ตอนที่ 26 : EP 23 | เพราะเป็นทาสจึงเจ็บปวด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9926
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 123 ครั้ง
    30 ก.ค. 59


HASHTAG : #แด๊ดดี้เดฟ



ใครกันน้า ... จำได้กันได้หรือเปล่าน้า ?



EP 23 | เพราะเป็นทาสจึงเจ็บปวด

           

            ภายในห้องนอนอันเงียบสงบ ปราศจากแสงแดดเพราะถูกผ้าม่านสีทึบเป็นป้อมปราการป้องกันไม่ให้เล็ดลอดเข้ามาได้ ลมหนาวจากเครื่องปรับอากาศที่ตกลงบริเวณพื้นห้องซึ่งปูด้วยฟูกนุ่มๆอันเป็นที่นอนสำหรับลูกชายคนโตที่ยกเตียงนอนให้ผู้เป็นพ่อทำให้สิ่งมีชีวิตตัวโตผู้เป็นเจ้าของห้องชุดต้องดึงผ้านวมขึ้นคลุมโปงเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น

 

            เมื่อคืนอุตส่าห์โดดทำงานทั้งที แถมวันนี้เจ้าตัวแสบทั้งหลายก็มีหลานสาวเขาเป็นเพื่อนเล่นด้วย ฉะนั้นขอนอนให้เต็มอิ่มสักวันเถอะ

 

            ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง ตึ้ง !

 

            ตุ้บ !

 

            แด๊ดดี้ !!!! ’

            ‘ ป๊ะป๋า !!!! ’

            ‘ ไอ้ลูกชาย !!!! ’

 

            ลาก่อน ความฝันอันยิ่งใหญ่ของอิมแจบอม

 

            อั้ก !”

 

            เสียงเรียกหลากหลายโทนที่ดังสนั่นอยู่ในหูของแจบอม ไม่ว่าจะเป็นเสียงเล็กแหลมของสิ่งมีชีวิตตัวอ้วนกลมทั้งห้าคนก็ดี เสียงใสของหลานสาวก็ดี หรือแม้แต่พ่อของตัวเองที่นอกจากจะมาร่วมวงตะโกนเรียกลูกชายผู้อาภัพที่นอนมุดผ้าห่มแล้ว ก็ยังทิ้งตัวลงนอนทับเขาร่วมกับกับพวกเด็กๆอีกด้วย

 

            เชิญคุณลงทัณฑ์บัญชา จนสมอุราจนสาแก่ใจ

 

            แด๊ดดี้ ตื่นได้แล้วน้านอกจากจะมุดศีรษะเรียกคนเป็นพ่อถึงใต้หมอนแล้ว มือกลมอวบก็ยังช่วยกันออกแรงเขย่าร่างสูงใหญ่อย่างมุมานะด้วยงือตื่นซี่แด๊ดดี้ มาเล่นกันเถอะน้า

            ป๊ะป๋าอย่าขี้เซาสิคะ ถ้าไม่ตื่นหนูจะฟ้องคุณยายว่าป๊ะป๋าทิ้งหนูกับน้องนะ !” ส่วนรายนี้ก็เอาแม่ของเขามาขู่เช่นกัน

            “จะนอนกินบ้านกินเมืองไปถึงเมื่อไหร่กัน…” รวมถึงคนเป็นปู่และตาที่ช่วยหลานปลุกพ่ออีกแรง

 

นี่มันจะบ่ายโมงแล้วนะแจบอมเอ๊ย

 

            “ว่ายังไงนะ !” ผ้านวมผืนโตถูกสลัดออกจากตัวทันทีเมื่อได้ยินเวลาจากปากของพ่อ ตามมาด้วยร่างของสถาปนิกขี้เซาที่เด้งตัวขึ้นมาจากฟูกนอนอย่างตื่นตระหนก บ่ายโมงแล้วเหรอพ่อ !?!”

 

            แจบอมสะบัดศีรษะพลางตบเข้าที่แก้มสองสามทีอย่างไม่เชื่อหูตัวเอง แม้ว่าจะเคยใช้ชีวิตแบบนอนเจ็ดโมงเช้าตื่นห้าโมงเย็นจนเป็นเรื่องปกติ แต่พอกลายร่างมาเป็นมนุษย์พ่อลูกห้าที่ถูกปลุกตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าทุกวัน แถมเมื่อคืนนี้เขาหลับก่อนห้าทุ่มเสียด้วยซ้ำจึงอดตกใจไม่ได้เมื่อได้ยินพ่อบอกแบบนั้น

 

            นอนสี่ทุ่มกว่า ตื่นบ่ายโมง ตกลงว่าเขานอนหรือซ้อมตายวะ !?!

 

            “ฮ่าๆ ติดกับแล้ว !” หากแต่เสียงระเบิดหัวเราะของผู้เป็นพ่อกับดาฮยอนที่นั่งอยู่ข้างฟูกนอนทำให้แจบอมซึ่งกำลังตกอกตกใจอยู่กะพริบตาปริบๆอย่างงุนงง โดยมีเจ้าก้อนลูกเป็ดเข้ามารุมนั่งตักนอนตักเขาแล้วมุดตัวอยู่ในกองผ้าห่มอย่างสนุกสนาน

            ป๊ะป๋าตลกอ่ะ ฮ่าๆ คุณตาอย่างเจ๋ง !” พูดจบเจ้าหลานตัวแสบก็หันไปทำท่าไฮไฟว์กับคุณตาสูงวัยที่ยังนั่งหัวเราะลูกชายคนโตอยู่ จนแจบอมที่เริ่มสังหรณ์ใจไม่ดีต้องหันขวับไปมองนาฬิกาปลุกตั้งโต๊ะทันที

 

หกโมงเช้า !?!

 

            “โธ่ว้อย !”

 

และเมื่อเห็นเวลาที่ปรากฏบนหน้าปัดนาฬิกา มือหนาก็กระหน่ำทุบลงบนหมอนหนุนอย่างเจ็บใจ เสียงโวยวายของชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงเด็กชายอิมแจบอมผู้หัวเสียจากการถูกหลอกเข้าเต็มเปาจนเสียฟอร์มที่อุตส่าห์สั่งสมมาทั้งชีวิต แต่จะโกรธใครสักคนก็ไม่ได้ ไอ้ตัวแสบก็นอนมุดผ้าห่มเล่นอยู่ไม่ได้รู้อิโหน่อิเหน่อะไรทั้งสิ้น หลานก็ไม่ได้เป็นคนแกล้ง (แค่สมรู้ร่วมคิดเฉยๆ) ส่วนตัวการจริงๆก็ดันเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองอีก

 

ทำไมชีวิตต้องเกิดมาลำบากลำบนขนาดนี้วะ !

 

            “แด๊ดดี้ ดูซี่ !” เจ้าก้อนแก้มอวบที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนฟูกของเขาไม่ได้เงยหน้าขึ้นมาทันที แต่ศีรษะกลมโป๊งเหน่งเริ่มขยับเข้ามาก่อนจะถูไถเข้ากับแขนของแจบอมอย่างออดอ้อน วันนี้ลูกพี่ดุ๊บติดกิ๊บให้ยองแจนด้วยน้าแล้วก็ยืนหัวกลมๆมาตรงหน้าของแจบอมพลางหัวเราะคิกคักอย่างอารมณ์ดี

            “คยอมก็มีเหมือนกันน้า เท่ไหมแด๊ดดี้ ?เจ้าลูกหมีก็ยื่นศีรษะเข้ามาใกล้หน้าของแจบอมเช่นกัน

            ลูกพี่ดุ๊บก็ติดให้ม้ากคึน้า ลูกพี่ดุ๊บบอกว่ายกกิ๊บอันนี้ให้พวกเราเลยล่ะ

            “เน่ ~ แจ็คสันก็ติดน้าแด๊ดดี้ เพราะลูกพี่ดุ๊บบอกว่าถ้าไม่ยอมติดจะไม่ให้แจ็คสันเล่นด้วยอ่ะ

            “เท่จะตายน้าจาจา ถ้าจาจาติดก็จะได้เหมือนแบมแบมไง แบมแบมก็ติดกิ๊บเหมือนกันนะ ลูกพี่ดุ๊บ อันนี้มันเรียกว่าอะไรหรอ ?เจ้าก้อนผมปอยชมพูใช้นิ้วจิ้มลงบนกิ๊บติดผมที่อยู่กลางศีรษะของตัวเองแล้วหันไปถามพี่สาวคนโตผู้เป็นเจ้าของ

            กิ๊บต้นอ่อน ไงล่ะ ที่โรงเรียนของพี่ฮิตสุดๆเลยน้าพี่ใหญ่ของบ้านยืดอกบอกชื่อวัตถุหน้าตาเหมือนถั่วงอกที่โงนเงนอยู่บนหัวของเจ้าตัวเล็กอย่างภูมิใจ ป๊ะป๋า ติดกิ๊บต้นอ่อนด้วยกันไหม ออมม่าซื้อมาให้เยอะเลยนะคะแล้วจึงชูกิ๊บต้นอ่อนอันน้อยขึ้นมาถามความสมัครใจของคนเป็นพ่อที่นั่งประมวลผลเหตุการณ์ตรงหน้าในสภาพที่ยังตื่นไม่เต็มตานัก

            อา…” แจบอมขยี้ศีรษะพอให้สร่างจากอาการง่วงนอนหลังโดนคุกคามตั้งแต่หกโมงเช้า ทำไมถึงตื่นเช้าขนาดนี้ล่ะ ?ก่อนจะยิงคำถามที่เป็นสาเหตุให้ตัวเองหงุดหงิดแทนที่จะตอบคำถามของหลานสาว

            ขืนไปวิ่งตอนสายๆก็ร้อนแย่น่ะสิไอ้ลูกชายชายหนุ่มสูงวัยที่นอนร่วมห้องกับเขาเมื่อคืนนี้ตอบด้วยท่าทางกะปรี้กะเปร่า

            วิ่ง ? แจบอมขมวดคิ้วเมื่อได้ยินชื่อกิจกรรมยามเช้าของพ่อ

            ก็ใช่น่ะสิ พ่อกับหลานอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เราก็รีบไปอาบเสียสิ ให้ไวๆด้วยล่ะ หลานอยากวิ่งจะแย่แล้วพูดจบก็หันไปเออออกับลูกลิงทั้งหกที่สนุกสนานกับกิ๊บต้นอ่อนบนศีรษะของตัวเองโดยไม่ได้ถามความสมัครใจของแจบอมสักนิด

            โธ่ พ่อ…” แจบอมครวญครางเมื่อนึกถึงว่าตัวเองต้องออกไปจ๊อกกิ้งตั้งแต่หกโมงเช้า ปกติแค่ตื่นมานอนดูการ์ตูนกับเจ้าตัวยุ่งตอนเจ็ดโมงเขายังเหนื่อยเลยเถอะ เอาจริงเหรอครับ ?ก่อนจะส่งสายตาขอความเห็นใจจากพ่อและลูกของตัวเองอย่างมีความหวัง

            ไปวิ่งด้วยกันเถอะน้าแด๊ดดี้ นะนะนะนะ แจ็คสันอยากไปวิ่งล่ะ แล้วก็อยากให้แด๊ดดี้ไปด้วย น้าแด๊ดดี้แต่นายท่านตัวก็หาได้สนใจคำขอของเจ้าทาสแต่อย่างใด ซ้ำยังเข้ามาเขย่าแขนเขย่าตัวของแจบอมอย่างไม่ยอมแพ้ด้วย

            นั่นสิป๊ะป๋า เมื่อกี๊คุณยายกับออมม่าก็บอกว่าให้ลากป๊ะป๋าไปวิ่งด้วย ออมม่าบอกว่าป๊ะป๋าเริ่มอ้วนแล้ว ต้องออกกำลังกายแล้วนะคะส่วนรายนี้ก็พูดตามสคริปต์ที่คนแม่วางไว้ให้แบบเป๊ะๆเสียจนแจบอมอยากจะมองแรงทะลุห้องไปหาไอ้น้องสาวตัวดีเหลือเกิน

 

            เขาอ้วนแล้วยังไง มันไปหนักส่วนไหนของไอ้นายอนไม่ทราบ !

 

            นานๆพ่อจะมาหาเราที่โซลทั้งทีนา ไปวิ่งกับพ่อหน่อยสิ นะไอ้ลูกชายเหนือกว่าสิ่งอื่นใดก็คือพ่อของเขาที่กำลังกะพริบตาปริบๆอ้อนแข่งกับหลานนี่แหละ

            “ไปเถอะน้าแด๊ดดี้ ไปวิ่งกับพวกเราน้า น้า ~

            “นั่นสิคะป๊ะป๋า ไปด้วยกันน้า

            “ไปเถอะนะแจบอม…”

 

            น้า ~ ’                                                                                               

 

            .

            .

            .

 

            และจุดจบของสาย(ใจไม่)แข็งในเช้าวันจันทร์ก็คือ การแบกสังขารอันเหนื่อยล้าของตัวเองให้เดินตามหลังพ่อกับพวกเด็กๆไปสวนสาธารณะที่อยู่ซอยถัดไปอย่างหมดหนทางในการขัดขืน

            หลังจากโดนบุกรุกโดยกองทัพลูกลิงที่มีครูคณิตศาสตร์ประถมเป็นแม่ทัพในเวลาหกโมงเช้า ถูกพลังมารยาเด็กร้อยแปดของเจ้าพวกตัวแสบทั้งหกคนร่วมด้วยช่วยกันออดอ้อน รวมถึงคำขอร้องของพ่อที่ทำให้แจบอมรู้สึกว่า ถ้าเขาปฏิเสธไปตรงๆก็จะกลายเป็นลูกนิสัยไม่ดีอีก สุดท้ายจึงต้องลุกขึ้นไปอาบน้ำท่ามกลางเสียงหัวเราะของแม่กับน้องสาวที่นั่งดูโทรทัศน์อยู่ในห้องนั่งเล่น

            เสื้อฮู้ดแขนกุดสีเทากับกางเกงวอร์มขาสั้น รวมถึงรองเท้ากีฬาที่ใส่เพียงไม่กี่ครั้งหลังจากซื้อมา ไม่ได้ช่วยให้แจบอมรู้สึกมีอารมณ์ร่วมกับการไปวิ่งจ๊อกกิ้งในสวนสาธารณะยามเช้าสักนิด ใบหน้าซังกะตายของชายหนุ่มที่เดินปิดท้ายขบวนนักกรีฑามองตามนักวิ่งสูงวัยและเหล่านักวิ่งรุ่นเยาว์อีกหกชีวิตที่อยู่ในชุดคล้ายๆกันกับเขา แต่ต่างกันที่พลังอันล้นเหลือของเจ้าเปี๊ยกตัวกลมทั้งห้าคนซึ่งวิ่งกันแบบไม่มีหยุดพักตั้งแต่เดินทางออกจากคอนโด

 

            คิดถึงเตียงนอน อยากกลับคอนโดไปนอนเหลือเกิน

 

            “แด๊ดดี้วิ่งเร็วๆซี่ ~เมื่อเห็นว่าแจบอมเดินรั้งท้ายด้วยใบหน้าไม่รับบุญ เจ้าก้อนผมแดงก็รีบหันหลังวิ่งย้อนกลับมาจูงมือคุณพ่อร่างสูงให้วิ่งไปกับตน สนุกจังเลยน้า แด๊ดดี้ว่าไหม ?

            “เฮ่อ…” แม้ว่าจะเบื่อหน่ายแค่ไหน แต่เขาก็ไม่อยากแสดงสีหน้าเซ็งๆให้เจ้าตัวแสบเห็นอยู่ดี จึงปล่อยให้มาร์ควิ่งจูงมือตัวเองไป ส่วนเขาก็อาศัยการเดินเร็วแทนการวิ่งเหมือนคนอื่นๆ ระวังทางด้วยนะมาร์ค อย่าวิ่งเร็วนักล่ะแต่ก็ไม่ลืมนึกถึงความปลอดภัยของเจ้าตัวเล็กที่ดึงแขนของตัวเองอยู่ด้วย

            กระฉับกระเฉงหน่อยไอ้ลูกชาย อายุยังไม่ทันจะสามสิบเลยนะ อย่าเพิ่งหมดไฟสิ !” ท่านผู้นำประจำวันนี้หันหลังกลับมาหาลูกชายคนโตของบ้านที่อยู่รั้งท้ายแถวในขณะที่เท้ายังคงไม่หยุดย่ำ

 

            แต่จะว่าไปเหตุผลที่ทำให้พ่อหันมาวิ่งจ๊อกกิ้งตอนเช้าตรู่มันก็เกิดขึ้นเพราะเขานี่แหละ !

 

            ย้อนกลับไปเมื่อประมาณสิบกว่าปีที่แล้ว เหตุเกิดในเย็นวันหนึ่งตอนอยู่ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่สี่ เวลาสี่โมงเย็นที่แจบอมควรจะได้เดินกลับบ้านกับน้องสาวกลายเป็นเวลาแห่งการสอบซ่อมวิชาภาษาอังกฤษ เพราะสอบได้ 19 คะแนนจากคะแนนเต็ม 40 คะแนน (ขาดอีกคะแนนเดียวถึงจะผ่านไง ไม่ต้องถามนะว่าเจ็บใจขนาดไหน !) วันนั้นแม่ของเพื่อนไอ้นายอนก็เลยอาสาไปส่งมันที่บ้าน ส่วนพ่อที่เป็นครูสอนคณิตศาสตร์โรงเรียนเดียวกันก็ตรวจการบ้านนักเรียนรอเขาอยู่ในห้องพักครูไปพลางๆ

            ทว่า ครูสอนวิชาพละคนหนึ่ง (ที่ทำให้เขาจับยัดลงแบล็คลิสต์ไว้ในเวลานี้) ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมงานของพ่อก็ปรากฏตัวขึ้นในห้องพักครูคณิตศาสตร์ เวลาห้าโมงเย็นกับห้องพักครูที่แสนเงียบสงบก่อให้เกิดมิตรภาพระหว่างครูสองคนที่อยู่ต่างหมวดกัน มีการแลกเปลี่ยนความคิดและเคล็ดลับดูแลสุขภาพจากคุณครูพละคนดังกล่าว ทำให้พ่อของเขาหันมาสนใจการวิ่งจ๊อกกิ้งในตอนเช้า แล้วก็วิ่งมาจนถึงทุกวันนี้

 

            นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่าจงตั้งใจเรียน อย่าสอบตก ไม่งั้นชีวิตจะลำบากยันตอนโตแบบนี้ไงล่ะ !

 

            “อึดใช้ได้เลยนี่แจ็คสัน เยี่ยมจริงๆชายสูงวัยที่วิ่งเคียงคู่กับเจ้าก้อนต้นอ่อนผมทองเอ่ยปากชมหลานชายเบอร์สองที่ยังวิ่งโดยไม่มีหยุดพัก แม้ว่าจะเริ่มมีเหงื่อออกบนใบหน้าแล้วก็ตาม

            แจ็คสันเก่งใช่ไหมฮะคุณปู่ ?ส่วนคนโดนชมก็ยิ้มร่าแล้ววิ่งดุ่มๆต่อไป

            งือแบมแบมเหนื่อยจังเลยอ่าแบมแบมที่วิ่งอยู่ช่วงกลางของแถวเริ่มลดระดับความเร็วลงด้วยความเหนื่อยล้า

            “นั่นซี่ คยอมก็เหนื่อยแล้วน้าเจ้าก้อนลูกหมีเองก็หยุดวิ่งแล้วยืนทำปากจู๋อย่างขัดใจที่ไม่สามารถวิ่งต่อได้

            พี่ก็เหนื่อยแล้วเหมือนกัน งั้นเราสามคนเดินเร็วไปเรื่อยๆดีกว่าเนอะดาฮยอนที่เริ่มหอบเพราะความเหนื่อยเดินเข้ามาร่วมวงกับสองน้องเล็ก ก่อนจะจูงมือกลมอวบของน้องชายตัวเล็กทั้งสองคนให้เดินตามหลังสองผู้นำที่ยังไม่หยุดวิ่ง

            แด๊ดดี้อย่าเดินซี่ ~แต่หากถามว่าใครคือคนที่น่าสงสารที่สุด คำตอบก็คงจะไม่พ้นชายหนุ่มผู้เดินรั้งท้ายแถวโดยมีมาร์คกับยองแจที่วิ่งย้อนกลับมาหาเขาอีกคนช่วยกันดึงมือของแจบอมคนละข้างเดี๋ยวก็แพ้แจ็คสันกับคุณปู่หรอกน้า

            แด๊ดดี้วิ่งด้วยซี่ งือ…” ยองแจดึงแขนขวาของคุณพ่อร่างสูงให้ออกตัววิ่งอย่างไม่ยอมแพ้ เช่นเดียวกับมาร์คที่ออกแรงดึงแขนซ้ายจนสองศีรษะกลมสั่นดิ๊กๆ

 

            วินาทีนี้เขายอมเป็นอากาศดีกว่า ฉะนั้นไม่ต้องมารักกันในเวลาแบบนี้หรอกเฟ้ย !

 

             นี่…” ในขณะที่ปล่อยให้เจ้าก้อนต้นอ่อนทั้งสองคนดึงแขนตัวเองไป แจบอมก็เดินมองสองข้างทางในสวนสาธารณะพลางหาวหวอดแก้เซ็งไป จนกระทั่งสายตาสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่น่าสนใจอยู่ข้างทาง ฉันมีอะไรจะให้ดู สนใจไหม ?แล้วจึงเอ่ยปากบอกมาร์คกับยองแจ

            อะไรหรอแด๊ดดี้ ?สองเด็กน้อยหยุดออกแรงดึงแขนของแจบอมก่อนจะเอ่ยถามอย่างสงสัย

 

            แจบอมไม่ได้ตอบอะไรเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกทั้งสองคน แต่เดินจูงมือมาร์คกับยองแจเข้าข้างทางที่เป็นพื้นหญ้าแทน ร่างสูงลดตัวลงนั่งยองๆแล้วมองไปยังเป้าหมายของตัวเองที่อยู่บนพื้นหญ้า ก่อนจะยิ้มมุมปากออกมาเมื่อเห็นสิ่งที่ทำให้ตนสนใจอยู่ตรงหน้าพอดี

           

            รู้จักไอ้นี่ไหม ?มือหนาเด็ดเมล็ดต้อยติ่งขึ้นมาประมาณห้าถึงหกเมล็ด แล้วหันไปถามเด็กน้อยตัวกลมทั้งสองคนที่มองอย่างสงสัย

            มันคืออะไรหรอแด๊ดดี้ ?มาร์คชะโงกหน้าเข้ามาดูวัตถุในมือของแจบอมใกล้ๆ อันเล็กจังเลยน้า เนอะยองแจน

            “นั่นซี่ หน้าตาดูแปลกๆด้วยล่ะ ว่าไหมม้ากคึ ?ดวงตาเล็กเรียวของเจ้าก้อนแก้มอวบหรี่ลงมองเมล็ดพืชในมือของคุณพ่อร่างสูงด้วยความอยากรู้เช่นกัน

            จับตาดูให้ดีๆนะแจบอมบอกเพียงแค่นั้น แล้วหันไปทางบ่อน้ำขนาดเล็กที่อยู่ในสวนสาธารณะ เมล็ดต้อยติ่งทั้งหมดในมือถูกโยนลงบ่อน้ำโดยมีดวงตากลมโตทั้งสองคู่มองตามอย่างตั้งใจ

 

             แปะ แปะ แปะ !

 

            “หวา ~เสียงร้องจากเจ้าก้อนต้นอ่อนทั้งสองที่ยืนมองภาพเมล็ดต้อยติ่งระเบิดในบ่อน้ำทำให้แจบอมยิ้มอย่างพอใจ มันระเบิดด้วยอ่ะม้ากคึ !”

            “อื้อ ม้ากคึเห็นแล้วล่ะ แด๊ดดี้ทำได้ยังไงกันน้า เจ๋งสุดๆไปเลย !” ของเล่นจากธรรมชาติชิ้นใหม่ทำให้แววตาของสองเด็กน้อยช่างดูระยิบระยับจนแจบอมนึกขัน

            พวกนายก็ลองโยนดูบ้างสิแจบอมเอื้อมไปเด็ดเมล็ดต้อยติ่งในบริเวณรอบข้างให้มาร์คกับยองแจ มือกลมอวบทั้งสองคู่หยิบจับเมล็ดพืชขึ้นมาสำรวจด้วยความสงสัยตามประสาเด็ก

 

            แปะ แปะ แปะ !

 

            “ย้า ~ ของยองแจนระเบิดด้วยล่ะ !”

            “ของม้ากคึก็เหมือนกัน ดูซี่ อันที่อยู่ตรงนู้นของม้ากคึนี่นา

 

            สองพี่น้องตัวกลมผู้ตกหลุมพรางมาเถลไถลข้างทางกับคุณพ่อลูกห้าผู้ไม่มีใจรักในการออกกำลังกายชี้นิ้วกลมป้อมไปยังบ่อน้ำเพื่อมองหาซากเมล็ดต้อยติ่งของตัวเองอย่างสนุกสนาน ส่วนแจบอมที่ล่อลวงเจ้าก้อนลูกเป็ดทั้งสองชีวิตได้สำเร็จก็ทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นหญ้าในสวนสาธารณะอย่างผู้ได้รับชัยชนะ

 

            คุณตาขา ~ ป๊ะป๋าไม่ยอมมาวิ่งค่ะ แถมแอบหนีไปนั่งข้างทางด้วย ! ’

 

          ที่ไม่มีอยู่จริง

 

          แด๊ดดี้อย่าขี้โกงซี่ !” เจ้าก้อนต้นอ่อนผมทองวิ่งกลับหลังมาหาแจบอม ก่อนจะออกแรงดึงคุณพ่อจอมอู้ให้ลุกขึ้นจากพื้นด้วยแรงอันน้อยนิดเท่าที่มนุษย์เด็กสี่ขวบคนหนึ่งจะสามารถ

            อ้าว ไอ้ลูกชาย ทำไมทำแบบนี้ล่ะ อย่าขี้เกียจสิ !”

            “เฮ่อ…” แจบอมถอนหายใจอย่างปลงตกกับชะตากรรมของชีวิตเมื่อถูกทุกสายตาจับจ้องราวกับเป็นผู้กระทำผิดที่แอบหนีมานั่งชมวิวข้างทาง พร้อมกับที่มนุษย์เด็กในกิ๊บต้นอ่อนทั้งหกคนรีบดึงดันให้เขาลุกขึ้นไปวิ่งต่อ

           

            คราวนี้นอกจากจะไม่สามารถหยุดวิ่งได้เนื่องจากถูกขบวนมนุษย์ต้นอ่อนทั้งหกกระจายกำลังวิ่งล้อมหน้าล้อมหลังเพื่อให้คุณพ่อร่างสูงอยู่ในสายตาของตัวเองแล้ว พ่อของเขาก็ยังวิ่งเข้ามาขนาบข้างเพื่อไม่ให้ลูกชายตัวดีคิดจะอู้ไปนั่งชมวิวอีกด้วย

 

          เพราะเป็นทาสจึงเจ็บปวด

 

            “ทำหน้าให้มันสดชื่นหน่อยสิแจบอม ตื่นเช้ามารับอากาศบริสุทธิ์บ้าง มีสวนสาธารณะอยู่ใกล้คอนโดกลางเมืองหลวงแบบนี้มันไม่ได้หาง่ายๆนะจากนั้นก็ต้องฟังพ่อบ่นในขณะที่วิ่งเหยาะๆไปด้วย ชีวิตลำเค็ญแบบนี้ไม่ได้มาเพราะความบังเอิญหรือโชคช่วยนะขอบอก

            ครับ ครับ…” แต่ก็ทำได้แค่รำพันในใจเท่านั้น สุดท้ายก็ต้องยอมฟังพ่อพูดอยู่ดี ปกติพ่อวิ่งแบบนี้ทุกเช้าเลยหรือครับ ?

            “ใช่แล้ว ตื่นตีห้า วิ่งหกโมง เจ็ดโมงครึ่งก็ไปโรงเรียนพร้อมเจ้าดาฮยอนน่ะ ถ้าเป็นวันหยุดพ่อก็ลากเจ้าตัวแสบออกไปวิ่งด้วยกัน ปกติเวลามาหาเราที่คอนโดพ่อกับดาฮยอนก็ออกมาวิ่งที่นี่ประจำนะ แต่แค่ไม่อยากปลุกลูกเพราะเห็นว่าทำงานหนักก็เท่านั้นเอง

            “งั้นหรือครับ ?

            “ฮื่อ เราเองก็หัดพาลูกออกมาวิ่งหรือออกกำลังกายบ้างนา เดี๋ยวแก่ตัวไปจะแย่เอาพูดจบก็หัวเราะร่วนโดยที่แจบอมได้แต่มองตามเงียบๆ ขืนพูดอะไรต่อไปแล้วฟังดูไม่เข้าท่าเดี๋ยวจะโดนเทศน์อีกชุดเอาน่ะสิ เอ้า ! เร่งฝีเท้าหน่อยไอ้ลูกชาย พวกเด็กๆเริ่มวิ่งนำพวกเราแล้วนะก่อนจะตบบ่าลูกชายคนโตแล้วชี้ให้ดูกลุ่มมนุษย์เด็กที่ออกตัววิ่งนำหน้าพวกเขาไปเสียแล้ว

 

            สนามเด็กเล่นนี่นา ! ’

 

            ภาพสนามเด็กเล่นขนาดใหญ่ตรงหน้าซึ่งเป็นปลายทางของสวนสาธารณะชวนให้เจ้าตัวเล็กทั้งหลายส่งเสียงออกมาอย่างยินดีราวกับนักผจญภัยที่ได้ค้นพบสมบัติหลังฝ่าฟันอุปสรรคมาอย่างยาวนาน และสนามเด็กเล่นของสวนสาธารณะที่มีของเล่นหลากหลายกว่าสนามเด็กเล่นหลังคอนโดยิ่งทำให้เจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกมีท่าทีตื่นเต้นมากขึ้นไปอีก

 

            แด๊ดดี้ คุณปู่ ~ ดูซี่ ตรงนู้นมีสนามเด็กเล่นด้วยล่ะ !” เจ้าก้อนผมปอยชมพูกระโดดโลดเต้นอย่างดีใจเมื่อเห็นเครื่องเล่นมากมายตรงหน้าตัวเอง

            หวา ~ คยอมอยากเล่นสนามเด็กเล่นจังเลย พวกเราเล่นได้ไหมฮะ ?

            “ได้สิ ปู่พาพวกเรามาที่นี่ก็เพราะแบบนี้ยังไงล่ะ เพราะงั้นก็เล่นกันให้เต็มที่เลยนะ

            “เย้ ! ไปเล่นกันเถอะ

 

            คุณปู่หมาดๆพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม เป็นสัญญาณให้เด็กน้อยทั้งห้าคนและหนึ่งเด็กสาววิ่งพุ่งเข้าไปในสนามเด็กเล่นทันที เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาเกือบเจ็ดโมง ภายในสนามเด็กเล่นจึงไม่มีเด็กสักคนเดียว จะมีก็แต่ผู้สูงวัยหรือผู้ที่ชอบการออกกำลังกายยามเช้า แต่ด้วยวิถีคนเมืองส่วนใหญ่ที่หาเช้ากินค่ำจนหมดเวลาชีวิตไปทั้งวันทำให้ประชากรกลุ่มดังกล่าวมีจำนวนเพียงเล็กน้อย

            ในขณะที่ปล่อยให้เจ้าตัวยุ่งทั้งหกคนปีนป่ายเครื่องเล่นในสนามเด็กเล่นอย่างสนุกสนาน เขากับพ่อก็ย้ายตัวมานั่งพักที่ชิงช้าซึ่งอยู่ใกล้ๆกัน ผ้าขนหนูที่พาดคอไว้ถูกนำขึ้นมาเช็ดเหงื่อบนใบหน้า พอดีกับที่หันไปเห็นว่าพ่อของตนอยู่ด้านข้างกำลังมองอะไรบางอย่างอยู่

 

            มีอะไรหรือเปล่าครับ ?แจบอมเอ่ยถามคนเป็นพ่อที่มองออกไปนอกสนามเด็กเล่นหิวน้ำหรือว่าอยากเข้าห้องน้ำหรือเปล่าพ่อ ?

