ตอนที่ 29 : EP 26 | ลูกเป็ดพาร์ทไทม์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12180
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 156 ครั้ง
    26 ส.ค. 59


HASHTAG : #แด๊ดดี้เดฟ


พบปะกับชาวหล่อระเบิดเฟิร์สคลาสอีกครั้ง

(พิลลี่มีมอเตอร์ไซค์นะรู้ยัง & อาเจย์คนเดิมเพิ่มเติมคือขายไก่ทอด)


(อาเจย์ : เราจะอยู่ไปเรื่อยๆจนกว่าเราจะได้เป็นพระเอก...)


เรามาเพื่อซื้อไก่ทอด

(เซจอง - เวนดี้ - แทคยอน / คุณลุงแมวเขียว)

(ม้ากคึ : งื้อ ม้ากคึอยากได้ตุ๊กตาคุณแมวเขียวจังเลยฮะแม่จ๋า)


EP 26 | ลูกเป็ดพาร์ทไทม์

 

            เป็นเวลากว่าหนึ่งสัปดาห์ที่ภาระการงานทำให้เขาสูญเสียเวลานอนอันแสนมีค่าไป ผ้าห่มหนานุ่มซึ่งปกคลุมร่างสูงใหญ่ของสถาปนิกหนุ่มที่มีโอกาสได้เข้านอนก่อนเที่ยงคืนเพราะตัดสินใจหยุดทำงานยามวิกาลหนึ่งวันหลังเผชิญกับการเดินทางข้ามเมืองไปซื้อผลไม้สดจากไร่วานนี้กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจขณะที่ชายหนุ่มกำลังอยู่ในห้วงนิทราอันแสนสงบ บ่งบอกถึงความสุขสบายของผู้ที่กำลังนอนหลับอยู่บนเตียงในเช้าวันอาทิตย์

 

            แอ๊ด ~

 

            และถ้าสัมผัสนุ่มสบายยามเช้าคือสิ่งที่คู่ควรกับแจบอมฉันใด ประตูห้องที่ถูกเปิดออกโดยมือกลมอวบของสิ่งมีชีวิตลักษณะเป็นก้อนยามเช้าก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่อยู่คู่กับเจ้าของห้องมาเกือบสามเดือนฉันนั้น ศีรษะกลมโป๊งเหน่งที่มองลอดผ่านประตูที่ถูกแง้มออกกลอกตามองซ้ายขวาแล้วหรี่ตาลงเพื่อมองลาดเลาสำหรับการทำภารกิจอันยิ่งใหญ่ในเวลาเจ็ดโมงเช้า

 

            “แบมแบม แด๊ดดี้ตื่นยังอ่ะ ?

            “แด๊ดดี้ยังไม่ตื่นเลยล่ะม้ากคึ

            “งั้นเราก็จะได้เล่นกับแด๊ดดี้แล้วน่ะซี่ ! … แบมแบมพร้อมไหม ?

            “แบมแบมพร้อมแล้วล่ะ ม้ากคึพร้อมแล้วใช่ไหม ?

            “อื้อ ! ม้ากคึจะนับเลขแล้วน้า หนึ่งสอง…”

 

            สาม !”

 

            ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!!!

 

            ว้อย !!!!”

 

            ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในเวลาไม่ถึงสิบวินาทีส่งผลให้ผ้าห่มผืนหนาถูกถีบออกจากตัวพร้อมกับร่างของมนุษย์พ่อวัยยี่สิบเจ็ดปีที่ดีดตัวลุกขึ้นนั่งบนเตียงหลังถูกทำลายห้วงนิทราด้วยเสียงแหลมปรี๊ดในระยะประชิดใบหูชนิดที่เกือบทำให้แก้วหูของเขาดับได้ ก่อนที่ดวงตาคมในสภาพสะลึมสะลือจะหันขวับมามองสองมนุษย์ก้อนพี่ใหญ่กับน้องรองที่ยืนยิ้มแป้นแล้นอยู่ข้างเตียงนอนของตัวเอง พร้อมกับไอเทมสุดจี๊ดประจำวันอย่าง นกหวีด ที่คล้องคอเจ้าตัวแสบอยู่

 

            แด๊ดดี้ตื่นแล้วล่ะ เย้ !” เจ้าก้อนปุ๊กลุกที่เพิ่งเสร็จสิ้นภารกิจค่อยๆปีนขึ้นไปทักทายคนเป็นพ่อถึงเตียง แด๊ดดี้ ~ อรุณซาหวาด ~

            “อา…” แจบอมที่หัวเสียอยู่ไม่น้อยเพราะถูกปลุกด้วยมลภาวะทางเสียงตบเข้าที่แก้มของตัวเองเบาๆให้ตื่นเต็มตา พวกนายไปเอานกหวีดมาจากไหนน่ะ ?ก่อนจะถามถึงที่มาที่ไปของนกหวีดบนคอของเจ้าเปี๊ยกจอมยุ่งที่กำลังกลิ้งอยู่บนเตียงของตัวเอง

            เมื่อวานนี้ก่อนกลับบ้านอาเจย์ซื้อให้พวกเราน่ะซี่แด๊ดดี้พี่ใหญ่กลุ่มก้อนตอบขณะที่นอนอยู่บนตักของเขา โดยที่มือก็ชูนกหวีดบนคอขึ้นมาอวดแจบอมอย่างชอบใจ จ๊าบสุดๆไปเลยน้า

            “แบมแบมชอบมากเลยล่ะ แด๊ดดี้ชอบไหม ?เด็กน้อยแก้มป่องหันมาถามความคิดเห็นของผู้ใช้บริการการปลุกด้วยนกหวีดในเช้าวันนี้

            คราวหน้าช่วยปลุกฉันแบบปกติจะดีกว่า หรือถ้าให้ดีกว่านั้นก็ปล่อยให้ฉันตื่นเองเถอะแจบอมตอบด้วยสีหน้าซังกะตาย และแม้ว่ามือจะหิ้วเจ้าก้อนปุ๊กลุกทั้งสองก้อนออกมาจากห้องนอน แต่ในหัวของเขาตอนนี้กำลังนึกสาปแช่งไอ้เพื่อนสนิทปากตะไกรที่ซื้อของเล่นพิสดารมาให้เจ้าตัวแสบทั้งหลายไปด้วย

 

            ก็ดีอยู่หรอกที่เพื่อนเอ็นดูหลาน แต่ถ้าซื้อนกหวีดให้ทั้งห้าคน แล้วคนที่ต้องมาฟังเสียงนกหวีดมันจะเป็นใครถ้าไม่ใช่เขาล่ะโว้ย !

 

         ปรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!

 

            “ยองแจน คยอม โคโค่ ทำความเคารพ !”

 

            และทันทีที่ออกมาถึงห้องนั่งเล่น สิ่งต่อมาที่แจบอมได้พบก็คือ พลทหารมนุษย์ก้อนที่ยืนเรียงแถวกันสามคน มีจ่าก้อนผมทองเป็นผู้บัญชาการให้พลทหารแก้มอวบ พลทหารลูกหมี และพลทหารโคโค่ตะเบ๊ะมือวันทยาหัตถ์ (เขาหมายถึงสองคนแรกน่ะนะ ไอ้ตัวหลังปล่อยมันไปเถอะ) โดยมีมาร์คกับแบมแบมเข้าไปสมทบหลังจากที่เขาปล่อยให้สองพี่น้องตัวเล็กเป็นอิสระ

 

            สวัสดีบิ๊กบอส !”

            “หา ?

 

            เสียงทักทายยามเช้าอันสดใสโดยห้าพลทหารไซส์มินิตัวกลมกับฉายาพิลึกพิลั่นที่ทำให้ร่างสูงขมวดคิ้วด้วยความงุนงง แต่ก็วางมาดขึงขังเป็นทหารได้ไม่เกินสิบวินาที ร่างของแจบอมก็ถูกเจ้าก้อนโคอาล่าทั้งห้ารุมกอดแขนกอดขาเฉกเช่นทุกวันที่ผ่านมา ในขณะที่แจบอมได้แต่นึกเอะใจอยู่เงียบๆขณะมองเจ้าเปี๊ยกจอมยุ่งที่เพิ่งเสร็จสิ้นการเล่นเป็นทหารไปเมื่อครู่นี้

 

            เขาว่าตัวเองก็ไม่เคยเปิด Descendants of the sun ให้เจ้าพวกนี้ดูสักหน่อย ไปรู้จักกันได้ยังไงหว่า ?

 

            ผู้หญิงชอบคนในเครื่องแบบทั้งนั้นแหละ ผมก็เลยเป็นทหารไง

 

            และทุกอย่างก็กระจ่างเมื่อเขาถูกพวกเด็กๆลากไปนอนบนโซฟาหน้าโทรทัศน์ ซีรีย์ชื่อดังที่มีพระเอกเป็นทหารกับนางเอกเป็นหมอบนหน้าจอโทรทัศน์กำลังดึงดูดความสนใจให้เด็กน้อยทั้งห้าคนที่นั่งเรียงแถวดูกันด้วยความสนุกสนาน ผิดกับแจบอมผู้ไม่เคยสนใจดูละครโทรทัศน์ (แต่ที่รู้จักเรื่องนี้เพราะพวกเพื่อนผู้หญิงชอบไลน์คุยกันในกลุ่มแชท) จึงได้แต่หาวหวอดพลางขบคิดอย่างฉงนขณะที่สายตาก็มองมนุษย์ก้อนบนพื้นห้องสลับกับละครซึ่งถูกรีรันทางช่องเคเบิล

 

            เดี๋ยวนี้ไม่ดูการ์ตูนกันแล้วหรือไง ?ความผิดปกติในวันนี้ทำให้แจบอมลองเอ่ยปากถามเจ้าตัวเล็กในที่สุด ปกติเช้าๆแบบนี้ถ้าไม่ดูการ์ตูนก็จะเป็นสารคดีสัตว์โลกมากกว่าจะเป็นละครโทรทัศน์น่ะสิ

            ตอนแรกพวกเราก็จะดูการ์ตูนน้าแด๊ดดี้ยองแจเป็นคนตอบคำถามของเขา แต่พอเปิดทีวีมามันก็เป็นหนังเรื่องนี้พอดีเลยล่ะ

            “แล้วทำไมไม่เปลี่ยนช่องไปดูการ์ตูนแทนล่ะ ?

            “คยอมจำได้ว่าพี่จีนยองเคยเปิดหนังเรื่องนี้ให้พวกเราดูน่ะซี่แด๊ดดี้เจ้าก้อนลูกหมีตอบพร้อมรอยยิ้มสดใสสมวัยอนุบาล คุณบิ๊กบอสกับคุณหมอพี่สาวเท่สุดๆไปเลยน้า

            “นั่นซี่ ~ คุณวู้บพึ (วูล์ฟ) ก็เท่เหมือนกันน้า

 

            คำชื่นชมพระเอกพระรองของเจ้าลูกหมีตัวโตกับเจ้าก้อนผมปอยชมพูไม่ได้ทำให้แจบอมสนใจเท่ากับชื่อของพี่ชายเพื่อนบ้านที่หลุดออกมาจากปากของยูคยอม ก่อนจะต้องขมวดคิ้วอีกครั้งเมื่อลองพิจารณาเนื้อหาของละครบวกกับที่เห็นว่าพวกเด็กๆดูจะสนุกสนานกับละครเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย

            เดาได้ไม่ยากเลยว่าอีกฝ่ายคงเปิดละครเรื่องนี้ให้พวกเด็กๆดูตอนที่เขาฝากไว้เมื่อครั้งไปงานเลี้ยงรุ่นอย่างแน่นอน นับวันปาร์คจินยองชักจะสร้างมาตรฐานที่ทำให้เขาเลี้ยงเจ้าตัวแสบได้ลำบากมากขึ้นทุกทีจนแจบอมอดนึกหมั่นไส้เพื่อนบ้านชั้นเจ็ดไม่ได้

 

         ให้ตายเถอะปาร์คจินยองล้างสมองลูกเขาไปถึงไหนแล้วเนี่ย !?!

 

            แต่เพราะเห็นว่าเนื้อหาของละครมันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร อีกทั้งเจ้าตัวเล็กก็ยังอยู่ในสายตาของเขา แจบอมจึงปล่อยให้พวกเด็กๆดูละครโทรทัศน์กันต่อไป ไว้ถ้ามีฉากที่ไม่เหมาะสมหรือรุนแรงเกินไปเขาค่อยอธิบายให้ทุกคนเข้าใจก็แล้วกัน แล้วจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอินเทอร์เน็ตเล่นระหว่างรอเวลาไปพลางๆ

           

            หืม ?

 

            แจบอมส่งเสียงในลำคออย่างแปลกใจเมื่อพบอีกหนึ่งสิ่งผิดปกติของวันนี้ เรื่องแรกก็คือการที่เจ้าตัวแสบนั่งดูละครแทนการ์ตูน ส่วนเรื่องที่สองก็คือการที่เขาเปิดอินเทอร์เน็ตแต่กลับไม่มีแจ้งเตือนไลน์แม้แต่ข้อความเดียวผิดกับทุกครั้งที่ต้องมีเสียงข้อความเข้าให้เขารำคาญใจอยู่บ่อยๆ ตามมาด้วยเรื่องแปลกเรื่องที่สามที่ยิ่งทำให้แจบอมงุนงงมากขึ้นไปอีก เมื่อพบว่ามุมไอคอนแอพพลิเคชั่น Facebook ของเขามีเลขหนึ่งปรากฏอยู่ เพราะปกติเฟสบุ๊คของเขามันแทบไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ นอกเสียจากเมื่อคืนนี้ที่เจฮยองแท็กรูปมาหาเขาในรอบเกือบหนึ่งปี แอพพลิเคชั่นที่แสนเงียบเหงาจึงเริ่มมีการแจ้งเตือนปรากฏขึ้นบ้าง

 

            Jinyoung Park likes your profile picture.

 

            ดูท่าว่าเมื่อคืนเขาคงไม่ได้ส่องเฟสบุ๊คอีกฝ่ายอยู่ฝ่ายเดียวแล้วล่ะมั้ง

 

            แจบอมกดเข้าไปดูรูปโปรไฟล์เจ้าปัญหาที่เพื่อนบ้านของตัวเองมากดถูกใจเอาไว้เมื่อคืนนี้ ก่อนที่ความอายจะเริ่มเข้ามาเยือนชายหนุ่มที่กำลังกำโทรศัพท์มือถือแน่นขึ้นเรื่อยๆ จะไม่ให้เขาอายได้อย่างไร ก็ในเมื่อรูปโปรไฟล์อันนี้มันเป็นรูปที่เขาเซลฟี่ไว้ตั้งแต่สองปีก่อนตอนไปงานแต่งงานของรุ่นพี่ที่รู้จักกัน ด้วยความที่ถ่ายภาพจากกล้องหน้าไม่เป็น ก็เลยขอให้เพื่อนผู้หญิงช่วยใช้แอพฯแต่งภาพให้ ซึ่งพวกมันก็ทำให้เขาตามคำสั่ง แถมยังทำเกินคำสั่งด้วยการตั้งเป็นรูปโปรไฟล์ในเฟสบุ๊คให้เสร็จสรรพโดยที่เขายังไม่มีโอกาสเห็นภาพหลังตกแต่งก่อนด้วยซ้ำ

 

            หน้าตาเขามันเหมาะกับฟิลเตอร์สีชมพูหวานแหววแบบนี้มากไง้ !?!

 

         แต่ถ้ากดไลค์มาก็กดไลค์กลับ ไม่โกงอยู่แล้ว --- ว่าแล้วแจบอมก็เข้าไปหน้าโปรไฟล์ของเพื่อนบ้านที่เพิ่งเป็นเพื่อนกันเมื่อคืนนี้ ก่อนจะกดถูกใจรูปโปรไฟล์สไตล์ไม้ขีดไฟของปาร์คจินยองบ้าง

 

            Jinyoung Park likes a photo you are tagged in.

            Jinyoung Park likes a photo you are tagged in.

 

            แต่เมื่อกดถูกใจไปอีกหนึ่งภาพ สิ่งที่เขาได้รับการแจ้งเตือนในอีกไม่กี่วินาทีต่อมาก็คือรูปภาพซึ่งถูกเพื่อนๆแท็กมาเมื่อหลายปีก่อนอีกสองภาพของตัวเองที่ปาร์คจินยองกดถูกใจ และสองรูปดังกล่าวก็ยิ่งทำให้แจบอมอยากจะกดลบบัญชีรายชื่อของตัวเองออกจากระบบ Facebook ทันที

 

            ใครสั่งใครสอนให้กดไลค์ภาพยุคมืดของคนอื่น หา !?!

                                         

            ภาพที่ตัวเองนอนหลับอยู่ใต้อาคารเรียนตอนทำโปรเจคต์ไฟนอลเมื่อหลายปีก่อนกับภาพที่ตัวเองกำลังพรีเซนต์งานอาจารย์ในสภาพที่มีหนวดเฟิ้มเต็มหน้า อีกทั้งทรงผมที่ยาวรุงรังจนต้องมัดไว้เนื่องจากทำงานจนไม่มีเวลาไปตัดผมในเวลานั้นทำให้เจ้าของบัญชีรายชื่อผู้ถูกก่อกวนด้วยการกดถูกใจภาพอันน่าอัปยศของตัวเองเมื่อหกเจ็ดปีที่แล้วได้แต่นั่งมองโทรศัพท์อย่างหมดอาลัยตายอยาก ครั้นพอรวบรวมสติกดเข้าไปดูภาพที่อีกฝ่ายถูกแท็กหวังจะกดถูกใจภาพยุคมืดคืนบ้าง แจบอมก็ต้องพบกับความผิดหวัง เพราะปาร์คจินยองไม่มีภาพทำนองนั้นสักภาพเดียว

 

            รอดชีวิตมาโดยที่ไม่โดนแท็กภาพยุคมืดของตัวเองในเฟสบุ๊คได้ยังไงวะ

 

            สุดท้ายแจบอมก็ต้องยอมแพ้และล้มเลิกโครงการแก้แค้นเพื่อนบ้านของตัวเองไปก่อนเมื่อเห็นว่าถึงเวลาอันสมควรพอดีกับที่ซีรีย์ในโทรทัศน์จบลง คุณพ่อร่างสูงจึงจับมนุษย์ก้อนทั้งห้าเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวในเวลาแปดโมงเช้า ก่อนจะหยิบครัวซองค์แฮมชีสกับนมเปรี้ยวรสสตรอว์เบอร์รี่ออกมาวางบนโต๊ะเพื่อบริการเหล่านายท่านตัวน้อยของตัวเองระหว่างเตรียมตัวไปทำภารกิจกับสองเพื่อนสนิทที่นัดหมายกันไว้เมื่อวานนี้

 

            แด๊ดดี้ ~ เร็วๆซี่ วันนี้เราต้องไปเล่นกับอาเจย์แล้วก็พิลลี่แต่เช้าน้าหลังจากกินมื้อเช้าเสร็จ เจ้าก้อนผมแดงก็เดินดุ๊กดิ๊กเข้ามายังห้องนอนของเขาขณะที่แจบอมกำลังแต่งตัวอยู่ ก่อนจะตรงเข้ามาลากคุณพ่อร่างสูงหมายจะไปเล่นกับคุณอาเพื่อนพ่ออย่างตื่นเต้น

            ยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะน่า อย่าใจร้อนกันสิ

 

            และเรื่องแปลกประหลาดเรื่องที่สี่ของวันนี้ก็คือ แฟชั่นที่แสนจะเรียบง่ายไม่ชวนให้แจบอมนึกหมั่นไส้ทุกวันที่ผ่านมา เสื้อฮู้ดแขนกุดสีขาวเหลืองปักลายยีราฟกับกางเกงขาสั้นสีเหลืองโทนเดียวกับเสื้อจนดูเหมือนก้อนมนุษย์ลูกเป็ดมากขึ้นไปอีก รวมถึงเครื่องประดับสุดแนวอย่างนกหวีดที่ห้อยอยู่บนคอของเจ้าตัวแสบอีกด้วย

 

            หูว ~ แด๊ดดี้จ๊าบอีกแล้วล่ะ ดูซี่ !” เจ้าก้อนผมทองเดินวนรอบตัวแจบอมเพื่อสำรวจการแต่งกายของคนเป็นพ่ออย่างชอบใจ ทั้งๆที่เขาแค่สวมเสื้อยืดสีเทากับกางเกงยีนส์ฟอกสีควั่นขาเท่านั้น

            แต่ทำไมกางเกงของแด๊ดดี้มันขาดเยอะขนาดนั้นน้า ?หัวหน้าสไตลิสต์ของแก๊งก้อนอย่างแบมแบมเอ่ยถามขณะที่ดวงตากลมโตมองรอยขาดวิ่นบริเวณหัวเข่าของเขา ดูซี่ ขาดกว๊าง ~ กว้าง

            “จริงด้วยล่ะ แด๊ดดี้ ทำไมกางเกงแด๊ดดี้ถึงขาดหรอ ?เจ้าก้อนลูกหมีเอียงคอถามอย่างสงสัย เช่นเดียวกับมาร์คและยองแจที่กำลังใช้นิ้วกลมป้อมจิ้มหัวเข่าที่ไม่มีกางเกงยีนส์ปกปิด

            “มันเป็นแบบนี้อยู่แล้วน่ะครั้นจะบอกว่ามันเป็นแฟชั่น พวกเด็กๆก็คงจะไม่เข้าใจว่าทำไมกางเกงขาดๆถึงกลายเป็นแฟชั่นไปได้ แจบอมจึงเลี่ยงไปเรื่องอื่นแทน แปดโมงครึ่งแล้ว ไปบ้านอาวอนพิลกันเถอะ

            “เย้ ! ไปเล่นกับอาเจย์กับพิลลี่กันเถอะ !”

 

            แจบอมหยิบกระเป๋าเป้หนึ่งใบที่อัดแน่นไปด้วยสัมภาระของตัวเองและพวกเด็กๆสำหรับการค้างคืนที่บ้านของวอนพิลขึ้นบนบ่า เช็คระบบไฟฟ้าและน้ำภายในห้องจนมั่นใจว่าปิดสนิทดีทุกอย่าง แล้วจึงพากระพรวนมนุษย์ก้อนเดินไปที่ลานจอดรถเพื่อออกเดินทางไปยังบ้านของเพื่อนสนิท ส่วนเรื่องที่ว่าทำไมเขาถึงต้องจัดสัมภาระของตัวเองกับเจ้าเปี๊ยกทั้งหลายไปด้วยนั้น

 

         Jaehyung Swagger : มึง เมื่อเช้านี้พ่อแม่ของวอนพิลบินไปทำงานที่สิงคโปร์ เห็นมันบ่นว่าอยู่บ้านคนเดียวแล้วเหงา เพราะงั้นไปนอนที่บ้านวอนพิลกัน จัดสัมภาระของมึงกับพวกเด็กๆมาให้เรียบร้อยนะ

 

            ข้อความที่เขาได้มาเมื่อประมาณครึ่งชั่วโมงที่แล้วทำให้เขาต้องแต่งตัวไปจัดกระเป๋าไป ชุดนอน ชุดลำลอง แปรงสีฟัน และตุ๊กตากับหนังสือนิทานของพวกเด็กๆถูกยัดใส่กระเป๋า แต่ถึงกระนั้นเขาก็ยังไม่ได้บอกพวกเด็กๆเรื่องที่จะไปค้างคืนบ้านไอ้วอนพิลอยู่ดี

 

            ไว้ค่อยเซอร์ไพรส์หลังเสร็จงานก็แล้วกัน

 

            “เล็ดสะโก๊ ! (Let’s go !)เสียงของเจ้าก้อนวายร้ายที่เป็นตุ๊กตาล้มลุกหน้ารถของเขามาตลอดสามเดือนส่งสัญญาณให้สารถีประจำวันออกเดินทางหลังจากที่แจบอมจับเจ้าตัวยุ่งทั้งห้าใส่เข็มขัดนิรภัยเรียบร้อยแล้ว

 

            ใช้เวลาประมาณยี่สิบนาที เขาก็มาถึงบ้านจัดสรรหลังหนึ่งที่อยู่ในหมู่บ้านห่างจากใจกลางเมืองเล็กน้อย เจ้าของบ้านและแขกอีกหนึ่งคน(ที่เสนอหน้า)ออกมาต้อนรับเขาทำให้เจ้าก้อนปุ๊กลุกกระโดดลงจากรถแทบทันที

 

            มาตรงเวลามากวอนพิลทักทายพอเป็นมารยาทหวัดดีเด็กๆ แต่งตัวกันน่ารักเชียว

            เข้าบ้านเถอะมึงผิดกับใครอีกคนที่เอ่ยปากชวนเข้าบ้านทั้งๆที่ไม่ใช่บ้านของตัวเองจนแจบอมนึกหมั่นไส้อยู่พอสมควร

            อาเจย์ พิลลี่ ! สวัสดีค้าบถึงจะแอบมองแรงใส่เหล่านายท่านอยู่บ้างที่บังอาจเมินเจ้าทาส แต่เพราะเคยชินกับสถานการณ์แบบนี้ แจบอมจึงไม่ได้พูดอะไรนอกเสียจากแบกกระเป๋าเป้เข้าบ้านวอนพิลตามหลังทุกคนไปอีกที

            ฟุดฟิดงื้อ ~ หอมจังเลยน้าเรดาร์หาของอร่อยของเจ้าก้อนลูกหมีตัวโตยังคงใช้การได้ดีเสมอ เมื่อเจ้าตัวเล็กทำจมูกฟุดฟิดดมกลิ่นหอมๆที่คาดว่าน่าจะเป็นอาหารชนิดหนึ่งอย่างแน่นอน

            จมูกดีเหมือนกันนี่เราเจฮยองอุ้มหลานชายคนเล็กขึ้นมาก่อนจะเดินเข้าไปหลังบ้านโดยที่วอนพิลก็จูงมือเด็กน้อยอีกสี่คนเดินตามหลังไปติดๆ

            กลิ่นไก่ทอด ?และแจบอมเองก็จำกลิ่นอาหารที่ว่าได้เป็นอย่างดี เพราะตัวเองก็หลงรักอาหารชนิดนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วเหมือนกัน

            ฮื่อ ไอ้แว่นมันบอกว่าจะทอดไก่ให้หลานกับมึงลองชิมวอนพิลยืนกอดอกมองเพื่อนสนิทอีกคนที่กลายเป็นพ่อครัวหัวป่าก์ยืนทอดไก่อยู่หน้าเตาแก๊สโดยมีลูกสมุนตัวน้อยทั้งห้าจ้องมองกันตาไม่กะพริบ

            แล้วมึงไม่กิน ?

            “เมื่อคืนนี้หลังจากแวะส่งมึงแล้วมันก็มานอนค้างบ้านกูวอนพิลว่า ครอบครัวกูก็เลยได้กินไก่ทอดของมันเป็นมื้อดึก แด_จนปีกแทบงอกทั้งบ้าน ทอดทำห่_อะไรครึ่งโลฯไม่วายเอ่ยปากค่อนขอดคนที่กำลังยืนทอดไก่อยู่ด้วย

            ก่อนจะวางขายที่ตลาดมันก็ต้องมีคนมาลองชิมก่อนมะ ?เจฮยองยักคิ้วอย่างยียวน ตี๋ มาลองชิมหน่อย ชิมแล้ววิจารณ์มาด้วย

           

            ไก่ทอดจานโตที่เพิ่งทอดเสร็จใหม่ๆส่งกลิ่นหอมฟุ้งไปทั่วทั้งห้องครัวตกเป็นเป้าสายตาของใบหน้ากลมก้อนที่ยืนจ้องมองอาหารแสนอร่อยไม่วางตา ไม่เว้นแม้แต่แจบอมที่เมื่อได้เห็นอาหารจานโปรดก็อดกลืนน้ำลายอึกใหญ่ไม่ได้เช่นกัน แต่ทาสที่ดีจะกินไก่ทอดก่อนเจ้านายมันก็กระไรอยู่ แจบอมจึงค่อยๆแกะเนื้อไก่พร้อมทั้งเป่าให้หายร้อนก่อนจะไล่ป้อนเด็กน้อยตัวกลมที่นั่งน้ำลายสอมองไก่ทอดกันตาแป๋วทีละคน

 

            บอกอาเจย์เขาหน่อยสิว่าเป็นยังไงบ้างแจบอมถามความคิดเห็นจากเจ้าตัวเล็กที่เพิ่งได้ลิ้มลองไก่ทอดสไตล์อเมริกันโดยที่เจ้าของสูตรนั่งมองหกพ่อลูกอย่างคาดหวัง

            อร่อยสุดๆเลยล่ะอาเจย์ !” พี่ใหญ่ผมแดงเอ่ยปากชมพร้อมกับรอยยิ้มจนตาหยี ทั้งยังสั่นศีรษะดุ๊กดิ๊กบ่งบอกถึงความสุขหลังได้กินไก่ทอดแสนอร่อย

            จริงด้วยน้า ยองแจนชอบไก่ทอดของอาเจย์ที่ซู้ดเลย ~เจ้าก้อนแก้มอวบเองก็เคี้ยวไก่ทอดจนแก้มกลมปริไปยิ้มหวานไปอย่างชอบใจ

            อ๋าร้อนอ่ะแด๊ดดี้งื้อ…” แต่คนที่น่าสงสารในเวลานี้กลับเป็นแจ็คสันที่นั่งแลบลิ้นซึ่งเริ่มบวมพองเพราะความร้อนของไก่ทอด ร้อนถึงคุณอาเจ้าของบ้านที่ต้องรีบเทน้ำมาบริการหลานชายตัวน้อยอย่างเป็นห่วง

            ระวังหน่อยสิแจ็คสันแจบอมคว้าทิชชู่มาเช็ดปากเด็กน้อยผมทองอย่างเป็นห่วง แต่ไก่ทอดที่ถูกเป่าแล้วป้อนเข้าปากเจ้าตัวเล็กอีกรอบก็ทำให้แจ็คสันมีความสุขราวกับว่าเรื่องเมื่อครู่นี้ไม่เคยเกิดขึ้น

            แด๊ดดี้ แบมแบมอยากหม่ำหม่ำไก่ทอดอีก แด๊ดดี้ป้อนแบมแบมหน่อยน้าเจ้าก้อนน้องรองอ้าปากอ้อนขอไก่ทอดเพิ่มอย่างน่ารักน่าชัง

            ไก่ทอดอร่อยสุดๆไปเลยน้าอาเจย์ คยอมชอบไก่ทอดที่สุดเลยล่ะฮะส่วนเจ้าลูกหมีน้องเล็กก็นั่งกุมแก้มอย่างมีความสุขขณะเคี้ยวไก่ทอดตุ้ยๆจนเชฟของมื้อนี้ยิ้มหน้าบานจนตัวลอยเมื่อได้รับคำชมอย่างท่วมท้น

            แจบอม ทำไมไม่ใช้ช้อนส้อมมาแกะวะ ?ทว่า วอนพิลกลับเอ่ยถามอย่างไม่สบายใจนักเมื่อเห็นว่ามือของเพื่อนสนิทเริ่มพองและขึ้นสีแดงบริเวณปลายนิ้วมือเพราะความร้อนของอาหารที่เพิ่งปรุงสุกใหม่ๆมือมึงพองหมดแล้ว ไปล้างมือเถอะ

            “ไม่เป็นไรแจบอมส่ายศีรษะปฏิเสธ เพราะเคยชินกับการกินไก่ทอดด้วยมือ บวกกับที่คิดว่าใช้มือแกะไก่แล้วป้อนพวกเด็กๆมันน่าจะง่ายกว่า เขาจึงไม่รู้สึกว่าไก่ทอดมันร้อนเกินกว่าที่มือของเขาจะทนไหว ท่าทางจะอร่อยจริงๆว่ะ ขนาดกินมื้อเช้ากันมาแล้วนะแจบอมหันไปบอกให้เพื่อนสนิทชื่นใจอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กยังคงไม่มีทีท่าว่าจะอิ่ม ส่วนตัวเองก็ทำได้แค่นั่งแกะเนื้อไก่มาเป่าแล้วป้อนเด็กๆไปเรื่อยๆ

            อร่อยสุดๆเลยล่ะแด๊ดดี้ ม้ากคึจะป้อนแด๊ดดี้บ้างน้ามาร์คตั้งท่าจะหยิบไก่ในจานขึ้นมาป้อนคุณพ่อร่างสูงบ้าง หากแต่มือกลมอวบของเจ้าก้อนผมแดงต้องชักออกเมื่อได้สัมผัสลงบนเนื้อไก่ อ๋า !”

            “มาร์ค เป็นอะไรหรือเปล่า !?!” แจบอมจับมือของเจ้าตัวเล็กเข้ามาดูอย่างกระวนกระวาย ไก่มันร้อน ระวังหน่อยสิ

            “งือม้ากคึอยากป้อนแด๊ดดี้บ้างนี่นาเด็กน้อยจู๋ปากอย่างผิดหวังที่ไม่สามารถทำในสิ่งตัวเองต้องการได้จนผู้ใหญ่ทั้งสามคนได้แต่มองอย่างเอ็นดู

            ไม่เป็นไรหรอก ฉันกินได้น่าแจบอมขยี้ผมเจ้าตัวเล็กที่นั่งจ๋อยอย่างนึกขันหายเจ็บมือหรือยัง ?

            “มันแดงไปหมดเลยล่ะแด๊ดดี้ ดูซี่ !” เด็กน้อยโชว์ฝ่ามือเล็กจิ๋วที่พองแดงเล็กน้อยให้คนเป็นพ่อดูอีกทั้งยังเบะปากน้อยๆเพราะความเจ็บปวดที่มากโขสำหรับเด็กวัยอนุบาลคนหนึ่ง

            งั้นอยู่เฉยๆนะ

 

            ฟู่ว ! --- คุณพ่อร่างสูงค่อยๆเป่าลมลงบนฝ่ามือเล็กของมาร์คเหมือนกับที่พ่อแม่เคยทำให้เขาและนายอนอยู่บ่อยครั้งสมัยที่ยังเป็นเด็กเบาๆ ท่ามกลางรอยยิ้มเล็กของเพื่อนสนิททั้งสองคนที่นั่งมองสองพ่อลูกอยู่ใกล้ๆกัน

 

            โอมเพี้ยง ! หายเจ็บหรือยังจ๊ะแจบอม ?

           

            “โอมเพี้ยง !” ก่อนจะร่ายคาถาใส่เด็กน้อยในแบบเดียวกับที่แม่เคยทำให้เขาในอดีต หายเจ็บหรือยัง ?

            “ฮื่อ !” เจ้าก้อนผมแดงพยักหน้าเบาพร้อมทั้งฉีกยิ้มร่าจนเห็นเขี้ยวซี่น้อย ม้ากคึไม่เจ็บแล้ว แด๊ดดี้ท่องคาถาให้ม้ากคึแล้วนี่นา แด๊ดดี้เก่งที่สุดในโลกเลยร่างกลมก้อนของเด็กน้อยกอดแจบอมแน่นเสียจนชายหนุ่มออกอาการประหม่าไปเล็กน้อย

            หวา ~ แด๊ดดี้ท่องคาถาให้ม้ากคึไม่เจ็บได้ด้วยล่ะ แด๊ดดี้เจ๋งที่สุดเลยน้ารวมถึงน้องชายอีกสี่คนก็เอ่ยปากชมไม่หยุดเมื่อเห็นว่าพี่คนโตหายเจ็บมือ

            เห็นเพื่อนเป็นพ่อที่เกือบจะสมบูรณ์แบบนี้ พวกเราก็ดีใจอยู่หรอกเจฮยองซึ่งนั่งอยู่ใกล้ๆกันกอดอกเอ่ยปากชมขณะมองพี่ใหญ่ของแก๊งก้อนซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนคนเป็นพ่อ

            น่าเสียดายที่มันขาดอะไรไปนิดหน่อย เนอะไอ้แว่น…” วอนพิลหันไปมองหน้าเพื่อนสนิทด้วยสายที่ทั้งคู่ต่างรู้กัน ก่อนจะหันกลับมามองคุณพ่อลูกห้าที่มองตัวเองด้วยความไม่ไว้ใจคุณสมบัติการเป็นพ่อของมึงเกือบครบแล้วนะตี๋…”

 

            พวกมันสองคนมองหน้ากันทีไร ตาขวาของเขามันต้องกระตุกยิบๆทุกทีสิน่า !

 

            ‘ ขาดก็แต่แม่ของลูกเท่านั้นแหละ รีบๆหาแม่ให้ลูกได้แล้ว

 

            “ไอ้พวกเหี้_ !” แจบอมที่เริ่มลงมือละเลียดไก่ทอดแสนอร่อยเป็นอันต้องสะดุดเมื่อได้ยินเสียงเพื่อนสนิทมนุษย์ผีทั้งสองคนพูดขึ้นมาพร้อมกันด้วยสีหน้าทะลึ่งทะเล้น

 

            ถ้าไม่ติดว่าไก่ทอดเป็นของโปรดตัวเองล่ะก็ป่านนี้เขาได้เขวี้ยงใส่พวกมันสองตัวไปแล้ว !

