึ้น

            ของเมื่อเช้ากับตอนนี้มันคนละส่วนกันนะแต่บอกเลยว่าเรื่องนี้เขาจะไม่ใจอ่อนให้โดยเด็ดขาด ที่ทำไปก็เพื่อผลประโยชน์ของเจ้าพวกนี้ล้วนๆเลย และนั่นทำให้แจบอมต้องเดินเข้าไปในห้องนอนของพวกเด็กๆ ก่อนจะหยิบบางอย่างที่วางอยู่หัวเตียงออกมา ถ้านายกินนมหมด ฉันจะช่วยประกอบเลโก้ตรงที่เป็นอาวุธให้ สนใจไหม ?

 

            และข้อเสนอที่แสนจะล่อตาล่อใจเด็กน้อยตัวจิ๋วก็ทำให้แจ็คสันมีท่าทีลังเลอยู่ไม่น้อย อีกทั้งส่วนของเลโก้ที่เขาเสนอจะช่วยประกอบให้นั้นก็คืออาวุธของหุ่นที่มีชิ้นส่วนยิบย่อยและยากเกินกว่าที่แจ็คสันจะประกอบได้ เพราะอย่างนั้นเขาถึงยอมหยิบมันมาเป็นเงื่อนไขเพื่อล่อให้แจ็คสันยอมกินนมจนหมดนั่นเอง และการที่แจ็คสันหลับตาปี๋แล้วกลั้นหายใจดูดนมจนหมดกล่องก็ทำให้แจบอมรวมไปถึงพี่น้องตัวกลมอีกสี่ชีวิตที่อยู่ข้างๆกันอีกยิ้มอย่างพอใจ

 

            “เย้ ! แจ็คสันกินนมหมดแล้วล่ะแด๊ดดี้มาร์คที่อยู่ข้างๆแจ็คสันร้องตะโกนอย่างดีใจที่เห็นน้องชายเบอร์สองยอมกินนมจนหมดกล่อง ถึงแม้ว่าจะมีสีหน้าเหยเกก็ตามที แต่ถ้าในเมื่อแจ็คสันกินหมดตามเงื่อนไข แจบอมจึงเทชิ้นส่วนเลโก้ออกมาวางที่หน้าโซฟาเพื่อเตรียมประกอบให้เด็กน้อย

            โห หุ่นเลโก้ของแจ็คสันเท่จังเลยในขณะที่แจบอมเริ่มลงมือประกอบหุ่นเลโก้ให้แจ็คสันที่นั่งดูอย่างตั้งอกตั้งใจ ก็เริ่มมีเสียงเอ่ยชมหุ่นประกอบมาจากปากของยูคยอมที่นั่งกอดมูมินอยู่ใกล้ๆกัน

            ใช่ม้า ~ เท่สุดๆไปเลยล่ะ !” และรอยยิ้มของเจ้าก้อนผมทองที่ชะโงกหน้ามาดูแจบอมที่กำลังต่อชิ้นส่วนเลโก้เข้าด้วยกันก็ยิ่งฉายแววแห่งความภูมิใจในของเล่นแสนรักของตัวเอง แด๊ดดี้เก่งจังเลย แป๊บเดียวต่อได้ตั้งเยอะแน่ะ

            “นี่พวกนายช่วยลุกขึ้นทีได้ไหม ?แต่จู่ๆแจบอมก็ต้องชะงักไปเมื่อเขากลับหาชิ้นส่วนอีกชิ้นหนึ่งไม่เจอเสียอย่างนั้น จึงเริ่มขอความร่วมมือจากพวกเด็กๆที่อาจจะนั่งทับชิ้นเล็กชิ้นน้อยอยู่ขึ้นมา หากแต่เมื่อพวกเด็กๆลุกขึ้นแล้วก็ยังไม่พบชิ้นส่วนที่ว่า ก็ทำให้ร่างสูงจิ๊ปากอย่างขัดใจอยู่ครู่หนึ่งอยู่ไหนวะ ? ก็จำได้ว่าวางไว้แถวนี้นี่หว่า

 

            ดวงตาคมพยายามกวาดสายตาหาชิ้นส่วนที่หายไป กอปรกับเวลาที่เริ่มล่วงเลยเข้าไปช่วงเกือบสามทุ่มก็ทำให้พวกเด็กน้อยที่นั่งดูการประกอบเลโก้ของเขาเริ่มหาวหวอดๆออกมา ไม่เว้นแต่เจ้าของเลโก้อย่างแจ็คสันเองก็เริ่มง่วงแล้วเช่นกัน

 

            ช่วยไม่ได้ งั้นวันนี้พอแค่นี้ก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าฉันจะมาลองหาอีกที บางทีมันคงจะตกอยู่แถวๆนี้นี่แหละ ดังนั้นแจบอมจึงตัดสินใจหยุดการประกอบหุ่นเลโก้เอาไว้เพียงเท่านี้เพื่อเตรียมส่งพวกเด็กๆเข้านอน

            “เสียดายจังเลยน้า…” ถึงแม้ว่าแจ็คสันจะไม่ได้พูดออกมาดังๆก็ตามที แต่แจบอมเองก็ดันหูดีได้ยินประโยคพึมพำจากปากเจ้าก้อนวายร้ายที่นั่งมองหุ่นเลโก้อยู่คนเดียว

           

            แต่ท้ายที่สุดแล้ว แจบอมก็จัดการเก็บหุ่นเลโก้ลงกล่อง แล้วปล่อยให้พวกเด็กๆจูงมือพาเขาเข้าห้องนอนเช่นเดียวกับทุกๆวัน สมุดนิทานสองภาษาที่มาร์คยื่นให้เขาในวันนี้คือเรื่องสโนว์ไวท์กับคนแคระทั้งเจ็ด แล้วก็เป็นเหมือนๆกับทุกวันเมื่อการเล่านิทานแบบโมโนโทนของแจบอมจบลง

 

            “แด๊ดดี้ โป๊ะโป๊ะพวกเราหน่อยน้า ~

 