            แจบอม…” พ่อของชายหนุ่มไม่ได้ตอบทันที หากแต่หันกลับมาด้วยแววตาวิบวับจนลูกชายคนโตของบ้านเริ่มรู้สึกขนลุกอย่างไม่ถูก

 

            เชื่อเถอะว่าต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ

 

            ไปเต้นแอโรบิคตรงลานด้านข้างเป็นเพื่อนพ่อหน่อยสิ… ’

 

            .

            .

            .

 

            และด้วยความเป็นลูกที่ไม่กล้าขัดใจพ่อทำให้แจบอมต้องมายืนสะบัดมือสะบัดเอวเต้นแอโรบิคอย่างเก้ๆกังๆร่วมกับสมาคมผู้สูงอายุกับบรรดาสมาคมแม่บ้านเกือบยี่สิบคนอยู่บริเวณลานแอโรบิคซึ่งใกล้กันกับสนามเด็กเล่น ท่ามกลางรอยยิ้มของเหล่าผู้ใหญ่รุ่นราวคราวเดียวกับพ่อและแม่บ้านรุ่นนูน่าที่มองสถาปนิกหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดปีด้วยความเอ็นดู

 

            พ่อนะพ่อ เดี๋ยวกลับคอนโดไปแล้วจะฟ้องแม่ให้หมดเลย คอยดูเถอะ !

 

            “พ่อ ผมขอไปนั่งรออยู่ข้างนอกไม่ได้หรือครับ ?แจบอมเอ่ยปากขออนุญาตพ่อที่เพลิดเพลินกับการออกกำลังกายยามเช้าร่วมกับเสียงเพลง พอโดนคนมองมากๆเข้าเขาก็อายเหมือนกันนะ

            พ่อไม่รู้จักใครเลยนา อยู่เป็นเพื่อนพ่อก่อนสิไอ้ลูกชาย แถวบ้านเรามันไม่มีกิจกรรมดีๆแบบนี้เลย พ่ออยากทำอะไรแบบนี้มาตั้งนานแล้ว

            “แต่…”

            “เอาน่าๆคุณครูอิมหันมามองหน้าลูกชายของตนแล้วจึงพูดต่อ พ่อไม่ขอให้แกไปรำไทเก๊กด้านหน้าสวนสาธารณะก็ดีเท่าไหร่แล้ว เต้นแบบนี้มันก็สนุกดี ตอนเด็กๆลูกก็เคยเต้นแอโรบิคที่สนามฟุตบอลหน้าอาคารเรียนไม่ใช่หรือไง ?

            “อย่าขุดเรื่องนั้นมาเล่าอีกสิพ่อ มันน่าอายนะ

 

            แจบอมถึงกับเหวอเมื่อพ่อเริ่มหยิบเรื่องในอดีตขึ้นมาเป็นหัวข้อสนทนา เรื่องเกิดเมื่อครั้งที่เขาอยู่ชั้นประถม เนื่องจากทางโรงเรียนมีกิจกรรมแอโรบิคเพื่อสุขภาพ นำโดยหมวดสุขศึกษาและพลศึกษา ทำให้นักเรียนทั้งโรงเรียนต้องลงมาเต้นแอโรบิคที่สนามฟุตบอลในบ่ายวันหนึ่ง ดังนั้น ด้วยความที่ตัวเองขัดใจพ่อไม่ได้ บวกกับไม่อยากทำให้พ่อซึ่งนานๆจะได้เจอกันทีผิดหวัง แจบอมจึงต้องยอมขยับแขนขยับขาตามนูน่าที่เต้นนำอยู่บนเวทีอย่างจำใจ

 

            โอป้า กังนัมสไตล์ กังนัมสไตล์ ~

            โอ โอ โอ โอ โอป้า กังนัมสไตล์ กังนัมสไตล์ ~

            โอ โอ โอ โอ โอป้า กังนัมสไตล์ ~

 

            ในส่วนของเพลงที่ใช้เต้นแอโรบิคนั้น อิมแจบอมจะไม่ขอออกความคิดเห็นใดๆทั้งสิ้น !

 

          ลูกพี่ดุ๊บ ~ แด๊ดดี้กับคุณปู่อยู่ตรงนู้นนี่นา ยองแจนอยากไปเต้นด้วยได้ไหมอ่า ?

            ‘ ม้ากคึไปด้วยซี่ ไปเต้นกับแด๊ดดี้กับคุณปู่กันเถอะน้าลูกพี่ดุ๊บ

            ‘ คุณตา ป๊ะป๋า หนูกับน้องขอเต้นด้วยนะคะ

 

            นอกจากนั้น แก๊งมนุษย์ต้นอ่อนทั้งหกคนที่เริ่มเบื่อหน่ายสนามเด็กเล่นก็วิ่งเข้ามาร่วมเต้นแอโรบิคกับคุณพ่อและคุณปู่คุณตาด้วยเช่นกัน แม้ว่าท่าทีของเจ้าก้อนวายร้ายดูจะไม่ชอบใจกับกิจกรรมประเภทนี้เท่าไหร่นัก แต่เพราะไม่อยากแตกฝูงกับพี่น้อง ร่างกลมก้อนของเด็กน้อยผมทองจึงยอมสะบัดแขนขาส่ายเอวดุ๊กดิ๊กตามจังหวะเพลงไปด้วย ผิดกับเจ้าลูกหมีตัวโตและเจ้าก้อนผมปอยชมพูที่ชอบอกชอบใจกับการเต้นแอโรบิคเป็นพิเศษ จนกระทั่ง

 

            น้องตัวเล็กสองคนตรงนั้นขึ้นมาเต้นกับพี่บนเวทีไหมคะ ?

 

            ไม่รู้ว่าน้องเล็กทั้งสองคนลีลาดีเกินคาดหรือไปเต้นท่าไหนจนสะดุดตาพี่สาวที่เต้นนำอยู่บนเวทีเข้า รู้ตัวอีกทีแบมแบมกับยูคยอมที่ยืนเต้นอยู่กับพวกเขาในตอนแรกก็ถูกจูงมือขึ้นไปอยู่บนเวทีร่วมกับผู้นำเต้นเสียแล้ว ทำเอาแจบอมได้แต่ยืนมึนงงกับสถานการณ์ตรงหน้า ต่างจากพ่อของเขาซึ่งเป็นปู่ของเจ้าตัวแสบที่เอาแต่ยืนหัวเราะร่วนอย่างชอบใจเมื่อเห็นว่าหลานชายตัวน้อยทั้งสองคนกลายเป็นผู้นำเต้นแอโรบิคในเวลานี้

           

            ยังขอยืนยันคำเดิม อิมแจบอมอยากหนีกลับคอนโดเหลือเกิน

 

            กว่ารอดพ้นจากกิจกรรมแอโรบิคเพื่อสุขภาพได้ก็เป็นเวลาเกือบแปดโมง บรรดาสมาคมแม่บ้านและผู้สูงอายุที่เต้นด้วยกันตลอดครึ่งชั่วโมงเข้ามาทักทายเจ้าตัวเล็กทั้งห้าคนและดาฮยอนด้วยความเอ็นดูตามประสาผู้ใหญ่ ส่วนพ่อก็เข้าไปร่วมวงสนทนากับสมาคมพ่อบ้านใจกล้าวัยเกษียณอย่างออกรส ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มที่อายุแตกต่างจากทุกคนในที่นี้ จนแจบอมต้องเฟดตัวออกมาจากลานแอโรบิคแล้วไปนั่งบนม้านั่งที่อยู่ไม่ไกลกันนัก

 

            You got a new message !

 

            เสียงข้อความโทรศัพท์เข้าทำให้แจบอมหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูความเคลื่อนไหวอย่างไม่เต็มใจนัก เขาเป็นพวกไม่ชอบแตะโทรศัพท์เวลาอยู่นอกสถานที่เวลาอยู่กับคนอื่น ยิ่งคนที่อยู่กับในเวลานี้คือครอบครัวของเขาด้วยแล้ว แจบอมจึงยิ่งไม่อยากจับต้องโทรศัพท์ แต่ถ้าเป็นข้อความโทรศัพท์แบบนี้ คาดว่าอาจจะเป็นงานเร่งด่วนที่ผู้ส่งไม่อาจรอให้เขาตอบอีเมล์หรือไลน์ได้

 

            From : Wonpil

          ตี๋ กูโทรหามึงแล้วแต่มึงไม่รับสาย เลยลองโทรเข้าเบอร์บ้าน แม่กับนายอนบอกว่ามึงออกไปข้างนอก แต่กูมีเรื่องด่วนต้องให้มึงช่วยจริงๆ มึงจำแบบร่างแปลนงานที่กูเอาไปให้มึงกับไอ้แว่นช่วยเช็คตอนไปกินสุกี้ที่ห้องมึงได้ไหม กูลืมหยิบมาจากห้องทำงานของมึง ถ้ากลับห้องช่วยแสกนแบบร่างแปลนแล้วส่งอีเมลมาให้กูก่อนเที่ยงที บ่ายนี้กูจะเข้าออฟฟิศไปให้พวกรุ่นพี่ช่วยตรวจแบบ ขอบใจมาก

 

            แล้วก็เป็นไปตามที่แจบอมคาดเอาไว้ ข้อความงานเร่งด่วนจากเพื่อนสนิทที่ลืมงานทิ้งไว้ในห้องของเขาเมื่อคราวก่อน (จริงๆเขาเกือบหยิบแปลนงานแผ่นนั้นทิ้งลงถังขยะไปแล้ว โชคดีที่เปิดดูก่อนเลยเก็บไว้เผื่อว่าไอ้วอนพิลต้องใช้) ถึงจะหัวเสียนิดหน่อยที่มีงานให้ทำแต่เช้า แต่คนขอร้องดันเป็นเพื่อนสนิท แจบอมจึงได้แต่เก็บความเซ็งเอาไว้ในใจแล้วเดินเข้าไปหาพวกเด็กๆกับพ่อแทน

 

            เอาล่ะ ออกกำลังกายพอให้เหงื่อออกแล้ว กลับคอนโดกันเถอะ ป่านนี้แม่กับเจ้านายอนรอไปจ่ายตลาดแย่แล้วกระมังท่านผู้นำในวันนี้บิดซ้ายบิดขวาให้ร่างกายผ่อนคลายมากขึ้น โดยมีเจ้าก้อนผมทองที่ดูเข้ากันได้ดีกับคุณปู่เลียนแบบท่าทางของชายสูงวัยไปด้วย หน่วยก้านดีเหมือนกันนี่แจ็คสัน โตไปเป็นนักกีฬาได้เลยนา ฮ่าๆ

            “วันนี้สนุกมากเลยน้าคุณปู่ แจ็คสันอยากวิ่งแบบนี้ทุกวันเลย

            “เข้าใจไหมคุณพ่อ ?ปู่ของเด็กชายตัวน้อยยื่นหน้าเข้ามาใกล้แจบอมด้วยสีหน้าทีเล่นทีจริง เก็บข้อเสนอของลูกชายไว้พิจารณาด้วยล่ะพูดจบก็หัวเราะออกมาอีกครั้งก่อนจะอุ้มแจ็คสันขึ้นไปขี่คอตนแล้วจูงมือยูคยอมกับดาฮยอนเดินนำหน้าแถวเพื่อกลับคอนโด

           

            เสียใจด้วยนะไอ้หนู มันจะไม่มีวันนั้นเด็ดขาด !

 

            แจบอมอุ้มมาร์คขึ้นมาขี่คอเช่นเดียวกันจูงมือยองแจกับแบมแบมเดินตามหลังคนเป็นพ่อแล้วตั้งสัตย์ปฏิญาณกับตัวเองในใจว่าจะไม่มีวันพาเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกทั้งหลายมาออกกำลังกายเพียงลำพังอย่างแน่นอน ทุกวันนี้แค่เลี้ยงอยู่ในห้องก็จะเป็นลมวันสี่ห้ารอบแล้ว ขืนพามานอกสถานที่แบบนี้ชีวิตของเขาคงแฟนตาซีกว่าเดิมเป็นเท่าตัว

            ทันทีที่เท้าได้สัมผัสพื้นห้อง เด็กน้อยทั้งหกคนก็เปลี่ยนเป้าหมายวิ่งเข้าไปออดอ้อนแม่และน้องสาวของเขา ทิ้งสองพ่อลูกที่เพิ่งจะออกไปวิ่งด้วยกันให้กลายเป็นอากาศไปโดยปริยาย ทว่า ข้อความโทรศัพท์จากเพื่อนสนิทเมื่อก่อนหน้านี้ทำให้แจบอมไม่มีเวลามาโอ้เอ้หรือคิดน้อยใจในความเป็นอากาศของตัวเอง ร่างสูงวิ่งพรวดเข้าห้องทำงานเพื่อค้นหาแปลนงานของเพื่อนแล้วย้ายตัวเองเข้าไปในห้องนอนเตรียมแสกนงานส่งให้เพื่อนต่อ

 

            แจบอม มีงานต้องทำหรือลูก ?แม่ของชายหนุ่มแง้มประตูห้องนอนมาดูลูกชายที่กำลังยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่หน้าโต๊ะคอมพิวเตอร์

            ก็ครับแจบอมพยักหน้าเบาๆ มีอะไรหรือเปล่าแม่ ?

            “เสียดายจังเลยนะ แม่กับนายอนอุตส่าห์รอพวกเรากลับมา ตั้งใจว่าจะชวนไปจ่ายตลาดด้วยกันน่ะสิแม่ว่าด้วยสีหน้าที่เก็บความผิดหวังไม่มิด แปดโมงกว่าแล้ว ถ้ายังไงแม่จะพาพวกเด็กๆไปจ่ายตลาดด้วย ลูกอยู่คนเดียวได้ใช่ไหมจ๊ะ ?

            “พ่อไปด้วยหรือครับ ?

            “ใช่แล้วจ้ะ วันนี้ต้องซื้อของเยอะกว่าปกตินี่นะ ยังไงก็ต้องให้พ่อเค้าขับรถพาไปตลาดกับซูเปอร์ฯด้วย แค่แม่กับนายอนแล้วก็พวกเด็กๆเดินหิ้วกันมาเองไม่ไหวหรอก

            “งั้นให้ผมไปด้วยไหมแม่ ?เมื่อได้ยินแบบนั้น เขาก็รู้สึกผิดขึ้นมาไม่น้อย จึงเอ่ยปากถามออกไป

            ไม่เป็นไรหรอกลูก อยู่ทำงานที่ห้องไปเถอะ เมื่อครู่นี้ตอนวอนพิลโทรเข้าโทรศัพท์บ้าน เสียงดูกังวลมากเลย คงจะเป็นงานด่วนจริงๆแม่ว่า อยากกินอะไรเป็นพิเศษไหมแจบอม ?

            “แม่ทำอะไรมาผมก็กินได้หมดทุกอย่างนั่นแหละครับ อร่อยหมดทุกอย่างเลยนี่นะ

            “เดี๋ยวนี้ลูกชายแม่ปากหวานเป็นกับเขาด้วยหรือไงกัน หืม ?แม่บ้านอิมยิ้มอย่างอารมณ์ดีพลางหยิกแก้มของลูกชายคนโตอย่างเอ็นดู งั้นเช้านี้เป็นข้าวต้มหมูก็แล้วกันนะจ๊ะ ไว้แม่กลับมาแล้วลูกก็อย่าลืมไปเข้าครัวด้วยล่ะ แม่จะสอนเราทำข้าวต้ม ตกลงตามนี้นะ ?

            “ครับ !?!” แจบอมถึงกับหูตั้งเมื่อได้ยินข้อเสนอบางอย่างจากแม่ของตน สอนทำข้าวต้ม ?

            “อะไรกัน ลูกคิดว่าคอร์สเรียนทำอาหารจบไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้วหรือไงแม่หัวเราะเบาๆ วันนี้แม่กับน้องอุตส่าห์เลือกเมนูที่ทำง่ายเพื่อเราเชียวนะ อย่าคิดจะโดดเรียนล่ะ

            “แต่เดี๋ยวสิแม่ !”

            “ตั้งใจทำงานนะจ๊ะ ไว้เจอกันหลังจากจ่ายตลาดเสร็จนะ นักเรียนอิมแจบอมของแม่

            “แม่ !”

 

            ปัง !

 

            แจบอมได้แต่นั่งมองประตูห้องนอนที่ถูกปิดลงโดยแม่ของเขาด้วยสีหน้านิ่งเฉยราวกับวิญญาณกำลังจะหลุดออกจากร่าง คอร์สเรียนทำอาหารที่เขาคิดเองเออเองว่ามันได้สิ้นสุดลงไปเมื่อคืนนี้กลับถูกเฉลยว่า ความจริงแล้วยังมีอีกหนึ่งด่านที่รอนักเรียนผู้มีทักษะการทำอาหารแบบติดลบไปเผชิญอยู่

            ความเงียบจากด้านนอกทำให้แจบอมรับรู้ว่า ตอนนี้เหลือเพียงแค่ตัวเองที่ถูกทิ้งไว้กลางคอนโด ร่างสูงกึ่งนั่งกึ่งนอนเอนตัวพิงพนักเก้าอี้ฟังเสียงเครื่องแสกนทำงานด้วยความเหนื่อยล้าหลังจากไปออกกำลังกายซึ่งผิดวิสัยกับการใช้ชีวิตแบบปกติของตัวเอง จนได้ภาพแปลนของเพื่อนสนิทไปอยู่ในคอมพิวเตอร์ เขาจึงรีบอัดไฟล์ใส่อีเมลแล้วกดส่งเพื่อจะได้ไปนอนพักเสียที

 

           Uploading 13%... เอาน่า ไฟล์มันใหญ่ ต้องใช้เวลาสักนิด

          

           Uploading 41%... ใกล้ถึงครึ่งทางแล้ว

                       

           Uploading 67%... *มองเตียงนอนอย่างมีความหวัง*

 

           Uploading 86%... อีกนิดเดียวเท่านั้น

 

           Uploading 99%... อีกเปอร์เซ็นต์เดียว

 

           Uploading 99%... ทำไม

 

           Uploading 99%... ขยับสิโว้ย !!!!!

 

           เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ที่โชว์อยู่บนหน้าจอมาร่วมห้านาทีทำให้สถาปนิกหนุ่มได้แต่นั่งทึ้งศีรษะอย่างร้อนใจ อีกแค่หนึ่งเปอร์เซ็นต์เขาก็จะได้ไปนอนแล้ว จะมาค้างกันดื้อๆที่หนึ่งเปอร์เซ็นต์สุดท้ายแบบนี้ไม่ได้นะเว้ย !

 

           Failed to upload the file. Please try again.

 

           จุดมากมายแทนความรู้สึก อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ

 

         โธ่ว้อย !” สถาปนิกหนุ่มกระแทกหน้าผากลงบนโต๊ะคอมพิวเตอร์อย่างเจ็บใจ มือหนาขยุ้มศีรษะตัวเองอย่างบ้าคลั่งเมื่อเห็นประโยคอันชวนเจ็บปวดหัวใจปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ

 

           แหม่โว้ย ! ทำไมชอบมาเป็นแบบนี้ตอนมีงานด่วนทุกทีเลยวะ

 

           แม้ว่าใจอยากจะหาอะไรมาฟาดคอมพิวเตอร์ตัวเองให้หายหงุดหงิด แต่ติดที่ว่าเพิ่งผ่อนงวดสุดท้ายไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนตอนซื้อคอมพิวเตอร์เครื่องใหม่โดยเลือกสเปคแรงๆหวังจะเล่นเดอะซิมส์ภาคสองรวมมิตรยี่สิบภาคย่อยที่อุตส่าห์ติดตั้งข้ามวันข้ามคืนแบบเต็มสูบ (แต่ดันมีเจ้าเปี๊ยกจอมยุ่งทั้งหลายเสียก่อน ก็เลยซื้อมาเสียเปล่าทั้งคอมฯทั้งแผ่นเกม) จึงทำได้เพียงก้มหน้ารับชะตากรรมแล้วอัพโหลดไฟล์งานใหม่ส่งให้เพื่อนจนเสียเวลาไปอีกครึ่งชั่วโมง

 

           ตุ้บ !

 

           และทันทีที่ส่งงานให้วอนพิลเสร็จเรียบร้อย ร่างสูงก็กระโจนลงบนเตียงนอนนุ่มๆของตัวเองด้วยความโหยหา ยิ่งในเวลาที่ไม่มีเจ้าตัวแสบมาคอยป่วนด้วยแล้ว เวลาแบบนี้ช่างเหมาะแก่การนอนพักผ่อนอย่างถึงที่สุด

 

           ก๊อก ก๊อก !

 

           “อะไรอีกวะเนี่ย ปัดโธ่ !”

 

           เสียงเคาะจากประตูห้องด้านหน้าทำให้ชายหนุ่มที่เพิ่งสัมผัสกับเตียงนอนมีอันต้องรัวมือทุบเตียงด้วยความเจ็บใจแบบซ้ำซ้อน แต่เมื่อมองนาฬิกาดีๆแล้วจึงพบว่า เป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วโมงหลังจากครอบครัวของเขาออกไปจ่ายตลาด ก็คงเป็นทุกคนที่กลับมาจากตลาดกระมัง

 

           อาสวัสดีครับ

 

           ทว่า การที่แจบอมตั้งสมมติฐานแบบนั้นทำให้เขาไม่ได้มองตาแมวประตูห้อง และเมื่อเปิดประตูออกมาก็พบว่าคนที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องไม่ใช่ครอบครัวของตัวเองอย่างที่ควรจะเป็น แต่กลับเป็นคนที่เขารู้สึกว่าตัวเองเจอหน้าบ่อยจนน่ากลัวในช่วงนี้ ล่าสุดก็เพิ่งเจอกันที่ตลาดเมื่อวานนี้เอง ถ้าบอกแบบนี้พอจะนึกออกกันหรือยัง ?

 

           ก็ปาร์คจินยองไงจะใครล่ะ

 

           “หืม ? แจบอมขยี้ตาหนึ่งทีเพื่อให้มั่นใจว่าเขาไม่ได้มองผิดไป หรือว่าเหนื่อยจนเพ้อเมื่อเห็นว่าคนที่ยืนอยู่หน้าตัวเองในตอนนี้คือเพื่อนบ้านที่อาศัยอยู่ชั้นเจ็ด มีอะไรหรือคุณ ?

           “ขอโทษนะครับ ผมรบกวนเวลานอนของคุณหรือเปล่า ?นักศึกษาหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนกับกางเกงสแล็คสีดำขายาวดูค่อนข้างเป็นทางการพูดด้วยรอยยิ้มบางๆ

           เปล่าหรอกแจบอมตอบโดยไม่ลืมไขว้นิ้วไว้ข้างหลัง จะไม่บอกหรอกว่าตอนที่อีกฝ่ายเคาะประตูห้อง หัวเขาเพิ่งจะแตะหมอนเท่านั้นเอ๊ง !

           “เด็กๆไม่อยู่หรือครับ ?

           “ไปตลาดกับพ่อแม่ผมน่ะดูท่าว่าอีกฝ่ายน่าจะมีธุระกับเจ้าลูกลิงตัวแสบมากกว่าจะเป็นธุระกับเขา เหตุผลที่ทำให้เขาคิดแบบนั้นก็คงไม่พ้นถุงขนมใบใหญ่ในมือของคนตรงหน้านั่นเอง

           งั้นผมฝากขนมพวกนี้ให้เด็กๆทีได้ไหมครับ ?ถุงใบใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยกล่องขนมหลายชนิดตรงหน้าตัวเองคือสิ่งยืนยันว่าแจบอมไม่ได้ทายผิดไป จริงๆผมตั้งใจจะลงมาให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่เผลอกินยาแก้แพ้เข้าก็เลยหลับไปก่อนน่ะครับ

           “มันไม่เยอะไปหน่อยหรือคุณ ?พอเห็นว่าในถุงมีทั้งขนมสดจำนวนมาก แล้วก็ของเล่นอีกจำนวนหนึ่งทำให้คุณพ่อลูกห้าอดเกรงใจผู้ใหญ่ที่ฝากของมาให้เจ้าตัวเล็กไม่ได้

           จริงๆพี่โบกอมกับคุณไอรีนจะซื้อให้เยอะกว่านี้อีกครับ แต่ผมเบรกไว้เองเพราะกลัวว่าเด็กๆจะกินไม่ทันปาร์คจินยองหัวเราะแห้งๆ ยังไงก็ขอบคุณแทนสองคนนั้นอีกทีนะครับ เรื่องที่คุณกับพวกเด็กๆอุตส่าห์สละเวลาไปช่วยน่ะ

           “แทนที่พวกคุณจะเป็นฝ่ายเกรงใจผม คงเป็นผมมากกว่าล่ะมั้งที่ต้องเกรงใจพวกคุณน่ะแจบอมถอนหายใจเมื่อยืนสำรวจขนมในถุงไปพลางๆ ถ้าผมจำไม่ผิด ขนมพวกนี้มันขายอยู่ที่ร้านเบเกอรี่ข้างๆคลินิกพี่หมอทั้งนั้น แล้วแต่ละอย่างก็ราคาไม่ใช่ถูกๆเลยนะคุณ

 

           ไม่ว่าจะเป็นมาการอง บราวนี่ ขนมเค้ก บิสกิต ชีสเค้ก ทาร์ตผลไม้ คุกกี้ พุดดิ้ง ไดฟุกุ รวมถึงน้ำตาลปั้นรูปตัวการ์ตูน (ที่รู้ชื่อขนมเพราะบนกล่องมันเขียนเอาไว้) ในกล่องบรรจุภัณฑ์ที่แจบอมค่อนข้างคุ้นตาตอนไปซื้อกาแฟเย็นในร้านดังกล่าวทำให้เขาเกรงใจเพื่อนกับแฟนของเพื่อนพอสมควร

 

           อ๋า ! พี่จีนยองนี่นา

          

           แต่เหนือสิ่งอื่นใดที่ทำให้แจบอมถึงกับสะดุ้งโหยงก็คือเสียงเล็กแหลมของเจ้าตัวแสบทั้งหลายที่ไม่ได้เรียกเขา แต่เป็นชื่อของพี่ชายเพื่อนบ้านที่หลุดออกมาจากปากของพวกเด็กๆ ตามมาด้วยร่างกลมก้อนที่อยู่บริเวณทางเดินพุ่งกระโจนเข้ามาป้วนเปี้ยนรอบกายปาร์คจินยองซึ่งอยู่หน้าประตูห้องอย่างรวดเร็ว

 

          เดี๋ยวก่อนนะงั้นก็แปลว่า

 

           พี่จีนยอง สวัสดีฮะ !” เด็กน้อยทั้งห้าคนทักทายพี่ชายนักศึกษาอย่างสนิทสนมโดยไม่ได้ชายตามองเจ้าทาสใต้บัญชาแม้แต่น้อย

           ไงเด็กๆ ไปเที่ยวกันแต่เช้าเลยนะศีรษะกลมของเด็กน้อยตัวเล็กที่มีกิ๊บต้นอ่อนของดาฮยอนติดอยู่ถูกปาร์คจินยองก้มตัวลงไปลูบผมอย่างหมั่นเขี้ยว พี่เอาขนมมาฝากเยอะแยะเลย พี่ให้พ่อเค้าไว้แล้วนะ

           “จริงหรอฮะ เย้ !”

 

           แจบอม มีเพื่อนมาหาเหรอลูก ?

           ‘ โอ๊ะ ! หนูจำได้แล้วล่ะ คุณอาคนนี้ที่เคยอุ้มคยอมมาส่งที่ห้องป๊ะป๋านี่นา

           ‘ แล้วทำไมไม่พาเพื่อนเข้าไปนั่งในห้องดีๆล่ะไอ้ลูกชาย ปล่อยให้เขายืนอยู่หน้าห้องได้ยังไงกัน

           ‘ นั่นสิพี่แจบอม ไม่ได้เรื่องเล้ย ! ’

 

           สาเหตุที่ทำให้เขาไม่ได้สนใจเรื่องที่ตัวเองกลายเป็นอากาศในเวลานี้ก็คือ สมาชิกในครอบครัวอีกสี่คนที่กำลังมองมายังเขาด้วยสายตาชวนให้แจบอมขนลุกและตาขวากระตุกถี่ยิบ โดยเฉพาะไอ้น้องสาวตัวดีกับพ่อที่แจบอมเห็นว่าสองพ่อลูกกำลังยืนยิ้มมุมปากส่งสายตาหากันอย่างไม่น่าไว้ใจอยู่ด้วย

 

           มีลางสังหรณ์ว่าชีวิตของเขาจะต้องลำบากอีกแล้ว

 

           สวัสดีค่ะคุณอาเด็กสาวที่มีสถานะเป็นลูกและหลานของแจบอมโค้งตัวทักทายคุณอาเพื่อนบ้านของป๊ะป๋าตัวเอง

           สวัสดีครับอีกฝ่ายพยักหน้ารับคำทักทาย

           พี่จีนยอง คนนี้ชื่อลูกพี่ดุ๊บน้า เป็นพี่สาวของพวกเราเองล่ะเจ้าก้อนแก้มอวบแนะนำพี่สาวคนโตของบ้านให้พี่ชายนักศึกษาได้รู้จัก

           “หนูชื่อดาฮยอนค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะเด็กหญิงไม่ลืมแก้ชื่อเรียกของตัวเองด้วย

           “พี่จีนยอง คนนี้คือคุณปู่ คุณย่า แล้วก็อานายอนฮะยูคยอมไล่แนะนำสมาชิกในบ้านของเขาให้ปาร์คจินยองรู้จักทีละคนอย่างน่ารักน่าชัง

           คุณปู่ คุณย่า อานายอน ลูกพี่ดุ๊บ คนนี้ชื่อพี่จีนยองน้า ที่แบมแบมเล่าให้ฟังเมื่อวานไงล่า ~ส่วนรายนี้เล่นแนะนำเพื่อนบ้านของเขาให้ทั้งครอบครัวรู้จักโดยถ้วนหน้าเสียด้วย

 

           ‘ อ๋อ ~ คุณอาคนนี้ที่ทำให้ป๊ะป๋าหน้าแดงเมื่อวานนี้สิน้า

 

           และข้อเสียของการมีหลานสาวแก่แดดทำให้แจบอมนึกอยากจะจับเจ้าหลานตัวแสบที่ยืนส่งสายตากับแม่ของเธอมาฟาดให้ก้นลาย ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้พ่อ แม่ แล้วก็น้องสาวของเขาเริ่มพุ่งสายตามายังแจบอมจนชายหนุ่มเริ่มยืนลุกลี้ลุกลนขึ้นทุกขณะ ส่วนปาร์คจินยองที่ยืนอยู่ด้วยกันก็ได้แต่เบนสายตาหนีไปทางอื่น ไม่รู้ว่าโกรธหลานสาวของเขาหรือไม่พอใจอะไรหรือเปล่า

 

           ควรโทษปาร์คจินยองที่มาเวลานี้ หรือโทษครอบครัวของตัวเองที่ดันกลับมาผิดเวลาดี

 

         แต่ไม่ว่าฝ่ายไหนจะมาผิดเวลา ไอ้คนที่ลำบากจริงๆก็คือเขาต่างหากโว้ย !

