ตอนที่ 24 : EP 21 | แด๊ดดี้เมเนเจอร์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10160
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 135 ครั้ง
    18 ก.ค. 59


HASHTAG : #แด๊ดดี้เดฟ
(ม้ากคึเหงาจังเลย แม่ๆหายไปไหนกันหมดน้า ; - ;)



อาเจย์ & พิลลี่ comeback !


ร่วมด้วย...

    

1) ผู้ว่าจ้างลูกเป็ด อาไอรีน & ลุงหมอโบ้ (พี่หมอโบกอม)
2) เพื่อนร้าก ~ รักของแด๊ดดี้ อาชยอนู
3) ช่างภาพของลูกเป็ด อาซูโฮ

(อาเจย์ : อย่าไปสนใจพวกมันมาก บทน้อยกว่าพวกเราเยอะ เจ้าพวกตัวปลากรอบเอ๋ย !)


EP 21 | แด๊ดดี้เมเนเจอร์

 

          เจ็ดโมงสิบห้านาที

 

            ร่างสูงนั่งมองนาฬิกาข้างเตียงด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ใดๆมาร่วมห้านาทีหลังจากตื่นขึ้นโดยปราศจากการจู่โจมด้วยความรุนแรงสูงจากกองทัพมนุษย์ก้อน เสียงสายเข้าโทรศัพท์ หรือความฝันที่สุดแสนจะแฟนตาซีเหมือนที่ผ่านมา

 

            แต่ตื่นเพราะโดนเพื่อนบ้านตามมาหลอกหลอนในห้วงความคิดจนนอนไม่ได้เลยต่างหากล่ะ !

 

            ดวงตาเล็กเรียวซึ่งบวมเล็กน้อยกับทรงผมชี้ฟูเป็นรังนกคือสภาพที่เขาสามารถบรรยายลักษณะของตัวเองในตอนนี้ออกมาได้ ก่อนจะหาวออกมาอีกหนึ่งทีแล้วบิดขี้เกียจอย่างท้อใจเมื่อคิดถึงชะตากรรมอันโหดร้ายที่ตัวเองต้องเผชิญไปอีกตลอดทั้งวัน

            เหนือสิ่งอื่นใด เขาขอสารภาพแบบไม่มีปิดบังเลยว่า ตลอดระยะเวลา 1 สัปดาห์ นับจากวันที่เขากลับจากสวนสัตว์ นาฬิกาชีวิตของเขาก็มีอันเปลี่ยนแปลงไปเป็นครั้งที่สอง การเปลี่ยนแปลงครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อมีเจ้าเปี๊ยกตัวกลมทั้งห้ามาอยู่ด้วย จากที่เคยใช้ชีวิตเป็นมนุษย์ค้างคาวนอนเช้าตื่นเย็นกลายมาเป็นเจ้าทาสผู้อาภัพนอนเช้ามืดแต่ตื่นเช้าตรู่

            ส่วนครั้งที่สองเกิดขึ้นหลังจากวันที่เขาโดนมนุษย์เพื่อนบ้านตามมาหลอกหลอนตั้งแต่ในฝันยันเหตุการณ์จริง คืนนั้นกว่าจะนอนหลับก็ปาเข้าไปตีสี่ พอเจ็ดโมงเช้าก็โดนเหล่านายท่านมาทักทายกันถึงเตียง เป็นแบบนั้นมาทั้งสัปดาห์ การใช้ชีวิตเป็นพ่อบ้านซินเดอเรลล่าซึ่งไม่อาจหือกับมนุษย์ก้อนคนแคระได้ตลอดทั้งวัน พอตกกลางคืนแทนที่งานจะเดินหน้าเหมือนทุกครั้งก็มีอันต้องเลิกทำตอนเที่ยงคืนเพราะสมองมันไม่ได้จดจ่ออยู่กับงานสักนิด

 

            วันเกิดเหตุภาพชัดขนาดไหน ผ่านมาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆก็ยังชัดเหมือนเดิมเป๊ะ

 

            แจบอมแทบไม่ได้นับเลยว่าตลอดทั้งสัปดาห์เขาก่นด่าตัวเองในใจไปกี่ครั้ง ถอนหายใจไปกี่หน รู้เพียงแค่ว่าแม้หัวจะแตะหมอนตั้งแต่เที่ยงคืน แต่กว่าจะข่มตาหลับได้ในแต่ละคืนมันช่างยาวนาน คืนแรกตีสี่ คืนที่สองตีสามครึ่ง คืนที่สามตีสาม คืนที่สี่ตีเกือบๆตีสาม ล่าสุดเมื่อคืนนี้ก็ตีสองครึ่งกว่าจะหลับ ถึงจะบอกว่าโชคดีที่อย่างน้อยระยะเวลามันลดลงเรื่อยๆ แต่ถ้าต้องตื่นเช้าตรู่ทุกวันจนนาฬิกาชีวิตของเขาเริ่มปั่นป่วนแบบนี้ ก็เป็นเขาเองนั่นล่ะที่จะลำบากเรื่องการทำงาน

 

          เนื่องด้วยตอนนี้เขาอยู่ในภาวะเดดไลน์ไฟลนก้นเพราะต้องส่งงานสัปดาห์หน้า

 

          ฉะนั้นเลิกตามมาหลอกหลอนกันสักทีเถอะปาร์คจินยอง เห็นใจกันบ้างโว้ย ชีวิตต้องทำมาหากิน ไม่ได้หายใจออกมาเป็นเงิน เข้าใจไหม หา !!

 

           

            ‘ อุหวา ~ แด๊ดดี้ตื่นแล้วหรอ ?

 

            ในขณะที่กำลังนั่งถอนหายใจกับชะตาชีวิตอันแสนยากลำบากอยู่บนเตียง จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงแหลมใสของบรรดานายท่านตัวน้อยทั้งห้าคนในชุดนอนที่แจบอมก็ไม่รู้ว่าบุกรุกเข้าห้องนอนของเขามาตั้งแต่เมื่อไหร่พูดขึ้นจากบริเวณข้างเตียงของตัวเองโดยที่กำลังยืนเรียงแถวกันหน้าสลอน

 

            ไง จะมาปลุกฉันกันอีกล่ะสิ…” แจบอมพูดกึ่งประชดเล็กน้อยโดยมองหน้าเจ้าตัวร้ายทั้งห้ายืนอมลมพองแก้มทำหน้าราวกับเสียดายอะไรบางอย่าง

            เสียดายจังเลยน้าบอกแล้วว่าถ้าเป็นเรื่องของเจ้าพวกนี้เขาไม่มีทางทายพลาดหรอก แบบนี้ก็ไม่มีคนเล่นเป็นภูเขาให้พวกเราน่ะซี่ ทว่า ประโยคถัดมาของเจ้าก้อนผมทองทำให้แจบอมขมวดคิ้วไปเล็กน้อย

            ภูเขา ?

            “วันนี้พวกเราจะพาคุณปิกาจูที่อาเจย์ซื้อให้มาเล่นต่อสู้ล่ะแด๊ดดี้มาร์คยิ้มร่าโชว์เขี้ยวซี่น้อยก่อนจะยกตุ๊กตาปิกาจูขึ้นมาเหนือศีรษะของตัวเอง

            ใช่แล้วล่ะ คยอมก็พาคุณมูมินมาเล่นด้วยน้า

            “แบมแบมก็เอาคุณโพโรโระมาเล่นต่อสู้ด้วยเหมือนกันนะแด๊ดดี้

            “พวกเราจะเล่นเป็นฮีโร่ที่ต่อสู้กับปิกาจู โพโรโระ มูมิน แล้วก็เลโก้ของแจ็คสันไงล่า ~เจ้าก้อนแก้มอวบอธิบายด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้ม แต่ว่าถ้าแด๊ดดี้ตื่นแล้ว พวกเราก็ไม่มีภูเขาเป็นที่ต่อสู้อ่า…”

            “นั่นน่ะซี่ แย่จังเลยน้าแล้วก็กลายเป็นว่าเจ้าตัวแสบทั้งห้าหันไปเออออกันเองว่าอยากให้เขานอนเป็นภูเขาเพื่อเป็นสนามรบของเจ้าฮีโร่ตัวกลมกับตุ๊กตาทั้งหลายโดยไม่ได้ถามความคิดเห็นของคนที่(เกือบจะ)ถูกมัดมือชกสักนิดเดียว

 

            ถ้าสมมติว่าเขาไม่ตื่น เจ้าพวกนี้ก็จะจับเขามาเล่นเป็นภูเขาในสนามต่อสู้ใช่ไหมล่ะ !?!

 

            เสียใจด้วยที่วันนี้ฉันตื่นก่อนพอรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของเจ้าตัวร้ายทั้งห้า แจบอมจึงได้แต่ยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ ขืนปล่อยให้เจ้าพวกนี้ทึกทักว่าเขาเล่นเป็นภูเขาแล้วใช้เป็นสนามรบล่ะก็ มีหวังได้หลังหักกระดูกเลื่อนแน่ๆ

 

            พอผิดหวังที่เจ้าทาสใต้บัญชาดันตื่นก่อนเวลาอันควร เหล่านายท่านตัวน้อยที่อุตส่าห์หอบตุ๊กตาหอบของเล่นเตรียมมาสร้างสนามรบในห้องของแจบอมกันเต็มที่ก็มีอันต้องเบะปากทำหน้าจ๋อยไปตามๆกัน เช้าวันนี้จึงจบลงด้วยการที่แจบอมไม่ต้องเจ็บตัว แม้ว่าจะต้องมานอนดูแอนิเมชั่นบนโซฟาในห้องนั่งเล่นแทน

           

            เคโระเคโระเคโระเคโระเคโระเคโระเคโระ ~ ’

 

          แอนิเมชั่นญี่ปุ่นที่มีตัวเอกเป็นกบต่างดาวพร้อมด้วยผองเพื่อนกองทัพเคโรนจากดาวเคโรนหมู่ดาวแกรมม่าลำดับที่ 58 ที่บุกมาเพื่อทำลายเพโคปอง (โลกมนุษย์) ทำให้สถาปนิกหนุ่มได้แต่นอนมองกบต่างดาวที่ดูไม่เต็มเต็งเท่าไหร่นักท่องคาถาอะไรสักอย่างที่เขาเองก็ไม่ได้เข้าใจสักนิด ผิดกันกับเจ้าเปี๊ยกทั้งห้าที่นั่งหัวเราะกันคิกคักๆอย่างสนุกสนาน แจบอมจึงไม่อยากขัดใจอะไรนัก

 

            R R R R ~

 

            เบอร์แปลก ? --- แจบอมคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูหลังได้ยินเสียงเรียกเข้า หมายเลขโทรศัพท์ที่ปรากฏบนหน้าจอโดยไม่มีชื่อเจ้าของเบอร์ทำให้แจบอมนึกเอะใจอยู่นิดหน่อย เพราะเขาเป็นพวกไม่ชอบรับสายจากเบอร์ที่เขาไม่ได้เมมชื่อเอาไว้ เนื่องจากบางครั้งก็เจอพวกขายตรง พวกขายประกัน ที่สำคัญเขายังเคยมีประสบการณ์เจอคนโทรผิดชนิดที่ไม่มีวันลืมไปจนตายอีกด้วย

 

            มึงคือไอ้ชั่วลีฮยอนซูที่เป็นชู้กับเมียกูใช่ไหม !!!!

 

            เรื่องมันเกิดขึ้นตอนที่เขาเรียนอยู่ปีสอง ขณะอู้ทำโปรเจคต์มาเล่นเกมอยู่ดีๆก็เจอเบอร์แปลกโทรเข้ามาแถมพูดจาไม่เข้าหู ไม่ว่าจะเป็นชื่อที่ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งจะเคยได้ยิน รวมถึงสถานะเป็นชู้กับใครสักคนที่ทำให้แจบอมได้แต่นั่งงงเป็นไก่ตาแตก กว่าจะคุยกันรู้เรื่อง (พอมาคิดตอนนี้แล้วก็บ้าบอดี ไปบ้าจี้คุยกับเขาทำไมก็ไม่รู้) ก็เสียเวลาไปหลายชั่วโมง พอตัดสายหนีก็โทรมาอาละวาดไม่หยุดหย่อน ต้องอยู่คุยกับเขาจนกว่าภรรยาพี่ท่านจะกลับบ้านนั่นแหละถึงได้ยุติสงครามโทรศัพท์

 

            ไอ้คนที่ชื่อลีฮยอนซูอะไรนั่นมันจะรู้ไหมว่าทำให้ชีวิตของเขาลำบากมากเลยนะโว้ย !

 

            “ครับ อิมแจบอมครับแต่สุดท้ายแจบอมก็ยอมกดรับสายไป เผื่อว่าจะเป็นลูกค้าหรือผู้ว่าจ้างงาน

            [ฮัลโหล แจบอม จำเราได้ไหม ?] เสียงหวานใสของผู้หญิงจากปลายสายทำให้แจบอมชะงักพักหนึ่ง พลางกลอกตานึกอย่างงุนงงว่าผู้หญิงที่โทรหาตัวเองเป็นใคร

 

            ใครวะคงจะไม่ใช่แฟนเก่าของตัวเองหรอกนะ

 

            “นั่นใครครับ ?แจบอมถามกลับไปอย่างสุภาพ แม้ว่าอีกฝ่ายจะพูดกับเขาด้วยท่าทีสบายๆแถมดูท่าว่าจะรู้จักเขา ดูจากการที่เธอเรียกชื่อของเขาแถมยังถามลองเชิงว่าจำได้ไหมเสียด้วย

          [แจบอม จำเราไม่ได้จริงๆเหรอ ไอรีนเอง]

 

          คำเฉลยจากคนปลายสายทำให้แจบอมตีหน้ายุ่งอย่างสงสัยมากขึ้นไปอีก เพราะจำได้ว่าตัวเองเคยบันทึกเบอร์โทรของเพื่อนคนนี้เอาไว้ แต่วันนี้กลับใช้เบอร์โทรศัพท์อื่นโทรหาเขา เพื่อนที่โทรหาเขาตอนนี้ก็คือ ไอรีน ดาวคณะสมัยเรียนที่เพิ่งร่อนการ์ดเชิญงานแต่งงานให้เขาไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แม้จะแปลกใจนิดหน่อยที่เธอโทรมาหาเพราะเขาก็ไม่ได้สนิทกับเธอมากนัก (แต่ก็เคยได้เลคเชอร์จากเธอมาถ่ายเอกสารสมัยเรียนน่ะนะ) จึงนึกไม่ออกเลยว่าเธอมีเรื่องอะไรที่จะต้องโทรหาเขาเป็นการส่วนตัว

 

            แต่ว่าอยู่ในจุดที่ดาวคณะโทรหาเลยว่ะ บอกเลยว่าเดือนคณะก็ทำไม่ได้ ไอ้พวกองครักษ์พิทักษ์ไอรีนเหรอ อย่าหวังเลย !

 

            “จำได้แล้ว มีอะไรเหรอ ?ถึงกระนั้นแจบอมก็ยังคงคุยด้วยท่าทีสุภาพเหมือนเคย อย่างที่บอกไปว่าเขาไม่สนิทกับเธอเท่าไหร่นัก แถมสมัยเรียนเธอก็เป็นผู้หญิงคนเดียวที่เขาไม่พูดคำหยาบด้วย ถ้าเปรียบเทียบให้วอนพิลเป็นหนุ่มดอกไม้แล้ว ไอรีนก็คงเป็นสาวดอกไม้ประจำคณะล่ะมั้ง

            [แจบอม เรามีเรื่องจะขอความช่วยเหลือหน่อยได้ไหม ?] ปลายสายพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูกังวลใจพอสมควร

            “หืม ? แจบอมส่งเสียงกลับไปอย่างสงสัย เขาคิดไม่ออกเลยจริงๆว่าคนเพอร์เฟคต์อย่างไอรีนจะมาขอความช่วยเหลืออะไรจากคนที่ต้องพึ่งพาเลคเชอร์ของเธอสมัยเรียนอย่างเขา

            [แจบอม คือบ่ายวันนี้เรามีถ่ายพรีเวดดิ้ง เราติดต่อทุกอย่างไว้หมดแล้ว แต่อยู่ๆพ่อแม่ของเด็กที่เราขอตัวมาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งช่วงบ่ายเขาขอยกเลิกเพราะน้องเป็นไข้หวัดใหญ่]

            “แล้วยังไงล่ะ ?แจบอมถามด้วยความไม่เข้าใจที่จู่ๆปลายสายก็พูดขึ้นมาแบบนั้น

            [จริงๆเมื่อคืนเราพิมพ์รายละเอียดไปในไลน์กลุ่มแล้ว แต่แจบอมน่าจะยังไม่ได้เข้าไลน์ใช่ไหม ?] เธอว่า [เรากับพี่โบกอมตกลงกันไว้ว่าจะถ่ายพรีเวดดิ้งเป็นสองธีม แบ่งกันให้แฟร์ๆคนละธีมไปเลย]

            “อาฮะ แล้ว… ?”

            [ที่เราวางแผนกันไว้ก็คือ เราอยากจะได้เด็กๆมาถ่ายภาพด้วย เป็นธีมกุมารแพทย์น่ะ พี่โบกอมเขาชอบเด็กๆก็เลยอยากได้แบบนั้น แต่เด็กที่เราขอไว้ตอนแรกเขายกเลิกไปแล้ว] อีกฝ่ายเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง [เราก็เลยจะมาขอยืมตัวลูกของแจบอมมาถ่ายรูปได้ไหม ?]

            “หา !?! ว่ายังไงนะ !!!”

 

            แจบอมแทบกระโดดขึ้นจากโซฟาเมื่อได้ยินคำขอจากคนปลายสาย สิ่งที่ทำให้เขาตกใจไม่ใช่เรื่องที่อีกฝ่ายขอร้องมา แต่เป็นเรื่องของพวกเด็กๆที่ยังไม่มีใครรู้นอกจากวอนพิลกับเจฮยองเท่านั้น

 

            แล้วไอรีนไปรู้เรื่องนี้ได้ยังไงวะ !?!

 

            [เฮ้ย ไม่ต้องตกใจขนาดนั้น คนที่ให้เราโทรหาแจบอมก็คือเจย์กับวอนพิลนั่นแหละ] อ้อ สรุปคือไอ้เพื่อนนิสัยเสียนั่นเองที่ทำให้ดาวคณะโทรหาเขา หึ ! [ไม่เป็นไรนะแจบอม เรื่องนี้เราไม่บอกใครหรอก แจบอมช่วยเราได้ไหม นะนะ เราขอร้องเลยนะ]

            “คือ…”

 

            แจบอมแสดงสีหน้าลำบากใจออกมาอย่างเปิดเผย อย่างไรเสียคนปลายสายก็คงไม่เห็นอยู่แล้ว ถึงคนที่กำลังพูดกับเขาจะเป็นเพื่อนผู้แสนดีที่แจบอมมั่นใจว่าคงไม่เอาเรื่องนี้ไปบอกใครจริงๆ แต่ปัญหามันไม่ได้มีเพียงแค่นั้น เพราะนอกจากอะไรๆที่มันฉุกละหุกไปหมดแล้ว ก็ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้แจบอมคิดไม่ตก เนื่องจากเขาจำได้ว่าจะมีเพื่อนๆบางส่วนไปช่วยจัดสถานที่และเป็นช่างภาพให้เธอในวันนี้ (เคยเห็นคุยกันในไลน์กลุ่มเมื่อหลายวันมาแล้ว) ทำให้แจบอมไม่อยากจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเท่าไหร่นัก

 

            [เรื่องเพื่อนคนอื่นไม่ต้องห่วงนะ เราจะไม่ให้ใครมายุ่งมาถามเลย เรารับปากกับเจย์ไว้แล้วว่าจะดูแลแจบอมกับเด็กๆเอง ช่วยเราหน่อยนะแจบอม สัญญาเลยว่าจะดูแลทุกคนอย่างดีเลย นะนะนะ]

 

            แล้วเล่นขอร้องมาขนาดนั้นคิดเหรอว่าไอ้หงิมอิมแจบอมคนนี้จะปฏิเสธคนที่เคยช่วยให้ตัวเองสอบผ่านวิชาบังคับของคณะได้เหรอ...

 

            “รับปากแล้วนะว่าจะไม่ให้ใครมาถามเรื่องนี้…” สุดท้ายก็เลยจำใจต้องตอบตกลงไปโดยเน้นย้ำเงื่อนไขข้อสำคัญ ไม่ใช่ว่าเขาอยากปิดเรื่องของพวกเด็กๆเป็นความลับ แต่ขี้คร้านจะมาตอบคำถามของเพื่อนคนอื่นต่างหากงั้นส่งรายละเอียดเข้าไลน์มาก็แล้วกันว่าจะให้ไปที่ไหน อะไรยังไง

            [เฮ้ย ! ขอบคุณมากนะแจบอม สัญญาเลยว่าจะไม่ให้ใครมาถามมาซักไซ้อะไรทั้งนั้น ขอบคุณจริงๆนะ] น้ำเสียงของอีกฝ่ายเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงหลังจากที่เขายอมตอบตกลงเธอไปในที่สุด [เดี๋ยวเราส่งรายละเอียดเข้าไลน์ให้นะ ขอบคุณมากจริงๆ]

            “ฮื่องั้นไว้เจอกัน

 

            แจบอมถอนหายใจอีกหนึ่งครั้งหลังกดตัดสายโทรศัพท์ไป ก่อนจะเหลือบมามองมนุษย์ก้อนทั้งห้าชีวิตที่นอนกลิ้งกลุกๆอยู่บนพื้นผู้ไม่ได้รู้ชะตากรรมของตัวเองเลยว่ากำลังจะกลายเป็นดาราหน้ากล้องในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อจากนี้

 

            บางทีแจบอมก็คิดน้า ว่าแค่ถ่ายพรีเวดดิ้งชีวิตต้องลำบากขนาดนั้นไหม ?

 

          อะไรใครอิจฉา ไม่มี้ !

 

          แด๊ดดี้ ~แต่ก่อนอื่นเขาต้องจัดการกับเจ้าลูกเป็ดจอมยุ่งทั้งหลายเป็นอันดับแรกเสียก่อน วันนี้ยองแจนขอสระผมให้แด๊ดดี้ได้ไหม น้า ~เจ้าก้อนแก้มอวบที่เริ่มเบื่อจากการดูการ์ตูนค่อยๆปีนโซฟาขึ้นมานอนทับแจบอมเหมือนทุกที

            ยองแจนอย่าขี้โกงน้า งือ…” แบมแบมเองก็ไม่ยอมแพ้เมื่อเห็นว่าพี่ชายเบอร์สามปีนขึ้นไปจับจองพื้นที่บนร่างของคุณพ่อหนุ่มโสด ตอนนี้บนตัวของแจบอมจึงต้องรองรับเด็กน้อยสองคนที่นอนบลัฟกันอย่างไม่ยอมแพ้

            อ๋า ! แจ็คสันอย่าขึ้นมาขี่หลังคยอมแบบนี้ซี่ คยอมหนักน้า !” ส่วนเจ้าลูกหมีตัวโตที่กำลังถูกรังแกโดยเจ้าก้อนวายร้ายเจ้าเดิมก็เริ่มงอแงขึ้นมาแด๊ดดี้ช่วยคยอมด้วย ~ แจ็คสันลงไปเดี๋ยวนี้น้า !”

            “ไม่เอาน่าคยอม อย่างกนักซี่ !” เมื่อได้ยินแบบนั้นแจ็คสันก็ยิ่งกอดคอน้องเล็กของกลุ่มไว้แน่นขึ้น

            แด๊ดดี้ ม้ากคึอยากเล่นเครื่องบิน แด๊ดดี้มาเล่นกับม้ากคึน้าเจ้าก้อนผมแดงเองก็เริ่มปีนป่ายขึ้นมาบนตัวของแจบอมอีกคนจนบรรยากาศทุกอย่างเริ่มยุ่งเหยิงไปหมด จนเขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองคิดถูกหรือเปล่าที่ตอบรับว่าจะพาพวกเด็กๆไปถ่ายรูปในวันนี้

 

            โครก ~

 

          แต่เหนือสิ่งอื่นใด กองทัพต้องเดินด้วยท้อง --- เสียงทักท้วงจากกระเพาะอาหารของตัวเอง รวมถึงเจ้าก้อนลูกหมีตัวโตที่เริ่มกระตุกเสื้อของแจบอมในเวลาเดียวกัน ทำให้คุณพ่อร่างสูงเข้าห้องครัวโดยมีกระพรวนลูกเป็ดตัวกลมเดินดุ๊กดิ๊กตามมาติดๆ ยากิโซบะในตู้เย็นที่เฟยนูน่าให้มาลองชิมเมื่อวานถูกโยนเข้าไมโครเวฟเพื่อเป็นมื้อเช้าสำหรับวันนี้ แล้วหันมาแจกจ่ายนมกล้วยให้เหล่าเด็กน้อยคนละขวดอีกด้วย

 

            เอาล่ะ ฟังนะแจบอมดีดนิ้วเป็นสัญญาณให้เจ้าตัวเล็กที่นั่งกินยากิโซบะอยู่ในความสงบ บ่ายนี้เราจะออกไปข้างนอกกันก่อนจะเริ่มเปรยถึงสิ่งที่ต้องทำในวันนี้ให้เด็กน้อยฟัง

            แด๊ดดี้จะพาพวกเราไปเที่ยวหรอ !?!” เจ้าก้อนคิ้วหนายังคงมีปฏิกิริยาไวต่อการเดินทางเสมอ ศีรษะกลมโป๊งเหน่งหันขวับมาหาแจบอมทันทีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

            จริงหรอแด๊ดดี้ !?!” ตามมาด้วยคอรัสอีกสี่เสียงที่มีท่าทีตื่นเต้นไม่แพ้กัน

            จะว่าไปเที่ยวก็คงไม่ถูกเท่าไหร่แจบอมยกมือปรามก่อนที่เจ้าตัวแสบทั้งหลายจะเออออกันเองไปไกลกว่านี้  มีพี่สาวคนหนึ่งมาขอความช่วยเหลือจากฉัน ไม่สิ ต้องบอกว่าเขามาขอความช่วยเหลือจากพวกนาย

            “ช่วยช่วยอะไรหรอแด๊ดดี้ ?เจ้าก้อนลูกหมีเอียงคออย่างสงสัยในขณะที่ดูดนมกล้วยไปด้วย

            ไปถ่ายพรีเวดดิ้งน่ะแจบอมตอบไปตรงๆ ทำให้สีหน้าของเด็กอนุบาลวัยสี่ขวบเริ่มตีหน้ายุ่งด้วยความไม่เข้าใจไปตามๆกันเมื่อได้ยินศัพท์ที่ไม่คุ้นหู

            พรือพีพีงือ เรียกยากจังเลย !” เจ้าก้อนผมปอยชมพูอมลมจนแก้มป่องเมื่อไม่สามารถออกเสียงคำที่เขาเพิ่งพูดไปได้ มันคืออะไรหรอแด๊ดดี้ ?

            “แล้วมันกินได้ไหมแด๊ดดี้ ?ส่วนคำถามของยูคยอมก็ทำเอาแจบอมได้แต่กุมขมับ เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าวันนี้จะคุยกับเจ้าตัวยุ่งรู้เรื่องไหม

            ไปถ่ายรูปน่ะ เธอกำลังเดือดร้อน พวกนายอยากไปช่วยเธอกันไหม ?แจบอมจึงลองถามออกไปอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เป็นคำถามที่เขาต้องการคำตอบ เพราะถ้าพวกเด็กๆไม่อยากไป เขาก็ไม่คิดจะบังคับเหมือนกัน แม้ว่าจะรับปากไปแล้ว แต่เขาก็ต้องถามความสมัครใจของเจ้าตัวเล็กทั้งหลายอยู่ดี

            อยากซี่ ~ แจ็คสันอยากไปช่วยล่ะ แจ็คสันขอไปช่วยพี่สาวคนนั้นได้ไหมแด๊ดดี้ ?หากแต่ถ้าเป็นเรื่องแบบนี้ เจ้าก้อนวายร้ายก็รีบออกตัวอาสาด้วยใบหน้าเปื้อนรอยยิ้มไร้เดียงสาทันที แจ็คสันอยากช่วยจริงๆน้า !”

            “ม้ากคึไปด้วย ม้ากคึจะไปช่วยพี่สาวคนนั้นเหมือนกัน พวกเราไปช่วยพี่สาวกันน้าแด๊ดดี้มาร์คโบกไม้โบกมือเป็นพัลวันเช่นกัน

            ถ้าม้ากคึไป ยองแจนก็จะไปด้วย ไปกันน้าแด๊ดดี้

            “งั้นแบมแบมไปด้วยด้วยน้าแด๊ดดี้ คยอมก็ไปด้วยกันซี่

            “อื้อ ! ถ้าทุกคนไป คยอมก็จะไปเหมือนกัน คยอมไปด้วยฮะ !”

            “เยี่ยม !” แจบอมยิ้มน้อยๆอย่างพึงพอใจเมื่อเห็นท่าทีกระตือรือร้นของเจ้าก้อนทั้งหลายที่เริ่มยุกยิกๆพลางทำกำปั้นชนกับแจ็คสันซึ่งเป็นท่าที่เจ้าตัวแสบชอบหนักหนา งั้นเดี๋ยวฉันจะไปบอกเธอกับพี่หมอว่าพวกเราจะไปช่วยนะ

 

            แจบอมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาส่งไลน์ไปยืนยันคำตอบให้กับเพื่อนที่เพิ่งโทรมาขอความช่วยเหลือจากตัวเอง พร้อมกับดูรูปแผนที่กับตารางเวลาที่เธอเพิ่งส่งมาให้เขาพอดี ก่อนจะเตรียมจัดการกับมื้อเช้าต่อ หากแต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาแล้ว แจบอมก็ต้องพบความผิดปกติบนโต๊ะกินข้าวที่เริ่มมีรังสีแห่งความหดหู่เข้ามาปกคลุมแทน

 

            พี่หมอหรอแด๊ดดี้ !?!” สีหน้าของเจ้าก้อนวายร้ายที่เป็นตัวตั้งตัวตีในตอนแรกมีสีหน้าเปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด พร้อมทั้งหันไปกอดแขนกับคู่แค้นแสนรักที่อยู่ข้างๆกันอย่างยูคยอมอีกด้วย

            ฉันพูดอะไรผิดเหรอ ?แจบอมเลิกคิ้วอย่างไม่เข้าใจเมื่อเห็นว่ามนุษย์ตัวกลมทั้งห้าเริ่มขยับเข้าหากันเป็นก้อนโมจิยักษ์ด้วยสีหน้าซีดเผือด มีอะไรกันหรือเปล่า ?

            “แด๊ดดี้แด๊ดดี้จะพาพวกเราไปฉีดยาหรอ !?!” ยูคยอมที่กอดหนึบกับพี่น้องของตัวเองถามด้วยสีหน้าหวาดๆ

            หา ?แจบอมยิ่งทำท่าทีงุนงงมากขึ้นไปอีกเมื่อพวกเด็กๆเริ่มมีท่าทีหวาดกลัวมากขึ้น อีกทั้งยังมีคำแปลกๆหลุดออกมาจากปากของเจ้าเปี๊ยกโมจิตรงหน้า พวกนายพูดถึงอะไรกันอยู่น่ะ ?

            “เมื่อกี๊แด๊ดดี้บอกว่าจะพาพวกเราไปหาพี่หมอนี่นา…” ยองแจพูดขึ้นมา

            ฮื่อ ก็ใช่เราจะไปที่คลินิกของพี่หมอกันตอนเที่ยงแจบอมพยักหน้าเบาๆ เพราะว่าที่เจ้าบ่าวของเพื่อนเป็นกุมารแพทย์ และเขาก็เรียกอีกฝ่ายว่าพี่หมอมาตลอดจนชินปาก รวมถึงสถานที่ที่ถูกเนรมิตเป็นสตูดิโอถ่ายภาพที่เขาเพิ่งได้รับแผนที่มาก็คือคลินิกของพี่หมอคนนั้นนั่นเอง

            ไม่นะแด๊ดดี้ !!!!!!!” เพียงเท่านั้น เสียงเล็กแหลมของเด็กน้อยทั้งห้าก็ร้องโวยวายขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง พวกเราไม่ไปฉีดยานะ !!!!”