            ซึ่งก็ต้องลงเอยเหมือนทุกๆคืนในช่วงที่ผ่านมา เมื่อพวกเด็กๆพากันยืนต่อแถวหอมแก้มเขาจนครบ ตามด้วยที่แจบอมเองก็ต้องหอมแก้มพวกเด็กๆกลับ และเขาเองก็เริ่มจะชินจนหายเขินขึ้นเล็กน้อยแล้ว ก่อนจะจัดการปูผ้าห่มให้ปกคลุมเหล่ากลุ่มก้อนตัวน้อยที่ผ้ากันนอนมุดผ้าห่มเรียงกันเป็นแถว

 

            แด๊ดดี้ ฝันดีน้าแล้วก็เป็นคิวของมาร์คที่พูดส่งท้ายเขาก่อนที่จะเริ่มปิดตาลงนอนทีละคนเหมือนเคย พวกเรารักแด๊ดดี้ที่สุดเลย !” ตามมาด้วยประโยคปิดท้ายของยูคยอมที่นอนอยู่ริมซ้ายสุดที่ยิ้มจนตาหยี ก่อนจะหลับตาลงเป็นคนสุดท้าย ไฟในห้องจึงถูกปิดลงโดยที่แจบอมได้แต่ยืนมองสิ่งมีชีวิตตัวน้อยบนเตียงที่นอนเรียงแถวกันอย่างนึกเอ็นดู แล้วจึงกลับมานั่งๆนอนๆที่ห้องนั่งเล่นเพื่อเก็บแรงเตรียมทำงานต่อในคืนนี้

 

          และการที่เขาโดดทำงานไปเมื่อคืน ดังนั้นคืนนี้เขาก็ต้องทำชดเชยส่วนของเมื่อคืนไปด้วยน่ะสิ !

 

            ถ้าแจ็คสันกินนมหมด แด๊ดดี้จะเล่นเลโก้กับแจ็คสันจริงๆใช่ไหม !?! ’

            ‘ เสียดายจังเลยน้า… ’

 

            แต่เพราะตอนนี้มันมีอะไรบางอย่างที่คาใจอยู่ ทำให้แจบอมเดินไปหยิบไฟฉายในห้องทำงานของตัวเอง ก่อนจะไล่เปิดส่องตามใต้ตู้ ใต้โซฟาที่อยู่บริเวณห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นจุดที่เขานั่งประกอบหุ่นเลโก้ของแจ็คสันเมื่อครู่นี้ รวมถึงส่องลงไปในอ่างแก้วที่มีโคโค่ว่ายอยู่ด้วย (เผื่อมันกระเด็นลงไปรวมกับพวกหินกรวดในอ่างยังไงล่ะ !)

           

            R R R R ~

 

            และในขณะที่กำลังลงไปนอนคว่ำกับพื้นเพื่อส่องหาชิ้นส่วนเลโก้ที่หายไป โทรศัพท์มือถือที่เขาวางเอาไว้บนโต๊ะหน้าโทรทัศน์ก็ดังขัดจังหวะเขาขึ้นมาเสียก่อน แต่เขาเองก็ไม่ยอมที่จะเสียเวลาไปมากกว่านี้เช่นกัน ดังนั้นจึงเอื้อมมือไปคว้าโทรศัพท์ขึ้นมารับทั้งๆที่ยังไม่ได้ดูชื่อผู้รับแม้แต่น้อย ส่วนมืออีกข้างหนึ่งก็ยังคงถือไฟฉายส่องหาชิ้นส่วนของเลโก้ไปพร้อมๆกัน

 

            ฮัลโ…”

            [ไอ้ตี๋ !! มึงเปิดไลน์รุ่น บัด เดี๋ยว นี้ !!!]

 

            แต่ยังไม่ทันที่แจบอมจะแม้แต่ทักทายปลายสาย เสียงโวยวายราวกับว่าโลกจะถล่มในวันพรุ่งนี้ก็ตะโกนเข้ามาจากปลายสายเสียก่อน และเสียงที่แสนจะคุ้นเคยกับลักษณะที่ดูตื่นตูมจนดูโอเวอร์ของคนที่กำลังคุยกับเขาก็ทำให้แจบอมกลอกตามองไปเล็กน้อย

           

            “’ไรของมึงวะเจฮยอง กูขี้เกียจเปิด มีอะไรก็พูดมาเลย กูจะทำงานแจบอมตอบกลับเพื่อนสนิทที่โทรมาป่วนเขาในเวลาสี่ทุ่มกว่าๆอย่างขอไปที ส่วนสายตาของเขาตอนนี้กำลังพยายามมองหาของที่ตัวเองตามหาอยู่เช่นเดิม

            [ไลน์กลุ่มจะแตกเพราะมึงเนี่ย มาตอบไว้สองสามคำแล้วหายหัวไปทั้งวัน มีเหี้_ไรก็พูดมาสิโว้ย !]

            “หา ?และคำบอกเล่าของเพื่อนสนิทก็ทำให้แจบอมชะงักไปเล็กน้อย เกิดอะไรขึ้นวะ ?

            [ก็เมื่อเช้าที่มึงตอบมาแค่ว่ามึงไม่ไปงานเลี้ยงรุ่น แต่ไม่บอกเหตุผลอะไรเลย เพื่อนมันตกใจกันหมดนะเว้ย ไอ้ซานะมันถึงขั้นตามสืบตารางเข้าออฟฟิศของมึงเลยนะ มึงไม่มีงานวันนั้นนี่ ไหงไม่มาวะ ?]

            “อ๋อ นึกว่าเรื่องอะไรแจบอมถอนหายใจพลางเริ่มนึกย้อนกลับไปถึงเหตุการณ์ที่เขาเข้าไปหย่อนระเบิดทิ้งไว้ในไลน์รุ่นเมื่อเช้านี้ กูแค่ขี้เกียจ ไว้ใครอยากเจอก็มาหาที่ออฟฟิศก็แล้วกัน

            [อย่ามาสตรอว์เบอร์รี่ !] ช่างเป็นการด่าที่ผู้ญิ้งผู้หญิง แม่งไปเรียนรู้มาจากไหนวะ [เพราะไอ้ชยอนูมันไปใช่ป่ะ ?]

