ตอนที่ 17 : EP 15 | นิทาน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12236
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 175 ครั้ง
    19 ต.ค. 59


HASHTAG : #แด๊ดดี้เดฟ
(หมดมุขเชื้อเชิญแล้วล่ะ แต่ไปเล่นกันเถอะน้า นะนะนะนะ !)


(Note : ก่อนอ่าน รบกวนดูคลิปนี้ก่อนนะคะ จิ้มจึ้กๆ)


EP 15 | นิทาน

 

          ในเช้าวันเสาร์ที่เป็นวันพักผ่อนของมนุษย์เงินเดือนหาเช้ากินค่ำทั้งหลาย หรือแม้แต่ตัวของแจบอมเองที่แม้ว่าจะทำงานอยู่กับบ้านก็ตาม ผ้านวมผืนโตที่ห่อหุ้มร่างของสถาปนิกหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดปีที่เพิ่งเสร็จสิ้นการทำงานไปเมื่อสี่ชั่วโมงก่อนกำลังหน้าที่ที่มอบความอบอุ่นและสัมผัสที่นุ่มสบายให้กับชายหนุ่มผู้ซึ่งปล่อยความเหนื่อยล้าให้จมไปควบคู่กับเตียงนุ่มๆเหมือนเคย เครื่องปรับอากาศเย็นฉ่ำกับแสงแดดทึมๆที่ถูกกรองโดยผ้าม่านสีทึบยิ่งทำให้บรรยากาศยามเช้าช่างเหมาะแก่การฟื้นฟูร่างกายที่หมดพลังงานจากการทำงานตลอดทั้งคืนมากขึ้นไปอีก

           

            และเขาก็ได้แต่แอบหวังว่าวันนี้จะไม่มีเจ้าตัวร้ายก้อนไหนบุกเข้ามาปลุกเขาอีก

 

            อย่าให้เขาต้องสาธยายเลยว่า เมื่อสองสามวันที่ผ่านมา แม้ว่าจะพูดแทบทุกเช้า ย้ำแทบทุกวันว่าอย่ามาปลุกเขาเวลาเช้าตรู่ แต่มีหรือที่นายท่านทั้งหลายจะฟังเสียงเรียกร้องจากเจ้าทาสอิมแจบอมผู้นี้ ไม่ว่าจะเป็นยามเช้าที่ถูกปลุกโดยเจ้าก้อนวายร้ายผมทองที่ตื่นมาเห็นเลโก้ที่เขาแอบเอาไปวางไว้ข้างๆ ซึ่งมันก็ทำให้แจ็คสันดีใจจนถึงเข้าบุกเข้ามาปลุกเขาทันทีด้วยการมุดเข้ามาใต้หมอนก่อนจะตะโกนเรียกเขาอยู่ร่วมสิบนาที

 

            ซึ่งบทสรุปของเช้าวันนั้นก็คือความปราชัยของเจ้าทาสผู้อาภัพเหมือนเคย

 

            หรือเช้าวันถัดมาที่เป็นการรวมพลังของพี่ใหญ่ผมแดงและเจ้าก้อมผมปอยชมพูที่พ่วงมาด้วยตุ๊กตาโพโรโระตัวโปรดที่ช่วยกันกระโดดทับเขาแล้วทิ้งน้ำหนักตัวทั้งหมดลงมาเสียเต็มรักจนแจบอมแทบจะหลังหัก แน่นอนว่าอิมแจบอมก็ไม่เคยเอาชนะเจ้าพวกตัวร้ายได้เลยแม้แต่วันเดียว

 

          แต่ก็ช่างเถอะ วันนี้เป็นวันหยุด พวกเด็กๆก็คงจะพากันนอนตื่นสายเหมือนกันละน่า

 

            แต่แจบอมเองก็คงจะลืมฉุกคิดไปว่า นาฬิกาปลุกมีชีวิตทั้งห้ายี่ห้อของเขานั้นไม่ได้มีวันหยุดราชการเช่นเดียวกับหนุ่มสาววัยทำงานทั้งหลาย และการที่ปลายเตียงของเขามีสิ่งมีชีวิตไซส์มินิจำนวนสามก้อนถ้วนยืนอยู่นั้นก็เปรียบเสมือนการตอกย้ำถึงความจริงในข้อนี้

 

            พร้อมไหมคยอม ยองแจน ?

            ‘ ฮื่อ ! ยองแจนพร้อมแล้วล่ะ ! ’

            ‘ คยอมก็พร้อมแล้วเหมือนกัน แจ็คสันพร้อมแล้วใช่ไหม ?

            ‘ อื้อทำท่าที่เราซ้อมกับม้ากคึแล้วก็แบมแบมเหมือนเมื่อกี๊นะ ! ’

            ‘ แด๊ดดี้จะต้องชอบแน่ๆเลยเนอะ ’       

            ‘ แน่นอนซี่คยอม ก็เมื่อกี๊พี่สาวในทีวีบอกว่า ถ้าทำแบบนี้จะทำให้แด๊ดดี้สบายตัวล่ะ ! ’

            ‘ งั้นก็หนึ่งสองสามลุยเลย ! ’

 

            ทันทีที่ได้ยินเสียงให้สัญญาณจากเจ้าก้อนพี่รองที่ยืนอยู่ตรงกลาง สิ่งมีชีวิตตัวน้อยทั้งสามชีวิตก็พากันปีนป่ายขึ้นไปบนเตียงนุ่มๆที่มีร่างสูงใหญ่ของคุณพ่อขี้เซานอนคว่ำหน้ามุดผ้าห่มอยู่เหมือนทุกๆเช้า ผ้าห่มผืนโตถูกดึงออกโดยผู้บุกรุกตัวกลมทั้งสามที่เข้ามากระชับพื้นที่

 

            อั้ก !”

 

            ก่อนจะเริ่มต้นวันใหม่ที่แสนจะสดใสของคุณพ่อร่างสูงด้วยการที่ยูคยอมลงไปนั่งทับบนกลางหลังของแจบอม ตามมาด้วยเสียงของผู้ถูกจู่โจมที่โดนยูคยอมนั่งทับหลังโดยสมบูรณ์ แต่ก็ยังไม่ทันที่แจบอมจะได้โวยวายอะไรเหมือนทุกๆเช้า กำปั้นน้อยๆจากมือกลมอวบของยูคยอมที่กำเข้าหากันทั้งสองข้างก็เริ่มทุบลงบนช่วงไหล่ของแจบอมซ้ำๆไปมาเสมือนตุ๊กตาไขลานที่กำลังตีกลองอย่างสนุกสนาน

 

            อุ้ก !”

 

            หากแต่ผู้ถูกรุกรานในยามเช้าที่ถูกนั่งทับอยู่ก็ทำได้เพียงส่งเสียงออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน ไหนจะนอนเกือบรุ่งสาง แถมต้องมาโดนปลุกแบบแปลกๆแต่เช้าก็ทำให้แจบอมพยายามจะรวบรวมสติอันน้อยนิดขึ้นมาต่อสู้กับเจ้าพวกลูกลิงที่มาปลุกเขาในวันนี้ แต่ก็ยังไม่ทันที่จะได้โวยวายใส่ยูคยอมที่กำลังรัวกำปั้นทุบไหล่ของเขาไปมา จู่ๆเจ้าลูกหมีตัวโตก็ลุกออกจากหลังของเขา ตามมาด้วยที่แจบอมเห็นว่านอกเหนือจากยูคยอมแล้ว บนเตียงของเขาก็ยังมีเจ้าก้อนวายร้ายผมทองกับเจ้าก้อนแก้มกลมอวบที่ยืนอยู่ปลายเตียงอีกด้วย

 

            อ๊าก !!!!”

 

            แล้วก็ยังไม่ทันที่แจบอมจะได้คิดหรือประมวลผลอะไรต่อ ท่อนขาทั้งสองข้างของเขาก็ถูกแจ็คสันกับยองแจช่วยกันยกขึ้นคนละข้างในสภาพที่แจบอมกำลังนอนคว่ำหน้าอยู่ ก่อนจะดันขาของเขาโดยมียูคยอมคอยเป็นลูกมือช่วยดึงเสื้อของเขาจนหลังของแจบอมเริ่มโก่งงอขึ้นจนจะประชิดกับขาที่มียองแจกับแจ็คสันช่วยกันดันอยู่

 

            กร๊อบ !

 

            “เชี่ย !! โอ๊ยยยยย !!!”

 

            และการที่แผ่นหลังกับขาของเขาถูกดึงดันให้มาเข้าหากันก็ส่งผลให้เกิดเสียงกระดูกลั่นอย่างดังเสียจนแจบอมเผลอร้องเสียงหลงเพราะไม่รู้ว่าตัวเองตกใจกับเสียงอวัยวะภายในที่เริ่มสั่นคลอนหรือเพราะความเจ็บปวดรวดร้าวจากฝีมือท่าดัดตัวของเจ้าพวกตัวแสบที่กำลังดึงดันร่างของเขาเสียจนแจบอมแทบจะน้ำตาเล็ดเพราะปวดไปทั้งแผ่นหลัง

 

            แด๊ดดี้ตื่นแล้ว !” แต่ขอโทษ นายท่านที่กำลังแปลงร่างเป็นหมอนวด (เขาเดาว่าเจ้าพวกนี้กำลังโคฟเวอร์เป็นหมอนวดแน่ๆ) หาได้สนใจเสียงกระดูกลั่นของแจบอมไม่ แต่ยังยิ้มร่าทักทายอย่างอารมณ์ดี ก่อนจะทำร้ายเขาสเต็ปสุดท้ายด้วยการปล่อยขาของเขาให้ร่วงลงมากระแทกกับเตียงนอนหน้าตาเฉย

           

            พระเจ้าช่วยเขาชักไม่แน่ใจแล้วว่าวันที่ 6 มกราคมปีหน้าจะได้อยู่ฉลองวันเกิดปีที่ 28 ของตัวเองไหม !?!

 

            “สุดยอดเลย ! แสดงว่าที่พวกเราดูในทีวีเมื่อกี๊ก็เป็นเรื่องจริงน่ะซี่ !” เสียงแหลมใสของเจ้าก้อนแก้มอวบพูดขึ้นอย่างชอบใจ โดยได้ทิ้งปริศนาให้แจบอมได้ขมวดคิ้วเป็นปมแต่เช้าไปพร้อมๆกัน

            ซี้ด…” ถึงอย่างนั้นอาการเจ็บปวดจากการถูกเจ้าพวกตัวร้ายจู่โจมยามเช้าก็ทำให้แจบอมต้องค่อยๆยันตัวเองขึ้นมานั่งโดยที่มือก็ยังจับแผ่นหลังของตัวเองไปพลางๆด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยรับบุญเท่าไหร่นัก ต้องให้ฉันบอกอีกกี่รอบว่าช่วยปลุกฉันแบบปกติหรือปล่อยให้ฉันตื่นเองบ้างเถอะ

            “วันนี้พวกเราไม่ได้มาปลุกแด๊ดดี้น้า แต่เรามาเอเขาเรียกว่าอะไรแจ็คสัน ?เจ้าลูกหมีผมน้ำตาลตั้งท่าจะตอบอย่างมั่นใจ แต่จู่ๆก็สะดุดกึกเพราะนึกไม่ออกว่าจะพูดอะไรก็เลยหันไปขอความช่วยเหลือจากพี่ชายคนรองแทน

            นวดยังไงล่ะ !” เพราะอย่างนั้นคนที่เฉลยรูปแบบของการปลุกยามเช้าวันนี้ที่แจบอมกำลังสงสัยก็คือแจ็คสันนั่นเอง

 

            ไอ้ที่มานั่งทับแล้วทุบไหล่กับดัดหลังดัดขาของเขาเนี่ยนะเรียกว่านวด ถ้าไม่บอกเขาคงคิดว่าเจ้าพวกนี้กำลังจะวางแผนฆาตกรรมเพื่อฮุบสมบัติของเขาเถอะ !

 

            แด๊ดดี้ชอบไหม ?ตามมาด้วยดวงตากลมๆเป็นประกายทั้งสามคู่ที่มองมาที่แจบอมพร้อมกะพริบปริบๆอย่างเต็มเปี่ยมไปด้วยความคาดหวัง เมื่อกี๊นี้มีพี่สาวมาสอนในทีวีล่ะ พี่สาวบอกว่าถ้านวดแล้วจะทำให้สบายตัว พวกเราอยากให้แด๊ดดี้สบายตัวก็เลยลองทำตามพี่สาวในทีวียังไงล่า ~อีกทั้งคำบอกเล่าที่มาพร้อมกับรอยยิ้มแป้นแล้นจนตาหยีของยองแจก็ทำให้แจบอมได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตกกับชะตาชีวิตของตัวเองในเช้าวันนี้

            พี่สาวบอกว่าถ้าทุบไหล่แบบที่คยอมทำเมื่อกี๊จะทำให้หายปวด แด๊ดดี้ชอบไหม ?ยูคยอมเองก็พูดไปยิ้มไปเช่นกัน

            เมื่อกี๊พวกเราลองซ้อมกับม้ากคึแล้วก็แบมแบมด้วยนะ ม้ากคึบอกว่าพอยองแจนกับแจ็คสันยกขาขึ้นแล้วก็รู้สึกสบ๊าย สบาย ส่วนคยอมก็ลองซ้อมทุบไหล่แบมแบม แบมแบมก็บอกว่ามันดีมากเลยน้านี่มีการซ้อมกันมาด้วยเหรอเฮ้ย !!

            “อา…” และนั่นก็ทำให้แจบอมได้แต่หัวเราะแห้งๆพร้อมกลอกตามองบนอย่างเหนื่อยใจ คราวหน้าช่วยปลุกฉันแบบธรรมดาๆก็พอ

 

            แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงบ่ายเบี่ยงไปเพื่อไม่ให้พวกเด็กๆเสียใจกัน มันจะหายปวดหายเมื่อยได้อย่างไร ก็เจ้าพวกนี้เล่นทุบๆดัดๆกันกะเอาสนุกกันเฉยๆ ไม่ได้รู้เรื่องเส้นหรือตำแหน่งในร่างกายสักนิด คงแค่จำภาพจากในโทรทัศน์มาทำตามบวกกับได้ยินโฆษณาสรรพคุณจากพิธีกรในทีวีก็เลยหวังดีกับเขาล่ะมั้ง ส่วนที่บอกว่าซ้อมกับแบมแบมและมาร์ค เจ้าสองพี่น้องนั่นก็คงจะอุปทานไปตามในโทรทัศน์นั่นแหละ

 

            แต่เอาเหอะ เห็นว่าพวกเด็กๆหวังดี เขาก็ไม่อยากจะทำร้ายจิตใจกันแต่เช้าหรอกน่า

 

            และครั้นจะนอนต่อไปมันก็คงยากที่จะข่มตาอีกครั้ง ดังนั้นยามเช้าของวันนี้จึงจบลงที่แจบอมต้องเป็นฝ่ายลากนายท่านตัวน้อยทั้งสามที่พากันเปลี่ยนไปนอนกลิ้งกลุกๆบนเตียงของเขาให้มารวมตัวกันกับอีกสองพี่น้องและหนึ่งสัตว์เลี้ยงที่ห้องนั่งเล่นเหมือนทุกๆเช้า

 

            แด๊ดดี้ตื่นแล้ว เย้ !” และทันทีที่มาร์คหันมาเห็นเขากำลังหิ้วน้องชายอีกสามคนของตัวเองออกมาจากห้องนอน เจ้าก้อนผมแดงก็ยิ้มโชว์เขี้ยวทักทายเขาทันที

            แด๊ดดี้ มาดูนีโม่กัน วันนี้ในทีวีมีนีโม่ด้วยล่ะ !” ส่วนแบมแบมที่กำลังหย่อนอาหารปลาให้โคโค่ในอ่างแก้วก็รีบตรงเข้ามาจูงมือเขาให้ไปทิ้งตัวนอนที่โซฟาเหมือนเคย

 

            ดังนั้น เช้าวันเสาร์เวลาเกือบแปดโมง (อย่างน้อยๆก็ต้องขอบคุณเจ้าเปี๊ยกทั้งหลายที่วันนี้ยังปราณีเขาด้วยการปลุกช้ากว่าทุกวันที่ผ่านมา) ของแจบอมจึงเริ่มต้นขึ้นด้วยการที่เขาจะต้องมานอนดูอนิเมชั่นที่มีตัวเอกเป็นปลาการ์ตูนกับปลาขี้ตังเบ็ดฟ้า และตัวเดินเรื่องทั้งหมดเป็นนานาสปีชีส์ในท้องทะเล เป็นเรื่องราวการผจญภัยของพ่อปลาการ์ตูนกับเพื่อนปลาขี้ลืมเพื่อไปตามหาลูกที่โดนจับไปอยู่ที่ไหนสักแห่ง ถือว่าเป็นอนิเมชั่นที่วางเรื่องราวได้ดีเลยทีเดียว

 

            ดูคุณครูปลากระเบนซี่ ตัวใหญ่จังเลยแต่ดูเหมือนว่าเด็กน้อยคงจะสนใจในประเด็นที่แตกต่างออกไปจากแจบอม แต่เขาก็พอเข้าใจอยู่หรอกว่าอนิเมชั่นเรื่องนี้เนื้อหามันค่อนข้างลึกซึ้งเลยทีเดียว ฉะนั้นการที่เด็กเล็กจะดูแล้วสนใจแต่ตัวปลากับฉากในเรื่องก็คงไม่แปลกอะไร

            แอนิ แอนิมะนิมะนิ... แอนิโมแอนิโมนี งือเรียกยากจังเลยน้าทว่า คนที่ทำให้แจบอมแทบจะหลุดขำออกมาก็คงจะไม่พ้นเจ้าก้อนผมแดงพี่ใหญ่ที่พยายามพูดชื่อที่อยู่อาศัยของนีโม่อย่างแอนนีโมนี ซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ามาร์คกำลังพยายามพูดตามจริงๆหรือเลียนแบบท่าทีเงอะงะของเจ้านีโม่กันแน่ แต่ก็ถือว่าน่าเอ็นดูไปอีกแบบนั่นแหละ

            งึ ! ปลาฉลามน่ากลัวจังเลย อย่ากินคุณดอรี่กับคุณพ่อนะ !” รวมไปถึงแบมแบมกับยองแจที่พากันนั่งกอดกันจนเป็นก้อนสำลีกลมๆเมื่อถึงฉากที่ปลาฉลามโผล่มา

            คยอมชอบคุณปลาดาว ดูซี่ คยอมเหมือนคุณปลาดาวไหม ?และอีกหนึ่งคนที่กำลังพยายามเลียนแบบปลาดาวด้วยการนอนราบกับพื้นพร้อมกางแขนกางขาเป็นสี่ห้าแฉกอย่างเจ้าลูกหมีตัวโตก็ทำเอาแจบอมได้แต่นั่งหัวเราะหึหึกับท่าทีน่ารักๆของยูคยอม

 

            เพราะอย่างนั้นแจบอมจึงปล่อยให้พวกเด็กๆเพลิดเพลินไปกับอนิเมชั่น Finding Nemo ในยามเช้า ส่วนตัวเองก็ลุกขึ้นเดินไปห้องครัวเพื่อหาน้ำเย็นกินให้ชื่นใจ แล้วจึงกลับมาทิ้งตัวนอนบนโซฟา ก่อนจะเปิดอินเทอร์เน็ตเช็คข่าวคราวเหมือนเคย

 

            Line !

 

            และการที่แอพลิเคชั่นแชทแจ้งเตือนขึ้นมาก็ทำให้แจบอมต้องกดเข้าไปดู ซึ่งตัวเลขหลักร้อยที่ปรากฏอยู่บนหัวมุมไอคอนแอพลิเคชั่นที่มีจำนวนเท่ากับตัวเลขท้ายห้องแชทห้องหนึ่งที่เป็นแชทรุ่นของเขาก็ทำให้แจบอมฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า จริงๆแล้ววันนี้เขามีนัดในช่วงเย็น และนัดที่ว่าก็คืองานเลี้ยงรุ่นที่เขาเพิ่งถูกเจฮยองโทรมาบังคับแกมขมขู่ให้ไปเมื่อกลายวันก่อนนั่นเอง

 

            Sana SHASHASHA ! : พวกมึง ช่วยกูเลือกชุดไปงานเย็นนี้หน่อยสิ

          JaeHyung Swagger : ใส่ๆไปเหอะมึงอ่ะ ใส่ไปก็สวยเท่าเดิมอยู่ดี

          Baro (บาโรโอ้ลาล่า) : กูไม่รู้กูแวะผ่านมาเฉยๆ เจอกันเย็นนี้นาจา หนีเมียมาได้เรียบร้อยแล้ว ใครโทรฟ้องเมียกูกูจะแช่ง !

          Sana SHASHASHA ! : โหไอ้แว่น เลวเหมือนเดิม !

          Minseok Kim : เย็นนี้ใครไปถึงคนแรกเข้าไปสั่งอาหารสั่งน้ำรอได้เลย กูอาจจะเลทนิดนึง พอดีติดนัดที่บริษัทลูกค้าตอนเที่ยง บอกชื่อกูไปได้เลย กูจองที่ไว้ละ

          KKubb_Yuri YUL : ซึลกิแวะมารับกูที่บ้านด้วย ขี้เกียจเอารถไป เผื่อเมา

          Seulgi94 : เมาแล้วลำบากกูตลอดนะมึงเนี่ย

          ชยอนูไม่ใช่โชว์นู : กูแบกเรดฯไป 2 ขวด เผื่อใครสนใจ เคป่ะ ?

          $UHO | ซูโฮ : เหยด จัดว่าเด็ด ! เหลือเผื่อกูด้วย จะรีบไปให้ไว้ที่สุด !

                                              

          และอีกสารพัดข้อความทั้งจากเพื่อนที่ไปร่วมงาน รวมไปถึงเพื่อนๆที่ไม่ได้ไปเพราะติดภารกิจที่ต่างส่งข้อความแสดงความเสียดายกันเต็มไปหมด แจบอมเองก็ไม่ได้พิมพ์ตอบอะไร ทำเพียงแค่สไลด์อ่านข้อความไปเพลินๆ จนกระทั่งข้อความเกือบท้ายสุดที่ทำให้แจบอมชะงักไปครู่หนึ่ง

 

            Minseok Kim : แล้วก็ถ้าใครจะหอบลูกหอบหลานมาดูแลให้ดีๆนะโว้ย !

 

          งือคุณหมอฟันใจร้ายจังเลย ทำไมต้องจับนีโม่มาด้วยพร้อมกับที่แจบอมไดยินเสียงบ่นงุ้งงิ้งของหนึ่งในเจ้าตัวแสบที่กำลังอินกับอนิเมชั่นในโทรทัศน์ ทำให้ร่างสูงที่นอนเอกเขนกอยู่บนโซฟาเริ่มฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ทันที

 

            จะหอบไปงานเลี้ยงรุ่นทั้งห้าคนก็คงจะไม่เข้าท่าเท่าไหร่

 

            แจบอมมองสิ่งมีชีวิตตัวกลมทั้งห้าก้อนที่กำลังนั่งดูโทรทัศน์อย่างชั่งใจ สลับกับมองหน้าจอโทรศัพท์ที่มีการเคลื่อนไหวภายในห้องแชทอยู่ตลอดเวลา ก่อนจะกดปิดสัญญาณอินเทอร์เน็ตโดยไม่ได้ตอบอะไรไปแม้แต่ประโยคเดียว

 

            “เอาไงดีวะ…”

 

            เพราะการไปงานเลี้ยงรุ่นครั้งนี้เป็นการพบปะกับเพื่อนมากหน้าหลายตา กับเพื่อนบางคนก็เคยเจอกันบ้างในออฟฟิศ แต่กับบางคนเขาก็ไม่เคยติดต่อด้วยอีกเลยตั้งแต่เรียนจบ รวมไปถึงการที่เขาเห็นบทสนทนาที่เพื่อนอีกหลายคนกำลังพูดถึงแอลกอฮอล์และการสังสรรค์นอกรอบหลังจบงานเลี้ยงรุ่นก็ทำให้แจบอมเริ่มรู้สึกหนักใจ อีกทั้งอย่างที่เคยบอกไปว่าเพื่อนๆของเขาไม่ได้มีเยอะมาก ดังนั้นเรื่องส่วนตัวของแต่ละคนก็พอจะรู้กันอยู่บ้าง แน่นอนว่าเรื่องที่เขายังโสดสนิทมาจนอายุ 27 ปีก็เช่นกัน (เพราะเขายังเป็นอีก 60% ที่ยังไม่ได้ร่อนการ์ดแต่งงานให้พวกเพื่อนๆ และเป็นอีก 30% ที่ยังไม่มีแฟน) ฉะนั้น ถ้าเขาหอบเจ้าพวกตัวแสบทั้งหลายไปงานเลี้ยงรุ่นด้วยแล้วล่ะก็

 

            คงโดนสอบสวนจนไม่เป็นอันกินอย่างแน่นอน !

 

            ถึงแม้จะนึกถึงคำที่เจ้าเพื่อนสนิทที่โทรมาบังคับเขาเมื่อวันก่อนว่าให้พาพวกเด็กๆไปงานได้ก็จริง แต่ลองนึกดูเถอะว่า การพาเด็กวัยกำลังคันเขี้ยวคันฟันแถมแสบสันกันทุกคนไปงานเลี้ยงรุ่นแล้วล่ะก็เขาไม่สามารถบรรยายถึงความวุ่นวายได้จริงๆ ยังไงๆก็คงต้องฝากใครสักคนเลี้ยงอยู่ดี

            และทันทีที่ความคิดเรื่องการฝากเลี้ยงเด็กน้อยตัวกลมทั้งห้าชีวิตแล่นขึ้นมาในหัวของแจบอม รายชื่อคนรู้จักทั้งหมดภายในคอนโดฯที่เขาพอจะรู้จักมักจี่อยู่บ้างก็เริ่มปรากฏขึ้นมาทีละคนสองคน และเพื่อนบ้านรายแรกที่เขากำลังนึกถึงก็ทำให้แจบอมรีบปลดล็อคโทรศัพท์เพื่อโทรหาผู้โชคดีที่เขากำลังคิดถึงทันที

 

            ขอโทษค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้… ’

 

            “ทำไมไม่เปิดเครื่องเล่าเฟยนูน่า !” แต่ก็เป็นเหมือนโชคร้ายที่บุคคลที่แจบอมกำลังนึกถึงเป็นคนแรกอย่างพี่สาวเพื่อนบ้านห้อง 0403 กลับไม่เปิดโทรศัพท์ ดังนั้นรายชื่อที่สองที่อยู่ใกล้ๆกันและเป็นหนึ่งในสี่สาวห้อง 0403 จึงถูกกดปุ่มโทรออกทันที

 

            ขอโทษค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

            ขอโทษค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

            ขอโทษค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

 

            โว้ย !! ทำไมไม่รับกันสักคนเลยวะ เมาค้างกันล่ะสิท่า !”

 

            เสียงตอบรับจากเครื่องตอบรับอัตโนมัติที่แจบอมได้ยินทั้งหมดสี่รอบถ้วนทำเอาชายหนุ่มแทบจะทึ้งหัวอย่างบ้าคลั่งและหงุดหงิด หลังจากที่ติดต่อเบอร์ที่สองไม่ได้ เขาก็กดโทรหาผู้โชคดีหมายเลขสามและหมายเลขสี่ที่อยู่ห้อง 0403 อย่างมินนูน่าและซูจีนูน่าเช่นกัน หากแต่การตอบรับในแบบเดียวกันก็ทำให้แจบอมได้แต่นอนชกหมอนแก้หงุดหงิดไปพลางๆ

            เมื่อรู้ชะตากรรมแล้วว่าเขาคงไม่สามารถติดต่อพี่สาวทั้งสี่ (ที่เคยโทรจิกให้เขาไปอุดท่อประปาให้ตอนตีหนึ่ง) ได้แล้ว ดังนั้นผู้โชคดีรายถัดมาที่แจบอมนึกถึงอีกสองคนก็คือ เพื่อนบ้านสายแฮงค์ที่เพิ่งเจอกันไปเมื่อสัปดาห์ก่อนอย่างบ็อบบี้ห้อง 0429 และรุ่นพี่มินจุนห้อง 0744

 

            มันต้องติดต่อได้สักคนล่ะวะ !

 

            ขอโทษค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

            ‘ ขอโทษค่ะ เลขหมายที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้

 

            รู้สึกมีความนกรู้สึกเหมือนโดนทิ้งไว้กลางคอนโดฯ

 

            “โธ่เว้ย !” และเมื่อได้รับเสียงตอบจากปลายสายที่เป็นเครื่องตอบรับอัตโนมัติก็ยิ่งทำให้แจบอมแทบจะลงไปนอนตีอกชกพุงบนโซฟาอย่างคับแค้นใจ ทีแบบนี้ล่ะติดต่อกันไม่ได้สักคน !” โดยไม่ลืมที่จะบ่นอุบแก้เซ็งอีกด้วย

 

            เพราะเห็นว่าติดต่อทางโทรศัพท์ไม่ได้ แต่แจบอมเองก็ไม่ยังไม่อยากจะยอมแพ้ เพราะบางทีอาจเกิดเหตุขัดข้องกับสัญญาณโทรศัพท์ของเขา ดังนั้น นิ้วของชายหนุ่มจึงรีบจิ้มไอคอนแอพลิเคชั่นไลน์เพื่อหาช่องทางติดต่อผ่านอินเทอร์เน็ตแทนการโทร อย่างไรเสียก็ต้องมีคนตอบไลน์เขาสักคนแหละ !

 

            ขาดเธอยังอยู่ได้ แต่ถ้าขาดเหล้าไปฉันคงตาย (8)

 

            มือหนากดเข้าไลน์กลุ่มที่มีจำนวนสมาชิกทั้งสิ้น 8 คน อันประกอบไปด้วยสี่สาวโสดห้อง 0403 พี่มินจุน บ็อบบี้ ไบรอัน และตัวแจบอมเอง ที่ล้วนเป็นสายแฮงค์กันทั้งสิ้น (ส่วนชื่อไลน์กลุ่มที่น่าเกลียดกว่าไลน์รุ่นเขาจะทำเป็นมองผ่านไปก็แล้วกัน) ห้องแชทที่ขาดการเคลื่อนไหวมาประมาณสองสามเดือนเพราะปกติแล้วไม่ค่อยได้ใช้ช่องทางนี้ติดต่อกันเท่าไหร่นักเนื่องจากส่วนใหญ่ถ้ามีเรื่องอะไรก็เดินมาเคาะห้องคุยกันเลยมากกว่า แต่ก็สร้างไว้เผื่อในยามคับขันที่ไม่สามารถติดต่อใครได้ ดังเช่นเวลานี้

 

          Im Jaebum : หายไปไหนกันหมด ทำไมโทรหาใครไม่ติดสักคน ? (seen by 3)

 

            ข้อความแรกที่ถูกส่งเข้าไปโดยแจบอม และมีผู้อ่านถึง 3 คนทันทีหลังจากที่เขาส่งไป ก็แปลได้ว่ามีใครบางคนกำลังเล่นอินเทอร์เน็ตอยู่อย่างแน่นอน แต่อาจจะเล่นผ่าน iPad หรือช่องทางอื่นที่ไม่ใช่โทรศัพท์กระมัง

 

            Suzy_sooji : มีไรเปล่าตี๋ ?