 

            “กูจริงจังนะเว้ย !” เจฮยองว่าพลางเช็ดมือเช็ดปากให้แบมแบมและยูคยอม หลานอยากมีแม่ใจจะขาดแล้ว เนอะเด็กๆ

            “งือแต่แด๊ดดี้บอกว่าพวกเราจะไม่มีหม่าม้านี่นาอาเจย์เจ้าก้อนผมปอยชมพูบนตักของคุณอาหนุ่มตอบอย่างซื่อตรง

            นั่นซี่ แต่พี่โซมีกับอานายอนบอกว่าถ้าพวกเรามีหม่าม้า พวกเราก็จะได้หม่ำหม่ำอาหารอร่อยๆทุกวันเลยน้าเจ้าก้อนลูกหมียังคงมีความจำดีเลิศเมื่อเจ้าตัวเล็กยกคำพูดของพี่สาวเพื่อนบ้านกับคุณอาคนสวยมาอ้างอิง

            นี่มึงอยากครองตัวเป็นโสดถึงขนาดล้างสมองลูกแบบนี้เลยเหรอวะ ?วอนพิลซึ่งเช็ดปากให้ยองแจและช่วยแจบอมป้อนไก่ให้แจ็คสันมองเพื่อนสนิทของตัวเองอย่างไม่เข้าใจนัก

            ล้างสมองห่_อะไรล่ะ กูก็แค่พูดความจริงแจบอมตอบอย่างไม่ใส่ใจนักก่อนจะแทะไก่ทอดแสนอร่อย วันๆก็ทำแต่งาน อย่าว่าแต่หาเวลาไปจีบคนอื่นเลย เวลาจะนอนกูยังแทบไม่มี แล้วกูจะพูดให้ความหวังลูกทำไมว่าจะหาแม่ให้

            “แล้วมึงจะไปเสียเวลาจีบคนอื่นทำไมวะ เจฮยองพูดขึ้นมาแล้วหันไปสบตากับวอนพิลอีกครั้ง ซึ่งวอนพิลเองก็พยักหน้ารับรู้ว่าเพื่อนสนิทของตนต้องการจะสื่ออะไรนี่มึงไม่รู้ตัวจริงๆเหรอไอ้ตี๋…”

 

            กูว่าเขาแสดงออกชัดเจนมากเลยนะ ถ้าเป็นกูป่านนี้มีลูกไปโหลนึงแล้วนะโว้ย ! ’

 

            หา !?!” ร่างสูงเงยหน้าขึ้นจากจานไก่ทอดอย่างงุนงง และต้องพบกับสายตาของเพื่อนสนิททั้งสองคนที่กำลังกอดอกนั่งมองเขาอยู่ พูดอะไรของพวกมึงวะ ?

 

            เขาใคร ? แสดงออกชัดเจนอะไร ?

 

         จะพูดอะไรก็ช่วยเท้าความให้เขากันหน่อยสิวะ !?!

 

            “เจย์ มึงก็รู้ว่ามันเข้าใจอะไรยาก มึงจะเล่นลิ้นกำกวมไปเพื่ออะไรวะ ?

            “เพราะกูไม่อยากเฉลยตรงๆเจฮยองจ้องหน้าคุณพ่อลูกห้าที่ยังคงนั่งงงเป็นไก่ตาแตก กูทำได้แค่บอกใบ้ ไว้ให้เจ้าตัวเขาพูดเองหรือให้ไอ้แจบอมมันรู้ตัวเองน่าจะดีกว่า

            “…” แจบอมยิ่งเกิดความงุนงงมากขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินเจฮยองพูดแบบนั้น

            “ช่างเหอะมึง ถือเสียว่าเรื่องที่กูกับไอ้แว่นพูดมันไม่มีอะไรก็แล้วกันเมื่อเห็นว่าบรรยากาศบนโต๊ะเริ่มตึงเครียด วอนพิลจึงออกปากสงบสงครามเย็นอย่างระอาใจ

 

            แต่ถ้ามึงเก็บไปคิดสักนิดก็จะดีมาก เพราะไม่มีใครชอบการรอคอยอะไรนานๆหรอกนะ

 

 

            ซู้ด ~

           

            หลังจากเสร็จสิ้นการชิมไก่ทอดสไตล์อเมริกันแล้ว เมนูต่อไปที่เจฮยองทำให้เขากับเด็กๆลองชิมก็คือสตรอว์เบอร์รี่สมูทตี้ที่เจ้าตัวบอกว่าใช้เวลาคิดค้นสูตรหนึ่งคืนเต็มๆโดยปรับจากสูตรที่ตัวเองเคยทำแจกเพื่อนสมัยเรียนที่อเมริกาเพื่อให้ถูกปากคนเกาหลีมากยิ่งขึ้น

 

            งื้อ ~ สตรอว์เบอร์รี่ปั่นของอาเจย์อร่อยที่สุดเลยศีรษะกลมโป๊งเหน่งของเจ้าก้อนแก้มอวบในชุดเสื้อฮู้ดแขนกุดสีขาวเหลืองสั่นดุ๊กดิ๊กอย่างชอบใจหลังจากลิ้มลองสตรอว์เบอร์รี่สมูทตี้รสเปรี้ยวอมหวานฝีมือคุณอาเพื่อนพ่อ

            จริงด้วยล่ะ แจ็คสันช้อบ ~ ชอบ อาเจย์เจ๋งจังเลยน้าเช่นเดียวกับเจ้าก้อนวายร้ายที่ตักเกล็ดน้ำแข็งนุ่มละเอียดขึ้นมากินจนรอบปากเลอะเทอะไปหมด

            กูว่าหวานไปหน่อยในขณะที่เด็กน้อยทั้งห้าคนลงความเห็นตรงกันว่าน้ำปั่นสีชมพูนวลมีรสชาติดีเยี่ยมจนคนทำยิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดี คุณพ่อหนุ่มโสดที่นั่งทดลองชิมอยู่ด้วยกันจึงเป็นฝ่ายออกความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา

            เพราะมึงไม่กินหวานไงแจบอมวอนพิลว่า กูว่ามันก็โอเคแล้วแหละ แต่ถ้าให้แนะนำ ใส่โยเกิร์ตเยอะกว่านี้อีกหน่อยก็น่าจะดี

            “ไม่เป็นไร เดี๋ยวตอนขายกูจะให้ลูกค้าระบุมาเองว่าอยากได้รสชาติแบบไหน ยังไงก็ทำแก้วต่อแก้วอยู่แล้ว

 

            ชายหนุ่มในกรอบแว่นเจ้าของภารกิจวันนี้จัดการปิดบทสรุปก่อนจะเริ่มลำเลียงวัตถุดิบไปใส่บนรถกระบะของตนเพื่อเตรียมไปตั้งร้านที่ถนนคนเดิน โดยมีแจบอมและวอนพิลเป็นแรงงานช่วยขนย้ายของ

           

            ฮึ้ย ~ หนักอ่ะ ! ’

            ‘ จาจาอย่าลากถังแบบนั้นซี่ ! ’

            ‘ ก็บอกว่าอย่าเรียกจาจาไงแบมแบม เรียกแจ็คสันซี่ ! ’

            ‘ ยองแจนหิ้วไม่ไหวแล้ว งือ… ’

            ‘ คยอมจะไม่ยอมแพ้หรอกน้า ฮึ่ย ! ’

 

            อีกทั้งมนุษย์ก้อนตัวน้อยที่ร่วมด้วยช่วยกันยกกล่องโฟมที่บรรจุถุงไก่จำนวนมากจนหน้าดำหน้าแดงเพราะน้ำหนักที่มากเกินไปสำหรับเด็กวัยอนุบาล เป็นภาพที่ชวนให้ผู้ใหญ่ทั้งสามคนเอ็นดูอยู่ไม่น้อย

 

            ยืนอยู่เฉยๆก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันยกเองเพราะเกรงว่าพวกเด็กๆจะเป็นอันตราย อีกทั้งเป็นห่วงว่าสินค้าของเพื่อนจะเสียหาย ร่างสูงจึงเข้ามายกกล่องโฟมที่เจ้าตัวเล็กยืนล้อมรอบอยู่คนละมุมแทน

            แต่ม้ากคึอยากช่วยแด๊ดดี้นี่นาพี่ใหญ่แก๊งก้อนยกมือกระโดดหย็องๆเสนอตัวช่วยเหลืออย่างกระตือรือร้น ให้ม้ากคึช่วยเถอะน้าแด๊ดดี้ น้า ~

            “ใช่แล้วล่ะแด๊ดดี้ ให้ยองแจนช่วยแด๊ดดี้ อาเจย์ แล้วก็พิลลี่เถอะน้า น้าๆ

            “ไม่ต้องห่วงหรอกเด็กๆคุณอาเจ้าของกิจการเดินเข้ามาหาเจ้าตัวเล็กที่ช่วยกันอ้อนคนเป็นพ่อยกใหญ่ อายังมีงานให้พวกเราช่วยทำอยู่นะก่อนจะพูดประโยคที่ทำให้แจบอมเลิกคิ้วด้วยความสงสัย

            งานไรวะไอ้แว่น ?

            “เออน่ะ กูไม่ใช่แรงงานลูกมึงหนักหรอก มีขี้ข้าอย่างมึงกับไอ้วอนพิลก็พอแล้ว

 

            นอกจากจะเป็นทาสของเจ้านายทั้งห้าแล้ว ยังต้องเป็นขี้ข้าของเพื่อนอีก เขาว่าเขาควรลาออกจากการเป็นอิมแจบอมแล้วล่ะ

 

         ได้ซี่อาเจย์ ! พวกเราจะช่วยอาเจย์เอง ไว้ใจได้เลยแจ็คสันรีบโบกไม้โบกมือออกตัวอาสาด้วยแววตาวิบวับ

            เยี่ยมมาก !” คุณอาหนุ่มทำท่าชนกำปั้นกับเจ้าตัวเล็กที่ดีอกดีใจเมื่อรู้ว่าตัวเองจะได้ช่วยงานคนอื่น งั้นเราก็นั่งดูการ์ตูนรอกันไปก่อนนะ ไว้พวกอากับพ่อของเรายกของเสร็จเมื่อไหร่เดี๋ยวอาจะมาขอให้เราช่วยทันทีเลย

            “เย้ ! พวกเราจะได้ช่วยอาเจย์แล้ว

 

            ระหว่างนั้นวอนพิลจึงพาเจ้าก้อนตัวกลมไปนั่งดูโทรทัศน์ในบ้านระหว่างรอพวกเขายกสัมภาระใส่รถจนหมด ทั้งโต๊ะ กระทะใบใหญ่สำหรับทอดไก่ที่เจฮยองไปขอยืมรุ่นน้องคนหนึ่งในออฟฟิศ เครื่องปั่นน้ำผลไม้ของบ้านวอนพิล รวมถึงกล่องโฟมที่อัดแน่นไปด้วยสตรอว์เบอร์รี่สดและไก่หมักเครื่องเทศอย่างดี แล้วก็มีพวกของใช้จำเป็นอื่นๆที่ขนติดไปเผื่อว่าอาจจะได้ใช้ ทำให้ท้ายรถกระบะในเวลานี้ไม่มีพื้นที่ว่างเหลืออยู่แม้แต่นิดเดียว

 

            ไอ้แว่น อย่าหาว่ากูปากเสียเลยนะแจบอมเอ่ยปากถามอะไรบางอย่างหลังจากที่เขามองวัตถุดิบที่อัดแน่นอยู่เต็มรถ เตรียมไปเยอะขนาดนี้ ถ้าขายไม่หมดมึงจะทำยังไงวะ ?

 

            เพราะเข้าใจดีว่าการลงทุนมีความเสี่ยง อีกทั้งตัวเองก็เคยมีประสบการณ์ออกร้านขายยากิโซบะกับเพื่อนสมัยเรียนมัธยมในงานเทศกาลของโรงเรียนแล้วเจ๊งไม่เป็นท่า (แต่พอมาคิดดูแล้ว จะขายไม่ออกก็ไม่แปลกหรอก รสชาติแม่งเลวร้ายถึงขนาดที่ว่าพวกเขายังทำใจกระเดือกกันไม่ลงเลย) พอมาเห็นของสดจำนวนมากบนรถแบบนี้ แถมคนขายก็มีแต่ผู้ชายที่ไร้ทักษะการทำอาหารถึงสามคน เขาจึงไม่มั่นใจสักนิดว่ากิจการของไอ้เพื่อนสนิทของเขามันจะไปรอดหรือเปล่า

 

            เพราะแบบนี้ไง กูถึงได้ขอให้มึงมาช่วยงานทั้งๆที่รู้ว่ามึงทำอาหารไม่เป็นแววตาระยิบระยับใต้กรอบแว่นของเจฮยองทำให้แจบอมเริ่มขนลุกขนพอง ลองถ้ามันพูดแบบนี้เมื่อไหร่ เชื่อได้เลยว่ามันไม่ใช่เรื่องดีสำหรับเขาอย่างแน่นอน

 

            มึงไม่ต้องห่วงหรอก กูเตรียมแผนการตลาดชั้นเซียนสำหรับงานนี้ไว้เรียบร้อยแล้ว… ’

 

            .

            .

            .

 

            สวัสดีฮะพี่สาว ! ’

 

            มือกลมอวบที่เอื้อมขึ้นไปเท้าโต๊ะกับร่างกลมก้อนของเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกทั้งห้าที่ยืนเรียงแถวเขย่งเท้าให้ศีรษะพ้นขอบโต๊ะเอ่ยปากทักทายหญิงสาวนักเรียนมัธยมปลายสองคนซึ่งยืนอยู่หน้าร้านของพวกเขาด้วยน้ำเสียงสดใสชวนให้ลูกค้าสาวทั้งสองอมยิ้มกับท่าทีน่ารักน่าชังของเจ้าตัวเล็ก

 

            ว้าย น่ารักจังเลย หวัดดีจ้ะตัวเล็ก

            พี่สาวสนใจหม่ำหม่ำไก่ทอดไหมฮะ ?

            “ไก่ทอดของอาเจย์อร่อยน้าพี่สาว เชื่อแบมแบมซี่ ~

            “น้ำปั่นของอาเจย์ก็อร่อยเหมือนกันน้า

            “พวกเราพูดจริงน้าพี่สาว ไว้ใจพวกเราซี่ แจ็คสันลองหม่ำหม่ำแล้วน้า

            “อาเจย์ฝากบอกว่า ถ้าพี่สาวซื้อไก่ทอดเยอะๆ อาเจย์จะแถมให้อีกด้วยน้า

 

            ไม่รอให้เสียเวลา เจ้าตัวแสบทั้งห้าคนก็เริ่มเข้าสู่โหมดฝ่ายการตลาดอย่างรู้หน้าที่ชนิดที่ทำให้วอนพิลกับแจบอมยืนกลั้นขำแทบไม่ไหวอยู่หลังร้าน ผิดกับเจฮยองที่ยิ้มกว้างอย่างพึงพอใจเพราะลูกจ้างชั่วคราวของเขาทำงานได้ดีเกินคาด

 

            แผนการตลาดชั้นเซียน ?

            “มีไพ่เด็ดอยู่ตั้งห้าคน จะกลัวอะไรว้า

            “เดี๋ยวนะไอ้แว่นมึงอย่าบอกนะว่า…”

            “ก็เออสิ ! ลูกมึงไง ขี้อ้อนกันขนาดนี้ เชื่อเถอะว่าเรียกลูกค้าได้เพียบ

            “มึงปล่อยให้ลูกกูเติบโตแบบเด็กปกติได้ไหมล่ะ คราวก่อนก็ลากลูกกูไปถ่ายพรีเวดดิ้งทีนึงแล้ว วันนี้ยังจะพามาเป็นพ่อค้าอีกหรือไง ?

            “สร้างประสบการณ์แบบนี้ให้ตั้งแต่เด็กสิดี มีเด็กน้อยคนที่จะมีโอกาสได้ทำอะไรแบบนี้นะโว้ย !”

 

         เมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้หลังจากที่เขายืนเถียงกับไอ้เพื่อนปากตะไกรอยู่พักใหญ่ (และแน่นอนว่าผู้พ่ายในวันนี้ก็ยังคงเป็นเขาเหมือนเคย) ที่คาดผมรูปไก่ทั้งห้าอันซึ่งเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันไปสรรหามาจากไหนถูกเจฮยองกับวอนพิลช่วยกันสวมลงบนศีรษะของพวกเด็กๆ และเครื่องประดับชิ้นใหม่ก็ทำให้เจ้าก้อนปุ๊กลุกทั้งหลายดูจะดีอกดีใจกันพอสมควร

 

            เด็กๆ ช่วยอาเรียกลูกค้าหน่อยนะ ถ้าอาขายของได้เยอะ อาสัญญาว่าจะพาเราไปกินอาหารญี่ปุ่นอร่อยๆ ดีไหม ?

 

            อีกทั้งเงื่อนไขที่แสนจะล่อตาล่อใจ จึงเป็นเหตุให้เจ้าก้อนลูกเป็ดในที่คาดผมรูปไก่พากันยืนเกาะโต๊ะกะพริบตาปริบๆอยู่หน้าร้านขณะที่พวกเขาช่วยกันทอดไก่และเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำน้ำปั่นไปพลางๆ และลูกค้าหญิงสาวทั้งสองคนที่ยืนอยู่หน้าร้านในเวลานี้ก็เป็นเครื่องยืนยันว่า แผนการของเจฮยองมันได้ผลมากเลยทีเดียว เพราะพวกเขาเพิ่งจะตั้งร้านได้แค่ 10 นาทีเท่านั้น

 

            ตอนนี้มีโปรโมชั่นสำหรับลูกค้าสิบคนแรกด้วยนะคุณลูกค้า ถ้าซื้อไก่ทอดกับน้ำปั่นเป็นเซ็ตจาก 3000 วอนเหลือ 2500 วอน สนใจไหม ?เจฮยองเสนอโปรโมชั่นดีๆซึ่งเป็นแผนการตลาดอีกรูปแบบหนึ่งที่เจ้าตัววางแผนมาแล้ว ไก่ทอดสไตล์อเมริกันราคาย่อมเยาแบบนี้ไม่ได้หากินได้ง่ายๆในเกาหลีนา

            “พี่สาวเชื่อคยอมซี่ ไก่ทอดของอาเจย์อร่อยจริงๆนะฮะ

            “จริงๆน้า ~ ดวงตากลมใสทั้งห้าคู่จ้องมองลูกค้าสาวสวยทั้งสองคนกันตาแป๋วอย่างรู้งาน อีกทั้งแก้มยุ้ยๆของเจ้าตัวเล็กก็ยังอมลมพองแก้มอย่างออดอ้อนอีกด้วย

            โอเคค่ะพี่ งั้นขอน้ำปั่นกับไก่ทอด 2 เซ็ตเลยนะคะคำสั่งจากลูกค้าทั้งสองที่มาพร้อมกับรอยยิ้มทำให้ชายหนุ่มทั้งสามคนต้องช่วยกันตักไก่ใส่ถ้วยกระดาษและปั่นน้ำตามออเดอร์อย่างแข็งขัน โชคดีที่ยังมีเจ้าตัวเล็กยืนคุยกับลูกค้าระหว่างรออาหารที่สั่งทำให้พวกเขาไม่กังวลมากนัก น่ารักกันจังเลย กี่ขวบแล้วจ๊ะตัวเล็ก ?

            “ม้ากคึห้าขวบแล้วก็เป็นพี่ใหญ่ แจ็คสัน ยองแจน แบมแบมสี่ขวบ แล้วก็คยอมเป็นน้องเล็กสามขวบฮะเจ้าก้อนผมแดงตอบคำถามของลูกค้าสาวอย่างฉะฉาน

            เก่งจังเลยนะ มาช่วยคุณพ่อขายของเหรอ ?

            “ใช่แล้วฮะ พวกเรามาช่วยแด๊ดดี้ อาเจย์ แล้วก็พิลลี่ล่ะ แด๊ดดี้บอกว่าถ้าพวกเราช่วยคนอื่นพวกเราก็จะเป็นเด็กดีน่ะซี่

           

            หลังจากนั้นพวกเด็กๆก็ยังพูดคุยเจื้อยแจ้วกับพวกเธอไปเรื่อยๆจนกระทั่งได้รับไก่ทอดกับน้ำปั่นตามที่สั่ง และในขณะที่เจฮยองรับผิดชอบอาหาร ส่วนวอนพิลรับผิดชอบเครื่องดื่ม แจบอมซึ่งเป็นคนเดียวที่ถูกสั่งห้ามไม่ให้แตะต้องเครื่องครัวใดๆจึงต้องรับหน้าที่บริหารจัดการเรื่องเงินไปโดยปริยาย รวมถึงคอยเป็นลูกมือหยิบนั่นหยิบนี่ให้เพื่อนสุดแล้วแต่ที่พวกมันจะสั่งเขา

 

            หม่ำหม่ำให้อร่อยนะฮะพี่สาว บ๊ายบายน้า ~และนอกจากจะต้อนรับเป็นอย่างดีแล้ว พ่อค้าปุ๊กลุกก็กล่าวลาลูกค้าทั้งสองคนได้อย่างยอดเยี่ยมอีกด้วย

           

            เวลาหกโมงเย็นทำให้ผู้คนเริ่มเข้ามาเดินจับจ่ายซื้อของกันมากขึ้น และเนื่องจากมีร้านค้าเป็นจำนวนมาก นั่นหมายความว่า ลูกค้าย่อมมีตัวเลือกมากมายในการซื้อสิ่งที่ตัวเองต้องการ ส่งผลให้ร้านของเจฮยองที่แม้ว่าจะมีเจ้าตัวเล็กคอยเป็นก้อนลูกเป็ดกวักอ้อนลูกค้าให้เข้าร้านไม่ได้มีลูกค้ามากมายจนดูหวือหวา แต่ก็ไม่ได้เงียบเหงาจนเกินไป เรียกว่าขายได้เรื่อยๆมากกว่า เพราะตอนนี้ไก่ที่พวกเขาเตรียมมาสี่กล่องใหญ่ๆก็หมดไปแล้วหนึ่งกล่องภายในเวลาหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

 

            ตี๋ ช่วงนี้ยังไม่ค่อยมีลูกค้า มึงพาเด็กๆไปเดินเล่นในถนนคนเดินก่อนก็ได้นะเจฮยองที่ยืนตากพัดลมขนาดพกพาหันมาบอกแจบอมซึ่งกำลังป้อนน้ำและเช็ดเหงื่อให้เหล่านายท่านตัวน้อยอยู่ส่วนใหญ่คนจะมาที่นี่ตอนหัวค่ำ ระหว่างนี้กูจะทอดไก่ไปเรื่อยๆ แล้วเดี๋ยวมึงค่อยมาผลัดเวรเฝ้าร้านก็ได้ อุตส่าห์มาถนนคนเดินทั้งที จะมายืนขายของอย่างเดียวมันก็ไม่สนุกหรอกจริงไหม ?

            “เอาแบบนั้นก็ได้แจบอมตอบตกลงโดยทันที ความจริงแล้วเขาไม่ได้สนใจหรือคิดอยากจะเดินเล่นในที่ที่มีคนพลุกพล่านแบบนี้เท่าไหร่นัก แต่เพราะอยากให้พวกเด็กๆได้พักบ้าง เขาจึงตัดสินใจแบบนั้น ตอนนี้ยังไม่ค่อยมีลูกค้า งั้นเราออกไปเดินเที่ยวสักพักก็แล้วกันก่อนจะก้มตัวลงมาบอกเจ้าตัวเล็กที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อยมาตลอดหนึ่งชั่วโมงครึ่ง

            “ไปเที่ยวหรอแด๊ดดี้ !?!” เจ้าก้อนลูกไก่ที่ได้ยินแบบนั้นต่างก็มีท่าทีหูตั้งตาวาวไปตามๆกัน ไปซี่ ~ พวกเราอยากไปเที่ยวกับแด๊ดดี้ที่สุดเลย

            อย่าเถลไถลกันเชียวล่ะ ฉันไม่เคยมาเดินที่นี่ ถ้าหลงทางกันไปฉันคงตามหาพวกนายไม่เจอแน่ๆ เพราะผู้คนที่เดินเที่ยวกันขวักไขว่ อีกทั้งขี้คร้านจะตามหาเจ้าตัวยุ่งที่ชอบพากันเถลไถลเวลาออกนอกสถานที่ แจบอมจึงอุ้มแจ็คสันขึ้นมาขี่คอตัวเอง ส่วนมือทั้งสองข้างก็จูงน้องเล็กตัวโตกับน้องรองตัวเล็กไว้ โดยมีมาร์คกับยองแจจูงมือน้องเล็กทั้งสองคนอีกทอดหนึ่ง

            หูว ~ คนเยอะสุดๆเลยล่ะแด๊ดดี้ !” เจ้าก้อนวายร้ายซึ่งนั่งอยู่บนช่วงบ่าของแจบอมทำท่าป้องมือไว้ที่ตาเพื่อทอดมองภาพตรงหน้าในจุดที่เห็นบรรยากาศโดยรอบชัดเจนกว่าใครๆ

 

            คุณพ่อลูกห้าพร้อมด้วยกระพรวนมนุษย์ก้อนในชุดสีสันสดใสเดินดูร้านค้าที่ตั้งเรียงรายตลอดสองข้างทางของถนนคนเดินด้วยความตื่นตาตื่นใจ แม้แต่แจบอมเองก็รู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยเพราะเป็นเวลาหลายปีแล้วที่เขาไม่ได้มาเดินในที่แบบนี้ จึงเปรียบเสมือนการเปิดโลกกว้างของชายหนุ่มที่มักจะอุดอู้อยู่ในคอนโดให้ออกมาเจอกับบรรยากาศที่ตัวเองไม่ได้สัมผัสมานานอีกครั้ง

 

            “แด๊ดดี้ ~ คยอมอยากหม่ำหม่ำม้าดเมโล่ (มาชเมลโล่) แด๊ดดี้ให้คยอมหม่ำหม่ำได้ไหม ?เจ้าก้อนลูกหมีเป็นคนแรกที่เจอเป้าหมายของตัวเอง ดวงตากลมโตจ้องมองไปยังร้านขนมหวานร้านหนึ่งซึ่งมีจุดเด่นเป็นน้ำพุช็อกโกแลต (เครื่องทำช็อกโกแลตฟองดูว์) ที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าร้าน

            “ฮื่อ…” สาบานว่าเขาไม่ใช่คุณพ่อขี้สปอยล์ แต่เห็นแก่เจ้าตัวเล็กที่อุตส่าห์ทำงานอย่างหนักมาเกือบสองชั่วโมง แจบอมจึงตั้งใจว่าจะมอบรางวัลเล็กๆน้อยๆให้พวกเด็กๆก็เท่านั้น

 

            ด้วยเหตุนี้ เจ้าก้อนตัวจิ๋วจึงได้มายืนดูน้ำพุช็อกโกแลตอย่างตื่นเต้น เสียงเจื้อยแจ้วที่ทุกคนต่างให้ความสนใจกับสิ่งประดิษฐ์สุดล้ำตรงหน้าทำให้หญิงสาวเจ้าของร้านอมยิ้มอย่างเอ็นดู ก่อนที่แจบอมจะอุ้มยูคยอมขึ้นมาเลือกเมนูที่ตัวเองต้องการ

 

            มีอย่างอื่นนอกจากมาชเมลโล่ด้วย อยากกินอะไรก็เลือกเอาเลยร่างสูงกวาดสายตามองขนมหวานและผลไม้หลากหลายชนิด ในขณะที่เจ้าก้อนลูกหมีเมื่อได้เห็นขนมหวานเลิศรสก็เกิดอาการหูตาแพรวพราวไปหมด แต่ต้องกินให้หมดนะถึงกระนั้นแจบอมก็ไม่ลืมตั้งเงื่อนไขเพื่อให้ยูคยอมเลือกแต่พอกินด้วย

            แด๊ดดี้ แบมแบมอยากหม่ำหม่ำอมยิ้มอันนู้นอ่าเจ้าก้อนผมปอยชมพูกระตุกชายเสื้อของแจบอมเบาๆก่อนจะใช้นิ้วกลมอวบชี้ไปยังอมยิ้มโลลิป็อปสีสันสดใสในร้านเดียวกัน

            ข้างบนมันมีอีกเยอะเลย ลองมาเลือกดูก็แล้วกันแจบอมใช้แขนอีกข้างอุ้มแบมแบมขึ้นมาดูอมยิ้มหลากสี จึงกลายเป็นว่าตอนนี้แขนทั้งสองข้างของเขามีสองมนุษย์ก้อนน้องเล็กที่ช่วยกันเลือกขนมหวานในร้านอย่างอารมณ์ดี

            ยองแจนอยากลองหม่ำหม่ำน้ำพุช็อกโกแลตจังเลยน้าเจ้าก้อนแก้มอวบพูดขึ้นขณะยืนจ้องน้ำพุช็อกโกแลตอยู่

            นั่นซี่ ม้ากคึก็อยากหม่ำหม่ำเหมือนกันน้า ต้องอร่อยมากแน่ๆเลย เนอะแจ็คสัน

            “อื้อ ! แด๊ดดี้ แจ็คสันขอลองจิ้มช็อกโกแลตจิ๊ดนึงได้ไหม จิ๊ด ~ เดียว

            “ไม่ได้นะจ๊ะเด็กๆ เพราะช็อกโกแลตมันร้อนมากเลยผู้พูดประโยคนี้ไม่ใช่คุณพ่อที่กำลังยุ่งเหยิงกับการอุ้มเจ้าตัวเล็กทั้งสองคน หากแต่เป็นเจ้าของร้านที่เป็นห่วงความปลอดภัยของเด็กน้อยเป็นคนห้ามปรามแทนจนเด็กน้อยทั้งสามคนยืนหางคิ้วลู่หูตกไปตามๆกัน เดี๋ยวพี่ให้ลองหม่ำช็อกโก้บานาน่าแทนก็แล้วกันเนอะ

 

            พูดจบ เธอก็หยิบกล้วยหอมสองลูกมาหั่นแบ่งเป็นลูกละสามท่อนแล้วเสียบกับไม้ไอศกรีม ก่อนจะชุบช็อกโกแลตฟองดูว์ที่มีรสชาติหอมหวานแล้วส่งมันให้กับเด็กน้อยทั้งห้าคน อีกทั้งยังให้คุณพ่อร่างสูงด้วย

 

            อุหวา ~ พี่สาวใจดีที่สุดเลย ขอบคุณมากนะฮะมือกลมอวบยื่นไปรับขนมหวานจากแม่ค้าสาวก่อนจะเอ่ยปากขอบคุณอย่างน่ารักน่าชัง และเมื่อได้ลิ้มลองกล้วยหอมที่ผสานกับช็อกโกแลตอย่างลงตัว แก้มนุ่มนิ่มของเจ้าตัวเล็กก็กลมปริเพราะรอยยิ้มกันถ้วนหน้า

            “งื้ม ~ น้ำพุช็อกโกแลตอร่อยจริงๆด้วยล่ะ

            ขอโทษที่เด็กๆมารบกวนนะครับขณะที่แจบอมก็นึกเกรงใจแม่ค้าเจ้าของร้านอยู่ไม่น้อยที่ต้องมาทำขนมแจกพวกเขาโดยใช่เหตุ

            ไม่เป็นไรหรอกค่ะเธอส่ายหน้าเบาๆ ว่าแต่คุณแม่ของน้องไม่ได้มาด้วยเหรอคะ ? ตามมาด้วยคำถามของเจ้าหล่อนที่ทำให้แจบอมแทบจะปาขนมหวานคืนทันที แต่สุดท้ายก็ทำได้เพียงแอบส่งสายตามองแรงไปหาเธอเท่านั้น

 

            หยาบคายแบบนี้ เดี๋ยวปั๊ดพังร้านเสียเลยแน่ะ !?!

 

            “ยูคยอมกับแบมแบมเลือกขนมได้แล้ว งั้นฉันจะซื้อมาชเมลโล่ให้มาร์ค ยองแจ แล้วก็แจ็คสันอีกคนละไม้ก็แล้วกัน ตกลงตามนี้นะคุณพ่อหนุ่มโสดที่เพิ่งถูกจี้ใจดำมาหมาดๆจึงเปลี่ยนมาสนใจลูกชายตัวน้อยทั้งห้าแทน

 

            มาชเมลโล่ห้าไม้ ผลไม้รวมสองไม้ และอมยิ้มโลลิป็อปของแบมแบมถูกส่งให้แม่ค้าสาวเพื่อชุบช็อกโกแลตฟองดูว์แล้วคิดเงิน แต่ยังไม่ทันที่แจบอมจะส่งมันให้กับเธอ เขาก็ฉุกคิดอะไรขึ้นมาได้เสียก่อน

 

            อาขอโทษนะครับแจบอมปรามขึ้นขณะที่หญิงสาวกำลังจะเคลือบมาชเมลโล่ด้วยช็อกโกแลต รบกวนหักปลายไม้ส่วนที่แหลมๆออกให้ทีได้ไหมครับ พอดีผมจะพาเด็กๆเดินเล่นต่อ กลัวว่ามันจะเป็นอันตรายน่ะครับ

            “รอบคอบจังเลยนะคะเธอหัวเราะคิกคักอย่างเอ็นดูก่อนจะหักไม้ส่วนที่แหลมคมให้ตามคำขอของลูกค้า ขนาดคุณพ่อยังรอบคอบขนาดนี้ ท่าทางคุณแม่จะเข้มงวดน่าดูเลยนะคะ

 

            ยังยังไม่จบอีก ! --- แจบอมได้แต่ยืนตีหน้านิ่งเฉยทำเป็นไม่สนใจในสิ่งที่เจ้าหล่อนพูด แม้ว่าในใจของเขาจะสวนทางกับใบหน้าโดยสิ้นเชิง

 

            คำก็แม่ สองคำก็แม่ มันจะอะไรกันนักกันหนาวะ !?!

 

            หลังจากจ่ายเงินเสร็จ แจบอมก็รีบหิ้วเจ้าก้อนปุ๊กลุกทั้งห้าที่ถือมาชเมลโล่คนละไม้ไว้ในมือออกจากร้านโดยไม่เปิดช่องว่างให้เธอร่ำลาเจ้าตัวแสบทั้งหลายแม้แต่น้อย ทว่า เหตุผลที่ทำให้เขาลากเจ้าเปี๊ยกจอมยุ่งออกมาก็เป็นเพราะเจ้าพวกนี้เองต่างหาก

 

            ‘ แด๊ดดี้บอกว่าพวกเราจะไม่มีหม่าม้าล่ะพี่สาว

            ‘ นั่นซี่ แต่ว่าม้ากคึอยากมีหม่าม้าน้า

            ‘ ถ้าพวกเรามีหม่าม้า คยอมก็จะได้หม่ำหม่ำขนมเยอะๆใช่ไหมฮะ ?