            “…”

 

            แล้วก็ช่างสมกับที่เป็นเพื่อนกันมาหลายปี เพราะสิ่งที่เจฮยองพูดออกมามันไม่ได้ผิดเพี้ยนไปสักนิด มันอาจจะเป็นวิธีการที่ดูไม่เข้าท่ากับการหนีหน้าอดีตเพื่อนสนิทด้วยวิธีนี้ แต่เขาก็ไม่อยากจะกลับไปเจอให้เสียอารมณ์เท่าไหร่นัก เดี๋ยวกลัวว่าจะมีเรื่องฟาดปากกันแล้วพาเพื่อนที่ไปงานกร่อยกันอีก

 

            มันก็ส่วนนึงแต่จริงๆแล้วเขาเองก็มีเหตุผลหนึ่งเหมือนกัน

 

            ถ้ากูไป กูก็ไม่รู้ว่าจะเอาเด็กๆไปฝากไว้กับใครว่ะ ไม่อยากพาไปที่แบบนั้นเท่าไหร่

 

            ก่อนจะยอมบอกเหตุผลที่แท้จริงๆอีกประการหนึ่งที่ทำให้เขาเลือกที่จะปฏิเสธงานเลี้ยงรุ่น เพราะหลังจากที่คิดมาตลอดช่วงเช้าในช่วงที่อ่านไลน์ นอกจากเรื่องของอดีตเพื่อนสนิทแล้ว ก็ยังมีเหล่าเด็กน้อยอีกห้าชีวิตที่เขาไม่รู้ว่าจะจัดการอย่างไร เพราะงานเลี้ยงแบบนี้ก็คงจะมีพวกเหล้าหรือบุหรี่อยู่บ้าง ซึ่งเขาก็ไม่อยากให้พวกเด็กๆไปในที่แบบนั้นเท่าไหร่ รวมไปถึงจะฝากเพื่อนบ้านในช่วงกลางคืนก็รู้สึกเกรงใจอยู่พอสมควรเหมือนกัน

 

            [นึกว่าเรื่องอะไร] แต่ดูเหมือนว่าเพื่อนสนิทของเขาจะไม่ได้คิดแบบนั้น [มึงพาเด็กๆมาด้วยก็ได้ วอนพิลมันก็ไป เดี๋ยวให้มันช่วยดูก็ได้ มันไม่แตะแอลฯอยู่แล้ว]

            “อย่าดีกว่า พวกมึงไปสนุกกันเหอะ กูไม่ซีว่ะ

            [แต่เพื่อนทุกคนอยากให้มึงไปนะมึงจะสนใจแค่ไอ้ชยอนูแล้วไม่แคร์เพื่อนในรุ่นอีกเกือบสามสิบคนเลยเหรอวะ ?]

            “…”

            [ไปเหอะมึง เดี๋ยวกูกับวอนพิลจะช่วยเป็นไม้กันหมาให้เอง กูอยากให้มึงไปจริงๆ]

            “แต่เด็กๆ…”

          [เออ ขนมาให้หมดนั่นแหละ เดี๋ยวพวกกูช่วยดูแลให้ เพื่อนฝูงไปกันเยอะแยะ ไว้กูบอกให้ไอ้จินอุนกับไอ้ซึลองหอบลูกมันมาด้วย จะได้เล่นเป็นเพื่อนลูกมึงไง ตกลงไหม ?]

            “มึงดักทุกทางแบบนี้แล้วจะให้กูพูดอะไรอีกวะไอ้แว่น ?

            [งั้นก็แปลว่ามึงตกลง โอเคตามนี้ วันเสาร์หกโมงเย็นเจอกันที่ร้านเนื้อย่างป้าคิมหลังคณะ เดี๋ยวกูจะไปบอกเพื่อนในไลน์กลุ่มให้เองว่ามึงไป บ๊าย !]

            “เดี๋ยวสิโว้ย !!”

          [ตื๊ด ตื๊ด…]

            “ไอ้เชี่ยแว่น !!!!”

 

            โทรศัพท์ในมือแทบจะถูกเจ้าของที่หัวเสียอยู่ไม่น้อยเขวี้ยงลงบนโซฟาอย่างนึกโมโหที่จู่ๆเขาก็ถูกเพื่อนสนิทโทรมามัดมือชกให้ไปงานเลี้ยงรุ่นที่เขาพยายามเลี่ยงเสียดื้อๆ

            แต่อารมณ์หงุดหงิดของแจบอมก็อยู่ได้ไม่นาน เมื่อไฟฉายในมือที่ส่องใต้โซฟาอยู่ก็ปรากฏให้เห็นชิ้นส่วนอันน้อยนิดที่กระเด็นเข้าไปอยู่ใต้โซฟาหน้าโทรทัศน์ เพราะอย่างนั้นแจบอมจึงรีบเอื้อมมือเข้าไปล้วงชิ้นส่วนออกมา แล้วจัดการเปิดฝากล่องเลโก้เพื่อประกอบเลโก้ที่เหลือให้เสร็จ จนกลายเป็นหุ่นนักรบเลโก้ที่มีอาวุธเคียวอยู่ในมืออย่างสมบูรณ์

 

            เสร็จสักที…”

 

            แจบอมยกหุ่นประกอบตรงหน้าขึ้นมาดูอย่างอดชื่นชมไม่ได้ เพราะสมัยเรียนปีสามเขาเองก็เรียกได้ว่าชื่นชอบหุ่นเลโก้เอาเสียมากๆ พอได้มานั่งประกอบแบบนี้ก็เลยทำให้รู้สึกคิดถึงช่วงเวลาสมัยวัยรุ่นอยู่ไม่น้อย ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปเปิดประตูห้องนอนของพวกเด็กๆที่ตอนนี้ทั้งมืดและเงียบสนิท มีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศและเสียงหายใจเบาๆของเด็กน้อยที่กำลังหลับใหลอย่างเป็นสุข

            แจบอมค่อยๆเอื้อมมือของตัวเองที่ถือหุ่นเลโก้ในสภาพสมบูรณ์เข้าไปยังกลางหัวเตียงซึ่งเป็นตำแหน่งที่แจ็คสันนอน ก่อนจะวางหุ่นเลโก้ซึ่งเป็นของเล่นแสนรักของเจ้าก้อนวายร้ายลงในตำแหน่งที่เขาคาดการณ์ว่าแจ็คสันคงจะตื่นมาเห็นมันพอดี

 

            ก็หวังว่าจะแจ็คสันคงจะดีใจบ้างล่ะนะ

 

          เอาล่ะ ทีนี้ก็ได้เวลาทำงานของเขาแล้ว !