           

            และข้อความตอบกลับข้อความแรกของซูจีนูน่าที่ตอบกลับมาก็ทำให้แจบอมพยักหน้าอย่างพอใจที่อย่างน้อยๆพี่สาวเพื่อนบ้านก็ไม่ได้เมินข้อความของเขา และคิดว่ารอบตัวของนูน่าก็คงจะมีพวกเจ๊ๆอีกสามคนอยู่ด้วยกันนั่นแหละ

 

            Im Jaebum : เย็นนี้อยู่ที่ห้องกันป่ะ ? (seen by 5)

          Im Jaebum : ผมมีธุระนิดหน่อย จะฝากเลี้ยงเด็กๆที (seen by 5)

 

            หากแต่ข้อความอีกสองข้อความที่แจบอมส่งไปและมีผู้อ่านถึง 5 คนกลับไม่มีใครตอบกลับเขามาร่วมๆ 5 นาที และนั่นก็ทำให้แจบอมเริ่มขมวดคิ้วเป็นปมที่ไม่มีใครตอบกลับมาแม้แต่คนเดียว (ถึงเขาจะเป็นพวกอ่านไม่ตอบ แต่ถ้าเป็นเรื่องด่วนหรือขอความช่วยเหลือเขาก็ตอบตลอดนะ !)

 

            MR.BOBBY --- incoming video call… ( Ignore / Answer )

 

            แต่ในขณะที่แจบอมตีหน้ายุ่งด้วยอารมณ์หงุดหงิดได้ไม่นานนัก จู่ๆหน้าจอโทรศัพท์ของเขาก็มีการเคลื่อนไหวโดยชื่อของเพื่อนบ้านห้อง 0429 ที่ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับการเชิญชวนให้เปิดวิดิโอคอล ถึงแม้ว่าจะดูยุ่งยากไปหน่อย (แค่รับสายโทรศัพท์ก็จบแล้วใช่ไหมล่ะ !) แต่เพราะต้องการขอความช่วยเหลือจากเพื่อนบ้านอย่างเร่งด่วนทำให้แจบอมยอมกดรับการเปิดวิดิโอสนทนาทันที

 

            [Hi ~ เดฟ !] และใบหน้าพร้อมด้วยฟันกระต่ายอันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของเพื่อนบ้านห้อง 0429 อย่างบ็อบบี้ อีกทั้งเสียงที่ดังขึ้นมาจากปลายสายที่เห็นหน้ากันชัดเจนทำให้แจบอมได้แต่ตีหน้ายุ่งที่เห็นเพื่อนของเขาดูจะอารมณ์ดีเสียเหลือเกิน

            อ๋า ! นั่นอาบาบินี่นา !” อีกทั้งเพราะมีรูปและเสียงมาอย่างชัดเจนบนหน้าจอโทรศัพท์ ทำให้พวกเด็กๆทั้งหลายที่กำลังสนุกกับการ์ตูนในตอนแรกเริ่มเปลี่ยนมาสนใจคุณอากระต่ายเพื่อนบ้านในจอโทรศัพท์แทน

            [หวัดดีเด็กๆ จำพี่มินได้ไหม !?!] และยังไม่ทันที่แจบอมจะได้พูดอะไร มินนูน่าเพื่อนบ้านที่เขาติดต่อไม่ได้เมื่อครู่นี้ก็โผล่หน้าเข้ามาในจอด้วยเช่นกัน

            อ๋ามินินี่นา ! จำได้ซี่แจ็คสันรีบโบกไม้โบกมือพร้อมทั้งยื่นใบหน้าเข้าไปใกล้หน้าจอโทรศัพท์ที่แจบอมถืออยู่ด้วยความชอบใจทันที แด๊ดดี้ ทำไมอาบาบิกับมินิถึงอยู่ในนั้นได้ล่ะ ?อีกทั้งยังหันมาถามแจบอมอย่างสงสัยที่เห็นพวกลุงๆป้าๆปรากฏตัวอยู่ในโทรศัพท์

            [ไม่ได้มีแค่อาบ็อบบี้กับพี่มินนะ อาไบรอัน ลุงมินจุน พี่เฟย พี่เจีย พี่ซูจีก็อยู่ด้วยกันหมดเลยนะ] ดูเหมือนตอนนี้แจบอมก็ได้กลายเป็นอากาศโดยสมบูรณ์เมื่อเพื่อนบ้านปลายสายที่ทักทายพวกเด็กๆเริ่มแพลนกล้องไปยังกลุ่มแฮงค์ที่เหลือที่ดูเหมือนว่าจะมีสมาชิกกันครบองค์เลยทีเดียว

            [ฮ้าย ! ทักทายคุณพ่อลูกห้าหน่อยซิ หวัดดีเจ้าตี๋ หวัดดีเด็กๆ] ตามมาด้วยเสียงหัวเราะเฮฮาจากปลายสายที่ตอนนี้มีใบหน้าของเพื่อนกลุ่มแฮงค์ทั้ง 7 คนอยู่กันหน้าสลอนบนจอโทรศัพท์ของเขา

            “อ้าว ไหงอยู่ด้วยกันหมดเลยวะบ็อบบี้ ? แต่แจบอมก็เลือกที่จะมองข้ามไป แล้วยิงคำถามที่เขากำลังสงสัยทันที

 

            ติดต่อใครไม่ได้สักคน แต่กลับอยู่ด้วยกันทุกคนมันหมายความว่ายังไงกัน !?!

 

            [อ๋อ ! ตอนนี้พวกกูอยู่ฮ่องกงกัน ตีตั๋วมาเที่ยว ทริปคนโสดเว้ย !] และคำตอบที่ได้จากไบรอันซึ่งอยู่ปลายสายก็ทำให้แจบอมถึงบางอ้อทันที สาเหตุที่เขาติดต่อใครไม่ได้สักคนก็คงเป็นเพราะเปลี่ยนซิมการ์ดเป็นเบอร์พื้นที่ของฮ่องกงล่ะมั้ง

            [ใครมีลูกก็นอนเลี้ยงลูกอยู่บ้านไปนะยะ เดี๋ยวจะซื้อของฝากไปให้แทน] อีกทั้งเสียงเยาะเย้ยแบบติดตลกของเจียนูน่าที่ทำให้แจบอมได้แต่ส่งสายตามองแรงไปแทนคำขอบคุณปนหมั่นไส้

            ตามสบายเถอะ…” และท่าทีมีความสุขของเพื่อนบ้านทั้งหลายก็ทำให้แจบอมได้แต่ยักไหล่น้อยๆ

 

            จริงๆแล้วชีวิตคนโสดมันก็ไม่ได้เงียบเหงาหรืออ้างว้างอย่างที่ใครๆชอบพูดหรือตีโพยตีพายกันไป ดูเพื่อนๆของเขาเป็นตัวอย่างได้เลย ทำงานเก็บเงินสักสองสามเดือน พอมีเงินสักก้อนก็ตีตั๋วไปเที่ยวต่างประเทศบ่อยๆ (แต่เขาไม่เคยไปหรอกนะ ไม่มีเวลา แถมตอนนี้มีลูกลิงแสบอีกห้าตัว เพราะฉะนั้นเลิกหวังได้เลย) ไล่ตั้งแต่ประเทศใกล้เคียงอย่างจีนหรือญี่ปุ่น ไปจนถึงยุโรปก็เคยไปกันมาแล้ว

 

            “ทำไมพวกอาบาบิถึงไปอยู่ในนั้นได้น้า อาบาบิเห็นพวกเราไหมฮะ ?” และในขณะที่แจบอมกำลังนั่งมองพวกเพื่อนบ้านทั้งหลายที่หนีไปเที่ยวต่างประเทศกำลังสนุกสนานกับการถ่ายบรรยากาศรอบเมืองฮ่องกงในเวลาเช้าตรู่ให้ดู เจ้าก้อนลูกหมีก็เริ่มตั้งคำถามพร้อมยื่นหน้าเข้าไปติดกับหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความสงสัย

            [เห็นสิ เห็นชัดเลยล่ะ !] แล้วก็เป็นไบรอันที่ตอบกลับมาแถมยังหัวเราะร่ากับท่าทีของเด็กๆที่เริ่มพากันยื่นหน้าเข้าไปชิดกล้องหน้าโทรศัพท์ด้วยความชอบใจ [เจ๋งใช่ม้า ?]

            “เจ๋งมากเลยอาอั๋น อาอั๋นเห็นม้ากคึด้วยใช่ไหม ?

            [เห็นหมดทุกคนเลยล่ะ นี่ เดี๋ยวพี่มินจะซื้อขนมกลับไปฝากทุกคนเลยนะ]

            “จริงนะมินิ เย้ !” และยิ่งเมื่อได้ยินข้อเสนอที่น่าสนใจของพี่สาวห้อง 0403 เจ้าก้อนกลมๆทั้งห้าก็พากันดีอกดีใจอีกทั้งยังพากันยื่นหน้าจนแก้มกลมอวบแทบจะนาบติดไปกับกล้องโทรศัพท์ของแจบอมอีกด้วย

            นี่ อย่ายื่นหน้าไปติดหน้าจอสิ เดี๋ยวพวกลุงๆป้าๆเขาก็มองไม่เห็นหน้าพวกนายหรอกเพราะอย่างนั้นคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ถูกทอดทิ้งไว้ในเกาหลีเพียงลำพัง (ก็ไม่ได้น้อยใจที่หนีไปเที่ยวกันโดยไม่บอกไม่กล่าวหรอก จริงจริ๊ง !) จึงต้องยื่นโทรศัพท์ให้ห่างออกจากพวกเด็กๆเพราะเกรงว่าแก้มกลมๆที่แนบลงไปกับโทรศัพท์จะบังเสียจนอีกฝ่ายมองไม่เห็นพวกเขาน่ะสิ แล้วนี่จะกลับกันเมื่อไหร่ ?

            [อีกสองวัน เพิ่งมาถึงเมื่อคืน ขอเที่ยวให้หนำใจก่อน ไว้จะซื้อของไปฝาก โอ๊ะ โปรเน็ตใกล้หมดแล้ว ไปก่อนนะเดฟ บ๊ายบาย !]

            “เออ ตามสบาย…”

 

            ในเมื่อบทจะวิดิโอคอลมาก็คอลมาดื้อๆ เพราะอย่างนั้นบ็อบบี้เองก็เลือกที่จะตัดสายไปแบบดื้อๆด้วยเหตุผลที่กลัวโปรอินเทอร์เน็ตหมดเช่นกัน และการที่แจบอมรับรู้ว่าเพื่อนบ้านที่เขาหวังจะพึ่งพิงดันพากันหนีไปเที่ยวต่างประเทศกันหมด ก็ทำให้แจบอมต้องปรายตามองเจ้าพวกลูกเป็ดตัวแสบทั้งหลายที่นั่งจ้องเขากันหน้าสลอนพร้อมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

            อย่าบอกนะว่าต้องหอบไปงานเลี้ยงรุ่นทั้งหมดด้วยจริงๆ

 

            แด๊ดดี้ คยอมหิวแล้วล่ะ งือ…” หากแต่เสียงเรียกร้องจากนายท่านคนสุดท้องที่รีบเลื้อยมานั่งข้างๆแจบอมพร้อมใช้ศีรษะกลมโป๊งเหน่งถูไถแขนของเขาไปมาอย่างออดอ้อนก็ทำให้แจบอมต้องพับโครงการเรื่องการหาพี่เลี้ยงเด็กไปก่อน

 

            หนึ่งผู้ใหญ่กับทรงผมชี้ฟูหลังตื่นนอนและกระพรวนก้อนลูกเป็ดตัวน้อยอีกห้าชีวิตพากันเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟันเหมือนทุกเช้า ใช้เวลาร่วมๆสิบนาทีในการจับเจ้าพวกตัวแสบให้อยู่กับที่ไม่วิ่งเพ่นพ่านรอบห้องน้ำ รวมถึงช่วยล้างหน้าเช็ดหน้าจนหมดจด

 

            แด๊ดดี้ ดูผมแจ็คสันซี่ จ๊าบเหมือนแด๊ดดี้ไหม ?และในขณะที่กำลังหยิบผ้าขนหนูไปแขวนที่ราว เจ้าก้อนวายร้ายผมทองก็เรียกให้แจบอมหันไปมองพร้อมด้วยคำถามบางอย่าง และภาพตรงหน้าก็ทำให้แจบอมนึกขันเจ้าตัวแสบที่กำลังใช้มือที่ชุ่มน้ำปาดผมให้ตั้งขึ้นโดยอาศัยน้ำทำให้ผมเปียกแล้วลูบขึ้นด้านบนจนเป็นยอดแหลมอย่างน่ารักน่าชัง

            จาจาทำให้แบมแบมบ้างน้า แบมแบมก็อยากได้ผมจ๊าบๆเหมือนกันแต่ก่อนที่แจบอมจะเอ่ยตอบอะไรไป เจ้าก้อนผมปอยชมพูก็เริ่มเรียกร้องบ้าง ทำให้แจ็คสันต้องทำหน้าที่เป็นช่างทำผมที่เอามือวักน้ำจนเปียกชุ่มแล้วจัดการเซ็ตผมให้น้องรองให้เหมือนกับตัวเอง เย้ ! แบมแบมเท่เหมือนจาจาเลยใช่ไหมแด๊ดดี้ ?

            “ก็บอกว่าอย่าเรียกจาจาไงเล่า เรียกแจ็คสันซี่ !”

            “แจ็คสันทำให้ม้ากคึด้วยซี่ ม้ากคึก็อยากเท่ด้วยล่ะ น้าๆ

            “ถ้าม้ากคึทำ ยองแจนก็จะทำด้วย ทำให้ยองแจนด้วยนะแจ็คสัน

            “ทำให้คยอมด้วยซี่แจ็คสัน คยอมก็อยากเท่เหมือนแบมแบมเหมือนกัน

 

            แล้วภาพช่างทำผมตัวน้อยที่กำลังใช้มือชุ่มน้ำลูบผมของพี่น้องตัวเองจนกลายเป็นทรงเดียวกันไปหมดทั้งห้าคนก็ทำให้แจบอมได้แต่ขำหึหึในลำคออย่างนึกเอ็นดู พร้อมด้วยกลุ่มก้อนที่พากันวิ่งไปเบียดกันหน้ากระจกเพื่อเขย่งเท้าดูทรงผมทรงใหม่ หากแต่ความทรงอันน้อยนิดที่ไม่พ้นกระจก รวมถึงเก้าอี้ตัวเล็กในห้องน้ำที่แจบอมยังไม่ได้คืนจากห้อง 0716 เสียทีก็ทำให้มีเพียงเส้นผมที่ถูกปาดขึ้นจนแหลมเท่านั้นที่โผล่สะท้อนกับกระจกจนแจบอมต้องเข้ามาช่วยอุ้มเหล่าเด็กน้อยให้ขึ้นมาส่องกระจกทีละคนเพื่อเชยชมทรงผมที่แจ็คสันเป็นคนเนรมิตให้

 

            บางทีก็อดคิดไม่ได้ว่า ทำโมเดลทั้งคืนยังไม่เหนื่อยเท่าวิ่งไล่จับเด็กในห้องน้ำเลยโว้ย !

 

            หลังจากชื่นชมทรงผมแสนจ๊าบ (พวกเด็กๆว่ามาแบบนั้น) จนพอใจแล้ว เจ้าทาสอิมแจบอมจึงต้องจัดการพาเหล่านายท่านตัวกลมทั้งห้าเข้าครัวเพื่อเตรียมหามื้อเช้าให้กินต่อ ขนมปังสไลด์หนึ่งแถวถูกทยอยหย่อนลงเครื่องปิ้งขนมปังพร้อมกับโกโก้แบบซองที่เขาซื้อมาจากมินิมาร์ทเมื่อวันก่อนก็ถูกนำมาชงใส่แก้วใบน้อย รวมถึงกาแฟของตัวเองด้วยเช่นกัน

            โชคดีที่ขนมปังปิ้งปาดหน้าแยมสตรอว์เบอร์รี่กับโกโก้ร้อนทำให้พวกเด็กๆมีความสุขกับมื้อเช้าที่แสนจะเรียบง่าย ส่วนแจบอมก็ยังคงกินเพียงขนมปังปิ้งเปล่าๆสามแผ่นกับกาแฟเหมือนเคย เสียงพูดเจื้อยแจ้วยามเช้าของพวกเด็กๆที่ยังคงพูดถึงประเด็นของอนิเมชั่นปลาการ์ตูนที่เพิ่งจบไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนก็ทำให้แจบอมได้แต่นั่งฟังเงียบๆและพยักหน้ารับบ้าง (แต่ก็ไม่ได้เข้าใจหรอกว่าเจ้าพวกนี้กำลังพูดถึงอะไรกัน) เป็นระยะๆ

            และพอจบจากมื้อเช้าที่แสนจะเรียบง่ายแล้ว แจบอมก็จัดการปล่อยให้พวกเด็กๆนั่งเล่นของเล่นกับดูดีวีดีอนิเมชั่นกันไปพลางๆ ส่วนตัวเขาเองก็แอบใช้ช่วงเวลาที่ว่างอยู่นี้เข้ามาทำโมเดลต่อจากเมื่อคืนอีกนิดหน่อยเพื่อทดแทนในส่วนที่เขาจะต้องไปงานเลี้ยงรุ่นคืนนี้ แต่เพราะไม่รู้ว่าเขาทำมันเพลินเกินไป หรือเพราะเวลาในวันหยุดมักจะผ่านไปอย่างรวดเร็วเหมือนที่ใครๆก็ว่ากัน แต่การที่เขาเงยหน้าขึ้นมาแล้วพบว่านาฬิกาแขวนผนังในห้องทำงานที่บอกเวลาเกือบเที่ยงวันก็ทำให้เขาต้องละมือจากการทำงานทั้งหมดแล้วออกมาดูพวกเด็กๆต่อ

           

            งือน่าเบื่อจังเลยน้า

 

            แล้วก็เป็นไปตามคาด เมื่อแจบอมออกมาจากห้องทำงานและพบว่าตอนนี้กลุ่มก้อนตัวแสบทั้งห้าชีวิตพากันนอนราบไปกับพื้นห้องกันคนละท่า ไม่ว่าจะเป็นแจ็คสันที่นอนคว่ำหน้าแพลงกิ้งอย่างเหี่ยวเฉา หรือมาร์คกับแบมแบมที่นอนเลื้อยไหลอยู่บนโซฟา รวมไปถึงยองแจที่กลิ้งกลุกๆไปมาบนพื้นห้องและยูคยอมที่นอนกอดตุ๊กตามูมินจนแทบจะหลอมหลวมเป็นเนื้อเดียวกับตุ๊กตาแสนรักก็ทำให้แจบอมนึกสงสารอยู่ไม่น้อย

 

            ถึงได้บอกว่าการเป็นสถาปนิกพร้อมๆกับเลี้ยงเด็กไปด้วยมันไม่เข้ากันอย่างรุนแรงยังไงล่ะ !

 

            หิวข้าวกันหรือยัง ?แต่ก็อดที่จะรู้สึกผิดที่ปล่อยให้พวกเด็กๆอยู่กันตามลำพังมาหลายชั่วโมงไม่ได้ เพราะอย่างนั้นแจบอมจึงตั้งใจว่าจะพาเจ้าพวกตัวแสบทั้งหลายลงไปหามื้อเที่ยงกินที่ร้านอาหารใต้คอนโดแทน อย่างน้อยๆจะได้ไม่ต้องอุดอู้อยู่ในห้องกันทั้งวันเดี๋ยวลงไปกินข้าวข้างล่างก็แล้วกัน

            แด๊ดดี้จะพาพวกเราไปข้างนอกหรอ !?!” แล้วก็เป็นเหมือนทุกครั้งที่แจ็คสันจะรีบเด้งตัวขึ้นมาจากพื้นห้องทันทีเมื่อได้ยินว่าจะไม่ต้องอยู่ในห้อง

            ฮื่อ…” ทว่า ชุดนอนที่อยู่บนร่างกายของตัวเองและพวกเด็กๆก็ทำให้แจบอมยืนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ไปสภาพนี้คงไม่เป็นไรหรอกมั้งแล้วก็ตัดสินใจว่าจะไม่อาบน้ำก่อนลงไปกินข้าวเสียเลย

 

          ขืนต้องจับอาบน้ำอีกเขาได้เป็นลมก่อนกินข้าวเที่ยงแน่ๆ

 

            ดังนั้น อิมแจบอมพร้อมด้วยขบวนพาเหรดลูกเป็ดตัวกลมที่เดินต้วมเตี้ยมตามหลังเขามาก็พากันลงมาที่ชั้นหนึ่งของคอนโดมิเนียมเพื่อตระเวนหาร้านสำหรับฝากท้องในมื้อเที่ยงนี้ และสายตาหลายสิบคู่จากบรรดาเพื่อนบ้านที่เข้าออกคอนโดที่มองมาก็ทำให้แจบอมซึ่งเริ่มชินไปเสียแล้วได้แต่เดินผ่านไปอย่างไม่ใส่ใจ (แต่จริงๆก็พอจะรู้ตัวอยู่หรอกว่า นอกจากจะมองพวกเด็กๆแล้ว ก็คงจะมองสภาพกรังๆในชุดนอนของเขากับเจ้าพวกตัวแสบทั้งหลายด้วยเหมือนกัน) โดยร้านอาหารเล็กๆใต้คอนโดฯคือสถานที่ที่แจบอมเลือกจะฝากชีวิตไว้ในมื้อเที่ยงวันนี้

            และเพราะร้านอาหารในวันหยุดสุดสัปดาห์ที่ค่อนข้างโล่งเนื่องจากวันหยุดแบบนี้เหล่าแม่บ้านก็คงจะทำอาหารให้ครอบครัวกินเองหรือพากันออกไปกินนอกบ้าน ทำให้แจบอมและพวกเด็กๆใช้เวลาไม่นานนักกับการนั่งรออาหารในร้าน มักกะโรนีผัดซอสมะเขือเทศที่ยูคยอมกับมาร์คเป็นคนเลือก ข้าวผัดกิมจิของยองแจกับแบมแบม และไก่ทอดบาร์บีคิวที่เขากับแจ็คสันเลือก รวมถึงต็อกปกกีจานเล็กอีกหนึ่งจานที่เขาสั่งมาเพิ่มจึงถูกนำมาเสิร์ฟอย่างรวดเร็ว

 

            น่ากินจังเลย !” ควันที่ลอยฟุ้งกับกลิ่นหอมฉุยของอาหารบ่นโต๊ะทำให้เจ้าลูกหมีตัวโตที่นั่งมองอาหารไม่วางตาพูดขึ้นมา ส่วนคุณพ่อจำเป็นก็ต้องรีบตักอาหารแบ่งใส่จานให้พวกเด็กๆเช่นกันเพราะตอนนี้กระเพาะอาหารของเขามันก็ชักจะเริ่มเรียกร้องหาอาหารหนักขึ้นทุกที

            คยอม ม้ากคึ แบมแบมขออันนั้นนิดนึงซี่และอันนั้นที่เจ้าก้อนแก้มป่องแบมแบมพูดถึงก็คือมักกะโรนีนั่นเอง

            แจ็คสัน ยองแจนขอหม่ำหม่ำไก่ทอดนิดนึงน้าถึงยองแจจะหันไปขอไก่ทอดจากพี่ชายเบอร์สองก็ตามที แต่สุดท้ายแล้วไก่ทอดติดกระดูกก็ทำให้แจบอมต้องมานั่งแกะเพื่อป้อนเจ้าก้อนแก้มอวบอยู่ดี

           

            แต่เพราะอาหารของวันนี้ค่อนข้างกินง่าย ทำให้แจบอมและพวกเด็กๆใช้เวลาในร้านอาหารไม่นานนัก ก่อนจะพากันออกมาจากร้านแล้วตรงดิ่งไปที่ลิฟต์เตรียมจะขึ้นห้องไปนอนตีพุงพักผ่อนช่วงบ่าย โดยที่แจบอมเองก็ยังคงคิดไม่ตกถึงเรื่องการจัดการกับพวกเด็กๆในช่วงที่เขาจะต้องไปงานเลี้ยงรุ่นอยู่ดี แต่เขาก็เริ่มทำใจไว้แล้วล่ะว่า อย่างไรเสียก็คงจะต้องพาเจ้าก้อนจอมยุ่งทั้งหลายไปด้วยจริงๆ

 

            เอาวะพาไปก็ดี จะได้ยกมาเป็นข้ออ้างหนีกลับคอนโดไวๆ

 

            นี่ๆ พี่ชายคนนั้นใช่พี่จีนยองไหมนะ ?

            ‘ งือแบมแบมไม่แน่ใจอ่ะจาจา ปกติพี่จีนยองใส่แว่นนี่นา

            ‘ งั้นก็ลองเรียกดูซี่นั่นใช่พี่จีนยองไหมฮะ !?! ’

 

            แต่ในขณะที่แจบอมกำลังวางแผนถึงสิ่งที่เขาจะต้องทำในช่วงบ่ายลากยาวไปถึงเย็นในวันนี้ จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงแหลมๆของใครสักคนในบรรดากลุ่มก้อนวายร้ายที่ยืนจูงมือเขากันอยู่ดังแทรกขึ้นมา และมันจะไม่น่าตกใจเท่าไหร่ ถ้าสิ่งที่เขาได้ยินคือบทสนทนาทั่วไปของพวกเด็กๆ หากแต่มันไม่ใช่อย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็นชื่อของใครบางคนที่ถูกแปลงขึ้นมา แต่ถึงอย่างนั้นแจบอมก็จำได้ดีว่าเป็นคนที่เขารู้สึกคุ้นๆในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างน่าประหลาด

 

            นี่…” และในขณะที่กำลังจะหันไปเอ็ดพวกเด็กๆที่ส่งเสียงดังแถมเรียกชื่อเจ้าแว่นขี้เหวี่ยงขึ้นมาเฉย จู่ๆแจบอมก็ต้องชะงักเมื่อเห็นคนที่กำลังยืนรอลิฟต์อยู่ข้างๆกับเขาเสียก่อน อ้าว คุณ… ?”

 

            และแจบอมก็ถึงบางอ้อโดยทันทีเมื่อพบว่า คนที่ยืนรอลิฟต์อยู่ข้างๆกันกับเขาในตอนนี้คือเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ชั้น 7 และเพิ่งจะไปร่วมวงกินเนื้อย่างกับพวกเขามาเมื่อวานนี้ หากแต่ลักษณะการแต่งกายของวันนี้อาจจะทำให้แจบอมไม่สามารถเรียกอีกฝ่ายว่า เจ้าแว่นขี้เหวี่ยงได้เหมือนเคย

            เพราะวันนี้เพื่อนบ้านที่เขามักจะเจอในสภาพที่ใส่แว่นกับชุดเสื้อไหมพรมอยู่บ่อยๆกลับมาในภาพลักษณ์การแต่งตัวที่แตกต่างออกไปจากทุกวัน ใบหน้าที่ปราศจากแว่นตาเหมือนทุกทีกับทรงผมที่ปกติปาร์คจินยองชอบปล่อยหน้าม้าลงปรกหน้า ในวันนี้กลับถูกเซ็ตขึ้นด้วยเจลเซ็ตผมจนเปิดช่วงหน้าผาก อีกทั้งเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนกับกางเกงแสล็คสีดำ กลิ่นโคโลญจน์สำหรับผู้ชายที่เตะจมูกแจบอมอยู่เนืองๆ รวมถึงรองเท้าหนังสีดำกับนาฬิกาข้อมือสายโลหะที่เมื่อดูรวมๆกันแล้วทำให้แจบอมไม่รู้สึกคุ้นตาสักนิด

 

            ถึงจะบอกว่าการแต่งตัวทำให้บุคลิกของคนเราเปลี่ยนไป แต่เปลี่ยนไปขนาดนี้มันก็เกินคาดไปโว้ย !!

 

            “อ่าเจอกันอีกแล้วแต่ดูเหมือนว่าเพื่อนบ้านห้อง 0716 จะไม่ได้มีท่าทีตกใจมากเท่าไหร่ นอกจากนั้นยังทักทายเขาและพวกเด็กๆอีกด้วย ลงมากินข้าวเที่ยงกันเหรอเด็กๆ ?และเริ่มเปิดบทสนทนากับสิ่งมีชีวิตตัวน้อยที่เป็นสัญญาณบ่งบอกว่า อิมแจบอมกำลังจะกลายเป็นอากาศโดยสมบูรณ์อีกครั้ง

            ใช่แล้วล่ะพี่จีนยอง เมื่อกี๊แด๊ดดี้พาพวกเราไปกินข้าวที่ร้านนู้นมาล่ะฮะซึ่งคนตอบก็คือเจ้าก้อนลูกหมีน้องเล็กนั่นเอง

            พี่จีนยองไปไหนมาหรอ ?ตามมาด้วยคำถามของมาร์คที่สังเกตเห็นว่าพี่ชายเพื่อนบ้านที่ยืนอยู่ข้างๆกันมีเอกสารกองหนึ่งในอ้อมแขนและกระเป๋าเป้สีดำสนิทหนึ่งใบที่ดูสมกับวัยของเจ้าตัว

            เพิ่งกลับมาจากมหาวิทยาลัยน่ะและคำตอบของปาร์คจินยองก็ทำให้เจ้าก้อนทั้งหลายพากันพยักหน้าหงึกๆไปตามๆกันนี่ แค่พี่ไม่ใส่แว่นถึงกับจำกันไม่ได้เชียวเหรอ ?ทั้งยังถามเย้าหยอกพวกเด็กๆที่พากันสับสนกับการแต่งตัวของตัวเองอีกด้วย

            แต่พี่จีนยองแต่งตัวแบบนี้ก็เท่เหมือนกันน้า ยองแจนชอบจังเลย

            “ขอบใจนะเมื่อได้ยินแบบนั้น ปาร์คจินยองจึงเอื้อมมือไปลูบศีรษะของยองแจอย่างนึกเอ็นดู ก่อนจะปรายตาขึ้นมาหาคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวในสภาพผมชี้ฟูกับเสื้อยืดเก่าๆและกางเกงนอนขาสั้นที่ตอนนี้ถูกทอดทิ้งไปเรียบร้อยแล้ว คุณตื่นแล้วใช่ไหมเนี่ย ?