 

            มันน่าจับมาตีให้ก้นลายเรียงตัวเหลือเกิน

 

            “ยองแจนดูซี่ ! ตรงนี้มีคุณหมาด้วยล่ะผู้ที่เจอเป้าหมายในการเถลไถลของตัวเองเป็นรายต่อไปก็คือเจ้าก้อนผมแดงพี่ใหญ่ที่หยุดเดินโดยไม่บอกไม่กล่าวเขาสักคำ

            มาร์ค ฉันบอกแล้วไงว่าอย่าเถลไถลแจบอมเอ็ดเจ้าตัวเล็กเบาๆ แต่ก็พาเด็กน้อยอีกสี่คนย้อนกลับมาหามาร์คซึ่งกำลังจ้องอะไรบางอย่างอยู่

            ย้า ~ น่ารักจังเลย สวัสดีคุณหมา ~

 

            กรงสุนัขประมาณห้าหกกรงที่มีลูกสุนัขตัวน้อยนอนหลับปุ๋ยอยู่กลายเป็นจุดสนใจของเจ้าตัวเล็กที่ยื่นหน้าเข้าไปมองสิ่งมีชีวิตไซส์มินิอย่างไร้เดียงสา

 

            ตรงนี้ก็มีคุณหนูแฮมเต้อ (แฮมสเตอร์) ด้วยล่ะ มาดูซี่แบมแบมจิ้มแขนพี่น้องของตัวเองให้หันไปสนใจหนูแฮมสเตอร์ตัวอวบอ้วนในกรงที่อยู่อีกฝั่งหนึ่งด้วยสวัสดีคุณแฮมเต้อ

            “จ๊ะเอ๋ ~ศีรษะกลมก้อนทั้งห้าเอียงคอไปมาเพื่อเล่นกับสิ่งมีชีวิตตัวน้อยในกรงอย่างสนุกสนาน ในขณะที่คุณพ่อลูกห้าที่พ่ายแพ้แม้แต่สัตว์โลกก็ได้แต่ยืนเป็นอากาศมองดูอยู่ห่างๆเท่านั้น

            ดูซี่ๆ คุณแฮมเต้อกินเมล็ดทานตะวันด้วย เหมือนแฮมทาโร่เลยน้า

            อย่าเข้าไปยืนใกล้ขนาดนั้น เดี๋ยวจะติดเชื้อโรคเอานะเจ้าก้อนลูกหมียื่นหน้าเข้าไปจนแทบแนบชิดกับกรงแฮมสเตอร์เสียจนแจบอมต้องดึงเจ้าตัวเล็กให้ห่างออกมาในระดับหนึ่งเพราะเป็นห่วงเรื่องสุขอนามัย

            “แต่สีไม่เห็นเหมือนแฮมทาโร่เลยอ่ะ แฮมทาโร่มันสีส้มๆนี่นาเจ้าก้อนวายร้ายยืนขมวดคิ้วพินิจสปีชีส์ก้อนกลมๆเช่นเดียวกับตัวเองอย่างนึกสงสัยจนแจบอมได้แต่หัวเราะหึหึกับท่าทีช่างสงสัยของแจ็คสัน ทำไมกันน้า…”

           

            หลังจากปล่อยให้ก้อนมนุษย์ได้พบปะกับก้อนแฮมสเตอร์และลูกหมาตัวเล็กอยู่พักใหญ่โดยที่แจบอมก็พอจะรู้ตัวว่าเจ้าของร้านกำลังแอบมองแรงใส่เขาอยู่เนืองๆเพราะไม่มีท่าทีว่าเขาจะซื้อพวกมันไปเลี้ยง และงานนี้ต่อให้เจ้าตัวแสบงัดลูกอ้อนระดับไหนมาก็ตาม เขาก็จะไม่ซื้อให้อย่างเด็ดขาดด้วย

 

            ลูกห้า ปลาอีกหนึ่ง แค่นี้ชีวิตเขาก็วุ่นวายจะแย่แล้ว !

 

            แด๊ดดี้ แจ็คสันอยากปากระป๋องตรงนู้น ~และสิ่งที่เบนความสนใจของเจ้าตัวเล็กออกจากสัตว์โลกตัวน้อยได้อีกครั้งก็คือซุ้มปากระป๋องชิงรางวัลที่อยู่ไม่ไกลกันนัก แด๊ดดี้ แจ็คสันอยากเล่นบ้าง แจ็คสันเล่นปากระป๋องได้ไหม ?

            “แค่ตาเดียวนะเขาไม่ได้คิดจะสบประมาทเจ้าเปี๊ยกตัวแสบแต่อย่างใด ทว่า การปาลูกบอลให้กระป๋องล้มทุกใบมันก็ดูจะยากเกินไปสำหรับเด็กสี่ขวบ แต่เห็นแก่ที่เป็นเด็กดีมาตลอดทั้งวัน เขาจะถือเสียว่าให้แจ็คสันได้อะไรแก้เบื่อสักหน่อยก็แล้วกัน

 

            ลูกเทนนิสสามลูกกับกระป๋อง 10 ใบที่วางซ้อนกันโดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องปากระป๋องทุกใบให้ล้มจึงจะมีสิทธิ์เลือกของรางวัล และด้วยไซส์กลมก้อนของเจ้าตัวเล็ก เจ้าของร้านซึ่งเป็นคุณลุงรุ่นราวคราวเดียวกับพ่อของเขาจึงยอมต่อให้แจ็คสันเข้าไปยืนด้านในเส้นกั้น ท่ามกลางเสียงเชียร์อย่างท่วมท้นของพี่น้องอีกสี่คนที่ส่งเสียงให้กำลังใจแจ็คสันกันอย่างสามัคคีท่ามกลางสายตาของผู้คนที่เดินผ่านไปมาจนแจบอมรู้สึกเขินอายอยู่พอสมควร

 

            จาจาสู้ๆน้า ~”                                         

            “แจ็คสันสู้ๆ !”

            “แจ็คสัน แจ็คสัน แจ็คสา ~!”

            “สู้ๆน้าแจ็คสัน

            อ๋า !” เด็กน้อยเบะปากอย่างขัดใจเมื่อลูกบอลลูกแรกลอยวื้ดออกห่างจากกระป๋องตามที่แจบอมคาดเดาเอาไว้ไม่มีผิดเพี้ยน งือแจ็คสันอยากได้เซนิกาเมะไปเล่นกับปิกาจูที่อาเจย์ซื้อให้จังเลยก่อนจะหันไปมองตุ๊กตาเต่าสีเขียวหน้าตาแป้นแล้นซึ่งเป็นหนึ่งในของรางวัลใหญ่ด้วยสายตาละห้อย

           

            และอีกสองลูกที่เหลือก็พลาดไปอย่างน่าเสียดาย แม้ว่าพวกเด็กๆจะอาลัยอาวรณ์ตุ๊กตาที่ช่วยกันเลือกเอาไว้ในตอนแรกด้วยความหวังอันเต็มเปี่ยม แต่คุณลุงเจ้าของร้านก็ไม่ได้ใจร้ายกับเจ้าตัวแสบจนเกินไป เพราะสุดท้ายแล้วทุกคนก็ได้ดินสอไม้เป็นรางวัลปลอบใจกันมาคนละหนึ่งแท่ง

 

            อุหวา ~ พี่สาวคนนั้นเสกนกกับดอกไม้ออกมาจากหมวกได้ด้วยล่ะ เจ๋งจังเลย ! ’

            ‘ มีเครื่องบินบังคับลอยอยู่ข้างบนด้วยล่ะ ดูซี่ ! ’

            ‘ ฟุดฟิดๆ งื้ม ~ ขนมหอมจังเลยน้า

 

            หลังจากนั้นก็ใช้เวลาเดินเที่ยวรอบถนนคนเดินอีกเกือบครึ่งชั่วโมง ไม่ว่าจะเป็นการแสดงมายากลเปิดหมวกบริเวณลานว่างหลังโซนร้านค้า เครื่องบินบังคับที่ลอยอยู่กลางอากาศของเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง รวมถึงกลิ่นขนมหวานที่แสนยั่วยวนใจเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกทำให้คุณพ่อร่างสูงที่ต้องคอยจับคนนั้นทีคนนี้ทีรู้สึกเหนื่อยล้าจนเกือบเป็นลมล้มพับกลางถนนคนเดินอยู่เนืองๆ ก่อนจะเดินกลับมาที่ร้านของเจฮยองซึ่งตอนนี้เพื่อนสนิททั้งสองคนกำลังขายของกันเป็นมือระวิงเพราะอยู่ในช่วงที่มีลูกค้าเข้ามาเดินเที่ยวกันมากขึ้น

            จากก้อนลูกเป็ดที่เพิ่งสนุกสนานกับการเที่ยวรอบถนนคนเดิน ในเวลานี้ได้แปลงร่างกลับเป็นก้อนลูกไก่ช่างอ้อนยืนเรียกลูกค้าให้คุณอาหนุ่มอย่างขยันขันแข็งกันอีกครั้ง

 

            “ตี๋ มึงตักไก่ขายแทนกูทีนะ ขอไปห้องน้ำสักสิบนาที อั้นมานานละ

            “เฮ้ย เดี๋ยวดิมึง !” เจฮยองที่ยืนอยู่ไม่สุขพูดขึ้นหลังจากที่เห็นว่าลูกค้าเริ่มซาลง ก่อนจะลากวอนพิลออกจากร้านไปโดยไม่ฟังคำทัดทานใดๆจากแจบอมสักนิด ภายในร้านที่มีแค่เขากับมนุษย์ก้อนกวักทั้งห้าจึงทำให้แจบอมได้แต่ยืนผงะไปเพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรทำอย่างไรต่อไป

 

            ไอ้ตักไก่ใส่ถ้วยให้ลูกค้าน่ะยังพอได้ แต่ปัญหาก็คือเขาทำน้ำปั่นไม่เป็นไงโว้ย !

 

            พี่ ไก่ทอดสองถ้วยเสียงสั่งอาหารแบบห้วนๆจากเด็กวัยรุ่นชายคนหนึ่งที่แต่งตัวเตะตาแจบอมอยู่ไม่น้อยดังขึ้น แจบอมจึงเผลอตวัดตาขึ้นมามองหน้าลูกค้าหนุ่มด้วยความเคยชินเวลาที่มีคนเรียกตัวเองโดยที่เขาไม่ได้ใส่ใจสักนิดว่าเด็กคนนี้มีท่าทีห่ามๆตามประสาวัยรุ่น เอ่อไก่ทอดสองถ้วยครับพี่หากแต่เด็กคนดังกล่าวคงเข้าใจผิดไปไกลแล้วกระมังว่าเขากำลังไม่พอใจ

 

            ขอโทษก็แล้วกันที่ดันเกิดมาหน้าดุ

 

            ขอน้ำปั่นแก้วนึงได้ไหมครับ ?ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเอ่ยปากสั่งอาหารเพิ่มเติมด้วยท่าทีเลิ่กลั่ก

            “’โทษที ไม่ขาย ทำไม่เป็นอาเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้คนอื่นกลัวเขาเสียหน่อย แต่ปากมันไปเองต่างหาก

            “ครับๆ ไม่เป็นไรครับไก่ราคาเท่าไหร่ครับ ?

            “สามพัน…” ใครก็ได้ช่วยด้วย เขาไม่ได้ตั้งใจพูดจาห้วนๆใส่เด็กคนนี้จริงๆนะ

            “พี่ครับ…” ทว่า ใบหน้าของเด็กหนุ่มกลับซีดเผือดจนแจบอมได้แต่เวทนาอยู่ในใจ แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่ชอบยิ้มหวานแจกจ่ายให้คนรอบข้างหรือหน้าตาเป็นมิตรกับมนุษย์ทุกคนบนโลกใบนี้ พ่อค้าจำเป็นจึงได้แต่ยืนมองเด็กตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิดในใจลึกๆ ผมมีแค่สองพันแปดอ่ะครับ

            “มีเท่าไหร่ก็เอามาเท่านั้นแหละไม่จริงๆเขาอยากจะบอกว่า ถ้าเงินไม่พอจริงๆเขาก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่ปากเจ้ากรรมมันก็ดันไวกว่าความคิดไงล่ะโว้ย !

            ขอโทษนะครับ !” เงินทั้งหมดสองพันแปดร้อยวอนถูกยัดใส่มือของสถาปนิกหนุ่มก่อนที่ลูกค้าหนุ่มคนดังกล่าวจะรีบวิ่งแจ้นหน้าตั้งออกจากร้านไปทันที ทิ้งไว้เพียงชายหนุ่มผู้ไม่ได้ตั้งใจเกิดมาหน้าดุให้ยืนเสียความมั่นใจอยู่หน้าร้านเพียงลำพัง

 

            เอาวะ อย่างน้อยก็รู้ตัวแล้วว่าถ้าวันใดวันหนึ่งวางมือจากการเป็นสถาปนิกเมื่อไหร่ เขาไม่ควรผันตัวมาเป็นพ่อค้าอย่างแน่นอน

 

            ‘ ไก่ทอดอร่อยน้าพี่สาว เชื่อพวกเราซี่ ~

            ‘ โทษที ยังไม่ขาย ผมทำไม่เป็น

            ‘ คุณยายสนใจหม่ำหม่ำไก่ทอดกับน้ำปั่นไหมฮะ อร่อยน้า ~

            ‘ ก็เหลือเท่าที่พวกคุณเห็นนั่นแหละ

            ‘ อาเจย์บอกว่าถ้าซื้อไก่ทอดเยอะๆอาเจย์จะแถมให้อีกน้า

            ‘ จะให้แถมอะไรล่ะ หมดแล้ว ไม่เหลือแล้ว ทอดไม่เป็นด้วย ไว้ค่อยเดินวนกลับมาอีกรอบก็แล้วกัน

 

            แม้ว่าจะมีฝ่ายการตลาดตัวน้อยที่ทำงานกันอย่างเต็มที่ก็จริง แต่หลังจากเดินเข้ามาในอาณาเขตร้านที่มีพ่อค้าผู้ปราศจากทักษะการบริการลูกค้าแล้ว ก็ทำเอาลูกค้าที่มาอุดหนุนแต่ละรายยืนหน้าซีดหน้าสั่นไปตามๆกัน โดยที่แจบอมเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ครั้นจะให้เขาฉีกยิ้มหรือชวนลูกค้าคุยเหมือนเจฮยองกับวอนพิล มันก็ไม่ใช่ตัวตนของเขาสักนิด

 

            มึงรีบๆกลับมาสักทีเถอะไอ้แว่น ก่อนที่ร้านมึงจะเจ๊งเพราะกูเนี่ย !

 

            ถาดที่ว่างเปล่าในเวลานี้ทำให้พ่อค้าไก่ทอดผู้ไร้ทักษะการทำอาหารได้แต่นั่งตบยุงรอเจ้าของกิจการทั้งสองคนกลับมาบริหารงานต่อ ถ้าจะให้เขาเป็นคนทอดไก่ เขาค่อนข้างมั่นใจว่าตัวเองไม่มีทางทำได้ แจบอมจึงนั่งป้อนน้ำป้อนขนมและซับเหงื่อเหล่านายท่านตัวน้อยผู้มีอุปการะคุณอันยิ่งใหญ่กับเจ้าทาสหน้าดุในวันนี้ระหว่างรอเจฮยองกับวอนพิล

 

            แย่จัง ท่าทางผมจะมาช้าไปใช่ไหมครับ ?

 

            น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความผิดหวังจากลูกค้ารายใหม่ที่กำลังยืนกอดอกมองถาดเปล่าบนโต๊ะทำให้เจ้าก้อนลูกไก่ทั้งห้ากระโดดลงจากที่นั่งแล้ววิ่งฉิวเข้าไปยืนเกาะโต๊ะเพื่อทักทายลูกค้าคนใหม่ทันที

 

            พี่จีนยองนี่นา สวัสดีฮะ !” แน่นอนว่าแจบอมยังคงเป็นอากาศเสมอเมื่อมีปาร์คจินยองปรากฏตัวต่อหน้าเจ้าตัวแสบทั้งหลายที่กำลังไล่จับมือกับพี่ชายเพื่อนบ้านทีละคนราวกับบอยแบนด์พบปะแฟนคลับ

            สวัสดีเด็กๆ ใส่ที่คาดผมกันน่ารักเชียวนักศึกษาหนุ่มซึ่งปราศจากกรอบแว่นเป็นวันที่สามเปลี่ยนจากจับมือเป็นหยิกแก้มเจ้าตัวเล็กอย่างมันเขี้ยวแทน สวัสดีครับคุณแจบอมแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมาทักทายชายหนุ่มที่นั่งดื่มน้ำเปล่าอยู่หลังร้านในสภาพเหงื่อไหลท่วมใบหน้า

            ฮื่อ…” แจบอมพยักหน้ารับเหมือนกับทุกครั้ง ถ้าจะซื้อก็ต้องรอหน่อยนะคุณ ผมทำไม่เป็นหรอก ต้องรอไอ้แว่นกับวอนพิลกลับมาทำ

            “ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมรอได้อีกฝ่ายยิ้มบางๆ ก็ผมสัญญาไว้แล้วว่าจะพาเพื่อนๆมาช่วยอุดหนุน แต่ตอนนี้ทุกคนไปเดินดูของในตลาดกันหมด กว่าจะเสร็จก็คงพอดีกับที่คุณเจฮยองและคุณวอนพิลมานั่นล่ะครับ

            “ระหว่างนี้คุณไปเดินเล่นก่อนก็ได้นะเขาไม่ได้คิดจะไล่เพื่อนบ้านแต่อย่างใด แต่จะให้อีกฝ่ายมายืนรออยู่แบบนี้เขาก็เกรงใจเหมือนกัน

            “ปกติผมไม่ค่อยได้มาที่แบบนี้หรอกครับ ส่วนใหญ่ก็แค่มาดูหนังสือมือสองเท่านั้นเองจินยองตอบกลับอย่างสบายๆ วันนี้เหนื่อยกันหน่อยนะเด็กๆ เป็นยังไงบ้าง สนุกไหม ?ก่อนจะหันมาชวนเจ้าตัวเล็กที่เดินออกจากหลังร้านไปยืนป้วนเปี้ยนรอบตัวของพี่ชายเพื่อนบ้านอย่างเอ็นดู

            สนุกสุดๆเลยน้าพี่จีนยอง !” เจ้าก้อนแก้มอวบตอบอย่างร่าเริง

            วันนี้พวกเราได้หม่ำหม่ำขนมเยอะแยะเลยล่ะฮะเจ้าก้อนลูกหมีกุมแก้มขณะพูดอย่างชอบอกชอบใจ

            แล้วแจ็คสันก็ได้เล่นปากระป๋องด้วยล่ะ ตแต่แจ็คสันปาไม่โดนอ่ะ

            “ม้ากคึก็เห็นคุณหมาตัวเล็กๆกับคุณแฮมเต้อด้วยน้าพี่จีนยอง

            “แล้วก็มีพี่สาวคนนึงมาเสกดอกไม้กับนกจากหมวกด้วยน้า แบมแบมจำได้ พี่สาวคนนั้นต้องมีเวทมนตร์แน่ๆเลย

 

            สารพัดคำบอกเล่าจากเด็กน้อยที่เพิ่งได้ไปเปิดโลกกว้างในถนนคนเดินทำให้ผู้ฟังได้แต่อมยิ้มกับท่าทีช่างพูดของพวกเด็กๆ พอดีกับที่เจฮยองและวอนพิลเดินผิวปากกลับมาจากห้องน้ำ ทำให้แจบอมถอนหายใจอย่างโล่งอกที่ในที่สุดเขาก็รอดพ้นจากตำแหน่งพ่อค้าเสียที

 

            สวัสดีคุณเพื่อนบ้าน มาตามสัญญาจริงๆด้วยเจฮยองทักทายเพื่อนบ้านของเพื่อนอย่างเป็นกันเอง ทำได้ดีนี่หว่าไอ้ตี๋ กูทอดไปตั้งสามถุง ขายหมดเกลี้ยงเลย ใช้ได้ๆแล้วจึงเอ่ยปากชมพลางตบบ่าเพื่อนสนิทที่เพิ่งมีประสบการณ์อันโหดร้ายจากการเป็นพ่อค้ามาหมาดๆ

            ระหว่างรอไก่ทอดเดี๋ยวจะปั่นสมูทตี้ให้กินก่อนก็แล้วกันนะคุณจินยองส่วนวอนพิลก็ยิ้มให้กับผู้มาใหม่ก่อนจะลงมือทำเครื่องดื่มมาบริการ ลองชิมแล้วติชมทีนะ ใช้เวลาหัดทำแค่ชั่วโมงเดียวตอนที่เริ่มตั้งร้าน ไม่รู้ว่ารสชาติจะเป็นยังไงบ้าง

            “แก้วละเท่าไหร่เหรอครับ ?จินยองหยิบกระเป๋าสตางค์ขึ้นมาเตรียมชำระเงิน หากแต่สถาปนิกหนุ่มทั้งสองคนยกมือปรามไว้เสียก่อน

            ไม่ต้องจ่ายหรอกคุณเพื่อนบ้าน

            “ไม่ได้หรอกครับ ของซื้อของขายนะ ให้ฟรีแบบนี้ผมก็เกรงใจเหมือนกัน

            “เอาน่า ตอนนี้เป็นนาทีโปรโมชั่นวอนพิลว่า

            โปรโมชั่น ?

            “ใช่แล้วล่ะเจฮยองพยักหน้าก่อนจะหันไปสบตากับวอนพิลแล้วเปลี่ยนมามองแจบอมที่กำลังหิ้วเจ้าก้อนปุ๊กลุกเข้ามาหลังร้านเพื่อไม่ให้ขวางทางเดิน แต่ไม่ใช่โปรโมชั่นสำหรับคุณจินยองหรอกนะ

            “ครับ ?

            “เป็นโปรโมชั่นให้เด็กๆน่ะ วันนี้ได้พวกเด็กๆมาช่วยงานก็เลยขายดีอย่างที่เห็น…” สถาปนิกหนุ่มทั้งสองคนพูดในสิ่งที่แจบอมเองก็ไม่เข้าใจ หากแต่สายตามีเลศนัยและรอยยิ้มที่อัดแน่นไปด้วยความชั่วร้ายของทั้งคู่ทำให้แจบอมแอบหยิบขวดพลาสติกเปล่าหลังร้านติดมือไว้เพื่อใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวเอง

 

            จริงๆแล้วเป็นโปรโมชั่นหาแม่ให้หลานน่ะ นอกจากจะได้กินฟรีแล้วยังแถมเด็กให้เลี้ยงตั้งห้าคนเลยนะ สนใจไหมคุณเพื่อนบ้าน ?

 

            “สั_ !” และขวดน้ำที่แจบอมหยิบมาก็ไม่ได้เสียเปล่าแต่อย่างใด มวลสารพลาสติกถูกชายหนุ่มเขวี้ยงใส่เพื่อนสนิทนิสัยเสียทั้งสองคนที่ยิ้มแป้นแล้นบ่งบอกให้รู้ว่าพวกมันไม่ได้สำนึกกันสักนิด

 

            ชั่วช้าแบบนี้น่าจับโยนลงกระทะเหลือเกิน

 

            จินยองงี่ ~ ร้านนี้เหรอที่บอกว่าจะให้พวกเรามาช่วยอุดหนุนน่ะ

 

            ท่ามกลางความวุ่นวายของสถาปนิกหนุ่มทั้งสามคนที่กำลังยืนทะเลาะกันเหมือนเด็กอนุบาล เสียงหวานใสของผู้หญิงคนหนึ่งก็ดังขึ้น ตามมาด้วยบุคคลกลุ่มหนึ่งที่มายืนอยู่เต็มหน้าร้านของพวกเขา

 

            โอ้โห อย่าบอกนะว่าทุกคนเป็นเพื่อนของคุณจินยองหมดเลยน่ะ ?เจ้าของกิจการอย่างเจฮยองดูจะตกใจอยู่ไม่น้อยเมื่อพบว่ามีลูกค้าเกือบสิบคนทั้งชายและหญิงยืนรายล้อมปาร์คจินยอง บ่งบอกให้รู้ว่าอีกฝ่ายพาเพื่อนๆมาช่วยอุดหนุนตามที่บอกไว้จริงๆ

            พี่แจบอม สวัสดีค่ะ !” และสองในสิบก็เป็นบุคคลที่แจบอมเคยเจอมาแล้วเมื่อไม่นานมานี้ แถมหนึ่งในนั้นก็ยังเป็นคนที่สร้างวีรกรรมอันไม่น่าจดจำไว้กับเขาอีกด้วย

            อาครับ

            “เฮ้ย รู้จักคนสวยๆแบบนี้ทำไมไม่เห็นเคยบอกพวกกูบ้าง !?!” เจฮยองหันไปจิกตาใส่แจบอมเมื่อเพื่อนของปาร์คจินยองที่ชื่อเวนดี้กับเซจองทักทายเขา

            หูย ! พ่อค้าแซ่บของจริงส่วนอันนี้เป็นคำพูดของผู้หญิงคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มเดียวกับปาร์คจินยอง แต่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ความจริงแล้วนอกจากคนที่ชื่อเวนดี้กับเซจอง คนอื่นๆทั้งชายและหญิงที่ยืนกันอยู่เต็มหน้าร้านนั้นไม่มีใครที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาสักคนเดียว มีเพื่อนงานดีแบบนี้ทำไมไม่แนะนำบ้างยะคุณชาย !?!”

            “ไก่ทอดกับน้ำปั่นเหรอ เข้าท่าดีนี่ผู้ชายร่างสูงโปร่งคนหนึ่งซึ่งอยู่ในกลุ่มเดียวกันกวาดสายตามองภายในร้านอย่างสนใจ ขณะที่ใช้แขนของตัวเองโอบตลอดช่วงไหล่ของปาร์คจินยองอย่างสนิทสนม รออีกนานไหมอ่ะยาหยี ฉันหิวจะแย่แล้วนา

 

            เดี๋ยวนะยาหยี ?

 

         นี่เขาไม่ได้ฟังอะไรผิดไปใช่ไหม !?!

 

            ฉันบอกกี่ทีแล้วว่าอย่าเรียกแบบนั้นแม้ว่าปากจะพูดแบบนั้น แต่คนที่ถูกเรียกด้วยสรรพนามดังกล่าวก็หันไปเอ็ดผู้ชายร่างสูงที่กอดคอของตัวเองอยู่อย่างไม่จริงจังนัก

            อู้วยาหยีเลยว่ะเจฮยองละสายตาจากกระทะทอดไก่มากระซิบกับแจบอมพอให้ได้ยินกันสองคน ไม่ธรรมดาเลยเนอะไอ้แจบอม

            “มั้ง…” แจบอมทำทีเป็นไม่สนใจเพื่อนสนิทของตัวเอง ซ้ำยังแอบเหลือบมองสถานการณ์ด้านหน้าร้านด้วยความอยากรู้อยากเห็นต่ออีกด้วย

            “เขินอะไรล่ะยาหยี ก็เรียกมาตั้งนานแล้วป่ะ ?คราวนี้นอกจากจะเรียกด้วยสรรพนามแบบเดิมแล้ว มือของผู้ชายคนดังกล่าวก็ยังหยิกเข้าที่แก้มทั้งสองข้างของปาร์คจินยองด้วยท่าทีสนิทสนมอีกด้วย

 

            ทำไมรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเฉยเลยวะ

 

            “มันเจ็บนะ !” คนที่ถูกดึงแก้มบ่นอุบด้วยใบหน้างอง้ำราวกับเด็กๆ

            อู้วคราวนี้หยิกแก้มด้วยว่ะเป็นอีกครั้งที่เจฮยองยื่นหน้ามากระซิบกับแจบอม ไม่ธรรมดาเลยเนอะไอ้แจบอม

            ก็เรื่องของเขาไหมล่ะ ขี้เสือ_เหลือเกินนะมึง มีหน้าที่ทอดไก่ก็ทอดไปสิวะบางทีเขาคงจะหงุดหงิดไอ้เพื่อนแว่นนิสัยเสียนี่แหละ อะไรของมันนักหนาก็ไม่รู้

           

            อ้าวเฮ้ย หลบไปเลยมึง ตัวจริงของจินยองอยู่นี่โว้ย ! ’

 

            หากแต่ขณะที่กำลังยืนฟาดฟันกับเจฮยองผ่านสายตาอยู่ดีๆ เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายอีกคนที่เพิ่งแทรกเข้ามาอยู่ในกลุ่มเพื่อนของปาร์คจินยองก็ทำให้ความสนใจของทุกคนไม่ว่าจะเป็นลูกค้าทุกคน หรือแม้แต่พวกเขาทั้งสามคนไปตกอยู่กับผู้ชายที่เพิ่งมาถึงหน้าร้านทันที ชายหนุ่มที่แจบอมคาดว่าน่าจะอายุมากกว่าพวกเขาเล็กน้อย อีกทั้งรูปร่างสูงใหญ่กับใบหน้าคมเข้ม ถ้าให้พูดกันตามตรง ก็ถือว่าเป็นคนที่บุคลิกดีอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

 

            สวัสดีครับพี่แทคยอนและเขาก็ได้ยินชื่อของผู้ชายคนดังกล่าวเข้าโดยบังเอิญขณะช่วยเจฮยองถือตะแกรงกรองน้ำมัน

            ไงทุกคน จินยองชวนมาซื้อร้านนี้เหมือนกันล่ะสิผู้ชายที่ถูกเรียกว่าแทคยอนทักทายกับกลุ่มเพื่อนของปาร์คจินยองอย่างคุ้นเคยกัน กลายเป็นว่าร้านของเขาในตอนนี้เป็นจุดนัดพบของเพื่อนปาร์คจินยองไปเสียแล้ว อะไรว้าจินยอง พี่นึกว่าเราจะชวนพี่มาเที่ยวถนนคนเดินกันแค่สองคนเสียอีก

            หูย ออกตัวแรงมาก !” เสียงประสานนับสิบของทุกคนดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ก่อนจะพากันหัวเราะออกมาขณะที่พวกเขาทั้งสามคนกำลังทอดไก่และทำน้ำปั่นบริการลูกค้ากลุ่มใหญ่จนหัวหมุน

            เช็ดหน้าหน่อยไหมครับ เหงื่อท่วมเชียวแต่สิ่งที่ทำให้แจบอมสนใจเป็นพิเศษก็คงไม่พ้นภาพที่ปาร์คจินยองกำลังยื่นกระดาษทิชชู่ให้กับลูกค้าที่เพิ่งมาถึงร้านด้วยท่าทีที่ดูสนิทสนมมากกว่าเพื่อนคนก่อนหน้านี้เสียอีก

            อู้วนอกจากจะเนื้อหอมแล้ว ยังเทคแคร์กันดีด้วยว่ะใบหน้าของมนุษย์ช่างเสี้ยมโผล่เข้ามาใกล้ๆแจบอมอีกครั้ง ไม่ธรรมดาเลยเนอะไอ้แจบอม

         ถ้ายังไม่หยุดกวนตี_ กูจะถีบมึงลงกระทะจริงๆด้วยแจบอมตวัดสายตามองเพื่อนสนิทที่ยังคงยิ้มทะลึ่งทะเล้นราวกับว่าคำขู่ของเขาไม่มีความน่ากลัวสักนิด

 

            ทำไมรู้สึกหงุดหงิดชิบหา_เลยวะ !

 

            หงุดหงิดอะไรเหรอจ๊ะที่รัก ?เสียงสองของเจฮยองพร้อมด้วยท่าทางจีบปากจีบคอชวนให้แจบอมรู้สึกมือเท้ากระตุกด้วยความโมโหที่เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว หน้าตึงประหนึ่งแด_คอลลาเจนเชียวนะ

            “หงุดหงิดมึงไงไอ้ห่_ !” แจบอมสบถใส่เพื่อนสนิทอย่างหมดความอดทน มันจะแหย่อะไรเขานักหนาวะ !

            “หงุดหงิดกู…” เจฮยองเบนสายตาไปยังหน้าร้าน หรือหงุดหงิดอะไรกันแน่ ? พอดีกับแจบอมเห็นว่าผู้ชายที่ชื่อแทคยอนกำลังจับศีรษะของปาร์คจินยองโยกไปโยกมาราวกับหยอกล้อคนตัวเล็กกว่าด้วยสายตาที่แจบอมรู้สึกว่ามันไม่ธรรมดาสักนิด

 

            เขาไม่ได้อยากยุ่งเรื่องชาวบ้านนะ แต่ประเจิดประเจ้อกันขนาดนี้คนคงเห็นทั้งตลาดเลยเถอะ !

 

            อุ๊ย มีความมองแรง…” แจบอมส่งสายตามองเจฮยองที่ยังคงหยอกเย้าเขาไม่หยุด กูเปล่าพูดนะ เมื่อกี๊ลมพัดเย็นดี๊ !” ตามมาด้วยเสียงสูงปรี๊ดแบบยียวนของไอ้เพื่อนสนิทนิสัยเสียที่สนุกกับการทอดไก่ชวนให้แจบอมเส้นสายกระตุกมากขึ้นเรื่อยๆ

            “ขอโทษที่ให้รอนะครับวอนพิลเริ่มแจกจ่ายน้ำปั่นให้ลูกค้าทีละคน โดยมีเจ้าตัวแสบที่ไปยืนอ้อร้อกับกลุ่มเพื่อนของปาร์คจินยองตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ยืนเขย่งเท้าคอยส่งแก้วน้ำปั่นให้ทุกคนอีกแรง

            เด็กๆพวกนี้เป็นใครเหรอคะ น่ารักจังเลยผู้หญิงคนหนึ่งที่แจบอมไม่รู้จักถามถึงเจ้าตัวเล็กที่ช่วยงานวอนพิลอยู่ด้านหน้า

            หลานครับวอนพิลตอบสั้นๆ ก่อนที่เธอจะหันมาสนใจพวกเด็กๆต่อ

            มาช่วยงานคุณอาเหรอจ๊ะเด็กๆ

            “ใช่ฮะพี่สาว วันนี้พวกเรามาช่วยอาเจย์ล่ะยองแจตอบเสียงใสแล้วชี้มายังเจฮยองที่กำลังตักไก่ใส่ตะแกรงอยู่หลังร้านโดยที่ไม่ได้พูดถึงเขาแต่อย่างใด

            ไก่ทอดหอมจังเลยน้า ยูคยอมวิ่งเข้าไปหลังร้านตามกลิ่นของไก่ทอดล็อตใหม่ที่เจฮยองเตรียมจะยกไปวางขายหน้าร้าน แด๊ดดี้ อาเจย์ ~ ให้คยอมช่วยถือน้า

            “เดี๋ยวฉันยกไปเองดีกว่า ถาดมันร้อนแจบอมปฏิเสธความช่วยเหลือจากเจ้าก้อนลูกหมีที่ยืนมองตามด้วยความเสียดายเพราะเป็นห่วงว่าเจ้าตัวเล็กจะยกไม่ไหว

            ตี๋ มึงมาคิดเงินที ลูกค้ารอจ่ายเงินแล้ววอนพิลตะโกนเรียกให้เขาออกไปทำงานในส่วนของตัวเอง ก่อนที่แจบอมจะพบว่าเพื่อนของเพื่อนบ้านตัวเองกำลังยืนรอชำระเงินกันอยู่แล้ว

            พี่คนนี้ก็งานดีอ่ะแก…” นั่นคือเสียงพูดคุยของหญิงสาวประมาณสองสามคนที่แจบอมได้ยินเข้าโดยไม่ได้ตั้งใจ พอจะเข้าใจแล้วว่าทำไมร้านนี้ขายดี๊ดี

            นี่ ให้มันน้อยๆหน่อย…” ทว่า คนที่พูดประโยคนี้กับพวกเธอกลับไม่ใช่พวกเขาทั้งสามคน แต่เป็นเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดของแจบอมที่ยืนกอดอกมองอยู่ห่างๆ ขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยนะครับคุณแจบอมก่อนที่อีกฝ่ายจะหันมาขอโทษเขาด้วยสีหน้านิ่งเฉยจนแจบอมนึกสงสัยอยู่ไม่น้อย

 

            เขาว่าเขาก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลยนะ แล้วทำไมปาร์คจินยองต้องมองหน้าเหมือนอยากจะต่อยเขาด้วยเล่า !?!

 

            “ผมก็ยังไม่ได้ว่าอะไรเสียหน่อยแจบอมพูดขณะมองหาเครื่องคิดเลข ก่อนที่เจ้าก้อนผมปอยชมพูจะส่งมันให้กับเขา ขอบใจมากแบมแบม

            “ยองแจนดูซี่ ที่กระเป๋าของคุณลุงคนนั้นมีตุ๊กตาแมวเหมียวสีเขียวห้อยอยู่ด้วยล่ะ จ๊าบจังเลยน้าเจ้าก้อนผมแดงที่ยืนเขย่งเท้าจนศีรษะโผล่มาครึ่งโต๊ะมองไปยังพวงกุญแจแมวสีเขียวหน้าตาแปลกประหลาดซึ่งห้อยอยู่บนกระเป๋าของผู้ชายที่ชื่อแทคยอนอะไรสักอย่างด้วยความสนใจ

            จริงด้วยน้า คุณแมวเหมียวจ๊าบจังเลย

            ยองแจกับมาร์คชอบตุ๊กตาแมวของคุณลุงคนนี้เหรอ ?ปาร์คจินยองก้มลงมาคุยกับสองพี่น้องที่กำลังสนใจตุ๊กตาบนกระเป๋าของคนรู้จักตัวเองซึ่งยืนคุยกับคนอื่นๆอยู่

            ใช่แล้วล่ะพี่จีนยอง คุณแมวเหมียวน่ารักสุดๆเลยน้าพี่ใหญ่แก๊งก้อนยิ้มร่าขณะมองตุ๊กตาอย่างชอบใจ ผิดกับแจบอมที่ไม่ว่าเขาจะมองมุมไหน ไอ้ตุ๊กตาแมวหน้าตาประหลาดมันก็ไม่ได้มีความน่ารักน่าพิศวาสสักนิดเดียว

            “พี่แทคยอน…” แล้วเขาก็เหลือบไปเห็นปาร์คจินยองสะกิดผู้ชายที่สะพายกระเป๋าเป้ใบดังกล่าวให้หันมาสนใจตัวเอง มีคนอยากทำความรู้จักกับลูกชายของพี่ด้วยล่ะครับ

            “หืม ?ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดที่ค่อนข้างเป็นทางการคล้ายๆกับปาร์คจินยองหันกลับมามองสองมนุษย์ก้อนพี่น้องที่ปาร์คจินยองกำลังจะแนะนำให้ตัวเองรู้จัก โดยมีคุณพ่อของเจ้าตัวเล็กมองสถานการณ์อยู่ห่างๆ

 

         หน้าตาไม่น่าไว้ใจแบบนี้ไม่อยากให้เจ้าเปี๊ยกเข้าไปทำความรู้จักด้วยเล้ย !