 

…to be continued...
(อย่าเพิ่งกดปิดกันนะ เลื่อนลงมาก่อนซี่ !)

 

[ Special side by Park Jinyoung ]

 

          รถเสียในวันที่มีนัดกับอาจารย์แบบนี้มันไม่ตลกเลยสักนิดเดียว !

 

          ถึงจะเคยได้ยินมาว่าเรื่องไม่คาดคิดมักจะเกิดขึ้นได้เสมอ แต่การที่รถของผมดันมาสตาร์ทไม่ติดในวันที่มีธุระเร่งด่วนแบบนี้ก็ทำให้ผมรู้สึกว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดเกินไป

 

          “พี่จีนยองนี่นา !”

 

            แล้วก็ไม่คาดคิดพอๆกับการที่ผมบังเอิญมาเจอกับครอบครัวพ่อลูกห้าที่แสนจะแปลกในลานจอดรถของคอนโดฯเข้าเสียด้วย อีกทั้งยังไม่คาดคิดอีกว่าเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ชั้นสี่จะอุตส่าห์เข้ามาช่วยดูรถของผมให้ พอๆกับที่ไม่คาคคิดว่าสุดท้ายแล้วผมก็ต้องมาอยู่บนรถยนต์ของเขาที่ตอนนี้ดูเล็กลงไปถนัดตาเพราะมีคนนั่งอยู่จำนวนมาก

 

          อาดูตลกชะมัดเลยว่าไหม ?

 

            แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณพวกเด็กๆตัวน้อยทั้งหลายที่อุตส่าห์ชวนผมคุยนู่นคุยนี่ แต่ก็ไม่ได้พากันเซ้าซี้จนดูน่ารำคาญหรอกครับ กลับกันทำให้ผมหายอึดอัดที่ต้องมาขอรบกวนคุณเพื่อนบ้านหน้าดุคนนั้นอีกด้วย จะว่าไปก็เป็นเด็กที่พูดเก่งกันจังเลยแฮะ

 

            R R R R ~

 

            “ครับอาจารย์ ?ทว่า ในระหว่างที่นั่งรถอยู่ดีๆ และเห็นว่าผู้ชายที่อิมแจบอมกำลังจะขับรถถึงบริเวณรั้วมหาวิทยาลัย อาจารย์ที่รับผิดชอบงานของผมก็โทรเข้ามาเสียอย่างนั้น และนั่นก็ทำให้ผมพอจะเดารูปการณ์ออกเล็กน้อยแล้วล่ะ

            [ปาร์คจินยองใช่ไหม ? นี่อาจารย์เองนะ พอดีอาจารย์ติดประชุมที่ภาคตอนบ่ายสองพอดี เห็นว่ามีเรื่องด่วนเข้ามาน่ะ วันนี้อาจจะไปพบเธอไม่ได้แล้วล่ะ ขอโทษทีนะ] แล้วมันก็ไม่ได้ผิดไปจากที่ผมทายสักนิดเดียว

            เอ่อครับ…” แล้วก็แปลได้ว่าผมต้องมาหงุดหงิดฟรีเพราะรถเสีย รวมไปถึงต้องแบกของพะรุงะรังจนต้องรบกวนเพื่อนบ้านเพื่อมารู้ว่าผมโดนยกเลิกนัด แบบนี้มันไม่ตลกเลยนะ !

          [เอาเป็นว่าอาจารย์ขอนัดเจอวันพฤหัสฯหน้าแทนได้ไหม ?]

            “ครับ เป็นวันพฤหัสฯหน้าก็ได้ครับ ขอบคุณนะครับ

 

            ถึงจะหงุดหงิดอยู่บ้าง แต่มันก็เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิด(อีกแล้ว)ที่ใครก็คงไม่อยากให้เกิดขึ้น จะโมโหไปก็คงใช่เหตุ แต่จะให้อารมณ์ดีราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ผมก็คงทำไม่ได้เหมือนกันนั่นล่ะ

            แต่จะมาหงุดหงิดก็เมื่อมนุษย์พ่อที่เป็นคนขับรถดันมารู้เรื่องของผมเข้าเนี่ยล่ะครับ อะไรจะรู้ดีขนาดนั้นกัน แต่ก็คงเป็นผมอีกล่ะมั้งที่แสดงสีหน้าหงุดหงิดชัดเจนเกินไป แล้วพอเห็นว่าผมว่างงานเพราะถูกยกเลิก ก็เลยกลายเป็นว่าทั้งเด็กๆรวมไปถึงคนพ่อก็ลากผมมาอยู่ที่ร้านปิ้งย่างที่ผมแนะนำเขาไปเสียอย่างนั้น

 

          หน้าตาของผมดูเหมือนคนหิวข้าวมากเลยหรือยังไงกันนะ !