 

            พร้อมด้วยแกล้งเย้าหยอกคำถามเชิงแซวขำๆและฝ่ามือเรียวที่โบกผ่านหน้าของแจบอมเบาๆอยู่สองสามที ทำให้ร่างสูงยืนชะงักไปครู่หนึ่ง นอกจากจะแต่งตัวแปลกตาแล้ว การที่อีกฝ่ายทักทายเขาในรูปแบบที่แตกต่างออกไปจากทุกวันก็ทำให้แจบอมได้แต่เลิกคิ้วอย่างนึกสงสัย

 

            ถ้าคุณแซวเพราะเห็นว่าผมใส่ชุดนอนล่ะก็…” แต่ถึงอย่างนั้นแจบอมก็จะยอมรับมุกของเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดอยู่ดี จริงๆแล้วผมแค่ขี้เกียจจับเจ้าพวกตัวแสบอาบน้ำต่างหาก

            “ผมแซวเล่นหรอกน่า ต้องมาดูแลเด็กๆในวันหยุดแบบนี้ เหนื่อยหน่อยนะครับและถ้าแจบอมตาไม่ฝาด เขาคิดว่าเขาแอบเห็นเพื่อนบ้านผู้อารมณ์แปรปรวนแอบยิ้มน้อยๆด้วยล่ะ มั้ง ?

           

            แต่ก็ยังไม่ทันที่จะได้คุยอะไรกันต่อ ลิฟต์ก็ได้ลงมาถึงชั้นหนึ่งพอดี ทำให้สองชายหนุ่มกับเหล่าเด็กน้อยตัวกลมอีกห้าคนพากันเดินเข้าลิฟต์เพื่อเตรียมกลับห้องของตัวเอง

 

            พี่จีนยองหม่ำหม่ำข้าวเที่ยงหรือยังฮะ ?และเมื่อประตูลิฟต์ปิดลง ยองแจที่เมินแจบอมด้วยการย้ายไปยืนข้างเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดเป็นที่เรียบร้อยก็เริ่มชวนอีกฝ่ายคุย

            กินมาจากมหาวิทยาลัยแล้วล่ะ

            “พี่จีนยอง วันนี้พี่จีนยองว่างไหม ?แล้วก็ตามมาด้วยประโยคคำถามของมาร์คที่ทำให้แจบอมเริ่มรู้สึกร้อนๆหนาวๆชอบกล วันนี้พี่จีนยองจะมาเล่นกับพวกเราไหม ?ก็บอกแล้วว่าถ้าเขาซื้อหวย รับรองเลยว่าไม่พลาดอย่างแน่นอน

            นี่อย่าไปรบกวนพี่เขาสิเพราะอย่างนั้นแจบอมจึงรีบดักคอขึ้นมาเสียก่อนขอโทษนะคุณแล้วก็รีบหันไปขอโทษเพื่อนบ้านที่ยืนอยู่ข้างๆกัน

            ไม่เป็นไรหรอกครับและอีกฝ่ายก็ทำเพียงยิ้มน้อยๆเป็นเชิงว่าไม่ได้คิดอะไรมาก

            เสียดายจังเลยน้าถึงกระนั้นแบมแบมก็บ่นอุบนิดๆแถมยังอมลมพองแก้มเป็นเชิงเสียดายจนแจบอมอดหมั่นไส้ขึ้นมาไม่ได้ มองจะอยากไปเล่นกับเขาจังเลยนะเฟ้ย !

            “อยู่แต่ในห้องคงเบื่อกันแย่เลย ทำไมคุณไม่พาเด็กๆไปสนามเด็กเล่นตอนบ่ายล่ะ ?แล้วปาร์คจินยองก็เริ่มชวนคุยต่อเพื่อไม่ให้บรรยากาศในลิฟต์ดูเงียบจนเกินไป แต่จริงๆแค่เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเจ้าพวกตัวยุ่งที่พากันยืนเบียดไปมาในลิฟต์มันก็ดังอยู่ประมาณหนึ่งแล้วเหมือนกัน

            ไม่ดีกว่าแจบอมรีบตอบไปโดยไม่คิดทันที เขาไม่อยากจะต้องไปเป็นพ่อบ้านใจกล้านั่งท่ามกลางเหล่าแม่บ้านอีกแล้ว อีกอย่าง…”

            “…”

            “เย็นนี้ผมต้องไปงานเลี้ยงรุ่น เดี๋ยวค่อยพาออกข้างนอกไปทีเดียวดีกว่าสาบานเลยว่าเขาพยายามที่จะไม่ถอนหายใจเมื่อต้องพูดแบบนี้ให้เพื่อนบ้านเห็น แต่มันก็อดหนักใจเมื่อต้องคิดภาพว่าตัวเองต้องมานั่งดูแลเจ้าตัวแสบที่ซนแสบกันบรรลัยแทบทุกคนในงานเลี้ยงรุ่นไม่ได้อยู่ดี

            งานเลี้ยงรุ่นเหรอดีจังเลยนะครับปาร์คจินยองพึมพำพลางพยักหน้าเบาๆ น่าอิจฉาจัง เพื่อนๆของผมไม่เห็นมีงานอะไรแบบนี้บ้างเลยก่อนจะพูดพร้อมหัวเราะคิกคักนิดๆ

 

            แหม่นอกจากจะแต่งตัวแปลกหูแปลกตา แถมพูดเยอะแล้ว ก็ดูจะอารมณ์ดี๊ ดีจังเลยเนอะ !

 

            แต่เพราะแจบอมเองก็ไม่ได้รู้สึกยินดีปรีดาที่เพื่อนๆของเขาพากันจัดงานเลี้ยงรุ่น (แถมตัวเองต้องไปเพราะถูกเพื่อนโทรมาบังคับ) ดังนั้นก็เลยได้แต่ยืนตีหน้าบูดไม่ตอบอะไรกลับไป ทว่า แจบอมเองก็คงจะลืมตัวว่าไม่ได้มีเพียงแค่เขาที่เป็นคนช่างสังเกต เพราะการที่ปาร์คจินยองยืนกอดอกพิงผนังลิฟต์แล้วเหล่ตามองเขาเล็กน้อยก็ทำให้แจบอมต้องเหล่ตามองกลับไปโดยยักคิ้วเป็นเชิงให้อีกฝ่ายพูดในสิ่งที่อยากจะพูด

 

            หน้าตาคุณดูมีเรื่องหนักใจนะและการที่อีกฝ่ายทายไม่ได้พลาดไปสักนิดก็ทำให้แจบอมได้แต่ยักไหล่กลับไปแทนคำตอบ ทำไมไม่ฝากเด็กๆไว้กับพวกเพื่อนบ้านของคุณซะล่ะครับ ถ้าจะต้องมากังวลแบบนี้ เดี๋ยวก็ไปงานไม่สนุกกันพอดีแถมยังอธิบายรายละเอียดปลีกย่อยเสียจนแจบอมขนลุกขนพองอีกต่างหาก

 

            ทายแม่นไปแล้วเว้ย !

 

            “ไม่ใช่ไม่อยากฝากหรอกคุณ แต่เพื่อนหนีไปเที่ยวต่างประเทศกันหมดน่ะสิสาบานเลยว่าแจบอมไม่ได้คับแค้นใจเพื่อนบ้านที่พึ่งพาในยามคับขันไม่ได้สักนิด แค่เอานิ้วไขว้หลังไว้ตอนพูดเฉยๆ ช่างเถอะคุณ เดี๋ยวผมเอาของกินมาตะล่อมนิดหน่อยก็คงจะซนกันน้อยลงล่ะมั้งอารู้สึกเหมือนอยู่ในช่วงพ่อบ้านปรับทุกข์ยังไงก็ไม่รู้สิ

            “…” ซึ่งหลังจากที่แจบอมตอบไปแบบนั้น ก็ทำให้ปาร์คจินยองกวาดสายตามองเหล่าเด็กน้อยตัวกลมที่เดินพันแข้งพันขาผู้ใหญ่ทั้งสองไปมาเหมือนลูกลิงที่อยู่ไม่สุข “’งั้น…”

 

            จะให้เด็กๆมาอยู่กับผมช่วงที่คุณไปงานเลี้ยงรุ่นไหมล่ะครับ ?

 

            ทว่า ประโยคถัดมาของเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่ถามเขาออกมาหน้าตาเฉยกลับทำให้แจบอมที่ยืนตีหน้านิ่งกอดอกพิงกำแพงอยู่ถึงกับหันขวับไปมองคนพูดทันที เช่นเดียวกับเจ้าเปี๊ยกตัวกลมทั้งห้าที่ตอนแรกกำลังยืนมองพี่ชายเพื่อนบ้านพูดอยู่ก็เริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไปทันที

 

            พี่จีนยองจะให้พวกเราไปเล่นที่ห้องของพี่จีนยองหรอ !?!” และท่าทีที่ว่าก็คือการที่แจ็คสันเบิกตาโพลงพร้อมถามคนที่เพิ่งพูดจบด้วยท่าทีที่ดูเริงร่าเต็มสูบจนแจบอมอดบึนปากหมั่นไส้ไม่ได้

            พี่จีนยองหมายความแบบนั้นจริงหรอแจ็คสัน !?!” ตามมาด้วยยูคยอมเองที่มีท่าทีไม่ต่างจากแจ็คสันนัก

            อา ถ้าคุณพ่อเขาไม่ว่าอะไรล่ะก็นะ…” ทั้งยังมีการเหลือบมามองแจบอมที่ยืนนิ่งอยู่อีกด้วย ไม่ต้องเกรงใจนะครับ ถือเสียว่าตอบแทนเรื่องเมื่อวันนั้นที่คุณอุตส่าห์ก็ไปส่งผมที่มหาวิทยาลัยก็แล้วกันแล้วก็ยังใส่หมายเหตุเพิ่มเติมมาอีกด้วย

            “เรื่องแค่นั้นไม่เห็นจะต้องคิดเล็กคิดน้อยเลยคุณแจบอมเองก็ได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่เมื่อมองเจ้าตัวแสบที่ยืนยุกยิกกันอยู่ในลิฟต์ แค่ไปส่งที่มหาวิทยาลัยมันเทียบไม่ได้กับเลี้ยงเด็กห้าคนเลยนะ ผมไม่อยากรบกวนคุณหรอกก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างหนักใจ แถมห้าคนที่ว่านี่ก็ซนเอาเรื่องกันทุกคนเสียด้วย เขาไม่อยากจะรบกวนเพื่อนบ้านที่ไม่ได้สนิทกันเท่ากับพวกบ็อบบี้หรือเจ๊ๆห้อง 0403 มากจนเกินไปหรอกนะ

            ผมก็แค่ลองเสนอทางเลือกเฉยๆ เผื่อว่าคุณจะสนใจน่ะ แต่ทั้งหมดก็ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของคุณอยู่ดีนั่นล่ะครับและนักศึกษาหนุ่มก็นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าลงไปคุยกับเด็กๆที่กำลังยืนล้อมรอบตัวเองอยู่ยังไงก็ลองคุยกับคุณพ่อเขาดูก็แล้วกันนะเด็กๆ

            “แด๊ดดี้ ให้พวกเราไปเล่นกับพี่จีนยองได้ไหม น้า ~และความน่าหมั่นไส้ก็เริ่มต้นอีกขึ้นอีกครั้งเมื่อยองแจกับแบมแบมพากันเดินมาจูงมือเขาพร้อมใช้ศีรษะกลมๆถูไถที่ข้างลำตัวของแจบอมไปมาอย่างออดอ้อน พวกเราจะไม่ดื้อกับพี่จีนยองเลยล่ะ ยองแจนสัญญา นะนะนะ

            “นี่ฉันก็เกรงใจเขานะซึ่งลูกอ้อนของเจ้าก้อนแก้มอวบก็ทำให้แจบอมต้องเบือนสายตาหนีทันที อย่างไรก็ตามเขาจะใจอ่อนกับลูกตื๊อของเจ้าพวกนี้ไม่ได้เด็ดขาด แต่แจบอมเองก็คงจะไม่ได้สังเกตเหมือนเคยว่าเพื่อนบ้านที่ยืนอยู่ข้างๆกันกำลังยืนขำท่าทีของเขาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

            ม้ากคึจะดูแลทุกคนเอง ม้ากคึจะไม่ให้ทุกคนซนกับพี่จีนยองเลยล่ะ แด๊ดดี้ไว้ใจม้ากคึได้เลยน้า ขอพวกเราไปเล่นกับพี่จีนยองน้าแด๊ดดี้แต่ดูเหมือนว่าแม้แต่พี่ใหญ่ของกลุ่มเองก็ไม่ได้ให้ความร่วมมือกับแจบอมสักนิดเดียว

           

            ติ๊ง !

 

            จนในที่สุด เสียงลิฟต์ที่ดังขึ้นพร้อมตัวเลขชั้น 4 ที่โชว์อยู่บนหน้าจอบอกหมายชั้นที่แจบอมกดเอาไว้ก็ทำให้ประตูลิฟต์เปิดออก เหล่ากระพรวนก้อนที่เดินดุ๊กดิ๊กนำหน้าออกไปจากลิฟต์ ตามด้วยแจบอมทำให้เวลานี้ภายในลิฟต์จึงเหลือเพียงเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่กำลังยืนมองครอบครัวคุณพ่อลูกห้าในชุดนอนอย่างนึกเอ็นดู

 

            งือแด๊ดดี้ พวกเราไปเล่นกับพี่จีนยองไม่ได้จริงๆหรอแด๊ดดี้ ? น้า ~

 

            แต่ในขณะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดลง เสียงงุ้งงิ้งของแจ็คสันที่พยายามจะตื๊อมนุษย์พ่อที่เอาแต่ยืนตีหน้านิ่งก็ทำให้คนที่อยู่ในลิฟต์ตัดสินใจกดปุ่มเปิดประตูลิฟต์ค้างไว้ และการที่ประตูซึ่งกำลังจะปิดลงเปิดออกอีกครั้งก็ทำให้แจบอมที่กำลังถูกพวกเด็กๆพากันยิงสารพัดลูกตื๊อต้องหันมามองคนในลิฟต์อย่างงุนงง

 

            มีอะไรหรือเปล่าคุณ ?แล้วก็ไม่รีรอที่จะถามออกไป แต่เชื่อเถอะว่าเขาไม่น่าจะทายพลาดเหมือนกับทุกทีตามเคย

            ผมแค่จะบอกว่า คุณไม่ต้องเกรงใจผมจริงๆนะและคำพูดของคนที่อยู่ในลิฟต์ก็ทำให้แจบอมเลิกคิ้วอย่างสงสัยมากขึ้นไปอีก ยังไงพวกเด็กๆก็ชวนผมไปเล่นด้วยตั้งหลายครั้งแล้ว แต่สุดท้ายก็ไม่มีโอกาสสักที

            นั่นซี่ ~ พวกเราขอไปเล่นกับพี่จีนยองน้า พวกเราจะเป็นเด็กดี จะไม่ซนกับพี่จีนยองจริงๆน้า คยอมเกี่ยวก้อยสัญญากับแด๊ดดี้เลย นะนะนะ

            “ช่วยไม่ได้…” แจบอมว่าก่อนจะถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่เท่าไหร่ของวันแล้วก็ไม่รู้เหมือนกัน เดี๋ยวผมจะให้พวกเด็กๆเลือกเอาเองก็แล้วกันและเมื่อได้ยินที่เขาพูดออกไปแบบนั้น ปาร์คจินยองจึงเดินออกมาจากลิฟต์เพื่อไม่ให้ประตูเปิดทิ้งค้างไปนานกว่านี้ (เดี๋ยวจะโดนเพื่อนบ้านคนอื่นด่าเอาน่ะสิ)

            “จริงๆเล้ย…”

            “เอาล่ะและในขณะที่กำลังจะเกิดเหตุชุลมุนที่พวกเจ้าก้อนตัวแสบทั้งหลายกำลังจะก่อม็อบร้องเรียนขอไปห้องของเพื่อนบ้านชั้นเจ็ด (ก็ไม่ได้อยากจะหมั่นไส้หรอก แต่อะไรจะอยากไปกันเบอร์นั้น !) แจบอมจึงย่อตัวลงนั่งในระดับสายตาของเจ้าเปี๊ยกที่กำลังออดอ้อนเขาอยู่อย่างไม่ลดละความพยายามก่อนจะดีดนิ้วดังหนึ่งเป๊าะเป็นสัญญาณให้พวกเด็กๆสนใจในสิ่งที่เขาจะพูดต่อ ฉันจะให้พวกนายเลือก แต่มีข้อแม้ว่าคำตอบของพวกนายจะต้องเหมือนกันทุกคนนะ

            “เลือก… ? เลือกอะไรหรอแด๊ดดี้ ?และเป็นเพราะว่าเขายังไม่ได้บอกพวกเด็กๆเรื่องที่จะไปงานเลี้ยงรุ่นเย็นนี้ ทำให้ดวงตากลมแป๋วทั้งหาคู่พากันกะพริบปริบๆอย่างสงสัย

            จริงๆวันนี้ฉันจะต้องไปงานเลี้ยงตอนหกโมงเย็น แล้วงานนี้อาเจย์กับอาวอนพิลก็ไปด้วย…” และท่าทีของเจ้าพวกตัวแสบก็เริ่มดูจะตื่นเต้นขึ้นเมื่อได้ยินชื่อของคุณอาทั้งสองที่เคยเจอกันมาครั้งหนึ่ง

            อาเจย์กับพิลลี่หรอแด๊ดดี้ !?! แล้วแล้วพวกเราไปเล่นอาเจย์กับพิลลี่ได้ไหมแด๊ดดี้ ?” ซึ่งเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของมาร์คก็ทำให้แจบอมยกมือปรามขึ้นมา

            พวกนายจะไปหรือไม่ไป นั่นคือสิ่งที่พวกนายต้องเลือก…” แจบอมทิ้งช่วงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจยิงคำถามที่เขาไม่รู้เลยว่า มันกำลังจะกลายเป็นปัญหาระดับชาติของเด็กน้อยทั้งห้าตรงหน้าของเขา

 

            ฉันจะให้เลือกระหว่างจะไปงานเลี้ยงกับฉันเย็นนี้ หรือจะอยู่กับพี่จินยองที่นี่ ?

 

           

            .

            .

            .

 

 

            และการที่แจบอมรวมไปถึงเหล่ามนุษย์ก้อนกลมทั้งห้าต้องมานั่งจัดกระเป๋าเป้สีสันสดใสใบใหญ่ (ที่แต่เดิมเคยเป็นของดาฮยอน แต่เจ้าลูกลิงบอกว่าสีสันมันดูน่ารักไปก็เลยไม่อยากใช้) ที่อัดแน่นไปด้วยของเล่น ขนมมาชเมลโล่กับปีโป้ กล่องหุ่นเลโก้ หนังสือนิทานสองภาษาหนึ่งเล่ม ดีวีดีอนิเมชั่นประมาณสามสี่แผ่น รวมถึงเสื้อกันหนาวทั้งห้าตัวก็เป็นคำตอบที่แจบอมได้รับเมื่อสามชั่วโมงก่อน

 

            ฉันจะให้เลือกระหว่างจะไปงานเลี้ยงกับฉันเย็นนี้ หรือจะอยู่กับพี่จินยองที่นี่ ?

 

            คำถามสั้นๆเพียงประโยคเดียวที่แจบอมถามเพื่อต้องการคำตอบในเวลาอันรวดเร็วกลับกลายเป็นปัญหาระดับข้อสอบเอนทรานซ์สำหรับเด็กตัวน้อยทั้งห้าที่พากันสะดุ้งโหยงเมื่อได้ยินตัวเลือกทั้งสองข้อที่สุดแสนจะลำบากใจในการเลือกอย่างถึงที่สุด และสายตาทั้งห้าคู่ที่พากันมองไปมาอย่างล่อกแล่กก็ทำเอาสองผู้ใหญ่ที่ยืนมองอยู่อดขำน้อยๆไม่ได้

 

          งือทำยังไงดีล่ะ ? คยอมอยากเล่นกับพี่จีนยองมากเลยนะ แต่คยอมก็อยากไปเล่นกับพิลลี่ด้วยล่ะ

            ‘ นั่นซี่ ม้ากคึก็อยากเล่นกับพิลลี่นะ แต่ม้ากคึก็อยากเล่นกับพี่จีนยองด้วยเหมือนกัน

            ‘ เลือกยากจังเลยน้า แด๊ดดี้พวกเราเล่นกับทุกคนเลยไม่ได้หรอ ?

         

          ถึงจะบ่นและงอแงกันอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายเจ้าก้อนทั้งห้าก็พากันสุมหัวรวมตัวกันเป็นก้อนโมจิขนาดยักษ์เพื่อเปิดประชุมปรึกษาปัญหาระดับชาติของเด็กระดับอนุบาลที่แจบอมแอบได้ยินเสียงงุ้งงิ้งๆของเจ้าพวกตัวแสบทั้งหลายที่เริ่มจะแตกคอกันเองเสียแล้ว

 

          ใจร้ายจังเลยนะคุณน่ะ… ’ แต่ก็ไม่วายที่จู่ๆเขาจะโดนเจ้าแว่นอ่าไม่สิ วันนี้ไม่ได้ใส่แว่นนี่นะ แล้วก็ไม่วายที่เขาจะโดนปาร์คจินยองค่อนขอดมาอีกต่างหาก ตัวเลือกของคุณมันยากไปสำหรับเด็กๆมั้งครับซึ่งนั่นก็ทำให้แจบอมที่ไม่รู้จะตอบอะไรได้แต่ตีหน้ายุ่งที่โดนจิกกัดไปตามระเบียบ

 

          เขาไม่ได้ใจร้ายสักหน่อย เจ้าพวกนั้นต่างหากที่โลภมาก เขาไม่ผิดนะ !

 

          แด๊ดดี้ พวกเราตกลงกันได้แล้วล่ะ ! ’ พร้อมๆกับที่ก้อนโมจิที่ยืนสุมหัวกันครู่หนึ่งพากันสลายโต๋ พร้อมกับรอยยิ้มหวานที่ยิงฟันกันจนแจบอมรู้สึกขนลุกวูบวาบพิกลๆ

 

            วันนี้พวกเราขอไปเล่นกับพี่จีนยองน้า ~ ’

 

            และทั้งหมดทั้งมวลก็คือสาเหตุที่ทำให้แจบอมต้องมานั่งจัดกระเป๋า (ซึ่งในความหมายของเขาก็คือ หยิบของใส่กระเป๋าไปก็เท่านั้น ไม่ได้มานั่งพับนั่งจัดอะไรหรอก) ใส่สัมภาระยังชีพสำหรับเจ้าพวกลูกเป็ดตัวยุ่งทั้งหลาย (ที่เขามองว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรสักนิด หนังสือนิทานเอย ดีวีดีการ์ตูนเอย ขนมเอย) ที่ตอนนี้โดนเขาสั่งให้ไปอาบน้ำแต่งตัวเปลี่ยนเป็นชุดนอนเพื่อที่จะได้ไม่ต้องขนเสื้อผ้าไปรบกวนค่าน้ำที่ห้องของเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดเพิ่มอีก

 

            ผมอยู่ที่ห้องตลอดช่วงบ่าย คุณจะพาเด็กๆมาส่งเมื่อไหร่ก็เคาะประตูเรียกได้เลยก็แล้วกันนะครับไว้มาเล่นกันนะเด็กๆ

 

            พร้อมกับที่แจบอมเหลือบมองนาฬิกาและพบว่าเป็นเวลาสี่โมงกว่าแล้ว พลางนึกถึงคำบอกกล่าวจากเจ้าของห้องที่กำลังจะกลายเป็นผู้มีพระคุณของเขาในวันนี้ พอดีกับที่เจ้าก้อนตัวแสบทั้งหลายพากันเดินเรียงแถวออกมาจากห้องน้ำในสภาพชุดนอนลายตัวการ์ตูนสัตว์ที่แตกต่างกันออกไปในสภาพผมเปียกชุ่ม ร้อนถึงแจบอมที่ต้องจับเจ้าพวกตัวร้ายทั้งหลายให้นั่งกับพื้นเพื่อไล่เช็ดผมให้แต่ละคน

            และถึงวันนี้ต่อให้เขาไม่ต้องเป็นคนอาบน้ำให้เจ้าพวกตัวแสบที่กำลังนั่งยุกยิกๆกันอยู่ก็จริง แต่การที่เขาจะต้องคอยจับเจ้าก้อนกลมๆทั้งหลายที่พากันอยู่ไม่สุขระหว่างที่เขาไล่เช็ดผมให้ทีละคนก็ทำเอาแจบอมแทบจะหมดแรงไปหลายขนานอยู่เหมือนกัน พอจับยองแจเช็ดผม แจ็คสันที่ผมยังไม่แห้งดีก็วิ่งพล่านไปทั่วห้อง เช่นเดียวมาร์ค แบมแบม และยูคยอมที่พากันไปนั่งซนกับกระเป๋าที่เขายัดสัมภาระไว้ให้

 

          รวมถึงเห็นด้วยว่าเจ้าลูกหมีตัวโตกำลังแอบหยิบปีโป้หนึ่งอันออกมาจากกระเป๋าอีกต่างหาก

 

            จากนั้น พอเปลี่ยนมาเช็ดผมให้แบมแบมต่อ ยองแจที่ผมแห้งดีแล้วก็ไปรวมตัวเล่นกับพี่น้องของตัวเอง เพราะอย่างนั้นกว่าแจบอมจะเรียกจะจับจะลากจะอุ้มแต่ละคนให้อยู่เฉยๆได้ก็แทบจะหน้ามืดหัวทิ่มไปกับพื้นห้องเลยทีเดียว

 

          ให้ตายสิขนาดไม่ได้จับอาบน้ำยังเหนื่อยขนาดนี้เชียวเหรอ !?!

 

            แต่เพราะเวลาที่เหลือไม่มากก็จะถึงนัดหมายแล้ว แจบอมจึงต้องรีบคว้าผ้าเช็ดตัววิ่งเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำแต่งตัวบ้าง โชคดีที่แจบอมไม่ใช่คนอาบน้ำนาน (แต่สะอาดนะโว้ย !) ดังนั้น อีกสิบนาทีต่อมา เสื้อยืดคอกลมสีดำสนิทกับกางเกงยีนส์ฟอกสีที่ควั่นขาตามสมัยนิยมก็ถูกนำมาประดับบนตัวของเขา พร้อมด้วยสเปรย์ระงับกลิ่นกายอีกเล็กน้อยก็พอจะทำให้เขามีสภาพดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาบ้าง

 

          ส่วนไอ้หน้าม้าเต่อๆแหว่งๆเขาจะพยายามเมินๆมันไปก็แล้วกัน !

 

            “หูว ~ ดูซี่ๆ แด๊ดดี้จ๊าบอีกแล้วล่ะ !” และทันทีที่แจบอมเดินออกมาจากห้องนอนที่เขาใช้แต่งตัวเมื่อครู่นี้ เจ้าก้อนวายร้ายในชุดนอนลายโดราเอม่อนสีฟ้าก็รีบทักขึ้นมาทันที

            จริงด้วย !” พร้อมกับที่ยองแจทำจมูกฟุดฟิดๆอยู่ครู่หนึ่ง ตัวแด๊ดดี้หอมจังเลย ยองแจนช้อบชอบส่วนเจ้าก้อนแก้มอวบก็คงจะหมายถึงกลิ่นสเปรย์ที่เขาเพิ่งฉีดไปเมื่อครู่นี้ล่ะมั้ง

            เอาล่ะทว่า แจบอมที่เหลือบไปเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาห้าโมงแล้วจึงรีบขัดขึ้นมาเสียก่อน ไม่ลืมอะไรกันแล้วใช่ไหม ?ก่อนจะถามไถ่ถึงข้าวของที่พวกเด็กๆเตรียมจะขนไปอยู่กับพี่ชายเพื่อนบ้านในค่ำคืนนี้

            ฮื่อ ! แบมแบมเอาคุณโพโรโระมาแล้วล่ะเริ่มด้วยแบมแบมที่ตอบพร้อมชูตุ๊กตาเพนกวินนักบินสีน้ำเงินขึ้นมาด้วย

            คยอมก็พร้อมแล้ว คยอมจะพาคุณมูมินไปเล่นกับพี่จีนยองด้วย เย้ !”

            “โอเคส่วนนิทานของมาร์ค เลโก้ของแจ็คสัน แล้วก็อนิเมชั่นที่ยองแจเลือกอยู่ในกระเป๋าหมดแล้วแจบอมร่ายถึงสัมภาระของเด็กน้อยอีกสามคนพลางหยิบกระเป๋าเป้สีฟ้าสดใสที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ยังชีพของเจ้าก้อนทั้งหลายขึ้นมาสะพายบนไหล่ข้างหนึ่ง ฉันเอาเสื้อกันหนาวใส่กระเป๋าไปให้ด้วย เผื่อพี่จินยองเขาเปิดแอร์ตอนกลางคืน เดี๋ยวจะหนาวกัน

            “แด๊ดดี้ใจดีจังเลย ขอบคุณน้าแด๊ดดี้และเมื่อเห็นว่าทุกอย่างพร้อมแล้ว ยองแจกับแบมแบมก็รีบวิ่งเข้ามาจูงมือของคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวทันที พวกเราพร้อมแล้วล่ะ !”

            “อือฮึงั้นก็ไปกันเถ…”

            “แด๊ดดี้ ! ม้ากคึขออะไรอีกอย่างหนึ่งได้ไหม ?แต่ในขณะที่กำลังจะเดินออกจากห้อง จู่ๆเจ้าก้อนผมแดงก็พูดขัดขึ้นมาเสียก่อน

            อะไรล่ะ ?และรอยยิ้มหวานที่ยิ้มแฉ่งจนเห็นเขี้ยวซี่น้อยๆของมาร์คก็ทำให้แจบอมรู้สึกตาขวากระตุกขึ้นมาอีกครั้ง

 

           

            ซึ่งการที่ตาขวาของแจบอมกระตุกเป็นจังหวะสามช่าก็เป็นการการันตีว่า เขาไม่ได้ทายพลาดไปแม้แต่กระเบียดนิ้ว !

 

            มือหนาทั้งสองข้างที่มีโหลแก้วใส่ปลาทอง โดยมีสิ่งมีชีวิตตัวกลมชีวิตที่หกของบ้านว่ายวนไปวนมาในอ่างก็ทำให้แจบอมได้แต่ยืนมองแรงใส่สิ่งมีชีวิตหน้าโง่ที่ส่ายหางดุ๊กดิ๊กๆไปมาในขณะที่เขากำลังรอให้เจ้าของห้องที่เขายืนอยู่หน้าประตูในตอนนี้มาเปิดประตูให้หลังจากที่เขาเพิ่งเคาะประตูเรียกเจ้าของห้องหมายเลข 0716 ไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน

 

            แด๊ดดี้ ม้ากคึขอพาโคโค่ไปเล่นที่ห้องของพี่จีนยองด้วยได้ไหม ?