            “เดี๋ยวนะ…” แจบอมเริ่มเกาหัวแกร่กๆด้วยความไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้ามากขึ้นเมื่อได้ยินแบบนั้น เข้าใจกันไปถึงไหนแล้วเนี่ย !?!

            ทุกคน หนีกันเถอะ !!!!” แต่ก็ช้ากว่ามนุษย์ก้อนโมจิทั้งหลายที่พากันสลายโต๋กระโดดลงจากเก้าอี้แล้ววิ่งจู๊ดออกนอกห้องครัวไปทันที

            “เฮ้ย เดี๋ยวเซ่ !” แจบอมที่ยังประมวลผลอะไรๆไม่ทันจะเข้าที่ก็ต้องหันขวับตามหลังไปทันทีเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวแสบที่เพิ่งจะรับปากตัวเองเป็นมั่นเป็นเหมาะวิ่งหนีไปเสียแล้ว

 

            ร่างสูงรีบวิ่งตามออกมาจากห้องครัว พอดีกับที่เห็นว่าขบวนมนุษย์ก้อนกำลังช่วยดันหลังกันและกันเข้าไปในห้องนอนของตัวเองให้ไวที่สุด ท่าทีอลหม่านของเจ้าเปี๊ยกที่ยัดตัวเองเข้าไปในห้องนอนและตั้งท่าจะปิดประตูทำให้แจบอมต้องรีบตามไปขวางประตูเอาไว้เพื่อไม่ให้ถูกปิดสนิทโดยเหล่าเด็กน้อยที่พยายามช่วยกันดันประตูจากด้านในเพื่อไม่ให้เขาตามเข้าไปได้

 

          ก่อนจะหนีจะโวยวายอะไรก็มาอธิบายให้เขาเข้าใจกันด้วยสิโว้ย !

 

            “พวกเราไม่ไปฉีดยานะแด๊ดดี้ ไม่ไปเด็ดขาดน้า !!!!” เสียงเอะอะโวยวายจากด้านในห้องนอนที่ออกแรงดันประตูโดยที่แจบอมยื้อยุดอยู่ด้านนอกยิ่งไม่เข้าใจหนักขึ้นไปอีก

            “แล้วฉันพูดว่าจะพาพวกนายไปฉีดยาตอนไหนเล่า !!!” และเขาก็ไม่รู้หรอกว่าเจ้าเปี๊ยกพวกนี้คิดเตลิดเปิดเปิงกันไปถึงไหนแล้วด้วย

            ก็แด๊ดดี้บอกว่าจะพาพวกเราไปหาพี่หมอ พวกเราไม่ไปนะ !!!” ใช่ว่าก้อนมนุษย์ด้านในจะยอมเขาเสียเมื่อไหร่ กลับกัน ยังช่วยกันยืนเรียงแถวดันประตูอีกด้วย

            “ฉันไม่ได้จะพาไปฉีดยา แต่เราต้องไปถ่ายรูปที่นั่น เข้าใจไหม !?!” ส่วนแจบอมที่ต้องคอยยื้อประตูไม่ให้ถูกปิดด้วยตัวคนเดียวก็เริ่มจะสู้แรงมนุษย์เด็กอ้วนกลมทั้งห้าไม่ไหวแล้วเช่นกัน

            คยอมไม่อยากฉีดยา คยอมไม่ฉีดยาน้าแด๊ดดี้ ฮือ…” โอเค้ ! ดูเหมือนว่าบรรดานายท่านทั้งหลายจะไม่ได้เข้าใจเจ้าทาสผู้นี้สักนิดเดียว แถมยังเริ่มเป่าปี่ออกมาแล้วด้วย

            แจ็คสันก็ไม่อยากฉีดยาเหมือนกันนะแด๊ดดี้ ม่ายยยยย ~เด็กน้อยผมทองที่แจบอมเห็นจากช่องว่างระหว่างประตูอันน้อยนิดส่ายศีรษะยิกๆอย่างไม่ยอมแพ้ท่าเดียว

            ฉันก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้จะพาไปฉีดยา ออกมาคุยกันดีๆก่อนสิ !” สารภาพว่าตอนนี้เขาเริ่มจะดันประตูต่อไม่ไหวแล้ว แต่เจ้าเปี๊ยกด้านในห้องก็ยังคงไม่ยอมกันท่าเดียว

            ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!!”

 

          ปัดโธ่โว้ย ! ทำไมต้องมาเจออะไรแบบนี้แต่เช้าวะเนี่ย !?!

 

            Line !

 

            “ใครแม่งก็ส่งไลน์มาไม่ดูเวล่ำเวลาเลยวะ !”

 

            ทั้งต้องคอยดันประตูไม่ให้พวกเด็กๆปิดห้องได้ ไหนจะโทรศัพท์แจ้งเตือนข้อความเข้าที่มาผิดเวลาอีก แจบอมจึงได้แต่นึกหงุดหงิดอยู่ในใจไม่น้อย แต่เพราะอาจเป็นเรื่องสำคัญ จึงต้องยอมปลดล็อคโทรศัพท์ในมือเพื่อมาดูข้อความ และข้อความที่เข้ามาล่าสุดทำให้แจบอมเริ่มเห็นแสงสว่างขึ้นมาทันที

 

            Jaehyung Swagger : ตี๋ ไอรีนโทรมาบอกกูว่ามึงยอมตอบตกลงช่วยงานเขาแล้วใช่ป่ะ ?

          Jaehyung Swagger : ตอนแรกกูจะไม่ไปคลินิกพี่หมอเพราะติดงานที่ออฟฟิศ แต่งานมันเสร็จเร็วกว่ากำหนด ตอนนี้กูเลยว่างแล้ว เดี๋ยวกูกับวอนพิลจะไปที่นั่นด้วย

          Jaehyung Swagger : กูกับมันเป็นคนเสนอตัวเด็กๆให้ไปช่วยงาน เพราะงั้นพวกกูจะตามไปคุ้มกันมึงกับหลานเอง ไม่ต้องห่วงอะไรทั้งนั้น เคป่ะ ? ไว้เจอกัน จุ๊บๆ

 

            ถึงตอนแรกเขาจะแอบด่าไอ้เพื่อนสนิทนิสัยเสียอยู่ในใจที่ไปเสนออะไรแบบไม่เข้าท่าโดยไม่ปรึกษาเขาก่อน แต่พอเห็นแบบนี้แจบอมก็เริ่มอุ่นใจขึ้นมาบ้างแล้ว ลองถ้ามีเจฮยองกับวอนพิลไปด้วยแล้ว เพื่อนคนอื่นก็คงไม่มายุ่งกับเขาเท่าไหร่นัก หมดกังวลเรื่องที่จะโดนถามเรื่องเด็กๆไปได้หนึ่งเปราะ ทั้งนี้ยังทำให้เขาได้ไอเดียในการหลอกล่อเจ้าพวกตัวแสบให้เลิกพยศอีกด้วย

 

            “นี่ ออกมาคุยกันก่อนสิ…” แจบอมสูดหายใจเข้าลึกๆให้ตัวเองใจเย็นลง พยายามคิดแง่ดีว่า สำหรับเด็กแล้ว คำว่าหมอมันมาคู่กับคำว่าฉีดยา นั่นเอง

            “แบมแบมไม่อยากฉีดยา แบมแบมไม่ไปฉีดยาน้าแด๊ดดี้ แบมแบมจะเป็นเด็กดี แด๊ดดี้อย่าพาแบมแบมไปหาพี่หมอเลยน้าเจ้าก้อนผมปอยชมพูเองก็เริ่มมีท่าทีอ่อนลง ถึงกระนั้นประตูห้องก็ยังคงถูกเจ้าก้อนทั้งห้ากั้นอาณาเขตไม่ให้แจบอมเข้าไปอยู่ดี

            ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้พี่หมอฉีดยาพวกนายเด็ดขาด ฉะนั้นมาคุยกันดีๆ ฉันไม่อยากอารมณ์เสียใส่พวกนายนะ

            “…”

            “ฉันแค่จะพาพวกนายไปถ่ายรูปเฉยๆ อีกอย่าง…” แจบอมยิ้มมุมปากเล็กน้อยก่อนจะพูดประโยคถัดไป อาเจย์กับอาวอนพิลก็ไปที่นั่นด้วยนะ

 

            อาเจย์กับพิลลี่หรอแด๊ดดี้ !?! ’

 

            เพียงเท่านั้น ประตูห้องของพวกเด็กๆก็ถูกยกเลิกการกั้นอาณาเขต ตามมาด้วยก้อนกลมปุ๊กลุกทั้งห้าที่กระโดดออกมาจากห้องนอนทันทีเมื่อได้ยินชื่อของคนคุ้นเคยอีกสองคน ถึงจะยกชื่อของเพื่อนอีกสองคนมาอ้างก็จริง แต่พอเห็นปฏิกิริยาของพวกเด็กๆที่เปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิงทั้งๆที่ตัวเองพยายามเกลี้ยกล่อมแทบตายแต่ไม่มีท่าทีเท่ากับการได้ยินชื่อเพื่อนๆของตัวเองแบบนี้แล้ว

 

            สาบานว่าไม่ได้น้อยใจสักนิดเดียว ไม่เล้ย !

 

            “วันนี้อาเจย์กับพิลลี่จะมาเล่นกับพวกเราหรอแด๊ดดี้ เย้ !!!” เขาจะพยายามเมินไปก็แล้วกันว่าเจ้าพวกนี้ดีใจกันออกนอกหน้าขนาดไหน

            แต่มีข้อแม้ว่าพวกนายจะต้องไปที่คลินิกพี่หมอนะ เพราะอาเจย์กับอาวอนพิลจะไปรอพวกนายที่นั่น

            “งือ…” ท่าทีของเจ้าตัวแสบเริ่มเจื่อนลงอีกครั้งเมื่อเขาวกกลับมาพูดเรื่องนี้เป็นครั้งที่สอง

            ฉันสัญญาว่าจะไม่ให้พี่หมอฉีดยาพวกนายเด็ดขาด โอเคไหม ?แจบอมค่อยๆย่อตัวลงนั่งในระดับสายตาของเด็กน้อยทั้งห้าคนพลางมองหน้าด้วยแววตาจริงจังเพื่อให้พวกเด็กๆมั่นใจในคำพูดของเขามากที่สุด

            จริงๆน้าแด๊ดดี้…” ยูคยอมที่กอดตุ๊กตาแน่นเริ่มพูดขึ้นมาอย่างลังเล แต่แจบอมก็เข้าใจเหมือนกันว่าเจ้าตัวคงจะฝังใจที่ถูกจับฉีดยาครั้งก่อน

            ฮื่อ เพราะงั้นไม่ต้องตกใจกันแล้วนะ พี่หมอคนนี้ใจดี เขาไม่ฉีดยาพวกนายหรอก

            “สัญญากับยองแจนซี่แด๊ดดี้ ห้ามให้พี่หมอฉีดยาพวกเราน้ายองแจยื่นนิ้วก้อยของตัวเองออกมาเพื่อให้ตัวเองอุ่นใจ

            อือฮึ…” แจบอมยื่นนิ้วไปเกี่ยวก้อยกับยองแจอย่างไม่ลังเลอะไรทั้งสิ้น ไปอาบน้ำแต่งตัวกันดีกว่า อีกไม่นานจะถึงเวลานัดแล้วนะ

            “เย้ ! ไปเล่นกับอาเจย์และพิลลี่กันเถอะ !”

 

            ดังนั้น สงครามพ่อลูกในยามเช้าจึงจบลงด้วยความเหนื่อยยากของคนเป็นพ่อที่กว่าจะเกลี้ยกล่อมได้ก็ทำเอาแจบอมหมดพลังงานไปมากโข และนั่นก็คือที่มาของแฟชั่นอันน่าหมั่นไส้ในวันนี้ เมื่อเจ้ามนุษย์ลูกเป็ดเดินเรียงแถวออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดเสื้อเชิ้ตแขนสั้นสีขาวกับกางเกงขาสั้นสีดำ เพิ่มความน่าหมั่นไส้ไปอีกระดับด้วยโบว์หูกระต่ายสีดำที่คอ แถมยังขอให้เขาใช้เจลเซ็ตผมจัดทรงให้อีกด้วย

 

            แหม่จะไปเป็นเอ็กซ์ตร้าถ่ายพรีเวดดิ้งหรือไปแย่งซีนเจ้าบ่าวเขาล่ะไอ้หนู ?

 

            ถึงพวกเด็กๆจะไม่ได้เข้าใจเรื่องพรีเวดดิ้งสักนิด เพราะสนใจแต่ว่าจะไปเล่นกับเจฮยองและวอนพิล เห็นได้จากกองทัพตุ๊กตากับของเล่นที่เจ้าตัวแสบหิ้วติดมือมาคนละอย่างสองอย่างเพื่อชดเชยการเล่นต่อสู้ที่ชวดไปเมื่อเช้านี้ แจบอมจึงได้แต่ถอนหายใจเป็นครั้งที่สิบของวันขณะที่เดินมาขึ้นรถชั้นใต้ดิน

           

            แฮมเบอร์เกอร์หอมจังเลย ขอบคุณน้าแด๊ดดี้

 

            หลังจากออกเดินทางมาได้สักพัก เวลาเที่ยงกว่าๆบนท้องถนนทำให้แจบอมเลี้ยวเข้าไปซื้อมื้อเที่ยงแบบเร่งด่วนในร้านฟาสต์ฟู้ดแบบ Drive-Thru เพื่อไม่ให้เสียเวลา แฮมเบอร์เกอร์ในมือกลมอวบทำเอาเจ้าตัวเล็กทั้งหลายโดยเฉพาะยูคยอมที่แอบหยิบใบปลิวร้านแฮมเบอร์เกอร์ในรถของเขามาดูก่อนหน้านี้ยิ้มร่าอย่างอารมณ์ดี ส่วนแจบอมเองก็เริ่มลุกลี้ลุนเมื่อเห็นว่ารถบนท้องถนนวันเสาร์ยังคงแน่นขนัดจนเหลือบมองนาฬิกาอยู่บ่อยๆเพราะกลัวว่าจะไม่ทันบ่ายโมง

 

            เริ่มเข้าใจความรู้สึกของพวกผู้จัดการดาราขึ้นมาแล้วล่ะ

 

            นอกจากการจราจรบนถนนที่ไม่ค่อยเอื้อความสะดวกให้เขาแล้ว เส้นทางที่แจบอมต้องขับรถในวันนี้ก็ไม่คุ้นเสียด้วย เครื่องนำทางที่ติดตั้งไว้กับรถก็แทบจะช่วยอะไรไม่ได้สักนิด แจบอมจึงต้องนั่งแกะเส้นทางจากรูปแผนที่ที่เพื่อนส่งไลน์มาให้แข่งกับเวลาที่เดินไปเรื่อยๆ

            กว่าจะขับรถมาถึงหน้าคลินิกที่ตรงกับรูปที่เพื่อนส่งมาให้ก็เลยเวลาบ่ายโมงไปนิดหน่อย โชคดีที่หน้าคลินิกมีรถจอดเพียงไม่กี่คัน เดาได้ว่าเพื่อนๆคงจะมากันไม่เยอะนัก อย่างมากก็มีช่างภาพแค่สองสามคนกับช่างแต่งหน้าสักคนสองคนก็เกินพอแล้ว

 

            เอาล่ะ ก่อนลงจากรถ มาทำข้อตกลงกันก่อนแจบอมไล่ปลดเข็มขัดนิรภัยให้เด็กน้อยทีละคนแล้วเอ่ยปากให้ทุกคนอยู่ในความสงบ

            พวกเราต้องสวัสดีทุกคนใช่ไหมฮะ ?ยูคยอมที่แจบอมกำลังเช็ดคราบซอสบนหน้าให้ว่าขึ้นมาอย่างรู้งาน

            แล้วพวกเราก็ต้องห้ามซน ต้องเป็นเด็กดีด้วย ม้ากคึจำได้น้า ~

            “ดีมากแจบอมยกยิ้มอย่างพอใจที่เจ้าตัวเล็กทั้งห้าว่าง่ายอยู่พอสมควร แต่วันนี้ฉันมีอะไรอยากจะขอร้องพวกนายนิดหน่อย

            “ได้เลยแด๊ดดี้ ไม่มีปัญหา !” แจ็คสันรับคำอย่างขึงขัง

            ถ้าเป็นไปได้ พยายามอย่าอยู่ห่างจากฉัน อาเจย์ แล้วก็อาวอนพิลล่ะ เข้าใจไหม ?

 

            แจบอมร่างกฎขึ้นมาใหม่หนึ่งข้อสำหรับวันนี้ เพราะเขายอมตอบตกลงกับเพื่อนที่มาขอร้องโดยมีข้อแลกเปลี่ยนว่าเพื่อนคนอื่นจะต้องไม่ซักไซ้เรื่องของเขาจนเกินไป เขาไม่ได้อยากปลูกฝังให้เด็กๆเล่นตัวหรือหยิ่งกับคนอื่น ถ้าแค่คุยเล่นกันในสายตาของเขามันไม่ใช่ปัญหาอยู่แล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วงก็คือ กลัวว่าเพื่อนคนอื่นที่นอกเหนือจากเจฮยองและวอนพิลจะถามนั่นถามนี่เกี่ยวกับเขาจากพวกเด็กๆเวลาอยู่ลับหลังมากกว่า

 

            ไว้ใจพวกเราได้เลยแด๊ดดี้ !” มนุษย์ก้อนในชุดแฝดห้าที่ถือตุ๊กตาและของเล่นเตรียมพร้อมสำหรับวันนี้รับปากกันอย่างพร้อมเพรียงจนแจบอมเบาใจไปหนึ่งเรื่องพวกเราจะเป็นเด็กดีอย่างแน่นอน !”

 

            แจบอม มาแล้วเหรอ ? สวัสดีจ้ะทุกคน

 

            หญิงสาวดีกรีอดีตดาวคณะในชุดเดรสสีขาวเดินออกมาต้อนรับเขากับพวกเด็กๆทันทีหลังจากที่เห็นว่าพวกเขาเดินลงมาจากรถ แน่นอนว่าเจ้าลูกเป็ดตัวแสบในความดูแลของเขาก็เริ่มทำหน้าที่เด็กดีด้วยการโค้งตัวทักทายกันจนว่าที่เจ้าสาวซึ่งเป็นผู้ว่าจ้างเหล่านายแบบตัวน้อยในวันนี้ได้แต่ยิ้มอย่างเอ็นดู

 

            “สวัสดีค้าบ ~

            มีลูกน่ารักขนาดนี้ไม่เห็นบอกกันบ้างเลยเธอว่า ก่อนจะไล่จับมือกับพวกเด็กๆเป็นการทักทายอีกครั้งหนึ่งแล้วจึงหันมาพูดกับเขาต่อ เจย์กับวอนพิลมาแล้วนะ รออยู่ที่สตูดิโอบนชั้นสอง วันนี้คนมาไม่เยอะเท่าไหร่ ไม่ต้องกังวลนะ

           

            เธอเดินนำเขากับพวกเด็กๆให้เขาไปในคลินิก จากที่แจบอมคาดคะเนด้วยสายตาแล้ว การตกแต่งด้วยของเล่นกับสติกเกอร์สีสันสดใสรอบห้อง รวมถึงภาพถ่ายเด็กจำนวนหนึ่งภายในคลินิกแห่งนี้ เป็นสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าที่นี่คือคลินิกเด็กอย่างแน่นอน

 

            มิน่า ถึงอยากได้เด็กมาถ่ายรูปพรีเวดดิ้งด้วย ท่าจะชอบเด็กมากจริงๆ

 

            ดูซี่ ! มีลูกบอลกับตุ๊กตาเต็มไปหมดเลยยองแจเริ่มเป็นลูกเป็ดแตกแถววิ่งไปดูกล่องของเล่นที่วางอยู่หน้าเคาท์เตอร์ ตามมาด้วยกระพรวนลูกเป็ดที่เหลือที่วิ่งกรูเข้าไปด้วยความสนใจไม่แพ้กัน

            นี่ อย่าซนกันสิแจบอมวิ่งเข้าไปหิ้วเจ้าตัวแสบที่ยืนจ้องตุ๊กตาในคลินิกกันไม่วางตาอย่างร้อนรนในขณะที่เพื่อนของตัวเองเดินขึ้นบันไดไปแล้ว

 

          ไหนรับปากกันว่าจะไม่ดื้อไม่ซนไง นี่เข้ามาในคลินิกยังไม่ทันจะครบสามนาทีเลยนะเฟ้ย !

 

            “ไม่เป็นไรหรอกแจบอม ถ้าน้องๆอยากเล่นอะไรก็ให้หยิบติดมือขึ้นไปข้างบนได้เลย พี่โบกอมไม่ว่าอะไรหรอกไอรีนชะโงกหัวออกมาจากมุมบันไดก่อนจะบอกแบบนั้น

            จริงหรอฮะ !?!” พอได้ยินแบบนั้น หูตาของเจ้าลูกหมาอ้วนทั้งหลายก็ฉายแววระยิบระยับจนแจบอมรู้สึกขนลุกอย่างบอกไม่ถูก ขอบคุณนะฮะคุณอา

 

            สุดท้าย เจ้าทาสเมเนเจอร์ชั่วคราวจึงต้องช่วยเหล่านายท่านซุปตาร์ตัวน้อยหอบตุ๊กตาและของเล่นจำนวนหนึ่งขึ้นไปบนชั้นสองของคลินิกที่ถูกจัดเป็นสตูดิโอถ่ายภาพ เสียงกล้อง แสงไฟ รวมถึงอุปกรณ์เกี่ยวกับการถ่ายภาพจำนวนหนึ่งภายในห้องสีขาวที่ถูกจัดไว้อย่างดีทำให้แจบอมเองก็รู้สึกตื่นเต้นอยู่ไม่น้อยที่ได้มาเห็นอะไรแบบนี้

 

            ไอ้ตี๋ เด็กๆ ทางนี้ ! ’

 

            “อาเจย์ พิลลี่ !!” เสียงจากด้านในห้องดังขึ้น ตามมาด้วยใบหน้าอันแสนคุ้นเคยของเจฮยองกับวอนพิลที่ยื่นหน้าออกมาโบกมือทักทายเขากับพวกเด็กๆ เหล่าเด็กน้อยจึงรีบวิ่งแจ้นขึ้นบันไดไปหาคุณอาทั้งสองคนทันที

 

            อิมแจบอม always be อากาศ

 

            ตามสบายเลยนะแจบอม เดี๋ยวเราขอไปแต่งตัวก่อน อีกสักพักจะพาเด็กๆไปแต่งตัวด้วยเหมือนกัน ระหว่างนี้ถ้าอยากกินอะไร ข้างๆคลินิกมีร้านเบเกอรี่อยู่นะ

            “ไปเหอะไอรีน เราตามมาดูแลมันแล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงหรอกเจฮยองที่แจบอมก็ไม่รู้ว่ามัน(เสนอหน้า)มาอยู่ข้างๆเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็เข้ามากอดคอแล้วบอกกับแม่สาวดาวคณะทันที เพราะงั้นมึงต้องรักกูกับวอนพิลให้มากๆนะรู้มะ ?ก่อนจะหันมาทำหน้าทำตากวนประสาทกับเขาต่อ

            พิลลี่ ~ มาเล่นกันเถอะ เย้ !” ส่วนบรรดาเด็กน้อยทั้งหลายก็พร้อมใจกันทิ้งแจบอมไปอยู่กับวอนพิลที่อ้าแขนต้อนรับอย่างยินดีจนแจบอมได้แต่แอบเบะปากด้วยความหมั่นไส้ไปหนึ่งที

            สตูดิโอทุ่มทุนมาก…” แจบอมที่โดนเจฮยองกอดคออยู่กวาดสายตามองไปรอบๆห้องด้วยความสนใจ แล้วใครมาเป็นช่างภาพบ้างวะ ?

            “ซูโฮเป็นช่างภาพหลัก ส่วนผู้ช่วยช่างภาพคือเพื่อนร้าก ~ รักของมึงไง…” เจฮยองพูดก่อนจะหัวเราะออกมา ทำให้แจบอมคิ้วกระตุกทันที

            มึงอย่าบอกนะว่า…” แจบอมถามด้วยใจที่เริ่มมีลางสังหรณ์ไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็ได้แอบภาวนาในใจว่ามันจะไม่ใช่สิ่งที่เขาคิดอยู่ในตอนนี้

 

            ไม่เอาน่ามันไม่ตลกนะเว้ย !

 

            เออ ก็นั่นแหละเจฮยองบุ้ยหน้าไปอีกฝั่งหนึ่งของห้องที่เป็นมุมสำหรับช่างภาพ ทำไงได้วะ ทั้งรุ่นแม่งถ่ายรูปเจ๋งอยู่แค่สองคน กูขอโทษที่ไม่ได้บอกมึงก่อน

           

            แจบอมถึงกับพูดอะไรไม่ออกทันทีเมื่อเห็นคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุดกำลังอยู่ในห้องเดียวกัน ช่างภาพสองคนที่จะมาทำงานในวันนี้คือเพื่อนร่วมรุ่นที่มีฝีมือในการถ่ายภาพ และมักรับงานถ่ายรูปให้เพื่อนอยู่บ่อยๆ

            คนแรกที่เจฮยองบอกว่าเป็นช่างภาพหลักของงานนี้คือซูโฮ เพื่อนร่วมรุ่นที่เขารู้จักอยู่ประมาณหนึ่ง แต่ไม่ได้สนิทกันมาก รู้แต่ว่ามันถ่ายรูปเก่งเพราะที่บ้านทำงานเกี่ยวกับบริษัทบันเทิงยักษ์ใหญ่ จึงรับประกันฐานะทางบ้านได้ในระดับหนึ่งว่าเพื่อนคนนี้ฐานะดีมาก เรียกได้ว่ารวยล้นฟ้า รวยแบบโคตรพ่อโคตรแม่ รวยจนเขาไม่รู้จะบอกว่าอะไรนอกจากไม่ต้องเป็นสถาปนิกก็มีเงินใช้ไปทั้งชาติ

 

            พูดแล้วก็อิจฉาวาสนาของเพื่อนเหลือเกิน

 

            ทว่า ปัญหาของแจบอมในวันนี้ไม่ใช่ช่างภาพหลักที่เจฮยองพูดถึง แต่เป็นช่างภาพผู้ช่วยที่มันบอกว่าเป็น เพื่อนร้าก ~ รักอย่าง ชยอนู อดีตเพื่อนสนิทของเขาต่างหาก

 

            กูกลับบ้านตอนนี้ได้ไหม ?แจบอมถามอย่างไม่สบอารมณ์นัก แม่งก็รู้ๆกันอยู่ จะลากกูมาทำไม ?

            “มึงใจเย็นๆก่อนเจฮยองพยายามตบไหล่ให้แจบอมใจเย็นลง มันมาช่วยงานวันนี้เพราะผู้ช่วยซูโฮเพิ่งลาออกไป อีกอย่างมึงก็มาแบบกะทันหันด้วยเพราะเด็กที่ไอรีนหาไว้ตอนแรกมาไม่ได้ มันเป็นเหตุสุดวิสัยกันทั้งสองฝ่าย เพราะงั้นอย่าเพิ่งหัวเสียเลย

            “…” แจบอมได้แต่เบือนหน้าหนีเมื่อได้ยินเหตุผลแบบนั้น

            เอาเถอะมึง ถือว่าช่วยไอรีนหน่อยก็แล้วกัน สมัยเรียนไอรีนก็ช่วยพวกเรามาตั้งเยอะ

            “จ้ะ พ่อองครักษ์พิทักษ์ไอรีนแจบอมประชดเพื่อนสนิทอย่างนึกหมั่นไส้เมื่อได้ยินแบบนั้น อย่าให้แฉเลยว่าไอ้เพื่อนแว่นปากตะไกรของเขามันเป็นตัวตั้งตัวตีก่อตั้งทีมปกป้องไอรีนให้รอดพ้นจากหนุ่มคณะอื่นร่วมกับเพื่อนผู้ชายอีกหลายคนในคณะน่ะ

 

            จากที่แจบอมได้ข้อมูลคร่าวๆมาจากเจฮยองเกี่ยวกับสิ่งที่จะต้องทำในวันนี้ก็คือ พวกเด็กๆจะต้องไปร่วมถ่ายภาพทั้งสองเซ็ตตามที่บ่าวสาวตกลงกันเอาไว้ เซ็ตแรกเป็นชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาว ส่วนเซ็ตที่สองเป็นกุมารแพทย์กับพยาบาลผู้ช่วยซึ่งเป็นอาชีพของฝ่ายเจ้าบ่าว โดยเพื่อนๆที่มาช่วยงานในวันนี้มีช่างภาพสองคนที่อยู่ในห้องกับพวกเขา แล้วก็เพื่อนผู้หญิงที่ชื่อซึลกิกับเจ๊เพื่อนสาวชื่อจงฮยอนที่มาเป็นช่างแต่งหน้าอีกสองคน

 

            ฉะนั้นแขกที่ไม่ได้รับเชิญจริงๆก็คือผู้จัดการของเหล่าซุปตาร์ปุ๊กลุกอย่างเขา เจฮยอง และวอนพิลต่างหาก

 

            “แด๊ดดี้ ~หลังจากทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ที่อยู่มุมห้อง เจ้าก้อนผมปอยชมพูก็กระโดดขึ้นมานั่งตักแจบอมทันที อันนั้นคืออะไรหรอแด๊ดดี้ ?ก่อนจะใช้นิ้วกลมป้อมชี้ไปยังส่วนที่เป็นสตูดิโอซึ่งอยู่อีกฝั่งหนึ่งด้วยความสงสัย

            ฉันก็ตอบไม่ถูกเหมือนกันแจบอมตอบไปตามตรง เขาไม่รู้หรอกว่าเครื่องมือในห้องทั้งหมดมันเรียกว่าอะไรบ้าง ฉันรู้แค่ว่าพวกนายจะต้องไปยืนถ่ายรูปตรงนั้นแล้วจึงชี้ไปยังฉากหลังของสตูดิโอให้พวกเด็กๆได้ดูกัน

            ว้าว ~ พวกเราจะได้เล่นตรงนั้นด้วยหรอแด๊ดดี้ ?เจ้าก้อนวายร้ายทำท่าเอามือป้องที่ดวงตาเป็นกล้องส่องทางไกลอย่างน่ารักน่าชังถามขึ้นบ้าง อยากเล่นเร็วๆจังเลยน้า

            “แจบอม เราขอพาเด็กๆไปแต่งตัวหน่อยได้ไหม ?จู่ๆเสียงของเพื่อนผู้หญิงที่เป็นผู้ว่าจ้างพวกเด็กๆในวันนี้ก็เรียกจากหน้าประตูห้อง เผยให้เห็นร่างของหญิงสาวที่สวมชุดเจ้าสาวอย่างสวยงาม ทำเอาสามผู้จัดการของนายแบบตัวน้อยที่นั่งเรียงแถวกันมองอย่างอดชื่นชมไม่ได้

            เจ็บใจนัก พวกกูดูแลมาตั้งหลายปี โดนหมอคาบไปแด_เฉย !” ส่วนหัวหน้าขบวนการองครักษ์พิทักษ์ไอรีนอย่างเจฮยองถึงกับอดสบถไม่ได้ ทั้งแจบอมกับวอนพิลก็เลยได้แต่ขำท่าทีของเพื่อนสนิท

            เอาล่ะ เดี๋ยวพวกนายไปแต่งตัวกับคุณอาคนนั้นนะ เป็นเด็กดีกันด้วยล่ะ ไว้เสร็จงานแล้วฉันจะพาไปกินขนม โอเคไหม ?แจบอมบอกกับกลุ่มมนุษย์ก้อนของตัวเองที่ยืนมองกันตาแป๋ว ก่อนจะหันไปบอกผู้ว่าจ้างของวันนี้ต่อ ฝากดูแลเด็กๆทีนะ

            “แด๊ดดี้ไว้ใจได้เลย พวกเราจะรีบมาหาแด๊ดดี้น้า !” ยองแจโบกมือบ๊ายบายให้แจบอมในขณะที่ถูกจูงมือเตรียมไปยังห้องแต่งตัวที่อยู่ข้างๆกัน

            คยอมจะแต่งตัวให้จ๊าบๆไปเลยล่ะแด๊ดดี้ บ๊ายบายน้า ~

 

            พูดจบ เด็กน้อยทั้งห้าคนก็หายวับไปจากห้องสตูดิโอ เหลือเพียงชายหนุ่มห้าคนภายในห้องที่แบ่งออกมาเป็นสองฝั่งอย่างชัดเจน ฝั่งช่างภาพสองคนกำลังเช็คความเรียบร้อยของสถานที่กับอุปกรณ์ ส่วนแจบอม วอนพิล และเจฮยองก็คุยกันไปเรื่อยเปื่อยเพราะไม่รู้ว่าจะทำอะไรระหว่างรอเนื่องจากไม่มีหน้าที่ที่ต้องทำนอกจากดูแลพวกเด็กๆเท่านั้น

 

            กรี๊ดดดดดดดดดด !!! บอกสิว่าโกหกอยู่ เด็กห้าคนนี้เป็นลูกแจบอมหมดเลยเหรอยะ !! ตายแล้ว อกอีแป้นจะแตก ทูนหัวของฉันไปมีลูกตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไมฉันไม่รู้เรื่อง !?! ’

 

            เสียงอาละวาดโวยวายของเจ๊เพื่อนสาวซึ่งเป็นช่างแต่งหน้าที่ดังขึ้นจากห้องแต่งตัวข้างๆกันทำเอาชายหนุ่มทั้งสามคนระเบิดหัวเราะออกมา โดยเฉพาะวอนพิลที่ดูจะขำเป็นพิเศษเพราะรู้กันว่าเขาเคยมีวีรกรรมอันน่าหวาดเสียวกับเจ๊เพื่อนสาวที่แม้ว่ากายจะเป็นชายแต่หัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความเป็นกุลสตรีคนนั้นสมัยเรียนอยู่ไม่น้อย

 

            ขอโทษนะครับ ทางนี้มีอะไรขาดเหลือไหมครับ ?