 

            แล้วก็ถึงเขาจะบอกว่าจะเลี้ยงข้าวผมมื้อนี้เพราะเรื่องที่บังคับให้ผมมาทำโมเดลงาน (และนั่นก็ทำให้ผมเสียเวลาเขียนธีสิสไปหนึ่งวันเต็มๆ) รวมไปถึงเรื่องของเจ้าก้อนปีโป้ที่เดินลากเก้าอี้มาหาผมเมื่อวานก็ตามที แต่ก็ใช่ว่าผมจะไม่เกรงใจเขาหรอกนะครับ แต่พอเห็นว่าพวกเด็กๆพยายามที่จะชวนผมให้ไปเล่นด้วยหลายต่อหลายครั้งเข้า มันก็เลยทำให้ผมลังเลตอนที่อยู่หน้ามหาวิทยาลัยนั่นล่ะ

            ถึงจะน่าอายนิดหน่อย แต่พอเห็นเนื้อจำนวนมากบนโต๊ะมันก็ปฏิเสธไม่ได้นั่นแหละครับว่ามันล่อตาล่อใจเหลือเกิน แต่ผมก็ลืมคิดไปว่าการเสนอให้พวกเด็กๆมากินปิ้งย่างแบบนี้มันก็ลำบากอยู่ไม่น้อย เพราะเตาย่างเนื้อมันก็ออกจะอันตรายอยู่เหมือนกัน เพราะอย่างนั้นผมก็เลยได้เห็นอะไรบางอย่างด้วยล่ะ

            ภาพตรงหน้าที่ผู้ชายที่ดูแข็งๆทื่อๆพยายามคีบเนื้อลงในเตาโดยมีพวกเด็กๆนั่งมองตามกันตาแป๋ว แล้วก็ต้องมาคอยคีบเนื้อที่สุกแล้วใส่จานให้ลูกชายของตัวเอง รวมถึงต้องมาคอยตัดคอยเป่าแล้วก็ต้องตามใจเด็กๆที่พากันอ้อนขอให้ป้อนเนื้อย่างให้อีกต่างหาก ไม่น่าเชื่อเลยล่ะครับว่าคนที่ชื่ออิมแจบอมเขาจะทำทุกแบบที่ผมกำลังเห็นในตอนนี้อยู่จริงๆ

 

          เป็นภาพที่น่ารักดีนะครับ ว่าไหม ?

 

            คุณ เนื้อจะไหม้หมดแล้วแต่เพราะมือก็ย่างเนื้อไป ตาก็มองภาพตรงหน้าเสียเพลินจนจู่ๆเจ้ามือของวันนี้ก็ทักขึ้นมา ทำให้ผมตกใจไปนิดหน่อ

 

          แต่ก็หวังว่าเขาคงจะไม่รู้ว่าผมนั่งมองพวกเขาทั้งหมดอยู่ล่ะนะ

           

            เอ่อขอโทษทีเพราะอย่างนั้นก็เลยต้องเลิกสนใจภาพตรงหน้ามาจัดการกับเนื้อย่างแทน

 

            ทว่า พอเวลาผ่านไป เนื้อย่างที่ถูกกำจัดไปจนเริ่มร่อยหรอทำให้ผมเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่า มนุษย์พ่อตรงหน้าที่กำลังนั่งย่างเนื้อแล้วก็ต้องคอยจัดการดูแลพวกเด็กๆเป็นพัลวันจะได้กินอะไรไปบ้างหรือยัง เพราะเห็นบ่นว่าหิวตั้งแต่ตอนขับรถก็เลยนึกสงสัยขึ้นมา พอดีกับที่เห็นว่ามีเนื้อย่างที่เริ่มสุกอยู่บนตะแกรงเหลืออยู่ห้าหกชิ้น ผมก็เลยคีบทั้งหมดบนตะแกรงใส่จานให้เขาอย่างที่รู้ๆกันนั่นแหละครับ

 

          ส่วนเจ้าตัวจะรู้หรือไม่รู้ ก็ช่างเขาเถอะครับ

 

            โชคดีที่ผมเริ่มอิ่มแล้วเพราะฟาดไปหลายขนานอยู่เหมือนกัน (มันกินเพลินจริงๆนะครับ ว่าไหม ?) เพราะงั้นก็เลยเริ่มเปลี่ยนมาช่วยดูพวกเด็กๆให้แทนเพื่อที่จะได้ปล่อยให้มนุษย์พ่อผู้หิวโหยได้กินกับเขาบ้างเสียที แต่ผมก็ยังเห็นเขากินไปเหลือบมองพวกเด็กๆไปอยู่ดีนั่นแหละครับ ดูทื่อๆแบบนั้นแต่ก็เป็นคนขี้กังวลพอสมควรเลยล่ะครับ

            พอมาเห็นแบบนี้เข้าแล้ว ผมก็เลยอดอิจฉาพวกเด็กๆไม่ได้เลยล่ะครับ ผมว่าคุณพ่อประเภทนี้หายากมากที่จะมาสนใจเด็กๆแบบนี้ ผมเคยไปกินข้าวกับเพื่อนสมัยเรียนปริญญาตรีอยู่บ้างก็เลยได้เห็นเวลาที่เพื่อนพาครอบครัวมาด้วย ส่วนใหญ่คนที่ดูแลเด็กเล็กแบบนี้มักจะเป็นเพื่อนผู้หญิงที่มีสถานะเป็นแม่มากกว่า อีกทั้งผมเองก็ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นภาพแบบนี้หรือได้รับอะไรแบบนี้จากครอบครัวของตัวเองด้วย เพราะอย่างนั้นเหตุผลที่ทำให้ผมมองภาพตรงหน้าเสียเพลิน ก็คงจะเป็นเพราะว่า

 

            เขาดูเหมือนคุณพ่อในอุดมคติของผมสมัยเด็กๆล่ะมั้งครับ ?

 

…PARK JINYOUNG’s part END…

 

ฮัลโหล เทสๆ ได้ยินกันไหมก๊ะ !?!
เรากลับมาแล้ว เย่ !!!!

สาเหตุที่อัพช้างวดนี้ ไม่มีอะไรจะโกหกเลยค่ะ
เรากำลังติดการ์ตูนและติดเกมมาก (ใครตามทวิตเราจะรู้ค่ะ
T - T)
ยินดีให้ลงทัณฑ์ ด่าได้แต่อย่างแรงนะคะ ฮือ

แวะมาเพิ่มเติมข้อมูลสักนิดค่ะ (ใครหิวข้ามไปเลยค่ะ !)
อันนี้คือซาลาเปากระต่ายที่เจ้าจั๋นพูดถึงนะคะ



รู้จักแรบบิทครีมกันใช่ไหมคะ ?
ของโปรดเราเองค่ะ ติดใจมาก ชอบมาก เสพติดสุดๆ ;__;

EP นี้ไม่มีอะไรมากค่ะ
เรื่องเกิดขึ้นเพราะเราอยากกินปิ้งย่างในคืนวันหนึ่ง
บวกกับอยากหวีดทรงผมใหม่ของพี่แจบอม
(เป็นฉากที่ยัดสดเพราะอยากให้แด๊ดดี้เปลี่ยนทรงผมมากค่ะ
55555555)
แล้วก็พาพี่ นศ
.มาทำงานให้คุ้มค่าตัว
และนี่ก็คือเซอร์ไพรส์ที่เราบอกค่ะ
!!!!
(หมดค่าตัวพี่เขาไปหลายล้าน จำนองบ้านไปหลายไร่ ต้องเอาให้คุ้มค่ะ
!)