            ‘ อ๋า ! จริงด้วย ถ้าทิ้งโคโค่ไว้คนเดียว โคโค่จะต้องเหงาแน่ๆเลย แด๊ดดี้ ขอพวกเราพาโคโค่ไปด้วยน้า ~

 

            เอาเลย เอาที่สบายใจกันเลย เรื่องนี้เจ้าทาสอิมแจบอมมิบังอาจทัดทานบัญชาของเหล่านายท่านได้หรอก !

 

            กริ๊ก !

 

            “มากันแล้วเหรอครับ ?ทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตู พร้อมด้วยเจ้าของห้อง 0716 ที่ยื่นหน้าออกมาจากประตูห้องในสภาพที่แตกต่างออกไปจากเมื่อตอนกลางวันโดยสิ้นเชิง (แต่เป็นสภาพแจบอมคุ้นชินทุกครั้งเวลาที่เจอเพื่อนบ้านคนนี้) ก็ทำให้พวกเด็กๆกระโดดโลดเต้นกันอย่างดีใจ อาบน้ำแต่งตัวกันมาแล้วเหรอเด็กๆ ?

            “ใช่แล้วล่ะ ! วันนี้ยองแจนกับแบมแบมช่วยกันสระผมให้ทุกคนเลยน้าพี่จีนยองแล้วก็เป็นเหมือนทุกครั้งที่เมื่อได้เจอกับเจ้าแว่นห้อง 0716 แล้ว อิมแจบอมก็จะกลายเป็นอากาศไปโดยปริยาย

            เก่งจังเลยและท่าทีที่ดูจะสนิทสนมกับพวกเด็กๆเสียเหลือเกินก็ทำให้แจบอมอดจะหมั่นไส้เจ้าพวกก้อนกบฏทั้งห้ากับเพื่อนบ้านขี้เหวี่ยงตรงหน้าจนอยากจะสลายตัวเองหายให้หายไปในมวลอากาศให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย

            อาผมขอโทษที่ต้องรบกวนคุณนะในขณะที่ปาร์คจินยองกำลังพาพวกเด็กๆเข้าไปบริเวณหน้าประตูห้องของตัวเอง แจบอมที่ได้แต่ยืนมองพวกเด็กๆเข้าไปในห้องของเพื่อนบ้านก็เริ่มรู้เกรงอกเกรงใจขึ้นมา

            ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องห่วง ผมจะดูแลให้เองถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดแบบนั้น แต่แจบอมเองก็ยังอดที่จะกังวลไม่ได้อยู่ดี และสีหน้าของเขามันก็คงจะชัดเกินไปเสียจนปาร์คจินยองต้องพูดต่อ อย่ากังวลเลยคุณ นานๆไปเจอเพื่อนสมัยเรียนสักที ไปให้สนุกเถอะครับ”    

            “อือฮึ…” และเพราะเห็นว่าเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดยิ้มออกมาน้อยๆ แจบอมจึงต้องยอมแพ้แต่โดยดี เอาเป็นว่าผมจะพยายามรีบกลับให้เร็วที่สุดก็แล้วกัน จะได้ไม่รบกวนคุณนานเกินไป

            “…”

            “นี่…” ก่อนที่แจบอมจะหันไปสนใจเจ้าพวกตัวยุ่งที่ยืนเกาะกลุ่มกันอยู่ด้านหลังของปาร์คจินยองแทน ฉันจะรีบกลับมาก่อนสี่ทุ่ม อย่าซนที่ห้องของพี่เขาเชียวล่ะ เข้าใจไหม ?

            “แน่นอนเลยแด๊ดดี้ ! พวกเราจะเป็นเด็กดี แด๊ดดี้ไว้ใจได้เลย !” แต่ถึงแจ็คสันจะรับปากแบบนั้นก็ใช่ว่าเขาเองจะวางใจได้เต็มร้อยเสียเมื่อไหร่

            แด๊ดดี้รีบๆกลับมาน้าตามมาด้วยแบมแบมที่กอดตุ๊กตาพร้อมโบกมือบ๊ายบายให้เขาจนแจบอมอดไม่ได้ที่จะขยี้กลุ่มผมนุ่มของพวกเด็กๆเบาๆ แล้วจึงหันกลับมาหาพี่เลี้ยงชั่วคราวในวันนี้ต่อ

            ผมจะพยายามรีบกลับมารับเด็กๆก่อนสี่ทุ่มนะคุณก่อนจะบอกตารางเวลาที่เขาวางแผนเอาไว้ในหัวกับอีกฝ่ายให้รับรู้ อย่างไรเสียเขาก็ไม่ได้อยากอยู่ที่งานเลี้ยงรุ่นนานอยู่แล้ว

            “อย่าเร่งตัวเองจนเกินไปก็แล้วกันครับ ขับรถดึกๆมันอันตราย แล้วแต่ที่คุณสะดวกก็แล้วกัน ผมดูแลเด็กๆให้ได้ทั้งคืนอยู่แล้วและเมื่อได้ยินดังนั้นแล้ว แจบอมจึงส่งกระเป๋าเป้ที่อัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ยังชีพของพวกเด็กๆ พร้อมทั้งโหลปลาทองในมือที่ทำเอาเจ้าของห้องดูจะงุนงงไปเล็กน้อย หืม ?

            “งอแงจะเอามาให้ได้เพราะกลัวปลาทองเหงาน่ะสิแจบอมจึงจัดการเฉลยให้ ก่อนจะหันไปหาเหล่าเด็กน้อยตัวกลมอีกครั้ง ฉันไปก่อนนะ แล้วจะรีบกลับมารับ ผมไปก่อนนะคุณ บาย

            “บ๊ายบายน้าแด๊ดดี้ ~ซึ่งเมื่อเห็นว่าพวกเด็กๆยกมือบ๊ายบายให้เขาแล้ว บวกกับที่เริ่มเสียเวลามามาก ทำให้แจบอมรีบหันหลังเตรียมจะเดินออกไป แต่ก็ไม่วายที่เขาจะเห็นว่า เจ้าของห้อง 0716 เองก็โบกมือน้อยๆให้เขาเช่นกัน บายครับ

 

            เอาเถอะฝากไว้แค่สี่ห้าชั่วโมง ก็ได้แต่ภาวนาว่าห้องของเจ้าแว่นจะไม่พังพินาศก็แล้วกัน

 

 

[ Special Narrator by Park Jinyoung ]

 

            เหล่าเด็กน้อยตัวกลมที่พากันเดินตามหลังเจ้าของห้องต้อยๆดูเหมือนจะเกร็งอยู่ไม่น้อยที่ได้มาอยู่ในห้องของพี่ชายเพื่อนบ้าน ถึงปากจะบอกว่าอยากมาเล่นกับเขาอยู่ก็ตามที และแม้ว่าจะชอบชวนให้มาเล่นด้วยกันบ่อยๆ กับท่าทีที่ดูจะดีใจเมื่อได้มาอยู่ที่ห้องของเขาก็ตาม แต่การที่พวกเด็กน้อยทั้งห้าคนพากันนั่งนิ่งตัวเกร็งอย่างเขินๆบนโซฟาก็ทำให้จินยองอดเอ็นดูพวกเด็กๆไม่ได้อยู่ดี

           

            “ตามสบายเลยนะเด็กๆแต่เพราะเด็กคนเดียวที่เขาคุ้นเคยด้วยก็คือหลานสาวที่ปูซาน จินยองเองก็เลยไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นอย่างไรให้พวกเด็กๆคลายความกังวล โหลปลาทองในมือถูกวางลงบนโต๊ะรับแขก ตามมาด้วยกระเป๋าเป้สีฟ้าที่เขาเพิ่งได้รับมาจากคุณพ่อหน้าดุเมื่อไม่กี่นาทีก่อน ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆยูคยอมที่อยู่ริมซ้ายสุดของโซฟา กินอะไรกันมาหรือยัง ?

            “ยังเลยฮะ…” ซึ่งเมื่อไถ่ถามสารทุกข์สุขดิบ และได้รับคำตอบเป็นการส่ายศีรษะเบาๆของพวกเด็กๆก็ทำให้จินยองพยักหน้าเบาๆเป็นเชิงรับรู้

 

            ตอนแรกบอกว่าอยากเล่นกับเขา ไหงตอนนี้พากันนั่งเกร็งไปหมดเลยล่ะ

 

            “งั้นพวกเรากินข้าวกันก่อนดีไหม ?ดังนั้น จินยองจึงตัดสินใจว่าจะลองใช้อาหารเป็นทางเข้าหาพวกเด็กๆเสียเลย และมันก็ค่อนข้างได้ผลเลยทีเดียว เมื่อเหล่าเด็กน้อยทั้งหาพากันจ้องเขาตาแป๋ว สนใจพิซซ่าเกาหลีกับหมูผัดกิมจิไหม ?

            “พี่จีนยองจะให้พวกเรากินเหรอฮะ ?และคำถามนี้ก็ถูกถามโดยผู้มีประสบการณ์ในการอพยพมาที่ห้องของเขาเมื่อหลายวันก่อนอย่างยูคยอม

            แน่นอน ถ้าทุกคนสนใจซึ่งเมื่อได้ยินเขาตอบไปแบบนั้น เหล่าเด็กน้อยทั้งหลายก็เริ่มมีท่าทีเปลี่ยนไป ไปกินข้าวกันก่อนดีกว่าเนอะ

 

            ดังนั้น จินยองจึงลุกขึ้นเดินนำแขกตัวน้อย (อาวันนี้มาในฐานะแขกจริงๆ ไม่ได้อพยพมาเหมือนเจ้าก้อนปีโป้เมื่อวันก่อนล่ะนะ) เข้าไปที่โซนครัว ก่อนจะช่วยอุ้มเจ้าก้อนกลมทั้งหลายขึ้นนั่งบนโต๊ะกินข้าว อีกทั้งยังเทน้ำผลไม้ให้คนละแก้วเพื่อให้กินรอไปพลางๆ

 

            พี่จีนยองใจดีจังเลย ขอบคุณน้าริมฝีปากน้อยๆที่มีคราบน้ำส้มติดอยู่ขอบปากของเจ้าก้อนผมแดงที่นั่งถือแก้วน้ำส้มอยู่เอ่ยขึ้นอย่างน่ารักน่าชัง

 

            โชคดีที่อย่างไรเสียวันนี้จินยองก็ตั้งใจจะทำกับข้าวกินอยู่แล้ว ดังนั้นวัตถุดิบที่หลงเหลืออยู่ในตู้เย็นที่ถูกเตรียมไว้เมื่อหลายวันก่อนจึงถูกนำออกมาปรุงโดยไม่ต้องทำอะไรเพิ่มเติม ทำให้อาหารทั้งสองชนิดถูกนำมาตั้งบนโต๊ะในเวลาอีกไม่กี่นาทีต่อมา พิซซ่าเกาหลีจานใหญ่ (จริงๆแล้วเขากะว่าจะเก็บวัตถุดิบไว้ทำกินหลายๆวันเพื่อประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ก็ไม่เป็นไรหรอกน่า) กับหมูผัดกิมจิที่ส่งกลิ่นหอมชวนน้ำลายสอก็ทำให้เหล่าเด็กน้อยตัวกลมบนโต๊ะกินข้าวมองกันไม่วางตาเลยทีเดียว

 

            พี่หวังว่าพวกเราจะชอบกันนะและถึงจะมีอาหารหน้าตาหน้ารับประทานอยู่บนโต๊ะถึงสองอย่างให้พวกเด็กๆเลือกกิน แต่จินยองก็ไม่ได้มั่นใจนักหรอกว่าฝีมือของเขามันจะถูกปากเด็กๆ ลำพังแล้วทักษะการทำอาหารของเขามันก็แค่ดีกว่าผู้ชายด้วยกันก็เท่านั้น เรียกง่ายๆก็คือกินได้ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับอร่อยมากมายขนาดนั้น

            น่ากินจังเลยถึงกระนั้นการที่เจ้าก้อนลูกหมีตัวโตนั่งเกาะขอบโต๊ะพร้อมมองอาหารที่ส่งกลิ่นหอมฟุ้งเตะจมูกจนเจ้าบ้านอมยิ้มอย่างเอ็นดูก็ทำให้จินยองเริ่มเบาใจไปหนึ่งเปราะ ก่อนจะตักข้าวเปล่าใส่ถ้วยบริการเหล่าแขกตัวน้อยที่นั่งยิ้มหวานกันไม่หยุด

            ระวังร้อนกันด้วยนะ

            “ยองแจนจะหม่ำหม่ำแล้วน้า ~เสียงใสของเจ้าก้อนแก้มอวบในชุดนอนลายหมีพูห์พูดขึ้น ก่อนจะทำท่าเป่าพิซซ่าเกาหลีอย่างน่าเอ็นดู แล้วส่งมื้อเย็นคำแรกเข้าปากทันที งื้อ ! อร่อยจังเลยอีกทั้งท่าทีดุ๊กดิ๊กที่ดูจะมีความสุขกับมื้อเย็นก็ทำให้เจ้าของบ้านที่กำลังลงมือกินข้าวเช่นกันได้แต่ยิ้มตามกับท่าทีของเด็กน้อย

            จริงด้วย ! แจ็คสันชอบที่สุดเลยรวมถึงเจ้าก้อนผมทองที่นั่งเคี้ยวตุ้ยๆจนแก้มตุ่ยก็เช่นกัน

            คยอม อ้าปากซี่ เดี๋ยวแบมแบมป้อนพิจจ้าให้น้า และเพราะปกติเขาก็ไม่ค่อยมีโอกาสได้กินข้าวร่วมโต๊ะกับเด็กเล็กบ่อยเท่าไหร่ ทำให้ตอนนี้จินยองก็ได้เห็นภาพน่ารักๆที่เด็กน้อยผมปอยชมพูพยายามจะป้อนพิซซ่าเกาหลีให้เจ้าก้อนปีโป้อีกด้วย

            อ้า ~

            “พี่จีนยองก็อ้าปากด้วยซี่ เดี๋ยวยองแจนจะป้อนให้พี่จีนยองเองน้าในขณะที่จินยองกำลังมองบรรยากาศบนโต๊ะเพลินๆอยู่นั้น จู่ๆก็มีนิ้วกลมป้อมสะกิดเข้าที่แขนของเขาเบาๆ แล้วก็พบว่ามีพิซซ่าเกาหลีขนาดพอดีคำที่ถูกมือน้อยๆยื่นมาป้อนให้อยู่ตรงหน้าของเขาพอดี

            หืม ?ถึงจะลังเลอยู่นิดหน่อย เพราะใช่ว่าเขาเองจะไม่ขัดเขินกับเด็กๆเหมือนกัน แต่เพราะดวงตากลมใสของเด็กน้อยแก้มกลมตรงหน้าทำให้จินยองอ้าปากรับพิซซ่าเกาหลีมาแต่โดยดี ขอบใจนะยองแจแล้วก็ไม่ลืมที่จะลูบหัวเด็กน้อยอย่างเอ็นดูอีกด้วย

            พี่จีนยองกินหมูด้วยซี่ แจ็คสันก็อยากป้อนพี่จีนยองบ้างนะ

            “พี่จีนยอง หม่ำหม่ำพิจจ้าแบมแบมด้วย

 

            และอีกสารพัดคำเชื้อเชิญที่ทำให้จินยองเองก็ไม่กล้าปฏิเสธ ก็เลยกลายเป็นว่าอาหารมื้อเย็นนี้เขาแทบจะไม่ต้องตักข้าวกินเองเลยทีเดียว แต่เพราะเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของพวกเด็กๆที่จินยองเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้ยอมตามใจเด็กๆตรงหน้าไปเสียหมด ถึงกระนั้นเขาเองก็ไม่อยากจะคิดหาคำตอบไปให้ปวดหัว ก็คงขี้อ้อนไปตามประสาเด็กล่ะนะ

            จบจากอาหารมื้อเย็นที่แสนจะเรียบง่าย ทีแรกจินยองเองก็บอกให้พวกเด็กๆไปนอนดูดีวีดีอนิเมชั่นที่ขนมาบนโซฟา แต่คำตอบที่จินยองได้รับกลับมาก็คือศีรษะกลมโป๊งเหน่งที่ส่ายดิ๊กๆ พร้อมกับแววตาที่แสนจะมุ่งมั่นของพวกเด็กๆก็ทำให้จินยองถึงกับอมยิ้มออกมา

 

            พวกเราจะช่วยพี่จีนยองล้างจานเอง แด๊ดดี้บอกว่าพวกเราต้องเป็นเด็กดี ! ’

 

            และการที่พวกเด็กน้อยทั้งห้าพากันยึดมั่นในคำสั่งของคุณพ่อหน้าดุก็ทำให้จินยองไม่อยากจะปฏิเสธน้ำใจแต่อย่างใด เพราะอย่างนั้นจานชาม รวมถึงเครื่องครัวทั้งหมดที่กองในซิงค์น้ำจึงถูกเปิดน้ำหล่อเพื่อเตรียมจัดการเก็บกวาด

 

            งั้นเดี๋ยวพี่จะล้างน้ำยา แล้วพวกเราช่วยพี่ล้างน้ำเปล่า ตกลงไหม ?จินยองว่าในขณะที่กำลังบีบน้ำยาใส่ฟองน้ำ แต่จู่ๆก็มือแขนอวบๆของหนึ่งในห้าเด็กน้อยยกมือขึ้นมาเสียก่อน มีอะไรเหรอแจ็คสัน ?

            “แจ็คสันขอล้างฟองสบู่กับพี่จีนยองได้ไหม ? นะนะนะถึงจะดูมีท่าทีอยากเล่นฟองน้ำยาล้างจาน แต่เพราะสีหน้าที่ดูเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขของแจ็คสันก็ทำให้จินยองไม่กล้าที่จะปฏิเสธ แจ็คสันจะไม่ทำเลอะเทอะเลย แจ็คสันสัญญา น้า ~อีกทั้งยังแนบหมายเหตุมาเพิ่มเติมด้วย

            เอาแบบนั้นก็ได้จินยองพยักหน้ารับ ตามมาด้วยสีหน้าของเจ้าก้อนผมทองที่ยิ้มจนแก้มกลมปริ พร้อมกับที่เจ้าของบ้านก้มลงไปหยิบอะไรบางอย่างในลิ้นชักเก็บของ แต่ต้องใส่ถุงมือยางกันไว้ด้วยนะ เผื่อแพ้น้ำยาล้างจานขึ้นมาน่ะก่อนจะจัดการสวมถุงมือยางคู่ใหญ่สำหรับล้างจานลงบนมืออวบๆของเจ้าก้อนวายร้ายที่เริ่มจะสนุกสนานขึ้นมาแล้ว

            เย้ !”

 

            แต่จินยองก็ไม่แน่ใจว่า การที่เขามีลูกมือช่วยล้างจานถึงห้าคนนั้นจะทำให้การทำงานของเขามันเร็วขึ้นหรือช้าลง ท่าทีที่ดูเก้ๆกังๆเพราะการที่เจ้าตัวแสบแต่ละคนยืนทรงตัวกันอยู่บนเก้าอี้เพื่อให้สูงเสมอซิงค์น้ำก็ทำให้จินยองอดจะหวาดเสียวเวลาที่จานกระเบื้องอยู่ในมือของพวกเด็กๆไม่ได้

 

            งือม้ากคึอย่าเบียดแบมแบมซี่ แบมแบมจะตกเก้าอี้แล้วน้า

            “แบมแบมส่งมาให้คยอมได้เลย คยอมจะวางคว่ำให้เอง

            “แจ็คสันอย่าตีฟองเล่นซี่ มันกระเด็นโดนม้ากคึน้า

            “อุหวาคยอมอย่าชนยองแจนซี่ ย้า !!”

            “เด็กๆ พพี่ว่าพี่ล้างเองดีกว่า ไม่เป็นไรนะและท่าทีที่แสนจะยุ่งเหยิงตรงหน้าก็ทำให้จินยองพยายามจะเบรกเจ้าตัวยุ่งทั้งหลายทันที หากแต่การส่ายศีรษะไม่ยอมรับเงื่อนไขของจินยองก็ทำให้ร่างโปร่งได้แต่ยืนกลั้นหายใจลุ้นระทึกกับชะตากรรมของจานข้าวอย่างใจหายใจคว่ำ

 

            อย่างไรก็ตาม เป็นโชคดีที่อย่างน้อยๆวันนี้เขาก็ไม่ต้องเสียจานไปสักใบ จานทุกใบที่ล้างจนสะอาดถูกวางคว่ำบนที่คว่ำจาน ก่อนที่จินยองจะจับเจ้าก้อนลูกเป็ดทั้งห้าล้างไม้ล้างมือ แล้วพาเดินกลับมานั่งที่โซฟาในเวลาเกือบหนึ่งทุ่ม

 

            พี่จีนยอง ดูซี่ๆ วันนี้พวกเราพาโคโค่มาเล่นกับพี่จีนยองด้วยน้า โคโค่ยา ~ หวัดดีพี่จีนยองซี่และทันทีที่จินยองทิ้งตัวลงนั่งอย่างเหนื่อยล้าบนโซฟา แบมแบมก็รีบเปิดประเด็นคุยต่อด้วยการแนะนำเพื่อนสมาชิกคนที่หกที่กำลังว่ายวนไปวนมาในโหลแก้วทันที โคโค่น่ารักไหมพี่จีนยอง ?

            “ปลาทอง… ?” ถึงจะเหนื่อยขึ้นกว่าทุกวัน เพราะวันนี้เขาเองก็มีเรียนเมื่อช่วงเช้า แถมยังต้องกลายร่างมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กในช่วงเย็นอีก แต่ถึงอย่างนั้น การที่เห็นพวกเด็กๆดูจะดีใจที่ได้มาอยู่กับเขา (จริงๆก็สงสัยอยู่ไม่น้อยเลยล่ะ เขาเองก็ไม่ใช่พวกที่เป็นมิตรกับเด็กหรอกนะ แต่ทำไมเด็กๆพวกนี้ถึงได้เรียกร้องจะมาเล่นกับเขาตลอดทุกครั้งที่เจอกันเลย) ก็ทำให้จินยองยื่นหน้าเข้าไปใกล้โหลใส่ปลาทองตามที่พวกเด็กๆแนะนำ

            ฮื่อ ! แด๊ดดี้เป็นคนเลือกโคโค่เองเลยนะพี่จีนยองตามมาด้วยแก้มกลมปริของมาร์คที่ยิ้มไม่หุบ หนำซ้ำยังพาดพิงถึงบุคคลที่สามอีกด้วย

            “หืม ?และนั่นก็ทำเอาจินยองขมวดคิ้วไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกประหลาดใจชอบกล

 

          ไม่น่าเชื่อว่าดูทื่อๆแบบนั้นจะเป็นคนเลือกปลาทองให้เด็กๆเลี้ยงเนี่ยนะ ?

 

            ใช่แล้วๆ แล้วที่ห้องก็มีต้นไม้กินแมลงของแจ็คสันกับต้นไม้มีหนามของแด๊ดดี้ด้วยนะ เท่สุดๆไปเลยแจ็คสันเองก็ดูจะมีความสุขเช่นกันเมื่อพูดถึงบุคคลที่ไม่ได้อยู่ในที่นี้ จริงซี่พี่จีนยองเล่นเลโก้กับแจ็คสันหน่อยได้ไหม ?ก่อนจะย้ายมวลสารก้อนๆของตัวเองไปล้วงกระเป๋าที่ดูเหมือนว่าคุณพ่อจะเป็นคนจัดเอาไว้ให้ แล้วหยิบกล่องใส่หุ่นเลโก้ออกมาจากกระเป๋า

            ของเราเหรอ ?เมื่อเห็นว่าแจ็คสันวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามาหาตัวเอง จินยองจึงอดที่จะถามถึงของเล่นในมือป้อมๆอวบๆของเจ้าตัวเล็กไม่ได้

            ใช่แล้วล่ะพี่จีนยอง เลโก้ของแจ็คสันเท่ไหม ?ก่อนที่เจ้าตัวร้ายจะหยิบหุ่นประกอบที่มีสภาพสมบูรณ์ขึ้นมาจากกล่อง แด๊ดดี้เป็นคนต่อเลโก้ให้แจ็คสันหมดเลยล่ะ ดูซี่ ~และหุ่นนักรบตรงหน้าของจินยองที่มีรายละเอียดยิบย่อยเต็มไปหมด (อาเขาไม่ค่อยถูกกับของเล่นแนวนี้เท่าไหร่เสียด้วยสิ) ทำให้จินยองเองก็ทึ่งไม่น้อยเหมือนกัน

            “แด๊ดดี้เจ๋งมากๆเลยน้า ดูคุณโพโรโระของแบมแบมซี่พี่จีนยอง วันนั้นมีคนมาแกล้งพวกเรา แล้วก็ทำแขนของคุณโพโรโระขาดด้วยล่ะ แต่แด๊ดดี้ก็เป็นคนต่อแขนให้คุณโพโรโระเองเลยน้า นี่ไงตามมาด้วยเจ้าก้อนผมปอยชมพูที่เริ่มพาดพิงถึงคุณพ่อหน้าดุอีกคนด้วยการชูตุ๊กตาแสนรักในมือขึ้นมา ก่อนจะใช้นิ้วจิ้มไปที่บริเวณรอยเย็บที่ดูสะเปะสะปะที่บ่งบอกว่าตุ๊กตาตัวนี้ถูกซ่อมโดยคนที่เย็บผ้าไม่เป็นก็ยิ่งทำให้จินยองอดประหลาดใจมากขึ้นไม่ได้อีกเหมือนกัน

 

            ดูเป็นคนที่ไม่น่าจะทำอะไรยิบๆย่อยๆแบบนี้ได้เลยนะ

 

            แล้วแด๊ดดี้ก็เล่านิทานก่อนนอนให้พวกเราฟังด้วยนะพี่จีนยอง แด๊ดดี้น่ะ ใจดีสุดๆไปเลยรวมถึงมาร์คเองก็เริ่มมาร่วมขบวนการบรรยายสรรพคุณของคุณพ่อห้อง 0418 ให้เขาฟังเพิ่มอีกด้วย

            “จริงด้วย ! แล้วแด๊ดดี้ก็จะโป๊ะโป๊ะพวกเราก่อนนอนด้วย เนอะๆ คยอมชอบแด๊ดดี้เท่านี้เลยพร้อมกับแขนของลูกหมีน้องเล็กที่วาดขึ้นเป็นวงกว้างอย่างน่ารักน่าเอ็นดู

 

          อานี่เป็นช่วงโฆษณาคุณพ่อดีเด่นหรือยังไงกันนะ ?

 

            และอีกสารพัดเรื่องราวที่เกี่ยวกับคุณพ่อของพวกเด็กๆที่เจ้าตัวน้อยทั้งหลายพากันพูดถึงไม่หยุดหย่อน (ซึ่งเขาคิดว่าอีกฝ่ายคงจะนั่งจามกลางงานเลี้ยงรุ่นจนแสบจมูกหมดแล้วล่ะ) ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ถูกตีบ้าง หรือเรื่องที่พากันออกไปข้างนอก ไปโรงพยาบาล หรืออะไรก็ตามแต่ที่บ่งบอกถึงช่วงเวลาที่เหล่าเด็กน้อยได้อยู่กับคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวก็ทำให้จินยองได้แต่พยักหน้าหงึกหงักตอบรับเป็นระยะๆ หากแต่แววตาที่ดูเต็มไปด้วยความสุขในยามที่พวกเด็กๆพากันพูดถึงเพื่อนบ้านหน้าดุก็ทำให้จินยองรู้สึกอะไรบางอย่างอยู่ในใจลึกๆ

 

            เด็กๆพวกนี้…. บางทีก็น่าอิจฉาจังเลยนะ

 

            ถึงจะเป็นเพียงความคิดชั่ววูบ แต่เพราะเขาเองก็ไม่ใช่คนที่มีครอบครัวสมบูรณ์เหมือนกับคนอื่นๆ เวลาเห็นพวกเด็กๆหรือคนรอบข้างมีพ่ออยู่ด้วย ก็เป็นบ่อยครั้งที่ทำให้จินยองอดรู้สึกอิจฉาขึ้นมาไม่ได้ แม้ว่าเขาจะโตมาในครอบครัวที่อบอุ่นดีจนไม่รู้สึกขาดอะไร

 

          แต่ลึกๆแล้วเขาก็ยอมรับว่าอยากจะใช้เวลากับพ่อของตัวเองบ้างเหมือนกัน

 

            และหลังจากที่จินยองได้นั่งฟังเจ้าก้อนจอมยุ่งทั้งหลายโฆษณาฮาร์ดเซลคุณพ่อของตัวเองกันอยู่พักใหญ่ ในที่สุด เมื่อเห็นว่าเวลาเริ่มผ่านจนเข้าสู่ช่วงสองทุ่มเศษๆ บวกกับที่เห็นว่าพวกเด็กๆเริ่มพากันลงไปนอนแผ่กับพื้นห้องเพราะหมดแรง (พูดจ้อกันไม่หยุดนี่นะ จะเหนื่อยกันก็คงไม่แปลกหรอก จริงไหม ?) จึงทำให้เจ้าของบ้านที่นั่งท้าวคางมองภาพตรงหน้าเริ่มเปลี่ยนมาเปิดละครโทรทัศน์ที่ช่องเคเบิ้ลนำมารีรันเพื่อให้พวกเด็กๆดูกันแทน และเจ้าก้อนกลมๆที่นอนกลิ้งกลุกๆกันบนพื้นก็ดูมีท่าทีว่าจะสนใจกันเสียด้วย

 

            เป็นหมองานยุ่ง งี้ก็ยังไม่มีแฟนล่ะสิ

            ‘ เป็นทหารก็คงไม่มีแฟนเหมือนกันสิ

 

            ซีรี่ย์ชื่อดังที่กำลังได้รับความนิยมอย่างถล่มทลายที่ถูกนำมาฉายซ้ำในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ทางช่องเคเบิ้ลที่มีพระเอกเป็นทหารและนางเอกเป็นหมอเรียกความสนใจจากหนึ่งผู้ใหญ่ที่นั่งท้าวคางดูเพลินๆกับเหล่าก้อนน้อยๆทั้งห้าที่พากันปีนป่ายขึ้นมานั่งดูบนโซฟาข้างๆจินยองอย่างตั้งอกตั้งใจ

 

            พี่จีนยอง พี่ชายในหนังเขาเป็นอะไรหรอ ? ทำไมเขาต้องถือปืนด้วยล่ะฮะ ?แต่เพราะเนื้อหาของซีรี่ย์ที่ดูจะเกินวัยไปหน่อยสำหรับเด็กสามสี่ขวบทำให้ยูคยอมที่มีท่าทีสนใจเป็นพิเศษเอ่ยถามขึ้นมา

            อ๋อ ยูชีจินเหรอ ? เป็นทหารน่ะ ก็เลยต้องถือปืนไว้ป้องกันตัวเองกับคนอื่นยังไงล่ะ

 

            ผมเป็นทหาร… ’

            ‘ ผมเชื่อว่าผมสู้เพื่อสันติสุขและอิสรภาพของแผ่นดินที่เราอยู่… ’

 

            “ว้าว…” แต่ดูเหมือนว่าเวลานี้คนที่กำลังอินกับละครมากกว่าใครเพื่อนกลับไม่ใช่ยูคยอมเสียแล้ว แต่เป็นเจ้าก้อนผมทองที่นั่งกอดหมอนอิงใบโตอยู่ถัดจากจินยองไปเล็กน้อยแทน พี่ชายคนนั้นเท่จังเลย

            “…”

            “พี่จีนยองพี่ชายที่เป็นทหารเขามีหน้าที่ปกป้องทุกคนเลยหรอ ?ก่อนจะหันขวับมาถามพี่ชายเพื่อนบ้านที่นั่งอยู่ใกล้ๆกัน

            อื้ม อย่างในเรื่องนี้กัปตันยูเขาก็ปกป้องประเทศและคนอื่นน่ะ เท่ใช่ไหมล่ะ ?อาใครจะว่ายังไงก็ไม่รู้ล่ะ แต่สำหรับเขาแล้ว กัปตันยูชีจินเท่ออกจะตายไป จริงไหม ?