 

            เสียงเลื่อนประตูห้องที่ดังขึ้นอีกครั้งทำให้สถาปนิกหนุ่มทั้งสามคนที่นั่งคุยกันอยู่ต้องหันไปมองอีกครั้ง ตามมาด้วยคำถามจากคนหน้าประตูห้องที่น่าจะถูกส่งไปถามช่างภาพทั้งสองคนที่ยืนจัดสถานที่กันอยู่ ทว่า บุคคลที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าประตูทำให้แจบอมถึงกับอ้าปากค้าง

 

            “อ้าว หวัดดีคุณเพื่อนบ้านของไอ้ตี๋ !”

 

            เจฮยองกับวอนพิลเอ่ยปากทักทายราวกับว่าอีกฝ่ายเป็นคนคุ้นเคย ส่วนแจบอมเมื่อเห็นว่าคนที่เข้ามาถามไถ่พวกช่างภาพในเวลานี้เป็นใครก็ผงะไปทันที

 

            ปาร์คจินยองมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงวะ !?!

 

            ยอมรับเลยว่าตอนนี้เขาตกใจมาก และคิดว่าอีกฝ่ายที่หันมาเห็นเขาก็คงจะตกใจไม่แพ้กัน เพราะตั้งแต่เกิดเรื่องวันนั้นเขาก็ไม่ได้เจอปาร์คจินยองอีกเลยแม้ว่าจะอยู่คอนโดเดียวกันก็ตาม และความเป็นไปได้ที่จะมาเจอกันในสถานที่แบบนี้มันก็แทบจะเป็นศูนย์

           

            คุณ ?แจบอมกะพริบตาปริบๆพลางสะบัดศีรษะอย่างไม่เชื่อสายตานัก บอกสิว่าเขาไม่ได้ตาฝาด ไม่เจอหน้ากันมาตั้งหนึ่งสัปดาห์เต็ม แต่กลับมาเจอกันในที่ที่ไม่ใช่คอนโดแบบนี้มันก็น่าตกใจอยู่ไม่ใช่หรือไงกัน

            ทำไมพวกคุณถึงมาอยู่ที่นี่กันล่ะครับ ?

            “พวกเรามาช่วยงานเพื่อนน่ะ วอนพิลตอบด้วยท่าทีสบายๆ มานั่งด้วยกันไหมคุณเพื่อนบ้าน ?พลางเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยกัน

            แล้วทำไมคุณถึงมาอยู่ที่นี่ได้ล่ะ ?แจบอมรีบยิงคำถามที่ตัวเองสงสัยต่อทันที ถ้าเจอกันแถวๆคอนโดหรือในห้างใกล้ๆมหาวิทยาลัยมันก็ยังพอเป็นไปได้บ้าง แต่ถ้ามาเจอกันในคลินิกที่อยู่ห่างไกลจากคอนโดเกือบหนึ่งชั่วโมงแบบนี้ มันก็ดูเหลือเชื่อไปหน่อยกระมัง

            แล้วทำไมผมจะมาอยู่ที่นี่ไม่ได้ล่ะครับ…” ปาร์คจินยองเปลี่ยนเป็นโหมดกวนประสาททันทีที่หันมาคุยกับเขา ก็ที่นี่เป็นคลินิกของลูกพี่ลูกน้องผมนะคุณ

            “ลูกพี่ลูกน้อง ? แจบอมถามอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง

            “ครับ ลูกพี่ลูกน้อง ผมเป็นญาติกับพี่โบกอมที่เป็นเจ้าบ่าว มีอะไรน่าสงสัยเหรอครับ ?

            “ก็ไม่มีหรอกคุณถึงจะตอบแบบนั้น แต่ในหัวของเขามันกลับคิดอะไรเยอะแยะไปหมด ผิดกับเพื่อนสนิทอีกสองคนที่นอกจากจะไม่สงสัยอะไรต่อแล้วก็ยังหัวเราะร่วนในความบังเอิญครั้งนี้ จะว่าน่าตกใจก็น่าตกใจที่ไม่เจอกันมาทั้งสัปดาห์แต่มาเจอกันที่นี่ แต่ก็ประหลาดใจเรื่องที่อีกฝ่ายเป็นญาติของแฟนเพื่อนตัวเองเหมือนกัน

 

            บางทีโลกมันก็กลมจนน่ากลัวเกินไปไหมล่ะ !?!

 

            “โลกกลมน่าดูเลยว่ะเจฮยองว่า ว่าแต่คุณเพื่อนบ้านมาทำอะไรที่นี่ล่ะ ?

            “พอดีพี่ชายวานให้มาช่วยดูแลสถานที่แล้วก็พวกพี่ๆที่มาช่วยงานวันนี้น่ะครับปาร์คจินยองอธิบาย ถ้าพวกคุณมีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ

            “ไม่ต้องลำบากหรอกคุณแจบอมส่ายหน้าเบาๆ ผมแค่ตามมาดูแลเด็กๆน่ะ

            “หืม ? อ๋อเด็กๆที่จะมาถ่ายภาพวันนี้ก็คือพวกยูคยอมเองหรอกเหรอครับ ?

            “ฮื่อคุณผู้จัดการชั่วคราวของเหล่านายแบบก้อนกลมพยักหน้า

            “งั้นก็โชคดีนะครับ เดี๋ยวผมขอตัวไปดูพวกพี่ๆช่างภาพทางนั้นก่อนก็แล้วกันอีกฝ่ายพูดแค่นั้นก่อนจะปลีกตัวเข้าไปในห้องอีกด้านหนึ่งที่ช่างภาพทั้งสองคนกำลังทำงานกันอยู่

 

            เกมเศรษฐีในโทรศัพท์ตาแล้วตาเล่าที่แจบอมเล่นแก้เบื่อระหว่างเหล่านายท่านตัวน้อยไปแต่งตัวร่วมกับวอนพิลกับเจฮยองที่นั่งเล่นอยู่ด้วยกัน โดยมีเสียงพูดคุยของสองช่างภาพกับหนึ่งสารพัดเบ๊ที่ถูกพี่ชายของตัวเองขอให้มาทำงานตามที่บอกเขาไว้ เห็นได้จากที่ปาร์คจินยองทั้งยกขาตั้งกล้อง ยกลังนู่นนี่เดินเข้าออกห้องเป็นว่าเล่น

 

            น้องแว่นคนนั้นน่ะ เดี๋ยวยืนเฉยๆหน่อยนะ พี่ขอลองถ่ายภาพน้องเซ็ตโหมดกล้องหน่อย

            ‘ ผมเหรอครับ ?

 

            หลังจากกดทอยลูกเต๋าในเกมเศรษฐีแล้ว แจบอมก็ได้ยินเสียงที่เขารู้สึกคุ้นเคยทั้งสองเสียงกำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกัน ถึงจะไม่ชอบพวกชอบยุ่งเรื่องของคนอื่นเท่าไหร่นัก แต่ภายในห้องที่เล็กและมีพื้นที่จำกัดทำให้เขามองเห็นผู้ช่วยช่างภาพของวันนี้กำลังพูดคุยอะไรบางอย่างกับเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่เขาเจอโดยบังเอิญที่นี่อยู่พอดี

 

            ผมว่าพี่ไปลองถ่ายเพื่อนพี่ดีกว่าไหมครับ ?

            ‘ ไม่เป็นไร พี่อยากลองถ่ายน้องมากกว่า ยืนเป็นนายแบบให้พี่สักสามนาทีนะ

            ‘ ก็ได้ครับ

 

            “ตี๋ทำไมมึงต้องหน้าหงิกขนาดนั้นวะ ?

            “หา ?แจบอมหันขวับมามองหน้าวอนพิลที่อยู่ข้างๆกันอย่างสงสัย กูเนี่ยนะ ?

            เออ มองอะไรอยู่วะ ตามึงทอยลูกเต๋าแล้วนะเจฮยองละสายตาจากจอโทรศัพท์ขึ้นมาพูดกับเขาบ้าง

            เหรอ ?

 

            แจบอมรับคำแค่นั้นก่อนจะก้มหน้ากดทอยลูกเต๋าในเกมที่เล่นแข่งกับเพื่อนอีกสองคนต่อ แต่พอทอยเสร็จก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองต้องเงยหน้าขึ้นมามองสถานการณ์ภายในห้องต่อ ภาพที่อดีตเพื่อนสนิทของตัวเองกำลังคุยกับเพื่อนบ้านทำให้แจบอมรู้สึกตงิดๆขึ้นมาเล็กน้อย จะบอกว่าไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่ก็คงจะใช่กระมัง

            ยอมรับเลยว่าเขาเป็นพวกหวงเพื่อนฝูงพอสมควร ยิ่งกับคนที่ตัวเองไม่ชอบหน้าด้วยแล้วเขายิ่งไม่ชอบให้เพื่อนของตัวเองเขาไปยุ่งด้วยมากขึ้นไปอีก ยกตัวอย่างง่ายๆก็เจฮยองกับวอนพิลที่แจบอมไม่ค่อยชอบให้เพื่อนสนิทของตัวเองไปคุยหรือสุงสิงกับคนที่ตัวเองไม่ถูกชะตาเท่าไหร่นัก โดยเฉพาะถ้าอีกฝ่ายเป็นอดีตเพื่อนสนิทที่จบกับเขาไม่สวยด้วยแบบนี้แล้ว เขาแทบไม่อยากให้ทุกคนที่ตัวเองรู้จักไปข้องเกี่ยวเลยด้วยซ้ำ

 

            เอาน่า ทุกคนก็ต้องเคยมีอารมณ์หวงเพื่อนของตัวเองกันใช่ไหมล่ะ ?

 

            ตี๋ มึงเดินมาตกแลนด์มาร์คของกูอีกแล้ว จะซื้อตั๋วกู้เงินหรือล้มละลาย ?เจฮยองสะกิดแขนของเขาเบาๆพลางชี้หน้าจอโทรศัพท์ให้ดู

            ล้มละลายแม่ง !” แถมพอมาเจอสภาพที่ตัวเองพ่ายแพ้ในการเล่นเกมแบบนี้ แจบอมก็เริ่มอารมณ์เสียมากขึ้นไปอีก เดี๋ยวกูลงไปหาอะไรกินข้างล่างหน่อยก็แล้วกัน ไว้จะรีบขึ้นมา ถ้ายังไงก็ฝากดูแลเด็กๆที

            “เดี๋ยวดิมึงไอ้…”

 

            ปัง !

 

            จะว่าพาลที่เล่นเกมแพ้มาสามสี่ตารวดมันก็ใช่ แต่เขาก็รู้ว่ามันก็แค่ส่วนหนึ่ง เพราะแจบอมรู้ดีว่าตอนนี้ตัวเองหงุดหงิดเพราะอะไร

            เรื่องมันเกิดขึ้นตั้งแต่ที่เขาตัดขาดกับชยอนูไปเมื่อหลายปีก่อน ถึงจะไม่อยากมองโลกในแง่ร้ายก็จริง แต่เวลาที่เขารู้จักกับเพื่อนคนไหนก็ตาม ทั้งเพื่อนที่ทำโปรเจคต์ด้วยกัน เพื่อนต่างคณะที่ต้องทำงานร่วมกันในวิชาเลือกเสรี หรือแม้กระทั่งเพื่อนสถาปนิกจากมหาวิทยาลัยอื่นในออฟฟิศที่มาทำงานร่วมกันเป็นครั้งคราว ในเวลาต่อมาเขาก็มักจะเห็นอดีตเพื่อนสนิทคนดังกล่าวไปอยู่รอบข้างเพื่อนคนนั้นเสียหมด ไม่เว้นแม้แต่เพื่อนบ้านของเขาที่ไม่น่าจะมีหนทางให้ไปรู้จัก สุดท้ายก็ดันไปยืนเป็นนายแบบให้อดีตเพื่อนสนิทของตัวเองถ่ายรูปให้เสียอย่างนั้น

 

            แม่งจะตามจองล้างจองผลาญกันไปถึงไหนวะ !

 

            กาแฟเย็นจากร้านเบเกอรี่ข้างคลินิกถูกดูดไปครึ่งค่อนแก้วหลังจากที่แจบอมย้ายตัวเองลงมานั่งชั้นหนึ่งของคลินิกซึ่งวันนี้ปิดให้บริการทำให้ไม่มีคนไข้เข้าออกมาประมาณครึ่งชั่วโมง ยิ่งพอนึกถึงเรื่องที่โดนอดีตเพื่อนสนิทตามจองเวรไม่เลิกแจบอมก็ยิ่งหัวเสียจนต้องดูดเครื่องดื่มในแก้วให้ใจเย็นลง แต่เพราะฉุกคิดขึ้นมาได้ว่ายังมีภารกิจดูแลเด็กที่ต้องทำอยู่ ร่างสูงจึงจัดการกับกาแฟเย็นเฮือกสุดท้ายจนหมดก่อนจะเดินกลับขึ้นไปบนชั้นสองมือเปล่า

 

            แด๊ดดี้มาแล้ว แด๊ดดี้ !”

 

          ทันทีที่เปิดประตูเข้ามาในห้องที่เป็นสตูดิโอถ่ายภาพซึ่งเปลี่ยนแปลงไปจากตอนแรกโดยสิ้นเชิง ทั้งแสงไฟที่ถูกปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับธีมภาพที่จะถ่าย คู่รักในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวที่ยืนอยู่หน้ากล้อง รวมถึงเพื่อนอีกสองคนที่เป็นช่างแต่งหน้าก็ย้ายเข้ามานั่งในห้องนี้เช่นกัน ก่อนที่แจบอมจะต้องยืนตั้งการ์ดรับมนุษย์ก้อนห้าชีวิตที่กระโดดใส่เขาอย่างเต็มรัก

 

            แด๊ดดี้ ~ ดูซี่ พวกเราจ๊าบไหม ?นายแบบตัวน้อยผมปอยชมพูที่ถูกจับไปแปลงโฉมเล็กน้อยด้วยการสวมมงกุฏดอกไม้สีสันสดใสกับโบว์หูกระต่ายสีแดงที่คอและดอกกุหลาบในมือพากันหมุนตัวไปรอบๆอย่างชอบใจพลางถามความคิดเห็นจากคนเป็นพ่อที่เพิ่งกลับมาถึงพอดี อาเจย์บอกว่าพวกเราเท่สุดๆไปเลยน้า

            “ทำไมมีแค่มาร์คกับยูคยอมที่ใส่สูทล่ะ ? แจบอมเอ่ยถามด้วยความสงสัยเมื่อเห็นว่า มีเด็กน้อยเพียงสองในห้าที่ได้สวมเสื้อสูทสีขาวคลุมทับตัว ส่วนยองแจ แจ็คสัน และแบมแบมสวมเพียงแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาว รวมถึงมีมงกุฎดอกไม้บนศีรษะเท่านั้น           

            จริงๆเราหาเด็กไว้สองคนก็เลยขอยืมชุดจากเพื่อนมาแค่สองชุด แต่ไม่คิดว่าจะได้เด็กๆมาแทนตั้งห้าคน ก็เลยเปลี่ยนแผนกันนิดหน่อยว่าจะถ่ายให้ครบทุกคนเลย แต่จะให้น้องมาร์คกับน้องยูคยอมถ่ายช่วงแรกก่อนน่ะคนที่ให้คำตอบกับแจบอมก็คือว่าที่เจ้าสาวของงานนี้นั่นเอง

            คยอมร้อนอ่าแด๊ดดี้ งือ…” ส่วนเจ้าลูกหมีตัวโตที่ถูกจับใส่สูทขาวก็เริ่มงอแงขึ้นมา เนื่องจากภายในห้องไม่มีเครื่องปรับอากาศ ทำให้แจบอมต้องขอยืมพัดลมพกพาขนาดเล็กมาเป่าหน้าพวกเด็กๆที่เริ่มมีเหงื่อซึมแทน

            “อดทนกันนิดนึงนะ เดี๋ยวก็เสร็จแล้วคุณผู้จัดการจำเป็นไล่บริการเหล่านายแบบตัวน้อยจนมือเป็นระวิง ไว้เสร็จงานแล้วฉันจะพาไปกินชาไข่มุกข้างล่างก็แล้วกันทั้งยังต้องหลอกล่อพ่อนายแบบตัวกลมให้อยู่ในความสงบด้วยของหวาน

            “จริงน้าแด๊ดดี้ เย้ ! คยอมจะได้กินชาไข่มุกแล้ว ~

            พี่จีนยอง ~ แจ็คสันหล่อยังอ่า ?และเจ้าก้อนผมทองที่มีมงกุฏดอกไม้บนศีรษะก็วิ่งปรี่เข้าไปหาปาร์คจินยองที่นั่งเก้าอี้อยู่ใกล้ๆกับวอนพิลเพื่อหาฐานแฟนคลับของตัวเองเช่นกัน

            ฮื่อ หล่อสุดๆไปเลย แจ็คสันอยู่เฉยๆนะ เดี๋ยวพี่เช็ดเหงื่อให้

            “มาร์ค ลองกัดกุหลาบแบบอานะเจฮยองที่ยืนจัดชุดให้หลานชายคนโตเริ่มให้คำแนะนำอะไรบางอย่างที่ทำให้แจบอมไม่ค่อยไว้ใจนัก เมื่อเจ้าเพื่อนแว่นของเขาหยิบดอกกุหลาบในมือของมาร์คขึ้นมาคาบไว้ในปาก เดี๋ยวตอนถ่ายรูปทำแบบนี้เลยนะ รับรอง หล่อระเบิด !”

            “แบบนี้หรออาเจย์ ?ซึ่งเจ้าก้อนผมแดงก็ตกหลุมพรางเจ้าปีศาจแว่นปากร้ายเข้าอย่างจัง เมื่อเด็กน้อยหยิบดอกกุหลาบขึ้นมากัดไว้ในปากเลียนแบบคุณอาร่างสูงแถมยังทำท่ายักคิ้วเล่นหูเล่นตาตามที่เจฮยองสอนจนแจบอมอดหมั่นไส้เจ้าเปี๊ยกผมแดงขึ้นมาไม่ได้

 

            ออร่าคาสโนวาพุ่งขนาดนี้เห็นแววเจ้าชู้มาแต่ไกลเชียวล่ะไอ้หนู !

 

            “หูย ! อย่างเจ๋งส่วนไอ้เพื่อนชั่วของเขานั้นนอกจากจะไม่ห้ามแล้ว ยังสนับสนุนอย่างเห็นดีเห็นงามอีกด้วย

            มึงอย่าสอนอะไรแปลกๆให้ลูกกูสิวะไอ้แว่น !” แจบอมจึงต้องรีบเอ็ดทันที ไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนแต่ละคนต้องมาสอนอะไรที่ไม่เข้าท่าให้พวกเด็กๆตลอด ให้ตายเถอะ !

 

            น้องสองคนที่ใส่ชุดสูทขาวเข้ามาถ่ายภาพได้แล้วนะ

 

            เสียงของช่างภาพหลักประจำวันนี้อย่างซูโฮที่เพิ่งเสร็จสิ้นการถ่ายภาพคู่ของว่าที่เจ้าบ่าวเจ้าสาวหันมาเรียกนายแบบตัวน้อยทั้งสองคนในชุดสูทสีขาวให้ไปเข้ากล้อง หากแต่นายแบบตัวกลมทั้งสองคนกลับพากันกอดแขนแจบอมแน่นด้วยท่าทีกล้าๆกลัวๆเมื่อมีใครบางคนหันหน้ามาทางพวกเขาด้วยเช่นกัน

 

            อุหวา…” เจ้าก้อนผมแดงกับเจ้าก้อนลูกหมีเริ่มขยับเข้ามากอดของเขาแน่นขึ้น ส่วนเด็กน้อยอีกสามคนในมงกุฏดอกไม้ที่อยู่กับวอนพิลและปาร์คจินยองก็เริ่มจับตัวเข้าหากันเป็นก้อนโมจิเมื่อเห็นว่าคุณอาคนหนึ่งที่ตัวเองคุ้นหน้าดีหันมามองด้วยสีหน้าเรียบนิ่งคุณอาคนนั้นนี่นา…”

            “ม้ากคึกลัวจังเลยแด๊ดดี้…” มาร์คเริ่มซบหน้าลงกับแขนของแจบอมเมื่อเห็นชยอนูหันมามองทางตัวเอง พร้อมกับที่แจบอมนึกขึ้นได้ว่าพวกเด็กๆเคยเจอกับผู้ช่วยช่างภาพของวันนี้มาครั้งหนึ่งในสถานการณ์ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นัก

            “มีอะไรเปล่ามึง ?ซูโฮเดินเข้ามายังบริเวณที่พวกเขานั่งอยู่พลางถามอย่างไม่เข้าใจเมื่อเห็นว่าพวกเด็กๆที่ตัวเองเรียกไม่ยอมเข้าถ่ายภาพไปเสียที

            โทษทีนะมึง กูขอเวลาห้านาที เดี๋ยวจะพาเด็กๆเข้าไป ฝากขอโทษไอรีนกับพี่โบกอมด้วยแจบอมบอกเพื่อนช่างภาพไว้แค่นั้นก่อนจะหันมาสนใจเด็กน้อยทั้งสองคนที่พากันซบหน้าหลบตาผู้ช่วยช่างภาพด้วยความหวาดกลัว ไม่ต่างอะไรกับอีกสามคนที่อยู่ในสภาพเดียวกัน

 

            สถานการณ์บริเวณที่แจบอมนั่งอยู่เริ่มเต็มไปด้วยความตึงเครียดเมื่อพวกเด็กๆไม่ให้ความร่วมมือเท่าที่ควร แต่จะโทษเจ้าตัวเล็กทั้งหลายก็ไม่ได้ เพราะเขาก็ไม่ได้คาดคิดว่าจะต้องมาเจอเพื่อนที่เคยมีเรื่องกับตัวเองเหมือนกัน

 

            เจองานช้างอีกแล้วไหมล่ะอิมแจบอม !

 

            ถ้าเด็กมันกลัวกู เดี๋ยวกูจะออกไปรอข้างนอกเอง ซูโฮ ถ่ายเซ็ตของเด็กเสร็จแล้วโทรตามกูด้วยก็แล้วกัน

 

            หากแต่ทุกอย่างต้องเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะยังไม่ทันที่แจบอมจะเกลี้ยกล่อมให้พวกเด็กๆใจเย็นลง ชยอนูซึ่งเป็นสาเหตุของเรื่องในครั้งนี้จึงวางกล้องลงบนโต๊ะ ก่อนจะพูดออกมาแล้วตั้งท่าเตรียมเดินออกจากห้องไป

           

            เดี๋ยวดิไอ้ชยอนู !?!” ซูโฮออกปากเรียกผู้ช่วยของตัวเองที่เดินไปเปิดประตูห้อง

            “อะไรของมึง ?แต่เป็นแจบอมเสียเองที่ไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่ายจนต้องเอ่ยปากถามด้วยท่าทีที่ไม่พอใจนัก

            อย่าทำให้เพื่อนคนอื่นเสียเวลา ถ้ามันทำให้งานเสร็จเร็วขึ้นกูก็ยอมออกไปเองแล้วนี่ไงชยอนูตอบกลับด้วยท่าทีที่ไม่สบอารมณ์เช่นกัน  แล้วจึงเดินออกจากห้องไป ทิ้งไว้ซึ่งความงุนงงของเพื่อนคนอื่นที่ไม่ได้รู้เรื่องราวระหว่างชยอนูกับพวกเด็กๆเหมือนวอนพิลกับเจฮยอง

           

            ถึงจะเป็นการแก้ปัญหาที่ทำให้แจบอมสามารถเกลี้ยกล่อมพวกเด็กๆได้เร็วขึ้นจนเขาสามารถพามาร์คกับยูคยอมเข้าไปถ่ายภาพได้สำเร็จ แม้จะต้องแลกมาด้วยการนั่งเฝ้าอยู่ใกล้ๆก็ตามเพื่อให้เด็กน้อยทั้งสองคนร่าเริงขึ้นมาได้บ้าง แต่ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะรู้สึกดีกับอดีตเพื่อนที่ยอมเดินออกจากห้องไปขึ้นมาเสียเมื่อไหร่

 

            เพราะเป็นอันรู้กันว่าเรื่องงานมันก็ส่วนของงาน ไม่มีทางลบล้างเรื่องส่วนตัวได้อยู่แล้ว

 

            “กรี๊ดดดดดดด ~ น้องมาร์คหล่อมากค่ะ !!!” และแจบอมก็นึกขอบคุณเจ๊เพื่อนสาวช่างแต่งหน้าของวันนี้ที่เริ่มส่งเสียงเฮฮาทำลายบรรยากาศอึมครึมภายในสตูดิโอชั่วคราวอยู่ไม่น้อย

            โหย อีเจ๊ กับลูกเด็กเล็กแดงก็ละเว้นบ้างเหอะว่ะ อย่าทำให้เด็กมันกลัว ฮ่าๆวาทะอันร้ายกาจแบบนี้เขาคงไม่ต้องบอกใช่ไหมว่ามาจากปากของใคร ถ้าไม่ใช่เจ้าเพื่อนตะไกรของเขาอย่างเจฮยอง

            งือ คยอมไม่หล่อหรอฮะพี่สาว !” เสียงประท้วงจากเจ้าก้อนลูกหมีที่ยืนถือดอกกุหลาบคู่กับมาร์คดังขึ้นพลางทำท่าอมลมพองแก้มเมื่อเห็นว่าไม่มีใครชมตัวเองบ้าง

            หล่อค่ะลูก ทูนหัวของพี่ทั้งห้าคนหล่อหมดเลยค่ะ แจบอม ลูกของแกฉันจองทั้งห้าคนเลยนะ เข้าใจไหม ห้ามปฏิเสธ เมื่อกี๊ตอนแต่งตัวน้องๆหอมแก้มฉันแล้ว ฉันจะถือว่าน้องเขาเป็นของฉัน !”

            “โว้ะ ! หลานมันเต็มใจหรือเจ๊ไปล่อลวงเด็กมันล่ะ !”

            “แว่น ตบปาก ! ควีนแบบเจ๊ไม่จำเป็นต้องล่อลวงเด็ก แค่ให้ลูกอมไปคนละสามเม็ดเฉยๆย่ะ !”

 

            เสียงพูดจาของเพื่อนสาวที่เอ่ยแซวเด็กๆเป็นระยะๆ ทั้งยังคอยสร้างบรรยากาศให้ในห้องครื้นเครงมากขึ้นจนมาร์คกับยูคยอมที่ยืนถ่ายภาพร่วมกับบ่าวสาวดูมีท่าทีสนุกสนานมากกว่าเดิม ดอกกุหลาบในมือของมาร์คกับยูคยอมที่ยื่นให้กับเจ้าสาวโดยมีเจ้าบ่าวยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเด็กน้อยในชุดสูททั้งสองคน รอยยิ้มอันสดใสของคู่บ่าวสาวกับความน่ารักสมวัยของเด็กน้อยทั้งสองคนท่ามกลางเสียงชัตเตอร์ทำให้ความอบอุ่นเริ่มแผ่ซ่านไปทั่วห้อง

 

            รวมถึงเป็นบ่อเกิดแห่งความริษยาของมนุษย์ไร้คู่เกือบสิบชีวิตภายในห้องนี้อีกด้วย

 

            ต้องมานั่งดูชาวบ้านถ่ายพรีเวดดิ้งให้บาดตาบาดใจเล่นนี่ใช่เรื่องเหรอ !?!

 

            “เด็กๆ มาหาอะไรเล่นแก้เบื่อกันดีไหม ?ในขณะที่กำลังนั่งดูท่าโพสของคู่รักหนุ่มสาวที่แสนจะทำร้ายจิตใจคนโสดอยู่นั้น แจบอมก็ได้ยินปาร์คจินยองกำลังชวนเด็กน้อยอีกสามคนที่ไม่ได้ร่วมถ่ายภาพในตอนนี้คุยอะไรบางอย่าง

            เล่นอะไรหรอพี่จีนยอง แจ็คสันเล่นด้วยซี่ !” เจ้าก้อนวายร้ายรีบพยักหน้าทันทีเมื่อได้ยินคำว่าเล่นหลังจากที่นั่งทำปากจู๋อย่างเซ็งๆเพราะว่างงานมาพักใหญ่

            ทุกคนครับเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่กลายมาเป็นสารพัดเบ๊หยิบกล่องกระดาษใบหนึ่งที่อยู่บนโต๊ะขึ้นมา แล้วเรียกให้ทุกคนหันไปสนใจตัวเอง เดี๋ยวไปช่วยกันเป่าฟองสบู่เข้าเฟรมทีนะครับ เจ้าสาวรีเควสท์มาน่ะก่อนจะหยิบปืนเป่าฟองสบู่พลาสติกมาแจกให้ทุกคนที่นั่งดูการถ่ายภาพอยู่

            “หืม ?แจบอมมองปืนเป่าฟองสบู่ด้วยความสนใจ เช่นเดียวกับแบมแบม ยองแจ และแจ็คสันที่เริ่มมีท่าทีร่าเริงมากขึ้นเมื่อได้ของเล่นชิ้นใหม่

            เอ้า ! ทุกคน ก่อนปิดเซ็ตแรกมาช่วยกันเป่าฟองสบู่เข้าเฟรมหน่อยเร็ว !”

 

            เมื่อช่างภาพหลักของงานหันมาส่งสัญญาณให้ผู้ช่วยทั้งเด็กและผู้ใหญ่ให้ไปเนรมิตฉากในฝันของเจ้าสาวแล้ว ปืนฟองสบู่ของทุกคนจึงเริ่มทำงานทันที ฟองสบู่ที่ลอยไปทั่วห้องสร้างความตื่นเต้นให้เด็กน้อยทั้งห้าคนที่กระโดดจับฟองกันอย่างน่าเอ็นดู ส่วนผู้ใหญ่อีกห้าหกคนก็ช่วยกันยิงฟองสบู่เข้าไปในเฟรมเรื่อยๆโดยมีช่างภาพกดบันทึกภาพแห่งความทรงจำให้คู่บ่าวสาวที่ยืนโอบกอดกันอย่างมีความสุขไปด้วย

 

            คุณรู้ไหมว่าหน้าคุณตอนนี้ดูตลกมากเลยนะปาร์คจินยองที่แจบอมไม่รู้ว่ายืนอยู่ข้างตัวเองตั้งแต่เมื่อไหร่ทักขึ้นมาทั้งยังทำหน้ากลั้นขำเล็กน้อยอีกด้วยจะอิจฉาอะไรขนาดนั้นล่ะคุณ

            ไว้คุณลองมายืนมองเพื่อนตัวเองถ่ายพรีเวดดิ้งบ้างเดี๋ยวจะเข้าใจเองแหละแจบอมตอบพลางบึนปากแต่มือก็เหนี่ยวไกยิงฟองสบู่ไปด้วย ยิ่งเห็นนายแบบนางแบบหน้ากล้องเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุขมากเท่าไหร่ หนุ่มโสดที่ยืนยิงฟองสบู่ก็ยิ่งจี๊ดใจมากขึ้นไปเท่านั้น

            ฟองสบู่ ~ ยองแจนชอบฟองสบู่ที่สุดเลย !”