เคยเป็นกันไหมคะ ?
สมัยเด็กๆเวลาไปกินพวกร้านสุกี้สีแดง (เอ่ยชื่อไม่ได้ค่ะ ไม่ได้ค่าโฆษณา)
หรือพวกหมูกระทะ ปิ้งย่าง สารพัดหม้อหรือเตาร้อนๆ
พ่อกับแม่จะย่างจะต้มให้เรากินแทบไม่ทันเลยล่ะค่ะ
ส่วนใหญ่บ้านเราคนทำจะเป็นพ่อค่ะ เพราะพ่อชอบกินพวกนี้มาก
เลยลากเรากับน้องชายไปบ่อยๆช่วงที่แม่ไปเรียนต่อ
ตอนเด็กๆก็สนแต่จะกินนั่นแหละค่ะ
เพิ่งมารู้ตัวก็ตอนโตว่าพ่อคงจะเหนื่อยน่าดูเวลาต้องรบกับลิงสองตัวในร้านอาหาร
5555555555555555555555555555555555

แล้วก็เคยเป็นกันไหมคะ ?
มีของกินที่ตัวเองไม่ชอบเอามากๆ
เราเป็นคนนึงแหละค่ะที่มี ฮ่าๆ
เราไม่ชอบกินแตงกวาค่ะ ถึงขั้นเกลียดเลย แค่กลิ่นก็พะอืดพะอมแล้ว ; - ;)
แต่มันมีสาเหตุนะคะ
ตอนอนุบาลหนึ่งเราเคยถูกคุณครูบังคับให้กินข้าวให้หมดเร็วๆ
ถึงขั้นเอาแตงกวายัดปากเลยค่ะ จำได้ว่าอาเจียนออกมาหมดเลย
จนทุกวันนี้แม่บอกว่า เหมือนเราเหม็นพวกกลิ่นตระกูลแตงไปโดยไม่รู้ตัวเลยค่ะ
ทั้งแตงกวา แตงโม แล้วก็ของกินตระกูลนี้ ถ้าเลือกได้เราก็ไม่แตะเลยค่ะ
เพราะงั้นเราก็เลยเข้าใจยองแจมากๆเลยล่ะ 555555555555555

ส่วนเรื่องพี่นศ.กับแด๊ดดี้ แทนที่เราจะให้มันก้าวกระโดดไปไวๆ
เราอยากให้ทั้งคู่ลองรู้จักกันไปแบบเรื่อยๆดีกว่าค่ะ
บางทีเรื่องของผู้ใหญ่วัยนี้มันควรจะดำเนินไปอย่างช้าๆ
แต่ค่อยๆสร้างความมั่นคงไปน่าจะดีกว่า คิดเหมือนกันไหมคะ ?

(แต่อันนี้ก็ติดไปทางเอื่อยๆนิดๆ ทำใจนะคะ แด๊ดดี้เขาสโลว์ไลฟ์ค่ะ)

สุดท้ายนี้ ก็ยังคงขอขอบคุณแม่เป็ดและทีมกิ๊กแด๊ดดี้ทุกคน
ที่ติดตามและช่วยกันดูแลลูกๆมาถึงจุดนี้
มีวันหนึ่งที่แด๊ดดี้เดฟพุ่งไปถึงที่
5 ในหมวดแฟนฟิคเกาหลี
เล่นเอาปลื้มใจมาจนถึงทุกวันนี้เลยค่ะ
เรื่องนี้จะมาถึงขั้นนี้มาได้เลยถ้าไม่มีแม่ๆคอยช่วยเลี้ยงลูกไปกับเรา
เพราะฉะนั้น ช่วยดูแลและรักลูกๆไปนานๆนะคะ

รักทุกคนยิ่งกว่าสโลแกนการบินไทย
รักคุณเท่าฟ้า รักอปป้ามากกว่าคุณ

สวัสดีค่ะ !
(อย่าทิ้งเรากันเพราะสโลแกนนะเหวย
!!!)


ปล. สำหรับตอนนี้ ทุกคนอย่าลืมไปขอบคุณพี่เจฮยองกันนะคะ
ถ้าไม่มีพี่เขา น้ำกลั่นอาจจะไม่หายไป
และอาจจะไม่มีตอนนี้ก็เป็นได้ค่ะ !
ไปค่ะ ไปขอบคุณและรักพี่เขากันให้มากๆนะคะ