 

            “สวัสดีฮะคุณลุงแมวเหมียวคราวนี้ไม่ใช่แค่มาร์คกับยองแจ แต่เด็กน้อยอีกสามคนที่ยืนกระจัดกระจายกันรอบร้านในตอนแรกก็มายืนรวมตัวกันแล้วทักทายคุณลุงแปลกหน้าที่มากับพี่ชายเพื่อนบ้านอย่างสดใส

            คุณลุงแมวเหมียว ?ชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตสีดำทำหน้าสงสัยอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยิ้มออกมาจนแจบอมแอบเห็นว่ามีริ้วรอยจำนวนมากประดับอยู่รอบหางตาของชายคนดังกล่าวอ๋อ ที่จินยองบอกว่ามีคนอยากทำความรู้จักกับลูกชายของพี่คือเด็กๆพวกนี้เองเหรอ ?

 

         อายุก็น่าจะยังไม่ถึงสามสิบห้า แต่ทำไมใบหน้าล้ำไปไกลเหลือเกิน

 

         อะไร เขาไม่ได้แซะตาลุงนั่นนะ แค่พูดความจริงในสิ่งที่เห็นต่างหาก ไม่ได้โกรธอะไรสักนิด !

 

            “ครับ เด็กๆชอบตุ๊กตาแมวเขียวที่พี่ห้อยอยู่น่ะ ปกติไม่ค่อยเห็นเด็กคนไหนชอบแมวหน้าตาแปลกๆแบบนี้ ก็เลยอยากให้พี่ได้รู้จักน่ะ

            “อะไรกันจินยอง ออกจะน่ารักนะ เด็กๆพวกนี้ตาแหลมใช้ได้เลยเสียงหัวเราะร่วนของผู้ใหญ่สองคนที่กำลังยืนคุยกับเด็กน้อยทำให้แจบอมอดเบะปากด้วยความหมั่นไส้ไม่ได้ อย่าถามเขาเลยว่าหมั่นไส้ด้วยเรื่องอะไร รู้แค่ว่าเห็นหน้าตาลุงแมวเขียวนั่นเขาก็หมั่นไส้แล้ว

 

            หมั่นไส้ก็คือหมั่นไส้ ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผล โอเค้ !?!

 

            “คุณแมวเขียวนิ่มจังเลยน้า

            “แบมแบมอยากจับบ้างอ่ะจาจา

            “แจ็คสัน แบมแบม อย่าไปจับของของคุณลุงเขาแบบนั้นสิเมื่อเห็นว่าเจ้าก้อนวายร้ายกับเจ้าก้อนผมปอยชมพูกำลังแอบจิ้มตุ๊กตาแมวเขียวของผู้ชายคนดังกล่าว แจบอมจึงรีบเข้าไปหิ้วเจ้าตัวแสบออกมาทันทีขอโทษนะครับก่อนจะพูดกับผู้ใหญ่ทั้งสองคนที่ยืนหยอกล้อกันอยู่เพียงแค่นั้น

            ไม่เป็นไรหรอกครับคุณแจบอม พี่แทคยอนเขาไม่ว่าอะไรหรอก ออกจะชอบด้วยซ้ำที่มีคนสนใจลูกรักของตัวเองเพื่อนบ้านของเขาว่าก่อนจะหัวเราะออกมาเบาๆ น่าแปลกที่การหัวเราะครั้งนี้ของปาร์คจินยองยิ่งทำให้เขารู้สึกหมั่นไส้สองคนนั้นมากขึ้นไปอีก

 

            ไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากหมั่นไส้ หมั่นไส้ และหมั่นไส้โว้ย !

 

            “นั่นสิคุณพ่อ ผมไม่ว่าอะไรหรอก เด็กๆน่ารักแถมคุยเก่งกันแบบนี้น่าเอ็นดูจะตายไปผู้ชายตัวสูงที่ยืนอยู่ข้างๆปาร์คจินยองเริ่มพูดคุยประโยคแรกกับเขา ซึ่งมันก็ฟังดูปกติดี ถ้าผู้พูดไม่ได้เน้นสถานะของเขาพร้อมกับส่งสายตาอย่างมีลับลมคมในมาให้แจบอมอยู่เนืองๆ

 

            รู้สึกเหมือนโดนหาเรื่องอยู่เลยว่ะเฮ้ย !

 

            มองกันไม่วางตาเชียว ท่าทางจะชอบน่าดูเลยนะส่วนคนกลางของวันนี้กลับไม่ได้สนใจชายหนุ่มทั้งสองคนที่กำลังยืนส่งสายตาใส่กันสักนิด แต่ก้มลงมาคุยกับเจ้าตัวเล็กที่ยืนมองพวงกุญแจตุ๊กตากันตาแป๋วแทน

            ถ้าชอบจริงๆลุงยกอ๊คแคทให้ก็ได้นะเจ้าของพวงกุญแจยิ้มออกมา ก่อนจะแกะตุ๊กตาแมวสีเขียวบนกระเป๋าของตัวเองแล้วส่งให้กับเด็กน้อยด้วยความยินดี แต่ต้องดูแลลูกชายของลุงให้ดีนะ ตกลงไหม ?

            “คุณลุงแมวเหมียวให้พวกเราจริงๆหรอ !?!” เด็กน้อยทั้งห้าถามขึ้นด้วยแววตาเป็นประกาย เย้ ! คุณลุงแมวเหมียวใจดีที่สุดเลย ขอบคุณมากเลยนะฮะ

 

            หลังเสร็จสิ้นพิธีส่งมอบตุ๊กตาแมว(ที่หน้าตาดูประหลาดในสายตาของแจบอม)แล้ว เจ้าก้อนปุ๊กลุกที่เพิ่งได้รับของเล่นชิ้นใหม่ก็พากันเข้าไปรุมล้อมคุณลุงหน้าแปลก(ในสายตาของเขาอีกนั่นแหละ)เพื่อทำความรู้จักและสร้างสัมพันธ์ต่อกันโดยที่คุณพ่อร่างสูงได้แต่ยืนกลอกตามองบนด้วยความหมั่นไส้ในทุกสิ่งอย่างจนเขาไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

 

            เขาจะเป็นอากาศต่อหน้าใครก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ตาลุงแมวเขียวหน้ายับคนนี้สิวะ !

 

            “ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะครับ ควรจะดีใจที่มีคนเอ็นดูเด็กๆนะคุณตัวการอีกหนึ่งคนที่แจบอมนึกอยากจะจับมาขยำเป็นก้อนให้หายหมั่นไส้อย่างปาร์คจินยองถามขึ้นพลางทำลอยหน้าลอยตาจนแจบอมได้แต่จิกตากลับไปแต่พี่แทคยอนก็เก่งดีนะครับ เพิ่งเจอกันครู่เดียวก็ตีสนิทกับเด็กๆได้แล้ว คุณว่าไหม ?

            ลองไม่มีของเล่นกับของกินดูสิ ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเจ้าตัวแสบจะสนใจคนของคุณไหม

            “ครับ ?อีกฝ่ายเลิกคิ้วด้วยความสงสัยเมื่อได้ยินคำแปลกๆหลุดออกมาจากปากของเขา

            “เปล่า ไม่มีอะไรหรอกแจบอมยักไหล่เพื่อเบี่ยงประเด็น เขาไม่ได้ตั้งใจจะเรียกแบบนั้นหรอก แต่ปากมันเผลอไปเองมากกว่า ผมไปทำงานก่อนนะก่อนจะกลับไปสนใจลูกค้าอีกกลุ่มซึ่งเป็นเพื่อนของปาร์คจินยองแทน โดยที่แจบอมก็พอจะเห็นว่าเพื่อนบ้านตัวเองกำลังมองมาที่เขาด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่เข้าใจ

 

         เออ อย่าหาว่างั้นงี้เลย เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน รู้แต่ว่าตอนนี้ไม่ค่อยอยากคุยกับปาร์คจินยองเท่าไหร่ เดี๋ยวจะพาลหัวเสียเปล่าๆ

 

            ไก่ทอดกับน้ำปั่นทั้งหมดราคาเท่าไหร่ครับ ?ผู้ชายคนหนึ่งซึ่งอยู่ในกลุ่มถามแผนกคิดเงินที่มีเจ้าก้อนแก้มอวบเป็นลูกมือยืนให้กำลังใจอยู่ข้างๆ

            จ่ายรวมกันหรือจ่ายแยกครับ ?แจบอมพยายามทำหน้าให้ดูเป็นปกติที่สุด ลำพังแค่พูดออกไปด้วยน้ำเสียงแข็งๆเขาก็รู้สึกผิดอยู่ลึกๆแล้วเหมือนกัน

            แยกครับ ของใครของมัน

            “ไก่พันห้า น้ำพันห้า รวมกันก็สามพัน ลูกค้าผู้ชายรายแรกจ่ายเงินมาพอดีกับค่าอาหารทำให้เขาไม่ต้องเสียเวลาหาเงินทอนขอบคุณครับ

            น้ำปั่นอย่างเดียวพันห้าใช่ไหมคะพี่แจบอม ?คนถัดมาคือคุณเซจองที่เขาเคยเจออยู่ครั้งสองครั้ง

            ครับ

            “ดีจังเลยนะคะ มีหลานมาช่วยขายของแบบนี้รายต่อไปคือผู้หญิงอีกคนที่เขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน ดูท่าว่าเธอจะสนใจเจ้าก้อนแก้มอวบที่ยืนยิ้มหวานอยู่ข้างเขาอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ไม่เห็นจินยองเคยบอกว่ามีเพื่อนหล่อๆแบบนี้เลย ร้ายกาจจังเลยนะคะคุณชาย !”

 

            แล้วก็กลับเข้าสู่วังวนที่ต้องมีปาร์คจินยองเข้ามาในสถานการณ์อีกครั้ง เมื่อหญิงสาวผมสั้นที่แต่งตัวตามเทรนด์ผู้หญิงยุคใหม่หันไปหรี่ตามองเพื่อนชายของเธอที่กำลังคุยเล่นกับเจ้าตัวเล็กทั้งสี่คนนอกเหนือจากยองแจซึ่งยืนอยู่กับเขาอีกมุมหนึ่ง

 

            ฉันจำเป็นต้องบอกเธอเหรอ ?ถ้าเขาตาไม่ฝาด เขาว่าเขาเห็นปาร์คจินยองมองเพื่อนของตัวเองด้วยหางตา ก่อนจะเหลือบมามองเขาด้วยสายตาที่แจบอมก็แปลไม่ออกว่าอีกฝ่ายต้องการจะสื่ออะไร

 

            คงไม่ได้เข้าใจว่าเขากำลังจะจีบเพื่อนของตัวเองหรอกนะ

 

            “มีของดีก็แบ่งปันเพื่อนฝูงบ้างได้มะ ผู้ชายที่อยู่ด้วยกันก็กินไม่ได้สักคน !” พูดจบ เจ้าหล่อนก็หันไปกระแนะกระแหนเพื่อนผู้ชายทั้งกลุ่มที่มาด้วยกัน ไม่เว้นแม้กระทั่งปาร์คจินยองซึ่งโดนค่อนขอดหนักเป็นพิเศษ

            ปากจัดแบบเจ๊ใครจะอยากได้เป็นแฟนวะ ฮ่าๆคำตอบนี้ออกมาจากปากของผู้ชายคนที่เพิ่งจ่ายเงินไปก่อนหน้านี้ ตามมาด้วยเสียงหัวเราะดังครืนจากทุกคนโดยที่แจบอมซึ่งเป็นคนนอกยืนกระดิกเท้ารอให้เธอจ่ายเงินไปพลางๆ

            หยาบคายมากย่ะ !” เธอแว้ดใส่เพื่อนๆก่อนจะหันไปหาเพื่อนคนเดียวของเธอที่รู้จักกับเขา จินยอง พี่เขาชื่ออะไร อายุเท่าไหร่เหรอ ?

            “อยากรู้ก็ถามเองสิรอบนี้นอกจากจะยืนหน้านิ่งแล้ว เพื่อนบ้านของเขายังเริ่มเสียงแข็งใส่เพื่อนของตัวเองด้วย

 

            จะอารมณ์แปรปรวนไปถึงไหนล่ะพ่อคุณ !

 

            “จะบ้าหรือไง เป็นผู้หญิงจะให้ถามชื่อผู้ชายก่อนมันก็ดูไม่ดีหรือเปล่ายะ !?!” หญิงสาวคนดังกล่าวเอ็ดใส่จินยอง งั้นถามใหม่ก็ได้ พี่เขาโสดหรือเปล่า ?

            “ไม่รู้…” ปาร์คจินยองไม่ได้มองหน้าเพื่อนของตัวเอง แต่กลับมองหน้าเขา ก่อนจะก้มลงไปคุยกับเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกแทน เด็กๆ เข้ามาใกล้ๆพี่หน่อยสิ…” ตามมาด้วยการกวักมือเรียกเจ้าตัวแสบทั้งสี่คนให้เข้าไปอยู่ใกล้ๆตัวเองแล้วป้องปากกระซิบอะไรบางอย่างซึ่งแจบอมก็อดมองตามด้วยความสงสัยไม่ได้

 

            คิดจะทำอะไรของเขาหว่า

 

            “อ๋า ! จริงด้วยซี่เจ้าก้อนลูกไก่ทั้งสี่คนอุทานขึ้นมาพร้อมกัน ก่อนจะวิ่งแจ้นเข้ามาหาแจบอมกับยองแจด้วยท่าทีตื่นตระหนก

 

            แด๊ดดี้ ~ ให้พวกเราช่วยแด๊ดดี้ทำงานด้วยซี่ น้า ~

 

            แด๊ดดี้ !?!” สิ่งที่ทำให้เธอตกใจไม่ใช่ขบวนการมนุษย์ก้อนที่เข้ามารุมล้อมเขาในตอนนี้ แต่เป็นสรรพนามที่พวกเด็กๆใช้เรียกเขาต่างหาก แด๊ดดี้ที่แปลว่าคุณพ่ออ่ะนะ !?!”

            “…” ปาร์คจินยองยักไหล่ให้เพื่อนของตัวเอง แล้วเบนสายตามามองเขาก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากที่ทำให้แจบอมเริ่มหมั่นไส้เพื่อนบ้านของตนขึ้นมาอีกรอบ

 

            นานๆจะมีผู้หญิงมาสนใจเขาสักที แม่งสกัดดาวรุ่งกันแบบนี้เลยเหรอวะ !?!

 

            “เด็กๆเป็นหลานของพี่ชายสองคนนั้น แต่เป็นลูกของพี่ชายคนนี้ เข้าใจนะนักศึกษาหนุ่มยืนกอดอกบอกความจริงให้เพื่อนผู้หญิงของตัวเองรับรู้ ขณะที่สายตาก็หันมามองหน้าแจบอมอย่างยียวนกวนประสาทไปด้วย เพียงเท่านั้นผู้หญิงที่ตั้งท่าจะชวนเขาคุยในตอนแรกก็รีบควักเงินจ่ายค่าอาหารแล้วเดินหลบไปอีกมุมทันที

            เล่นอะไรของคุณน่ะ ?แจบอมถามเพื่อนบ้านของตัวเองอย่างไม่เข้าใจ

            เปล่านี่ครับ ผมก็แค่บอกความจริงให้เธอรู้เฉยๆปาร์คจินยองทำลอยหน้าลอยตาไม่สนใจว่าตัวเองจะโดนเขามองแรงแต่อย่างใด ผมไม่จำเป็นต้องปิดบังเรื่องที่คุณมีลูกเสียหน่อยนี่ครับ

            “หึ…” แจบอมบึนปากใส่เพื่อนบ้านชั้นเจ็ด แล้วกลับมาคิดเงินลูกค้าต่อ พอดีกับที่ลูกค้ารายถัดไปคือคนที่เขาจำได้ว่าเมื่อครู่นี้อีกฝ่ายเรียกปาร์คจินยองด้วยสรรพนามแปลกๆอย่างยาหยีเสียด้วย

 

            กำลังหมั่นไส้ปาร์คจินยองอยู่ดีๆก็มีเหยื่อมาให้ล้างแค้นเฉยเลยว่ะ

 

            “ไก่ทอดกับน้ำปั่นรวมกัน 3000 วอนใช่ไหมครับ ?ชายหนุ่มซึ่งเป็นหนึ่งในเพื่อนของจินยองถามขึ้นก่อนจะส่งธนบัตรพอดีกับราคาสินค้ามาให้เขา

            “6000 วอน…” แจบอมมองลูกค้าของตัวเองก่อนจะบอกราคาใหม่ที่เขาเพิ่งตั้งมาหมาดๆในหัวออกไปด้วยสีหน้านิ่งเฉย

            ครับ !?!” ไอ้หนุ่มดวงซวยถึงกับเปลี่ยนสีหน้าเมื่อได้ยินราคาที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า และต้องขอบคุณในความหน้าดุของตัวเองที่ทำให้เหมือนกับว่าเขาไม่ได้พูดล้อเล่นแต่อย่างใด แต่เพื่อนผมเขาจ่ายสามพันหมดเลยนะพี่

            “ผู้หญิงสามพัน ผู้ชายหกพัน ไม่รู้เหรอ ?แจบอมว่าจะจ่ายหรือไม่จ่าย ?

            “แล้วทำไมผมต้องจ่ายล่ะครับ ก็ป้ายหน้าร้านมันเขียนไว้สามพันวอนไม่ใช่หรือไงกัน !?!”

            จริงๆจะเขียนว่าลูกค้าชายราคา 6000 วอน แต่พื้นที่ทำป้ายไม่พอมันไม่ใช่เรื่องจริงหรอก เขาก็แค่กุเรื่องขึ้นมาเฉยๆ ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมพอเห็นหน้าของผู้ชายคนนี้แล้วเขาก็อยากจะปรับราคาอาหารขึ้นเสียอย่างนั้น

 

            แค่เห็นหน้าแล้วรู้สึกหมั่นไส้ก็เท่านั้นเอง

 

            “มีอะไรวะตี๋ ?เจฮยองซึ่งว่างงานอยู่เดินเข้ามาหาชายหนุ่มทั้งสองคนที่ตัวเองเห็นว่ายืนพูดคุยกันนานผิดปกติ ลูกค้ามีตังค์ไม่พอจ่ายเหรอ ?

            “มันจะพอได้ยังไงล่ะครับ ก็เพื่อนพี่เล่นขึ้นราคากับผมตั้งสองเท่าแบบนี้ว่าแล้วลูกค้าที่เพิ่งโดนเขาปรับราคาสินค้าขึ้นก็เอ่ยปากฟ้องเจ้าของร้านทันที ตามมาด้วยสายตาคมกริบของไอ้เพื่อนแว่นปากตะไกรที่จ้องหน้าเขาอยู่พักหนึ่ง ซึ่งแจบอมก็พอจะรู้ตัวแล้วว่าไอ้แว่นมันต้องด่าเขาอย่างแน่นอนที่ไปเล่นอะไรพิเรนทร์แบบนี้

 

            เพื่อนพี่ก็ไม่ได้พูดอะไรผิดนะ ลูกค้าผู้ชายจ่าย 6000 วอนก็ถูกแล้ว… ’

 

            หากแต่คำพูดของเจฮยองทำให้แจบอมถึงกับหันขวับ ก่อนจะพบว่าเจ้าของร้านค้าก็พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ต่างจากเขาสักนิด และความจริงข้อหนึ่งก็คือ ถึงเจฮยองจะเป็นคนอัธยาศัยดีก็จริง แต่ถ้ามันปั้นหน้านิ่งตีหน้าดุเมื่อไหร่ ก็ดูน่ากลัวไม่ต่างจากเขาสักนิด

 

            “เฮ้ย !!”

            “ตามนั้นแหละ จ่ายมา…” นอกจากจะบอกราคาด้วยสีหน้านิ่งเฉยแล้ว เจ้าของกิจการของวันนี้ก็ยังแบมือรอรับค่าอาหารจากลูกค้าผู้โชคร้ายอีกด้วย

 

            เพราะถูกสายตาคมกริบจากชายหนุ่มทั้งสองคนมองไม่วางตา เพื่อนผู้เคราะห์ร้ายของปาร์คจินยองคนนั้นจึงเป็นอันเสียทรัพย์จำนวนหกพันวอนในรูปแบบที่ไม่ยุติธรรมกับเจ้าตัวสักนิด จริงๆแล้วเขาก็แอบสงสารเหมือนกัน แต่พอนึกถึงตอนที่ปาร์คจินยองแกล้งสกัดดาวรุ่งกับเขาเมื่อครู่นี้แล้ว

 

            ถือเสียว่าเพิ่มยอดเงินในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยก็แล้วกันนะไอ้น้อง

 

            ไอ้เหี้_ตี๋ !” ทว่า เมื่อเสร็จสิ้นการรีดไถลูกค้าอับโชคแล้ว เจฮยองก็หยิกเข้าที่สีข้างของแจบอมจนชายหนุ่มเบ้หน้าด้วยความเจ็บปวด ร้านกูจะเจ๊งเพราะมึงเนี่ย รู้ตัวไหม !?!”

            “เออ รู้…” แจบอมหลบตาเพื่อนสนิทที่จ้องจนแทบจะกินหัวเขาในเวลานี้ เพราะคิดไว้แล้วว่ามันต้องด่าเขาแน่ๆ แจบอมจึงไม่รู้สึกตกใจมากนัก เห็นหน้าแล้วหมั่นไส้เฉยๆ ถือว่าเพิ่มยอดบริจาคก็แล้วกันนะมึง

            แทนที่จะทำบุญจะกลายเป็นทำบาปสิไอ้ห่_ !” ชายหนุ่มในกรอบแว่นเขย่าไหล่ของแจบอมอย่างแรง

 

            กูรู้ว่ามึงหึงเรื่องที่เขาเรียกคุณเพื่อนบ้านว่ายาหยี แต่อย่ามาเอางานของกูมาเป็นที่ระบายอารมณ์ของตัวเองสิโว้ย ! ’

 

            “หึงพ่อมึงสิ !” แจบอมสวนกลับทันทีเมื่อฟังจบ กูไม่ได้เป็นอะไรกับเขา จะหึงทำไมวะ ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับเรื่องนั้นสักนิด

            “อย่าคิดว่ากูไม่รู้ ตอนที่เขาคุยกันมึงมองจนแทบจะเดินไปแด_หัวเขาอยู่แล้ว !”

            “กูไม่ได้ตั้งใจจะมอง แต่สองคนนั้นประเจิดประเจ้อกันเองหรือเปล่าวะ ?

            “หืม…” เจฮยองส่งเสียงออกมาราวกับว่าเจออะไรที่ค่อนข้างเหลือเชื่อสำหรับเจ้าตัว

 

            มึงอาการหนักกว่าที่กูกับวอนพิลคิดไว้เยอะเลยนะแจบอม ปกติมึงไม่ใช่คนพูดจาแบบนี้ รู้ตัวหรือเปล่า ?

 

            “เฮ้ย ! เดี๋ยวดิไอ้แว่น พูดอะไรของมึงวะ !”

           

            พูดจบ เจฮยองก็เดินไปทำงานต่อโดยไม่ฟังเสียงทัดทานของแจบอมที่ยืนตีโพยตีพายตามหลังอยู่สักนิด พอดีกับที่ลูกค้าคนสุดท้ายในกลุ่มเพื่อนของปาร์คจินยองเดินมาจ่ายเงินพอดี และลูกค้าตรงหน้าก็ทำให้แจบอมเริ่มประมวลผลในหัวว่าเขาควรจะคิดราคากับลูกค้ารายนี้เท่าไหร่ดี

 

            ทำไมยิ่งเห็นหน้าตาลุงแมวเขียวนี่แล้วเขาก็ยิ่งหมั่นไส้วะ

 

            ของผมกับของจินยองรวมกันเป็นเท่าไหร่ครับ ?คำถามของลูกค้าที่กลายเป็นขวัญใจเจ้าเปี๊ยกปุ๊กลุกในตอนนี้ทำให้แจบอมนิ่งไปครู่หนึ่ง

           

            ทำตัวป๋าแบบนี้พ่อจะรีดไถให้หมดกระเป๋าเลย เดี๋ยวก่อน !

 

            พี่ไม่ต้องจ่ายของผมหรอก เดี๋ยวผมจ่ายเองดีกว่าปาร์คจินยองจับแขนคนที่ยืนด้านข้างตัวเองซึ่งตั้งท่าจะหยิบเงินมาจ่ายค่าอาหารในส่วนของตัวเองให้ด้วย

            เออน่า พี่เลี้ยงเอง ไม่ได้มาเที่ยวด้วยกันตั้งนานแล้ว

            “ไม่เอาครับคนถูกยื่นข้อเสนอปฏิเสธเสียงแข็งจนอดีตเจ้าของตุ๊กตาแมวเขียวซึ่งกลายเป็นสมบัติของเจ้าตัวเล็กไปแล้วได้แต่ยิ้มเจื่อน

            ก็ได้ๆ ไม่เห็นต้องดุพี่ขนาดนี้เลย

            “ผมไม่ได้ดุครับ ผมแค่เกรงใจ

            “แต่พี่อยากเลี้…”

 

            ‘ ค่อยไปเถียงกันทีหลังได้ไหมครับ ลูกค้าคนอื่นเขารอจ่ายเงินอยู่

 

            หลังจากยืนดูเพื่อนบ้านของตัวเองคุยกับลูกค้าที่กำลังจะจ่ายเงินมาพักใหญ่ สถาปนิกหนุ่มที่ยืนกอดอกมองสถานการณ์หน้าตรงหน้าจึงถอนหายใจอย่างแรงอย่างหมดความอดทน อีกทั้งใบหน้าไร้อารมณ์ของเขาก็ทำให้ทั้งสองคนถึงกับชะงักไป และแม้ว่าจะพูดไปแบบนั้น แต่ความจริงแล้วก็ไม่มีลูกค้าคนอื่นต่อแถวรอจ่ายเงินสักคนเดียว

 

          แต่เห็นแล้วรำคาญสายตา แค่จะจ่ายเงินทำไมต้องวุ่นวายกันนักหนาวะ !

 

            “งั้นจ่ายแยกนะครับคุณแจบอม ของผมเท่าไหร่ครับ ?ปาร์คจินยองตัดบทขึ้นมาเพื่อทำลายบรรยากาศที่เริ่มตึงขึ้นทุกขณะ

            คุณรอไปก่อนส่วนของคุณ 6000 วอนเพราะต้องรันลำดับการจ่ายเงินตามคิว แจบอมจึงปรามเพื่อนบ้านของตัวเองไว้แล้วบอกราคาที่เขาตั้งขึ้นเองโดยพลการกับผู้ชายอีกคน

 

            ตอนแรกก็จะให้จ่ายสามพันวอนเหมือนเดิม แต่ตอนนี้เปลี่ยนใจดีกว่า หมั่นไส้ !

 

            “6000 วอนใช่ไหมครับ ?แต่ลูกค้าคนดังกล่าวนอกจากจะไม่โวยวายหรือเรียกร้องอะไรเหมือนกับลูกค้าคนก่อนหน้านี้แล้ว รอยยิ้มที่แจบอมคิดว่ามันช่างดูโง่เง่าเสียเหลือเกินก็ถูกส่งมาให้เขาด้วย

 

            เห็นจินยองบอกว่าพวกคุณมาเปิดร้านเพราะหาเงินไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยใช่ไหม เพราะงั้นไม่ต้องทอนนะครับ  ’

 

            ทว่า ธนบัตรหนึ่งหมื่นวอนที่ถูกส่งให้กับแจบอมพร้อมรอยยิ้มโง่ๆของผู้ชายตรงหน้าทำให้เขาแทบจะอ้าปากค้างไปในทันที

 

            โอ้โห คุณพี่ชายคนนี้ป๋าจังเลยแล้วก็เป็นเพื่อนสนิทที่เข้ามาช่วยชีวิตเขาไว้อีกครั้ง เมื่อวอนพิลเดินเข้ามากอดคอแจบอมที่ยืนแน่นิ่งไปเพราะธนบัตรหนึ่งหมื่นวอนตรงหน้า ไม่ต้องห่วงนะครับ พวกเราสัญญาว่าจะนำเงินทั้งหมดไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางนั้นแน่นอน

            “ขอบคุณมากเลยนะครับ ไอ้ตี๋มึงยืนนิ่งเป็นเสาหินทำไมวะ เขาอุตส่าห์บริจาคเงินมาตั้งเยอะ ทำไมไม่รู้จักขอบคุณเขาบ้างเจฮยองกระทุ้งศอกเข้าที่เอวของแจบอมขณะที่ปากก็กัดฟันพูดให้ได้ยินกันสองคนไปด้วย

 

            เมื่อกี๊มันยังเข้าข้างเขาอยู่เลยนี่หว่า มิตรภาพเกือบสิบปีแม่งพ่ายแพ้อำนาจของเงินง่ายๆแบบนี้เลยเหรอวะ

 

            ขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยนะครับ ช่วงนี้มันทำงานหนักก็เลยหงุดหงิดง่ายเพราะนอนน้อยไปหน่อย แถมมันเป็นคนหน้าดุด้วย ก็เลยดูไม่ค่อยเป็นมิตรเท่าไหร่ แต่จริงๆแล้วมันไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับนอกจากนี้ วอนพิลยังพยายามแก้ต่างให้เขาจนแจบอมได้แต่มองตามอย่างไม่เข้าใจ

 

            เขาปกติดี ที่ทำไปเพราะหมั่นไส้ล้วนๆ ไม่ได้นอนน้อยหรือเหนื่อยอะไรทั้งนั้น !

 

            “ของผมก็ 6000 วอนใช่ไหมครับ ?จินยองเอ่ยถามขึ้นมาบ้าง ก่อนจะยื่นเงินเป็นจำนวนที่แจบอมตั้งราคาเอาไว้ต่างจากป้ายหน้าร้านมาให้

            อุ๊ย ! สองทุ่มพอดี เรามีโปรโมชั่นนาทีทองให้คุณเพื่อนบ้านด้วยล่ะบรรยากาศตึงเครียดในตอนแรกถูกทำลายลงด้วยเสียงทะลึ่งทะเล้นของเจฮยอง

            ครับ ?นักศึกษาหนุ่มกะพริบตาปริบๆด้วยความงุนงง ผิดกับเจฮยองและวอนพิลที่หันไปสบตากันข้ามหัวของแจบอมซึ่งยืนอยู่ตรงกลาง ตามมาด้วยรอยยิ้มฉีกกว้างของเพื่อนสนิททั้งสองคนที่กลายเป็นสิ่งที่แจบอมเกลียดที่สุดในช่วงหลังมานี้โปรโมชั่น ?

            “ใช่แล้วล่ะคุณจินยอง เป็นโปรโมชั่นที่ร้านไหนๆก็ให้คุณจินยองไม่ได้หรอกนะ

            “เห ? ร้านนี้มีโปรโมชั่นด้วยหรือคะ ทำไมพวกเราไม่เห็นได้บ้างเลยล่ะเพื่อนผู้หญิงของปาร์คจินยองเริ่มเกิดความข้องใจที่พวกเธอไม่ได้สิทธิพิเศษที่เจฮยองกับวอนพิลพูดถึง

            เป็นโปรโมชั่นช่วงสองทุ่มครับ ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มตรง พอดีกับที่คุณจินยองจะจ่ายเงินน่ะวอนพิลว่า แจบอมจึงก้มลงดูนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ก่อนจะส่งสายตาไปมองเพื่อนสนิททั้งสองคนที่ยืนอยู่ด้านหน้าร้านอย่างไม่เข้าใจ

 

            ตอนนี้มันเพิ่งจะหนึ่งทุ่มห้าสิบไม่ใช่หรือไง เขาว่านาฬิกาของเขาก็ไม่ได้พังเสียหน่อย

 

         ชักสังหรณ์ใจแปร่งๆแล้วว่าไอ้สองตัวนั้นจะต้องทำอะไรไม่ดีๆอีกแน่ๆ

 

            อะไรว้า ทำไมจินยองได้โปรโมชั่นแต่ผมโดนโก่งราคาล่ะ !” ประโยคนี้เป็นเสียงของคนที่เพิ่งถูกเขาขึ้นราคาสินค้าไปเมื่อครู่นี้

            เพราะเป็นโปรโมชั่นที่เราแจกคนอื่นไม่ได้น่ะสิเจฮยองยิ้มจนตาหยีก่อนจะจับไหล่ทั้งสองข้างของแจบอมแล้วออกแรงบีบนวดอย่างสนุกสนานอันนี้เป็นโปรโมชั่นสำหรับคุณเพื่อนบ้านคนเดียวเลยนะ…”

 

            ซื้อไก่กับน้ำปั่นวันนี้ แถมฟรีพ่อค้าหนึ่งคนถ้วน เอ้า ! ’

 

            ร่างของแจบอมถูกผลักเข้าไปหาเพื่อนบ้านที่ยืนอยู่หน้าร้านโดยฝีมือของเจฮยองและวอนพิลที่หัวเราะร่วนอย่างสนุกสนาน ผิดกับแจบอมที่ลอยหวือเข้าไปกระแทกกับร่างของเพื่อนบ้านเต็มๆท่ามกลางสายตานับสิบคู่ทั้งของเพื่อนจินยองและลูกค้ารายอื่นที่เดินไปมาในตลาด

 

            “ไอ้เหี้_แว่น ไอ้ห่_วอนพิล !” แน่นอนว่าอันนี้คือนามวลีที่เขามอบให้กับเพื่อนสนิทนิสัยทรามหลังจากเริ่มได้ยินเสียงเซ็งแซ่ดังขึ้นจากกลุ่มเพื่อนของปาร์คจินยองที่มองพวกเขาทั้งสองคนอยู่

            ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เองหรอกเหรอ มิน่าล่ะตอนที่ฉันถามถึงคุณพี่ชายคนนี้นายถึงได้เหวี่ยงใส่ฉันขนาดนั้น

            ไม่ใช่นะ !” ปาร์คจินยองส่ายศีรษะโบกมือเป็นพัลวันขณะถูกเพื่อนๆของตัวเองจ้องมองอย่างจับผิดคุณเจฮยอง คุณวอนพิล !”

            จ๋า ~แม้ว่าเขากับปาร์คจินยองจะหันไปมองแรงใส่ทั้งสองคน แต่สิ่งที่ได้มานั้นไม่ใช่ความรู้สึกนึกสลดใจแต่อย่างใด กลับเป็นรอยยิ้มที่ฉีกเกือบถึงใบหูชวนให้คนดูโมโหอีกทั้งยังอุ้มเหล่ามนุษย์ก้อนขึ้นมาเล่นอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวอีกด้วยวุ่นว้าย ~ วุ่นวายเนอะเด็กๆ

            “แด๊ดดี้เล่นอะไรกับพวกพี่ๆตรงนู้นหรออาเจย์ แจ็คสันอยากเล่นด้วยจังเลย

            “นั่นซี่พิลลี่ มีคนเยอะๆแบบนี้ต้องสนุกแน่ๆเลยน้าเจ้าตัวเล็กในอ้อมแขนของคุณอาหนุ่มมองบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความยุ่งเหยิงตรงหน้าอย่างไร้เดียงสา

            พี่ว่าเราดูอยู่ห่างๆก็พอ วอนพิลบอกหลานชายตัวน้อยด้วยรอยยิ้มที่ปราศจากพิษภัยสำหรับเด็ก แต่ถ้าผู้ใหญ่เป็นคนมองแล้วล่ะก็ รอยยิ้มของวอนพิลนั่นเปรียบเสมือนขนมหวานที่อาบด้วยยาพิษเลยทีเดียว

 

            อดทนหน่อยนะเด็กๆ อีกไม่นานพวกเราจะมีหม่าม้าแน่นอน ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามอาเจย์ดูสิ

            ‘ มีแน่นอน แต่เมื่อไหร่ที่วันนั้นจะมาถึงนี่อาก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน พวกอาช่วยพ่อของเราได้เท่านี้ล่ะนะ… ’

 

            “ที่พี่ขึ้นราคากับผมเพราะได้ยินที่ผมเรียกจินยองว่ายาหยีใช่ไหม !?!”

            “เปล่า ไม่ใช่แบบนั้น !” คราวนี้ก็ถึงตาที่แจบอมต้องส่ายศีรษะในสภาพที่ไม่ต่างจากจินยองสักนิด เรื่องนั้นมัน…”

            “หน้าตาเก็บไม่มิดแล้วย่ะคุณชาย ต๊าย ! แผนสูงเหลือเกินนะ หลอกเปิดตัวหนุ่มต่อหน้าเพื่อนฝูงกลางตลาดแบบนี้เหรอยะ !?!”