 

           “เราน่ะ เป็นเพื่อนบ้านของแจบอมใช่ไหมจ๊ะ ?แม่ของเขาเริ่มทักทายปาร์คจินยองด้วยท่าทางเป็นมิตรก่อน

           ครับ สวัสดีครับจินยองโค้งทักทายผู้อาวุโสกว่าอย่างลนๆจนดูเงอะงะ ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับส่วนประโยคนี้คงหมายถึงเรื่องที่แม่ของเขาเป็นฝ่ายทักทายก่อน

           “ไม่เห็นแจบอมจะเคยเล่าว่ามีเพื่อนคนอื่นที่คอนโดนอกจากบ๊อบบี้เลย ดูพึ่งพาได้มากกว่าเจ้าบ๊อบบี้อีกนะ ฮ่าๆพ่อหัวเราะร่วนเมื่อพาดพิงถึงเพื่อนบ้านขี้เมาของเขา ชื่ออะไรล่ะเรา คงไม่ใช่จีนยองแบบที่เด็กๆเรียกหรอกใช่ไหม ? ก่อนจะถามเอ่ยถามเพื่อนบ้านคนใหม่ของลูกชายตัวเองพอเป็นพิธี

           “ปาร์คจินยองครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับถึงจะตอบแบบไม่มีสะดุด แต่ท่าทีเงอะงะจนมือสั่นเหมือนเด็กของปาร์คจินยองทำให้พ่อกับแม่ของแจบอมได้แต่ส่ายศีรษะแล้วยิ้มเอ็นดูกับความประหม่าของคนที่อ่อนวัยกว่า

           หนูชื่อนายอนนะคะ เป็นน้องสาวของเจ้าพี่ไม่ได้เรื่องคนนี้ค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคะนายอนแนะนำตัวด้วยคำที่ทำให้แจบอมหันไปมองตาเขียวปั้ด ก่อนที่นายอนจะยื่นหน้ามากระซิบกับเขาให้ได้ยินกันเพียงสองคน คนนี้เหรอ ที่เด็กๆพูดถึงเมื่อวานน่ะ ?

           “ก็นะ…” ร่างสูงตอบโดยไม่มองตาน้องสาวตัวดีที่เริ่มตีสีหน้าทะเล้นขึ้นมา เป็นเพื่อนบ้านกัน ฉะนั้นอย่าคิดอะไรแปลกๆเชียวล่ะ

          

           แจบอมยืนส่งสายตาคุยกับน้องสาวที่มีท่าทีไม่น่าไว้ใจ ส่วนขบวนการต้นอ่อนทั้งหกคนก็เริ่มเข้าไปตีวงล้อมคุยกับเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดโดยไม่สนใจผู้ใหญ่อีกสี่ชีวิตที่ยืนอยู่ด้วยกันหน้าประตูห้องเสียแล้ว

 

           “เด็กๆ พี่เอาขนมมาให้เยอะเลย ฉะนั้นต้องแบ่งขนมให้พี่สาวของเรากินด้วยนะ

           “แน่นอนอยู่แล้วล่ะพี่จีนยอง ลูกพี่ดุ๊บให้แจ็คสันเล่นของเล่นเป็นคนแรก แล้วก็ให้ขนมพวกเราเยอะเลยน้า พวกเราต้องแบ่งขนมให้ลูกพี่ดุ๊บด้วยซี่

           “ขอบคุณมากนะคะคุณอา ขอบใจน้าทุกคน

           “ลูกพี่ดุ๊บ ม้ากคึอยากให้พี่จีนยองติดกิ๊บด้วยอ่า ลูกพี่ดุ๊บมีกิ๊บให้พี่จีนยองอีกไหม ?”    

           มีสิ ออมม่าซื้อมาให้ตั้งเยอะแน่ะ

           “กิ๊บอะไรหรือเด็กๆ ?

           “กิ๊บคุณต้นอ่อนแบบยองแจนไงพี่จีนยอง เท่สุดๆไปเลยน้า

           “คุณอาจินยองใจดี เพราะงั้นหนูจะยกกิ๊บต้นอ่อนให้คุณอาด้วยนะคะ

           “ครับ ?

           “พี่จีนยองอยู่นิ่งๆน้า พอลูกพี่ดุ๊บติดกิ๊บให้พี่จีนยองแล้ว พี่จีนยองก็จะมีคุณต้นอ่อนเหมือนพวกคยอมยังไงล่า ~

 

           พิธีต้อนรับสมาชิกใหม่ของแก๊งต้นอ่อนตกอยู่ในสายตาของผู้ใหญ่อีกสี่คนที่ยืนมองอยู่ห่างๆ ภาพที่ดาฮยอนกำลังติดกิ๊บลงบนศีรษะให้เพื่อนบ้านของเขาโดยมีเจ้าก้อนลูกเป็ดยืนมองไม่วางตาซึ่งไม่มีทีท่าว่าจะขัดขืนพวกเด็กๆสักนิดทำให้แจบอมนึกเกรงใจเพื่อนบ้านของตัวเองอยู่ไม่น้อยที่ยอมเออออเล่นกับเจ้าลูกลิงทั้งหลาย

 

           เย้ ! พี่จีนยองมีคุณต้นอ่อนเหมือนพวกเราแล้วน้า

           ดาฮยอน อย่าซนกับคุณอาเขาสิ ขอโทษแทนลูกสาวด้วยนะคะเพราะเห็นว่าลูกสาวของตนกำลังก่อกวนคุณอาเพื่อนบ้าน เธอจึงได้แต่เอ่ยปากขอโทษปาร์คจินยองด้วยความรู้สึกผิด

           ไม่เป็นไรหรอกครับชายหนุ่มในกรอบแว่นส่ายศีรษะเบาๆจนกิ๊บต้นอ่อนขยับไปมา     กิ๊บอันนี้น่ะ เรายกให้อาเลยใช่ไหมครับ ?

           “ใช่แล้วค่ะ คุณอาชอบใช่ไหมคะ ?

           “ครับ ขอบคุณมากนะครับหลังจากเล่นกับพวกเด็กๆพอหอมปากหอมคอแล้ว ปาร์คจินยองจึงลุกขึ้นเต็มความสูง ผมขอโทษที่รบกวนทุกคนนานเกินไป ถ้ายังไงผมขอตัวก่อนนะครับก่อนจะโค้งตัวอำลาผู้ใหญ่ทั้งสองคน รวมถึงสองพี่น้องตระกูลอิมที่ยืนทะเลาะกันทางสายตาอยู่

           “จะไปแล้วหรือ แม่ว่าจะชวนมากินข้าวเช้าด้วยกันพอดีเลย เห็นว่าสนิทกับพวกเด็กๆดี ก็คงสนิทกับแจบอมด้วยใช่ไหมล่ะเรา ?หญิงสูงวัยผู้เป็นแม่ของเจ้าของบ้านถามด้วยรอยยิ้ม

           นั่นสิ ไม่อยู่กินข้าวด้วยกันก่อนหรือเจ้าหนู ปกติไม่ค่อยเห็นเพื่อนคนอื่นของเจ้าแจบอมนอกจากเจ้าเจฮยองกับเจ้าวอนพิลเสียด้วย ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะพ่อของแจบอมก็เอ่ยปากชวนเพื่อนบ้านของลูกชายเช่นกัน

           ไม่ต้องเกรงใจจริงๆนะคะพ่อกับแม่ชวนปาร์คจินยอง แจบอมไม่ขัดข้องอะไรหรอก แต่กับนายอน บอกตามตรงว่าเขาไม่ไว้ใจมันสักนิด วันนี้พวกเราซื้อของมาเยอะอยู่แล้ว ถ้ายังไงก็มากินด้วยกันเถอะนะคะ เนอะ พี่แจบอม ขอบอกเลยว่าไอ้นายอนมันไม่ได้ถามความเห็นของเขาหรอก แต่มันกำลังคิดจะทำอะไรชั่วๆอยู่ต่างหาก เพราะอยู่ด้วยกันมาทั้งชีวิตเขาจึงรู้จักนิสัยของมันดี

 

         ในบรรดาคนรู้จักของตัวเอง คนที่เลวรองลงมาจากไอ้สองเพื่อนสนิทไม่ใช่คนอื่นไกลที่ไหน แต่เป็นไอ้น้องสาวนิสัยเสียของเขานี่แหละ !

 

           “…” แจบอมทำได้เพียงตวัดตาไปมองน้องสาวตัวเองแรงๆหนึ่งที ส่วนคนอื่นก็รอฟังคำตอบจากเพื่อนบ้านของเขาอยู่

           ขอโทษจริงๆนะครับ วันนี้ผมคงไม่สะดวกเท่าไหร่เด็กแว่นตรงหน้าโค้งศีรษะขอโทษผู้ใหญ่ทั้งสอง รวมถึงเขากับนายอนอีกครั้ง คือผมมีเรียนที่มหาวิทยาลัยตอนสิบเอ็ดโมงน่ะครับและสาเหตุของปาร์คจินยองจึงทำให้แจบอมกระจ่างว่าทำไมอีกฝ่ายถึงแต่งตัวค่อนข้างเป็นทางการ

           ไม่เป็นไรจ้ะ งั้นไว้คราวหน้าก็แล้วกันนะ

           “อ้าว ยังเป็นนักศึกษาอยู่หรอกหรือ ก็แปลว่าเด็กกว่าเจ้าแจบอมล่ะสิ พ่อนึกว่ารุ่นเดียวกันเสียอีก

           “คือเรียนต่อโทน่ะครับ จริงๆก็อายุรุ่นเดียวกับคุณแจบอมเขานั่นล่ะครับ

           “เก่งเหมือนกันนะเรา งั้นก็ตั้งใจเรียนเข้าล่ะ ไว้วันหลังถ้าพวกเรามาอีกจะให้เจ้าแจบอมไปชวนมากินข้าวด้วยก็แล้วกันพอเห็นว่าอีกฝ่ายมีประวัติการศึกษาที่น่าสนใจ ทำให้พ่อของเขาซึ่งเป็นครูอดชื่นชมไม่ได้

           “ว้า เสียดายจังเลยนะคะ…” นายอนตีหน้าเศร้าเล็กน้อยโดยที่ยังไม่ทิ้งลายกวนประสาทด้วยการชายตามามองแจบอม เนอะ พี่แจบอม ตบท้ายด้วยคำสร้อยที่แสนจะน่าหมั่นไส้ชวนให้แจบอมจิกตามองอยู่ตลอดเวลา

           “ขอบคุณมากจริงๆนะครับนักศึกษาหนุ่มโค้งตัวลาอีกครั้ง เด็กๆ พี่ไปก่อนนะ อาไปก่อนนะครับ ขอบคุณสำหรับกิ๊บติดผมอีกรอบนะ แล้วจึงก้มลงมาลาเจ้าตัวเล็กที่แย่งกันยืนกอดแขนกอดขาตัวเองและดาฮยอนที่ยืนร่วมวงอยู่ใกล้ๆกัน

           เสียดายจังเลยน้า วันหลังมาเล่นกับพวกเราอีกน้าพี่จีนยอง

           “บ๊ายบายนะคะคุณอา คราวหน้ามาเล่นกับพวกหนูอีกนะคะ

           ผมไปก่อนนะคุณแจบอม โชคดีนะครับแล้วก็ไม่ลืมหันมาบอกลาคนที่กลายเป็นอากาศผู้เป็นเจ้าของห้องอีกครั้ง

           ฮื่อ บายนะคุณ โชคดี

 

           ปาร์คจินยองเดินออกจากหน้าประตูห้องของเขาไปพร้อมด้วยรอยยิ้มของครอบครัวเขาที่คงจะเอ็นดูอีกฝ่ายตามประสาเพื่อนของลูกชาย แต่เมื่อเพื่อนบ้านคนดังกล่าวเดินหายลับไปแล้ว ทุกสายก็หันมาจับจ้องแจบอมโดยพร้อมเพรียงกันจนลูกชายคนโตของบ้านเริ่มขนลุกวาบอีกครั้ง

 

           ก็มีเพื่อนที่ดูเรียบร้อยเหมือนกันนี่ไอ้ลูกชาย ทำไมไม่พามาแนะนำให้พ่อกับแม่รู้จักบ้าง ปกติเห็นที่พามาเจอมีแต่พวกแสบๆอย่างเจ้าวอนพิลกับเจ้าเจฮยองทั้งนั้น ฮ่าๆ

           “คราวหน้าก็ชวนเพื่อนมากินข้าวด้วยกันบ้างนะแจบอม อุตส่าห์มีเพื่อนบ้านดีๆทั้งที ผูกมิตรไว้ก็ไม่เสียหายนะลูก

 

           นอกจากจะกลายเป็นอากาศในสายตาลูกแล้ว ก็ยังเป็นลูกชายคนข้างบ้านของพ่อกับแม่ด้วยนะรู้ยัง !?!

 

           “นั่นสิ ลูกก็ชอบ หลานก็ชอบ พ่อแม่ก็ชอบ น้องสาวอย่างหนูก็ชอบนะ…” พ่อกับแม่คงไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่ไอ้นายอนเนี่ย เชื่อเถอะว่ามองมุมไหนก็มีจุดประสงค์แอบแฝงทั้งนั้น เนอะ พี่แจบอม

 

           แม่งเป็นคำที่เขารู้สึกเกลียดมากกว่าเสียงโห่ของไอ้เพื่อนชั่วทั้งหลายอีก !

 

           “ไปๆ เข้าห้องกันให้หมดเดี๋ยวนี้เลย !” แต่ก็นึกไม่ออกว่าจะเถียงน้องอย่างไรให้ชนะ เพราะนึกคำด่าไม่ออก แจบอมจึงเปลี่ยนประเด็นไปบอกให้ทุกคนเข้าห้องแทน โดยที่ไอ้นายอนยังคงเดินหัวเราะด้วยจริตที่ชวนให้แจบอมอยากจะจับน้องสาวตัวเองโยนออกนอกหน้าต่างอย่างถึงที่สุด

 

           หลักสูตรเรียนทำอาหารเช้าในวันนี้ หากเทียบกับเมื่อวานแล้วมันง่ายกว่าอยู่มาก แต่สำหรับคนไม่มีทักษะการทำอาหารแบบแจบอมนั้น มันยังเป็นปัญหาที่ทำให้ชายหนุ่มรู้สึกเหนื่อยจนแทบจะหน้ามืดกลางห้องครัวพอๆกับเวลาจับเจ้าตัวยุ่งทั้งหลายไปอาบน้ำ ไม่ว่าจะเป็นการหั่นต้นหอม การปั้นหมูสับใส่ข้าวต้ม การตั้งไฟต้มข้าว หรือแม้แต่การปรุงรสข้าวต้มร้อนจัดที่ทำให้แจบอมลิ้นพองจนรู้สึกทรมานไปทั้งช่องปากเพราะถูกข้าวต้มลวก ในขณะที่พ่อของเขากับบรรดาลูกหลานกำลังตั้งวงเล่นไพ่อูโน่อยู่กลางห้องนั่งเล่นโดยมีเสียงหัวเราะของเจ้าตัวแสบทั้งหลายดังคิกคักๆ

 

           อร่อยจังเลย คุณย่า คยอมขอเพิ่มอีกได้ไหมฮะ ?

           ‘ เค็มจังเลยอ่ะป๊ะป๋า

 

           เสียงวิจารณ์จากกรรมการตัวน้อยทั้งสองคนช่างแตกต่างกันโดยลิบลับ ในขณะที่น้องเล็กของบ้านยื่นถ้วยเปล่าขอเติมข้าวต้ม พี่สาวคนโตของกลุ่มก็อธิบายถึงสิ่งที่ตนรู้สึกอย่างตรงไปตรงมา ส่วนเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกอีกสี่คนก็แบ่งฝักแบ่งฝ่ายเป็นสองข้างอย่างเท่ากัน แจ็คสันกับยองแจลงความเห็นไปทางยูคยอม ส่วนมาร์คกับแบมแบมลงคะแนนเสียงให้ความคิดเห็นของดาฮยอน ความหวังของแจบอมในเวลานี้จึงตกอยู่กับกรรมการคุมสอบอาวุโสที่ตักข้าวต้มฝีมือตัวเองเข้าปากเป็นคนสุดท้าย

 

           “…” สีหน้านิ่งเฉยของพ่อทำให้สามแม่ลูกยืนกลืนน้ำลายอึกใหญ่ โดยเฉพาะนักเรียนประจำหลักสูตรที่มองพ่อของตนอย่างมีความหวัง

           บอกมาตามตรงเลยนะพ่อ ไม่ต้องกลัวผมเสียใจหรอกเพราะเขาเองก็ถอดใจเรื่องรสชาติแล้วเหมือนกัน แค่ไม่ทำห้องครัวไหม้ก็ดีถมไปแล้ว

           “พ่อไม่รู้ว่าพวกเด็กๆกินง่ายอยู่ง่าย หรือพ่อติดใจฝีมือแม่จนเกินไปคุณครูอิมสูดหายใจเข้าก่อนจะมองหน้าลูกชายคนโตอย่างหนักใจ พ่อขอพูดตามตรงเลยนะแจบอม…”

 

           แทนที่จะหัดเข้าครัวทำอาหาร พ่อว่าแกหาแม่ให้ลูกน่าจะง่ายกว่ากันเยอะ

 

           “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะพ่อ ลูกเสียความมั่นใจหมดนะถึงจะชอบเทเขาเวลาอยู่กับบรรดานายท่านตัวน้อยมากแค่ไหน แต่คุณหญิงแม่ก็ไม่ได้ใจร้ายเกินกว่าจะทิ้งให้เจ้าทาสผู้อาภัพถูกเจ้าคุณพ่อเปล่งวาจาทำร้ายจิตใจอยู่ดี

           ฟังก่อนสิแม่ พ่อไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นคุณครูอิมส่ายศีรษะเป็นพัลวันเมื่อโดนภรรยาของตัวเองมองแรงใส่ ข้าวต้มที่ลูกทำวันนี้มันไม่ได้แย่หรอก แค่เค็มไปนิดเหมือนที่ดาฮยอนบอกนั่นล่ะ

           “…”

           “แต่พ่อเห็นตอนที่ลูกอยู่ในครัวแล้ว แค่ทำข้าวต้มยังลำบากน่าดู ขืนทำเมนูอื่นเราไม่เป็นลมกลางห้องครัวไปก่อนเลยหรือแจบอม ?เพราะเป็นคนประเภทเดียวกัน พ่อที่ไม่ประสีประสาการเข้าครัวเช่นเดียวกับแจบอมจึงมองเหตุการณ์ออกทุกอย่าง แต่พ่อก็ไม่ได้บังคับให้ลูกรีบหาแฟนหรอกนะ ของแบบนี้มันต้องใช้เวลา

           “พ่อครับ ทุกวันนี้เวลาจะนอนผมยังไม่มีเลยนา…”

           “ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะพ่อนายอนเข้ามาปรามให้บรรยากาศตึงเครียดให้สงบลง ดูจากรูปการณ์แล้ว คาดว่าอีกไม่นานหรอกค่ะ

           “…”

           เนอะ พี่แจบอม มันมาอีกแล้ว ไอ้ประโยคชวนเส้นสายกระตุกกับสีหน้ากวนๆของน้องสาว

           ยุ่งน่า !” แจบอมเอ็ดใส่น้องสาวตัวดีไปหนึ่งที ก่อนจะเดินไปตักข้าวต้มมานั่งกินกับเจ้าตัวแสบทั้งหลายแทน โดยที่สายตาก็ยังฟาดฟันกับไอ้นายอนอยู่ตลอดเวลา

           คิดให้ดีๆนะพี่แจบอมนายอนจีบปากจีบคอพูดต่อไปโดยไม่สนใจสายตาของพี่ชายตัวโตสักนิด อย่างที่หนูบอกไปนั่นแหละพี่แจบอม พ่อกับแม่ก็ดูจะชอบ ลูกก็ชอบ หลานก็ชอบ แล้วหนูก็โอเค้ ~ โอเค…”

           “ไอ้นายอน !”

           “ทำกับข้าวก็เป็น แถมดูจะเข้าหาเด็กได้ง่ายด้วย อยู่คอนโดเดียวกันอีกต่างหาก อืม…”

           “กินข้าวไปเงียบๆเลยโว้ย !” ยิ่งเห็นน้องสาวตัวเองพูดไม่หยุด แจบอมก็เริ่มหัวเสียมากขึ้นทุกที มันจะอะไรกันนักกันหนา ทีกับเพื่อนคนอื่นไม่เห็นจะชงกันขนาดนี้ ทำไมกับเพื่อนบ้านคนนี้เขาถึงได้โดนล้อไม่หยุดเลยวะ

           “โตกันจะแย่อยู่แล้ว อย่าทะเลาะกันสิลูกผู้เป็นแม่พยายามห้ามทัพลูกชายกับลูกสาวที่นั่งมองหน้ากันอยู่อย่างใจเย็น นายอนก็อย่าไปแหย่พี่เค้านักสิ เรานี่จริงๆเลย

           “หนูแค่แหย่เล่นๆนะคะแม่ ถ้าไม่คิดอะไรก็ไม่ต้องร้อนตัวหรือทำตัวมีพิรุธสินายอนว่าพลางเหลือบตามองพี่ชายของตน เนอะ พี่แจบอม

          

           เกลียดน้องสาวตัวเองนี่บาปมากไหมเลวไม่ต่างจากไอ้เพื่อนชั่วของเขาเลยนี่หว่า !

 

           “เอาน่าๆ นายอนเลิกแกล้งพี่เค้าเถอะ น่าสงสารเจ้าแจบอมนะ นั่งหน้ามุ่ยไปถึงไหนต่อไหนแล้วหัวหน้าครอบครัวปรามสองพี่น้องให้สงบศึกอย่างแท้จริง แต่ถ้าสนใจเขาจริงๆ ถึงจะเป็นผู้ชายพ่อก็ไม่ว่าอะไรนะ ยังไงแกก็มีลูกชายตั้งห้าคน ลูกสาวอีกหนึ่งคน พ่อก็ไม่อะไรให้ต้องกังวลแล้วล่ะ ก่อนจะหันมากระซิบกับลูกชายคนโตที่ทำเอาแจบอมถึงกับหน้าเปลี่ยนสีด้วยความตกใจจนถึงขั้นมือสั่นปากสั่นเมื่อได้ยินแบบนั้น

           “พ่อ !!!!!” พระเจ้าช่วย ไม่รู้ว่าระหว่างพ่อกับไอ้นายอน เขาควรจะพ่นไฟใส่ใครก่อนดี คนหนึ่งก็จีบปากจีบคอตีหน้ามีจริตจนน่าหมั่นไส้ อีกคนก็นั่งระเบิดหัวเราะอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไร ทำไมพูดแบบนั้นล่ะพ่อ !!!”

          

           ประเด็นคือคนที่พูดเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของตัวเองไง จะด่าเหมือนตอนด่าเพื่อนก็ไม่ได้ด้วย

 

           แจบอมจ้วงข้าวต้มเข้าปากโดยไม่สนใจความร้อนของอาหารในชามหรือรสชาติที่เค็มเกินมาตรฐานสักนิด เขารู้เพียงแค่ว่าอยากจะรีบกินแล้วหนีไปหลบมุมในที่ที่ไม่มีไอ้นายอนกับพ่อสักระยะ จะอะไรเสียอีกถ้าไม่ใช่ว่าสองคนนั้นส่งสายตามองหน้ากันพักหนึ่งแล้วทำทีเปลี่ยนไปคุยเล่นกับพวกเด็กๆราวกับเรื่องที่พูดกับเขามันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทิ้งให้เหยื่อตัวโตที่โดนรังแกกลางวงข้าวต้มนั่งหน้าบูดอยู่คนเดียว

           ทว่า แผนการที่คิดจะหนีก็เป็นเพียงความฝันลมๆแล้งๆของคุณพ่อร่างสูง เพราะเมื่อกินข้าวเสร็จ เจ้าลูกลิงทั้งหกก็ลากเขาไปนั่งเล่นไพ่อูโน่กับคุณปู่คุณตาอีกครั้ง แต่ก็ใช่ว่าแจบอมจะรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาเสียเมื่อไหร่ ยิ่งเห็นไอ้นายอนที่นั่งอยู่บนโซฟายักคิ้วหลิ่วตาด้วยแล้ว ถ้าไม่ติดว่าเป็นผู้หญิง เขาคงลุกขึ้นเดินไปเตะสักป้าบสองป้าบให้หายหมั่นไส้ไปแล้ว

 

         เวลาเห็นปาร์คจินยองก้มหน้าก้มตาตอนโดนล้อ เขาก็เสียเซลฟ์ที่เห็นอีกฝ่ายรู้สึกไม่ดีมากพอแล้ว ฉะนั้นเลิกล้อเลิกแกล้งกันสักทีเถอะ

 

           “พ่อคะ ดาฮยอน เก็บกระเป๋าเรียบร้อยแล้วใช่ไหม ?ในขณะที่กำลังจั่วไพ่อูโน่กันอยู่ แม่ของเขากับนายอนก็เริ่มเข้าไปยกกระเป๋าสัมภาระออกมาจากห้องนอนโดยเอ่ยถามสองตาหลานไปด้วย

           หนูเก็บตั้งแต่เช้าแล้วค่ะเด็กสาวตอบโดยไม่ได้สนใจแม่ของเธอนักเพราะกำลังห่วงเล่นกับน้องชายมากกว่า

           “พ่อก็เก็บเรียบร้อยตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วล่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก

           “จะกลับกันแล้วหรือครับ ?แจบอมวิ่งเข้าไปช่วยสองสาวยกกระเป๋าออกมาวางในห้องนั่งเล่น พลางมองนาฬิกาที่เป็นเวลาสิบเอ็ดโมงกว่าเพิ่งสิบเอ็ดโมงกว่าเอง ไม่อยู่ต่ออีกสักนิดก่อนหรือแม่ ?

           แม่ก็อยากอยู่กับลูกแล้วก็หลานหลายๆวันเลย แต่เราวางแผนกันไว้ว่าจะออกจากที่นี่ก่อนเที่ยง จะได้ไม่ถึงบ้านค่ำน่ะ แม่ไม่อยากให้พ่อเค้าขับรถตอนกลางคืนเพราะสายตาก็เริ่มไม่ดีแล้วผู้เป็นแม่ว่า ไว้แม่จะพยายามหาเวลาขึ้นมาหาบ่อยๆนะลูก

           “ครับ…” แจบอมทำได้แค่ยิ้มรับเมื่อแม่ลูบศีรษะของตัวเองอย่างเบามือ

           “พ่อ ดาฮยอน เตรียมตัวได้แล้วนะ น่าตีทั้งตาทั้งหลานจริงๆเลย ห่วงเล่นกันตลอดแม่ส่ายหัวอย่างระอาใจกับสองตาหลานที่ยังนั่งเล่นกับเจ้าก้อนตัวกลมทั้งห้าไม่ยอมหยุด เด็กๆ มาให้ย่ากอดทีสิ ย่าจะกลับบ้านแล้วนะแต่ก็ใช่ว่าแม่เขาจะไม่เห่อหลานเสียเมื่อไหร่

           คุณย่าจะไปแล้วหรอ ?แบมแบมทิ้งไพ่อูโน่ในมือไปกอดคุณย่าของตัวเองทันทีเมื่อได้ยินแบบนั้น แบมแบมอยากเล่นกับคุณปู่ คุณย่า อานายอน แล้วก็ลูกพี่ดุ๊บอีก ทุกคนไม่ไปไม่ได้หรอ ?ตามมาด้วยซีนดราม่าของย่าหลานโดยมีแจบอมยืนมองอยู่ห่างๆ

           แจ็คสันก็อยากไปวิ่งกับคุณปู่อีก คุณปู่อยู่ต่ออีกซี่ น้า ~

           “เมื่อคืนลูกพี่ดุ๊บเล่านิทานสนุกสุดๆไปเลย ม้ากคึอยากฟังนิทาน ลูกพี่ดุ๊บอยู่กับพวกเราได้ไหม น้าๆ

           “อานายอนอย่าไปเลยน้า นะนะนะนะ ยองแจนอยากเล่นกับทุกคนนานๆนี่นา

           “งือคยอมจะเป็นเด็กดีของทุกคนเลย อยู่กับพวกเราก่อนซี่ นะฮะ น้า

           “หนูก็อยากอยู่เล่นกับทุกคนนานๆเหมือนกัน ออมม่า คุณยาย คุณตา เราอยู่ต่อไม่ได้เหรอคะ ?

           “ไว้วันหยุดยาวคราวหน้าเราค่อยมาค้างที่นี่หลายๆคืนเลยก็แล้วกัน ดีไหม ?คุณปู่อิมเสนอความคิดที่น่าสนใจสำหรับพวกเด็กๆ รวมถึงตัวเองที่เริ่มไม่อยากแยกจากหลานชายตัวน้อยเสียแล้ว พรุ่งนี้ปู่ต้องไปทำงานแล้ว ไว้คราวหลังปู่จะมาอยู่เล่นกับพวกเรานานๆเลยนะ ไหน มาให้ปู่กอดหน่อยสิ

           “ฮือ ยยองแจนไม่ให้คุณปู่คุณย่าไปน้า ไม่เอาๆเจ้าก้อนแก้มอวบในอ้อมกอดของคุณปู่คุณย่าเริ่มเป่าปี่ออกมา

           แบมแบมก็ไม่ให้ทุกคนไปเหมือนกัน แด๊ดดี้บอกคุณปู่คุณย่าแล้วก็อานายอนกับลูกพี่ดุ๊บให้อยู่ต่อก่อนซี่ น้าแด๊ดดี้ ฮือ…”

           “อย่าร้องไห้กันเลยนะเด็กๆ ไว้ถ้าอามาอีกเมื่อไหร่ อาจะเอาขนมมาฝากเยอะๆเลย

           “รอบนี้พี่มีมาชเมลโล่ ช็อกโกแลตคุณหมี แล้วก็เยลลี่สีรุ้งมาให้ล่ะดาฮยอนวิ่งไปรื้อกระเป๋าของนายอน ก่อนจะกลับมารวมกลุ่มกับน้องชายตัวน้อยในสภาพที่มีห่อขนมเต็มอ้อมแขน เดี๋ยวคราวหน้าจะเอาขนมอร่อยๆกับของเล่นมาให้อีกนะ ห้ามทิ้งกิ๊บคุณต้นอ่อนกันนะ เข้าใจไหม ?”

           “ลูกพี่ดุ๊บ แงงงงงงงงงงงงง !!” ภาพของหกพี่น้องที่ยืนงอแงใส่กันจ้าละหวั่นกลายเป็นภาพชวนขบขันสำหรับผู้ใหญ่ทั้งสี่คนที่ยืนมองอยู่ด้วยความเอ็นดูฮือพวกเราจะไม่ทิ้งคุณต้นอ่อนแน่นอน พวกเราจะเก็บอย่างดีเลยน้า ฮึก…”

           “พ่อไปก่อนนะแจบอมฝ่ามือหนาตบลงมาบนไหล่ของชายหนุ่มเบาๆ ถึงจะสนิทกับพ่อก็จริง แต่การกระทำจำพวกกอดหรือหอมแก้มเหมือนที่เขาทำกับแม่มันก็เป็นเรื่องชวนเคอะเขินระหว่างเขากับพ่ออยู่ดี ดูแลตัวเองดีๆด้วยล่ะ ว่างเมื่อไหร่ก็พาลูกกลับไปบ้านบ้างนะ

           “ครับพ่อ ขับรถดีๆนะครับ

           “อย่าเอาแต่กินอาหารสำเร็จรูปเสียล่ะแจบอม กับข้าวในตู้เย็นที่แม่ทำไว้ให้น่าจะพอสำหรับลูกกับเด็กๆไปอีกสามวัน แล้วก็นอนพักผ่อนเยอะๆนะรู้ไหม มีปัญหาอะไรก็โทรมาปรึกษาแม่ได้ตลอดนะลูกฝ่ามือเรียวจับเข้าที่ใบหน้าทั้งสองข้างของลูกชายเหมือนกับทุกทีที่ผ่านมา โชคดีนะจ๊ะแจบอม

           “มากอดหน่อยดิพี่แจบอมนายอนอ้าแขนพร้อมยิ้มหวานอย่างอารมณ์ดี ภาพที่สองพี่น้องยืนกอดกันยังคงทำให้พ่อกับแม่คิดถึงเมื่อครั้งลูกทั้งสองของตนยังเป็นเด็กน้อยอยู่เสมอ เป็นพ่อคนแล้ว เลิกทำตัวเป็นเด็กได้แล้วนะรู้เปล่า ?

           “เก็บไว้บอกตัวเองเถอะ ลูกโตจะแย่ยังทำตัวเป็นเด็กอีก

           “นี่ พี่แจบอม…” นายอนเลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้หูของพี่ชายคนโต หนูมีอะไรอยากจะบอก มันอาจจะไม่ถูกทั้งหมด แต่หนูมั่นใจว่าเกินครึ่งว่าตัวเองดูไม่ผิดแน่นอน

           “อะไรล่ะ ?แจบอมมองน้องสาวด้วยความไม่ไว้ใจนัก หากแต่สีหน้าของเธอกลับทำให้แจบอมเลือกที่จะฟังสิ่งที่น้องสาวกำลังจะกระซิบบอกต่อจากนี้ว่ามา…”

           “อย่าตกใจนะ…” นายอนเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดต่อ

          

           พี่แจบอม คือ… ’

 

           .