            แบมแบมก็ชอบฟองสบู่ ฟอง ~

            “พี่จีนยอง แด๊ดดี้ ~ แจ็คสันอยากได้ฟองเยอะๆ แด๊ดดี้เป่าฟองให้แจ็คสันอีกน้า

            “เอาล่ะ เดี๋ยวให้น้องอีกสามคนที่ใส่มงกุฎดอกไม้เข้าไปถ่ายรวมกับเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้เลย ซึลกิ เจ๊จง ! มาถอดเสื้อสูทแล้วใส่มงกุฏให้น้องอีกสองคนด้วยช่างภาพผู้ควบคุมงานทั้งหมดส่งสัญญาณเรียกนายแบบตัวน้อยอีกสามคนให้เข้าไปถ่ายภาพ ทั้งยังเรียกเพื่อนทั้งสองคนที่เป็นผู้ดูแลเครื่องแต่งกายให้เข้าไปตรวจสอบความเรียบร้อยอีกด้วย

           

            ฟองสบู่ที่กระจายอยู่เต็มฉากโดยมีคู่รักนั่งท่ามกลางเด็กน้อยทั้งห้าคนที่ทำท่าสวมมงกุฏดอกไม้ลงบนศีรษะของสองหนุ่มสาวตามที่เพื่อนผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นคนออกแบบท่าโพสให้ ทำให้ผู้ใหญ่อีกสี่คนอย่างแจบอม เจฮยอง วอนพิล และจินยองที่ยืนจัดฉากยิงฟองสบู่อยู่อมยิ้มไปตามๆกัน

 

            ภาพสุดท้ายของเซ็ตแรก พี่โบกอมเลื่อนหน้าผากไปชนกับไอรีนหน่อย ! ’

 

          ฮิ้วววววววววววววว ~

 

            เสียงกำกับของช่างภาพที่ตะโกนบอกหนุ่มสาวในเฟรมดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงโห่เฮของเพื่อนทุกคนที่อยู่ช่วยงานทำเอาคู่รักในชุดเจ้าบ่าวเจ้าสาวได้แต่ยืนอายม้วนกันไป แต่ถึงปากจะสนุกสนานกับการแซวเพื่อนอยู่ก็จริง

 

            จะสั่งโพสท่าอะไรก็ช่วยเกรงใจคนโสดทางนี้ด้วยโว้ย !!

 

            แต่ในใจมันก็อดอาละวาดตามประสาคนโสดแล้วพาลไม่ได้อยู่ดี ยิ่งเมื่อเห็นว่าฝ่ายชายกำลังสบตากับเพื่อนตัวเองในระยะประชิดแล้ว เสียงโห่เฮจากกองเชียร์รอบสตูดิโอที่ช่วยกันเป่าฟองสบู่อยู่ก็ยิ่งดังขึ้นจนแจบอมอดกำปืนเป่าฟองด้วยความริษยาไม่ได้เช่นกัน

            ทว่า เสี้ยววินาทีหนึ่งที่แจบอมเบือนหน้าหนีฉากบาดตาบาดใจตรงหน้าไปด้านข้างของตัวเอง ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ปาร์คจินยองที่ยืนอยู่ข้างๆกันหันมาทางเขาพอดี ท่ามกลางฟองสบู่ที่ลอยอยู่รอบตัวกับบรรยากาศแปลกๆภายในห้องทำให้ทั้งสองคนต่างรีบหันหน้าหนีกันและกันทันที พร้อมกับที่แจบอมเริ่มลนลานเมื่อมีภาพอะไรบางอย่างผุดขึ้นมาในหัวของตัวเอง

 

            โธ่ว้อย ! ไอ้ภาพเมื่อวันนั้นมันกลับมาอีกแล้วไงล่ะ !!

 

            “โอ๊ะ !” เสียงของคนที่ยืนอยู่ใกล้ๆกันทำให้แจบอมเหลือบมามองอีกคนเล็กน้อย จึงพบว่าเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดกำลังยืนปัดป่ายฟองรอบๆตัวเองอยู่

            เป็นอะไรหรือคุณ ?

            “เมื่อกี๊ลมจากข้างนอกมันพัดมาทางนี้ ฟองจากฝั่งนั้นมันก็เลยลอยมาอยู่ที่ผมหมดเลยน่ะพูดไปก็ปัดฟองไปด้วยท่าทีหงุดหงิด แจบอมจึงใช้แขนของตัวเองช่วยทำลายฟองสบู่รอบๆตัวอีกฝ่ายด้วยความเห็นใจปนเวทนากับท่าทีเงอะงะของอีกคน

 

            ปิ๊งป่อง ~ อิมแจบอมและเพื่อนบ้านของเขาโปรดทราบ วันนี้เราถ่ายพรีเวดดิ้งแค่คู่เดียวนะจ๊ะ ฉะนั้นรบกวนไปสวีทกันไกลๆ จะสวีทที่ไหนก็ตามสบายแต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ จะไปถึงดาวอังคารเลยก็ได้ไม่ว่ากัน แต่อย่าให้คนอื่นเขาต้องริษยาไปมากกว่านี้ เข้าใจ๋ !?! ’

 

            หากแต่ในขณะที่ช่วยเหลือเพื่อนบ้านของตัวเองอยู่ดีๆ แจบอมก็มีอันต้องสะดุดเมื่อได้ยินน้ำเสียงที่ฟังดูกวนประสาทที่สุดนับตั้งแต่เขาคบไอ้เพื่อนสนิทนิสัยเสียมาหลายปี เมื่อหันไปเห็นว่าเจฮยองกำลังป้องปากตะโกนเลียนแบบกัปตันสายการบินด้วยท่าทีน่าหมั่นไส้อย่างถึงที่สุด โดยมีวอนพิล ซูโฮ รวมถึงเพื่อนอีกสองคนที่เป็นช่างแต่งหน้ายืนอยู่ด้วยกันคอยเป็นลูกสมุนทำหน้าล้อเลียนอีกด้วย

 

            มีเพื่อนเลวแบบนี้ควรเลิกคบถูกมะ !?!

 

            เดี๋ยวผมไปช่วยพี่ชายแต่งตัวสำหรับถ่ายภาพเซ็ตต่อไปก่อนนะครับพูดจบ อีกหนึ่งผู้เคราะห์ร้ายที่กำลังตกเป็นเหยื่อร่วมกับแจบอมก็ชิ่งหนีออกจากห้องไปทันที ทิ้งให้สถาปนิกผู้อาภัพกลายเป็นเหยื่อในการล้อเลียนของเพื่อนเพียงลำพัง

 

            เกิดเป็นอิมแจบอมต้องอดทน โดนเทกี่สิบหนก็ต้องเอาตัวรอดให้ได้

 

            “เฮ้ย รูปที่มึงถ่ายเมื่อกี๊นี้สวยว่ะวอนพิลคว้ากล้องในมือของซูโฮขึ้นมาเปิดภาพล่าสุด ก่อนจะหันหน้าจอแสดงผลมาให้เขาดูเสียด้วย

            ไอ้สั_ซูโฮ ลบเดี๋ยวนี้นะมึง !!” แจบอมแทบจะพ่นไฟใส่เพื่อนช่างภาพที่ยืนหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจหลังพบว่า ภาพในกล้องเป็นรูปของตัวเองกับเพื่อนบ้านในจังหวะเพียงเสี้ยววินาทีที่เขาหันไปมองหน้ากับปาร์คจินยองพอดี

 

            มือจะแม่นไปไหนล่ะไอ้เพื่อนชั่ว !

 

            “แด๊ดดี้ มาเล่นฟองกับพวกเราน้า ~ส่วนเหล่านายแบบตัวกลมทั้งหลายที่เสร็จสิ้นการถ่ายภาพเซ็ตแรกแล้วก็รีบวิ่งดุ๊กดิ๊กเข้ามากระโดดกอดคุณพ่อร่างสูงที่ถูกเพื่อนรุมแกล้งอยู่

            โอเค เดี๋ยวพักเบรก 1 ชั่วโมงก่อนจะถ่ายเซ็ตต่อไป รอบนี้ให้เด็กๆใส่ชุดธรรมดาได้เลยซูโฮสั่งทุกคนให้รับทราบโดยทั่วกัน แจบอม มึงพาเด็กๆไปอยู่ชั้นล่างก่อนได้ไหม กูต้องเรียกชยอนูเข้ามาช่วยจัดไฟใหม่ แล้วก็ต้องเช็คภาพเซ็ตที่ถ่ายไปเมื่อครู่นี้ด้วยก่อนจะหันมาบอกกับแจบอมด้วยท่าทีที่เข้าใจสถานการณ์อยู่พอสมควร

            ช่วยไม่ได้ งั้นเปลี่ยนจากเล่นฟองสบู่ไปเล่นอย่างอื่นแทนก็แล้วกัน แจบอมพยักหน้ารับเบาๆแล้วจูงมือเด็กน้อยทั้งห้าคนที่มีท่าทีเสียดายเพราะอดเล่นฟองสบู่ออกจากห้องไป

 

            เวลาสี่โมงเย็นบริเวณชั้นหนึ่งของคลินิกเด็ก โซฟาตัวยาวสำหรับคนไข้ที่มาใช้บริการในเวลาปกติถูกยึดครองโดยสามผู้ใหญ่ผู้ว่างงานอย่างถึงที่สุด เพราะมีหน้าที่แค่ดูแลเหล่านายแบบไซส์มินิทั้งห้าคนที่ตอนนี้กำลังนำตุ๊กตาทั้งของตัวเองและของคลินิกมาเรียงกันเป็นอาณาจักรอย่างสนุกสนาน ผิดกับเพื่อนคนอื่นที่ต้องไปช่วยจัดสถานที่และดูแลความเรียบร้อยต่างๆ

 

            แด๊ดดี้ อาเจย์ พิลลี่ มาเล่นกันเถอะน้า ~หลังจากสร้างอาณาจักรตุ๊กตาและของเล่นเสร็จเรียบร้อยแล้ว เด็กน้อยทั้งห้าคนก็เริ่มเข้ามาดึงแขนสถาปนิกหนุ่มทั้งสามคนที่นั่งเล่นเกมเศรษฐีในโทรศัพท์กันอยู่ให้ไปเล่นปีศาจถล่มเมืองกับตัวเองแทน

            อาเล่นก็ได้ แต่ต้องให้อาเป็นอุลตราแมนนะแต่ถึงเจฮยองจะร้ายกาจกับแจบอมแค่ไหน ก็ยังเป็นพี่เลี้ยงเด็กได้ดีเสมอ เมื่อชายหนุ่มในกรอบแว่นเริ่มเดินตามพวกเด็กๆไปนั่งอยู่ท่ามกลางกองทัพตุ๊กตา

            ได้ซี่อาเจย์ แล้วพิลลี่จะเป็นอะไรหรอ ?เจ้าก้อนผมแดงที่ตอนนี้กลับเข้าสู่ชุดแบบเดียวกับตอนมาเอ่ยปากถาม

            “อืมงั้นพี่เป็นมาสก์ไรเดอร์ก็ได้

            แบบนี้แด๊ดดี้ก็เป็นสัตว์ประหลาดน่ะซี่ !”

 

            ดีครับผม เหมาะสมครับท่านเจ้าทาสผู้นี้มิอาจทัดทานอะไรได้อยู่แล้วขอรับ

 

            ถึงจะอยากหลั่งน้ำตาอยู่ไม่น้อยเมื่อโดนยัดเยียดบทสัตว์ประหลาดมาให้ แต่สุดท้ายเจ้าทาสผู้ไม่อาจขัดขืนเหล่าลูกเป็ดตัวกลมที่แปลงร่างเป็นซูเปอร์ฮีโร่ร่วมกับคุณอาทั้งสองจึงต้องถูกลงทัณฑ์ด้วยการโดนรุมโจมตีจากทุกทิศทางจนร่างของตัวเองต้องลงไปนอนจมใต้กองตุ๊กตาในสภาพน่าอดสูที่สุดในชีวิต

 

            พ่อแม่จะรู้ไม่ได้เด็ดขาดว่าลูกชายคนโตของบ้านเกิดมาเพื่อโดนเด็กสี่ขวบรังแก

 

            “หมดเวลาของเจ้าแล้ว เจ้าสัตว์ประหลาด !”

 

            ตุ้บ !

 

            “อั้ก !”

 

            นอกจากจะต้องจมอยู่ใต้กองทัพตุ๊กตาแล้ว คุณพ่อหนุ่มโสดที่กลายเป็นสัตว์ประหลาดก็ถูกสั่งลาด้วยวาทะของฮีโร่ผมทองเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่แจบอมจะรับรู้ได้ถึงน้ำหนักมหาศาลจากมนุษย์ก้อนกลมทั้งห้ากับสองเพื่อนสนิทที่บ้าจี้ไปเล่นกับเด็กๆได้เป็นปี่เป็นขลุ่ยกระโดดทับลงมาอย่างเต็มเหนี่ยวจนแจบอมได้แต่นอนร้องโอดโอยอยู่บนพื้น ก่อนที่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ทั้งเจ็ดจะประกาศชัยชนะหลังปราบสัตว์ประหลาดผู้โชคร้ายอย่างยินดีปรีดา

 

            ขอโทษที่เข้ามาขัดจังหวะนะ พี่เอาขนมมาให้น่ะ เผื่อว่าจะหิวกัน

 

            เสียงนุ่มทุ้มของผู้ชายคนหนึ่งที่เดินลงมาจากชั้นสองทำให้ทุกคนที่เล่นกันอยู่ชั้นล่างหันไปมองผู้มาใหม่อย่างพร้อมเพรียง ร่างของชายหนุ่มที่ดูมีอายุมากกว่าพวกแจบอมประมาณห้าปีในชุดนายแพทย์เดินเข้ามานั่งบนโซฟาพร้อมกับขนมและเครื่องดื่มจำนวนหนึ่ง

 

            อ้าว พี่หมอโบกอม แต่งตัวเสร็จแล้วเหรอ ?เจฮยองที่ยืนถือตุ๊กตาปิกาจูเหนือศีรษะเตรียมทุ่มใส่เจ้าสัตว์ประหลาดแจบอมถามผู้มาใหม่ด้วยสรรพนามที่พวกเขาเรียกกันจนชินปากมาตั้งแต่สมัยเรียน

            ก็นะ ผู้ชายไม่ต้องแต่งอะไรมากอยู่แล้วอีกฝ่ายตอบด้วยท่าทีสบายๆพลางหัวเราะเล็กน้อย เพราะรู้จักกันอยู่บ้างเวลาที่พี่หมอแกปั่นจักรยานมารับเพื่อนเขาที่คณะสมัยเรียน จึงคุยกับพวกเขาได้แบบไม่อึดอัดใจนัก

            ลุงหมอโบ้ ~ทว่า สรรพนามแปลกๆจากปากของเจ้าลูกเป็ดอ้วนที่วิ่งแจ้นเข้าไปหาผู้มาใหม่อย่างสนิทสนมทำให้แจบอมนึกแปลกใจอยู่พอสมควร มาเล่นกับพวกเราด้วยซี่ ~

            “ลุงหมอโบ้ ?แจบอมเลิกคิ้วอย่างสงสัย ไปรู้จักกันตั้งแต่เมื่อไหร่น่ะ ?

            “ตอนแต่งหน้าก่อนถ่ายเซ็ตแรกน่ะ เด็กๆคุยเก่งแถมน่ารักกันหมด ทุกคนที่อยู่ด้วยกันในห้องแต่งตัวก็เลยชอบน่ะสิ พูดไปก็เล่นกับพวกเด็กๆที่วิ่งไปรุมล้อมอย่างนึกเอ็นดูจนสถาปนิกหนุ่มทั้งสามคนได้แต่ยิ้มกับภาพตรงหน้า

            สมกับเป็นหมอเด็กจริงๆ ออร่าพุ่งมากวอนพิลแกล้งแซวจนพี่หมอบนโซฟาได้แต่ยิ้มเขิน ดูท่าพี่หมอจะชอบเด็กมากเลยนะ

            “ถ้าไม่ชอบเขาจะเสียเวลาชีวิตไปเรียนต่อจนจบมาเป็นกุมารแพทย์ทำไมวะ ?เจฮยองชวนตีฝีปากจนวอนพิลหันไปจิกตาใส่หนึ่งที

            คยอมชอบลุงหมอโบ้น้า ลุงหมอโบ้ใจดี เมื่อกี๊ลุงหมอโบ้ให้พวกเรากินขนมแล้วก็เล่นของเล่นด้วยล่ะ

            “แจ็คสันก็ชอบเหมือนกันนะ ลุงหมอโบ้เล่นเลโก้กับแจ็คสันด้วยเหมือนกัน

           

            โอเคอิมแจบอม is not only อากาศ , but also ไม่มีตัวตน

 

            ถึงจะแกล้งประชดประชันในใจอยู่บ้างเวลาเห็นพวกเด็กๆพากันไปรุมล้อมพี่หมอแฟนเพื่อน แต่เพราะภาพลักษณ์เข้าถึงเด็กได้ง่ายอีกทั้งยังรู้วิธีรับมือกับเด็กได้ดี จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่เจ้าตัวแสบจะชอบใจคุณหมอเด็กที่หยิบของเล่นกับตุ๊กตามาเล่นกับเด็กๆ ทั้งยังหยิบขนมขึ้นมาแกะให้เจ้าตัวเล็กกินอีกด้วย

 

            มีลูกน่ารักๆตั้งห้าคนแบบนี้ พี่รู้สึกอิจฉาแจบอมจังจู่ๆนายแพทย์หนุ่มก็เริ่มเปิดบทสนทนากับแจบอมที่นอนมุดกองตุ๊กตาอยู่บนพื้น หากแต่เสี้ยววินาทีหนึ่งที่แจบอมเห็นว่า แววตาของกุมารแพทย์ตรงหน้ามันช่างวูบไหวจนแจบอมใจกระตุกขึ้นมาไม่น้อย

           

            ไอ้ความรู้สึกเมื่อกี๊นี้มันอะไรกันหว่า ?

 

            ไว้แต่งงานแล้วก็ไปบอกไอรีนมันดิพี่ ฮ่าๆ มีสักโหลนึงไปเลย เผื่อไว้ตั้งทีมฟุตบอล

            “ไอ้แว่น มึงไปแซวพี่เขาแบบนั้นได้ยังไง !” วอนพิลกระทุ้งเข้าที่สีข้างของเจ้าเพื่อนปากร้ายที่ไปแซวจนพี่หมอผู้เรียบร้อยได้แต่ยิ้มเขินอายมากขึ้นไปอีก

            ทำเป็นมาอาย เรื่องธรรมชาติเปล่าวะ หรือมึงจะมีลูกจากกระบอกไม้ไผ่ ?

            “ไอ้เหี้_แว่น !” คราวนี้นอกจากจะโดนวอนพิลทุบไปอีกหนึ่งที เจฮยองยังโดนแจบอมใช้ตุ๊กตาฟาดไม่ยั้งอีกด้วย

 

          มึงจะคุยเรื่องแบบนี้ยังไงก็ได้ แต่คุยต่อหน้าเด็กไม่ได้โว้ย !!

 

            “อะไรคือกระบอกไม้ไผ่หรออาเจย์ ?นั่นไง ไม่ทันขาดคำ ปริศนาเด็กสี่ขวบของยองแจก็มาจนได้

            “ไงล่ะมึง เป็นเรื่องเลย !” วอนพิลเอ็ดตัวก่อเรื่องที่เอาแต่นั่งหัวเราะอย่างนึกโมโหตอบหลานให้ดีๆเลยนะไอ้แว่น

            “ถามพ่อของเราดูสิ รายนี้รู้ดีเชียวล่ะแล้วก็คงความเป็นเพื่อนเลวแบบเสมอต้นเสมอปลายด้วยการโบ้ยมาให้แจบอมทันที อย่าทำให้ลูกผิดหวังนะมึง

            “ไอ้แว่น !!!”

            “แด๊ดดี้ ~ กระบอกไม้ไผ่คืออะไรหรอ ?มาร์คกระโดดลงจากตักหมอโบกอมก่อนจะเดินเข้ามานั่งตักแจบอมแล้วถามในสิ่งที่น่าสนใจต่อ เมื่อกี๊อาเจย์บอกว่ามีลูกจากกระบอกไม้ไผ่อ่า มันคืออะไรหรอแด๊ดดี้ ?

            “ฉันว่าเราเปลี่ยนเรื่องคุยกันดีกว่านะผู้ถูกถามพยายามกลบเกลื่อนคำถามที่ยากจะให้คำตอบไป

            แบมแบมก็อยากรู้เหมือนกันน้า แด๊ดดี้บอกพวกเราหน่อยซี่ อาเจย์บอกว่าแด๊ดดี้รู้นี่นา น้า ~

           

            พี่โบกอม ผมเบิกค่าข้าวหน่อยดิ กะว่าสักหกโมงจะออกไปซื้อมื้อเย็นมาให้เพื่อนพี่ที่ตลาดหลังคลินิก

 

            เปรียบดั่งสวรรค์เข้าข้างให้เขาหลุดพ้นจากปริศนาอันโหดร้าย เมื่อมีใครอีกคนที่แจบอมรู้จักเดินลงมาจากชั้นสอง ซึ่งไม่ใช่คนอื่นไกล แต่เป็นเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดของเขาที่พุ่งตรงมายังคุณหมอหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟา ก่อนจะแบมือเอ่ยปากขอเงินเหมือนลูกชายกับคุณพ่อแบบไม่มีผิดเพี้ยน

 

            จินยองทำงานคุ้มค่าจ้างดีจัง คิดถูกแล้วที่จ้างมาช่วยงานวันนี้นายแพทย์หนุ่มหัวเราะกับท่าทีของน้องชายลูกพี่ลูกน้อง แต่ก็ยอมควักกระเป๋าสตางค์แล้วส่งเงินจำนวนหนึ่งที่เดาว่าคงจะเป็นค่าอาหารเย็นสำหรับทุกคนที่มาในวันนี้อยู่ดี

            ไม่ใช่แค่ค่าจ้างเฉยๆนะ ช่างภาพของพวกพี่ใช้งานผมเกินค่าแรงด้วย เดี๋ยวผมจะมาบวกโบนัสเพิ่มทีหลัง

 

            โอเค แจบอมได้รู้ความจริงอีกข้อแล้วว่าปาร์คจินยองขี้งกมาก !

 

            “แต่ว่าน่าตกใจนะเนี่ย ไม่คิดว่าคุณเพื่อนบ้านจะเป็นญาติกับพี่หมอด้วย เจฮยองเอ่ยทักสองชายหนุ่มสกุลปาร์คที่ยืนส่งมอบเงินให้กันอยู่

            หืมรู้จักกันด้วยเหรอ ? หมอโบกอมถามญาติผู้น้องกับรุ่นน้องที่เป็นเพื่อนของแฟนอย่างสงสัย

            รู้จักดิพี่ เคยเจอกันอยู่ น้องเขาอยู่คอนโดเดียวกับไอ้ตี๋พ่อลูกห้าน่ะวอนพิลว่าพลางพยักเพยิดหน้าไปทางแจบอมที่นั่งกอดตุ๊กตาล้มลุกทั้งห้าก้อนบนตักของตัวเองอยู่

            พี่จีนยอง ~ส่วนเด็กน้อยทั้งหลายเมื่อเห็นพี่ชายเพื่อนบ้านในระยะสายตาแล้วก็พร้อมใจกันทอดทิ้งคุณพ่อร่างสูงไปเกาะแกะป้วนเปี้ยนอยู่กับปาร์คจินยองแทน

            เป็นยังไงบ้างเด็กๆ เดี๋ยวถ่ายภาพรอบนี้เสร็จพี่จะซื้อขนมมาให้นะแก้มนุ่มนิ่มของมนุษย์ก้อนถูกพี่ชายเพื่อนบ้านหยิกด้วยความหมั่นเขี้ยวในท่าทีน่ารักน่าเอ็นดู จริงสิ คุณซูโฮกับคุณชยอนูบอกว่าจะเริ่มถ่ายอีกรอบตอนห้าโมงนะครับ

            “ก็ใกล้ถึงเวลาแล้วนี่ งั้นขึ้นไปข้างบนกันเลยดีไหม ?ว่าที่เจ้าบ่าวผู้เป็นเจ้าบ้านเหลือบมองนาฬิกาบนผนังแล้วหันมาถามรุ่นน้องทุกคนที่อยู่ในที่นี้

            ก็ได้ครับ

 

            เมื่อตกลงกันได้แบบนั้น ชายหนุ่มทั้งห้าคนพร้อมด้วยกระพรวนลูกเป็ดตัวกลมจึงเดินขึ้นไปบนชั้นสองที่ตอนนี้ถูกเปลี่ยนจากฉากหลังเปล่าๆให้กลายเป็นห้องตรวจจำลองที่มีโต๊ะกับภาพฉากหลังเป็นสีสันสดใสสมกับธีมกุมารแพทย์แทน

 

            แจบอม กูขอคุยด้วยหน่อยสิทันทีที่เข้ามาถึงห้อง ฝ่ามือของเพื่อนช่างภาพอย่างซูโฮก็วางลงบนไหล่ของแจบอมก่อนจะกระซิบอะไรบางอย่างแล้วพาเขาออกไปคุยนอกห้องสตูดิโอกันสองคน

            มีอะไรเหรอมึง ?

            “เมื่อกี๊กูกับชยอนูลองเช็คภาพเซ็ตแรกที่ถ่าย ภาพมันโอเคนะ แต่ปัญหาคือมันได้ภาพแค่ไม่กี่มุมเพราะกูถ่ายอยู่คนเดียวสีหน้าของเพื่อนช่างภาพเริ่มเจือไปด้วยความกังวลเล็กน้อย รอบนี้กูอยากให้ชยอนูมาช่วยถ่ายรูปด้วย กูเข้าใจสถานการณ์ระหว่างพวกมึงสองคนนะ แต่กูคิดว่ามึงเป็นคนมีเหตุผลมากพอเลยยอมมาบอกตรงๆ

            “…” แจบอมยืนฟังต่ออย่างเห็นใจเมื่อเห็นสีหน้าที่ดูลำบากใจไม่น้อยของซูโฮ

            “กูไม่รู้ว่าทำไมพวกเด็กๆถึงกลัวชยอนู และกูจะไม่ถามเหตุผลด้วย เพราะมันอาจเป็นเรื่องที่ทำให้มึงไม่อยากเล่า แต่กูอยากขอร้องมึงให้ช่วยเกลี้ยกล่อมเด็กๆทีได้ไหม ?ซูโฮว่า มึงไม่ต้องสนใจชยอนูก็ได้ แต่ถือว่าทำเพื่อเพื่อนกับพี่หมอได้ไหม ?

            “เข้าใจแล้ว…” แจบอมยอมตอบตกลงเพราะเห็นว่าซูโฮมีท่าทีตึงเครียดพอสมควร อีกฝ่ายคงจะหนักใจที่ต้องมาพูดกับเขาแบบนี้เหมือนกัน กูจะลองดูก็แล้วกัน

            “ขอบใจว่ะเมื่อได้ยินแบบนั้น เพื่อนที่เป็นช่างภาพก็เปลี่ยนอารมณ์ไปโดยสิ้นเชิง เมื่อแจบอมเริ่มเห็นรอยยิ้มผุดขึ้นมาจากปากของซูโฮ จริงสิ กูว่าจะขออะไรจากมึงนิดหน่อย

            “’ไรวะ ?

            “กูตั้งใจว่าถ้าถ่ายเซ็ตนี้เสร็จแล้ว จะขอยืมใช้ห้องนี้อีกต่ออีกนิด กะว่าจะถ่ายภาพชุดใหม่ไปโปรโมทแฟนเพจใน Facebook” และแววตามีเลศนัยของซูโฮก็ทำให้แจบอมเริ่มขนลุกวาบพิกลๆ กูขอยืมตัวลูกมึงมาเป็นนายแบบทีสิ ถ่ายให้ฟรีไม่มีค่าบริการ เดี๋ยวจะอัดรูปใส่กรอบส่งให้ด้วย

            “เดี๋ยวดิมึง !!” แจบอมโวยวายเมื่อได้ยินคำขอจากเพื่อนตัวเอง เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าพวกเพื่อนๆเห็นเจ้าตัวแสบเป็นอะไรกันแน่ ช่างขยันหานั่นหานี่ให้ทำเสียเหลือเกิน

            โอเค ตกลงตามนี้นะ กูไปเซ็ตไฟก่อน แล้วเจอกัน !”

            “เดี๋ยวดิ เฮ้ย !! ไอ้ซูโฮ ปัดโธ่โว้ย !”

 

            แจบอมได้แต่ยืนฟาดลมฟาดอากาศรอบตัวเมื่อเห็นเพื่อนวิ่งฉิวไปยังส่วนของสตูดิโอแล้ว ส่วนเจฮยองกับวอนพิลไม่รู้ว่าอะไรเข้าดลใจให้ไปรวมตัวกับเพื่อนสาวเทียมแล้วยืนโบกผ้าพริ้วเป็นมิสทิฟฟานี่อยู่หน้ากล้องให้ซูโฮระเบิดหัวเราะเสียงดังสนั่นขณะกดถ่ายภาพทั้งสามคน รวมถึงทุกคนที่ยืนช่วยงานอยู่บริเวณนั้นด้วย

            แต่ตอนนี้แจบอมต้องหาทางเกลี้ยกล่อมให้พวกเด็กๆให้ความร่วมมือกับช่างภาพทั้งสองคนในครึ่งหลังเสียก่อน นายแบบตัวน้อยทั้งห้าคนที่เพิ่งถูกเพื่อนสาวสองคนช่วยกันเช็คความเรียบร้อยของเสื้อผ้าและทรงผมวิ่งเข้ามาป้วนเปี้ยนรอบๆตัวแจบอมอีกครั้งในระหว่างที่รอทำงานต่อ

 

            นี่…” แจบอมค่อยๆลดตัวลงนั่งให้พอดีกับระดับสายตาของพวกเด็กๆที่ยืนเรียงแถวกันอยู่ตรงหน้าตัวเอง ตั้งใจฟังฉันพูดดีๆนะมือหนาค่อยๆไล่ลูบผมลูบหลังของเจ้าตัวเล็กอย่างเบามือ

            ได้เลยแด๊ดดี้ พวกเราจะตั้งใจฟังแด๊ดดี้อย่างดีเลย !” ศีรษะกลมโป๊งเหน่งที่ถูกเซ็ตด้วยเจลเซ็ตผมรัวพยักศีรษะ ดวงตากลมโตที่จ้องมองมายังแจบอมอย่างตั้งอกตั้งใจทำให้แจบอมระบายลมหายใจออกมาอย่างผ่อนคลายมากขึ้น

            พวกนายกลัวคุณอาคนนั้นกันใช่ไหม ?แจบอมชี้ไปยังผู้ช่วยช่างภาพที่ยืนอยู่ไม่ไกลกันนักให้พวกเด็กๆได้เห็น

            ยองแจนกลัว ยองแจนไม่ชอบเลยเจ้าก้อนแก้มอวบส่ายศีรษะทันทีที่ได้เห็นคุณอาคนดังกล่าวในระยะสายตาของตัวเอง

            แจ็คสันก็ไม่ชอบเหมือนกัน คุณอาคนนั้นบอกว่าแด๊ดดี้นิสัยไม่ดี

            “แบมแบมก็กลัวเหมือนกัน แบมแบมไม่ชอบคุณอาคนนั้น คุณอาโกหก แด๊ดดี้ไม่ใช่คนไม่ดี…”

            “คุณอาคนนั้นดุแด๊ดดี้ คยอมไม่ชอบ ไม่ชอบๆ !”