            “เรื่องมันเป็นยังไง เล่ามาเดี๋ยวนะจินยอง

            “เดี๋ยวนี้มีอะไรไม่บอกเพื่อนฝูงแล้วเหรอ !?!”

            “ท่าทางจะได้ผลดีกว่าที่คิดไว้เยอะเลย เนอะวอนพิลในขณะที่เพื่อนบ้านของเขากำลังถูกกดดันจากเพื่อนฝูงของตัวเอง แจบอมก็หันมาหมายจะจัดการกับเพื่อนสนิทแสนชั่วของตัวเองบ้าง

            ก็ไม่รู้สินะวอนพิลลอบยิ้มอย่างร้ายกาจ หน้าตาบูดบึ้งแบบนี้สนใจสมูทตี้สูตร Non – fat สักแก้วไหมจ๊ะ ?

            “…” แจบอมไม่ตอบโต้อะไร แต่กลับยกนิ้วกลางขึ้นมาแทนคำด่าทุกอย่างที่เขาคิดไว้ในตอนนี้

            งื้อ ~ อาเจย์กับพิลลี่ปิดตาพวกเราทำไมหรอ ?

            “นั่นซี่ มันมืดไปหมดเลยน้ายังนับว่าเป็นเรื่องดีที่เจฮยองกับวอนพิลใช้มือปิดตาเจ้าตัวเล็กไม่ให้มาเห็นด้านมืดของคนเป็นพ่อ

 

            แต่เรื่องเลวๆก็คือส่วนของเรื่องเลวๆ ทำดีแค่ไหนก็ลบล้างไม่ได้โว้ย !

 

            ปาร์ค จิน ยอง ! ’

 

            สถาปนิกหนุ่มทั้งสามที่ยืนแยกเขี้ยวใส่กันอยู่เป็นอันต้องสะดุ้งโหยงไปตามๆกันเมื่อได้ยินเสียงตะโกนเรียกชื่อของเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดซึ่งถูกเพื่อนทุกคนประสานเสียงเรียกอย่างพร้อมเพรียงกันจนนักศึกษาหนุ่มเริ่มเกิดอาการลนลาน

 

            ขอโทษนะครับคุณแจบอมไวกว่าความคิดในเวลานั้น แขนของแจบอมก็ถูกเพื่อนบ้านซึ่งตกอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินลากให้ออกมาจากหน้าร้าน ก่อนจะพาเขาวิ่งหนีออกจากบริเวณดังกล่าว

            เดี๋ยวสิคุณแจบอมที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรกลับกลายเป็นว่าต้องวิ่งตามเพื่อนบ้านไปอย่างเลี่ยงไม่ได้

           

            ‘ อย่าคิดจะหนีนะ ปาร์คจินยอง ! ’

            ‘ ที่รัก ~ เดทกับคุณเพื่อนบ้านเสร็จแล้วฝากซื้อโคล่ามาให้พวกกูกับเด็กๆด้วยนะ

            ‘ แด๊ดดี้ พี่จีนยอง รีบๆกลับมาน้า ~

 

            สารพัดเสียงตะโกนไล่หลังทำให้พวกเขาสองคนตกเป็นเป้าสายตาของมนุษย์ถนนคนเดินอีกหลายชีวิตที่มองอย่างงุนงงเมื่อเห็นว่ามีผู้ชายสองคนกำลังวิ่งหน้าตั้งอยู่บริเวณทางเดิน จากบริเวณตลาดออกสู่บริเวณลานว่างด้านหลังถนนคนเดินซึ่งเป็นแหล่งรวมกิจกรรมสำหรับคนที่มาเปิดการแสดงเพื่อแสดงความสามารถของตัวเอง ก่อนที่ปาร์คจินยองจะปล่อยมือออกจากเขาแล้วยืนหอบหายใจในสภาพเหนื่อยล้าไม่ต่างจากแจบอมที่ยืนขาสั่นพั่บๆเพราะไม่ได้วิ่งมานาน

 

            ขอโทษนะครับเสียงพูดที่สลับไปกับเสียงหอบหายใจของนักศึกษาหนุ่มดังขึ้นเบาๆ

            ไม่เป็นไร…” เพราะเหนื่อยจนหายใจไม่ทัน แจบอมจึงพูดออกไปโดยที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจว่าอีกฝ่ายจะฟังในสิ่งที่เขาพูดรู้เรื่องหรือเปล่าแต่หนีออกมาแบบนี้จะดีหรือคุณ ? แจบอมถามอย่างไม่มั่นใจสักนิดว่าการหนีออกมาแบบนี้มันจะทำให้ปาร์คจินยองรอดพ้นจากเพื่อนของตัวเองหรือไม่

            อย่างน้อยๆตอนนี้ก็ไม่มีใครวิ่งตามมาหรอกครับ ใส่ส้นสูงส้นตึกกันแบบนั้น จะพยายามวิ่งตามมาจนได้ก็ให้มันรู้กันไปอีกฝ่ายว่า

            สุดท้ายแล้วคุณก็ต้องเจอเพื่อนๆอยู่ดีไม่ใช่หรือไงกัน

            “จริงๆนอกจากเวนดี้ เซจอง แล้วก็พี่แทคยอนแล้ว ผมก็ไม่ได้สนิทกับคนอื่นนักหรอกครับคนตัวเล็กกว่าพูดพร้อมทั้งหยิบห่อกระดาษทิชชู่ออกมาจากกระเป๋ากางเกง เหงื่อท่วมหน้าคุณไปหมดเลย ยังไงก็เช็ดหน้าก่อนเถอะครับ

            “คุณเก็บไว้ใช้ดีกว่า ผมไม่เป็นไรหรอกแจบอมปฏิเสธไปตรงๆก่อนจะใช้แขนเสื้อปาดเหงื่อของตัวเองด้วยความเคยชิน เพราะปกติเขาไม่เคยพกอะไรทำนองนี้ติดตัวอยู่แล้ว

            เอาไปเถอะครับ อยู่ในที่แบบนี้มาทั้งวันเสื้อมันสกปรกนะคุณแจบอมเพราะถูกเด็กตรงหน้างอแงใส่ สุดท้ายแจบอมจึงยอมหยิบกระดาษทิชชู่จากมือของอีกฝ่ายขึ้นมาใช้แต่โดยดี แต่ไหนๆเราก็ออกมาแล้ว ไปเดินเล่นรอบถนนคนเดินดูสักหน่อยดีไหมครับ

            “หายเหนื่อยแล้วหรือไงคุณ

            “จริงๆที่ผมมาถนนคนเดินวันนี้ก็ตั้งใจว่าจะมาดูร้านหนังสือมือสองอยู่แล้ว แล้วก็หันไปเห็นร้านเข้าพอดีปาร์คจินยองชี้ไปทางแผงหนังสือที่อยู่ริมสุดติดกับลานกิจกรรม แต่ถ้าคุณไม่สะดวก ผมไปคนเดียวก็ได้นะครับ

            “เดี๋ยวผมไปด้วยก็ได้แจบอมยืดตัวขึ้นยืนเต็มความสูงหลังจากพักหายใจหายคอจนพอหายเหนื่อยแล้ว จะนั่งในที่แบบนี้คนเดียวผมก็เขินเหมือนกันร่างสูงกวาดสายตามองรอบๆลานกิจกรรม เท่าที่เขาเห็น ถ้าไม่มาเดทกันเป็นคู่ ก็นั่งรวมกันเป็นครอบครัว หรือยืนกันเป็นกลุ่มใหญ่กับเพื่อนๆ ฉะนั้นจะนั่งรออยู่ตรงนี้คนเดียวมันก็กระไรอยู่

           

            ร้านหนังสือมือสองซึ่งปราศจากลูกค้าทำให้แจบอมสามารถยืนดูหนังสือที่วางอยู่เต็มโต๊ะได้อย่างสบายๆ ซึ่งส่วนใหญ่เขาจะยืนมองแต่มุมหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นมือสองที่มีสภาพบกพร่องเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้เก่าคร่ำครึจนเกินไป ผิดกับคนที่มาด้วยกันซึ่งยืนดูหนังสือวรรณกรรมในแบบที่เขาไม่เคยคิดจะอ่านให้เสียเวลาชีวิตสักนิด

 

            ขอโทษนะครับลุง เรื่องนี้มีเล่มที่ 20 ไหมครับ ?เมื่อเจอการ์ตูนเรื่องหนึ่งที่ตัวเองเคยอ่านเมื่อหลายปีก่อน แต่หนังสือที่สะสมไว้กลับหายไปตอนที่ย้ายของเข้าคอนโดใหม่ๆเข้า แจบอมจึงลองสอบถามคุณลุงเจ้าของร้านที่นั่งสัปหงกตบยุงจนดูน่าสงสารเพราะไม่ค่อยมีลูกค้ามาอุดหนุนเท่าไหร่นัก

            เดี๋ยวลุงขอไปรื้อดูที่ลังหลังรถก่อนนะท่าทีกระตือรือร้นของคนขายทำให้แจบอมพยักหน้าเบาๆแล้วยืนดูการ์ตูนเล่มอื่น รวมถึงลองหาสมุดภาพนิทานสำหรับพวกเด็กๆไปด้วย

            ท่าทางคุณจะชอบอ่านการ์ตูนน่าดูเลยนะ

            “เวลาที่ทำงานตอนดึกๆแล้วรู้สึกเบื่อ ผมก็ได้หนังสือการ์ตูนพวกนี้คอยช่วยไม่ให้หลับระหว่างทำงานไว้ตลอดน่ะแจบอมเหลือบมองคนข้างๆที่กำลังหยิบหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งค่อนข้างหนาพอสมควรออกมาอย่างระมัดระวัง คุณอ่านอะไรแบบนั้นแล้วไม่รู้สึกง่วงบ้างเลยเหรอ ?

            “ถ้าเป็นหนังสือแบบที่ตัวเองชอบ ผมก็ไม่ง่วงหรอกอีกฝ่ายว่า ของแบบนี้มันต้องลองอ่านจริงๆนะครับ

            “แค่เห็นหนังสือหนาเตอะขนาดนั้นผมก็รู้สึกง่วงแล้วล่ะ แถมรูปแบบหน้าปกหนังสือพวกนี้ก็ไม่ใช่แบบที่ผมจะหยิบออกมาอ่านสักนิด

            “ไม่เคยได้ยินสำนวน Don't judge a book by its cover. หรือครับ ?

            “อย่าคิดจะพูดภาษาอังกฤษกับผมเชียวล่ะแจบอมดักคอขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จะพูดอะไรรบกวนให้เกียรติคนที่สอบตกภาษาอังกฤษมาตลอดชีวิตอย่างเขาด้วย

            เปล่าสักหน่อยครับ ผมแค่อยากจะบอกว่าหนังสือทุกเล่มมันก็มีคุณค่าในตัวของมันเองก็เท่านั้น

            “คุณพูดซะผมดูนิสัยเสียไปเลยที่มองหนังสือแค่ปกน่ะแจบอมบ่นอุบเมื่อได้ยินคนข้างๆพูดแบบนั้น

            “ไม่ใช่แบบนั้นหรอกครับ เพราะผมก็เข้าใจว่าคนส่วนใหญ่เวลาจะเลือกซื้อหนังสือก็ต้องดูที่หน้าปกอยู่แล้ว มันเป็นเรื่องธรรมดาครับ

            “เล่มนี้ปกก็โอเคอยู่ แต่เนื้อหาข้างในมันก็ไม่ใช่แนวของผมอยู่ดีนั่นแหละแจบอมลองหยิบหนังสือวรรณกรรมเล่มหนาขึ้นมาหนึ่งเล่มก่อนจะลองเปิดดูแบบผ่านๆแล้ววางลงที่เดิมเมื่อค้นพบว่ามันไม่ใช่แบบที่เขาชอบอ่านสักนิด

            มันก็คงคล้ายๆกับเวลาที่ผมอ่านหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นจากหลังไปหน้า จากขวาไปซ้ายไม่ถูกล่ะมั้งครับ นักศึกษาหนุ่มลองหยิบหนังสือการ์ตูนเล่มหนึ่งขึ้นมาเปิดผ่านๆเช่นเดียวกับที่แจบอมเพิ่งทำไปเมื่อครู่นี้

            แต่หนังสือการ์ตูนมันก็ยังมีเนื้อหาคล้ายๆกับพวกนิยายแบบที่คุณอ่านอยู่นะแจบอมเอื้อมมือไปหยิบหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่นเล่มหนึ่งขึ้นมา อย่างเรื่องนี้ก็น่าจะคล้ายๆกับพวกนิยายโรแมนติกที่คุณอ่านอยู่นะ

            “แล้วคิดยังไงมายัดเยียดให้ผมอ่านการ์ตูนล่ะครับคุณแจบอมปาร์คจินยองหัวเราะเบาๆแต่ก็รับหนังสือการ์ตูนไปจากมือของเขาอยู่ดี หืมฝากใจไปถึงเธอ ?

            “ชื่อแปลน่ะ ถ้าชื่อญี่ปุ่นตามเดิมก็เรื่อง Kimi Ni Todoke (คิมิ นิ โทโดเกะ)แจบอมอธิบาย ปกติผมไม่ค่อยอ่านการ์ตูนแนวนี้หรอก แต่เห็นมีคนแนะนำเยอะก็เลยลองอ่านดู ผมว่ามันก็สนุกดีเพราะชอบอ่านแต่การ์ตูนโชเน็นเป็นส่วนใหญ่ พอมีโอกาสได้ลองอ่านการ์ตูนเด็กผู้หญิงที่มีคนพูดถึงกันเยอะ และเขาก็คิดว่ามันก็เข้าท่าดี จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาลองแนะนำให้ปาร์คจินยองอ่านเรื่องนี้ดูบ้าง

            มันสนุกมากเลยเหรอครับ ?

            “ผมแค่แนะนำเฉยๆ ไม่ได้บังคับให้คุณอ่านสักหน่อย

            “งั้นถ้าผมลองอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ตามที่คุณแนะนำ คุณจะลองอ่านหนังสือที่ผมแนะนำบ้างไหมล่ะครับ แฟร์ๆกันทั้งคู่

            “ผมว่าถ้าคนรักการอ่านแบบคุณมาอ่านการ์ตูน น่าจะง่ายกว่าการที่คนไม่ชอบอ่านหนังสือเยอะๆแบบผมไปอ่านหนังสือนิยายนะ

            “บางทีถ้าคุณได้เจอเรื่องที่น่าสนใจจริงๆ คุณจะไม่นึกถึงจำนวนตัวอักษรที่ต้องอ่านเลยล่ะครับ

            “พูดจริง ?

            “จริงสิครับ อีกฝ่ายคลี่ยิ้มออกมาเหมือนกับเด็กๆงั้นผมจะลองอ่านการ์ตูนเรื่องนี้ดู แลกกับการที่คุณต้องอ่านนิยายที่ผมแนะนำให้ ตกลงไหมครับ ?

            “ผมไม่รับปากนะว่าจะอ่านจบหรือเปล่าบอกตามตรงว่าเขาไม่มั่นใจสักนิดว่าตัวเองจะทนอ่านหนังสือแบบนั้นได้สักกี่บรรทัด แต่ถ้าหนอนหนังสือตรงหน้าพูดมาขนาดนี้ เขาจะลองดูก็แล้วกัน ส่วนจะอ่านจบหรือไม่จบนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง

            หนังสือเล่มนั้นอยู่ที่ห้องของผม ไว้ถ้าวันไหนว่างๆผมจะเอาไปให้ก็แล้วกันนะครับ

            งั้นเดี๋ยวผมจ่ายค่าหนังสือการ์ตูนเล่มนี้ให้คุณก็แล้วกัน

 

            แจบอมหยิบการ์ตูนที่ตัวเองเป็นฝ่ายแนะนำให้เพื่อนบ้านออกมา พอดีกับที่ลุงเจ้าของร้านหนังสือกลับมาพร้อมกับการ์ตูนเล่มที่เขาตามหา รวมถึงหนังสือการ์ตูนของตัวเองอีกเล็กน้อยกับสมุดภาพนิทานอีกสามเล่มของเจ้าตัวแสบถูกส่งให้เจ้าของร้านคิดเงิน เช่นเดียวกับที่ปาร์คจินยองจ่ายเงินค่าหนังสือของตัวเอง ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินกลับมายังลานกิจกรรมอีกครั้ง

 

            ผมว่าจะนั่งดูลานกิจกรรมแถวๆนี้อีกสักพัก คุณแจบอมจะกลับไปที่ร้านก่อนก็ได้นะครับ

            “ไม่เป็นไรหรอกคุณ ไหนๆก็ออกมาแล้ว อีกอย่าง ผมไม่อยากอยู่กับไอ้เพื่อนบ้าพวกนั้นด้วยพอนึกถึงว่าตัวเองต้องกลับไปเจอเพื่อนสนิทนิสัยเสียทั้งสองคนแล้ว เขาก็ยังไม่อยากกลับไปที่ร้านเท่าไหร่นัก ปล่อยให้พวกมันทำงานกันไปสองคนดีกว่า จะว่าไปแล้ว เรื่องเพื่อนผมน่ะ…”

            “…”

            “ขอโทษทีนะที่พวกมันเล่นอะไรแปลกๆกับคุณอีกแล้ว

            ไม่เป็นไรหรอกครับ ท่าทางคุณเจฮยองกับคุณวอนพิลคงจะขี้เล่นน่าดู อยู่ด้วยแล้วก็สนุกดีออกครับ

 

            ขั้นบันไดสูงชันที่มีลักษณะคล้ายกับอัฒจรรย์คอนกรีตบริเวณลานกิจกรรมหลังถนนคนเดินซึ่งมีผู้คนนั่งอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยกลายเป็นที่รองรับชายหนุ่มทั้งสองคน เวลาสองทุ่มครึ่งกับผู้คนมากมายที่สนุกสนานกับการแสดงต่างๆไม่ว่าจะเป็นมายากล เปิดหมวกเล่นดนตรี หรือโชว์กายกรรม สารพัดกิจกรรมที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ผู้คนที่ยืนชมเป็นอย่างมาก ในขณะที่พวกเขาสองคนได้แต่นั่งมองอยู่ไกลๆเพราะไม่อยากเข้าไปยืนเบียดเสียดท่ามกลางผู้คนจำนวนมาก

 

            ภาพลักษณ์มืดมนของซาวาโกะทำให้ผู้คนหวาดกลัว และมักพูดขอโทษทั้งๆที่ไม่ได้ทำอะไร เธอจึงชื่นชม คาเสะฮายะ คนที่พูดคุยกับเธอโดยไม่แบ่งแยกและอยากลองเปลี่ยนแปลงตัวเองดูตามคำแนะนำของเขา แต่ตอนก่อนเข้าหน้าร้อน ซาวาโกะดันไปรับเล่นเป็นผี ในเกมทดสอบความกล้าซะได้…”

 

            ท่ามกลางความเงียบระหว่างเขาสองคน แจบอมก็ได้ยินคนที่นั่งอยู่ข้างๆกำลังอ่านเรื่องย่อหลังปกหนังสือที่เขาเพิ่งจะซื้อให้ด้วยความสนใจอยู่

 

            ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะอ่านอะไรแบบนี้จริงๆด้วยล่ะครับก่อนที่อีกฝ่ายจะเงยหน้าขึ้นแล้วเอ่ยปากแซวเขาหลังจากอ่านคำโปรยหลังปกจบ หึ…”

            “ไม่ต้องมาหัวเราะผมเลยนะแจบอมตวัดตามองเพื่อนบ้านของตัวเองอย่างไม่จริงจังนัก ก็แค่เขาอ่านการ์ตูนโชโจบ้างไม่เห็นจะแปลกจนน่าขันตรงไหน

            ครับๆ ไม่หัวเราะก็ได้ แม้ว่าปากจะพูดแบบนั้น แต่เพื่อนบ้านของเขากลับหัวเราะจนตาหยีอยู่ดี พอลองอ่านเรื่องย่อดูแล้ว มันก็น่ารักดีนะครับ

           

            Line !

 

            “ขอโทษนะครับโทรศัพท์ของเขาอยู่ในกระเป๋าเป้บนรถของเจฮยอง ดังนั้นเสียงแจ้งเตือนไลน์รอบนี้จึงเป็นของปาร์คจินยองอย่างไม่ต้องสงสัย อาดูเหมือนว่าเพื่อนผมทุกคนจะกลับบ้านกันหมดแล้วล่ะครับ

            “…”

            “มีเพื่อนคนหนึ่งมางอแงในไลน์กลุ่มว่าพวกคุณไปโก่งราคาเขาด้วย จริงหรือเปล่าครับ ?ปาร์คจินยองละสายตาจากหน้าจอโทรศัพท์ก่อนจะถามถึงเรื่องที่เขาไปแกล้งปรับราคาอาหารเมื่อชั่วโมงก่อน

            คงหมายถึงผมล่ะมั้ง…” แจบอมยอมรับไปตามตรง เพราะถือว่าลูกค้าคนนั้นจ่ายเงินมาแล้ว ต่อให้ปาร์คจินยองจะด่าอย่างไรเขาก็ไม่สนใจอยู่ดีนั่นแหละ

            ทำไมไปแกล้งเขาแบบนั้นล่ะครับ ?

            “เป็นห่วงแบบนี้ กิ๊กกันอยู่ล่ะสิแจบอมชายตามองคนข้างๆด้วยความรู้สึกที่เริ่มไม่สบอารมณ์ขึ้นมานิดหน่อย โดยที่เขาเองก็ไม่ทราบสาเหตุเหมือนกันอย่าบอกนะว่าเป็นเพราะผมไปโก่งราคาเอาไว้ ยาหยีของคุณก็เลยไม่มีเหลือเงินกลับบ้านน่ะ ?

            ครับ ?คนตัวเล็กกว่าทำหน้าเหรอหราเมื่อได้ยินแจบอมพูด นี่คุณได้ยินด้วยหรือเนี่ย ?

            “ก็เพื่อนคุณพูดเสียงดังขนาดนั้น แถมผมก็ไม่ได้หูหนวกเสียหน่อยแจบอมเท้าคางตอบโดยที่ไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาแม้แต่นิดเดียว

            ผู้ชายคนนั้นเป็นเพื่อนร่วมคณะสมัยเรียนปริญญาตรีครับ ไม่ได้สนิทกันมากเท่ากับพวกเซจอง แต่ก็เจอกันอยู่บ่อยๆ

            “…” ทั้งๆที่เขาไม่ได้ถามเกี่ยวกับเรื่องนี้สักนิด แต่น่าแปลกที่เขากลับตั้งใจฟังอีกฝ่ายพูดด้วยความอยากรู้

            “เพื่อนผมคนนี้ก็เป็นพวกอัธยาศัยดีคล้ายๆกับคุณเจฮยอง สมัยเรียนคณะผมมีผู้ชายค่อนข้างน้อย ผู้ชายส่วนใหญ่ก็จะรู้จักกันเกือบหมดเวลาทำกิจกรรมของมหาวิทยาลัย เขาก็เลยชอบตั้งชื่อเฉพาะไว้เรียกเพื่อนคนนั้นคนนี้นั่นแหละครับ แต่ผมดันซวยหน่อยที่โดนเรียกว่ายาหยี พูดแล้วก็ขนลุกครับปาร์คจินยองเล่าไปทำท่าลูบแขนและสั่นศีรษะดิ๊กๆไปจนดูคล้ายเจ้าก้อนจอมยุ่งที่แจบอมมักจะเห็นท่านี้อยู่บ่อยๆ

            เหรอ ?เป็นอีกครั้งที่แจบอมหันกลับมามองเพื่อนบ้านของตัวเองหลังจากได้ฟังเรื่องดังกล่าวจบ

            อีกอย่าง คนแบบผมไม่ใช่สเป็คของเพื่อนคนนั้นหรอกครับจินยองยิ้มมุมปากก่อนจะมองร่างสูงที่นั่งอยู่ด้านข้างไล่ตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าจนแจบอมรู้สึกเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก แต่ถ้าเป็นคนไหล่กว้างๆแบบคุณแจบอมหรือคุณเจฮยองล่ะก็น่าจะถูกใจเขาอยู่ไม่น้อยเลยล่ะครับ

            “หา !?!” แจบอมถึงกับไปไม่เป็นเมื่อได้รับรู้ความจริงอีกหนึ่งข้อ คุณล้อผมเล่นหรือเปล่าเนี่ย ?จะไม่ให้เขาตกใจได้อย่างไร ก็ทั้งเขาและไอ้แว่นเล่นรวมหัวกันไถตังค์ผู้ชายคนนั้นทั้งคู่เลยนี่หว่า

 

            เขาก็พอจะดูออกอยู่หรอกว่าหมอนั่นชอบผู้ชาย แต่ก็ไม่คิดว่าจะเป็นแบบเขาหรือไอ้แว่นไง้ !?!        

 

            “ผมพูดจริงครับปาร์คจินยองยื่นหน้าจอโทรศัพท์ซึ่งปรากฏเป็นห้องแชทรวมมาให้เขาดูใกล้ๆ

 

            จงเรียกข้าว่าฮันบิน : พวกมึงกูสะเทือนใจมาก กูอุตส่าห์หลงใหลในความนิ่งขรึมของพี่แว่นคนนั้น แต่แม่งแปลงร่างมาเป็นหนุ่มเถื่อนหัวใจบาปไถตังค์กูแบบนี้ กูรับไม่ได้ !

            จงเรียกข้าว่าฮันบิน : *สติกเกอร์กระต่ายร้องไห้น้ำตาท่วม*

 

            แจบอมถึงกับหลุดขำออกมาหลังจากอ่านข้อความที่ปาร์คจินยองบอกว่าคนส่งคือบุคคลที่เขากับเจฮยองเพิ่งจะแกล้งไปเมื่อช่วงหัวค่ำนี้ เขาชักอยากจะรู้เหลือเกินว่าถ้าไอ้แว่นมันมาเห็นข้อความนี้เข้ามันจะทำหน้าอย่างไร

 

            แต่พอมารู้ความจริงแบบนี้เขาก็เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาแล้วล่ะ

 

            “งั้นผมฝากเงินไปคืนเพื่อนคุณหน่อยก็แล้วกันทว่า หลังอ่านข้อความดังกล่าวจบ อารมณ์หมั่นไส้ผู้ชายคนดังกล่าวในตอนแรกกลับหายไปในบัดดล พร้อมกับที่แจบอมควักเงินส่วนต่างที่เขาไปโกงเพื่อนของปาร์คจินยองเอาไว้ส่งให้คนที่อยู่ด้านข้าง แล้วก็ฝากขอโทษเขาแทนพวกผมทีนะ

            “ขอบคุณนะครับที่ยังไม่ใจร้ายกับเพื่อนผมจนเกินไปจินยองหัวเราะคิกคักกับเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วทำไมถึงต้องแกล้งเพื่อนผมแบบนั้นล่ะครับ คุณยังไม่ได้ตอบผมเลยนะ

            “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันเป็นอีกครั้งที่แจบอมตอบไปตามความจริง แค่เห็นหน้าแล้วรู้สึกหมั่นไส้เฉยๆน่ะ

            “หืม ?

            “นั่นแหละเหตุผลของผม…” แจบอมมองหน้าเพื่อนบ้านครู่หนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนไปมองเครื่องบินบังคับที่ลอยอยู่บนอากาศแทนผมไม่ได้มีเหตุผลอื่นแอบแฝงหรอก

            “…”

            “ว่าแต่คุณเถอะแจบอมเป็นฝ่ายถามกลับบ้างคิดยังไงถึงไปแกล้งเพื่อนตัวเองแบบนั้นเขาหมายถึงเรื่องที่ปาร์คจินยองไปพูดอะไรก็ไม่รู้จนเจ้าตัวแสบวิ่งแจ้นเข้ามาหาเขาขณะที่เพื่อนผู้หญิงของตัวเองกำลังชวนเขาคุยอยู่

            ก็เหตุผลเดียวกันกับคุณนั่นแหละครับปาร์คจินยองว่า ผมแค่หมั่นไส้เธอเฉยๆ

            “เธอเป็นเพื่อนของคุณไม่ใช่หรือไง ?

            “ใช่ครับ ยิ่งเห็นว่าเป็นเพื่อนก็ยิ่งหมั่นไส้…” บางทีเขาก็เริ่มไม่เข้าใจปาร์คจินยองแล้วล่ะ ทำไมครับ เสียดายหรือไงที่อดจีบเพื่อนผมน่ะ ?

            “เปล่าเสียหน่อย…” แจบอมส่ายศีรษะเบาๆ ถามให้พูดกันตามตรง เธอก็น่ารักดี แต่ก็แปลกที่ผมกลับไม่สนใจเธอในแบบนั้น ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมความจริงเขาก็ค่อนข้างคาใจอยู่พอสมควร เพราะเพื่อนของปาร์คจินยองคนนั้นก็ถือว่าน่ารักใช้ได้ แต่เขากลับมองแค่ว่าเธอเป็นเพื่อนของเพื่อนบ้านเขาเท่านั้น

            นกมานานจนตายด้านแล้วหรือครับถ้าเขาบี้ปาร์คจินยองให้เละคามือตอนนี้จะบาปไหมหว่า

 

            แต่มันก็น่าคิดนะคงไม่ใช่ว่าเขาโสดมานานจนตายด้านหรอกใช่ไหม ?

 

            “หึแต่อย่างน้อยก็นกได้ไม่เท่าใครบางคนแถวนี้หรอก พูดจบ ปาร์คจินยองก็จิกตามองเขาตามคาดคราวนี้ผมจะไม่ขอโทษคุณหรอกนะ เพราะคุณว่าผมก่อนร่างสูงยิ้มมุมปากกับสีหน้าของเพื่อนบ้านที่มองเขาราวกับอยากจะต่อยหน้าเขาอย่างไรอย่างนั้น

            แย่หน่อยนะครับ…” ปาร์คจินยองหันมาสบตากับเขาก่อนจะพูดอะไรบางอย่างออกมา

 

            ที่ผมดันนกเพราะความซื่อบื้อในแบบที่ใครก็ทำไม่ได้ของคนบางคน… ’

 

            “…”

            “คิดๆดูแล้วก็น่าโมโหเป็นบ้า นกเพราะเขาไม่ชอบตัวเองยังไม่เจ็บใจเท่านี้เลยจู่ๆก็กลายเป็นว่าเพื่อนบ้านของตัวเองมานั่งบ่นอย่างหัวเสียให้เขาฟังไปโดยปริยาย ว่าไหมครับคุณแจบอม

            “ไม่รู้สิแจบอมหลบตาคนที่กำลังจ้องหน้าตัวเองด้วยความรู้สึกแปลกๆที่ทำให้เขาไม่กล้ามองหน้าเพื่อนบ้านของตัวเองขึ้นมา จะว่าสงสารก็สงสารอยู่ แต่เขากลับรู้สึกว่ามันมีอะไรบางอย่างคาใจตัวเองอยู่เหมือนกัน

            “…”

           

            แม้ว่าเวลาที่เขากับปาร์คจินยองอยู่ด้วยกันมักมีความเงียบเกิดขึ้นอยู่บ่อยครั้ง แต่เขากลับรู้สึกว่าครั้งนี้บรรยากาศระหว่างพวกเขาสองคนมันดูเงียบงันและมึนตึงจนน่าอึดอัด โดยที่ปาร์คจินยองก็ไม่มีท่าทีว่าจะทำลายกำแพงความเงียบลงเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมาเสียด้วย เมื่อคนที่นั่งอยู่ด้านข้างเท้าคางทอดสายตามองลานกิจกรรมข้างล่างซึ่งในเวลานี้กำลังจะมีกิจกรรมโชว์วงดนตรีของเด็กวัยรุ่นกลุ่มหนึ่งที่มาเปิดหมวกหาค่าขนมหรือหาเงินบริจาคการกุศลเหมือนที่พวกเพื่อนๆของเขาเคยทำสมัยเรียนมัธยม

 

            อยากลงไปดูข้างล่างไหมคุณ ? ว่ากันว่าดนตรีคือเครื่องบำบัดอารมณ์ชนิดหนึ่ง เขาจึงยอมเป็นฝ่ายเปิดปากพูดก่อนเพื่อไม่ให้บรรยากาศมันเงียบไปมากกว่านี้ แล้วจึงเสนอความคิดบางอย่างขึ้นมา จริงๆแล้วผมไม่ค่อยชอบที่ที่มีคนเยอะหรอก แต่ไปยืนฟังเพลงดูสักหน่อยก็เข้าท่าดีนะ

            “จะดีเหรอครับ ?

            สักเพลงสองเพลงก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้งชายหนุ่มลองประเมินสถานการณ์จากจำนวนประชากรที่ยืนอยู่รอบๆวงดนตรีดังกล่าว มันก็ไม่ได้เบียดเสียดเกินเสียจนปราศจากที่ยืนสำหรับผู้ชมคนอื่นๆ

            ก็ได้ครับ ถ้าคุณแจบอมว่าดี ผมก็ว่าดีเอเขารู้สึกว่ารูปประโยคแบบนี้มันคุ้นๆอย่างบอกไม่ถูกยังไงก็ไม่รู้สิ งั้นก็ไปกันเถอะครับ

 

            บรรยากาศสมัยเรียนมัธยมเริ่มกลับมาในห้วงความคิดของร่างสูงอีกครั้งหลังจากเขากับปาร์คจินยองย้ายมายืนอยู่บริเวณลานกิจกรรมด้านล่าง และเลือกยืนในจุดที่ห่างจากวงดนตรีประมาณหนึ่งเพราะเห็นว่ายังไม่ค่อยมีคนอยู่บริเวณนี้มากนัก

 

            พอมายืนในที่แบบนี้แล้ว ผมนึกถึงตอนเด็กๆขึ้นมาเลยล่ะคนตัวเล็กกว่าหันมามองชายหนุ่มที่พูดขึ้นมาโดยไม่มีปี่มีขลุ่ย เมื่อก่อนเพื่อนผมมันเคยมาเล่นดนตรีเปิดหมวกในที่ที่คล้ายๆกับที่นี่น่ะ

            “จริงหรือครับ ?ผู้ฟังซึ่งยืนกอดอกอยู่ข้างๆทำตาโตเอียงคอด้วยความประหลาดใจ แล้วตอนนั้นคุณเล่นเครื่องดนตรีอะไรล่ะ กีตาร์ กลอง หรือว่าร้องเพลง

            “เปล่าหรอก ผมแค่ตามพวกมันมาด้วยเพราะจะมาเดินหาของกินในตลาดเฉยๆแจบอมหัวเราะอยู่ในลำคอเมื่อนึกถึงเรื่องของตัวเองในเวลานั้นที่แตกต่างจากคำถามของอีกฝ่ายโดยสิ้นเชิง

            “ก็คุณเล่าเหมือนกับว่าตัวเองเคยมาเล่นดนตรีเปิดหมวกยังไงยังงั้นนักศึกษาหนุ่มแกล้งเบะปากล้อเลียน น่าเกลียดจังเลยนะครับ

            “ผมก็ยังไม่ได้พูดสักคำนะว่าผมเล่นดนตรีด้วย

            “ครับๆ ผมผิดเองที่ฟังคุณเล่าแล้วตีความไปแบบนั้น

           

            หลังจากนั้นไม่นาน วงดนตรีที่กลายเป็นจุดสนใจของผู้คนเกือบทั้งลานกิจกรรมก็เริ่มกล่าวทักทายพร้อมกับแนะนำตัวพูดคุยกับผู้ชมเล็กน้อย ก่อนที่เพลงอะคูสติกซึ่งถูกบรรเลงด้วยกีตาร์โปร่งเพียงตัวเดียวจะเริ่มดังขึ้นท่ามกลางความเงียบของทุกคนที่กำลังฟังท่วงทำนองอันไพเราะอย่างตั้งใจ

 

            ตัวเองเก่งที่สุดเลย ~

            ‘ พี่ขา ขอทางนิดนึงนะคะ หนูจะเข้าไปถ่ายรูปแฟนค่ะ

           

            แต่ก็ยืนเสพบทเพลงได้แบบสบายหูไม่นานนัก เมื่อเริ่มมีคนกลุ่มหนึ่งเข้ามายืนล้อมรอบพวกเขาหลังจากได้ยินเสียงเพลงดังขึ้น ทว่า ที่น่าเจ็บใจไปกว่านั้นก็คงจะไม่พ้นเด็กผู้หญิงวัยรุ่นคนหนึ่งซึ่งน่าจะรุ่นราวคราวเดียวกับเด็กผู้ชายที่กำลังดีดกีตาร์อยู่ด้านหน้าเดินแทรกผ่านพวกเขาไปด้วยเหตุผลที่ทำให้แจบอมแอบบึนปากด้วยความหมั่นไส้ไปหนึ่งที

 

            แก่แดดเหลือเกินนะนังหนู

 

            ทว่า ขณะกำลังยืนหมั่นไส้ (โอเค ยอมรับก็ได้ว่าอิจฉานิดหน่อย) เด็กสาวคนดังกล่าวที่เดินแทรกพวกเขาไปหน้าตาเฉยอยู่ดีๆ ผู้คนที่อยู่ในถนนคนเดินก็เริ่มเข้ามาเบียดเสียดกันในบริเวณที่พวกเขายืนอยู่ในตอนแรกมากขึ้น และเมื่อแจบอมเหลือบตามองทางขวามือของตัวเอง ก็พบว่าปาร์คจินยองไม่ได้ยืนอยู่ด้านข้างเขาเสียแล้ว

 

         อุตส่าห์ยืนในที่ที่ไม่ค่อยมีคนแล้วแท้ๆ ทำไมต้องมายืนเบียดกันด้วยล่ะโว้ย !