           .

           .

 

           ห้องหมายเลข 0418 กลับเข้าสู่ความสงบอีกครั้งในช่วงบ่าย หลังจากที่ครอบครัวของเขาออกเดินทางกลับสู่จอนจูไปก่อนเที่ยงแล้ว เจ้าตัวเล็กทั้งห้าก็งอแงกันไม่หยุดเพราะพี่สาวกับพวกผู้ใหญ่ที่เล่นกับตัวเองมาตลอดหนึ่งวันหนึ่งคืนไม่อยู่ที่นี่เสียแล้ว ร้อนถึงแจบอมต้องพยายามเกลี้ยกล่อมให้สิ่งมีชีวิตไซส์มินิทั้งหลายเลิกร้องไห้ด้วยขนมทั้งหลายที่ปาร์คจินยองเพิ่งให้มา

 

           และกล่องขนมที่ว่างเปล่ากับสีหน้าร่าเริงผิดกับในตอนแรกของเจ้าก้อนจอมยุ่งทั้งหลายก็เป็นเครื่องการันตีว่า ขนมหวานยังคงสามารถสยบเด็กได้อย่างดีเยี่ยม

 

           “งือ ~ แด๊ดดี้ แจ็คสันง่วงจังเลยน้าหลังจากอิ่มอร่อยกับมื้อเที่ยงที่แม่ทำไว้ให้ก่อนกลับกับขนมหวานแสนอร่อยแล้ว เด็กน้อยผมทองก็เริ่มเลื่อนตัวเข้ามาถูไถศีรษะที่ท่อนแขนของคุณพ่อร่างสูงอย่างออดอ้อน

           ม้ากคึก็เริ่มง่วงแล้วล่ะแด๊ดดี้ งื้อ…” เจ้าก้อนผมแดงเองก็เริ่มเลื้อยขึ้นมานอนบนตักของแจบอมด้วยตาปรือๆเช่นกัน

           ช่วยไม่ได้ไม่ใช่เพียงแค่เจ้าตัวแสบทั้งหลายที่เริ่มง่วงนอน แม้แต่เขาเองก็หาวหวอดด้วยความเพลียแล้วเช่นกัน งั้นไปเปิดแอร์นอนสักตื่นในห้องของพวกนายก็แล้วกัน

 

           แจบอมวางแผนไว้ในหัวเสร็จสรรพ แล้วทยอยหิ้วบรรดาตุ๊กตามีชีวิตตัวอ้วนกลมเข้าห้องทีละก้อนสองก้อน ก้อนมนุษย์ที่นอนเรียงแถวกันในเวลาบ่ายโมงเศษๆพร้อมใจกันเว้นที่ว่างตรงกลางให้แจบอมเข้าไปนอนด้วยเหมือนกับทุกที ซึ่งคนเป็นพ่อก็ไม่ได้บ่ายเบี่ยงแต่อย่างใด

 

           มาร์คกับยูคยอมระวังตกเตียงด้วยล่ะแจบอมพูดกับพี่ใหญ่และน้องเล็กที่อยู่ริมสุดทั้งสองฝั่งในขณะห่มผ้าให้เจ้าตัวยุ่งทั้งหลายที่นอนยุกยิกอยู่บนเตียง

           ฝันดีน้าแด๊ดดี้ยองแจกอดหมับเข้าที่แขนของคุณพ่อร่างแทนการกอดตุ๊กตาเหมือนแบมแบมและยูคยอม ก่อนจะใช้ศีรษะมุดเข้ามาซบแจบอมอย่างน่ารักน่าชัง

           ฟี้ ~

 

           แต่คนที่หลับใหลเป็นคนแรกกลับกลายเป็นแจ็คสันซึ่งใช้พลังงานตลอดช่วงเช้าไปมากกว่าใครทั้งหมด ตามมาด้วยก้อนมนุษย์ต้นอ่อน (จริงๆจะแกะกิ๊บให้ก่อนเข้าห้อง แต่ท่านไม่ยอมไง) ที่เข้าห้วงนิทราตามกันไปทีละคน จนภายในห้องนอนมีเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศกับคุณพ่อลูกห้าที่ยังนอนลืมตาอยู่บนเตียงเพราะเริ่มตาสว่างแล้ว

 

           ทีแบบนี้ล่ะดันนอนไม่หลับ ให้ตายสิ !

 

พอหายง่วงจนไม่สามารถข่มตาให้นอนหลับในตอนบ่ายได้ บวกกับที่ถูกเจ้าตัวเล็กทั้งห้านอนขนาบอยู่รอบด้านทำให้แจบอมได้แต่นอนแน่นิ่ง เพราะเกรงว่าถ้าตัวเองขยับตัวไปมา พวกเด็กๆที่เพิ่งหลับไปจะตื่นขึ้นมาเสียก่อน

            ชวนไอ้แว่นเล่นเกมเศรษฐีสักตาก็แล้วกัน --- ท่ามกลางความมืดภายในห้องนอนที่มีผ้าม่านปิดหน้าต่างเอาไว้ ความคิดที่จะหาอะไรทำแก้เซ็งจึงผุดขึ้นมาพร้อมกับใบหน้าเลวๆที่สวมแว่นตาของเพื่อนสนิท โทรศัพท์มือถือถูกยกขึ้นมาต่ออินเทอร์เน็ตและปิดเสียงเพื่อไม่ให้รบกวนการนอนของพวกเด็กๆหลังจากกำหนดเป้าหมายชัดเจน เพราะความแค้นสะสมที่เมื่อวันก่อนเล่นเกมแพ้ไปสามสี่ตารวด ก็ขอแก้มือเพื่อกู้ศักดิ์ศรีและอันดับรางวัลเสียหน่อยก็แล้วกัน

 

            R R R R ~

 

            หากแต่การกู้ศักดิ์ศรีเจ้าแห่งเกมเศรษฐีก็มีอันต้องสะดุด เมื่อมารผจญที่เรียกว่าการแจ้งเตือนไลน์เกิดสั่นขึ้นเพื่อแจ้งถึงการมีอยู่ของข้อความที่ถูกส่งมา ตัวเลขหลักร้อยบนหัวมุมไอคอนแอพพลิเคชั่นที่ยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องทำให้แจบอมมองหน้าจอโทรศัพท์ด้วยความฉงน ยิ่งเมื่อกดเข้าไปดูและเห็นว่าตัวเลขหลักร้อยนั้นอยู่ต่อท้ายชื่อไลน์รวมรุ่นเพื่อนมหาวิทยาลัยที่มีสมาชิกเกือบห้าสิบคน ร่างสูงก็ยิ่งเกิดความแคลงใจมากขึ้นไปอีก

 

            ไม่มีงานการทำกันหรือไงวะ !?!

 

            แม้ว่าจะไม่ชอบการเข้าไปอ่านไลน์กลุ่มแบบนาทีต่อนาทีเพราะมันเสียเวลารอข้อความ แต่แชทที่ยังมีการแจ้งเตือนอยู่เรื่อยๆ อีกทั้งเพื่อนสนิททั้งสองคนซึ่งคนหนึ่งคือคนที่ตัวเองตั้งใจจะชวนมาเล่นเกมและอีกหนึ่งคนที่เขาเพิ่งส่งงานให้ ทั้งยังบอกว่าจะเข้าออฟฟิศไปให้รุ่นพี่ตรวจงานตอนบ่ายก็เป็นคนที่ส่งข้อความเข้ากลุ่มแชทด้วย แจบอมจึงยอมกดเข้าไปดูอย่างจำใจ เผื่อว่าอาจเป็นเรื่องด่วนจากออฟฟิศหรือมีงานอะไรที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง

 

            และเขาก็คิดถูกมากที่กดเข้าไลน์มาดูข้อความ เพราะมันเกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง

 

            แต่ มัน ไม่ ใช่ เรื่อง งาน โว้ย !!!

 

            $UHO | ซูโฮ : ฮัลโหลมนุษย์ ตื่นกันหรือยัง ?

          Seugi94 : บ่ายป่านนี้กูจะนอนทำห่_อะไรล่ะ จะส่งงานพรุ่งนี้แล้วยังเก็บรายละเอียดไม่หมดเพราะเสียเวลาเล่นกับพวกมึงตอนไปคลินิกพี่หมอไง

          Jaehyung Swagger : มีอะไรกันเหยอ… (‘ – ‘)

          Wonpil K. : ขนลุกว่ะ อีโมไม่เข้ากับหน้าเลวๆของมึงเลย

          Jaehyung Swagger : มึงก็อย่าแอ๊บเลยวอนพิล ได้ข่าวว่าร่วมด้วยช่วยกันเลวไม่ใช่เหรอ ?

          $UHO | ซูโฮ : *sent a photo*

          $UHO | ซูโฮ : อุ๊บส์ มือลั่น !

 

            “ไอ้เหี้_ซูโฮ !!!!!!

 

            รูปถ่ายรูปหนึ่งจากเพื่อนช่างภาพที่เขาเพิ่งไปทำงานร่วมกันถูกส่งเข้ามาในห้องแชท และภาพเพียงภาพเดียวก็ส่งผลให้ห้องแชทมีความเคลื่อนไหวแบบติดสปีดเกิดขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน รวมถึงเป็นภาพที่ทำให้แจบอมหลุดปากสบถออกมาอย่างตกตะลึง ก่อนจะรีบยกมือปิดปากเมื่อนึกขึ้นได้ว่ารอบข้างตัวเองมีมนุษย์เด็กนอนหลับปุ๋ยอยู่

            ภาพที่กำลังกลายเป็นต้นเหตุแห่งข้อความในห้องแชทจำนวนมหาศาลคือภาพของตัวเขาเองที่ยืนท่ามกลางฟองสบู่ที่ลอยอยู่รอบตัวกับปืนยิงฟองสบู่ในมือซึ่งถูกแอบถ่ายมุมเผลอโดยช่างภาพมืออาชีพ มีการปรับแต่งสีของภาพให้มีมิติ ซึ่งฟังดูแล้วมันก็เป็นเรื่องดีที่ไม่ควรเป็นสาเหตุให้เขามอบสรรพนามเป็นสัตว์เลื้อยคลานประเภทหนึ่งให้กับเพื่อนช่างภาพคนดังกล่าว

 

            ถ้ารูปนั้นไม่มีปาร์คจินยองยืนอยู่ข้างๆเขาล่ะก็นะ

 

            Jaehyung Swagger : ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!

          Wonpil K. : ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!

          เชร้จงคนดีของโลกใบนี้ : ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!

          Seulgi94 : ว้ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย !!!

             

            แหม่โว้ย มึงไปนัดกันตอนไหนวะ !

 

            และนอกจากจะมีรูปที่เขาได้เห็นไปเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมาว่อนลงไลน์กลุ่มที่มีเพื่อนร่วมคณะทุกคนอยู่แล้ว ก็ยังมีข้อความจากเพื่อนอีกสี่คนที่ไปช่วยงานด้วยกันส่งเข้ามาในห้องแชทโดยที่แจบอมไม่ต้องเสียเวลาคิดเลยว่า เขากำลังตกเป็นเหยื่อในการกลั่นแกล้งครั้งนี้อย่างแน่นอน

 

            เมื่อไหร่ชีวิตจะหมดเวรหมดกรรมเสียที

 

            Sana SHASHASHA ! : เสื้อสีน้ำเงินลายสก็อตนั่นไอ้หงิมแจบอมแน่นอน หน้าตากรังๆแบบนี้มีอยู่คนเดียว แต่น้องแว่นคนข้างๆนั่นใคร ?

          เชร้จงคนดีของโลกใบนี้ : จุดเริ่มต้นของการหย่าร้างระหว่างฉันกับแจบอมไงหล่อน !

          เชร้จงคนดีของโลกใบนี้ : *สติกเกอร์มาดามจิกตามองแรง*

          ลิซซี่ศรีปูซาน : กรี๊ดดดดดดดดดด !!! เด็กไอ้หงิมเหรอ !?!

          Baro (บาโรโอ้ลาล่า) : ไหนมึงบอกว่าไปถ่ายพรีเวดดิ้งแค่ไอรีนกับพี่หมอไง ? แล้วคู่นี้ยังไง ? มองหน้ากันขนาดนี้ไม่น่าใช่แค่ลองถ่ายปรับโหมดกล้องแน่ๆ

          Jaehyung Swagger : *sent a photo*

          Jaehyung Swagger : ไม่อยากจะเมาท์ว่าตอนไปช่วยงานไอรีนเขาหนีไปกินข้าวกันสองคนด้วยนะเว้ย

Jaehyung Swagger : รูปนี้มันเป็นคนถ่ายส่งมาให้ดูเอง มีความถ่ายให้ติดแขนเขาด้วย ฮริ

          Wonpil K. : หนีไปเดทก็บอก ไม่ต้องมาหลอกว่าไปซื้อข้าวให้พวกกู

 

            เขาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองเรียนมหาวิทยาลัยร่วมกับเพื่อนเลวๆพรรค์นี้มาได้อย่างไรตั้งห้าปี

 

            สารพัดข้อความจากเพื่อนร่วมรุ่นที่ยังถามไถ่เกี่ยวกับที่มาของรูป รวมถึงบุคคลแปลกหน้าในรูปอีกคนที่ยืนมองหน้าเขาทำให้แจบอมได้แต่กำโทรศัพท์แน่นด้วยความเจ็บใจ ถ้าส่งแค่ในแชทกลุ่มเฉพาะกิจที่ทำงานด้วยกันเขาคงไม่หัวเสียขนาดนี้แน่ แต่เล่นส่งเข้าไลน์รุ่นขนาดนี้ บางทีมันก็ออกจะเกินขีดจำกัดไปหน่อยหรือเปล่า ?

 

            ไอ้เขาน่ะไม่มีปัญหาหรอก ยังไงก็เพื่อนกันทั้งนั้น แต่กับปาร์คจินยองเขาก็ไม่รู้เหมือนกัน

 

          Im Jaebum : ว่างงานกันแบบนี้เดี๋ยวกูบอกพวกรุ่นพี่ให้ช่วยหางานเพิ่มดีไหม ? (seen by 16)

          $UHO | ซูโฮ : เหยด ! วันนี้มันอยู่ตอบไลน์ว่ะเฮ้ย แหม ทีเรื่องน้องแว่นนี่ไวเชียวนะ

          Sana SHASHASHA ! : เจ้าตัวมาก็ดี ต้องการคำอธิบายด่วนมาก เล่ามา !

          Im Jaebum : ฝันไปเถอะ กูไม่เล่า (seen by 12)

           

          แจบอมกดปิดหน้าต่างห้องแชทเพื่อไม่ให้ตัวเองรับรู้อะไรต่อ แทนที่จะได้เล่นเกมแบบมีความสุขกลับกลายเป็นว่าต้องมาอารมณ์เสียเพราะเพื่อนที่เล่นอะไรไม่เข้าท่า แต่พอกดล็อคหน้าจอไปได้เพียงครู่เดียว ข้อความแยกห้องแชทจากเพื่อนช่างภาพที่เป็นตัวการกลั่นแกล้งเขาเมื่อไม่กี่นาทีก่อนก็ปรากฏขึ้นมาอีกรอบ

 

            $UHO | ซูโฮ : ไอ้แจบอม ว่างอยู่เปล่า ?

          $UHO | ซูโฮ : บอกก่อนเลยว่ากูไม่ได้มาง้อมึงนะ

 

          ไงล่ะนอกจากจะตกเป็นเหยื่อในการโดนรังแกแล้ว ยังไม่มีใครเห็นใจสักคน ความอาภัพนี้ไม่ได้ได้มาเพราะโชคช่วยนะรู้เปล่า !?!

 

            Im Jaebum : มีไร ? (seen)

            $UHO | ซูโฮ : *sent a photo*

          $UHO | ซูโฮ : *sent a photo*

          $UHO | ซูโฮ : *sent a photo*

 

          รูปภาพทั้งสามรูปถูกส่งเข้ามาในห้องแชทที่ไม่ค่อยมีความเคลื่อนไหวระหว่างเขากับเพื่อนช่างภาพที่เพิ่งเจอกันเมื่อวันก่อน ทว่า รูปทั้งหมดไม่ใช่รูปที่มีเขาอยู่ในเฟรมสักภาพเดียวเหมือนกับทุกครั้ง (ส่วนใหญ่เวลาไปออกทริป ไอ้รูปมุมเผลอที่เขาได้มาก็เป็นฝีมือของมันทั้งนั้น) หากแต่เป็นรูปของเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดทั้งหมดจนแจบอมได้แต่นึกแปลกใจ

 

            จะมาไม้ไหนอีกวะ ?

 

          Im Jaebum : ส่งมาเพื่อ ? (seen)

          $UHO | ซูโฮ : สามรูปนี้กูไม่ได้เป็นคนถ่าย รูปที่กูถ่ายยังปรับสีไม่เสร็จเลย

          $UHO | ซูโฮ : ช่างภาพที่ถ่ายรูปพวกนี้เขาอยากส่งรูปให้น้องแว่นก็เลยฝากกูมา แต่กูไม่มีไลน์น้องแว่น ฉะนั้นฝากมึงส่งรูปให้น้องเขาทีสิ

 

          ข้อความจากเพื่อนช่างภาพทำให้แจบอมนั่งคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถึงบางอ้อเมื่อเขานึกออกว่า ช่างภาพที่ซูโฮพูดถึงคือใคร เพราะวันที่ไปช่วยงานเพื่อนมันมีช่างภาพอยู่แค่สองคน ถ้าคนหนึ่งคือคนที่กำลังคุยกับเขาในตอนนี้ที่บอกว่ายังตกแต่งภาพไม่เสร็จ แสดงว่าช่างภาพอีกคนก็คงจะเป็น

 

            แม่งไม่เข้าใจคำว่าต่างคนต่างอยู่หรือไงวะ !

 

            แจบอมชักสีหน้าทันทีเมื่อรู้ว่าช่างภาพที่เป็นคนส่งรูปทั้งสามรูปของปาร์คจินยองมาให้เขาผ่านซูโฮคืออดีตเพื่อนสนิทที่เขาให้สัญญากับตัวเองว่าจะไม่มีวันเข้าไปข้องเกี่ยวอีก แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมชยอนูถึงได้ตามจองเวรเขาไม่หยุดหย่อนเสียที

 

            พูดแล้วก็หงุดหงิดว่ะ ยุ่งวุ่นวายกับเขาไม่เลิกจริงๆ !

 

            Im Jaebum : แล้วทำไมไม่ให้มันไปขอไลน์เขาเองล่ะ มายุ่งกับกูทำไม ? (seen)

          $UHO | ซูโฮ : เออน่า แค่ฝากส่งรูปเอง อย่าไปสนใจมันสิวะ

         

          แจบอมได้แต่นั่งสบถหน้าจอโทรศัพท์อย่างไม่ชอบใจนัก อย่างที่บอกไปว่าพอเขามีเพื่อนใหม่ทีไร อดีตเพื่อนสนิทของเขาก็มีอันต้องตามไปป้วนเปี้ยนทุกที พอคิดแบบนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดอยู่ทุกครั้งไป

 

            ขนาดกับเพื่อนบ้านของเขาแม่งยังตามมาราวีได้ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเจ้ากรรมนายเวรระดับไหน !

 

            Im Jaebum : ถ้าอยากส่งให้มากก็หาหนทางเอาเอง อย่าลากกูเข้าไปเกี่ยว (seen)

          $UHO | ซูโฮ : ว้ายยยยย หึงเหยอ ?

          Im Jaebum : หึงพ่อมึงสิ (seen)

 

          ในสถานการณ์ชวนโมโหแบบนี้ก็ยังไม่วายที่เขาจะโดนล้ออยู่ดี ถ้าเป็นภาพที่ซูโฮมันถ่ายเองเขาคงจะส่งให้ปาร์คจินยองไปแล้ว แต่พอรู้ว่าคนที่ถ่ายภาพนี้คือคนที่เขาไม่อยากจะเข้าไปสุงสิงด้วยที่สุด มันก็เลยหมั่นไส้จนไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวต่างหาก

 

          แล้วเขาก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปหงไปหึงอะไรเจ้าเด็กแว่นนั่นด้วย ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย !

 

            $UHO | ซูโฮ : เอาน่ามึง อย่าแล้งน้ำใจกับเพื่อนฝูงเลย ถือเสียว่าเมตตาเพื่อนร่วมโลกก็แล้วกัน

          Im Jaebum : มึงอ่านให้ชัดๆนะ (seen)

          Im Jaebum : กู ไม่ ส่งจบนะ ? (seen)

          Im Jaebum : ถ้าอยากส่งมากก็ให้มันดิ้นรนหาไลน์ของเขาเองก็แล้วกัน (seen)

 

            แจบอมพิมพ์ข้อความสุดท้ายที่ประกาศจุดยืนว่าจะไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับอดีตเพื่อนสนิทแม้แต่เรื่องเล็กน้อยอย่างชัดเจน แล้วจึงกดปิดไลน์ทิ้งตัวลงนอนท่ามกลางอารมณ์คุกรุ่นที่ถูกไอ้เพื่อนนิสัยเสียทั้งหลายแหย่ไม่เลิก จากที่วางแผนไว้ว่าจะชวนเจฮยองมาเล่นเกมเศรษฐีด้วยจึงต้องเปลี่ยนมาเล่นคุกกี้รันคนเดียว พอใจสงบลงแล้วถึงได้วางโทรศัพท์ไว้บนโต๊ะแล้วมุดผ้าห่มนอนกลางวันท่ามกลางกลุ่มมนุษย์ก้อนกลม

 

            ตุ้บ !

 

            “แด๊ดดี้ ~เจ้าก้อนลูกหมีที่นอนทับอยู่บนตัวแจบอมร้องเรียกด้วยท่าทางสดชื่นหลังนอนหลับไปเกือบสองชั่วโมง ผิดกับแจบอมที่เพิ่งหลับไปได้หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น

            หา ~ วแจ็คสันอ้าปากหาวในสภาพสะลึมสะลือ ไม่ต่างจากแจบอมที่เพิ่งถูกมนุษย์เด็กโจมตีในเวลาเกือบสี่โมงเย็น ทำไมต้องมาปลุกด้วยเล่าแบมแบม

            “ก็จาจาถีบแบมแบมนี่นา แบมแบมเจ็บนะ !”

            “ก็บอกว่าอย่าเรียกจาจาไงเล่า ไม่เห็นจะเท่ซักจิ๊ดเดียว ต้องเรียกแจ็คสันซี่ แจ็คสันน่ะแจ็คสัน !”

            “ยองแจนอย่าดึงเสื้อม้ากคึซี่มาร์คพยายามขยับตัวหนีน้องชายเบอร์สามที่ดึงชายเสื้อตนอย่างเหนียวแน่น

            ยองแจน ตื่น เดี๋ยวนี้ นะ !” และคนที่ถูกปลุกอย่างแจ็คสันก็ไม่ยอมเสียเปรียบสักนิด เมื่อเจ้าก้อนวายร้ายก้มลงไปใกล้ใบหูแล้วตะโกนปลุกเจ้าก้อนแก้มอวบที่นอนกอดแขนแจบอมหลับปุ๋ย

            “หงึ…” แน่นอนว่าเสียงตะโกนมันได้ผลดีมาก เพราะยองแจตื่นแทบจะทันทีหลังจากถูกเจ้าวายร้ายปลุก ฮือ…” แต่นั่นก็ทำให้แจบอมต้องเจอปัญหาใหญ่หลังตื่นนอนอีกครั้ง เมื่อเด็กน้อยแก้มกลมเริ่มเป่าปี่ออกมาเพราะถูกปลุกด้วยเสียงดังๆจนเจ้าตัวรู้สึกกลัว

            อ๋า ! ยองแจนร้องไห้แล้ว จาจานิสัยไม่ดี !”

            “ฮึกแงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง !!!” แจบอมตบหน้าผากตัวเองฉาดใหญ่เมื่อยองแจร้องไห้จ้า ส่วนตัวต้นเหตุก็ถูกพี่น้องของตัวเองรุมดุกันยกใหญ่จนเด็กน้อยผมทองได้แต่เบะปากอย่างขัดใจ

            โอเค ใจเย็นๆกันก่อนคุณพ่อผู้อาภัพพยายามสั่งให้เจ้าเปี๊ยกตัวแสบทั้งหมดอยู่ในความสงบ นี่ อย่าร้องไห้สิยองแจแล้วเขาก็ไม่ใช่คุณพ่อประเภทที่สามารถปลอบใจลูกชายตัวน้อยด้วยคำพูดอ่อนโยนได้เสียด้วย จึงทำได้เพียงอุ้มยองแจที่ยังร้องไห้ไม่หยุดขึ้นมานั่งบนตักแล้วลูบผมลูบหลังปลอบเท่านั้น

            แจ็คสันขอโทษยองแจนเดี๋ยวนี้เลยน้ามาร์คว่าพลางทำท่าดุน้องชายตัวแสบ ไม่งั้นแด๊ดดี้จะโกรธแจ็คสันนะแถมยังยกชื่อเขาไปขู่อีกด้วย

            “ยองแจนอย่าร้องไห้เลยน้า คยอมจะตีแจ็คสันให้เองพูดจบเจ้าลูกหมีตัวโตก็ตีแขนของเจ้าก้อนวายร้ายเพื่อให้ยองแจหยุดร้องไห้

            ฮึ่ย อย่าตีแจ็คสันนะ ก็ยองแจนไม่ยอมตื่นนี่นา !” แจ็คสันเริ่มผลักยูคยอมกลับอย่างไม่ยอมแพ้

            งื้อ ! แจ็คสันนิสัยไม่ดี คยอมจะโป้งแจ็คสันแล้ว

            “อะไรกัน คยอมตีแจ็คสันก่อนนะ !” แจ็คสันตีหน้านิ่วคิ้วขมวด ก่อนจะจับเข้าที่แขนของยูคยอมซึ่งตีตัวเองไม่หยุด

 

            หงับ !

 

            แงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง้ !!!! ’

 

            .

            .

            .

 

            บนโต๊ะกินข้าวที่แสนจะยุ่งเหยิงเหมือนทุกวันด้วยเสียงพูดคุยของเจ้าตัวยุ่งทั้งห้าที่เคี้ยวข้าวกันตุ้ยๆโดยมีแจบอมนั่งฟังบทสนทนาของเหล่าเด็กน้อยเงียบๆตามเคย มื้อเย็นของวันนี้ยังคงเป็นกับข้าวฝีมือแม่ที่ทำใส่กล่องแช่ไว้ในตู้เย็น ซุปซี่โครงวัวกับปลาย่างทำให้เจ้าตัวเล็กทั้งหลายมีความสุขกับอาหารแสนอร่อยเช่นเดียวกับแจบอม แม้ว่ารายหลังจะนั่งกินข้าวด้วยความเหนื่อยล้าหลังต้องเจรจาห้ามทัพสงครามมนุษย์ก้อนเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน

            ย้อนกลับไปเมื่อครู่นี้ หลังจากที่พวกเขาตื่นนอน แจ็คสันที่ปลุกยองแจด้วยการตะโกนใส่จนเจ้าก้อนแก้มอวบร้องไห้โยเย ส่งผลให้เหล่าพี่น้องหันไปดุเจ้าก้อนวายร้าย โดยเฉพาะยูคยอมซึ่งเป็นคู่แค้นแสนรักกันก็ใช้มือจิ๋วๆของตัวเองตีแขนของแจ็คสันอย่างไม่เกรงกลัว

            ตามมาด้วยไฮไลท์ของวันที่ทำให้แจบอมแทบอ้าปากค้างเมื่อเจ้าก้อนวายร้ายคว้าแขนของยูคยอมขึ้นมากัดจนขึ้นรอยฟันของตัวเอง เสียงร้องไห้จ้าละหวั่นของเจ้าลูกหมีทำให้แจบอมแทบจะลมจับกลางห้องนอน เพราะยองแจก็ยังไม่หยุดร้องไห้เหมือนกัน ส่วนแบมแบมกับมาร์คก็ช่วยกันดุแจ็คสันยกใหญ่ แน่นอนว่าเขาเอ็ดเจ้านักเลงฟันน้ำนมตัวร้ายที่กลายร่างเป็นลูกหมาจ๋อยเมื่อโดนดุไปตามระเบียบ แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ดุยูคยอมเรื่องที่เจ้าน้องเล็กตีแขนแจ็คสันเหมือนกัน

            เหตุการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดสงครามเย็นของพี่รองเบอร์สองและน้องเล็กเบอร์ห้าที่ไม่ยอมคุยกัน ส่วนมาร์คกับแบมแบมก็สามารถปลอบยองแจจนหยุดร้องไห้ได้สำเร็จ เด็กน้อยทั้งสามจึงต้องเข้ามาช่วยเขาไกล่เกลี่ยสองพี่น้องคู่แค้นแสนรักที่นั่งเบะปากเมินหน้าใส่กัน

 

            แจ็คสัน ยูคยอม หันมาคุยกันดีๆเดี๋ยวนี้ อย่าทะเลาะกันเพราะเรื่องนี้แค่นี้สิ ฉันไม่อยากดุหรือตีพวกนายนะ

            ‘ แด๊ดดี้ คยอมไม่อยากคุยกับแจ็คสันแล้ว แจ็คสันนิสัยไม่ดี คยอมโป้งแล้ว

            ‘ คยอมก็นิสัยไม่ดีเหมือนกัน แบร่ ~

 

            แจบอมได้แต่ถอนหายใจอยู่บนเตียงเมื่อเจ้าลูกเป็ดทั้งสองพยศใส่เขา และไม่ว่าแบมแบม ยองแจ และมาร์คจะช่วยกันพูดอย่างไร เจ้าตัวแสบทั้งสองก็ไม่มีท่าทีว่าจะคืนดีกันสักนิด

 

          แต่ก็พอจะเข้าใจเด็กมันอยู่น่ะนะ เห็นแบบนี้แล้วก็นึกถึงตอนเด็กๆที่ไอ้นายอนมันหยิกแขนเขาแล้วเขาก็เตะขามันกลับกันเหมือนกัน

 

            จาจา คยอม ดีกันเถอะน้า ~

            ‘ ไม่เอา แจ็คสันไม่อยากเล่นกับคยอมแล้ว ! ’

            ‘ ไม่เอาซี่ อย่าโกรธกันเลยน้า ม้ากคึไม่อยากให้แจ็คสันกับคยอมโกรธกันนี่นา

            ‘ แจ็คสันนิสัยไม่ดี คยอมก็ไม่อยากเล่นด้วยเหมือนกัน

            ‘ แจ็คสันอย่าแกล้งคยอมซี่ ดีกับคยอมเถอะน้า เชื่อยองแจนซี่ น้า ~

 

            ถึงจะบอกว่าเข้าใจสถานการณ์ที่เด็กทะเลาะกัน ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะยอมปล่อยให้เจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกทั้งสองคนโกรธกันต่อไปเสียหน่อย อยู่บ้านเดียวกัน เป็นพี่น้องกัน จะปล่อยให้โกรธข้ามวันข้ามคืนได้อย่างไร และการที่ยูคยอมเริ่มปีนขึ้นมานั่งตักเขาแล้วอ้อนหามื้อเย็นก็ทำให้แจบอมปิ๊งไอเดียเพื่อยุติสงครามอนุบาลขึ้นมาได้

 

            ถ้าพวกนายไม่ยอมคืนดีกัน ฉันจะไม่ให้กินข้าวเย็นนะ

 

            พอพูดออกไปแบบนั้น เจ้าตัวแสบทั้งสองก็หน้าถอดสีทันที อย่าเพิ่งหาว่าเขาใจร้ายกันไปเสียก่อนล่ะ เพราะแม่ของเขาก็เคยใช้วิธีนี้สมัยที่ตัวเองเป็นเด็กมาก่อน ท่ามกลางเสียงเชียร์ของพี่น้องตัวกลมอีกสามชีวิตที่พยายามช่วยให้แจ็คสันกับยูคยอมคืนดีกัน โดยมีแจบอมนั่งท้าวคางมองความเป็นไปอย่างไม่วางตา

 

            เกี่ยวก้อยกันซี่แจ็คสัน คยอมอยากกินข้าวแล้วน้า ! ’

            ‘ ฮึ่ย ! เพราะหิวข้าวหรอกถึงได้เกี่ยวก้อยกับคยอมน่ะ แต่ว่าแจ็คสันยังไม่หายโกรธคยอมหรอกนะ

           

            แจบอมได้แต่กลั้นขำกับท่าทีไม่ยอมแพ้กันและกันของทั้งสองคน แต่ในเมื่อวัตถุประสงค์ของเขายังไม่บรรลุเป้าหมาย เขาก็ไม่สามารถใจอ่อนพาพวกเด็กๆไปกินข้าวได้เหมือนกัน เพราะถ้าปล่อยเอาไว้แบบนี้มันคงไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่หรอก

           

            ฉันยังไม่ได้บอกสักคำว่าให้เกี่ยวก้อยคืนดีกัน ฉันจะให้พวกนายหอมแก้มคืนดีกันต่างหาก แล้วก็ห้ามโกรธกันอีก เข้าใจไหม ?