            “แต่ม้ากคึไม่เชื่อคุณอาคนนั้นหรอกน้า แด๊ดดี้ใจดีที่สุดเลย ม้ากคึไม่ชอบให้ใครมาว่าแด๊ดดี้ด้วยท่าทีของพวกเด็กๆที่ยังจดจำเรื่องราวในวันนั้นทำให้แจบอมลำบากใจอยู่ไม่น้อย เพราะเขาไม่รู้ว่าตัวเองจะทำอย่างไรให้เจ้าตัวแสบทั้งห้าคนเขาไปถ่ายภาพโดยที่บริเวณนั้นมีอดีตเพื่อนสนิทของตัวเองทำงานอยู่ด้วย

            โอเคๆ เอาล่ะแจบอมยกมือปรามให้เด็กน้อยอยู่ในความสงบ ฉันรู้ว่าพวกนายกลัวคุณอาคนนั้น แต่ฉันอยากขออะไรพวกนายสักนิดได้ไหม ?

            “ได้เลยแด๊ดดี้ ไม่มีปัญหา พวกเราจะเชื่อแด๊ดดี้ทุกอย่างเลยน้า !”

            “เดี๋ยวพวกนายจะต้องเข้าไปถ่ายรูปกับพี่หมอแล้วก็พี่สาวคนนั้น แต่ครั้งนี้อาชยอนูเขาจะต้องถ่ายรูปพวกนายด้วย…” พอได้ยินแบบนั้น มือกลมอวบทั้งสิบข้างก็เริ่มมีปฏิกิริยายึดติดเข้าหากันทันที วันนี้เรามาที่นี่เพื่อช่วยพี่สาวคนนั้น ถือว่าฉันขอได้ไหม พวกนายไม่ต้องสนใจอาชยอนู เดี๋ยวฉันจะไปนั่งข้างๆอาซูโฮด้วย แล้วพวกนายก็มองมาที่ฉันก็พอ

            “แด๊ดดี้จะไปอยู่กับพวกเราตรงนู้นใช่ไหม ?แจ็คสันรีบชี้ไปยังฉากหลังซึ่งจะเป็นสถานที่ถ่ายภาพในอีกไม่กี่นาทีถัดจากนี้

            เย้ ! ยองแจนจะมองแต่แด๊ดดี้เลย จะไม่มองใครซักนี้ดเดียว !”

            “แต่ว่า ทำไมแด๊ดดี้ไม่เข้าไปถ่ายรูปกับพวกเราด้วยล่า ?แบมแบมเขย่าแขนพลางถามอย่างสงสัย ไปถ่ายรูปกับพวกเราเถอะน้าแด๊ดดี้ ลุงหมอโบ้ไม่ดุหรอกน้า เชื่อแบมแบมซี่ส่วนแจบอมก็ได้แต่ส่ายศีรษะอย่างเหนื่อยใจเมื่อได้ยินแบมแบมชักชวนด้วยท่าทีไร้เดียงสา

 

            ขืนทำแบบนั้นเขาก็ได้กลายเป็นมารชีวิตคู่ของเพื่อนตัวเองน่ะสิ !

 

            “เด็กๆ ไปถ่ายรูปกันเถอะสารพัดเบ๊ที่ถูกจ้างมาทำงานวันนี้เดินมาเรียกเหล่านายแบบตัวน้อยตามคำสั่งของช่างภาพ และคำพูดทุกอย่างที่สัญญากันไว้ว่าจะไม่มองคนอื่นก็กลายเป็นโมฆะทันทีเมื่อเจ้าก้อนโมจิทั้งห้าวิ่งเข้าไปจูงมือปาร์คจินยองแล้วเดินไปเข้าฉากกับคู่บ่าวสาวที่ตอนนี้แปลงร่างเป็นคุณหมอกับพยาบาลไปเรียบร้อยแล้ว ทิ้งไว้เพียงผู้จัดการชั่วคราวที่กลายเป็นอากาศให้เดินตามหลังไปเงียบๆ

 

            ถึงจะแปลกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อเห็นว่าการถ่ายภาพในครั้งนี้เพื่อนทุกคนที่เคยนั่งอยู่หลังห้องในตอนแรกกลับมายืนล้อมรอบฉากกันหมด ไม่ว่าจะเป็นวอนพิลกับเจฮยองที่ยืนอยู่มุมซ้าย เพื่อนช่างแต่งหน้าอีกสองคนที่ยืนอยู่ทางขวา ส่วนแจบอมเดินมายืนอยู่ข้างซูโฮซึ่งเป็นช่างภาพหลักตามสัญญาที่ให้กับพวกเด็กๆเอาไว้ และสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของแจบอม ซูโฮจึงยอมบอกอะไรบางอย่างที่ทำให้แจบอมถึงบางอ้อทันที

 

            กูเห็นว่าเด็กๆกลัวชยอนูมาก ก็เลยขอให้เพื่อนทุกคนมาช่วยยืนรอบๆฉากเพื่อดึงความสนใจ น้องจะได้ไม่ต้องมองชยอนู

 

            ซึ่งแผนที่ซูโฮวางไว้ก็ได้ผลเกินคาด ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนช่างแต่งหน้าสองคนที่ยืนวี้ดว้ายเสมือนแฟนคลับของพ่อบอยแบนด์อ้วนกลมทั้งห้า หรือจะเป็นเจฮยองกับวอนพิลที่โบกไม้โบกมือเล่นกับหลานชายในเฟรมเป็นพักๆ อีกทั้งพี่หมอโบกอมกับไอรีนก็เล่นกับเด็กๆระหว่างถ่ายภาพไปด้วยจนแจบอมหมดกังวลไปโดยสิ้นเชิง

 

            เอาเถอะ ถึงเพื่อนๆจะเลวกันสักไปหน่อยเวลารุมแกล้งเขา แต่เวลาคับขันแบบนี้ก็พึ่งพาได้ล่ะนะ

 

            บรรยากาศชวนฝันของคู่บ่าวสาวที่ทำให้หนุ่มสาวคนโสดในห้องที่เหลือเริ่มอิจฉาตาร้อนผ่าวขึ้นมาอีกครั้ง เริ่มจากการเลียนแบบเป็นคุณหมอกับพยาบาลที่ช่วยกันตรวจเด็กเสมือนเหตุการณ์จริง มีสบตากันบ้าง ช่วยกันอุ้มเด็กๆจนดูเหมือนพ่อแม่ลูกมากกว่าหมอกับพยาบาลบ้าง รวมถึง

 

            “เอ้า ! เดี๋ยวใกล้จะปิดกล้องเซ็ตหลังแล้วนะ คุณพี่หมอหอมแก้มคุณพยาบาลหน่อยเร็ว !”

 

            ช่างภาพที่ยืนอยู่ข้างแจบอมตะโกนสั่งคู่บ่าวสาวหน้ากล้องอีกครั้ง และหนุ่มสาวทั้งคู่ก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีเมื่อคุณหมอหนุ่มฝังจมูกลงไปบนแก้มขาวเนียนของเพื่อนตัวเองในชุดพยาบาลสาว เสียงกรีดร้องจากสองสาวช่างแต่งหน้าที่หวีดร้องออกมาเป็นชื่อคุณหมอหนุ่มและเจฮยองที่ทรุดลงไปนั่งกุมหน้าอกบนพื้นเรียกเสียงหัวเราะจากทุกคนภายในห้องได้เป็นอย่างดี

 

          ส่วนเขาเองถึงจะยืนมองอยู่เฉยๆ แต่ยอมรับก็ได้ว่าในใจมันอิจฉามาก !

 

            “ตายละหว่า จะหกโมงเย็นแล้วเสียงบ่นที่แจบอมคุ้นหูอยู่พอสมควรในช่วงหลังมานี้ดังขึ้นจากโต๊ะวางของที่อยู่ไม่ไกลจากเขามากนัก เดี๋ยวผมจะออกไปซื้อข้าวที่ตลาด ถ้ายังไงทุกคนก็อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนนะครับ

            “ได้เลยครับ / ค่ะ !”

            “คุณไปคนเดียวเหรอ ?แจบอมหันไปถามเบ๊รับจ้างที่หยิบกระเป๋าสตางค์เตรียมเดินออกจากห้อง จะว่าไปตอนนี้เขาก็เริ่มหิวขึ้นมาแล้วเหมือนกัน

            ครับ คุณจะฝากซื้ออะไรหรือเปล่า ?

            “ผมว่าผมคงรอไม่ไหวหรอกแจบอมตอบด้วยซื่อสัตย์ต่อความหิวของตัวเอง ลำพังแค่เบอร์เกอร์กับกาแฟเย็นเมื่อตอนเที่ยงมันไม่พอประทังชีวิตของเขาเท่าไหร่นัก ตอนนี้กระเพาะมันก็เริ่มประท้วงหาของกินขึ้นมาแล้ว เดี๋ยวผมไปเป็นเพื่อนก็แล้วกัน

 

            ไหนๆก็ว่างอยู่แล้ว ไปหาอะไรรองท้องที่ตลาดดีกว่า

 

            เพราะเห็นว่าการถ่ายภาพต่อจากนี้ไม่น่ามีปัญหาอะไร เนื่องจากมีเพื่อนอีกหลายคนที่ทำให้พวกเด็กๆเลิกสนใจชยอนู (แน่นอนว่ารวมถึงเขาด้วย) ไปโดยปริยาย อีกทั้งไม่อยากเห็นภาพบาดตาบาดใจที่เริ่มจะทวีความหวานมากขึ้นจนมีผลกับจิตใจของคนโสดผู้ยืนกะพริบตาปริบๆอยู่หน้ากล้องอยู่พอสมควร และยังมีอีกหนึ่งเหตุผลที่ทำให้เขาไม่อยากอยู่ในห้องนี้เท่าไหร่นัก

 

            จะไปได้ยังไงล่ะครับ ที่นี่มีจักรยานแค่คันเดียวนะคุณแต่หนทางในการกินของแจบอมก็ยากลำบากไม่น้อยเหมือนกัน เมื่อปาร์คจินยองพูดขึ้นมาแบบนั้น ตลาดมันอยู่ไกลนะครับ เดินเท้าไปไม่ไหวหรอก

            “ถ้าจักรยานที่คุณจะใช้คือคันที่จอดอยู่หน้าทางเข้าคลินิก มันมีเบาะซ้อนนี่และในเวลาที่หิวเป็นพิเศษแบบนี้ หัวสมองของเขามันก็จะยิ่งแล่นเสียด้วย คนหนึ่งปั่น คนหนึ่งซ้อน ยากตรงไหนล่ะคุณ

            “อะไรของคุณเนี่ย !” นั่นปะไร โหมดขี้เหวี่ยงเริ่มมาทักทายแล้ว คุณจะบ้าเหรอครับ ผู้ชายสองคนซ้อนท้ายจักรยานกัน น่ากลัวพิลึก !”

            “เห็นใจผมเถอะคุณ…” แจบอมพูดด้วยเสียงที่เบาลงเมื่อเหลือบไปมองอดีตเพื่อนสนิทที่อยู่ถัดจากเขาไปเพียงนิดเดียวเท่านั้น ไว้ผมจะบอกเหตุผลจริงๆให้ฟังก่อนจะก้มลงไปกระซิบข้างใบหูของอีกฝ่ายแล้วคว้ากุญแจโซ่คล้องจักรยานในมือของปาร์คจินยองเดินลงไปชั้นล่างทันที

            เฮ้ย ! เดี๋ยวสิคุณ !” เสียงโวยวายที่ไล่ตามหลังมาไม่ได้ทำให้แจบอมหยุดเดินสักนิด หนำซ้ำ เขายังลงมือไขกุญแจโซ่คล้องจักรยานอีกด้วย คุณแจบอม เป็นอะไรของคุณเนี่ย !?!”

            “โทษทีนะคุณ…” แจบอมส่งลูกกุญแจคืนให้คนตัวเล็กกว่าที่ยืนตีหน้ามุ่ยอยู่ ผมมีเหตุผลที่ไม่ค่อยอยากอยู่ในห้องนั้นเท่าไหร่ก่อนจะยอมเปิดปากบอกความจริงที่ทำให้เขาเดินพรวดพราดลงมาข้างล่างออกไป

 

            เพราะความจริงแล้ว อดีตเพื่อนสนิท ที่อยู่ภายในห้องทำให้เขารู้สึกกระอักกระอ่วนใจตั้งแต่มาถึงที่นี่ ถึงจะบอกว่าโตเป็นผู้ใหญ่ อะไรที่ควรแยกแยะได้ก็ควรแยกแยะ มันก็จริงอยู่ แต่เขาเองก็ยังเป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความรู้สึก และยอมรับว่ายังผูกใจเจ็บกับเรื่องในอดีตอยู่ไม่น้อยชนิดที่ไม่คิดจะให้อภัยใดๆ แม้ว่าตอนนี้เขาเลือกที่จะปฏิบัติกับอีกฝ่ายราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน ซึ่งเพื่อนทุกคนก็รู้เรื่องนี้ดีจึงพยายามแยกพวกเขาออกจากกัน

            ดังนั้น พอมาเจอกันซึ่งๆหน้าแบบนี้ แจบอมจึงไม่อยากปล่อยให้ตัวเองอารมณ์เสียโดยใช่เรื่อง และเมื่อมีช่องทางให้ตัวเองปลีกตัวออกมาจากบริเวณดังกล่าวโดยไม่ต้องกังวลเรื่องเด็กๆที่มีเจฮยองกับวอนพิล รวมถึงพี่หมออยู่ด้วย สำหรับเขาแล้วถือว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับตัวเอง รวมถึงชยอนูที่จะได้ทำงานได้โดยไม่ต้องลำบากใจเช่นเดียวกัน และทั้งหมดก็คือสิ่งที่แจบอมบอกกับเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดซึ่งยืนตีหน้าเหวี่ยงใส่เขาอยู่

 

            งั้นก็บอกมาตรงๆตั้งแต่แรกสิครับ โรคจิตหรือเปล่า ปล่อยให้ผมวิ่งด่าคุณทำไมตั้งนานพอได้ยินเรื่องทั้งหมดปาร์คจินยองก็มีท่าทีอ่อนลงอย่างชัดเจน ส่วนเรื่องที่โดนเหน็บแนม เขาจะทำเป็นไม่ได้ยินก็แล้วกัน

            “เดี๋ยวคนอื่นก็มองว่าผมงี่เง่าเอาน่ะสิแต่ก็พอจะรู้ตัวอยู่ว่าตัวเองคงงี่เง่าจริงๆนั่นล่ะ

            ช่วยไม่ได้งั้นคุณซ้อนท้ายไปก็แล้วกัน เดี๋ยวผมปั่นจักรยานเองและถึงจะไม่ชอบใจนักที่ต้องมาเป็นฝ่ายซ้อนท้ายจักรยาน แต่เขาก็ไม่อยากโวยวายไปมากกว่านี้แล้วเหมือนกัน ลำพังแค่เรื่องเมื่อครู่นี้เขาก็เกรงใจอีกฝ่ายมากอยู่แล้ว

 

            ปิ๊งป่อง ~ อิมแจบอมและเพื่อนบ้านของเขาโปรดทราบ ทางสายการบินคนโสดแอร์ไลน์ต้องขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่พวกท่านไปสวีทกันไกลๆ ขอให้เดินทางโดยสวัสดิภาพนะจ๊ะ ! ’

 

            และแม้ว่าเขาจะปลีกตัวออกมาจากสตูดิโอเพราะอดีตเพื่อนสนิท ก็ใช่ว่าเพื่อนที่คบมาจนถึงปัจจุบันจะเป็นคนดีเสียเมื่อไหร่ เมื่อเสียงตะโกนของเจฮยองจากหน้าต่างบนชั้นสองในรูปแบบเดียวกับเมื่อตอนบ่ายดังขึ้นมา ตามมาด้วยเพื่อนทุกคนและพวกเด็กๆที่โผล่ศีรษะออกมาจากหน้าต่างแล้วโบกไม้โบกมือส่งเสียงโห่ล้อเลียนกันอย่างสนุกสนาน

 

            ฮิ้ววววววววววววววววว ~

 

            จะโห่กันทำไม พ่อเป็นทาร์ซานกันเหรอ !?!

 

            แด๊ดดี้ ~ พี่จีนยอง ~ รีบๆกลับมาน้า

            “อย่าหนีไปเที่ยวกันสองคนนะโว้ยไอ้ตี๋ นึกถึงท้องไส้ของเพื่อนทุกคนด้วย

 

            ถ้าไม่ติดว่ามีเด็กอยู่ด้วยล่ะก็ เขาคงชูนิ้วกลางใส่พวกมันไปแล้ว เลวกันทุกตัว !

 

            “ไปเถอะคุณ อย่าสนใจพวกมันเลยแจบอมจึงทำได้แค่เอ่ยปากบอกคนปั่นจักรยานที่ดูท่าว่าจะทรงตัวไม่ค่อยอยู่เท่าไหร่นัก เนื่องจากน้ำหนักตัวของเขาที่มากกว่าอีกฝ่ายประมาณหนึ่งให้ผมปั่นแทนไหมคุณ ผมยังไม่อยากลงไปนอนบนถนนนะ

            “ไม่เป็นไรครับ ผมไม่ได้ปั่นจักรยานมานานเลยไม่ค่อยชิน แต่คนที่ตัวหนักกว่าคุณผมก็เคยพ่วงมาแล้ว ไม่ต้องกังวลหรอกครับ

 

            แม้ว่าปาร์คจินยองจะรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ แต่จักรยานที่โซซัดโซเซจนน่ากลัวว่าจะไถลเข้าข้างทางอยู่รอมร่อทำให้แจบอมต้องเกาะท้ายเบาะไว้แน่นเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง ท้องฟ้าโพล้เพล้ในเวลาหกโมงเศษๆกับเขตนอกเมืองทำให้บนถนนไม่ค่อยมีรถมากนัก อีกทั้งย่านนี้ยังเป็นชุมชนขนาดเล็ก จึงไม่ต้องกลัวพวกรถใหญ่อีกด้วย

            เมื่อเห็นว่าคนปั่นจักรยานต้องใช้สมาธิ อีกทั้งแจบอมที่ไม่รู้ว่าจะชวนอีกฝ่ายคุยอะไรเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ความเงียบระหว่างคนสองคนบนจักรยานหนึ่งคันจึงดำเนินลากยาวมาร่วมยี่สิบนาทีจนกระทั่งมาถึงตลาดที่อยู่ห่างจากคลินิกพอสมควร แจบอมจึงได้เข้าใจเหตุผลว่าทำไมเขาถึงไม่สามารถเดินเท้ามายังตลาดได้

 

            พี่ช่างแต่งหน้าสองคนอยากกินสลัด ส่วนคุณวอนพิลกับคุณเจฮยองบอกมาว่าอะไรก็ได้ที่กินไม่ลำบาก ส่วนของคุณซูโฮ…”

            “ซื้อไปให้เหมือนกันทุกคนเลยง่ายกว่าไหมคุณ ?หลังจากได้ยินอีกฝ่ายยืนร่ายรายการอาหารตามคำสั่งจากเพื่อนของตัวเองที่กระจัดกระจายไปคนละทาง แจบอมจึงรวบรัดตัดตอนไปแบบนั้นเสียเลย มีคนเลี้ยงแล้วยังจะเรื่องมากกันอีก ไอ้พวกนี้…” แล้วก็ไม่วายแอบค่อนขอดบรรดาเพื่อนๆของตัวเองไปอีกหนึ่งทีด้วย

            ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมมีหน้าที่ดูแลทุกคนอยู่แล้ว ถ้าคุณหิวก็ไปหาอะไรกินก่อนก็ได้ เดี๋ยวผมไปเดินซื้อเอง

            “ขืนทำแบบนั้นกว่าซื้อของทุกคนเสร็จไม่ปาไปสองทุ่มเลยหรือคุณ ? แจบอมกวาดสายตามองตลาดที่กว้างขวางประมาณหนึ่ง ตอนนี้มันหกโมงครึ่งแล้วนะ

            “แต่…”

            “เมื่อกี๊นี้ผมเห็นร้านอาหารตามสั่งอยู่ ไม่ค่อยมีลูกค้าด้วย ถ้ายังไงเราไปกินร้านนั้นกันดีกว่าไหม แล้วก็สั่งอาหารจากร้านนั้นไปให้ทุกคนแทน คละไปหลายๆเมนูเลยก็ได้เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเริ่มมีท่าทีลังเล แจบอมจึงรีบเสนอความเห็นที่เอื้ออำนวยต่อกระเพาะของตัวเองที่สุดโดยที่ไม่ส่งผลกระทบกับเพื่อนจนเกินไปด้วย พี่ชายคุณอุตส่าห์เลี้ยงทั้งที เพื่อนผมมันไม่เรื่องมากกันหรอก

            “เฮ่อ เอาแบบนั้นก็ได้ครับ

 

            เมื่อตกลงกันได้แบบนั้น แจบอมจึงรีบเดินนำลิ่วเข้าร้านอาหารตามสั่งทันที แต่ถึงแจบอมเป็นคนชวนมากินร้านนี้ก็ตาม พอเอาเข้าจริงๆแล้ว ไม่ว่าจะเป็นข้าวห่อไข่ พุลโกกิ คิมบับสองชุด และซุปกิมจิหม้อใหญ่ที่วางจนเต็มโต๊ะล้วนถูกสั่งมาโดยปาร์คจินยองทั้งนั้น

 

            ชักไม่แน่ใจแล้วว่าระหว่างเขากับปาร์คจินยองใครหิวมากกว่ากัน

 

            “ไม่กินเหรอครับ ?คนที่กำลังนั่งเป่าซุปร้อนๆอยู่ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าแจบอมนั่งกดโทรศัพท์อยู่

            บอกผมทีสิว่าที่สั่งมาเยอะขนาดนี้คุณไม่ได้ประชดผมอยู่น่ะแจบอมละสายตาจากจอโทรศัพท์ขึ้นมาค่อนขอดจินยองที่นั่งอยู่ตรงข้ามกัน

            ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ ผมหิวจริงๆอีกฝ่ายหัวเราะเล็กน้อยเมื่อได้ยินแจบอมพูดแบบนั้น กินเถอะครับ เดี๋ยวอาหารจะเย็นหมดก่อนนะ

            “รสชาติไม่เลวหลังจากซดน้ำซุปไปหนึ่งคำ แจบอมก็เอ่ยปากชมอย่างพอใจ ถึงจะเป็นร้านเล็กๆแต่คุณภาพโดยรวมแล้วถือว่าเป็นมิตรกับระบบทางเดินอาหารของเขามากทีเดียว

 

            Line !

 

            “หึ…” เสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำให้แจบอมกระตุกยิ้มเมื่อนึกถึงสิ่งที่ตัวเองทำไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน มาแล้ว

            “อะไรเหรอครับ ?คนตัวเล็กกว่าถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นสีหน้าของแจบอมเปลี่ยนไป คุณคงไม่ได้ทำอะไรแปลกๆใช่ไหม ?

            “เปล่าหรอกคุณแจบอมปัดมือปฏิเสธในขณะที่กำลังหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูผลตอบรับ ผมแค่ถ่ายรูปอาหารบนโต๊ะส่งเข้าไลน์กลุ่มไปแกล้งเพื่อนที่อยู่คลินิกเฉยๆน่ะ

 

            ว่ากันว่าการส่งรูปอาหารให้เพื่อนดูในยามท้องหิวเป็นการแสดงออกความรักให้เพื่อนในรูปแบบหนึ่ง ถึงจะดูโรคจิตไปเสียหน่อยเพราะรู้ผลดีว่าถ้าไม่โดนด่าก็คงโดนรุมประณามกลางไลน์กลุ่มอย่างแน่นอน แต่พอนึกถึงว่าเพื่อนที่คลินิกคงกำลังทุรนทุรายเพราะต้องรออาหารมื้อเย็นจากพวกเขาแล้ว แจบอมก็อดสะใจลึกๆขึ้นมาไม่ได้เสียอย่างนั้น

 

            แต่ท่าทางเขาจะคิดผิดถนัดเลยน่ะสิ

 

            Im Jaebum : *You sent a photo*

          Jaehyung Swagger : ว้าย เดท !

          Wonpil K. : ถ่ายติดแขนคุณจินยองมาแบบนี้ จะอวดว่าไปเดทก็บอก

          เชร้จงคนดีของโลกใบนี้ : ทูนหัวแจบอมคะ ทำไมทำแบบนี้ นอกใจฉันได้ยังไง !!!!

          เชร้จงคนดีของโลกใบนี้ : ถ้าไม่กลับมาให้เห็นหน้าภายใน 20 นาที ฉันจะกินลูกแกทั้งห้าคนแทนข้าวเย็น !!!

            Seulgi94 : ถ้ามาช้าแล้วได้ของกินมาน้อย กูจับลูกมึงแต่งหญิงแน่ !

            $UHO | ซูโฮ : คืนนี้รูปหลุดมึงกับน้องแว่นว่อนเต็มไลน์รุ่นแน่ หึ !

          Jaehyung Swagger : จะได้จำไว้ว่าครั้งหนึ่งมีคนทิ้งลูกไปเดทนะจ๊ะ

          Jaehyung Swagger : *sent a photo*

         

            จากที่คิดภาพไว้แค่ว่าจะโดนเพื่อนฝูงด่าเพราะแอบหนีมากินข้าวแล้วถ่ายภาพอาหารส่งไปให้ดูในไลน์กลุ่มเฉพาะกิจที่มีแต่คนที่มาช่วยงานในวันนี้ กลับกลายเป็นว่าประเด็นเรื่องอาหารถูกมองข้ามไปทันทีเพราะตอนนี้เพื่อนของเขากลับสนใจเรื่องที่เขาถ่ายรูปติดแขนของปาร์คจินยองไปมากกว่า ก็เลยโดนกล่าวหาว่ามาเดททั้งที่พวกเขาแค่มากินข้าวเท่านั้น นอกจากนี้ข้อความล่าสุดที่เจฮยองส่งมาให้ก็เป็นรูปเจ้าลูกเป็ดปุ๊กลุกทั้งห้าก้อนที่เพิ่งเสร็จสิ้นการถ่ายพรีเวดดิ้งกำลังนั่งเรียงแถวกุมท้องเบะปากแอคท่าหิวโหยอีกด้วย

 

            โดนรุมประณามผิดประเด็นแบบนี้ ไม่เล่นแล้วก็ได้โว้ย !

 

            “ทางนั้นมีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ ?ส่วนตัวต้นเหตุที่ไม่รู้ตัวเลยว่าได้กลายเป็นประเด็นในแชทกลุ่มเอ่ยปากถามเมื่อเห็นว่าเขาดูโทรศัพท์นานผิดปกติ อาจเพราะเป็นห่วงกลัวว่าทางคลินิกจะเกิดปัญหาอะไรขึ้น

            เปล่าหรอกคุณ กินข้าวต่อเถอะแจบอมกดปิดโทรศัพท์แล้วจัดการกับมื้อเย็นบนโต๊ะต่อ นี่ คุณ…”

            “ครับ ?

            “ถ้ากลับคลินิกไปแล้วโดนเพื่อนผมล้อ คุณจะด่าพวกมันกลับก็ได้นะ ไม่ต้องไปเกรงใจหรอกแจบอมเงยหน้ามองเพื่อนร่วมโต๊ะก่อนจะพูดแบบนั้นออกไป ขอโทษทีนะ ที่ผมทำให้คุณโดนเพื่อนๆแซวไปด้วยน่ะ

 

            และเรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้เขารู้สึกไม่สบายใจนัก แม้ว่าการแซวเพื่อนจะเป็นเรื่องปกติก็ตามเพราะสมัยก่อนตัวเองก็เคยแกล้งเพื่อนคนอื่นอยู่บ่อยครั้ง ตัวเองก็เคยโดนจับคู่แซวกับคนนั้นคนนี้อยู่เหมือนกัน ทว่า ความรู้สึกในตอนนั้นมันกลับไม่เหมือนเวลาที่เขาโดนแซวเรื่องเพื่อนบ้านที่นั่งเคี้ยวข้าวตุ้ยๆอยู่ตรงหน้าตัวเองตอนนี้สักนิด

 

            แถมพอมองหน้าปาร์คจินยองทีไร ก็ดันเห็นภาพวันนั้นทับซ้อนทุกที

 

          ตั้งสติหน่อยโว้ยไอ้แจบอม !

 

            ไม่เป็นไรหรอกครับ เพื่อนๆคุณก็นิสัยดีกันทุกคน ทำงานด้วยแล้วไม่อึดอัดสักนิดนักศึกษาหนุ่มคลี่ยิ้มบางๆ ไม่เห็นจะต้องคิดมากเลยนี่ครับ

            “ผมแค่กลัวคุณรู้สึกไม่ดีน่ะแจบอมพูดโดยที่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน คิดแค่ว่าไม่อยากให้อีกคนรู้สึกลำบากใจที่ต้องมาโดนล้อคู่กับตัวเองเฉยๆ

            “แทนที่คุณจะกังวลเรื่องนั้นน่ะ…” คนตรงหน้านิ่งไปครู่หนึ่ง ผมว่าคุณกังวลเรื่องข้าวที่เลอะบนหน้าดีกว่าไหมครับก่อนจะชี้เข้าที่แก้มของตัวเองเป็นเชิงให้แจบอมรู้ตัว

            หืม ?แจบอมใช้มือป้ายบนหน้าไปมาอย่างประหม่าเล็กน้อย อายุปูนนี้โดนทักเรื่องข้าวติดหน้าเขาก็อายเหมือนกัน ยิ่งเห็นอีกฝ่ายนั่งอมยิ้มด้วยแล้วแจบอมก็ยิ่งทำตัวไม่ถูกมากขึ้นไปอีก

           

            แล้วทุกอย่างก็กลับเข้าสู่สภาวะเดทแอร์เหมือนเคยเพราะต่างคนต่างไม่รู้จะคุยอะไร พอจะชวนคุยทีไร เวลาที่มองหน้าคนตรงข้ามเรื่องเมื่อสัปดาห์ที่แล้วมันก็ตามมารบกวนหัวสมองอยู่เรื่อยๆ จึงทำได้เพียงก้มหน้าก้มตากินกันเงียบๆจนอาหารเริ่มหมดลงไปทีละจาน แล้วเดินไปจ่ายเงินค่าอาหารก่อนจะช่วยกันหิ้วกล่องอาหารสำหรับเพื่อนและเด็กๆที่รอมื้อเย็นอยู่ออกมาจากร้านในเวลาหนึ่งทุ่มกว่า

            นอกจากจะซื้อมื้อเย็นแล้ว แจบอมก็ยังแวะซื้อขนมหวานสำหรับเจ้าตัวเล็กโดยใช้เงินส่วนตัวแม้ว่าปาร์คจินยองจะบอกให้ใช้งบที่ได้มาจากพี่ชายของตัวเองก็ตาม รวมถึงช่วยกันเลือกขนมและเครื่องดื่มอื่นๆสำหรับเพื่อนๆอีกด้วย ดังนั้นกว่าจะกลับมายังที่ที่จอดจักรยานไว้ก็เป็นเวลาหนึ่งทุ่มสี่สิบแล้ว

 

            รู้ตัวไหมว่าตอนขามาคุณปั่นจักรยานได้น่าหวาดเสียวมากแจบอมสารภาพความในใจที่เขาแอบคิดมาตลอดการนั่งซ้อนท้ายกับคนที่เดินอยู่ข้างๆกัน

 

            ขี่จักรยานยังไงให้เซจนเกือบไปชนเสาไฟฟ้าทั้งๆที่ถนนมันกว้างมากเลยนะเว้ย !