 dwarf.
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 161 ครั้ง

10,430 ความคิดเห็น

  1. #10306 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 03:43
    คุณพ่อในอุดมคติจริงๆนะพี่แจบอมในเรื่องนี้ ดูอบอุ่นและละมุนมากเลยด้วย ส่วนตาจั๋นแสบได้เรื่องทุกครั้งจริงๆ55555
    #10306
    0
  2. #10056 | P e p i Q. | (@pepi_queen_) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 09:28
    เหมือนคุณพ่อในอุดมคติแล้ว สนใจเลื่อนให้เป็นคุณพ่อของลูกด้วยมั้ยคะ?
    #10056
    0
  3. #9998 LOOK_WALAK (@N_Nam0802) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2561 / 22:16
    พ่อในอุดมคติ นี่หมายถึงพ่อที่อยากมี หรือพ่อของลูก ฮิ้วววว
    #9998
    0
  4. #9720 DefTee (@Teenkantaya) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 19:25
    เง้ออออ เขิงๆๆๆๆ
    #9720
    0
  5. #9698 fern101fern (@fern101fern) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 เมษายน 2561 / 22:22
    แล้วจินยองก็จะมีแฟนในแบบที่เป็นคุณพ่อในอุดมคติ...
    #9698
    0
  6. #9675 StrawberryChan (@amimikuma) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 21:45
    เปล่าค่ะๆมันต้องเป็นสามีในอุดมคติมากกว่า55555
    #9675
    0
  7. #8677 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 27 เมษายน 2560 / 23:20
    พ่อ(ทูน)หัวใช่มั้ยคะะ
    ครอบครัวสุขสันต์มากๆ~
    #8677
    0
  8. #8621 Jusejae (@nicknamemaic) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 เมษายน 2560 / 00:07
    เป็นเหมือนกันเลยค่ะไรท์เราก็ไม่กินพวก ตระกูลแตง 5555 เคยท้องเสียเพราะเเตงโมตอนเด็กๆ แล้วมันดันฝั่งใจไม่กินพวกแตงเลยค่ะ 5555
    #8621
    0
  9. #8589 BangGot (@BangGot) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 เมษายน 2560 / 02:57
    เปลี่ยนจากว่าที่ออมม่ามาเป็นลูกคนที่หกเลยดีมั้ยจินยองถถถถ
    #8589
    0
  10. #7686 Kwan_Z.E* (@kwan-kirenez) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:16
    แหม่เขินตอนของพี่นศ.เค้าจังเลยค่ะ คุณพ่อ(ของลูก)ในอุดมคติเลยใช่ไหมละคะ ><" เจฮยองช่างมีบทบาทมากเลยค่ะตอนนี้ทั้งเรื่องน้ำกลั่นจนได้โมเม้นท์แฟมิลี่เดย์ไหนจะการนัดไฝว้(?)ในอนาคตไวๆ นี้อีก ว่าแต่สโลแกนนีคนเขียนได้แต่ใดมาคะ ????
    #7686
    0
  11. #7678 Kwan_Z.E* (@kwan-kirenez) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:51
    แด๊ดดี้มีคงามพึ่งพาได้พระเอกในดวงใจมากค่ะ *ซบ* ขวดน้ำกลั่นสานสัมพันธ์ เนื้อย่างครอบครัวก็เหมาะกับสถานการณ์มากค่ะคุณแด๊ดควรรับพี่จีนะยองไว้พิจารณานะคะการศึกษาดีมีความแม่แบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆ นะคะแถมเด็กๆก็รัก(กว่าแด๊ดดี้ของตัวเอง)ซะด้วย
    ผมใหม่คุณแด๊ดไงละคะเฟี้ยวสมใจลุงเลยไหมละ หน้าม้าวัยสะรุ่นเหมือนหนูแทะแต่ยังดีน่ารักกว่าทรงเม่นในร้านนะคะ 55555555 ผ่านหนึ่งสัปดาห์ดั่งนรกของมนุษย์อิมมากเลยคะเจ็ดวันมันโหดร้ายอะไรได้ขนาดนี้ 5555555 ยิ่งช่วงอาบน้ำ ตื่นนอนและกิจวัตรก่อนนอนแด๊ดดี้ต้องสตรอง(ไม่ก็รับพี่จินยองมาเข้าแฟมขึ้นอีกคนสิคะ//กระซิบ) ยังไงวันเสาร์นี้ก็ขอให้โชคดีนะคะแด๊ดดี้ ส่วนพาร์ทของพี่จินยองขอคนอ่านนอนก่อนนะคะ ? ?!
    #7678
    0
  12. #7559 DarkDiary_13 (@DarkDiary_13) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 08:01
    พี่จีนยองงง เอาเป็นพ่อ(ทูนหัว)เลยค่าาา
    #7559
    0
  13. #7247 G_m_O_o_T_o_7_k (@G_m_O_o_T_o_7_k) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2559 / 17:40
    เป็นคนที่แต่งฟิตได้ยาวเหยียดอย่างกับรายงาน555
    #7247
    0
  14. #6826 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2559 / 23:11
    ถึงเรื่องราวจะเรื่อยๆ แต่มันดีกับใจมากเลยค่ะ อมยิ้มได้ตลอด
    แด๊ดดี้กับพี่นศ เริ่มมีอะไรบ้างอย่างที่ทั้งคู่คงไม่รู้ตัว งื้ออออออ
    แม่ยกชงเหนื่อยแทบตาย แด๊ดดี้ก็สโลวไลฟ์ไปสิ ถถถ
    #6826
    0
  15. #6711 Kanompie ขนมพาย (@pieitim) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2559 / 23:43
    น่ารักจังเลย~
    #6711
    0
  16. #6456 pine_ppp (@0933769878) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 19:38
    มีความพ่อแม่ลูกมาก น่ารักดี
    #6456
    0
  17. #6255 xiaoqin (@xiao-qin) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 14:05
    เหมือนพ่อ....พ่อของลูก
    #6255
    0
  18. #6243 ทำไมต้องไอค่อน' (@tingerbel) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 21:00
    มันโมเม้นท์เหมือนพ่อแม่พาลูกๆมากินข้าวนอกบ้านเลยมั้ยเธอ หึหึหึหึหึหึหึหึ //หัวเราะอย่างมีเลศนัย
    #6243
    0
  19. #5918 Yesmyboy (@jxperyah) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 ตุลาคม 2559 / 05:06
    จะบอกว่าเป็นคุณพ่อในอุดมคติของพี่จินยองด้วยใช่มั้ยย
    #5918
    0
  20. วันที่ 31 สิงหาคม 2559 / 00:56
    มุ้งมิ่งมากเลย
    #5324
    0
  21. #5301 ltmonkey (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2559 / 21:49
    จะบอกว่าเราลืมหวีดเซฮุนตอนที่แล้วอะ ที่เป็นเพื่อนวัยเด็กของแจบอม 55555

    ตอนนี้ยังคงความน่ารัก น่าเอ็นดูมากจริงๆ จาจายังคงเป็นนาฬิกาปลุกมีชีวิตที่ป่วนได้แทบทุกเช้า เรื่องแสบนี่ยกให้คนนี้เลยค่ะ