            “สุดยอดเลย !!” และนั่นก็ทำให้แจ็คสันกระโดดลงมาจากโซฟา ก่อนจะวิ่งถลาไปอยู่หน้าโทรทัศน์ทันที พี่จีนยอง แจ็คสันอยากเป็นเหมือนคุณบิ๊กบอสบ้าง แจ็คสันอยากปกป้องทุกคนเหมือนคุณบิ๊กบอส แจ็คสันจะเป็นแบบคุณบิ๊กบอสได้ไหม ?และท่าทีของเจ้าก้อนกลมผมทองที่ยืนมองโทรทัศน์ไม่วางตาทำให้จินยองต้องเดินไปอุ้มเจ้าตัวเล็กให้กลับมานั่งที่โซฟาอย่างเอ็นดู

            แจ็คสันอยากเป็นทหารเหรอ ?ก่อนจะเอ่ยถามเด็กน้อยที่ตอนนี้นั่งจุมปุ๊กอยู่บนตักของตัวเอง

            แจ็คสันอยากเป็นอะไรก็ได้ที่ปกป้องทุกคนได้ แจ็คสันชอบ เหมือนพวกฮีโร่เลยล่ะและรอยยิ้มที่โชว์ฟันขาวสะอาดของเด็กน้อยก็ทำให้จินยองได้แต่อมยิ้มในความไร้เดียงสาของแจ็คสัน

 

            ฉันเป็นหมอ… ’

            ‘ ทุ่มเทชีวิตเพื่อประชาชน สุขภาพและชีวิตของคนไข้คือสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับฉัน

 

            “ว้าว พี่สาวคนนี้ก็เท่สุดๆไปเลยเหมือนกันตามมาด้วยอีกหนึ่งชีวิตที่ดูจะอินกับหนังมากไม่แพ้กับแจ็คสันอย่างยูคยอมที่กำลังนั่งกอดตุ๊กตามูมินตัวโตจนแทบจะจมไปกับตุ๊กตาที่กำลังมองตัวละครอีกหนึ่งตัวในละครอยู่เช่นกัน

            ยูคยอมอยากเป็นคุณหมอเหมือนคังโมยอนเหรอ ?

            “ฮื่อ ! คยอมชอบคุณหมอพี่สาวจังเลย คุณหมอช่วยคนอื่นได้ด้วย เก่งสุดยอดไปเลย !” พร้อมทั้งยิ้มจนแก้มปริแล้วกอดตุ๊กตาแน่นขึ้นจนจินยองนึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย ตอนเด็กๆทุกคนก็คงจะเคยมีความฝันเหมือนกันนั่นล่ะนะ

 

            Line !

 

            แต่ในขณะที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจกับเนื้อหาที่แสนจะเข้มข้นของซีรี่ย์ชื่อดังอยู่ จู่ๆโทรศัพท์ของจินยองก็เริ่มมีการเคลื่อนไหว เมื่อเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าของแอพลิเคชั่นชื่อดังทำให้ชายหนุ่มต้องคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา เพราะเกรงว่าการที่มีข้อความเข้ามาในเวลาเกือบสามทุ่มแบบนี้ อาจจะเป็นเรื่องด่วนจากอาจารย์มหาวิทยาลัยก็เป็นได้

 

          แต่ดูเหมือนว่าเขาจะทายผิดไปเต็มๆเลยล่ะ

 

          Im Jaebum : คุณยุ่งอยู่หรือเปล่า ?

 

            เพราะคนที่เข้ามาขัดจังหวะช่วงเวลาแห่งความสุขระหว่างเขากับกัปตันยูชีจินนั้นไม่ใช่อาจารย์มหาวิทยาลัยอย่างที่เขาคาดเดาเอาไว้ แต่เป็นเพื่อนบ้านห้อง 0418 และมีสถานะเป็นคุณพ่อของเหล่าเด็กน้อยที่อยู่ในความดูแลของเขาในตอนนี้ต่างหาก แต่ถึงอย่างนั้นจินยองเองก็ไม่ได้เสียมารยาทพอที่จะทำเมินเฉย อย่างไรเสียการที่อีกฝ่ายทักเขามาแบบนี้ก็คงจะไม่พ้นเรื่องของเด็กๆอยู่ดีนั่นล่ะ

 

            Park Jinyoung (Junior) : มีอะไรหรือเปล่าครับ ? (seen)

          Im Jaebum : ผมจะมาถามว่า พวกเด็กๆไม่ได้ทำให้คุณลำบากอะไรใช่ไหม ?

          Im Jaebum : ผมเกรงใจคุณน่ะ

 

          และข้อความที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็ทำให้จินยองได้แต่ถอนหายใจในความหัวรั้นของคุณพ่อผู้ไม่ยอมเลิกกังวลเรื่องของพวกเด็กๆเหมือนเคย แม้ว่าเขาจะพยายามย้ำแล้วย้ำอีกแต่การที่อีกฝ่ายถึงขั้นไลน์มาถามเขาแบบนี้ก็แปลว่าไม่ได้อยู่สังสรรค์อย่างสบายใจอย่างแน่นอน

 

            และการที่เขาสนใจเด็กๆมากขนาดนี้ บางทีจินยองก็ไม่แปลกใจแล้วล่ะว่าทำไมพวกเด็กๆถึงได้เอ่ยปากชมกันไม่หยุดไม่หย่อนอยู่นานสองนาน

           

          Park Jinyoung (Junior) : ไม่เลยครับ เป็นเด็กดีกันทุกคน (seen)

          Im Jaebum : งั้นเหรอ ?

          Park Jinyoung (Junior) : ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ (seen)

 

          จินยองละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะเริ่มคิดอะไรบางอย่างเมื่อมองโทรศัพท์ของตัวเองสลับกับกลุ่มก้อนทั้งห้าที่นั่งประกบข้างของตัวเองในสภาพที่นั่งกอดหมอนกอดตุ๊กตาดูละครกันอยู่อย่างตั้งอกตั้งใจ

 

            เด็กๆ…” และจินยองก็เริ่มขัดจังหวะเด็กน้อยทั้งห้าที่กำลังเพลิดเพลินกับละครโทรทัศน์ทันที พร้อมกับที่ดวงตากลมใสทั้งห้าคู่จ้องมาที่เขาอย่างพร้อมเพรียงอยากคุยกับคุณพ่อกันไหม ?

            “คุยกับแด๊ดดี้หรอ !?!” ซึ่งการที่พวกเด็กน้อยพากันเปลี่ยนท่าทีเมื่อได้ยินชื่อของบุคคลที่สามก็ทำให้กัปตันยูชีจินกับจ่าซอในเวลานี้กลายเป็นอากาศไปเสียแล้ว แต่แด๊ดดี้ไม่อยู่นี่นา…”

            “คุยได้สิ ถึงจะไม่อยู่ก็คุยได้ สนใจไหม ?

            “จริงหรอพี่จีนยอง ? พวกเราคุยกับแด๊ดดี้ได้หรอ ? ยองแจนอยากคุยกับแด๊ดดี้ ยองแจนคิดถึงแด๊ดดี้

            “แบมแบมก็คิดถึงแด๊ดดี้เหมือนกัน

           

            เพราะอย่างนั้น เมื่อเห็นว่าเวลานี้กัปตันยูกับจ่าซอได้ถูกเมินไปเรียบร้อยแล้ว จินยองจึงตัดสินใจกดปิดโทรทัศน์ ก่อนจะปลดล็อคหน้าจอโทรศัพท์ที่เขาคุยค้างไว้กับเพื่อนบ้านห้อง 0418 ก่อนจะกดลงที่ปุ่มฟังก์ชั่นเสริมปุ่มหนึ่งเพื่อเปิดช่องทางให้พวกเด็กๆได้คุยกับคุณพ่อของตัวเอง

 

            และการที่มีใบหน้ามึนงงของคุณพ่อลูกห้าที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอโทรศัพท์ของจินยองในอีกไม่กี่วินาทีต่อมาก็ทำเอาเหล่าสิ่งมีชีวิตตัวน้อยรีบเบียดเข้ามาดูที่หน้าจอโทรศัพท์ของเขาทันที

 

            แด๊ดดี้ !!!!!!!!!!” ตามมาด้วยเสียงระดับหลายสิบเดซิเบลที่ร้องเรียกปลายสายที่โผล่หน้าเข้ามาในจออย่างงงๆ

          [หือ เปิดวิดิโอคอลหรอกเหรอ ?]

            “แด๊ดดี้จริงๆด้วยทำไมแด๊ดดี้ถึงไปอยู่ในนั้นได้ล่า ?” แก้มของเจ้าก้อนผมแดงที่เริ่มอมลมนิดๆอย่างสงสัยถามขึ้นโดยที่พี่น้องของตัวเองก็อยู่ในอาการแบบเดียวกัน ส่วนจินยองเองก็คอยถือโทรศัพท์มือถือให้อยู่ใกล้ๆกัน

            นั่นซี่ ! เหมือนพวกอาบาบิกับมินิเมื่อเช้านี้เลย !” พร้อมกับที่แก้มกลมๆของยองแจนาบลงไปกับหน้าจอโทรศัพท์จนจินยองอดขำเบาๆไม่ได้ แด๊ดดี้ทำอะไรอยู่หรอ ?

            [อานั่งๆนอนๆไปเรื่อยน่ะ แล้วนี่เป็นเด็กดีไม่ดื้อกับพี่จินยองเขาใช่ไหม ?] และคำถามที่จินยองได้ยินมาจากปลายสายก็ทำให้จินยองได้แต่ส่ายหัวไปมาเพราะไม่รู้ว่าได้ยินคำถามนี้เป็นรอบที่เท่าไหร่แล้ว

            แน่นอนอยู่แล้วแด๊ดดี้ เมื่อกี๊พวกเราช่วยพี่จีนยองล้างจานด้วยน้ายูคยอมเองก็ดูจะดีใจที่ได้คุยกับคนปลายสายเช่นกัน

            [ไม่ดื้อก็ดีแล้ว นี่ ถ้าง่วงก็นอนกันไปก่อนเลยนะ ฉันจะพยายามรีบกลับ เชี่ยแว่น ! อะไรของมึงเนี่ย !]

            [ฮาย ! จำอาเจย์กันได้ไหมเด็กๆ !?!] ทว่า เวลานี้คนที่โผล่หน้าเข้ามาในปลายสายกลับไม่ใช่คุณพ่อหน้าดุเสียแล้ว แต่เป็นผู้ชายอีกคนที่ใส่แว่นและมีผมสีน้ำตาลทอง แต่การที่พวกเด็กๆดูจะดีใจกันมากๆก็ทำให้จินยองพอจะเดาได้ว่าคงจะรู้จักกันอยู่แล้ว

            อาเจย์ !” เสียงเล็กแหลมที่ตะโกนเรียกชื่อของคุณอาอีกคนก็ทำให้จินยองเริ่มเห็นท่าทีแล้วว่า วิดิโอคอลครั้งนี้คงจะไม่จบลงง่ายๆอย่างแน่นอน จำได้ซี่ อาเจย์คิดถึงพวกเราไหม ?

          [แน่นอนสิ ! เฮ้ย วอนพิล มานี่หน่อยดิ มาทักทายลูกไอ้ตี๋มันหน่อย]

          [โอ๊ย อะไรของพวกมึงกันเนี่ย กูเกรงใจเพื่อนบ้านเขานะโว้ย !] ส่วนเสียงนี้ก็คือเสียงเจ้าของบัญชีรายชื่อที่เขาเป็นคนกดวิดิโอคอลหาเพื่อให้เด็กๆได้คุยด้วยนั่นล่ะ

          [ทำไมต้องโวยวายวะตี๋หวัดดีเด็กๆ]

          พิลลี่ !!!” และนอกเหนือจากเพื่อนของปลายสายที่ใส่แว่นแล้ว ก็ยังมีอีกคนที่ดูท่าทางเรียบร้อยโผล่เข้ามาทักทายพวกเด็กๆเหมือนกัน แต่ถึงอย่างนั้นจินยองก็ยังพอจะได้ยินเสียงโหวกเหวกโวยวายมาจากปลายสายอยู่เนืองๆ

            [ไว้ค่อยมาเจอกันวันหลังมั้ยล่ะ ! เกรงใจทางนั้นเขาหน่อย แค่กูเอาเด็กๆไปหย่อนฝากเขาไว้ก็เกรงใจชิบหายแล้ว !] และเสียงที่ดังโล้งเล้งไม่หยุดของคนที่ชื่ออิมแจบอมกับเพื่อนที่เด็กๆพากันเรียกว่าอาเจย์ก็ทำให้จินยองได้แต่นั่งขำเบาๆ ส่วนพวกเด็กๆเองก็ดูจะสนุกสนานกับการคุยกับเพื่อนๆของคุณพ่ออยู่เหมือนกัน

            [ทำไมมึงแน่ใจเหรอว่าแค่เกรงใจเพื่อนบ้าน เอ๊ะๆหรือว่า… !?!]

            “…”

           

            [หรือว่าไม่ใช่แค่เพื่อนบ้าน เหยยังไงๆ เขาเป็นแค่เพื่อนบ้านมึงจริงๆเหรอวะแจบอม !]

 

            และในขณะที่เจ้าของโทรศัพท์กำลังปล่อยให้พวกเด็กๆคุยกับปลายสายอยู่ดีๆ จู่ๆหูเจ้ากรรมก็ดันไปได้ยินเสียงพูดที่ดังสนั่นจากปลายสายที่ไม่ใช่เสียงของคนที่ชื่ออิมแจบอม แต่ประโยคที่เขาได้ยินเข้าอย่างจังก็ทำเอาจินยองสะดุ้งโหยงไปทันที

 

          ยังไม่ทันจะสามทุ่มก็เมากันขนาดนี้แล้วเหรอ !?!

 

            [ไอ้เหี้_แว่น !! เพ้อห่_อะไรออกมา !! มึงเมาแล้วเหรอ ไสหัวไปเลยไป !] และจินยองก็ไม่ต้องเป็นฝ่ายโวยวายอะไรทั้งสิ้น เพราะตอนนี้ดูเหมือนว่าอิมแจบอมคงจะโวยวายแทนเขาไปหมดแล้วล่ะ [คุณ ผมขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยนะ มันเมาแล้ว อย่าไปสนใจที่มันเพ้อเจ้อเลยนะ] พร้อมกับที่อิมแจบอมที่ดูจะเหวออยู่ไม่น้อยรีบโผล่หน้าเข้ามาในจอโทรศัพท์แล้วพูดรัวเสียจนยากจะจับใจความทันที

 

            “เอ่อไม่เป็นไรครับ…” แต่บอกเลยว่าตอนนี้จินยองเองก็เริ่มจะทำตัวไม่ถูกแล้วเหมือนกัน เด็กๆเดี๋ยวพี่ตั้งโทรศัพท์ไว้ให้คุยตรงนี้นะ พี่ขอไปอาบน้ำก่อนก็แล้วกัน คุยกับคุณพ่อเขาตามสบายเลยนะ

            [แน่ะๆด่ากูแบบนี้ เขินหรอ ? มีอะไรไม่บอกเพื่อนฝูงนะมึง เดี๋ยวเถอะๆ]

          [เดี๋ยวเถอะพ่อมึง แซวอะไรไม่เกรงใจกูก็เกรงใจเขาด้วยโว้ย !!]

 

            ถึงแม้ว่าจินยองจะลุกขึ้นไปหยิบชุดนอนกับผ้าขนหนูเตรียมจะไปอาบน้ำ แต่เสียงพูดคุยผ่านโทรศัพท์ของผู้ชายอีกสองคนที่เล็ดลอดเข้ามาผ่านการคอลวิดิโอก็ไม่ได้ทำให้เขารู้สึกหายประหม่าสักนิด ให้ตายสิ เขาไม่ชอบคนเมาเพราะพูดจาไม่รู้เรื่องแบบนี้นี่แหละ

 

          ถึงจะรู้อยู่ว่าตัวเองก็ไม่ได้เขินอะไร

 

          แต่เขาก็ไม่ชอบความรู้สึกแบบตอนนี้จริงๆนะ !

 

            ใช้เวลาร่วมๆยี่สิบนาทีในการอาบน้ำแต่งตัว บวกกับที่พยายามถ่วงเวลาเพราะจะได้ไม่ต้องออกไปได้ยินอะไรแปลกๆจากคนที่กำลังเมาผ่านการเปิดวิดิโอคอล แล้วก็เป็นโชคดีอีกครั้งที่เมื่อออกจากห้องน้ำมาแล้วก็พบว่า พวกเด็กๆกำลังพากันนอนเลื้อยไหลไปตามโซฟาพร้อมกับที่เห็นว่าโทรศัพท์ถูกตัดสัญญาณวิดิโอคอลไปแล้ว

 

            งือแบมแบมคิดถึงแด๊ดดี้จังเลยแล้วก็เริ่มต้นด้วยเสียงพึมพำของเด็กน้อยแก้มป่องที่กอดตุ๊กตาโพโรโระที่เริ่มมีท่าทีจ๋อยลงจากในตอนแรกอย่างชัดเจน

            นั่นซี่ ยองแจนง่วงแล้วล่ะ แต่ว่ายองแจนอยากโป๊ะโป๊ะแด๊ดดี้ก่อนนอนจังเลย

            “แจ็คสันก็ด้วยล่ะ คิดถึงแด๊ดดี้จังเลยน้า

            “ง่วงกันแล้วเหรอ ?เพราะเห็นว่าเพิ่งจะสามทุ่มนิดๆ แต่พวกเด็กๆเริ่มพากันหาวหวอดทีละคนสองคน รวมไปถึงยูคยอมและมาร์คที่เริ่มใช้ศีรษะถูไถเข้าที่แขนของจินยองเหมือนจะเริ่มงอแงก็ทำให้นักศึกษาหนุ่มได้แต่ลูบกลุ่มผมนุ่มเบาๆแทน

            แต่ยองแจนอยากรอแด๊ดดี้ก่อนนี่นา…” และท่าทีที่งอแงของยองแจที่เริ่มจะง่วงนอนก็ทำให้จินยองรู้สึกสงสารอยู่ไม่น้อย แด๊ดดี้บอกว่าจะรีบกลับมานี่นา ฮือ…” แล้วก็เข้าสู่ช่วงปี่แตกไปตามระเบียบ

            เดี๋ยวคุณพ่อเขาก็กลับมาแล้วล่ะ ไม่ร้องไห้นะเด็กดี โอ๋ๆถึงกระนั้นจินยองกลับไม่ได้รู้สึกหงุดหงิดสักนิดที่พวกเด็กๆเริ่มงอแงร้องหาคุณพ่อกัน ก่อนจะค่อยๆอุ้มเจ้าก้อนแก้มอวบที่นั่งสะอึกสะอื้นขึ้นมาปลอบแทน งั้นนอนกันก่อนดีกว่าเนอะ เดี๋ยวพี่จะนอนเป็นเพื่อน แล้วถ้าคุณพ่อมาเมื่อไหร่ พี่จะปลุกทันทีเลย ดีไหม ?

            “สัญญาน้าพี่จีนยองต้องรีบปลุกพวกเราเลยน้าเจ้าก้อนผมปอยชมพูที่กำลังงอแงอยู่จึงรีบพูดขึ้นมาทันที

            ฮื่อสัญญาสิจินยองพยักหน้ารับคำแล้วเกี่ยวนิ้วก้อยกับเด็กน้อยตรงหน้า ก่อนจะเดินเข้าไปในห้องเก็บของที่อยู่ใกล้ๆกันเพื่อเตรียมหาฟูกนอนสำหรับคืนนี้

 

            อย่าเพิ่งตกใจกันไปเสียล่ะว่าเขารังเกียจรังงอนพวกเด็กๆหรอกหรือ นั่นไม่ใช่เลยสักนิดเดียว แต่เพราะห้องนอนของเขามันเป็นเตียงนอนสำหรับคนเดียว ดังนั้นจึงไม่มีทางที่จะรองรับเด็กๆทั้งห้าคนได้อย่างแน่นอน เพราะอย่างนั้น เขาจึงต้องหาฟูกนอนสำหรับแขกมาปูกลางห้องนั่งเล่น โดยมีแจ็คสันและมาร์คเป็นลูกมือคอยช่วยเหลือ ก่อนจะเดินไปหยิบหมอนหกใบกับผ้านวมที่เพียงพอสำหรับแขกตัวน้อยทั้งหกคนแล้วเดินไปเปิดเครื่องปรับอากาศในส่วนของห้องนั่งเล่นกลางเพื่อเป็นห้องนอนชั่วคราวสำหรับคืนนี้ แน่นอนว่านั่นรวมถึงตัวของจินยองเองด้วย แล้วก็ไม่ลืมที่จะจับเจ้าก้อนตัวน้อยใส่เสื้อกันหนาวที่คุณพ่อหน้าดุเตรียมมาให้เพื่อไม่ให้หนาวจนเกินไปอีกด้วย

 

            นุ่มจังเลย !” แจ็คสันที่กระโดดลงไปบนฟูกนอนเป็นคนแรกเริ่มกลิ้งกลุกๆอย่างสนุกสนาน

            พี่จีนยอง…” และในขณะที่จินยองกำลังจับเด็กน้อยที่เริ่มทิ้งตัวลงนอนบนฟูกทีละคนห่มผ้า จู่ๆก็เหลือบไปเห็นเจ้าก้อนผมแดงที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่ง พร้อมกับสมุดนิทานในมือหนึ่งเล่ม

            มีอะไรเหรอมาร์ค ?

            “คือ…” และท่าทีที่ดูเกรงใจของมาร์คก็ทำให้จินยองส่งยิ้มกลับไปเพื่อให้พี่ใหญ่ของกลุ่มก้อนสบายใจมากขึ้น ม้ากคึอยากให้พี่จีนยองเล่านิทาน พี่จีนยองเล่านิทานให้พวกเราฟังได้ไหม ?และดวงตากลมโตที่หลุบลงก็ทำให้จินยองคลี่ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู

            ได้สิ แต่พี่ก็เล่าไม่เก่งเท่าไหร่นะ อาจจะไม่สนุกเท่าที่คุณพ่อของเราเล่า ไม่เป็นไรใช่ไหม ?พร้อมกับที่จินยองแบมือขอสมุดนิทานเรื่องลูกหมูสามตัวกับหมาป่ามาจากมือของเจ้าก้อนผมแดงมาเปิดดูคร่าวๆ หืม ? นิทานสองภาษาหรอกเหรอ เก่งจังเลยแล้วก็อดที่จะทึ่งไม่ได้อีกครั้งเมื่อพบว่านิทานในมือของเขาเป็นนิทานสองภาษา เพราะเขาไม่ค่อยเห็นเด็กวัยนี้อ่านหนังสือภาษาอังกฤษเท่าไหร่นัก

 

            นิทานลูกหมูสามตัวที่พากันไปสร้างบ้านและต้องต่อกรกับหมาป่าถูกเล่าไปเรื่อยๆ แม้ว่าจะไม่ได้มีท่าทีประกอบเหมือนคนที่เล่านิทานเก่งๆ แต่จินยองก็พยายามใส่อารมณ์ร่วมผ่านเสียงเพื่อให้พวกเด็กๆสนุกสนานหัวเราะคิกคักตามไปด้วย ซึ่งพอได้มาทำอะไรแบบนี้แล้ว เขาก็อดคิดถึงหลานสาวที่ปูซานไม่ได้เหมือนกัน

            และเมื่อการเล่านิทานจบลงในเวลาสามทุ่มครึ่ง พร้อมกับที่เด็กน้อยทั้งห้าเริ่มตาปรือกันขึ้นเรื่อยๆ จินยองจึงค่อยๆดึงผ้านวมขึ้นมาปกคลุมเจ้าก้อนกลมๆในเสื้อกันหนาวหลากสีจนดูเหมือนก้อนสิ่งมีชีวิตที่นอนเรียงแถวกัน

 

            เอาล่ะ หลับกันได้เลยนะ ไว้คุณพ่อมาเมื่อไหร่พี่จะปลุกก็แล้วกัน

            “ฮื่อ…” พร้อมกับเสียงตอบรับที่ส่งกลับมาเบาๆ จวบกันที่จินยองเห็นว่าศีรษะกลมๆของเจ้าลูกหมีตัวโตที่นอนอยู่ถัดจากเขาไปสามคนโผล่ขึ้นมาจากฟูกนอนเล็กน้อย พี่จีนยองฝันดีน้า ~

            “อื้ม ฝันดีนะเด็กๆจินยองส่งยิ้มกลับไปให้เจ้าก้อนลูกเป็ดทั้งห้าที่เริ่มหลับตาพริ้มทีละคนพร้อมกับรอยยิ้มเล็กๆที่บ่งบอกถึงความสุข ก่อนที่เจ้าของห้องจะจัดการเปลี่ยนจากไฟกลางห้องเป็นเพียงโคมไฟเล็กๆที่อยู่หน้าโทรทัศน์เพื่อไม่ให้รบกวนการนอนหลับของพวกเด็กๆ

 

            แต่ถึงกระนั้น ในเวลาสามทุ่มครึ่งแบบนี้มันก็ไม่ใช่เวลานอนของจินยองเหมือนกับทุกที ครั้นจะหยิบงานวิทยานิพนธ์มาทำต่อ วันนี้เขาเองก็เริ่มหมดแรงแล้ว และเมื่อเห็นว่านานๆทีเขาเองจะมีวันหยุดพักผ่อนเหมือนกัน แล็ปท็อปและหูฟังในห้องนอนจึงถูกยกออกมาวางบนฟูก ก่อนจะต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ตเพื่อเข้าสู่โลกของการพักผ่อนเช่นเดียวกัน

 

            จะให้ขอโทษหรือให้สารภาพ ?

 

            อย่าหาว่าเขาไร้สาระเลยนะ แต่ปกติแล้วเขาก็ไม่ค่อยมีเวลามาดูอะไรแบบนี้เท่าไหร่ เพราะอย่างนั้นก็อยากจะใช้เวลาตอนนี้ให้คุ้มค่าเสียหน่อย ก็เลยอาศัยจังหวะนี้ดูซีรี่ย์ย้อนหลังผ่านอินเทอร์เน็ตแก้เบื่อไปพลางๆ อย่ามองว่าเขาชอบหรือติดใจพระเอกเหมือนคนอื่นๆล่ะ เขาแค่ชอบเนื้อหาของเรื่องนี้หรอกน่า

 

          แต่ก็ไม่เถียงหรอกว่ากัปตันยูชีจินน่ะเท่จริงๆ

 

            Line !

 

            แต่ดูเหมือนว่าวันนี้อุปสรรคในการดูบิ๊กบอสของจินยองจะมีมากเหลือเกิน (อยู่ตั้งนานทำไมไม่ทักกันนะ มันน่าหงุดหงิดจริงๆ !) เพราะการที่เสียงไลน์แจ้งเตือนดังขึ้นมา ทำให้จินยองต้องยอมถอดหูฟังแล้วเอื้อมไปหยิบโทรศัพท์มือถือมาดู ก่อนจะแอบจิ๊ปากอย่างขัดใจเมื่อพบว่าใครเป็นคนที่ส่งข้อความมา

 

          ให้ตายสิทำไมชอบมาขัดจังหวะอยู่เรื่อยเลยนะ !

 

            Im Jaebum : คุณ

            Im Jaebum : นอนหรือยัง ?

 

          สองข้อความที่ถูกส่งมาโดยคุณพ่อเลี้ยงเดี่ยวที่ตอนนี้คงจะกำลังอยู่ในงานเลี้ยงรุ่นหรือตั้งท่าจะกลับบ้านทำให้จินยองแอบมุ่ยหน้าไปเล็กน้อย แต่ถึงอย่างนั้นก็ยอมพิมพ์ตอบกลับไปอยู่ดี เพราะบางทีก็อาจจะเป็นการส่งสัญญาณว่ากำลังจะมารับพวกเด็กๆแล้ว         

 

          Park Jinyoung (Junior) : ยังครับ (seen)

          Im Jaebum : แล้วตอนนี้คุณพอจะว่างไหม ?

          Park Jinyoung (Junior) : ครับ (seen)

 

            แล้วอะไรก็ไม่รู้ที่ดลใจให้เขาตอบไปแบบนั้น ทั้งๆที่เขาอยากจะดูกัปตันยูชีจินใจจะขาดมากกว่าแท้ๆ ทว่า ข้อความถัดมาจากเพื่อนบ้าน 0418 ก็ทำเอาจินยองแทบจะไปต่อไม่ถูกทันที

 

            Im Jaebum : งั้นโทรคุยเป็นเพื่อนผมสักเดี๋ยวได้ไหม ?

 

[ - Special Narrator by Park Jinyoung End - ]

 

 

          เขากำลังรู้สึกว่าตัวเองคิดผิดอย่างมหันต์ที่ยอมตอบตกลงมางานเลี้ยงรุ่นในวันนี้

 

            บรรยากาศในร้านเนื้อย่างยามสองทุ่มเศษๆที่เริ่มจะมีกลิ่นแอลกอฮอล์ปะปนเข้ามา อีกทั้งเครื่องเล่นคาราโอเกะของทางร้านที่พวกเพื่อนเก่าของเขาพากันร้องไม่หยุด (ตั้งแต่มาถึงตอนหกโมงเย็นเขาก็ยังไม่เห็นว่าไมโครโฟนจะว่างงานสักวินาทีเดียว พอคนนี้วาง คนนั้นก็หยิบต่อ) ทำให้แจบอมที่เริ่มรู้สึกเซ็งๆกับบรรยากาศที่มีคนเยอะๆได้แต่นั่งย่างเนื้อกินประทังชีวิตและแก้เบื่อไปพลางๆ

 

          เอาวะถือเสียว่ามาเพื่อกินก็แล้วกัน !