 

            งั้นขากลับคุณจะเดินกลับก็ได้นะแต่ดูท่าว่าอีกฝ่ายจะไม่ยอมรับความจริงแถมยังเหวี่ยงใส่เขากลับมาอีกด้วย ผมจะได้ไม่ต้องพ่วงคุณด้วย สบายจะตาย

            “เรื่องอะไรผมจะเดินกลับล่ะแจบอมเขม่นใส่เพื่อนบ้านไปเบาะๆหนึ่งที เดี๋ยวขากลับผมปั่นเอง คุณซ้อนท้ายไปก็แล้วกันแล้วจึงอาสาเป็นคนขี่จักรยานขากลับ ทั้งนี้ทั้งนั้นเขาทำไปเพื่อความปลอดภัยของตัวเองล้วนๆเลย ไม่ได้มีจุดประสงค์อื่นสักนิดเดียว

            ไม่เอาครับปาร์คจินยองปฏิเสธอย่างเด็ดขาด จักรยานของผมนะ เรื่องอะไรผมจะต้องยอมฟังคำสั่งของคุณล่ะ

            “แค่ขอติดมาด้วยผมก็รบกวนคุณจะแย่แล้ว เพราะงั้นให้ผมปั่นกลับเถอะ จะให้ผมซ้อนท้ายคุณทั้งสองรอบผมก็เกรงใจคุณนะ

            “เอาที่คุณสบายใจเลยครับ ตามสบาย !” แต่ถึงจะพูดแบบนั้น อีกฝ่ายก็ยอมหยิบถุงข้าวในมือของเขาไปใส่ตะกร้าหน้ารถแล้วส่งกุญแจไขโซ่คล้องให้อยู่ดี เอาแต่ใจเป็นบ้า…” แล้วก็ไม่วายเหน็บแจบอมอีกหนึ่งประโยคด้วย

 

            เวลาเกือบสองทุ่มบนท้องถนนอันเงียบสงบ เนื่องจากหลังตลาดมีงานเทศกาลเล็กๆ ผู้คนในละแวกนี้จึงไปร่วมงานกันหมด (จากที่ได้ยินแม่ค้าในตลาดเล่ามา) ตลอดเส้นทางจึงมีรถเพียงไม่กี่คัน รวมถึงจักรยานหนึ่งคันที่เลียบเข้าเลนสำหรับรถเล็กโดยอาศัยไฟข้างทางให้มองเห็นทาง

 

            เชื่อหรือยังว่าผมปั่นจักรยานดีกว่าคุณน่ะแจบอมเหลือบมองคนซ้อนท้ายตัวเองที่นั่งหน้ามุ่ยมาตลอดทางยอมรับความจริงเถอะคุณ

            “ครับ ปั่นเก่งขนาดนี้ก็ไปปั่นจักรยานรอบโลกเลยสิครับ

            “หึ…” บางทีเขาอยากจะจับเด็กขี้เหวี่ยงข้างหลังโยนลงข้างทางเสียเหลือเกิน จะปากร้ายอะไรเบอร์นั้นล่ะพ่อคุณ ! “แต่นอกจากน้องสาวกับหลานสาวแล้ว ผมยังไม่เคยปั่นจักรยานให้คนอื่นซ้อนเลยนะ มีคุณคนแรกนี่แหละที่กล้าซ้อนท้ายผมน่ะ

            “ครับ ?

            “ปกติเพื่อนไม่ค่อยไว้ใจผมหรอก สมัยเรียนผมปั่นจักรยานแล้วรถล้มบ่อยแจบอมหัวเราะหึหึเมื่อเห็นสีหน้าตื่นตระหนกของคนที่อยู่ด้านหลัง

            “นี่ คุณ จอดเดี๋ยวนี้เลยนะ !”

            “ผมล้อเล่นหรอกน่า…” แจบอมเฉลยความจริงออกไป เขาแค่รู้สึกอยากแกล้งเด็กขี้เหวี่ยงข้างหลังให้ตกใจเล่นเฉยๆเท่านั้นเอง

 

            แต่เรื่องที่คุณซ้อนท้ายผมเป็นคนแรกน่ะ เป็นความจริงนะ… ’

 

            จะว่าเป็นความจริงอันน่าเศร้าไหม เขาก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน นอกจากคนในครอบครัวแล้วก็มีปาร์คจินยองนี่แหละที่ได้ซ้อนท้ายจักรยานที่เขาเป็นคนปั่น ถึงชีวิตนี้จะเคยมีแฟนช่วงที่เรียนมัธยมมาหลายคนก็จริง แต่คุยกันได้ไม่เท่าไหร่ก็เป็นอันโดนบอกเลิกก่อนจะได้ขี่จักรยานรับส่งไปทุกราย พอขึ้นมหาวิทยาลัยเขาก็เปลี่ยนมาใช้มอเตอร์ไซค์แทน จึงไม่เคยมีโอกาสพ่วงท้ายจักรยานใครนอกจากคนในครอบครัวตัวเอง

 

            อย่าเงียบไปดื้อๆสิคุณ ถึงจะไม่เคยให้คนอื่นซ้อนท้ายแต่ผมก็ปั่นจักรยานแข็งนะแจบอมบอกด้วยความมั่นใจ เห็นแบบนี้แต่ตอนเด็กเขาเคยเป็นสิงห์จักรยานประจำหมู่บ้านเชียวนะ !

            “ครับเสียงสั่นขนาดนั้น คงจะไม่ไว้ใจเขาแน่ๆ

            ถ้ารู้ว่าพูดไปแล้วจะเป็นแบบนี้ ผมไม่พูดดีกว่า ว่าแล้วก็ขอตัดพ้อสักนิดเถอะ

            “ทำเป็นน้อยใจไปได้ โตจะตายแล้วนะคุณนอกจากจะไม่ได้รับความเห็นใจแล้ว ยังโดนด่าซ้ำอีก เกิดเป็นอิมแจบอมชีวิตมันลำบากจริงๆนั่นแหละแต่นั่งซ้อนท้ายจักรยานตอนกลางคืนแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะครับ ตากลมเย็นๆแบบนี้ก็สบายไปอีกแบบเพราะท้องฟ้าที่มืดสนิทกับถนนที่เงียบเหงาของเขตนอกเมืองทำให้สายลมเย็นๆพัดผ่านไปเป็นระยะๆ

            “จะว่าไปแล้ว ถนนแถวนี้มันเปลี่ยวเหมือนกันนะ ถึงจะเป็นนอกเมืองก็จริง แต่ก็ไม่น่าจะเงียบขนาดนี้สารถีชั่วคราวมองท้องถนนที่นานๆจะมีรถผ่านมาสักคนด้วยความสงสัย

            ก็อย่างที่พวกแม่ค้าในตลาดบอกนั่นแหละครับ เวลามีงานเทศกาลทีก็ไปกันหมด จะเงียบขนาดนี้ก็คงไม่แปลกหรอกครับ

            “ผมว่าดีแล้วล่ะที่คุณไม่ได้มาคนเดียว ขนาดอยู่กันสองคนผมยังรู้สึกว่ามันไม่ปลอดภัยเลยแจบอมมองซ้ายมองขวาอย่างไม่สบายใจนัก

            พูดเหมือนผมเป็นผู้หญิงไปได้

            “จะหญิงจะชายมันก็อันตรายไม่ต่างกันหรอกคุณ อย่าคิดถึงแต่เรื่องดักฉุดผู้หญิงสิ ปล้นจี้ข้างทางมันก็มีเยอะแยะไปบางทีเขาก็อดคิดไม่ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นพวกประมาทในการใช้ชีวิตอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว บางทีคุณก็ต้องระวังตัวไว้บ้างเหมือนกัน ทุกวันนี้โลกน่ากลัวจะตายไป

            “ครับๆ ทราบแล้วครับคุณพ่อ ให้ตายสิ คุณชักจะเหมือนตาลุงแก่ๆขึ้นทุกทีแล้วนะปาร์คจินยองวกกลับมาจิกกัดเขาอีกรอบพอหอมปากหอมคอ แต่เขาก็ไม่ได้นึกโกรธอะไรหรอก ออกจะขำเสียด้วยซ้ำกับท่าทีเด็กๆของอีกคน

            แต่ผมตกใจนะ ตอนที่รู้ว่าคุณเป็นลูกพี่ลูกพี่น้องกับพี่หมอโบกอมน่ะและเพราะความเงียบตลอดสองข้างทาง ทำให้แจบอมพยายามหาบทสนทนามาคุยเรื่อยๆเพื่อไม่ให้รู้สึกเปลี่ยวจนเกินไป โลกกลมจนน่ากลัวเลยล่ะ คุณว่าไหม ?

            “จะว่าแบบนั้นก็ได้ครับอีกฝ่ายตอบกลับมาเบาๆ ผมรู้จักคุณไอรีนมาตั้งนานแล้ว แต่ไม่คิดว่าคุณจะเป็นเพื่อนของเธอเหมือนกัน

            “แล้วเดือนหน้าคุณจะไปงานแต่งงานที่ปูซานหรือเปล่า ? ถ้าจำไม่ผิด บ้านคุณอยู่ที่นั่นใช่ไหม ?

            “เพราะผมไปงานไม่ได้ก็เลยมาช่วยพวกเขาวันนี้แทนน่ะครับ เรื่องที่บอกว่าโดนจ้างมาทำงาน ผมแค่แกล้งพี่ชายเฉยๆปาร์คจินยองตอบด้วยท่าทีติดไปทางเสียดายนิดหน่อย เดือนหน้าผมติดเสนอวิทยานิพนธ์ที่มหาวิทยาลัยน่ะ พูดแล้วก็เซ็งเหมือนกัน อดกลับบ้านอีกแล้ว

            “งั้นเหรอ แย่หน่อยนะ…” แจบอมนิ่งไปครู่หนึ่งราวกับใช้ความคิดไปกับอะไรบางอย่าง สู้ๆก็แล้วกันนะคุณ

            “หึหึ…” พอพูดอะไรแบบนี้ก็มักจะโดนหัวเราะบ่อยๆ เขาถึงไม่ชอบทำอะไรทำนองนี้ยังไงล่ะ ไม่คิดว่าคุณจะพูดอะไรแบบนี้ก็เป็นกับเขาด้วย

            “ขอโทษก็แล้วกันที่ผมดูเป็นคนแบบนั้นน่ะ

            “แต่ก็ขอบคุณมากนะครับ

            “ฮื่อ…” และตอนนี้เขาก็ไม่รู้จะชวนอีกฝ่ายคุยอะไรต่อดี เพราะเขาก็ไม่ใช่พวกที่คุยเก่งเหมือนกันไม่รู้ว่าป่านนี้พวกเด็กๆจะหิวกันหรือยัง…” แจบอมบ่นเบาๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังมีสิ่งมีชีวิตตัวกลมกำลังรอคอยเขาอยู่

            เมื่อเช้าผมซื้อขนมมาติดไว้ที่คลินิก คิดว่าพี่โบกอมคงจะไม่ปล่อยให้เด็กๆหิวหรอกครับ รายนั้นรักเด็กอย่างกับอะไรดีปาร์คจินยองตอบโดยพาดพิงถึงบุคคลที่สามที่มีศักดิ์เป็นพี่ชายของตัวเอง

            พูดถึงพี่หมอโบกอมแล้ว ตั้งแต่เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นใครจะชอบเด็กได้มากเท่าพี่เขามาก่อนเลย ถึงขนาดเรียนจนจบมาเป็นกุมารแพทย์ แถมยังอยากได้เด็กมาถ่ายภาพพรีเวดดิ้งอีก คงจะชอบมากจริงๆส่วนแจบอมน่ะหรือ แค่รบกับเด็กห้าคนทุกวันนี้ เขาก็เข็ดขยาดกับเด็กอยู่ไม่น้อยแล้ว

            “ใช่ไหมล่ะครับ ผมยังเคยคิดเลยว่า ถ้าพี่เขามีลูก เด็กคนนั้นคงจะน่าอิจฉาน่าดู ทว่า น้ำเสียงที่เปลี่ยนไปของคนข้างหลังทำให้แจบอมเริ่มรู้สึกใจไม่ดีอย่างบอกไม่ถูกแต่ว่า…”

            “…”

            “น่าเสียดายนะครับที่เขาไม่มีโอกาสนั้นความอึดอัดเริ่มเข้ามาปกคลุมระหว่างชายหนุ่มทั้งสองคนทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ เมื่อหลายปีก่อนพี่โบกอมประสบอุบัติเหตุ และเพราะเรื่องนั้น ทำให้เขามีลูกไม่ได้น่ะครับ เรื่องนี้คุณไอรีนก็ทราบดี

 

            มีลูกน่ารักๆตั้งห้าคนแบบนี้ พี่รู้สึกอิจฉาแจบอมจัง

 

            คำบอกเล่าของปาร์คจินยองทำให้แจบอมรับรู้ได้ทันทีว่า ความรู้สึกแปลกๆที่เขามองเห็นผ่านแววตาวูบไหวของพี่หมอตอนคุยกับเขาเมื่อตอนเย็น คงจะเป็นเรื่องนี้อย่างแน่นอน

 

            พี่โบกอมพูดกับผมว่า เขาอิจฉาคุณนะครับและสิ่งที่แจบอมกำลังคิดก็ได้รับการยืนยันผ่านคนเป็นน้องชาย แย่นะครับ คนบางคนที่เขามีความพร้อมทุกอย่าง แต่กลับไม่มีโอกาส…”

            “นั่นสิ…” ขนาดเขาไม่ใช่เจ้าตัว พอฟังแล้วยังรู้สึกวูบโหวงในใจอย่างบอกไม่ถูกเหมือนกัน สนใจเอาไอ้ตัวแสบของผมไปสักคนไหมล่ะ ? ยกให้ฟรีๆเลย แจบอมแกล้งพูดขำๆเพื่อไม่ให้บรรยากาศตึงเครียดไปมากกว่านี้ แต่เขาก็เข้าใจว่ามันคงเป็นเรื่องน่าเศร้าสำหรับรุ่นพี่และเพื่อนของตัวเองไม่น้อยเลยทีเดียว

 

            แต่ถึงอย่างไรเขาก็ไม่มีวันที่จะยกเจ้าตัวแสบให้ใครแม้แต่คนเดียวเหมือนกัน

 

            “คุณแจบอม เมื่อยหรือยังครับ ?ผู้โดยสารด้านหลังถามไถ่สารถีจำเป็นอย่างเห็นอกเห็นใจ ถ้ายังไงให้ผมปั่นแทนไหม ?

            “ไม่เป็นไรหรอกคุณ ผ่านมาครึ่งทางแล้วจริงๆแจบอมเองก็เริ่มเหนื่อยเหมือนกัน แต่พอนึกถึงตอนที่แย่งตำแหน่งคนขับมาจากอีกฝ่ายแล้ว เขาจะไม่ยอมตกม้าตายระหว่างทางเด็ดขาด

 

            ตู้ม !!

 

            “แม่ !”

            “เหี้_ !”

 

            เสียงอึกทึกที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจากด้านหลังทำให้แจบอมเบรกจักรยานอย่างกะทันหัน พอดีกับเสียงอุทานจากชายหนุ่มทั้งสองคนที่โวยวายขึ้นมาพร้อมกันหลังได้ยินเสียงราวกับระเบิดบนน่านฟ้า ความตกใจที่เกิดขึ้นโดยฉับพลันทำให้หัวใจของแจบอมเต้นรัวราวกับจะทะลุออกมา ก่อนที่แจบอมจะรู้ตัวว่า เจ้าของเสียงที่ร้องเรียกบุพการีเมื่อครู่นี้กำลังซบหน้าลงกับแผ่นหลังของเขาอยู่ทั้งยังใช้มือปิดใบหูของตัวเองเอาไว้ด้วย

            แต่แจบอมก็สงสัยเกี่ยวกับเสียงอันน่ากลัวที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ได้ไม่นาน ก่อนจะได้รับคำตอบเป็นท้องฟ้าที่มีพลุจำนวนมากซึ่งกำลังระเบิดออกเป็นประกายแสงสีสวยงามอยู่ด้านหลังของตัวเอง ถ้าให้แจบอมเดา พลุดังกล่าวอาจจะมาจากงานเทศกาลซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ถนนในคืนนี้เงียบเหงานั่นเอง

 

            คุณโอเคหรือเปล่า ?ร่างสูงหันไปถามอีกคนที่นั่งข้างหลังซึ่งยังก้มหน้าเงียบอยู่

            โอเคแล้วครับ…” อีกฝ่ายค่อยๆผละตัวเองออกจากแผ่นหลังของเขาโดยที่ยังดูตื่นกลัวอยู่เล็กน้อย จู่ๆจุดพลุกันแบบนี้ ตกใจหมด

            “หน้าแดงขนาดนั้น คุณไม่เป็นอะไรแน่นะ ?เพราะแสงสว่างจากข้างทาง รวมถึงพลุบนท้องฟ้าที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนักทำให้แจบอมพอมองเห็นว่าคนที่อยู่เบาะหลังหน้าแดงอยู่ไม่น้อย

 

            สงสัยจะตกใจจนเลือดสูบฉีดมากไปกระมัง

 

            “ครับ…” คนตัวเล็กกว่าตอบเบาๆโดยที่ไม่เงยหน้าขึ้นมามองเขาสักนิด เรื่องเมื่อครู่นี้ผมขอโทษนะครับ

            “ไม่เป็นไรหรอกคุณ ผมก็ขอโทษที่เบรกแรงไปเหมือนกันแจบอมส่ายศีรษะเบาๆอย่างไม่คิดอะไร แต่แถวนี้มองเห็นพลุชัดดี ดูๆไปก็สวยเหมือนกัน แวะดูสักหน่อยไหมคุณ ?

            “ครับ ?อีกฝ่ายค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาอย่างพลางทำหน้าฉงน

            ถ้าอยู่ในเมืองไม่มีทางได้ยืนดูพลุเยอะๆโดยที่ไม่มีคนแบบนี้เลยนะคุณแจบอมพูดก่อนจะปั่นจักรยานตีกลับไปอีกฝั่งหนึ่งเพื่อมองพลุที่อยู่ด้านหลังตัวเองในตอนแรก

            มานึกครึ้มเกิดอารมณ์สุนทรีย์อะไรตอนนี้ซะล่ะครับ เมื่อครู่นี้เกือบจะหัวใจวายตายกันอยู่แล้วนะ

            “เอาน่าคุณ อย่างน้อยๆไม่เป็นอะไรกันทั้งคู่ก็ดีแล้วร่างสูงตอบโดยที่ดวงตาจับจ้องไปบนท้องฟ้าเพื่อรอดูพลุชุดถัดไป คุณไม่ชอบพลุหรือ ?

            “บอกไม่ถูกเหมือนกันครับ มันก็สวยดี แต่ผมไม่ชอบเสียงพลุเท่าไหร่ ดวงตาใต้กรอบแว่นจับจ้องบนท้องฟ้าไม่ต่างจากแจบอมในขณะที่ปากก็ตอบคำถามของเขาไปด้วย

           

            ผมอาจจะไม่ใช่คนที่คุณอยากดูพลุด้วย คงไม่เป็นอะไรใช่ไหม ?

 

            แจบอมไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาพูดออกไปแบบนั้น อาจเป็นเพราะสีหน้านิ่งเฉยที่ติดไปทางขมวดคิ้วเล็กน้อยในขณะเงยหน้ามองท้องฟ้าที่มืดสนิทอยู่ อีกทั้งนึกถึงเรื่องที่ตัวเองเคยคุยกับเพื่อนบ้านคนนี้ขึ้นมาได้ว่าเจ้าตัวกำลังมีคนที่สนใจอยู่ แจบอมจึงได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายคงจะไม่ผิดหวังที่ต้องมายืนดูพลุกับเพื่อนบ้านอย่างเขาแทน

 

            ทำไมถึงถามแบบนั้นล่ะครับ ?จินยองละสายตาจากท้องฟ้าแล้วหันมามองคนที่อยู่ข้างๆตัวเองแทน

            ผมแค่กลัวคุณผิดหวังที่ต้องมาดูพลุกับผมน่ะแจบอมเหลือบมองคนข้างๆเล็กน้อย เพราะงั้นคุณจะจินตนาการว่ากำลังดูพลุกับคนที่ตัวเองชอบก็ได้นะ ผมไม่ว่าอะไรคุณหรอกแล้วจึงแกล้งหยอกคนที่อยู่ด้านข้างไปแบบนั้น แต่ถ้าจะจินตนาการแบบนั้นจริงๆ เขาก็ไม่ได้ว่าอะไรอยู่ดี

            ไม่จำเป็นหรอกครับปาร์คจินยองยิ้มบางๆก่อนจะหันหน้ากลับไปมองบนท้องฟ้าเพื่อรอดูพลุที่กำลังจะถูกจุดต่อในอีกไม่กี่วินาทีข้างหน้า

            “…”

            “คุณแจบอมก็คือคุณแจบอม ผมจะไปจินตนาการว่าเป็นคนอื่นทำไมล่ะ

            “คุณคงไม่ได้หมายความว่าไม่กล้าเปรียบเทียบคนอื่นกับผมใช่ไหม ?

            “ผมไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นครับ แต่ถ้าคุณจะคิดแบบนั้น ผมก็ไม่ได้ว่าอะไรเหมือนกันจินยองเริ่มหันกลับมามองหน้าของแจบอมอีกครั้ง จริงๆแล้วผมน่ะ…”

            “…” แจบอมเองก็หันมามองหน้าคนที่ยืนอยู่ข้างๆที่ตั้งท่าจะพูดอะไรบางอย่าง

            “ผม…”

            “…”

            “คือผมน่ะ…”

            “…”

            ผมชอบค…”

 

            ตู้ม !!

 

            ในขณะที่กำลังรอฟังสิ่งที่เพื่อนบ้านชั้นเจ็ดจะพูดกับตัวเองอยู่ พลุชุดถัดไปที่ถูกจุดขึ้นมากลับไม่ได้ทำให้แจบอมหันไปมองแม้แต่นิดเดียว มีเพียงแสงสีของพลุบนท้องฟ้าที่ส่องแสงลงมาตัดกับใบหน้าของคู่สนทนาของตัวเอง

 

            “นะ…” พร้อมกับบทสนทนาของเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่จบลงโดยที่แจบอมไม่สามารถจับใจความอะไรได้เพราะเสียงพลุบนท้องฟ้ากลบใจความสำคัญของประโยคไปจนหมด กว่าจะได้ยินอีกทีก็เป็นคำลงท้ายประโยคไปเสียแล้ว

            หืม ?แจบอมส่งเสียงในลำคอออกไปด้วยความไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายพูดแม้แต่น้อย เมื่อกี๊นี้คุณบอกว่าอะไรนะ ?

            “เฮ่อ…”

            “ขอโทษทีนะคุณ ผมพยายามตั้งใจฟังแล้ว แต่เสียงพลุมันดังจนกลบเสียงคุณไปหมดเลยพอเห็นอีกฝ่ายถอนหายใจเขาก็รู้สึกผิดเหมือนกัน แต่เขาก็ว่าตัวเองตั้งใจฟังอีกคนพูดมาตลอด ถ้าจะโทษ ก็ต้องโทษเสียงพลุต่างหากที่ทำให้เขาสื่อสารกับปาร์คจินยองไม่รู้เรื่อง

            ไม่เป็นไรหรอกครับ

            “หรือว่า…” ทว่า แจบอมหรี่ตาลงอย่างจับผิดเมื่อเขาลองคาดเดาสิ่งที่คิดว่าปาร์คจินยองน่าจะพูดไปเมื่อครู่นี้ขึ้นมาในหัว ที่คุณจะบอกผมน่ะ…”

            “…”

 

            คุณจะบอกว่า จริงๆแล้วคุณก็ชอบดูพลุเหมือนกัน ใชไหม ?

 

            แจบอมถามอีกฝ่ายออกไปในสิ่งที่เขาค่อนข้างมั่นใจว่ามันน่าจะถูกต้อง ถ้าจำไม่ผิด ก่อนหน้านี้เขาเพิ่งคุยเรื่องพลุกับอีกฝ่ายไป พอจับมาเชื่อมโยงดูแล้ว คิดว่าอย่างไรเสียก็คงไม่พ้นเรื่องนี้อย่างแน่นอน

           

            ก็ประมาณนั้นแหละครับนักศึกษาหนุ่มตอบด้วยท่าทีนิ่งเฉยแล้วขึ้นซ้อนท้ายจักรยานในขณะที่แจบอมกำลังเตะขาตั้งจักรยานขึ้นกลับกันเถอะครับ ทุกคนคงหิวกันแย่แล้วล่ะ

            “ฮื่อ ขอโทษที่ทำให้คุณเสียเวลานะแจบอมบอกด้วยความรู้สึกผิดเล็กน้อยที่เขาชวนเพื่อนบ้านแวะดูพลุโดยลืมไปเสียสนิทว่ายังมีอีกหลายคนที่รอมื้อเย็นจากพวกเขาอยู่

 

            น่าแปลกที่หลังจากออกเดินทางอีกครั้ง ทุกอย่างระหว่างพวกเขากลับมีแต่ความเงียบ ไม่มีใครยอมเปิดปากพูดอะไรแม้แต่คนเดียวเหมือนกับก่อนหน้านี้

 

            นี่ คุณไม่ได้โกรธอะไรผมใช่ไหม ?บรรยากาศในตอนนี้ทำให้แจบอมรู้สึกอึดอัดใจจนยอมทำลายกำแพงความเงียบลงก่อน

            บางทีคุณก็คิดมากเกินไปนะ ผมจะโกรธคุณทำไมล่ะ ?

            “นึกว่าโกรธเรื่องที่ผมไม่ได้ยินที่คุณพูดน่ะ

            “ช่วยไม่ได้นี่ครับ พลุมันถูกจุดตอนนั้นพอดี ไม่ใช่ความผิดของคุณหรอกอีกฝ่ายว่า แถมที่ผมพูดก็เป็นแค่เรื่องที่ชอบพลุเฉยๆ ไม่ใช่เรื่องใหญ่หรอกครับ

            “งั้นคุณหาที่ยึดตัวเองไว้ดีๆนะพอได้ยินแบบนั้นแล้ว แจบอมจึงเอ่ยปากบอกคนที่ซ้อนท้ายตัวเองอยู่ให้ระมัดระวังในสิ่งที่เขาคิดจะทำต่อไป ผมต้องเร่งฝีเท้าหน่อยแล้วล่ะ ไม่งั้นกว่าจะถึงคงดึกแน่

            “เดี๋ยวสิคุณแจบอม !!!”

 

            เพราะเห็นว่าถนนในเวลานี้ไม่มีรถผ่านมาแม้แต่คันเดียว บวกกับที่เสียเวลาไปพอสมควร แจบอมจึงเร่งฝีเท้าปั่นจักรยานให้ไวขึ้นกว่าเดิมเพื่อลดระยะเวลาในการเดินทาง ทว่า การใช้ความเร็วของเขาคงจะทำให้อีกฝ่ายตกใจอยู่ไม่น้อย เมื่อแจบอมสัมผัสได้ถึงแรงดึงบริเวณเสื้อของตัวเองจากคนด้านหลังด้วยมือทั้งสองข้าง

 

            คุณแจบอม หยุดเดี๋ยวนี้นะ !!!”

           

            วิญญาณนักซิ่งจักรยานของแจบอมทำให้ร่างสูงเลือกที่จะปล่อยให้เสียงก่นด่าของคนที่ตัวเองพ่วงท้ายอยู่ผ่านไปกับสายลม ใช้เวลาเกือบสิบนาที จักรยานที่เป็นพาหนะสำหรับการเดินทางในวันนี้ก็มาหยุดอยู่หน้าคลินิกที่พวกเขาทำงานมาตลอดทั้งวัน

 

            ถึงสักที…” แจบอมหอบเล็กน้อยหลังเข็นจักรยานไปจอดเข้าที่โดยไม่ลืมล็อคโซ่ให้เหมือนเดิมด้วย

            ให้ตายเถอะ คราวหน้าต่อให้จ่ายค่าจ้างผมก็จะไม่ซ้อนท้ายคุณอีกแล้ว !” ส่วนตุ๊กตาท้ายรถของเขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนก็คว้าถุงอาหารทั้งหมดออกจากตะกร้าแล้วเดินดุ่มๆนำหน้าเข้าคลินิกไป

            “ผมว่าหลังจากนี้ไปก็คงไม่มีใครได้ซ้อนท้ายผมแล้วเหมือนกันแจบอมที่เดินตามหลังเข้าไปพูดขึ้นมา นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาได้ปั่นจักรยานโดยมีคนซ้อนก็ได้ ปกติแล้วเขาขี่จักรยานเสียเมื่อไหร่ล่ะ ?

 

            ถุงเสบียงมื้อเย็นถูกชายหนุ่มสองคนช่วยกันถือขึ้นมาบนชั้นสองของคลินิกที่ยังมีแสงไฟภายในห้องเปิดอยู่ รวมถึงเสียงชัตเตอร์กล้องที่ทำให้แจบอมเบิกตาอ้าปากทันทีเมื่อเขานึกอะไรขึ้นมาได้อีกหนึ่งอย่าง ก่อนจะวิ่งพรวดเข้าไปในห้องที่ถูกจัดเป็นสตูดิโอชั่วคราวทันที

 

            กูขอยืมตัวลูกมึงมาเป็นนายแบบทีสิ ถ่ายให้ฟรีไม่มีค่าบริการ เดี๋ยวจะอัดรูปใส่กรอบส่งให้ด้วย

 

          เวรแล้วไง ! ทั้งไอ้เจฮยอง ไอ้วอนพิล ไอ้ซูโฮ แถมเพื่อนที่เป็นช่างแต่งหน้าก็อยู่ด้วย บันเทิงแล้วไหมล่ะ !?!

 

            และความกลัวของแจบอมก็ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างเสียเปล่า ทันทีที่เขาเลื่อนประตูห้อง ก็พบภาพชวนตกตะลึงอย่างที่ตัวเองนึกกลัวอยู่จริงๆ

            ภาพที่ปรากฏตรงหน้าของคุณพ่อลูกห้าก็คือ มนุษย์ก้อนกลมทั้งห้าชีวิตที่เพิ่งแต่งตัวเต็มยศไปเมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตอนนี้ถูกจับแปลงโฉมเป็นก้อนลูกเป็ดตะลุยชายหาด กางเกงชายหาดสีสันสดใสบนตัวของเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกกับท่อนบนที่ไม่ได้ใส่เสื้อ อีกทั้งทรงผมของเจ้าตัวเล็กทั้งหลายที่ถูกมัดขึ้นเป็นจุกคล้ายๆกับทรงแอปเปิ้ลที่เขาเคยทำให้ รวมถึงดอกไม้ที่ทัดหูพวกเด็กๆกับพร็อพนานาชนิดทั้งห่วงยาง สน็อคเกิล ตีนเป็ด ชุดสร้างปราสาททราย และสารพัดของเล่นที่เกี่ยวชายหาดที่ไม่รู้ว่าไปสรรหากันมาจากไหนทำให้แจบอมได้แต่ยืนผงะอยู่หน้าประตูห้อง

 

            แด๊ดดี้มาแล้ว แด๊ดดี้ ~ส่วนเหยื่อตัวน้อยของเหล่าผู้ใหญ่ใจบาปที่สนุกสนานกับการจับเด็กๆมาแต่งตัวถ่ายรูปก็กระโดดหย็องๆเรียกหาแจบอมทันทีที่เห็นว่าเขาอยู่ในระยะสายตา

            “พวกมึงทำอะไรกับลูกกูกันเนี่ย !?!”

 

            แจบอมตะโกนถามเพื่อนทุกคนที่อยู่ในห้องนี้ด้วยอาการตกใจสุดขีด ทั้งไอ้เพื่อนสนิทตัวดีอย่างเจฮยองกับวอนพิลที่ใส่เสื้อลายดอกถือปีนฉีดน้ำอยู่กับพวกเด็กๆ เจ๊เพื่อนสาวช่างแต่งหน้าที่ใส่ชุดกระโปรงยาวสลวยห่มทับด้วยผ้าคลุมไหล่สีสวย รวมถึงเพื่อนผู้หญิงช่างแต่งหน้าอีกคนที่ยืนหัวเราะร่วนอยู่กับซูโฮซึ่งกดถ่ายภาพอย่างสนุกสนาน ส่วนไอรีนกับพี่หมอโบกอมที่เปลี่ยนเป็นชุดธรรมดาแล้วก็นั่งมองเหตุการณ์ในห้องด้วยเช่นกัน

 

            ฮัลโหลอะมิโก้นี่เขากำลังฝันว่าตัวเองไปเที่ยวฮาวายอยู่ใช่ไหมมนุษย์ ?