    ตอนไปหามื้อเช้ารองเท้าที่มินิมาร์ทนี่ทำเอาเราอยากจะพุ่งตัวไปเซเว่นเด๋วนี้เลย และถ้าไป ก็มีอาการเดียวกับเด็กๆ คือไม่รู้จะกินอะไรดี เราเป็นเหมือนคยอมเลย ยืนอยู่หน้าตู้แช่นานๆ เลือกไม่ถูก 555

    พอเพล แด๊ดดี้ก็ได้ผมทรงใหม่กระชากวัยสุดๆ ผลพวงมาจากความแสบของลูกๆนั่นล่ะ

    ตอนอ่านชื่อตอนเรานึกว่าวันนี้เด็กๆจะก่อเรื่องอะไรเกี่ยวกับน้ำกลั่นรึป่าว (สารภาพเลยมโนว่าแจ็คสันกินน้ำกลั่น บ้ า มั๊ยล่ะ)

    ้เพราะเหตุนีี้ พี่จีนยองจึงจับพลัดจับผลูได้ไปเดท เอ้ย ไปกินปิ้งย่างกับคุณพ่อลูกห้า อ่านตอนนี้แล้วเห็นภาพตัวเองตอนกินปิ้งย่างเลย ชอบย่างให้คนอื่น เพราะตัวเองเป็นสายแข็ง เก็บกินเรียบแม้คนอื่นจะแทบอ้วกแล้ว 555 อ่านแล้วนึกถึงพ่อแม่เราที่มักจะย่างให้จนตัวเองแทบกินไม่กัน อิลูกสวาปามหนักมากกกก

    ขนาดเราไม่ได้เป็นพี่จีนยองเรายังปลื้มแด๊ดดี้เลย ปากบ่นว่าหิวมาตลอดทาง พอถึงเวลากินกลับเอาแต่วุ่นๆกับลูก ประทับใจเด็กๆที่ไปกดน้ำมาให้ น่ารักมากจริงๆ

    อา..แล้วตอนนีี้แจ็คสันก็ยอมกินนมแล้ว ดีใจจัง

    ว่าจะเม้นหลายตอนแล้วก็ลืมทุกที เราชอบนิสัยแจบอมในเรื่องนะที่ไม่ถือสาเด็กๆ ชอบที่บอกว่าเด็กมันไม่รู้ หรือจะทำเป็นลืมๆละกัน (อาจเพราะเคยผ่านช่วงวัยแสบนั้นมาก่อน) เป็นนิสัยที่น่านับถือ เพราะบางครั้งเราชอบถือสาเด็ก 555555

    ชอบความค่อยเป็นค่อยไปของสองผู้ใหญ่ อยากรู้ว่าจะยังไงต่อไป เป็นคุณพ่อในอุดมคติของพี่จีนยองเลยน้าาาา

    แล้วตอนไปงานเลี้ยงรุ่นจะยังไงต่อ

    อ้อ แล้วก็ซึ้งตอนแด๊ดดี้ประกอบเลโก้ด้วย

    เม้นไร้สาระมากกก ขอโทษนะค้าาา

    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ
    #5301
    0
  22. #3592 NiMiRi (@nae_ontira) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2559 / 00:04
    แอบลุ้นความสัมพันธ์ของคุณพ่อจำเป็นกับนศ. ป.โทนะคะ
    ตอนแรกก็กลัวว่าความรู้สึกจะเริ่มโตในใจพี่จีนยองคนเดียวหรือเปล่า
    แต่พอเห็นท่าทีที่พยาย๊าม..พยายามยืนยันหนักแน่นเหลือเกินของแด๊ดดี้ว่าที่ชวนคุณจินยองไปด้วยนี่เพราะพวกลูกเป็ดหรอกนะ เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนบ้านหรอกนะ
    หึหึหึ ค่ะ (แอบมองอ่อนเบาๆ)
    แต่เค้าว่าลึกๆในใจแด๊ดดี้ก็แอบชื่นชมจินยองเหมือนกันแหละ
    ดูได้จากที่แอบชมจินยองในใจเวลาที่ดูแลเช็ดมือเช็ดปากให้พวกเด็กๆ และอื่นๆ
    ค่อยๆเป็น ค่อยๆไป แบบมั่นคงแบบนี้แหละเนอะ อิอิ

    พาร์ทมือเช้าของเด็กๆนี่เป็นอะไรที่ทรมานเรามากค่ะ คืออ่านตอนดึก อยากจะพุ่งตัวไปเซเว่นหน้าปากซอยแล้วเหมามาทุกอย่างเลยค่ะ ฮืออออ หิวตามเลยยย

    ปล. แด๊ดดี้อย่าลืมไปเอาเก้าอี้นะคะ แต่ไม่ต้องรีบก็ได้ค่ะ ฝากไว้นานๆ จะได้เจอกันอีกบ่อยๆ คริคริ
    #3592
    0
  23. #3249 N_udaen_G (@nudaeng) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:03
    แด๊ดดี้มีความเนียนกับนศ. บ่อยจังเลยค่ะ ถึงพวกตัวแสบจะคอยช่วยก็เถอะ เห็นวันๆนึงของแด๊ดดี้แบ้วเหนื่อยแทน มีคนเขาให้เป็นคุณพ่อในอุดมคติด้วยนะ ><;
    #3249
    0
  24. #3248 ` PuGun. (@pugunlovetonorit) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2559 / 23:01
    อ๊ายยยน่ารักกอ่ะ งิงิ พออยู่ด้วยกันพร้อมหน้าพร้อมตามันอบอุ่นและละมุนมากกเลยย เมื่อไหร่จะได้มาเป็นหม่าม้าสักทีน้าา ~
    เปลี่ยนจากพ่อในอุดมคติเป็นแฟนในอุดมคติได้ป่าวว ><
    #3248
    0
  25. #3137 kkolk (@kkolk) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2559 / 07:18
    เปลี่ยนสถานะจากคุณพ่อในอุดมคติเป็นคุณแฟนในอุดมคติได้มั้ยคะ
    #3137
    0