 

            “คุณ…” แจบอมชะเง้อหาเพื่อนบ้านของตัวเองที่ถูกกลืนไปกับฝูงชนอยู่ครู่หนึ่ง พอดีกับที่เขาเห็นว่าปาร์คจินยองพยายามเขย่งเท้ามองหาเขาเหมือนกัน

            ผมอยู่นี่ครับ อาทำไมคนเยอะขนาดนี้ล่ะ

           

            กว่าจะฝ่าผู้คนเดินเข้าไปหาเพื่อนบ้านของตัวเองได้แจบอมก็แทบจะลมจับ ก่อนที่แจบอมจะเอื้อมไปจับมือของจินยองไว้ทันทีเมื่อเห็นอีกฝ่ายอยู่ในระยะสายตาของตัวเอง

 

            ขอโทษทีนะ แต่ผมขี้เกียจตามหาคุณอีกรอบแล้ว กว่าจะเดินเข้ามาได้ก็เล่นเอาเหนื่อยแทบแย่ร่างสูงกระชับมือคนข้างๆให้แน่นขึ้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบเดิมซ้ำสอง

            “…”

            “คุณ…” แจบอมเลิกคิ้วอย่างสงสัยเพราะตอนนี้คนข้างๆกำลังยืนมองหน้าเขาราวกับตกใจอะไรบางอย่าง แจบอมจึงก้มหน้าลงเพื่อตรวจสอบในสิ่งที่ตัวเองแอบหวั่นให้มั่นใจ

 

            ก็จับมือถูกคนแล้วนี่ แล้วทำไมปาร์คจินยองต้องทำหน้าแบบนั้น

 

            “คุณ !” แจบอมปัดมือผ่านหน้าคนด้านข้างเบาๆพอให้อีกฝ่ายดึงสติกลับมาได้

            ครับๆ

            “ให้ตายสิ ผมตกใจหมด นึกว่าคุณตกใจเพราะผมจับมือผิดคนเสียอีกในที่ที่คนพลุกพล่านแบบนี้ สมมติว่าถ้าเขาเผลอไปจับมือใครก็ไม่รู้เข้า เขาอาจจะโดนตามมาแหกอกถึงที่ก็ได้ ฉะนั้นต้องระมัดระวังให้มากที่สุด เหม่ออะไรของคุณ ?

            “อาเปล่านี่ครับ แค่ฟังเพลงเพลินไปหน่อย

            เหรอ…” ฉับพลันทันใดนั้น เขาก็นึกอะไรบางที่ตัวเองลืมไปเสียสนิทตั้งแต่ช่วงหัวค่ำขึ้นมาได้ขณะก้มลงมองมือของตัวเองที่จับมือเพื่อนบ้านไว้อยู่ อ่าคือ…”

            “มีอะไรหรือเปล่าครับ ?

            “ผมเพิ่งนึกขึ้นได้น่ะแจบอมลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆปล่อยมือของตัวเองออกด้วยความรู้สึกผิดทำให้เขารู้สึกหน่วงในใจขึ้นมาโดยไม่ทราบสาเหตุ ผมไม่อยากให้คุณถูกมองไม่ดี ขอโทษทีนะที่เผลอจับมือคุณเข้า

 

            เขาควรจะขอบคุณตัวเองดีไหมที่จู่ๆก็นึกถึงตาลุงแมวเขียวหน้ายับคนนั้นขึ้นมาได้

 

            “คุณพูดถึงอะไรอยู่ ผมไม่เข้าใจสีหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยของจินยองทำให้แจบอมเริ่มทำตัวไม่ถูก

            นี่ ผมขอถามอะไรสักหน่อยสิแจบอมยืนเรียบเรียงคำถามที่ตัวเองอยากรู้และคาใจมาตลอดหลังจากที่เขาได้พบกับใครคนหนึ่งเข้า

 

         ใครคนหนึ่งที่ทำให้เขารู้สึกหมั่นไส้จนแกล้งรีดไถเงินไปแถมโดนแย่งความสนใจไปจากเจ้าตัวแสบกับเพื่อนสนิททั้งสองคนของตัวเองนั่นแหละ

 

            เรื่องอะไรล่ะครับคนที่กำลังจะเป็นฝ่ายถูกถามกอดอกรอฟังคำถามอย่างตั้งใจ

            คุณอย่าหาว่าผมยุ่งเลยนะ ผมก็แค่อยากรู้เพราะเห็นคุณเคยพูดอยู่หลายครั้ง…”

            “…”

 

            ผู้ชายคนนั้นเหรอ คนที่คุณพูดถึงให้ผมฟังบ่อยๆน่ะ

 

            แจบอมกลั้นใจถามออกไปด้วยความอยากรู้ แน่นอนว่าเรื่องนี้มันไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเขาสักนิด แต่เขาก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเรื่องของตาลุงแมวเขียวคนนั้นถึงได้ตามรบกวนจิตใจของเขาไม่หยุด อาจจะเป็นเพราะสีหน้ากวนประสาท หรือเป็นเพราะเรื่องที่ถูกคนรอบข้างเทกันหมดเพราะผู้ชายคนนั้น หรืออะไรก็ตามแต่ที่ทำให้เขารู้แค่ว่า พอนึกถึงคนๆนั้นทีไร มันก็อดอารมณ์เสียขึ้นมาไม่ได้เสียอย่างนั้น

 

            น่าเสียดาย ถ้ารู้ว่ากระเป๋าหนักแบบนี้น่าจะขึ้นราคาเพิ่มอีกสักสองสามเท่า

 

            ผู้ชายคนนั้น ?

            “คนที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีดำน่ะแจบอมอธิบายลักษณะภายนอกของชายคนดังกล่าวเพิ่มเติม

            “อ๋อ หมายถึงพี่แทคยอนใช่ไหมครับปาร์คจินยองพยักหน้าหงึกหงักเมื่อรู้แล้วว่าเขากำลังพูดถึงใคร แล้วทำไมคุณถึงไปนึกถึงเขาได้ล่ะ

            “ไม่รู้สิแจบอมตอบโดยที่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าอะไรดลใจให้ไปนึกถึงตาลุงแมวเขียวนั่นเข้า ก็เห็นว่าคุณดูสนิทกับเขาดี ผมก็เลยนึกถึงเรื่องที่คุณเคยเล่าให้ฟังขึ้นมาได้

            “…”

            คนที่คุณสนใจอยู่น่ะใช่เขาหรือเปล่า ? แม้ว่าเมื่อก่อนเขาจะเคยผ่านการสืบสวนและสอบถามเรื่องราวทำนองนี้ของเพื่อนตัวเองมาไม่น้อยก็จริง

 

            และทั้งๆที่เขาเป็นฝ่ายอยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนอื่นเหมือนกับหลายๆครั้งที่ผ่านมา

 

         แต่ตอนที่เขาถามคำถามนี้กับคนตรงหน้า ทำไมมันโคตรรู้สึกลำบากใจเลยวะ

 

         “…” อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับมาทันที หากแต่สีหน้าที่เริ่มไม่ค่อยดีทำให้ความรู้สึกผิดค่อยๆประดังประเดเข้ามาหาเขาทีละน้อย

            ถ้าคุณไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบนะ ผมไม่ได้บังคับให้คุณตอบเสียหน่อย

            “งั้นก่อนจะตอบ ผมขอถามอะไรคุณสักอย่างได้ไหม ?

            “…” แจบอมพยักหน้าแทนคำตอบตกลง แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าอีกฝ่ายจะถามอะไรกับเขา

            อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้นครับ ?ดวงตากลมโตของจินยองมองเจ้าของคำถามในตอนแรกด้วยความอยากรู้ไม่ต่างกัน

            อืม…” แจบอมยืนขบคิดอยู่พักใหญ่ สารพัดเรื่องราวที่เขาเคยได้ฟังจากเพื่อนบ้านกับใบหน้าแปลกๆของผู้ชายที่ชื่อแทคยอนทำให้ร่างสูงค่อยๆเรียบเรียงคำตอบในหัวอย่างใจเย็น

            “มันซับซ้อนขนาดนั้นเลยเหรอครับคุณแจบอมจินยองถามโดยที่ไม่แน่ใจว่าตัวเองควรจะขำหรือเห็นใจเพื่อนบ้านชั้นสี่ของตนดีที่ยืนครุ่นคิดราวกับเด็กประถมที่กำลังหาคำตอบจากคำถามที่ตัวเองถามออกไปหน้ายุ่งเชียว

            ถ้าเอาเหตุผลแบบง่ายที่สุดเลยล่ะก็…” เสมือนหลอดไฟไอเดียที่ปิ๊งขึ้นมาในหัวของแจบอมหลังจากยืนคิดจนปวดสมองมาพักใหญ่ๆ ผมเห็นคุณชอบพูดอยู่บ่อยๆว่าคนที่คุณชอบทั้งโง่ทั้งซื้อบื้อ…”

            “แล้วยังไงครับ ?

            “ผมไม่ได้ว่าเขานะแจบอมเริ่มคิดสองจิตสองใจว่าเขาควรจะพูดต่อดีหรือไม่ แต่ผมแค่รู้สึกไม่ถูกชะตากับเขาน่ะ เวลามองเขาก็เลยพาลคิดไปว่าตาลุงคนนั้นดูโง่เง่าเป็นบ้า…” แต่ก็ยอมสารภาพความจริงในใจที่มีต่อตาลุงแมวเขียวออกไปตามตรง

            “ก็เลยคิดว่าเขาคือคนที่ผมชอบงั้นสิ ?

            “ก็คงงั้นมั้ง…” แจบอมเริ่มหลบตาเพื่อนบ้านที่มองตัวเองด้วยรอยยิ้มมุมปากในแบบที่แจบอมคาดเดาไม่ได้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่

            เป็นเหตุผลที่แปลกดีนะครับจินยองถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ผมบอกคุณแล้วไง Don't judge a book by its cover.

            “…” แจบอมเกาหัวแกรกๆอย่างงุนงงเพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน

            “อย่าตัดสินหนังสือเพียงแค่ปก แน่นอนว่ากับคนเราก็เหมือนกันจินยองว่า อย่าตัดสินคนอื่นจากภายนอกสิครับ

            “…”

            “ถึงพี่แทคยอนแกจะดูล้นๆเกินๆไปบ้าง แถมยังดูง้องแง้งเหมือนเด็กประถมทั้งๆที่อายุปาเข้าไปสามสิบกว่าแล้ว…” เขาว่าคนที่ด่าตาลุงแมวเขียวนั่นแรงกว่าเขาก็คงเป็นปาร์คจินยองนี่แหละ ถ้าดูเผินๆก็คงเป็นแค่ตาลุงโง่เง่าคลั่งการสะสมตุ๊กตาแมวเหมือนที่คุณบอกนั่นแหละครับ

            “…”

            “แม้ว่ามองเผินๆจะดูไม่ค่อยเต็มเต็งเท่าไหร่ แต่จริงๆแล้วพี่แกเรียนจบปริญญาเอก แถมยังสอบโทอิค (TOEIC) ที่ว่ากันว่าโหดมหาโหดได้คะแนนเต็มด้วยนะครับ

            “ฉลาดเรื่องเรียนกับเรื่องแบบนี้มันก็คนละเรื่องกันนะคุณโอเค ถึงเขาจะเถียงไปแบบนั้นก็จริง แต่พอได้ยินแบบนี้แล้วก็อึ้งอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน

 

            คำพูดที่บอกว่า อัจฉริยะมักไม่เต็มคงจะจริงสินะ

 

            “ผมรู้ครับ แต่ที่ผมต้องการจะบอกก็คือ คุณอย่าตัดสินเขาจากสิ่งที่คุณเห็นเพียงผิวเผินสิ…”

            “โอเค้ ! ผมผิดเองที่ไปว่าคนของคุณแบบนั้น ผมขอโทษก็แล้วกันตอนแรกเขาก็ไม่คิดอะไรมากหรอก แต่พอเห็นปาร์คจินยองปกป้องอีกฝ่ายขนาดนี้ เขาก็เริ่มกลับมาหมั่นไส้เหมือนเดิมแล้วล่ะ

            แล้วก็มีอีกเรื่องหนึ่งที่ผมอยากจะถามคุณมาตั้งแต่ตอนนั้นแล้ว…”

            “หืม ?

            “อะไรทำให้คุณพูดแบบนี้ครับสีหน้าที่เริ่มเปลี่ยนไปของคนตรงหน้าทำให้แจบอมใจกระตุกขึ้นมาวูบหนึ่ง คำว่าคนของคุณน่ะ…”

            “…”

            “ทั้งๆที่คุณยังไม่รู้อะไร แต่มาพูดเหมือนกับว่าผมชอบเขาแบบนี้ ผมเสียความรู้สึกนะ แววตาตัดพ้อของอีกฝ่ายยิ่งทำให้แจบอมพูดอะไรไม่ออกมากขึ้นไปอีก

 

            เวรแล้วไง ปากพล่อยจนได้เรื่องแล้วไหมล่ะอิมแจบอม

 

            อีกอย่าง…” จินยองเงียบไปครู่หนึ่งพลางพ่นลมหายใจออกมาเพื่อสงบสติอารมณ์ของตัวเอง ขืนผมไปกิ๊กกับพี่แทคยอนจริงๆ ผมได้โดนภรรยาของเขาตามมาแหกอกถึงห้องแน่ๆครับ

            “ว่าไงนะ !?!” บอกทีว่าเขาไม่ได้หูฝาดไปใช่หรือเปล่า ตาลุงแมวเขียวนั่นน่ะนะ !

            “เห็นแบบนั้นลูกสองแล้วนะครับ แล้วครอบครัวเขาก็อบอุ่นดี เรื่องอะไรผมจะต้องเข้าไปสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวของคนอื่นล่ะ

            “คุณไม่ได้อำผมอยู่ใช่ไหม ?บอกตามตรงว่าพอรู้เรื่องนี้แล้วเขาอึ้งมาก อึ้งกว่าเรื่องที่บอกว่าเรียนจบปริญญาเอกอีก

 

            ไม่ใช่แค่มีภรรยา แต่ยังลูกสองอีกต่างหาก

 

            ผมจะได้อะไรจากการล้อคุณเล่นหรือครับปาร์คจินยองเปลี่ยนมายืนกอดอกแล้วจ้องหน้าเขาราวกับต้องการสะสางบัญชีเรื่องที่เขาทำให้เจ้าตัวอารมณ์เสีย พี่แทคยอนเป็นรุ่นพี่ของผมสมัยเรียน เหตุผลที่เราสนิทกันเพราะตลอดช่วงที่เรียนปริญญาตรีลากยาวมาจนถึงปริญญาโทรวมถึงงานวิทยานิพนธ์ที่ผมทำอยู่ในตอนนี้ก็ได้ความช่วยเหลือจากพี่แทคยอนแทบทั้งนั้น

            “…”

            “ผมชวนเขามาเที่ยวที่นี่เพราะเห็นว่าภรรยากับลูกๆของเขากลับไปเยี่ยมครอบครัวที่ออสเตรเลีย แต่พี่แทคยอนติดสอนที่มหาวิทยาลัย แล้วช่วงนี้ก็เป็นช่วงสอบมิดเทอมของนักศึกษาเขาก็เลยไปด้วยไม่ได้ เพราะงั้นจะปล่อยให้นั่งกินบะหมี่อยู่ที่บ้านคนเดียวก็น่าสงสารแย่ จริงไหมครับ ?

            “อา…” ถึงจะพูดแบบนั้นก็เถอะ แต่ไอ้ความสนิทสนมแบบนั้นที่เขาเห็นเมื่อตอนค่ำมันก็ดูจะมากเกินคำว่าพี่น้องไปหน่อยหรือเปล่าก็พวกคุณเล่นแตะตัวลูบหัวลูบผมกันขนาดนั้น ใครมาเห็นเขาก็ต้องคิดแบบผมทั้งนั้นแหละน่า

            “สมัยก่อนก็ไม่ได้มาลูบผงลูบผมอะไรกันหรอกครับ มีแต่เตะต่อยกันทั้งนั้น แต่อยู่มาวันหนึ่งพี่แทคยอนดันแกล้งเตะผมต่อหน้าภรรยาตัวเองเข้า ก็เลยโดนเธอด่าไปชุดใหญ่หาว่าใช้ความรุนแรงกับเด็ก หลังจากนั้นเขาก็เลยประชดภรรยาตัวเองด้วยการทำเหมือนว่าผมเป็นน้องสาวของเขาเพื่อที่จะได้ไม่ใช้ความรุนแรงเหมือนเมื่อก่อนก็เท่านั้นเอง

 

            อื้อหือมีเบื้องหลังแบบเป็นเรื่องเป็นราวเลยเรอะ !?!

 

            “คุณอธิบายมาแบบนี้ผมก็ไม่รู้จะเถียงอะไรแล้วล่ะ

            “ผมอธิบายยาวเหยียดขนาดนี้คุณยังคิดจะเถียงอยู่อีกเหรอครับ ?

            “โอเคๆ ผมขอโทษก็แล้วกันแจบอมยกมือขึ้นสองข้างเป็นสัญญาณกลายๆว่าเขายอมแพ้ แล้วก็ขอโทษด้วยที่ทำให้คุณเสียความรู้สึก…”

            “…”

            “แต่ถ้าคุณยังไม่หายโกรธ ผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ

            “แทนที่ผมจะโกรธคุณต่อ ผมขอถามอะไรคุณอีกสักข้อดีกว่า ได้ไหมครับ ?

            “ก็ได้…” อย่างไรเสียปาร์คจินยองก็คงไม่ถามอะไรที่ทำให้เขาลำบากใจในการตอบอยู่แล้ว แจบอมจึงยอมรับข้อเสนอของคู่สนทนาแต่โดยดี

            “อย่าหาว่าผมยุ่งเลยนะครับ…”

           

            ‘ แต่ผมอยากรู้ว่าทำไมคุณถึงไม่เคยคิดเข้าข้างตัวเองบ้าง… ’

 

            “คุณหมายถึงเรื่องอะไร ?แจบอมขมวดคิ้วเป็นปมอย่างไม่เข้าใจในคำถามที่ไม่มีการเท้าความใดๆก่อนหน้านี้

            “ช่างเถอะครับอีกฝ่ายไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเขาแต่อย่างใด คุณจำเรื่องที่ผมเคยเล่าให้ฟังได้ไหมครับ เรื่องที่ผมเคยไปสารภาพกับใครคนหนึ่งว่าผมชอบเขา แต่เขาก็ดันไม่รู้ตัว…”

 

            ซู แบค บอน ซอง กง ฮัน จอก ออบ นึน โก แบค (หลายร้อยคำสารภาพที่ไม่ประสบผลสำเร็จ)

 

            แม้จะไม่เข้าใจว่าเพื่อนบ้านของตัวเองต้องการจะสื่ออะไร แต่ใบหน้าที่ก้มลงมองพื้นของคนตรงหน้าในเวลานี้กลับทำให้แจบอมสนใจจินยองเพื่อรอฟังประโยคถัดไปมากกว่าจะสนใจเพลงล่าสุดของวงดนตรีเปิดหมวกซึ่งถูกบรรเลงด้วยกีตาร์โปร่งเพียงหนึ่งตัวที่เขาเป็นฝ่ายชวนเพื่อนบ้านมาดูในตอนแรก

 

            ฮื่อ…” แจบอมมองคนที่ยืนก้มหน้าอยู่อย่างไม่เข้าใจนัก ก็พอจำได้อยู่ก่อนจะหันหน้าไปอีกทางหนึ่งเพราะความรู้สึกแปลกๆบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นในตัวของเขาเอง

           

            จา ชิน คา มี ออบ นึน นา should I just go back (ฉันรู้สึกไม่มั่นใจ ฉันควรยอมแพ้เลยดีไหม)

 

            ถึงผมจะเคยบอกว่าจะหาโอกาสแก้ตัวอีกสักครั้ง แต่เอาเข้าจริงทุกวันนี้เวลาผมเจอเขา ผมก็แทบจะสารภาพกับเขาอยู่ทุกครั้งตอนที่เราคุยกัน…”

            “…”

            “แต่เขาก็ยังไม่รู้ตัวอยู่ดี จนบางทีผมก็เริ่มเหนื่อยแล้วเหมือนกันเสียงถอนหายใจเบาๆราวกับปลงตกทำให้แจบอมยังคงตั้งใจฟังต่อไป ผมเคยคิดจะถอยตั้งหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้สักที บ้าบอสุดๆไปเลยล่ะครับ คุณว่าไหม ?

            “…”

            “แต่ที่ผ่านมาคงเป็นผมเองที่ไม่ชัดเจน ผมก็เลยอยากจะขอความคิดเห็นจากคุณสักหน่อยจินยองเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจถามออกไป ผมกำลังคิดว่าจะลองแก้ตัวอีกสักครั้งแบบจริงๆจังๆ คุณว่าผมควรสารภาพกับเขาไปตรงๆดีไหมครับ ?

            “ถ้าคุณถามผม…” แจบอมสบตากับคนที่เพิ่งเงยหน้าขึ้นมามองเขาอยู่พักหนึ่งพร้อมกับความคิดร้อยแปดในหัวของตัวเอง ในฐานะที่ผมเป็นฝ่ายสารภาพมาตลอด ผมก็จะบอกไปตรงๆ

            “…”

            “เพราะผมไม่ได้สารภาพโดยที่คาดหวังว่าผลลัพธ์มันจะเป็นอย่างที่ตัวเองต้องการ โดนปฏิเสธแบบไม่มีเยื่อใยผมก็เคยโดนมาแล้ว

            “…”

            “แต่อย่างน้อยก็ถือว่าผมบอกให้เขารู้แล้ว แล้วผมก็จะได้รู้ด้วยว่าตัวเองควรทำยังไงต่อไปแจบอมว่าผมไม่รู้ว่าถ้าเป็นคนอื่นเขาจะแนะนำคุณยังไง แต่ถ้าเป็นผม ผมทำแบบนี้มาตลอด

            “เข้าใจแล้วครับ…” ริมฝีปากของนักศึกษาหนุ่มค่อยๆยิ้มออกมาราวกับปลดปล่อยเรื่องที่ตัวเองกลัดกลุ้มไปได้เรื่องหนึ่ง สรุปก็คือ ผมควรสารภาพไปใช่ไหมครับ ?

 

            พัน ดือ ชี โก แบค คัน ดา มัล มัน ฮา มยอน มวอ แฮ in the end (ฉันว่าจะสารภาพแน่ๆ แต่มันคงไร้ความหมาย ถ้าสุดท้ายไม่มีอะไรตอบกลับมา)

 

            “ทั้งนี้ทั้งนั้นก็อยู่ที่ตัวคุณด้วยนะ ผมไม่ได้บอกว่าวิธีของผมมันดีหรือถูกต้อง ผมแค่ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ น่าแปลกที่รอยยิ้มของปาร์คจินยองในเวลานี้กลับทำให้เขาเป็นฝ่ายก้มหน้าหลบตาลงเสียเอง

            โอเคครับปาร์คจินยองหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจากกระเป๋ากางเกงของตัวเอง ถ้างั้นผมก็จะสารภาพกับเขาตอนนี้เลยก็แล้วกัน

            “…” ไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงรู้สึกไม่ชอบรอยยิ้มของปาร์คจินยองในตอนนี้สักนิด

 

            แล้วคิดยังไงจะมาสารภาพรักคนอื่นต่อหน้าเขาเนี่ยนะ ?

           

            นัน นีกา โชวา อี มารี โดเดเช เว ออ-รยออุนจี (ฉันชอบเธอ ทำไมคำพวกนี้ถึงพูดยากจังเลยล่ะ)

 

            รู้ไหมครับคุณแจบอม…” จินยองเดินขยับเข้ามาใกล้ๆคนตรงหน้าหนึ่งก้าว บางทีเวลาที่เห็นหน้าคุณผมก็รู้สึกโมโหขึ้นมาเสียดื้อๆเลยล่ะครับ

           

            คุณน่ะ เลิกโง่สักทีจะได้ไหมครับ

 

            “…” ดวงตากลมโตที่อยู่ห่างจากตรงหน้าของตัวเองเพียงเล็กน้อยทำให้คนที่เพิ่งสบตาไปเพียงเสี้ยววินาทียืนแน่นิ่งไปในทันที

 

            ช่วยฉลาดสักทีได้ไหมครับคุณแจบอม ?

 

            “…” เขาจำได้ดีว่าครั้งหนึ่งเขาเคยได้ยินประโยคนี้จากปาร์คจินยอง ประโยคที่เขาพยายามหาคำตอบมาสองสามวันนี้กำลังทำให้เขาพูดอะไรไม่ออก เหมือนกับว่าหัวมันขาวโพลนไปหมด

 

            นอกจากเลิกโง่แล้ว ก็ช่วยเลิกซื่อบื้อด้วยได้ไหมครับ ?

 

            “…” นอกจากคำว่าโง่แล้ว คำว่าซื่อบื้อก็เป็นอีกหนึ่งคำที่ปาร์คจินยองเคยนิยามถึงใครคนนั้นไว้ ทว่า คำนั้นมันกลับออกมาจากปากปาร์คจินยองทั้งๆที่กำลังยืนอยู่กับเขาในเวลานี้

 

            ผมเหนื่อยแล้วนะ

            ‘ ทั้งๆที่คุณแจบอมก็รู้ทันเรื่องอื่นตั้งเยอะแยะ แต่ทำไมข้อยกเว้นในเรื่องที่คุณไม่รู้ถึงต้องเป็นเรื่องของตัวเองล่ะ

           

            จริงๆต้องบอกว่าเขาเองก็ฉลาด มีหลายๆอย่างที่เขาก็รู้ทัน แต่ดันเป็นเรื่องของคนอื่นน่ะสิครับ จะโง่ก็แค่เรื่องของตัวเองก็เท่านั้น

            “…” นั่นเป็นอีกหนึ่งประโยคที่เขาจำได้ดีว่าปาร์คจินยองก็เคยพูดมันกับเขา ทว่า ตอนนี้ในประโยคนั้นมันกลับถูกแทนด้วยชื่อของเขาเสียเอง

 

            สิ่งที่เขาแปลออกในตอนนี้ก็คือ ที่ผ่านมาคนที่ปาร์คจินยองพูดถึงมาตลอดคือตัวเขาจริงๆ

 

         แต่ยังไงๆเขาก็ไม่กล้าเข้าข้างตัวอยู่ดีว่ะ

 

            “ผมรู้นะครับว่าคุณคงตกใจและไม่คิดที่จะเข้าข้างตัวเองเพราะบาดแผลในอดีตมันคงทำให้คุณกลัว…”

 

            แต่ถ้าผมพูดไปขนาดนี้แล้วคุณยังไม่รู้อีก ผมก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วล่ะครับ… ’

 

            “…”

 

            คลื่นความเงียบลูกใหญ่พัดเข้ามาแทรกกลางระหว่างชายหนุ่มทั้งสองคนที่ยืนอยู่โดยที่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว คำพูดเมื่อครู่นี้มันทำให้เขาแยกไม่ออกว่าตอนนี้ตัวเองกำลังอยู่ในโลกแห่งความฝัน หรืออยู่ในโลกแห่งความจริงกันแน่

 

         แต่ถ้าสิ่งที่ปาร์คจินยองพูดคือการสารภาพของเจ้าตัวจริงๆ

 

         มันก็เป็นครั้งแรกที่คนอื่นเป็นฝ่ายสารภาพกับเขาก่อน

 

            เดี๋ยวนะคุณ…” แจบอมพยายามเรียบเรียงสติตัวเองด้วยมือที่สั่นเทา เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่เขาทำตัวไม่ถูกและคิดในสิ่งที่ตัวเองจะพูดไม่ออกสักอย่างเดียว

            เอาล่ะครับ ผมสารภาพไปหมดแล้ว...” จินยองกดดูเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์ที่ตัวเองหยิบออกมาในตอนแรก ก่อนจะเก็บมันลงกระเป๋า แต่ว่า…”

            “…”

           

            นอเอ มาอึมมี นาวา ทัลรา (เธออาจไม่ได้รู้สึกเหมือนกันกับฉัน)

            นอรึล ทู บอน ทาชิน มท บุลกา บวา คือเก นอมู ทูรยอวอซอ (อาจจะไม่ได้เจอเธออีกเลยก็ได้ นั่นแหละที่ฉันกลัว)

 

            คุณยังไม่ต้องให้คำตอบกับผมได้ไหมครับ…” เสียงของคนตรงหน้าเริ่มสั่นเครือกับใบหน้าที่เสมองไปทางอื่นราวกับกำลังหลบหน้าเขาอยู่ ผมสารภาพออกไปเหมือนกับที่คุณบอกก็จริง…”

            “…”

            “แต่ผมยังไม่อยากฟังคำตอบเลยล่ะครับนักศึกษาหนุ่มค่อยๆถอยหลังออกห่างจากแจบอมทีละน้อย คือ…”

            “…” ไม่เพียงแค่คนที่กำลังพูดกำลังออกอาการมือไม้สั่น ผู้ฟังในเวลานี้ก็ยืนมือสั่นใจสั่นไม่ต่างกัน ผิดกันก็แต่แจบอมยังวางสายตาไว้ที่เพื่อนบ้านของตัวเองอยู่ ขอโทษทีนะ…”

            “ครับ…”

            “ผม…” แจบอมพยายามเรียบเรียงในสิ่งที่เขาอยากจะพูดออกไป หากแต่ร่างของคนตรงหน้ากำลังเดินถอยหลังห่างออกจากเขาไปเรื่อยๆ ผม…”

            “ขอโทษนะครับ แต่วันนี้ผมคงไม่พร้อมฟังคำตอบของคุณจริงๆ…”

            “…”

            “ผมรู้ครับว่ามันเป็นไปได้ยาก เพราะคุณก็คงไม่เคยถูกผู้ชายด้วยกันมาพูดอะไรแบบนี้

            “…”

           

            แต่แต่ผมชอบคุณนะ… ’

 

            ราวกับมีอะไรบางอย่างช็อตเข้าที่ร่างของแจบอมอย่างจังจนชายหนุ่มยืนตัวแข็งไปพักใหญ่ ขาทั้งสองข้างที่รู้สึกหนักเสียจนเขาก้าวขาไม่ออก อีกทั้งมือที่สั่นมากขึ้นกว่าเดิมเพียงเพราะประโยคสั้นๆที่เพิ่งผ่านหูเขาไปเมื่อไม่กี่วินาทีก่อน อาการร้อนผ่าวบนใบหน้าในแบบที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน และหูทั้งสองข้างที่ไม่ได้ยินเสียงเพลงใดๆทั้งสิ้น เพราะสิ่งที่ก้องอยู่ในหัวของเขาตอนนี้กลับมีแต่ประโยคสั้นๆของเพื่อนบ้านชั้นเจ็ดที่เล่นวนซ้ำไปซ้ำมาราวกับเครื่องเล่นเสียงที่กำลังชำรุด

 

         เพี้ยะ !

 

            ร่างสูงตบเข้าที่แก้มของตัวเองอย่างแรง ก่อนที่ความเจ็บจะแล่นเข้ามาตลอดทั้งใบหน้า เป็นการยืนยันว่าเขาไม่ได้ละเมอหรือคิดเพ้อเจ้อจนเก็บไปฝันแต่อย่างใด อีกทั้งอาการหายใจติดขัดและบริเวณตลอดช่วงหน้าอกที่เริ่มปั่นป่วนทำให้แจบอมเริ่มตั้งสติได้ ทว่า คนที่เพิ่งคุยกับเขาไปเมื่อครู่นี้กลับไม่ได้ยืนอยู่ตรงนี้เสียแล้ว

 

         หายไปตั้งแต่เมื่อไหร่วะ !?!

 

            “คุณ ! เดี๋ยวก่อน !”

 

            กว่าจะรู้ตัวอีกที แจบอมจึงหันไปเห็นว่าคนที่ยืนมือสั่นปากสั่นตรงหน้าเขาเมื่อครู่นี้กำลังวิ่งเข้าไปในตลาดซึ่งเป็นทางเดียวกับที่พวกเขาเดินมาในตอนแรก แต่กว่าแจบอมจะยืนสงบจิตสงบใจให้มั่นคงได้ เขาก็ไม่เห็นอีกฝ่ายอยู่ในระยะสายตาเสียแล้ว

 

         วิ่งเร็วชิบหา_ คนหรือลิงวะ

 

            เมื่อเห็นว่าตัวเองคงวิ่งไล่ตามปาร์คจินยองไม่ทันแล้ว แจบอมจึงเดินย้อนกลับมาทิ้งตัวลงนั่งบนขั้นบันไดพร้อมกับที่การแสดงของวงดนตรีเปิดหมวกจบลงพอดี มือหนาจับเข้าที่หน้าอกของตัวเองเมื่อพบว่าตัวเองหอบหายใจไม่หยุดทั้งๆที่เขาไม่ได้ขยับตัววิ่งเหมือนเมื่อตอนหัวค่ำสักนิดเดียว ตลอดช่วงหน้าอกที่ทำให้เขารู้สึกปั่นป่วนเหมือนกับว่ามันพร้อมจะระเบิดออกมาตลอดเวลา อีกทั้งมือหนาที่ยังสั่นไม่หยุดและคำพูดที่ยังคงดังอยู่ในหัวซ้ำๆทำให้ร่างสูงกุมขมับด้วยสมองอันว่างเปล่าและความรู้สึกที่มืดแปดด้านไปหมด

 

            แต่แต่ผมชอบคุณนะ… ’

 

            ใช่ว่าเขาจะไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน แต่เพราะประสบการณ์ในอดีตทำให้เขาไม่อยากเข้าข้างตัวเองสักนิดเดียว ทว่า สิ่งที่เขาเคยคิดกลับถูกยืนยันโดยเจ้าตัวเองในวันนี้

 

            หนูว่าคุณจินยองเขาต้องสนใจพี่อยู่แน่ๆเลย

           

            “ใจเย็นๆไว้ไอ้แจบอม…” ร่างสูงขยี้ผมตัวเองด้วยความวิตกกังวลเมื่อนึกถึงคำพูดหนึ่งของน้องสาวขึ้นมาได้ ก่อนที่สารพัดคำด่าจากคนรอบข้างกับคำว่า โง่ ที่เขาได้ยินอยู่บ่อยๆในพักนี้จะทำให้แจบอมยิ่งสติแตกมากขึ้นไปอีก โว้ย !”

 

            โอเค เรื่องต่อมาที่เขาจับใจความได้ก็คือ คนรอบข้างเขาดูออกหมดเรื่องที่ปาร์คจินยองชอบเขา

 

         แล้วทำไมเขาที่เป็นเจ้าตัวถึงไม่รู้ห่_อะไรเลยวะ !