 

            เมื่อได้ยินคำสั่งของแจบอมแล้ว ริมฝีปากน้อยๆของทั้งสองคนก็ยู่ลงอย่างไม่ชอบใจนัก แต่สายตาคาดหวังแกมบังคับของคุณพ่อร่างสูงกับพี่น้องกลุ่มก้อนอีกสามคน อีกทั้งกระเพาะอาหารที่เริ่มเรียกร้องหามื้อเย็นแล้ว

 

            คยอมหันหน้ามาเร็วๆซี่ แจ็คสันหิวข้าวแล้วนะ ! ’

            ‘ งื้อ ~ ก็แจ็คสันชอบพ่นน้ำลายเวลาโป๊ะโป๊ะอ่ะ ! ’

           

            จึงกลายเป็นว่าจากสงครามเย็นเรื่องการทำร้ายร่างกายกันในตอนแรกถูกแปรเปลี่ยนไปเป็นเสียงงุ้งงิ้งของน้องชายตัวโตกับพี่ชายตัวเล็กที่ขัดขืนกันและกัน คนพี่ก็ตั้งท่าจะหอมแก้มน้องท่าเดียวเพราะหิวข้าวจนทนไม่ไหว ส่วนคนน้องก็พยายามวิ่งหนีด้วยเหตุผลที่เจ้าตัวเพิ่งกล่าวไป (และเขาก็ยืนยันได้ว่าสิ่งที่ยูคยอมพูดไม่ใช่เรื่องโกหก เวลาโดนแจ็คสันหอมแก้มตอนกลางคืนทีไร แก้มของเขาต้องมีสัมผัสเปียกชื้นติดกลับมาทุกทีสิน่า)

            กว่าจะสงบสงครามทั้งหมดจนเห็นว่าเจ้าตัวเล็กทั้งห้าคนกลับมาคุยกันตามปกติแล้ว แจบอมถึงได้เดินนำมายังห้องครัว จัดการอุ่นอาหารและข้าวฝีมือแม่มาบริการเหล่านายท่านตัวน้อยที่พอคืนดีกันแล้วก็คุยกันไม่ยอมหยุด และทั้งหมดก็คือที่มาของความเหนื่อยล้าบนโต๊ะอาหารเย็นของคุณพ่อสถาปนิกนั่นเอง

 

            สาบานว่าไอ้ความเหนื่อยยากทั้งหมดมันเกิดขึ้นภายในวันเดียวจริงๆนะ

 

            แต่ขึ้นชื่อว่าเป็นอิมแจบอมคุณพ่อลูกห้าที่มีลูกซนแสบกันทุกคนแล้ว จะให้ความเหนื่อยสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ก็อาจจะยังไม่สาแก่ใจพระเจ้านัก ไล่มาตั้งแต่กินข้าวเสร็จก็ไปช่วยกันล้างจาน (ที่ต้องคอยลุ้นว่าวันนี้จะสูญเสียจานไปไหม) แล้วก็ไปอาบน้ำ (ซึ่งยังเป็นอันดับหนึ่งของภารกิจที่ทำให้แจบอมเหนื่อยจนขาสั่นพั่บๆได้เสมอ) หิ้วเหล่านายท่านไปส่งถึงเตียงนอนในเวลาสามทุ่มแล้วเล่านิทานโมโนโทนสไตล์อิมแจบอม ปล่อยให้เด็กๆกระหน่ำหอมแก้มตัวเองจนพอใจ ก่อนจะปิดไฟห้องนอน เป็นอันเสร็จสิ้นชีวิตคุณพ่อหนุ่มโสดไปอีกหนึ่งวัน

 

            แล้วก็ได้เวลาสับสวิทช์เป็นโหมดสถาปนิกค้างคาวเสียที

 

            ชิ้นงานล่าสุดที่คืบหน้าไปพอสมควรทำให้แจบอมลงมือทำแบบไม่เร่งรีบ มิหนำซ้ำ เขายังมีเวลามากพอจะอู้มานอนกลิ้งได้แบบสบายๆ อย่างเช่นในตอนนี้ที่เขากำลังล้มตัวลงนอนแผ่บนพื้นห้องทำงานแล้วหยิบโทรศัพท์มาต่ออินเทอร์เน็ตหมายมั่นว่าจะเล่นแองกรี้เบิร์ดสักตาสองตา

           

            Line !

 

            การแจ้งเตือนจากแอพพลิเคชั่นไลน์ยังคงเป็นมารผจญตัวเบ้งสำหรับแจบอมเสมอ แต่จะปิดแจ้งเตือนก็ไม่ได้ เพราะเคยมีกรณีที่เพื่อนคนหนึ่งปิดแจ้งเตือนทุกอย่างไว้แล้วลูกค้าไลน์มาหา พอติดต่อไม่ได้ผู้ว่าจ้างก็เข้าไปถล่มทางออฟฟิศจนเพื่อนเขาโดนพวกรุ่นพี่ด่าเช็ด จึงมีมาตรการร่วมกันในออฟฟิศให้ทุกคนรับทราบโดยทั่วกันว่า

 

            ถ้าพวกมึงไม่มีเจ้าหนี้นอกระบบอัตราดอกเบี้ยร้อยละยี่สิบที่ตามทวงหนี้ยิกๆก็อย่าปิดแจ้งเตือนไลน์หรือปิดเสียงโทรศัพท์เลยนะ

 

            $UHO | ซูโฮ : มึงบอกเองนะว่าให้พวกกูไปดิ้นรนหาไลน์น้องแว่นเอง

          $UHO | ซูโฮ : เดี๋ยวกูให้ไอรีนถามพี่โบกอมก็ได้ ดีเหมือนกัน ให้ช่างภาพเขาส่งให้ด้วยตัวเองดีกว่าเนอะ

          $UHO | ซูโฮ : *สติกเกอร์ลิงยิ้มเจ้าเล่ห์*

           

          ข้อความล่าสุดที่ค้างไว้ด้วยสติกเกอร์หน้าตากวนประสาทละม้ายคล้ายเจ้าของข้อความถูกส่งมาช่วงเกือบบ่ายสองซึ่งเป็นเวลาที่เขาปิดโทรศัพท์นอนกลางวันพอดี

 

            แล้วมาบอกเขาทำไม อยากจะทำอะไรก็ทำไปสิ เขาไม่ได้อยากรู้เสียหน่อย !

 

            แจบอมอ่านข้อความทั้งหมดแล้วกดออกจากแอพพลิเคชั่นโดยไม่ตอบอะไรกลับไป อารมณ์ที่อยากจะเล่นเกมในตอนแรกมันหายวับไปหมดโดยที่ตัวเองก็ไม่ทราบสาเหตุ รู้แต่ว่าเวลานึกถึงหน้าอดีตเพื่อนสนิทแล้วมันรู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูกก็เท่านั้น

 

            โว้ย ! รังควานกูไม่เลิกสักที มึงเป็นเหี้_อะไรนักหนาวะหงุดหงิดยอมรับเลยว่าตอนนี้เขาหงุดหงิดมากจริงๆ ความตื๊อของพวกขายประกันที่ว่าแน่ยังแพ้ความจองเวรของไอ้ชยอนูเถอะ

 

            แต่ถ้าทำงานตอนอารมณ์เสียแบบนี้ก็เกรงว่างานตรงหน้าจะกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของตัวเองไปเสียก่อน ครั้นจะไปเล่นเกมก็หมดอารมณ์เอาดื้อๆ พอเดินมาเปิดตู้เย็นหวังจะหาอะไรดื่มแก้เซ็งก็ลืมไปว่าตัวเองไม่ได้ดื่มเบียร์แล้ว ในตู้เย็นจึงมีเพียงนมหลากหลายรสกับขนมหวานของเจ้าตัวยุ่งที่ไม่ใช่ของชอบของตัวเองสักนิด

 

            สวัสดีมินิมาร์ทเพื่อนยาก

 

            ดังนั้น ความหวังสุดท้ายของแจบอมจึงอยู่ที่ร้านสะดวกซื้อใต้คอนโดในเวลาเกือบห้าทุ่ม แอร์เย็นฉ่ำกับกลิ่นอาหารหอมๆชวนให้ชายหนุ่มรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาอย่างน่าประหลาด ขนมขบเคี้ยวกับกระป๋องเครื่องดื่มถูกหยิบลงตะกร้าในขณะที่แจบอมก็เดินฮัมเพลงพลางเปิดกระเป๋าสตางค์เตรียมไปคิดเงินที่เคาท์เตอร์

 

            อ้าว เฮ้ย !”

 

            เท้าที่กำลังเดินตรงไปยังเคาท์เตอร์คิดเงินเป็นอันต้องชะงักทันทีเมื่อแจบอมได้เห็นความจริงชวนให้อึ้งในกระเป๋าสตางค์ของตัวเอง จริงๆก็ไม่มีอะไรผิดปกติมาก เพราะทุกช่องในกระเป๋ายังมีบัตรต่างๆนานาหรือรูปถ่ายครอบครัวอยู่ครบทุกอย่าง

 

            ยกเว้นช่องใส่ธนบัตรที่มีธนบัตรหนึ่งพันวอนอยู่หนึ่งใบถ้วนย้ำ ! หนึ่ง ใบ ถ้วน

 

            “เฮ้ยๆ ไม่ตลกนะเว้ย พอเห็นว่าในกระเป๋าสตางค์มีธนบัตรใบเล็กอยู่เพียงหนึ่งใบ เจ้าของกระเป๋าจึงเกิดอาการกระวนกระวายทันที มือหนาทั้งล้วงทั้งคว่ำกระเป๋าสตางค์โดยมีความหวังว่าอาจจะมีเงินซุกซ่อนอยู่ในช่องอื่นบ้าง แต่ก็มีเพียงความว่างเปล่า ไร้ซึ่งเหรียญและธนบัตรใดๆนอกจากหนึ่งพันวอนที่กล่าวไป พร้อมกับที่แจบอมระลึกขึ้นได้ว่า เป็นเขาเองที่ลืมแวะกดเงินที่ ATM ก่อนกลับจากตลาดเมื่อวานนี้

 

            แต่ทั้งตัวมีอยู่หนึ่งพันวอน ขนาดรามยอนยังแทบจะซื้อไม่ได้เลยนะโว้ย !

 

            จะเดินไปกดเงินที่ตู้เอทีเอ็มหน้าคอนโดก็เสียเวลาโดยใช่เหตุ ขนมและเครื่องดื่มที่หยิบมาจึงต้องกลับคืนสู่ชั้นวางของท่ามกลางความปวดใจของสถาปนิกหนุ่มผู้ไร้โชค แต่อุตส่าห์ถ่อสังขารเดินลงมาขนาดนี้ จะกลับห้องมือเปล่าก็ไม่เข้าท่าเหมือนกัน แจบอมกวาดสายตามองรอบมินิมาร์ทเพื่อหาของกินที่อยู่ในวงเงินหนึ่งพันวอนอย่างใจเย็น จนกระทั่งดวงตาคมไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่สามารถซื้อได้หลายชิ้นในงบประมาณหนึ่งพันวอน

            ชายหนุ่มวางอมยิ้มจำนวนสามแท่งให้แคชเชียร์คิดเงิน เขาไม่ใช่คนที่ชอบกินของหวาน ยกเว้นอมยิ้มที่พอจะทนกินได้บ้างเพื่อไม่ให้รู้สึกเหงาปาก แต่แจบอมก็พยายามเลือกอมยิ้มทั้งสามแท่งให้เป็นรสผลไม้ที่หวานน้อยที่สุดอยู่ดี

 

          อย่าทำเป็นเล่นไป สามแท่งหกร้อยวอน ยังเหลือเงินทอนติดกระเป๋าอีกตั้งสี่ร้อยวอนเชียวนะ !

 

            แจบอมหยิบอมยิ้มทั้งสามแท่งใส่กระเป๋ากางเกงแล้วเดินผิวปากออกจากร้านอย่างยินดีที่สุดท้ายก็ไม่ได้มามินิมาร์ทแบบเสียเปล่า สายลมเย็นๆด้านนอกอาคารคอนโดในยามค่ำคืนทำให้ร่างสูงยืนอ้าแขนอ้าปากกินลมชมบรรยากาศอันแสนสงบไปพลางๆ

 

            ช่วยเดินกันดีๆหน่อยได้ไหม ไม่งั้นฉันจะทิ้งพวกเธอสองคนไว้ข้างถังขยะแล้วนะ ! ’

 

            แต่ความสงบที่ว่าก็กำลังจะหายไปเพราะเสียงโวยวายของผู้ชายคนหนึ่งที่อยู่ด้านหลังของแจบอม และเท่าที่ฟังดูแล้ว ต้นทางของเสียงดังกล่าวก็ดังมาจากบันไดทางขึ้นของลานจอดรถชั้นใต้ดินสำหรับผู้อยู่อาศัยของที่นี่ด้วย

 

            ขอโทษนะครับ ขอทางหน่อยได้ไห อ้าว คุณแจบอม ?

 

            เหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงอย่างรวดเร็วท่ามกลางความงุนงงของแจบอม เริ่มจากที่เขาได้ยินเสียงโวยวายของผู้ชาย ตามมาด้วยเสียงแบบเดิมที่เอ่ยปากขอทางจากเขาเพื่อเดินเข้าด้านในอาคาร มาจนถึงท่าทีตกใจของคนตรงหน้าที่ทำให้ตัวเองตกใจไปตามๆกันเมื่อพบว่าเจ้าของเสียงโวยวายผู้ทำลายความสงบของเขาก็คือ มนุษย์เพื่อนบ้านห้อง 0716 ที่ชักจะเจอกันบ่อยเกินไปแล้วจริงๆ

 

            “คุณ ?

 

            แจบอมเกาศีรษะพลางตีหน้ายุ่งด้วยความไม่เข้าใจ เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะตกใจที่เจอปาร์คจินยองหน้าคอนโดในเวลาห้าทุ่มแบบบังเอิญ หรือควรจะตกใจที่เห็นว่าปาร์คจินยองกำลังหิ้วปีกผู้หญิงสองคนในสภาพทุลักทุเล แถมยังมีกลิ่นเหล้าฟุ้ง (แต่จริงๆกลิ่นเหล้าที่ว่าน่าจะมาจากผู้หญิงสองคนนั้นที่ยืนเมาคอพับมากกว่า) ก่อนดี

 

            “จริงๆผมก็อยากทักทายคุณอีกรอบ แต่เวลานี้ผมคงไม่สะดวกเท่าไหร่ รบกวนขอทางหน่อยนะครับ เจ้าเด็กนักศึกษาที่ยังอยู่ชุดเดียวกับที่เจอเขาเมื่อตอนเช้าเอ่ยปากด้วยสีหน้าลำบากอย่างถึงที่สุด นอกจากจะต้องหิ้วคนเมาทั้งสองคนแล้ว ปาร์คจินยองก็ยังถือถุงกระดาษไว้ในมืออีกหนึ่งใบ และดูเหมือนว่าหญิงสาวทั้งสองคนนี้ ถ้าจำไม่ผิดก็น่าจะเป็นคนที่เขาเคยเจอเมื่อครั้งขออาศัยรถของปาร์คจินยองกลับคอนโดด้วย นี่ ! เซจอง เวนดี้ อย่าวุ่นวายกันนักได้ไหม แค่นี้ฉันก็ลำบากจะแย่แล้วนะ !”

            “ทำไมคุณไม่แบกพวกเธอไปทีละคนล่ะ ?แจบอมถามอย่างไม่เข้าใจ เท่าที่เคยเห็นมา เวลาหิ้วซากคนเมาเขาก็หิ้วกันทีละคนไม่ใช่หรือยังไงกัน

            ขืนปล่อยไว้นานกว่านี้ รถผมเละแน่ๆครับ เมื่อครู่นี้ก็เกือบจะอาเจียนกันไปทีนึงแล้วปาร์คจินยองตอบด้วยท่าทีหงุดหงิดขณะกำลังล้วงคีย์การ์ดเปิดประตูทางเข้าคอนโดไปด้วย

            “งั้นเดี๋ยวผมช่วยแบกคุณเวนดี้ไปก็แล้วกันแจบอมพุ่งเข้าไปช่วยเพื่อนบ้านหิ้วปีกหญิงสาวผมทองที่ยืนหัวเราะอ้อแอ้ เพราะอดสงสารปนสังเวชอีกฝ่ายไม่ได้ แล้วเขาก็เคยมีประสบการณ์เก็บซากคนเมามาก่อน จะปล่อยให้หิ้วคนเมาตั้งสองคนขึ้นไปถึงชั้นเจ็ดคนเดียวก็จะดูใจร้ายเกินไปเสียด้วย

            คุณแจบอม ไม่เป็นไรหรอกครับคนตัวเล็กกว่าส่ายศีรษะยิกๆ แต่จะดึงเพื่อนตัวเองกลับมาในสภาพนี้ก็ไม่สะดวกเท่าไหร่นัก คุณอาบน้ำแล้วนะ ขืนแบกพวกเธอไปเดี๋ยวกลิ่นเหล้าก็ติดตัวคุณหรอก

            “ไม่เป็นไรหรอก ผมว่าคุณรีบกลับห้องดีกว่าแจบอมตอบโดยไม่สนใจประเด็นที่ปาร์คจินยองว่า ร่างสูงพยายามจับแขนของหญิงสาวด้วยท่าทีเก้ๆกังๆ จะแตะตัวพวกเธอแบบเต็มไม้เต็มมือเขาก็รู้สึกไม่ดีอีกเหมือนกัน ผมไม่ได้กังวลเรื่องกลิ่นเหล้าสักนิด กลัวแต่ว่าถ้าคนอื่นมาเห็นพวกเราตอนนี้เข้า เขาจะมองว่าคุณกับผมมอมผู้หญิงขึ้นคอนโดน่ะสิก่อนจะสารภาพในสิ่งที่ตัวเองวิตกอย่างตรงไปตรงมา ด้วยจำนวนคนกับภาพที่ดูล่อเป้าต่อการตั้งวงนินทาของมนุษย์คอนโดแบบนี้ เดี๋ยวจะโดนชาวบ้านเข้าใจผิดแบบกู่ไม่กลับ

            “ขอโทษจริงๆนะครับ อีกฝ่ายขอโทษขอโพยด้วยสีหน้าเกรงใจอย่างถึงที่สุด แล้วจึงเดินนำเข้าไปในลิฟต์

 

            แม้ว่าคนที่พวกเขาช่วยกันหามมาที่ห้องของปาร์คจินยองจะเป็นผู้หญิงก็จริง แต่การที่พวกเธอเมาเสียจนคุมสติของตัวเองไม่ได้ทำให้เขากับเพื่อนบ้านลำบากกันอยู่ไม่น้อย โชคดีที่ในเวลาแบบนี้ไม่มีใครออกมาเดินข้างนอกแล้ว จึงรอดพ้นจากสายตาของคนในคอนโดไปแบบสบายๆ

           

            ผู้ชายแม่งก็เล้ว ~ เลว ผู้หญิงแม่งก็งี่เง่าไปอีก จะคบแบบไหนก็น่ารำคาญทั้งนั้นแหละวะ ! ’

            ‘ ไอ้แดเนียล ไอ้เลว ไอ้ชั่ว ... มีเมียแล้วจะมาหลอกว่าโสดทำไมวะ !?! ผู้ชายแม่งเหี้_ ! ’

 

            “จะพูดอะไรช่วยสำนึกกันด้วยว่าคนที่แบกพวกเธออยู่คือผู้ชาย ถ้ายังไม่หยุดพูดมากฉันจะปล่อยให้นอนที่บันไดหนีไฟจริงๆด้วย !” ในขณะที่แจบอมได้แต่ยืนฟังคำตัดพ้อของสองสาวที่เมาไม่ได้สติอยู่เงียบๆ (แต่ฟังแล้วก็สะดุ้งไปเหมือนกัน อย่าด่าเหมารวมทั้งโลกสิแม่คุณ !) ปาร์คจินยองก็เป็นฝ่ายเปิดปากพูดด้วยท่าทีไม่สบอารมณ์นัก ขอโทษแทนพวกเธอด้วยนะครับคุณแจบอม ไว้ถ้าสร่างเมาเมื่อไหร่ผมจะจัดการให้เองแล้วจึงหันมาขอโทษเขาอีกรอบเรื่องคำพูดคำจาของพวกเธอ

            เอาน่าคุณ คนเมาก็แบบนี้แหละ ไม่อาละวาดโวยวายก็ดีแล้วแจบอมตอบกลับอย่างไม่ถือสาอะไร ฟังจากที่พวกเธอพูดกันมาเมื่อครู่นี้แล้ว สาเหตุที่กลายเป็นแบบนี้น่าจะไม่พ้นเรื่องปัญหาหัวใจอย่างแน่นอน

 

            ว่าแล้วก็ขอแอบขำในใจหน่อยเถอะ สามสหายพญานกยกแก๊งเลยว่ะ

 

          แต่จะขำมากก็ไม่ได้อีก ลืมไปว่าตัวเองก็นกแล้วนกอีกมาค่อนชีวิตเหมือนกัน

           

            กริ๊ก !

 

            “คงต้องรบกวนให้คุณเข้ามาส่งพวกเธอในห้องของผมทีนะครับปาร์คจินยองที่แบกเพื่อนอยู่ไขประตูห้องแล้วหันมาบอกแจบอมที่แบกเพื่อนอีกคนอยู่ด้านหลัง ขอบคุณจริงๆนะครับที่อุตส่าห์มาช่วย รบกวนเวลาแย่เลย

           

            แจบอมเพียงแค่ส่ายหน้าแทนคำตอบแล้วเดินตามหลังเจ้าของห้องเข้าไปในสภาพที่เริ่มถึงขีดจำกัดของความเหนื่อยล้า เพราะวันนี้เขาก็ใช้พลังงานมาตลอดทั้งวัน ยิ่งมาแบกคนเมาแบบนี้ความเหนื่อยก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก

            ร่างสูงกวาดสายตาสำรวจห้องของเพื่อนบ้านไปพลางๆ เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เข้าห้องของปาร์คจินยอง ถึงแม้ว่าห้องของอีกฝ่ายจะคล้ายๆกันกับเขาตามลักษณะของห้องชุดคอนโด อีกทั้งข้าวของเครื่องใช้ที่มีไม่มากนักตามประสาผู้ชายเหมือนกัน จะต่างกันตรงที่ห้องของปาร์คจินยองดูเป็นระเบียบกว่าเขาอยู่ประมาณหนึ่ง (จริงๆห้องเขาก็ไม่ได้รกมากหรอก ต่อให้เรียนสถาปัตย์มาก็จริง แต่เขาก็ติดนิสัยไม่ชอบวางข้าวของระเกะระกะจากพ่ออยู่นิดหน่อย เวลาหาของที่จะใช้ไม่เจอแล้วมันยุ่งยากไง) เท่านั้น

            แจบอมเดินหิ้วปีกหญิงสาวผมทองตามมาจนถึงห้องนอนของปาร์คจินยองที่น่าจะกลายเป็นแหล่งพักพิงของสองสาวในคืนนี้ ก่อนจะประคองคนที่ชื่อเวนดี้ออกจากตัวเพื่อปล่อยให้เธอทิ้งตัวลงไปนอนตามเพื่อนอีกคนที่ถูกปาร์คจินยองโยนลงบนเตียง (ย้ำว่าโยนจริงๆ ไม่รู้ว่าไปหงุดหงิดอะไรมาจากไหน เขารู้แต่ว่าปาร์คจินยองในเวลานี้น่ากลัวมาก !) ไปก่อนแล้ว

 

            หมับ !

 

            “แกเป็นใครวะ !?!” แต่ชีวิตของแจบอมไม่เคยมีอะไรจบลงแบบง่ายๆ เมื่อหญิงสาวที่ตัวเองเพิ่งหามมาส่งที่ห้องของเพื่อนบ้านหันกลับมากระชากคอเสื้อของเขาอย่างแรงแทนที่จะลงไปนอนบนเตียงอย่างที่ควรจะเป็น ตอบมาเซ่ !”

            “เดี๋ยวสิคุณ !” แจบอมตอบกลับพลางกลืนน้ำลายอึกใหญ่เมื่อเขากำลังถูกหญิงสาวตรงหน้าเขย่ารางราวกับเอาความโกรธแค้นที่เธอมีอยู่มาพาลลงใส่เขาก็ไม่ปาน

            “เวนดี้ หยุดเดี๋ยวนี้นะ !” นักศึกษาหนุ่มที่ยืนบิดตัวคลายความปวดเมื่อยจากแบกรับน้ำหนักของเพื่อนหันขวับมาหาแจบอมที่กำลังถูกเพื่อนสาวของตัวเองอาละวาดอยู่

            ฮ้าย ~ จินยองงี่ ~เธอผละมือออกจากแจบอมก่อนจะวิ่งเข้าไปพูดจางึมงำไม่เป็นประสากับเพื่อนชายหนุ่มของตัวเอง ยังไม่ได้ร้องเพลงให้เลยนี่นา Happy Birthday To You ~ เย้ !” พูดจบก็หัวเราะเอิ๊กอ๊ากอย่างชอบใจจนแจบอมได้แต่ยืนงุนงงกับสถานการณ์ตรงหน้ามากขึ้นไปอีก

            “เธอร้องให้ฉันฟังมาเป็นสิบรอบตั้งแต่กลับจากร้านอาหารแล้ว ไปนอนเดี๋ยวนี้เลยทว่า ปาร์คจินยองก็ยังคงยืนหน้าหงิกหน้างอแถมดันเพื่อนของตัวเองให้ออกห่างอีกด้วย

            ทำไมโลกมันหมุนจังเลยน้า ~ ฮ่าๆพอโดนเพื่อนผลักออกห่าง สาวสวยผมทองก็เริ่มเดินโซเซกลับเข้ามาอยู่ตรงหน้าแจบอมอีกครั้ง พี่ชายคนนี้หน้าตาคุ้น ~ คุ้อุ…”

 

            พรวด !!!

 

            เฮ้ย !!!!!”

 

          สัมผัสเปียกชื้นแบบแหยะๆตลอดบริเวณช่วงหน้าอกมาจนถึงหน้าท้องของแจบอมชวนให้รู้สึกพะอืดพะอมกับกลิ่นไม่น่าอภิรมย์ที่ลอยมาเตะจมูกของเขาโดยฝีมือของหญิงสาวผมทองเพื่อนของปาร์คจินยองที่พูดพร่ำอยู่ดีๆก็อาเจียนใส่เขาแบบเต็มพิกัด ไม่มีการกั๊กใดๆทั้งสิ้น ก่อนที่ตัวเองจะกระโดดลงไปนอนสลบอยู่บนเตียง ทำให้ชายหนุ่มทั้งสองคนเผลออุทานออกมาพร้อมกันด้วยความตกใจอย่างถึงขีดสุด

 

            ตราบใดที่ยังไม่พ้นเที่ยงคืน คำสาปความอาภัพของวันนี้ก็จะยังไม่หมดไป ถูกมะ !?!

 

          โธ่เว้ย !” แจบอมสบถเบาๆพอให้ตัวเองได้ยินอย่างอารมณ์เสีย ถ้ารู้ว่าความหวังดีของตัวเองจะทำให้ต้องมาเจออะไรแบบนี้ คราวหน้าก็ขอบายเถอะ

            “คุณแจบอม…” เพราะอารมณ์เสียจนอยากจะจับเพื่อนของอีกฝ่ายโยนออกนอกหน้าต่างให้รู้แล้วรู้รอด แจบอมจึงเผลอตวัดตามองเพื่อนบ้านของตนที่ยืนอยู่ใกล้ๆกัน คือ…” ซึ่งพอเห็นแจบอมยืนตาขวางใส่ด้วยความโมโห จินยองก็เกิดอาการมือไม้สั่นปากสั่นขึ้นมาทันที

            “…”

            “คุณแจบอม ผผมขอโทษ…” คนตัวเล็กกว่ายืนยกมือไหว้ปลกๆด้วยความหวาดกลัวจนตัวสั่นเทิ้ม ยิ่งเมื่ออีกฝ่ายเห็นสายตาของแจบอมที่เก็บความหงุดหงิดไว้ไม่มิดด้วยแล้ว สีหน้าของปาร์คจินยองก็ยิ่งเหมือนคนกำลังจะร้องไห้มากขึ้นไปอีก ฮื้อ…” มือทั้งสองข้างของเจ้าของห้องที่สั่นไม่หยุด และเสียงครวญครางเบาๆของนักศึกษาหนุ่มยิ่งเป็นเครื่องยืนยันว่าปาร์คจินยองคงกำลังกลัวเขาในเวลานี้จริงๆ

 

            ยอมรับตามตรงเลยว่าตอนนี้เขาโมโหมาก เขารู้ดีว่าตัวเองเป็นคนประเภทที่ถ้าโกรธมากๆแล้วจะไม่โวยวายหรืออาละวาดอะไร แต่สีหน้าและท่าทางของเขาจะแสดงออกมาอย่างชัดเจน บวกกับที่ตัวเองหน้าดุเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ฉะนั้นการที่อีกฝ่ายหลับตาปี๋ยกมือประกบกันตรงหน้าตัวเองอย่างลนลานเขาจึงไม่แปลกใจเท่าไหร่นัก แต่เขาเองก็ไม่ได้ไร้เหตุผลเกินกว่าจะพาลใส่ปาร์คจินยองเสียหน่อย

 

            ยิ่งพอเห็นหน้าของเจ้าแว่นที่เหมือนเด็กกำลังจะร้องไห้แล้วมันก็โกรธไม่ลงไง

 

            “ช่างเถอะคุณพอโกรธคนตรงหน้าไม่ลง จากที่คิดจะอาละวาดให้หายโมโหจึงทำได้เพียงถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงให้กับชะตาชีวิตอันโหดร้ายของตัวเองแทน อย่างน้อยก็คงจะดีกว่าปล่อยให้เพื่อนอาเจียนใส่ที่นอนคุณน่ะนะ แล้วก็พยายามคิดแง่บวกเพื่อปลอบใจตัวเองแบบสุดๆ

            “แต่…” ริมฝีปากของจินยองเม้มเข้าหากันด้วยสีหน้าที่ไม่ค่อยดีนักเสื้อคุณมัน…”

            “ผมไม่เป็นไ…”

 

            ฟึ่บ !