 

            แหม ~ แค่ออกไปซื้อข้าวที่ตลาด ถ้าจะนานขนาดนี้ ทำไมไม่กลับมาพรุ่งนี้เช้าเลยล่ะ !” ส่วนประโยคเหน็บแหนมอันนี้แน่นอนว่าออกมาจากปากของไอ้เพื่อนชั่วนัมเบอร์วันของเขาอย่างเจฮยองไงล่ะ

            มึงพูดผิดแล้วเจฮยอง เขาไม่ได้ไปซื้อข้าว เขาแค่ทิ้งลูกไปเดทเฉยๆโว้ย !” และประโยคนี้ก็เป็นของไอ้เพื่อนช่างภาพอย่างซูโฮที่หันไปร่วมทีมกับเจฮยองและวอนพิลได้ดีอย่างเหลือเชื่อ

            ฮิ้ววววววววววววววววว ~ก่อนที่ทุกคนในสตูดิโอจะพร้อมใจส่งเสียงโห่เฮออกมาหลังจากที่สองคนนั้นพูดจบ ซึ่งดูยังไงๆเขาก็รู้ว่าพวกมันเตี๊ยมกันไว้แล้วแน่นอน

           

            เลวกันแบบนี้ควรเลิกคบให้หมดทุกตัว !

 

            “แด๊ดดี้ ดูซี่ๆ เมื่อกี๊พี่สาวคนนู้นทำผมทรงแอปเปิ้ลเหมือนที่แด๊ดดี้ทำให้พวกเราเลยน้า จ๊าบไหม ?เจ้าก้อนลูกหมีในชุดชายหาดกับตีนเป็ดสวมเท้าค่อยๆเดินเข้ามาหาเขาก่อนจะอวดทรงผมจุกอย่างชอบใจ

            แล้วลุงหมอโบ้ก็ให้ม้ากคึเล่นเป็นพระราชาใต้ทะเลด้วยน้าแด๊ดดี้ ดูคฑาวิเศษซี่ !” เจ้าก้อนผมแดงเดินมาอวดไม้คฑายัดนุ่นนุ่มนิ่มแล้วกระโดดไปรอบๆตัวแจบอมอย่างสนุกสนาน

            ส่วนยองแจนก็เป็นนักดำน้ำที่เก่งที่สุดในโลกไงล่า ~ บุ๋งๆๆๆ !” เด็กน้อยแก้มอวบลงไปนอนทำท่าว่ายน้ำบนพื้นโดยสวมสน็อคเกิลเพื่อความสมจริงอีกด้วย

            แบมแบมเล่นเป็นตำรวจใต้ทะเลกับอาเจย์ ดูซี่ แบมแบมมีปืนด้วยนะแด๊ดดี้ !” ซึ่งปืนที่เจ้าก้อนผมปอยชมพูว่าก็คือปืนฉีดน้ำแบบเดียวกับที่เจฮยองและวอนพิลถืออยู่นั่นเอง

            แล้วแจ็คสันก็เป็นโจรสลัดที่จะต่อสู้กับอาเจย์ พิลลี่ แล้วก็แบมแบมยังไงล่าแด๊ดดี้ !” เด็กน้อยผมทองวิ่งสะบัดผ้าคลุมหลังที่ดูทรงแล้วน่าจะเป็นผ้าคลุมไหล่ของเพื่อนสาวเทียมที่กำลังยืนจิกกล้องโพสท่านางแบบอยู่กับซูโฮ ก่อนจะหันไปทำท่าต่อสู้กับเป้าหมายของตัวเองต่อ

 

            แจบอมขา ~ ตอนนี้เป็นเวลาของเราสองคนแล้วค่ะ มาถ่ายพรีเวดดิ้งกับเจ๊เร็ว ! ’

 

            ด้วยสภาวะรอบข้างที่ทำให้แจบอมรู้สึกช็อกจนไม่อยากรับรู้อะไรสักนิดเดียว เจ๊เพื่อนสาวคนสวยอย่างจงฮยอนที่เพิ่งเสร็จสิ้นการถ่ายแคมเปญชุดชายหาดก็รีบวิ่งเข้ามาควงแขนแจบอมแล้วโพสท่าเป็นเจ้าสาวท่ามกลางเสียงหัวเราะในสตูดิโอโดยที่แจบอมได้แต่ยืนสติปลิวอยู่หน้ากล้องอย่างหมดเรี่ยวแรง

 

            ถ้าเกิดเป็นอิมแจบอมแล้วชีวิตจะลำบากแสนสาหัสขนาดนี้ ขอลาออกตอนนี้ทันไหม !?!

 

            “ทุกคน ขอโทษที่ให้รอนานนะครับ มากินมื้อเย็นกันเถอะ และคนที่แจบอมอยากจะคลานเข่าเข้าไปกราบที่ช่วยชีวิตตัวเองเป็นครั้งที่สองของวันก็คือเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่เพิ่งจะตีกับเขาไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนซึ่งหายตัวไปหยิบจานชามในครัวอยู่พักหนึ่ง แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงยืนเป็นเสาหินให้เจ๊เพื่อนสาวโพสท่าถ่ายภาพไปเรื่อยๆอยู่ดี โดยที่เขาแอบเห็นว่าปาร์คจินยองกำลังยืนกลั้นขำตอนมองเขาอีกด้วย

 

            กว่าแจบอมจะหมดเวรหมดกรรมจริงๆก็เมื่อซูโฮสั่งเก็บกล้องและเก็บอุปกรณ์ถ่ายภาพทั้งหมด แจบอมจึงรีบหิ้วเจ้าก้อนมนุษย์ตัวแสบทั้งหลายไปเปลี่ยนเป็นชุดเดิมทันที แต่ก็ไม่สามารถทำให้เจ้าตัวเล็กยอมแกะผมทรงแอปเปิ้ลได้ เลยต้องปล่อยให้พวกเด็กๆอยู่ในสภาพนั้นไป แล้วกลับมาช่วยเพื่อนทุกคนเก็บห้องให้อยู่ในสภาพเดิมเพื่อใช้เป็นสถานที่กินข้าวเย็นต่อ โดยฝากเด็กๆให้พี่หมอโบกอมกับไอรีนช่วยดูแลไปพลางๆ

 

            นี่ ใจคอจะไม่ถามถึงเพื่อนรักของมึงหน่อยเหรอ ?วอนพิลถามขึ้นขณะที่เดินลงมาเก็บอุปกรณ์ใส่รถยนต์ของซูโฮหน้าคลินิกด้วยกัน

            งั้นถามให้หมาตอบก็ได้ มันไปไหนล่ะ ?แจบอมกลอกตาอย่างเหนื่อยใจแล้วถามแบบขอไปที อย่างไรเสียเขาก็ไม่ได้อยากรู้อยู่แล้ว

            “กลับไปตั้งแต่ถ่ายรูปเสร็จแล้ววอนพิลว่า เอาจริงๆกูก็สงสารมันนะ เหมือนอยู่ตัวคนเดียว จะเข้าใกล้ใครก็ไม่ได้เพราะคนอื่นก็ไปเล่นกับเด็กๆหมด

            “ทำตัวเองทั้งนั้น…” แจบอมยักไหล่แล้วเดินนำหน้าวอนพิลออกมาเล็กน้อย เรื่องของกูกับมัน กูจบไปตั้งนานแล้ว ถ้าจะให้กูทำงานกับมันจริงๆก็ไม่ใช่ว่าจะทำไม่ได้ แต่ถ้าเลือกได้ก็ขอไม่ยุ่งด้วยจะดีกว่า

            “…”

           

            แต่เรื่องที่มันเกิดขึ้นวันนี้ ทุกอย่างเป็นเพราะตัวมันเองทั้งนั้น กูไม่เคยปลูกฝังหรือพูดยุให้เด็กๆเกลียดมัน ต่อให้กูไม่ยุ่งกับมัน แต่ถ้ามันเข้ากันได้ดีกับเด็กๆตั้งแต่แรก กูก็ไม่บังคับให้ลูกกูเลิกยุ่งกับมันหรอก

 

            แจบอมพูดสิ่งที่อัดอั้นในใจออกไปจนหมด วอนพิลจึงไม่ชวนคุยเรื่องนี้อีกเลย ชายหนุ่มทั้งสองคนกลับขึ้นมาบนชั้นสองอีกครั้งเพื่อกินมื้อเย็นร่วมกับทุกคนตามที่ผู้ว่าจ้างของวันนี้เรียกร้องมา

 

            แด๊ดดี้ ~ พวกเราอยู่นี่ ~แขนกลมอวบของเด็กน้อยทั้งห้าคนที่โบกมือเรียกแจบอมจากมุมในสุดของห้อง มากินข้าวกันน้าแด๊ดดี้และแบมแบมก็วิ่งเข้ามาลากแจบอมให้เข้าไปร่วมวงกินข้าวซึ่งพวกเด็กๆนั่งแยกกลุ่มอยู่บนพื้นตามลำพัง ส่วนเพื่อนคนอื่นนั่งรวมกันบนโต๊ะที่อยู่หลังห้อง

            อ้าว แจบอม ทำไมไม่พาเด็กๆไปกินข้าวบนโต๊ะล่ะ ?คุณพ่อหนุ่มโสดจึงถูกว่าที่เจ้าสาวผู้ว่าจ้างของวันนี้เอ็ดไปตามระเบียบที่นั่งกินข้าวแยกอยู่บนพื้น

            “ไม่เป็นไร กินที่พื้นดีกว่า ดูแลง่ายกว่ากันเยอะถึงตัวเองจะไม่ได้เป็นคนเลือกสถานที่ เพราะตอนเข้าห้องมาก็เห็นพวกเด็กๆล้มลุกคลุกคลานกันอยู่บนพื้นห้องแล้ว แต่เขาคิดว่าการดูแลเด็กๆตอนกินข้าวบนพื้นคงสะดวกกว่านั่งบนโต๊ะ

            “แด๊ดดี้หม่ำหม่ำซี่ ม้ากคึจะป้อนไก่ทอดแด๊ดดี้เอง อ้า ~ มืออวบของมาร์คจ่อไก่ทอดมาตรงหน้าของแจบอมอย่างออดอ้อน

            ฉันกินข้าวมาแล้ว พวกนายกินกันไปเลยแจบอมตอบในขณะที่กำลังเลาะไก่ให้แบมแบมที่อ้าปากรออาหารแสนอร่อยอยู่

            ยองแจนอยากหม่ำหม่ำไก่ทอดด้วย แด๊ดดี้ป้อนยองแจนด้วยน้า

            “คยอม ช่วยกินข้าวหน่อยซี่ แจ็คสันกินไม่หมดอ่ะแม้จะเป็นเสียงกระซิบของเจ้าก้อนวายร้ายที่ป้องปากบริเวณใบหูของเจ้าลูกหมี ก็ใช่ว่าแจบอมจะไม่ได้ยินเสียเมื่อไหร่ แถมพอพูดจบเจ้าตัวก็ตักข้าวของตัวเองใส่จานของยูคยอมทันทีด้วย

            “แจ็คสันตักข้าวให้เยอะแบบนี้คยอมกินไม่ไหวหรอกน้า

            “งั้นแจ็คสันจะช่วยกินไก่ทอดให้เองแล้วเจ้าตัวแสบก็ยังคงรักษามาตรฐานของความเป็นวายร้ายได้ดีเสมอ มือกลมอวบเอื้อมไปฉกไก่ทอดที่แจบอมเพิ่งแกะให้ยูคยอมทำให้เจ้าของจานเหวอไปไม่น้อย

            อ๋า ! แจ็คสันอย่าขี้โกงซี่ อย่าแย่งไก่ทอดของคยอมนะ

            “ก็คยอมบอกว่ากินไม่ไหวนี่นา บู่ว ~

            แจ็คสันนิสัยไม่ดี เอาไก่ทอดของคยอมคืนมาน้า ไม่งั้นคยอมจะโป้งแจ็คสันจริงๆด้วย !”

            “พี่จีนยอง ~ ทำไมพี่จีนยองอยู่ตรงนี้คนเดียวล่ะฮะ มานั่งกับพวกเราซี่มาร์คที่แจบอมไม่รู้ว่าหายวับออกไปจากกลุ่มตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้ตัวอีกทีเจ้าก้อนผมแดงก็ไปโผล่ที่เก้าอี้บริเวณหลังห้องที่มีนักศึกษาหนุ่มนั่งเล่นโทรศัพท์อยู่คนเดียวเสียแล้ว มาอยู่กับพวกเราน้า ม้ากคึไม่อยากให้พี่จีนยองเหงา

            “ขอบใจนะมาร์คชายหนุ่มลูบเรือนผมสีแดงหนึ่งทีอย่างเอ็นดูในความน่ารักของเจ้าตัวเล็ก แล้วยอมให้มาร์คจูงมือเข้ามานั่งรวมกลุ่มกินข้าวที่พื้นด้วยกัน รบกวนด้วยนะครับก่อนจะเอ่ยปากเป็นเชิงขออนุญาตร่วมวงกับคุณพ่อลูกห้าที่กำลังรบกับเหล่าลูกลิงอยู่

            “พี่จีนยอง มาหม่ำหม่ำข้าวกันเถอะน้า ยองแจนจะป้อนพี่จีนยองเอง อ้า ~

            “พี่กินมาแล้วล่ะ เดี๋ยวพี่ป้อนยองแจแทนดีกว่าไหม ?

           

            อุ๊ย ! เหมือนนั่งดูครอบครัวไปปิกนิกกันเลยเนอะวอนพิล

            ‘ เอกูจำได้ว่าพวกเรามาดูเพื่อนถ่ายพรีเวดดิ้งนะ สงสัยพวกเราจะมาผิดบ้านว่ะไอ้แว่น ไม่รู้ว่าทำไมเจอแต่ครอบครัวนั่งกินข้าวกัน

            ‘ ไอรีนป้อนข้าวพี่โบกอมนี่กูไม่แปลกใจหรอกเพราะเขาจะแต่งงานกันแล้ว แต่ใครบางคนแถวๆนี้จะทำอะไรก็เกรงใจรูปพรีเวดดิ้งในกล้องกูด้วย… ’

            ‘ โอ๋ๆ วอนพิล ซูโฮ จงฮยอน ซึลกิ พวกมึงไม่ต้องร้องไห้นะ คนมีคู่เขาก็ต้องดูแลกันไป ใครไม่มีคู่แบบพวกเราก็ต้องดูแลตัวเองนะจ๊ะ

            ‘ ฮิ้วววววววววววววววว ~

 

          รู้สึกเหมือนเห็นคำว่า เลวลอยอยู่เต็มห้อง

           

            เสียงกระแนะกระแหนจากบรรดาเพื่อนฝูง ตามมาด้วยเสียงโห่เฮทำให้แจบอมหันไปจิกตาใส่กลุ่มเพื่อนที่นั่งทำหน้าล้อเลียนตัวเองอยู่บนโต๊ะอย่างสนุกสนาน เหยื่อผู้ถูกรุมกลั่นแกล้งกวาดสายตามองจนแน่ใจแล้วว่าก้อนมนุษย์ตัวแสบกำลังให้ความสนใจกับเพื่อนบ้านที่เพิ่งเข้ามานั่งด้วยกันทุกคน นิ้วกลางจึงถูกส่งไปให้ทุกคนแทนคำด่าทุกอย่างที่อยากจะพูดออกไป

 

            คนไม่โสดไม่มีสิทธิ์พาลโว้ย !” บางครั้งเพื่อนสนิทที่สุดก็อาจเป็นศัตรูที่น่ากลัวที่สุดเช่นกัน เขาชักจะเห็นด้วยกับคำนี้เสียแล้วล่ะ

            จะชงอะไรกันนักหนาวะถามจริง เป็นบาริสต้ากลับชาติมาเกิดกันไง้ !?!” แจบอมเขม่นกลับไปอย่างนึกโมโหที่พวกเพื่อนๆของตัวเองไม่ยอมสงบปากสงบคำกันเสียที ก่อนจะเหลือบมองเพื่อนบ้านที่นั่งก้มหน้าอยู่ไม่ไกลกันนัก แล้วจัดไปอีกหนึ่งประโยคเพื่อให้เพื่อนของตัวเองยุติทุกอย่างลงเสียที

 

            จะเล่นอะไรก็เพลาๆกันบ้างเถอะพวกมึง ไม่เกรงใจกูกูไม่ว่า แต่มึงเกรงใจน้องเขาด้วย

 

            .

            .

            .

 

            “อาเจย์ พิลลี่ อาซูโฮ วันหลังมาเล่นกับพวกเราอีกน้า ~ร่างกลมก้อนทั้งห้าโค้งอำลาผู้ใหญ่ทุกคนที่ทำงานร่วมกันในวันนี้ ลุงหมอโบ้ พี่สาวทุกคน บ๊ายบายน้า ~

            “โชคดีนะเด็กๆ ไว้วันหลังมาเล่นกับพวกอาอีกนะเจฮยองกับวอนพิลไล่ขยี้กลุ่มผมนุ่มของเด็กน้อยทั้งห้าอย่างเอ็นดู ส่วนเพื่อนๆคนอื่นก็ไล่หยิกแก้ม จับไม้จับมือ รวมถึงเจ๊ช่างแต่งหน้าที่มาเหนือกว่าทุกคนด้วยการไล่หอมแก้มเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกที่ยืนหัวเราะกันคิกคักอย่างชอบใจ

            วันหลังมาเล่นด้วยกันอีกนะจ๊ะ สุดหล่อทั้งห้าของเจ๊

            “กูไปนะ บายแจบอมโบกมือลาเพื่อนๆที่ต่างคนต่างแยกย้ายไปขึ้นรถของตัวเองอีกครั้ง

            ถึงบ้านแล้วก็ไลน์เข้าแชทกลุ่มกันด้วยนะ จะได้ไม่ต้องเป็นห่วงไอรีนกำชับเพื่อนทุกคนที่เตรียมเดินทางกลับบ้านในเวลาเกือบสี่ทุ่มอีกครั้งหนึ่ง

            พี่จีนยอง พวกเราไปก่อนน้า วันหลังมาเล่นด้วยกันอีกน้าส่วนเจ้าก้อนลูกเป็ดทั้งหลายก็หันไปบอกลาเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่บอกว่าจะนอนค้างที่คลินิกคืนนี้

            บ๊ายบาย โชคดีนะเด็กๆ ฝันดีกันทุกคนเลยนะชายหนุ่มก้มตัวลงไปบอกลาเด็กน้อยตัวเล็กที่ยืนโบกมือบ๊ายบายให้ตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเพื่อนบ้านชั้นสี่ของตัวเอง โชคดีนะครับคุณแจบอม

            “ฮื่อ โชคดีเหมือนกันนะคุณ

            คุณแจบอม…” แจบอมที่จูงมือพวกเด็กๆเดินเดินกลับไปยังรถของตัวเองหันกลับมาเมื่อได้ยินชื่อเรียกของตัวเองจากด้านหลัง จึงเลิกคิ้วเป็นเชิงให้อีกฝ่ายพูดต่อ ถ้ายังไง…”

            “…”

            “ถึงคอนโดแล้วรบกวนไลน์บอกผมทีได้ไหมครับ ผมจะได้ไม่ต้องกังวลน่ะ

            อืมก็ได้ ไว้ถ้าถึงเมื่อไหร่ผมจะบอกก็แล้วกันแจบอมพยักหน้าเบาๆ ผมไปล่ะ ฝันดีนะคุณ

            “ครับ ฝันดีครับ

 

            นี่ๆ วอนพิล ถึงบ้านแล้วไลน์บอกเราด้วยนะรู้เปล่า ?

            ‘ ก็ได้ ไว้ถ้าถึงเมื่อไหร่เราจะไลน์บอกเจย์ก็แล้วกัน

            ‘ เราไปก่อนนะะ ฝันดีนะเจฮยอง วอนพิล

            ‘ ฝันดีนะซูโฮ ~

 

            แจบอมตวัดตามองกลุ่มมนุษย์ผีทั้งสามชีวิตที่ยืนส่งเสียงล้อเลียนเขากับเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดไปแรงๆอีกหนึ่งที หากแต่สีหน้าทะลึ่งทะเล้นทำให้แจบอมรู้ว่าอย่างไรเสียพวกมันก็คงไม่สำนึกอะไรกันอยู่แล้ว จะเปิดปากด่าไปก็คงเหนื่อยเปล่าอยู่ดี

            ตั้งแต่ที่เขาบอกประโยคสุดท้ายไปเมื่อตอนกินข้าวเย็นเรื่องที่ขอให้เพลาๆการล้อเลียนลง ไม่ใช่เพราะเขาอารมณ์เสียเรื่องที่ถูกล้อ แต่เพราะเกรงใจคนที่อยู่ด้วยกันมากกว่า ปกติเขาไม่ค่อยใส่ใจเวลาพวกมันล้อเลียนเขามาแต่ไหนแต่ไรแล้ว ทว่า พอเห็นคนที่ถูกล้อด้วยกันเอาแต่นั่งก้มหน้าเงียบเขาก็เลยรู้สึกไม่ดีเพราะเกรงว่าอีกฝ่ายจะไม่ชอบใจจึงขอให้เพื่อนเลิกเล่นอะไรแปลกๆกันเสียที

            แต่ก็ใช่ว่าพวกมันจะให้ความร่วมมือกับเขาเสียเมื่อไหร่ เพราะสุดท้ายแล้ว ต่อให้ไม่เอ่ยปากล้อตรงๆ สีหน้ากับแววตาล้อเลียนก็ยังถูกส่งมาหยอกเย้าให้แจบอมรู้สึกคันมือคันเท้าจนถึงตอนนี้อยู่ดี

 

            ใครบอกว่าเกิดมาหน้าดุแล้วเพื่อนจะไม่กล้าแกล้ง !?!

 

            ท้องถนนในยามสี่ทุ่มครึ่งเริ่มมีรถแล่นมาให้เห็นประปรายหลังเข้ามาถึงในตัวเมือง เสียงหายใจแผ่วเบาของเด็กน้อยทั้งห้าคนที่นอนสลบเหมือดกันด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากตะลุยนอกสถานที่มาตลอดวันทำให้ภายในรถปราศจากเสียงพูดคุยจนคนขับรู้สึกอ้างว้างอยู่ไม่น้อย

            ศีรษะกลมมนฟุบลงกับพวงมาลัยด้วยความเบื่อหน่ายเมื่อต้องหยุดรถรอสัญญาณไฟจราจรอีกเกือบสองนาที ก่อนจะเปลี่ยนท่าเป็นยืดตัวขึ้นมานอนพิงกับเบาะแล้วถอนหายใจแทน พลางใช้เวลาว่างที่ต้องนั่งรอสัญญาไฟอยู่เฉยๆนึกถึงความสบายเมื่อขี่จักรยานอยู่นอกตัวเมืองซึ่งแตกต่างกับตอนนี้โดยสิ้นเชิง ไม่มีรถราคันอื่นขับมากวนประสาทให้แจบอมต้องบีบแตรใส่อยู่บ่อยๆ ไม่มีไฟจราจรที่ทำให้เขาต้องนั่งรอจนเซ็ง ทั้งยังได้สัมผัสกับบรรยากาศดีๆโดยไม่ต้องรีบร้อนอีกด้วย และถึงแจบอมจะตอบไม่ได้ว่าทำไมถึงคิดแบบนั้นทั้งที่ตัวเองเป็นคนรักสบายอยู่ไม่น้อย

 

            แต่เขาก็รู้สึกว่าตัวเองเริ่มชอบการขี่จักรยานมากกว่าเดิมแล้วล่ะ

 

…to be continued…

(มีใครบางคนรอเจอคุณอยู่นะ)

 

 

[ Special side by Park Jinyoung ]

 

            จินยอง บ่ายนี้ว่างไหม พี่วานมาช่วยงานที่คลินิกทีสิ เดี๋ยวให้ค่าขนม

 

            ข้อความโทรศัพท์จากลูกพี่ลูกน้องถูกส่งมาหาผมราวๆแปดโมงเช้า ชื่อผู้ส่งที่ปรากฏว่า ไอ้พี่หมอ หรือชื่อจริงก็คือ พี่โบกอม พี่ชายที่ถึงจะบอกว่าเป็นญาติห่างๆก็จริง แต่กลับกลายเป็นคนที่ติดต่อกับผมบ่อยที่สุด ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องส่วนตัว ก็เป็นพี่ชายคนนี้แหละครับที่ทำให้ผมเอาชีวิตรอดอยู่ในโซลมาได้หลายปี

            งานที่ผมถูกพี่ชายวานให้มาช่วยวันนี้ก็คือ การดูแลเพื่อนทุกคนของคุณไอรีนที่ยอมสละเวลามาช่วยถ่ายภาพพรีเวดดิ้งของคู่บ่าวสาวที่กำลังจะจัดงานขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า เพราะรู้ดีว่าตัวเองไม่สามารถไปร่วมงานที่ปูซานได้ จึงยอมตอบตกลงโดยไม่ได้สนใจคำว่าค่าขนมที่เขาเอามาเสนอให้แต่อย่างใด (แต่ถ้าจะให้จริงๆ ผมก็ไม่เกี่ยงหรอกครับ ยิ่งถ้าเป็นสายเปย์แบบพี่หมอล่ะก็ อย่างต่ำก็ได้มาแสนวอนแล้วครับ)

           

            และมันก็น่าตกใจเอาเรื่องเลยล่ะครับที่ได้เจอกับเพื่อนบ้านซึ่งไม่ได้เจอหน้ากันมาหนึ่งสัปดาห์เต็มๆ

 

            ตอนแรกผมรู้แค่ว่าเด็กที่พวกพี่ๆติดต่อไว้ว่าจะให้มาถ่ายภาพวันนี้ขอยกเลิกแบบกะทันหัน แต่ก็ไม่คิดว่าเด็กที่จะมาถ่ายแทนก็คือเด็กๆที่อยู่ห้อง 0418 ก็เลยเจอครบทั้งบ้าน แล้วยังได้เจอกับเพื่อนๆของคุณแจบอมอีกสองคน ซึ่งก็ถือว่าเป็นโชคดีของผมอยู่มากเลยล่ะครับที่ได้เจอกับคนรู้จัก จะได้ไม่อึดอัดใจเวลาทำงานเท่าไหร่

 

            ปิ๊งป่อง ~ อิมแจบอมและเพื่อนบ้านของเขาโปรดทราบ วันนี้เราถ่ายพรีเวดดิ้งแค่คู่เดียวนะจ๊ะ ฉะนั้นรบกวนไปสวีทกันไกลๆ จะสวีทที่ไหนก็ตามสบายแต่ต้องไม่ใช่ที่นี่ จะไปถึงดาวอังคารเลยก็ได้ไม่ว่ากัน แต่อย่าให้คนอื่นเขาต้องริษยาไปมากกว่านี้ เข้าใจ๋ !?! ’

 

            แต่ถึงขั้นเอ่ยปากแซวกันแบบนี้มันก็ออกจะเป็นกันเองเกินไปหน่อยไหมนะ ?

 

            ยอมรับก็ได้ว่าตอนที่เจอเขาที่นี่ ลึกๆแล้วผมก็แอบดีใจครับ เพราะกว่าจะผ่านไปครบหนึ่งสัปดาห์ที่ไม่ได้เจอเขาสักนิดมันก็แย่อยู่เหมือนกัน จะว่าดีก็ดีที่ไม่ต้องเห็นหน้าให้รู้สึกอะไรมากไปกว่านี้ แต่พอไม่เจอเข้าจริงๆมันก็รู้สึกเฉาเหมือนต้นไม้ที่ไม่โดนแสงแดดนั่นล่ะครับ

 

          แต่หากรู้ว่าถ้าเจอกันแล้วมันจะทำให้ผมเริ่มถลำลึกเข้าไปขึ้นเรื่อยๆแบบนี้ การไม่ได้เจอกันมันอาจจะเป็นเรื่องที่ดีกับตัวผมเองมากกว่าก็ได้

 

            ผมไม่ชอบการกระทำหลายๆอย่างของเขา ทั้งๆที่มันไม่ใช่ความผิดของเขาสักนิด ถ้าจะผิด ก็คงผิดที่ผมเกือบคิดเข้าข้างตัวเองอยู่หลายครั้งจากสิ่งที่เขาทำหรือคำพูดของเขา เพราะมันทำให้ผมมีความสุขกับช่วงเวลานั้นจนหลงลืมไปเสียสนิทว่ายังมีเส้นกั้นที่จะทำให้ตัวเองปลอดภัย แต่ตัวเองกลับคิดการใหญ่อยากก้าวขาข้ามไปโดยที่ไม่รู้ว่าหนทางข้างหน้ามันจะเป็นอย่างไร

 

            ผมอาจจะไม่ใช่คนที่คุณอยากดูพลุด้วย คงไม่เป็นอะไรใช่ไหม ?

            ‘ ผมแค่กลัวคุณผิดหวังที่ต้องมาดูพลุกับผมน่ะ

            ‘ เพราะงั้นคุณจะจินตนาการว่ากำลังดูพลุกับคนที่ตัวเองชอบก็ได้นะ ผมไม่ว่าอะไรคุณหรอก

 

            น่าแปลกนะครับที่ผมกลับยิ้มหรือหัวเราะไม่ออกกับคำพูดของเขา กลับกลายเป็นว่า ผมนึกภาพไม่ออกเลยสักนิดว่า ถ้าเขารู้เรื่องตัวเองเป็นคนที่ผมอยากดูพลุด้วยทั้งที่จริงๆแล้วผมกลัวเสียงพลุเพราะเสียงมันเหมือนกับระเบิด จะกลายเป็นเขาเองหรือเปล่าที่ผิดหวังเพราะต้องมาดูพลุกับคนอย่างผม

 

            ไม่จำเป็นหรอกครับ

            ‘ คุณแจบอมก็คือคุณแจบอม ผมจะไปจินตนาการว่าเป็นคนอื่นทำไมล่ะ

 

            และเพราะรู้ดีว่าต่อให้พูดถึงขนาดนั้น เจ้าตัวก็คงจะไม่เอะใจอะไรอยู่แล้ว ซึ่งมันก็เป็นเรื่องดีที่ทำให้ผมยังอยู่ในโซนที่ปลอดภัย

 

            “จริงๆแล้วผมน่ะ…” แต่กลับกลายเป็นตัวผมเองอยากจะเสี่ยงต่อไป

            “…”

            “ผม…” และไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นต่อจากนี้

            “…”

            “คือผมน่ะ…” ผมก็จะยอมรับผลทุกอย่างในสิ่งที่ตัวเองทำลงไป

            “…”

           

          ผมชอบคุณนะ

 

            ตู้ม !!

 

            ความรู้สึกหูอื้อกับหัวที่ว่างเปล่าทำให้ผมไม่ได้สนใจเสียงพลุที่ตัวเองไม่ชอบสักนิดเดียว ผมรู้แค่ว่าตรงหน้าของผมคือคนที่ผมเพิ่งพูดในสิ่งที่ตัวเองพยายามรวบรวมความกล้าด้วยอารมณ์ชั่ววูบที่เกิดขึ้น

 

            และผมก็เผื่อใจไว้แล้วว่า หลังจากนี้ไป ทุกอย่างมันคงไม่เหมือนเดิม

 

            เมื่อกี๊นี้คุณบอกว่าอะไรนะ ?

            ‘ ขอโทษทีนะคุณ ผมพยายามตั้งใจฟังแล้ว แต่เสียงพลุมันดังจนกลบเสียงคุณไปหมดเลย

 

            แต่คุณแจบอมก็คือคุณแจบอมนั่นแหละครับ หรือเป็นเพราะตัวเองไม่มีดวงด้านนี้ก็ไม่รู้เหมือนกัน สิ่งที่ผมพูดไปก็เลยถูกเสียงพลุกลบจนหมด ทว่า จู่ๆเขาก็หันมามองหน้าผมอีกครั้งกับแววตาที่ไม่ได้เหมือนกับตอนแรกจนผมเริ่มใจไม่ดีขึ้นมาเสียอย่างนั้น

 

            หรือว่า…”

            “…” บางที เขาอาจจะรู้แล้วว่าเมื่อครู่นี้ผมพูดอะไรไป

            “ที่คุณจะบอกผมน่ะ…”

            “…” และแววตาของเขาตอนนี้มันทำให้ผมกลัวเหลือเกิน

 

            ผมแค่กลัวว่าทุกอย่างมันจะไม่เหมือนเดิม

 

           

            คุณจะบอกว่า จริงๆแล้วคุณก็ชอบดูพลุเหมือนกัน ใชไหม ?