 

            “เลิกทำหน้าเหมือนโดนยาเบื่อได้แล้วมึง มางานเลี้ยงรุ่น ไม่ได้มางานเกษียณและในขณะที่แจบอมกำลังคีบเนื้อย่างเข้าปากตัวเอง เพื่อนสนิทปากร้ายของเขาอย่างเจฮยองก็ยื่นหน้ามาพูดด้วยถ้อยคำที่ชวนเท้ากระตุกเสียเหลือเกิน

            โดนหมาลากมาไงก่อนจะตอบกลับไปอย่างไม่สบอารมณ์นัก และต่อให้เจฮยองจะมองแรงใส่เขา แต่ใครสนล่ะ ? เพราะสิ่งที่เขาพูดมันก็เรื่องจริงล้วนๆ

 

            เขาเป็นคนที่ไม่ชอบที่ที่มีคนเยอะ และงานเลี้ยงรุ่นในตอนนี้ก็คือตัวอย่างของบรรยากาศที่เขาไม่ชอบ ถึงแม้ว่าหญิงชายร่วมๆสามสิบคนในห้องกระจกที่เพื่อนของเขาโทรมาจองไว้โดยเฉพาะจะเป็นคนที่เขารู้จักดีทุกคนก็ตาม แต่ก็ใช่ว่าเขาจะสนิทกับทุกคนเสียเมื่อไหร่ เพราะสมัยเรียนมหาวิทยาลัย คนที่คบเป็นเพื่อนสนิทแบบจริงๆจังๆก็มีอยู่แค่สองคนคือวอนพิลกับเจฮยองนั่นแหละ

 

          อาจะบอกว่าสองก็คงไม่ถูกเท่าไหร่หรอก

 

            ดวงตาคมกวาดสายตามองบรรยากาศรอบๆร้าน ถึงจะหงุดหงิดใจอยู่บ้างที่ต้องมาอยู่ในที่อึกทึกแบบนี้ แต่เขาก็จะพยายามเข้าใจว่าพวกเพื่อนๆก็คงอยากจะมาย้อนวัย ย้อนความสนุกร่วมกันก็เลยไม่อยากจะขัดหรือทำให้เสียบรรยากาศเท่าไหร่ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนผู้หญิงที่วิ่งเข้ามายื่นไมโครโฟนให้เขาร้องเพลง (แต่ก็เซย์โนไปตามระเบียบนั่นแหละ) หรือพวกเพื่อนสาวเทียมที่พากันวิ่งมาวี้ดว้ายแล้วก็เต้นๆรอบตัวเขาจนแจบอมได้แต่ขำหึหึกลับไป

            ทว่า สายตาของเขากลับไปสะดุดเข้ากับเพื่อนอีกคนที่ทำให้แจบอมเริ่มกระอักกระอ่วนใจอยู่ไม่น้อยที่นั่งอยู่อีกฝั่งของโต๊ะโดยสิ้นเชิง (แน่นอนว่าคนที่จัดการเรื่องที่นั่งให้เป็นแบบนี้ก็คือเพื่อนๆของเขานั่นแหละ) แก้วเหล้าและเสียงอ้อแอ้ของอดีตเพื่อนสนิทที่เย้าหยอกพวกเพื่อนผู้หญิงทำให้แจบอมรีบเบือนสายตาหนีเพราะไม่อยากจะรู้สึกเซ็งไปมากกว่านี้

 

            ตี๋ สักแก้วดิ๊แต่ความเซ็งของแจบอมก็ต้องถูกขัดลงเมื่อพบว่า มีแก้วเหล้าที่ถูกผสมแล้วอยู่ตรงหน้าของเขาด้วยฝีมือของเพื่อนสนิทที่นั่งอยู่ข้างๆกัน

            ขอผ่านว่ะและการที่แจบอมดันแก้วเหล้ากลับไปก็ทำให้เจฮยองงุนงงไปเล็กน้อย กินเนื้อดีกว่า อิ่มกว่าเยอะพร้อมกับแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นๆ

 

          จะให้บอกว่าไม่อยากกินเพราะพวกเด็กๆขอเอาไว้เดี๋ยวก็โดนล้ออีก รำคาญ

 

            แด_จนขึ้นอืดแล้วมึงอ่ะ มึงแด_คนเดียวน่าจะเยอะกว่าเพื่อนทั้งหมดรวมกันอีกมั้งถึงจะพูดแบบทีเล่นทีจริง แต่การที่แจบอมเห็นว่าส่วนใหญ่แล้วเพื่อนๆหลายสิบชีวิตดูจะสนใจกับการร้องคาราโอเกะกับแอลกอฮอล์เสียมากกว่าก็ทำให้เขาได้แต่ยักไหล่อย่างไม่ใส่ใจนัก เพราะเขาก็พอจะรู้อยู่หรอกว่าการมางานแบบนี้ เหตุผลหลักไม่ใช่เรื่องการมากิน แต่เป็นการพบปะสังสรรค์

 

          แต่เขานี่แหละที่กำลังทำให้เหตุผลหลักของการมาที่นี่คือการกิน

 

            “ทำไมวันนี้วอนพิลมันเงียบๆจังวะ ?ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าเขาจะไม่สนใจคนรอบข้างเลยเสียทีเดียว เพราะดูเหมือนว่าวันนี้เพื่อนสนิทอีกคนของเขาดูจะไม่ค่อยพูดค่อยจาเท่าไหร่ แถมเอาแต่ก้มหน้าก้มตาเล่นโทรศัพท์อีกต่างหาก

            มันคงเหนื่อยมั้ง ช่วงนี้พี่ชายกลับมาจากต่างประเทศ แถมพาหลานมาด้วยก็ต้องดูแลแขกนั่นแหละ เดี๋ยวสี่ทุ่มมันก็ออกไปส่งพี่ชายที่สนามบินแล้วเจฮยองอธิบายเสียยาวก่อนจะลงมือกินอาหารบ้าง

 

            เฮ้ย แว่น นั่งด้วยดิ

 

            หากแต่ในขณะที่บรรยากาศภายในห้องอาหารกำลังเป็นไปอย่างสนุกสนาน จู่ๆก็มีเพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งที่ปลีกตัวออกมาจากโซนคาราโอเกะ ก่อนจะเดินตรงมายังบริเวณที่พวกเขาสามคนแล้วทิ้งตัวลงนั่งข้างๆเจฮยอง

 

          แถมยังจิ๊กเนื้อในเตาที่เขาอุตส่าห์นั่งย่างมาตั้งนานไปกินหน้าตาเฉยอีก !!

 

            “อย่าแย่งของกูดิ ไอ้ซานะและเขาเองก็ไม่ใช่สุภาพบุรุษที่จะยอมเรื่องของกินให้เพื่อนผู้หญิงเท่าไหร่ แถมยิ่งเป็นเพื่อนในคณะด้วยกันแล้วล่ะก็ อย่าหวังเลยเถอะ !

            “อย่ามางกนะไอตี๋นอกจากจะโดนเมินหน้าตเาเฉยแล้ว เนื้อย่างชิ้นใหญ่สุดที่เขาเพ่งเล็งเอาไว้ก็ถูกคีบเข้าปากแม่เพื่อนสาวอีกด้วย

 

          เจ็บใจโว้ย !!!

 

            มินาโตะซากิ ซานะ เพื่อนชาวญี่ปุ่นที่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงได้มาเรียนที่เกาหลี (ขี้เกียจถาม ไม่ได้อยากรู้ขนาดนั้น) เป็นเพื่อนร่วมคณะที่เขาก็เจอบ้างประปรายเวลาลงเรียนวิชาบังคับเพราะเลขรหัสใกล้ๆกัน นิสัยรวมๆก็ถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีมากอีกคนหนึ่ง (อย่างน้อยๆก็ได้มันติวสอบวิชาภาษาอังกฤษตัวที่คณะบังคับให้ลงเรียนนั่นแหละ) แต่ก็ถือว่าเป็นเพื่อนผู้หญิงที่เขาคุยบ่อยด้วยที่สุด เพราะด้วยความที่เขาชอบอ่านการ์ตูนญี่ปุ่นก็เลยคุยเรื่องอนิเมะหรือมังงะกับมันรู้เรื่อง (แถมบางทีช่วงปิดเทอมใหญ่เวลามันกลับญี่ปุ่นเขาก็ชอบฝากหิ้วพวกสินค้าอนิเมะมาด้วย)

 

          แล้วก็ยังเป็นคนที่ไอ้เจฮยองไปจีบเมื่อตอนอยู่ปีสามเสียด้วย (แต่ก็นกนะ เพราะทุกวันนี้มันคบกับคนญี่ปุ่นด้วยกันอยู่ แถมมีแววว่าจะแต่งงานเร็วๆนี้ด้วย)

 

            ก็เลยคิดว่าน่าจะเป็นเพื่อนผู้หญิงที่คุยด้วยบ่อยที่สุดล่ะมั้ง (แต่ก็ไม่เกินเดือนละ 30 ประโยค เฉลี่ยแล้วก็ตกวันละประโยคหรอกนะ)

 

            ทำไมพวกมึงไม่ไปร้องคาราโอเกะกันวะ ?พูดไปก็เคี้ยวเนื้อย่างไปจนแจบอมรู้สึกหมั่นไส้ตะหงิดๆที่เนื้อย่างชิ้นใหญ่ที่เขาอุตส่าห์ดูแลในเตาย่างมาอย่างดีต้องมาถูกช่วงชิงไป

            ขี้เกียจ นั่งกินดีกว่า เดี๋ยวไม่คุ้มที่เหมาจ่ายไป

            “แต่ก็คิดถึงบรรยากาศแบบนี้นะ นึกถึงตอนไปฉลองหลังสอบไฟนอลเลยซึ่งคำพูดของเพื่อนสาวก็ทำให้แจบอมพยักหน้าหงึกๆเป็นเชิงเห็นด้วย ไอ้แว่น วอนพิล ไปร้องคาราโอเกะกันและเมื่อเห็นว่าจะชวนเขาไปก็คงเสียเวลา ซานะจึงหันไปเอ่ยปากชวนเพื่อนสนิทอีกสองคนที่นั่งอยู่กับเขาแทน

            มึงแม่ง…” ทว่า เจฮยองที่ดูจะกรึ่มๆแอลกอฮอล์นิดหน่อยก็พูดขึ้นมา นี่กูยังไม่หายแค้นมึงนะรู้ป่ะ ?ตามมาด้วยประโยคที่เจฮยองพูดกับเพื่อนผู้หญิงข้างๆตัวเองที่ทำให้แจบอมหันขวับทันที (สาบานเลยว่าไม่ได้อยากรู้นะ !)

            แค้นไรมึงวะ ?ส่วนแม่เพื่อนสาวตัวดีที่ขโมยเนื้อย่างของเขาไปก็นั่งเคี้ยวตุ้ยๆพร้อมถามเจฮยองที่เริ่มเลื้อยไหลไปกับเก้าอี้เล็กน้อย

            เชี่ย ! มึงหักอกกูตอนอยู่ปีสาม แต่ชวนกูคุยได้หน้าตาเฉยยันทุกวันนี้ ใจร้ายชิบหาย !” แต่ประโยคถัดมาก็ทำเอาทั้งซานะและเขาถึงกับหัวเราะลั่นอย่างสะใจเมื่อได้ยินแบบนั้น เพราะทุกคนก็รู้กันดีว่ามันเป็นเรื่องในอดีตไปแล้ว แถมเจฮยองเองก็ชอบตัดพ้อซานะทำนองนี้บ่อยๆเวลาเจอกัน อย่างไรเสียก็เป็นการล้อเล่นขำๆอยู่แล้ว

            ถุยเถอะ ! ต่อให้กูไม่มีแฟนตอนนั้นกูก็ไม่สนมึงอยู่ดีค่ะเพื่อนแว่น

            “เดี๋ยวคอยดูนะ วันไหนกูมีแฟนเมื่อไหร่ กูจะเอามาเย้ยมึงเลย เอาให้มึงเสียดายกูเลย ฮ่าๆ

 

            ปั้ง !

 

            และในขณะที่บรรยากาศบนโต๊ะกำลังไปได้ด้วยดี ไม่ว่าจะเป็นแจบอมที่กำจัดเนื้อในเตาย่างจนหมด เจฮยองกับซานะที่นั่งเถียงกันไปมา (บางทีเขาก็คิดนะ ว่าดีแล้วที่มันสองคนไม่เป็นแฟนกัน เขาขี้เกียจมานั่งฟังมันทะเลาะกัน) จู่ๆทุกอย่างก็กลายเป็นเพียงความเงียบไปในทันที เมื่อเสียงอะไรบางอย่างที่กระแทกลงบนโต๊ะเข้าอย่างจัง

 

            ซึ่งสิ่งที่กำลังทำให้บรรยากาศบนโต๊ะเงียบมากขึ้นไปอีกก็คือการที่เขารู้ว่า ที่มาของเสียงคือวอนพิลที่นั่งเงียบมานานลุกขึ้นใช้มือกระแทกโต๊ะนั่นเอง

 

            โทษทีกูว่ากูไม่ค่อยโอเคกับกลิ่นแอลกอฮอล์เท่าไหร่ เดี๋ยวกูออกไปข้างนอกสักพักก็แล้วกัน

 

            วอนพิลที่ลุกขึ้นยืนด้วยท่าทีนิ่งเฉยและสีหน้าเรียบๆก็ทำให้ทั้งแจบอม เจฮยอง รวมถึงซานะที่นั่งอยู่ด้วยกันได้แต่ส่งสายตาหากันไปมาอย่างตกใจ แต่ก็เร็วกว่าที่ใครสักคนจะพูดออกไป หนึ่งในเพื่อนสนิทของเขาก็คว้าโทรศัพท์เดินออกจากห้องอาหารไปทันที ท่ามกลางความงุนงงของเพื่อนๆอีกหลายสิบชีวิตที่เหลือที่ยืนออกันอยู่หน้าตู้คาราโอเกะก็ได้แต่มองตามไปด้วยเช่นกัน

 

            มันเป็นอะไรวะ ?แจบอมรีบเยื้องตัวเข้าไปกระซิบกับเจฮยองทันที เห็นเพื่อนเป็นแบบนี้ก็ใช่ว่าเขาจะสบายใจเสียเมื่อไหร่ กูว่าแบบนี้ไม่ใช่แค่เหนื่อยแล้วล่ะมั้ง เมื่อกี๊ตอนคอลวิดิโอคุยกับเด็กๆก็ยังดีๆอยู่เลยไม่ใช่เหรอวะ ?

            “มันดีแค่ตอนคุยกับลูกมึงเฉยๆ จริงๆแม่งนั่งหน้าตึงตั้งแต่มาถึงแล้ว กูชวนคุยแม่งก็ไม่ค่อยจะคุย ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นอะไรและสิ่งที่เจฮยองกระซิบตอบกลับมาก็ทำให้แจบอมได้แต่ถอนหายใจ แต่ก็ไม่อยากจะเซ้าซี้เท่าไหร่นัก เพราะเป็นอันรู้กันว่าถ้าวอนพิลอารมณ์ดีเมื่อไหร่เดี๋ยวก็คงมาเล่าให้พวกเขาฟังเอง

            เดี๋ยวกูไปร้องคาราโอเกะต่อละ บ๊าย !” ถึงจะบอกแบบนั้น แต่ก็ใช่ว่าแจบอมจะดูไม่ออกว่าแม่เพื่อนสาวตัวดีของเขากำลังหาเรื่องชิ่งออกจากบรรยากาศอันน่าอึดอัดชัดๆ

 

            เลวเสมอต้นเสมอปลายจริงจริ๊ง !

 

            เพราะอย่างนั้น ตอนนี้จึงเหลือเพียงแค่เขากับเจฮยองที่นั่งอยู่หน้าเตาปิ้งย่าง รวมกับเพื่อนอีกสี่ห้าคนที่นั่งกระจัดกระจายกันไปบนโต๊ะ จนกระทั่งเจฮยองเองที่เริ่มจะเบื่อกับการอยู่เฉยๆก็ขอปลีกตัวไปร้องคาราโอเกะบ้าง ทำให้ตอนนี้แจบอมต้องนั่งอยู่เพียงลำพัง จึงตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมแก้เบื่อไปพลางๆ

 

          เฮ้ย แจบอม พวกกูนั่งด้วยดิ

 

            ทว่า กลิ่นเหล้าที่ลอยเข้ามาเตะจมูกทำให้แจบอมเงยหน้าขึ้นจากจอโทรศัพท์ ก่อนจะพบว่ามีเพื่อนผู้ชายประมาณสามคนที่เขาเองก็รู้จักอยู่ผ่านๆในสภาพที่ดูกรึ่มๆพอสมควรเดินเข้ามาหา โดยที่แจบอมเองก็พยักหน้าตอบไปก่อนจะเก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกงเพื่อนั่งคุยกับเพื่อนที่เพิ่งเข้ามาร่วมวงด้วย

 

            เมากันตั้งแต่ยังไม่สี่ทุ่มเลยนะพวกมึงเนี่ยพร้อมทั้งส่งคำไปทักทายที่เขาคิดว่าน่าจะเหมาะกับไอ้เพื่อนขี้เมาพวกนี้มากที่สุดทันที

            เออน่า นานๆทีโว้ย ! ไม่ได้กินแบบนี้มานานแล้วตอบแบบอ้อแอ้ๆก่อนจะกระดกแก้วเหล้าในมือเข้าปาก

 

            เอาเลยเอาที่สบายใจกันเลย !

 

            เฮ้ย สักแก้ว…” แถมยังมีหน้ามายื่นแก้วเหล้าให้เขากันอีกด้วย ทำให้แจบอมทำได้เพียงกลอกตาอย่างเซ็งๆ ก่อนจะส่ายหัวแทนคำตอบ

            ไม่เอาดีกว่า กูขับรถมาเอง เดี๋ยวขับกลับไม่ไหวแล้วก็เลือกที่จะบอกเหตุผลอ้อมๆแทน เพราะเพื่อนกลุ่มนี้ไม่ได้รู้เรื่องที่เขาแอบซุกเจ้าพวกตัวแสบทั้งห้าเอาไว้เหมือนวอนพิลกับเจฮยอง

            เมามากก็ไปนอนที่ออฟฟิศดิวะ เชื่อเหอะว่าคืนนี้ไปนอนตายกันที่นั่นเยอะแน่ เมาเรื้อนกันขนาดนี้ยังไงก็กลับบ้านกลับช่องไม่ไหวหรอกตามมาด้วยคำตอบของเพื่อนอีกคนที่ไม่ได้มีท่าทีทุกข์ร้อนเท่าไหร่หนัก

            พวกมึงก็รู้กันไม่ใช่เหรอว่าเวลากูเมาแล้วทุเรศขนาดไหน เพราะงั้นขอผ่านว่ะเมื่อเห็นว่าพูดอ้อมๆก็คงจะไม่ได้ผล ฉะนั้นแจบอมจึงยอมบอกอีกเหตุผลที่เขาหวังว่าเพื่อนๆคงจะเข้าใจเขาบ้าง

 

            ถ้าถามว่าเวลาเมาเขาดูน่าเกลียดขนาดไหน

 

          ก็ขนาดที่ไปนั่งตัดพ้อเพ้อพกกับม้านั่งหินอ่อนหน้าร้านเหล้าได้ แค่นั้นเอง !

 

            “กลัวอะไรวะ แม่งก็เห็นในสภาพเรื้อนๆกันมาแล้วทั้งนั้นแต่เปล่าเลย นอกจากจะไม่เข้าใจแล้ว ยังไม่สนใจในสิ่งที่เขาพูดอีกด้วย

            จะตะล่อมให้กูแด_ให้ได้ว่างั้น ?

            “เออน่า ซักแก้วๆ เฮ้ย มึงผสมเหล้าให้มันหน่อยขอบคุณมากที่ไม่มีใครฟังเขาสักนิด แถมเป็นการบังคับที่น่าโมโหกว่าเจฮยองเป็นไหนๆ เพราะนอกจากจะไม่ถามอะไรต่อแล้ว แก้วเหล้าที่ถูกยัดใส่มือของเขามาก็ทำให้แจบอมได้แต่ส่งสายตามองแรงให้ไอ้เพื่อนขี้เมาทั้งหลายตรงหน้าไปหนึ่งทีพอหอมปากหอมคอ

            แด_แก้วนี้แล้วก็เลิกเซ้าซี้กูกันได้แล้วนะแต่เพราะรู้ดีว่าจะดึงดันดื้อต่อไปเขาคงจะโดนจับกรอกเหล้าเป็นแน่ สุดท้ายแจบอมจึงยอมกระดกเหล้าที่ถูกผสมลงคอรวดเดียวจนหมดเพื่อตัดความรำคาญไป พอ เลิก !” ก่อนจะวางแก้วเหล้าเปล่าลงบนโต๊ะอย่างเซ็งๆ

            “เออ มึง กูถามหน่อยดิก่อนที่พวกเพื่อนๆของเขาจะเริ่มเปิดประเด็นสนทนาเรื่องต่อไป แจบอมจึงได้แต่เลิกคิ้วเป็นเชิงให้อีกฝ่ายพูดต่อ มึงอ่ะ…”

 

            จนป่านนี้ยังไม่คืนดีกับไอ้ชยอนูมันอีกเหรอวะ ?

 

            และคำถามที่แจบอมได้ยินก็ทำเอาเขาได้แต่ส่งสายตามองเพื่อนร่วมรุ่นอีกสามคนที่ถามคำถามนี้ทันที ซึ่งการที่พวกเพื่อนๆของเขาเริ่มชะงักไปก็พอจะเป็นคำตอบได้ว่า สีหน้าของเขาในตอนนี้คงจะดูไม่สบอารมณ์อยู่มากโขเลยทีเดียว

 

            เฮ้ย ! กูบอกกี่รอบแล้วว่าอย่าไปถามมันแบบนี้ พร้อมๆกับที่แจบอมได้ยินเสียงกระซิบจากเพื่อนที่นั่งอยู่ด้วยกัน วันนี้มันไม่ยำตีนกันในงานก็ดีถมไปแล้วนะโว้ย ! ’

            นั่นดิ มึงก็เห็นสภาพตอนมันต่อยกันในงานแต่งรุ่นพี่มินฮยอกไม่ใช่ไง้ไอ้ห่_ ?

            ‘ เอ้า แต่เรื่องมันก็ผ่านมาหลายปีแล้วนะมึง คนสองคนมันจะโกรธข้ามเดือนข้ามปีอะไรขนาดนั้นกันวะ ?

           

            “เปลี่ยนเรื่องคุยเหอะว่ะแต่ท่าทีที่ดูผิดคาดของแจบอมกลับทำเอาเพื่อนอีกสามคนที่นั่งกระซิบมองตากันอยู่ดูจะงงไม่น้อยเช่นกัน จริงอยู่ที่ว่าถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงได้ด่าไอ้เพื่อนพวกนี้ไปแล้วที่ถามอะไรไม่เข้าท่าแบบนี้

 

          แต่พอเป็นตอนนี้สู้ทำเป็นไม่สนใจไปก็คงจะดีเสียกว่า

 

            มึงอย่าหาว่ากูเสือ_เรื่องของพวกมึงเลยนะแล้วก็เป็นเพื่อนคนที่ถามคำถามเขาในตอนแรกที่จับไหล่ของเขาเอาไว้ แต่โกรธกันไปนานๆแบบนี้มันจะได้อะไรขึ้นมาวะ ?

            “…”

            “เมื่อกี๊กูไปนั่งคุยกับไอ้ชยอนูมา แต่ตอนนี้กูปล่อยให้มันนอนบนโซฟาเพราะมันน็อกไปแล้ว มึงรู้ไหม…” อีกทั้งเสียงถอนหายใจเบาๆของเพื่อนที่อยู่ข้างๆที่ดังขึ้นมาหนึ่งที อีกทั้งปรายตาไปยังโซฟามุมห้องจนแจบอมเองได้เหลือบไปเห็นภาพของอดีตเพื่อนสนิทที่นอนเมาไม่รู้เรื่องรู้ราวเข้าพอดี ก่อนจะพูดต่อ ตอนมันเมาเมื่อกี๊นี้ มันเพ้อถึงมึงด้วยนะ

            “ก็เพราะเมาไงมึงแต่ขอโทษก็แล้วกันที่เขาก็ไม่ใช่คนดีพอจะมาสนใจว่าเพื่อนจะเล่าอะไรให้เขารู้สึกสงสารอีกฝ่าย สุดท้ายทุกคำพูดก็เกิดขึ้นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่ดี ฉะนั้นเขาก็เลยเลือกที่จะมองข้ามไป ลองไม่เมาก็คงได้ฟาดปากกันเหมือนเดิม

            “มึงไม่เคยได้ยินเหรอวะ ที่เขาบอกว่าคนเมามักจะพูดความจริงที่คิดอยู่ลึกๆในใจ ?

            “แต่ก็ไม่ได้การันตีทุกกรณีเปล่าวะว่าคนเมาจะพูดความจริง คนเมาแล้วปากพล่อยก็มีอีกเยอะไปและท่าทีที่แจบอมไม่ยอมโอนอ่อนต่อคำพูดของเพื่อนๆก็ทำให้เพื่อนอีกสามคนที่นั่งอยู่ด้วยกันได้แต่มองคนดื้อเงียบอย่างหนักใจ มึงไม่ต้องมากล่อมอะไรกูทั้งนั้น เรื่องของกูกับมันจบไปตั้งนานแล้ว

            มึงไม่เสียดายเวลาที่มึงเป็นเพื่อนกับมันสักนิดเลยเหรอวะ ? แต่การที่เพื่อนของเขาดูเหมือนจะถามต่อเรื่อยๆก็ทำให้แจบอมเริ่มอารมณ์เสียขึ้นมาเล็กน้อย บวกกับที่แอลกอฮอล์ที่เขาฟาดไปหนึ่งแก้วก่อนหน้านี้ก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์เพราะอาการมึนศีรษะเล็กน้อยอีกด้วย

            งั้นมึงช่วยเอาคำถามนั้นไปถามมันก็แล้วกัน ว่าตอนที่มันทำเหี้_ๆกับกู มันเสียดายเวลาที่เป็นเพื่อนกับกูไหม ?

           

            สีหน้าที่ไม่สบอารมณ์อย่างถึงที่สุดของแจบอมในเวลานี้ทำให้ความเงียบเริ่มเข้ามาปกคลุมระหว่างเขาและเพื่อนอีกสามคน พร้อมกับเหตุการณ์เมื่อครั้งที่ถึงจุดแตกหักระหว่างเขากับอดีตเพื่อนสนิทที่ชื่อชยอนูก็เริ่มกลับเข้ามาในหัวเป็นฉากๆ

 

            กูไม่คิดว่ามึงจะเหี้_กับกูได้ขนาดนี้ ... ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่มึงแอบคบกับแฟนกู ?

          กูเหี้_หรือมึงไม่ดีพอสำหรับเขา เขาถึงได้วิ่งแจ้นมาหากู ? คิดดีๆเหอะว่ะแจบอม

          ‘ ไอ้เหี้_ชยอนู !!!! ’

          ‘ อยากจะโมโหเป็นคนบ้าก็ตามสบาย สุดท้ายแฟนมึงเขาก็เลือกกูอยู่ดี คิดว่าเขาจะทนอยู่กับไอ้ใบ้ที่ไม่ใส่ใจความรู้สึกคนอื่นได้เหรอวะ ?

          ‘ ไอ้เหี้_แว่น !!! ปล่อยกู !!!! ยังไงๆวันนี้กูก็ต้องเอาเลือดชั่วมันออก !! ปล่อยกูสิวะ !!! ’

          ‘ ยอมรับความจริงเถอะว่ะ ว่าแต่แฟนมึงคนนี้ก็สวยใช้ได้ เพราะงั้นไม่ต้องเป็นห่วง กูจะดูแลอย่างดีเลยล่ะ

          ‘ มึงทำกับกูแบบนี้ได้ยังไงไอ้เพื่อนเหี้_ !!! มึงจำไว้นะกูจะไม่มีวันเสียดายผู้หญิงคนนั้นสักนิด แต่กูเสียดายเวลาที่กูโง่คบกับเพื่อนเวรๆแบบมึงมาหลายปี !!!

 

            อีกทั้งภาพที่ผู้ชายสองคนที่มีบาดแผลเต็มตัวจากการลงไม้ลงมือกันจนโดนหามไปส่งโรงพยาบาลในวันนั้น ไล่มาจนถึงการลงไม้ลงมือต่อกันอีกหลายครั้งเวลาเจอหน้ากัน ไม่ว่าจะเป็นงานแต่งของรุ่นพี่ในคณะ หรือแม้กระทั่งในออฟฟิศที่ร้อนถึงเพื่อนฝูงต้องมาคอยจับแยกอยู่หลายต่อหลายครั้งก็ยิ่งพาลทำให้แจบอมอารมณ์เสียมากขึ้นไปอีก

 

          เพราะฉะนั้นเรื่องที่จะให้คืนดีกันน่ะหรือฝันไปได้เลย !

 

            “มึง โตๆกันจะตายอยู่แล้ว ไอ้ทิฐิที่มีกันอยู่ในใจก็ลดๆมันลงไปเถอะว่ะแต่การที่เพื่อนของเขายังไม่ยอมจบเรื่องนี้ก็ยิ่งทำให้แจบอมเริ่มจะถึงขีดจำกัดในการระงับอารมณ์แล้วเหมือนกัน

            มึงจะหุบปากเองหรือจะต้องให้กูพูดตรงๆ…” เสียงทุ้มนุ่มในยามปกติที่กดต่ำลงพร้อมสายตาที่ตวัดไปมองเพื่อนที่เริ่มพูดไม่เข้าหูทำให้แจบอมที่เริ่มจะกรึ่มนิดๆไม่อยากจะพูดจาอ้อมๆแล้วเหมือนกัน ว่าที่มึงมาพูดกับกูแบบนี้ เพราะพวกมึงสนิทกับไอ้เหี้_นั่นมากกว่ากู

            “เฮ้ย ! ทำไมมึงพูดงี้วะ !?!”

            “หรือกูพูดไม่จริง ? บอกไว้ก่อนเลยนะว่ากูไม่มีวันไปคืนดีไอ้เหี้_นั่นแน่นอน เรื่องมันจบไปแล้ว กูกับมันก็ต่างคนต่างอยู่ไปแล้ว คนนอกแบบพวกมึงก็เลิกเสือ_กันสักที !”