 

            “คุณเข้าไปอาบน้ำก่อนเถอะนะ เดี๋ยวผมจะลองหาชุดที่คุณใส่ได้ให้ก็แล้วกันผ้าขนหนูผืนใหญ่ที่แขวนอยู่หน้าตู้เสื้อผ้าถูกส่งให้กับแจบอมเป็นเชิงบังคับทั้งๆที่เขายังพูดไม่ทันจบ ส่วนเสื้อของคุณ เดี๋ยวผมซักให้เอง

            “ไม่ต้องทำถึงขนาดนั้นก็ได้มั้งคุณ คุณไม่ได้เป็นคนทำเสื้อผมเลอะสักหน่อยแจบอมตั้งท่าจะยื่นผ้าคืนให้เจ้าของห้อง เพราะห้องของเขามันอยู่ถัดลงไปแค่สามชั้นเท่านั้น ลงลิฟต์ครู่เดียวก็ถึงแล้ว เดี๋ยวผมกลับไปอาบน้ำที่ห้องตัวเองก็ได้

            อย่าดีกว่าครับ คุณอุตส่าห์ช่วยผมแบกสองคนนั้นมาส่งแถมต้องมาเจออะไรแบบนี้อีก ผมก็รู้สึกผิดนะอีกฝ่ายว่าด้วยสีหน้าลำบากใจ นะครับคุณแจบอม…”

            “…” เขาโคตรรู้สึกเกลียดตัวเองเวลาแพ้คำขอร้องของคนรอบข้าง ยิ่งประเภทที่มาแบบหูลู่หางตกตาละห้อยแบบนี้ด้วยแล้ว ถ้าปฏิเสธไปก็ดูเป็นคนนิสัยเสียอีก ก็ได้ๆ งั้นผมขอรบกวนด้วยก็แล้วกันบทสรุปจึงลงเอยด้วยการที่เขาต้องรับคำขอโทษจากอีกฝ่ายไปโดยปริยาย

            “เดี๋ยวคุณเอาเสื้อตัวนี้ใส่ไว้ในอ่างล่างหน้าก็แล้วกัน ส่วนแชมพู สบู่ โฟมล้างหน้า ใช้ได้ตามสบายเลยนะครับจากนั้นเจ้าห้องของก็พ่นประโยคออกมายาวเหยียดด้วยท่าทีโล่งอกหลังจากที่เขายอมรับข้อเสนอของตัวเอง

 

            ชีวิตของมนุษย์คอนโดห้อง 0418 จึงได้มีโอกาสมาเปิดโลกกว้างในห้องน้ำของเพื่อนบ้าน ถ้าไม่นับบ้านของวอนพิลกับอพาร์ทเมนท์ของเจฮยองแล้ว ก็มีห้องของปาร์คจินยองนี่แหละที่เขาได้ทัวร์มากกว่าห้องของคนรู้จักคนอื่นๆ ขนาดห้องบ๊อบบี้กับพวกเจ๊ๆเพื่อนบ้านเขายังไม่ค่อยเข้าไปยุ่มย่ามเลย

            เพราะห้องน้ำของปาร์คจินยองที่เหมือนกับเขาแทบทุกอย่าง (ก็แหงล่ะ คอนโดเดียวกันนี่หว่า)  ของใช้ในห้องน้ำก็มีอยู่เพียงน้อยนิด เท่าที่เห็นก็สบู่ แชมพู โฟมล้างหน้า แล้วก็อุปกรณ์โกนหนวดกับแป้งเด็กเท่านั้น แจบอมจึงไม่ต้องกังวลว่าตัวเองจะเผลอทำข้าวของในห้องน้ำของเพื่อนบ้านพัง และถึงแม้ตั้งใจแค่ว่าจะอาบน้ำเพื่อทำลายกลิ่นไม่พึงประสงค์บนร่างกายเท่านั้น แต่เมื่อล้างสบู่ตามตัวแล้ว กลิ่นอันโหดร้ายก็ยังมีหลงเหลืออยู่ ร่างสูงจึงต้องยอมเปิดฝักบัวรดศีรษะตัวเองแล้วคว้าขวดแชมพูเตรียมมาละเลงอย่างเลี่ยงไม่ได้

 

            กลิ่นแชมพูมันก็หอมอยู่หรอก แต่มันไม่ค่อยเหมาะกับเขายังไงก็ไม่รู้สิ

 

            แจบอมคิดเล่นๆขณะยืนสระผมด้วยแชมพูที่เขาเพิ่งบอกเพื่อนบ้านไปเมื่อวานนี้ว่า กลิ่นหอมดี แต่เมื่อลองมาใช้เองถึงได้รู้สึกว่ามันไม่เข้ากับคนแบบเขาเอาเสียมากๆจนอดแปลกใจไม่ได้ แถมยัง

 

            อย่าหาว่าเขาโรคจิตเลยนะ แต่พอได้กลิ่นแชมพูแล้วหน้าของเพื่อนบ้านมันก็ลอยเข้ามาเฉยเลยว่ะ

 

            แจบอมสะบัดศีรษะไล่ความคิดแปลกๆออกจากหัวตัวเองแล้วรีบเปิดน้ำล้างฟองแชมพูเพื่อไม่ให้ตัวเองคิดอะไรฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ ยิ่งเมื่อกลิ่นแชมพูเริ่มลอยตลบอบอวลทั่วห้องน้ำจนกลบกลิ่นซากอารยธรรมของแม่สาวผมทองด้วยแล้ว เขาควรจะรีบออกจากห้องน้ำให้เร็วที่สุดดีกว่า

            ผู้อาศัยชั้นสี่เดินออกมาจากห้องน้ำในสภาพศีรษะเปียกชุ่มเพราะใช้ผ้าขนหนูผืนใหญ่คลุมท่อนบนของตัวเองจนมิดชิดแทนเสื้อที่เลอะเทอะเอาไว้ (จะเดินแบบโชว์ท่อนบนที่ไม่สวมเสื้อมันก็ดูไร้มารยาทเกินไป แถมหุ่นก็ไม่มีอะไรให้อวดด้วย) โชคดีที่กางเกงของเขาไม่เปื้อนอะไร แจบอมจึงตั้งใจว่าจะใส่ชุดเดิม จะได้ไม่รบกวนเพื่อนบ้านจนเกินไป

            ทว่า พอออกจากห้องน้ำ เดินตรงมายังห้องนั่งเล่นซึ่งเป็นโถงตรงกลางห้องชุดแล้ว แจบอมกลับไม่พบเจ้าของห้องแม้แต่เงา มีเพียงถุงกระดาษหนึ่งใบที่ปาร์คจินยองถือขึ้นมาตอนเดินกลับห้องวางอยู่บนโซฟาจนเสื้อเชิ้ตที่อยู่ข้างในโผล่ออกมาจากปากถุง แต่สิ่งที่แจบอมเห็นกลับไม่ได้มีเพียงแค่เสื้ออย่างเดียว

 

            สุขสันต์วันเกิดจินยองงี่ที่รัก มีความสุขมากๆนะ หวังว่าจะชอบของขวัญที่พวกเราเลือกให้นะจ๊ะ จากเวนดี้ & เซจอง

 

            เนื่องจากยืนอยู่ไม่ไกลจากโซฟาห้องนั่งเล่นนัก เขาจึงไปเห็นการ์ดอวยพรสีสันสดใสที่ถูกเขียนด้วยลายมือน่ารักๆแบบพวกผู้หญิงทั่วไปเข้าโดยบังเอิญ จริงๆก็เอะใจตอนที่เพื่อนของเจ้าแว่นร้องเพลงเมื่อก่อนหน้านี้อยู่บ้าง แต่ก็คิดว่าเธอเมาจนเพ้อเจ้อไปเรื่อยมากกว่า

 

            เท่าที่ดูปฏิทินเมื่อเช้า ถ้าจำไม่ผิด วันนี้ วันที่ 22 กันยายนใช่ไหมหว่า ?

 

            เมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องยังไม่มีวี่แววที่จะมาปรากฏตัวตรงหน้าเขาเร็วๆนี้ สายตาของชายหนุ่มก็เริ่มซุกซนตามประสามนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งที่มีความอยากรู้อยากเห็นเวลาไปบ้านของเพื่อน แต่เขาก็ไม่ได้ไร้กาลเทศะถึงขั้นคิดจะเดินซอกแซกไปทั่วทุกมุมห้อง อย่างมากก็แค่เดินดูพวกของสะสมบนชั้นวางของหน้าโทรทัศน์กับชั้นหนังสือที่อยู่ในห้องนั่งเล่นเท่านั้น

 

            หืม ?แจบอมไล่สายตาดูของชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่วางอยู่บนชั้นสะสมอย่างเป็นระเบียบ ทั้งตุ๊กตาตัวเล็กๆ หนังสือหลากหลายประเภท นาฬิกาทราย รวมถึงกรอบรูปไม้ขนาดมาตรฐานที่วางอยู่บนชั้นหนังสือที่ทำให้แจบอมสนใจเป็นพิเศษ

 

            ภาพของเด็กผู้ชายอายุราวๆสี่ห้าขวบยืนยิ้มแป้นแล้นให้กล้องกับถ้วยไอศกรีมในมือ ดูจากสีของรูปภาพที่ค่อนข้างเก่าอยู่ประมาณหนึ่ง และโครงหน้าด้วยรวมที่แจบอมคุ้นตาอยู่ไม่น้อย จึงเดาได้ไม่ยากเลยว่าบุคคลในรูปก็คงไม่พ้น

 

            อย่ามายืนดูรูปในห้องคนอื่นแบบนี้สิครับ ! ’

 

            …ก็คงไม่พ้นเจ้าของห้องที่โผล่พรวดเข้ามาขวางหน้ากรอบรูปที่เขายืนมองอยู่นั่นล่ะ พอเห็นใบหน้าที่เริ่มขึ้นสีและท่าทีลุกลี้ลุกลนแล้ว ปาร์คจินยองคงจะอายที่คนอื่นมาเห็นรูปสมัยเด็กของตัวเองกระมัง แถมตอนนี้ก็เริ่มยู่ปากตีหน้ามุ่ยเหมือนเด็กถูกขัดใจอีกด้วย

 

            ก็คุณวางกรอบรูปเอาไว้ในห้องนั่งเล่นเองไม่ใช่หรือยังไงกัน ?เขาไม่ผิดเสียหน่อย ถ้าไม่อยากให้คนอื่นเห็นแล้วใครใช้ให้เอามาวางกลางห้องแบบนี้ล่ะ ผมก็มายืนรอคุณตรงนี้เพราะมันคือโถงกลางห้อง มันก็ถูกแล้วนี่คุณ หรือจะให้ผมเข้าไปรอคุณในห้องนอน มันก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ

            “ก็ยืนรอไปเฉยๆสิครับ หนังสือก็มีให้อ่าน ทำไมต้องมายืนดูรูปด้วยล่ะ !?!”

            “โวยวายใหญ่โตน่าคุณแจบอมได้แต่ยืนมองคนตรงหน้าอย่างนึกขัน รูปตอนเด็กๆของคุณมันก็น่ารักดี ไม่เห็นจะมีอะไรน่าอายเสียหน่อย

            “ว่าแต่ คุณอาบน้ำเสร็จแล้วหรือครับ ?อีกฝ่ายเปลี่ยนมาถามเรื่องของเขาแทน พอดีผมจัดการกับสองคนนั้นอยู่ ก็เลยหาเสื้อผ้าให้คุณไม่ทัน ขอโทษจริงๆนะครับ

            “ผมกลับห้องสภาพนี้ได้ ไม่เป็นไรหรอกคุณ แค่ให้อาบน้ำผมก็เกรงใจจะแย่แล้วแจบอมว่า ไว้ผมจะเอาผ้าขนหนูมาคืนคุณทีหลังก็แล้วกันก่อนจะกระชับผ้าขนหนูให้คลุมกายจนมิดชิด

            ถ้างั้นจะให้ผมลงไปส่งที่ห้องไหม ?

            ไม่ต้องหรอกคุณ เสียเวลาเปล่าๆร่างสูงปฏิเสธอย่างนุ่มนวล งั้นผมขอตัวกลับห้องก่อนนะแจบอมเงยหน้ามองนาฬิกาที่ใกล้จะถึงเวลาเที่ยงคืนแล้ว

            คุณแจบอม…”

            “…”

            “ขอบคุณมากจริงๆนะครับ แล้วก็ขอโทษอีกครั้งด้วยที่ทำให้คุณต้องลำบาก

            “คืนนี้คุณเองก็คงลำบากหน่อยนะ พยายามเข้าก็แล้วกันแจบอมหัวเราะในลำคอเบาๆ แล้วนิ่งไปครู่หนึ่งราวกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง จริงสิ…”

           

            สุขสันต์วันเกิดนะคุณ

 

            “ครับ ?คนตรงหน้ายิ้มบางๆพลางเลิกคิ้วอย่างแปลกใจ รู้ด้วยหรือครับว่าวันนี้เป็นวันเกิดผมน่ะ ?

            “ผมไม่ได้ตั้งใจจะมองของของคุณหรอก แต่มันโผล่ออกมาจากถุงผมก็เลยเห็นเข้าน่ะแจบอมพยักเพยิดหน้าไปทางถุงของขวัญบนโซฟา

            แบบนี้นี่เองเมื่อได้รับคำตอบชัดเจน ปาร์คจินยองก็พยักหน้าหงึกหงัก ก่อนจะทำท่าแบมือมาตรงหน้าของแจบอมพร้อมคลี่ยิ้มออกมา

            หืม ?

            “ไหนล่ะครับ ?ดวงตาใต้กรอบแว่นจ้องหน้าคนที่ตัวสูงกว่าตัวเองเล็กน้อยแล้วจึงพูดต่อ ของขวัญน่ะ

            “อะไรกันล่ะคุณแจบอมยักไหล่กับท่าทีเด็กๆของอีกคน เขาเพิ่งรู้ว่าวันนี้เป็นวันเกิดของปาร์คจินยองเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้วเอง ของแบบนั้นผมไม่มีหรอกปกติเขาเคยสนใจเรื่องแบบนี้ที่ไหนกัน ที่ผ่านมานอกจากจะไม่เคยให้ของขวัญใครแล้ว เขายังรอกินฟรีเวลาเจ้าของวันเกิดเลี้ยงอีกด้วย

            “ผมล้อเล่นหรอกน่านักศึกษาหนุ่มหลุดหัวเราะจนตายิ้มหยี แต่ก็ขอบคุณมากนะครับ

            “งั้นผมไป…” แจบอมตั้งท่าจะเปิดประตูห้องเพื่อกลับถิ่นฐานของตัวเอง หากแต่ในจังหวะที่เดินอยู่นั้น เขาก็หยุดนิ่งไปครู่หนึ่งเมื่อรู้สึกได้ว่ามีอะไรบางอย่างอยู่ที่ตัวเขา

            ลืมอะไรหรือเปล่าครับ ?

            “เปล่าหรอก แจบอมตอบขณะที่มือก็ล้วงกระเป๋ากางเกงไปด้วย อมยิ้มจำนวนสองแท่งถูกหยิบขึ้นมาเมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าเพิ่งซื้อมันไว้เมื่อก่อนหน้านี้ไม่นานนัก แล้วจึงหันกลับมาหาเพื่อนบ้านที่ยืนมองตามหลังเขาด้วยความไม่เข้าใจ จะว่าไปแล้ว ไอ้นี่น่ะ…” สถาปนิกหนุ่มชูอมยิ้มที่ตนเพิ่งซื้อมาขึ้น

            “…”

 

            ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ผมให้เป็นของขวัญวันเกิดก็แล้วกัน… ’

 

            ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขายอมยกอมยิ้มเล็กๆจำนวนสองแท่งให้เจ้าของวันเกิด (ส่วนอีกหนึ่งแท่งขอมุบมิบไว้กินตอนทำงานก็แล้วกัน) ท่ามกลางสีหน้างุนงงของปาร์คจินยองที่จ้องมองขนมหวานชิ้นเล็กในมือของแจบอมด้วยความสงสัย

 

          อย่าถามเหตุผลเลยว่าทำไมเขาถึงยอมยกให้ เขาก็ตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน รู้แค่ว่าอยากให้เฉยๆก็เท่านั้นเอง

 

            “อะไรของคุณน่ะ ?แต่พอเห็นสีหน้าที่เหมือนกำลังกลั้นขำของปาร์คจินยองแล้ว เขาชักจะไม่อยากยกให้แล้วล่ะ มันตลกตรงไหนไม่ทราบ ! “คุณไม่ได้มีไข้หรือกินอะไรมาผิดใช่ไหมครับ ?

            “ไม่ต้องรับก็ได้นะ ผมไม่ได้บังคับคุณอยู่แล้…”

           

            ฟึ่บ !

 

            “แล้วผมพูดตอนไหนหรือครับ ว่าจะไม่รับน่ะยังไม่ทันที่แจบอมจะพูดจบ อมยิ้มทั้งสองแท่งก็ถูกเจ้าของวันเกิดหยิบออกไปจากมือของเขาเสียก่อน ขอบคุณนะครับ คุณแจบอมก่อนจะขอบคุณออกมาด้วยรอยยิ้มเล็กๆที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความดีใจ

            รสนี้มันไม่ค่อยหวาน เพราะงั้นคุณอาจจะไม่ชอบมันเท่าไหร่แจบอมอธิบายเพิ่มเติม แต่ผมหวังว่าคุณคงจะไม่ทิ้งมันหรอกนะ

            “ทำไมพูดแบบนั้นล่ะครับ

            “…”

            “ผมไม่เคยทิ้งของที่คนอื่นให้หรอกนะ เจ้าของวันเกิดยังคงพูดด้วยรอยยิ้ม อย่าคิดว่าผมจะไม่ชอบเพราะมันเป็นแค่ลูกอมอันเล็กสิ

            “…”

            มันไม่สำคัญว่าของที่ได้จะเป็นอะไรหรอกครับ สำคัญที่ว่าความรู้สึกของคนให้เป็นอย่างไรต่างหาก จินยองเงียบไปครู่หนึ่ง ผมไม่รู้หรอกว่าคุณรู้สึกยังไง…”

            “…”

 

            แต่ผมดีใจที่คุณเป็นคนให้นะ

 

            ท่าทีดีใจเหมือนเด็กได้รับขนมหวานทำให้แจบอมได้แต่นึกขันคนตรงหน้าที่กำลังแกว่งอมยิ้มในมือ อีกทั้งยังยิ้มกว้างจนตาปิดเป็นเส้นจนทำให้เขาอดแปลกใจไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะมีความสุขอะไรมากมายกับอมยิ้มอันเล็กๆแค่สองแท่ง

 

            แต่เอาเถอะ ถ้าชอบก็ดี จะได้ไม่นึกเสียดายที่อุตส่าห์ยกให้ตั้งสองแท่ง

 

            “เที่ยงคืนกว่าแล้ว ผมว่าผมควรไปทำงานต่อแล้วล่ะแจบอมเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้ง ในที่สุดก็ถถึงเวลาคลายคำสาปแห่งความอาภัพของวันนี้เสียที

            งั้นก็โชคดีนะครับเจ้าของห้องเปิดประตูให้แจบอมเสร็จสรรพ ทั้งยังยืนรอส่งแขกหน้าประตูอีกด้วย บ๊ายบาย

            “ฮื่อ…” แจบอมทำเพียงแค่ยืนมองคนตรงหน้าโบกมือให้เขาเท่านั้น ฝันดีนะคุณ

            “ฝันดีเหมือนกันครับ คนตัวเล็กกว่าทำหน้าราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง จะว่าไป คุณยังไม่ได้อวยพรวันเกิดผมเลยนะ

            “หา ?แจบอมเหวอไปชั่วขณะเมื่อได้ยินแบบนั้น หน้าตาเขาเหมือนพวกคุณปู่ที่ต้องให้พรวันเกิดหลานหรือยังไงกัน พูดเป็นเล่นน่ะคุณ ให้ผมอวยพรเนี่ยนะ ?

            ผมล้อเล่นน่า อย่าทำหน้าแบบนั้นสิครับถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่ไอ้คิ้วย่นๆกับปากเบะๆเหมือนโดนขัดใจที่ทำอยู่ มองยังไงมันก็สวนทางกับคำพูดชัดๆ

            จะอวยพรให้มีความสุขหรือขอให้โชคดี ผมว่าคุณก็คงฟังจนเบื่อแล้วล่ะแต่เอาเถอะ ถ้ากล้าขอ เขาก็กล้าพูดเหมือนกัน งั้น…”

 

            ขอให้คุณไม่นกก็แล้วกัน

 

            “หึ…” จินยองยืนขำเบาๆหลังจากแจบอมพูดจบ เป็นคำอวยพรที่แปลกดีนะครับ ผ่านวันเกิดมายี่สิบเจ็ดครั้งก็เพิ่งจะเคยได้ยินนี่ล่ะ

            “จะได้ไม่ซ้ำซากไงคุณแต่ไอ้คำนี้มันก็เป็นคำอวยพรที่เขาได้รับมาจากบรรดาเพื่อนฝูงตอนวันเกิดของตัวเองเมื่อต้นปีที่ผ่านมาเหมือนกัน

            “แต่ก็ขอบคุณสำหรับอวยพรนะครับ นักศึกษาปริญญาโทที่กลายเป็นเด็กประถมยิ้มจนตาหยี ถ้าคุณอวยพรมาขนาดนี้ ผมก็หวังว่าตัวเองคงจะไม่นกเหมือนกัน

            “ฮื่อ คราวนี้ผมไปจริงๆแล้ว พอดีมีงานรอให้สะสางอยู่น่ะแจบอมยกมือบอกลาเพื่อนบ้านก่อนที่จะเสียเวลาทำงานไปมากกว่านี้ บายนะคุณ

            “ครับ สู้ๆนะครับ

 

            แจบอมเดินออกมาจากห้องตรงไปที่ลิฟต์ในสภาพเร่งรีบเพราะเกรงว่าถ้าเพื่อนบ้านคนอื่นมาเห็นเขาในสภาพที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวคลุมท่อนบนกับกางเกงนอนขาสั้นแบบนี้คงจะไม่ดีแน่ โดยที่เขาแอบเห็นว่าเพื่อนบ้านยังคงชะโงกศีรษะออกมาจากห้องเพื่อรอให้เขาเดินไปถึงลิฟต์จนแจบอมยิ่งต้องมองซ้ายมองขวาเพื่อให้มั่นใจว่าในเวลานี้ไม่มีใครออกมาเดินเพ่นพ่านแล้ว

 

            สภาพล่อแหลมขนาดนี้ เขายังไม่อยากโดนเพื่อนบ้านคนอื่นเข้าใจผิดคิดว่าตัวเองมาทำอะไรลับๆล่อๆที่ห้องของปาร์คจินยองในเวลาเที่ยงคืนหรอกนะ !

 

            นอกจากจะต้องอาศัยความเร็วในการวิ่งเข้าห้องของตัวเองจนหอบจับแล้ว ศีรษะที่ยังชื้นอยู่ทำให้แจบอมต้องเปิดพัดลมจ่อหน้าเป่าผมให้แห้งสนิทอยู่พักหนึ่ง แล้วค่อยย้ายสังขารที่เริ่มหมดแรงไปอยู่ในห้องทำงานอีกครั้งพร้อมกับอมยิ้มหนึ่งแท่งที่เหลืออยู่ในกระเป๋ากางเกงถูกแกะออกมากินเพื่อไม่ให้รู้สึกอ้างว้างจนเกินไป

 

          ให้ตายสิ อุตส่าห์เลือกรสที่หวานน้อยแล้วแท้ๆ แต่ก็ยังหวานเกินไปสำหรับเขาอยู่ดี

 

            อมยิ้มรสสตรอว์เบอร์รี่ในปากทำให้แจบอมตีหน้ายุ่งด้วยความเซ็งเมื่อรสชาติหวานติดลิ้นที่แผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากมันขัดกับความชอบของตัวเองโดยสิ้นเชิง ชิ้นงานเริ่มมีความคืบหน้าขึ้นมาสวนทางกับขนมหวานในปากที่มีขนาดเล็กลงเรื่อยๆ แต่ความเหนื่อยล้าจากการพบเจอเรื่องโหดร้ายมาตลอดทั้งวันตั้งแต่หกโมงเช้าถึงเที่ยงคืนทำให้ร่างกายของสถาปนิกหนุ่มเริ่มถึงขีดจำกัดในเวลาตีสองเศษๆ การทำงานทั้งหมดจึงต้องยุติลงเมื่ออมยิ้มในปากละลายหมดพอดี

           

            ทั้งๆที่ตอนทำงานตามันจะปิดอยู่รอมร่อ

 

          แต่พออยู่บนเตียงแล้วทำไมนอนไม่หลับเฉยเลยวะ !?!

 

            เวลาตีสองครึ่งจากนาฬิกาข้างเตียงกับร่างของชายหนุ่มที่นอนก่ายหน้าผากอยู่บนเตียงมาเกือบสิบนาที หลังจากเข้าไปแปรงฟันเพื่อล้างรสชาติของขนมหวานในปากก็กระโดดขึ้นเตียงตามที่ใจเรียกร้องมาตลอดทั้งวัน

            ทว่า แจบอมกลับไม่สามารถข่มตานอนได้ทั้งที่ก่อนหน้านี้ตัวเองโหยหาการนอนอย่างถึงที่สุด เมื่อตอนบ่ายเขาก็งีบไปแค่ครู่เดียวเท่านั้น อีกทั้งตลอดช่วงเย็นลากยาวมาจนถึงกลางคืนก็เจอสารพัดวิบากกรรมชวนให้หลั่งน้ำตาอยู่หลายต่อหลายหน และนอกจากจะนอนตาสว่างก่ายหน้าผากอยู่บนเตียงแล้ว พอจะหายใจแต่ละที

 

            “ทำไมกลิ่นแชมพูมันฟุ้งจังวะ…”

 

            กลิ่นแชมพูบนศีรษะตัวเองที่ลอยมาเตะจมูกยิ่งทำให้คนที่นอนยุกยิกอยู่บนเตียงเกิดอาการกระสับกระส่ายมากขึ้นไปอีก ไม่รู้ว่าตอนที่อาบน้ำเขารู้สึกขมคอกับกลิ่นซากไม่น่าอภิรมย์จนบีบแชมพูไม่ยั้งมือหวังจะกลบกลิ่นเหม็น หรือบางที

 

            ไม่เอาน่า ในเกาหลีมีแชมพูแบบปาร์คจินยองเป็นล้านๆขวด แค่กลิ่นแชมพูมันฉุนจมูกเฉยๆ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับปาร์คจินยองสักนิด

 

          ฉะนั้นอย่าตามมาหลอกหลอนกันนักจะได้ไหมเล่า !?!

 

            ถึงจะไม่อยากยอมรับเท่าไหร่ แต่ใบหน้าแว่นๆของเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่ตามมาหลอกหลอนเขามาร่วมสัปดาห์ ทั้งยังเจอกันบ่อยในชีวิตจริงจนชวนขนลุกทำให้แจบอมที่มุดศีรษะลงใต้หมอนนึกหงุดหงิดงุ่นง่านอยู่ไม่น้อย

 

            นอน ไม่ - หลับ โว้ย !

 

            ยิ่งใช้หมอนปิดศีรษะตัวเองหวังจะตัดขาดโลกภายนอก ก็กลายเป็นว่าพื้นที่อันน้อยนิดใต้หมอนยิ่งทำให้กลิ่นแชมพูที่เริ่มติดจมูกเขามาตั้งแต่เมื่อวานนี้ตามรบกวนแจบอมที่นอนกระวนกระวายมากขึ้นไปอีก ยังไม่นับใบหน้าของเพื่อนบ้านในตอนนั้นที่ยังตามมาหลอกหลอนกันไม่เลิก ขนาดจะนอนหลับทำไมชีวิตยังต้องลำบากขนาดนี้วะ !

 

            พี่แจบอม คือว่า… ’

 

            เสียงของน้องสาวคนเดียวที่แจบอมได้ยินมาทั้งชีวิตแล่นเข้ามาในห้วงความคิดของแจบอม ตามมาด้วยบทสนทนาระหว่างเขากับนายอนเมื่อตอนกลางวันก่อนที่ครอบครัวของเขาจะกลับจอนจู คำพูดของน้องสาวที่ทำให้เขาคิดอะไรยุ่งเหยิงมาตลอดทั้งวันนับตั้งแต่คุยกัน จนกระทั่งถึงตอนนี้ สิ่งที่ไอ้นายอนพูดมันกำลังทำให้เขาเริ่มฟุ้งซ่านมากขึ้นไปอีก

 

            มีอะไรจะพูดล่ะ ?

          “ไม่ได้จะบอกอะไรเยอะหรอก แค่ชี้ทางให้พี่ชายจอมทึ่มเฉยๆ

          “เฮ้ย ฉันเป็นพี่แกนะเว้ย !”

          “เออน่าสนใจสิ่งที่หนูจะพูดดีกว่า

          “ก็แล้วมันอะไรล่ะ ?

          “หนูจะไม่พูดตรงๆนะ แต่จะพูดในฐานะคนที่แสกนคนรอบข้างให้พี่ชายมาตลอด…”

          “…”

          “สนใจคนที่อยู่ใกล้ๆตัวบ้างก็ดีนะ อย่าสายตายาวนักเลย

          “ขอแบบตรงๆ อย่ามาเล่นลิ้น

          “ คนบางคนน่ะ การกระทำกับคำพูดเขาไม่บอกอะไรให้รู้ก็จริง แต่สายตาของเขามันชัดเจนนะ

          “บอกให้พูดตรงๆไงวะ ฉันไม่เข้าใจกับแกหรอกนะโว้ย !”

          “หนูบอกตรงๆไม่ได้เพราะหนูก็ไม่รู้ว่าที่ตัวเองคิดมันถูกต้องหมดหรือเปล่า…”

          “บอกๆมาเถอะน่า ในเมื่ออยากเปิดประเด็นมาขนาดนี้ก็พูดมาตรงๆเถอะว่ะ

          “เฮ่องั้นพี่ฟังดีๆนะ หนูไม่ได้บอกให้พี่ปักใจเชื่อทั้งหมด แล้วก็ไม่รับประกันด้วยว่ามันจะถูกร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเซนส์ผู้หญิงของหนูมันยังไม่เพี้ยนไปล่ะก็…”

          “…”

           

            ‘ หนูว่าคุณจินยองเขาต้องรู้สึกสนใจพี่อยู่แน่ๆ

 

            ไอ้น้องสาวตัวดีพูดไว้เพียงแค่นั้นแล้วก็หอบสัมภาระชิ่งหนีออกจากห้องไปหน้าตาเฉย พอมาคิดตอนนี้ก็รู้สึกหงุดหงิดที่มันเพ้อเจ้ออะไรไม่เข้าท่า พอเห็นว่าพ่อเล่นด้วยหน่อยมันก็เชื่อมโยงนั่นนี่ไปหมด ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าพ่อพูดแซวเขาด้วยเจตนาเล่นขำๆทั้งนั้น ไม่ได้คิดจริงจังเหมือนไอ้นายอนเสียหน่อย แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมตัวเองต้องเก็บคำพูดของน้องสาวมาคิดด้วยเหมือนกัน แต่พอมาลองคิดถึงความจริงข้อหนึ่งดีๆแล้ว เขาว่าไอ้นายอนทายผิดแล้วล่ะ

 

            ปาร์คจินยองจะมารู้สึกอะไรกับเขาได้ยังไง

 

          ก็ในเมื่อเจ้าตัวมีคนที่สนใจอยู่แล้วนี่

 

            แจบอมปิดบทสรุปเรื่องที่ทำให้ตัวเองฟุ้งซ่านอย่างง่ายดาย ก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมแล้วพยายามข่มตานอนโดยอาศัยความจริงข้อดังกล่าวที่ไม่ทำให้ตัวเองเพ้อเจ้อตามน้องสาวไปอีกคน นอกจากนี้เขายังนึกอะไรขึ้นมาได้อีกหนึ่งอย่างที่ทำให้เขาเริ่มสงบสติแล้วนอนหลับได้เสียที

 

            เขาได้ยินปาร์คจินยองด่าอีกฝ่ายให้ฟังบ่อยๆเวลาอยู่ด้วยกัน แค่นี้ก็ชัดเจนแล้วว่าเขาไม่ใช่คนๆนั้นที่ปาร์คจินยองพูดถึงแน่ๆ

 

          และต่อให้ปาร์คจินยองไม่ได้สนใจใครก็จริง ก็ไม่มีความจำเป็นที่นักศึกษาปริญญาโทอนาคตไกลจะต้องหันมาสนใจสถาปนิกต๊อกต๋อยแถมลูกติดตั้งห้าคนอย่างเขาอยู่ดี

 

…to be continued…

 

[ Special side by Park Jinyoung ]

 

            [สุขสันต์วันเกิดนะจ๊ะจินยอง มีความสุขมากๆนะคนเก่ง วันเกิดปีนี้แม่ก็ไม่ได้อยู่กับเราอีกแล้ว ทนเหนื่อยอีกนิดนะลูก แม่คิดถึงลูกเสมอนะ]

 

            เพราะเมื่อคืนกินยาเข้าไป ก็เลยไม่รู้ตัวว่าฟุบหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ กว่าผมจะตื่นขึ้นมาอีกก็เป็นตอนที่แม่โทรมาหาเป็นสายแรกของวันที่ยี่สิบสองกันยายนในเวลาหกโมงเช้า ความจริงช่วงนี้ผมยุ่งจนลืมวันลืมคืนไปแล้วด้วยซ้ำ แต่ก็นั่นแหละครับ อะไรที่เกี่ยวกับผม แม่ผมรู้และจำได้หมดทุกอย่างอยู่แล้ว

 

            [นี่แล้วคนที่ลูกชอบมาเล่าให้แม่ฟังบ่อยๆน่ะ เขามาอวยพรเราหรือยัง ?]