 

         ทว่า ต่อให้เขาคิดอะไรร้อยแปดจนหัวแทบจะระเบิดออกมาเป็นเสี่ยงๆ แต่เขากลับไม่ได้สนใจเรื่องที่ปาร์คจินยองเป็นผู้ชายเหมือนกันกับเขาสักนิด และเขาก็ไม่ได้รู้สึกโกรธหรือรู้สึกไม่ชอบใจที่ถูกอีกฝ่ายบอกมาแบบนั้น

 

            กลับกันถึงจะไม่รู้ว่าตัวเองรู้สึกกับปาร์คจินยองอย่างไร

 

         แต่มันเหมือนกับว่าเขากำลังดีใจอยู่ลึกๆหลังจากที่ได้ยินแบบนั้น

 

            แจบอมพยายามสงบสติอารมณ์ให้ได้มากที่สุด แม้ว่าในหัวของเขาจะยังมีแต่เรื่องนี้วนเวียนอยู่ก็ตามที แต่เขาก็รู้ตัวว่าตัวเองทิ้งเด็กๆและเพื่อนมานานพอสมควรแล้ว สถาปนิกหนุ่มที่ยังมีสติสัมปชัญญะไม่เต็มร้อยดีนักค่อยๆลากสังขารตัวเองกลับไปที่ร้าน ก่อนจะพบว่าข้าวของทุกอย่างถูกเก็บใส่รถกระบะเรียบร้อยแล้ว มีเพียงเด็กน้อยตัวกลมกับคุณอาทั้งสองคนกำลังนั่งดูดโคล่ากันอย่างอารมณ์ดี

 

            แล้วเขาก็ค้นพบความจริงอีกข้อว่าเขาลืมซื้อโคล่ามาให้เจ้าตัวแสบกับเพื่อนเสียด้วย

 

            “นึกว่าจะต้องจุดธูปสั่นกระดิ่งเรียกให้กลับมาซะแล้ว…” แน่นอนว่าวาทะร้ายกาจแบบนี้จะออกมาจากปากใครไม่ได้นอกจากไอ้เพื่อนปากร้ายของเขา หายหัวไปซะนานเลยนะมึง

            “แด๊ดดี้มาแล้ว !” เจ้าตัวเล็กในชุดฮู้ดสีเหลืองที่ตอนนี้ไม่ได้สวมที่คาดผมรูปไก่แล้วกระโดดลงมารุมกอดคุณพ่อร่างสูงทันทีแด๊ดดี้ ~

            นอกจากจะมาช้าแล้ว ยังไม่ซื้อโคล่ามาให้พวกกูซะด้วย…” วอนพิลจิกตามองผู้มาใหม่หนึ่งทีที่ไม่ยอมทำภารกิจตามที่ได้รับคำสั่ง โชคดีนะที่เมื่อกี๊นี้คุณจินยองเขาซื้อมาให้แล้ว

            “เมื่อกี๊มึงพูดว่าอะไรนะวอนพิล ?แจบอมหันหน้าไปหาเพื่อนสนิทที่นั่งตากพัดลมพกพาพลางดูดโคล่าอยู่

 

            ขนาดวิ่งหน้าตั้งยังมีเวลาแวะซื้อโคล่าให้ทุกคนได้ จะต้องติดสปีดลิงลมระดับไหนกันล่ะ !?!

 

            คุณจินยองเป็นคนซื้อโคล่ามาให้…” วอนพิลตอบ กูว่าจะถามพอดี ทีแรกก็เห็นออกไปด้วยกัน แล้วทำไมถึงแยกกันกลับมาวะ

            “เออ กูก็งงเหมือนกัน เมื่อกี๊ช่วยกันเก็บร้านอยู่ดีๆคุณจินยองก็ซื้อโคล่ามาให้แล้วบอกว่าขอตัวกลับบ้านก่อน

            “แด๊ดดี้หม่ำหม่ำโคล่าซี่ เมื่อกี๊พี่จีนยองซื้อมาให้พวกเราล่ะเจ้าก้อนผมปอยชมพูยื่นขวดโคล่าขึ้นมาให้แจบอมดื่มไปหนึ่งอึกก่อนจะย้อนกลับไปตอบคำถามของเพื่อน

            เดี๋ยวค่อยเล่าก็แล้วกัน เรื่องมันยาวแจบอมตอบเพียงแค่นั้น แว่น เปิดรถให้กูหน่อย กูจะหยิบของ

 

            จิกหัวใช้เพื่อนสนิทให้เปิดประตูรถให้ ก่อนที่แจบอมจะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาจากกระเป๋าแล้วกดหาบัญชีรายชื่อในไลน์ของคนที่เพิ่งคุยกับตัวเองไปเมื่อไม่กี่นาทีที่ผ่านมา กดหน้าจอโทรศัพท์ด้วยมือที่สั่นงกๆอยู่พักหนึ่งแล้วจึงส่งข้อความสั้นๆเข้าไปในห้องแชทของคนที่หนีกลับบ้านไปโดยไม่บอกไม่กล่าวด้วยใจที่ไม่ค่อยเป็นสุขนัก

 

            Im Jaebum : คุณ กลับแล้วเหรอ ?

         Im Jaebum : ถ้าถึงคอนโดแล้วบอกผมทีได้ไหม ?

 

            เพราะรู้สึกไม่สบายใจ อีกทั้งยังนึกเป็นห่วงกลัวว่าสภาพเงอะๆงะๆแบบนั้นจะขับรถกลับคอนโดที่อยู่ค่อนข้างไกลในเวลาสามทุ่มโดยมีชีวิตรอดครบสามสิบสองหรือเปล่า เขาจึงรวบรวมความกล้าส่งข้อความเข้าไป ก่อนจะปิดโทรศัพท์เพื่อช่วยเพื่อนเก็บร้านในส่วนที่เหลือต่อ

 

            เรียบร้อยแล้ว กลับบ้านกันเถอะ !”

 

            กล่องข้าวของกล่องสุดท้ายถูกยกใส่กระบะท้ายรถก่อนที่เจฮยองจะส่งสัญญาณปิดภารกิจอันยิ่งใหญ่ของพวกเขาที่ได้จบลงอย่างเป็นทางการท่ามกลางเสียงปรบมือและเสียงร้องยินดีของเหล่าเด็กน้อยที่กระโดดโลดเต้นไปมาอย่างสนุกสนาน

 

            เย้ ~ วันนี้พวกเราได้ช่วยทุกคนเลยล่ะ ดีใจจังเลยน้า

            “ขอบใจมากนะเด็กๆวอนพิลลูบผมเจ้าตัวเล็กอย่างเอ็นดู เอาล่ะ ทีนี้ก็ไปเล่นที่บ้านพี่ต่อดีกว่าเนอะ

            “ไปเล่นที่บ้านพิลลี่หรอ !?!” แววตาแพรวพราวของเจ้าตัวเล็กทำให้แจบอมฉุกคิดขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้บอกเรื่องสำคัญกับพวกเด็กๆ

            เอาล่ะ ในฐานะที่เป็นเด็กดีกันมาทั้งวัน…” แจบอมย่อตัวลงนั่งตรงหน้ามนุษย์ก้อนตัวจิ๋วที่ยืนกะพริบตากันปริบๆ วันนี้เราจะไปนอนที่บ้านอาวอนพิลกัน แน่นอนว่าอาเจย์ก็ไปด้วย ดีไหม ?

            “จริงหรอแด๊ดดี้ !?! แบบนี้พวกเราก็จะได้เล่นกับอาเจย์แล้วก็พิลลี่นานๆเลยน่ะซี่ !” ศีรษะกลมโป๊งเหน่งสั่นดิ๊กๆด้วยความดีใจ ก่อนที่มวลสารกลมก้อนจะกระโจนเข้าใส่แจบอมอย่างมีความสุข เย้ ! ดีใจที่สุดเลย ขอบคุณน้าแด๊ดดี้ พวกเราจะเป็นเด็กดีของแด๊ดดี้ตลอดไปเลย

            “ไปเล่นกันเถอะ ไปเล่นกัน !”

 

            แต่ถึงจะบอกว่าอยากมาเล่นกับเจฮยองและวอนพิลมากแค่ไหน ทว่า เมื่อกลับมาถึงบ้านของวอนพิลแล้ว การที่เด็กน้อยพากันยืนหาวหวอดด้วยความเพลียจากการทำกิจกรรมมาทั้งวันทำให้แจบอมขอตัวพาเจ้าตัวเล็กทั้งห้าคนไปอาบน้ำแล้วเปลี่ยนเป็นชุดนอน พร้อมกับที่เจ้าตัวแสบได้ของเล่นชิ้นใหม่จากห้องน้ำของบ้านวอนพิลมาอีกด้วย

 

            “ฮื้อ ~ เย็นสุดๆไปเลยน้า

            “จริงด้วยล่ะ งื้อ ~ ยองแจนแสบตาไปหมดแล้วอ่า

            “จาจาหน้าขาวเหมือนตัวตลกเลยอ่ะ

            “ฮึ้ย ! ก็บอกว่าอย่าเรียกจาจาไงล่ะแบมแบม !”

            “ม้ากคึ คยอมอยากทาแป้งบ้าง ม้ากคึทาแป้งให้คยอมหน่อยน้า

 

            กระป๋องแป้งเย็นในห้องน้ำกลายเป็นไอเทมสุดจี๊ดของเจ้าตัวแสบไปในทันที กลิ่นหอมฟุ้งกับใบหน้ากลมๆที่ขาววอกทำให้แจบอมได้แต่กลั้นขำกับเจ้าลูกลิงอ้วนทั้งหลายที่ช่วยกันปะแป้งอย่างสนุกสนาน พร้อมๆกับที่เขาต้องคอยดูแลไม่ให้แป้งเข้าตาเข้าปากเข้าจมูกพวกเด็กๆไปด้วย

 

            โอ้โห ทาแป้งกันหอมฟุ้งเชียวหลังจากนั้นเขาก็พาพวกเด็กๆตามเข้ามาในห้องนอนห้องใหญ่สำหรับแขกซึ่งมีวอนพิลกับเจฮยองช่วยกันปูฟูกนอนอยู่ก่อนแล้ว

            นุ้ม ~ นุ่ม !” ทันทีที่ก้าวเท้าเข้าห้องนอน เตียงนอนสำหรับสองคนก็ถูกเจ้าก้อนวายร้ายปีนขึ้นไปยึดครองพื้นที่ก่อนจะกระโดดดึ๋งๆด้วยความสนุกสนาน

            คยอมเล่นด้วยซี่แจ็คสัน ฮึ้บ !” เจ้าก้อนลูกหมีเริ่มปีนตามขึ้นไปเล่นอีกคนจนแจบอมได้แต่ส่ายหัวอย่างเหนื่อยใจกับความซนของเจ้าตัวเล็ก แต่เพราะเห็นว่าเป็นบ้านของเพื่อนสนิท เขาจึงไม่รู้สึกเกรงใจเท่าไหร่นัก

 

            เจ้านายเราก็เหมือนเจ้านายเพื่อน ฉะนั้นเพื่อนก็ไม่มีสิทธิ์หือกับเจ้านายเหมือนกัน จำไว้ !

 

         แด๊ดดี้ ~ โป๊ะโป๊ะพวกเราหน่อยน้า

 

            หลังจากตกลงกันได้แล้วว่าเจฮยองกับวอนพิลนอนบนเตียง (โดยที่มีหมอนข้างกั้นแบ่งอาณาเขตเอาไว้) ส่วนเขากับพวกเด็กๆนอนบนฟูก เวลาเกือบห้าทุ่มทำให้ทุกคนเริ่มอ่อนเพลียเพราะใช้พลังงานกันอย่างหนักตลอดวัน ส่งผลให้แจบอมเริ่มหิ้วเจ้าตัวเล็กมานอนเรียงแถวเป็นก้อนดักแด้แล้วห่มผ้าให้ทีละคน ตามมาด้วยภารกิจอันยิ่งใหญ่ของเจ้าทาสวัยยี่สิบเจ็ดปีที่ไล่หอมแก้มพวกเด็กๆทีละคนโดยมีเพื่อนสนิททั้งสองคนมองภาพที่แสนจะน่ารักอยู่บนเตียงด้วยรอยยิ้ม

 

            แด๊ดดี้ อาเจย์ พิลลี่ ฝันดีน้า ~

 

            เสียงเล็กแหลมทั้งห้าบอกลาผู้ใหญ่ทั้งสามคน ก่อนที่วอนพิลจะเปลี่ยนไปเปิดโคมไฟขนาดเล็กบนหัวเตียงแทนหลอดไฟในห้อง และเพียงไม่กี่นาทีถัดมา เจ้าตัวเล็กที่นอนเรียงแถวกันก็เริ่มจมเข้าสู่ห้วงนิทรากันไปทีละคน ตามมาด้วยเสียงกรนของวอนพิลซึ่งนอนอยู่ด้านในของเตียงติดกำแพงห้อง รวมถึงเจฮยองที่เงียบไปเหมือนกันซึ่งคาดว่าน่าจะหลับไปแล้ว ภายในห้องนอนเวลานี้จึงเหลือเพียงแค่แจบอมที่กำลังเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาเปิดอินเทอร์เน็ตเพื่อเช็คอะไรบางอย่างที่เขาค้างคาใจมาตั้งแต่ช่วงสามทุ่ม

 

            Im Jaebum : คุณ กลับแล้วเหรอ ? (seen 9.48 PM)

         Im Jaebum : ถ้าถึงคอนโดแล้วบอกผมทีได้ไหม ? (seen 9.48 PM)

 

         11.13 PM

 

            ทั้งข้อความที่เขาส่งไปเมื่อช่วงสามทุ่มซึ่งถูกอ่านหลังจากนั้นไม่นานนัก กับเวลาที่ปรากฏบนหน้าจอโทรศัพท์ของเขาในตอนนี้ทำให้แจบอมขมวดคิ้วตีหน้ายุ่งแม้ว่าจะนอนแอ้งแม้งอยู่บนพื้นท่ามกลางเหล่ามนุษย์ก้อนที่นอนหลับปุ๋ยอยู่ก็ตาม ทั้งๆที่เขาเองก็เป็นประเภทที่ชอบอ่านไลน์แล้วไม่ตอบอยู่เหมือนกัน และปกติเขาก็ไม่ค่อยใส่ใจอะไรแบบนี้ด้วย

 

            แต่วันนี้มันไม่ใช่อ่านแล้วไม่ตอบแบบนี้เขาก็ไม่สบายใจนะเว้ย !

 

            แจบอมถอนหายใจขณะมองหน้าจอโทรศัพท์ที่ไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆสักนิดอย่างกระวนกระวาย ยิ่งเมื่อนึกถึงตอนที่เห็นเพื่อนบ้านของตัวเองทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตอนที่พูดกับเขาด้วยแล้วเขาก็ยิ่งไม่สบายใจมากขึ้นไปอีก ครั้นจะส่งข้อความไปอีกก็กลัวว่าจะสร้างความรำคาญหรือทำให้อีกฝ่ายไม่พอใจเสียด้วย

 

            แต่ถ้ามันเป็นแบบนี้ เขาก็ค้างคาใจเหมือนกัน

 

            คุณยังไม่ต้องให้คำตอบกับผมได้ไหมครับ… ’

            ‘ ผมสารภาพออกไปเหมือนกับที่คุณบอกก็จริง… ’

            ‘ แต่ผมยังไม่อยากฟังคำตอบเลยล่ะครับ

 

            บอกตามตรงเขาก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะตอบปาร์คจินยองอย่างไรดี

 

            แจบอมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่อีกหนึ่งครั้งก่อนจะใช้แขนก่ายหน้าผากตัวเองด้วยความกลุ้มใจ เพราะตัวเองเป็นฝ่ายสารภาพกับคนอื่นมาตลอด เขาจึงไม่เคยรู้ว่าอีกฝ่ายรู้สึกอย่างไร และเมื่อก่อนเขาก็เคยคิดเล่นๆว่าอยากลองเป็นฝ่ายถูกสารภาพดูบ้าง

 

            แต่พอมาเจอเหตุการณ์นี้เข้าจริงๆ เขาไปไม่เป็นเลยว่ะ

 

            จริงอยู่ว่าที่พักหลังมานี้เขาเจอกับปาร์คจินยองบ่อยเสียจนเขายังตกใจว่าอะไรจะทำให้เขามาเจอกับเพื่อนบ้านที่เพิ่งรู้จักกันได้ไม่นานบ่อยขนาดนี้ บางทีอาจจะบ่อยกว่าพวกเจ๊ๆกับพวกบ๊อบบี้ด้วยซ้ำ แต่ที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้คิดเอะใจอะไรมากมาย จนกระทั่งวันที่เกิดอุบัติเหตุที่สวนสัตว์วันนั้น ปาร์คจินยองก็เริ่มเข้ามาหลอกหลอนในห้วงความคิดของเขาบ่อยขึ้นเรื่อยๆ รวมถึงโดนเพื่อนฝูงแซวกันสนุกปากชวนให้เส้นสายกระตุกอยู่บ่อยครั้ง แต่ถึงกระนั้นเขาก็ไม่เคยคิดว่ามันจะกลายมาเป็นเรื่องจริงสักนิด

 

            แถมเขาก็นึกไม่ออกด้วยว่าอะไรที่ทำให้ปาร์คจินยองมาชอบคนเรื่อยเปื่อยอย่างเขา

 

            เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้ที่แจบอมนอนถอนหายใจออกมานับตั้งแต่หัวแตะหมอน สุดท้ายเขาก็ยอมกดปิดโทรศัพท์ไปเมื่อเห็นว่าอย่างไรก็คงไม่มีวี่แววว่าอีกฝ่ายจะตอบกลับข้อความของเขาอยู่แล้ว แต่ก็ใช่ว่าเขาจะข่มตานอนได้อยู่ดี

 

            นอนดิ้นเป็นหนูโดนกาวดักเลยนะมึง…” เสียงงัวเงียของเจฮยองที่อยู่บนเตียงนอนดังขึ้นท่ามกลางแสงไฟสลัวๆจากโคมไฟหัวเตียง

            มึงยังไม่หลับอีกเหรอวะ ?

            “ปกติห้าทุ่มกว่ามันไม่ใช่เวลานอนของกูนี่หว่าเจฮยองตอบแม้ว่าตัวเองจะนอนห่มผ้าอยู่บนเตียงก็ตามที มีเรื่องอะไรกลุ้มใจหรือเปล่าไอ้แจบอม

            “ก็นิดหน่อยเพราะเป็นเพื่อนกันมานาน จึงเป็นธรรมดาที่เจฮยองจะดูออกว่าเพื่อนของตัวเองผิดปกติไปจากทุกที

            “คนขี้เซาแบบมึงนอนยุกยิกแบบนี้ไม่น่าจะนิดหน่อยแล้วนะ

            “…”

            “ถ้ามันหนักใจมากก็ระบายมาเถอะ กูรู้ว่ากูหล่อมาก แต่มึงไม่ต้องคบกูไว้เพื่อแค่เพิ่มค่าเฉลี่ยหน้าตาตัวเองก็ได้ถ้าไม่ติดว่าเขากำลังกลุ้มใจอยู่ รับรองว่าตุ๊กตาปิกาจูที่มาร์คนอนกอดอยู่จะได้ลอยไปอยู่บนหน้าไอ้เจย์แน่ๆ เรื่องคุณจินยองล่ะสิท่า…”

            “มึงรู้ ?แจบอมหันมามองหน้าเพื่อนสนิทบนเตียง ก่อนที่ชายหนุ่มทั้งสองคนจะลุกขึ้นมานั่งคุยกันแทน

            กูทายถูกสินะ ทีแรกก็เดาไว้แต่ไม่คิดว่าจะจริงชายหนุ่มผมน้ำตาลทองตอบ ตอนที่เขาแวะเอาน้ำมาให้ที่ร้าน กูก็เห็นว่าท่าทางเขาดูลนลานพิกลๆ แต่ก็ไม่กล้าถามมึงทะเลาะอะไรกับเขาหรือเปล่าวะ

            “เปล่าแจบอมส่ายศีรษะอย่างกลุ้มใจมึงเขาบอกว่าเขาชอบกูว่ะ

            หึ... เขารู้กันทั้งโลกแล้วเจฮยองกระตุกยิ้มมุม เหลือแต่ไอ้หน้าโง่คนนึงที่รู้ตัวช้ากว่าใครอย่างมึงนี่แหละ

            “…” แจบอมมองคนที่นั่งอยู่บนเตียงอย่างไม่เข้าใจนัก

            กูจะไม่ด่าว่าควาย เพราะควายมันยังรู้ว่าตัวเองมีหน้าที่อะไร ต้องทำอะไรเจฮยองค่อนขอดขึ้นมาจนแจบอมนั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดที่ถูกด่าอยู่กลายๆ มึงไม่เอะใจบ้างเหรอวะว่าทำไมกูกับไอ้วอนพิลที่แซวมึงกับเขาจนแทบจะหมดมุกมาเล่นแล้ว

            แล้วมึงรู้ตอนไหน ?

            “ตั้งแต่วันแรกที่เจอคุณจินยองตอนไปกินสุกี้ที่ห้องมึงนั่นแหละเจฮยองหยิบหมอขึ้นมานั่งกอดไปพลางๆ จำได้เปล่า วันนั้นหลังกินมื้อเย็นเสร็จคุณจินยองเขาก็อาสาเดินลงมาส่งกูกับวอนพิลข้างล่าง

            “อือ…”

            กูเห็นเขาถือถุงกระดาษใบนึงแล้วก็เอาแต่ยืนอมยิ้มอยู่คนเดียว กูก็เลยลองถามเขาดู ถึงได้รู้ว่าถุงกระดาษใบนั้นมันใส่ต้นแคคตัสที่มึงยกให้เขา มึงจำได้หรือเปล่าล่ะ ?

            “…” แจบอมเริ่มคิดตามในสิ่งที่เพื่อนสนิทพูดก่อนจะพยักหน้าตามเมื่อนึกออก ต้นแคคตัสสองต้นที่ปาร์คจินยองใช้เป็นรูปปกเฟสบุ๊คกับรูปประจำตัวในไลน์ทำให้แจบอมกระจ่างแจ้งขึ้นมาอีกหนึ่งเรื่อง

 

            โอเค เขาพอจะเข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมตัวเองถึงโดนด่าว่าโง่ซ้ำไปซ้ำมา

 

            อีกอย่าง สายตาเวลาที่เขามองมึงมันก็ค่อนข้างชัดเจนนะ แล้วก็ไม่ใช่แค่กูกับวอนพิลที่คิดแบบนี้ แม้แต่พวกเจ๊จงฮยอน ซึลกิ หรือซูโฮที่เพิ่งเจอเขาแค่ครั้งเดียวยังดูออกเลย มึงไม่เอะใจบ้างเหรอว่าทำไมพวกมันถึงช่วยกันแซวมึงกับเขาตอนไปทำงานที่คลินิกพี่หมอ

            “…”

            “แล้วเรื่องที่กูพูดที่ถนนคนเดินเมื่อตอนเย็น กูไม่ได้ล้อมึงเล่นแบบขำๆนะเจฮยองยังคงพูดอย่างต่อเนื่อง มึงไม่รู้เรื่องของคุณจินยองยังพอว่า แต่บางทีมึงควรจะรู้ตัวเองด้วยนะแจบอม

            “รู้อะไรวะ ?

            “มึงรู้ตัวไหมว่าตอนที่คุณจินยองเขาคุยเล่นกับเพื่อนของเขาหน้าตามึงน่ากลัวขนาดไหน

            “…”

            “ไม่สิ แค่วันที่ไปทำงานคลินิกพี่หมอ ตอนชยอนูมันขอยืมตัวคุณจินยองไปถ่ายรูป หน้ามึงก็เป็นแบบเดียวกับเมื่อเย็นนี้เป๊ะเลย

            “กูก็แค่ไม่ชอบให้มันมายุ่งกับคนรู้จักของกูก็เท่านั้นแหละ

            “ถ้าเถียงกูอีกแม้แต่คำเดียวกูจะกลิ้งลงจากเตียงไปนอนทับมึงแน่เจฮยองส่งค้อนวงโตใส่แจบอมที่เอาแต่พูดดักคอตัวเอง แจบอม กูรู้นะว่าเรื่องของจีซูคราวนั้นทำให้มึงฝังใจขนาดไหน แต่มึงก็ไม่ควรเอามาบั่นทอนปัจจุบันของมึงเปล่าวะ

            อย่าพูดชื่อนั้นให้กูได้ยิน…” แจบอมส่งสายตามองเพื่อนสนิทที่หลุดปากชื่อต้องห้ามของตัวเองออกมา ชื่อของผู้หญิงที่ทำให้เขากลายเป็นไอ้โง่คนหนึ่งที่คิดไปเอง คิดแล้วก็ยังเจ็บใจมาจนถึงทุกวันนี้

            ช่างเหอะเจฮยองกลอกตามองบนอย่างเหนื่อยใจ สิ่งที่มึงควรสนใจในตอนนี้ไม่ใช่ชื่อของผู้หญิงคนนั้น แต่เป็นเพื่อนบ้านของมึงต่างหาก โอเค้ ?

            “…”

            “ด้วยความที่กูมีสถิติความนกไม่แพ้กันกับมึง กูอาจจะแนะนำอะไรมากไม่ได้ เจฮยองดีดนิ้วเรียกให้แจบอมเข้าสู่โหมดจริงจังไปพร้อมกับตัวเอง แต่กูกล้าพูดแบบเต็มปากเลยว่ามึงไม่ได้รู้สึกไม่ดีกับคุณจินยองหรอก

            “ก็ใช่ไง กูไม่ได้รู้สึกแย่กับเขาอยู่แล้ว ไม่งั้นกูจะมานอนกลุ้มใจทำไมล่ะ ?

            แต่มึงกำลังไม่แน่ใจว่าตัวเองชอบเขาหรือเปล่า ภาษาแถวบ้านกูเรียกว่าสับสน

            “…”

            “กูพูดถูกไหม ?

 

            มันก็ใช่เขาก็เคยคิดเหมือนกันว่าปาร์คจินยองเป็นคนที่น่าสนใจดี

 

         แต่ก็ไม่รู้ว่าที่น่าสนใจนั้น ในความคิดของเขามันอยู่ในระดับไหน

 

            ตี๋ ถ้ามึงไม่แน่ใว่าคำตอบของมึงคืออะไร มึงก็อย่ารีบตัดสินไปก่อน ไม่งั้นจะเป็นมึงเองที่มานั่งเสียใจทีหลังนะ

            ก็จริง…” แจบอมถอนหายใจออกมาอีกครั้ง แต่ถ้าเขาต้องการคำตอบเร็วๆนี้ล่ะ กูจะทำยังไง ?

            “อายุก็จะเหยียบสามสิบแล้ว แถมมีแฟนมาตั้งหลายคน ทำไมมึงไม่รู้จักเอาประสบการณ์ทั้งชีวิตของมึงมาบูรณาการวะ หา !?!”

 

            ก่อนจะด่าแบบนี้ ไอ้แว่นมันคิดหรือเปล่าว่าเขาจะเข้าใจกับมันไหม

 

            กูจะเอาประสบการณ์ที่ไหนมาใช้ล่ะ มึงก็รู้ว่าที่ผ่านมากูเป็นฝ่ายเข้าหาคนอื่นก่อนทั้งนั้น

            แล้วปกติเวลามึงจะจีบคนอื่น มึงเดินเข้าไปพูดกับเขาว่าอะไร ?เจฮยองยิงคำถามที่ทำให้แจบอมต้องมารื้อความทรงจำในอดีตอีกครั้งหลังจากห่างหายจากเรื่องแบบนี้ไปนานพอสมควร

 

            มินะ รเราชอบมินะนะ เราลองมาคุยกันดูไหม ?

            ‘ นูน่า ผมว่าผมชอบนูน่าว่ะ ถ้านูน่าไม่ว่าอะไร เราลองคุยกันดูก่อนดีไหม ?

            ‘ พี่ว่าเราน่ารักดีว่ะ ยังไงก็ลองคุยกันดูก่อนไหม ?

 

            สารพัดเรื่องราวในอดีตที่ถูกรื้อขึ้นมาจากลิ้นชักความทรงจำ ไม่ว่าจะเป็นสมัยมัธยม หรือตอนเรียนมหาวิทยาลัย ภาพที่เขาเดินตรงเข้าไปหาคนที่ตัวเองสนใจก็ผุดขึ้นมาพร้อมกับประโยคที่พอมาคิดดูดีๆแล้วมันก็มีความหมายไปในทิศทางเดียวกันหมด

 

         เท่าที่จำได้ ก็ไปขอลองคุยกับคนนั้นคนนี้ แต่ไม่ได้พูดไปตรงๆแบบเต็มปากว่าชอบเขา เพราะยังไม่แน่ใจว่าตัวเองชอบเขาจริงๆหรือเปล่า

 

            “ไง นึกออกยัง ?

            “อือ…” ซึ่งพอมานึกถึงอดีตของตัวเองแล้ว แจบอมก็แทบจะสะบัดออกจากหัวแทบไม่ทัน เที่ยวไปขอคุยกับคนนั้นคนนี้ไปทั่ว มาคิดดูตอนนี้ก็น่าอายเหลือเกิน

            มันไม่ยากเลยมึงเจฮยองกอดอกมองเพื่อนสนิทของตัวเองอย่างเหนื่อยใจ แค่เปลี่ยนจากการที่มึงเป็นฝ่ายบอกชอบคนนั้นคนนี้ เป็นฝ่ายถูกบอกชอบบ้าง นอกจากนั้นมันก็เหมือนกันทุกอย่างไม่ใช่เหรอวะ ?

            “ยังไงวะ ?

            “อย่างแรก คือมึงยังไม่แน่ใจว่าตัวเองชอบเขาหรือเปล่า อย่างที่สอง มึงก็ไม่ได้รู้สึกแย่กับเขา อย่างที่สาม บางทีมึงก็คิดอยู่ลึกๆว่ามึงอาจจะชอบเขาเหมือนกัน

            “…”

            “ฉะนั้นวิธีการหาคำตอบให้ตัวมึงเองมันไม่ยากเลยแจบอม สถาปนิกหนุ่มถือวิสาสะเอื้อมไปเปิดลิ้นชักบนหัวเตียงก่อนจะโยนอะไรบางอย่างลงมาที่หน้าตักของเขาอย่างจัง กูพูดขนาดนี้มึงคงรู้แล้วใช่ไหมว่าควรทำยังไงต่อ ?

            “โอเค…” แจบอมมองสิ่งที่เพื่อนสนิทเพิ่งโยนลงมาให้เขาเมื่อครู่นี้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมกับวัตถุชิ้นเล็กในมือและวิธีการหาคำตอบที่เขาพยายามคิดจนหัวหมุนมาตลอดช่วงค่ำที่ผ่านมา กูเข้าใจแล้ว

 

            ‘ ฝากดูแลเด็กๆทีนะ แล้วกูจะรีบกลับมา

           

            .

            .

            .

 

            หนาวชิ_หาย

 

            แจบอมยืนกอดอกอยู่หน้าประตูทางเข้าอาคารคอนโดในสภาพที่มือเท้าสั่นไปหมดด้วยความหนาวเย็นของอากาศในเวลาเที่ยงคืนครึ่ง อีกทั้งทรงผมยุ่งๆที่เกิดจากการสวมหมวกกันน็อคมาราวๆยี่สิบนาทีทำให้ร่างสูงรีบแตะคีย์การ์ดเข้าไปในคอนโดของตัวเองให้ไวที่สุด

            หลังจากที่เจฮยองโยนกุญแจรถมอเตอร์ไซค์ของวอนพิลซึ่งอยู่ในลิ้นชักมาให้ รวมถึงคีย์การ์ดคอนโดของตัวเองที่เขาฝากเก็บไว้ด้วยกัน มอเตอร์ไซค์รุ่นคุณปู่ของวอนพิลก็ถูกแจบอมนำมาใช้งานโดยไม่ได้เอ่ยปากขอเจ้าของสักนิด และสถานที่ที่เขาใช้เวลาร่วมยี่สิบนาทีในการขี่มอเตอร์ไซค์จนมาถึงปลายทางก็คือชั้นเจ็ดของคอนโดที่ตัวเองอาศัยอยู่

 

            ใช่ อ่านกันไม่ผิดหรอก ห้องของเขาอยู่ชั้นสี่ แต่ตอนนี้เขากำลังจะขึ้นไปชั้นเจ็ด

 

            ใช้เวลาเพียงครู่เดียว ลิฟต์ก็นำพาให้เขามาหยุดอยู่ที่ชั้นเจ็ด หน้าห้องพักหมายเลข 0716 แต่พอนึกถึงหน้าเจ้าของห้องขึ้นมาแล้ว มือเจ้ากรรมมันก็ไม่กล้าเคาะประตูห้องเสียอย่างนั้น

 

            กดดันว่ะ

 

            ก๊อก ก๊อก !

 

            ยืนสูดหายใจเข้าให้ตัวเองสงบสติอารมณ์อยู่พักหนึ่ง ก่อนที่แจบอมจะกลั้นใจเคาะประตูห้องอย่างกล้าๆกลัวๆ ยิ่งเมื่อคิดถึงเรื่องที่อีกฝ่ายยังไม่ตอบข้อความของเขาด้วยแล้ว เขาก็นึกไม่ออกเลยว่าตอนนี้ปาร์คจินยองจะอยู่ในอารมณ์แบบไหน

 

            อย่าให้เขาต้องขี่มอเตอร์ไซค์จนลมตีหน้าเพื่อมาโดนเหวี่ยงใส่เลย

 

             “…” และหากถามว่าสิ่งที่ทำให้เขารู้สึกลุ้นระทึกใจที่สุดก็คงจะไม่พ้นประตูห้องที่ถูกเปิดออกโดยปราศจากคำทักทายของเจ้าของห้อง มีเพียงร่างของนักศึกษาเพื่อนบ้านในชุดนอนสไตล์อากงกำลังยืนมองหน้าเขาด้วยท่าทีตกใจไม่น้อย

            “…” ส่วนแจบอมเองเมื่อเห็นคนตรงหน้ายืนมองหน้าตัวเองอยู่เงียบๆ ไอ้ที่คิดๆไว้ว่าจะพูดอะไรมันก็ปลิวหายไปหมดเสียแล้ว

            มีอะไรหรือเปล่าครับ ?เสียงของปาร์คจินยองเบาเสียจนเขาต้องตั้งใจเงี่ยหูฟังขณะที่คนถามกำลังก้มหน้าหลบสายตาของเขาอยู่

            ผมสัญญาว่าจะรบกวนคุณแค่ครู่เดียว ผมมีเรื่องอยากจะคุยด้วยนิดหน่อยได้ไหม ?

            “ครับ…” อีกฝ่ายพยักหน้าด้วยท่าทีหวั่นใจไม่น้อย ยกเว้นเรื่องที่ผมบอกคุณไปนะ…”

            “หืม ?

            “เรื่องคำตอบของคุณน่ะ…” นักศึกษาหนุ่มพยายามเงยหน้าขึ้นมามองแขกที่โผล่มาทักทายยามวิกาล ผมยังไม่พร้อมฟังมันนะครับ

            “คุณไม่ต้องห่วงหรอกเขาจะถือว่าเป็นโชคดีของเขาก็แล้วกันที่ปาร์คจินยองพูดถึงหัวข้อที่ทำให้เขายอมกลับมาที่นี่พอดี

 

            เพราะผมก็ยังไม่รู้เหมือนกันว่าจะตอบคุณยังไงดี… ’

 

            “หมายความว่ายังไงครับ ?ใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดหวั่นของคนตรงหน้าเริ่มเปลี่ยนเป็นแววตาที่สั่นไหว

            ผมมีคำถามที่ต้องถามคุณก่อนแจบอมขัดขึ้นมาก่อนจะถามในสิ่งที่ตัวเองค้างคาใจจนเป็นเหตุให้เขาต้องมาอยู่ที่นี่ในตอนนี้ ทำไมคุณไม่ตอบข้อความของผม ?

            “คือมัน…”

            “…”

            “…”

            “…”

            “คือผมแค่ไม่รู้ว่าจะตอบยังไงน่ะครับมือของนักศึกษาหนุ่มกำเข้าที่ขากางเกงทั้งสองข้างเพื่ออย่างกล้าๆกลัวๆ ผมตกใจนะ ตอนที่เห็นข้อความของคุณ ผมไม่คิดว่าคุณจะทักมาถามแบบนั้น

            “ก็จู่ๆคุณเล่นวิ่งหายจ้อยไปแบบนั้น ผมจะไม่ตกใจได้ยังไงล่ะ

            “ก็มัน…” สีหน้าตื่นตูมราวกับเด็กที่กำลังหวาดกลัวทำให้แจบอมเริ่มรู้สึกไม่มั่นใจในตัวเองขึ้นมานิดหน่อย

            “คุณอย่าทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ตอนมองหน้าผมได้ไหม ผมเสียเซลฟ์นะ…”

            “…” มือที่ยังสั่นอยู่เล็กน้อยของเจ้าของห้องหมายเลข 0716 เริ่มเปลี่ยนมากำลูกบิดประตูห้องแทน

            เหตุผลที่ผมมาหาคุณตอนนี้ไม่ใช่เพราะผมจะมาให้คำตอบกับคุณ แต่เพราะผมก็ต้องการมาหาคำตอบให้ตัวเอง ฉะนั้นคุณช่วยฟังที่ผมพูดสักเดี๋ยวได้ไหม ?

            “ทำไมจะไม่ได้ล่ะครับเท่าที่เขาสังเกตในตอนนี้ ก็พอจะเห็นว่าปาร์คจินยองกำลังสูดหายใจเข้าลึกๆเหมือนกับว่ากำลังสงบสติอารมณ์คล้ายๆกันกับเขา ว่ามาสิครับ

            “โอเคต่อจากนี้ไปคุณตั้งใจฟังผมพูดให้ดีๆนะแจบอมเว้นช่วงไปครู่หนึ่ง แล้วจึงเริ่มพูดในสิ่งที่เขาพยายามเรียบเรียงออกมาเป็นคำพูดที่ทำให้คนฟังเข้าใจง่ายที่สุด ผมไม่รู้ว่าคุณจะเชื่อในสิ่งที่ผมพูดไหม….”