            “…”

            “แล้วพวกมึงก็รับรู้กันไว้ด้วย ว่ามันก็ไม่ได้ทำตัวเลวกับกูแค่คนเดียว…”

 

            มีปัญญาหาแม่ให้ลูกได้แล้วเหรอวะ ? ไม่ใช่ว่าโดนคนอื่นคาบไปแดกอีกหรอกนะ

อยู่กับคนแบบนี้ สุดท้ายเขาก็จะทิ้งพวกหนูไว้ข้างทางแน่ๆ

อยู่กับคนแบบนั้นระวังจะได้ไปนอนข้างถนนนะ ฮ่าๆ ’                  

 

มือหนาที่กำเข้าหากันแน่นอย่างนึกรู้สึกเจ็บใจเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ฟาดปากครั้งล่าสุดที่เพิ่งเกิดขึ้นไปเมื่อสัปดาห์ก่อนกับภาพที่อดีตเพื่อนสนิทของเขาพูดจาไม่ดีใส่พวกเด็กๆตัวน้อยทั้งห้าคน หวังเพียงจะทำลายความเชื่อใจ เป็นเรื่องที่เขาผูกใจเจ็บเสียจนไม่อยากจะให้อภัยคนๆนั้นที่ลากบุคคลที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวเข้ามาพัวพันกับความขัดแย้งระหว่างผู้ใหญ่สองคน

 

เพราะฉะนั้นปล่อยให้เรื่องของกูกับมันเป็นแค่อดีตไปดีกว่า…”

 

ให้กูจดจำว่าครั้งหนึ่งมันเป็นเพื่อนสนิทที่กูเคยไว้ใจที่สุด ให้กูจำภาพที่มันเป็นเพื่อนที่ดีของกูในวันที่กูยังไม่รู้เรื่องเหี้_ๆพวกนั้น เพราะต่อให้กูกลับไปคืนดีกับมันตอนนี้ เรื่องที่มันเคยทำกับกูเอาไว้ก็ไม่มีวันลบไปได้อยู่ดี มึงลองคิดดูก็แล้วกันว่ากูจะกลับไปสนิทใจกับมันได้เหมือนเดิมอีกไหม ?

 

เพราะไม่อยากจะต่อความยาวสาวความยืดให้เสียอารมณ์และทำลายความรู้สึกของเพื่อนคนอื่นที่ต้องมานั่งฟังเขาพูดไปมากกว่านี้ แจบอมจึงจัดการทิ้งระเบิดชุดสุดท้ายเอาไว้ ก่อนจะย้ายไปนั่งบริเวณกลุ่มเพื่อนผู้หญิงที่อยู่อีกมุมหนึ่งแทนเพื่อสงบสติอารมณ์

และจุดที่แจบอมทิ้งโฟกัสสายตาเอาไว้ในเวลานี้ก็คือกลุ่มเพื่อนประมาณยี่สิบคนที่กำลังสนุกสนานกับคาราโอเกะมากขึ้นเรื่อยๆ (คิดว่าส่วนหนึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนจากแอลกอฮอล์) หากแต่เมื่อมองดูดีๆแล้ว แจบอมก็ต้องชะงักไปเมื่อคนที่เขากำลังนั่งมองหาอยู่อย่างเจฮยองที่บอกว่าจะมาร่วมวงคาราโอเกะในตอนแรกกลับไม่ได้อยู่ในห้องนี้

 

เฮ้ย ! มินซอกเพราะแบบนั้นแจบอมจึงตะโกนเรียกเพื่อนคนหนึ่งในวงคาราโอเกะที่ยืนใกล้กับจุดที่เขานั่งอยู่มากที่สุด

ว่าไงตี๋ ?

เห็นไอ้แว่นเปล่าวะ ?

ออกไปสูบบุหรี่ข้างนอกมั้ง ตอนแรกกูก็เห็นมันร้องๆเต้นๆอยู่ดีๆ จู่ๆแม่งก็ทิ้งไมโครโฟนวิ่งออกไปจากห้องเฉยเลย และคำตอบสุดท้ายที่เขาได้รับจากเพื่อนร่วมรุ่นอีกคนในวันนี้ก็ทำให้แจบอมได้แต่พยักหน้าเบาๆก่อนจะตีหน้าเซ็งที่ถูกเพื่อนสนิททั้งสองคนเทโดยสมบูรณ์

 

ไหนบอกจะเป็นไม้กันหมาให้เขาไงทำไมถึงหายหัวกันไปทั้งคู่ซะล่ะ !

 

ในขณะที่นั่งมองบรรยากาศในห้องด้วยอารมณ์ซังกะตายอยู่พักหนึ่ง ไฟภายในห้องอาหารที่ดับลง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นไฟหลากสีที่แซมมากับความมืดของห้องที่แจบอมคิดว่าเพื่อนสักคนคงจะไปเปลี่ยนเพื่อเพิ่มบรรยากาศความสนุกสนาน แต่แจบอมกลับเลือกที่จะคีบน้ำแข็งใส่แก้ว แล้วคว้าขวดน้ำที่อยู่ใกล้ๆกันมาเทเพื่อดื่มแก้เบื่อแทน

 

โว้ย เชี่ย ! แค่กๆ…”

 

แต่ทันทีที่ของเหลวในแก้วถูกเทเข้าปากรวดเดียวอย่างกระหาย รสชาติที่ไม่พิสมัยของเครื่องดื่มก็ทำให้แจบอมถึงกับสำลักออกมา (แต่ก็กลืนไปหมดแก้วแล้วไงประเด็น !) เพราะบรรยากาศภายในห้องที่ค่อนข้างมืด มีไฟแซมเป็นจุดๆทำให้แจบอมต้องรีบควักโทรศัพท์ขึ้นมาฉายดูขวดเครื่องดื่มที่เขาเพิ่งเทลงแก้วเมื่อไม่กี่นาทีก่อน และขวดเหล้าที่ปรากฏอยู่ตรงหน้ากับแก้วใสทรงสูงประมาณหนึ่งก็ทำให้แจบอมได้แต่ขยี้ศีรษะอย่างหงุดหงิด

 

เวรแล้วไงล่อไปเพียวๆหมดแก้วเบ้อเร่อเลย

 

และเพราะเห็นว่าจะนั่งอยู่ในห้องต่อไปเขาก็รู้สึกเบื่อเต็มทน บวกกับที่เริ่มรู้สึกร้อนๆในตัวเพราะแอลกอฮอล์สองแก้วที่เขากินเข้าไป ทำให้แจบอมตัดสินใจลุกเดินออกมาจากห้อง และวางแผนว่าจะกลับคอนโดเสียที อย่างไรเสียมันก็คงจะไม่มีอะไรอีกแล้วนอกจากร้องคาราโอเกะหรือพูดคุยกันอีกนิดหน่อย

 

เป็นอะไรของมึงวะถามจริง มีปัญหาอะไรก็พูดมาสิ กูกับไอ้แจบอมไม่ได้รู้เรื่องของมึงทุกอย่างนะเว้ย ! ’

 

แต่ในขณะที่ตั้งใจว่าจะชิ่งกลับบ้าน จู่ๆแจบอมก็ต้องหยุดเดินเสียก่อน เมื่อเขาได้ยินเสียงผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดจริงๆแล้วเขาจะไม่สนใจเลย ถ้าในบทสนทนาดังกล่าวมันไม่มีชื่อของเขาปรากฏขึ้นมาเนี่ยสิ

 

กูบอกว่าไม่ได้เป็นอะไร มึงเลิกเซ้าซี้สักทีได้ไหม ?

มึงบอกให้กูชวนไอ้แจบอมมันมาให้ได้ แต่สุดท้ายกลับเป็นมึงเองที่มานั่งเงียบในงานแบบนี้มึงคิดว่ากูที่อุตส่าห์บากหน้าโทรไปชวนมันมาจะรู้สึกยังไงวะ !?! แล้วก็ต้องทิ้งให้มันนั่งคนเดียวแบบนี้น่ะเหรอ ! ’

แล้วกูขอร้องให้มึงออกมากับกูหรือไง ? มึงก็กลับไปนั่งเป็นเพื่อนมันสิ ! ’

แล้วมึงคิดว่ากูใจดำพอที่จะทำเฉยดูเพื่อนนั่งนิ่งทำหน้าเหมือนมีเรื่องทุกข์ใจได้ลงเหรอวะ !?! ’

เออ !! ’

‘ … ’

 

มึงใจดำกับกูมาตั้งนานแล้ว มึงไม่รู้ตัวเหรอไอ้เหี้_แว่น !!!! ’

 

ภาพที่แจบอมเห็นตรงหน้าในเวลานี้คือเพื่อนสนิทของเขาสองคนที่กำลังโต้เถียงกันไปมาในบทสนทนาที่เขาไม่เข้าใจสักนิดเดียว เขารู้แค่ว่าวอนพิลคงจะอารมณ์ไม่ดีจากเรื่องอะไรบางอย่างที่เขาเองก็ไม่ได้ไปซักถามเพราะไม่อยากจะเซ้าซี้

 

แต่บางที ดูเหมือนเรื่องที่เขาไม่รู้อะไรเกี่ยวกับวอนพิลในเวลานี้คงจะไม่ใช่แค่เรื่องเดียวแล้วล่ะมั้ง

 

ไอ้แว่น วอนพิล…” และเสียงเบาๆของแจบอมที่เริ่มจะมึนศีรษะเพราะอาการมึนเมาก็ทำให้เพื่อนสนิทอีกสองคนที่ยืนทะเลาะกันอยู่หันมามองเขาเป็นตาเดียว โดยที่ทั้งสองคนเองก็ดูจะตกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นเขาอยู่ที่นี่

อะไรวะตี๋ กูไม่คุมแป๊บเดียวมึงเมาแล้วเหรอ ? ฮ่าๆถึงเจฮยองจะพูดติดตลกเหมือนเคย แต่แจบอมกลับรู้สึกว่าเวลานี้เขาขำไม่ออกแม้แต่นิดเดียว

 

ถ้าหากถามว่าตอนนี้เขากำลังรู้สึกอย่างไร ก็คงเหมือนคนที่ดูจะสนิทกับเพื่อนดี แต่บางทีก็รู้สึกเหมือนคนที่กำลังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเพื่อนสนิทของตัวเองสักนิดเดียวเหมือนกัน

 

มีเรื่องอะไรที่กูไม่รู้เกี่ยวกับมึงสองคนไหม ?ร่างสูงส่งคำถามออกไปด้วยความรู้สึกที่หัวของเขากำลังขาวโพลนไปหมด ถึงจะบอกว่าตัวเองไม่ชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นเท่าไหร่ก็ตามที

 

แต่เวลาไม่รู้เรื่องอะไรแบบนี้อยู่คนเดียวทั้งๆที่มีเพื่อนสนิทอยู่ถึงสองคนแบบนี้เขาก็ไม่โอเคเหมือนกัน

 

จากที่แจบอมรู้สึกหงุดหงิดจากเรื่องของอดีตเพื่อนสนิทเมื่อชั่วโมงก่อน ทั้งต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่ตัวเองดูเหมือนคนนอกระหว่างเพื่อนสนิททั้งสองคนของตัวเอง อีกทั้งแอลกอฮอล์ที่เริ่มจะแผลงฤทธิ์กับร่างกายของเขาในตอนนี้อีก เมื่อทุกอย่างมารวมเข้าด้วยกันแล้ว ก็ทำเอาแจบอมแทบจะอยากระเบิดอารมณ์ที่กำลังปะทุอยู่ออกมาเสียให้ได้

 

เดี๋ยวกูจะไปส่งพี่ชายที่สนามบินอยากรู้เรื่องอะไรก็ถามจากไอ้แว่นเอาก็แล้วกันแล้วก็เป็นวอนพิลที่เดินเข้ามาตบไหล่ของเขาเบาๆ ส่วนเรื่องวันนี้ กูขอโทษที่ไม่ได้ดูแลมึงทั้งๆที่กูเป็นคนขอให้ไอ้แว่นชวนมึงมา ขอโทษที่ทำให้มึงกร่อย กูไปก่อนนะ ไว้ถ้าโอเคเมื่อไหร่เดี๋ยวกูโทรไปหามึงก็แล้วกัน

“…”

กูไปก่อนนะ บาย แต่ถึงแจบอมอยากจะระเบิดออกมาแค่ไหน หากแต่สีหน้าของวอนพิลที่ดูเหมือนพยายามจะกลบเกลื่อนอะไรบางอย่างทำให้เขาเลือกที่จะปล่อยให้วอนพิลขับรถออกจากร้านอาหารไปแทน ฉะนั้น เพื่อนสนิทอีกคนที่ยืนอยู่ข้างๆกันจึงกลายมาเป็นเป้าสายตาของแจบอมแทน

ไม่ต้องมองกูแบบนั้นเจฮยองถอนหายใจมาเฮือกหนึ่ง เมาแบบนี้มึงคงขับรถไม่ไหว กลับไปที่นอนออฟฟิศกับกูเลยก็แล้วกัน ไว้กูจะเล่าให้ฟังระหว่างทาง ส่วนรถมึง พรุ่งนี้เช้าค่อยโบกแท็กซี่กลับมาเอาก็แล้วกัน

 

ดังนั้น แจบอมที่มีสติสัมปชัญญะไม่เต็มร้อย (และเขาก็คิดว่าน่าจะกว่าครึ่งแล้วด้วยซ้ำ) จึงต้องมานั่งอยู่บนรถของเพื่อนสนิทที่เอาแต่ขับรถเงียบตลอดทางไม่ยอมเปิดปากพูดอะไร มีเพียงเสียงเพลงจากช่องวิทยุที่ดังคลอไปท่ามกลางบรรยากาศที่ตึงเครียดระหว่างสองเพื่อนสนิท

 

กูไม่ได้อยากยุ่งเรื่องของพวกมึงหรอกนะแจบอมเริ่มเป็นฝ่ายทำลายความเงียบลงก่อน ซึ่งนี่ก็เป็นน้อยครั้งที่เขาเป็นฝ่ายชวนคนอื่นพูดก่อน แต่บางที การที่กูมีเพื่อนสนิทอยู่สองคน แต่กูไม่รู้เรื่องของพวกมึงเลยแบบนี้มันทำให้กูรู้สึกเหมือนเป็นคนนอกเลยว่ะ

โอ้โหเว้ยเมาแล้วขี้น้อยใจเหรอมึงอ่ะ ?

น้อยใจพ่อมึง !” แต่เอาจริงๆนะ แจบอมก็ไม่แน่ใจหรอกว่าปกติแล้วเขาเป็นแบบนี้หรือเปล่า

เล่าแล้วอย่าตกใจก็แล้วกันเจฮยองว่าในขณะที่เลี้ยงพวงมาลัยบนท้องถนนยามสี่ทุ่มเศษๆ มึงจำช่วงที่กูจีบไอ้ซานะได้ใช่มั้ย ?

เออ…” ถ้าจะไม่ผิด เขาจำได้ว่าเป็นช่วงที่อยู่ปีสามหรือปีสี่นี่ล่ะ ช่วงที่มึงนกจากมันแล้วลากกูไปนั่งงอแงที่หอไอ้วอนพิลใช่ไหม ?

สั_ ! อย่าขุดคุ้ย กูเสียหาย !” เจฮยองมุ่ยหน้าไปเล็กน้อยเมื่อถูกจี้ใจดำ เออ แล้วก็มันมีอาทิตย์นึงที่มึงกลับบ้านที่จอนจู กูก็เลยชวนไอ้วอนพิลไปนั่งร้านเหล้าหลังมหาลัยเป็นเพื่อน แด_เหล้าคนเดียวมันเหงา

“…”

ตอนนั้นกูเมาก็เลยหลับคาโต๊ะไป แต่กูดันได้ยินมันบอกว่ามันชอบกู…”

หา !?!” และประโยคถัดมาก็ทำเอาแจบอมที่นั่งฟังอยู่เงียบๆแทบจะสร่างเมาทันที มึงว่าไงนะไอ้แว่น !”

เออ มึงฟังไม่ผิดหรอกถึงกระนั้นเจ้าเพื่อนสนิทปากร้ายของเขาก็ยังคงมีท่าทีนิ่งเฉยอยู่ดี มึงจะไม่รู้ก็ไม่แปลก กูไม่อยากเล่าให้มึงฟังเพราะกลัววอนพิลมันรู้สึกไม่ดี ส่วนวอนพิลมันก็คงไม่อยากเล่าเพราะกลัวว่ามึงจะลำบากใจเวลาต้องอยู่ด้วยกันสามคน

แต่มึงสองคนกลับต้องมาลำบากใจเพราะไม่อยากให้กูลำบากใจเนี่ยนะ ?

ช่วงแรกก็มองหน้ากันยากชิบหายแต่ก็ต้องทนไง แต่พออยู่ๆไปมันก็ชิน ทุกวันนี้ระหว่างกูกับมันก็เหมือนเดิมแล้วแหละ เพิ่งจะมาตึงจริงๆจังๆก็วันนี้…” 


และนั่นก็ทำให้แจบอมสามารถปะติดปะต่อทุกอย่างได้ทันที เมื่อเขานึกถึงเหตุการณ์ตั้งแต่ช่วงที่เขาอยู่ในร้านอาหาร ไล่มาจนถึงช่วงที่ไอ้ซานะเข้ามานั่งร่วมวงด้วย แล้วก็จบลงตอนที่วอนพิลเดินออกไปจากโต๊ะ ซึ่งทุกอย่างมันก็เข้าล็อคพอดิบพอดี

 

แต่เดี๋ยวก็เหมือนเดิมแหละมึง กูกับมันตึงกันแบบนี้บ่อย มันก็ไม่ได้จริงจังกับกูเท่าเมื่อก่อนแล้ว แต่ก็คงมีบ้างเวลาโดนสะกิดเรื่องนี้ขึ้นมาแล้วจะรู้สึกไม่ดี

บางทีพวกมึงก็ไม่จำเป็นต้องทนลำบากใจกันเพื่อกูขนาดนี้ก็ได้เปล่าวะ ?แต่พอฟังทุกอย่างจนกระจ่าง ก็กลับกลายเป็นว่าเป็นตัวเขาเองที่กำลังทำให้เพื่อนสนิทลำบากใจขึ้นมา กูขอโทษที่ไปคาดคั้นพวกมึง กูไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องแบบนี้…”

ช่างเหอะ ดีซะอีก กูจะได้รู้สึกหายคาใจสักที เพราะกูก็รู้สึกผิดเหมือนกันที่ปิดบังมึงมาตั้งนานเจฮยองว่า จะลำบากใจกันยังไง อึดอัดใจกันยังไง หรือจะเกิดอะไรขึ้นร้ายแรงขนาดไหน ยังไงๆกูก็ตอบรับความรู้สึกของวอนพิลมันไม่ได้อยู่ดี

“…”

 

เมื่อก่อนกูเคยมีเพื่อนสนิทอยู่สามคน แต่ตอนนี้กูมีเพื่อนสนิทอยู่แค่สองคน ถ้าเลือกได้ กูก็ไม่อยากเสียเพื่อนคนไหนไปอีกแล้ว มึงเข้าใจกูใช่ไหมแจบอม ?

 

เพียงเท่านั้น ภายในรถของเจฮยองที่มีแจบอมเป็นผู้โดยสารก็ถูกความเงียบปกคลุมมาตลอดทางจนถึงออฟฟิศ และเนื่องจากในเวลานี้ยังไม่มีเพื่อนคนไหนกลับมาจากร้านอาหาร ทำให้เจฮยองและแจบอมเป็นสองคนแรกที่เข้ามาถึงที่นี่ และจัดการเปิดแอร์เปิดไฟเพื่อเตรียมรองรับเพื่อนๆอีกหลายสิบชีวิตที่เขาคาดว่าน่าจะเมาปลิ้นกันแล้วมาจบชีวิตลงที่นี่อย่างแน่นอน

ถึงเจฮยองจะดูมีท่าทีสบายๆแม้ว่าจะเล่าเรื่องที่ดูเป็นปัญหาหนักใจของเจ้าตัวมาตลอดให้เขาฟัง แต่การที่เห็นเพื่อนสนิทกระโดดทิ้งตัวลงนอนบนโซฟาก็ทำให้แจบอมได้แต่นั่งท้าวคางมองเพื่อนสนิทที่นอนกรนไปแล้วอย่างรู้สึกผิดปนหงุดหงิดอยู่ลึกๆในใจอยู่ดี

กระป๋องเบียร์ในตู้เย็นของออฟฟิศที่อาศัยเงินลงขันซื้อกันไว้ถูกหยิบออกมาเปิด ก่อนที่แจบอมจะย้ายตัวเองไปนั่งตากลมอยู่หน้าทางเข้าออฟฟิศในเวลากลางคืนที่มีเพียงสายลมพัดผ่านไปเบาๆ ของเหลวรสชาติขมฝาดที่ผ่านลำคอทำให้แจบอมรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อย ถึงใครจะพากันบอกว่ามันไม่ใช่สิ่งที่ดี แต่บางทีการปล่อยให้ตัวเองนั่งหงุดหงิดกับความมึนเมาในเวลานี้มันคงจะดีกว่าที่เขาจะต้องนั่งหงุดหงิดเพียงลำพัง

แต่แจบอมก็อดยอมรับไม่ได้ว่า เวลาที่รู้สึกไม่ดีเขาเองก็ไม่ค่อยอยากจะอยู่คนเดียวเท่าไหร่นัก ยิ่งวันนี้เขากลับถูกตอกย้ำด้วยประเด็นเรื่องเพื่อนซึ่งเป็นอีกหนึ่งที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของเขาถึงสองประเด็น ทำให้แจบอมล้วงโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋า หวังว่าจะหาเพื่อนสักคนคุยด้วยในเวลาที่กำลังรู้สึกอึดอัดใจแบบนี้

ทว่า ในขณะที่กำลังจะกดโทรหาเพื่อนบ้านห้อง 0429 เหมือนกับหลายๆครั้งเวลาที่เขามีปัญหาแล้วมักจะไปนั่งระบายกับบ็อบบี้และไบรอันเพราะเป็นเพื่อนวัยเดียวกัน แต่แจบอมก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ว่า เพื่อนที่เป็นที่พึ่งของเขาตลอดไม่ได้อยู่ในที่ที่เขาจะสามารถติดต่อได้ในเวลานี้

 

ให้ตายสิทำไมต้องมามีเรื่องชวนปวดหัวในวันแบบนี้ด้วยก็ไม่รู้ !

 

ดังนั้น จุดหมายถัดมาก็คือแอพลิเคชั่นไลน์ที่แจบอมเริ่มเลื่อนดูรายชื่อเพื่อนอันน้อยนิดที่เขามีอยู่ทีละคน แต่ส่วนใหญ่ก็เป็นเพื่อนสมัยมหาวิทยาลัยที่กำลังปาร์ตี้กันอยู่ในตอนนี้ กับเพื่อนบ้านที่คอนโดฯที่ตอนนี้พากันหนีไปเที่ยวต่างประเทศกันหมด ทำให้แจบอมได้แต่นั่งพิงกำแพงออฟฟิศอย่างเซ็งๆ แต่จู่ๆนิ้วที่กำลังสไลด์หน้าจอโทรศัพท์ไปตามห้องแชทก็เหลือบไปเห็นรายชื่อล่าสุดที่เขาเพิ่งส่งข้อความไปหาเมื่อประมาณหนึ่งชั่วโมงที่แล้ว ชื่อของเพื่อนห้อง 0716 ที่ปรากฏอยู่ทำให้แจบอมนั่งชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง อีกทั้งเวลาสี่ทุ่มครึ่งที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็ยิ่งทำให้แจบอมเริ่มลังเลมากขึ้นไปอีก

 

แต่เวลานี้แบบนี้เขาก็ไม่อยากอยู่คนเดียวจริงๆ

 

            Im Jaebum : คุณ (seen)

            Im Jaebum : นอนหรือยัง ? (seen)

 

          สองข้อความที่เขากดส่งไปโดยไม่รีรออะไร อย่างน้อยๆก็เพื่อเช็คก่อนว่าอีกฝ่ายนอนแล้วหรือยัง จะได้ไม่เป็นการรบกวนในยามวิกาลแบบนี้ และเครื่องหมายที่ปรากฏท้ายข้อความที่แสดงว่าปาร์คจินยองอ่านข้อความของเขาแล้ว ก็ทำให้แจบอมนั่งมองหน้าจอเพื่อรอคำตอบที่จะได้รับกลับมา

 

          Park Jinyoung (Junior) : ยังครับ

          Im Jaebum : แล้วตอนนี้คุณพอจะว่างไหม ? (seen)

          Park Jinyoung (Junior) : ครับ

 

            แจบอมก็ไม่แน่ใจหรอกว่าตอนนี้เขากำลังเมา หรือฟุ้งซ่านจนเสียสติไปแล้ว แต่การที่เขาพิมพ์ข้อความสุดท้ายส่งไปหาปาร์คจินยองโดยไม่ลังเลในเวลานี้กลับทำให้เขานั่งรอคำตอบจากอีกฝ่ายอย่างใจจดใจจ่อกว่าปกติหลายเท่า

 

            Im Jaebum : งั้นโทรคุยเป็นเพื่อนผมสักเดี๋ยวได้ไหม ? (seen)

Park Jinyoung (Junior) : ครับ

 

และการที่อีกฝ่ายตอบกลับมาเพียงแค่นั้นก็ทำให้แจบอมค่อยๆรวบรวมสติมองหาปุ่มคอลไลน์ด้วยสายตาที่เริ่มพร่านิดๆ พร้อมกับเบียร์อึกสุดท้ายที่หมดลงในขณะที่กำลังรอให้คนปลายสายกดตอบรับ

 

[ยอโบเซโย…]

“…” ทว่า แจบอมกลับปล่อยให้อีกฝ่ายทักทายเขาอยู่ฝ่ายเดียว ส่วนตัวเองกลับนั่งมองท้องฟ้าที่มืดสนิทราวกับคนว่างเปล่า

[คุณได้ยินผมหรือเปล่า ?]

ฮื่อ…” และในครั้งนี้เขาก็ทำเพียงแค่ตอบกลับไปสั้นๆเท่านั้น

[คุณแจบอม ได้ยินผมหรือเปล่าครับ ?]

ผมได้ยินแจบอมพ่นลมหายใจออกมาอย่างรู้สึกเหนื่อยหน่าย อีกทั้งอาการมึนศีรษะทำให้เขาเริ่มทิ้งตัวลงไปกับกำแพงด้านหน้าออฟฟิศอย่างเหนื่อยล้า คุณไม่ต้องคุยหรือตอบอะไรหรอก

[…]

ตอนนี้ผมไม่ค่อยอยากอยู่คนเดียวเท่าไหร่ แค่อยู่เป็นเพื่อนผมสักเดี๋ยวก็พอ

[คุณคงไม่ได้เมาอยู่ใช่ไหม ?] ก่อนที่เขาจะได้ยินคำถามจากปาร์คจินยองผ่านปลายสาย ถึงแม้ว่าตัวคำถามจะฟังดูเหมือนประชดหรือเสียดสีเขานิดๆ หากแต่น้ำเสียงที่อยู่ทิศทางตรงกันข้ามจึงไม่ได้ทำให้แจบอมรู้สึกอารมณ์เสียแม้แต่นิดเดียว

ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน

[คุณโอเคแน่นะ ?]

ไม่รู้สิ…” แจบอมมองทอดไปบริเวณลานว่างหน้าออฟฟิศที่ตอนนี้ช่างดูว่างเปล่าไม่ต่างอะไรกับในหัวของเขาเวลานี้ คุณเคยรู้สึกไม่อยากอยู่คนเดียวทั้งๆที่ตัวเองชอบอยู่คนเดียวไหม ?ก่อนจะส่งคำถามที่เขาพยายามเรียบเรียงออกไปด้วยสติที่เหลืออยู่น้อยนิด

[ครับ ?]

เคยรู้สึกเหมือนทุกอย่างรอบตัวมันว่างเปล่าทั้งๆที่รอบตัวของคุณมีคนอยู่มากมายไหม ?

[…]

คุณเคยไว้ใจใครสักคนมากๆหรือเปล่า ?

[คนที่ผมไว้ใจที่สุดน่ะเหรอครับ ?] เสียงปลายสายเงียบไปชั่วครู่หนึ่ง [กับเพื่อน ก็คงมีอยู่สองสามคน แต่ถ้าคนที่ผมไว้ใจที่สุด ก็คงจะเป็นแม่ของผมนั่นแหละครับ]

แล้วถ้าวันนึงคุณโดนเพื่อนคนนั้นทำลายความเชื่อใจไปจนหมด คุณคิดว่าตัวเองจะกลับไปหาคนๆนั้นได้ไหม ?คำถามต่อมาถูกส่งไปพร้อมๆกับหัวของแจบอมที่เริ่มหนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ

[คุณเคยได้ยินนิทานเรื่อง ไฟ น้ำ และ ความไว้ใจ ไหมครับ ?]

นิทาน ?

[ฮื่อ…]

“…”

[กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว มีเพื่อนรักอยู่สามคนคือ น้ำ ไฟ และความไว้วางใจ ได้มาคุยกัน] ถึงแม้ว่าแจบอมกำลังจะไม่เข้าใจสิ่งที่อีกคนต้องการจะสื่อ แต่ทว่า เขากลับไม่รู้สึกหงุดหงิดกับการเริ่มต้นเล่านิทานของคนปลายสายแม้แต่นิดเดียว

เล่าต่อสิคุณ…”

[ในบทสนทนานั้น ไฟได้บอกกับเพื่อนรักทั้งสองคนว่า หากวันหนึ่งฉันหายไป ให้สังเกตในที่ที่มีควัน ถ้าที่ไหนมีควัน ที่นั่นก็จะมีฉันอยู่]

“…”

[เช่นเดียวกับที่น้ำได้พูดว่า หากวันหนึ่งฉันหายไป ให้สังเกตในที่ที่มีป่าเขียวและเจริญงอกงาม ถ้าที่ไหนมีป่า ที่นั่นก็จะมีฉันอยู่]

“…”

[ทว่า ความไว้วางใจกลับบอกเพื่อนๆอีกสองคนว่า หากวันหนึ่งฉันหายไป พวกเธอไม่ต้องตามหาฉัน เพราะนั่นหมายความว่าฉันจะไม่มีวันกลับไปอีก] ปาร์คจินยองทิ้งช่วงไปครู่หนึ่ง ในขณะที่เขากำลังตั้งใจฟังนิทานจากอีกฝ่ายด้วยความอยากรู้ [จบแล้วล่ะครับ]

หืม ?ทว่า แจบอมที่กำลังรอฟังต่อก็ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าจบจากอีกฝ่าย แล้วบทสรุปของเรื่องนี้มันคืออะไรล่ะคุณ ?