 

            แน่นอนว่าเรื่องของคุณแจบอมแม่ก็ทราบเหมือนกัน ผมไม่ใช่คนที่มีความลับกับครอบครัวอยู่แล้ว ยิ่งกับแม่ซึ่งเป็นคนเดียวที่ผมไว้ใจและรู้จักผมดีกว่าใคร ต่อให้ผมไม่พูดอะไร แม่ก็มักจะรู้ทันจนสุดท้ายผมก็เปิดปากเล่าอยู่ทุกครั้งไป

 

            นี่ล่ะครับ ความมหัศจรรย์ของมนุษย์แม่ที่ทำให้ผมประหลาดใจได้เสมอ

 

            “เขาไม่รู้หรอกแม่ผมบอกแม่ไปตามตรง ผมกับเขาไม่เคยคุยเรื่องส่วนตัวของตัวเอง จึงไม่แปลกที่เขาจะไม่รู้ และผมก็ไม่ใช่คนที่ให้ความสำคัญกับวันเกิดอยู่แล้ว ขนาดผมบอกชอบเขาไปต่อหน้า เขายังไม่รู้เลย ปล่อยเขาไปเถอะครับสาบานว่าผมไม่ได้ผูกใจเจ็บเขาเรื่องพลุเมื่อวันนั้นสักนิดนะครับ ไม่เลยจริงๆ

 

            แค่นึกถึงทีไรก็อยากจะทุ่มจักรยานใส่เขาเฉยๆก็เท่านั้นเอง

 

            [บางทีมันอาจจะยังไม่ถึงเวลาของลูกก็ได้นะ] แม่พูดในสิ่งที่ผมก็เห็นด้วย [จำไว้นะจินยอง...]

            “…”

 

            [ลูกไม่จำเป็นต้องวิ่งตามใครสักคน ค่อยๆเดินไปให้ถึงจุดที่ลูกสามารถไปไหวก็พอ เพราะถ้าเขาเป็นคนที่ใช่สำหรับลูกจริงๆ เขาจะไม่มีวันปล่อยให้ลูกเดินเข้าหาและเหนื่อยอยู่ฝ่ายเดียวหรอกนะ]

 

            “ผมควรปล่อยให้เขารับรู้ด้วยตัวเองดีกว่าใช่ไหมครับ ?ผมไม่คัดค้านเลยว่าสิ่งที่แม่พูดมันก็ถูกแต่ผมนึกภาพไม่ออกเลยล่ะแม่ นึกไม่ออกเลยว่าซื่อบื้อแบบนั้นจะรู้ตัวยังไง

 

            ถ้าจะผิดก็คงผิดที่ตัวเองดันไปสนใจคนซื่อบื้อและเถรตรงแบบเขามากกว่า

 

            [กับคนบางคน เขาอาจจะต้องใช้เวลาสักหน่อย] แม่เงียบไปครู่หนึ่ง [แต่การรอคอยอาจจะทำให้ลูกได้รับอะไรดีๆก็ได้นะ]

            “…”

            [อะไรที่มันได้มาง่ายๆ เรามักจะไม่เห็นคุณค่าหรือเห็นความสำคัญของมันหรอกนะจินยอง]

            “…”

            [แม่ว่าเรื่องแบบนี้ก็เหมือนกันนั่นล่ะ ลูกคิดเหมือนแม่ไหม ?]

            “ก็ครับ

            [งั้นก็เลิกงอแงได้แล้วนะที่รัก เช้านี้ลูกมีเรียนนี่นา ตอนเย็นก็เห็นบอกว่าเซจองกับเวนดี้จะพาไปเลี้ยงฉลองด้วย สนุกให้เต็มที่ดีกว่าเนอะ]

            “ครับ คิดถึงแม่นะครับ

            [แม่ก็คิดถึงจินยองเหมือนกัน เป็นเด็กดีของแม่แบบนี้ตลอดไปเลยนะ]

            “ครับ รักแม่นะครับ…”

 

            ได้คุยกับแม่ตั้งแต่เช้าแบบนี้ ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นวันใหม่ที่ดีแบบสุดๆเลยล่ะ

 

            โชคดีที่วันนี้ผมมีเรียนตอนสิบเอ็ดโมง จึงไม่ต้องรีบร้อนมากนัก พอมีเวลาให้กินข้าว อ่านหนังสือ เก็บกวาดห้อง แล้วก็แวะเอาขนมที่พี่หมอกับคุณไอรีนไปฝากพวกเด็กๆอย่างที่พวกคุณทราบกันนั่นล่ะครับ แต่ก็คิดไม่ถึงว่าจะได้ของขวัญชิ้นแรกมาจากพวกเด็กๆที่เป็นลูกกับหลานของคุณแจบอมเสียด้วย

 

            ก็กิ๊บต้นอ่อนที่ทุกคนติดให้ผมไงครับ ผมจะถือว่ามันเป็นของขวัญจากพวกเด็กๆก็แล้วกัน

 

            ว่าแล้วก็ขอพูดอะไรสักนิดเถอะครับ จริงๆแล้วผมค่อนข้างตกใจนิดหน่อยตอนที่เจอครอบครัวของคุณแจบอม เวลาผมเห็นเขา มันก็มีบ้างที่ผมแอบจินตนาการว่าครอบครัวของเขาจะต้องเป็นผู้ใหญ่ที่ดูนิ่งๆ พูดน้อย เรียบร้อย (ก็ยึดพื้นฐานการจินตนาการมาจากตัวคุณแจบอมนั่นแหละครับ) แต่พอพวกท่านกับน้องสาวของเขาทักทายผมด้วยท่าทีสบายๆแล้ว สิ่งที่ผมคิดไว้ก็ถูกเป่าหายไปจนหมดเลยล่ะ

            ทั้งๆที่ทุกคนก็ดูใจดีแถมฉลาดกันหมด เท่าที่ผมลองสังเกต น้องสาวกับพ่อของเขาก็ดูหลักแหลมและมีไหวพริบเอามากๆ ส่วนแม่ของคุณแจบอมก็เป็นคนยิ้มเก่งและดูเป็นคุณแม่ใจดี หลานสาวของเขาก็น่ารักแก่นแก้วแบบตามประสาเด็ก

 

            แล้วไอ้หน้าดุๆกับความซื่อบื้อเถรตรงแถมยังงกรอยยิ้มแบบนี้มันเป็นการกลายพันธุ์ของยีนที่เกิดขึ้นกับคุณแจบอมหรือยังไงกันนะ ?

 

            หลังจากเรียนเสร็จช่วงบ่ายสองโมง ผมก็ไปหาเพื่อนสนิททั้งสองคนซึ่งก็คือเวนดี้กับเซจองที่ห้างสรรพสินค้าตามที่พวกเธอนัดเอาไว้ สองคนนั้นตกลงกันว่าจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงผมตลอดวัน ทั้งไปดูหนัง ร้องคาราโอเกะ (ที่พวกเธอร้องกันอยู่สองคน) แล้วก็ไปกินมื้อเย็นที่ร้านอาหารใกล้ๆกับมหาวิทยาลัย

 

            และวันเกิดของผมก็กลายเป็นวันเลี้ยงฉลองของคนช้ำรักไปเสียอย่างนั้น

 

            เหล้าหนึ่งขวดกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ถูกสั่งมาเรื่อยๆโดยที่ทั้งสองคนไม่มีทีท่าว่าจะหยุด พอเริ่มเมาได้ที่ก็แย่งกันพูดพร่ำความในใจออกมา คนหนึ่งก็ทะเลาะกับแฟนผู้หญิงจวนจะเลิกอยู่เนืองๆ ส่วนอีกคนก็โดนฝรั่งหลอกจนโดนภรรยาของฝ่ายนั้นโทรมาด่า ยิ่งเวลาผ่านไป บรรยากาศบนโต๊ะมันก็เริ่มแย่ลง ไหนจะถูกโต๊ะข้างๆมองด้วยความไม่พอใจที่พวกเธอส่งเสียงดังโวยวายจนผมไม่รู้จะขอโทษพวกเขาอย่างไร สุดท้ายจึงต้องเรียกพนักงานมาเก็บค่าอาหารแล้วลากสองคนนั้นออกมาจากร้านก่อนที่อะไรๆจะวุ่นวายมากไปกว่านี้

 

            โมโหก็โมโห แต่ก็สงสารอยู่ดีนั่นแหละครับ

 

            ตอนแรกก็ตั้งใจว่าจะแวะส่งที่บ้าน แต่ก็อดเป็นห่วงไม่ได้เพราะสภาพแบบนี้น่าจะสลบตั้งแต่ยังไม่ทันถึงประตูบ้านแน่ๆ ยิ่งมีปัญหาทางใจกันทั้งคู่ เกรงว่าถ้าปล่อยให้อยู่ตามลำพังเดี๋ยวคิดจะทำอะไรไม่เข้าท่า ก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมคุณแจบอมถึงมาเจอผมหิ้วปีกแม่เพื่อนตัวดีทั้งสองคนในสภาพเมาคอพับอยู่หน้าคอนโด

 

            แต่พอเห็นเวนดี้อาเจียนใส่คุณแจบอมแล้ว ผมอยากจะจับโยนเธอออกจากห้องเหลือเกิน

 

            หลังจากก่อเรื่องใหญ่ไว้เรียบร้อยเจ้าตัวก็กระโดดลงไปนอนบนเตียงของผมอย่างสบายใจ แล้วคนที่ซวยจะเป็นใครล่ะครับถ้าไม่ใช่ผม ทั้งที่เขาอุตส่าห์ช่วยแบกเพื่อนเจ้าปัญหามาส่งถึงห้องแท้ๆ แต่ก็ดันเกิดเรื่องขึ้นจนได้

 

            สีหน้าของเขาในเวลานั้นมันน่ากลัวจริงๆนะครับ

 

            ตอนที่โดนเขามองด้วยหางตาด้วยใบหน้านิ่งเฉย มือกับขาเจ้ากรรมมันก็เกิดสั่นไม่หยุดขึ้นมาดื้อๆเสียอย่างนั้น เข้าใจใช่ไหมครับว่าเวลาถูกคนหน้าดุตวัดตามองแบบนั้นมันน่ากลัวมากจริงๆ น่ากลัวจนอยากจะร้องไห้เลยล่ะครับ

 

          คอยดูนะตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่จะคิดบัญชีให้สาสมเลย

 

            คุณแจบอม ผผมขอโทษ…” ผมเข้าใจแล้วว่าความรู้สึกที่หัวว่างเปล่ามันเป็นอย่างไร ทั้งพูดไม่ออก คิดไม่ออกว่าจะทำอะไรต่อไป ก็เลยกลั้นใจขอโทษเขาแล้วก็ได้แต่หวังว่าเขาอาจจะเห็นใจ คือ… ” ทำยังไงดี มือมันสั่นไม่หยุดจริงๆนะ

 

            อยากจะวิ่งหนีไปให้พ้นจากตรงนี้แต่ขามันก็ก้าวไม่ออกเสียด้วยสิ

 

            “ช่างเถอะคุณ อย่างน้อยก็คงจะดีกว่าปล่อยให้เพื่อนอาเจียนใส่ที่นอนคุณน่ะนะ

            “แต่เสื้อคุณ…” ถึงเขาจะพูดแบบนั้นแล้วก็พยายามระงับอารมณ์โกรธของตัวเอง ก็ใช่ว่าผมจะดีใจเสียเมื่อไหร่ เพราะสภาพของคุณแจบอมตอนนี้มันดูไม่จืดสักนิด พอดีกับที่หันไปเห็นผ้าเช็ดตัวที่เพิ่งซักไปเมื่อวันก่อนเข้า ก็เลยคิดอะไรขึ้นมาได้ งั้นคุณไปอาบน้ำก่อนเถอะนะ ส่วนเสื้อของคุณ เดี๋ยวผมซักให้เอง

 

            สุดท้ายจึงทำใจดีสู้เสือหยิบผ้าเช็ดตัวแล้วบอกให้เขาไปอาบน้ำ บวกกับยื่นข้อเสนอว่าจะเป็นคนซักเสื้อให้ เพราะเขาอุตส่าห์ช่วยผมแบกเพื่อนมาส่งทั้งที ต่อให้เรื่องคราวนี้ไม่ใช่ฝีมือของตัวเอง ก็ต้องหาทางรับผิดชอบให้รู้สึกสบายใจอยู่ดี พอเห็นว่าคุณแจบอมไปอาบน้ำแล้ว ผมก็ต้องหันมาจัดการกับซากสองสาวขี้เมาต่อ ก็แค่จับให้นอนในท่าแบบคนปกติเท่านั้นแหละครับ ยังไงๆผมก็เป็นผู้ชาย แม้ว่าจะเป็นเพื่อนสนิทกันก็จริง แต่จะให้เช็ดตัวหรือช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้า ผมก็รู้สึกไม่สบายใจเท่าไหร่

 

          แต่ตอนนี้ผมคงเจอปัญหาที่ใหญ่กว่านั้นแล้วล่ะ

 

            อย่ามายืนดูรูปในห้องคนอื่นแบบนี้สิครับ ! ’

 

            ผมจัดการดุใส่แขกที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเมื่อเห็นว่าเขากำลังยืนดูภาพถ่ายสมัยเด็กของตัวเองที่วางอยู่บนชั้นโดยพลการ (จริงๆแล้วไม่ใช่ความผิดของเขาหรอกครับ เพราะรูปมันก็วางอยู่ในห้องนั่งเล่นตั้งแต่แรกอยู่แล้ว)

 

            แต่จะให้คนอื่นมาดูของแบบนี้มันก็น่าอายนะครับ

 

            “ผมก็มายืนรอคุณตรงนี้เพราะมันคือโถงกลางห้อง มันก็ถูกแล้วนี่คุณ หรือจะให้ผมเข้าไปรอคุณในห้องนอน มันก็ไม่ใช่อีกนั่นแหละ

            “ก็ยืนรอไปเฉยๆสิครับ หนังสือก็มีให้อ่าน ทำไมต้องมายืนดูรูปด้วยล่ะ !?!”

            “โวยวายใหญ่โตน่าคุณ…”

 

            รูปตอนเด็กๆของคุณมันก็น่ารักดี

 

            ให้ตายสิ ทึ่มๆแบบนี้พูดอะไรอย่างนี้เป็นกับเขาด้วยหรือยังไงกัน !?!

 

            แล้วไม่เคยมีใครบอกเขาหรอกหรือว่าอย่ามายืนตรงหน้าคนอื่นในสภาพที่ผมเปียกโชกแบบนี้

 

          ขขืนผมหน้ามืดทำอะไรห่ามๆลงไปก็แย่น่ะสิ !

 

            แต่เพราะเป็นเวลาเกือบเที่ยงคืนแล้ว เขาเองก็คงมีงานต้องทำเหมือนกัน ก็เลยบอกลากันเหมือนทุก ความจริงก็อยากจะลงไปส่งเขาเหมือนกันเพราะเห็นว่าอุตส่าห์เสียเวลาช่วยผมไปตั้งเยอะ แต่เพราะเขาปฏิเสธ ผมก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องตื๊อมากนัก อย่างไรเสียเขาก็คงไม่ชอบคนเซ้าซี้เหมือนกัน

           

            จริงสิ…” ในขณะที่รอส่งแขกกลับห้องของตัวเอง จู่ๆเขาก็หันกลับมาหาผมเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง

            “…”

 

            สุขสันต์วันเกิดนะคุณ

 

            อึ้งครับ อึ้งมาก --- เป็นความรู้สึกที่ผมเองก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน ทั้งตกใจทั้งดีใจอยู่ลึกๆ แม้เหตุผลที่เขาบอกมันไม่ใช่เพราะว่าเขารู้มาก่อนหน้านี้ เพียงแค่ไปเห็นของขวัญกับการ์ดอวยพรที่เพื่อนๆให้มา แต่เมื่อเทียบกับความจริงที่ผมกับเขาแทบไม่รู้ข้อมูลส่วนตัวของอีกฝ่าย แล้วเขามาพูดแบบนี้

 

          ผมเข้าใจแล้วล่ะครับ ที่เขาพูดๆว่า เขินจนจะเป็นบ้า มันเป็นยังไง

 

            ไหนล่ะครับ ?ก็เลยต้องพยายามทำอะไรสักอย่างเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกในตอนนี้ไป ของขวัญน่ะ ?ผมไม่ได้หวังว่าจะได้ของขวัญอะไรสักนิดจริงๆ แค่แกล้งแหย่คนตรงหน้าให้ตัวเองไม่ประหม่าเฉยๆเท่านั้นเองครับ

            อะไรกันล่ะคุณ ของแบบนั้นผมไม่มีหรอก

 

            จะว่าไปแล้ว ไอ้นี่น่ะ ถ้าคุณไม่ว่าอะไร ผมให้เป็นของขวัญวันเกิดก็แล้วกัน

 

            แต่ใครจะไปคาดคิดว่าแค่พูดกลบเกลื่อนไม่ให้ประหม่า กลับกลายเป็นว่าต้องมาตกหลุมที่ตัวเองขุดเอาไว้ซ้ำสอง เมื่อคนตรงหน้าของผมหยิบอมยิ้มอันเล็กในกระเป๋ากางเกงขึ้นมาสองแท่งแล้วก็ยื่นมาให้ แล้วก็ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ผมหยิบมันออกมาจากมือของคุณแจบอมด้วย

          น่าแปลกที่อมยิ้มแท่งละไม่กี่ร้อยวอนแค่สองอันกลับทำให้ผมมีความสุขมากกว่าได้รับพวกของขวัญราคาแพงเสียอีก มันไม่ใช่แค่ความรู้สึกที่ว่าเขาคือคนที่ผมชอบ แต่ผมประทับใจในฐานะผู้รับเพราะผู้ให้อย่างเขามีเจตนาดีมากกว่า

 

            ผมหวังว่าคุณคงจะไม่ทิ้งมันหรอกนะ

 

            ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณแจบอมเขาก็มีมุมน่ารักๆแบบนี้เหมือนกัน

 

            อย่าคิดว่าผมจะไม่ชอบเพราะมันเป็นแค่ลูกอมอันเล็กสิ

            มันไม่สำคัญว่าของที่ได้จะเป็นอะไรหรอกครับ สำคัญที่ว่าความรู้สึกของคนให้เป็นอย่างไรต่างหาก

            ผมไม่รู้หรอกว่าคุณรู้สึกยังไง แต่ผมดีใจที่คุณเป็นคนให้นะ

 

            ต่อให้พูดไปแบบนั้น เขาก็คงไม่คิดอะไรอยู่ดี ผมจึงยอมสารภาพไปตามตรงว่าตัวเองรู้สึกอย่างไร ถ้าเป็นของที่ผู้ให้ตั้งใจจะให้จริงๆ ต่อให้เป็นของชิ้นเล็กหรือไม่มีราคา ผมก็เต็มใจรับเสมอ อย่างกิ๊บต้นอ่อนของพวกเด็กๆ ผมนึกไม่ออกเลยว่าตัวเองจะเอาไปใช้ทำอะไร จะติดออกไปข้างนอกก็คงไม่เข้ากับวัยของตัวเอง แต่เพราะสีหน้ากับรอยยิ้มไร้เดียงสาที่ทุกคนแสดงออกมาตอนยกมันให้กับผม ผมจึงเอามันไปวางไว้บนโต๊ะข้างเตียงคู่กับโคมไฟแทน

 

            จะว่าไป คุณยังไม่ได้อวยพรวันเกิดผมเลยนะและไหนๆก็แกล้งขอของขวัญได้แล้ว ผมจึงลองหยั่งเชิงไปอีกรอบ แต่ก็ไม่ได้คาดหวังอะไรมากหรอกครับ แค่นี้ผมก็ดีใจจะแย่แล้วล่ะ

            พูดเป็นเล่นน่ะคุณ ให้ผมอวยพรเนี่ยนะ ?เพื่อนบ้านชั้นสี่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตกเมื่อผมถามไปแบบนั้น แต่ก็แปลกคนดี ปากบ่นทำเป็นสงสัย สุดท้ายก็ยังอวยพรผมมาสั้นๆด้วยวลีที่ชวนให้น้ำตาจะไหลลงมาอย่างถึงที่สุด

           

            งั้นขอให้คุณไม่นกก็แล้วกัน

 

            .

            .

            .

 

            “แล้วไอ้ที่นกอยู่ทุกวันนี้มันไม่ใช่เพราะตาลุงซื่อบื้ออย่างคุณหรือไงล่ะ !?!” ต่อหน้าเขาก็ทำเป็นหัวเราะไปแบบนั้นแหละครับ แต่ในใจมันแค้นเสียจนได้แต่นั่งทุบโต๊ะลับหลังเขาอย่างในตอนนี้

 

          โดนคนที่ทำให้ตัวเองกลายเป็นนกมาอวยพรว่าขอให้ไม่นกแบบนี้ผมควรรู้สึกยังไงดีล่ะ ?

 

            ทั้งที่ตั้งใจว่าจะทำงานต่อสักหน่อย ไหนๆคืนนี้ก็ต้องระเห็จออกมานอนบนโซฟาห้องนั่งเล่นแล้ว จึงถือโอกาสหยิบขนมมานั่งกินไปทำงานไป แต่ตอนนี้ใจมันก็ไม่ได้สงบไปเสียทีเดียว ผมเกลียดเวลาที่ตัวเองมีความหวังแบบซ้ำซ้อน แต่ก็เถียงไม่ได้ว่าตัวเองมีความสุขกับสิ่งที่เกิดขึ้นเช่นกัน

 

แต่ว่าแชมพูของคุณมันก็หอมดี เผื่อจะทำให้นอนหลับสบายขึ้นน่ะ

 

            เขาจะรู้ตัวไหมว่าทำให้ผมนอนไม่หลับมาหลายครั้งหลายหนเพราะคำพูดที่ไม่ได้คิดอะไรของตัวเอง แม้ว่าผมพยายามถอยอยู่หลายครั้ง แต่พอได้ยินอะไรที่ชวนให้เข้าข้างตัวเองว่าเขากำลังสนใจผมอยู่ก็ยิ่งทำให้ผมหักห้ามใจตัวเองไม่ได้เสียที

 

            ผมไม่ชอบเวลาที่มีความสุขกับสิ่งที่ตัวเองไม่มีทางรู้ว่าปลายทางของมันอยู่ตรงไหน

 

            ในขณะที่กำลังไล่สายตาอ่านงานในหน้าจอแล็ปท็อป มือก็หยิบอมยิ้มรสสตรอว์เบอร์รี่แท่งหนึ่งขึ้นมากินแก้เหงาไปด้วย เป็นเรื่องบังเอิญที่ขนมหวานชนิดนี้เป็นรสโปรดของผมพอดี ยิ่งเมื่อนึกถึงที่มาของมันด้วยแล้ว ก็ได้แต่กินไปอมยิ้มไปตามชื่อของมันจนรู้สึกเมื่อยหน้าไปหมด

 

            แต่ไหนๆก็เป็นวันเกิดของตัวเองทั้งที ฉะนั้นผมขอให้ตัวเองมีความสุขกับเรื่องนี้ไปอีกสักครั้งก็แล้วกัน

 

…Park Jinyoung’s Part End…

 

 

[ The little duck’s mini diary | ตอน : รถไฟเที่ยวดึก ]

 

          ปวดฉี่อ่ะ

 

          ดวงตากลมโตที่กะพริบปริบๆอยู่ในความมืดกับร่างกลมก้อนของมนุษย์ลูกหมีตัวโตที่นั่งบิดตัวจนอย่างน่าสงสาร เพราะข้าศึกชั้นผู้น้อยที่บุกเข้าประชิดในยามวิกาลทำให้เด็กน้อยผมน้ำตาลไม่สามารถนอนหลับได้อย่างสงบสุข

 

            ต่อไปนี้ถ้าอยากเข้าห้องน้ำกลางดึก ก็ให้ปลุกใครสักคนไปเป็นเพื่อนกัน

 

            คำพูดของคุณพ่อร่างสูงทำให้น้องเล็กตัวโตเขย่าร่างของพี่ชายเบอร์สี่ที่นอนกอดตุ๊กตาเพนกวินอยู่ข้างๆกันอย่างเบามือ

 

            แบมแบม…” เจ้าก้อนลูกหมีพยายามกระซิบเรียกคนที่หลับใหลอยู่ แบมแบม คคยอมปวดฉี่อ่า…”

            “งือ…” มนุษย์ก้อนผู้พี่เริ่มลุกขึ้นมานั่งขยี้ตาเมื่อถูกน้องเล็กของกลุ่มปลุก คยอมปวดฉี่หรอ ?

            “อื้อ แบมแบมไปห้องน้ำเป็นเพื่อนคยอมหน่อยน้า

            “มืดจังเลยอ่า ถถ้าเราไปกันแค่สองคน คุณผีต้องเห็นแน่ๆเลยเจ้าตัวเล็กกวาดสายตามองห้องนอนที่มืดสนิทด้วยความวิตก เดี๋ยวแบมแบมจะปลุกจาจาไปด้วยน้า จาจาต้องช่วยเราไม่ให้โดนคุณผีหลอกแน่นอน

            “ฮื่อ !”

            “จาจา จาจาตื่นซี่ คยอมปวดฉี่อ่ะเจ้าก้อนผมปอยชมพูเขย่าพี่ชายเบอร์สองที่นอนถัดจากตัวเองด้วยแรงประมาณหนึ่ง (ก็จาจาขี้เซาน่ะซี่ !)

            มีอะไรหรอ ?ก้อนมนุษย์ผมทองที่ถูกปลุกขึ้นอีกคนมองสองน้องเล็กอย่างสะลึมสะลือ

            คยอมปวดฉี่น่ะซี่ จาจาไปห้องน้ำกับพวกเราหน่อยน้า

            “แจ็คสันไม่กลัวคุณผีนี่นา แจ็คสันต้องช่วยคยอมกับแบมแบมได้แน่ๆ ไปเป็นเพื่อนพวกเราน้า

            “แต่ถ้ามีกันแค่สามคน เราต้องสู้ไม่ได้แน่ๆเลยเจ้าก้อนวายร้ายตีหน้ายุ่งแบบจริงจัง พาม้ากคึไปด้วยดีกว่า ม้ากคึก็ไม่กลัวผีนี่นา

           

            แจ็คสันสรุปเออออกับตัวเอง ก่อนจะปีนลงจากเตียงพร้อมกับสองน้องเล็กแล้วเดินจูงมือกันอ้อมไปยังริมซ้ายสุดของเตียงนอนซึ่งเป็นตำแหน่งประจำกับของพี่ใหญ่

 

            เน่ ~ ม้ากคึพี่รองของกลุ่มเขย่าร่างของเด็กน้อยผมแดงอยู่ครู่หนึ่ง จนรู้สึกได้ว่าพี่ชายผมแดงกำลังลุกขึ้นนั่งจึงหยุดมือ คยอมปวดฉี่อ่ะ ม้ากคึไปช่วยแจ็คสันป้องกันผีให้คยอมหน่อยซี่

            “ได้ซี่…” มาร์คกระโดดลงจากเตียงนอนมายืนจับมือกับน้องชายอีกสามคน แต่ว่าถ้าแจ็คสันกับแบมแบมไปด้วย ยองแจนก็นอนคนเดียวน่ะซี่

            “อ๋า ! จริงด้วยสามพี่น้องชะโงกมองร่างของเจ้าก้อนแก้มอวบที่นอนอยู่บนเตียงเพียงลำพัง

            งั้นก็พายองแจนไปห้องน้ำด้วยซี่ ไปกันเยอะๆ ผีจะได้ไม่กล้าพวกเรายังไงล่ะ !” แจ็คสันเสนอความคิดที่ทำให้ทุกคนเห็นชอบด้วย

            นั่นสิน้า ~มาร์คพยักหน้าก่อนจะปีนขึ้นไปปลุกน้องชายเบอร์สามที่อยู่ในโลกแห่งความฝัน ยองแจน ยองแจนตื่นซี่ พาคยอมไปห้องน้ำกันเถอะ

            “งือ…” เด็กน้อยแก้มกลมที่ถูกปลุกสะบัดศีรษะเล็กน้อย ไปซี่ แด๊ดดี้บอกว่าต้องไปเป็นเพื่อนกันนี่นา

            “เย้ !”

 

            หลังจากรวบรวมผู้โดยสารได้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว มือกลมอวบทั้งห้าคู่ก็เริ่มจับเข้าที่ไหล่ของพี่น้องตัวเอง เริ่มลำดับจากแจ็คสันผู้พิชิตผีเบอร์หนึ่ง มาร์คผู้พิชิตผีเบอร์สอง ผู้โดยสารยูคยอม แบมแบมผู้ดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารเบอร์หนึ่ง และยองแจผู้ดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารเบอร์สอง

 

            ออกเดินทาง  ~หัวขบวนรถไฟเอ่ยขึ้นพลางเขย่งเท้าขึ้นไปเปิดประตูห้องอย่างชำนาญ

            อุหวา ~ มืดตึ๊ดตื๋อเลยอ่า…” ภาพของห้องชุดคอนโดที่มืดสนิทตรงหน้าไม่ต่างจากห้องนอนทำให้ห้าพี่น้องยืนนิ่งไปตามๆกัน

            แด๊ดดี้บอกว่าถ้าจะไปห้องน้ำให้เปิดไฟ ตรงนี้…” มาร์คพยายามมองทิศทางในความมืดที่มีแสงสลัวๆจากหน้าต่างด้านนอก ก่อนจะจิ้มนิ้วลงบนสวิทช์ไฟให้ห้องเกิดแสงสว่าง นี่ไงล่ะ !”

            “เย้ ! ม้ากคึเจ๋งที่สุดเลยเสียงร้องด้วยความยินดีของพี่น้องอีกสี่คนทำให้พี่ใหญ่ผมแดงยิ้มร่าจนเห็นเขี้ยวซี่น้อย

 

            การเดินทางจากสถานีต้นทางห้องนอนไปยังสถานีปลายทางห้องน้ำของขบวนรถไฟสายลูกเป็ดเป็นไปด้วยความราบรื่น น้องเล็กตัวกลมวิ่งดุ๊กๆเข้าห้องน้ำโดยมีพี่ชายอีกสี่คนยืนอารักขาอยู่หน้าประตูห้องเป็นเครื่องการันตีว่ารถไฟขบวนนี้พร้อมจะดูแลผู้โดยสารอย่างถึงที่สุด

 

            เสร็จแล้วล่ะ ยูคยอมเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสีหน้ายิ้มแย้มหลังปลดปล่อยความทุกข์ออกไป ขอบคุณน้าม้ากคึ แจ็คสัน ยองแจน แบมแบม

            “คยอมเป็นน้องนี่นา พวกเราก็ต้องช่วยคยอมซี่ยองแจพูดกับน้องเล็กของกลุ่ม

            จาจากับม้ากคึเก่งจังเลย คุณผีไม่มาหลอกคยอมเลยน้าเจ้าก้อนผมปอยชมพูตบมือแปะๆอย่างชื่นชมที่พี่ชายทั้งสองคนสามารถปกป้องตัวเองจากผีร้ายในยามค่ำคืนได้

            ก็บอกว่าอย่าเรียกจาจาไงเล่า เรียกแจ็คสันซี่ !”