            “…”

 

            แต่คุณเป็นคนแรกที่เป็นฝ่ายบอกชอบผมก่อน… ’

            ‘ เพราะที่ผ่านมาผมเป็นฝ่ายบอกชอบคนอื่นมาตลอด

 

            “…” สีหน้าของปาร์คจินยองดูจะตกใจอยู่ไม่น้อยหลังจากได้ยินเขาพูดแบบนั้น แต่ถึงกระนั้นแจบอมก็ยังคงพูดต่อไป

 

            และถึงผมจะมีแฟนเป็นผู้หญิงมาตลอด แต่ผมก็ไม่อยากคุณคิดไปเองว่าผมจะรังเกียจคุณ

            ‘ เพราะผมมองว่าคุณก็เป็นคนๆหนึ่งที่มีความรู้สึกเหมือนผม… ’

 

            “…”

 

            ‘ แล้วก็มีหลายครั้งที่ผมเคยสงสัยเหมือนกันว่าตัวผมเองชอบคุณหรือเปล่า

            ‘ แต่ที่ผมมั่นใจก็คือ สำหรับผมแล้ว คุณเป็นคนที่น่าสนใจนะ

 

            “…”

 

            เพราะเหตุผลนั้น ผมก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองควรจะให้คำตอบกับคุณยังไงดี

            ‘ ผมไม่อยากรีบตัดสินใจทั้งๆที่ผมยังไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง เพราะผมไม่อยากมานั่งเสียใจกับการกระทำของตัวเองในภายหลัง

 

            “…”

 

            ‘ เพราะงั้นแทนที่คุณจะรอให้คำตอบของผมเป็นตัวตัดสิน ผมว่าเราลองมาหาคำตอบด้วยกันดูไหม ?

 

            “ครับ ?

            “อย่างที่บอกไปว่าปกติแล้วผมเป็นฝ่ายจีบคนอื่นมาตลอด ผมจึงไม่เคยอยู่ในสถานะที่ต้องเป็นฝ่ายให้คำตอบกับคนอื่นแจบอมพยายามควบคุมมือที่เริ่มสั่นของตัวเองให้อยู่ในสภาวะปกติที่สุด ก่อนจะพูดต่อไป

 

            ผมว่าเรามาลองคุยกันดูก่อนดีไหม ?

            ‘ มันอาจจะเป็นวิธีที่ดูโง่ไปหน่อย แต่คนโง่ๆแบบผมก็คิดออกแค่วิธีนี้จริงๆ

            ‘ ผมไม่ได้คิดจะคุยเพื่อถ่วงเวลาหรือคิดแค่ว่าอยากมีคนคุย แต่ผมอยากลองคุยเพื่อศึกษากันและกันไปก่อน แล้วถ้าผมมั่นใจว่าตัวเองชอบคุณเมื่อไหร่… ’

           

            ‘ หลังจากนั้นผมจะเป็นฝ่ายจีบคุณเอง

 

           

            “…” ใบหน้าของคนตรงหน้าที่แจบอมไม่สามารถอ่านและตีความออกทำให้ชายหนุ่มเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง อีกทั้งบริเวณหน้าอกที่สั่นไหวอยู่ตลอดเวลาที่เขาพูดมาจนถึงตอนนี้ แจบอมจึงยิ่งไม่กล้ามองคนตัวเล็กกว่ามากขึ้นไปอีก

            แต่คุณถ้าไม่โอเค…”

           

            ตกลงครับ… ’

 

            “…” เพียงเสี้ยววินาทีหลังจากนั้นจินยองก็เริ่มยิ้มบางๆออกมา และมันก็ทำให้แจบอมที่กังวลจนจิตใจหนักหน่วงไปหมดค่อยๆผ่อนลมหายใจออกมาราวกับปล่อยความรู้สึกอึดอัดที่สะสมเอาไว้ในตอนแรกออกมาจนเริ่มสบายใจขึ้น

            “ขอบคุณนะครับคุณแจบอม

            “ฮื่อ…” แจบอมพยายามนึกในสิ่งที่เขาอยากจะพูดเพื่อไม่ให้เกิดความเงียบระหว่างพวกเขา แต่พอมองหน้าคนตรงหน้าแล้ว หัวของเขามันกลับว่างเปล่าไปหมดเสียจนเขารู้สึกหงุดหงิดตัวเองพอสมควร

            ใกล้จะตีหนึ่งแล้ว คุณกลับไปอยู่กับเด็กๆดีกว่าครับ ทิ้งเด็กๆไว้ที่ห้องแบบนี้คงไม่ดีเท่าไหร่นะ

            “ไม่เป็นไรหรอกแจบอมส่ายศีรษะเบาๆ เด็กๆอยู่ที่บ้านของวอนพิลน่ะ ยังไงก็มีเจย์กับวอนพิลดูแลอยู่แล้ว

            “ครับ ? บ้านคุณวอนพิล ?

            “ใช่ ทำไมหรือ ?

            “แล้วคุณแจบอมไม่ได้ไปนอนที่บ้านคุณวอนพิลด้วยหรือครับ ?

            “ไปสิแจบอมเริ่มเปลี่ยนกลับมาคุยกับเพื่อนบ้านของตัวเองด้วยท่าทีสบายๆมากขึ้น เดี๋ยวพอคุยกับคุณเสร็จผมก็กลับไปที่บ้านของมันนั่นแหละ

            “อย่าบอกนะว่าที่คุณขับรถกลับมาที่คอนโดเพราะเรื่องนี้น่ะ ?นักศึกษาหนุ่มเริ่มขมวดคิ้วพร้อมกับท่าทีที่ดูจะตกใจไม่น้อย ขับรถตอนกลางคืนแบบนี้มันไม่ปลอดภัยนะ

            ผมรู้…” แจบอมพยักศีรษะหงึกๆ แต่ไม่เป็นไรหรอกคุณ ผมขี่มอเตอร์ไซค์เลี่ยงถนนใหญ่มา ดึกๆแบบนี้ไม่มีรถหรอกน่า

            “คุณแจบอม มันอันตรายนะครับ !” พอได้ยินชื่อพาหนะที่เขาใช้แล้ว คราวนี้นอกจากจะถูกเตือนด้วยคำพูดแล้ว ทั้งท่าทาง สีหน้า และน้ำเสียงก็เข้ามามีส่วนร่วมด้วย

            “คุณนี่ขี้กังวลกว่าที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะแจบอมว่า ดึกป่านนี้แล้ว คุณไปนอนเถอะ ขอโทษที่ผมมารบกวนเสียดึกเลย

            “ไม่เป็นไรครับ…” อีกฝ่ายปฏิเสธอย่างเด็ดขาดด้วยสีหน้างอง้ำจนแจบอมนึกแปลกใจ ผมจะรอจนกว่าคุณจะกลับถึงบ้านคุณวอนพิลก็แล้วกัน

            “…”

            “ถ้าถึงแล้วช่วยไลน์มาบอกผมทีได้ไหม…” เสียงของคนตรงหน้าเริ่มอ่อนลงด้วยความกังวล อย่าหาว่าผมยุ่งเรื่องของคุณเลยนะ แต่ขี่มอเตอร์ไซค์ตอนดึกๆแบบนี้ผมก็เป็นห่วงคุณนะ

            “หืม…” ทว่า เมื่อเห็นท่าทางเงอะงะตอนที่พยายามพูดประโยคหลังออกมา กลับทำให้เขานึกขันในท่าทีของคนตรงหน้าจนแกล้งขึ้นเสียงสูงในลำคอพอให้โดนให้อีกฝ่ายส่งสายตาค้อนวงโตมาให้แบบเจ็บๆหนึ่งที เข้าใจแล้ว ถ้าถึงเมื่อไหร่ผมจะไลน์มาบอกก็แล้วกัน

            “…”

            “แต่ถ้าคุณง่วงจนรอไม่ไหวก็หลับไปก่อนเลยก็ได้ ไม่ต้องฝืนหรอกแจบอมว่า ผมไปก่อนนะ บาย

            “ครับ บ๊ายบายครับจินยองโบกมือลาให้เล็กน้อยเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา ฝันดีนะครับคุณแจบอม

            “ฝันดีเหมือนกันนะคุณ โชคดี

            “ครับ โชคดีนะครับ ประตูห้อง 0716 ถูกปิดลงหลังจากที่เจ้าของห้องรอส่งแขกจนกระทั่งเห็นว่าแจบอมเดินเข้าไปในลิฟต์แล้ว

 

            เวลาตีหนึ่งเศษกับเส้นทางเลี่ยงถนนใหญ่ที่แสนจะเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟข้างทางที่ทำให้สถาปนิกหนุ่มขับรถในเวลาดึกแบบนี้ได้อย่างสบายใจ อีกทั้งถนนเส้นเล็กที่ปราศจากรถในเวลานี้ทำให้เขาขี่มอเตอร์ไซค์คิดอะไรต่อมิอะไรไปได้เรื่อยๆโดยไม่ต้องรีบร้อนนัก แล้วก็มีหลุดอมยิ้มออกมาบ้างเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมาตลอดทั้งวันที่ผ่านมา

            พอมาคิดๆดูแล้ว เขาก็ไม่อยากเชื่อตัวเองว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ไปเสียได้ ใช่ว่าเขาจะจำไม่ได้เสียหน่อยว่าวันแรกที่เจอกับปาร์คจินยองเขายังตีกับหมอนั่นแถมยังต้องมาเป็นที่รองรับความขี้เหวี่ยงของเจ้าตัวจนถึงกับตั้งปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่า ถ้าต้องมีแฟนแบบปาร์คจินยองสู้ให้เขาไปกลั้นใจตายดีกว่า เสียด้วย

 

            ถึงจะยังไม่ได้เป็นแฟนกันก็เถอะ แต่ยังไงเขาก็ต้องขอถอนคำพูดก่อนก็แล้วกัน

 

            ถ้าจำไม่ผิด หลังจากเลิกกับแฟนเก่าคนล่าสุดก็เป็นเวลาราวๆสองปีเห็นจะได้ จากนั้นมาเขาก็ใช้ชีวิตแบบล่องลอยมาตลอด พอตอนหลังก็มีมนุษย์ก้อนที่ซนและแสบกันเต็มเม็ดเต็มหน่วยมาให้เลี้ยงถึงห้าก้อนด้วยแล้ว ไอ้ความคิดที่จะหาแฟนใหม่มันก็แทบไม่มีอยู่ในหัวสักนิดเดียว แต่ถ้าจะมีคนเข้ามาในชีวิตอีกครั้งตอนอายุปูนนี้แล้วล่ะก็

 

         อายุก็ไม่ใช่น้อยๆแล้ว ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากหยุดตัวเองไว้ที่ใครสักคนเหมือนกัน… ’

 

         เขาก็หวังว่าครั้งนี้จะเป็นการลองคุยกับใครสักคนเป็นครั้งสุดท้ายล่ะนะ


...to be continued...


[ Special side by Park Jinyoung ]

 

            ในที่สุดก็บอกไปจนได้ ทำยังไงดีล่ะปาร์คจินยองเอ๋ย

 

            “เฮ่อ…” หนักใจเหลือเกินครับ หนักใจพอๆกับตอนที่เสนอหัวข้อทำวิทยานิพนธ์ไม่ผ่านเลย ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าไหร่แล้วที่ผมกลับมานอนรากงอกก่ายหน้าผากอยู่บนเตียงด้วยความกลุ้มใจหลังจากที่บอกกับเขาไปแล้วก็วิ่งหนีเขาออกมาเสียดื้อๆ บอกตามตรงนะครับ ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าตัวเองจะวิ่งหนีเขาทำไม

 

            บางที อาจเป็นเพราะว่าผมกลัวคำตอบของเขาก็เลยไม่กล้าอยู่รอฟังล่ะมั้งครับ

 

            ทั้งๆที่ตั้งใจแค่ว่าจะไปช่วยอุดหนุนร้านของคุณเจฮยองกับคุณวอนพิลตามที่สัญญากับพวกเขาเอาไว้ ผมก็เลยไปชวนเพื่อนๆสมัยเรียนมหาวิทยาลัยในไลน์กลุ่มมาด้วยกัน รวมถึงรุ่นพี่ที่รู้จักกันมานานนมอย่างพี่แทคยอน เจ้าของตุ๊กตาแมวเขียวที่เขายกให้พวกเด็กๆไปนั่นล่ะครับ

 

            พี่คนนี้ก็งานดีอ่ะแก… ’

            ‘ จินยอง พี่เขาชื่ออะไร อายุเท่าไหร่เหรอ ?

 

            แต่ผมก็ชักไม่แน่ใจแล้วว่าตัวเองคิดถูกหรือคิดผิดที่ชวนเพื่อนคนอื่นนอกเหนือจากเวนดี้กับเซจองมาด้วย ผมรู้ตัวครับว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์ไปรู้สึกแบบนั้น แต่พอเห็นเพื่อนๆคนอื่นคุยกับคุณแจบอมแล้วผมก็รู้สึกหมั่นไส้พวกเธออยู่ดี

           

            เด็กๆ มีลูกค้าเยอะแบบนี้คุณพ่อต้องเหนื่อยแน่ๆเลย พวกเราไปช่วยคุณพ่อเขาทำงานดีไหม ?

            ‘ จริงด้วยซี่แด๊ดดี้ ~ ให้พวกเราช่วยแด๊ดดี้ทำงานน้า ~

 

            แต่อย่างน้อยผมก็มีหน่วยก้อนอัลฟาตัวกลมตั้งห้าคนคอยกันพวกเธอออกจากคุณแจบอมอยู่ดีนั่นแหละครับ :’P

 

            ทุกคนที่ไปเที่ยวด้วยกันในวันนี้เป็นเพื่อนร่วมรุ่นสมัยเรียนปริญญาตรีเท่านั้นครับ จะมีก็แต่พี่แทคยอนที่ข้ามรุ่นไปไกลหน่อย แต่เขาก็รู้จักกับเพื่อนๆทุกคนของผมเหมือนกัน บวกกับที่เห็นว่าครอบครัวของเขาหนีไปเที่ยวต่างประเทศกันหมด ก็เลยชวนมาเที่ยวไม่ให้เหงาก็เท่านั้นเองครับ

 

         แทคยอนรับพรีออเดอร์อ๊คแคทนะ : จินยอง พี่กลับบ้านก่อนนะ

           

            นั่นเป็นข้อความที่ผมได้รับจากพี่แทคยอนตอนที่ผมพาคุณแจบอมวิ่งหนีออกมาจากกลุ่มเพื่อนของตัวเอง ผมรู้ครับว่าที่ผมทำไปแบบนั้นมันไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่เรื่องอะไรที่ผมจะอยู่ตรงนั้นให้ตกเป็นเป้าในการซักไซ้ของพวกเธอล่ะครับ

 

            ถ้าพวกผู้หญิงอยากรู้เรื่องอะไรสักเรื่องแล้วล่ะก็พวกเธอจะทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้รู้จนได้ เชื่อผมเถอะครับว่าผู้หญิงเป็นเพศที่น่ากลัวจริงๆ

 

         Park Jinyoung (Junior) : กลับแล้วหรือครับ ? (seen)

         Park Jinyoung (Junior) : ผมขอโทษนะครับที่ทิ้งพี่ดื้อๆเลย แต่ผมไม่อยากโดนพวกนั้นถาม ไว้ผมจะเลี้ยงข้าวขอโทษพี่ทีหลังนะครับ (seen)

            แทคยอนรับพรีออเดอร์อ๊คแคทนะ : ไม่เป็นไรหรอก ขอบใจมากนะที่อุตส่าห์ชวนมาเที่ยว เดี๋ยวพี่กลับไปซักผ้ากับถูบ้านก่อน ขี้เกียจฟังเมียด่าตอนกลับจากออสเตรเลีย

            Park Jinyoung (Junior) : ครับ ขับรถกลับดีๆนะครับ (seen)

            แทคยอนรับพรีออเดอร์อ๊คแคทนะ : นี่ จินยอง

         Park Jinyoung (Junior) : ครับ ? (seen)

            แทคยอนรับพรีออเดอร์อ๊คแคทนะ : ผู้ชายคนนั้นน่ะ

            แทคยอนรับพรีออเดอร์อ๊คแคทนะ : หึงโหดว่ะ แม่งมองเหมือนจะฆ่าพี่ตั้งหลายรอบแล้ว

            แทคยอนรับพรีออเดอร์อ๊คแคทนะ : *สติกเกอร์อ๊คแคทวิญญาณหลุดออกจากร่าง*

            Park Jinyoung (Junior) : เขาแค่หน้าดุเฉยๆครับ ไม่มีอะไรหรอก (seen)

            แทคยอนรับพรีออเดอร์อ๊คแคทนะ : หน้าดุนี่จำเป็นต้องขึ้นราคาอาหารกับพี่ไหม ?

            แทคยอนรับพรีออเดอร์อ๊คแคทนะ : เข้าข้างตัวเองบ้างก็ได้นะจินยอง

         แทคยอนรับพรีออเดอร์อ๊คแคทนะ : *สติกเกอร์อ๊คแคทไฟท์ติ้ง*

 

            ผมก็อยากจะเข้าข้างตัวเองอยู่เหมือนกันตอนที่เห็นเขาแกล้งเพื่อนคนหนึ่งที่ชอบเรียกผมว่ายาหยี แต่ขนาดผมยอมเปิดปากสารภาพกับเขาไปตรงๆตามที่เขาเป็นคนแนะนำ สีหน้านิ่งเฉยของเขาในตอนนั้นมันทำให้ผมไม่กล้าหวังอะไรกับผลลัพธ์สักนิดเดียว

 

            จริงๆผมก็เคยทำใจไว้บ้างแล้ว แต่พอเอาเข้าจริงมันก็รู้สึกหน่วงๆไม่ใช่น้อยเลยล่ะครับ

 

            Line !

 

            “หืม…” พอต่ออินเทอร์เน็ตกะว่าจะเล่นโทรศัพท์แก้เบื่อ ก็ต้องมาเจอกับเสียงแจ้งเตือนไลน์อีก ซึ่งส่วนใหญ่มันก็มาจากไลน์กลุ่มมหาวิทยาลัยแทบทั้งสิ้น บอกตามตรงว่าผมเริ่มรำคาญเสียงแจ้งเตือนไลน์ที่พวกเพื่อนๆคุยกันไม่มีทีท่าว่าจะหยุดขึ้นมาแล้วล่ะครับ ผมว่าผมควรจะปิดการแจ้งเตือนไปสักพักดีกว่า

 

Im Jaebum : คุณ กลับแล้วเหรอ ?

Im Jaebum : ถ้าถึงคอนโดแล้วบอกผมทีได้ไหม ?

 

            ผิดคาดครับข้อความที่เด้งขึ้นมาหลังจากผมเปิดอินเทอร์เน็ตมันไม่ใช่ของพวกเพื่อนๆเหมือนที่ผมนึกรำคาญในตอนแรก แต่กลับเป็นคนที่ผมเพิ่งจะวิ่งหนีเขามาเมื่อชั่วโมงที่แล้วต่างหาก

 

         แต่ถ้าอยากลืมเขาให้ได้ ผมก็ไม่ควรตอบใช่ไหมล่ะครับ ?

 

            สุดท้ายผมจึงทำเพียงแค่กดอ่านแล้วก็ปิดโทรศัพท์ไปอาบน้ำกินข้าวก่อนจะกลับมานั่งจุมปุ๊กอยู่หน้าแล็ปท็อปเพื่อลงมือทำงานต่อเสียทีหลังจากที่เสียเวลาไปหนึ่งวันเต็มๆ ทว่า งานตรงหน้าของผมมันก็ไม่คืบหน้าสักนิด เพราะตอนนี้ผมไม่มีสมาธิมากพอที่จะลงมือทำมัน ซึ่งผมก็พอจะรู้ตัวว่าตอนนี้ใจของผมมันยังไม่นิ่งพอที่จะทำงานแบบนี้

 

            ทำไมคุณไม่ตอบข้อความของผม ?

 

            ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือการที่เขามาเคาะห้องผมตอนเที่ยงคืนกว่าๆ และสีหน้าเรียบเฉยที่ทำให้ผมไม่กล้าคาดเดาอะไรกับคำถามที่ทำให้ผมพยายามนึกหาเหตุผลที่ดูเข้าท่าที่สุดมาตอบเขามันก็ยิ่งทำให้ผมไม่เข้าใจว่าคุณแจบอมต้องการจะสื่ออะไร

 

            แต่อย่าให้ความหวังกันนักจะได้ไหม

 

             เหตุผลที่ผมมาหาคุณตอนนี้ไม่ใช่เพราะผมจะมาให้คำตอบกับคุณ แต่เพราะผมก็ต้องการมาหาคำตอบให้ตัวเอง ฉะนั้นคุณช่วยฟังที่ผมพูดสักเดี๋ยวได้ไหม ? ’

 

            ทั้งๆที่ผมพยายามจะหาทางออกห่างจากเขาเพื่อความปลอดภัยของตัวเอง แต่สุดท้ายพอเห็นเขามายืนอยู่ตรงหน้าตัวเองแบบนี้ ผมก็ยอมยืนฟังที่เขาพูดจนได้

 

            แย่จังเลยนะ ปาร์คจินยอง

 

            ผมพยายามยืนฟังเขาอย่างใจเย็นเพราะไม่รู้ว่าเขาจะพูดอะไรออกมาบ้าง และผมจะทนฟังสิ่งที่เขาพูดออกมาได้มากน้อยแค่ไหน

 

 แต่คุณเป็นคนแรกที่เป็นฝ่ายบอกชอบผมก่อน… ’

 เพราะที่ผ่านมาผมเป็นฝ่ายบอกชอบคนอื่นมาตลอด 

 และถึงผมจะมีแฟนเป็นผู้หญิงมาตลอด แต่ผมก็ไม่อยากคุณคิดไปเองว่าผมจะรังเกียจคุณ 

 เพราะผมมองว่าคุณก็เป็นคนๆหนึ่งที่มีความรู้สึกเหมือนผม… ’

 แล้วก็มีหลายครั้งที่ผมเคยสงสัยเหมือนกันว่าตัวผมเองชอบคุณหรือเปล่า 

 แต่ที่ผมมั่นใจก็คือ สำหรับผมแล้ว คุณเป็นคนที่น่าสนใจนะ 

 เพราะเหตุผลนั้น ผมก็เลยไม่รู้ว่าตัวเองควรจะให้คำตอบกับคุณยังไงดี 

 ผมไม่อยากรีบตัดสินใจทั้งๆที่ผมยังไม่แน่ใจอะไรสักอย่าง เพราะผมไม่อยากมานั่งเสียใจกับการกระทำของตัวเองในภายหลัง 

 

 เพราะงั้นแทนที่คุณจะรอให้คำตอบของผมเป็นตัวตัดสิน ผมว่าเราลองมาหาคำตอบด้วยกันดูไหม ? 

 

            แต่พอมาถึงตอนนี้ ผมถึงได้แน่ใจแล้วว่าผมชอบคนไม่ผิดจริงๆ

 

            ผมไม่ได้ดีใจเพียงเพราะคำถามสุดท้ายของเขา แต่ผมกลับรู้สึกดีกับทุกคำพูดของเขามากกว่า รู้สึกดีที่อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้นึกรังเกียจผมอย่างที่ผมกลัวสักนิด

 

             ผมว่าเรามาลองคุยกันดีก่อนดีไหม ? 

             มันอาจจะเป็นวิธีที่ดูโง่ไปหน่อย แต่คนโง่ๆแบบผมก็คิดออกแค่วิธีนี้จริงๆ 

             ผมไม่ได้คิดจะคุยเพื่อถ่วงเวลาหรือคิดแค่ว่าอยากมีคนคุย แต่ผมอยากลองคุยเพื่อศึกษากันและกันไปก่อน แล้วถ้าผมมั่นใจว่าตัวเองชอบคุณเมื่อไหร่… ’

 

             หลังจากนั้นผมจะเป็นฝ่ายจีบคุณเอง 

 

            อึ้งครับอึ้งมาก

 

            ผมไม่คิดว่านี่จะเป็นสิ่งที่ผมได้ยินจากปากของคุณแจบอม ไม่เคยคิดและไม่กล้าที่คิดสักนิด แต่เขากลับพูดมันออกมาโดยที่สีหน้าของเขาไม่ได้มีท่าทีลังเลสักนิด และแววตาที่หนักแน่นของเขามันทำให้ผมตัดสินใจตอบตกลงออกไปราวกับว่าผมเลือกที่กระโจนเข้าไปหาความเสี่ยงตรงหน้าด้วยความเต็มใจ

 

            และผมไม่รู้ว่าต่อจากนี้ไประหว่างผมกับเขามันจะเป็นอย่างไร

 

            Line !

 

            Im Jaebum : ผมถึงบ้านวอนพิลแล้วนะ

         Park Jinyoung (Junior) : *สติกเกอร์แมวโอเค*

 

            แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้ผมคงไม่ต้องใช้สติกเกอร์รูปนกไปอีกสักพักเลยล่ะครับ

 

…Park Jinyoung’s Part End…


ฟิ้ววววววววววววววว !
คิดถึงลูกๆกันหมือไหร่ !?!

แปะข้อมูลก่อนเนอะ อูฮิฮิฮิฮิ



น้ำพุช็อกโกแลตค่ะ ของชอบของเราเลย ฮ่าๆ


แฟชั่นสุดกิ๊บเก๋ของลูกในวันนี้ ลูกๆเป็นอะไรที่เหมาะกับสีเหลืองที่ฉุด !



ส่วนอันนี้เก๊าะเป็นที่คาดผมรูปไก่ อินสไปร์บายรูปนี้เลยค่ะ



แท่นแท้นนนนน !
การ์ตูนที่แด๊ดดี้แนะนำให้พี่จีนยองอ่านค่ะ
ชื่อไทยคือ ฝากใจไปถึงเธอ (Kimi ni Todoke) น่ารักมากค่ะ
ปกติเราไม่ค่อยอ่านการ์ตูนชายหญิงแนวรักๆเท่าไหร่
แต่เรื่องนี้ดีมากจริงๆค่ะ ดีทั้งหนัง ดีทั้งอนิเมะ ดีทั้งมังงะ
ควรไปอ่านควรไปดูค่ะ ชอบพระเอกแบบนี้ที่สุด ฮลึก
(สำหรับใครที่สนใจ ลองเข้าไปดูเรื่องย่อและข้อมูลในนี้ได้เลยนะคะ Click)

ตอนนี้เปิดเทอมแล้ว ชีวิตสาหัสมากค่ะ /นอนสลบ
การบ้านท่วมหัว Wifi หอก็ไม่มี ชีวิตก็ยุ่งเหยิงไปหมด ฮือ
ตั้งใจจะลงฟิคตั้งแต่วันจันทร์ แต่อะไรๆไม่ลงตัว ก็เลยเพิ่งมาลงเอาตอนนี้
อย่าเพิ่งโกรธกันเลยนะคะ TT-TT)

ช่วงนี้อาจจะต้องของดทอล์กไปอีกตอนเนื่องด้วยภาระรอบตัว
บวกกับอะไรๆของตัวเองมันยังไม่คงที่เท่าไหร่นัก
สัญญาว่าถ้าพร้อมเมื่อไหร่จะกลับมาเมาท์สักสิบหน้าเวิร์ดไปเลยค่ะ

แล้วก็อยากจะแวะมาเตือนสักเล็กน้อยนะคะ
ใครที่คิดว่า EP หลังจากนี้จะโรแมนติกและเต็มไปด้วยความหวานแหวว
ขอบอกว่า คุณ - คิด - ผิด - ค่ะ ! (คนจะเลิกอ่านก็งานนี้แหละ ฮื้อออออ)
จาบาหลออออ เราล้อเล่นเจ๋ยๆ
แต่จุดขายของเรายังคงเป็นคอเมดี
ที่มีความกากของพระเอกเป็นตัวเดินเรื่องอยู่เหมือนเดิมนะคะ ฮ่าๆ
(โดนทีมกิ๊กแด๊ดดี้รุมสาป)

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกๆคนที่ยังติดตามมาจนถึงตอนนี้
เราสัญญาว่าไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เราก็จะไม่ทิ้งเรื่องนี้แน่นอนค่ะ
แต่ตอนนี้เรามีการบ้านและกิจกรรมมหาวิทยาลัยจ่อคอหอยเต็มไปหมดเลย
โดยเฉพาะการบ้านวิชาเป็นอะไรที่โหดร้ายกระต่ายบินมาก
พูดไปก็ตะเตือนไตไป ฮลึก...

ปล. EP นี้ทำสถิติใหม่แล้วนะคะ 103 หน้าเวิร์ดค่ะ
ปล. ของ ปล. ใครซุ่มๆก็มาคุยกันได้นะคะ คิคิคิคิ
ปล. ยกกำลังสาม เราจำได้นะว่าใครที่ทวงเราโหดๆ ถ้าไม่มาทักทายกันเราจะตีให้ก้นลายเลย หึหึหึ

 dwarf.
   
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 156 ครั้ง

10,430 ความคิดเห็น

  1. #10372 janlyppty (@janlyppty) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 22:35
    อ่านมาหลายตอน

    แด๊ดดี๊ไม่นกแล้วน้าจ๊าาา
    #10372
    0
  2. #10363 PrincessDark (@neeranutdachopip) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 01:58
    แกกกกกก เขาบอกกันแล้ววววว อมยิ้มแก้มจะแตกแล้วอ่ะตอนนี้
    #10363
    0
  3. #10014 LOOK_WALAK (@N_Nam0802) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 14:04
    หึงโหดดดด

    และแล้วก็ถึงตอนที่เค้ารู้ความรู้สึกกันส้ะที ทำไมฟิคมันละมุนได้ขนาดเน้~~~~
    #10014
    0
  4. #9706 StrawberryChan (@amimikuma) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 21:33
    กรี๊สส เค้าพูดไปเเล้วอ่ะเเก!!เค้าพูดไปเเล้ว!!
    ตื่นเต้นเเทนโว้ยย//ถ้าเราอยู่ในเหตุการณ์อยากจะปาเเบงค์พันให้วงดนตรีเพลงเหมาะจริงจริ๊งง
    #9706
    0
  5. #9490 nookcin (@Defpepi) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 10:52
    ‘มาหาคำตอบด้วยกันดีไหม’ เอิ๊กกกกกกกกก
    #9490
    0
  6. #9405 RukDeeNan (@oh-y-oh-y) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2560 / 11:25
    "ถ้าผมมั่นใจว่าชอบคุณเมื่อไหร่ หลังจากนั้นผมจะเป็นฝ่ายจีบคุณเอง" เขิน ประโยคนี้อ่า 

    อยากมีใครมาสารภาพแบบนี้บ้างจัง  

    ลูกเป็ดจะมีหม่าม๊าแล้ว รออีกนิดเดียวนะลูก 
    #9405
    0
  7. #9385 CViewMED (@love_kalo) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2560 / 10:50
    เป็นตอนที่ทำเราไบโพล่ามากกกกกก

    ตอนสารภาพรักอินี่น้ำตาไหลพราก

    พอมาถึงตอนที่แดดดี้ มาหาคุณจีนถึงห้องโอ้ยยยยย

    บ้าจริง!!ฉันหยุดยิ้มไม่ได้!! ฮือออออออ
    #9385
    0
  8. #9330 Jammyjamjamm (@Jammyjamjamm) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 15:59
    ทำไมเราอ่านตอนนี้แล้วร้องไห้ฮือออออออออ ปลื้มใจ
    #9330
    0
  9. #9172 GIG.ARO (@gig_moko) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 กันยายน 2560 / 23:25
    จินยองบอกชอบแล้วววว เขินมากกก ฟินสุดๆ
    #9172
    0
  10. #9153 นัทมิมิ (@nutpeeraya) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 13:54
    ชอบบบบบ ฮืออ พี่แจบอม ชอบผชที่มีความคิดแบบนี้จังเลย เป็นคนตรงไปตรงมาและชัดเจนแบบนี้ดีจังเลย ดีเหลือเกิงงง ฮือออ ขอพี่แจบอมอีกสัก1อัตราได้มั้ยคะะ
    #9153
    0
  11. #9116 โซ่หัวใจ (@Thanutcha) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 11:47
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด ฟินหนักมาก ยิ้มไม่หุบเลยไรท์ฺช่วยเราที อย่างน้อยๆก็ขอฉากจูบนะ...
    #9116
    0
  12. #8878 Tunpp (@Tunpp) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2560 / 13:46
    หื้ออออ พี่แจบอมมมมม โคตรจะหล่อออ จินยองจะไม่นกแล้วววดีใจด้วยยย ตอนนี้พี่เจทำงานหนักมากจริงๆ แต่ก็ดูหล่อขึ้นมาทันตา55555555555
    #8878
    0
  13. #8689 CHALiFTT (@CHALiFTT) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 18:16
    เราใช้คำว่าน่ารักไปกับฟิคเรื่องนี้มากเกินำปแล้วค่ะ ~~~
    #8689
    0
  14. #8684 ไออิชิ (@Guitarist15) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 13:06
    อร้ายยย ลูกเป็ดจะมีแม่แล้วววว><
    #8684
    0
  15. #8650 - Lazy Girl - (@aum_suparada) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 23 เมษายน 2560 / 18:32
    10 10 10 ไปเลยคร่าาาาาา ><
    #8650
    0
  16. #8640 yamroll choco (@yamrollchoco) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 21 เมษายน 2560 / 00:53
    "หลังจากนั้นผมจะเป็นฝ่ายจีบคุณเอง" โหยยยยย แด๊ดดี้~~~ ชอบอ่าาาา งืออออ เขิน ยินดีกับพี่จินยองด้วยนะคะ ไม่นกแล้วค่า ลูกเป็ดก็ใกล้จะได้หม่าม้าแล้วววว
    #8640
    0
  17. #8615 BangGot (@BangGot) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 04:27
    น่ารักมากค่ะ นี่ก็อ่าน...แต่ก็ไม่ได้อ่านนานแล้วถถถถถถ
    #8615
    0
  18. #8614 BangGot (@BangGot) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 16 เมษายน 2560 / 04:26
    ฝากใจไปถึงเธอสนุกค่ะ
    #8614
    0
  19. #8453 tawann_614 (@tawann_614) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 8 เมษายน 2560 / 21:49
    โอ้ย เขินฮือออ อรั้ยยยยยยย
    #8453
    0
  20. #8431 theunknow (@hurry) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 09:12
    ปริ่มค่ะ ลูกเป็ดจะมีแม่เป็ดแล้วฮื่ออ
    #8431
    0
  21. #8370 Junghoseoky94 (@Junghoseoky94) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 15:47
    ณ จุดนี้รู้สึกปริ่มมากก เข้าจะได้กันแล้ว(?) ยินดีกับแก๊งลูกเป็ดจะมีหม่าม้าแล้ววงวว
    #8370
    0
  22. #7665 Onjira Ketbunnak (@ice-onjira) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:54
    ฮืออออ น้ำตาจิไหล จินยองสารภาพรักไปแล้วว ลุ้นมานานมาก โอ้ย ตอนนี้มันดีต่อใจมาก ฟิน ฮืออออ พี่แจบอมก็รู้สักทีเนอะ เป็นตาทึ่มมาตั้งนาน ไรท์แต่งได้ดีมากอะ ยอมใจ ชอบมาก รักส์
    #7665
    0
  23. #7660 lanya78 (@lanya78) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2560 / 03:55
    โอ๊ยยยยยยยย อีเเม่ น้องไข่ฉลองงงง ในตี้ซุดอ้ายจบมก่าบ่ง่าวแถมต่อไปแล้ววว
    #7660
    0
  24. #7655 † FuNe ~ Real † (@dekdn) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:51
    ลุ้นมาหลายตอน สุดท้ายก็ต้องให้พี่นศ.ป.โทพูดออกมาตรงๆ ถึงจะเข้าใจสินะแด๊ด หึงเขาโหดขนาดนี้ ยังไม่รู้ตัวอีกนะ 555
    เค้าจะหาคำตอบด้วยกันแล้ว -////-
    #7655
    0
  25. #7587 DarkDiary_13 (@DarkDiary_13) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มกราคม 2560 / 02:14
    หึงได้สะใจคนอ่านแบบเรียนเช้าก็จะยอมนอนตี2 55555 มันเป็นอะไรที่เกิดขึ้นได้ในชีวิตจริงๆน้า คุยดูก่อนแล้วค่อยหาคำตอบไปด้วยกัน แอร้ยยย
    #7587
    0