 

           

            จุดจุดจุด

           

            เคยรู้สึกเหมือนโดนของแข็งทุบหัวไหมครับ ความรู้สึกของผมตอนได้ยินประโยคที่เขาพูดล่าสุดก็เป็นแบบนั้นแหละครับ สารพัดคำด่าที่ผมอยากจะมอบให้เขามันพุ่งขึ้นมาเต็มหัวจนเลือกไม่ถูกเชียวล่ะ

 

            ซื่อบื้อ โง่ ซื่อบื้อ โง่ ซื่อบื้อ โง่ !

 

            แต่คงไม่มีคำไหนเหมาะไปกว่าสองคำนี้แล้วล่ะครับ ยิ่งพอมองหน้าตาที่ดูจะมั่นอกมั่นใจว่าตัวเองเดาถูกของเขาแล้ว ผมยิ่งอยากจะเขียนทั้งสองคำนี้ไปแปะบนตัวเขาให้หายโมโหสุดๆเลยครับ

 

            จะนกทั้งที ก็ขอให้มันเข้าท่ากว่านี้ไม่ได้หรือไงนะ ?

 

            จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในตอนนั้นจนถึงตอนนี้ที่เกือบจะเที่ยงคืนแล้ว บอกตามตรงว่าผมยังไม่หายโมโหเลยครับ จะว่าดีใจมันก็ดีใจที่ทุกอย่างระหว่างผมกับเขามันยังเหมือนเดิมดี แต่ก็นึกแค้นใจที่เขาทำให้ผมต้องมากลัวฟรีจนเกือบจะร้องไห้แบบสุดๆเหมือนกัน

 

            ตุ้บ !

 

            “ช่วยฉลาดเรื่องของตัวเองสักทีจะได้ไหมเล่า !” พูดไปก็ทุบตุ๊กตากบบนเตียง (ที่ไม่รู้ว่าไอ้พี่หมอนึกครึ้มอะไรถึงซื้อมาวางไว้ในห้องนอนสำหรับแขก) ให้หายหงุดหงิดไป

 

            Line !

 

            เหมือนจะรู้ตัวว่าตัวเองโดนนินทาเลยล่ะครับ ด่าปุ๊บก็ส่งไลน์มาปั๊บ

 

            Im Jaebum : คุณ ผมถึงคอนโดแล้วนะ

          Im Jaebum : จริงๆผมถึงตั้งแต่ห้าทุ่มแล้ว แต่เพิ่งส่งเด็กๆเข้านอนเสร็จ ผมบอกคุณช้าไปหน่อย คงไม่เป็นอะไรใช่ไหม ?

 

            บอกตามตรงเลยนะครับ ผมไม่คิดว่าเขาจะจำเรื่องนี้ได้ด้วย มันไม่ใช่ความจำเป็นที่เขาจะต้องรายงานให้ผมรับรู้ก็ได้ แต่เขาคงกลัวว่าจะเสียมารยาทกระมัง แล้วก็ใช่ว่าผมจะหายหงุดหงิดเสียเมื่อไหร่ เพราะงั้นก็เลยยอมใช้เหรียญจากการสะสมด้วยฝีมือของโซมีไปซื้อสติกเกอร์เซ็ตหนึ่งเพื่อใช้ตอบข้อความกลับไป

 

            น่าจะเป็นสติกเกอร์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ในตอนนี้แบบสุดๆไปเลยด้วยล่ะครับ

 

            Park Jinyoung (Junior) *สติกเกอร์นกโอเค* (seen)

 

            แล้วก็เป็นสติกเกอร์ที่ผมจะเก็บไว้ใช้กับเขาโดยเฉพาะด้วย คอยดูเถอะ !


…Park Jinyoung’s Part End…


เป็นอีกหนึ่งวันที่น่าจะทอล์คยาว อย่าเพิ่งเบื่อเรากันนะ ; v ;)

แต่เหนือสิ่งอื่นใด แปะข้อมูลก่อน ฮี่ๆ


แฟชั่นประจำวันนี้ของลูกเป็ดค่ะ นึกภาพว่าเป็นกางเกงขาสั้นนะคะ น่ารักเนอะ งื้ดดดดดด


สตูดิโอภูมิปัญญาชาวบ้าน อันนี้ยืมภาพมาจากเน็ตนะคะ
แต่ที่เราเคยไปถ่ายรูป ก็เป็นแบบนี้ค่ะ
ช่วยกันเซ็ตเอง อย่างเหนื่อย 555555555


สงครามเกมเศรษฐีของแด๊ดดี้แอนด์เดอะแก๊ง มาสร้างแลนด์มาร์คกันเถอะ !



อันนี้เป็นชุดสูทแบบที่ม้ากคึกับคยอมใส่นะคะ
(ปล. น้องนายแบบล้อ ~ หล่อ แหะๆ)


อันนี้เป็นแฟชั่นก้อนตะลุยชายหาดช่วงท้ายนะคะ
จาจากับเบ็นเท็นน่าจะเหมาะกันเนอะ คิคิคิ



บวกเพิ่มอีกนิดนะคะ สองช่างแต่งหน้าที่มาแจมวันนี้ค่ะ
โฉมหน้าของ "เชร้จงคนดีของโลกใบนี้ (จงฮยอน)" กับ "seulgi94 (ซึลกิ)"
เพราะไม่ได้มีบทบาทโดยตรง เราเลยขอมาแนะนำตรงนี้แทนนะคะ
ไม่อยากให้หลายๆคนงงจนสับสนค่ะ


เกือบลืมแน่ะ ! อันนี้เรียกว่าสน็อคเกิ้ลนะคะ
ของเล่นที่ยองแจนใช้ว่ายน้ำตอนถ่ายรูปค่ะ 5555555555


วันนี้ยังคงอยู่กับความไร้สาระเหมือนเดิม
เพิ่มเติมคือเปิดโอกาสให้ทุกคนเสนอชื่อพระเอกคนใหม่ค่ะ
ตอนนี้ทุกคนน่าจะพร้อมใจกันถอดตำแหน่งให้คุณอิมเขาไปแล้ว
55555555555555555555555555555555555555

ขอสารภาพอย่างแรกเลยว่า มีซีนนึงในตอนนี้เรามีแรงบันดาลใจมาจากการ์ตูนค่ะ
(แต่ไม่โหดร้ายเท่าในการ์ตูนนะ ในการ์ตูนยิ่งกว่านี้เยอะ)
ชื่อเรื่องว่า
Gekkan Shoujo Nozaki-Kun ค่ะ


(ไม่ต้องตกใจค่ะ ตานี่แหละพระเอกของเรื่อง 55555555555555555)

เป็นเรื่องที่เคยดูเมื่อตอนมอหก แล้วก็ไม่ได้ดูอีกเลย
กลับมาดูอีกทีเมื่อไม่กี่วันก่อน (ตอนนี้จะขึ้นปีสองแล้ว)
เป็นเรื่องที่อยากแนะนำให้หลายๆคนดูมากค่ะ
ลักษณะของพระเอกเรื่องนี้คือผู้ชายแบบที่เราชอบเลย
เมื่อสองปีก่อนเราเคยหวีดพระเอกคนนี้หนักมาก
เป็นพระเอกการ์ตูนรักชายหญิงที่จับต้องได้ค่ะ ไม่เวอร์เลย เรียลมาก
น่าตกใจตรงที่ว่า ตอนเราเขียนแด๊ดดี้เราไม่เคยนึกถึงเรื่องนี้เลย
แต่พอกลับมาดูอีกทีถึงกับหัวเราะลั่นบ้าน
แล้วไปไล่อ่านแด๊ดดี้จนถึง
EP ล่าสุดที่เขียนไว้ซึ่งใกล้จะจบแล้ว
ถึงได้รู้ว่า พระเอกเรื่องนี้กับแด๊ดดี้เหมือนกันมาก เหมือนจนตกใจ
แต่เราดึงคาแรกเตอร์แด๊ดดี้มาจากคนรอบตัวเรานะคะ
ไม่ได้มีพระเอกเรื่องนี้เป็นส่วนเกี่ยวข้องเลย แต่พอมาดูแล้วขำมาก
อะไรจะคล้ายกันเบอร์นั้น แนะนำค่ะ ไปดูกัน
จะได้เห็นด้วยว่าเรายกซีนไหนมาจากเรื่องนี้
5555555555555
(ย้ำนะคะ เราไม่ได้เอามาทั้งหมดน้า แค่หยิบมาจุดเดียวแล้วขยายความเองค่ะ)

สำหรับ EP นี้ แรงบันดาลใจหลักของเรามาจากช่วงที่เรายังคอสเพลย์อยู่ค่ะ
พอดีเราไปเปิดดูรูปเก่าๆในโทรศัพท์แล้วเจอรูปเซ็ตนึงที่ไปเป็นนางแบบให้พี่ที่รู้จักกัน
โดยใช้สถานที่เป็นห้องเช่าเล็กๆแล้วจัดฉากสตูดิโอ เซ็ตไฟเซ็ตกล้องกันเองค่ะ
สนุกสนานบันเทิงใจมาก ตอนแรกๆก็ถ่ายแบบดูดีๆ ไปๆมาๆก็เละค่ะ
5555555555
บวกกับที่กลับไปเอาเอกสารที่มหาวิทยาลัยแล้วเจอคนมาถ่ายพรีเวดดิ้งที่สระน้ำของมอ
ตลกสุดคือเดินดูเขาถ่ายรูปแบบสวีทอยู่ดีๆ มีตัวเงินตัวทองมาเดินอยู่ข้างๆเฉยเลยค่ะ
ทั้งขำทั้งเงิบ ไม่ต้องมารักฉันตอนนี้ก็ได้ไหมแก
5555555555555555555
ก็เลยกลายเป็นธีมหลักของตอนนี้ค่ะ

เคยมีโมเมนท์ หวงเพื่อนกันไหมคะ ?

เรายอมรับค่ะว่าเราเป็นคนนึงที่หวงเพื่อนมาก
ยิ่งถ้าเป็นเพื่อนสนิทด้วยยิ่งหวงค่ะ
โดยเฉพาะถ้าคนที่มายุ่งด้วยเป็นคนที่ตัวเองไม่ชอบเนี่ย
หืมมมม !!!
แล้วไอ้ประเภทที่ตามมายุ่งไม่เลิกนี่ก็มีอยู่จริงนะคะ
มีเพื่อนคนหนึ่งที่เรียนกับเรามาตั้งแต่มอต้น ไม่ค่อยสนิทกัน (ออกแนวไม่ถูกกันด้วย)
นางชอบเข้ามาเกาะติดกับเพื่อนในกลุ่มเราคนหนึ่งค่ะ
คือตอนแรกเราเฉยๆมาก แต่จากที่ตามมากินข้าวด้วยกันกับกลุ่มเรา
กลายเป็นว่าตอนหลังนางดึงเพื่อนเราคนนั้นออกไปจากกลุ่มเฉยเลย
เงิบกันทั้งกลุ่ม เราเลยไม่ค่อยอยากยุ่งด้วยเท่าไหร่
แต่ใครจะคิดว่าพอย้ายมามอปลายนางก็ตามมาด้วย
แล้วก็วนลูปเป๊ะเลยค่ะ รู้สึกแบบ
นาดยาฟดไบดรฟจมำดไ !!!!

แต่เราก็รู้ตัวนะคะว่าสิ่งที่เราคิดและรู้สึกมันไม่ใช่นิสัยที่ดี
ถ้าเป็นไปได้เราก็ไม่อยากเป็นแบบนี้เหมือนกัน โชคดีที่ทุกวันนี้ไม่เจอกันแล้ว
และต่อให้เราอคติใครสักคนก็จริง แต่ขอให้จำไว้หนึ่งอย่างนะคะ

อย่ายัดเยียดความเกลียดชังของตัวเองให้ผู้อื่น

ขอฝากสิ่งที่(น่าจะ)มีสาระไว้เพียงเท่านี้ค่ะ
ก่อนที่ฟิคจะไร้สาระไปมากกว่านี้
555555555555555

ส่วนฉากจักรยาน ก็ยังคงปักหลักอยู่ที่เรื่องของตัวเองเหมือนกันค่ะ
(ตกลงเอ็งเขียนฟิคหรือเขียนไดอารี่ตัวเอง
!?!)
เราเคยคุยกับคนๆหนึ่งที่เขาปั่นจักรยานมาเรียนค่ะ
เขาใช้จักรยานแบบไม่มีเบาะซ้อนท้าย
เราเลยแกล้งแซวเล่นว่า
อยากซ้อนบ้างจัง จะได้ไม่ต้องเดินมาเรียน
เขาเลยบอกว่า
เทอมหน้าเราจะเปลี่ยนจักรยาน เดี๋ยวเลือกแบบมีเบาะซ้อนให้นะ
แต่สุดท้ายก็เลิกคุยกันก่อนจบเทอมค่ะ
พอมาคิดดูแล้วก็ขำๆดีเลยหยิบขึ้นมาใส่ในฟิคนี้แทนค่ะ
ขอบคุณแกมากนะที่ทำให้เรามีเรื่องมาเขียนฟิค โชคดีเด้อ

แล้วไอ้เพื่อนประเภทวิญญาณทาร์ซานเข้าสิงมีกันไหมคะ ?
โคตรของโคตรเกลียดเลยอ่ะ แต่ถามว่าตัวเองเคยแซวเพื่อนมั้ย แน่นอนว่าเคยค่ะ
55555555
แล้วก็เห็นเพื่อนที่หวั่นไหวมานักต่อนักเพราะไอ้มนุษย์ประเภทนี้
เรื่องชงขอให้บอก เรื่องแซวขอให้พูด
แต่พอรู้สึกขึ้นมาจริงๆ คนซวยก็คือคนที่โดนล้อที่ต้องรับผิดชอบความรู้สึกตัวเองไงล่ะ
ฉะนั้น แซวได้แบบมีขอบเขตนะคะ
และควรดูด้วยว่า คนที่เราแซวน่ะ สนิทกันไหม มันเหมาะหรือเปล่า
เพราะสุดท้ายถ้าเกิดอะไรขึ้นมา คนที่โอนอ่อนไปกับคำแซวคำล้อก่อนคือคนที่ลำบากที่สุดน้า

นอกจากนี้เราก็แอบแทรกนั่นแทรกนี้ไปตามที่อยากจะเขียนค่ะ
อย่างเรื่องพี่หมอโบกอม นี่ก็เป็นเรื่องของน้าเราเองค่ะ
เขาอยากมีลูกมาก ทำทุกอย่างทุกวิธี เขาพร้อมมาก ฐานะ ครอบครัว จิตใจ
คิดแล้วก็เศร้าแทนค่ะ คนที่มีความพร้อมแต่กลับไม่มีโอกาสมันเจ็บปวดนะคะ
เราเคยเห็นเขาทุกข์ใจมากจนเสียศูนย์ไปช่วงหนึ่งเลยค่ะ
จะบอกว่าเป็นเรื่องเล็กก็ไม่ได้นะคะ เรื่องเล็กของคุณอาจเป็นเรื่องใหญ่ของเขา
ใจเขาใจเราเนอะ แต่สุดท้ายชีวิตก็ต้องก้าวต่อไปอยู่ดีค่ะ
แล้วก็คำพูดนั่นนี่ที่แอบแทรกๆไว้ ไปตีความกันเอาเองนา ฮิฮิฮิ

ผ่านมา 21 ตอนแล้ว น่าจะเป็นฟิคที่ยืดเยื้อที่สุดในโลก T – T)
และขอโทษด้วยที่ตอนนี้ลูกเป็ดมีบทน้อยกว่าที่ผ่านมา
อีพีนี้มาเป็นซุป
ตาร์ ค่าตัวก็เลยพุ่งไปนิด
แต่สัญญาว่าอีพีหน้าน้องๆจะกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ค่ะ
และจะมีแขกมาเซอร์ไพรส์ด้วยล่ะ คิคิคิคิ
ใบ้ให้ว่าเป็นแขกที่หลายๆคนถามถึงและรอคอยค่ะ

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณที่ทุกคนยังอยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนนี้นะคะ
สารภาพว่าช่วงนี้แอบเหนื่อยนิดหน่อยค่ะ
แอบใจเสียบ้างที่เห็นหลายๆคนเริ่มหายไป
แต่ถึงยังไงเราก็ขอขอบคุณอีกหลายคนที่ไม่ปล่อยมือจากกันนะคะ
เราดีใจที่ได้เขียนเรื่องนี้ แม้จะมีข้อผิดพลาด มีหลายๆอย่างที่ไม่สมบูรณ์
แต่เป็นเรื่องที่ทำให้เราได้รู้จักหลายๆคน ได้เห็นมุมมองต่างๆที่ทำให้เราได้คิดอะไรมากขึ้น
จากการที่ทุกคนคอมเมนท์มาแชร์เรื่องของตัวเองกัน
ก็ยังขอพูดคำว่า
ขอบคุณไปเรื่อยๆ และจะพูดจนกว่าจะถึงวันสุดท้ายค่ะ
เพราะทุกคนคือกำลังใจที่สำคัญสำหรับเราค่ะ

ด้วยรัก.



 dwarf.
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 135 ครั้ง

10,430 ความคิดเห็น

  1. #10337 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 21:29
    ถึงขั้นมีสติกเกอร์เฉพาะอ่ะ เอ็นดูคุณนศ.~~~
    คนแซวสนุกปากเลยจ้าาาาา
    #10337
    0
  2. #10011 LOOK_WALAK (@N_Nam0802) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 15:53
    มันมีอยู่จริงใช่มะ คนแบบแด๊ดดี๊เนี่ย ซี่เกินเบอร์มาก หรือจะเป็นเพราะโดนทิ้งบ่อย เลยไม่ค่อยทันเวลามีคนมาชอบ
    #10011
    0
  3. #10008 CallmeFernN (@CallmeFernN) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2561 / 20:49
    รักน้องงงงง เเงงงน่ารักมากๆ กลับมาอ่านกี่ทีาก็รู้สึกดีเเง
    #10008
    0
  4. #10004 | P e p i Q. | (@pepi_queen_) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 21 กรกฎาคม 2561 / 15:08
    เป็นตอนที่ชงได้มันสุดๆเลยค่ะไรท์ 5555 แต่อิพี่จะซื่อไปหนายยยย หงุดหงิดแทนอ่ะะะ
    #10004
    0
  5. #9701 StrawberryChan (@amimikuma) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 10:54
    โว้ยย อิมเเจบอมโง่ที่สุด!!!โมโหเเทน!!!
    #9701
    0
  6. #9574 SETSUNA[กลับมาแล่ว] (@The-Mist) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:38
    อ่านกี่รอบก็ฮา ปิ๊งป่องงงมากค่ะ
    อ่านแล้วรู้สึกอยากด่าพลุ!อีเลว ด่าจบม!คนโง่มากเลยค่ะ ฮืออออ
    #9574
    0
  7. #9484 nookcin (@Defpepi) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2560 / 19:47
    ทำไมซึนขนาดนั้น
    #9484
    0
  8. #9379 CViewMED (@love_kalo) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2560 / 21:08
    ตอนนี้เป็นตอนนึงที่ชอบมากๆเลยค่ะ เพราะได้เห็นมุมที่กว้างขึ้นของคุณพ่อเมื่ออยู่กับคนอื่นนอกจากแก๊งลูกเป็ดค่ะ ที่สำคัญคือ เราชอบแก๊งเพื่อนคุณพ่อค่ะ!5555
    #9379
    0
  9. #9124 Js_M 93 (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 14:22
    สะดุดตั้งแต่ชื่อไลน์ เชร้จง ทำไมไรท์เอาหลัวหนูมาเป็นกระเทยจริตเยอะแบบนี้! หัวเราะทั้งน้ำตา
    #9124
    0
  10. #8714 YUK (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 19:42
    จะอ่านกี่รอบ ก็ฮาปิ๊งป่องของเจย์มาก😂😂😂😂😂

    เป็นเพื่อนที่ควรค่าต่อการถูกกระทืบจริงๆ 😂😂😂😂😂
    #8714
    0
  11. #8633 yamroll choco (@yamrollchoco) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 19 เมษายน 2560 / 19:32
    โอ๊ยยยยยย แด๊ดดี้เดฟคะ ซื่อบื้อเกินไปแล้วค่ะ! พี่จินยองไม่ควรจะต้องนกแบบนี้นะคะแด๊ด!
    #8633
    0
  12. #8446 tawann_614 (@tawann_614) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 01:26
    ย๊าาาาา ทำไมอิม แจบอมถึงซื่อบื้อแบบนี้ห้ะะะ มีเซ้นส์นิดนึงมะะะะะะะะะ ฮืออออออ จินยองจะมานกแบบนี้ไม่ได้นะ แต่ยอมรับว่าอ่านตอนนี้แล้วฉันเขินมากไม่รู้ทำไม(ก็จะเขินอะ) อ่านไปยิ้มไป เพราะความน่ารักของแก๊งลูกเป็ด คุณเพื่อนของแจบอม และตอนที่คูมแจบอมอยู่กับพี่จีนยองเลยย ฮื่อออ
    #8446
    0
  13. #8419 theunknow (@hurry) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 11:09
    ตอนพลุโดนจุดพอดีนี่ร้องโว้ยเลยค่ะจินยองจะนกแบบนี้ไม่ได้!แล้วคุณอิมแจบอมก็ช่วยมีเซ้นสักนิดได้มั้ยยยยย
    #8419
    0
  14. #7653 lanya78 (@lanya78) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:45
    ไม่มีโมเม้นยัดเยียดความเกลียดของตัวเองให้คนนอื่นนะคะมีเเต่คนอื่นคบคนที่ตัวเองเกลียดมาเย้ยว่าชั้นคบได้อ่ะ 55555
    #7653
    0
  15. #7570 DarkDiary_13 (@DarkDiary_13) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 02:02
    อิม จบม เอ้ย กินปลาเยอะนเ
    #7570
    0
  16. #7171 ELFICEZaa (@elficezaa) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2559 / 15:00
    พูดแล้วหงิดแจบอมมาก ซื่อบื้อจริง 5555555555555 นี่พยายามคิดว่าเจ๊จงนี่อย่าบอกนะจงฮยอน ชายนี่ สรุป จริง 55555555555555555
    #7171
    0
  17. #6877 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 19:11
    อยากเอาไม้ฟาดหน้าอิมแจบอม โว้ยยยยยยยยยยยยยยย ไม่ได้ยินก็อ่านปากดิ!!!!!
    ขัดใจอิแม่จริงวุ้ย 555 แต่ว่านะ แบบนี้ก็ดีแล้วล่ะ ให้แด๊ดดี้เค้าค่อยๆรู้ใจตัวเอง ให้ความรู้สึกชัดกว่านี้ ก็คงไม่สายหรอก
    ว่าแต่ลูกนก เอ้ย ลูกจีนของแม่ นู๋โอเคไหมลูกกกก โอ๋ๆ ไม่เอาค่ะคนดี มามะ อิแม่กอดปลอบ 5555
    ช้าๆได้พร้าเล่มงามลูก ให้เวลาพ่อคนซึนหน่อยนะ อิแม่เอาใจช่วย
    ชอบจริงๆ เวลาแซวเนี่ยยยยย ตลกมากกกกก คือต้องหยุดอ่านเพื่อขำกันเลยทีเดียว 5555
    #6877
    0
  18. #6471 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2559 / 22:41
    ว่าแล้วว่าซีนคุ้นๆ อ้อออมาจากGekkan no Nozaki-kun!นั้นเอง เรื่องนี้เราก็ดูค่ะ ชอบมากกกกกกกกก พอไรท์พูดแบบนี้ก็เริ่มมานึกๆ เออ พระเอกก็คล้ายๆแด๊ดดี้เหมือนกันค่ะ ซื่อๆบื้อๆ โอ้ยยยน่ารักก แต่แบบ..สงสารพี่จีนยองอะ แด๊ดดี้อย่าอ้อยโดยไม่ได้ตั้งใจซี่ แง อยากให้พี่เขาคิดไปเอ้งงง
    #6471
    0
  19. #6259 ทำไมต้องไอค่อน' (@tingerbel) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 17:12
    ลืมเม้นท์อีกประเด็นเรื่องความอ่อยของคุณแจบอม คือ ปิ๊งป่อง เรียนคุณอิมแจบอมที่ไปทำการบุกรุกหัวใจเพื่อนบ้านของเขาโดยไม่รู้ตัวนะคะ กรุณางดใช้คำพูดเชิงให้ความหวังและความอ่อยโครตๆแบบไม่ได้ตั้งใจของคุณเถอะค่ะ 5555555 คือนางพูดหยอดพี่จีนยองโดยไม่รู้ตัวไปหลายคำมาก ไหนจะกระซิบข้างหู ไหนจะเรื่องรถจักรยาน คนฟังเค้าเขินหน้าแดงหมดแล้วคุณ มาบอกทำไม๊ว่าไม่เคยมีคนอื่นซ้อนจักรยาน ต้องการอะร๊ายยยยย ฟินตายอย่างสงบ ไม่มีสาระใดๆในเม้นท์นี้เลย
    #6259
    0
  20. #6258 ทำไมต้องไอค่อน' (@tingerbel) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 17:06
    ดีใจที่พี่จีนยองเค้ายอมลดค่าตัวสักที ช่วงนี้ออกบ่อยออกทั้งตอนจนสมตำแหน่งนางเอกแล้ว ส่วนพระเอกนี่ ครั้งหน้านะไรต์ ขอคนที่ไม่ซื่อบื้อ 555555555 ล้อเล่นน้า เราชอบคุณแด๊ดดี้ เรื่องนี้แด๊ดดี้ต้องเป็นพระเอกเท่านั้น แต่คือคุณผู้ชมคะ ดูตาผู้ชายซื่อบื้อคนนี้สิ เค้าหน้าแดงเพราะเขินที่เผลอไซบหลังนาย ดันมายัดเยียดข้อหาตกใจจนเลือดขึ้นหน้าให้เค้าอีก แล้วคำว่า ผมชอบค.. นี่มันเดายากมากเหรอห๊าาาา ดันมายัดเยียดความชอบดูพลุให้เค้าอีก ทำไมเป็นคนชอบยัดเยียด 55555555 กุมขมับแทนพี่จีนยองเลย ผู้ชายคนนี้นี่ ต้องพกปากกามาร์กเกอร์แล้วเขียนหน้าผากไว้เลยว่าอย่าซื่อบื้อ 55555555 ขำสติ๊กเกอร์นกมาก พี่จีนยองเค้าคงแค้นจริงๆ ส่วนเรื่องแซว เราเคยบอกก่อนหน้านี้แล้วว่าเราชอบฉากที่เพื่อนๆแจบอมแซวบีเนียร์มากๆ คือมันทั้งฟินทั้งเขิน ต่างกับฉากคุณแจบอมซื่อบื้อเยอะเลย แต่เรื่องแซวให้มีขีดจำกัดนี่เรารู้ดีเลยค่ะ พอโดนแซวเยอะๆละมันหวั่นไหว
    #6258
    0
  21. #6238 F.xxx (@xxxavinn) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 13:48
    แด๊ดดี้นอกจากจะเป็นอากาศและไม่มีตัวตนแล้ว ยังเป็นคนซื่อบื้อมากๆตามที่จินยองบอก บวกความขี้อิจฉาเข้าไปอีกนะ นี่ถ้าไม่ติดว่าสงสารชีวิตโสด ชีวิตทาส ชีวิตโดนเพื่อนแกล้ง ไหนจะปัญหาเพื่อนสุดที่รักอีกนี่จะร่วมด้วยช่วยจินยองบ่นละนะ แต่ยังคิดได้ไงว่าแค่นี้ก็น่าสงสารพอแล้ว 555555 พวกเด็กๆนี่ก็ยังคงสติลสร้างปัญหาให้พ่อแต่มอบความน่ารักให้คนอื่นๆ ไปเจอใครก็น่าเอ็นดูไปหมดเล้ยยย อาเจย์กับพิลลี่คัมแบ็คคราวนี้ดีมากเลยไม่อึมครึมใส่กันแล้ว นี่ตอนแรกเราเห็นชื่อจงฮยอน ก็นึกไม่ถึงว่าจะเป็นคนนี้ พออ่านจบลงมาดูภาพแล้วลองนึกภาพเวลากรี๊ดวี้ดว้ายแล้วก็ยิ่งขำ 55555
    #6238
    0
  22. #6037 figure-md (@modeling) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 15:57
    อิจฉาคู่แต่งงานไม่พอยังต้องมาอิจฉาคู่เพื่อนบ้านอีก อิพี่ก็เหมาะกับคำที่จินยองบอกนั่นแหละ 5555 ชอบความชงของเพื่อนๆจังค่ะชงเข้มมากกกกก55555
    #6037
    0
  23. #6030 Yesmyboy (@jxperyah) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 15:04
    แด๊ดดี้เค้าทิ้งลูกไปเดทจริงค่ะ ไปตั้งเกือยสองชมกับเพื่อนบ้านชั้น7 โว้้ยยยถ้านี่เป็นจินยองนั่งตายแน่แต่แบบแด๊ดดี้ไม่คิดอะไรหน่อยหรอ ซื่อบื้อและโง่จริงๆเลย
    #6030
    0
  24. #5576 ltmonkey (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 12 กันยายน 2559 / 22:51
    กรี๊ดดดดดดดดดด เป็นตอนที่หวีดหนักมากกกก เขินเบอร์แรงมากกกกก โมเม่นแต่ละอย่างดีกับใจ ไม่คิดว่าจุ๋มจะเป็นไปกับเค้าด้วย อยากเห็นรูปที่จุ๋มถ่ายช็อตพรีเวดดิ้งของแด๊ดดี้กับหม่าม้า เอ้ย! พี่จีนยองจังเลยยยยย แด๊ดดี้ของเราอุตส่าห์มีแต่หน้าของพี่จีนยองก่อนนอนทุกคืนเลยน้าาาา นึกถึงเพลงเธอเป็นแฟนฉันแล้ว ของกะลา 55555

    ชอบแก๊งทาร์ซานอะ แซวได้เขินและขรรมมาก ตอนปั่นจักรยานก็น่ารักมากๆ มีการแวะดูพลุด้วย แถมยังสารภาพรักแล้ว อิตาลุงลูกห้าก็หูตึงอีก ไม่โทษพลุแล้ว 55555

    แจบอมก็คือแจบอมจริงๆนั่นล่ะ 55555

    เรื่องชงนี่เราโดนบ่อยม้ากกกกก โดนจับคู่จิ้นตลอด ไม่ว่าเราจะไปอยู่ใกล้ใครหรือใครอยู่ใกล้เราก็ตาม คือไม่ได้จะบอกว่าตัวเองสวยหรือไรนะ แต่เราเข้าใจฟีลแบบรำคาญเสียงนกเสียงกาอะ 555555 แต่ก็ไม่ได้หวั่นไหวนะ เฉยๆ ก็คุยกันแมนๆกะคู่จิ้นว่าแกรรรร เราไม่ชอบผู้ชายยยย เราเป็นสาววาย 5555555

    ขอบคุณไรท์มากนะคะ เป็นตอนที่บันเทิงมากกกกก เหมือนดูการ์ตูนสนุกมากๆสักเรื่อง
    #5576
    0
  25. #5401 mickeyhanbin (@indygirl69) (จากตอนที่ 24)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 16:38
    ว่าแล้วว่าแจบอมมีเพื่อนเป็นบาริสต้าเยอะ (ชงได้ชงดี ชงไม่มีเว้นวรรคเว้นตอนเลย) 5555
    อาเจย์นี่อันดับหนึ่ง ตามด้วยพิลลี่แอนด์เดอะแก๊งสถาปัต
    แต่ก็อย่างว่าหล่ะ โมเม้นท์บีเนียร์ตอนนี้มันเยอะจริงๆ อ่านแล้วเขินแทนจินยองไปไม่รู้เท่าไหร่แล้วเนี่ย
    อิคุณแด๊ดดี้แจบอมก็ซื่อบื้อเหลือเกิน บังอาจทำให้จินยองของเราเป็นพวกเดียวกับแกได้ไง!!(พญานกไงหล่ะ)
    #5401
    0