            “กลับห้องกันเถอะ

 

            กัปตันมาร์คออกปากเรียกลูกเรือให้จัดแถวขบวนรถไฟอีกครั้งแล้วเดินเรียงแถวเข้าห้องนอนท่ามกลางความมืดหลังกดปิดไฟห้องนั่งเล่น ร่างกลมก้อนทั้งห้าค่อยๆปีนกลับขึ้นไปบนเตียง รวมถึงช่วยห่มผ้าให้กันและกัน ก่อนจะเริ่มหลับตาพริ้มเข้าสู่โลกแห่งความฝันอันสงบสุขอีกครั้งหลังสิ้นสุดการเดินทางของรถไฟสายดึก

 

            คยอม’s note : วันนี้ทุกคนมาห้องน้ำเป็นเพื่อนคยอม เพราะงั้นคุณผีมาหลอกคยอมไม่ได้หรอกน้า


[ The little duck’s mini diary End ]


ก่อนอื่น แปะรูปอะเกนค่ะ :3


เมล็ดต้อยติ่งค่ะ (เราเรียกแป๊ะแป๊ะ 555555555555)
เคยเล่นกันไหมคะ ?



เรื่องอมยิ้ม... นึกภาพแบบเบสิกก็จูปาจุ๊ปส์นี่แหละค่ะ ของโปรดเราเลย
ไอเทมแก้ง่วงแทนกาแฟ (เรากินกาแฟไม่เป็นค่ะ ; - ;)



หนูติดต้นอ่อนน้า น่ายั้กมั้ยยยยยย (ใครอยากได้รูปเต็มรีเควสท์ไว้ในแท็กได้นะคะ)



แถมให้จิ๊ดนึง มีแม่เป็ดท่านหนึ่งรีเควสท์มาว่า

"อยากเห็นเสื้อสีชมพูของพี่จีนยองตอนไปสวนสัตว์จังค่ะ"

ตอนที่เราพิมพ์ เราไม่ได้หาภาพของเสื้อแบบชัดเจน
แต่ภาพนี้น่าจะใกล้เคียงที่สุดที่เราคิดไว้ในหัว
ลองนึกภาพว่าพี่จีนยองใส่เป็นเสื้อทับ มีเสื้อยืดสีขาวข้างในดูนะคะ ^ w ^)

เข้าสู่โหมดเมาท์มอยหอยกาบตะพาบน้ำกันค่ะ

เกิดเป็นอิมแจบอมชีวิตไม่ง่ายจริงๆค่ะ 55555555555555
โดนทารุณตั้งแต่หกโมงเช้ายันเที่ยงคืน
ไม่สตรองจริงอยู่ไม่ได้นะคะ

EP นี้เรามาสายเฮลท์ตี้ค่ะ มาเต้นมาวิ่งกัน
เหตุเกิดจากสมัยเรียนมอปลาย เราอยู่หอพักค่ะ
เป็นหอนอกนะ แต่ก็มีเพื่อนบางคนที่มาจากต่างจังหวัดอยู่เหมือนกัน
ทีนี้มันจะมีเพื่อนคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่านึกครึ้มอะไรอยากวิ่งตอนเช้าๆ
นางก็จัดการไล่บอกเพื่อนมนุษย์หอว่าให้ไปวิ่งด้วยกันตอนหกโมงเช้าหน่อย
คือเพื่อนคนอื่นเป็นยังไงคิดอะไรเราไม่รู้ค่ะ
แต่ความคิดของแด๊ดดี้ในเวลานั้นคือเราเองค่ะ ถอดแบบกันมาเลย
ความรู้สึกประมาณว่า ฉันไม่อยากวิ่ง ฉันอยากนอน อย่าทรมานฉัน
(สุดท้ายก็เดินชมวิวข้างทางแถมพาเพื่อนอีกคนมาเถลไถลด้วยกัน
ฉะนั้นไม่ต้องสงสัยว่าความขี้เกียจของแด๊ดดี้มีที่มาจากใคร 5555555555555555555)

ตามมาด้วยเรื่องแอโรบิค แน่นอนว่ายังคงเบสออนทรูสตอรี่เสมอ
ตอนกีฬาสีมอหกเรารับหน้าที่คุมกิจกรรมแอโรบิคค่ะ
มีน้องในทีม 30 กว่าคน คุมร่วมกับเพื่อนอีก 5 คน
บันเทิงเริงร่ามากค่ะ เป็นช่วงที่ซ้อมเต้นจนไม่อยากเต้นไปอีกหนึ่งปี
เต้นอยู่ 6 เพลงเป็นเมดเล่ย์วนไปค่ะ ฟังจนหลอน
ยิ่งตอนใกล้แข่งเต้นจนเอียน ถึงขนาดที่ว่าแข่งเสร็จไม่ฟัง 6 เพลงนั้นไปอีกพักใหญ่
(แถมเวลาเพลงนั้นๆดังขึ้น ร่างกายจะเริ่มขยับโดยอัตโนมัติค่ะ 555555555555)

เคยเล่นเมล็ดต้อยติ่งกันไหมคะ ?
เป็นไอเทมสุดโปรดสมัยเด็กของเราเลย
บ้านเรามีเมล็ดต้อยติ่งผุดขึ้นมาเยอะมาก เราชอบเก็บไปโยนน้ำเป็นอาหารปลาค่ะ
เราว่ามันเป็นของเล่นธรรมชาติที่สนุกนะ
น่าเสียดายที่เด็กเล็กๆบางคนในสมัยนี้ไม่ค่อยรู้จัก
(แต่ถ้าเด็กคนไหนอยู่กับเรา มันต้องได้เล่นค่ะ
เราจะไม่ให้มันหายไปในความทรงจำวัยเด็กเด็ดขาด ฮ่าๆ)

ความกากของอิมแจบอมก็คือความกากของเราเหมือนเดิมค่ะ
ไล่มาตั้งแต่ส่งงานไม่ได้ (ตอนนั้นมันขึ้น 99% แล้วก็เออเร่อเฉยเลย ช็อคมาก ฮือ)
เลือกสเปคคอมมาเล่นเดอะซิมส์แต่ก็มีงานทับถมจนไม่มีโอกาสเล่น
หรือแม้แต่ลืมกดตังค์ตอนเข้าร้านสะดวกซื้อ นั่นก็เรื่องของเราอีกเหมือนกัน
เรื่องเกิดขึ้นตอนมอปลาย เราเข้าร้านสะดวกซื้อเวลาเกือบห้าทุ่ม
เพราะช่วงนั้นอ่านหนังสือสอบ เลยชอบมาหาอะไรกินตอนดึกๆประจำ
ก็เดินเข้าร้านอย่างมาดมั่น เล็งขนมจีบ ไส้กรอก มาม่า แล้วก็สไปรท์ไว้ในใจเรียบร้อย
พอถึงเวลาจ่ายเงิน ปรากฏว่าในกระเป๋ามีอยู่ 20 บาท แบงค์เขียวใบเดียวเปลี่ยวกระเป๋ามาก
จะคืนของก็ไม่ได้เพราะเป็นของเวฟเกือบหมด
โชคดีที่เรารู้จักกับพนักงานเซเว่นเพราะเป็นเด็กหอ เข้าออกค่อนข้างบ่อย
(เป็นที่มาว่าทำไมมินิมาร์ทถึงโผล่มาบ่อยเหมือนมีบทเยอะกว่าพี่จีนยอง...)
แถมคนที่อยู่พาร์ทไทม์คืนนั้นเป็นรุ่นน้องที่หอ
นางเลยออกค่าของให้เราก่อน (เป็นหนี้บุญคุณที่จะจำจนวันตาย)
แล้วก็วิ่งสี่คูณร้อยไปกดเงินมาคืนนางตอนนั้นเลย โอ๊ย อายมาก
ลองคิดเล่นๆว่าถ้าไม่ได้เจอน้องคนนั้นเป็นแคชเชียร์... ไม่อยากจะนึกภาพเหลย

ต่อมาคือเรื่องของการเก็บซากคนเมา...
ด้วยความที่ตัวเองเป็นคนไม่แตะแอลกอฮอล์ เลยได้เป็นฝ่ายดูแลคนเมาตอนไปเที่ยว
มีครั้งนึงไปทริปมอปลาย นอนโรงแรมห้องละ 2 คน
แต่จะมีห้องของเพื่อนคนหนึ่งที่เป็นศูนย์กลางสำหรับปาร์ตี้
ประมาณว่า ใครอยากไปแฮงค์ก็เชิญที่ห้องนั้นเลย
แต่เรากับรูมเมทไม่ใช่สายนั้นเลยไม่ไป
แต่ไปนั่งคุยกันที่ห้องของเพื่อนอีกคนซึ่งอยู่คนเดียวเพราะเมทนางไปแฮงค์
จู่ๆก็มีคนมาเคาะประตูห้อง พอเปิดออกมาก็เลยเห็นเพื่อนกำลังหิ้วปีกเพื่อนผู้ญิงคนหนึ่งมา
แล้วก็บอกประมาณว่า ฝากดูมันหน่อย
เห็นว่าทะเลาะกับแฟนมา เมาแบบเพ้อหนักมาก ร้องไห้น่ากลัวสุดๆ สงสารมาก
สักพักก็เลยแวะไปดูห้องที่เขามีปาร์ตี้กันด้วยความเผือกส่วนตัว
เป็นอะไรที่โอ้โหแฟนตาซีมาก ได้มีโอกาสเห็นคนเมาทุกรูปแบบ
ทั้งเมาแล้วเต้น เมาแล้วร้องไห้ เมาแล้วหัวเราะ เมาแล้วหลับ สุดยอดมากค่ะ
แถมบางคนเมาแล้วเพ้อ กลายเป็นว่ารู้ความลับของมันกับเพื่อนอีกหลายคนเยอะมาก
จนทุกวันนี้ก็ยังเป็นผู้กุมความลับอยู่เงียบๆค่ะ
เวลาเพื่อนตั้งวงเมาท์ก็จะชอบถามว่า "แกรู้เรื่องไอ้
a ป่ะ ?"
ปากก็ตอบไปว่าไม่รู้หรอก ไม่สนิทกัน แต่ในใจนี่แบบ... ฟังเจ้าตัวพูดมาหมดแล้ว มันพูดเอง หนูไม่รู้ หนูไม่เกี่ยวนะ

วกกลับมาที่ฟิคกันบ้าง ยังจำประโยคของพ่อแด๊ดดี้ได้ไหมคะ ?
ที่บอกว่า "ถึงจะเป็นผู้ชายก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ"
ประโยคนี้ มีที่มาจากพ่อของเราเองค่ะ
ด้วยความที่บ้านเราค่อนข้างสบายๆถ้าเทียบกับอีกหลายๆครอบครัว
เราเลยลองถามพ่อว่า "จะเป็นอะไรไหมถ้าหนูชอบผู้หญิง
?"
ซึ่งพ่อบอกเรากับน้องชายว่า "จะชอบใครก็ชอบไป ชายหรือหญิงก็แล้วแต่ อย่านอกลู่นอกทางก็พอ"
แม่เราก็บอกแบบเดียวกันค่ะ พอได้ยินก็เลยสบายใจกันทั้งพี่ทั้งน้อง
บ้านเราไม่ซีเรียสเรื่องนี้นะคะ ก็เลยเป็นเหตุผลว่าทำไมเราถึงดำเนินเรื่องราวมาในทิศทางนี้ได้ คิคิคิคิ

เคยอยู่ในสถานะที่เราไม่รู้ตัวว่ากำลังชอบใครสักคนอยู่ไหมคะ
เราเคยเป็นนะ มีช่วงนึงที่เราสนิทกับเพื่อนผู้ชายคนหนึ่งเพราะชอบดูการ์ตูนเหมือนกัน
ถึงขั้นไปเที่ยวงานคอสเพลย์ด้วยกัน ระหว่างนั่งรถนางก็ปรึกษาปัญหาประมาณว่าเลิกกับแฟนงู้นงี้
นี่ก็ด้วยความเป็นเพื่อนที่ดี (มีความขี้เผือกเป็นแรงผลักดัน) ก็เลยให้คำปรึกษาตลอดทาง
ผ่านไปสองสามวัน มีโอกาสเดินไปกินข้าวในซอยหอพักด้วยกัน
จู่ๆเขาก็พูดขึ้นมาว่า "เราว่าแกเป็นคนแปลกๆดี แปลกแบบน่ารัก"
คือตอนแรกที่ฟังมันเราก็ขำนะ อารมณ์แบบ เฮ้ย อย่ามาชมฉันแบบนี้ ฉันขนลุก
แต่พอกลับถึงหอ กลายเป็นว่าไม่ลืมสิ่งที่เขาพูดเลยสักนิด
แล้วเรื่องกับคำพูดแนวๆนี้มันก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยที่เราก็ไม่รู้หรอกว่าตัวเองชอบเขานะ
จนเพื่อนเริ่มทักว่า "ทำไมช่วงนี้ติดโทรศัพท์" "คุยกับใคร ทำไมยิ้มกว้าง" หรือแม้แต่ "ดูเหม่อๆนะ"
นี่ก็ยังซื่อบื้อต่อไปค่ะ ไม่รู้อะไรจริงๆ แล้วก็ไม่คิดว่าตัวเองชอบเขาด้วย
เราเป็นพวกไม่ขี้หึงนะ เลยรู้ตัวยากด้วยมั้งคะ 55555555555555555
เวลาเห็นเพื่อนคนอื่นเขาเห็นว่าคนที่ตัวเองชอบคุยกับคนนั้นคนนี้เขาจะนั่งหึงกัน
แล้วเขาก็ชอบมาพูดประมาณว่า "แก เราควรทำยังไงให้เขารู้ดีวะว่าเราชอบ"
ไอ้เราก็หวังดีกับเพื่อน วางแผนช่วยเหลือให้คำปรึกษาประหนึ่งดีเจพี่อ้อยพี่ฉอดทุกอย่าง
พอถึงเวลาจริงๆกลายเป็นว่าเขาเดินมาสารภาพกับเราต่อหน้าเพื่อนว่าเขาชอบเราอยู่
เราก็เงิบๆงงๆ แต่ในใจคือมันดีใจแบบลึกๆอ่ะ บอกไม่ถูก พูดยังไงดี
ประมาณว่าถ้าแกชอบคนอื่นฉันก็ไม่เสียใจ แต่พอรู้ว่าเขาชอบเรามันก็แบบ... โอ๊ยยยยยยยย ตายๆ
ไม่ได้เล่าเพราะจะแชร์ประสบการณ์หรืออะไรนะคะ
แต่เล่าให้ฟังเป็นไกด์ไลน์ว่า ที่มาของฟิคเรื่องนี้มันมีจุดเริ่มต้นมาจากไหนเท่านั้น
(ปัจจุบันเราเลิกคุยไปแล้วนะคะ แล้วก็ไม่ใช่ใครอื่นค่ะ เจ้าของจักรยาน
กับเจ้าของวลีที่ว่า "ผู้ชายเขาไม่ต้องพูดเยอะ แต่ต้องทำให้เห็น" นั่นแหละค่ะ ฮือ...)
ยังไงตัวแด๊ดดี้ก็มีความเป็นเรากับพ่ออยู่เต็มไปหมดเลยค่ะ
เวลาเห็นคนด่าแด๊ดดี้ทีก็สะดุ้งที 55555555555555555555555555555555555

กลับมาที่เรื่องฟิคอีกรอบค่ะ (นี่ยังทอล์กไม่จบอีกเหรอ !?!)
พระนายของเราคลุมเครื้อ คลุมเครือเนอะ ! /ทำเสียงสูงแบบจาจา
มาลุ้นกันดีกว่าค่ะว่าเขาจะนกกันไปอีกนานแค่ไหน

ว่าแล้วก็ขอพูดสักหน่อยแล้วกัน
มีคนถามมาเยอะมากว่า จุดจบของเรื่องนี้จะเป็นยังไง
จะบีเนียร์ไหม หรือแค่ให้ผ่านไปผ่านมาแล้วตัดจบ...
เพราะเขียนจากชีวิตจริงซะเยอะ เลยกลัวว่าจะจบไม่สวย
ถ้าให้เราบอกตามตรง มันก็สปอยล์เนื้อเรื่องหมดสิ /โบยด้วยหวายเรียงคน
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น เราเขียนจั่วหัวเรื่องไว้ชัดเจน ยังไงก็เป็นกำลังใจให้แด๊ดดี้เขาด้วยนะคะ 55555555555
จะนกไม่นกก็ลุ้นกันที่พระเอกนี่แหละค่ะ น่ากลัวจริงๆ กรั่กๆ

สุดท้ายนี้ ก็ยังขอพูดด้วยคำเดิมว่า "ขอบคุณ" ที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้
ผ่านไป 23 อีพี คิดว่าความคืบหน้าก็เริ่มมีแล้วเนอะ เนอะๆๆๆ /บีบเสียงแบบจาจาอีกรอบ
อย่าเพิ่งหนีเรากันไปไหนนะคะ อาจจะอัพช้าไปบ้าง เลทบ้าง
เพราะช่วงนี้โดนงานทับจนไฟไหม้ก้น ฮือออออออ
รู้สึกผิดเวลาที่เห็นทุกคนบ่นว่าคิดถึงแต่เราไม่สามารถอัพได้
วันนี้เลยแถมไดอารี่ของเป็ดเป็นการไถ่โทษให้ด้วยค่ะ
; v ;) (ไดอารี่นี่ปั่นเพิ่มเมื่อสองวันก่อนเลยนะคะ 55555555)
อย่าเพิ่งงอนกันน้า ง้อๆ คิคิคิ
เจอกันใหม่ตอนหน้า เร็วๆนี้ค่ะ

ด้วยรักและควักไส้...

 dwarf.
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 123 ครั้ง

10,430 ความคิดเห็น

  1. #10343 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 18:07
    ในมุมพี่จินคือเขินอ่ะเขินมากด้วย คนที่ชอบมาอวยพรวันเกิดเขินนนน
    พี่แจบอมก็ซื่อเกิ๊นนนนนนน
    #10343
    0
  2. #10013 LOOK_WALAK (@N_Nam0802) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 10:38
    ถ้ามองมุมจินยองนี่คงเขินมากถ้าคนที่แอบชอบมาอวยพร ให้ของขวัญอ่ะ ><
    #10013
    0
  3. #9702 StrawberryChan (@amimikuma) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 18:07
    ขอบคุณคนที่ส่งรูปมาในไลน์กลุ่ม555ฟินอ้ะะ
    ปล.มัคคึตอนโดนชมเเล้วยิ้มเห็นเขี้ยวต้องน่ารักมากเเน่โลยย
    #9702
    0
  4. #9576 SETSUNA[กลับมาแล่ว] (@The-Mist) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 20:34
    อีแจบอม!อีเง่ย!น้องเขารุกขนาดนั้น บอกขนาดนั้นแล้วยังไม่รู้อีกกกก
    #9576
    0
  5. #9382 CViewMED (@love_kalo) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 00:14
    ตอนนี้พี่จีนยองรุกหนักมาก แต่ก็เหมือนเดิมค่ะ...มนุษย์ทาส ซื่อ! บื้อ! เหมือน! เดิม! เพิ่มเติมคือไปแฮปปี้เบิร์ธเดย์เค้าเฉยเลยหวายยยยยยย
    #9382
    0
  6. #9170 GIG.ARO (@gig_moko) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 23:27
    โอ้ยยย แจบอมม นายมันซื่อบื้อออ นายมันทึ่ม
    #9170
    0
  7. #9095 Serena_v (@Serena_v) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2560 / 15:48
    ลูกเป็ดพากันไปห้องน้ำ น่ารักมากเลยยยย
    #9095
    0
  8. #8871 Tunpp (@Tunpp) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2560 / 14:43
    ขำ555555555 พี่แจบอมเป็นคนซื่ออออ55555555 แก๊งลูกเป็ดน่ารักจังงง รักกันสุดด >..<
    #8871
    0
  9. #8448 tawann_614 (@tawann_614) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 5 เมษายน 2560 / 19:16
    แจบอมอ่าาา ช่วยเลิกซื่อบื้อทีได้มั้ยขอร้องล่ะะะะ
    #8448
    0
  10. #7572 DarkDiary_13 (@DarkDiary_13) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มกราคม 2560 / 11:32
    น้องอุตส่าบอกขนาดนั้น ทางฝั่งนั้นเค้าก็ออกจะชัดเจน แจบอมเอ้ย
    #7572
    0
  11. #7177 ELFICEZaa (@elficezaa) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2559 / 15:22
    เมื่อไหร่ตาบื้อจะหลงรักนศสักทีคะะะะะสังคม
    #7177
    0
  12. #6880 md_dbsg_sj (@md_dbsg_sj) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2559 / 23:35
    ได้แต่สงสารเจ้าทาสอิมแจบอม 55555
    #6880
    0
  13. #6477 shierichi (@shierichi) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 17:18
    เข้าใจแด๊ดดี้ตอนไปวิ่งสุดๆ นี่ก็ชอบโดนบังคับไปวิ่งเหมือนกันค่ะ ฟีลตอนนั้นแบบ...ปล่อยฉันไปเถอะ...อย่าสนใจฉัน ฉันจะนอน ฉันไม่อยากวิ่ง!! แต่สุดท้ายก็ต้องวิ่งอยู่ดี55555 แต่แด๊ดดี้อ่า ทำไมซื่อแบบนี้กันนน นายอนยังมองออกเลยว่าพี่จีนยองสนใจอะ อยากจะจับมาเอ็กซเรย์สมองเหมือนกัยเผื่อแด๊ดดี้จะรู้ตัวบ้าง อวยพรให้เขาไม่นกก็อย่าทำเขานกละกันเถอะ สงสารพี่แก---
    #6477
    0
  14. #6274 F.xxx (@xxxavinn) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2559 / 07:49
    นึกหน้าแด๊ดดี้ตอนวิ่งกับตอนไปเต้นออกเลย 55555 เราว่าปกติเจบีในวงก็เป็นอย่างงี้อยู่แล้ว คือดูแต่หน้าเนี่ยไม่มีทางที่จะยอมแน่นอน แต่ก็ดันยอม เลยดูเป็นคนหงิมๆไปเลย แต่จริงๆแด๊ดดี้ก็ยอมไม่เยอะน้าาา แค่คนในครอบครัว คุณเพื่อนบ้าน ลูกเป็ด เพื่อนสนิท แค่นั้นเองงง มันแค่นั้นจริงๆนะ เพราะถ้าไม่ยอมขึ้นมาก็คือไม่ยอมเลยอย่างเช่นเพื่อนร้ากกกรักเป็นต้น เราว่าสะพานลูกเป็ดเชื่อมรักตอนนี้เริ่มเห็นพายุแล้วนะคะ ถ้าแด๊ดดี้ยังไม่หยุดซื่อ ปล่อยให้จินยองนกต่อไป แล้วถ้าเพื่อนร้ากกกรักเข้ามาอีก... มันต้องบู้มเป็นโกโก้ครั้นช์แน่นอน ;____; นี่เริ่มเห็นเค้าลางแล้วค่ะ จะไม่เชียร์แด๊ดดี้นะ เชียร์แก๊งลูกเป็ดให้ช่วยเชื่อมไวๆน่าจะได้เรื่องมากกว่า หาคนมาทำกับข้าวให้ลูกเป็ดกินได้แล้วววว
    #6274
    0
  15. #6263 ทำไมต้องไอค่อน' (@tingerbel) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2559 / 22:04
    ง่อววว ขอบคุณค่ะไรต์ที่ทำให้เราไม่นกตามพี่จีนยองอีกคน ในที่สุดพี่จีนยองกับพ่อตาแม่ย- อุ๊ป ก็ได้เจอกันสักที นี่ขนาดน้องสาวมาบอกขนาดนี้นะ พี่แกยังสตีลความซื่อบื้อ โง้ยยยยย ต้องจับจูบเลยมั้ยถึงจะรู้น่ะ ชอบพูดจาให้ความหวังเรี่ยราดอีก พ่อแม่พี่แจบอมน่ารักมาก นายอนด้วย รักนายอนเลยตอนนี้ อิพี่จะซื่อบื้อไปอีกนานแค่หนาย
    #6263
    0
  16. #6155 figure-md (@modeling) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2559 / 22:01
    ฮอลลลยังคงหลงรักแก๊งลูกเป็ดอยู่ตลอดฮื่อ~ น่ารักกกกกปวดฉี่ก็พากันฉี่น่ารักอะไรกันขนาดนี้ พี่แจบอมควรจะรู้ใจได้เเล้วโดนชงขนาดนี้
    ปล.ด่าพี่แจบอมนอกจากคำว่าซื่อบื้อได้ไหม ว้อยยยย!!!!55555
    #6155
    0
  17. #6053 Yesmyboy (@jxperyah) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 18:01
    ก็คิดไว้แล้วจินยองใบ้เรื่อยๆแด๊ดดี้ก็ยังไม่รู้อะไรอยู่ดี ลูกเป็ดน่ารักพากันไปเข้าห้องน้ำทุกคนเลยทั้งๆที่น้องเล็กปวดฉี่คนเดียวเอ็นดูมากก
    #6053
    0
  18. #5580 ltmonkey (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 กันยายน 2559 / 21:35
    เราเพิ่งรู้ว่าตัวเองสมาธิยาวก็ตอนอ่านฟิคเรื่องนี้นี่แหละ ยาวจริงอะไรจริง อ่านจนเก็บไปฝันเป็นตุเป็นตะแบบแด๊ดดี้ อ่านจนมึนว่าตอนนี้อ่านไปยังแว๊ หรือฝันว่าอ่านแล้ว 5555555

    เราสงสัยจังเลยค่ะว่าไรท์ใช้เวลาปั่นตอนนึงนานมั๊ยคะ วันนึงเราหมดเวลาไปกับการอ่านตอนนึงนานมากกกกกก 555555 แต่คุ้มค่ามากค่ะ

    ตอนนี้มีหลายๆอย่าง หลายอารมณ์ ไม่รู้จะบอกหมดมั๊ยนะคะสื่อสารไม่เก่ง

    อ่านตอนนี้แล้วคิดถึงตัวเองตอนเด็กจังค่ะ บ้านเราจะชอบมีเพื่อนๆมาเล่นด้วยเยอะมาก พอจากกันทีไรเราใจหายทุกที เล่าเรื่องตัวเองทำไม 55555 เรานึกทึ่งนะคะที่ไรท์จำความทรงจำวัยเด็กได้เยอะขนาดนี้ หรือเราแก่??? เราอ่านแล้วเหมือนเห็นตัวเองกับพี่ชายถาปัตย์ พี่ชอบบอกว่าหมั่นไส้เราแบบที่แด๊ดดี้บอก อ่านไปก็แอบคิดถึงไป 55555 เราชอบในความเป็นแจบอมทุกอย่างเลยนะคะ คือทึ่มๆ ธรรมดา ไม่สะดุดตา แต่ก็เป็นคนที่ให้แง่คิดกับชีวิตคนอื่นได้ ไม่ได้หลอกด่าไรท์นะคะ 55555 แจบอมก็ยังบื้ออยู่วันวันค่ำ บื้อ24ชั่วโมง น้องสาวใบ้ให้ขนาดนั้นแล้วก็ยังไม่เข้าใจ แต่ก็อย่างที่เราเคยเม้นไปตอนก่อนหน้าว่าแจบอมคงคิดว่าตัวเองไม่น่าจะมีใครชอบ ประธานโทษเถอะค่ะ คนที่พี่จีนยองด่าก็คือตัวเองนั่นล่ะ อย่าไปหัวเราะในความนกเลย 5555 เราเริ่มแสงรำไรแล้วค่ะว่าแด๊ดดี้กับหม่าม้าจะเป็นยังไง อิอิ

    ขอบคุณสำหรับฟิคนะคะ

    #แจบอมคือหลัวของด้อมจริงๆ
    #5580
    0
  19. #5404 mickeyhanbin (@indygirl69) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 18:42
    ปล. ตอนลูกเป็ดพากันไปเข้าห้องน้ำนี่น่ารักมาก มีความสามัคคีประดุจอาบะเรนเจอร์ (?)
    #5404
    0
  20. #5403 mickeyhanbin (@indygirl69) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 18:41
    อ่านตอนนี้ยาวเป็นประวัติศาสตร์ มีหลายอารมณ์มาก นับตั้งแต่สงสารแด๊ดดี้ที่โดนลากไปวิ่งตั้งแต่เช้า(ก็นางง่วงอ่ะเนาะ555) ไหนจะอัพงานแล้วสุดท้ายก็วืด(ความบัดซบประดุจขับ 120 ไปไปรษณีย์สุดท้ายไปถึงแล้วปิดสำนักงาน) เจอเวนดี้อ้วกใส่อีก น่าสงสารแด๊ดดี้เนอะ
    ตอนวันเกิดพี่จินยองด้วย ก็หวังว่าพี่เขาจะไม่นกสมพรปากคุณพ่อลูก 5 เขานะคะ
    //ส่วนตัวคิดว่าคงไม่นกหล่ะมั้ง ไหนจะเพื่อนที่คอยชงจนพร้อมดื่มตลอดเวย์ ลูกๆที่ติดแจซะขนาดนั้น แถมครอบครัวฝ่ายแจบอม(โดยเฉพาะน้องสาว)ยังโอเคอีก
    จะนกอยู่อย่างเดียวก็คงจะเป็นแค่ความซื่อบื้อแถมไม่คิดจะเข้าข้างตัวเองของคุณแจบอมอ่ะนะ

    เนอะ...พี่แจบอม..
    #5403
    0
  21. วันที่ 3 กันยายน 2559 / 16:13
    แจบอมคนบื้อ ตอนลูกเป็ดไปห้องน้ำน่ารักจัง
    #5366
    0
  22. #5348 ❛F tO THE N 。 (@superfon) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 กันยายน 2559 / 06:02
    ฮืออออออ เช้าแล้ววค่ะะ 5555 ยาวมากกจี น่ารักกเสมออ กรี้ดด เริ่มมีเรื่องมาให้พี่บีสะกิดใจแล้วว คิดหน่อยยพ่ออ ลูกเป็ดอยากได้หม่ามี๋แล้วววว
    #5348
    0
  23. #4451 kkolk (@kkolk) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2559 / 13:05
    งือออออ ตะพ่อนี่ชักช้าเกินไปแล้ววว โถ่ววววว ต้องให้เพื่อนเก่าเข้ามายุ่มย่ามก่อนใช่มั้ยถึงจะรู้ตัวว่าหวง
    #4451
    0
  24. #4434 Fin S (@kamuisadist) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 19:56
    โอ๊ยยยย อย่านกอีกเลยยย5555
    ตอนลูปเป็ดพากันไปเข้าห้องน้ำน่ารักกกกก><
    #4434
    0
  25. #4426 inin (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2559 / 00:18
    งืออออ ตอนแก็งลูกเป็ดอยู่ด้วยกันน่ารักมากกก ทะเลาะกันบ้าง ก็เรื่องปกติของคนที่อยู่ด้วยกันอ่ะ แต่ยังไงก็อย่าทิ้งกันนะ มีกันอยู่แค่ 5 คน รักกันไว้นะ ไม่อยากให้จบเลยค่ะ อยากอ่านไปเรื่อยๆ จนเข้าอนุบาล ประถม มัธยม มหาลัย ยันเด็กๆมีความรัก แล้วก็ทำงานเลย แต่คนแต่งคงเหนื่อยน่าดู ทุกวันนี้คอยแวบมาแต่งให้อ่าน ก็ขอบคุณมากแล้ว



    ส่วนแด๊ดดี้ พ่อคุณ พ่อขนุนหนังทำไมถึงไม่คิดเข้าข้างตัวเองบ้าง หืออออออ อยากจะไปเคาะประตูห้อง แล้วยื่นกระจกให้ส่อง พร้อมกับบอกว่า คนที่ปาร์คจินยองชอบ ก็แด๊ดดี้นั่นละ รู้ตัวสักที ปาร์คจินยองทอดสะพานให้จนมันไหม้เกรียมแล้วค่ะ
    #4426
    0