[ข้อคิดของนิทานเรื่องนี้ก็คือ ความไว้ใจที่หายไปแล้ว ทำอย่างไรก็ไม่มีทางเอากลับมาคืนได้อีก นั่นแหละครับคือสิ่งที่ผมจะบอกกับคุณ]

“…”

[คุณจำวันที่ผมคุยกับคุณวันที่ฝนตกวันนั้นได้ไหม ?]

วันนั้น ?อาเขายอมรับเลยว่าตัวเองไม่ใช่คนที่ความจำดีขนาดนั้นหรอกนะ

[เรื่องที่ผมเลิกกับจองชินน่ะ…]

อา…” ทว่า เสียงที่ดูเปลี่ยนไปของปาร์คจินยองในตอนนี้กลับทำให้แจบอมเริ่มประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย ผมขอโทษที่ทำให้คุณต้องพูดถึงเรื่องนั้น

[ไม่เป็นไรหรอกครับ] อีกฝ่ายตอบกลับด้วยท่าทีที่ดูสบายๆขึ้น [ที่ผมเคยบอกไปว่า ถ้าผมเลิกกับเขาเพราะความไม่เข้าใจกัน ผมอาจจะกลับไปเริ่มต้นกับเขาใหม่อีกครั้งเมื่อผมพร้อม]

“…”

[แต่เหตุผลที่เราเลิกกันมันเกิดจากการที่เขาทำลายความเชื่อใจของผม เพราะฉะนั้นโอกาสแม้แต่ครั้งเดียว ผมก็ให้เขาไม่ได้จริงๆ…]

อือฮึ…”

[ถ้าคุณถามผมถึงเรื่องนี้บางที ผมว่าปล่อยให้มันกลายเป็นความทรงจำดีๆที่หลงเหลือ คงจะดีกว่าย้อนกลับไปหาอีกครั้งในแบบที่ไม่รู้สึกสนิทใจเท่าเดิมน่ะครับ]

พอได้ยินแบบนี้แล้ว…” แจบอมชั่งใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจพูดต่อ ผมดีใจนะที่อย่างน้อยๆคุณก็คิดแบบเดียวกับผม

[…]

แต่กับบางคน เขามองว่าผมมีทิฐิ ผมก็เลยไม่รู้ว่าผมควรจะทำยังไงดีแต่ผมก็รู้สึกเหมือนที่คุณพูดนั่นล่ะ จะให้ผมกลับไปแบบไม่สนิทใจเหมือนเดิม ก็คงจะเป็นผมเองที่ลำบากใจและเมื่อสะสางปัญหาข้อแรกในใจได้แล้ว แจบอมจึงตัดสินใจที่จะส่งคำถามที่สองออกไป แล้วถ้าคุณรู้ว่าเพื่อนสนิทของคุณเขาแคร์ความรู้สึกของคุณมากจนยอมที่จะปิดเรื่องราวบางอย่างไม่ให้คุณรับรู้แล้วยอมลำบากใจอยู่ฝ่ายเดียว คุณจะรู้สึกยังไง ?

[คำถามข้อนี้ตอบยากนะครับ]

“…”

[แต่ผมจะขอตอบในมุมของคนที่กำลังปิดบังกับคุณอยู่ก็แล้วกัน] ปลายสายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ [บางทีเขาอาจจะมีความสุขกับการที่เขาตัดสินใจที่จะไม่บอกคุณ มากกว่าที่จะให้คุณรับรู้ในเรื่องที่เขาคิดว่าคุณไม่ควรรู้เพราะกลัวคุณรู้สึกไม่ดี เพราะถ้าเขาแคร์คุณมาก นั่นก็หมายความว่าคุณสำคัญสำหรับเขา]

“…”

[ผมไม่ได้บอกว่าการปกปิดความลับเป็นเรื่องที่ดีนะครับ แต่ความลับหรือเรื่องราวบางอย่างมันก็ละเอียดอ่อนเกินกว่าจะอธิบายออกมาได้จริงๆ]

“…”

[และถ้าความลับนั้นมันทำให้เขาต้องลำบากใจแม้ว่าจะต้องปิดบังเพราะไม่อยากให้คุณลำบากใจแล้วล่ะก็คุณโชคดีมากเลยนะที่มีเพื่อนแบบนี้อยู่] และคำตอบของปาร์คจินยองก็ทำให้แจบอมเหลือบเข้าไปมองด้านในของออฟฟิศที่มีร่างของเพื่อนสนิทที่นอนแผ่อยู่บนโซฟา [แต่ถ้าตอนนี้คุณรู้แล้วว่าที่ผ่านมาเขาลำบากใจกับการปิดบังบางอย่างเพื่อถนอมความรู้สึกของคุณ ตอนนี้ก็ถึงเวลาที่คุณจะต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อรักษาจิตใจและความรู้สึกของเขาแล้วเหมือนกันนะครับ]

ฮื่อ…” และคำตอบของปาร์คจินยองในเวลานี้กลับทำให้แจบอมรู้สึกเหมือนถูกยกอะไรบางอย่างที่หนักอึ้งในหัวและในใจของเขาออกไปจนหมด ผมขอโทษนะที่โทรไปรบกวนคุณดึกๆแบบนี้

[ตอนนี้คุณสบายใจขึ้นแล้วหรือยังครับ ?]

ถึงจะน่าอายไปหน่อย…” แจบอมเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง แต่ตอนนี้ผมสบายใจขึ้นเยอะแล้วล่ะ ขอบคุณมากนะคุณ

[ครับ ถ้าคุณสบายใจแล้วก็ดีแล้วล่ะ]

แล้วตอนนี้เด็กๆเป็นยังไงบ้างเหรอคุณ ?ก่อนจะเริ่มนึกถึงเจ้าพวกตัวแสบทั้งห้าที่เขาฝากอีกคนเอาไว้ บวกกับที่เห็นว่าตอนนี้ปาเข้าไปห้าทุ่มกว่าแล้ว คงจะหลับกันไปแล้วใช่ไหม ?

[หลับปุ๋ยกันไปหมดแล้วล่ะครับ ก่อนหน้านี้ก็งอแงร้องหาคุณด้วย คงจะคิดถึงคุณกันน่าดูเลยล่ะ]

“…” และแจบอมเองก็อดที่จะยิ้มไม่ได้เมื่อได้ยินแบบนั้น

[ผมว่าคืนนี้คุณนอนค้างกับเพื่อนก่อนดีกว่าไหมครับ ? เดี๋ยวคืนนี้ผมจะดูแลเด็กๆให้เอง] อีกฝ่ายพูดขึ้นมาเบาๆ [ขับรถดึกๆแบบนี้ แถมคุณก็ดูท่าจะเมาแล้วด้วย มันอันตรายนะครับ]

อา…” เขาไม่รู้หรอกว่าที่อีกฝ่ายพูดออกมาแบบนั้นเป็นเพราะกำลังประชดเขาหรือเป็นห่วง หรืออะไรก็ตามแต่ แต่นั่นก็ทำให้แจบอมได้แต่ยิ้มออกมาน้อยๆ จะต้องให้ผมรบกวนคุณไปถึงเมื่อไหร่กัน ?

[ไม่เป็นไรหรอกครับ] เขาเดาว่าตอนนี้ปาร์คจินยองคงจะกำลังส่ายหัวขณะตอบเขาด้วยล่ะมั้ง [คุณเองก็คงไม่อยากให้เด็กๆเห็นคุณในสภาพนี้ใช่ไหมล่ะครับ ?]

“…” ถูกเผง ปาร์คจินยองกำลังทายในสิ่งที่เขาคิดถูกเผง เพราะแอลกอฮอล์ที่เกินลิมิตที่ร่างกายของเขาจะรับได้ ทำให้ตอนนี้เขากำลังอยู่ในจุดที่เรียกว่าเมาได้แล้วกระมัง อีกทั้งเมื่อนึกถึงสัญญาที่เคยให้ไว้กับพวกเด็กๆแล้วความรู้สึกผิดมันก็ตีตื้นขึ้นมาบริเวณหน้าอกของเขาเสียด้วย

[คุณไปนอนพักเถอะ เดี๋ยวผมจะดูแลเด็กๆให้ ไม่ต้องกังวลแล้วก็ไม่ต้องเกรงใจอะไรผมหรอกนะ]

เข้าใจแล้ว…” แจบอมว่า งั้นผมคงต้องขอรบกวนคุณด้วยนะ

[ไม่มีปัญหาครับ]

งั้นผมขอตัวไปนอนก่อนนะ พรุ่งนี้ผมจะรีบกลับไปรับเด็กๆแต่เช้า

[ครับ…]

ถ้างั้น…”

[…]

ฝันดีนะคุณ

[ครับ]

“…”

[ฝันดีนะครับ คุณแจบอม]

 

--- สิ้นสุดการโทรไลน์ ---

 

หน้าจอโทรศัพท์ที่กลับมายังหน้าห้องแชทที่เขาคุยกับปาร์คจินยองค้างเอาไว้เป็นตัวแสดงให้เห็นว่าการโทรออกของเขาผ่านไลน์ได้สิ้นสุดลงแล้ว เวลาร่วมครึ่งชั่วโมงที่ปรากฏอยู่ในห้องแชทเป็นตัวบ่งบอกถึงระยะเวลาที่เขาโทรคุยกับอีกฝ่าย ซึ่งเป็นเวลาที่ยาวนานที่สุดตั้งแต่เขาคุยโทรศัพท์กับคนรุ่นเดียวกันมาเลยก็ว่าได้

กระป๋องเบียร์ที่ว่างเปล่าถูกโยนทิ้งถังขยะ ก่อนที่ร่างสูงจะเดินกลับเข้าออฟฟิศที่ในเวลานี้ก็ยังคงมีเพียงแค่เจฮยองที่นอนหลับเป็นตายด้วยฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ (บางทีเขาก็อดคิดไม่ได้ว่า ป่านนี้เพื่อนคนอื่นคงจะพากันไปเถลไถลต่อที่ผับสักแห่งแน่ๆ) โซฟาที่อยู่อีกมุมจึงถูกแจบอมลงทิ้งตัวลงนอนเพื่อจับจองเตียงนอนชั่วคราวสำหรับคืนนี้

ผ้าห่มในตู้ที่เก็บไว้สำหรับเหล่าสถาปนิกทั้งหลายที่ชอบมาอาศัยออฟฟิศเป็นที่ซุกหัวนอนถูกนำมาคลุมตัวเองเพื่อป้องกันลมหนาวของแอร์ที่ตกใส่เขาแบบเต็มๆ พร้อมๆกับที่หัวอันหนักอึ้งเริ่มจะดึงให้เขาจมไปกับห้วงนิทรา หากแต่ก่อนที่จะข่มตาหลับลง เหตุการณ์ที่เขาเพิ่งโทรคุยกับเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดเมื่อไม่กี่นาทีก่อนและคำพูดต่างๆก็ทำให้แจบอมอดเหลือบมองเพื่อนสนิทปากร้ายที่นอนกรนไม่รู้เรื่องรู้ราวอย่างรู้สึกชื่นชมปนดีใจไม่ได้

 

อย่างน้อยๆก็ต้องขอบคุณปาร์คจินยองที่ทำให้เขารู้สึกว่าตัวเองมีเพื่อนดีๆแบบไอ้เจฮยองกับวอนพิลมันอยู่ล่ะนะ

 

แล้วก็จะว่าไปปาร์คจินยองเวอร์ชั่นไม่เหวี่ยงแบบนี้

 

ก็ดูน่ารักดีล่ะมั้ง ?

…to be continued…

(รอบนี้ขอร้องให้อ่าน Talk กันนะคะ ไม่อยากให้พลาดจริงๆค่ะ)


แกล้งคนยามดึก ฮิฮิฮิ

อันนี้คือเมนูที่พี่จีนยองทำให้เด็กๆหม่ำหม่ำล่ะ พิซซ่าเกาหลี & หมูผิดกิมจิ




ส่วนอันนี้คือ Finding Nemo ค่ะ ! (ใครไม่เคยดูเราจะตีก้น ไปดูเดี๋ยวนี้ !)



แล้วก็อันนี้เป็นฉากในบิ๊กบอสที่พี่จีนยองเปิดดูค่ะ 55555555555555555555



ส่วนอันนี้คือกระบวนท่าดัดหลังที่เจ้าก้อนสามแสบไปใช้ปลุกแด๊ดดี้ค่ะ
(สารภาพว่าเรากับน้องเคยปลุกพ่อด้วยท่านี้มาแล้วค่ะ 555555555555)




มีเรื่องจะสารภาพบาปก่อนเลยค่ะ
อีพีนี้เป็นอีพีที่ยาวที่สุดเท่าที่เราเคยเขียนฟิคมาทั้งชีวิตเลยค่ะ
จำนวนอีพีนี้มีทั้งหมด
83 หน้าค่ะ
ทำให้การลงอีพีนี้ช้ากว่าที่ควรจะเป็น
เพราะเรานั่งตัดสินใจมาร่วมสองชั่วโมงว่าควรจะตัดอะไรออกดีไหม ?
แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะลงทั้งหมดเพื่อเป็นบทลงโทษให้ตัวเองค่ะ
(ตอนปั่นไม่ยอมดูจำนวนหน้า เพิ่งมานับตอนลง แทบสะอึกเลยค่ะ)
ตอนหน้าจะไม่มีทางเกิดเหตุการณ์แบบนี้อีกแล้วค่ะ
เป็นบทเรียนว่าเราต้องระมัดระวังให้มากกว่านี้

ฉะนั้น อย่าบ่นเรื่องความยาวกันเลยนะคะ
เพราะใช่ว่าเราเองจะสบายใจเหมือนกันค่ะ
T___T

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นมันก็มีเหตุผลนะคะ
เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีหลายเรื่องมากที่เป็นเรื่องจริง
(ตกลงนี่คือฟิคหรือไดอารี่ พูด
!!)
ตอนเขียนไปก็นั่งนึกถึงเพื่อนและเรื่องในอดีตไป

ทุกคนเคยมี อดีตเพื่อนสนิท กันไหมคะ ?
เรามีนะ เป็นเพื่อนที่รักมาก ต่อให้วันนี้ต่างคนต่างอยู่ แต่ก็รักอยู่ดี
เพียงแต่รักในเรื่องราวทีเป็นอดีตที่เราเชื่อว่าครั้งหนึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องโกหก

อีพีนี้เกิดขึ้นเพราะเราบังเอิญไปเจออดีตเพื่อนสนิทที่ร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่งค่ะ
เป็นเพื่อนที่เราเคยสนิทมาก แต่ปัจจุบันแยกย้ายกันไปแล้ว
มันมีเรื่องที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ตอนเจอกันก็ลำบากใจอยู่ไม่น้อย
แต่ก็นั่นล่ะค่ะ สุดท้ายก็เป็นเรื่องของอดีต เพราะงั้นก็ต้องทางใครทางมันอยู่ดี
แต่บางที มันก็อดเสียดายเวลาที่ครั้งหนึ่งเราเคยเป็นเพื่อนกันไม่ได้อยู่ดีค่ะ

ส่วนกรณีของพี่เจย์กับวอนพิลตอนแรกแค่ตั้งใจจะมาทิ้งบอมบ์เฉยๆ
แต่พอมาคิดอีกที เราขอจบแบบนี้ดีกว่าค่ะ
ฉะนั้นขอให้รับรู้ทั่วกันว่า เรื่องในอดีตของพี่เจย์และวอนพิลจะไม่มีต่อแล้วนะคะ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว โลกของเราก็ไม่ได้มีจุดจบที่สมหวังหรือสวยงามเสมอไป
มีหลายคนที่ต้องจบลงด้วยความเจ็บปวดหรือความว่างเปล่า
และเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นกับเราเอง (ชีวิตดูลำเค็ญจัง
55555555)
เป็นช่วงเวลาที่เคว้งที่สุดในช่วงมัธยมปลายเลยค่ะ
แต่ทุกวันนี้คนๆนั้นก็ยังเป็นเพื่อนสนิทที่สุดของเราอยู่ดีค่ะ
ฉะนั้นถือว่าเรายังโชคดีมากที่ไม่ได้เสียเพื่อนสนิทคนนี้ไป
จากตอนแรกที่มองว่า ทำไมเราโชคร้ายจังที่ไม่ได้ในแบบที่ต้องการ
แต่พอลองมาชั่งน้ำหนักดีๆแล้ว บางทีการที่มันเป็นแบบนี้คงจะดีกว่า
อาจจะเสียศูนย์ไปช่วงหนึ่ง แต่ถ้าปลายทางมันสวยงามในแบบที่ไม่ได้หวือหวา
มันก็น่าจะดีกว่าจริงๆค่ะ
(เพื่อนเราคนนี้เป็นผู้หญิงด้วยนะคะ ฮ่า...)

สำหรับเรื่องนิทานนิทานเรื่องนี้เราเคยได้ฟังตอนมอสามค่ะ
เป็นกิจกรรมที่คุณครูวิชาภาษาไทยให้นักเรียนทุกคนออกไปเล่าอะไรก็ได้
(ส่วนเราออกไปเล่าตำนานผีพรายญี่ปุ่นค่ะ
555555555555555)
เป็นนิทานที่เพื่อนเราคนหนึ่งเลือกมาเล่า และเราก็ยังจำได้จนถึงทุกวันนี้
ก็เลยนำมาแบ่งปันกัน แต่คิดว่าหลายๆคนก็คงจะเคยอ่านกันมาบ้างแล้วค่ะ

แล้วก็… Finding Nemo เป็นอนิเมชั่นในดวงใจของเราเลยค่ะ
จนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีเรื่องอะไรมาลบล้างได้
ได้ข่าวว่าสัปดาห์หน้า
Finding Dory จะเข้าโรงด้วย
มีใครจะตีตั๋วไปดูไหมคะ
5555555555555

EP นี้ก็ยังแอบซ่อนนั่นซ่อนนี่ไว้เหมือนเดิม
แต่ขอไม่ไขกิมมิคนะคะ ไปทายกันเอาเองค่ะ
ซ่อนไว้เต็มไปหมดเลย เย้
!

แถมอีพีนี้พี่จีนยองมาคุ้มค่าตัวมาก ดีใจสุดๆ ฮลึก
อีพีหน้าสัญญาว่าจะไม่ยาวแบบนี้อีกแล้วค่ะ
ถือว่าตอนนี้คืนกำไรให้ทุกคนฉลองยอดแฟนคลับ
4900 คนค่ะ
(นังเด๋อ
! อย่ามาแถ หล่อนเยิ่นเย้อเอง !)


และ
! เรามีอะไรอยากจะขอบคุณแฟนๆ #แด๊ดดี้เดฟ ทุกคนสักนิดค่ะ
ก็เลยจะมาเปรยล่วงหน้าสักเล็กน้อยว่า

ในวันที่ 11 -12 มิถุนายนนี้ อย่าพลาดกันนะคะ เรามีของขวัญไปแจกหน้าคอนด้วยค่ะ


นี่แน่ะ ! โชว์เรียกน้ำย่อย ของจริงงานดีพรีเมียมมีความหวือหวามาก
ไปรับกันเยอะๆนะคะ ให้ฟอลทวิต
@mookiizsgc7 เพื่อติดตามวันเวลาได้เลยค่ะ
วันเสาร์แจก
50 ท่าน วันอาทิตย์แจก 90 ท่าน และมีกิจกรรมแจกหน้าบทความอีก 10 ท่านค่ะ
อย่าลืมนะคะ ฟอลทวิตเราแล้วดักรอให้ดีๆ
เจอกันทั้งสองวันแน่นอนค่ะ มารับแด๊ดดี้กับพี่จีนยองไปเป็นที่ระลึกแทนคำขอบคุณกันเยอะๆนะคะ

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกคนทีติดตามกันมาถึงจุดนี้นะคะ
เราไม่คิดว่าจะพาแด๊ดดี้กับลูกเป็ดมาไกลถึงขนาดนี้
ซึ่งทุกอย่างเกิดจากแรงผลักดันของแม่ๆที่เอ็นดูลูกเป็ดและแด๊ดดี้ รวมถึงพี่ นศ
.ปอโท




 dwarf.
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 175 ครั้ง

10,430 ความคิดเห็น

  1. #10312 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 01:24
    เด็กสรรหาวิธีการปลุก 5555
    ตอนนี้พี่แจบอมเริ่มชอบพี่จินยองแล้วนะสิเนี่ย
    #10312
    0
  2. #10000 LOOK_WALAK (@N_Nam0802) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2561 / 20:22
    เป็นฟิคที่ปลดล็อคความรู้สึกในใจเราเลย เคยบังเอิญเจอเพื่อนที่เคยสนิทมากๆแต่ผิดใจกันเลยต่างคนต่างอยู่ แต่พอเพื่อนๆไปเจอกันก็จะมาเล่าให้ฟังว่ามันก็ดีอยู่นั้นอย่างนี้ เราเคยคิดว่าจะกลับไปคุยกันได้ไหมนะ คิดถึงตอนสนิทกัน พอมาอ่านฟิคตอนนี้แล้วก็นั้นแหละ เก็บไว้แค่ความทรงจำดีๆในตอนนั้นดีกว่า
    #10000
    0
  3. #9986 TATAR20505 (@TATAR20505) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2561 / 22:38
    ถ้านี่เป็นเจบีคือล็อกห้องนอนละอะ5555555 เข้ามาปลุกดีนักกกก
    #9986
    0
  4. #9762 Jusejae (@nicknamemaic) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 15:54
    ขอบเรื่องนี้มากๆ รู้สึกมันเรียล อ่านเเล้วได้ข้อคิดได้อะไรหลายๆอย่างมากขอบคุณไรท์มากเลยนะคะ
    #9762
    0
  5. #9708 fern101fern (@fern101fern) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 12:51
    หลงรักปาร์คจินยองจัง
    #9708
    0
  6. #9676 StrawberryChan (@amimikuma) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 16 เมษายน 2561 / 22:50
    หลงน้องเเล้วละซี่~!น้องน่ารักใช่ไหมล้าา
    #9676
    0
  7. #9600 Beegast (@augast25) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มีนาคม 2561 / 22:32
    สนุกมากค่ะ ชอบนิทานมาห กินใจสุดๆ
    #9600
    0
  8. #9418 ใบเกิน (@gorncop) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 23:14
    อ่านซ้ําหลายรอบมากอะชอบ
    #9418
    0
  9. #9339 MMinS (@mind_pakapornn) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 00:18
    เราก็ว่าทำไมตอนนี้ยาวแปลกๆ ยามม๊ากกกกก ชอบนิทานคุณเพื่อนบ้านจังเลย เราก็เคยเจอนะแบบนี้ เชื่อใจเขามากๆ จนไม่เคยคิดเลยว่าเขาจะทำกับเราแบบนี้ เฮ้อเศร้า 555555
    #9339
    0
  10. #9167 GIG.ARO (@gig_moko) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กันยายน 2560 / 23:12
    เด็กๆน่ารักกกก แต่ที่จินยองพูดมันก็ถูกนะ
    #9167
    0
  11. #8777 Tinker.let" (@oohm-sutarinee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 มิถุนายน 2560 / 14:13
    ชอบนิทานเรื่องนี้มากๆเลย เหมือนโดนจี้จุด
    การเรียนมหาลัยเจอสังคมใหม่ๆ ร้อยพ่อพันแม่เราก็มีเพื่อนกลุ่มหนึ่ง ที่พอคุยกันได้และไว้ใจในระดับหนึ่งเลย
    แต่คนนั้นก็เอาความลับไปพอเพื่อนอีกคนที่ไม่ชอบ แล้วยังทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
    ไ่ม่ได้โกรธที่เอาความลับไปบอก แต่โกรธที่ทำลายความไว้ใจ
    ทุกวันนี้พยายามจะคุยดีกับเรา แต่เราก็ปฏิเสธตลอด ไม่ได้มีทิฐิแต่หมดความไว้ใจแล้ว
    #8777
    0
  12. #8678 `MESJ' (@we-2l-shinee) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 00:03
    ชอบนิทานเรื่องนี้จัง มันจริงมากๆอะ
    เริ่มคุยกันมากขึ้นแล้ววว
    #8678
    0
  13. #8647 สิริกาญจน์ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 22 เมษายน 2560 / 22:25
    ชอบฉากนิทาน ไฟ น้ำ ความไว้วางใจสุด

    อาจเป็นเพราะเราเองก็เคยถูกทำลายความเชื่อใจมาเหมือนกัน พอเชื่อใครมากๆพอถูกทำลายเเค่ครั้งเดียวหัวใจมันจะ

    ปิดเลยค่ะ ไม่รับความเชื่อใจจากคนคนนั้นอีกเเล้ว
    #8647
    0
  14. #8559 ploy_TMTC (@ploy-tmtc) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 00:20
    อ้าวๆเริ่มชอบกันแล้ว
    #8559
    0
  15. #7687 Kwan_Z.E* (@kwan-kirenez) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:54
    กรี๊ดดดดดดดดด ตอนจบนั่นมันอะไรกันคะ
    ปัญหาเรื่องเพื่อนคงเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้เลยล่ะค่ะครั้งนึงเคยเป็นแบบนั้นและก็ดำเนินมาด้วยทิฐิของตัวเองอยากกลับไปแก้ไขให้มันจบดีกว่านี้หรือมองตอนนี้แล้วมันไม่ใช่เรื่องยากเลยที่จะเลี่ยงไม่ให้เกิดขึ้นหรือจบแบบนี้แต่ก็ถือว่าเป็นบทเรียนให้รักษาความสัมพันธ์กับเพื่อนคนใหม่ๆ ไปแล้วกันนะคะ เพราะพอถึงช่วงที่เลือกจะเข้าไปก็ไม่รู้ฝ่ายนั้นจะรู้สึกยังไงแล้วเลยเลือกที่จะปล่อยไปจบแบบยอมรับกับสิ่งที่ตัวเองทำนี่แหละค่ะความจริงดี
    ถึงจะเป็นตอนที่ยาวมากแต่แปลกมากที่อ่านเพลินเลยค่ะหรือว่าเพราะปกติคนเขียนเขียนยาวอยู่แล้วด้วยมั้งคะเลยไม่ประหลาดใจเท่าไหร่อ่านไปแบบไม่เอะใจสักนิด 5555555555 เป็นตอนที่เล่าเรื่องเพื่อนได้ลึกซึ้งดีนะคะ แหม่ หรือนี่อินไปเองก็ไม่รู้แต่เชื่อว่าเพื่อนนี่เป็นเรื่องใกล้ตัวอยู่รอบตัวทุกคนอยู่แล้วก็มนุษย์เป็นสัตว์สังคมนี่เนอะหรือนี่เป็นปัญหาอยู่คนเดียว? แต่ถือว่าตอนนี้ได้เปิดตัวลองฝีมือเลี้ยงเด็กของพี่นศ.เค้าเลยนะคะแถมหน้าที่ภรร...เพื่อนบ้านที่ปรึกษาที่ดีไปอีกบท หลังจากนี้แด๊ดดี้เมาหรือสายด่วนฉุกเฉินคงต้องต่อสายตรงมาที่เบอร์นี้แล้วแหละค่ะ หุหุ
    ปล.ลูกเป็ดส์พออยู่กับพี่นศ.ดูว่าง่ายเชียวนะคะ *จับฟัด*

    แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 13 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:00
    #7687
    0
  16. #7560 DarkDiary_13 (@DarkDiary_13) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 18 มกราคม 2560 / 09:26
    ก่อนจะมาอ่านช่วงทอล์ค ก็รู้สึกมาทั้งตอนเรื่องเพื่อนเรื่องค.รัก เรื่องค.เชื่อใจ มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ในลักษณะนี้จริงๆนะ พอมาดูช่วงทอล์คก็ถึงบางอ้อ ว่าเป็นประสบการณ์จิงสินะ เหมือนเราเลยค่ะ อดีตเพื่อนสนิท กับ ความไว้ใจ บางทีถ้าอย่างหลังมันหายไป ความทรงจำมันก็เป็นสิ่งเดียวที่มีคุณค่าล่ะนะ
    #7560
    0
  17. #6831 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 11:36
    เมื่อกี้ลืมพูดถึงแด๊ดดี้กับพี่ปโทเลย อื้อหื้ออออออ เดินหน้านะคะเนี่ยยยยย ทั้งคู่เลย
    ชอบให้ความสัมพันธ์ค่อยๆเป็นค่อยๆไปแบบนี้ ซึมซับในใจโดยไม่รู้ตัว ฮ่าาาาา ดีกับใจจัง
    #6831
    0
  18. #6830 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 20 พฤศจิกายน 2559 / 11:34
    อ่าาาาา นี่ไรต์ไม่รู้จริงๆเหรอคะว่ายาวๆแบบนี้ มันโคตรจุใจรีดมากกกกกกก คือมันดีกับใจมากจริงๆ เต็มอิ่มสุดๆ
    ฉะนั้น ต่อให้ยาวกว่านี้เป็นร้อยหน้าก็อ่านได้ไม่มีเบื่อค่ะ ขอบคุณนะคะ
    จะว่าไปแล้ว ทุกคนน่าจะมีอดีตเรื่องเพื่อนที่เคยสนิทแล้วปัจจุบันก็แยกย้ายนะคะ
    เค้าเองก็มี เวลาทำให้รู้ว่าใครจริงใจกับเราบ้าง มีเพื่อนน้อยแต่ดี ก็ดีกว่ามีเพื่อนมากแต่เลว จริงไหมคะ ^^
    #6830
    0
  19. #6732 อันยองทวิงกี้ (@btpink) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2559 / 06:56
    ทำไมมุ้งมิ้งแบบนี้ล่ะอิมแจบอมม ชอบเขาแล้วล่ะสิ้ งู้ยยยย
    #6732
    0
  20. #6504 P.Ploy Kung (@lipaploy) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2559 / 17:01
    แน่ะๆเริ่มชอบนศ.ป.โทขึ้นมาแล้วใช่ม๊าาา????
    #6504
    0
  21. #6462 Pia_Anderson (@Natthapanchaya) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 23:07
    เป็นทอล์คที่ยาวมากกกก แต่เราก็อ่าน555555555 และเป็นเรื่องแรกที่เรามานั่งอ่านทอล์ค คึคึคึ-..- #เรารักนศ ป.โทตอนนี้จังงงงง(มาจุ้บที-3-)
    #6462
    0
  22. #6434 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 09:01
    พี่นักศึกษาป.โทมาเต็มมากค่ะอีพีนี้ จุใจมากงือ
    #6434
    0
  23. #6367 jesling73 (@jesling73) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 00:53
    ไรต์เปิดน๊าาา แยากอ่านอะ ฮืออออ
    #6367
    0
  24. #6366 jesling73 (@jesling73) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 00:52
    เปิดน๊าไรต์ คิดถึงลูกเป็ดดดด
    #6366
    0
  25. #6365 jesling73 (@jesling73) (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2559 / 00:47
    ยังค้างอยู่เลยอ่าาาา เปิดให้อ่านทีน๊าาา ฮือออ
    #6365
    0